จางเจ๋ออวี่

จางเจ๋ออวี่ เด็กกตัญญูจากรายการ Master Class เติบโตเป็นศิลปินคุณภาพ

จำกันได้ไหม? จางเจ๋ออวี่ เด็กน้อยสุดกตัญญูจากรายการ Master Class ในตอนนั้นได้เติบโตเป็นศิลปินที่มีคุณภาพแล้ว!

Zhang Ze Yu  (张泽禹) เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2007 เด็กน้อยผิวขาวใส ผมสีดำเข้มในวัย 10 ขวบในตอนนั้น จนถึงวันนี้เขาได้เติบโตเป็นศิลปินฝึกหัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ความสามารถอันล้นเหลือ และกำลังเดินทางตามความฝันของตัวเองอย่างแข็งขันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ก่อนการเดบิวต์อย่างเป็นทางการจะมาถึง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับจางเจ๋ออวี่ให้มากกว่านี้กันดีกว่า!

จางเจ๋ออวี่

Zhang Ze Yu หรือทุกคนสามารถเรียกเขาว่า ‘เสียวเป่า (น้องเป่า)’ ‘เป่าเหล่าซือ (จารย์เป่า)’ ‘ต้าอวี่ (ลูกพี่อวี่)’ หากย้อนกลับไปในปี 2017 ในวันที่รายการ Master Class รายการประกวดร้องเพลงสุดโด่งดังอันดับต้นๆ ของประเทศจีน นอกจากเสียงอันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ของจางเจ๋ออวี่แล้ว ความกตัญญูของเขาก็เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ในตอนนั้นจางเจ๋ออวี่ได้รับเชิญให้ครอบครัวของเขามาเยือนรายการพร้อมกับคุณปู่ทวดสุดที่รัก ด้วยการกระทำและการแสดงออกของจางเจ๋ออวี่ในวัยเพียงแค่ 10 ขวบ แต่สามารถปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่คุณปู่ทวดของเขาเหนือสิ่งอื่นใด จากคำกล่าวของคุณปู่ทวดทำให้จางเจ๋ออวี่ได้รับคำชื่นชมมากมายทั้งจากสายตาและคำพูดของคนในห้องส่ง พร้อมกับบนโลกอินเตอร์เน็ตจนได้รับขนานนามว่า “เด็กที่ดีที่สุด” ณ เวลานั้นเลยทีเดียว

จางเจ๋ออวี่

ซึ่งในเวลาต่อมาจางเจ๋ออวี่ก็ได้รับโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตเขามาโดยตลอด นั่นคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ‘Time FengJun Entertainemnt’ (北京时代峰峻文化艺术发展有限公司) หรือ TF Entertainment แน่นอนว่าด้วยความสามารถอันล้นเหลือของเขา จึงได้มีผู้คนเล็งเห็นและได้พาเขาเข้ามาเป็นเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ทำให้จางเจ๋ออวี่ต้องย้ายจากฮาร์บินบ้านเกิดในมณฑลมณฑลเฮยหลงเจียงมาอยู่ที่ฉงชิ่งซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของค่ายเพลง ต้องเล่าความก่อนว่า TF Entertainment  ก่อตั้งเมื่อปี 2009 เป็นอีกหนึ่งค่ายเพลงอันโด่งดังที่คอยพัฒนาและต่อยอดเด็กฝึกให้เป็นศิลปินที่มีคุณภาพมาแล้วมากมาย อาทิเช่น TFBOYS, TNT (หรือที่เรียกว่า Teens in Times 时代少年团) จนได้เป็นที่ยอมรับและเป็นดั่งเป้าหมายของคนจีนรุ่นใหม่ไฟแรงได้เป็นอย่างดี  ซึ่งในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TF Entertainment ได้ปล่อยเบื้องหลังและเวทีของการเป็นเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าจางเจ๋ออวี่มีความพยายามมากเพียงใด ในตอนแรกของการเป็นเด็กฝึกเขาต้องพบเจอกับขีดจำกัดของตัวเองมากมาย ทั้งเรื่องการเรียนหนังสือ การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมรุ่น ทักษะด้านการร้องเพลงหรือการเต้น จนกระทั่งมีคำพูดหนึ่งที่ตราตึงใจเหล่าแฟนคลับมาโดยตลอด “คนอื่นเขาไม่ดูหรอกครับว่าซ้อมยังไงทำยังไง เขาดูแค่ผลลัพธ์” จะเห็นได้ว่าแนวความคิดของ Zhang Ze Yu ที่มีอายุเพียง 11-12  ปีในตอนนั้นเป็นคนที่มองโลกแห่งความจริงอย่างไรบ้าง เขาเลือกที่จะยอมรับในความผิดพลาดและเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดฝึกซ้อม

จนกระทั่งในเวลาต่อมาจางเจ๋ออวี่ ได้ถูกยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม ครูฝึกและคนอื่นๆ ว่าเขาเป็น “เด็กที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถที่ดีที่สุด” ผู้คนและเหล่าแฟนคลับให้การยอมรับในความสามารถและสนับสนุนเขาอย่างกว้างขวางจนได้ถูกคัดเลือกขึ้นมาเป็นอันที่ 2 เข้าร่วมโปรเจกต์ 登陆计划-TransFormProject หนึ่งในเด็กฝึกที่รอเดบิวต์มาจนถึงตอนนี้ แต่นอกจากความสามารถเรื่องของการร้องเพลงแล้ว จางเจ๋ออวี่ที่ยังหลงใหลในด้านดนตรีอย่างสุดโต่ง เพราะเขาสามารถเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอนว่าคนรักดนตรีอย่างเขาก็เคยกล่าวไว้ในรายการหนึ่งในเรื่องของความฝันเอาไว้ว่า “ถ้าเกิดตัวผมเองไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินก็จะไปเป็นครูสอนกีต้าร์ไฟฟ้าครับ”

เส้นทางการเป็นศิลปินของจางเจ๋ออวี่ได้เป็นแรงผลักดันให้กับผู้คนมากมาย รวมถึง ‘เพื่อนที่ดี’ คำที่จางเจ๋ออวี่ใช้เรียกแฟนคลับของเขามาโดยตลอด จากเด็กชายวัย 10 ขวบที่เดินตามความฝันอย่างไม่หยุดพัก อาจไม่ใช่เพราะด้วยความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่เป็นเพราะทัศนคติที่ดีงามของจางเจ๋ออวี่ตั้งแต่เด็กตัวน้อยจนถึงตอนนี้ในวัย 17 ปี ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คอยผลักดันให้เขาผ่านอุปสรรคมากมายจนทำให้มายืนอยู่ในจุดนี้ได้ หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ‘ทำไมทัศนคติหรือความคิดของคนๆ หนึ่งสามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จได้เชียวหรือ?’ ทัศนคติคือความคิดหรือสิ่งที่ตนเองเชื่อ ซึ่งความคิดของจางเจ๋ออวี่ได้ถูกเผยแพร่ผ่านตัวตนของเขามาโดยตลอด

แต่ที่เห็นได้ชัดคือการถูกถ่ายทอดออกมาผ่านจดหมายที่เขาได้ลงมือเขียนให้กับตัวเองที่จะเดบิวต์ในปีนี้ไว้ว่า “นายในปี 2024 ยังทำสเตจออกมาเพื่อเพื่อนที่ดีให้ดีกว่าเดิมอยู่หรือเปล่า” ประโยคนี้ทำให้จางเจ๋ออวี่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ใส่ใจแฟนๆ ของเขาได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงกับการตั้งคำถามมากมายให้กับตัวเขาเองในปี 2024 ถึงวิถีการใช้ชีวิตและพัฒนาการของตัวเอง  “นายผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่เป็นเหมือนรวดหนามมาได้หรือไม่? ถ้าคำตอบคือใช่ก็ต้องขอบคุณตัวเองด้วยนะ เมื่อไหร่ที่รู้สึกถึงความสุขก็ต้องรับรู้ถึงความทุกข์ไปด้วย” ทัศนคติด้านบวกที่ถูกส่งตรงมานั่นทำให้รับรู้ว่าจางเจ๋ออวี่คนนี้จะสามารถเติบโตมาเป็นศิลปินที่ดีที่สุดได้อย่างแน่นอน

การที่ผู้คนมากมายเลือกสนับสนุนจางเจ๋ออวี่มาอย่างยาวนานตลอด 7 ปีนั่น อาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกรักและได้เข้าใจถึงลักษณะนิสัยและความคิดของจางเจ๋ออวี่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นความเอาใจใส่ การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า การเดินตามความฝัน การรักตัวเองให้มากๆ หรือแม้แต่การรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง เขาพูดกับทุกๆ คนเสมอว่าอยากกลับบ้านไปหาครอบครัว กลับไปหาคุณแม่ที่เขารักสุดหัวใจ จางเจ๋ออวี่พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางให้คุณแม่ของเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยคำสัญญาที่ว่า “ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนเลี้ยงคุณแม่เองครับ!”  เรียกได้ว่าความรักอันมากล้นของจางเจ๋ออวี่ถูกส่งไปถึงแฟนๆ ของเขาได้ด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ในปัจจุบันจางเจ๋ออวี่จะยังไม่เดบิวต์ แต่อีกภายในไม่กี่เดือนจนถึงฤดูร้อนของประเทศจีนก็จะถึงช่วงเวลาสำคัญของไฟนอลซีซั่นในการสร้างกลุ่มเดบิวต์รุ่นใหม่ประจำค่ายเพลง TF Entertainment  แล้ว เพียงไม่กี่อึดใจเราก็จะได้เห็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพของจางเจ๋ออวี่ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่อัดแน่นไปด้วยความรักและความสามารถของเขา จนถึงตอนนี้จางเจ๋ออวี่ในฐานะเด็กฝึกรุ่นที่ 3 ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้แม้จะเหน็ดเหนื่อเพียงใดก็ตาม หากใครได้อ่านบทความมาจนถึงบรรทัดนี้ หวังว่าจะมีโอกาสได้เป็น ‘เพื่อนที่ดี’ คนใหม่ และเริ่มรู้จักตัวตนที่แท้จริงของจางเจ๋ออวี่มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของจางเจ๋ออวี่ได้ที่ twitter.com/zhangzeyuth  เชื่อว่านอกจากพลังบวกที่จะได้รับจากเขาแล้ว ในอีกไม่ช้าพวกคุณจะหลงรักจางเจ๋ออวี่อย่างแน่นอน

