เมนูเติมพลัง

ใครว่าออกกำลังกายแล้วกินของหวานไม่ได้ “How-to 3 เมนูเติมพลัง” หวานอร่อย คืนความสดชื่น

ด้วยความเชื่อที่ว่านอกจากการออกกำลังกายแล้ว อาหารยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการดูแลสุขภาพ เพราะอาหารที่เหมาะสมจะมีส่วนในการส่งเสริมประสิทธิภาพการออกกำลังกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ป้องกันการสูญเสียและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ทั้งยังเติมพลังงาน คืนความสดชื่น และเพิ่มความสมดุลของร่ายกายอีกด้วย อาหารที่เลือกรับประทานทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม
วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมี 3 เมนูเพื่อสุขภาพมาแนะนำพร้อม How-to แสนง่ายไม่ยุ่งยาก ในคลาสเวิร์คช็อป PURE ENERGY จากเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ โดยมีเชฟเลาร่า คาสโตร จากบลู โลตัส เป็นผู้สอนเทคนิคการทำและแนะประโยชน์ทั้ง 3 เมนู ที่เหมาะสำหรับก่อนและหลังการออกกำลังกาย โดยส่วนผสมในทุกเมนู ปราศจากกลูเต็น คลอเลสเตอรอล น้ำตาลขัดสี และสิ่งเจือปนอื่นๆ

 

เริ่มกันด้วย Chocolate Truffles ความอร่อยลงตัวจาก 3 ส่วนผสม ได้แก่ อินทผาลัมอบแห้ง เมล็ดอัลมอนด์ และผงโกโก้ นำอินทผาลัมอบแห้งมาขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงผสมเมล็ดอัลมอนด์ เพื่อช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ ซึ่งน้ำมันในเมล็ดจะช่วยทำให้ทุกส่วนผสมกลมกลืนกันได้ดีขึ้น เมื่อเข้ากันดี จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดเล็กพอดีคำ แล้วคลุกกับผงโกโก้ หรือผสมผงโกโก้กับมะพร้าวขูดอบแห้งก็เพิ่มความกรุบกรอบเพลิดเพลินเมื่อรับประทาน เท่านี้ก็ได้ อีเนอร์จี บอล (Energy Ball) เหมาะสำหรับการรับประทานทั้งก่อนและระหว่างออกกำลังกาย เช่น พกติดตัวเมื่อร่วมแข่งขันวิ่งเทรล หรือวิ่งมาราธอน ซึ่งสามารถหยิบมารับประทานได้ทันทีเมื่อรู้สึกหิว โดยความหวานจากอินทผาลัมจะช่วยเพิ่มพลังงานและทำให้ระบบการทำงานของน้ำตาลในร่างกายทำงานได้ดี

ถัดมา คือ 2 เมนูสมูทตี้สำหรับดื่มหลังออกกำลังกาย Sun Salutation ด้วยส่วนผสมง่ายๆ อย่าง นมอัลมอนด์หรือนมถั่วเหลือง อินทผาลัมอบแห้ง กล้วยสุกแช่แข็ง และกลิ่นวานิลลา โดยความหวานจากกล้วยจะช่วยเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสจึงไม่ต้องเติมน้ำตาลอีก แก้วนี้นอกจากจะให้พลังงานอย่างดีเยี่ยมแล้ว กลิ่นวานิลลายังช่วงผ่อนคลายความเครียด ช่วยเรื่องการนอนหลับอีกด้วย สอดคล้องกับชื่อเมนูซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนท่าของโยคะทำให้รู้สึกสงบและปรับสมดุลของร่างกาย

Tropical Green มีน้ำมะพร้าวสดเป็นเบส ปั่นรวมกับเนื้อมะม่วงสุกแช่แข็ง พร้อมผักใบเขียว อาทิ คะน้าหรือปวยเล้งใบใหญ่ ซึ่งมีฤทธิ์เย็น จึงช่วยคืนความสมดุลแก่ร่างกายหลังการออกกำลังกาย เพิ่มขิงในปริมาณเล็กน้อย เพิ่มการดูดซึมสารอาหาร นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณทางยาในการบำบัดอาการอักเสบของกล้ามเนื้ออีกด้วย

ใครว่าออกกำลังกายแล้วจะทานของหวานไม่ได้ Fruit Tarlet (ฟรุ้ต ทาร์เล่ต์) ทาร์ตผลไม้เพื่อสุขภาพ ทานได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน เริ่มจากการรองด้านในถ้วยแม่พิมพ์ด้วยพลาสติกใส จากนั้นลงมือทำตัวทาร์ตโดยการผสมข้าวโอ๊ต เมล็ดอัลมอนด์ และมะพร้าวอบแห้ง เข้าด้วยกัน นำส่วนผสมที่ได้ใส่ลงไปในถ้วยพิมพ์จนแน่น เมื่อดึงพลาสติกออก จะได้ตัวทาร์ตที่มีรูปร่างเป็นถ้วยตามต้องการ พักไว้ก่อน

หลีกเลี่ยงครีมที่มีแคลอรี่สูง โดยการใช้ครีมนมเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่เติมมะนาวนิดเพื่อเพิ่มความกลมกล่อม ปิดท้ายด้วยด้วยผลไม้สดตามชอบ อาทิ สาลี่ ทับทิม แก้วมังกร กีวี สตอร์เบอร์รี่ สัปปะรด มะละกอ เป็นเมนูสบายท้องที่ช่วยเพิ่มพลังหลังจากออกกำลังกายได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ เชฟเลาร่ายังแนะเคล็ดลับเพื่อให้เฮลตี้ในทุกๆ วันว่า ควรเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการทำหลายขั้นตอน และเลือกใช้ “S.O.S” จากธรรมชาติ ได้แก่ Sugar คือ น้ำตาลหรือความหวานซึ่งได้จากผัก ผลไม้, Oil หรือน้ำมันจากเมล็ดถั่ว รวมถึง Salt ความเค็มจากพืชบางชนิด เป็นต้น

สกินแคร์

รวม 12 สกินแคร์ ดูแลผิวก่อนลงเมคอัพ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทน ผิวนุ่มชุ่มชื้นดุจบูสเตอร์

ถ้าเป็นสาวๆ สายเกา (เกาหลี) น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ก่อนที่เมคอัพอาร์ตทิสต์ชื่อดังจะลงเมคอัพให้สาวๆ นั้น ผิวหน้าของผู้ที่จะถูกแต่งต้องดูฉ่ำ อิ่มเอิบ ไม่แห้งกร้านไร้ชีวิตชีวา ดังนั้น ถ้าสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวขาดน้ำอย่างหนัก แห้งกร้านสุดๆ จนอาจจะทำให้เมคอัพเป็นคราบและไม่ติดทนนั้น เมคอัพอาร์ตทิสต์จะใช้ชีทมาส์กหน้าฉบับเร่งด่วนมาส์กให้ก่อนแต่งหน้า ถือเป็นเคล็ดลับยอดนิยมกันเลยทีเดียว

แต่ถามหน่อยว่ามันจะดีหรือ?? ที่จะปล่อยให้ผิวหน้าแห้งกร้านดูเหมือนป้าไม่อ่อนเยาว์เลย แล้วต้องมาคอยบำรุงเร่งด่วนก่อนแต่งหน้าอยู่ร่ำไป แทนที่จะบำรุงผิวหน้าทุกวันให้ดูเปล่งปลั่ง ยามไร้เครื่องสำอางก็ยังดูสาว ดูเด็ก อ่อนเยาว์กันไปยาวๆ

ซึ่งก็แอบเข้าใจสาวๆ นะ ว่าการดูแลผิวหลายขั้นตอนในช่วงเช้าคงทำได้ยาก ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเวลาน้อยอย่างไรก็ต้องสวย ดูดี ไว้ก่อนเสมอ แพรวดอทคอม จึงขอแนะนำ 12 สกินแคร์ อาทิ โลชั่น เอสเซ้นท์ เซรั่ม ตัวช่วยคอยบำรุงผิวซึมลึกสู่ผิวชั้นใน ปรับสมดุลให้ผิวแข็งแรง นุ่มชุ่มชื่นตลอดเวลา ไม่ทำให้ผิวเหนียวเหนอะหนะน่ารำคาญด้วย

LANEIGE Fresh Calming Morning Mask
(80 กรัม / 1,050 บาท)

มอร์นิ่งมาส์กสำหรับปลุกผิวยามเช้าให้สดชื่น เปล่งปลั่ง แบบไม่ต้องล้างออก ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นแม้แพ้ง่าย แถมช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานขึ้นจากแรงบันดาลใจการใช้ชีทมาส์กก่อนแต่งหน้าเคล็ดลับยอดนิยมของช่างแต่งหน้าชั้นนำของเกาหลี จึงเกิดเทคโนโลยีแอร์มูสแปรสภาพเป็นน้ำซึมซาบสู่ผิวทันที พร้อมรักษาสมดุลความชุ่มชื้นบนผิว โดยไม่ทำให้ผิวมันระหว่างวัน


THREE Aiming Lotion
(140 มิลลิลิตร / 3,400 บาท)

เฟสโลชั่นส่วนผสมจากธรรมชาติ 96% ช่วยเพิ่มพลังความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเต็มเปี่ยม แทรกซึมได้ดีแม้ผิวหยาบ แห้งกร้านสะสมให้กลับมาเป็นผิวที่อ่อนนุ่ม ช่วยปรับสมดุลภายในให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ผิวอิ่มฟูดูอิ่มเอิ่บด้วยโลชั่นเนื้อใสบริสุทธิ์ เบาสบาย เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และมักเกิดปัญหาผดผื่น


LA MER The Moisturizing Matte Lotion
(50 มิลลิลิตร / 11,100 บาท)

อีกครั้งที่ลาแมร์ท้าทายกฏการบำรุงผิวด้วยการนำวิทยาการที่ลงตัว 2 ชนิดมาผสมผสานเพื่อปรากฏการณ์ใหม่ให้ผิวดูแตกต่างทั้งดูชุ่มชื้นและแมตต์ในเวลาเดียวกัน มอยส์เจอไรเซอร์สูตรใหม่ให้มีสัมผัสที่บางเบาและมอบความสดชื่นให้แก่ผิว พร้อมควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าและรูขุมขนดูเล็กลง เป็นสูตรที่ฟื้นบำรุงสำหรับผิวแห้ง เนื้อครีมเข้มข้นเป็นพิเศษให้ผิวดูชุ่มชื้น ฉ่ำ เปล่งประกาย ปลอบประโลมผิวจากความแห้งกร้านให้ดูสุขภาพดี


KANEBO Relaxing Brume
(50 มิลลิลิตร / 1,500 บาท)

โลชั่นที่มาในรูปแบบของ Mist ละอองละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับผิวเมื่อรู้สึกว่าผิวแห้ง หรือใช้ก่อนการเติมเมคอัพระหว่างวัน สามารถสเปรย์ลงบนผิวหน้าที่แต่งเติมแล้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในทุกที่ทุกเวลา หรือใช้เมื่อต้องการปรับอารมณ์ให้สดใสในทันที ช่วยให้ผิวมีความกระชับ เรียบเนียน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากความสดชื่นเป็นธรรมชาติของกุหลาบ ทำให้จิตใจสดใส


POLA BA Lotion
(120 มิลลิลิตร / 8,700 บาท)

โลชั่นน้ำสูตร Moist Volume Formula อนุภาคโมเลกุลขนาดนาโน ลำเลียงไปยังผิวชั้นในได้อย่างทันที ช่วยให้ผิวกระชับอย่างมีมิติ และเสริมสร้างการเพิ่มจำนวนและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวชั้นใน เพื่อเตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนการบำรุงผิวให้กระจ่างใส ช่วยชะลอวัย พร้อมฟื้นคืนผิวให้ดูเปล่งปลั่ง


EAU THERMALE Avène Deep Moist Lotion
(125 มล. /1,300 บาท)

โลชั่นบำรุงสำหรับผิวขาดน้ำ เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงผิวผสมที่เป็นผิวบอบบางแพ้ง่าย เนื้อโลชั่นแบบใสอุดมไปด้วยน้ำแร่ Avène มากกว่า 90% ช่วยปลอบประโลมผิว และลดการระคายเคืองด้วยสารประกอบของ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวนุ่ม กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ซ่อมแซมและควบคุมความสมดุลให้กับผิวที่ขาดความชุ่มชื้น เพิ่มความกระชับ เรียบเนียนให้แก่ผิว


No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence
(10 มิลลิลิตร / 990 บาท)

เอสเซ้นท์ที่มีส่วนผสมวิตามินซีบริสุทธิ์ 5% ที่นับว่าเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้า ไร้ชีวิตชีวา กลับมาดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้น ลดปัญหาสีผิวที่เข้มขึ้น ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว พร้อมเสริมประสิทธิภาพของวิตามินซี ด้วยการผสานสารสกัดอื่นๆ อย่าง Liquorice และไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างผิวให้เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น


TO’US BEAUX EM PLUS LOTION EX
(130 มิลลิลิตร / 4,200 บาท)

โลชั่นที่ช่วยปรับสภาพผิวที่บอบบางให้กลับมาแข็งแรง โดยเนื้อโลชั่นสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึกถึงร่องของชั้นผิว บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และปกป้องผิว เพิ่มออร่าให้ผิวเปล่งประกายเจิดจรัส


L’Occitane Divine Harmony Serum
(30 มิลลิลิตร / 9,200 บาท)

เซรั่มเนื้อเจลแบบ Water-Base ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย อุดมไปด้วย Jania Rebens ช่วยให้ใบหน้ากระชับ อวบอิ่ม ทุกหยาดหยดเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารเพื่อบำรุงและฟื้นฟูทุกสัญญาณของริ้วรอย ซึมซาบเข้าสู่ผิวง่ายและรวดเร็วด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ทำให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมความนุ่มชุ่มชื่นนุ่มของผิวที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย


INNISFREE Jeju Lava Seawater Intensive Ampoule
(30 มิลลิลิตร / 1,190 บาท)

เซรั่มเข้มข้นที่คงความชุ่มชื้นและกระชับผิว ช่วยปรับปรุงผิวที่เหนื่อยล้าด้วยพลังงานความชุ่มชื้นของเชจูลาวาน้ำทะเลอันทรงประสิทธิภาพ เพิ่มพลังของเซลล์ใต้ผิวหนัง สร้างเกราะป้องกันผิวเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น โดยขจัดเอนไซม์ที่เป็นตัวย่อยโปรตีน และปลุกคอลลาเจนให้สร้างผิวดูอ่อนเยาว์ได้ดียิ่งขึ้น


SKIN & HERB CO. Squalane Regenratine Serum
(20 มิลลิลิตร / 990 บาท)

เซรั่มฟื้นฟูผิวหน้า ด้วยนวัตกรรม Supreme Squalane Shield ที่เน้นการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ปกป้องผิวชั้นใน คืนความสวยใสสู่ผิวชั้นนอก อัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารสกัดสควาเลนเข้มข้นจากผลมะกอกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้แห่งคาบสมุทรเพโลพอนนีส กลั่นเป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมซาบไว ลงลึกสุดถึงชั้นเซลล์ผิว ตรงเข้าบำรุงเป็นเกราะป้องกันและฟื้นบำรุงดุจผิวเด็กแรกเกิด พร้อมคืนความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย


LUMINESCE™ Flawless Skin Brightener
(30 มิลลิลิตร / 5,136 บาท) 

เนื้อเจลใสบางเบา ช่วยปรับสีผิวให้แลดูเรียบเนียน สม่ำเสมอกันทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เพื่อบำรุงผิวพรรณให้แลดูอิ่มเอิบ สว่างเปล่งประกาย สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์ 

สลับสวิตช์ย้อนชมเล่ห์ลับสลับร่าง เวอร์ชั่นเชอรี่ – ดอม กระแสดีไม่ต่างคู่ณเดชน์ – ญาญ่า

ออกอากาศไปได้คืนเดียว กระแสละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ก็ดูท่าจะเริ่มต้นไปได้สวย ด้วยเป็นการโคจรมาพบกันของคู่สร้างคู่สม ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ หลังจากทั้งสองห่างหายจากงานพระ-นางคู่กันไปสักพักใหญ่ เมื่อได้มาประกบคู่กันทั้งที และต้องมาพลิกบทสลับร่างกันวุ่นวาย สีสันความสนุกในเรื่องนี้จึงชวนน่าติดตาม

