ศิตา ชุติภาวรกานต์

คุยกับ ศิตา ชุติภาวรกานต์ เซเลบรุ่นใหม่ ผู้บุกเบิกธุรกิจแฟชั่น Bchu Runway

โลดแล่นไปทุกวงการ ไม่ว่าจะสายนักแสดง แฟชั่นนิสต้า หรือนักธุรกิจ สืบเนื่องเพราะ ศิตา ชุติภาวรกานต์ เซเลบรุ่นใหม่วัย 26 ปีที่มีชื่อเล่นชื่อเดียวกับชื่อจริงอย่าง ศิตา มองว่า ชีวิตเกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็อยากลุยทำสิ่งที่สนใจ สิ่งที่ชอบหลายๆ อย่างให้หมด จะได้ไม่มานั่งเสียใจภายหลัง ซึ่งล่าสุดเธอก็ทำอีกความฝันที่มีมาตั้งแต่เด็กสำเร็จ กับการเปิดธุรกิจส่วนตัวด้านเสื้อผ้าให้เช่าที่มีชื่อว่า Bchu Runway (บีชู รันเวย์) ตั้งอยู่ที่ทองหล่อ ซอย 20 

ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์

เปิดตัวธุรกิจแบรนด์ Bchu Runway ไปแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับเซเลบสาว ศิตา ชุติภาวรกานต์ ทายาทนักธุรกิจผู้รับผลิตครีมด้านความงามให้กับแบรนด์ต่างๆ โดยธุรกิจบีชู รันเวย์ของศิตานี้ เป็นแหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนท์ ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิดว่า ผู้หญิงยุคดิจิทัลจะต้องดูดีตลอดเวลา และเชื่อว่าการแต่งตัวที่ดีจะสามารถสร้างโอกาสสำคัญในชีวิตได้ ซึ่งทางร้านได้คัดสรรเสื้อผ้าจากฝีมือดีไซเนอร์ดัง คัตติ้งคุณภาพหลากหลายแนวมาไว้ให้เลือกสรร ซึ่งมาในรูปแบบตัวแทนเช่าอย่างเป็นทางการที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย โดยมีแบ่งเป็นโซนๆ ให้ใช้งาน อาทิ ชุดสำหรับไปงานแต่งงาน, งานปาร์ตี้, งานกาล่าดินเนอร์, ชุดสำหรับไปร่วมพิธีที่เป็นทางการไปจนถึงชุดสบายๆ สำหรับ Everyday Look ในรูปแบบ 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ เช่า-สวมใส่-ส่งคืน โดยมีระยะเช่าให้เลือกระหว่าง 4 วัน กับ 8 วัน

ศิตา ชุติภาวรกานต์
มาตุภูมิแห่งหัวใจ
ศิตา ชุติภาวรกานต์
มาตุภูมิแห่งหัวใจ

สำหรับศิตา เซเลบสาวหน้าสวยคนนี้ หลายคนอาจจะคุ้นหน้ากันมาบ้างแล้ว เพราะเธอเคยฝากงานแสดงเอาไว้ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง คนขับรถ (Driver) แสดงกับ ปั้นจั่น-ปรมะ, โสด Stories ทางช่อง One31 และละครชุด My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก เรื่อง มาตุภูมิแห่งหัวใจ ที่กำลังจะออนแอร์เร็วๆ นี้ทางช่อง 3 อีกทั้งยังเคยคบหากับนักร้องหนุ่ม กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ส่วนในด้านการศึกษาก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะสำเร็จการศึกษาจากคณะ Media and Communication สาขา Economics and Production ที่ University of New South Wales เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

เนื่องจากเปิดตัวธุรกิจ อีกความฝันหนึ่งแบบนี้ เจอตัว ศิตา ชุติภาวรกานต์ จึงไม่พลาดพาไปคุย 

ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์

จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจ Bchu Runway จุดประกายจากตัวศิตาเอง

ศิตา: จริงๆ คือจุดประกายด้วยตัวเองด้วยค่ะ เพราะว่าเป็นคนใส่เสื้อผ้าบ่อย ใส่เสื้อผ้าครั้งหนึ่ง จำนวนเงินเป็นหมื่นเป็นแสนบาท แล้วตัวหนึ่งบางทีเราใส่ครั้งเดียว เราเลยรู้สึกว่าเราควรจะทำอะไรกับมันดี ก็เลยมองว่าผู้หญิงบางคนใส่เสื้อผ้าครั้งเดียว หรือมีเสื้อผ้าเต็มตู้แต่ไม่รู้จะใส่อะไร ก็เลยจุดประกายเป็นไอเดียธุรกิจ Bchu Runway ขึ้นมา แต่ด้วยความที่เราไม่อยากไปละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ด้วยการไปเอาเสื้อผ้ามือสองมาปล่อย เราเลยเริ่มที่จะคุยกับแบรนด์เสื้อผ้าจริงจังว่า ถ้าเราทำธุรกิจแบบนี้ เราทำงานร่วมกันได้ไหม เป็นพาร์ทเนอร์กันโดยตรงได้ไหม แล้วก็เริ่มทำจากตรงนั้นค่ะ

ลงมือ ลงแรง เดินสำรวจ ทำเองทุกขั้นตอน

ศิตา: ใช่ค่ะ ส่วนใหญ่จะคัดสรรเสื้อผ้าเอง ด้วยความที่เป็นคนชอบแฟชั่นอยู่แล้วก็เลยเลือกเอง ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เราเตรียมแผนมาประมาณครึ่งปี ศิตาก็ทำเองทุกกระบวนการเลยค่ะ

 

ศิตา ชุติภาวรกานต์
ผลงาน Bchu Runway
ศิตา ชุติภาวรกานต์
ผลงาน Bchu Runway

ที่มาของชื่อ Bchu Runway

ศิตา: เป็นนามสกุลตัวเอง ชุติภาวรกานต์ ตรง ชุ (Chu) เวลาเราเรียนอยู่เมืองนอก ทุกคนจะเรียก “ชู” สั้นๆ เพราะเหมือนเป็น Short name คำเรียกชื่อสั้นๆ แล้ว B ก็เหมือนเรา คล้ายๆ เรา

ไม่ได้เรียนจบสายแฟชั่นมาโดยตรง แต่ก็นำสิ่งที่เรียนมาปรับใช้กับธุรกิจ

ศิตา: จริงๆ จบด้าน Media และเศรษฐศาสตร์มาสองอย่าง ก็มีการนำมาปรับกับงาน จริงๆ ด้าน Media ก็ค่อนข้างมีส่วนมากๆ นะคะ ในการนำมาปรับใช้กับธุรกิจ Bchu Runway เนื่องจากเราเรียนด้านสื่อมีเดียมา เราก็จะมาคุมคนที่ทำมีเดียอีกทีหนึ่ง ส่วนด้าน economic ก็เอามาใช้ในเรื่องของการบริหารได้ค่ะ

เป็นผู้หญิงชอบแต่งตัว แล้วศิตาชอบแต่งสไตล์ไหนเป็นส่วนใหญ่

ศิตา: แต่งวาไรตี้มาก เราเป็นคนแต่งได้ทุกแนว ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่แนวสตรีท เท่ เปรี้ยว ก็เลยจุดประกายไอเดียตู้เสื้อผ้าแบบไม่จำกัดแนว (Unlimited Closet) ให้กับธุรกิจของเราด้วย

ศิตา ชุติภาวรกานต์
ศิตากับคุณแม่

ครอบครัวได้ให้คำปรึกษาในเรื่องการทำธุรกิจบ้างไหม

ศิตา: คุณพ่อคุณแม่ท่านทำธุรกิจ OEM เกี่ยวกับครีม รับผลิตครีมให้กับแบรนด์ต่างๆ เราก็ได้เรียนรู้บ้างค่ะ แต่ว่าด้วยความที่เขาเป็นคนรุ่นก่อน บางทีไม่ได้ยุคดิจิทัลมาก เราก็นำบางอย่างมาใช้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางทีเขาไม่ได้เป็นคนดิจิทัลจ๋า

ศิตา ชุติภาวรกานต์

ย้อนไปช่วงเด็ก เรามีความฝันอยากทำธุรกิจอยู่แล้วด้วย

ศิตา: ใช่ค่ะ เราอยากดูเป็นไอดอล อยากประสบความสำเร็จในด้านนี้ จริงๆ ก็แสดงละครด้วย แต่สนใจธุรกิจด้วย สนใจแฟชั่นด้วย (หัวเราะ) ด้วยความที่เราเกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว เราไม่สามารถกลับไปเกิดใหม่ได้ เราก็เลยอยากลองทุกอย่างที่เรารู้สึกชอบ จะได้ไม่เสียใจไปกับมันค่ะ


“เราเกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว เราไม่สามารถกลับไปเกิดใหม่ได้ เราก็เลยอยากลองทุกอย่างที่เรารู้สึกชอบ จะได้ไม่เสียใจไปกับมันค่ะ”

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเป็นคนอย่างไร

ศิตา: เป็นคนกินง่าย ชอบอะไรก็จะกินอยู่อย่างนั้น จะกินซ้ำๆ ทุกวัน (หัวเราะ) จนทุกคนเบื่อแล้วนะ แต่ศิตายังกินอยู่ ส่วนเรื่องท่องเที่ยว เป็นคนชอบเที่ยวธรรมชาติ บวกช้อปปิ้งด้วย จริงๆ เป็นคนชอบออกไปเที่ยว เพราะมันได้แรงบันดาลใจต่างๆ มาใส่ในหัว ก็เลยจะชอบออกไปเที่ยวค่ะ

ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์

ศิตา ชุติภาวรกานต์

เรื่องแฟชั่นชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเรื่องการดูแลตัวเอง การแต่งหน้า

ศิตา: เป็นคนแต่งหน้าอ่อนๆ แต่แต่งหน้าเองไหมวันธรรมดา ก็แต่งบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยแต่งหน้าเอง ถ้าไม่ได้ไปงานจะพักหน้า เป็นคนชอบบำรุงผิวมากกว่า เพราะเป็นคนหน้าแห้ง ก็จะเน้นพวกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นมาสก์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์

เป็นคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยหันมาทำธุรกิจแบบนี้ เวลาเจออุปสรรคในการทำงาน มีวิธีจัดการอย่างไร

ศิตา: จริงๆ เป็นคนที่อดทนมาก เป็นคนที่ไม่ค่อยท้อกับอะไร รู้สึกว่าทุกอย่างมันมีทางออก ด้วยความที่เราเป็นคนมุทะลุด้วยแหละ เราเห็นเป้าหมายเราชัดเจน ฉะนั้นเราพุ่งไปอย่างแข็งแรง เราเลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่ได้มาง่ายๆ แต่มันได้มาทุกครั้ง เพราะว่าเราอดทน


“ทุกอย่างมันไม่ได้มาง่ายๆ แต่มันได้มาทุกครั้ง เพราะว่าเราอดทน”

ศิตา ชุติภาวรกานต์

ฝากผลงานในมาดนักธุรกิจสาว ธุรกิจด้านเสื้อผ้าที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิงยุคใหม่

ศิตา: ก็จริงๆ อยากให้ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ก่อนเนอะ ‭www.bchurunway.com‬ อยากให้สาวๆ รุ่นใหม่ลองใช้เว็บไซต์เราดู เพราะเราจะมี application เปิดออกมาให้เลือก แค่กด เช่า นั่งอยู่ที่บ้านแล้วเดี๋ยวเราจะเอาไปส่ง จากนั้นพอคุณใส่เสร็จ เราก็จะไปรับชุดคืนถึงบ้านเลย ถ้าคุณรู้ไซต์ของตัวเอง ไม่ต้องมาลองที่ร้านให้เสียเวลาก็ได้ เพราะเราออกแบบธุรกิจมาให้คนได้ใช้ง่ายที่สุด ใช้ได้ทุกอย่างเลยค่ะ

สวย เก่ง ขยัน อดทน และใฝ่หาทำสิ่งใหม่ๆ แบบนี้ น่าเอาเป็นตัวอย่างมากๆ

ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์ ศิตา ชุติภาวรกานต์ศิตา ชุติภาวรกานต์

 

 


เรื่อง: กัญญาวีร์ วิมลรัตน์
ภาพ: IG @sita.chu

คุณหน่อง เปิดใจน้ำตาคลอเบ้า ละครบุพเพสันนิวาส ไปไกลมากกว่าฝัน

น้ำตาคลอเบ้า คุณหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธ์ บิ๊กบอส ผู้ผลิต ละครบุพเพสันนิวาส เปิดใจถึงผลงานชิ้นเอก สร้างชื่อสร้างประโยชน์แก่ผืนแผ่นดินไทย

คุณหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธ์ ผู้บริหารใหญ่ของค่ายละคร บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

บางครั้งน้ำตาก็ไม่ได้แสดงถึงอารมณ์ความทุกข์เสมอไป เพราะบางครั้งน้ำตาที่ออกมาก็เป็นการแสดงถึงความรู้สึกยินดี ปลาบปลื้มใจอย่างสุดๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธ์ ผู้บริหารใหญ่ของค่ายละคร บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตละครดังบุพเพสันนิวาส จึงได้ทราบถึงความรู้สึกปลื้มและอิ่มเอมใจของผู้ที่ทำงานเบื้องหลังได้เห็นผลงานที่สร้างมากับมือประสบความสำเร็จอยู่ในหัวใจของแฟนละคร นอกจากนี้คุณหน่องยังได้เผยว่าไม่ได้ดีใจแค่ว่า ละครบุพเพสันนิวาส โด่งดังเท่านั้น แต่ยังปลื้มใจที่ทำให้เกิดกระแสของวัฒนธรรมไทย รวมถึงยังสร้างรายได้และอาชีพให้กับหลายๆ คนอีกด้วย

ถามถึงความคืบหน้าของ ละครบุพเพสันนิวาส 3 ตอนพิเศษตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?