‘ใหม่ ดาวิกา’ ฟื้นตำนานเดรสสีเพลิง POEM ในรายการ Ride The Wind 2024

เดบิวต์ในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งที ‘ใหม่ ดาวิกา‘ จัดเต็มคอสตูมเดรสสีแดงเพลิงในตำนานจาก POEM บนสเตจ Ride The Wind 2024

โกอินเตอร์ไปไกลแล้วกับนักแสดงและศิลปิน ‘ใหม่ ดาวิกา’ ที่ล่าสุดเพิ่งเดบิวต์ในประเทศจีน บนสเตจ Ride The Wind 2024 ช่อง Mango TV ซึ่งมีคนดังถึง 36 คนจากทั่วมุมโลกมาเข้าร่วมรายการวาไรตี้แลกเปลี่ยนเปลี่ยนวัฒนธรรมและแข่งขันดนตรีนานาชาติ โดยเธอเปิดตัวด้วยเพลงฮิตอย่าง ‘ชอบปะเนี่ย (Can I Call You Mine)’ ที่เปลี่ยนเนื้อร้องท่อนฮุกเป็นภาษาจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะที่เธอพยายามฝึกฝนมาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา

นอกจากการปรากฏตัวในรายการบนแผ่นดินใหญ่ที่กลายเป็นไวรัลแล้ว คอสตูมของ ‘ใหม่ ดาวิกา’ ก็เป็นกระแสไม่น้อย เพราะเธอพาแบรนด์ไทยชื่อดังอย่าง ‘POEM’ ไปเฉิดฉายบนเวทีอีกครั้ง ซึ่งเดรสสีเพลิงชุดนี้อยู่ในคอลเล็คชั่น Tale of the Luminaries ที่ แพนเค้ก เขมนิจ เคยสวมเป็นลุคฟินาเล่ใน Xi’an Fashion Week 2019 จนกลายเป็นตำนานที่ใครๆ ต้องพูดถึง โดยความโดดเด่นของเดรสอยู่บนกระโปรงสุดฟูฟ่องที่ซ้อนผ้าตาข่ายไว้หลายชั้น และสี Ombre แดง-ดำ ที่ไล่เฉดไว้อย่างลงตัว


รูปภาพ: POEM

เปิดคอสตูม LE SSERAFIM บนเวที Coachella จาก Louis Vuitton

เมื่อ Louis Vuitton เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคอสตูมบนเวที Coachella ของ 5 สาว ‘LE SSERAFIM’

สำหรับเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่อย่าง Coachella ยังเป็นที่จับตามองทุกปี เพราะลิสต์รายชื่อของศิลปินมีแต่ระดับท็อปของวงการจากทุกประเทศ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ K-POP ที่ได้รับเชิญให้มาแสดงบนเวทีไม่ว่าจะเป็น EPIK HIGH, BLACKPINK, Hyukoh, CL & 2NE1 หรือ aespa และในปี 2024 นี้ วงที่ได้รับการคัดเลือกคือ 5 สาว ‘LE SSERAFIM’ นั่นเอง

เมื่อได้รับโอกาสจากเวทีใหญ่แบบนี้ ไม่ว่าใครก็ก็ต้องจัดเต็มทั้ง Performance และ Costume แน่นอน นั่นหมายรวมถึงสาวๆ ‘LE SSERAFIM’ ที่เตรียมโชว์ไว้สำหรับเทศกาลเพลงนี้โดยเฉพาะ ส่วนเรื่องคอสตูมขอให้เป็นหน้าที่ของแฟชั่นแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton เมื่อมีทั้ง 5 คน เป็นถึงแบรนด์แอมบาสเดอร์ ไม่ว่ายังไงลุคของทุกคนต้องปังอย่างแน่นอน โดยไอเท็มแต่ละชิ้นมีทั้ง Ready to wear ที่อยู่ในคอลเล็คชั่นต่างๆ อยู่แล้ว เช่น Pinstripe Leather Zip-Up Mini Skirt, My LV Chain Belt หรือ Archlight 2.0 Platform Ankle Booth แต่ไอเท็มอีกหลายชิ้นอย่างเสื้อ และกระโปรงที่ปักเลื่อมลวดลายตารางก็เป็น Custom Made ที่ครีเอทให้สาวๆ โดยเฉพาะ


รูปภาพ: Getty

ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว

จากนักดนตรีเปิดหมวก สู่พระเอกดาวรุ่ง ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว

กลายเป็นขวัญใจมัมหมีทั่วประเทศไปแล้วตอนนี้ สำหรับพระเอกน้องใหม่ดาวรุ่งหน้าหวาน “ไมกี้ ปณิธาน” ที่ครองใจแฟน ๆ ในบท “พันตรี นายแพทย์ หม่อมหลวง ฉัตรเกล้า จุฑาเทพ” ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ “ญดา นริลญา”  ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” ทางช่อง 3 บุตรคนแรกของ หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร กับกรองแก้ว แจ้งเกิดผลงานเรื่องแรกเต็มตัวกับความสามารถทางการแสดงที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเจอ เราจะพาไปทำความรู้จักหนุ่มหน้าหวานคนนี้ให้มากขึ้นกับมุมเบื้องหลังชีวิตก่อนเข้าสู่วงการบันเทิงกันแบบถึงแก่น

 สำหรับ ไมกี้ มีชื่อเต็มว่า ปณิธาน บุตรแก้ว หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน สัญชาติ ไทย เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546  ปัจจุบันอายุ 21 ปี น้ำหนัก 64 ส่วนสูง 180 จบการศึกษาระดับมัธยมปลายที่ โรงเรียนลำปางกัลยาณี และกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาดดิจิตอล มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหนุ่มขี้เล่นอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย ชอบงานศิลปะและการร้องเพลงเล่นดนตรีหนุ่มไมกี้เข้าวงการจากการชักชวนของ “ปิ๊ก ฌาณฉลาด” และมีโอกาสได้เข้ามาแคสติ้งในบท พันตรี นายแพทย์ หม่อมหลวง ฉัตรเกล้า จุฑาเทพ จากเรื่อง “ขวัญฤทัย” ด้วยเสน่ห์และความขี้เล่นของเจ้าตัวก็ทำให้ผู้จัด “แหม่ม ธิติมา” และผู้กำกับ “ป้าแจ๋ว ยุทธนา” ตกหลุมความน่ารักจนได้เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นนักแสดงช่อง 3 เต็มตัว ล่าสุดกำลังมีผลงาน “หวานรักต้องห้าม” ประกบคู่สาวรุ่นพี่ “แมท ภีรนีย์” อีกด้วย

ได้มาเล่นละครเรื่องนี้ได้อย่างไร

-เป็นความบังเอิญมากที่ผมได้มาเล่นในละครชุดนี้ เป็นละครชุดครั้งแรก เรื่องแรกของผมเลยที่ได้มาเล่น ก่อนหน้านี้ผมเล่นดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่กาดกองต้าที่ลำปางเป็นตลาดเก่า ๆ มีคนไปเจอผม เขาก็ชวนผมมาแคสละครของพี่แหม่ม ธิติมา ผมก็ลองไปแคสดู แล้วก็ได้เลย ซึ่งผมไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน ทุกอย่างคือศูนย์ พอได้แสดงเรื่องนี้จริง ๆ ก็แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่ได้รับเล่นบท ฉัตรเกล้า ผมเลยต้องย้ายจากลำปางมาอยู่กรุงเทพทันที

 ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว

ยึดงานร้องเพลงเปิดหมวกเป็นงานอดิเรกนานไหม

-นานเลยครับ ผมเปิดหมวกมาประมาณปีกว่า ตั้งแต่ ม.4-ม.5 กับวง ข้าวกั้นจิ้น ของผมและเพื่อน ๆ คนก็เริ่มมาจ้างไปร้องตามร้านอาหารบ้าง จ้างไปงานแต่งบ้าง ถือว่าช่วงนั้นรุ่งเรืองเลยครับ จากการร้อนเงินก็ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลักไปเลย(หัวเราะ) แต่ก่อนผมเป็นเด็กเสิร์ฟ ผมก็ลาออกจากงานพาร์ทไทม์เลย

เรื่องของการทำอาชีพเสริม แนวคิดแบบนี้มาได้ยังไง

-อาจจะเป็นเพราะครอบครัวด้วยครับ คุณแม่ก็ปล่อยให้ผมได้ฟรีสไตล์เลือกเส้นทางชีวิตของผมเอง ขอแค่ว่าการเรียนอย่าทิ้ง ผมก็สนุกกับเพื่อนเต็มที่ เที่ยวขับมอเตอร์ไซต์ ไปเล่นเกม ไปเล่นดนตรี แต่ผมก็ไม่ทำให้การเรียนแย่นะครับ ตอนอยู่โรงเรียนผมทำกิจกรรมเยอะ แล้วตอนนั้นผมก็เป็นรองประธานนักเรียนด้วย ชีวิตช่วงวัยเรียนของผมสนุกมากจริง ๆ

เป็นลูกคนเดียวไหม

-ผมเป็นลูกคนเดียวครับ แม่ผมเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ แล้วก็ได้ปรับเป็นครูใหญ่ สุดท้ายเขาก็ลาออกจากการเป็นครูเพราะว่าเขามีผม เขาอยากลาออกมาเลี้ยงลูกจริงจัง เพราะแม่ผมเป็นคนมีลูกยาก

นิสัยไมกี้ดูขัดกับลุคที่เป็นไหม เพราะเราก็ขึ้นแท่นเป็นพระเอกแล้ว

-มันมีคำพูดหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ คือ มนุษย์เราไม่มีใครที่มีลายนิ้วมือเหมือนกัน ทุกคนมีความพิเศษเป็นของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราอยากไปค้นหาความพิเศษนั้นไหม แต่สำหรับผม ผมอยากทำ

ช่วงที่เปิดหมวกคิดอยากจะเข้าวงการบันเทิงไหม

-ตอนนั้นผมยังไม่ได้ชอบงานในวงการบันเทิงครับ ผมอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มันเป็นอาชีพที่ผมผูกพัน และเป็นอาชีพที่ผมรักมาก แม่ผมเป็นคุณครูด้วยก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพที่มีคุณค่า กับการที่จะทำให้เด็ก ๆ โตมาอย่างมีคุณภาพ ผมสนุกกับการได้ทำงานกับคนเยอะ ๆ เหมือนได้ฮีลใจตัวเองไปด้วย ตัวผมเรียนจบสายวิทย์-คณิต แต่อยากเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษ ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง บางทีครูสอนภาษาจะไม่ค่อยเข้าใจเด็กศิลป์ เด็กวิทย์-คณิต ผมก็อยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เข้าใจเด็กวิทย์-คณิต ผมว่าผมน่าจะเอ็นจอยกับการสอน และเล่นกีต้าร์ไปด้วยก็น่าจะสนุกดี