เป็นละครที่ไม่ใช่มีเพียงพระ-นางสลับร่าง กายเป็นหญิง ใจเป็นชาย หรือกายเป็นชาย ใจเป็นหญิง เพื่อมอบความสนุกสนานให้แฟนละครเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าหากติดตามกันต่อไป แฟนๆ ละครไม่ว่าหญิงหรือชายจะได้เรียนรู้ความคิด ความรู้สึกของเพศตรงข้ามมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเข้าใจความรู้สึก เอาใจเขามาใส่ใจเราผ่านตัวพระ-นาง ณเดชน์ – ญาญ่า ที่จะมารับหน้าที่ถ่ายทอดบทละครในเรื่องนี้

สำหรับละครเรื่องนี้ต้องยอมรับว่ามีกระแสตั้งแต่ยังไม่ทันออนแอร์ เพราะไม่ใช่เพียงคู่พระ-นางที่น่าสนใจเท่านั้น แต่พล็อตเรื่องที่ทั้งสนุก ฮา และได้สาระ ก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน จนทำให้แฟนๆ บางส่วนถึงกับย้อนไปดูละครเล่ห์ลับสลับร่าง เวอร์ชั่นปี 2546 ที่ได้คู่พระ-นาง เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ และดอม เหตระกูล เพื่อเรียกน้ำจิ้มก่อนที่จะได้ดูเวอร์ชั่นณเดชน์ – ญาญ่ากันเลย ซึ่งเวอร์ชั่นปี 2546 ก็ได้รับกระแสที่ดีมากเชียวละ โดยเฉพาะคู่พระ-นางอย่างดอมที่เห็นเป็นผู้ชายลุคแมนๆ เข้มๆ ต้องมาแสดงเป็นผู้หญิง มีจริตจะก้าน หรือสาวเชอรี่ก็ทำตัวห้าว แมนๆ ได้น่ารักน่าเอ็นดู ถึงแม้ช่วงที่ก่อนสลับร่างจะแสดงเป็นดาราดังได้น่าหมั่นไส้ก็ตาม

เชอรี่ – ดอม
เชอรี่ – ดอม ในเล่ห์ลับสลับร่าง ปี 2546

เพื่อส่งอารมณ์ต่อไม่ให้สะดุดหลังจากได้ชมเวอร์ชั่นณเดชน์ – ญาญ่ากันไปตอนแรก แพรวดอทคอม เลยขอสลับสวิตช์พักย้อนชมเวอร์ชั่นเชอรี่ – ดอมที่เล่นคู่กันเสียหน่อย โดยตอนที่นำมาเป็นตอนที่ร่างสาวเชอรี่มีจิตเป็นหนุ่มดอมตั้งครรภ์ อยู่ด้วยกันจนปวดท้องคลอด ซึ่งทำให้แต่ละฝ่ายเข้าใจและรู้ซึ้งเลยว่าเพศหญิงคลอดลูกเป็นเรื่องทรมานและเจ็บมากกว่าโดนกระสุนปืนยิงเสียอีก รวมถึงฉากในละครยังมีตอนที่ร่างเชอรี่ที่มีจิตเป็นหนุ่มดอมยอมเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพของลูกน้อยในท้องด้วย ฟังมาเท่านี้ก็น่าติดตามตอนต่อไปแล้วใช่ไหมล้า…


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2012/04/A11948127/
A11948127-vote3.jpg, Youtube: เล่ห์ลับสลับร่าง 21 ตอนจบIG @cherrykhemupsorn
@nyclub_pantip @10pman08 @@ibees_ipr

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 1 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 1 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลืองานผู้อื่นโดยไม่คิดถึงตัวเอง แต่ท่านมีความคิดที่สุดโต่ง หลุดกรอบ ดูเหมือนเป็นคนประหลาด แต่จริงๆ แล้วนั่นคือความเป็นอัจฉริยะที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงได้ในอนาคต

การเงิน : ปานกลาง มาจากการทำมาหากินเป็นหลัก

ความรัก : วันนี้จะหนักไปในทางพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทัศนคติ วางแผนการใช้ชีวิต มากกว่าความโรแมนติก คนโสด ท่านอารมณ์ผันผวนรุนแรง เข้าใจยาก ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน เพราะฉะนั้นฉันไม่แคร์หากไม่มีใครมาจีบ

สุขภาพ : ไวต่อสภาวะเปลี่ยนแปลงของอากาศ เป็นเหตุให้เกิดโรคภูมิแพ้และไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ร้อนรุ่มๆ อึดอัดกับการทำงาน ทั้งบรรยากาศภายในองค์กร เจ้านาย และเพื่อนร่วมงาน รู้สึกตึงเครียดจนอยากลาออก ควรใช้เหตุผลในการพิจารณาและไตร่ตรองให้ดี

การเงิน : ร้อนเงิน เกิดภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง จนเกิดหนี้สิน

ความรัก :  วันนี้จะเกิดการเข้าใจผิด หึงหวง มีเหตุเรื่องมือที่สามเข้ามาแทรกจนทำให้เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง คนโสด ระวังคนที่เจอวันนี้ ไม่ได้มีท่านคนเดียวค่ะ

สุขภาพ : ระวังอารมณ์ด้านลบจะทำให้ท่านรู้สึกปวดศีรษะ ไมเกรนถามมา

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านจะได้ริเริ่มงาน และบุกเบิกกิจการใหม่ๆ หรือสร้างงานใหม่ มีโอกาสประสบความสำเร็จสร้างชื่อจากผลงานที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้น

การเงิน :  ผลงานมา เงินทองโชคลาภก็ตามมา

ความรัก :  วันนี้แต่ละคนมีโลกส่วนตัวสูง มีความคิดเป็นของตัวเอง ก็คงต้องใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์ และเรียนรู้ ทำความเข้าใจกันเยอะๆ   คนโสด เคยอกหักมาก่อน จึงยังไม่เปิดใจรับใครง่ายๆ

สุขภาพ : อย่าหักโหมงานหนักจนไม่ได้พัก ทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะและลำไส้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  งานที่ต้องใช้จินตนาการ หรือความคิดสร้างสรรค์จะทำได้ดี แต่ระวังความดื้อรั้น เอาแตใจตัวเอง แสนงอน และใจน้อยจะทำให้ท่านพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

การเงิน   : มีโชคนะคะ วันนี้ลองเสี่ยงดวงดู หรือไม่ก็รอรับมรดกเลยก็ได้

ความรัก : วันนี้ท่านโลเล ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะแอบหวั่นไหวมีใจให้กับเพศเดียวกัน คนโสด มีเสน่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์ดีทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามเลยทีเดียว

สุขภาพ : อย่าวิตกกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะไมเกรนจะมาพร้อมกับความดัน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : คนละโหมดกับเมื่อวานเลยค่ะ ความเป็นผู้นำโดดเด่น จะทำงานด้วยความเข้มข้นดุดัน ลุยงานทุกรูปแบบ ไม่ค่อยยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่น จึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความสามารถส่วนตัว

การเงิน :   ชอบความท้าทาย ลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย โดยเฉพาะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ความรัก : วันนี้ผู้หญิงจะร้อนแรงขึ้นลงแบบสุดโต่ง มีเสน่ห์มากจนคนที่อยู่ด้วยอาจแปลกใจ คนโสด  เน้นที่ความถูกใจ ไม่ถูกต้องเท่าไหร่

สุขภาพ :  ควรดูแลอวัยวะในส่วนสมองและหัวใจให้ดี

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ยังคงอยู่ในช่วงกดดัน เพราะท่านต้องรับผิดชอบงานที่เสี่ยงอันตรายและมีความผิดพลาดสูง ระวังอาจต้องพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจ ทุกข์ใจกระทันหัน แต่ท่านมีจิตใจที่เข้มแข็งสามารถเอาชนะอุปสรรคปัญหาไปได้

การเงิน : โชคดีเรื่องการเงินอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ต้องยกเว้นที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะจะส่งผลเสียในอนาคตได้

ความรัก : วันนี้คู่ครองจะช่วยส่งเสริมบารมีและเป็นที่พึ่งให้กับท่านได้ทุกเรื่อง คนโสด เจ้าชู้ค่ะ คบไปเรื่อยๆ กว่าจะยอมตกลงปลงใจกับใครสักคนก็อายุ 35-40

สุขภาพ  :  โรคที่เป็นอยู่เนิ่นนานก็ถึงวาระที่ท่านจะต้องไปหาหมอแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้ ดิ้นรน แย่งชิง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ควรระวังเรื่องการสูญเสีย และเกิดปัญหาอย่างกระทันหัน

การเงิน : ท่านจะได้รับโชคจากการแข่งขัน

ความรัก :  วันนี้คู่ท่านอาจสะกิดบาดแผลที่ติดอยู่ในใจท่าน จะโดยไม่ตั้งใจหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ก็ทำให้กลับมามีปัญหากันอีก คนโสด มีคู่แข่งหัวใจแล้วนะคะ

สุขภาพ :  ทางกายไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากับทางใจค่ะ

“ณเดชน์-ต่อ”หล่อพิฆาต “เล่ห์ลับสลับร่าง”ลงจอตอนแรกทำสาวๆใจเต้นแรงทั้งเมือง

หลังจากรอคอยมานานเกือบ2ปีล่าสุด “เล่ห์ลับสลับร่าง”ละครของคู่จิ้นขวัญใจมหาชน “ณเดชน์ คูกิมิยะ”และ”ญาญ่า -อุรัสยา เสปอร์บันด์”ได้ฤกษ์ออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา งานนี้แฟนคลับและไม่ใช่แฟนคลับตั้งตารอชมกันอย่างใจจดใจจ่อ กับการพลิกคาแร็กเตอร์ครั้งใหญ่ของพระ-นาง
โดยก่อนจะไปถึงจุดสลับร่าง สิ่งที่เตะตาเตะใจเป็นอย่างมากคือความหล่อทะลุจอของพระเอก “ณเดชน์”รับบท “ผู้กองรามิล”และพระรอง“ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร”รับบท “อาคม”2ตำตรวจหนุ่มจากหน่วยพยัคฆ์พิฆาต แท็คทีมความหล่อแบบดับเบิ้ลบดขยี้ใจสาวๆ งานนี้จะทำใจเต้นแรงขนาดไหนไปชมแบบช็อตต่อช็อตกันเลยจ้า

“ณเดชน์-ต่อ”หล่อพิฆาต
“ณเดชน์”รับบท “ผู้กองรามิล”และ“ต่อ-ธนภพ”รับบท “อาคม”
รุ่นพี่-รุ่นน้องแท็คทีมหล่อ
“เล่ห์ลับสลับร่าง”ลงจอคืนแรก
ไฮไลท์ฉากอาบน้ำนี้ที่ถูกพูดถึงสนั่นเมือง

ภาพจาก ch.3

10 งานแต่งงานเว่อร์วัง อลังการและแพงที่สุดในโลก

แพรว Wedding นำ 10 งานแต่งงาน ที่ถูกจัดอันดับว่าใช้เงินไปมากที่สุดในโลก เห็นแล้วต้องบอกว่า เว่อร์วัง อลังการ จริงๆ แต่ละงานนั้นจัดเต็มไม่แพ้กัน จนคนธรรมดาอย่างเราต้องอิจฉา ตาร้อนไปตามๆ กัน ว่าแล้วไปดูกันเถอะ

10. 83 ล้านบาท ของ อรุณ นายาร์ และ เอลิซาเบธ เฮอร์ลี่

งานแต่งงานที่แพงสุดในโลก
งานแต่งอรุณ นายาร์ และ เอลิซาเบธ เฮอร์ลี่

อรุณ นายาร์ นักธุรกิจหนุ่มเศรษฐีชาวอินเดียควงคู่นางแบบสาวสวยเอลิซาเบธ เฮอร์ลี่ จัดงานแต่งงานที่บอกเลยว่าหรูหราและยาวนานที่สุดก็ว่าได้ โดยจัดงานแต่งถึงสองโดยครั้งแรกจัดที่ปราสาทยุคกลางในเกลาเชสเตอร์ไชร์ ประเทศอังกฤษและจัดต่อเนื่องถึง 8 วัน

ส่วนครั้งที่สองนั้นจัดพิธีแบบฮินดูที่ พระราชวังอูมาอิด ภาวันที่จอดปูร์ ประเทศอินเดีย ทั้งคู่ทุ่มเงินไปกับการจ้างเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเพื่อเป็นค่าเดินทางและยังมีค่าที่พักของแขกที่มาร่วมงานโดยรวมแล้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 10 ล้านบาททีเดียว ส่วนที่พักของเจ้าบ่าวเจ้าสาวงานนี้ก็แค่คืนละ 3 ล้านเท่านั้นเอง งานแต่งของคู่นี้คิดออกมาแล้วก็จ่ายเบาะๆ แค่ 83 ล้านบาท อันดับ 10 ก็แพงหูฉี่ขนาดนี้แล้วอันดับต่อๆ ไปจะขนาดไหน

9. 99 ล้านบาท ของ พอล แม็กคาร์ตนีย์ และ เฮทเธอร์ มิลส์

งานแต่งงานที่แพงสุดในโลก
งานแต่งพอล แม็กคาร์ตนีย์ และ เฮทเธอร์ มิลส์

พอล แม็กคาร์ตนีย์ หนึ่งในสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์มือกีตาร์และยังเป็นนักประพันธ์เพลงชื่อดังระดับโลก เข้าพิธีแต่งงานกับ  เฮทเธอร์ มิลส์ อดีตนางแบบและนักรณรงค์เพื่อการกุศลในปี 2002 งานแต่งจัดขึ้นแบบสไตล์อินเดียในโบสถ์ของประเทศไอร์แลนด์ ภายในงานมีเมนูอาหารมังสวิรัติชุดใหญ่พร้อมกับโชว์ระบำอินเดียโดยสองอย่างนี้มีค่าใช้จ่ายถึง 4.7 ล้านบาทและในงานยังตกแต่งอย่างหรูหราโดยเฉพาะดอกไม้สดและไฮไลท์ของงานนี้คือมีการจุดพลุอย่างอลังการไปทั่วงานส่วนค่าใช้จ่ายนั้นมีมูลค่าถึง 5 ล้านบาท โดยรวมของงานนี้ทั้งคู่ใช้เงินไปเพียง 99 ล้านบาทก็แค่เกือบ 100 ล้านเท่านั้นเองจ้า

8.งานแต่งงาน 132 ล้านบาท ของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ และ ลาร์รี่ ฟอร์เทนสกี้

งานแต่งงานที่แพงสุดในโลก
งานแต่งเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ และ ลาร์รี่ ฟอร์เทนสกี้

เพชรคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง หากนึกถึงประโยคนี้คงไม่มีใครไม่คิดถึง เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ เจ้าของกรุเพชรถึงแม้ว่านางจะผ่านงานแต่งงานมาหลายครั้งแต่งานแต่งครั้งนี้กับ ลาร์รี่ ฟอร์เทนสกี้ นั้นเรียกได้ว่าแพงเวอร์วังอลังการเพราะมีมูลค่าถึง 132 ล้านบาท เท่านั้นเองจ้า

7. 138 ล้านบาท ของ ไลซ่า มินเนลลี่ และ เดวิด เกสต์

งานแต่งงานที่แพงสุดในโลก
งานแต่งไลซ่า มินเนลลี่ และ เดวิด เกสต์

ไลซา มินเนลลี่ อดีตนักแสดงสาวฮอลลีวูดชื่อเสียงโด่งดัง เข้าพิธีแต่งงานกับนักโปรดิวเซอร์ เดวิด เกสต์ งานแต่งของดาราแถวหน้าของวงการฮอลลีวูดทั้งทีต้องเวอร์เท่านั้นเพราะมีแต่คนดังมาร่วมงานอย่างเพื่อนเจ้าสาวสุดฮอต เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ และราชาเพลงป็อบอย่าง ไมเคิล แจ๊คสัน ภายในงานจัดงานอย่างหรูหรา มีเค้กและดอกไม้สดรวมถึงวงออร์เคสตราที่บรรเลงเพลงตลอดงานโดยทั้งคู่ใช้เงินในส่วนนี้ราวๆ 26 ล้านบาท แต่เดี่ยวก่อนโดยรวมของงานนี้นั้นใช้จ่ายไปถึง 138 ล้านบาท เงินแค่นี้ทำขนหน้าแข้งไม่ล่วงนะจ๊ะ ขอบอก