คุณหน่อง : ตอนนี้ 3 ตอนพิเศษช่องตัดไปบ้างแต่ว่ายังไม่เสร็จเพราะว่า ม้วนหลักที่ 14, 15 ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งหลังจากงานรำแก้บนวันนี้เสร็จพี่ก็ต้องเข้าไปเช็คงานม้วนที่ 14 ซึ่งจะออกอากาศในวันพฤหัสบดีนี้ ส่วนม้วนที่ 15 ก็ยังมีความหนักใจอยู่ว่าจะอย่างไรดีเพราะมีความยาวและเนื้อหามีความสำคัญหมดเลย ตอนนี้ทีมงานทุกคนทำงานกันอย่างเข้มแข็งมากทั้งวันทั้งคืนเลย ทุกวันนี้พี่เองได้นอนแค่ 2-3 ชม.ต่อวัน

อยากทราบว่า 3 ตอนพิเศษจะออกมาในรูปแบบไหน?

คุณหน่อง : ยังบอกไม่ได้ ขอเก็บเป็นความลับก่อนค่ะ แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้เรียกตัวกลับมาแค่พระเอกหรือนางเอก เราเรียกตัวกลับมาถ่ายทุกคน ส่วนเนื้อหาไม่ได้มีการเพิ่มเนื้อเรื่องเข้าไป เป็นเพียงแค่ซีรี่ส์สั้นๆ ไม่ยาว เปิดเรื่องด้วยการะเกด ซึ่งตอนพิเศษนี้ก็ถือเป็นของขวัญให้กับผู้ชม

เห็นว่าหลังจากที่ตัดสินใจเพิ่ม 3 ตอน โฆษณาเต็มหมดตั้งแต่วันประกาศ แถมยังทุบสถิติค่าโฆษณาแพงที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งหมด 260 ล้านบาท?

คุณหน่อง : เรื่องนี้ต้องถามทางช่อง 3 พี่เป็นแค่ Production ผลิตให้ช่อง แต่ค่าโฆษณาเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องตรงนั้น

รู้สึกอย่างไรบ้างกับการทุบสถิติค่าโฆษณาที่มากที่สุดของช่องแล้ว ราคา 4.8 แสนบาทต่อ 1 นาที?

คุณหน่อง : ลูกค้าบ่นว่าเข้าไม่ได้ มันก็เลยล้นออกมาเป็น 3 ตอนพิเศษ 3 ตอนที่ออกมา ท้ายก็จะมีเบื้องหลังการที่จะเกิดเป็นบุพเพสันนิวาสเราทำอะไร ทำการบ้านมากขนาดไหนก็คิดว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการละครได้

คุณหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธ์ และ ใหม่-ภวัต พนังคศิ ผู้กำกับละคร บุพเพสันนิวาส

รู้สึกอย่างไรบ้างเรื่องค่าโฆษณาทำสถิติใหม่?

คุณหน่อง : จริงๆ ดีใจกับทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน หรือแม้แต่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพี่ได้ทราบว่าละครเรื่องบุพเพสันนิวาสทำให้เกิดกระแสนิยมไทย สร้างรายได้ให้กับร้านค้า, ร้านเช่าชุด, ช่างหน้า, ร้านทำผม, คนนิยมเดินทางมาทำบุญที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามากขึ้น พี่เองได้มีโอกาสได้เจอกับประชาชนในจังหวัด เขาเข้ามาขอบคุณที่ทำให้เขามีรายได้

ตอนนี้มีประเทศไหนซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้วบ้าง?

คุณหน่อง : ก็มีจีนค่ะ ขอซื้อทั้งละครและบทประพันธ์ซึ่งตอนนี้เขากำลังคุยกับคุณรอมแพงอยู่ เราอาจจะได้เห็นรีเมคบุพเพสันนิวาส เวอร์ชั่นจีน แต่คิดว่าคงทำยากเหมือนกัน เพราะมันเป็นประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีอีก 4 ประเทศ คือเวียดนาม, ฮ่องกง, รัสเซีย และ เกาหลีใต้

ตอนนี้ละครบุพเพสันนิวาสไม่ได้แค่สร้างชื่อในเมืองไทยหรือเอเชีย แต่ยังไปไกลในระดับโลกด้วย?

คุณหน่อง : ต้องขอบคุณทุกๆ คนมาก และเร็วๆ นี้จะมีการจัดประชุม Summit ที่อินเดีย ซึ่งเราได้รับเชิญจากกรมประชาสัมพันธ์ให้ไปบรรยายในหัวข้อ “ความสำเร็จของบุพเพสันนิวาสที่ก้าวสู่ระดับโลก” พี่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปได้หรือเปล่า แต่ขอบคุณที่เชิญไปเป็นตัวแทนประเทศไทย เราในฐานะคนไทย พอกระแสมาขนาดนี้เรารู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษที่ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับลูกหลานถ้าไม่มีท่าน เราก็คงไม่มีวันนี้ เพราะฉะนั้นคิดว่าบุพเพสันนิวาสทำให้เราได้ตอบแทนพระคุณแผ่นดิน

สมความตั้งใจไหมคะเพราะเห็นว่าใช้เวลาในการสร้างละครเรื่องนี้เป็นเวลานานมาก?

คุณหน่อง : ละครเรื่องนี้ถ่าย 1 ปี 8 เดือน อย่างที่ทุกคนเห็นทุกซีนยากไปหมดไม่มีซีนไหนง่ายเลย แค่ซีนกินข้าวจะกินแต่ละครั้งต้องเตรียมข้าวของกันอย่างเยอะ เหมือนเป็นพี่น้องกับแดจังกึม (หัวเราะ) อีกทั้งยังต้องขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมที่ให้เกียรติบอกว่าเรื่องนี้เทียบเท่าแดจังกึม ขอบคุณที่ให้ฉายานี้มาค่ะ

นักแสดงจากละคร บุพเพสันนิวาส

ตอนนี้นักแสดงทุกคนคิวแน่นมาก?

คุณหน่อง : ทั้งอีเว้นท์ โฆษณาถ่ายวิดีโอ, หนังสือแมกกาซีนทุกฉบับ ขายดีมาก ขนาดจ้อย (โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์) ยังได้โฆษณาเลย พี่เองก็รู้สึกชื่นชมเพราะมันเป็นความตั้งใจของทุกคนที่อยากทำให้งานชิ้นนี้ออกมาดี

มีแววที่จะไปรับรางวัลที่ต่างประเทศหรือเปล่า?

คุณหน่อง : ก็อาจจะมีการส่งนะคะ แต่ตอนนี้เรายังออกอากาศไม่เสร็จ เรื่องรางวัลเราก็ไม่กล้าคาดหวังแต่ก็ดีใจที่อย่างน้อยเป็นละครที่ทำให้เกิดกระแสทุกภาคส่วน เป็นปรากฏการณ์ของละครเรื่องนี้

ในฐานะคนทำ ความรู้สึกมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน?

คุณหน่อง : เรารู้สึกว่าเราเป็นคนไทย แล้วกระแสมาแรงขนาดนี้ เราต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับลูกหลายไทยทุกอย่าง ถ้าไม่มีท่าน ไม่มีวัฒนธรรมไทยเราก็ไม่วันนี้ เพราะฉะนั้นเราคิดว่าการทำบุพเพสันนิวาสครั้งนี้คือการตอบแทนพระคุณแผ่นดิน บรรพบุรุษของเรา ส่วนตัวเราคิดว่าคนไทยมีจิตใจที่มีความเป็นไทย เพียงแต่ว่าบุพเพสันนิวาสเข้ามาสะกิดบางอย่างทำให้ทุกคนกลับไประลึกว่า จริงๆ แล้วความเป็นไทยของเรานั้นมีความงดงามมากในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทย ภาษาไทย ชุดไทย อาหารไทย ประวัติศาสตร์ไทย ต้องบอกว่าตรงนี้บุพเพสันนิวาสรวมไว้ครบถ้วนทุกอย่างเลย

ยิ้มรับความสำเร็จกันถ้วนหน้า

ยังมีละครไทยที่เป็นนวนิยายที่เล็งไว้จะเอามาทำอีกไหม?

คุณหน่อง : ต้องบอกว่าเรื่องอื่นจะเทียบเรื่องนี้ได้ยาก เพราะความลงตัวทุกอย่างมันมาอยู่ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นถามว่าจะทำเรื่องอื่นแล้วจะได้เท่าเรื่องนี้ไหม ต้องบอกว่าเรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องของจังหวะโอกาส มันเป็นความลงตัว แต่ก็มีเรื่องที่แพลนไว้แล้วค่ะ แต่มันก็คนละแบบไม่สามารถเทียบกันได้ และเราก็ไม่อยากให้มีการเปรียบเทียบใดๆ กับละครบุพเพสันนิวาส เพราะเรื่องนี้นอกจากให้ความบันเทิงแล้ว เขายังไปสู่จุดที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติด้วย

เรื่องนี้ทำมาตรฐานไว้สูงมาก จะกดดันเรื่องต่อไปไหม?

คุณหน่อง : กดดันมาก (หัวเราะ) ที่เราสร้างมาตรฐานสูงเพราะเราอยากให้ละครไทยเราไปตลาดโลกโดยไม่อายใคร ดีพร้อมทุกอย่าง ทั้งโปรดักชั่น การแสดง เนื้อเรื่อง เพลง ซึ่งเราตั้งใจมากๆ ที่สุดเลยค่ะ (ร้องไห้เสียงสั่น) ที่ร้องไห้เพราะเราคิดถึงแผ่นดิน คิดถึงประเทศชาติ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันก็เกินคาด และมันก็เกิดประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็รู้สึกว่าเราดีใจที่ได้ตอบแทนพระคุณแผ่นดินที่เราอยู่ มันดีใจที่เรื่องนี้สามารถครอบคลุมไปได้ในทุกๆ เรื่อง เพราะตอนที่ทำทุกคนก็ตั้งใจ และผลตอบรับก็ไปในทางที่ดีมากๆ

นางเอกฮ็อต แม่หญิงเบลล่า พระเอกฮิต ขุนโป๊ป

เคยร้องไห้ให้ละครตัวเองขนาดนี้มาก่อนหรือเปล่า?

คุณหน่อง : น้ำตามาจากความปิติที่ว่า งานที่เราสร้างสรรค์สามารถทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินในหลายๆ ด้านของความเป็นไทย เราก็ปลาบปลื้มและดีใจจริงๆ ค่ะ เพราะมันเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วเพียงไม่กี่อาทิตย์เอง มันเกินคำว่าดีใจ มันซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ

แสดงว่าในอนาคตจะทำละครแนวนี้อีกเพื่อผลักดันตรงนี้ต่อ?