ความรู้สึกแรกที่ได้ทำงานละคร

-ตื่นเต้นครับผมก็มีความกดดันอยู่บ้าง แต่ไม่ได้กดดันในด้านที่ไม่ดี กดดันว่าเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เราใหม่มากประสบการณ์อะไรเราก็ยังไม่มี

ป้าแจ๋วสอนอะไรเราบ้าง

-สอนทุกอย่างเลย ด้านแอคติ้งเขาก็โค้ชชิ่งเราตลอดทุกซีนเลยครับ เขาจะมาสอน ทั้งอารมณ์ การทำการบ้านของบท พี่ญดาก็ช่วยผมเยอะมาก วันที่ไม่ได้ไปถ่ายก็ไปเวิร์กชอปกับกองละครตลอด ป้าแจ๋วก็สอนผมตลอดเวลา มีพูดคุย เอาบทไปปรึกษาทุกซีน เขาสอนผมเยอะจริง ๆ ไม่ใช่แค่แอคติ้ง ด้านการใช้ชีวิตในกองก็สอนผมว่าต้องทำตัวยังไง เลี้ยงผมเหมือนเป็นลูกเลยครับ

กว่าจะมาเป็นพระเอกเรื่องนี้เราก็เจ็บตัวมาเยอะเหมือนกัน

-ใช่ครับ ตอนที่ถ่ายทำขวัญฤทัย มันมีคิวบู๊ค่อนข้างเยอะ เราก็พลาดล้มแล้วซี่โครงหักทิ่มปอด ผ่าตัดไป 2 รอบ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วครับ มีอีกช่วงก็คือตอนที่ถ่ายทำละครอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ ๆ หัวใจก็เกิดเต้นผิดจังหวะขึ้นมา สาเหตุคือทำงานเยอะนอนน้อยครับ มันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นเวลานาน เป็นประสบการณ์ที่น่าจะไม่มีใครอยากเจอ แต่มันสอนอะไรผมเยอะมาก ถ้าผมไม่ได้เจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ ผมก็คงจะไม่ใช่ไมกี้ในวันนี้

มีคิดบ้างไหมว่าที่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ของเรา

-มีคิดอยู่แล้วครับ ผมนั่งร้องไห้ทุกวัน ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากมาทำงานแล้ว ไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ ระหว่างทางก็ไม่อยากเจอไม่อยากคุยกับใคร เมื่อไหร่จะจบสักทีคิดแบบนี้ตลอดเวลา ก็ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ หาความสุขระหว่างทาง มันอยู่ที่มุมมอง ถ้าเรามองแต่ในแง่ร้ายเราก็จะคิดแต่ในมุมนั้น แล้วเราก็จะท้อไปด้วย แต่ถ้าเรามองแง่ดี มองแต่สิ่งดี ๆ มองถึงโอกาส ความโชคดี มันก็ช่วยดันเอนเนอจี้เราขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

ตอนนี้มุมมองในวงการบันเทิงเปลี่ยนไปไหม

-มุมมองในวงการบันเทิงเปลี่ยนไปเยอะเลย ตอนนี้รู้สึกดีมาก ๆ ผมใช้คำว่าตกหลุมรักการแสดงไปแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะประสบความสำเร็จในฐานะที่ตัวเองขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพนักแสดง

เป็นนักแสดงน้องใหม่ที่ความสามารถล้นเหลือจริง ๆ ตามไปดูความน่ารักทางการแสดงของหนุ่มดาวรุ่งคนนี้กันได้ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus  และไปติดตามความเคลื่อนไหวของหนุ่มคนนี้กันได้ Instagram : mikepanitan Twitter : mikepanitan

มาส์กหน้า

แนะทริค ‘มาส์กหน้า’ ให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิว ตัวช่วยฟื้นฟูผิวแบบด่วนในช่วงร้อนนี้

จะปีนี้ปีไหนๆ ประเทศไทยก็อากาศร้อนโหดทุกปี แต่ถึงจะร้อนยังไงหลายๆคนก็ยังคงเลือกใช้เวลาพักผ่อนและเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งกันไม่น้อย ซึ่งการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังการทำกิจกรรมอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผิวสวยและสุขภาพดีอยู่เสมอ ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงภัทรพร ภัทรากร ได้แนะทริคการ มาส์กหน้า เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งช่วงหน้าร้อนมาฝาก

ช่วงฤดูร้อนนี้หลายคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งกัน อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมาโดยไม่รู้ตัว อาทิ ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ผิวอ่อนล้าอิดโรย ผิวแห้งขาดน้ำ สิว บางครั้งเพียงการล้างหน้าและทาครีมบำรุงก็อาจไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูสภาพผิวได้ การใช้มาส์กที่มีคุณสมบัติพิเศษจึงเป็นวิธีบำรุงผิวที่ง่ายและรวดเร็ว ช่วยดูแลปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพกว่าการบำรุงทั่วๆ ไป เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงขั้นพิเศษเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมี มาส์กหน้า ให้เลือกใช้หลากหลายชนิด การเลือกใช้มาส์กที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวก็จะช่วยให้มาส์กสามารถทำงานและได้ผลลัพธ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • ผิวมัน มักเกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยก่อให้เกิดปัญหาผดผื่นและสิวตามมา ควรเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของโคลนธรรมชาติ เพื่อดูดซับความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรกตกค้าง และช่วยกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว และบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น อาทิ สารสกัดจากแตงกวา, กุหลาบ และน้ำมันรำข้าว
  • ผิวแห้งขาดน้ำ ควรเลือกใช้มาส์กที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลมผิวให้แข็งแรงและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยาวนาน  อาทิ สารสกัดจากชาเขียวออร์แกนิคที่อุดมด้วยสารโพลิฟีนอล ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยปลอบประโลมผิว, สารสกัดจากสับปะรดออร์แกนิค อุดมด้วยวิตามิน ซี และเอนไซน์โบรมีเลน (Bromelain) บรรเทาความแห้งกร้าน และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน, สารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose) เติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวหรืออาจใช้ Sleeping mask หรือ Overnight mask โดยพอกทิ้งไว้ทั้งคืนและล้างออกในตอนเช้า
  • ผิวบอบบางแพ้ง่าย ควรเลือกใช้มาส์กที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติจากใบชิโซะ อโลเวล่า แตงกวา หรือดอกคาโมมายล์
  • ผิวที่มีปัญหาผิวหมองค้ำ หรือจุดด่างดำ ควรเลือกมาส์กที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูความกระจ่างใสของผิว มีส่วนผสมของสารสกัดจากผลองุ่น สารสกัดจากรากต้นหม่อน รวมถึงมาส์กมีส่วนผสมของวิตามิน ซี และสาร AHA เพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ
  • ผิวที่มีปัญหาริ้วรอย ควรเลือกมาส์กที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูความแข็งแรงของเซลล์ผิวจำพวกเปปไทด์, โคคิวเท็น, คอลลาเจน, เชียร์บัตเตอร์, ชาเขียว และอะโวคาโด ซึ่งส่วนผสมดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย โดยใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

เคล็ดลับการมาส์กหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรเริ่มจากการทำความสะอาดผิว หากแต่งหน้าควรเช็ดเครื่องสำอางออกด้วย Cleansing water แล้วล้างตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดหน้าอย่าง Facial cleanser หรือ Face wash จากนั้นซับหน้าพอหมาดๆ แล้วมาส์กหน้าได้เลย โดยไม่ต้องรอให้แห้ง เพราะหากผิวแห้งแล้วจะทำให้การดูดซึมสารบำรุงต่างๆ จากตัวมาส์กลดลง สำหรับผิวปกติถึงผิวมัน สามารถใช้ผ้าขนหนูซับน้ำอุ่นโปะลงบนผิวเพื่อเปิดรูขุมขนให้พร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่แนะนำวิธีนี้สำหรับคนที่มีสภาพผิวแห้ง เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้นได้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการมาส์กหน้าอยู่ที่ 15-20 นาที หากทิ้งมาส์กไว้เกินเวลาจนมาส์กเริ่มแห้ง จะเกิดกระบวนการออสโมซิส โดยจะดูดความชุ่มชื้นออกจากผิวหน้ากลับคืนไปสู่แผ่นมาส์กแทน

ส่วนมาส์กโคลนหรือแบบล้างออก (Wash off) หากรู้สึกว่าหน้าเริ่มแห้งตึงก็สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำสะอาด ไม่จำเป็นต้องล้างโฟมหรือเจลล้างหน้าซ้ำ ส่วนมาส์กแบบชนิดลอกออก (Peel off) หรือ (Rubber mask) จะมีทั้งที่ต้องล้างออกหลังการมาส์กและไม่จำเป็นต้องล้างออก ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือควรทาครีมบำรุงผิวหลังการมาส์กหน้าทุกครั้ง ส่วนสาวๆ คนไหนที่มีเวลาน้อย หรือต้องออกงานสำคัญแบบเร่งด่วน สามารถเลือกมาส์กที่เน้นการฟื้นคืนความชุ่มชื้นกระจ่างใสสู่ผิวได้ เพียงมาส์กก่อนการแต่งหน้า 15 นาที เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการแต่งหน้า ง่ายๆ เพียงเท่านี้เราก็สามารถอวดผิวสวยอย่างมั่นใจได้แล้ว

การมาส์กหน้าช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ลดความมัน กระชับรูขุมขน ใบหน้าแลดูขาวกระจ่างใส ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้ง ผิวมัน ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การมาส์กหน้าที่ถูกวิธีและดีต่อสุขภาพผิวนั้น ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวของคุณแห้งหรือขาดน้ำได้ ดังนั้น เวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาส์กหน้าจึงอยู่ที่ประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็จะช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีทีเดียว ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาส์กหน้า คือ ช่วงเวลาค่ำ หรือก่อนเข้านอน เนื่องจากการมาส์กหน้าช่วงเวลากลางคืนนั้นจะเป็นการฟื้นฟูสภาพผิว เป็นการให้เวลาผิวหน้าได้พักหลังผ่านช่วงเวลาที่ผิวต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ มาทั้งวัน ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิวขณะที่เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ด้วย