6.165 ล้านบาท ของ เชลซี คลินตัน และ มาร์ค แมซวินสกี

งานแต่งงานที่แพงสุดในโลก
งานแต่งเชลซี คลินตัน และ มาร์ค แมซวินสกี

ต้องเรียกได้ว่าเป็นงานแต่งงานระดับโลกอีกงานหนึ่งเลยก็ว่าได้ของเชลซี คลินตัน ลูกสาวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน ที่เข้าวิวาห์กับ มาร์ค แมซวินสกี หนุ่มนายธนาคารด้านการลงทุนแห่งโกลด์แมนแซคส์ งานนี้จัดขึ้นที่ คฤหาสน์แอสเตอร์ ตั้งอยู่ในเมืองไรน์เบค ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครนิวยอร์ค โดยค่าใช้จ่ายของงานนี้สูงถึง 165 ล้านบาท แค่ชุดของเจ้าสาวที่สวยงามราวกับนางฟ้าก็มีมูลค่าถึง 806,000 บาทโดยชุดนี้ได้ดีไซเนอร์ระดับโลกอย่าง “ออสกา เดอ ลา รองตา” และ “วิรา แวง” มาออกแบบให้ พร้อมเครื่องประดับอีกกว่า 8 ล้านบาท ส่วนในเรื่องของสถานที่นั้นถูกเนรมิตอย่างหรูหราให้สวยงามเหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยาย

20 ไอเดียแต่งหน้าเค้กแต่งงานให้สวยด้วยดอกกุหลาบ

คู่บ่าวสาวที่ชอบความเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติ และต้องการประหยัดงบ วันนี้เรามีไอเดียแต่งหน้าเค้กแต่งงานให้ดูสวย หรูดูดี แต่ราคาไม่แพงมาฝากค่ะ

ไอเดียที่เราจะนำมาฝากในวันนี้เป็นไอเดียการแต่งหน้าเค้กแต่งงานด้วยดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความหมายดีๆ เกี่ยวกับความรัก และความโรแมนติก เพียงแค่คุณเลือกเค้กในแบบเรียบๆ พื้นครีมเค้กเป็นสีขาว แล้วนำดอกกุหลาบตามสีของธีมงาน หรือสีที่คุณชื่นชอบมาประดับ แค่นี้เค้กของคุณก็ดูสวย หรูหรา แถมยังไม่ต้องเสียค่าแต่งหน้าเค้กแบบแพงๆ อีกด้วยนะคะ วันนี้เราก็ได้รวบรวมการแต่งหน้าเค้กด้วยดอกกุหลาบมาฝากกันถึง 20 แบบ ถ้าใครสนใจแบบไหนก็เซฟรูปนำไปประยุกต์ใช้ในงานแต่งของตัวเองได้เลยค่ะ

1 2 3 4 5 6 7 8

 

 

เครดิตภาพ : Pinterest

“เชียร์” รับสนิททายาท “เบญจรงคกุล” ในฐานะเพื่อน โบ้ยถามฝ่ายชายจีบไหม?

บรรดาลูกหมีแฟนคลับของคู่จิ้น “เต้ย – เชียร์” ใจคอไม่ดีไปตามๆกัน หลังจากมีข่าวลือสะพัดว่าพระเอกผิวเข้ม “เต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์” เป็นแค่ตัวหลอกเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบัน “เชียร์ – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์” มีหวานใจตัวจริงเสียงจริงอยู่แล้ว นามว่า “บิ๊ก – ธนพนธ์ เบญจรงคกุล” แถมล่าสุดมีโอกาสเจอสาว “เชียร์” ในงาน “INVESTORY Mobile Exhibition on School 2017” จึงได้สอบถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

มีภาพไปดูหนังกันสองต่อสอง?
“ก็เป็นเพื่อนค่ะ วันนั้นไม่ได้ไปกันสองต่อสองเลย เพราะปกติแล้วเราไปไหนก็ไปกับในแก๊งตลอด เพราะเป็นกลุ่มเดียวกัน”

“เชียร์ – ฑิฆัมพร”

กับกระแสข่าวที่ว่า “ไฮโซบิ๊ก” เป็นหนุ่มตัวจริง?
“คือเป็นเพื่อนกันค่ะ เป็นเพื่อนที่เรียนคอร์สธุรกิจด้วยกัน จริงๆก็มีหลายคน เพียงแต่ว่าคนจับตาเชียร์กับ ‘บิ๊ก’ รู้จักกันตั้งแต่ต้นปี ความสัมพันธ์เป็นเพื่อนที่สนิท อยู่กลุ่มเดียวกันค่ะ จริงๆก็สนิทกันหลายคน เหมือนแลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า ส่วนท่าทีว่าจีบไหม อันนี้ไปถามเขาเองค่ะ”

มีสิทธิ์พัฒนาไหม?
“ณ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน โอกาสจะพัฒนาไปเป็นอย่างอื่น ง่ายๆ ถ้าใครที่ดีกับเชียร์และมีความรู้สึกอยากดูแล เราก็ตอบสนองคนนั้น แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังอยากให้ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมดอยู่ เราก็มีอะไรหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบและทำงานอยู่ ธุรกิจเราอีก ‘การ์ตูน’ ไม่อยู่ เราก็ต้องรับหน้าที่เพิ่มตรงนี้อย่างเต็มที่มากขึ้นไปอีก”

“เชียร์ – ไฮโซบิ๊ก”

แฟนคลับหวั่นไหว เพราะข่าวลือที่มีออกมาหนาหู?
“(หัวเราะ) ใจเย็นนะลูก กับแฟนคลับขอบคุณมากที่สนับสนุน ‘เชียร์’ กับ ‘เต้ย’ ให้จิ้นกัน แล้วอยากให้เป็นจริง แต่เคยพูดไปแล้วว่าในเรื่องของฝั่ง ‘เต้ย’ หรือฝั่ง ‘เชียร์’ เอง ต่างคนต่างจะมีสังคม ไม่อยากให้เอามาปะปนกับความรู้สึก บางอย่างเราก็อยากให้ทุกคนมีความสุข เพราะว่าพอทุกคนไม่มีความสุข เราก็รู้สึกไม่สบายใจไปด้วย เราอยากให้ทุกคนแฮ็ปปี้”

เวลามีข่าวกับหนุ่มๆ อาจจะมาลดความสัมพันธ์เชียร์ – เต้ยลง?
“ต้องบอกว่าในส่วนของ ‘เชียร์’ กับ ‘เต้ย’ เองมันจะดำเนินไปเป็นยังไง มันคงต้องดำเนินไปเป็นอย่างนั้น พออยู่หน้าข่าวด้วยกันก็ต้องมีคนมาถามอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม “เชียร์” ได้ยืนยันสถานะให้แฟนๆอุ่นใจด้วย โดยบอกว่า “ตอนนี้ยังโสดค่ะ เอาเป็นว่าก็ยังดูๆอยู่ เดี๋ยวมันจะค่อยๆชัดเจนขึ้น แล้วค่อยบอกไง”

นางเอกสาวที่แฟนๆยกให้เป็น “แม่หมี”

ปันน้ำใจฝ่าวิกฤติน้ำท่วมอีสาน 6 คนดังระดมทุน นำของแห้งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เกิดวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคอีสาน เนื่องจากพายุเซินกาเข้าทำให้ฝนตกหนักไม่หยุด ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่กักไว้ในเขื่อนมากเกิน จนทำให้เขื่อนพังและสายน้ำไหลหลั่งทะลักออกมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้หลายจังหวัดในทางแถบอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครที่มีน้ำท่วมสูงไปจนถึงเพดานรถยนต์ โดยตอนนี้หลายๆ ฝ่าย รวมถึง คนดังในวงการบันเทิง ก็ตบท้ายระดมทุน นำอาหารแห้งเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน

วิกฤติน้ำท่วม จังหวัดสกลนคร

ณเดชน์ คูกิมิยะ

เริ่มกันที่พระเอก ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นโดนกระแสน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งในบ้านมีญาติผู้พิการขาข้างหนึ่ง รวมถึงน้องหมาอยู่ในบ้าน โดยขณะที่น้ำท่วม ไฟฟ้าในบ้านดับและประตูรีโมตใช้ไม่ได้ ทำให้ออกจากบ้านไม่ได้ โดยตอนนี้น้ำท่วมได้ลดลงแล้ว ณเดชน์และน้องชายจึงต่างเร่งช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และถึงแม้ณเดชน์จะมีงานอีเว้นต์ที่กรุงเทพฯ แต่ณเดชน์และแม่แก้วก็ยังช่วยกันเตรียมน้ำดื่มจำนวน 600 แพ็ค เพื่อส่งไปที่อำเภอสว่างแดนดินที่ประสบอุทกภัย เนื่องจากทราบว่าขาดน้ำดื่มกันจำนวนมาก เรียกว่าร่วมกันฝ่าฟันกระแสวิกฤติน้ำท่วมไปด้วยกันเลย

บ้านณเดชน์ จังหวัดขอนแก่น
เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน

โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ & ก้อง ห้วยไร่

ด้านพระเอกสายเลือดอีสาน โตโน่ – ภาคิน ก็ขอนำทีมพร้อมกับน้องในวงการ ก้อง ห้วยไร่ ไปลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้งที่โรงพยาบาลสกลนคร และนั่งรถ นั่งเรือวนไปหลายอำเภอ อาทิ อำเภอวานรนิวาส บ้านพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม โดยสิ่งของจำเป็นที่นำมาบริจาคให้แก่โรงพยาบาลและชาวบ้านมีทั้งแพมเพิร์ส ผ้าอนามัย อาหารแห้ง โดยได้ทำข้าวกล่องส่งให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยการช่วยเหลือครั้งนี้นอกจากจะได้เงินที่คนไทยช่วยกันบริจาคส่งมาให้แล้ว โตโน่และทีมงานยังได้บริจาคสมทบด้วยอีก 50,000 บาท ทั้งระหว่างทางโตโน่และก้องเองก็ต่างคอยยิ้มแย้มและพูดส่งกำลังใจให้แก่ชาวบ้าน รวมถึงยังได้ทั้งหน่วยงานภาคเอกชน ตำรวจ ทหาร ท่านปลัด และนายอำเภอมาช่วยเหลือกันด้วย พลังสามัคคีและพลังน้ำใจยิ่งใหญ่มากๆ

เจ – เจตริน วรรธนะสิน

เป็นหนึ่งศิลปินที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นในยามวิกฤติมาโดยตลอด สำหรับครอบครัว เจ – เจตริน วรรธนะสิน ที่ถึงแม้ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่การส่งกำลังความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบอุทกภัยก็ไม่ได้ขาด ซึ่งเจจะมีทีม “เจตรินทีม” คอยประสานงานกับทีมกู้ภัยอย่างทีม Bad Attitude ที่เคยช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้มาด้วยกัน มาผนึกกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสกลนคร ซึ่งได้ช่วยกันผลิตถุงยังชีพเร่งด่วนกว่า 600 ชุด โดยภายในถุงจะมีข้าวสาร 2 กิโลกรัม น้ำเปล่าขวดลิตร 1 ขวด อาหารกระป๋อง 12 กระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 แพ็คใหญ่ นอกจากนี้ยังได้ประสานกับทีมจิตอาสาอิสระและหน่วยงานทหารให้เข้ามารับถุงยังชีพจากเจตรินทีม เพื่อส่งกระจายไปช่วยเหลือชาวบ้าน โดยหนุ่มเจยังได้เปิดให้ติดตามาทางไลน์ @jjetrintoy สำหรับทีมที่ต้องการถุงยังชีพเพื่อเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีกด้วย

ต่าย – เพ็ญพักตร์ ศิริกุล 

ด้านนักแสดงสาว ต่าย – เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ที่ถึงแม้จะอยู่ในช่วงถ่ายทำละคร ก็ขอแท็คทีมกับเพื่อนๆ และพี่น้องมาซื้อของเพื่อแพ็คของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยถุงนั้นยังได้พิมพ์ข้อความ “รักพ่อหลวง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” ซึ่งสาวต่ายก็ได้นำคำสอนการทำความดีของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ โดยภายในถุงยังชีพก็มีทั้งของใช้ ผงซักฟอก หรืออาหารแห้งอย่างอาหารกระป๋อง โดยสีหน้าแต่ละคนแม้จะดูอิดโรย แต่ก็ยิ้มและลงมือกันอย่างขันแข็ง

ฝันดี จรรยาธนากร 

แฝดพี่น้อง ฝันดี – ฝันเด่น จรรยาธนากร ก็เป็นอีกคู่คนดังที่ทำงานช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ทั้งเด็กๆ และชาวบ้าน โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ ซึ่งฝันดีได้เคยเผยความคิดประมาณว่า คนเรานั้นเท่ากัน เมื่อเจอคนเจ็บเราต้องช่วยเหลือ ช่วยไม่มากก็น้อย คือเราได้ช่วย นี่แหละคือความสุขใจ โดยวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดสกลนคร ฝันดีและทีมได้เข้าไปเร่งอพยพชาวบ้านทั้งในอำเภอเสลภูมิไปจนถึงอำเภอเมืองฯที่น้ำท่วมบ้านสูงมาก โดยเฉพาะคนวัยชราที่ติดอยู่ในบ้านและไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งมีทั้งแบกคุณยายขึ้นหลัง นำเรือเข้าไปรับ เรียกว่าสู้กันหนักมากทีเดียว

ครั้งช่วยเหลือน้ำท่วมใต้
ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านจังหวัดสกลนคร
ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านจังหวัดสกลนคร
ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านจังหวัดสกลนคร
ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านจังหวัดสกลนคร

นอกจากจะมีเหล่าคนดังเข้าไปลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกันแล้ว หน่วยงานต่างๆ ก็ต่างเปิดรับให้ทุกคนสามารถบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือคนในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งแม้หลายคนจะไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็หันมาช่วยกันคนละไม้คนละมือตามกำลังความสามารถกันดีกว่า อย่างไรก็ตาม แพรวดอทคอม ก็ขอส่งกำลังใจไปถึงทุกคนที่กำลังฝ่าวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้กันด้วยนะ…

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @penpaks @fundee.j @jjetrin @keaw_jung @nong_arunosha @kong_huayrai @

แทน - ปัญญ์ ลูกนักแสดงรุ่นใหญ่

งานดีอีกละ! “แทน & ปัญญ์” ลูกนักแสดงรุ่นใหญ่ “นง – ทนงศักดิ์” หล่อ เซอร์ เฮลตี้ ได้พ่อมาเต็มๆ

ลูกนักแสดงรุ่นใหญ่ “นง – ทนงศักดิ์” กับความหล่อเซอร์บาดใจมาก  

ลูกนักแสดงรุ่นใหญ่ “นง – ทนงศักดิ์ ศุภการ” จัดว่าเป็นคู่พี่น้องที่งานดีจริงๆ สำหรับ 2 หนุ่ม แทน แทนรัก & ปัญญ์ ปัญญ์เพชร คนหนึ่งเป็นนักบินฝนหลวง ส่วนอีกคนเป็นหนุ่มบาริสต้า ช่างทำให้วันนี้สดใสจริงๆ เพราะทั้งคู่เป็นผู้ชายสไตล์อบอุ่น เท่ เซอร์ รักสุขภาพ สาวๆ เตรียมกรี๊ดสลบ

แทน - ปัญญ์ ลูกนักแสดงรุ่นใหญ่

ตอนนี้ทำงานอะไรที่ไหนกันบ้างคะ

แทน พี่ชายคนโตเริ่มก่อน “ผมเป็นนักบินอยู่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นนักบินฝนหลวง ผมชอบงานที่ทำมาก เพราะได้ใช้ความรู้ความสามารถในการบินที่เรียนมา แล้วก็สนุกทุกครั้งที่ขึ้นไปบิน แล้วยังได้ใช้ความรู้ตรงนี้ไปช่วยเหลือคนอื่นอีก”

ปัญญ์เล่าบ้าง “ตอนนี้ผมเป็นบาริสต้ามาได้ 2 ปีกว่าแล้วครับ ชอบทั้งงานบริการ ได้เทคแคร์ดูแลลูกค้า แล้วก็ชอบกาแฟด้วย ผมว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติมันอะเมซิ่งและยิ่งใหญ่ ตอนนี้อยู่ที่ร้านแถวถนนเพชรบุรี แล้วก็อีกร้านคือที่ Blue Whale ท่าเตียน”