คุณหน่อง : จริงๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวาระโอกาส และต้องปรึกษาทางสถานี แต่ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้บุพเพสันนิวาสจะมีภาค 2 ต่อ ก็คือเรื่องพรหมลิขิต น่าจะใช้เวลา 2 ปีขึ้นไปกว่าจะเสร็จเพราะทำยาก แล้วยิ่งภาคแรกออกมาดีขนาดนี้เรายิ่งเกร็ง เครียด (หัวเราะ) ต้องทำให้ดี คุณรอมแพงจะเริ่มเขียนบทเดือนมิถุนายนค่ะ ส่วนนักแสดงบุพเพสันนิวาสมีแต่คนบอกว่าอยากมาเล่นพรหมลิขิต มีสมัครมาเยอะเลย ทีมงานก็คงเป็นทีมเดิมเพราะมันต้องประกอบกันทุกอย่าง ทั้งบทประพันธ์, บทโทรทัศน์อาจารย์ศัลยา, ใหม่ ภวัต ผู้กำกับ, นักแสดง รวมทั้งทีมโพสต์โปรดักชั่น เพลง ทีมเดิมเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวค่ะ

 

เรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการละครไทยยังไงก็ขอเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์และผลิตผลงานดีๆ ออกมาอีกเยอะๆ และจะเป็นแฟนคลับของบรอดคาซท์เสมอค่ะ

ทายาทอสังหาฯ กรัชเพชร อิสสระ นำทีมใช้ชีวิตอิสระ เป็นตัวเองไม่ต้องตามใคร

เซเลบสายอาร์ต ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ ทายาทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ขอมาร่วมสร้างแคมเปญ RATED ONE STAR สื่อสารถึงทัศนคติของคนรุ่นใหม่กับวงการสนีกเกอร์เมืองไทย Converse One Star ผ่านคำพูดที่บอกเพียงสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ไม่ต้องดีเลิศแบบห้าดาวก็ได้ เพราะแค่ดาวเดียวก็เท่เกินพอ” 

เป็นสาวที่มีคาแร็คเตอร์ และมีความคิดเป็นของตนเองค่อนข้างชัด สำหรับ ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ ทายาทของ สงกรานต์ อิสสระ และศรีวรา อิสสระ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และในส่วนของพี่ชายอย่าง ปลาวาฬ-วรสิทธิ์ ยังเป็นผู้บุกเบิกโรงแรมชื่อดังที่ภูเก็ตนาม ศรีพันวา รวมถึงพี่ชายคนรอง ปลาทู-ดิฐวัฒน์ ยังบริหารงานส่วนโครงการบ้านพักตากอากาศต่างๆ เรียกว่า เป็นทายาทสายเลือดกิจการอสังหาริมทรัพย์ชัดเจน แต่ปลาเข็ม-กรัชเพชร ก็ขอเลือกมาทำสิ่งที่รัก โดยฉีกสไตล์มางานสายแฟชั่น เปิดธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าชื่อว่า Kemissara

เหล่าสไตล์ไอคอนชื่อดัง

ภายในงานที่จัดขึ้น ณ ร้าน Quaint ซอยสุขุมวิท 16 ได้มีเหล่าสไตล์ไอคอนชื่อดังมาสร้างสรรค์ผลงาน Art Installation รวมถึงคนรักศิลปะ ดนตรี แฟชั่นมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนมีความคิดที่อิสระ มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่สาวปลาเข็ม วันนี้เลยจะพาไปคุยถึงการใช้ชีวิตในแบบตนเองของเธอ รวมถึงเหล่าดีไซเนอร์ต่างๆ

 กรัชเพชร อิสสระ นำทีมใช้ชีวิตอิสระ เป็นตัวเองไม่ต้องตามใคร

 

กรัชเพชร อิสสระ
ปลาเข็ม-กรัชเพชร 

สาวอารมณ์ดี ปลาเข็ม ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เล่าว่า “เราถูกเลี้ยงมาอย่างอิสระตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ก็จะเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่าง แต่ว่าก็ต้องอยู่ในขอบเขตของความพอเหมาะ ส่วนตัวก็จะเป็นคนชอบธรรมชาติ รักงานศิลปะ เป็นคนสบายๆ ไม่ค่อยชอบตามกระแส แต่เวลาตั้งใจจะทำอะไร เราก็จะมุ่งมั่นจนสำเร็จให้ได้ RATED ONE STAR ในแบบของเราคงเป็นอะไรที่ยูนีค มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจนในแบบใครแบบมัน”

กรัชเพชร อิสสระ
มรุวุตม์ บูรณศิลปิน

 ถัดมาที่หนุ่มนักดีไซน์ มรุวุตม์ บูรณศิลปิน เผยว่า “เราจะเป็นคนที่จริงจังในเรื่องของการแต่งตัว เพราะเรารู้สึกว่าสไตล์และตัวตนมันสามารถสื่อสารผ่านทางเสื้อผ้าได้ดีที่สุด ใครเป็นคนแบบไหน สไตล์ไหน ก็ดูจากการแต่งตัวของเขา อย่างเราก็ไม่ได้ตามกระแสตลอดเวลาแต่จะเลือกแค่สิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่า RATED ONE STAR ในแบบของเราก็คือสไตล์ที่สื่อสารผ่านเสื้อผ้าให้เป็นเหมือนภาษาสากลที่บ่งบอกว่านี่แหละคือเรา”

กรัชเพชร อิสสระ
อนุพงศ์ คุตติกุล

คนถัดมา อนุพงศ์ คุตติกุล ผู้ก่อตั้งร้านสนีกเกอร์แบรนด์ดัง เล่าว่า “เราเป็นคนที่ชัดเจนในเรื่องความชอบของตัวเอง ถ้าชอบอะไรก็จะหลงใหลคลั่งไคล้อยู่แต่กับสิ่งนั้น เหมือนเวลาเราจะซื้อรองเท้าสักคู่ เราก็ซื้อคู่ที่เราชอบ ไม่ใช่คู่ที่คนอื่นชอบ เวลาใส่เราถึงจะมั่นใจในตัวเอง RATED ONE STAR สำหรับเราก็คือ คุณไม่ต้องได้คะแนนเต็มในทุกๆ เรื่องก็ได้ เพราะคุณก็ไม่ได้ชอบของที่ได้ห้าดาวตลอดเวลา เพราะบางครั้งของที่ได้หนึ่งดาวอาจจะดีกว่าสำหรับคุณก็ได้”

กรัชเพชร อิสสระ
สมบูรณ์ เมืองสิริขวัญ

ปิดท้ายที่ สมบูรณ์ เมืองสิริขวัญ กูรูนักสะสมรองเท้าชื่อดัง เผยว่า “เราเป็นคนใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความสุข เวลาลงมือทำอะไรก็ตามเราจะต้องมีความสุขกับมัน เป็นคนค่อนข้างฟรีสไตล์อยากทำอะไรก็ทำใช้ชีวิตให้คุ้มที่สุด อย่างเวลาจะซื้อรองเท้าสักคู่ เราก็จะซื้อที่ตัวเองชอบ อิทธิพลจากคนอื่นไม่เคยมีผลต่อการตัดสินใจของเรา RATED ONE STAR เรามองว่าเป็นเรื่องมันเป็นเรื่องของส่วนบุคคล เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง”

 

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ข้อมูลและภาพ: FreeFlowPR

‘เพื่อให้ได้มาสามารถทำได้ทั้งสตรอง หรือดราม่า’ ดูดวงรายวัน 3 เมษายน 2561

ดูดวงรายวัน ประจำวันที่ 3 เมษายน 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงาน อย่าเห็นว่าเป็นงานที่ท้าทาย ได้ค่าตอบแทนสูง แล้วกระโดดเข้าไปเลย เพราะท่านอาจถูกหักหลังได้

การเงิน : เก็บเงินไม่อยู่ หมุนเวียนขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา

ความรัก : วันนี้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างมาก ขณะเดียวกันก็มีความคาดหวังสูงจนแสดงความเป็นเจ้าของออกนอกหน้า คนโสด มาเร็วเคลมเร็ว ปานกามนิตหนุ่ม

สุขภาพ : ควรระวังเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ และระบบขับถ่าย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ท่านจะเดินทางประสานงานกับบุคคลอื่น เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสังคม ซึ่งมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ท่านควรให้ความสำคัญกับการปกครองบริวาร อย่าใจดีให้ความสนิทสนมกับลูกน้องมากจนขาดดวามเกรงใจ

การเงิน  : เพิ่งต้นเดือนเอง ไม่พอใช้แล้ว หนักไปทางช่วยเหลือคนและเรื่องความรัก จนต้องขอเงินผู้ใหญ่ใช้

ความรัก : วันนี้ท่านอาจเดินมาถึงจุดที่เบื่อหน่ายกันแล้ว โดยมีผู้ใหญ่เข้ามาเป็นตัวกลาง หากอยากยืดความสัมพันธ์ให้ยืนยาวขึ้น ควรพากันไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง คนโสด  มีเสน่ห์มัดใจเพศตรงข้าม ซึ่งท่านก็เจ้าชู้ด้วย ระวังการตัดสินใจที่ผิดพลาด

สุขภาพ : พกยาอม ยาดม ยาหม่องไปด้วย จะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย

 

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน : ท่านรับอาสาเจ้านายไปสอนงานให้กับพนักงานใหม่ ซึ่งมีฝีมือ แต่อีโก้แรง อาจมีการลองของกันได้

การเงิน : มีโชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้องด้วย

ความรัก :  วันนี้ระวังจะเกิดปัญหาเข้าใจผิด ถูกผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายซึ่งอยู่รอบๆ ตัวใส่ความว่า ท่านมีกิ๊ก เคลียร์กันให้ดีนะคะ คนโสด มีเด็กพลังเยอะมาชอบ ซึ่งจะส่งเสริมหน้าที่การงานท่านด้วยสิ จะเฉยไปทำไม

สุขภาพ  :  ฝนตกมาอีกแล้ว ระวังติดไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ โดยที่ท่านไม่รู้ตัว

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  เตรียมตัวรับมือกับปัญหาและอุปสรรคจากงานที่ท่านแบกรับไว้เต็มสองบ่า งานนี้จะออกหัวออกก้อยก็อยู่ที่วาทศิลป์ในการเจรจาของท่านแล้ว

การเงิน : ใช้จ่ายเงินเยอะ จนขาดสภาพคล่อง จะหันหน้าไปหาใครก็ไม่ได้

ความรัก  : วันนี้ท่านให้ความสำคัญกับการทำงานหาเลี้ยงครอบครัว จนอาจต้องแยกจากครอบครัวชั่วคราว ซึ่งท่านยังลังเล ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรดี คนโสด ท่านกำลังแอบรักใครอยู่ แต่เพราะภาระเรื่องงาน ไหนจะปัญหาส่วนตัว จึงไม่กล้าแสดงออก

สุขภาพ :  ระวังทำงานหนักหักโหมมากจนเกินไป อาจถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อได้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ท่านรู้สึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ก็จะได้บุกเบิกเริ่มต้นกับงานที่เกี่ยวกับบ้านและที่ดิน เป็นงานที่ท้าทาย แลกกับค่าตอบแทนที่สูงกว่า

การเงิน : งานที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์จะดี

ความรัก  : วันนี้ท่านรู้สึกอยากปลีกวิเวก อาจไปปฏิบัติธรรม หรืออยู่กับตำรับตำรา ไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับผู้ใด คนโสด อาจได้พบรักกับชาวต่างชาติในที่ทำงาน

สุขภาพ :  ระวังโรคภูมิแพ้และผิวหนังอักเสบ เดินทางไปไหน ระวังมีปัญหาบริเวณซี่โครง กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อต่อต่างๆ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ท่านต้องเดินทางติดต่องานข้างนอกทั้งวัน ซึ่งจะเป็นวันที่ต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรคนานัปการ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ พยายามเอาตัวรอดให้ผ่านวันนี้ไปให้ได้

การเงิน :  อย่าเพิ่งลงทุนหมดหน้าตัก เพราะท่านจะมีปัญหาหนี้สิน หมุนเงินไม่ทัน

ความรัก :  วันนี้แม้ท่านให้ความสำคัญกับครอบครัว ทุ่มเททำงาน แต่ก็ระวังอาจเกิดปัญหาจากอารมณ์ร้อน เครียด แยกกันอยู่ชั่วคราวอาจดีขึ้น คนโสด ระวังคนที่เข้ามาวันนี้ เขาเจ้าชู้และอารมณ์ร้อนแรงมาก ปากว่ามือถึงเลยทีเดียว

สุขภาพ :  ระวังตัวเบอร์สูงสุดเลยนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านจะอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่การงาน วันนี้ท่านต้องสวมบททั้งหญิงสตรอง กล้าปะ ฉะ ดะ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นหญิงซอฟท์ เพื่อลดแรงปะทะ

การเงิน :  อย่าลงทุนตามอารมณ์ หรือใช้จ่ายอย่างดื้อรั้นและดันทุรัง อาจเกิดปัญหาหนี้สิน

ความรัก : วันนี้ท่านสวมบทสาวสตรอง มั่นใจในตัวเอง กล้าคิด กล้าทำ ระวังการตัดสินใจไว้หน่อย อย่าลืมว่าท่านมีครอบครัวแล้ว คนโสด ท่านมีสองบุคลิก ระหว่างสาวดราม่า กับสาวสตรอง แต่อย่างไรก็ตามหากท่านชอบก็ไม่ค่อยคิดถึงความถูกต้องเท่าไหร่