Photo: Pexels


ICONCRAFT ชวนสัมผัส “Journey of Thai Craft” วันนี้ – 6 พ.ค. 2567

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ณ ไอคอนสยาม ต้อนรับเทศกาลใหม่แห่งความสุข กับแคมเปญ  “Journey of Thai Craft” ที่รวบรวมงานคราฟต์อันทรงคุณค่าจากช่างฝีมือทั่วไทย สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 พฤษภาคม 2567 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม

ไอคอนคราฟต์  รวบรวมงานคราฟต์ที่มีความหลากหลายจากแบรนด์ไทยทั่วประเทศ  พร้อมมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมศิลปะและเชิดชูงานฝีมือของคนไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก   ขอเสนอ 8 แบรนด์คราฟต์สุดฮิตในไอคอนคราฟต์  เริ่มต้นด้วยแบรนด์

1.“PAHKAHMAH”  แบรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าขาวม้า  มาทำเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า ของที่ระลึก ของใช้ของตกแต่ง ฯลฯ พลิกโฉมผ้าขาวม้าไทยให้ดูทันสมัย และยังเน้นการสนับสนุนวัฒนธรรมการทอผ้าขาวม้าและช่วยเหลือชุมชน สืบสานวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ไทยในระดับสากล

2. “ANUROJ” แบรนด์ที่หยิบเอาผ้าบาติกจากจังหวัดนราธิวาสมาใส่สีสันเป็นผลงานคราฟต์แฟชั่นแสนสดใสที่สวมใส่ได้ทุกวัน โดยจุดเด่นของทางแบรนด์คือการนำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับผ้าไทยจากภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “ผ้าบาติก” (Batik) มาผ่านกระบวนการทำมือในทุกขั้นตอน ก่อนจะนำไปแต่งแต้มสีสันอันสดใสจากปลายพู่กัน เพื่อออกมาเป็นผลงานสุดคราฟต์ที่สะท้อนตัวตนผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

3. “ศิลปะและชุมชน” เป็นแรงบันดาลใจสำคัญใน “FOLKCHARM” แบรนด์แฟชั่นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายเข็นมือที่ผ่านกระบวนการย้อมสีด้วยสีธรรมชาติ ออกแบบในสไตล์มินิมอล ทางแบรนด์มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โดยสนับสนุนและช่วยเหลือกลุ่มผู้หญิงในชุมชนให้สามารถพัฒนาทักษะและนำพาไปสู่การมีรายได้ที่ยั่งยืน

4.อีกแบรนด์ที่ต้องแนะนำคือแบรนด์ “SALETE” แบรนด์กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าทอมือ โดยทางแบรนด์ได้นำเอาวัสดุผ้าไทยมาผสมผสานกับหนังแท้ ออกมาเป็นผลงานคราฟต์ร่วมสมัยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน ความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การผลิตกระเป๋าที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเน้นไปที่การสร้างสรรค์ศิลปะ ไม่แปลกใจเลยที่ “SALETE” ได้กลายเป็นสินค้าขายดีและได้รับความนิยมอย่างมากในโซนไอคอนคราฟต์ ด้วยความโดดเด่นในดีไซน์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับความหรูหรา และความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

5. ใครที่ชื่นชอบผ้าไหมมัดหมี่ขอแนะนำเเบรนด์กระเป๋าชื่อดังอย่าง “PAVA” ทุกใบเลือกใช้ผ้าไหมมัดหมี่จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง ที่ทอขึ้นโดยช่างชุมชนไทยนำมาคราฟต์อย่างประณีตเป็นกระเป๋า ด้วยกลิ่นอายโมเดิร์นด้วยการจับผ้าไทยแมตช์กับหนังแท้จากอิตาลี ผสานแรงบันดาลใจจากโลกแฟชั่นสมัยใหม่ มากกว่ากระเป๋าผ้าไหมมัดหมี่ใบสวย PAVA ยังเป็นกำลังหลักในการต่อยอดสืบสานภูมิปัญญาไทย ร่วมสร้างรายได้ให้กับ

6. อีกหนึ่งแบรนด์ที่แนะนำ “Kram Koon”  ที่แปรรูปผ้ามัดย้อมธรรมชาติ โดยกรรมวิธีสรรค์สร้างด้วยมือประดิษฐ์ จากช่างท้องถิ่นเมืองตรัง เน้นไปที่ความสร้างสรรค์และการรักษาศิลปะท้องถิ่นอย่างแท้จริง ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทางแบรนด์มีความภูมิใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างแท้จริง

7.”MUSEO” แบรนด์เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมแท้ที่มีลวดลายดอกไม้ที่สดใส กับเนื้อผ้าที่มีความนุ่มเบาสบาย สามารถใส่ได้ทุกวัน ผ้าไหมยังมีคุณสมบัติที่สามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับใส่ในสภาพอากาศร้อน ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ กระบวนการผลิตที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังเป็นอีกจุดเด่น และช่วยสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น

8. สุดท้ายกับแบรนด์ “GALERIE DE HIMMAPAN” เเบรนด์น้ำปรุงเป็นหนึ่งในตำรับเครื่องหอมไทยแต่โบราณ เป็นที่นิยมอย่างมากในวังหลวง ด้วยน้ำปรุงนั้นมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ “น้ำปรุงตำรับหิมพานต์” เป็นน้ำปรุงที่ทางแบรนด์ได้คิดค้นสูตรและดัดแปลงจากตำรับไทยโบราณ เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณภาพเช่นใบเนียม ผิวมะกรูด ผิวส้มซ่า ล้วนคัดสรรมาอย่างดี กรรมวิธี และกระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การสกัดใบเนียม จนถึงการปรุงกลิ่นให้ได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีหลากหลายกลิ่นให้เลือกอีกด้วย

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยสงกรานต์นี้  ไอคอนคราฟต์ ชวนมาทำกิจกรรมเวิร์กชอปวิถีไทย ให้ทุกท่านได้สร้างสรรค์ผลงานคราฟต์รับปีใหม่ไทยด้วยใจชื่นบาน  เพียงแสดงใบเสร็จที่ซื้อสินค้าจากไอคอนคราฟต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2567 ลงทะเบียนเข้าร่วมเวิร์กชอป โดยแบรนด์ แกลเลอรี เดอ หิมพานต์ ได้ทันที 1 กิจกรรม  อาทิ  มาลัยแป้งพวง เรียนรู้วิธีทำเครื่องหอมที่เกิดจากการการประดิษฐ์ประดอยแป้งร่ำเป็นผลงานคราฟต์อันงดงาม  น้ำปรุง หรือ น้ำหอมตำรับไทย เรียนรู้ภูมิปัญญาของคนไทยในอดีตที่รังสรรค์ความหอมจากวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรรอบ ๆ ตัว  และการทำ บุหงาแห้ง  เรียนรู้การทำเครื่องหอมชาววังแบบโบราณที่หอมดด่งดังจนกลายมาเป็นของชำร่วยยอดฮิต * ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ไอคอนคราฟต์

มาร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจและความสร้างสรรค์ใหม่ๆ พร้อมทั้งสนับสนุนผลงานของช่างฝีมือมากความสามารถจากทั่วไทยได้ทุกวันที่โซนไอคอนคราฟต์  พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับสมาชิก ONESIAM  ช็อปสินค้าใน ICONCRAFT ครบ 2,500 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับ ถุงผ้า Patek Summer Breeze จำนวน 1 ใบมูลค่า 490.- (คละสี) ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 พฤษภาคม 2567 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM เเละ ICONCRAFT

BERLUTI เปิดตัวชุดพิธีการนักกีฬาฝรั่งเศส เจ้าภาพโอลิมปิก 2024

สมฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก เกมส์ 2024 หลังจากฝรั่งเศสเปิดตัวชุดกีฬาที่ได้ Le Coq Spotif มาเป็นผู้ออกแบบแล้ว ล่าสุดเปิดตัวยูนิฟอร์มทางการสำหรับนักกีฬาที่ใช้ใส่ในช่วงพิธีเปิดและปิดงานสำคัญ โดยครั้งนี้มี BERLUTI มาออกแบบให้

กว่าจะตัดสินใจให้ดีไซน์ที่เราเห็นอยู่เป็นแบบสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องง่าย! เพราะทางทีมงานของ BERLUTI ต้องออกแบบจำลองภาพถึง 300 ชิ้น เพื่อคัดเลือกแบบที่ดีที่สุด หลังจากนั้นจึงลงมือตัดเย็บกว่า 1,500 ชุด โดยช่าฝีมือมากกว่า 200 คน จนได้ออกมาเป็นชุดสูทสุดหรูหราสีน้ำเงินที่แฝงไปด้วยดีเทลต่างๆ

โดยยูนิฟอร์มได้รับการออกแบบมาในชุดสูทสีน้ำเงินทั้งชายและหญิง สำหรับผู้ชายจะเป็นแจ็กเก็ตแขนยาว ส่วนผู้หญิงเป็นแจ็กเก็ตแขนกุด และยังสามารถเลือกได้ว่าจะใส่กระโปรงหรือกางเกงตามความถนัดของตัวเอง สำหรับกิมมิกที่ทำให้ชุดนี้โดดเด่นสะดุดตา คือ ปกเสื้อลาย ‘ธงชาติฝรั่งเศส’ ที่ล้อไปกับลายบนส้นรองเท้า เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งชุดที่สง่างมสมกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2024 เลยทีเดียว


ภาพ: BERLUTI

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Piaget ประกาศแต่งตั้ง ‘อาโป’ และ ‘อีจุนโฮ’ เป็น Global Ambassador

Piaget ประกาศแต่งตั้งนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ‘อาโป-ณัฐวิญญ์’ และพระเอกสุดฮ็อต ‘อีจุนโฮ’ เป็น Global Ambassador ชาวไทยและชาวเกาหลีคนแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ หลังเดินทางไปร่วมชมเรือนเวลาและจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่ที่งาน Watches and Wonders 2024

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Piaget ประกาศแต่งตั้ง ‘อาโป’ และ ‘อีจุนโฮ’ เป็น Global Ambassador

เมื่อวันที่ 9-11 เมษายน 2024 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นอีกเซอร์ไพรส์ใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของเมซง และยังเป็นความสำเร็จอีกขั้นกับบทบาทใหม่ของหนุ่ม ‘อาโป’ หลังกันยายนปีที่ผ่านมาได้เข้าร่วมอีเวนต์ระดับภูมิภาคอย่างนิทรรศการโชว์เคสคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในฐานะ Friend of PIAGET คนแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาติดตามกันว่าหลังจากนี้ ‘อาโป’ จะมีบทบาทร่วมกับ เพียเจต์ อย่างไรบ้าง