สองหนุ่มนี้ ใครฮ็อตมากกว่ากันคะ  

ปัญญ์รีบโบ้ยมาที่พี่ชาย “เอาจริงๆ น่าจะเป็นพี่ชายผมนะครับ โอ้ย แต่ก่อนเขาฮ็อตมาก Type ดูดี สาวๆ รุมล้อมครับ เพราะตอนเด็กๆ ผมจะค่อนข้างจ้ำม่ำหน่อย ไม่ค่อยมีสาวสนใจ” (หัวเราะ)

แทนรีบอธิบาย “คือตอนนั้นผมทำกิจกรรมเยอะ ทั้งเล่นดนตรี เล่นกีฬา เลยเป็นที่รู้จัก ในขณะที่น้องผมไม่ค่อยทำกิจกรรมเท่าไหร่”

กันน์ - สรวิศ The Face Men Thailand

หนุ่มมาดกวนชวนน่ากิน “กันน์ – สรวิศ” ดีกรีเชฟนักเรียนนอก ก่อนมาเป็นนายแบบ The Face Men Thailand

เพิ่งจะออนแอร์เทปแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560 รายการ The Face Men Thailand ก็เล่นกับกระแสได้ถูกจุดอีกแล้ว เพราะหลังจากจบรายการ ไม่ใช่ว่าจะตีประเด็นดราม่าว่าใครเชียร์ทีมใครเหมือนที่ผ่านมา แต่กระแสของบรรดาหนุ่มๆ ที่มาร่วมออดิชั่นคัดเข้าทีมเมนเทอร์นั้นรุนแรงเหลือเกิน

ประสบความสำเร็จกันตั้งแต่เทปแรกเลยทีเดียว สำหรับรายการเรียลิตี้ที่ถูกจริตเก้งกวางบ่างชะนีอย่าง The Face Men Thailand มีหนุ่มๆ หน้าตาดี หุ่นฟิตเฟิร์ม แถมยังโปรไฟล์เริดมาให้เลือกเพียบ ซึ่งหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ถูกจับตามองอย่างมากก็คือ หนุ่มกันน์ – สรวิศ แสงวณิช ที่ได้เข้าไปอยู่ทีมพีช

จากโปรไฟล์ เขาบอกว่าเคยเดินแบบที่เกาหลี แต่รู้ไหมว่า แพรวดอทคอมเคยฉกตัวหนุ่มคนนี้มาสัมภาษณ์พร้อมกับพี่ชายของเขาตั้งแต่สมัยที่เพิ่งกลับมาเมืองไทยด้วยซ้ำ ซึ่งในตอนนั้นสเตตัสของหนุ่มคนนี้ที่หลายคนรู้จักคือ เป็นเชฟหนุ่มรุ่นใหม่ อนาคตไกล และจบจากเมืองนอก

กันน์ - สรวิศ The Face Men Thailand

เล่ามาซะขนาดนี้ มาดูบทสัมภาษณ์คู่ของเขาและพี่ชายกันอีกสักรอบ บอกเลยว่าหนุ่มกันน์เขางานดีมีสไตล์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แถมพี่ชายก็ดูดีไม่แพ้กันเลย

กันน์ - คริส แสงวณิช
เชฟคริส พี่ชายคนโตอาสาเล่าถึงเส้นทางในอดีตที่กว่าจะมาเป็นเชฟว่า “ผมลาออกจากโรงเรียนตอน ม.5 เพราะอยากหาอะไรที่สามารถเป็นอาชีพได้ทำ จึงเลือกทำอาหาร เพราะผมชอบดูรายการทำอาหาร มีความคิดว่าอยากจะทำร้านมาตั้งนานแล้ว เลยออกจากโรงเรียน ย้ายไปฝึกทำขนมที่โรงแรม JW Marriott ได้สักพักก็ย้ายไปอยู่ Four Seasons ยอมรับว่าตอนแรกมีปัญหากับที่บ้าน แต่ผมบอกเขาไปว่าขอทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุดก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ หรือผมไม่ได้ชอบจริงๆ อย่างน้อยเราก็มีเวลากลับไปเรียนทัน ด้วยความที่รู้ว่าเขาเสียใจ ผมจึงพยายามทำเต็มที่

“หลังจากทำงานที่ Four Seasons ผมก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์กตอนอายุ 17 ปี ไปคนเดียวเลย เพราะอยากเจออะไรที่ท้าทาย โดยเริ่มทำงานในร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์กับเชฟขนมที่ดังที่สุดในนิวยอร์กตอนนั้น เรียกว่าไปถึงก็ทำทุกอย่างเลยครับ แล้วก็ย้ายร้านไปเรื่อยๆ ทำมาตลอดจนตำแหน่งเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตถือว่าลำบากไม่มาก เพราะทางบ้านคอยซัพพอร์ตอยู่ ทั้งเรื่องค่าหอ ค่าอะไรต่างๆ แต่เงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเราหาเองทั้งหมด”

กันน์ น้องชายคนเล็กขอเล่าบ้าง “หลังจากที่คริสไปอยู่นิวยอร์กได้ 9 เดือน ผมก็ตามไปเรียนไฮสกูลที่นั่น พอปิดเทอมแรกผมจึงขอไปฝึกงานร้านที่คริสทำอยู่ เริ่มจากการฝึกทำขนมก่อน แต่ทำไปสักพักเริ่มรู้ตัวเองว่าไม่ชอบ เลยไปคุยกับเชฟว่าขอลองทำอาหาร รู้สึกว่าตื่นเต้นกว่า เขาก็ให้ลองทำ ผมเรียนรู้การทำอาหารจากการฝึกงานทั้งหมด

“พอรู้ว่าเราชอบทางนี้ เลยตัดสินใจคุยกับที่บ้านว่าไม่ขอเรียนต่อมหาวิทยาลัยนะ เขาก็เสียใจมาก เพราะผมเรียนค่อนข้างดี อยากให้เรียนต่อมากกว่า เราก็พยายามบอกเขาว่าเราชอบทำอาหารมากกว่า เรียนไปก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี ขอทำอาหารได้ไหม แล้วผมจะทำให้ดีที่สุด ที่สุดทางบ้านก็โอเคครับ”


คริส – ธนกฤต แสงวณิช

ทำไมถึงเลือกที่จะไม่เรียนทำอาหารล่ะคะ

คริสอธิบาย “โดยส่วนตัวผมว่าเป็นสิ่งที่เสียเวลามากกว่าครับ ผมเชื่อว่าการทำอาหารก็เหมือนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง คือต้องทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะรู้เองว่าต้องทำอย่างไรมากกว่า การเทคคอร์สคือเราเรียนทุกอย่างจากหนังสือ แต่พอทำครั้งเดียวเดี๋ยวก็ลืม ผมจึงเรียนรู้จากการทำงานมากกว่า อยู่ที่โน่นผมทำงาน 6 วันเต็ม วันละ 12 – 13 ชั่วโมงจนเป็นเรื่องปกติครับ”

กันน์เสริม “อยู่ที่โน่นเราต้องทำงานหนัก เพราะแรงกดดันค่อนข้างสูง มาตรฐานก็สูงด้วย เราต้องตามเขาให้ทัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นจุดอ่อนทันที แล้วเราเป็นคนเอเชียด้วย จึงต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเราสามารถทำได้ดีไม่แพ้คนประเทศเขา เริ่มตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ หั่นผัก เนื้อสัตว์ ฯลฯ แล้วค่อยขยับมาทำสลัดกับซุป แล้วก็พวก Appetizer ได้อยู่ทุกตำแหน่งในร้าน ผมใช้เวลา 1 ปีกว่าจะทำให้เชฟเชื่อใจให้เราได้มาทำอาหาร แล้วการยืนวันละ 12 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ดีตรงที่เวลาจะผ่านไปไวมาก รู้สึกว่าก้มหน้าทำอาหารไม่ทันไร เงยหน้ามาก็เที่ยงคืนแล้ว”

 

มีเด็กไทยไปทำงานร้านอาหารที่นิวยอร์กเยอะไหมคะ

คริสพยักหน้ารับ “ช่วงนี้เยอะมากครับ เหมือนเป็นเทรนด์มากกว่า ผมเคยเจอหลายคนเหมือนกันที่คิดว่าตัวเองทำได้ แต่ในที่สุดก็ไม่อึดพอ เพราะอยู่ในครัวมันเหนื่อยมากจริงๆ อย่างแรกเลยต้องทนกับแรงกดดัน เพราะเชฟเขาไม่สนใจหรอกว่าคุณจะมีปัญหาส่วนตัวอะไร แต่มาที่ทำงานคุณต้องทำให้เต็มที่ เพราะการเป็นกุ๊กก็เหมือนการเป็นหุ่นเชิดให้เชฟ ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง ผมเคยเจอเชฟเขวี้ยงกระทะหรือไม่ก็ขนมปังใส่ บางคนตะโกนด่าเลย ซึ่งเด็กไทยบางคนโดยเฉพาะพวกลูกคุณหนูก็จะรับไม่ได้ ร้องไห้ แล้วเลิกทำเลย แต่ผมไม่ค่อยรู้สึกอะไรอยู่แล้วครับ เพราะเจอจนชิน” (หัวเราะ)

กันน์ - สรวิศ The Face Men Thailand กันน์ - สรวิศ

กันน์แชร์ประสบการณ์ “ผมก็เคยเจอเหมือนกัน บางทีก็ปาหม้อใส่แล้วด่า ผมก็ทำใจอย่างเดียวเลย เราต้องพยายามทำให้ดีขึ้น เพื่อที่จะไม่ให้เขาด่า แล้วผมว่าเป็นเรื่องดีนะที่เห็นคนอยากเข้ามาอยู่ในวงการอาหารมากขึ้น เพราะโดยส่วนตัวผมรักในอาชีพนี้มาก อยากเห็นคนได้ดีในอาชีพนี้ ถ้าสมมติผมรู้จักใครที่อยากไปทำงานเมืองนอกแล้วช่วยเขาได้ ผมก็อยากจะช่วยเขา วัยรุ่นมาทำก็เป็นเรื่องดี ลองดูครับ เพราะจากประสบการณ์ผม 3 คนที่เข้ามาในครัว มี 2 คนที่ยอมแพ้ แล้วเด็กที่จบมาจากโรงเรียนทำอาหารที่เมืองนอก 10 คนก็เหลือแค่ 2 คนเท่านั้น เลยพูดยากครับ”

ชีวิตหนุ่ม New Yorker ที่โน่นเป็นอย่างไรบ้างคะ

คริสสารภาพ “ตอนอยู่นิวยอร์กผมทำงานเลิกตี 1 ตี 2 จากนั้นก็จะเที่ยวถึง 6 โมงเช้าทุกวัน เข้างานเที่ยง ผมทำแบบนั้นอยู่ประมาณ 1 – 2 ปี ตั้งแต่อายุ 17 – 18 ปี เลยรู้สึกว่าตัวเองเที่ยวมาทุกอย่างแล้ว ซึ่งการเที่ยวที่นิวยอร์กสนุกกว่าเมืองไทยแน่นอน เพราะไม่ต้องขับรถ ทำให้เราสุดได้เต็มที่ เพราะไม่มีใครรู้จักเรา แต่นั่นก็ทำให้ไม่มีเงินเก็บเลย ร่างกายก็เริ่มแย่ บางทีทำงานได้ไม่เต็มที จึงเริ่มรู้ตัวเองว่าควรจะพอได้แล้ว พอกลับมาเมืองไทยผมรู้สึกอยากทำงานมากกว่า ไม่รู้สึกว่าอยากเที่ยวอีกเลย”

กันน์เล่าขำๆ “สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในนิวยอร์กคือ ถึงคุณจะรวยแค่ไหน แต่ถ้าทัศนคติคุณไม่ดีก็ไม่มีใครเอา อย่างถ้าไปเที่ยวบาร์ ต่อให้ยัดเงินใส่การ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูเยอะขนาดไหน ถ้าเขาไม่ถูกโฉลกคุณก็ไม่ได้เข้า ในขณะที่บางคนแค่รองเท้าสวยก็ได้เข้าแล้ว แค่นั้นเลย”

กันน์ - คริส แสงวณิช

แล้วมาเปิดร้านอาหารที่เมืองไทยได้อย่างไรคะ

คริสอาสาเล่าเอง “ผมว่าเป็นโอกาสดีที่ผมได้โลเกชั่นที่ห้างดิ เอ็มควอเทียร์ หลังจากนั้นผมคุยกับน้องชายว่าจะกลับมาทำหรือเปล่า ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม ควรรออีกสัก 5 – 10 ปีก็ได้ แต่ด้วยความที่วีซ่าผมก็ใกล้จะหมดแล้ว บวกกับอะไรหลายๆ อย่าง จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านที่เมืองไทย โชคดีที่ทางบ้านคอยซัพพอร์ต แล้วก็มีหุ้นส่วนด้วย จึงได้มาทำ

“ผมเพิ่งจะกลับมาอยู่เมืองไทยได้ประมาณ 6 เดือน ช่วงระหว่างนั้นก็เริ่มเซตระบบทุกอย่างภายในร้าน ยอมรับว่ายากครับ เพราะเคยทำอยู่แต่ในโรงแรม แล้วก็ไม่เคยทำงานกับคนไทยมานานมากแล้ว พอได้มาลองทำจริงๆ เหนื่อยมาก ปัญหาก็เยอะ แต่ตั้งใจจะผ่านมันไปให้ได้ จนร้านเปิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา”

กันน์รับช่วงต่อ “คริสเขาดูเองตั้งแต่การตกแต่ง คุยกับทางอินทีเรียร์ว่าอยากได้แบบไหน แล้วก็เลือกซื้อเครื่องครัวเองทั้งหมด ตั้งแต่แผ่นรองจาน แผ่นรองโต๊ะ แก้ว จาน ชาม ฯลฯ ส่วนผมมีหน้าที่ทำฟู้ดเทสติ้ง ซึ่งแต่ละเมนูต้องทำหลายรอบกว่าจะได้เมนูที่ดีที่สุด เพราะรสชาติที่ผมทำแรกๆ จะเป็นแนวฝรั่งมาก ก็ต้องปรับให้ถูกปากคนไทยมากที่สุด

“ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วเราก็ได้ลองทำงานที่อยู่ในบัดเจ็ตจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นที่เมืองนอก ร้านที่เป็น Fine Dining เขาไม่สนใจเลยว่าของที่ใช้จะแพงขนาดไหน ใส่ไปไม่อั้น หรือถ้ามีของอะไรเสียก็ดีดนิ้วสั่งใหม่ เพราะปีหนึ่งเขาทำเงินได้เยอะมาก แต่พอมาเปิดร้านเอง แค่จะซื้อตู้เย็นใหม่ยังคิดแล้วคิดอีกเลย”

กันน์ - คริส แสงวณิช

คริสเล่าบ้าง “แต่ผลตอบรับโดยรวมถือว่าดีนะครับ ผมแฮ็ปปี้นะ แต่ยังไม่ถึงขั้นหายเหนื่อย เรียกว่าโล่งใจมากกว่า จริงๆ ก็ยังอยากเหนื่อยต่อไป เพราะผมชอบทำงาน อย่างทุกวันนี้ผมมีครัวกลางอยู่ที่สุขุมวิท 31 เลยต้องตื่น 7 โมงเช้าเข้าไปเช็กของ ทำออร์เดอร์ เตรียมของ 9 โมงเช้า แล้วก็มาส่งที่นี่

“หลักๆ ผมจะเน้นทำขนมมากกว่า แต่ก็จะดูเรื่องอาหารด้วยเหมือนกัน เพราะบางทีกันน์จะมีความคิดที่ค่อนข้างโดดไปนิดนึง แล้วคนไม่เข้าใจ ผมก็พยายามดึงกลับมาว่าควรจะทำแบบนี้ไหม น่าจะขายได้มากกว่า ตอนนี้เราต้องเน้นขายให้ได้ก่อน”

เชฟกันน์ขอระบายความในใจ “ต่อให้เราคิดว่าอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้ากินแล้วไม่อร่อยก็จบ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนกินอาหารจานนี้แล้วรู้สึกอร่อยได้เหมือนกันหมด บางคนมาขอซอสปรุงเพิ่ม ผมก็โอเค ไม่ได้มีอีโก้ว่าต้องกินแบบที่ผมปรุงเท่านั้น ผมเน้นความสุขของคนกินเป็นหลักครับ”