สุขภาพ : ระวังอวัยวะในส่วนสมองและหัวใจจะมีปัญหา

ต้องฟาด ! Louis Vuitton เพิ่มกิมมิคใหม่ น่ารักเลอค่าสุดๆ

กรี๊ดหนักมากเมื่อ Louis Vuitton เปิดตัวกระเป๋าที่เชื่อว่าจะทำให้เงินในกระเป๋าของสาวก LV สั่นระรัว ด้วยกิมมิคใหม่ที่ทั้งน่ารักและเลอค่า หมุดคล้องกุญแจลายโมโนแกรมดอกไม้สีทองพร้อมกุญแจทอง

หลังจากสาวๆ โดนสปอยล์ให้เห็นกิมมิคเล็กๆ นี้ไปเมื่อซีซั่นที่แล้ว ถึงตอนนี้ก็ได้ฤกษ์ที่ Louis Vuitton ภายใต้การสร้างสรรค์ของ Nicolas Ghesquiere ออกมาปล่อยทีเด็ดด้วยคอลฯกระเป๋าที่ดูผาดแรกอาจไม่สะดุด แต่พอพิศดูชัดๆ คุณเอ้ย… งานนี้ต้องมีอาการอยากสลัดใบเก่า ไปซื้อใบใหม่โดยไม่ลังเลแน่ๆ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็ถ้าหลุยส์ วิตตองที่ใช้อยู่ไร้ซึ่งกิมมิคนี้ นั่นเท่ากับประกาศให้โลกรู้ว่าคุณใช้รุ่นเก่าอยู่น่ะซี้

ที่ผ่านมาลายโมโนแกรมของหลุยส์ วิตตอง ถือเป็นลายเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกจดจำ การที่นิโคลาสหยิบเอาดอกไม้สี่แฉกในลายโมโนแกรมมาพัฒนาเป็นกิมมิคสุดเกร๋บนกระเป๋าคอลฯ ใหม่จึงเท่ากับการทวีค่าสัญลักษณ์แบรนด์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเขาเลือกประดับกระเป๋า 4 แบบ 4 สไตล์ด้วยกัน

แบบแรก เหมาะกับสาวออฟฟิศมากกกก เพราะจุของได้เยอะสุดๆ กับ Louis Vuitton Flower Tote ที่ภายในกระเป๋าถูกแบ่งออกเป็นสองช่องใหญ่ตรงกลาง มีซิปรูดให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกระเป๋าเล็กๆ อีกหนึ่งใบสำหรับใส่กุญแจ โทรศัพท์ หรือของกระจุกกระจิก ส่วนอีกสองช่องใหญ่จะใส่เอกสารหรือไอแพด พื้นที่ก็ยังเหลือ ถามถึงไซส์ รุ่นนี้เขามีไซส์เดียว แต่มีสีให้เลือกถึงสามสี เนื้อ ดำ และแดง ซึ่งตัดกับสีน้ำตาลลายโมโนแกรมได้อย่างลงตัว ชนิดที่ว่ารักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว จัดเป็นกระเป๋าเอนกประสงค์ถือก็ได้สะพายก็ดีสะดวกแบบไหนก็จัดแบบนั้น สนนราคาอยู่ที่ $2,430 หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 76,000 บาท

Louis Vuitton Flower Hobo สำหรับรุ่นนี้เราขอนิยามว่า น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ หากคุณเป็นคนชอบกระเป๋าสะพายไหล่เป็นชีวิตจิตใจ กระเป๋ารุ่นนี้จะทำให้คุณหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น รุ่นนี้เหมาะกับวันสบายๆ ใช้ได้ทุกวัน ด้านในกระเป๋ามีช่องเล็กๆ มีซิปเปิดปิดได้ ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ทำมาไซส์เดียวและมีสีให้เลือกสามสีเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างตรงที่สีแดงในรุ่นนี้จะเป็นสีแดงเบอร์กันดี ดูเรียบหรู สนนราคาอยู่ที่ $1,820 หรือตีเป็นเงินไทยก็จะอยู่ประมาณ 57,000 บาท

แต่หากคุณกำลังมองหากระเป๋าสตางค์ที่สามารถจุบัตร จุเงินได้อย่างที่ใจต้องการ Louis Vuitton Flower Wallet จดใส่ในลิสต์ได้เลย ภายในกระเป๋าสตางค์มีช่องให้จุบัตรถึง 12 ช่อง มีสองช่องใหญ่ไว้สำหรับใส่ธนบัตร ตรงกลางมีช่องซิปไว้ใส่เหรียญ และมีให้เลือกด้วยกันสองสี ทั้งสีแดงและดำ สนนราคาอยู่ที่ $1,000 ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 32,000 บาท คุณสมบัติครบขนาดนี้ จบได้ในใบเดียวว่าไหม?

ส่วนคนที่ชื่นชอบกระเป๋าสตางค์ขนาดเล็ก Louis Vuitton Compact Flower Wallet กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก แต่ความจุไม่เล็กนะคะ เพราะมีช่องเสียบบัตร ช่องใส่ธนบัตร และช่องใส่เหรียญพร้อมซิปปิดเปิด จึงไม่ต้องกังวลว่าเหรียญจะหล่นหาย ด้านหน้ากระเป๋ายังมีช่องเล็กๆ ไว้ใส่คีย์การ์ด สะดวกเว่อร์ มีสองสีคือแดงกับดำเช่นกัน แต่ราคาซอฟต์กว่านี้ดส์อยู่ที่ $795 หรือประมาณที่ 25,000 บาท เท่านั้น

น่ารัก เลอค่าขนาดนี้ สาวก LV ไม่ควรพลาด ของมันต้องฟาด ไม่มีเดี๋ยวจะเอ้าท์นะจ๊ะยู

งานแต่งในสวน สุดอบอุ่นของคุณแอ๊ะ & คุณอาร์ต @ 99 Rest Backyard Cafe

ธีม งานแต่งในสวน ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์งานแต่งงานเด่นที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวยุคนี้เลือก ซึ่งเวดดิ้งแพลนเนอร์จะต้องมีความสามารถในการเนรมิตสวนกลางแจ้งให้สวยงาม ซึ่งยากกว่าการจัดงานในบอลรูมหรือร้านอาหาร ทว่างานแต่งงานของคุณแอ๊ะ-รติกรฬ์ และคุณอาร์ต-ภาคภูมิเป็นบทพิสูจน์อีกหนึ่งความสำเร็จของ As Your Mind Wedding Planner ว่าสามารถครีเอตงานแต่งงานในสวนออกมาได้อย่างหรูหรา น่ารัก และดึงตัวตนของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวออกมาได้เป็นอย่างดี

งานแต่งในสวน

 

คุณแอ๊ะและคุณอาร์ตพบกันจากการทำางาน ซึ่งคุณอาร์ตสารภาพกับเราว่าประทับใจคุณแอ๊ะตั้งแต่แรกพบเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและสวย เรื่องราวความรักของทั้งสองเต็มไปด้วยความอบอุ่นหวานชื่น จนคุณแอ๊ะแน่ใจว่าคุณอาร์ตคือผู้ชายที่เธออยากใช้ชีวิตที่เหลือด้วยทั้งคู่จึงตกลงใจที่จะแต่งงานกัน

 

คุณแอ๊ะและคุณอาร์ตเริ่มต้นเตรียมงานประมาณ 1 ปีล่วงหน้า โดยเลือกใช้บริการ As Your Mind Wedding Planner และให้โจทย์กับทางทีมงานว่าต้องการให้เป็นงานแต่งงานในสวนที่น่ารัก อบอุ่น เวดดิ้งแพลนเนอร์จึงเริ่มดีไซน์งานแต่งงานโดยใช้สีพาสเทลเป็นหลักเพื่อให้ผสมกลมกลืนกับบรรยากาศสวนสีเขียวขจี รวมทั้งจัดสรรงานดอกไม้และพร็อปส์ประกอบในงานที่เข้าชุดกันอย่างประณีตส่งให้งานยิ่งดูน่ารักและเปี่ยมด้วยดีเทล

 

นอกจากนั้นยังช่วยจัดการเรื่องการประสานงานกับทีมงานต่างๆ การรันคิว สคริปต์ที่ต้องใช้ภายในงานเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จนในที่สุดก็ได้ผลลัพธ์เป็นงานแต่งงานในสวนสุดน่ารักที่แขกเหรื่อเห็นต่างชื่นชม และเป็นภาพความประทับใจที่ไม่รู้ลืมของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

 

The Details : Warm & Cozy

Venue : 99 Rest Backyard Cafe
Wedding Planner : As Your Mind Wedding Planner (www.asyourmind.com)
Wedding Dress & Suit : Smile in Love Wedding Studio (โทร. 06-3224-6647)
Hair & Makeup : คุณแมงปอ (โทร. 08-9122-6853)
Photo : Manualfoto (โทร. 08-9994-8648)

ไอเดีย ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำ สำหรับเจ้าสาวสายแซ่บ ใส่แล้วปังไม่ซ้ำใคร

ไอเดีย ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำ สำหรับเจ้าสาวสายแซ่บ ใส่แล้วปังไม่ซ้ำใคร

สำหรับเจ้าสาวที่ชื่นชอบสีดำมาก แพรว wedding ขอนำ ไอเดีย ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำ สำหรับเจ้าสาวสายแซ่บ ใส่แล้วปังไม่ซ้ำใคร มาแนะนำให้เจ้าสาวลองเลือกใส่กันดูค่ะ เพราะถึงแม้อยากจะใส่ชุดแต่งงานสีดำขนาดไหน แต่น่าจะเป็นไปได้ยากในสังคมไทยจริงไหมคะ

เพราะด้วยความเชื่อของสังคมไทยที่มองว่าสีดำ เป็นสีที่ใช้ในงานอวมงคลหรือสีที่เป็นตัวแทนของความโศกเศร้า ทำให้ยากมากหากเจ้าสาวสมัยใหม่อยากจะนำมาใส่ในงานแต่งของตัวเอง ดีไม่ดีอาจจะทำให้มีปัญหากับทางบ้านไปอีก แต่ถ้าถูกใจดีไซน์แล้วอยากใส่จริงๆ ล่ะก็ เราสามารถพลิกแพลงนำมาใส่ในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ได้นะจ๊ะ เพราะไม่มีกฏและเป็นงานที่สนุกได้สุดเหวี่ยง รับรองว่าคุณจะเด่นสุดๆ ในอาฟเตอร์ปาร์ตี้แน่นอนจ่ะ แต่ถ้าจะแซ่บในลุคนี้ก็อย่าลืมทาปากแดงให้ตัดกับสีชุดด้วยนะ จะยิ่งเพิ่มความแซ่บแบบพริกร้อยสวนเข้าไปอีก

1. ชุดเปิดไหล่ กระโปรงซีทรู

ให้ลุคดูเป็นนางพญาสุดๆ ชุดนี้สามารถปักเลื่อมให้ดูมีความระยิบระยับได้เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวชุด แถมเจ้าสาวยังสามารถออกแบบได้ว่าอยากให้กระโปรงยาวคลุมเท้า หรือแค่คลุมเข่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าสาวจะแดนซ์ได้ถนัดหรือเคลื่อนไหวได้สะดวกในความยาวระดับไหน และชุดนี้ยังตอบโจทย์เจ้าสาวไซส์อวบอีกด้วยนะจ๊ะ เพราะด้วยดีไซน์ของชุดแบบเปิดไหล่ที่ช่วยพรางต้นแขนสำหรับเจ้าสาวที่ไม่มั่นใจได้เป็นอย่างดี และถ้าไม่อยากโชว์พุงล่ะก็ เพียงแค่บอกช่างให้ดีไซน์เป็นชุดเดรสไปเลยก็ได้จ้า

ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้

2. ชุดสายเดี่ยว เว้าเนินอก และเข้ารูป
อันนี้บอกเลยว่าเผ็ชชช พริก 10 สวนไปเลยค่ะ เหมาะกับเจ้าสาวที่หุ่นดีมากๆ เป็นงานโชว์ผิวที่แท้จริงเลยล่ะ แต่ก่อนใส่ปรึกษากับเจ้าบ่าวดีๆ ก่อนนะ ไม่งั้นอาจจะมีคนตาเขียวใส่เราได้นะจ๊ะ ก็แหมภรรยาหุ่นดีขนาดนี้จะไม่ให้หวงได้ไง จริงไหม

ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้

3.  ชุดเกาะอกดำ ผ้ากำมะหยี่
ชุดแบบเกาะอกแมตช์กับกระโปรงความยาวแบบที-เลนจ์ทรงบอลกาวน์นิดที่ให้ลุคน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ที่แท้จริงเลย ใส่แล้วดูแพงสุดๆ มาพร้อมกับโช้กเกอร์ผ้ากำมะหยี่ที่แมตช์กันสุดๆ ดูเป็นเจ้าสาวแฟชั่นนิสต้าที่แท้ทรู แต่ระวังเวลาแดนซ์หน่อยนะจ๊ะ ตรวจสอบชุดดีๆ ก่อน จะได้ไม่มีปัญหาชุดหลุดเวลาเต้น ไม่อย่างนั้นจากลุคปังจะพังไม่รู้ตัวน้า

ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้

4. ชุดเปิดไหล่ พร้อมชายผ้าลูกไม้ ใส่คู่กับกางเกงสีดำ
‘หลีกทางหน่อยแม่มาแล้ว’ อาจจะเป็นนิยามสำหรับการเปิดตัวช่วงอาฟเตอร์ของเจ้าสาว เพราะชุดนี้เป็นอีกหนึ่งชุดที่ใส่แล้วดูเท่มากๆ ดูเข้มแข็ง และเฟี๊ยสสุดๆ เหมาะสำหนับเจ้าสาวที่สะโพกใหญ่ที่สามารถใส่ชุดนี้พรางสะโพกได้เป็นอย่างดีเลยนะจ๊ะ แถมยังเป็นสีดำที่ช่วยหลอกจากให้เจ้าสาวดูผอมเพรียวอีกด้วย แล้วอย่าลืมแมตช์กับรองเท้าส้นสูงสีดำด้วยล่ะ การันตีความเริด!!

ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำ

5. ชุดปาดไหล่ หรือชุดแบบไหล่เดี่ยว
ชุดนีึ้คล้ายๆ กับชุดเจ้าหญิงเลยล่ะ ด้วยกระโปรงสไตล์ทูทู่ฟูฟ่อง เหมาะกับเจ้าสาวหุ่นสมส่วนไซส์มินิ แถมใส่ชุดนี้ก็สามารถแดนซ์ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับเจ้าสาวสายอวบเท่าไหร่นะจ๊ะ เพราะใส่แล้วจะดูตันกลายเป็นหลักกิโลเอาได้ง่ายๆ

ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้

เป็นยังไงบ้างคะกับชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำที่เรานำมาฝาก บอกเลยว่าแซ่บบลืม เอาเป็นว่าก็ลองดูไว้เป็นไอเดียแล้วกันเนอะ เปลี่ยนจากความคิดที่อยากจะใส่ชุดเจ้าสาวสีดำมาเป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้สีดำก็ไม่แย่นะ จะได้ไม่ต้องเถียงกับคุณพ่อคุณแม่ให้คลางแคลงใจกันไปอีก

หรือจะตามไปดูชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้เผ็ชๆ เพิ่มเติมได้ที่ เปรี้ยวเข็ดฟันกับไอเดียชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้จากคนดังน่าใส่ตาม

ภาพจาก : Pinterest.com

อยากรู้ชีวิตวัยรุ่นไทย 7 หนุ่มวง BLANC7 บุกสยามอัพเดทเทรนด์

บอยแบนด์เกาหลีน้องใหม่ 7 หนุ่มวง BLANC7 อยากรู้ชีวิตวัยรุ่นไทยบุกสยามสแควร์แวะเช็คอินแหล่งฮิปกรุงเทพมหานคร

BLANC7

7 หนุ่มวง BLANC7

ดีกรีความฮ็อตพุ่งปรี๊ดไม่แพ้อากาศร้อนๆ ของเมืองไทยตอนนี้ สำหรับบอยแบนด์เกาหลีน้องใหม่ ขวัญใจสาวๆ วงล่าสุดอย่างวง BLANC7 (บลั๊งเซเว่น) ที่เพิ่งจะเดบิวต์เข้าวงการสดๆ ร้อนๆ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 หนุ่มสุดเท่ ได้แก่ Shinwoo , Jean Paul , Teno , D.L , Spax , K-Kid และ Taichi ที่บินลัดฟ้ามาเปิดการแสดงที่เมืองไทยงานนี้หลังจากโชว์เสร็จพวกเขาก็ไปบุกสยามสแควร์ แหล่งช้อปปิ้งสุดชิคของวัยรุ่นไทยก่อนบินกลับกรุงโซล และถือเป็นการเช็คเรตติ้งไปในตัว เพราะมีเหล่าแฟนคลับคอยถือป้ายไฟตามติดเชียร์ให้การต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ให้ได้ชื่นใจกันตลอดทาง

แน่นอนว่ามาถึงไทยหนุ่มๆ ก็ไม่พลาดที่จะเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวซูเปอร์ฮิตอย่าง มวยไทย กันแบบจริงจัง และโหด มัน ฮามาก หลังวาดลวดลายโชว์แม่ไม้มวยไทย เตะ ต่อย กันจนหมดแรง เลยขอเติมพลังโซ้ยหมูย่างเกาหลีเจ้าดังที่ร้าน Nice Two Meat U ซะหน่อย ได้ชิมแล้วหนุ่มๆ ออกปากว่าติดใจความแซ่บซี้ดซ๊าดถึงใจ งานนี้ แม้จะเผ็ดไปหน่อย แต่หนุ่มๆ สู้ไม่ถอย หาวิธีคลายความเผ็ดด้วยการเดินเข้าคาเฟ่เปิดใหม่ ที่กำลังมาแรงอย่างร้าน Seoulcial Club หาอะไรหวานๆ หม่ำตบท้ายกันเพลินระหว่างทานก็หยิบมือถือขึ้นมาแชะรูปถ่ายบรรยากาศร้านสไตล์เกาหลีฟรุ้งฟริ้งกันอย่างสนุกสนาน เรียกเสียงกรี๊ดดด ทำหัวใจแฟนคลับละลายท่วมสยามสแควร์ซอย 3

เรียกว่ามาเยือนเมืองไทยครั้งนี้ หนุ่มๆ จัดว่าฟิน ถือว่ามาถึงกรุงเทพแล้วจริงๆ เพราะได้มาประเดิมพักผ่อน ได้เที่ยวเช็คอินแหล่งฮิตวัยรุ่นแถวสยามสแควร์กันนานร่วมครึ่งค่อนวัน ได้ทั้งประลองความฟิต อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ แถมได้กำลังใจชุดใหญ่จากบรรดาแฟนคลับชาวไทยหอบกลับกรุงโซลไปเพียบ

ส่องเทรนด์ แฟชั่นรับซัมเมอร์ พร้อมเปิดไอเท็มสุดฮ็อตของเหล่าคนดัง

หน้าร้อนแล้ว อากาศมันก็จะร้อนเบอร์แรงหน่อย แต่ก็คงไม่เท่าเทรนด์ แฟชั่นรับซัมเมอร์ ในปีนี้ ที่สีสันความสดใสต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ว่าแล้วก็ตามเหล่าเซเลบคนดังไปช้อปไอเท็มเด็ดรับซัมเมอร์ในแคมเปญ ‘ROBINSON SUMMER HOLIDAY’ (โรบินสัน ซัมเมอร์ ฮอลิเดย์) ที่จัดคอลเล็คชั่นฤดูร้อน 2018 จากแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายชั้นนำมาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ช้อปกันอย่างจุใจ ตั้งแต่วันนี้ – 23 พฤษภาคม 2561 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั้ง  46 สาขา

 

เทรนด์ แฟชั่นรับซัมเมอร์ ของเหล่าคนดัง

 

หญิงแม้น – ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์ – ชูโต

เป็นคนที่ชอบชุดว่ายน้ำมากๆ  ถึงมากที่สุด ตอนนี้มีเกิน 100 ตัวแล้วค่ะ มีทั้งแบบบิกินี่และวันพีช หลากหลายสี หลากหลายอารมณ์มากๆ แล้วแต่ทริป ชอบตั้งแต่สีขาว ดำ เบจ ไปจนถึงสีสัน สีนีออน ยิ่งสด ยิ่งตัดกับผิว นี่ยิ่งชอบมากๆ ค่ะ แต่ซีซั่นนี้จะชอบวันพีชที่แหวกสูงขึ้นมากว่าปกติ เพราะมันจะทำให้เราดูผอมเพรียว และขายาวค่ะ”

แฟชั่นรับซัมเมอร์
หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์ – ชูโต

 

โมนา – วิภาวี คอมันตร์

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือแว่นตากันแดดค่ะ เมืองไทยแดดแรงมาก แล้วเป็นคนที่ชอบหยีตาเวลาเจอแสงแดดแรงๆ พอหยีตาแล้วริ้วรอยมันจะไม่คืนรูป บางทีในร่มเราก็ใส่ แต่จะเน้นที่ไม่มืดมาก เลือกแบบที่เข้ากับรูปหน้า อย่างช่วงหน้าร้อนอาจจะชอบใส่แบบโอเวอร์ไซส์ จะได้ปกป้องผิวบริเวณรอบดวงตาด้วยค่ะ”

แฟชั่นรับซัมเมอร์
โมนา – วิภาวี คอมันตร์

 

ป้อ – ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล

“ป้อจะเน้นฟังก์ชั่นใส่ได้จริง เป็นคนง่ายๆ มากค่ะ ส่วนตัวไม่ชอบแต่งตัวสีสันฉูดฉาด อย่างรองเท้าแตะที่จะใส่ไปซัมเมอร์ของป้อจะเป็นสีเพลนหรือลวดลายน้อยลงหน่อย แมทซ์กับชุดที่เรามีได้ง่ายขึ้น ถ้าต้องมีสีจริงๆ หรือมีลายจริงๆ ก็จะต้องเป็นสีเดียวไปเลย หรือแบบแซนเดิลที่รัดส้นก็ใส่ง่าย เดินชายหาดลากยาวไปแฮงเอ้าท์ตอนกลางคืนต่อได้ด้วยค่ะ”

แฟชั่นรับซัมเมอร์
ป้อ – ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล

 

โด่ง – ณธีพัฒน์ มาตนุมัติธีรโชต

ซัมเมอร์นี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกระเป๋าคาดเอว มันเป็นไอเท็มที่รู้สึกว่าอยู่ๆ มันก็กลับมาเก๋ กลับมาอินถ้าสังเกตจะเห็นว่าคนในแวดวงแฟชั่นมีกระเป๋าคาดเอวกันทุกคน ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่ามันก็น่ารักนะ ใส่กระเป๋าคาดเอวแมทซ์กับเสื้อน่ารักๆ และใช้ได้ทั้งชายทั้งหญิง เป็นอารมณ์ Unisex เอากระเป๋ามาแมทซ์กับลุคของเราในแต่ละวัน เปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ Must Have มาก สำหรับซัมเมอร์นี้เลย”

แฟชั่นรับซัมเมอร์
โด่ง – ณธีพัฒน์ มาตนุมัติธีรโชติ

 

หยุดยาวนี้ Open House เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดเวิร์กช็อปฮอตรับซัมเมอร์ ตลอดเดือนเมษายน

เข้าสู่เดือนเมษายน เดือนที่ใครๆ ต่างเฝ้ารอคอย เพราะมีวันหยุดยาวนั่นเอง หลายคนวางแผนเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้มีแพลนไปไหน ใช้เวลาหยุดยาวพักผ่อนอยู่บ้าน เพื่อไม่ให้เป็นการเบื่อและยัง ยังเป็นช่วงที่ท้องถนนในกรุงเทพฯนั้นโล่งเป็นพิเศษ เหมาะแก่การจัดทริปแพคกระเป๋าไปพักผ่อนให้หายเหนื่อย แต่ถ้าใครยังไม่มีแพลนไปไหน ก็อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ มาลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ทั้งสนุกและได้เพิ่มเติมทักษะด้านต่างๆ กับเวิร์กช็อปหลากหลายคอร์สที่ Open House ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี กันดีกว่า


มาเริ่มกันที่กิจกรรมแรก กับ เพ้นท์เซรามิกในธีม Thai Style (วันที่ 7 – 8 เม.ย. 61)

เริ่มสัปดาห์แรกกับเวิร์กช็อปเพ้นท์สีเซรามิกในธีม ‘Thai Style’ มาเรียนรู้การวาดลวดลายตกแต่งในสไตล์ไทยๆ พร้อมเทคนิคการลงสีunderglaze ซึ่งเป็นสีเฉพาะของงานเซรามิก หลังจากทำเสร็จ ผลงานของคุณจะถูกนำไปเผาเคลือบ เพื่อให้ได้สีสันที่ติดทนสวยงาม และจะนำส่งถึงมือคุณภายใน 1 สัปดาห์ ผู้สนใจสามารถร่วมสนุกกันได้ ระหว่างเวลา 11.00 – 18.00 น. โดยสามารถเรียนได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (ค่าร่วมเวิร์กช็อป 800 บาท / ท่าน)

สำหรับใครที่ชื่นชอบการประดิดประดอย ต้องจัดไปกับทั้งสามกิจกรรมนี้

ทำเครื่องประดับด้วยเทคนิคการสาน (วันที่ 14 – 15 เม.ย. 61)