สำหรับ ‘อีจุนโฮ’ ก่อนหน้านี้ร่วมงานกับแบรนด์มาอย่างยาวนานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ เพีย์เจต์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนขึ้นแท่น Global Ambassador คนใหม่อย่างเป็นทางการเช่นกัน

นอกจากนี้ เมซงยังประกาศแต่งตั้ง ‘แอลล่า ริชาร์ดส์’ หลานสาวของ คีธ ริชาร์ดส์ แห่งวง The Rolling Stones ซึ่งเคยเปิดตัวในแคมเปญของคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ ‘Metaphoria’ ในฐานะแบรนด์เฟซคนสำคัญอีกด้วย  


“Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” 9 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

หลังจุดชนวนความตื่นเต้นด้วยตัวอย่างและโปสเตอร์ภาคต่อของภาพยนตร์แนวแอคชัน ไซไฟ ฟอร์มยักษ์ “Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” ไปก่อนหน้านี้ 20th Century Studios ก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ต้องรอนาน เตรียมระเบิดปรากฏการณ์ความสนุกลุ้นระทึกพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 9 พฤษภาคมนี้

“Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” คือมหากาพย์บทใหม่ของจักรวาล The Planet of the Apes แฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับตำนาน ภาคต่อของ Rise of the Planet of the Apes กำเนิดพิภพวานร, Dawn of the Planet of the Apes รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร และ War for the Planet of the Apes มหาสงครามพิภพวานร ที่ประทับใจแฟนภาพยนตร์ทั่วโลกจนสร้างรายได้ถล่มทลายมาแล้วทุกภาค โดยภาคล่าสุดนี้กลับมาพร้อมความสนุกเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวในอีก 300 ปีต่อมา หลังจาก “ซีซาร์” พาเหล่าวานรแย่งชิงอำนาจจากมนุษย์และขึ้นเป็นใหญ่ในโลกใบนี้ ผ่านไปหลายเจเนอเรชั่นชื่อของซีซาร์กลายเป็นเพียงตำนานเล่าขาน เหล่าวานรได้สร้างวัฒนธรรมของตัวเองจนเกิดเป็นสังคมลิงกลุ่มต่างๆ ขณะที่มนุษย์เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยที่ต้องหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด ช่วงเวลานั้นทายาทผู้นำเผด็จการของเหล่าวานรได้พยายามสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และค้นหาร่องรอยของเทคโนโลยีที่มนุษย์เคยสร้างไว้เพื่อยึดครองโลก ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำสูงสุด ทว่ากลับมีวานรหนุ่มนอกรีตตั้งคำถามถึงอดีตทั้งหมดที่เคยได้เรียนรู้มาและตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง ซึ่งจะกำหนดอนาคตระหว่างวานรและมนุษย์ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญ นำไปสู่มหากาพย์การต่อสู้และผจญภัยครั้งใหม่ที่รอให้แฟนภาพยนตร์ไปติดตามพร้อมกัน วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

“Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” นำแสดงโดย โอเว่น ทีก (IT) เฟรยา อัลลัน (The Witcher) เควิน ดูแรนด์ (Locke & Key) ปีเตอร์ มาร์คอน (Shameless) และ วิลเลียม เอช. เมซี (Fargo) โดยได้ เวส บอลล์ จากภาพยนตร์ชุดไตรภาค The Maze Runner มาเป็นผู้กำกับ และได้ จอช ฟรีดแมน จากภาพยนตร์ War of the Worlds ริก แจฟฟา และอแมนดา ซิลเวอร์ จากภาพยนตร์ Avatar: The Way of Water รวมถึงแพทริค เอสัน จากภาพยนตร์ Prey มาแท็กทีมเขียนบท ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวการผจญภัยของตัวละครใหม่ทั้งหมด แต่ “Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” ก็ยังคงความเป็นจักรวาลพิภพวานรผ่านจิตวิญญาณของซีซาร์ หนึ่งในตัวละครเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกอย่างของเรื่อง

นอกจากนี้เพื่อทำให้เหล่าวานรมีชีวิตขึ้นมายังได้นำเทคโนโลยีอย่าง Performance Capture รวมถึงเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานภาพต่าง ๆ ที่ใช้ในการเนรมิตความอลังการสมจริงให้กับภาพยนตร์ Avatar: The Way of Water มาสร้างความเสมือนจริงให้เหล่าวานรสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย ซึ่งการันตีได้ว่าผู้ชมจะได้รับอรรถรสจากการต่อสู้และการผจญภัยครั้งใหม่นี้อย่างเต็มอิ่มยิ่งขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแฟนของ The Planet of the Apes มาก่อนหรือไม่ก็ตาม

เตรียมเปิดประสบการณ์ความสนุกตื่นเต้นครั้งใหม่กับการผจญภัยและต่อสู้ระหว่างเหล่าวานร พร้อมลุ้นไปกับการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ใน “Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร” 9 พฤษภาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

หรูหราสมฐานะ! ซูมอิน 8 กระเป๋า ‘ฮงแฮอิน’ จากซีรีส์ Queen of Tears

เดินทางมาเกือบถึง Episode สุดท้ายแล้วกับซีรีส์ยอดฮิตที่กวาดใจคนดูถล่มทลายอย่าง ‘Queen of Tears’ แม้เรื่องราวจะเริ่มลงล็อค แต่ 4 ตอนสุดท้ายก็ยังวางใจไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงในฉาก Happy Ending ฉะนั้นเราคงต้องเอาใจช่วยตัวละครกันต่อไป

แน่นอนว่าหลังจากเดินทางมายาวนานถึงตอนที่ 12 นอกจากเนื้อเรื่องแสนเข้มข้นที่ทำให้ผู้คนติดหนึบแล้ว คงมี ‘คอสตูม’ ของตัวละคร ที่ไม่ว่าใครก็ต้องพูดถึง โดยเฉพาะ ‘ฮงแฮอิน’ เพราะไม่ว่าออกมาฉากไหนก็สวยทะลุซีนอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ที่เข้ากับคาแร็คเตอร์ทายาทห้างดังเป็นอย่างดี

ครั้งหนึ่งเราเคยพูดถึงนาฬิกาของเธอใน “สมฉายาราชินีห้างดัง เปิด 5 นาฬิกาหรู ‘ฮงแฮอิน’ จากซีรีส์ Queen of Tears” ไปแล้ว บทความนี้เราจึงจะพาทุกคนไปซูมอินกระเป๋าแต่ละใบ รับรองว่าหรูหราไม่แพ้นาฬิกาแน่นอนค่ะ!

CELINE – Shoulder Bag Claude

เริ่มต้นใบแรกที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกและหรูหรา Shoulder Bag Claude จาก CELINE กระเป๋าสะพายไหล่ หนังลูกวัวสีแทนที่ตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์สีทอง มาพร้อมตัวล็อคเปิด/ปิด รูปทรียงฟ์สีเมทัลลิก โดยความพิเศษของกระเป๋ารุ่นนี้อยู่ที่สายสะพายซึ่งสามารถปรับหรือถอดออกได้ หากพูดถึงภาพรวม ใบนี้เหมาะกับหลายโอกาสตั้งแต่ลุคทางการไปจนถึงวันชิลๆ แมตช์ง่ายเข้ากับหลายโทนสี ราคาอยู่ที่ 115,000 บาท

CELINE – Mini 16in Satinated Calfskin

ต่อมายังอยู่กับ CELINE ในรุ่น Mini 16in Satinated Calfskin กระเป๋าใบจิ๋ว ขนาดกำลังพอเหมาะ 16 นิ้ว หนังลูกวัวสีดำสุดคลาสสิก ภายในบุด้วยหนังแกะ ตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์สีทอง และกิมมิกสำคัญคือมาพร้อมพวงกุญแจที่ทำให้ดูเก๋ขึ้นเป็นอีกเท่าตัว ราคา 120,000 บาท

Manhattan Small In Box Saint Laurent

ย้อนหลับมาที่กระเป๋าโทนสีน้ำตาล แต่เปลี่ยนบ้านเป็น Saint Laurent กับรุ่น Manhattan Small In Box Saint Laurent ที่มาในดีไซน์เหมือนกล่องสีเหลี่ยมผืนผ้า ตกแต่งด้วยเข็มขัดคาดหนึ่งรอบ พร้อมประดับด้ยฮาร์ดแวร์สีทอง ถือเป็นกระเป๋าอีกใบที่ไม่เอะอะ เข้ากับเทรนด์ Quiet Luxury ช่วงนี้จริงๆ สำหรับราคาอยู่ที่ 108,000 บาท

VALENTINO – Embellish VSLING Mini Top-Handle Bag

ที่สุดของความหรูหราต้องยกให้ Embellish VSLING Mini Top-Handle Bag จาก VALENTINO กระเป๋าปักเลื่อมบนหนังสีขาว ให้มิติที่โดดเด่นสะดุดตาชวนนึกถึงเครื่องประดับในยุค 50s’ ถือเป็นอีกชิ้นที่เหมาะกับคนรักงานดีเทล ไม่ว่าจะเก็บสะสมหรือถือออกงานยังไงก็คุ้มแน่นอน โดยมีราคาประมาณ 200,000 บาท

VALENTINO – Rockstud Calfskin Handbag

ถัดมายังอยู่กับ VALENTINO ในรุ่น Rockstud Calfskin Handbag ที่มีความโมเดิร์นมากขึ้นกับกระเป๋าสีแดงตกแต่งด้วยหมุดซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์รอบกระเป๋า พร้อมฮาร์ดแวร์สีทอง สนนราคา 130,000 บาท

DIOR – Saddle Bag with Strap

มาสู่กระเป๋าไอคอนิกอีกใบจาก DIOR กันบ้างกับรุ่น Saddle Bag with Strap กระเป๋าทรงอานม้าใบโปรดของใครหลายคน สำหรับฮงแฮอินเธอเลือกใช้เป็นลายเกรนสีดำ นอกจากจะแมตช์ง่ายแล้วยังใช้เป็น Everyday Bag ได้อีกด้วย ที่สำคัญตกแต่งด้วยอะไหล่ CD ที่บ่งบอกถึงแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ราคาอยู่ที่ 155,000 บาท