คริส – ธนกฤต แสงวณิช

ได้แรงบันดาลใจในการคิดค้นเมนูจากไหนบ้างคะ

กันน์เผยเคล็ดลับ “การคิดค้นสูตรอาหารของผมลักษณะเหมือนเป็นใยแมงมุมครับ จับอันโน้นอันนี้มาโยงกัน แล้วดูว่าเข้ากับอะไรได้บ้าง การทำอาหารก็เหมือนการทดลอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ครับ คือถ้าผมทำให้คนล้างจานกับคนที่กินอาหารระดับมิชลินสตาร์มาแล้วทั่วโลกชอบได้ นั่นหมายความว่าต้องขายได้ ผมว่าอาหารก็วนไปวนมา ทุกอย่างที่อร่อยก็ทำไปหมดแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบจับหรือนำอะไรมาใช้มากกว่า”

คริสเองก็มีความเห็นไม่ต่างกับน้องชาย “ส่วนใหญ่ทั้งอาหารและขนม ผมจะได้แรงบันดาลใจมาจากอาหาร ขนม หรือสิ่งที่เราไปกินมาตามที่ต่างๆ บางทีอาจจะมาจากซอกหลืบที่เกาหลีหรือรถเข็นที่กรุงเทพฯ ขนมที่ผมทำก็มาจากสิ่งที่ผมชอบในวัยเด็ก เช่น ขนมปังปิ้งราดนมข้น โอวัลติน แล้วนำมาประยุกต์ใช้มากกว่า บางสูตรก็ทำได้เลย แต่บางทีทำให้ตายอย่างไรก็ออกมาไม่อร่อย เราก็ไม่ทำ”

อาหารฝีมือกันน์ - สรวิศ The Face Men Thailand

ตั้งแต่เปิดร้านมา ที่บ้านว่าอย่างไรบ้างคะ

กันน์เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ก็แฮ็ปปี้นะครับ แต่เขาจะออกแนวเป็นห่วง เพราะพวกผมทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนแบบนี้มา 3 เดือนแล้ว ไม่ได้กลับบ้านเลย นอนคอนโดตลอด แต่ผมแฮ็ปปี้ที่จะทำ เขาก็คงแฮ็ปปี้ เพราะเขาก็อยากให้เราประสบความสำเร็จ”

กันน์ - สรวิศ The Face Men Thailand

พักเรื่องอาหาร ถามถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวทั้งคู่บ้างดีกว่า เวลาว่างทำอะไรกันบ้างคะ

คริสตอบ “อาชีพเราคือสร้างความสุขให้คนอื่นผ่านอาหาร แต่เอาจริงๆ ความสุขของผมที่สุดคือการนั่งกินอาหารที่คนอื่นทำให้เรา ไม่จำเป็นว่าต้องอร่อยก็ได้ ว่างๆ ผมจะชอบกินอาหารข้างทางมากๆ ครับ (หัวเราะ) แม้จะชิมอาหารดีๆ มาเยอะ แต่ท้ายที่สุดผมก็อยากกินแค่ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กับหอยทอดอร่อยๆ แค่นั้นเอง”

กันน์ - สรวิศ แสงวณิชกันน์ - สรวิศ แสงวณิช
เห็นว่าเป็นคู่พี่น้องที่ชื่นชอบแฟชั่นมาก

คริสอมยิ้ม ยอมรับแบบเขินๆ “คือเพื่อนส่วนใหญ่เป็นคนในครัว ในขณะเดียวกันผมก็มีเพื่อนเป็นคนในแวดวงแฟชั่นด้วย ก็แปลกดีครับ ผมว่าอาหารกับแฟชั่นมาด้วยกัน เพราะอาหารเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ต่างจากแฟชั่นที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ส่วนสไตล์ผมจะออกแนวเนี้ยบ เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองใส่เสื้อเชิ้ตแล้วจะดูเท่กว่าเสื้อยืด”

กันน์อธิบายเพิ่ม “สไตล์เราค่อนข้างต่างกันชัดเจน ผมออกแนวสตรีท แล้วพอกลับมาเมืองไทย บังเอิญมีเพื่อนชวนไปเดินแบบ ถ่ายแบบบ้าง ก็สนุกดีครับ

“แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราสบายใจที่สุดก็คือการอยู่ในครัวมากกว่าครับ”

 

เรื่อง : apinya

ภาพ : เนาวพจน์, @krissaeng, @gunnswis

 

บทความนี้ถือเป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์แพรว ห้ามผู้ใดนำไปคัดลอก ดัดแปลง หรือทำซ้ำ อนุญาตให้แชร์บทความนี้ได้จากลิงก์นี้เท่านั้น

8 ลุคสุดเท่ของ “แนท – อนิพรณ์” MUT 2015 ระหว่างเตรียมตัวเป็นนางแบบบนรันเวย์ระดับโลก

ไหนๆ เหมือนจะได้ยินข่าวมาว่า แนท – อนิพรณ์ กำลังจะโกอินเตอร์สู่รันเวย์ระดับโลกอย่างวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแบบจริงจังแล้ว แต่ถึงข่าวนี้จะดังอยู่ไม่น้อย ก็ยังไม่มีแหล่งข้อมูลคอนเฟิร์มเป็นที่แน่ชัดว่าสาวแนทก้าวสู่ฝันสำเร็จแล้วหรือยัง แพรวดอทคอมเลยทำหน้าที่เข้าไปตามส่องในไอจีของเจ้าตัวว่าหลังจากบินลัดฟ้าไปทัวร์ยุโรปและปักหลักอยู่อเมริกาแล้ว สาวแนททำกิจกรรมอะไรบ้าง เผื่อจะมีภาพบอกใบ้ข่าวดีให้แฟนๆ รับรู้ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีภาพที่เกี่ยวกับวิกตอเรียส์ซีเคร็ตออกมา

แพรวดอทคอมจะเห็นก็แต่สไตล์การแต่งตัวของสาวแนทที่เท่ไม่เบา คือไม่คิดว่าสาวหน้าหวานจะชอบแต่งตัวเปรี้ยวเท่ และแต่งออกมาได้เข้ากับตัวเองมากๆ เราเลยนำภาพแฟชั่นลุคในวันสบายๆ ของสาวแนทมาให้ดูระหว่างรอข่าวดีละกันเนอะ

 

แนท – อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์

ความเท่กับยีนส์นี่แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เลย ดูอย่างลุคนี้ สาวแนทเลือกแมตช์เสื้อแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงยีนส์เข้าด้วยกัน แต่ก็แอบมีลูกเล่นตรงเสื้อด้านในที่ดีไซน์ออกจะซนๆ มีความขาด มีความผูก แถมยังโชว์หน้าท้อง เป็นลุคที่เท่ แต่ก็เซ็กซี่เบาๆ


 

กางเกงยีนส์มาอีกแล้ว คราวนี้สาวแนทเลือกหยิบเสื้อพื้นขาวลายสดใสมามิกซ์กับกางเกงยีนส์ สีลายของเสื้อและสีของยีนส์ไปในทางเดียวกัน ทำให้ลุคดูกลมกล่อม เพิ่มด้วยรองเท้าผ้าใบ ก็เสริมลุคให้ดูลุยขึ้น


 

โชว์เรียวขากันบ้าง สาวแนทคุมโทนสีฟ้าให้ลุคของตัวเองอีกแล้ว แต่ก็แอบตัดด้วยเสื้อด้านในสีแจ่ม โดยรวมของลุคอยู่ในจังหวะพอดีและสดใส แม้ว่าในภาพแดดจะร้อน แต่มู้ดแอนด์โทนของเสื้อผ้าและบรรยากาศก็ทำให้ดูสบายตา


 

ลุคนี้ดูสบายๆ สุด เพราะเลือกเสื้อยืดกับยีนส์ขาสั้นไว้ด้วยกัน จะได้ความง่ายแบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่ดูดีๆ ลุคนี้ไม่น้อยนะ ไหนจะกระเป๋าเป้สะพายหลัง ผมที่ถักเป็นเปียแล้วใส่หมวกเข้าไป เติมแว่นกันแดดอีกนิด ปิดท้ายด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาว ถ้านับชิ้นดูจะเยอะกว่าลุคอื่น แต่ด้วยไอเท็มที่ดูชิล เลยทำให้กลมกลืนได้ไม่ยาก


 

โทนฟ้าอีกแล้ว หรือสีฟ้าจะเป็นสีโปรดของสาวแนท แต่ถึงลุคนี้จะคุมโทนฟ้ามาทั้งหมดก็รอดนะ เพราะเฉดของสีต่างกัน และตัวเท็กซ์เจอร์ของเสื้อผ้าก็คนละแบบ ความรู้สึกหนักเบาเลยถูกเฉลี่ยกันไป ทำให้ลุคดูสบายๆ มีความผ่อนคลาย


 

ฟ้ามาเยอะแล้ว รอบนี้ขอสีดำบ้าง สาวแนทจับคู่เสื้อลายสกอตกับกางเกงยีนส์สีดำ และสวมเดรสสายเดี่ยวสุดบางทับตามเทรนด์ที่กำลังฮิต เป็นการผสมลุคระหว่างสายฝ.กับสายเกาได้อย่างลงตัวสุดๆ


 

มาแนวสตรีทสไตล์เมกันบ้าง กับลุคง่ายๆ อย่างเสื้อฮู้ดแขนยาวสีเข้มกับกางเกงยีนส์ที่สาวแนทโปรดปราน ลุคนี้ให้ความรู้สึกเป็นคนในพื้นที่มาก ดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยวเลย ให้อารมณ์แบบนักศึกษาเมกันสุดๆ


 

งานนี้ชมพูทั้งตัวจ้าาา เป็นสีที่เห็นจากสาวแนทได้ไม่ง่ายเลย สำหรับสีหวานๆ อย่างสีชมพู แต่เธอก็ทำได้ดี คอมพลีตลุคออกมาแบบพอดี ไม่มากไม่น้อย เสื้อยืดและกางเกงโอเวอร์ไซส์ดูจะช่วยส่งความชิคให้ลุคดูคูลเหมือนกับไอศกรีมหน้าร้าน (ฮาๆ เกี่ยวไหม)


 

ดูจากสไตล์ของสาวแนทแล้วมีความเป็นตัวเองมากกกก รูปร่างหน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึง คือนางเลิศอยู่แล้ว ความฝันที่จะก้าวสู่รันเวย์ของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตนี่ไม่น่ายาก เพราะองค์ประกอบโดยรวมของเธอคือผ่านหมดเลย จากคนที่ตามนางแบบวิกตอเรียส์ซีเคร็ตมาหลายคน บอกเลยว่าสาวแนทของเราก็สู้ได้นะค้าาา ยังไงแพรวดอทคอมขอเอาใจช่วยให้สาวแนททำตามความฝันได้สำเร็จเร็วๆ นะจ๊ะ

 

 

เรื่อง : Hana (ฮานะ)

ภาพ : IG@potter_natt

 

 

Top Post of the Month (กรกฎาคม) จากแพรวดอทคอม

Top Post of the Month (กรกฎาคม) จากแพรวดอทคอม บอกเลยว่าเดือนนี้มีเรื่องเด่นและเรื่องเด็ดเยอะมาก ใครที่ตามอ่านไม่ทัน วันนี้ลิสต์มาให้แล้วนะ มาดูเลยจ้า

ฐานันดรมิอาจกั้น! 9 เจ้าหญิงญี่ปุ่น ยอมทิ้งพระอิสริยยศเพื่อความรัก

เรื่องราวของเจ้าหญิงมะโกะแห่งอะกิชิโนะจะเสกสมรสกับชายหนุ่มสามัญชน โดยพระองค์จะต้องละจากความเป็นสมาชิกราชวงศ์ ทิ้งพระอิสริยยศเพื่อไปใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนเคียงข้างคู่ครองตลอดไป นับว่าครึกโครมอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าหญิงเชื้อพระวงศ์ของญี่ปุ่นหลายพระองค์ที่ทรงเลือกใช้ชีวิตแบบสามัญชนอยู่กับคนที่รัก ชีวิตหลังลาออกจากฐานันดรศักดิ์ของแต่ละพระองค์จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามได้จากสกู๊ปนี้แบบเต็มๆ

3 หม้ายสาวพราวเสน่ห์ ชีวิตดี๊ดี มีรักใหม่ สวีทหวานรุ่นใหญ่ในวัยเก๋า

ความผิดหวังในชีวิตการแต่งงานไม่ได้เป็นตัววัดว่าชีวิตนับจากนั้นจะล้มเหลวเสมอไป เพราะแม้จะเป็นหม้าย บางคนยิ่งโสดยิ่งแซ่บ ดูอย่างเช่น 3 สาวกระดังงาลนไฟที่แพรวดอทคอมลิสต์มาคราวนี้ ล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่ยังสวยและมีเสน่ห์มาก แถมชีวิตรักครั้งใหม่ของพวกเธอก็ดูจะแฮ็ปปี้กว่าเก่าด้วยซ้ำ

6 เทคนิคเขียนคิ้วให้ใบหน้าดูเด็กกว่าวัยตามโครงหน้าแต่ละรูปทรง

คิ้วปังๆ ทำได้ไม่ยาก ใครมีปัญหาคิ้วบาง คิ้วกุด Beauty Survey จัดเคล็ดลับมาให้แล้ว ไปดูกันว่ารูปหน้าแต่ละแบบ จะต้องเขียนคิ้วทรงไหนกันบ้าง

15 ลุคแจ็กเก็ตสไตล์ “เป๊ก – ผลิตโชค” หล่อคูลแบบนี้แหละ แฟนคลับกรี๊ดดด

แฟนคลับเฮียผลิตกรี๊ดกันสนั่น ไม่ว่าหนุ่มคนนี้จะไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหนก็ตาม เราเลยจัดลุคคูลๆ ของหนุ่มเป๊กมาให้ดูกัน เพราะเขามีไอเท็มโปรดอย่างแจ็กเก็ตเป็นตัวช่วยเสริมความเท่ติดตัวไปตลอด 15 ลุคต่างสไตล์นี่แหละหลายคนปลื้มมาก

ตามมาดู! Diva รุ่นใหญ่ใช้กระเป๋าแบรนด์ไหนกันบ้าง

เห็นเหล่านักร้องดีว่าตัวแม่ระดับโลกเขาเฉิดฉายบนพรมแดงเวลาออกงานกันบ่อยแล้ว แฟชั่นรอบนี้เลยมาเจาะไอเท็มโปรดของพวกเธอกันบ้างดีกว่า กับกระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจ แต่ละใบนี่บ่งบอกสไตล์ของพวกเธอได้ชัดเจนมากเลยละ

เครื่องเพชรราชวงศ์อังกฤษ สมบัติตกทอดรุ่นสู่รุ่น นาทีนี้เจ้าหญิงเคททรงสวมใส่ได้อย่างทรงพระสิริโฉม

เดือนนี้เจ้าหญิงเคท (ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์) มีข่าวการปรากฏพระองค์อย่างเป็นทางการในหลายครั้งและหลายลุคมาก ความโดดเด่นที่สาวๆทั่วโลกชื่นชมในเรื่องการแต่งตัวก็ถูกจับตามองมาโดยตลอด และที่ตะลึงสุดๆก็เมื่อตอนที่ร่วมงานต้อนรับแขกคนสำคัญอย่างราชวงศ์สเปนที่มาเยือนถึงอังกฤษ งานนี้เครื่องเพชรสุดล้ำค่า ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของราชวงศ์อังกฤษเลยถูกนำมาใช้อีกครั้ง โดยเจ้าหญิงเคทนั่นเองที่เป็นผู้สวมใส่ได้ทรงพระสิริโฉมมาก

ถอดลุคนางงาม “มารีญาสไตล์” โชว์ตัวตนผ่านแฟชั่นสบายๆ เก๋ไก๋ เรียบง่าย ไม่เฟค!

นาทีนี้สาวที่ฮ็อตที่สุดคงหนีไม่พ้น Miss Universe Thailand 2017 “มารีญา พูนเลิศลาภ” ก็อยู่บนเวทีสวยสง่าเตะตาซะขนาดนั้น แพรวดอทคอมเลยไปล้วงความลับ มาดูสไตล์การแต่งตัวของสาวคนนี้ในวันสบายๆกันซะหน่อย บอกเลยว่ามีสไตล์มาก หยิบจับชุดไหนมาใส่ก็ปัง ปัง ปัง!

หล่อ สมาร์ท กาญจนบุรี! แทนรัก ศุภทรัพย์ นักบินฝนหลวง กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเม็ดเงิน

เห็นหน้าตาอาจไม่คุ้น เพราะหนุ่มคนนี้ฮีไม่ใช่ดาราหรอกนะ แต่เป็นลูกชายของนักแสดงเจ้าบทบาท “คุณทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์” โปรไฟร์ก็ไม่ธรรมดา เป็นถึงนักบินฝนหลวง อะๆ บอกแค่นี้พอแล้วกัน อยากรู้ตามไปอ่านต่อเอาเองนะจ๊ะ

รวมแบบทรงผมและการแต่งกาย สง่างาม ถูกกาลเทศะ ไปสักการะพระบรมศพ

ยังคงเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรทราบ เพื่อให้เหมาะสมกับการไปสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการแต่งกายสำคัญมาก รวมถึงทรงผมด้วย อยากให้เรียบร้อย ดูดี ถูกกาลเทศะ ลองไปอ่านเตรียมตัวกันก่อน รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว

เปย์เถอะแล้วจะเกิดผล! 10 กระเป๋าแบรนด์เนมยุค Modern History ซื้อแล้วไม่มีวันขาดทุน

เรื่องนี้ไม่อยากจะเข้าข้างสาวๆ ให้เอามาเป็นข้ออ้าง แต่การซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมันไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างที่ใครเข้าใจ แถมยังเป็นการลงทุนที่ได้กำไรดีซะด้วย แต่รุ่นไหนแบรนด์ไหนที่ควรค่าแก่การควักเงินในกระเป๋าบ้าง เราเผยให้ดูกันแล้วตามนี้เลย

ไอเท็มสำหรับออกกำลังกายที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้แล้ววว

ช่วงนี้เทรนด์ออกกำลังกายบูมแล้วบูมอีก ทั้งอาหารเสริม ทั้งคลิปแนะนำทริคการออกกำลังกายก็มีออกมาให้เห็นจนเลือกดู เลือกกินกันแทบไม่ทัน คือตอนนี้สาวๆ หันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลตัวเองกันเยอะมากๆ อย่างคนดังก็อัพรูปเล่นโยคะ คลิปเต้นซุมบ้ากันรัวๆ เพราะแต่ละคนนี่ห่วงสุขภาพและแคร์รูปร่างกันสุดๆ แต่อีกเรื่องที่ผู้หญิงอย่างเราจะกังวลไม่แพ้น้ำหนักคือ ลุคและภาพลักษณ์ของตัวเองในเวลาออกกำลังกาย ประมาณว่าต้องสวยทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะเรื่องชุด เรื่องไอเท็มนี่แหละ ที่แลดูจะเน้นหนักยิ่งกว่าการออกกำลัง อิๆ

จะเห็นได้เลยว่าหลายคนซื้อชุดออกกำลังกายและรองเท้าใหม่มาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ดึงให้ตัวเองลุกขึ้นมาออกกำลังกาย วันนี้แพรวดอทคอมเลยจะมาแนะนำไอเท็มใหม่ๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เพิ่งอัพเดต และไอเท็มที่จำเป็นต้องมีเวลาขยับร่างกายมาฝากสาวๆ กัน

 

เริ่มกันที่ชุดออกกำลังกายของ ลอร์น่า เจน (Lorna Jane)

หลีกความจำเจของคุณให้สดใสด้วยการเวิร์คเอ๊าต์ไปกับแอ๊คทีฟแวร์ชั้นนำจากออสเตรเลีย ด้วยคอลเล็คชั่นใหม่เอาใจสาวๆ กับสปอร์ตบราที่มีดีเทลโดดเด่น เน้นลูกเล่นคัตติ้งเว้าหลัง จับคู่เข้ากับกางเกงเข้าเซตกันได้อย่างลงตัว เพิ่มความมีสไตล์ไปอีกขั้นด้วยลวดลายสุดชิค ไม่ว่าจะเป็นลายเสือดาว ลายฟลอร่าพริ้นต์ หรือการเล่นสีแบบการ์เดียน ให้คุณสนุกไปกับดีไซน์ของชุดออกกำลังกายที่ไม่เหมือนใครในแบบที่คุณต้องการ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,990 บาท


 

ต่อด้วยหมวกของ นิว อีร่า ในคอลเล็คชั่นใหม่ NEW ERA x ANGRY BIRD

สาวๆ บางคนอาจสงสัยว่าหมวกเกี่ยวอะไรด้วย จำเป็นเหรอ บอกเลยว่าสำหรับกีฬากลางแจ้งนั้นขาดไม่ได้เลยยยย ง่ายๆ ไม่ต้องถึงขั้นเล่นเทนนิสอย่างหนักหน่วง แค่วิ่งในสนามหรือในสวนสาธารณะแดดก็แรงแล้วหุ่นสวยก็ต้องมาพร้อมกับผิวหน้าผุดผ่องนะ

นิว อีร่า (New Era) แบรนด์หมวกสตรีทแฟชั่นอันดับหนึ่งของโลกจากอเมริกา กับคอลเล็คชั่นใหม่ NEW ERA x ANGRY BIRD จากตัวการ์ตูนยอดฮิตในวิดีโอเกม มาดีไซน์อยู่บนหมวกของทีมบาสเกตบอลชื่อดังทั้ง 6 ทีมอย่าง คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส (The Cleveland Cavaliers), โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส(Golden State Warriors), ฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์ (Houston Rockets), ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls), ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส (Los Angeles Lakers) และบรู๊คลิน เน็ตส์ (Brooklyn Nets) โดยนำสีสันสุดจี๊ดของแองกี้เบิร์ดแต่ละตัวมาตกแต่งให้เข้ากับสีและโลโก้ของแต่ละทีม งานนี้แฟนๆ บาสเกตบอลและแองกี้เบิร์ดไม่ควรพลาด จำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ในราคา 1,790 บาท 


 

ออกกำลังกายจะขาดรองเท้าไปได้ไง

รีบอค (Reebok) เปิดตัวรองเท้าเทรนนิ่งรุ่นยอดฮิต “รีบอค ครอสฟิต นาโน 7 วีฟ” (Reebok CrossFit Nano 7 Weave) กับ 3 สีใหม่ล่าสุดโทนสีขาว – ดำ, โทนสีม่วง – เทา และโทนสีฟ้า – ขาว เอาใจคนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬาประเภทครอสฟิตอีกครั้งด้วย Seamless Evolution นวัตกรรมล่าสุด ด้วยการถักทอของเส้นด้ายแบบไร้รอยต่อและรอยตะเข็บ พร้อมสัมผัสความพิเศษบนหน้าผ้าแบบใหม่ Weave ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายทุกครั้งเวลาสวมใส่ สามารถระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนประกอบของพื้นรองเท้าที่มีความยึดเกาะ ให้ความมั่งคง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย เหมาะสำหรับการยกน้ำหนัก และมี RopePro ที่ไว้สำหรับปีนเชือกโดยเฉพาะ ให้คุณสนุกไปกับการเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ รองเท้ากีฬารีบอค ครอสฟิต นาโน 7 วีฟ สีใหม่ล่าสุด ในราคา 5,200 บาท


 

ใครมีแพลนจะออกกำลังกาย แต่ยังไม่มีไอเท็มเหล่านี้ก็จัดมาเลย การแต่งตัวในแบบที่เราชอบและทำกิจกรรมที่เรามุ่งมั่น เชื่อว่าจะทำให้การออกกำลังกายประสบผลสำเร็จ (เหรอ ฮาๆ) เอาเป็นว่าใครอยากดูดีตลอดเวลา แม้แต่ยามเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้า ก็สอยไอเท็มที่แพรวดอทคอมแนะนำไปใช้ได้เลย

 

 

 

 

7 ขั้นตอนจูบที่สาวๆ ว้อนท์มาก

ถ้าไม่อยากโดนประนามว่า “สักแต่จูบ” จงฟังทางนี้ เพราะมีมานักต่อนักแล้วที่คู่รักทั้งหลายชอบคิดว่าตัวเอง จูบ ได้เจ๋งมาก แต่เอาเข้าจริงไม่ได้รู้ตัวเลยว่า “จูบไม่ได้เรื่อง” ไม่ตรงจุดแบบที่อีกฝ่ายต้องการ วันนี้มาดามจึงขอ 7 แชร์สเต็ปจูบที่สาวๆ พึงปรารถนาให้ได้รู้ เผื่อหนุ่มๆ คนไหนมาอ่านเจอ หรือสาวๆ คนไหนอยากเป็นฝ่ายรุก ก็ลองเอาไปใช้ได้ ไม่คิดค่าวิชาจ้ะ

Step One : “เริ่มต้นที่ความนุ่มนวล” ค่อยๆ โน้มหน้าเข้าหาอีกฝ่ายในท่าที่ถนัด บางคนชอบที่มือสัมผัสมือแล้วเอาแค่หน้าโน้มเข้าหากัน บางคนชอบที่จะใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้า แบบไหนก็ได้ที่คุณถนัด แต่ต้องไม่ใช่กระชากหน้ามาประกบปากอย่างเมามัน อันนี้ก็หื่นเกินไปหน่อย แถมเธอยังคิดแน่ๆ ว่าคุณมีแววซาดิสม์และไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย

Step Two : “ค่อยๆ ละเลียดลิ้มรสริมฝีปาก” ใช้ริมฝีปากของคุณเคล้าเคลียไปตามริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ให้เนื้อนุ่มๆ ของคุณทั้งคู่ได้สัมผัสกัน ตรงจุดนี้บอกเลยว่าต้องไม่รีบทะลวงลิ้นเข้าไปเด็ดขาด เพราะนั่นจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายตกใจที่โดนจู่โจม

Step Three : “ไล่สัมผัสโดยทั่วถึง” ผละจากริมฝีปากออกไปที่ข้างแก้มและสันกรามบ้างก็ได้ โดยใช้อาวุธตัวเดียวคือริมฝีปากค่อยๆ ไล่สัมผัสไปให้ทั่วใบหน้า แต่ที่ขาดไม่ได้คือบริเวณติ่งหูที่มาดามขอบอกเคล็ดลับเล็กๆ ว่าให้ใช้ริมฝีปากขบเบาๆ ก็พอ ถ้าอีกฝ่ายมีอาการขนลุกแสดงว่าสัมผัสของคุณมาถูกทางแล้ว

Step Four : “ใช้ลิ้นเริ่มชอนไช” ไล่สัมผัสกลับมายังริมฝีปาก จากนั้นเริ่มใช้ฟันขบริมฝีปากอีกฝ่ายให้ค่อยๆ เผยปากออก จากนั้นใช้ลิ้นชอนไชแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจเริ่มสัมผัสไปที่ปากกับเหงือกก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มจังหวะคู่กับเทคนิคการโชว์ความสามารถในการใช้ลิ้นของคุณ โดยค่อยๆ ดุนลิ้นเข้าไปในปากแล้วดึงออกมาอย่างช้าๆ ณ จุดนี้ต้องไม่ลืมสังเกตอาการของอีกฝ่ายว่าตอบสนองด้วยวิธีการไหน เพื่อจะได้เป็นคำตอบว่า คุณจะไปยังสเต็ปต่อไปได้หรือไม่

Step Five : “ดูดและโรมรัน” เริ่มเข้าสู่โหมดรุนแรงและฟาดฟันขึ้นอีกนิดด้วยการดูดลิ้นและโชว์ความแข็งแกร่งของลิ้น ถ้าอีกฝ่ายเริ่มโต้กลับคุณก็เร่งจังหวะได้เลย ซึ่งพอมาถึงจุดนี้ มาดามของแนะนำว่ามือไม้ต้องไม่อยู่นิ่ง ควรใช้มือหนึ่งประคองหน้า มือหนึ่งลูบไล้ลำตัว หน้าอก หรือแผ่นหลัง เรียกว่าจุดไหนก็ได้ที่คุณอยากสัมผัส เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกเลยว่าอารมณ์ของคุณพีคแล้ว และกำลังรอจะเข้าสู่ Step Sex ขั้นต่อไป

Step Six : “ผ่อนหนักผ่อนเบาสลับกันไป” ไม่จำเป็นต้องบิ้วจนอารมณ์พีคสุดๆ แบบไต่ระดับขึ้นเขาสูงเพียงอย่างเดียว แต่คุณควรรู้จักการผ่อนหนักผ่อนเบาสลับกันไปบ้าง อย่างน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายมีเวลาหายใจ และบางครั้งนี่คือการยั่วให้อีกฝ่ายโหยหา เพราะลองคิดดูสิว่าถ้าอารมณ์กำลังได้ที่แต่อยู่ๆ เครื่องก็เบาลงไป ความอัดอั๋นที่พร้อมจะระเบิดออกมาเนี่ย จะฮอทขนาดไหน

Step Seven : “จูบให้ทั่วและรอบด้าน” หลังจากเสิร์ฟจูบตามสเต็ปที่ว่าไปแล้ว อย่าลืมผละออกมานัวเนียคลอเคลียหน้าอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่ใช่แค่ขบติ่งหูเบาๆ เท่านั้น ลองใช้ลิ้นชอนไชเข้าไปเพื่อปลุกอารมณ์เพิ่มเติม ก่อนจะระดมจูบไล่ให้ทั่วเรือนร่าง แล้วมาปิดท้ายจูบของคุณที่จุดสงวนของอีกฝ่าย

เชื่อไหมว่า จูบสุดท้ายในโลเคชั่นที่ว่า จะนำทางให้ขาเตียงคุณสั่นได้สมใจอย่างแน่นอน

เรื่อง : Madam Hong Hern

ไฮโซฟลุ้ค–วรวุฒิ หวานใจซุป’ตาร์ อั้ม นำทีมคนดังนักบริหารรุ่นใหม่ เผยวิธีการลงทุนออมเงิน

ไฮโซฟลุ้ค-วรวุฒิ หวานใจซุป’ตาร์ อั้ม-พัชราภา นำทีมคนดังนักบริหารรุ่นใหม่ มาร่วมเผยเคล็ดลับการออมเงินและลงทุน ซึ่งแน่นอนว่า มากคนไลฟ์สไตล์การวางแผนด้านการเงินและการลงทุนย่อมต่างคน แต่สิ่งที่แต่ละคนนำมาแชร์กันนั้นคาดว่ามีประโยชน์ต่อแฟนๆ ชาวแพรวไม่มากก็น้อยเลย

“วางแผนการเงินและเก็บก่อนค่อยใช้” เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้หลายคนมีเงินพอเพียงสำหรับใช้หลังเกษียณไปอีก 20-30 ปี คุณจักรชัย บุญยะวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ โนฮาว จำกัด เป็นผู้กล่าว ด้วยเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคต การทำงานหาเงินว่ายากแล้ว แต่การรู้จักบริหารจัดการเงินที่มีอยู่ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การลงทุน นั้นยากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้สำคัญเฉพาะเพียงผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานช่วงแรกๆ ให้ได้เรียนรู้และเริ่มรู้จักวางแผนการเงินเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งถ้าหากขาดความรู้ ความรอบคอบ การจัดการบริหารที่ดีก็จะสามารถสร้างปัญหาภายในครัวเรือนได้ ฉะนั้นการเริ่มต้นถูกจุด ฉลาดรู้ฉลาดเลือกก็จะช่วยให้หลายคนรู้จักออมเงิน และบริหารเงินให้เพิ่มพูนได้ไปในทิศทางที่ดี

คุณจักรชัย บุญยะวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ โนฮาว จำกัด
คุณจักรชัย บุญยะวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ โนฮาว จำกัด

โดยในช่วงวันที่ 18-20 สิงหาคม 2560 บริษัทแฟมิลี่ โนฮาว จำกัด ได้แท็คทีมนักบริหารรุ่นใหม่ มาเผยเคล็ดลับการออมเงินและการลงทุนตามสไตล์ของตัวเอง ภายในงาน FUTURE WEALTH & LUXURY EXPO 2017 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยหนึ่งในทีมนักบริหารมีหวานใจสาวอั้ม-พัชราภา อย่าง คุณฟลุ้ค-วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัดมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเผยเคล็ดลับด้วย 

ก่อนจะถึงวันงาน แพรวดอทคอม จึงขอพา 3 คนดังบริหารรุ่นใหม่ มาร่วมเผยการลงทุนและออมเงินของตัวเองกันก่อน ซึ่งบอกได้เลยว่า ฟังทั้งสามพูดแค่นี้ก็ได้ประโยชน์แล้ว ถ้าไปวันงานจริงๆ หลายคนก็น่าจะได้ประโยชน์เพิ่มไม่น้อยเลย

คุณฟลุ้ควรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์

ประเดิมกันที่ คุณฟลุ้ควรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัด ได้เผยว่า ปกติจะมี 2 ส่วน คือ ธุรกิจของที่บ้าน และการลงทุนส่วนตัวเพื่ออนาคต ทั้งนี้ต้องลงทุนทั้งเงินและเวลา โดยเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นอสังหาริมทรัพย์ และจิวเวลลี่ โดยเฉพาะ Fine Jewelry (ไฟน์ จิวเวลลี่) ที่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่เป็นความต้องการของตลาดทั่วโลกและมีราคาเป็นสากล เนื่องจากจิวเวลลี่ชั้นดีที่ทำจากวัตถุดิบหายากสามารถรักษาคุณค่าและราคา ผ่านยุคสมัยต่างๆ ได้ ส่วนหนึ่งตามดีมานด์และซัพพลาย และตามแหล่งกำเนิดเฉพาะตัวของพลอยต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวที่ให้ทั้งผลตอบแทนเป็นราคาและความสุขเมื่อเทียบกับการลงทุนในแบบอื่นๆ สำหรับหลักการลงทุนของตัวเอง มองว่าจะต้องไม่ลงแบบกระจายจนเกินไป ต้องมีการศึกษาและโฟกัสให้ดี ส่วนตัวมองว่านอกจากเรื่องเงินทองและของลักชัวรี่แล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายและการพัฒนาจิตใจก็เป็นการลงทุนที่ไม่ควรละเลย สุดท้ายการลงทุนในการให้เวลากับการสร้างความสัมพันธ์ทั้งกับครอบครัวและบุคคลอื่นๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน

คุณหมอบอย–นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ 

คุณหมอฟิลเลอร์คิวทองของเมืองไทยแห่ง เอไอซี คลินิกเล่าว่า “ผมให้ความสำคัญกับการลงทุนในด้านสุขภาพครับ เพราะผมมองว่าผมทำงานหนักแล้วต้องดูแลสุขภาพให้ดี เพราะถ้าร่างกายเราแข็งแรง เราก็สามารถหารายได้ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นนอกจากเลือกลงทุนในหุ้นที่ไม่หวือหวาด้วยแล้ว ยังลงทุนเพื่อชีวิตตัวเอง อย่างเช่น การประกันชีวิต ที่เลือกทั้งแบบ Death Claim (เดทเคลม) คือ ประกันชีวิตเพื่อคนข้างหลัง และแบบ Living Claim (ลีฟวิ่ง เคลม) ที่สามารถใช้ประกันสุขภาพเมื่อยามเจ็บป่วย ซึ่งจะพยายามบาลานซ์ทั้ง 2 ส่วนนี้ให้ดี”

คุณแหมว–อมรพิมล วีรวรรณ 

คุณแหมว-อมรพิมล กรรมการบริหารแห่งแซมเวส เล่าว่า “โดยส่วนตัวจะชอบลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ Property (พร็อพเพอตี้) เป็นหลัก โดยมองการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเน้นคอนโดมิเนียมทำเลใจกลางเมือง แบบมีทั้งระยะสั้นคือการซื้อมาและขายไป และแบบระยะยาวในลักษณะเพื่อให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ส่วนการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อเก็บออมจะให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลในส่วนนี้ให้ แต่โดยมากจะลงทุนในกองทุนรวมที่มีความน่าเชื่อถือ และลงทุนในหุ้นบ้างเป็นสีสันของการเก็บออม”


 

สำหรับภายในตัวงานจะแบ่งออกเป็น 3 โซนหลักๆ ได้แก่ โซน Wealthy (เวลท์ตี้) รวบรวมผลิตภัณฑ์การออมเพื่อการลงทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุนต่างๆ ประกันชีวิต ฯลฯโซน Healthy (เฮลท์ตี้) การวางแผนด้านสุขภาพเพื่อวัยเกษียณจากสถาบันสุขภาพ โรงพยาบาลชั้นนำ และ โซน Luxury (ลักชัวรี่) เรียนรู้การลงทุนในสินค้าลักชัวรี่ รวมถึงการมอบเป็นรางวัลให้ชีวิตตัวเอง อาทิ รถยนต์หรู,พร็อพเพอร์ตี้, จิวเวลลี่ ฯลฯ” ใครที่สนใจไม่ควรพลาดเลยนะ 

 

เรียบเรียงโดย: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.moneychannel.co.th

มือใหม่หัดดัง“เป๊ก ผลิตโชค”วิตกถูกแฟนคลับเท! หากผิดพลาดเรื่องใดขออภัยไว้ด้วย

ถ้าพูดถึงนักร้องหนุ่มที่ฮ็อตที่สุดในนาทีนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “คุณหลวงเป๊ก- ผลิตโชค อายนบุตร”หรือ “หน้ากากจิ้งโจ้”ที่มีกองทัพแฟนคลับมหาศาล ยิ่งเมื่อไหร่ที่ออกอีเว้นท์บอกได้คำเดียวเลยว่าไปที่ไหนห้างแตกที่นั่น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค ที่ผ่านมา หนุ่ม“เป๊ก” ได้เดินทางไปร่วมในงาน Toyotsu Japan Festival at Siam Paragon ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวังเพราะงานนี้ก็คับคั่งไปด้วยแฟนคลับอีกเช่นเคย ซึ่งหลังจากทำกิจกรรมเรียบร้อย“เป๊ก”ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นต่างๆโดยเฉพาะคอนเสิร์ต “เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์”ที่กำลังเป็นกระแส นอกจากนี้นักร้องหนุ่มยังขอพื้นที่อ้อน“นุช”(ชื่อแฟนคลับ)ให้กลับมารักกันเหมือนเดิม หลังถูกงอนและพร้อมใจอันฟอลโลว์ไอจีไปเกือบ8หมื่นคนเลยทีเดียว

ช่วงนี้งานเยอะมากเลย?
“ช่วงนี้ก็ทำงานทุกวันครับ แต่แค่วันละงาน แต่ที่เห็นมีสองงานเพราะบางทีก็เป็นงานที่แทรกเข้ามาและขอร้องว่าช่วยหน่อยนะ วันนี้ก็เพิ่งกลับจากหัวหิน พอดีเมื่อคืนมีไปโชว์ตัวที่หัวหินมาและก็กลับมาโชว์งานนึงที่เซ็นทรัลและก็รีบมานี่ ต้องขอโทษทุกคนที่มาช้านะครับเพราะว่ารถติด ก็สนุกมากครับเพราะได้เจอแฟนๆทุกที่ทุกจังหวัด ดีใจนะครับดีใจทุกครั้งที่มีคนมาให้กำลังใจติดขอบเวทีทุกๆงาน”

สุขภาพเป็นยังไง?
“เรื่องสุขภาพต้องไปหาหมอตลอดเลยครับ ทานยาทุกวัน และเวลาถึงกำหนดนัดคุณหมอก็จะโทรตาม กับตอนนี้มันก็จะเหนื่อยและป่วยง่ายและวูบบ่อยๆบนเวทีก็มี แต่ไม่ถึงขนาดวูบและล้มลงไปแค่เซๆ หลายคนนึกว่าเป็นสเต็ป เวียนหัวเหมือนเลือดไม่สูบฉีด ซึ่งคุณหมอก็กำชับว่าให้พักได้ถ้าอยากร้องเพลงให้เสียงมันใส ไม่ต้องมาหาหมอก็ได้ ให้พักสัก1-2 อาทิตย์ แต่มันก็ไม่ได้หรอกครับเพราะมันต้องร้องเพลงทุกวัน”

ช่วงนี้ได้หยุดบ้างหรือเปล่า?
“ยังครับ แต่ก็คิดว่าจะหยุดคือตอนนี้ผมรับงานถึงสิ้นปีเท่านั้น เปิดรับงานอีกทีมีปีหน้า 1ม.ค.เป็นต้นไป เพราะตอนแรกคิดว่ามีโปรเจ็คท์คอนเสิร์ตของตัวเองครับ ถ้ามีคอนเสิร์ตของตัวเองมันก็จะต้องใช้เวลาเตรียมตัวนาน 1-2เดือนคงไม่ได้ จริงๆแฟนๆเรียกร้องให้มีตั้งแต้ปีนี้แต่มันไม่ทันจริงๆ เพราะเวลามีคอนเสิร์ตใหญ่ก็ต้อง4เดือนขึ้นไป”

“เป๊ก- ผลิตโชค อายนบุตร”

ความรู้สึกที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเอง?
“เกิดมาไม่เคยมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง มีแต่ว่าไปแจม ตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเป็นอย่างไรแต่ตอนนี้ดีใจมาก ด้วยความที่เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกไอเดียมันก็พุ่งมาก ก็บอกพี่ๆที่แกรมมี่ฝ่ายคอนเสิร์ตว่าขอแบบนี้ แบบนี้”

ดราม่าคอนเสิร์ต “เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์”?
“คือจริงๆแล้วด้วยความที่ผมอย่างที่พี่ๆทราบสมัยก่อนก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ๆกับเขาเลยโดนลืมตลอด ผมไม่เคยมีอะไรอย่างนี้ จนพอมาปีนี้ผมก็ได้รับข่าวมาว่าจะมีคอนเสิร์ต “เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์” ซึ่งถามว่าดีใจไหม? แน่นอนอยู่แล้วว่าดีใจเพราะจะได้ทำงานกับเพื่อน และผมไม่เคยมีคอนเสิร์ตเลยสมัยก่อน ก็ดีใจและอยากบอกทุกคนให้มันด่วนที่สุดว่า เราจะมีงานมีคอนเสิร์ตให้ทุกคนได้ชมกัน นั่นก็คือจุดเริ่มต้น

แต่ทีนี้ค่ายของแต่ละคนอาจจะแจ้งไม่ตรงกันก็เลยเกิดปัญหาขึ้นมา คิดว่าคอนเสิร์ต “เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์”คงไม่ได้มีแล้ว ส่วนตัวรู้สึกเสียดายเนอะ จริงๆผมก็อยากให้มีเพราะก็ครบรอบ10ปีพอดีในใจผมคิดว่าน่าจะทำให้เกิดขึ้นมา เพราะมันเป็นโอกาสที่ยากมาที่3คนจะมารวมตัวกัน ตอนนี้เหมือนพวกเราพร้อมเต็มที่ในเรื่องของการร้อง การเต้นหรือเพอฟอร์แมนซ์ ด้วยประสบการณ์10ปีที่สั่งสมเรามาอยู่ตรงนี้มันทำให้มีคอนเสิร์ตได้มันก็จะดีมาก”
ไม่สงสัยหรือว่าทำไมเขาไม่จัดแล้ว?
“ก็อยากรู้เหมือนกันครับ อาจจะเพราะคิวของแต่ละคนไม่ตรงกัน ที่ทราบทุกคนก็ต้องทำงานหนักเหมือนกันทั้ง3คน จริงๆหลังจากที่มีข่าวก็มีโอกาสได้คุยกันครับ พอผมทราบว่าแฟนคลับผมไปล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวของ “อ๊อฟ”ผมก็เข้าไปโพสต์ในไอจี “อ๊อฟ” นิดนึงแล้วครับบอกว่านุชกลับบ้านกันเถอะ อันนี้บ้านของ “อ๊อฟ” นะ ผมคิดว่าเขาก็เชื่อฟังนะ กับแฟนคลับจริงๆผมจะไม่ได้พูดคุยกับแฟนคลับเรื่องประมาณนี้ แต่คิดว่าเขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องทำแค่ไหนที่พอดี คงไม่ได้ไปว่าเขาเพราะทุกคนมีความคิดของตัวเอง ผมอยากให้มันพอดีและไม่พาดพิงถึงคนอื่น ผมบอกเสมอว่าถ้ารักผมก็ต้องรักคนรอบข้างของผมด้วย รักเพื่อนๆของผมด้วย”
ได้เคลียร์กันสบายใจหรือเปล่า?
“ในส่วนของผมไม่มีปัญหากันอยู่แล้วกับพี่ๆเขาเพราะว่าเราก็เป็นเพื่อนกัน แม้จะไม่ได้แฮงก์เอาท์หรือเที่ยวด้วยกันตลอดเวลาแต่เราเป็นเพื่อนร่วมวงการ เป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็จะรักกันอยู่แล้ว ผมและแฟนของผมไม่เคยมีเจตนาที่จะดูถูกใคร”

มีดราม่าอีกเรื่องคือแฟนคลับเตรียมยกทัพไปรอทำเซอร์ไพร้ส์ที่สนามบินภูเก็ตแต่กลายเป็นว่า”เป๊ก”ไม่ได้เดินทางไปเที่ยวบินนั้นทำเอาหลายคนเสียความรู้สึก?
“อันนี้ต้องขอโทษจริงๆเพราะผมไม่ทราบเลยต้องขอโทษแฟนๆชาวภูเก็ตด้วยเพราะวันนั้นผมก็ไปโชว์และขอโทษแล้วรอบนึง แต่ก็เห็นว่าทุกคนงอนกันนิดนึงเพราะที่สนามบินก็จะมีคนมารอเราเยอะมาก เขาจะทำโปรเจ็คท์เขียนป้ายบอกรักหรือว่าจะร้องเพลงซึ่งผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้นว่าจะมีโปรเจ็คท์เกิดขึ้น คือวันนั้นผมมีงานตอนกลางคืนด้วย ความที่ผมชอบทะเลมากแล้วนานๆทีเราจะมีช่วงเวลาว่างแบบนี้ที่ได้ไป เลยบอกพี่ๆผู้จัดการว่าขอผมบินไปตอนกลางคืนได้ไหม เพื่อไปไปซึมซับบรรยากาศตื่นมาจะได้เห็นทะเลเลย แล้วเราก็นัดเพื่อนๆทุกคนไปถ้าใครว่าง เลยเปลี่ยนเวลาบินกะทันหันซึ่งผมเองก็ไม่ทันได้คิด เลยเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นเลยคลาดกัน ก็ต้องขอโทษด้วยครับ”

มีคนอันฟอลโลว์ไอจี?
“ได้ข่าวมาเหมือนกันครับ บางทีเวลานุชงอนอะไรก็หายไปประมาณ8หมื่นบ้างหลายหมื่นบ้าง แต่ที่ผ่านมาไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ ก็ต้องงอนเพราะผมไม่ได้ตั้งใจทำให้ทุกคนเสียใจ เขาก็จะรู้เองว่าผมไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ผมทำไปแล้วเกิดผิดพลาดไม่เหมาะสมผมก็ขอโทษด้วย เพราะว่ามือใหม่ไงครับ นี่ก็ออกเพลงใหม่มาครับ “ขอโทษที่เอาแต่ใจ”

สะเทือนใจไหมตอนเห็นว่ายอดหายไปเยอะ?
“ก็มีนิดนึงว่าไปกันเยอะขนาดนี้เลยหรอ แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะไปห้ามใครได้ เอาที่ทุกคนสบายใจดีหว่า พอดีที่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น”

อย่างไรก็ตามหลังจาก “คุณหลวง”ให้สัมภาษณ์ไปไม่ทันข้ามวันแฟนคลับได้แจ้งผ่าน “แพรวดอทคอม”ว่าเรื่องจริงไม่ใช่อย่างนั้นอันที่จริงแล้วยอดฟอลโลว์มีแต่จะเพิ่มขึ้นเพียงแต่การกดถูกใจช่วงนี้อาจน้อยไปยังไงอย่าหน่อยอย่าน้อยใจไปเลยทูนหัวของนุช

อย่างไรก็ตามหลังจาก “คุณหลวง”ให้สัมภาษณ์ไปไม่ทันข้ามวันแฟนคลับได้แจ้งผ่าน “แพรวดอทคอม”ว่าเรื่องจริงไม่ใช่อย่างนั้นอันที่จริงแล้วยอดฟอลโลว์มีแต่จะเพิ่มขึ้นเพียงแต่การกดถูกใจช่วงนี้อาจน้อยไปยังไงอย่าหน่อยอย่าน้อยใจไปเลยทูนหัวของนุช

ขอบคุณภาพจาก @bynanzaa

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก เสรีไทย(ใต้ดิน)ในเมืองไทย (ตอนที่24)

หม่อมเจ้าการวิก อุทิศตัวฝึกฝน อดทน เพื่อประเทศชาติ 

หม่อมเจ้าการวิก และคณะเพื่อนทหารเสรีไทย ยังคงฝึกความทรหดอดทนอย่างหนักในอินเดีย แล้วทางคณะเสรีไทยในเมืองไทยก็ได้เตรียมการที่จะต้อนรับเสรีไทยจากต่างแดนที่จะลักลอบเดินทางเข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทย

ตะวันดวงกลมโตสาดแสงอ่อนเป็นลำสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนลับไป ปล่อยให้ความมืดคืบคลานเข้ามาปกคลุมดังการณ์ปกติแห่งกาลเวลา…

ในช่วงที่ผมรับการฝึกอบรมอยู่ในอินเดียนั้น ผมคอยเร่งนับวันเวลาให้ล่วงไปด้วยความหวังที่จะได้เข้ามารับใช้บ้านเมืองอย่างเต็มล้น แต่การฝึกความพร้อมของสมรรถภาพทั้งทางด้านกำลังใจและกำลังกายนั้นยังมีอีกหลายขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อเข้ามาปฏิบัติการแล้วจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่จะเป็นไปได้

หลังจากที่พวกเราผ่านการฝึกซ้อมรบอันทรหดในอินเดียฝั่งตะวันตกเรียบร้อยแล้ว ทุกคนใน ‘กลุ่มช้างเผือก’ ได้รับยศร้อยตรีกันเป็นบำเหน็จ เมื่อต้นเดือนตุลาคม พ.ศ.2486 และได้รับอนุญาตให้พักผ่อนได้ 10 วัน ก่อนจะมีคำสั่งให้ย้ายมาฝึกในอินเดียฝั่งตะวันออก

ในเดือนเดียวกันนี้ พวกเราได้รับข่าวที่สร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นว่า ความตั้งใจของทุกคนที่เดินทางจากอังกฤษมาฝึกซ้อมรบด้วยหวังจะรับใช้ชาติ คงจะไม่สูญเปล่าและคงจะได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงาน เพราะมีขบวนการในประเทศเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านผู้รุกราน คือคุณจำกัด พลางกูร (พี่ชายคุณกำแหง) ซึ่งเป็นผู้แทนขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศไทยได้ลักลอบออกจากเมืองไทยไปยังจุงกิง ประเทศจีน (ขณะนั้นจีนยังไม่เป็นคอมมิวนิสต์) พร้อมกับคุณสงวน ตุลารักษ์ และคุณแดง คุณะดิลก เพื่อจะหาทางติดต่อขอความช่วยเหลือจากเหล่าเสรีไทยในต่างประเทศ และทางการอังกฤษก็ได้มอบอำนาจให้พันตรี หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ วงศ์สนิท ซึ่งทรงใช้พระนามแฝงว่า ‘อรุณ’ ในการปฏิบัติการเดินทางโดยเครื่องบินจากอินเดียไปยังจีน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2486

จำกัด พลางกูร เสรีไทยที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตที่จีน

ทั้งนี้เป็นการติดต่อกับคุณจำกัดและเพื่อหาผู้ที่จะนำสารไปให้หัวหน้าขบวนการในประเทศ ซึ่งทราบภายหลังว่า คือ นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในเวลานั้น ให้เตรียมจัดการต้อนรับพวก ‘ช้างเผือก’ คณะแรกที่จะเดินทางไปโดยเรือใต้น้ำ ขึ้นบกทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกของไทย ราวเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมของปีเดียวกัน โดยจะนำเครื่องรับวิทยุรับ-ส่งวิทยุไป เพื่อตั้งสถานีวิทยุติดต่อระหว่างไทยกับฐานทัพอังกฤษในอินเดีย นอกจากนี้พวกเรายังทราบข่าวว่า เสรีไทยจากสหรัฐอเมริการาว 20 คนได้เดินทางเข้ามาในเมืองจีน และกำลังหาทางเข้าประเทศไทยด้วย

ช่วงเวลา 10 วันที่หยุดพักผ่อน พวกเราหลายคนเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนเสรีไทยที่ฝึกปฏิบัติการด้านการสื่อสารในเดลี บางคนก็ไปเที่ยวที่บอมบ์เบย์ เมื่อครบกำหนดจึงมารายงานตัวต่อพันโท พอยน์ตัน ผบ.สำนักงานกองกำลัง 136 ประจำแผนกประเทศไทยที่เมืองกัลกัตตา ซึ่งกลิ่น เทพหัสดินฯได้ย้ายมาทำงานประจำสำนักงานแห่งนี้ ในหน้าที่ผู้กรองข่าวจากวิทยุแห่งประเทศไทย และปลุกใจชาวไทยด้วยวิธีต่างๆ ความสามารถพิเศษของเขาในการคิดคำคม เขียนบทกลอนและวาดรูปสำหรับทำใบปลิว (ใช้โปรยในเมืองไทย) เป็นที่พอใจของผบ.พอยน์ตันมาก

พวกเรามาทราบภายหลังว่า ป๋วยและสำราญได้รับคำสั่งให้แยกไปรับการอบรมการสืบราชการลับในที่แห่งหนึ่งนอกเมืองกัลกัตตา และประทานก็ไปเรียนการแก้เครื่องวิทยุที่โรงเรียนช่างวิทยุที่เมืองมีรุต (MEERUT) เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองไทยเป็นคณะแรก (การลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทย พันโท พอยน์ตันได้กำหนดให้พวกเสรีไทยกลุ่มช้างเผือกต้องมีเครื่องรับ-ส่งวิทยุขนาดใหญ่และหนักกว่าเครื่องเล่นวิทยุสมัยใหม่ พวกเราต้องผ่านการฝึกวิทยุด้วยกัน 13 คน ได้แก่ จีริดนัย ภีศเดช ประพฤทธิ์ เปรม รจิต วัฒนา ปัทม์ ประโพธ ธนา กฤษณ์ ประเสริฐ และผม ส่วนประทานเป็นคนเดียวที่ได้เรียนการแก้เครื่องวิทยุเป็นพิเศษ)

ในระหว่างที่ทั้งสามไปรับการอบรมนั้นพวกเราก็ไม่ได้อยู่เฉย หากได้รับคำสั่งให้ไปฝึกอบรมอยู่เรื่อยๆ เพื่อมิให้พละกำลังถดถอยหรือละลืมสิ่งที่ฝึกฝนมา

สำนักงานกองกำลัง 136 ในกัลกัตตา มี 3 แผนก คือ แผนกประเทศไทย พม่า และอินโดจีน ตั้งอยู่ในอาคารหลังเดียวกัน คือ เลขที่ 53 ถนนการีอาหัต (GARIAHAT ROAD) เมื่อพวกเรามาถึงก็พบไอ้เฟิ้มและร้อยโท คอลลิน ไวท์ลอว์ มายืนแสยะยิ้มต้อนรับ โดยเขามีหน้าที่จะพาพวกเราเดินป่าเบงกอลใกล้ๆกัลกัตตา เป็นเวลา 9 วัน เพื่อมิให้เสียเวลาและป้องกันกลิ่นอายชาวป่าของพวกเราจางหาย ด้วยขณะนั้นโรงเรียนสืบราชการลับชานเมืองกัลกัตตายังรับพวกเราเข้าอบรมไม่ได้

หม่อมเจ้าการวิก ทรงชุดทหารกูรข่า

ป่าเบงกอลหนาทึบพอๆกับป่าเบลกอม และที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งล่าสัตว์ของบรรดามหาราชาแขกด้วยคงเป็นดงเสือใหญ่ที่สุดในโลก (ระหว่างที่เดินป่า ผมไม่พบเสือสักตัว) พวกเราเข้าป่าคราวนี้กินอยู่ไม่ลำบากเหมือนครั้งก่อน เพราะไม่มีฝน อากาศเย็นสบาย ไม่มีทากคอยดูดเลือดให้รำคาญ แต่ยุงชุม และไม่ต้องสร้างที่พัก เพราะได้อยู่ในกระต๊อบร้างของชาวป่า

ตอนเช้าตรู่ของวันที่สอง กำแหงตื่นขึ้นมาแล้วเล่าว่า เมื่อคืนฝันเห็นพี่ชาย (จำกัด) มาเขย่าเท้าบอกว่าตัวเองตายแล้ว ซึ่งตอนนั้นพวกเราทราบแค่ว่าคุณจำกัดได้เล็ดลอดไปยังจุงกิง และไม่ได้ข่าวคืบหน้าแต่อย่างใด จึงไม่ค่อยมีใครสนใจความฝันของกำแหง จนกระทั่งในเดือนมีนาคม พ.ศ.2487 พวกเราถึงได้ทราบข่าวว่าทางจีนได้แจ้งมาว่า คุณจำกัดเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับลำไส้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2486!

พวกเราออกจากป่าตอนต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งย่างเข้าฤดูหนาว แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในเมืองรู้สึกอบอ้าว อึดอัด คงเป็นเพราะชินกับอากาศที่เย็นสบายในป่ามาถึง 9 วัน

เมืองกัลกัตตาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีพลเมืองหนาแน่นที่สุด มีคนจนและขอทานมากที่สุดเช่นกัน พวกเราพักอยู่ในบ้านหลังใหญ่ราว 2 วัน และต้องหาซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าพลเรือนสำหรับใช้ใส่ตลอดเวลา 6 สัปดาห์ที่เข้ารับอบรม โดยไม่ต้องแต่งเครื่องแบบทหารเวลาเข้ารับการอบรม

เนื่องจากสถานที่พวกเราเข้าไปรับการฝึกนั้นคือ โรงเรียนล่ามภาษาตะวันออก (SCHOOL OF EASTERN INTERPRETERS) ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้น เพื่ออำพรางให้คนเข้าใจผิดในวิชาที่สอนในโรงเรียน ด้วยในการฝึกปฏิบัติงานด้านจิตวิทยาและสืบราชการลับทางการทหารของพวกเราที่นี่ เป็นลักษณะที่เสี่ยงต่อการถูกจับฐานเป็นจารชนของญี่ปุ่น เพราะในกัลกัตตามีจารชนของญี่ปุ่น มีชาวอินเดียที่ต่อต้านอังกฤษและมีหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษและอเมริกันอยู่มาก ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะคำพูด

โรงเรียนตั้งอยู่ที่ตำบลอาลัมบาซาร์ (ALUMBAZAR) ห่างจากเมืองกัลกัตตาราว 5 กิโลเมตร อยู่ใกล้แม่น้ำฮุกลี (HOOGHLI) ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งของอินเดียในการขนส่งสินค้า บริเวณโรงเรียนมีสนามหญ้ากว้าง มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น มีสระน้ำข้างหน้า และตึกใหญ่แบบโบราณสมัยสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ตึกสองหลังเป็นที่พักของผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูผู้ฝึกสอน ตึกหลังหนึ่งเป็นที่พักของพวกเรา หลังหนึ่งเป็นอาคารเรียนและมีห้องอาหารอีกหลังหนึ่งเป็นโรงครัวและที่พักของทหารแขกรับใช้

ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อว่า พันตรีครอสเล่ย์ (CROSSLEY) ครูฝึกสอนมีสี่คน แต่บางครั้งมีนายทหารหรือตำรวจมาสอนวิชาพิเศษเฉพาะเรื่อง ตัวพันตรี ครอสเล่ย์สอนวิชาจารกรรมร่วมกับนายทหารอีกคนหนึ่ง คือ พันตรี รอย (ROY) ซึ่งเป็นคนอินเดีย สอนวิชาจิตวิทยาที่พวกเราเคยเรียนมาก่อนบ้างในค่ายคารัควัสลา ครูคนนี้พูดภาษาอังกฤษชัดเปรี๊ยะ ไม่มีกลิ่นโรตีปนเลย เพราะเขาจบจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด และแต่งงานกับแหม่มอังกฤษ พอเขากลับมาก็เข้าร่วมกับองค์การต่อต้านอังกฤษ ส่วนภรรยาก็ร่วมต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมของอังกฤษ ด้วยพอญี่ปุ่นเข้าสงครามเอเชียบูรพา เขาบอกว่าขอพักรบกับฝ่ายอังกฤษเป็นการชั่วคราว ขอรับใช้โดยการทำสงครามจิตวิทยาต่อต้านญี่ปุ่นก่อน

วิชาหนึ่งที่พวกเราสนใจคือ การโจรกรรม หรือหน่วยงัดแงะ ครูผู้สอนมียศร้อยโท อดีตเคยเป็นหัวขโมยชั้นยอดแห่งลอนดอน เพราะเขาปล้นร้านเพชรและหลบหนีได้อย่างลอยนวลหลายครั้ง สร้างความปั่นป่วนแก่ตำรวจอังกฤษอยู่นานกว่าจะถูกจับได้ ด้วยผลงานดีเด่นนี้เอง ทางการทหารจึงขอเชิญเขาออกจากคุกมาเป็นครูสอนวิชาชั้นยอดแก่หน่วยจารกรรม ซึ่งเขาตอบรับยินดีที่จะรับใช้ชาติ วิชาที่สอนได้แก่ การกรีดกระจกหน้าต่าง วิธีตัดลูกกรงเหล็ก วิธีทำลูกกุญแจ แต่วิชาที่ยากที่สุดคือ วิธีสะเดาะกุญแจด้วยลวดเส้นเดียว ที่พวกเราหลายคนแม้ได้รับคำชมเชยว่าฝีมือดี แต่ก็ไม่มีใครเข้าขั้นถึงชั้นมิจฉาชีพระดับสูง สถานที่ทดสอบวิชาของพวกเราได้แก่ บ้านพักของผอ.และนายทหารนั่นเอง

สงวน ตุลารักษ์

ส่วนที่โรงเรียน พวกเราทุกคนต้องฝึกโยคะตอนเช้าตรู่ทุกวัน เนื่องจากพันตรี ครอสเล่ย์ เขาปฏิบัติตัวเคร่งครัดราวกับเป็นฤาษีของอินเดีย ให้พวกเราฝึกท่าโยคะอาสนะแทนการฝึกกายบริหารแบบทหารตามปกติ โดยให้พวกเรานุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว ห้ามสวมเสื้อและรองเท้า เมื่อเสร็จจากการทำดัดตนแล้ว จึงสั่งให้นอนหงายบนสนามหญ้าที่ยังชุ่มด้วยน้ำค้าง เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนและทำใจให้สงบนิ่ง จากนั้นจะพาไปวิ่งเหยาะๆบนทางโรยกรวดและอิฐหักในบริเวณโรงเรียนเพื่อให้เท้ามีความด้านหนา ทนต่อแรงกระแทกและต่อวัตถุแหลม

นอกจากฝึกความหนาของฝ่าเท้า เขายังต้อนรับพวกเราให้ไปกระโดดลงสระน้ำในยามเช้าตรู่ของเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งหนาวเย็นยะเยือกยิ่งนัก โดยเขาสั่งให้ยืนแถวในท่าระวังตัวตรงบนราวสะพานข้ามสระ พวกเราต้องทำตัวแข็งตลอดเวลาที่เอนตัวลงสู่พื้นน้ำ เพื่อให้ตัวเอนลงไปจนหัวปักลงน้ำพอดี หากใครขยุกขยิกอาจจะเจ็บ เพราะร่างกายส่วนอื่นจะกระทบพื้นน้ำแทน เมื่อร่างลงไปในน้ำเย็นเฉียบแล้วก็ต้องว่ายในทาตีกรรเชียงไปมาก่อนรีบขึ้นมา เช็ดตัวให้แห้งและสวมเสื้อเรียกความอบอุ่น จนรู้สึกสบายถึงถอดออกเพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน ซึ่งเขาก็กระโดดและว่ายน้ำกับพวกเราด้วย การฝึกแบบนี้ทำให้ร่างกายทุกคนแข็งแกร่ง ทนต่อความร้อน-หนาว ไม่มีใครเป็นหวัดเลย

หลังจากที่ฝ่าเท้าของพวกเราถูกฝึกให้ด้านหนาได้ที่แล้ว ฤาษีครอสเล่ย์เขายังฝึกในขั้นต่อไป โดยใช้ช่วงเวลาระหว่างตีสามถึงตีห้า ขณะที่พวกเรากำลังนอนหลับสบาย จะมีเสียงนกหวีดเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าข้าศึกบุกเข้ามา พวกเราต้องรีบเผ่นออกไปหลบซ่อนในสวนให้ทัน เพราะเขาจะพาลูกน้องเข้ามาไล่จับ ถ้าใครถูกจับในบ้านจะเสียคะแนน

แม้ว่าพวกเราจะบ่นด่าถึงวิธีการฝึกแบบนี้บ้าง แต่ก็ตระหนักดีว่า เป็นประโยชน์มากทีเดียวในเรื่องของความพร้อมที่จะเผ่นหนีจากที่พักโดยไม่มัวห่วงเรื่องแต่งตัว ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสรอดตายได้มากในการปฏิบัติงานจริง