เหล่าคนรักเครื่องประดับ พลาดไม่ได้กับเวิร์กช็อปนี้ คอร์สที่คุณจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการสร้างสรรค์ชิ้นงานเครื่องประดับจากวัสดุธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่การออกแบบเป็นรูปทรงและลวดลายสำหรับทำเป็นจี้ ต่างหู และเข็มกลัด จากนั้นเรียนรู้เทคนิคการสานให้ออกมาเป็นผลงานสุดเก๋ไม่เหมือนใคร สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. (ค่าร่วมเวิร์กช็อป 1,500 บาท / ท่าน)

ทำเครื่องประดับเซรามิก ในธีมสไตล์ลายสาน (วันที่ 21 – 22 เม.. 61)

สัปดาห์นี้ ยังคงอยู่กับการทำเครื่องประดับ แต่เปลี่ยนจากการใช้วัสดุธรรมชาติมาเป็นเซรามิก เริ่มตั้งแต่การออกแบบลายที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณ โดยมีการนำลวดลายของงานสานมาประยุกต์และผสมผสานลงไปในชิ้นงาน ต่อด้วยการเรียนรู้เทคนิคเฉพาะของการทำเครื่องประดับเซรามิก จากนั้นทางสตูดิโอจะนำผลงานของคุณไปเคลือบสี (สามารถเลือกสีเอง) และเผาให้ เพื่อความแข็งแรงและสีสันที่ติดทน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ อาทิตย์ หลังจากนั้นคุณก็จะได้รับเครื่องประดับแสนเก๋มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครไปใส่แบบภูมิใจ ใครสนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. (ค่าร่วมเวิร์กช็อป1,800 บาท / ท่าน)

ทำเครื่องประดับ ด้วยเทคนิคการปักผ้า (วันที่ 28 – 29 เม.ย. 61)

ปิดท้ายเดือนเมษายน กับการปลดปล่อยจินตนาการ ผ่านการทำเครื่องประดับด้วยเทคนิคการปักลงบนผืนผ้าในธีม ‘ลายผ้าไทย’ ที่มีความสวยงามและอ่อนช้อย พร้อมรับจี้และสร้อยฝีมือตัวเองสุดยูนีค กลับไปใส่แบบไม่ซ้ำใคร สนใจสามารถร่วมทำเวิร์กช็อปได้ ระหว่างเวลา 11.00 – 18.00 น. (ค่าร่วมเวิร์กช็อป 1,800 บาท / ท่าน)

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ หาพาลูกๆ มาด้วยก็ไม่ต้องกลัวว่าจะทำกิจกรรมไม่ได้ ในงานนี้ยังกิจกรรมสำหรับเด็ก Open House ก็ไม่พลาดที่จะเลือกสรรเวิร์กช็อปดีๆมาช่วยเพิ่มความสามารถและทักษะหลากหลายด้าน รวมทั้งให้น้องๆได้ฝึกสมาธิและใช้จินตนาการ พร้อมกับเรียนรู้การเข้าสังคมเพื่อเป็นพื้นฐานในการเติบโตต่อไปอีกด้วย

โดยเวิร์กช็อปเด็กทุกคลาสจัดขึ้นระหว่างเวลา

11.00 – 15.00 ผู้ปกครองสามารถซื้อคูปองราคา 100 บาท เพื่อใช้สำหรับการเข้าร่วม เวิร์กช็อป เด็ก คน (จำกัดเพียงวันละ 50 คนเท่านั้น!!!!!)

 

พับดอกบัว (วันที่ 7 – 8 เม.ย. 61)

พาน้องๆมาเสริมสร้างสมาธิพร้อมกับทักษะการใช้มือ ผ่านเวิร์กช็อปพับดอกบัว น้องๆจะได้เรียนรู้วิธีการพับดอกบัวเบื้องต้น นอกจากจะได้ผลงานดอกบัวฝีมือตัวเองที่สวยงามตามจินตนาการของแต่ละคนกลับบ้านแล้ว เด็กๆยังได้เรียนรู้ถึงการใช้ความพยายาม ความอดทน และความตั้งใจในการทำชิ้นงานให้สำเร็จด้วย


ตกแต่งขนมปุยฝ้าย (วันที่ 14 – 15 เม.ย. 61)

น้องๆจะได้สนุกไปกับการตกแต่งหน้าขนมปุยฝ้ายตามจินตนาการของแต่ละคน พร้อมกับโรยท๊อปปิ้งหลากหลาย ออกมาเป็นขนมปุยฝ้ายสีสันสดใสในสไตล์ของตัวเอง

ทำขนมลูกชุบ (วันที่ 21 – 22 เม.ย. 61)

เชื่อว่าเด็กๆหลายคนคงเคยรับประทานขนมลูกชุบ สัปดาห์นี้เราชวนน้องๆให้มาลองปั้นลูกชุบเมนูขนมหวานแสนอร่อยด้วยตัวเอง โดยปั้นเป็นรูปร่างตามจินตนาการพร้อมเรียนรู้วิธีการทำขนมลูกชุบแบบง่ายๆ ประสบการณ์ที่น่าประทับใจจะทำให้การทานลูกชุบคราวหน้า อร่อยกว่าที่เคย

 

ทำขนมชั้น (วันที่ 28 – 29 เม.ย. 61)

ปิดท้ายด้วยขนมไทยเพิ่มทักษะศิลปะผ่านการทำขนมชั้นรูปดอกกุหลาบ ที่มีสีสันหลากหลาย หรือจะตกแต่งเพิ่มเติมตามจินตนาการก็สนุกสนานไปอีกแบบ

รับรองว่าซัมเมอร์นี้จะไม่ผ่านไปอย่างน่าเบื่อ มาร่วมเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมรับความทรงจำและมิตรภาพดีๆกลับบ้านไปด้วยกันที่ Open House ชั้น 6 Central Embassy สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ Facebook.com/openhouse.ce

เซเลบ

3 เซเลบ ต่างสไตล์ เล่าทริคการแต่งตัว ออกงานทั้งทีต้องดูดี

ขึ้นชื่อว่าสาวๆ ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงไหน เรื่องการแต่งตัวย่อมเป็นประเด็นอันดับต้นๆ ที่ให้ความสำคัญ อย่าง 3 เซเลบ ต่างสไตล์ที่แพรวดอทคอมได้นำมาพูดถึงนี้ แม้จะเป็นสาวสายนักกีฬา สายสังคม สายท่องเที่ยว แต่เรื่องการดูแลภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดีผ่านเสื้อผ้า ชุดแต่งกายก็ไม่ได้ลดหรือละความสนใจเลย 

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับงานแฟชั่นโชว์เปิดตัว บีชู รันเวย์ (Bchurunway) ธุรกิจแหล่งรวมแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำในรูปแบบตัวแทนเช่าของเซเลบสาวหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง ศิตา ชุติภาวรกานต์ ที่ได้ดีลกับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ นำเสื้อผ้าหลากลุค หลายชุดออกมาให้สาวๆ ได้เช่า นำไปสวมใส่ออกงาน และส่งกลับคืน ซึ่งภายในงานนอกจากจะมีเหล่านางแบบ นายแบบ นักแสดงตัวท็อปใส่ชุดของทางร้านเดินอวดโฉมเสื้อผ้ากันแล้ว เหล่าเซเลบริตี้สาวๆ ที่ชื่นชอบการแต่งตัวก็ยังได้มาร่วมงานแสดงความยินดีด้วย

และเมื่ออยู่ในบรรยากาศแหล่งรวมคนรักการแต่งตัวขนาดนี้ แพรวดอทคอม จึงไม่พลาดพา 3 เซเลบ ต่างสไตล์ มาเผยเคล็ดลับการแต่งตัวของแต่ละคนกันเสียหน่อย เพราะเรื่องการแต่งตัวไม่ใช่จะให้ความสำคัญเฉพาะแค่ออกงานสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทศกาลต่างๆ อีกด้วย

3 เซเลบ ต่างสไตล์ เล่าทริคการแต่งตัว

พลอย ปิ่นแสง 

เริ่มจากนักกีฬาสาวเท่ พลอย ปิ่นแสง เผยว่า ปกติแล้วเราเป็นคนแต่งตัวค่อนข้างคล่องแคล่ว เพราะด้วยไลฟ์สไตล์ที่เป็นนักกีฬาก็ต้องมีความกระฉับกระเฉง เสื้อผ้าที่เลือกมาใส่ก็จะเป็นแนวสตรีท ซิลลูเอทโคร่งๆ เน้นสวมใส่สบายและคล่องตัว อย่างถ้าต้องไปออกงานเราก็อาจจะใส่ชุดจั๊มสูทด้านในให้ดูสุภาพ แล้วทับด้วยเสื้อสูทตัวโคร่งเท่ๆ ให้เหมาะกับบุคลิกของเรา”

เซเลบ

เซเลบ

โหมดนักกีฬาก็จะบู๊ๆ แอคชั่นประมาณนี้ เท่มาก

เซเลบ

ภาพ: IG @cloudywithachanceofploy


พลอยชมพู อัมพุช

ถัดมาที่สาวสังคม พลอยชมพู อัมพุช เล่าว่า “ถ้าจะต้องไปออกงานเสื้อผ้าที่เราเลือกจะต้องเนี้ยบ และดูดี ก็จะดูเรื่องการตัดเย็บเป็นหลัก รองลงมาก็เป็นเรื่องของดีไซน์ที่จะต้องมีดีเทลน่าสนใจ มีความเป็นแฟชั่น เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของเรา แล้วค่อยไปเน้นสีสันที่รองเท้ากับกระเป๋า ส่วนการวางตัวเราก็ต้องดูตามกาลเทศะ ถ้าเป็นงานทางการที่มีผู้ใหญ่มาก เราก็ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ แต่ถ้าเป็นงานสนุกๆ คนคุยกันตลอด เราก็จะเอ็นจอยไปด้วย”

เซเลบ เซเลบ เซเลบ

เซเลบ

ภาพ: IG @ploychompumpujh


หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

ปิดท้ายที่สาวสวยนักเดินทาง ปอนด์-หฤทัย เผยว่า “ปกติเราเป็นคนแต่งตัวสบายๆ ค่อนข้างคุมโทน ขาว ดำ เทา เบจ เพราะเราจะมั่นใจในลุคเรียบๆ ของตัวเองที่ดูสบายตา แต่ถ้าเป็นเวลาที่ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เราจะทำการบ้านหนักมากเรื่องการแต่งตัว เราจะคิดไว้ก่อนเลยว่าไปเมืองนี้จะถ่ายรูปมุมไหนบ้าง ยืนตรงไหน ใส่ชุดแบบไหน แล้วก็จะจัดกระเป๋าเตรียมเสื้อผ้าตามนั้นเลย เพราะเวลาไปเที่ยวเราก็อยากได้รูปสวยๆ เก็บไว้ลงได้เรื่อยๆ”

เซเลบ

เซเลบ

ภาพ: FreeFlowPr

 

โป๊ป

โป๊ป ดังกระฉูดแต่เรื่องกตัญญูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

พระเอกกู้เรตติ้ง! ลือช่อง 3 เตรียมแจกรถพอร์ชเป็นโบนัสใหญ่ให้ โป๊ป -ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เผยแพลนสงกรานต์ขออยู่กับแม่และพี่สาว แพรวดอทคอม บอกเลยว่าน่ารัก กตัญญูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

โป๊ป และคุณแม่ปราณี 

ประสบความสำเร็จและทุบสถิติในทุกๆ เรื่อง สำหรับละครสุดฮิต บุพเพสันนิวาส ซึ่งตอนนี้นอกจากจะเป็นละครที่เรตติ้งเยอะที่สุดแล้ว ยังเป็นละครที่ค่าโฆษณาแพงที่สุดอีกด้วย ซึ่งความโด่งดังเป็นพลุแตกของละครเรื่องดังกล่าวส่งผลให้ผลประกอบการงอกงาม จนผู้บริหารต้องออกปากชมไม่ขาดปาก และล่าสุดมีข่าวว่าต้นสังกัดเตรียมแจกรถพอร์ชเป็นโบนัสใหญ่ให้ หมื่นโป๊ป พระเอกกู้เรตติ้งด้วย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2561 โป๊ป -ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ในงาน WINK WHITE TREASURE NIGHT. BEAUTY IS WOMEN’S BELONGING ซึ่งจัดขึ้น ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮาส์ ชั้น 8 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ยังไม่ได้ยินหรือคาดหวังกับโบนัส แต่ถ้าได้ก็ดีจะได้เป็นกำลังใจให้ทีมงานคนอื่นๆ ด้วย