DIOR – Mini Lady Dior Bag

ไปกันต่อยังไม่จบกับ DIOR เพราะแฮอินยังถือรุ่นในตำนานอย่าง Mini Lady Dior Bag สี Passion Pink Patent มาให้เราได้ชม สำหรับใครที่หลงรักความสดใสบอกเลยว่าใบนี้ยังไงก็ต้องมี นอกจากจะใบเล็กกะทัดรัดแล้ว ยังสร้างความโดดเด่นกับลุคได้อีกด้วย ราคา 220,000 บาท

FERRAGAMO – Iconic Top Handle

สุดท้ายขอทิ้งทวนไว้กับ Iconic Top Handle จาก FERRAGAMO ถ้านึกถึงความโมเดิร์นยังไงก็ต้องมีแบรนด์นี้ติดอยู่ในโพล โดยรุ่นที่เธอถือถึงแม้จะเป็นกระเป๋าผู้หญิง แต่ดีไซน์ไม่ได้อ่อนหวานจนเกินไปและยังสะท้อนความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ยังตกแต่งด้วยตัวล็อค Gancio ที่ช่วยให้ดึงดูดสายตามากขึ้น ราคาประมาณ 88,000 บาท


รูปภาพ: Queen of Tears, FERRAGAMO, DIOR, VALENTINO, Saint Laurent และ CELINE

อาฮยอน BABYMONSTER

‘อาฮยอน BABYMONSTER’ เผยทริคผมสลวยที่เผลอทำเป็นประจำ

BABYMONSTER ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญในช่อง YouTube: 아이돌 인간극장 พวกเธอเผยเสน่ห์ความน่ารักสดใสที่ไม่อาจต้านทานได้ ทั้งยังแบ่งปันบุคลิกและลักษณะนิสัยของพวกเธอกับแฟนคลับ โดยหนึ่งในสมาชิกวงอย่าง อาฮยอน BABYMONSTER ก็ได้เผยถึงลักษณะนิสัยบางอย่างของเธอที่มักเผลอทำตลอดจนเพื่อนในวงชอบล้อเธอ

ซึ่งนิสัยที่เธอมักเผลอทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัวคือ การแปรงผมไปด้านหลัง เป็นสิ่งที่สมาชิกทุกคนรู้ดีว่าเธอทำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พวกอเธอรู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะหวีผมไปด้านหลังอย่างไร และประเมินว่าเธอทำกี่ครั้งในหนึ่งวัน

  • คำถาม: คุณคิดว่า คุณหวีผมไปข้างหลังกี่ครั้ง?
  • อาฮยอน: ฉันคิดว่า ฉันจะแปรงผมไปด้านหลังอย่างน้อย 200 ครั้ง
  • สมาชิกคนอื่นๆ: ทุกๆ สองนาที!
  • อาฮยอน: ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าทำไม แต่ฉันทำมันบ่อยมาก
https://www.youtube.com/watch?v=Zge2dQ-wEJg

Photo: ahyeon__jung


ตรวจสุขภาพ

เหตุผลที่แต่ละช่วงอายุ ควรต้อง ‘ตรวจสุขภาพ’ ต่างกัน มีปัจจัยอะไรบ้าง

ปีนี้คุณตรวจเช็คอัพสุขภาพกันหรือยัง? ปัจจุบันมีโปรแกรมตรวจหลากหลายมากเลย แต่ที่สำคัญต้องเลือกให้เหมาะกับแต่ละช่วงอายุ สามารถตรวจได้ทุกช่วงวัย เพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้

ซึ่งเหตุผลที่ทำไมแต่ละช่วงอายุ ตรวจสุขภาพ ต่างกัน เพราะในแต่ละช่วงอายุ ร่างกายเรามีความเสื่อม และปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ เพศหญิงและเพศชาย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน โดยนอกจากจะมีความเสื่อมของอวัยวะแล้ว ยังมีในเรื่องของฮอร์โมน ค่าทางชีวเคมีต่างๆ ในร่างกายที่เสื่อมลงอีกด้วย นอกจากการตรวจสุขภาพตามช่วงวัยแล้ว อาจตรวจเพิ่มในกรณีที่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ หรือมีการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นต้น หมอขอยกตัวอย่างการตรวจ และความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของแต่ละช่วงวัย ดังนี้ค่ะ

  • อายุน้อยกว่า 30
    เป็นวัยที่ร่างกายยังทำงานได้ดี แต่ก็เริ่มจะมีความเสื่อมเกิดขึ้น บางคนอาจเริ่มมีภาวะความดันโลหิตสูง ค่าน้ำตาล ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ดังนั้น จึงควรตรวจเพื่อดูค่าน้ำตาล ไขมัน การทำงานของตับ ไต การทำงานของปอด โดยการเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่เริ่มต้นก็จะช่วยให้แพทย์ได้เริ่มเห็นสัญญาณความเสื่อม และเฝ้าระวังได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ
  • ช่วงอายุ 30 – 40 ปี
    ในช่วงวัยนี้อวัยวะต่างๆ ยังทำงานได้ค่อนข้างดี ถึงแม้จะเริ่มมีความเสื่อมเกิดขึ้น แต่อาจจะยังไม่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติชัดเจน แต่ก็จะเริ่มมีอาการแสดงออกมา เช่น เหนื่อย เพลีย เรื้อรัง ไม่สดชื่น เริ่มมีปัญหานอนไม่หลับ การเผาผลาญแย่ลง ร่างกายไม่ฟิตเหมือนเดิม รวมถึงอาจมีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น ควรตรวจเพิ่มเติมจากเดิมคือ การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ตรวจความยืดหยุ่นของหลอดเลือด นอกจากนี้อาจตรวจดูความสมดุลของระดับฮอร์โมน เนื่องจากเป็นวัยที่ระดับฮอร์โมนในร่างกายเริ่มก้าวเข้าสู่ขาลง
  • ช่วงอายุ 40-50 ปี
    เป็นวัยที่การทำงานของร่างกายเริ่มเสื่อมถอย ระดับฮอร์โมนก็ลดลง หลายๆ ระบบในร่างกายแย่ลงจนแสดงออกมาชัดเจน ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานในน้อยลง หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น เริ่มมีความเสี่ยงจากโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจมากขึ้น จึงเป็นช่วงอายุที่ควรตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน การมองเห็น การได้ยิน ระบบสมองและความจำแย่ลง มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มมากขึ้น เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งปอดโดยเฉพาะผู้ที่สูบหรี่ ในผู้ชาย ต้องระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงต้องระวังการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป
    ช่วงวัยนี้ร่างกายมีความเสื่อมอย่างเห็นได้ชัดเจน ควรมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในทุกอวัยวะ ตรวจการทำงานของหัวใจ ตรวจ MRI สมอง ตรวจหาหินปูนที่เกาะหลอดเลือด (CT Calcium score) ตรวจมวลกระดูก รวมถึงการตรวจระดับฮอร์โมนด้วย เนื่องจากเป็นวัยที่ก้าวเข้าสู่วัยทองอย่างเต็มตัว มีความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ การเกิดมะเร็งหรือเนื้องอกในหลายๆ อวัยวะ ความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้หญิง

นอกจากการตรวจสุขภาพตามช่วงวัยแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างก็คือ การฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันก็เริ่มอ่อนลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อบางชนิดได้ง่าย และอาจเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงได้มากกว่าอายุยังน้อย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ งูสวัด เป็นต้น

ข้อมูล: พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จากศูนย์ตรวจสุขภาพแอดไลฟ์ ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)
ภาพ: Pexels


อู๋-ภัทรพล

เปิดวาร์ปน้องเล็กสุด อู๋-ภัทรพล หนุ่มอารมณ์ดีที่เต็มไปด้วยพลังบวก

นับเป็นอีกหนี่งโปรเจกต์ที่เป็นกระแสในโลกโซเชียลไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับอีกหนึ่งในโปรเจ็กต์ วิว ออริจินัล ใน Close Friend3 Soju Bomb ต้องบอกเลยว่าแต่ละคนต่างก็พกพาความมั่นใจมาเกินร้อย พร้อมกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแต่ละสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปจนสะดุดตาแฟนๆเป็นที่สุด แต่ที่ตกหัวใจแฟนซีรีส์ไปเต็มๆคงเป็นรอยยิ้มของน้องเล็กสุดในโปรเจกต์นี้ อู๋ ภัทรพล เฮงสุนทร บวกกับความอารมณ์ดีเต็มไปด้วยพลังบวกมองมุมไหนก็สุดคิ้วววว โกยคำชมไปเต็มๆ

ซึ่งต้องบอกเลยว่าโปรไฟล์ของ หนุ่มอู๋ นอกจากจะพกพาความสามารถมาแบบจัดเต็มแล้ว เขายังเต็มไปด้วยพลังบวกที่ใครได้อยู่ด้วยก็มีแต่ความสบายใจ

ประวัติ อู๋-ภัทรพล หนุ่มอารมณ์ดีที่เต็มไปด้วยพลังบวก

อู๋-ภัทรพล

ชื่อ : ภัทรพล เฮงสุนทร

ชื่อเล่น : อู๋

เกิดวันที่ : 27 สิงหาคม  2005

ส่วนสูง : 172  cm

น้ำหนัก : 60  kg

ภูมิลำเนา: กรุงเทพมหานคร

การศึกษา : มัธยมศึกษาปีที่ 6

กีฬาที่ชอบ  : บาส , บอล , ปิงปอง , แบตมินตัน

ความสามารถพิเศษ : บาส , pubilc speaking , ร้องเพลง , การแสดง

ผลงานการแสดงล่าสุด : Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์

ส่วนใครอยากรู้จัก อู๋ เจ้าของรอยยิ้มใจละลายจะช้าอยู่ไยเข้าไปตามส่องกันสิคะ IG : @au.patr  และ สามารถติดตามผลงานกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb ทุกวันพุธ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application และ https://www.viu.com/

Loro Piana Interiors กับงานที่ระลึก และยกย่องเกียรติ Cini Boeri ใน Milan Design Week

ย้อนรำลึกถึงวิสัยทัศน์ของ ชินิ โบเอริ (Cini Boeri) สถาปนิก และนักออกแบบสตรีชาวมิลาน ผู้ทรงอิทธิพลเนื่องในวาระครบรอบวันเกิดหนึ่งทศวรรษ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้ง Loro Piana

Loro Piana Interiors กับงานที่ระลึก และยกย่องเกียรติ Cini Boeri ใน Milan Design Week

Milan Design Week ในปีนี้ Loro Piana Interiors ได้รับความร่วมมือจากจูเลีย กับแอนโตนิโอ โบเอริ ผู้รวบรวมตัวอย่างผลงานของ ชินิ โบเอริ (Cini Boeri) ในการสรรค์สร้างผลงานการออกแบบจากแผนกจัดเก็บตัวอย่างผลงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ ชินิ โบเอริ เพื่อยกย่อง และย้อนรำลึกถึงวิสัยทัศน์ของสถาปนิก และนักออกแบบสตรีชาวมิลาน ผู้ทรงอิทธิพลเนื่องในวาระครบรอบวันเกิดหนึ่งทศวรรษ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้ง Loro Piana โดยมีฟรานเชสโก เปอร์กาโม ผู้อำนวยการแผนก Loro Piana Interiors และบริษัท Arflex สัญชาติอิตาเลียน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับสากลในการดำเนินการผลิต และถ่ายทอดทักษะความชำนาญอันเป็นเลิศของเมซงได้อย่างชัดเจน

ภายในงาน Loro Piana Interiors จัดแสดงผลงานขึ้นแบบอินสตอลเลชั่น มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากคอลเล็กชั่นต่างๆ อาทิเช่น Strips คอลเล็กชั่นเฟอร์นิเจอร์แยกชิ้น-ประกอบส่วน (modular system) เตียงนอน โซฟากับเก้าอี้เท้าแขนรุ่น Pecorelle เก้าอี้เท้าแขนรุ่น Bobo กับ Boborelax และเก้าอี้โต๊ะอาหาร กับเก้าอี้นั่งเล่นชุด Botolo เพื่อเอื้อให้ผู้เข้าชมได้ สัมผัส หรือลองนั่ง ด้วยตนเอง ล้วนดำเนินไปตามคำกล่าวของ ชินิ โบเอริ ที่ว่า เฟอร์นิเจอร์สมควรตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน อำนวยต่อการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง มอบความสะดวก คล่องตัวในการพลิกแพลงตามใจชอบ

โดยผลงานทั้งหมดเหล่านี้ ได้รับการตกแต่งด้วยงานหุ้มผ้าอันเป็นสิ่งทอจากทักษะความเป็นเลิศของ Loro Piana Interiors ด้วยวัสดุผ้า Cashfur ผ้า Cashmere Raw ผ้าทอใยขนสัตว์ Tiepolo ผ้า Cashmere Sherpas และผ้า Pecora Nera® อันเป็นผลลัพธ์ ก่อลูกเล่นขัดแย้งระหว่างรูปลักษณ์นุ่มละมุนเหมือนสักหลาด หรือกำมะหยี่ กับสัมผัสเนียนละไม สบายผิว และมีน้ำหนักเบาเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 100 ตัวพร้อมหมายเลขกำกับรุ่น

สำหรับ Piana Interiors ระหว่าง Milan Design Week จัดขึ้น ณ Cortile della Seta ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Loro Piana ในเมืองมิลาน และพร้อมต้อนรับผู้เยี่ยมชมทั่วไป ระหว่างวันที่ 16 ถึง 21 เมษายน 2024 นี้


"มาดอนนา"

ลูกชาย “มาดอนนา” จัดนิทรรศการภาพวาดได้แรงบันดาลใจจากนักมวยไทย

เผลอแป๊บเดียวก็โตกันหมดแล้วสำหรับเหล่าทายาทของตำนานราชินีเพลงป็อปโลก “มาดอนนา” โดยเมื่อไม่นานมานี้ลูกชายวัย 23 ปี ของเธอ Rocco Ritchie ได้จัดนิทรรศการ ภาพวาดคอลเลคชัน Pack A Punch ที่ได้แรงบันดาลใจจากนักมวยไทย โดยรายงานยังระบุว่า ผลงานของลูกชายนักร้องซูเปอร์สตาร์นั้นมีมูลค่าอยู่ที่ชิ้นละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 919,337 บาท

 "มาดอนนา"

สำหรับ Rocco Ritchie เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2000 เกิดที่ ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ขาเป็นลูกชายคนแรกของมาดอนน่าและกาย ริตชี่ อดีตสามี เนื่องจากแม่ของเขาเป็นชาวอเมริกันและพ่อของเขาเป็นชาวอังกฤษ ทำให้ Rocco Ritchie ได้ใช้ชีวิตทั้ง ในนิวยอร์ก ลอสแองเจลิส และลอนดอน 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาอายุได้ 14 ปี พ่อและแม่ของเขาหย่าร้างกันและเกิดศึกแย่งชิงลูกขึ้นอย่างไรก็ตาม เพราะชื่อเสียงความนิยมที่ขึ้นสูงอย่างสุดขีดของผู้เป็นแม่ ทำให้เขาได้ไปอยู่กับพ่อ และอุทิศตนเพื่อเป็นจิตรกร

Rocco Ritchie หลงใหลในศิลปะและลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนศิลปะชื่อดัง Central Saint Martins ในกรุงลอนดอนก่อนจะย้าย ไปเรียนที่ Royal Drawing School 

หลังจากสำเร็จการศึกษา Rocco Ritchie กลายเป็นจิตรกรอย่างเต็มตัว โดยในตอนแรกเขาใช้นามแฝงว่า Rhed ก่อนจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง โดยนอกจากการวาดภาพแล้วเขายังเป็น ผู้ก่อตั้งแกลเลอรี Maison Rhed ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน

อย่างไรก็ตาม นิทรรศการล่าสุดของเขา “Pack a Punch” ได้รับแรงบันดาลใจจากนักมวยไทย ซึ่งเจ้าตัวรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับงานที่จัดแสดงนี้มาก ขณะที่แม่ของเขา ได้โพสต์ภาพถ่ายพร้อมแคปชั่นบอกเล่าความรู้สึกภูมิใจในตัวลูกคนนี้

ภาพจาก https://www.instagram.com/madonna/

ซูบิน TXT

ผิวโกลว์หล่อจนเป็นไวรัล ‘ซูบิน TXT’ ชี้เป้าไฮไลท์ที่ใช้จริง หลังแฟนคลับคาดเดาหลากแบรนด์

ก่อนหน้านี้ เมคอัพลุคหน้าโกลว์ของ ซูบิน TXT ได้รับความสนใจจนเป็นกระแสไวรัลอย่างมาก ทำเอายอดวิวถล่มทลาย เพราะแฟนคลับหลายคนต่างก็เข้าไปส่องและพยายามคาดเดาว่าเขาใช้ไฮไลท์จากหลากหลายแบรนด์ดัง แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจริงๆ จากแบรนด์ไหน? จนในที่สุดก็มีแฟนคลับรายหนึ่งตัดสินใจถามเขาโดยตรงระหว่างงานแฟนไซน์ว่าพวงแก้มที่แวววาวเปล่งประกายอมชมพูของเขาใช้ผลิตภัณฑ์อะไร

  • แฟนคลับ: ซูบิน คุณรู้ไหมว่าวิดีโอของคุณในงานมินิแฟนมีตติ้งกลายเป็นทวีตยอดฮิต เพราไฮไลท์บนใบหน้าของคุณ?
  • ซูบิน: อ่า รีทวีตเหรอ? บนทวิตเตอร์? ใช่ๆ
  • แฟน: แต่คุณจะบอกเราได้ไหมว่าคุณใช้ผลิตภัณฑ์อะไร?
  • ซูบิน: แน่นอน
  • แฟน: แล้วมันคืออะไรเหรอ?
  • ซูบิน: อืม มันโอเคสำหรับฉันที่จะบอก…นั่นดิออร์
  • แฟน: อ่า จริงเหรอ?
  • ซูบิน: มันคือ Dior มี 4 สีในตลับ นั่นคืออันที่ฉันใช้
  • แฟน: จริงเหรอ? เพราะมีคนพยายามค้นหาอันที่คุณใช้อยู่
  • ซูบิน: อ่า ฉันรู้สึกเหมือนกำลังทำสิ่งดีๆ ให้กับ Dior ที่นี่ (หัวเราะ)

และไฮไลท์ที่ซูบินป้ายยาก็คือ Dior Backstage Glow Face Palette Multi-Use Illuminating Makeup Palette – Highlight & Blush พาเล็ตต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากความวุ่นวายหลังเวทีแฟชั่นโชว์ ให้สามารถแต่งผิวได้ง่ายดายเหมือนเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพ เนื้อไฮไลต์เกลี่ยง่ายดาย เนียนไปกับผิว สามารถเพิ่มระดับความแวววาวได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโกลว์สวยอย่างธรรมชาติ หรือให้ผิวฉ่ำวาวถึงขีดสุด ตลับละ 4 สี สามารถเลือกเฉดเข้ากับโทนผิวทุกสไตล์ สีพีชเนื้อชิมเมอร์ละเอียด สีบรอนซ์ที่เน้นความมีมิติ สีทองและสีขาวไข่มุกที่อัดแน่นด้วยกลิตเตอร์…ต้องขอบคุณซูบินที่ทำให้ในที่สุดพวกเราก็สบายใจที่ได้เมื่อรู้ว่าเขาใช้ไฮไลท์อะไรในการแต่งผิวโกลว์สวยขนาดนี้

Photo: Dior , page.soobin , #soobintxt


“ครูอิ๊งค์ – ดวงพร ต๊ะปัญญา” เจ้าของสตูดิโอพิลาทิสสุดฮ็อต Figure 8 Pilates

หากพูดถึงสตูดิโอพิลาทิสในเมืองไทยที่โด่งดังในโลกออนไลน์ คนดัง เซเลบริตี้แห่จองคิวกันแน่น ต้องยกให้ “Figure 8 Pilates” โดย “ครูอิ๊งค์ ดวงพร ต๊ะปัญญา” เพราะการสอนอย่างจริงใจ มีความเป็นส่วนตัวทำให้ปัจจุบัน Figure 8 Pilates ทั้งขยายสาขา และเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งพอมองย้อนไปจุดเริ่มต้น ที่ไม่ได้ชอบพิลาทิส ก็ยิ่งน่าสนใจมากไปอีก

เพราะบาดเจ็บ จึงรู้จัก 

“เมื่อก่อนอิ๊งค์ชอบออกกำลังกายแบบหนัก วิ่ง กระโดด กระทั่งเกิดอุบัติเหตุเจ็บเข่า ปวดหลัง ถึงขั้นต้องฉีดสเตียรอยด์เข้าไปที่หลัง  คุณหมอให้หยุดออกกำลังกายทุกอย่าง 8 เดือน