โป๊ป- ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ

“ไม่รู้เลยครับ ผมยังไม่ได้ยินข่าวว่าจะได้โบนัส ส่วนตัวผมและทีมงานก็ไม่ได้หวังตรงส่วนนี้ครับ แค่ทำงานแล้วประชาชนชอบ ช่อง 3 ก็ดีใจกับเราก็น่าจะพอ แต่ถ้าได้โบนัสก็ดีครับผม จะได้เป็นกำลังใจให้ทีมงาน จริงๆ แล้วนักแสดงทุกคนก็ได้โบนัสกับช่องอยู่แล้ว ส่วนเรื่องรถ (ยิ้ม) ขอผมสักคันเถอะครับนาย (หัวเราะ) แต่จริงๆ ไม่หรอกครับ เขาคงไม่แจกใหญ่ขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าแจกใหญ่ขนาดนี้นักแสดงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ตั้งใจแสดงกันอย่างเดียวแล้ว เพื่อให้ได้รางวัล ถามว่ามีแจ้งมาไหม ยังไม่มีแจ้งครับ”

จากนั้นได้ถามถึงการร่วมพิธีรำแก้บนก็มีเข้าไปพูดคุยกับ คุณประวิทย์ มาลีนนท์ ด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ โป๊ป กล่าวว่านายประวิทย์กล่าวชมและอยากให้อยู่กับช่อง 3 ไปนานๆ

“ใช่ครับ ดีใจมากครับ นายประวิทย์บอกฝากนักแสดงมาทางพี่หน่องว่า ขอบคุณมาก ที่ทำให้ช่องประสบความสำเร็จครับ อยู่กับช่องไปนานๆ นะ (หัวเราะ) คือให้ช่วยกันอยู่กับช่อง เราก็ยินดีอยู่แล้ว ผมเป็นคนแฮ็ปปี้กับช่อง3 อยู่แล้ว อนาคตเราไม่รู้แต่ตอนนี้ผมก็มีความสุข ที่ได้อยู่ช่อง 3 ผมก็รักนายอยู่แล้วครับ เหมือนผู้ใหญ่ฝากเด็กนั่นแหละครับ”

หนุ่มเสน่ห์แรง

ในงานรำแก้บนหนุ่มโป๊ปถูกแซวเยอะเกี่ยวกับเรื่องที่ตนปฏิเสธเรื่องการรำ แน่นอนทว่าในงานดังกล่าวโป๊ปกลับสนุกสนานด้วยการเซิ้งกว่าคนอื่นๆ อีก “จริงๆ ผมตั้งใจจะไปร่วมงาน แสดงความยินดีเฉยๆ เราไม่ได้รำ ตอนแรกโปรดิวเซอร์เขาบอกว่าถ้าเรตติ้งเกินเดี๋ยวจะรำ ใครสนใจบ้าง ก็มีคนสนใจเยอะแยะ ผมก็บอกว่าไปได้ แต่ไม่รำนะ แต่สุดท้ายทุกคนก็จัดเต็มเลย แล้วเอาเรามายืนหน้าคู่เลย จะไม่รำก็ไม่ได้ก็ต้องรำ อย่างที่เห็นครับ ก็ตลกๆ ไป แข็งมากและเขิน เพราะแฟนคลับก็ตามมาดูเยอะ ทุกคนข้างทางก็จะบอก ไหนบอกไม่รำๆ (หัวเราะ)”

พระเอกสุดฮ็อตของช่อง 3

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าช่วงนี้เห็นงานเยอะมาก ได้มีเวลาให้กับคุณแม่หรือเปล่า? เพราะสมัยก่อนในช่วงวันหยุดโป๊ปมักจะพาคุณแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านเสมอ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นอาจะเพราะงานเยอะหรือเปล่า?

“สงกรานต์ไม่รับงานครับ ไปทำธุระส่วนตัวกับที่บ้าน ตั้งแต่ 12-17 เมษาครับ ไปยาวเลย ตั้งใจว่าจะไปทำบุญครับ หยุดยาวก็ไม่ค่อยได้เที่ยวไหนอยู่แล้วครับ จะไปกับแม่ กับพี่สาว ไปต่างจังหวัด แต่ไม่บอกแล้วกันว่าจังหวัดไหนครับ ถามว่ากลัวแฟนคลับไปตามไหม ไม่หรอกครับ เวลาเราทำบุญเราก็อยากอยู่สงบๆ อยากอยู่เงียบๆ เวลาทำบุญก็ไม่ค่อยมีใครมายุ่งกับเราเท่าไหร่ครับ เวลาเราทำบุญส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้พูดกันหรอกครับ เขาจะเข้าใจครับ”

เรียกว่าเป็นโอกาสที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับคุณแม่และพาท่านไปทำกิจกรรมใช่ไหม? ซึ่งพระเอกหนุ่มก็บอกว่า

“จริงๆ ผมอยู่บ้านเดียวกับแม่ เจอกันตลอด ไม่ได้รู้สึกว่าช่วงนี้พักผ่อนกับแม่ แต่เราทำงานมาตลอด ก็ไม่เคยว่างอยู่แล้ว พอว่างถ่ายละครก็เป็นจังหวะงานเยอะอีก เหมือนทำงานทุกวันครับ ล็อกวันไว้แล้วครับ”

คนดังร่วมงานเพียบ! 14 แบรนด์ไทย อวดโฉม SS 2018 โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม

โซน THAITHAI ห้างเซ็นทรัลชิดลม แฟชั่นเดสทิเนชั่นสวรรค์ของคนรักแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ร่วมกับ Sunglass Hut (ซันกลาส ฮัท) ร้านแว่นกันแดดชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เนรมิตรันเวย์ให้เป็น Fashion Terminal อวดโฉมคอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2018 จาก 14 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง ในงาน “THAITHAI Summer On Board 2018” พร้อมชวนช้อปฯ แบรนด์โปรด และเป็นเจ้าของสินค้า
ลิมิเต็ดเอดิชั่นทีเชิ้ตพิมพ์ลายออกแบบโดย 6 ไทยดีไซเนอร์แถวหน้า โดยมีเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ตบเท้าร่วมงานคับคั่ง

ภายในงาน จัดขึ้นที่โซน THAITHAI (ไทยไทย) ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Fashion Terminal บรรยากาศเหมือนเตรียมเช็คอินสนามบิน เพื่อเดินทางท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์ โดยได้รับเกียรติจาก ธาพิดา นรพัลลภ Omni-Channel Merchandising Director (ออมนิ-แชนแนล เมอร์ชั่นไดซิ่ง ไดเร็กเตอร์) ร่วมด้วย กานต์พัชชา สุรังคมณีสิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซันกลาส ฮัท (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับเหล่าเซเลบริตี้นักเดินทางสายแฟชั่น อาทิ คิมเบอร์ลี แอน เทียมสิริ, ชุติมณฑน์ สกุลไทย, ญาณินท์ วีระไวทยะ, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, แพร สารสิน, สิริผกา และสิรินดา กรรณสูต, ธนัญญา ธนากิจอำนวย, มธุนาฏ ซอโสตถิกุล, หนิง ปณิตา, เขมนิจ จามิกรณ์, พลอย หอวัง, ซาร่า เล็กจ์, อริสรา ทองบริสุทธิ์, กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, พิมประภา ตั้งประภาพร, วรรณปิยะ ออมสินนพกุล, ณัฐฐชาช์ บุญประชม, ไอรดา ศิริวุฒิ, พิชญ์นาฏ สาขากร, อริสรา ทองบริสุทธิ์ และอรณิชา กรินชัย ที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นสุดพิเศษในครั้งนี้

 

บรรยากาศในงาน THAITHAI Summer On Board 2018

 

ภายในงาน 14 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ระดับโลกรวมตัวกันออกมาพาเหรดแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2018 อย่างตระการตา นำขบวนโดยแบรนด์ ASAVA (อาซาว่า) และ ASV (เอเอสวี) โดย พลพัฒน์ อัศวะประภา, ANCHAVIKA (อัญชวิกา) โดย อัญชลี วิกสิตนาคกุล, CALISTA (คาลิสต้า) โดย อภิษฎา นิมิตรวานิช, KINGKAN (กิ่งกานต์) โดย กิ่งกานต์ สลากรธนวัฒน์, KLOSET (คลอเส็ท) โดย มลลิกา เรืองกฤตยา, MILIN (มิลิน) โดย มิลิน ยุวจรัสกุล, PATINYA (ปฎิญญา) โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง PITCHANA (พีชนา) โดย พีชนา เอกชัย, VATANIKA (วทานิกา) โดย วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, VICKTEERUT (วิคธีรัตน์) โดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์

รวมถึง 3 แบรนด์ใหม่ที่เข้ามาร่วมสร้างสีสันแฟชั่นในโซน ได้แก่ CANITT (คานิท) โดย ขนิษฐา ดรุณเนตร, JANESUDA (เจนสุดา) โดยเจนสุดา ปานโต และ TOHNS (ธร) โดย ธรธรรม พงษ์พานิช จากนั้นต่อเนื่องด้วยการสังสรรค์ค็อกเทลปาร์ตี้ กับเมนูพิเศษ จากร้าน It’s happen to be A Fox Princess & A Spider. และเติมสีสันความสุข สนุกสนานโดยดีเจชื่อดัง

พิเศษ! ชวนเป็นเจ้าของทีเชิ้ตพิมพ์ลายลิมิเต็ดเอดิชั่นฝีมือ  6 ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง จากแบรนด์ ANCHAVIKA (อัญชวิกา) ASAVA (อาซาว่า) ASV (เอเอสวี) JANESUDA (เจนสุดา) KLOSET(คลอเส็ท) VATANIKA (วทานิกา) และ VICKTEERUT (วิคธีร์รัฐ) ในราคาเพียงตัวละ 390 บาท และหาก
ช้อปปิ้งในห้างเซ็นทรัลชิดลม (ไม่จำกัดยอดซื้อ) สามารถนำใบเสร็จมาใช้เป็นส่วนลดได้ 100 บาท วันนี้ – 25 มี.ค.61 ที่โซน THAITHAI (ไทยไทย) ห้างเซ็นทรัลชิดลม

พร้อมจัดเต็มด้วยโปรโมชั่นชวนช้อปฯ คอลเล็คชั่นซัมเมอร์จากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ด้วยข้อเสนอพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 20%  และลดเพิ่มสูงสุด 32.5% เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวันตามเงื่อนไข หรือเมื่อใช้คะแนน The 1 Card ลด / รับเพิ่มรวมสูงสุด 32% พิเศษ! รับฟรี Cash coupon เมื่อ
ช้อปตามเงื่อนไข

 

ห้างเซ็นทรัลและเซน เอาใจคนรักแฟชั่นลักซ์ชัวรีแบรนด์ ช้อปคอลเลกชั่นใหม่รับสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ลดสูงสุด 20%

ห้างเซ็นทรัลและเซน จัดรายการ “Central Luxe Galerie Spring/Summer 2018” (เซ็นทรัล ลักซ์ แกเลอรี สปริง/ซัมเมอร์ 2018) ให้ลูกค้าผู้ชื่นชอบเรื่องการแต่งตัวได้ช้อปสินค้าคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 จากแบรนด์แฟชั่นลักซ์ชัวรีระดับโลกในราคาลดสูงสุด 20% อาทิ Gucci Bottega Veneta Boyy DVF Missoni Club Monaco พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะ วัน (29 มี.ค.- 4 เม.ย.61) หรือ รับฟรีคูปองส่วนลดแทนเงินสดสูงสุด 10% (28 มี.ค. – 4 เม.ย.61) เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พิเศษ! ทุกบิลใบเสร็จที่มียอดช้อป 50,000 บาทต่อวัน รับฟรีชุดผลิตภัณฑ์ หรือ บัตรกำนัลเข้ารับบริการทรีทเม้นต์จากแบรนด์ Clarins (จำนวนจำกัด 200 รางวัล) และลูกค้าที่มียอดช้อปสูงสุดตลอดรายการ 3 ท่านแรก รับฟรีจี้เพชรดีไซน์สวยหรูจาก Prima Gold ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. – 17 เม.ย. 61 ที่โซนลักซ์ แกเลอรี (Luxe Galerie) ลักซ์ เมน (Luxe Men) และลักซ์ คิดส์ (Luxe Kids) ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน

แบรนด์ที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ 23KU, Adrianna Papell, Aidan Mattox, Alice + Olivia, Anyallerie, Aquazzura, Armani Junior, Badgley Mischka, Bally, Bao Bao, Blackbarrett, Boss, Bottega Veneta, CK Calvin Klein, Calvin Klein Collection, Catmini, Chiara Ferragni, Christian Louboutin, Club Monaco, Coach, Juicy Couture, Diesel Black Gold, DKNY, DVF, Eileen Fisher, Elie Tahari, Gerard Darel, Giuseppe Zanotti, Givenchy, Gucci, Gucci Kids, ICB, Issey Miyake, Jill Sander, John Varvatos, Kate Spade, Kenzo, Kenzo Kids, Kurt Geiger, Longchamp, Maje, Marni, Marimekko, Max Mara Studio, MCM, McQ, Michael Kors, Missoni, Miu Miu, Moschino, Mulburry, New York, Niche Nation, Omega, Noo 21, Oscar Tiye, Parvay, Paul Smith, Paul Smith Junior, Pleats Please Issey Miyake, Polo Ralph Lauren, Prada, Ralph Lauren, Ralph Lauren Childrenwear, Rebecca Minkoff, Red Valentino, Roberto Cavalli, Sandro, Saint Laurent, Sebastian, , Sergio Rossi, Siwilai, Sunglass Hut, Tadashi Shoji, Tara Jarmon, The Kooples, Theory, Tod’s, Tom Ford, Tory Burch, Trussardi Junior, Versace, Vilebrequin, Vivienne Tam และ Vivienne Westwood

“ศาลา อยุธยา” ชวนลิ้มรสเซ็ตเมนูประวัติศาสตร์ ย้อนรอยตำนานอาหารไทย 15 ศตวรรษ

ศาลา อยุธยา (sala ayuttha) โรงแรมสไตล์บูติคริมแม่น้ำใจกลางเมืองเก่าอยุธยา ชวนลิ้มรสอาหารไทยในตำนานกับ “เมนูประวัติศาสตร์”​ (Historical Set Menu) เซ็ตเมนูสุดพิเศษที่ปรุงด้วยสูตรโบราณไทยแท้ ตามแบบฉบับอาหารไทยในช่วงปี พ.ศ. 1600 ประกอบด้วยเมนูอาหารไทยโบราณ 4 คอร์ส มีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ อาทิ แสร้งว่ากุ้ง กุ้งแม่น้ำย่างเนื้อหวานกรุบกรอบคลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้าน พร้อมสมุนไพร ตะไคร้ หอมแดง ขิงอ่อน และโหระพา ข้าวตังหน้าตั้ง ข้าวตังทอดเหลืองกรอบ ทานคู่หน้าตั้งไก่ผัดกับกะทิและซอสถั่วรสกลมกล่อม ปลาสลิดต้มกะทิใบมะขามอ่อน ปลาสลิดต้มในน้ำกะทิจนแตกมันรสชาติเข้มข้น โรยด้วยใบมะกรูด ใบมะขามอ่อน และขมิ้นชัน แกงรัญจวน แกงเนื้อวัวชามร้อน ต้มใส่ตะไคร้ ใบโหระพา กระเทียม หอมแดง แล้วตำนํ้าพริกกะปิใส่ลงไป ส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ข้าวห่อใบบัว ข้าวสวยหุงจนหอมกรุ่น ห่อด้วยใบบัวแบบโบราณ พร้อมไข่เค็ม เห็ด กุนเชียงหมู และกุ้งแห้ง และของหวาน บุหลันดั้นเมฆ ขนมไทยโบราณหากินยาก หากได้ลองชิมแล้วจะหลงเสน่ห์กับแป้งเหนียวนุ่ม สอดไส้ไข่แดง หวาน หอม มัน ราคาเริ่มต้น 1,800++ บาทต่อท่าน เสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ณ​ ห้องอาหาร อีทเทอรี่ แอนด์ บาร์ (Eatery and Bar) โรงแรมศาลา อยุธยา พร้อมดื่มด่ำวิวโบราณสถานริมแม่น้ำที่สวยงามเกินบรรยาย

สำหรับ “เซ็ตเมนูประวัติศาสตร์”​ ภายใต้แคมเปญ​ “Taste of Place” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา โดยแคมเปญนี้ รังสรรค์ขึ้นจากความตั้งใจของ ศาลาฮอสพิทอลลิตี้ กรุ๊ป ที่ต้องการสืบสานวัฒนธรรมอาหารอันเก่าแก่ของเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงแรม ได้แก่ อยุธยา ภูเก็ต สมุย และเขาใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองประเพณีการทำอาหารของไทย ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ทั้งรสชาติ เอกลักษณ์การนำเสนอ และมรดกทางวัฒนธรรมที่นำมาผสมผสานกับอาหาร

สำหรับเมืองอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงหนึ่งชั่วโมง ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเป็นกระแสมาจากละครดังอย่าง “บุพเพสันนิวาส” (Love Destiny) โดยรัฐบาลไทยได้ประกาศแผนการที่จะพัฒนาเมืองอยุธยาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมระดับโลก ในฐานะเมืองมรดกโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อีเมล [email protected] หรือคลิก www.salahospitality.com.

“คริสปี้ ครีม รอยัล โดนัท” โดนัทหน้าพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

คริสปี้ ครีม โดนัทสูตรลิขสิทธิ์ชื่อดังที่ครองใจคนทั่วโลก ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงออกแบบ “คริสปี้ ครีม รอยัล โดนัท” ด้วยแป้งโดนัทสูตรลิขสิทธิ์ ตกแต่งหน้าด้วยไวท์ช็อคโกแลตสีม่วงพร้อมโรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำตาลดอกไม้สีขาวและหัวใจสีชมพูพาสเทล พร้อมโดนัทหน้าพระราชทาน “คริสปี้ ครีม รอยัล สตรอว์เบอร์รี” ด้วยโดนัทเคลือบไวท์ช็อคโกแลตสีชมพู โรยหน้าด้วยสปริงเคิลสีสันสดใสพร้อมช็อคโกแลตเวเฟอร์คิทแคท

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยโดนัทสุดพิเศษ “คริสปี้ ครีม รอยัล โดนัท” ในราคาเพียงชิ้นละ ๕๕ บาท ได้ตั้งแต่วันที่ ๒ – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๑ ณ ร้าน คริสปี้ ครีม สาขาใกล้บ้านคุณ (ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง) โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

ติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือwww.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

ประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ร้านกักกัน กรุงเทพฯ ยังคงครองอันดับ 1

รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2561 ครั้งที่ 6 สนับสนุนโดยซานเพลเลกริโน และ แอคคัว แพนนา (S.Pellegrino & Acqua Panna) ได้มีการประกาศอยางเป็นทางการในงานมอบรางวัล ณ โรงแรมวินน์ พาเลซ มาเก๊า โดยมีร้านอาหารที่ติดอันดับเข้ามาใหม่ถึง 8 ร้าน และมีร้านอาหาร 9 แห่งจากประเทศไทย ติดโผยรายชื่อในปีนี้

ร้านกักกัน (Gaggan) กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 สำหรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (The Best Restaurant in Asia) ที่สนับสนุนโดยซานเพลเลกริโน และ แอคคัว แพนนา (S.Pellegrino & Acqua Panna) และรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย (The Best Restaurant in Thailand) ทั้งนี้ ร้านของ กักกัน อนันต์ (Gaggan Anand) เริ่มติดอันดับ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของโลกในปี 2557 และอยู่ในอันดับที่ 7 เมื่อปีที่แล้ว

สำหรับ 9 ร้านอาหารจากประเทศไทยนั้น ประกอบด้วยร้าน Paste (อันดับที่ 31) ของ บงกช ‘บี’ สระทองอุ่น ซึ่งเป็นการติดอันดับเข้ามาใหม่ในปี 2561 นี้ และเธอยังได้รับรางวัล อีลิท® วอดก้า เชฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2561 (elit® Vodka Asia’s Best Female Chef 2018) อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆ ที่ปีนี้กลับเข้ามาติดอันดับอีกครั้ง ได้แก่ ร้าน Sühring (ขึ้นจากอันดับ 9 มาอยู่อันดับที่ 4) ร้าน Nahm (อันดับที่ 10) ร้าน Le Du (ขึ้นจากอันดับที่ 23 มาอยู่อันดับที่ 14) ร้าน Eat me (อันดับที่ 33) ร้าน Bo lan (อันดับที่ 37) ร้าน Issaya Siamese Club (อันดับที่ 39) และร้าน The Dining Room on the House on Sathorn (อันดับที่ 43)

รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียจัดทำขึ้นจากผลโหวตของ 50 Best Restaurants Academy เป็นกลุ่มของผู้นำในธุรกิจอาหารกว่า 300 รายจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีทัศนะ และประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจอาหารของเอเชีย โดยคณะกรรมการในแต่ละภูมิภาค ประกอบด้วย นักเขียน และนักวิจารณ์อาหาร เชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘นักชิม’ สมาชิกให้คะแนนตัวเลือกของตัวจากความชอบ โดยการคัดเลือกร้านจากความชอบจากประสบการณ์ที่ได้รับจากร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่มีการกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้า แต่การลงคะแนนนั้นจะเป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

 งานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี  2561 เป็นการกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งกับพันธมิตรอย่างดีลอยต์ (Deloitte) บริษัทที่ปรึกษาอิสระอย่างเป็นทางการ การตัดสินจากดีลอยต์สามารถมั่นใจในความโปร่งใส และมาตรฐานที่น่าเชือถือ ขั้นตอนในการลงคะแนน โดยผลการตัดสินรางวัลประเภทต่างๆ นั้นถูกต้องและเที่ยงตรง ติดตามรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลการประกาศผลรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ได้ที่ http://www.theworlds50best.com/asia/en/our-manifesto.html

 

 

ลิปสติก

จริงปะเนี่ย! SEPHORA ออกลิปสติกรสต้มยำ เป็ดย่าง มันม่วง และเมนูลิปอื่นๆ จะหิวหรือจะทาดี

แอบเห็นอินสตาแกรม @thaisephora ลงรูป ลิปสติก ใหม่สีส้มประกายทอง ปลอกลิปเป็นรูปรสต้มยำกุ้ง แค่เห็นสีก็แซ่บกลืนน้ำลายเฮือกแล้ว แต่ก็แอบไม่แน่ใจว่าจริงหรือหลอก จนแอบปักใจเชื่อนิดๆ เพราะเพจ Sephora ประเทศอื่นก็ปล่อยคอลเล็คชั่นลิปสติกอาหารพื้นเมือง พร้อมแฮชแท็ก #LickYourLipStories มาให้ส่องเมนูลิปอาหารพื้นเมืองชาติอื่นๆ รัว ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกงที่ปล่อยรูปลิปสติกโทนสีช็อกโกแลตเหลือบเบอร์กันดี้ ปลอกเป็นลายเป็ดย่าง หรือจะเป็นฟากสิงคโปร์ที่ออกลิปโทนแดงสดอมส้ม ปลอกลิปเมนูปูผัดพริก และโทนแดงเข้ม ปลอกลิปเมนู Sambal Belacan เผ็ชชชชชชซี๊ดซ้าด หรือจะเก๋ๆ อินเทรนด์ตาม Pantone ก็ต้องสีม่วง ปลอกลิปมันม่วงสุดคูลดูน่ารัก

ซึ่งสาวๆ หลายคนเห็นแล้วคงมีอาการอยากพุ่งตัวไปซื้อมาครอบครองเร็วๆ แล้วล่ะ สำหรับคอลเล็คชั่นลิปสติกเมนูอาหารสุดเลิศรส บอกเลยว่าลิปแต่ละแท่งที่เอามาให้เชยชม สายแดกไม่ควรมาเห็นอะไรแบบนี้ดึกๆ นะจ๊ะ เดี่ยวจะพาลหิว แล้วจะเคืองเอาได้ อิอิ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องหลอก หยอกนะจ๊ะสาวๆ เกิดขึ้นเพราะเป็นมุขหลอกขำๆ ในวัน April Fool’s Day ที่ผ่านมาเท่านั้นเองค่า โถ่ๆ นี่มีบางคนอยากได้มากถึงขั้นมีคอมเมนท์ว่าจะมีลิปรสส้มตำปูปลาร้าออกมาไหม แน่ะ…ไปกันใหญ่เลยทีนี้ เข้าใจหยอกให้อยากแล้วจากไปนะคะ เอ๊ะ…หรือนี่จะเปิดการโยนหินถามทางของทางแบรนด์ SEPHORA กันนะ เผื่อปังจะได้ทำจริงซะเลย!!!

ลิปสติก รสต้มยำ เป็ดย่าง มันม่วง และเมนูลิปอื่นๆ จะหิวหรือจะทาดีนะ อยากให้มีจริงๆ จัง

A post shared by Sephora Thailand (@thaisephora) on

A post shared by Sephora PH (@sephoraph) on

A post shared by Sephora HK (@sephorahk) on

A post shared by Sephora Singapore (@sephorasg) on

A post shared by Sephora Singapore (@sephorasg) on


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพจาก IG : thaisephora / #LickYourLipStories