“พอเข้าเดือนที่ 4 อาการเริ่มดีขึ้น คุณหมอปรับเป็นให้หยุดเฉพาะกีฬาหนัก แล้วเล่นกีฬาที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อ อย่างโยคะ แต่สไตล์อิ๊งค์ไม่ชอบอะไรที่ช้าๆ คุณหมอจึงเชียร์ให้เล่นพิลาทิส ทีแรกไปลองเล่นแบบกลุ่มกลายเป็นว่าอาการเจ็บยังอยู่  พอกลับไปเล่าปัญหาให้คุณหมอฟังจึงเกิดการวิเคราะห์ว่าอาจใช้กล้ามเนื้อไม่ถูกต้อง อิ๊งค์จึงตัดสินใจไปเรียนอนาโตมี่เพื่อให้เข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อทุกส่วน จะได้นำมาปรับใช้กับตัวเอง ทำให้รู้ว่าต้องใช้ร่างกายส่วนไหน เวลาดึงยกร่างกาย ใช้แรงกล้ามเนื้อส่วนไหนต้าน แขม่วท้องอย่างไร ยืนท่าไหน ซึ่งพิลาทิสเป็นการออกกำลังกายที่เหงื่อออกไม่เยอะ แต่รับรู้ได้ว่าได้บริหารกล้ามเนื้อทั้งตัว เพราะปวดเมื่อยสุดๆค่ะ (หัวเราะ) สะใจไม่ต่างกับการออกกำลังกายบอดี้เวทเลยทีเดียว

“ใช้เวลา 6 เดือนกับการเล่นพิลาทิสร่างกายเริ่มดีขึ้น ไม่มีอาการบาดเจ็บแล้ว จึงเล่นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน 15 ปี แล้วเข้าใจท่าต่างๆ และวิธีใช้เครื่องพิลาทิสอย่างดี จึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพ marketing เพื่อมาเป็นครูสอนพิลาทิสและเปิดสตู Figure 8 Pilates”

โด่งดังจากพลังโซเชียล 

“Figure 8 Pilates ปัจจุบันมี 2 สาขา สาขาแรกคือ RQ Residence สุขุมวิท ซอย 49/9 เปิดมาได้ 3 ปี นักเรียนถามเชิงชวนว่าไปเปิดแถวบ้านเขาคือราชพฤกษ์ได้มั้ย ซึ่งบริเวณนั้นมีลูกค้าอยู่ค่อนข้างเยอะ เป็นกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มคุณแม่ส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จแล้วว่างในช่วงกลางวัน จึงเลือกขยายสาขาสองมาเปิดที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ราชพฤกษ์ ทำเป็น small group 1 ห้อง และ Private อีก 1 ห้อง อยากให้มีความแตกต่างกับสาขาสุขุมวิทที่เป็น private only ​  

“ต้องขอบคุณเหล่าเซเลบฯ คนดังที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกต่อๆ กัน และช่วยโปรโมทลงโซเชียล ทำให้ลูกค้าพากันตามมา ฮิตจนต้องรอคิว ซึ่งความจริงอิ๊งค์รับหมดนะคะไม่ว่าจะเป็นใคร  อิ๊งเชื่อว่าที่คนดังและลูกค้าติดใจเล่นพิลาทิสที่นี่เพราะอิ๊งค์เข้าถึงนักเรียน เป็นกันเอง ช่วยดูสรีระของแต่ละคนอย่างละเอียดว่าควรจัดตำแหน่งในการออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ นักเรียนเชื่อมั่นในประสบการณ์ของอิ๊งค์ ส่วนใหญ่เล่นกันมานานแล้ว บางคนอยู่กับอิ๊งค์มาถึง 4 ปี ไม่มีใครเล่นแค่ไม่กี่ครั้งแล้วหายไป เพราะอิ๊งค์สร้างความตื่นเต้นด้วยการคิดท่าใหม่ๆ มานำเสนอเสมอ จึงทำให้ไม่น่าเบื่อ โดยค่อยๆ เพิ่มระดับความยากขึ้นไป ทำให้นักเรียนต้องคอยมาอัพเดทท่าเล่นใหม่ๆ กันเรื่อยๆ

ต่อยอดแบรนด์อาหารเสริม Plant Based Protein 

“อิ๊งค์แพ้นมวัว แต่เพิ่งรู้ตัวว่าแพ้ ความที่เคยกินข้าวไม่ตรงเวลา แล้วดื่มนมแทน ซึ่งมันไปสะสมอยู่ในร่างกายจนเกิดอาการตัวบวม อาเจียน เป็นลมพิษจนต้องกินยามาเรื่อยๆ กระทั่งนักเรียนที่เป็นหมอแนะนำให้ไปเจาะเลือดตรวจว่าแพ้อะไรบ้าง ก็เจอว่ามีอาการแพ้รุนแรงหลายอย่าง เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ถั่วบางชนิดกินไม่ได้ ต้องเลือกพวกถั่วลันเตา เมล็ดฟักทอง แต่อิ๊งค์กินอะไรแบบนี้ไม่เป็น คุณหมอจึงแนะนำให้รู้จักอาหารกลุ่ม Plant Based Protein 

“พยายามซื้อมาลองหลายยี่ห้อนะคะ แต่ช่วงแรกคือกินไม่เป็นเลย รู้สึกว่ากินยาก พอดีน้องรู้จักคนที่ทำโปรตีนเสริม อิ๊งจึงไปปรึกษาสูตรที่ตัวเองกินได้ ช่วงแรกไม่ได้ตั้งใจทำขาย ผ่านไป 1 ปีนักเรียนสงสัยว่าอิ๊งค์สอนทั้งวันไปกินข้าวตอนไหน ก็ตอบไปว่ากิน plant based นักเรียนจึงมาขอชิมสูตรแล้วเชียร์ให้ทำขาย จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ Pplus Protein เพื่อแชร์ให้คนที่มีปัญหาสุขภาพแบบอิ๊งค์ได้มีทางเลือกในการคลี่คลาย

“ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว วางขายตามท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต 16 สาขา กระแสตอบรับดีมากค่ะ ตอนนี้มีแพลนจะไปวางขายที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย น่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ค่ะ” (ยิ้ม)

พร้อมเติบโต

“สำหรับแผนอนาคตอันใกล้นี้ Figure 8 Pilates เตรียมขยายสาขาไปเปิดที่ต่างประเทศ เพราะลูกค้าที่เรียนกับอิ๊ง ตอนแรกเขามีอาการบาดเจ็บที่เข่าพอเรียนมาเรื่อยๆ เขาสามารถกลับไปเดินได้เป็นปกติ เขาจึงสนใจอยากได้เเฟรนไชส์ไปเปิดที่โน่น จะได้ไม่ต้องบินไปมาเพื่อมาเรียน แล้วคนที่นั่นจะได้ใช้บริการด้วย ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทำสัญญา น่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ค่ะ

“อิ๊งค์อยากเพิ่มบริการแบบ full service ที่มีทั้งการสอนพิลาทิสแบบไพรเวต มีนักกายภาพบำบัด และหมอมาช่วยดูแลให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรในที่เดียว”

“หลายครั้งที่อิ๊งค์ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับร่างกายด้วยพิลาทิสให้กับหลายๆ คน อาทิ ปัญหาเดินห่อไหล่ อาการบาดเจ็บตามร่างกาย และอื่นๆ เวลาอิ๊งค์เห็นนักเรียนสุขภาพดีขึ้น มีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย เป็นความสำเร็จเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับใจอิ๊งค์แล้วค่ะ”

Figure 8 Pilates
Facebook: Figure eightpilates
Instagram: Figure8pilates

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง รังสรรค์ความอร่อยส่งตรงถึงลูกค้าคนพิเศษ

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง (KRUNGSRI PRIVATE BANKING) นำโดยนางสาวกนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา Unlocking Value: Navigating World of Private Equity สำหรับลูกค้ากรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง พร้อมรังสรรค์ความอร่อยส่งตรงถึงลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ ภายในงานเสิร์ฟอาหารจีนสไตล์ฝรั่งเศสจากร้านดัง Cross BKK ที่สร้างปรากฎการณ์จองเต็มข้ามปี โดยเชฟไอซ์ ศิวพล ปลื้มธีรวงศ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของห้องอาหารจีนแต้จิ๋วเก่าแก่อย่าง ‘รื่นรสภัตตาคาร’ พร้อมอัปเดตการลงทุนในกองทุนกรุงศรีโกลบอลไพรเวทอิควิตี้ (KFGPE-UI) สำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ

เชฟไอซ์ ศิวพล ปลื้มธีรวงศ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและเชฟหลักจาก Cross BKK

ความพิเศษเหนือระดับครั้งนี้ยกให้ เชฟไอซ์ ศิวพล ปลื้มธีรวงศ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและเชฟหลักจาก Cross BKK ที่มารังสรรค์เซทอาหารจีนสไตล์ Fine Dining ให้กับลูกค้ากรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ได้ลิ้มรส เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างเปาะเปี๊ยะรื่นรส และขนมจีบหอยเชลล์และเป๋าฮื้อฟูเจี้ยน เสิร์ฟพร้อมซุปไก่กระเพาะปลาสด เมนูซิกเนเจอร์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ตัวซุปไก่สูตรเฉพาะเคี่ยวจากไก่แก่และกังป๋วยจนได้เป็นน้ำซุปสีขาว รสเข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทานคู่กับกระเพาะปลาสดอย่างดีที่ใช้เวลาในการทำนานถึง 4 วันกว่าจะได้ซุปที่ได้ลิ้มลองกัน นอกจากกระเพาะปลาที่ถูกตุ๋นจนนุ่มแต่ไม่เหนียวแล้ว ยังตัดเลี่ยนด้วยหอยเชลล์แห้งและส่วนผสมของยาจีนอย่างฮ่วยซัวและเก๋ากี้ ที่ทำให้ซุปชามนี้กลมกล่อม ซดคล่องคอ

ปิดท้ายด้วยของหวาน พุดดิ้งชาอู่หลงรังนก และเครื่องดื่มสุดพิเศษ ชาเก็กฮวยหิมะจากเทือกเขาคุนหลุน

เรียกว่างานสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่สร้างความประทับใจในรสชาติสุดพิเศษแบบไม่ต้องแข่งจองกับใคร พร้อมอัปเดตข้อมูลข่าวสารด้านการลงทุนก่อนใคร ซึ่งกรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกค้าคนพิเศษอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี