ดูดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ไม่มีปัญหาอะไรยากสำหรับท่าน แต่ไม่ควรวางใจคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงาน ควรระมัดระวังเรื่องการติดต่อธุรกิจด้วย เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือโกงได้

การเงิน : ระวังจะทะเลาะกันเรื่องการยืมเงิน หรือถูกทรัพย์สินถูกขโมย

ความรัก : วันนี้ท่านอาจพบว่าคู่แอบคบใครอยู่ ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันหากยังไม่ดีขึ้น คนโสด ระวังคนที่ท่านกำลังถูกใจอยู่ เพราะเขาไม่ได้มีท่านคนเดียว ควรใช้สติคิดก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป

สุขภาพ : ระวังเกิดบาดแผลจากของมีคม หรือไม่ก็อย่าเครียด เพราะอาจทำให้ท่านซึมเศร้าได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี รู้จักแสวงหาความรู้เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ เหมาะกับการทำธุรกิจส่วนตัว พวกค้าขาย ร้านอาหาร

การเงิน : โดดเด่นในเรื่องการมีโชคลาภ มีโอกาสได้ทรัพย์มรดก ที่ดิน รวมทั้งลาภลอย

ความรัก :  วันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านยังคงรักเดียวใจเดียว รักแท้และแน่นอน ไม่สามารถมีอะไรมาสั่นคลอนท่านได้ คนโสด ไม่ง่ายค่ะวันนี้ ต้องอาศัยการปรับทัศนคติพอสมควรละ

สุขภาพ : ท่านไม่ชอบดูแลตัวเอง ไม่ชอบไปหาหมอ ระวังจะถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : วันนี้งานราบเรียบไม่มีอุปสรรค มีผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด และคนรักให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเป็นอย่างดี มีโอกาสก้าวหน้าถึงจุดสูงสุดได้

การเงิน :  จะได้จากผู้ใหญ่และบริวาร เพราะฉะนั้นจึงควรหามือขวาดีๆ ไว้

ความรัก :  วันนี้ท่านเข้าใจยาก เดาใจลำบาก เพราะฉะนั้นจึงต้องปรับความเข้าใจกันอย่างมากถึงมากที่สุด คนโสด เลือกในสิ่งที่สมบูรณ์เหมาะกับตัวเอง จนตัดสินใจไม่ได้ โน่นเลยค่ะ อายุ 35-40 จึงจะได้แต่งงาน

สุขภาพ : โรคอ้วนมาอีกแล้วค่ะ อย่าเอ็นจอยการทานอาหารมากนักนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  จะเรียกว่าเป็นนักวัตถุนิยมก็ได้ ท่านทะเยอทะยานต้องการความสำเร็จในชีวิต กับลาภยศ สรรเสริญ จนหลงลืมความรัก ความอบอุ่นจากบุคคลรอบข้างและครอบครัว

การเงิน   : ทุ่มเวลาอยู่กับการหาเงินอย่างมาก

ความรัก : วันนี้ท่านมุ่งเน้นในเรื่องของการทำมาหากิน สร้างฐานะให้ทัดเทียมกับคนในสังคม ควรพอเพียง ก้าวช้าลงหน่อย ชีวิตจะมีความสุขขึ้น คนโสด อย่าว่ากันนะ เพราะวันนี้ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องเงินก่อนเป็นอันดับแรก

สุขภาพ : อย่าใช้ร่างกายหนักเกินไป เพราะจะทำให้สุขภาพทรุดโทรม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : งานที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์จินตนาการจะโดดเด่น เช่น งานในวงการบันเทิง งานที่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม ความรื่นรมย์ ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน

การเงิน :   ระวังถูกหลอก ให้เซ็นค้ำประกัน หรือการกู้ยืมเงิน การโกงทุกประเภท

ความรัก : วันนี้ท่านมีอารมณ์อ่อนไหว ลังเล มีปัญหามาให้ขบคิดตลอดเวลา ปล่อยๆ บ้างก็ได้ค่ะ คนโสด ใช้เวลานานค่ะวันนี้ กว่าจะตกลงปลงใจกันได้

สุขภาพ :  ควรบำรุงเลือดบ้างนะคะ เพราะระบบหมุนเวียนเลือดเหมือนจะมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ขอกากบาทรับวันจันทร์หน่อย ท่านกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด หรือเพื่อนร่วมงาน กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับการทำงานที่ผิดพลาด

การเงิน : จะเสียเงินจากความใจอ่อนของตัวเอง

ความรัก : วันนี้อาจมีการทะเลาะกันก่อนออกจากบ้าน ทำให้คู่งอน หรือแยกจากกันโดยไม่ได้ปรับความเข้าใจ ซึ่งท่านเป็นกังวลว่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า ปล่อยไปก่อน อย่าเพิ่งตาม ให้อารมณ์เย็นลงก่อน คนโสด ระวังคนรักตีตัวออกห่างอย่างไม่มีเหตุ

สุขภาพ  :  ทางกายไม่น่าเป็นห่วง แต่จิตใจบอบช้ำมาก รักตัวเองเยอะๆ นะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านละเอียดรอบคอบคิดมาก ทำให้งานล่าช้า แต่ผลงานที่ออกมาไม่ค่อยผิดพลาดและมีคุณภาพสูง จนได้รับการยอมรับและชื่นชมของเพื่อนร่วมงาน แต่หากให้ดีคือ เร่งความเร็วขึ้นนิดหนึ่ง

การเงิน : มีการจัดระบบการเงินที่ดี

ความรัก :  วันนี้ท่านเรียกร้องความสนใจและเอาชนะ ซึ่งนำมาซึ่งปัญหาง้องอนกันตลอดเวลา คนโสด ท่านมีความลับในใจมากมาย จนดูเหมือนยังไม่ค่อยอยากจริงใจกับใคร

สุขภาพ :  เครียดลงกระเพาะ รวมถึงอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการหกล้ม ตกจากที่สูง

รวมมิตรแหวนหมั้น-แหวนแต่งงานจาก 73 คู่รักเซเลบระดับโลก

ส่งท้ายเดือนที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพกับคอนเทนต์เด็ดๆ จาก แพรว Wedding ทั้งที ขอหยิบของสวยๆ งามๆ ที่ต้องห้ามพลาด เพราะเราขน แหวนหมั้น-แหวนแต่งงาน อันเลอค่าของเหล่าบรรดาเซเลบทุกวงการระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นวงการนักแสดงที่นางควงคู่สามีมาอวดแหวนให้เราอิจฉาเล่นๆ อาทิเช่น

คู่สามีภรรยานักแสดงฮอลลีวูดตัวท็อประดับโลก ANGELINA JOLIE และ BRAD PITT หรือจะเป็น AMBER HEARD ภรรยาสาวสุดสวยของนักแสดงมากฝีมือ และ JOHNNY DEPP ยังไม่หมดเท่านั้น เรายังมีพระราชวงศ์มาให้คุณดูอีก เช่น แหวนหมั้นที่สวยตราตรึงและยังมีชื่อเสียงถึงปัจจุบันของ PRINCESS DIANA แถมด้วยคนดังแห่งวงการเซเลบ KIM KARDASHIAN กับสามีนักร้องฮิปฮอปเก่งขั้นเทพ KANYE WEST และยังมีสตรีหมายเลขหนึ่ง MICHELLE ภรรยาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา BARACK OBAMA แม้บางคู่จะเลิกราหย่าร้างกันไปแล้ว แต่บอกเลยว่าความตระการตาของแหวนที่นำมาฝากนี้ ยังไม่มีใครลืมได้ง่ายๆ ฟังแค่นี้ก็อยากเลื่อนเม้าส์ลงไปดูกันแล้วล่ะสิ จะช้าอยู่ใย ไปดูกันเลย

Story : Nicha

ต้นกำเนิด ชุดเจ้าสาวสีขาว แฟชั่นชุดแต่งงานของผู้หญิงที่ฮิตตลอดกาล

ถ้าพูดถึงงานวิวาห์ 99% ของเจ้าสาวในโลกนี้ การันตีได้เลยว่าทุกคนต้องเลือก ชุดเจ้าสาวสีขาว บริสุทธิ์แน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าเทรนด์ชุดเจ้าสาวสีขาวนั้นมีความเป็นมาอย่างไร? ใครเป็นคนเริ่มใส่คนแรก? และหมายถึงความบริสุทธิ์จริงหรือ? ถ้าอยากรู้ตามไปอ่านกันเลยจ้า

ใครเป็นคนกำหนดให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องใส่ ชุดเจ้าสาวสีขาว ?

ชุดเจ้าสาวสีขาว
ภาพพระราชินีแมรี่ สจวตต์ ราชินีแห่งฝรั่งเศสและสก็อตแลนด์ Photo from jeannepompadour.tumblr.com

“สีขาว” คือสีแห่งความโศกเศร้า!

ย้อนเวลากลับไปสัก 457 ปีก่อนนู้นนน! ชาวฝรั่งเศสโบราณมีความเชื่อว่า “สีขาวเป็นสีแห่งความโศกเศร้า” และเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถแมรี่ที่ 1  แห่งสก็อตแลนด์ อภิเษกสมรสกับพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ครั้งนั้นพระนางทรงเลือกใส่ฉลองพระองค์สีขาว ก่อให้เกิดความไม่พอใจจากประชาชนจำนวนมาก ด้วยเห็นว่าเป็นสีที่ไม่เหมาะสม หลังจากนั้น 2 ปี พระสวามีสิ้นพระชนม์ เหล่าประชาขนจึงกล่าวหาว่าเป็นเพราะพระนางทรงฉลองพระองค์สีขาวในวันวิวาห์และนำมาซึ่งเรื่องโชคร้ายในพระราชวัง

ชุดเจ้าสาวสีขาว
ภาพพิธีอภิเสกสมรสระหว่างสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ต ภาพจาก www.rct.uk

ควีนวิคตอเรียกับชุดเจ้าสาวสีขาวอันโด่งดัง

ถึงแม้เรื่องราวจากฟากฝั่งฝรั่งเศสจะเป็นไปในด้านร้าย แต่ 282 ปีต่อมา สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรก็ทรงเลือกฉลองพระองค์ “สีขาว” เมื่อครั้งเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งซัคเซิน-โคบูร์กและโกทา โดยตัดเย็บจากผ้าไหมซาตินสีขาว ประดับด้วยลูกไม้สวยงาม อลังการ และแม้ว่าในสมัยของพระนางสตรีสูงศักดิ์ส่วนใหญ่จะนิยมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดง แต่พระนางก็ทรงปฏิเสธและทรงยืนกรานว่าต้องเป็นสีขาวเท่านั้น เนื่องจากเป็นสีที่พระนางทรงโปรดปราน

ชุดเจ้าสาวสีขาว
ภาพถ่ายสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ต ภาพจาก : www.thoughtco.com

หลังจากงานวิวาห์ของพระนางผ่านพ้นไป บรรดาเหล่าราชนิกูลและสตรีมีสตางค์ทั้งหลายต่างก็ยึดเอาชุดแต่งงานสีขาวอย่างพระนางเป็นต้นแบบ เพราะนอกเหนือจากความสวยงามแล้ว ในสมัยนั้นผ้าสีขาวขึ้นชื่อว่าเป็นสีที่ทำได้ยาก มีราคาแพง ผู้ใดสวมใส่ก็จะดูมีราศี มีความสง่างาม และเป็นเครื่องอวดฐานะได้เป็นอย่างดี

ส่วนหญิงสาวสามัญชนคนธรรมดาที่จะแต่งงานก็นิยมเลือกชุดที่สวยที่สุดเท่าที่จะมีในตู้เสื้อผ้าเท่านั้น เพราะนอกจากผ้าสีขาวจะมีราคาแพงแล้ว ยังดูแลรักษาความสะอาดยากอีกด้วย

กว่า 175 ปี นับตั้งแต่งานพิธีอภิเษกสมรสของควีนวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร พระนางทรงเป็นไอดอลในเรื่องชุดสีขาวของเจ้าสาวหลายๆ คน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีชุดแต่งงานหลายสไตล์หลายสีสันให้เลือก แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า แฟชั่นชุดเจ้าสาวสีขาวที่พระนางทรงริเริ่มนั้นมัน Never Die จริงๆ!

ใครอยากตามไปดูแฟชั่นชุดเจ้าสาวสีขาวสวยๆ ที่ Praew Wedding เรามีเพียบ กดไปดูได้เลย!

เรื่อง : JeenHuiBin

ข้อมูล : time.com, racked.com, bustle.com, marryjim.com

ภาพ : racked.com, www.thoughtco.com, www.rct.uk

กินหวานแต่ไม่อ้วน! Sugi Bee Garden คาเฟ่ขนมไร้น้ำตาล ส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงไทยแล้ว

สวรรค์ของคนติดกินหวาน ไม่ต้องกลัวแล้วว่าจะอ้วนเพราะกินน้ำตาลเยอะเกินไป ล่าสุดคาเฟ่เปิดใหม่ที่ส่งตรงความหวานแบบมีสุขภาพ อย่าง Sugi Bee Garden Cafe เข้ามาเปิดที่แรกในประเทศไทยแล้ว งานนี้ได้กินทั้งขนมและเครื่องดื่ม ซึ่งทุกอย่างไม่ใส่น้ำตาลเลยนะ

Sugi Bee Garden Cafe ร้านนี้ถูกใจคนรักของหวานจริงๆ เพราะทุกเมนูไม่ว่าจะเป็นเบเกอรี่ เครื่องดื่ม รวมถึงสลัดเขาไม่ใส่น้ำตาลแม้แต่เกล็ดเดียว แต่ที่ทุกเมนูอร่อยได้รสหวานละมุนก็เพราะใส่น้ำผึ้ง 100% ของ Sugi Bee Garden ส่งตรงมาจากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแบรนด์นี้มีชื่อเสียงมากว่า 70 ปี และที่ญี่ปุ่นขายดีมาก อีกทั้งร้านนี้ยังได้เชฟจากโรงแรมนารายณ์เป็นผู้คิดค้นสูตรขนม สลัด และเครื่องดื่มทั้งหมดด้วย

เครื่องดื่มประเภทกาแฟนม ชาชนมต่างๆ ถ้าใส่น้ำตาลเข้าไปอีก แคเลอรี่พุ่งปรี๊ดมาก แต่ที่นี่ใช้น้ำผึ้งแทนหมดเลย
เรียกความสดชื่นให้ร่างกายเฟรชขึ้นมาอีกกับเครื่องดื่มสไตล์ Beauty Drink รสชาติหวานกำลังดีแต่ไม่มีน้ำตาล
ขนมหวานเช่นกันทั้งวาฟเฟิลลและชีสเค้ก เดิมๆแป้งก็แน่นแล้ว ลดน้ำตาลใส่น้ำผึ้งแทนก็อร่อยกลมกล่อมมาก
น้ำสสลัดที่ทางร้านทำเองก็เป็นแบบคลีนๆ ใส่น้ำผึ้งเพื่อชูรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นแทนน้ำตาลเช่นกัน

เห็นแบบนี้แล้วใครที่ติดรสหวานสบายใจหายห่วง ลองไปชิมที่ร้านได้เลย หรือจะเลือกเป็นโปรดักส์จากน้ำผึ้งเอาไปทำเองที่บ้านก็ได้ ทั้งหมดส่งตรงจากญี่ปุ่น มีให้เลือกหลายรสชาติ กินเยอะแค่ไหนก็ปลอดภัย สายเฮ้ลท์ตี้ทั้งหลายจัดไปเลยจ้า…

แผนที่ร้าน Sugi Bee Cafe

 

 

แมตช์รองเท้า 4 รุ่นจาก “Roger Vivier” ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังประดับบัคเคิลสุดคลาสสิกระดับตำนานจากฝรั่งเศส สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมบัคเคิลบนหัวรองเท้าและแอสเซสเซอร์รี่ของ โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) นั้นเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์ที่เรียบหรู เคียงคู่เรียวเท้าผู้หญิงทั่วโลกมาตั้งแต่ยุค 1960

โรเฌร์ วิวีเยร์ เป็นรองเท้าที่นางแบบบนแคทวอล์กของอีฟ แซงต์ โลรองต์ สวมใส่ และยังเป็นรองเท้าที่นางเอกสาวเปรี้ยว แคเธอรีน เดอเนิฟ สวมใส่ในภาพยนตร์เรื่อง Belle du Jour อีกด้วย

โดยล่าสุด เครือ พีพี กรุ๊ป ได้จัดงานฉลองเปิดตัวบูทีค โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M ภายใต้คอนเซปต์ pop-up แห่งแรกในเมืองไทยที่มีขนาดกว่า 130 ตารางเมตร ในธีมสีชมพูสว่างสดใสตัดกับลายทางกราฟฟิคสีขาวดำที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี เพื่อแต่งเติมมิติของบูทีคให้น่าดึงดูด นับว่าเป็นการสะท้อนการผสมผสานระหว่างความสนุกสนานและความเรียบหรู คลาสสิกตามแบบฉบับโรเฌร์ วิวีเยร์ ได้อย่างลงตัวเป็นที่สุด

ภายในงานได้มีการเผยโฉมรองเท้า 4 รุ่นยอดฮิตอย่าง สไลด์ดี้ วิฟ , กอมแมตต์, สนีกกี้ วิฟ,  และดอร์เซ่ย์ & เซกซี่ชอค รองเท้าในดวงใจของหญิงสาววิวีเยร์ ความพิเศษสุดคือการนำโทนสีขาวดำอันคลาสสิกตามแบบฉบับของแบรนด์มาเป็นลูกเล่นโดยถูกออกแบบอย่างประณีตลงบนรองเท้ารุ่นต่างๆ ในคอลเล็คชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์คลูซีฟ 2017 (Thailand Exclusive 2017 Collection) ถือได้ว่าเป็นตัวแทนที่สุดของผู้หญิง 4 ไลฟ์สไตล์ 4 บุคลิกอันโดดเด่นมาในจำนวนจำกัด และไม่สามารถหาได้จากบูทีคอื่นๆในโลกนอกจาก โรเฌร์ วิวีเยร์ สโตร์ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนเท่านั้น

ซึ่งทางโรเฌร์ วิวีเยร์ได้รับเกียรติจากสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย ตัวแทนที่สุดของผู้หญิงที่มีบุคลิกอันโดดเด่นมาร่วมงานด้วย

สู่ขวัญ บูลกุล ตัวแทนที่สุดของเวิร์คกิ้ง มัมใส่รองเท้าส้นสูงรุ่นดอร์เซ่ย์ & เซ็กซี่ชอค (Dorsay & Sexy Choc)

 

แอน ทองประสม ตัวแทนที่สุดของหญิงเก่งครบเครื่องแห่งวงการบันเทิง สวมใส่รองเท้าทรงสลิปออนรุ่น สนีกกี้ วิฟ (Sneaky Viv’)


 

นอกจากนี้ยังได้แนะนำคอลเล็คชั่นใหม่ในฤดูกาล ฟอล-วินเทอร์ 2017/2018 (Fall-Winter 2017/2018) หญิงสาวของโรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) ผู้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นได้ปรากฏโฉมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน เธอได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากองค์ประกอบของการตกแต่งภายใน (interior design) อันวิจิตรงดงามราวกับว่าเธอได้หยิบยกรายละเอียดเหล่านั้นมารังสรรค์การแต่งตัวของเธอเอง

ในการนี้เธอยังได้เปิดเผยถึงความหลงใหลในศิลปวัตถุอันล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ สิ่งทอสมัยจักรวรรดิออตโตมันในศตวรรษที่19, ผนังที่ถูกปูด้วยวอลเปเปอร์กราฟฟิคลายทาง, แผ่นหนังลายเสือดาว และหมู่มวลดอกไม้ นอกจากนี้หญิงสาววิวีเยร์ยังเป็นหญิงสาวผู้ใจกว้างและเป็นมิตรกับคนรอบข้าง ชื่นชอบในสิ่งที่มีความคอนทราสกันและนั่นเป็นที่มาว่าทำไมเธอจึงให้ความสำคัญกับความเป็นสากลอันเลอค่าในยุค 70s มากเท่ากับศิลปะและการออกแบบแนวสตรีทในยุคปัจจุบัน

 

 

 

10 เหตุผลฟังขึ้น เรื่องบนเตียงทำไมถึงสำคัญกับชีวิตคู่

มาดามไปเจอบทความดีๆ จากเว็บไซต์หนึ่งของประเทศออสเตรเลียที่พูดถึงเหตุผลที่คุณควร มีเซ็กส์ แบบไม่ต้องลังเล (ถ้ามั่นใจว่าเซ็กส์นั้นปลอดภัยนะจ๊ะ) ก็เลยขอนำมาฝากกันสักนิด เผื่อหนุ่มไหนสาวใดที่อยู่ในวัยควรค่าแก่การมีเซ็กส์จะได้เอาเหตุผลทั้ง 10 ข้อด้านล่างนี้ไปเพิ่มน้ำหนักในการตัดสินใจ

ดร.เกเบรียล มอริสซี่ บอกว่าจากผลการศึกษาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ราว 2005-2015) พบว่ากลุ่มคนที่มีเซ็กส์ มีโอกาสต่ำกว่า 50 % ที่จะเสียชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ นั่นเพราะการมีเซ็กส์ก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสำหรับร่างกายและจิตวิญญาณของคุณยังไงละคะ เหตุผลหนึ่งที่ ดร.คนเก่งให้ไว้คือ แน่นอนว่ามันเป็นการทำให้เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ยังดำรงอยู่บนโลกใบนี้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นและคุณอาจไม่เคยรู้คือ “การมีเพศสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับทั้งระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อและระบบสมอง ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นการปรับระบบดังกล่าว”

10 เหตุผลทางสุขภาพต่อไปนี้มาดามอยากให้ทุกคู่รักลองอ่านกันดู แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมจึงควรมีเซ็กส์

1. ลดโอกาสหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก

แม้ว่าตามภาพยนตร์ต่างๆ จะชอบสร้างภาพให้ผู้ชายหัวใจวายขณะมีเซ็กส์เพื่อความขำขัน แต่รู้ไหมคะว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้จริงเพียง 1 ในล้านเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วการมีเพศสัมพันธ์หลายครั้งต่อสัปดาห์สามารถลดโอกาสการเกิดภาวะหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองแตกได้ถึงครึ่งเลยทีเดียว เนื่องจาก การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คุณรู้สึกดี เช่น ฮอร์โมน DHEA หรือ ดีไฮโดรอีพิแอนโดรสเตอโรน (Dehydroepiandrosterone) และสารอ๊อกซิโตซิน (Oxytocin) นั่นเอง

2. ลดความดันเลือดและความเครียด

ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งจากสก็อตแลนด์แสดงให้เห็นว่า คนที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอจะสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าคนที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการกอดสามารถลดความดันเลือดและช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงในผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนอีกด้วย เพราะการสัมผัสทำให้ร่างกายหลั่งสารอ๊อกซิโตซิน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ให้ถึงจุดสุดยอดทุกครั้งก็ลดเครียดได้นะเนี่ย

3. ลดอาการซึมเศร้า

คงไม่รู้กันล่ะสิว่า การหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คุณมีความสุขสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ด้วย ที่สำคัญผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่รักโดยไม่สวมถุงยางจะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าน้อยกว่าผู้หญิงที่คู่รักของเธอสวมถุงยาง เพราะสาวๆ สามารถรับฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ผ่านทางอวัยวะเพศ ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นสารต้านอาการซึมเศร้า แต่อย่างลืมที่มาดามย้ำเสมอนะว่า คุณต้องมั่นใจ 100% ว่าคู่ของคุณมีผลเลือดสุดคลีนนะจ๊ะ

4. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

ยิ่งแก่กระดูกยิ่งพรุนและเปราะง่าย แต่การที่ชายและหญิงมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอจะมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในประมาณที่สูง ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่าฮอร์โมนนี้ช่วยลดโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน เอาละทีนี้แม้คุณจะกินแคลเซียมเสริมความแกร่งให้กระดูกก็อย่าลืมเติมเซ็กส์เข้าไปอีกหนึ่งตัวช่วยด้วยละ

5. ช่วยให้ไม่เป็นหวัด

นี่คือเรื่องที่ขอย้ำว่าจริงมากๆ ยืนยันได้โดยผลงานวิจัยจาก Wilkes University ประเทศสหรัฐอเมริกาที่แสดงให้เห็นว่า หากคุณมีเซ็กส์บ่อยครั้งจะช่วยลดเปอร์เซนต์การเป็นหวัดได้มากขึ้น เพราะการมีเซ็กส์หนึ่งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ถึง 1 ใน 3 นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยจากประเทศเยอรมันว่า การช่วยตัวเองในผู้ชายช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวด้วย

6. ป้องกันการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

เมื่อมะเร็งอยู่ใกล้ตัวเรานิดเดียว อะไรที่ช่วยป้องกันได้ก็ควรทำ รู้ไหมคะว่ามีผลงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นตรงกันว่า ผู้ชายในวัย 20 ที่หลั่งน้ำอสุจิบ่อยครั้ง (หรือประมาณ 21 ครั้งต่อเดือน) สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับชายที่หลั่งน้ำอสุจิเพียง 5 – 7 ครั้งต่อเดือนเชียวนะ

7. ลดอาการปวดหัว

สาวๆ ที่ชอบปวดหัวเวียนเฮดรู้ไว้เลยนะว่า เซ็กส์สามารถช่วยลดอาการเวียนหัวได้ดี เพราะในระหว่างมีเซ็กส์คุณจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) และคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ที่ทำหน้าที่คล้ายยาระงับปวด จึงช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและอาการปวดเมื่อยต่างๆ นอกจากนี้ ในระหว่างนั้นร่างกายยังจะผลิตฮอร์โมนเพศหญิงที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ด้วย เจ๋งไปเลยใช่ไหมล่ะ

8. ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น

คนไข้ที่เป็นคู่สามีภรรยาซึ่งมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ หากมีเพศสัมพันธ์กันจะช่วยให้หลับดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อหลับได้หลังการมีเซ็กส์ ก็ช่วยลดการใช้ยานอนหลับลงไปด้วย นั่นเป็นเพราะสารอ๊อกซิโตซินทำงาน ในขณะเดียวกันการนอนหลับก็ช่วยทำให้สุขภาพกายและใจดีตามไปด้วย

9. ช่วยให้คุณฟิต

30 นาทีของการมีเซ็กส์อย่างดุเดือดเทียบได้กับการวิ่งบนลู่วิ่งถึง 15 นาที หรือเท่ากับการเดินขึ้นบันได 2 ชั้น และยังใช้พลังงานถึง 86.04-199.57 กิโลแคล เพราะเซ็กส์ทำให้กระดูกเชิงกราน กล้ามเนื้อ บั้นท้าย แขน คอ และทรวงอก ได้ออกกำลังกายนั่นเอง

10. ลดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สาวๆ หลายคนมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่รู้ไหมว่าการมีเซ็กส์บรรเทาอาการนี้ได้ เพราะเวลาที่มีเซ็กส์ สาวๆ จะได้ใช้กล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนล่างอย่างหนักหน่วง เมื่อถึงจุดสุดยอด กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะหดตัว จึงเสมือนเป็นการได้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อในส่วนนี้ไปโดยปริยายนั่นเอง

10 เหตุผลทั้งหมดนี้ มาดามว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่า ควรเหลือเกินที่เราจะมีเซ็กส์ เพราะนอกจากจะได้รับไออุ่นจากอีกฝ่ายแบบแนบชิด ยังได้สุขภาพดีแบบไม่ต้องเสียเงิน ดีขนาดนี้แล้ว คู่รักทั้งหลายไม่ควรลังเลที่จะจัดเซ็กส์กันบ่อยๆ นะจ้ะ

เรื่อง : Madam Hong Hern

“ณเดชน์” โชว์ลีลาสุดพริ้ว! ลั่นกลองกระหึ่ม เปิดเทศกาลญี่ปุ่น “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล”

เป็นพระเอกแซ่บเบอร์แรงจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม แบรี่ – ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ล่าสุดสองผู้บริหาร มร.คิโยโยชิ โอบะ และ อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ แห่ง โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) คว้าตัวมาให้แฟนๆ ได้กรี๊ดกัน กับลีลาของ หนุ่มณเดชน์ โชว์ลีลาเร้าใจ ลั่นกลองไทโกะสุดกระหึ่ม

ฤกษ์ดีเปิดงาน  Toyotsu Japan Festival” (โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล) เทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์และอาหารยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น และเนื่องในโอกาสครบ 60 ปีของโตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

โดยซุป’ตาร์หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เล่าว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานเปิด Toyotsu Japan Festival และตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ตีกลองไทโกะ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีโบราณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศญี่ปุ่น และยังได้ร่วมช็อปสินค้ามากมายโดยไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นครับ ส่วนตัวชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม วันนี้ก็สนุกมากเพราะนอกจากตีกลองไทโกะแล้ว ยังได้ร่วมร้องเพลงให้แฟนๆ ที่มาเชียร์ด้วยครับ”

ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยเสียงกรี๊ดกระหึ่มอีกครั้งจากแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ เป๊ก – ผลิตโชค    อายนบุตร ที่มาโชว์มินิคอนเสิร์ตแบบเต็มอิ่ม อาทิ เพลง Love on Top (เลิฟ อ็อน ท็อป), ถูกคนแล้ว, Versace on the floor (เวอร์ซาเช่ อ็อน เดอะ ฟลอร์), โทษที่เอาแต่ใจ (Sorry), เพลงญี่ปุ่น My gift to you (มาย กิ๊ฟท์ ทู ยู) และปิดท้ายด้วย เพลง ไม่มีใครรู้ ที่แฟนๆ ร้องตามกันได้อย่างคุ้นเคย ปิดท้ายงานไปด้วยความประทับใจ

เรียกว่าเป็นงานที่เหล่าเจแปนเลิฟเวอร์ ได้ช็อปสนุกและเต็มอิ่มกับสินค้าคุณภาพพรีเมี่ยม ในงาน “Toyotsu Japan Festival” (โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล) และร่วมติดตามงานเทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นและกิจกรรมดีดี จาก โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ได้ที่ Official Line: @toyota_tsusho_th หรือ facebook.com/ToyotsuJapanFestival

 

มารีญา พูนเลิศลาภ

สวยสมมงฯ..ขนาดหน้าสดยังปัง!! พร้อมค้นหาทริคความงามฉบับ “มารีญา” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

แพรวดอทคอม มาแล้วค่า ไม่ปล่อยให้รอนาน หลังทราบผลคำตัดสินของคณะกรรมการว่าผู้ที่สามารถคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และมงกุฏแห่งเกียรติยศได้ คือ “มารีญา พูนเลิศลาภ” ผู้ประกวดหมายเลข 5 ที่จะได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 เพื่ออวดโฉมความสวยและฉลาดสู่สายตาระดับโลก ตอกย้ำว่าสาวไทยก็สวยมีกึ๋นไม่แพ้ชาติใดในโลก

ซึ่ง แพรวดอทคอม ไม่รอช้าตามไปส่องอินสตาแกรมของสาวมารีญา เพื่อค้นหาเคล็ดลับความสวยจนเข้าสู่หนทางนางงามระดับประเทศได้ ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ก็ค้นพบว่าความสวยและเสน่ห์ของมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนล่าสุดนี้ (2017) ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจาก “รอยยิ้ม” และ “ความสุข” พกประจุบวกเยอะๆ จึงช่วยสร้างให้ตัวเองและสิ่งรอบข้างดูดีไปตามๆ กัน

นอกจากนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังการฝึกสกิลความสวยและแนะนำเคล็ดลับการแต่งหน้าให้กับสาวมารีญาก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเมคอัพอาร์ตทิสต์ชื่อดังอย่าง “ขุ่นแม่ป้อม – ป้อม วินิจ” และผู้ที่แจกทิปส์การทำผมสวยคือ P’ @PRIEO Hairstylist นั่นเองค่า

วันว่างๆ ชิลล์ๆ ก็ไม่ต้องแต่งหน้าทำผมอะไรเยอะ ใสๆ ปล่อยให้ธรรมชาติทำงานของมันไป
ย้อนสู่วัยเด็กแบบไม่ต้องแต่งเติม

ยิ้มสิ คิดบวกเข้าไว้…แล้วความสวยก็จะมา

หน้าสดยังสวยใสขนาดนี้ แม่คุณเอ้ยยย

แต่งอ่อนๆ นู้ดโทนสไตล์ไม่ตกเทรนด์ ยิ่งเพิ่มให้สวยดูมีระดับ ออร่าจับเข้าไปอีก

ถึงจะลูกครึ่ง แต่ถ้าให้ลองแต่งชุดไทยหรือชุดประจำภาคก็ดูสวยกลมกลืนได้นะคะ

นี่ไง ขุ่นแม่ป้อม ผู้ที่แชร์เทคนิคแต่งหน้าให้สาวมารีญาค่า

แซ่บไหมล่ะ ลุคนี้ ขุ่นแม่ป้อมแต่งจ้า

Look Into Your Eye กันเลยทีเดียว เป็นการแต่งหน้าที่ดูเหมือนจะโทนธรรมชาติใสๆ เบาๆ
แต่ถ้ามองดูดีๆ รอบดวงตานั้นช่างน่าดึงดูดไม่น้อย

เมคอัพโทนสีพีชสะกดความสวยได้ทุกองศา

 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : แพรวดอทคอม (praew.com)
ภาพจาก Instagram : marialynnehren, pom_vinij

ถอดลุคนางงาม “มารีญาสไตล์” โชว์ตัวตนผ่านแฟชั่นสบายๆ เก๋ไก๋ เรียบง่าย ไม่เฟค!

ไม่ผิดจากที่หลายๆ คนเต็งไว้จริงๆ ค่า ในที่สุด มารีญา – พูนเลิศลาภ สาวลูกครึ่งไทย – สวีเดน ก็คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 คนล่าสุดไปได้ ด้วยความสวย ความเด่น และความสามารถทำให้เธอเป็นที่จับตามองตั้งแต่เก็บตัว จนเกิด #ทีมบุ๋งบุ๋ง และ #มารีญา ที่เหล่าแฟนคลับตั้งขึ้นเพื่อคอยลุ้นคอยเชียร์ให้มงลงสุดๆ บอกได้เลยว่าเมื่อผลออกมา แฟนๆ คงนอนหลับฝันดีกันทุกคน

แต่ก่อนที่สาวมารีญาจะเข้าสู่วงการนางงาม เธอเป็นนางแบบมาก่อน แถมยังเคยเป็นนักร้องออกเพลง บุ๋ง จนฮิตมาแล้วด้วย ถือเป็นคนที่พร้อมแข่งในเวทีโลกมากจ้า ความเก่งแน่นลื้มมมม

เช่นเคยแพรวดอทคอมไม่ได้มาพูดถึงการประกวดที่จบลงไปแล้ว แต่จะพาทุกคนไปรู้จักสาวมารีญาอีกมุม กับมุมวันหยุดสบายๆ ที่เธอสลัดภาพนางแบบและนางงามออกไปกลับมาเป็นมารีญาในแบบตัวเอง จริงๆ ก่อนหน้าที่จะมีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 แพรวดอทคอมเคยเจอสาวมารีญาในงานเปิดตัวแบรนด์กระเป๋างานหนึ่ง เธอมาเป็นนางแบบเดินโชว์กระเป๋า ออร่าพุ่งเด่นมากกกก จำได้เลยว่ามองตามทุกย่างก้าว (ฮาๆ ) เป็นคนที่มีเสน่ห์สุดๆ 

อย่างที่บอกไป วันนี้จะพูดถึงมารีญาในอีกมุม แต่ยังไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เจ้าตัวแบบจริงจังๆ เลยต้องเข้าไปส่องในไอจีก่อน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าภาพจากการทำงานกับภาพที่เธอใช้ชีวิตประจำวันชิลๆ ต่างกันมาก คือเอาภาพนางแบบออกไปหมดเลย แต่ความสวยนี่สิ ยังปังตลอดๆ งั้นไม่ช้าแล้วเนอะ มาดูกันเลย ว่าปกติแล้วสาวมารีญาเธอแต่งตัวยังไง จะสวยสู้ลุคนางแบบหรือนางงามได้ไหม

 

ไปทำบุญก็ต้องเรียบร้อยแบบนี้แหละ ถึงชุดจะดูง่ายๆ แต่ด้วยกระโปรงระบายกับหน้าหวานๆ ทำให้ดูละมุนมาก


 

เสื้อสายเดี่ยวและกางเกงลายเดียวกัน ดีไซน์ชุดดูเซ็กซี่นะ แต่สาวมารีญาใส่แล้ว ดูออกจะหวานๆ และเธอเลือกใส่รองเท้าผ้าใบตัดลุคไปอีก เลิศมากกก


 

เสื้อสายเดี่ยวสีดำกับกางเกงบานๆ สีขาว มีความชิลมากค่า ส่วนหน้าแลดูเหมือนจะไม่แต่งด้วยนะเนี่ย คือใสจริงไรจริง


 

จั้มสูทเกาะอกแนวเซ็กซี่ก็ทำให้ดูลั้นลาได้ด้วยฟีลของภาพ แถมรองเท้าผ้าใบที่ช่วยให้ลุคมีความสตรีทขึ้นก็ได้ความชิคเพิ่มเข้าไปอีก


 

เสื้อกล้ามสีขาวถูกจับคู่กับกางเกงยีนส์ขาดๆ สีสดใส บวกกับรอยยิ้มแบบจริงใจสุดๆ ทำให้อารมณ์ของลุคที่ออกจะเท่ๆ มีความน่ารักขึ้นมาได้


 

ลุคนี้สาวมารีญาเลือกเสื้อลายทางและกางเกงยีนส์ขาสั้นเข้าด้วยกัน แล้วดูผมกับเมคอัพสิคุณณณ ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจนะ แต่ทำไมยังสวย ไหนความยุติธรรมบอกฉันที (ฮาๆ)


 

ปิดจ็อบลุคสบายๆ ด้วยความเท่แอนด์ชิค มีกลิ่นอายของความขี้เล่นนิดๆ กับลุคเสื้อหนัง กางเกงยีนส์  รองเท้าผ้าใบแบบง่ายๆ รวมๆ แล้วเป็นอีกลุคที่น่ามองมาก


 

แม้จะเป็นนางงามบนเวทีหรือนางแบบบนรันเวย์ แต่ตัวจริงดูสบายสุดๆ การแต่งตัวมาในสไตล์ง่ายๆ เน้นกางเกงยีนส์เป็นหลัก ครีเอตลุคได้เป็นตัวเองมากๆ มีความเข้ากับบุคลิกและความสวยยังอยู่ครบ นี่แอบคิดว่าหน้าคล้ายพี่แอน ทองประสมนะ ทุกคนว่าไง อิๆ แต่ยังไงแพรวดอทคอมก็ขอแสดงความยินดีกับสาวมารีญาที่สามารถคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 มาได้  สเต็ปต่อไปเรามารอลุ้นเธอบนเวทีโลกกันค่า

 

 

 

ภาพ : IG@marialynnehren , Twitter@maykukukiki , @Rattanakosin09

 

 

เหมือนจนขนลุก! มารีญา-จีน่า 2 นางงามแฝดต่างยุค สวยสง่าอย่างกับโคลนนิ่ง

เหมือนจนขนลุกจริงๆ เมื่อดันมีชาวเน็ตแฟนนางงามเขาตั้งข้อสังเกตว่า สาวมารีญา Miss Universe Thailand 2017 นั้นหน้าตาไปละม้ายคล้ายกับ จีน่า-จิดาภา ณ ลำเลียง  จนเกิดกระแส นางงามแฝดต่างยุค โดยต่างพากันเชียร์เต็มที่ว่าคราวนี้ประวัติศาสตร์การไปชิงมงฯ Miss Universe จะไม่ซ้ำรอยเดิมๆอีกต่อไปแล้ว

ผลไม่พลิกโผ แถมยังเป็นไปตามที่แฟนนางงามเชียร์กันมาตั้งแต่รอบแรกๆ ของการประกวด Miss Universe Thailand 2017 แล้วว่าปีนี้ตัวเต็งอย่าง สาวสวยวัย 25 ปี “มารีญา พูนเลิศลาภ” นั้นจะต้องคว้าชัยในการประกวดเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดในเวที Miss Universe 2017 ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา อย่างแน่นอน

หลังจากผลการประกวดจบลงสาวสวยหมายเลข 5 ก็เป็นผู้คว้าชัยได้จริงๆ ซึ่งแฟนนางงามที่ติดตามการประกวดมาตลอดหลายปี เลยอดคิดถึงโมเม้นต์เก่าๆ ของเวทีนี้ไม่ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่บังเอิญซะจริงๆ เพราะสาวมารีญานั้นดันไปหน้าคล้ายกับคุณแม่ยังสาว จีน่า-จิดาภา ณ ลำเลียง หรือคุณแม่ของน้องเจด้า ซึ่งเธอเองก็เคยประกวดเวทีนี้เมื่อปี พ.ศ. 2535 (สมัยนั้นยังเป็นการประกวดนางสาวไทยเพื่อหาตัวแทนไปประกวดนางงามจักรวาล) แต่น่าเสียดายที่ในปีนั้นได้เพียงตำแหน่งรองนางสาวไทย

ขอขอบคุณภาพจาก www.beautiesthailand.com และ www.t-pageant.com

สวยเป๊ะทั้งคู่ ต่างยุค ต่างเวลา แต่เกิดจากเวทีเดียวกัน

ซ้ายคือคุณแม่ยังสาว พี่จีน่าคุณแม่น้องเจด้า ส่วนขวา คือ Miss Universe Thailand 2017 สาวมารีญานั่นเอง หน้าตาแทบจะถอดแบบกันมาเลย

ทรงผมรวบตึงยิ่งเห็นชัด นี่ถ้าสาวมารีญาแต่งหน้าเข้มโทนเดียวกับพี่จีน่าก็ฝาแฝดเลยล่ะ

 

ภาพ : www.t-pageant.com,www.beautiesthailand.com,IG@ginaforeverc,IG@marialynnehren

 

เปิดใจ “มารีญา” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 พร้อมคุณแม่และภาพหนุ่มคนสนิท

ถือเป็นค่ำคืนแห่งเกียรติยศที่สาวงาม“มารีญา พูนเลิศลาภ”ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เธอได้คว้าตำแหน่งและมงกุฎที่สาวๆหลายคนใฝ่ฝัน “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017” (Miss Universe Thailand 2017) เวทีการประกวดที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นใบเบิกทางไปสู่การประกวดนางงามจักรวาลโดยภายหลังเสร็จสิ้นการประกวด สาวงามได้ควงคุณแม่ “ชนกสรวง พูลเลิศลาภ”แถลงข่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่อเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังได้รับมงกุฎ

“มารีญา”และคุณแม่ “ชนกสรวง”

ถามถึงความรู้สึกในวันนี้ที่ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017?
มารีญา : วันนี้สนุกมากค่ะ ครั้งแรกตอนที่ประกาศชื่อ ตื่นเต้น
มีกระแสมาตลอดการประกวดว่า”มารีญา” เป็นตัวเต็ง?
มารีญา : ได้ข่าวว่า ส่วนใหญ่ตัวเต็งจะไม่ชนะ ก็เลยกังวล วันนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุด เป็นตัวของตัวเอง ทุกวินาทีที่อยู่ในกองประกวด ก็มีความสุข ได้เรียนรู้หลายๆอย่าง ภูมิใจมากๆ ที่ได้โอกาสนี้
หลังจากที่ได้รับตำแหน่งจะทำอะไรต่อไป?
มารีญา : ก็คงต้องปรับปรุงบางสิ่งบางอย่าง เพื่อจะได้พัฒนาตัวเอง ไปสู่เวทีนานาชาติ เรียนรู้และฝึกหลายๆสิ่ง เช่น อ่านข่าว รวมถึงเพิ่มน้ำหนัก เพื่อฟิตหุ่นให้มีสุขภาพดีจะได้สู้กับนานาชาติได้ค่ะ
ในขณะที่ตอนนี้หน้าแบบเอเชียกำลังอินเทรด์ แต่หน้า “มารีญา”ค่อนไปทางฝรั่งคิดว่าเป็นจุดอ่อนหรือเปล่า?
มารีญา : เรื่องลุคเป็นอะไรที่เจอเป็นสิ่งแรก แต่ถ้าได้รู้จัก “มารีญา” ได้พูดคุยได้ทำงานร่วมกันก็จะรู้ว่า “มารีญา”เป็นคนยังไง

คิดว่าอะไรเป็นจุดแข็ง?
มารีญา : ความเป็นไทยค่ะ

ตอนที่อยู่บนเวที “มารีญา”บอกว่าอยากทำโครงการ เลยอยากรู้ว่าเป็นโครงการอะไร?
มารีญา : เป็นโครงการท้องก่อนวัยอันควร เพื่อผู้หญิงจะได้เป็นทีมเวิร์ค ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และก้าวต่อไปได้


“มารีญา พูนเลิศลาภ” ตอบคำถามรอบสุดท้าย

เหตุใดจึงมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์?

“ที่เลือกจะมาประกวดในเวทีอันทรงเกียรติก็เพราะว่าเวทีนี้เป็นเวทีเดียวที่จะนำ “มารีญา”ไปสู่มิสยูนิเวิร์สได้ ที่สำคัญที่สุดเลยรู้ว่าเวทีนี้จะช่วยให้ “มารีญา”ประสบความสำเร็จในการทำโครงการช่วยเหลือผู้หญิงให้สามารถพัฒนาตนเองได้ค่ะ”มารีญากล่าว


มีกระแสว่าเป็นนางงามล็อค?
มารีญา : อันนี้แหล่ะค่ะ ต้องทำให้มารีญาทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม เพื่อที่จะโชว์ความสามารถ ซึ่งมารีญาก็คิดว่า มารีญาชนะ เพราะความสามารถ

คุณแม่เป็นยังไงบ้าง ที่ลูกสาวประสบความสำเร็จ?
คุณแม่ชนกสรวง : ดีใจมากที่ได้มงกุฎ ต้องขอบคุณทางกองประกวด ที่ได้ทำให้มารีญามีประสบการณ์ในการเก็บตัว ทุกกิจกรรมน่าประทับใจมาก”

ลูกสาวฉายแววนางงามเมื่อไหร่?
คุณแม่ชนกสรวง : เดือนที่แล้ว (หัวเราะ) มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ตัดสินใจกะทันหันเลย แต่แววตอนเด็กๆ คือรักเสียงดนตรี ชอบดนตรีตั้งแต่เด็ก

คุณแม่มีส่วนสนับสนุนยังไงบ้าง?
คุณแม่ชนกสรวง : มีอย่างเดียวค่ะที่สนับสนุน คือเวลาที่ปิดเทอม จะไม่ได้ให้เรียนพิเศษ เพราะอยากให้เค้าพักและไปสนับสนุนให้เล่นดนตรี กีฬา ทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่จับเขามาเรียนหนังสือ ซึ่งเขาก็มีโอกาสได้ทำอะไรเยอะแยะเลย

เป็นเทรนด์เนอร์ นางงามให้น้องรึเปล่า?
คุณแม่ชนกสรวง : เขาเทรนให้มากกว่าค่ะ ที่จริงเขาเป็นสไตล์ลิสต์ของคุณแม่นะ แม่จะไปไหนก็ต้องให้เขาดูให้ว่าโอเคไหมใส่แบบนี้”

คุณแม่เป็นไอดอลด้านไหนบ้าง?
มารีญา: คุณแม่กับคุณพ่อ สอนให้”มารีญา” รักตัวเอง ให้มั่นใจในตัวเอง และอะไรที่รู้สึกอยากจะทำก็สนับสนุน อันนี้สำคัญมากเลย ทำให้”มารีญา” สามารถมายืนตรงจุดนี้ได้
ได้ขอคำแนะนำจากรุ่นพี่บ้างรึยัง?
มารีญา : “น้องแนท” (อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์)มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 บอกว่า การเป็นนางแบบกับนางงาม เดินไม่เหมือนกันนะคะ ก็เลยไปดูวิดีโอที่แนตเดิน และก็ฝึก ซึ่งน้องเขาก็เป็นแรงบันดาลใจด้วย

คิดว่าจะสานต่องานในวงการบันเทิงหรือเป็นนักร้องอีกไหม?
มารีญา : “สำหรับงานในวงการบันเทิงก็ต้องรอดูค่ะ
ก่อนหน้านี้ได้ไปบนบานศาลกล่าวที่ไหนไหม?
มารีญา : ก็มีค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ที่แรกก็คือที่บ้านเลย ตอนไปเชียงใหม่ก็ขอพรทุกวัดที่ได้ไป หลังจากนี้ก็คงต้องไปไหว้ทุกสิ่งที่เคยสัญญาไว้ ไปแก้บนค่ะ

ให้กำลังใจ “ทีมบุ๋ง”ที่เชียร์ “มารีญา”มาตลอด?
มารีญา : ต้องขอบคุณมากๆ ที่ให้กำลังใจ “มารีญา” เยอะมาก ตอนอยู่บนเวที เสียงเชียร์ทำให้“มารีญา” สดชื่น และขอบคุณทุกๆคนที่สนับสนุนค่ะ”

สำหรับ “มารีญา พูนเลิศลาภ” หรือ “มารีญา ลินน์ เอียเรียน”เป็นสาวลูกครึ่งไทย-สวีเดน อายุ 25 ปี สูง 184 ซม. จบปริญาตรีด้าน International Business จากประเทศเนเธอแลนด์ และ ปริญญาโทด้านการตลาด มหาวิทยาลัย Stockholm Business Schoolในประเทศสวีเดน ประวัติครอบครัว “มารีญา”เป็นลูกสาวของคุณพ่อ “โกราน เอียเรี่ยน” และ คุณแม่“ชนกสรวง พูลเลิศลาภ” มีพี่ชายฝาแฝด 2 คน เกิดที่เมืองไทย ก่อนย้ายไปอยู่ที่ประเทศเวียดนามเมื่อมีอายุได้ 2 ขวบ เนื่องจากคุณพ่อที่เป็นวิศวกรออกแบบโรงไฟฟ้าต้องไปดูแลการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ประเทศเวียนาม และคุณแม่ก็ได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาที่สถาบัน AIT ที่กรุงฮานอย และกลับมาเมืองไทยอีกครั้งเมื่อมีอายุได้ 7 ขวบ ทำให้พูดได้หลายภาษาตั้งแต่วัยเยาว์ เช่น ไทย อังกฤษ และ เวียดนาม

“มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017″ เริ่มต้นงานในวงการบันเทิงตอนอายุ 13 ปีกับการเป็นนางแบบในงานบางกอกแฟชั่นวีค ด้วยความโดดเด่นทำให้เธอได้ถ่ายแบบในนิตยสารและเล่นมิวสิควีดีโอ และเมื่ออายุ14ปีเธอได้ออกซิงเกิ้ลเพลงที่มีชื่อว่า “บุ๋ง”แนวป๊อปแดนซ์กับค่าย Smallroom

เห็นหุ่นดีๆแบบนี้ “มารีญา”ไม่เคยอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แต่ชื่นชอบที่จะออกกำลังกายเพื่อเสริมกล้ามเนื้อมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเต้น เทควันโด้ รวมถึงเทนนิส ที่เล่นได้ดีจนคุณครูตั้งฉายา “มาเรีย ชาราโปว่า”เมืองไทยให้กับเธอ

ด้วยความที่เป็นคนมีทัศนคติดี มองโลกแง่บวก สนุกสนานเฮฮา ทำให้“มารีญา”มีเพื่อนเยอะทั้งในและนอกวงการ โดยวันนี้เพื่อนๆก็ยกทัพมาให้กำลังใจเธออย่างเต็มเปี่ยม โดยหนึ่งในนั้นมี “Danny Van Dun”หนุ่มคนสนิทมาให้กำลังใจด้วย

ทั้งนี้ “มารีญา พูนเลิศลาภ” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 จะเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ (เช้าวันที่ 27 พ.ย.60 ตามเวลาประเทศไทย) ชาวไทยอย่าลืมส่งกำลังใจให้สาวคนนี้ชิงมงกุฎนางงามจักรวาลมาให้ได้ชื่นชมในรอบ30ปีนี้ด้วยนะคะ

ดูดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : วันนี้ท่านจะสุดโต่งในทุกๆ เรี่อง ชอบฝ่าฝืนขนบประเพณีของสังคม จึงยากที่จะทำงานร่วมกับคนอื่นหรือร่วมหุ้น ควรรับงานคนเดียวดีกว่า

การเงิน : จะหมดไปกับการช่วยเหลือและเข้าสังคมเป็นหลัก

ความรัก : วันนี้ท่านอยู่ในอุดมคติ ยึดมั่นในอุดมการณ์ ชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติมากกว่ารักแบบหนุ่มสาว คนโสด ชอบอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ มากกว่าสองต่อสอง เพราะฉะนั้นก็คงจะมีแฟนยาก

สุขภาพ : จะไวต่อการเปลี่ยนแปลงอากาศ จนอาจเป็นโรคภูมิแพ้และไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  แม้เป็นวันหยุด แต่พละกำลังท่านเปี่ยมล้นที่จะเริ่มต้นทำงานและฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ จนเพื่อนร่วมงานและลูกน้องให้การยอมรับเลย

การเงิน : ท่านเป็นคนขยัน ทำอย่างไรก็ไม่อด

ความรัก :  วันนี้คำว่าคู่ คือการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กัน หรือเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนหน้าที่การงานและความสำเร็จของตนเองและครอบครัว คนโสด คนที่จะเข้ามาในวันนี้ จะให้เกียรติและยอมรับในความเป็นตัวท่าน

สุขภาพ : ความเจ็บไข้ได้ป่วยทำอะไรท่านไม่ได้ ยกเว้นว่า ท่านจะทำตัวเองคือโหมงานหนัก ไม่พักผ่อน

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านมีความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังและตั้งใจไว้ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีโอกาสพ่ายแพ้ หรือตกอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดพลาด

การเงิน : กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน เพราะฉะนั้นก็ต้องยอมรับในความเสี่ยงว่าจะขาดทุนด้วย

ความรัก :  วันนี้ลดทิฐิมานะ ลดความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง เพราะคุณจะยึดแต่ความถูกต้องของตัวเองมากกว่าเหตุผล ก็จะเถียงกันไม่เลิก คนโสด หากมีรักในวันนี้ ท่านจะลุ่มหลงบูชาความรักมากมาย แถมพิถีพิถันในการเลือกด้วยล่ะ

สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในหัวใจตีบตัน หรือไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคที่มาจากความอ้วนทั้งนั้น

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันนี้ท่านอาสาไปทำงานที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบสูง ด้วยความเข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสียในตัวท่าน ทำให้ท่านสามารถทำงานได้หลากหลายตำแหน่ง แล้วทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติ เสียด้วยสิ

การเงิน   : เก็บเงินไม่อยู่ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ

ความรัก : วันนี้ท่านขี้หึง ชอบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มีแฟนไว้เพื่อเสริมบารมี คนโสด จะพบรักในการทำงาน และผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนด้วยสิ

สุขภาพ : ควรงดดื่มสุรา ชา กาแฟ และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา เพื่อลดอาการลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : เหมาะกับงานที่ต้องบุกเบิกเริ่มต้น หรือคิดค้นสิ่งใหม่ เป็นงานที่ท้าทาย มีความเสี่ยง และได้ผลตอบแทนสูง ที่ไม่พูดไม่ใช่ว่าผ่านนะคะ ท่านยังคงถืออารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่อยู่

การเงิน :   ระวังการเล่นพนันหรือธุรกิจที่ผิดกฎหมาย อาจทำให้การเงินติดลบ

ความรัก : วันนี้ท่านให้ความสำคัญกับความรักในครอบครัวมากๆๆๆ  คนโสด มีความสัมพันธ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นค่ะ

สุขภาพ :  เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านต้องไปช่วยงานคนอื่น โดยที่ตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่ด้วยพรสวรรค์ก็สามารถรับผิดชอบงานจนประสบสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน : เสียเหงื่อจึงจะได้เงิน

ความรัก : ระวังการเข้าใจผิด ถูกใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ไม่หวังดีจนทำให้เกิดการทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนโสด กำลังมีคู่แข่งหัวใจนะคะ อย่าประมาท

สุขภาพ  :  ระวังอาหารเป็นพิษ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : การริเริ่มค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ จะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงและผลงานเป็นที่ยอมรับ

การเงิน : เงินมาพร้อมกับผลงาน

ความรัก :  ควรหันมาพูดคุยกันบ้าง เพราะแต่ละคนมีโลกส่วนตัวสูง คนโสด เข็ดกับความรัก จนต้องใช้เวลานานกว่าจะเริ่มต้นใหม่

สุขภาพ :  เป็นโรคที่เจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย ควรไปหาหมอให้เป็นเรื่องเป็นราว

12 ชุดแต่งงานแบบแยกชิ้นจากดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ Elise Hameau

เอลลีส อาเมอร์ (Elise Hameau) อีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ของวงการดีไซเนอร์ชาวปารีเซียง ที่มีความชิคและสไตล์งานที่เป็นหัวสมัยใหม่ที่สุดในรุ่น ด้วยคอลเลคชั่นชุดเจ้าสาวแบบแยกชิ้น ที่สามารถหยิบมาใส่ในวันธรรมดาได้ กับสไตล์ชุดที่ดูธรรมดาแต่จริงๆแล้วไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะเป็นงานปักชายพู่แบบฝรั่งเศส หรือรองเท้าบู๊ทลายลูกไม้

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก เจอผีมาร่วมฝึก…!(ตอนที่23)

หม่อมเจ้าการวิก กับเรื่องขนหัวลุก!

หม่อมเจ้าการวิก และกลุ่มสหายทหารเสรีไทยสายอังกฤษ ยังคงฝึกซ้อม และดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยต้องออกไปฝึกในป่า ครั้งหนึ่งได้ออกฝึกในบริเวณป้อมร้างบนเขา  ทั้งคณะก็เจอดีเข้าให้…

ผมขอย้อนเล่าถึงแนวคิดและวิธีฝึก การรบแบบกลุ่มกองโจร ที่ทางการทหารอังกฤษใช้สอนทหารอังกฤษและเสรีไทย ด้วยแนวคิดนี้ไม่ใช่เป็นของใหม่ที่ฝรั่งคิดขึ้น เพราะในประวัติศาสตร์ไทยสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงใช้กองโจรมาแล้ว จนทรงกู้เอกราชของชาติมาได้

ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่มีทหารพม่ายกทัพเข้ามาถึง 9 ทัพ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาทก็ทรงจัดกองโจรออกไปตัดการลำเลียงเสบียงของพม่าจนกองทัพพม่าอ่อนแออดอยาก และถูกทัพไทยโจมตีแตกพ่ายไป

สำหรับแนวคิดนี้มาจากพลจัตวาวิงเกท (WINGATE) ซึ่งใช้ได้ผลดีมาแล้วในปาเลสไตน์และอะบิสซีเนีย พลเอกเวเวล (WAVELL) แม่ทัพใหญ่ในอินเดียเมื่อปีพ.ศ.2485 จึงมอบให้วิงเกทฝึกการรบแบบนี้แก่ทหารอังกฤษในกลางปีนั้น และได้ยึดการฝึกนั้นเป็นแบบอย่างตลอดมา ได้แก่ การใช้อาวุธ การอ่านแผนที่ การส่งวิทยุ การล้วงความลับ การหาทิศทาง การดำรงชีพในป่า การฝึกเดินทางวันละถึง 50-60 กิโลเมตร โดยวิงเกทได้เน้นความสำคัญของอาหารฉุกเฉินสำหรับกินในป่าเป็นพิเศษ

หม่อมเจ้าการวิก หม่อมหลวงจีรายุ อรุณ สรเทศน์

นักโภชนาการได้ทดลองทำอาหารชุดพิเศษ เพื่อให้มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนและพวกเราก็ได้เป็นหนูทดลองกับอาหารชุดนี้เช่นเดียวกับกองโจรของวิงเกทและหน่วยคอมมานโดอื่นๆที่เคยฝึกอยู่หลายหน อาหารชุดนี้เรียกว่า 7 DAY RATIONซึ่งเมื่อได้กินจริงๆ แล้วไม่กี่วันก็แทบกลืนไม่ลง ส่วนประกอบของอาหารชุดนี้มี 1. ข้าวสาร 1 ถุง (ข้าวโอ๊ตสำหรับฝรั่ง ข้าวเจ้าสำหรับชาวเอเชีย) 2.ข้าวผัดญี่ปุ่น 1 กระป๋อง 3. ไข่ผง 1 ถุง 4.มันฝรั่งแห้ง 1 ถุง 5.หอมหัวใหญ่แห้ง 1 ถุง 6.ขนมปังแห้ง (ทุกคนพร้อมใจเรียกว่า ‘ขนมปังหมา’) 2 ห่อ 7.หมูกระป๋อง 1 กระป๋อง 8.เนื้อกระป๋อง 1 กระป๋อง 9.เนยแข็ง 1 กระป๋อง 10.น้ำตาล 1 ถุง 11. แอลกอฮอลสำหรับใช้จุดหุงต้ม 12.ใบชาอัดเม็ด 13.เกลือเม็ด

อาหารชุดพิเศษนี้กะว่ากินได้ในหนึ่งสัปดาห์ อาจจะเพิ่มปริมาณได้ตามความเหมาะสม และกำลังกายที่จะแบกสะพายเป้ร่วมกับสัมภาระอื่นๆ โดยเฉลี่ยพวกเราจะสะพายได้หนักประมาณ 12-15 กิโลกรัม คนที่แข็งแรงหน่อย เช่น ภีศเดช ประทาน และผม สะพายได้ถึง 18-20 กิโลกรัม

สภาพป่าเบลกอมที่ผมเห็นในตอนนั้น ต้นไม้ดูไม่มากเท่าเมืองไทย ลำธารก็มีน้อยกว่า (แต่เดี๋ยวนี้ป่าบางแห่งในเมืองไทยอาจจะแย่กว่าที่อินเดีย) เดินทั้งวันก็ไม่เจอแหล่งน้ำ มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเจอหนองน้ำที่วัวลงไปนอนแช่ น้ำขุ่นเป็นโคลน ครูฝึกสั่งให้ตักมาทั้งโคลน ทดลองเอายาเม็ดสีขาวๆใส่แล้วเขย่า แถมรับรองว่าดื่มได้ไม่มีเชื้อโรคแน่ ผมลองดื่มดูรู้สึกรสชาติพิลึก

การทดลองกินอาหารชุดยังชีพที่ว่านี้เท่าที่จำได้ คือ ข้าวผัดญี่ปุ่นประกอบด้วยข้าวผัดน้ำมันโรยถั่วนิดหน่อย เหยาะเกลือป่น พริกไทย มีวิญญาณหมูเล็กน้อยอัดใส่กระป๋อง รสเลี่ยนมาก กินมื้อเดียวก็เอียนแย่แล้ว ขนมปังนั้นเหนียวแข็ง ต้องอมให้เปียกน้ำลายนานๆถึงจะพอเคี้ยวกลืนได้รสชาติบ้าง ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่า ‘ขนมปังหมา’ เนยแข็งที่มีก็ไม่ใช่เนยชนิดดี ลองกินดูไม่ไหวฝืดคอ ผมลองเอาดาบปลายปืนแหยไปที่กองไฟให้ร้อน เอาเนยวางพอละลายก็เอาเข้าปาก รู้สึกอร่อยขึ้นมาบ้าง แต่แค่มื้อเดียวก็อืด เหลือฝังดินทิ้งไว้ตั้งหลายก้อน แบกไปหนักเปล่าๆ เดินไปสักครึ่งวันแล้ว อะไรที่หนักหนึ่งกิโลก็เหมือนกับหนักสิบกิโล…

การจะหุงข้าวต้องรอให้ทางผู้นำกลุ่มบอกว่าสถานการณ์ในวันนั้นปลอดภัยจากข้าศึกแน่ถึงจะจุดแอลกอฮอลแท่งวางกระทะสี่เหลี่ยมเล็กๆหุง มิฉะนั้นควันที่เกิดจากการหุงข้าวจะลอยขึ้นเป็นสัญญาณนำให้ข้าศึกมาหา และเกลือก็ใช้กินเพื่ออุ้มน้ำในร่างกาย เพราะหาแหล่งน้ำยาก เวลาเดินกันเหนื่อยๆจนน้ำลายเหนียวขมปาก น้ำชาใส่น้ำตาลดูจะเป็นสิ่งวิเศษที่สุด ทำให้ชุ่มคอแก้กระหายน้ำได้ดี

หม่อมเจ้าการวิกและหม่อมเจ้าจีริดนัย กิติยากร ที่อินเดีย

ระหว่างที่ฝึกอยู่ในป่า มีอยู่วันหนึ่งครูฝึกสั่งให้พวกเราเข้าป่าตามลำพังเป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะมีเข็มทิศเดินไปในทางที่กำหนด ขณะที่เดินไปต้องใช้มีดบากต้นไม้เป็นเครื่องหมายสำหรับตอนเดินกลับโดยไม่ใช้เข็มทิศ เดินสักสามชั่วโมงครูก็ปล่อยให้เดินกลับตามลำพังและกำชับว่า ถ้าคู่ไหนหลงทางให้ยิงปืนเป็นสัญญาณเป็นระยะ พวกที่อยู่ค่ายจะยิงปืนให้สัญญาณตั้งแต่พลบค่ำ ปรากฏว่าก่อนห้าโมงเย็นทุกคนกลับถึงค่ายกันหมด ยกเว้นคู่ของประโพธกับธนา

ตลอดคืนนั้นพวกเราไม่ได้ยินเสียงสัญญาณปืนจากทั้งคู่จนอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะสัตว์ร้ายในป่าอินเดียขณะนั้นยังมีอยู่มากและฝนก็ตกทั้งคืน รุ่งขึ้นพวกเราจึงออกเดินป่ากันตามหา เหลือเฝ้าค่าย 3 คน เผื่อทั้งคู่กลับมา แต่ก็ไม่พบร่องรอย จนกระทั่งราวห้าโมงเช้า ทั้งสองถึงเดินโผเผหน้าตาซีดเซียวกลับมา เล่าเรื่องการหลงป่า ผจญภัยกับสัตว์ป่าทั้งช้างและเสือจนต้องขึ้นไปนอนบนต้นไม้ยามดึกให้ฟังคร่าวๆ และหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

ในที่สุดสองสัปดาห์แห่งความทรหดในป่าเบลกอมก็สิ้นสุด วันสุดท้ายพวกเราเหลือแต่อาหารกระป๋องและอาหารชุดพิเศษนั้น ระหว่างที่อยู่ในป่า แม้หมู่บีทสัน แนะนำให้เอาใบไม้หลายชนิดมาทดลองต้มหรือแกงกินกันบ้าง แต่ไม่มีอะไรอร่อยเลย หลังอาหารเช้าพวกเราเก็บสัมภาระขึ้นรถทหารของหน่วยยานยนต์ที่เมืองอาหมัดนากาส่งมารับ แต่เราไม่แวะที่ตัวเมือง มาขึ้นรถไฟที่บอมบ์เบย์กลับค่ายเลย ซึ่งประสบการณ์การฝึกในป่านี้ มีอีกหลายเรื่อง แต่จะเล่าทั้งหมดเกรงจะยืดยาวเกินไป เพราะมีการฝึกประเภทอื่นที่เราต้องพบอีกหลายอย่าง

เรื่องหนึ่งเป็นการซ้อมรบที่ผมยังจดจำถึงเหตุการณ์นั้นได้ดีทั้งที่เคยฝึกมาสารพัดอย่าง คือ คราวหนึ่งทศได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้ากลุ่มโจมตีป้อมร้างบนเขาสิงหะ จากตีนเขาขึ้นไปบนเขาถึงป้อมประตูด้านซ้ายมือของประตูเป็นซีกที่มีระดับสูงกว่าด้านขวามือ และมีเชิงเทินสำหรับสังเกตการณ์ ทางลาดเขาโดยรอบมีกำแพงชันทุกด้าน ทางด้านขวามือของประตูมีตอนหนึ่งที่ฝ่ายจู่โจมสามารถปีนขึ้นไปได้ไม่ลำบากนัก

ครูฝึกเล่าว่า ป้อมนี้ชาวบ้านกลัวกันนักเชื่อว่าเป็นป้อมผีสิง เพราะสมัยโบราณป้อมนี้เคยถูกโจมตี หลังจากที่ทหารฝ่ายชนะตีแตกแล้วก็กินเหล้าฉลอง และขี่ม้าลงเขาจนตกเขาตายหมดเพราะความเมา วันดีคืนดีชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงควบม้ากุบกับๆบนทางขึ้นป้อมตอนราวๆเที่ยงคืน ทั้งที่ในย่านนั้นไม่มีใครเลี้ยงม้าเลย

คืนที่พวกเราเลือกซ้อมรบเป็นคืนข้างขึ้น ราวๆ 5-6 ค่ำ จึงมีแสงจันทร์ข้างขึ้น ไม่ถึงกับมืดสนิท ประมาณสี่ทุ่มกว่าทศมอบหมายให้ผมไปทำลับๆล่อๆทางด้านซ้ายของประตูกำแพง เพื่อหลอกให้พวกเราส่วนหนึ่งที่นำโดยสำราญ ซึ่งถูกสมมุติว่าเป็นพวกตั้งรับอยู่ในป้อมเข้าใจผิดว่าพวกเราจะซุ่มโจมตีทางนั้น

ในบริเวณที่ผมอยู่นั้นเป็นที่ที่เดียวกับทหารโบราณที่ควบม้าเคยตีได้โดยให้เอาเชือกผูกคอ ‘ตะกวด’ ที่เลี้ยงไว้ เอาอาหารล่อให้มันปีนขึ้นไป แล้ววิ่งวนรอบๆต้นไม้ให้คนไต่เชือกขึ้นไปได้ ผมก็นึกว่าลองเป็น ‘ตะกวด’ ดูสักทีเถอะ ก็โยนเชือกเหนี่ยวตัวขึ้นไปได้ (ตอนที่ผมยังคอยอยู่แถวนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนแล้ว ผมได้ยินเสียงกุบกับ กุบกับๆน่ากลัวจนขนลุกเลย ขนาดหัวล้านยังรู้สึกผมมันตั้งได้)

พอปีนข้ามไปแล้วนึกว่าจะยึดป้อมได้ ปรากฏว่ายังมีกำแพงสูงขนาดตึก 1 ชั้น ที่ปีนไม่ได้เพราะผิวเรียบไม่มีที่จะเกาะเหนี่ยวตัวขึ้นได้ พวกผมอีก 5-6 คนรอสังเกตการณ์อยู่แถวนั้น สักพักเห็นร่างดำๆตัวล่ำใหญ่ปีนขึ้นข้ามไป พวกเราต้องหันมามองหน้ากัน…ก็อยู่กันครบ…ทีแรกนึกว่าเป็นประทานผู้แข็งแรงที่สุด แต่เอ๊ะ! เขายังอยู่ตรงนี้

แล้วนั่นใคร ขณะที่กำลังงงกัน ก็มีเสียงปืนยิงกันเปรี้ยงๆๆๆ

ยิงกันครู่ใหญ่ก็มีเสียงเป่านกหวีดปรี๊ด…ครูฝึกที่สังเกตการณ์อยู่ข้างอาคารหลังกลางออกมาห้ามทัพ จุดตะเกียงเพิ่มขึ้นพอมีแสงที่จะเห็นหน้ากันได้ ถึงตอนนี้ทุกคนงง เพราะต่างฝ่ายต่างก็นึกว่าอยู่ใกล้กันพอที่จะเห็นเงาตะคุ่มๆ แต่แท้จริงแล้วทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เคลื่อนที่เข้าหากันเลย ครูฝึกก็แปลกใจ ซักไซ้ไล่เรียงกันก็ไม่ปรากฏว่ามีใครปีนขึ้นบนกำแพง

ถ้าเช่นนั้น ใครมาร่วมซ้อมรบอีกคนล่ะ พวกเราหลายคนยืนยันว่าเห็นร่างคนปีนกำแพงแล้ววิ่งไปทางประตู  ความจริงแล้วไม่น่าจะมีใครกล้าที่จะปีนขึ้นไปวิ่งบนกำแพง เพราะเสี่ยงที่จะตกลงไปด้านนอกของกำแพงและกลิ้งตกเขาไป เรื่องนี้น่าแปลกใจจริงๆ

เสียงกุบกับที่ได้ยิน พอออกไปสำรวจพื้นที่ทีหลังเห็นวัวบางตัวของชาวบ้านที่ต้อนออกไปไม่หมดหลงอยู่แถวนั้น เวลามันเดินกระทบกับก้อนหิน ก็คิดว่าอาจเป็นเสียงเหมือนม้าเดิน ยิ่งเป็นตอนกลางคืนเงียบมากเสียงก็ยิ่งก้อง แต่เสียงที่ได้ยินเหมือนคนควบม้ากันเป็นสิบๆตัว ส่วนร่างดำนั้น ถ้าผมเห็นคนเดียวก็อาจคิดว่าเป็นจินตนาการของผมเอง แต่นี่เห็นกันหลายคน ผมจึงพยายามนึกไปเสียว่า อาจเป็นลูกหลานของ ‘ตะกวด’ ที่ยังหลงเหลืออยู่แถวนั้นปีนขึ้นกำแพงก็ได้

หม่อมเจ้าการวิกและปัทม์ ปัทมสถาน
หม่อมเจ้าการวิก ทรงชุดทหารเมืองร้อน ฉายที่แอฟริกาใต้

อีกเรื่องหนึ่งเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่ผมต้องจดจำไปอีกนาน เพราะเป็นการซ้อมรบระหว่างพวกคอมมานโดกับพวกเราที่เป็นกองโจร และเป็นการซ้อมรบที่ทดสอบ ‘ความอึด’ อย่างสาหัส จุดหมายในการซ้อมครั้งนี้คือ ต้องไประเบิดทางรถไฟและท่อน้ำใหญ่ในป่าเขตเมืองมหาพลอิศวร หรือมาฮาเบลชวาร์ (MAHABLESHWAR) อยู่ห่างจากปูนาไปทางใต้ราว 150 กิโลเมตร และพวกเราต้องเดินตลอดทาง โดยจัดอาหารให้พอกินสำหรับ 4 วัน ซึ่งก็ไม่พ้นอาหารชุดพิเศษ

ในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า ก็ขนผลไม้กระป๋องใส่เป้ไปไว้เป็นอาหารทิพย์ที่เคยให้หลวงภัทรฯในเรือ หนักร่วม 20 กิโลกรัม รวมกับน้ำหนักตัวเองก็กว่า 100 กิโลกรัม การที่ต้องเดินทางไกลนานถึงสามวันสามคืนเพื่อปฏิบัติการ จึงเป็นภาระที่หนักที่สุดที่เราเคยผ่านมา

ในวันที่สามหลังจากการเดินตลอดคืน เท้าผมจึงเริ่มพองและเจ็บมาก แต่โชคดีที่มาเจ็บเอาตอนใกล้ที่หมายแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังเหน็ดเหนื่อยอ่อนเปลี้ยจนเริ่มอยากจะด่าแม่กัน น้ำลายขมเหนียวยืด เหงื่อแห้งกรังติดเสื้อเป็นเกล็ด ผมก็เปิดกระป๋องลูกพีชแช่อิ่ม ที่ผมสู้อุตส่าห์แบกมา เอาช้อนตักป้อนให้คนละคำ ทุกคนแทบจะยกมือไหว้ผมด้วยความซาบซึ้งใจ

นี่เป็นเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ผมยอมเสียสละเหงื่อแบกน้ำหนักเกิน เดินจนเท้าพอง เพื่อผูกใจทุกคนให้ร่วมปฏิบัติการด้วยดี โดยไม่บ่นสวดมากนัก ซึ่งก็ได้ผลตามที่คาด

ปรากฏว่าการปฏิบัติการวางระเบิดตามที่หมายนั้น พวกเราระดมกำลังใจอย่างเต็มที่ จนสามารถทำสำเร็จในเวลา 72 ชั่วโมง ทำลายสถิติพวกหน่วยคอมมานโด ที่เคยทำไว้ประมาณ 82-84 ชั่วโมง ทำให้คณะครูฝึกชื่นชมผลงานของพวกเราอย่างยิ่ง

การฝึกซ้อมของพวกเรายังไม่สิ้นสุด กว่าที่จะถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทยนั้น ยังมีการฝึกที่น่าตื่นเต้น และเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่พวกเราต้องเผชิญอย่างไม่เคยคิดมาก่อน

 

 

 

 

 

 

ม้วนเดียวจบ! ‘มารีญา พูนเลิศลาภ’ สวยสมเป็นตัวเต็ง คว้ามงฯ MUT 2017

มารีญา-น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ คว้ามงกุฎ “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017  (MUT 2017) เป็นตัวแทน สาวไทยประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017

​ในค่ำคืนแห่งการเฟ้นหาสาวงามของเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม เมื่อ มารีญา-น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ ผู้ประกวดหมายเลข 5 อายุ 25 ปี จากจังหวัดกรุงเทพฯ คว้ามงกุฎแห่งเกียรติยศ เป็นตัวแทนสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวที่จะไปร่วมประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2017 ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้

“มารีญา พูนเลิศลาภ” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

​การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 รอบตัดสิน เริ่มขึ้นในค่ำวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี “เหม – ภูมิภาฑิต นิตยารส” และ “อลิซาเบธ แชดเลอร์” รับหน้าที่พิธีกร

​จากสาวงามทั่วประเทศถูกคัดเลือกเพียง 40 คนเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม จากนั้นสาวงามทั้ง 40 คนได้ทำกิจกรรมกองประกวดฯ ร่วมกันมากมาย อาทิ การฝึกอบรมทักษะการแต่งหน้า-ทำผม การเข้าคลาสเรียนต่างๆ อาทิ Acting Class, การเดิน, การพัฒนาบุคลิกภาพ, การเข้าสังคม, “การใช้ชีวิตกับโซเชียลมีเดีย”, “กินให้สวย ปลอดภัย และยั่งยืน” ฝึกว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งการฝึกอบรมทักษะด้านต่างๆ ที่กองประกวดฯ จัดให้เป็นไปเพื่อให้สาวงามทุกคน มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ได้ทักษะความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ เหล่าสาวงามยังได้เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทัศนศึกษาพระบรมมหาราชวังและศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคลและทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยในวันนั้น (11 กรกฎาคม) สาวงามทั้ง 40 คนได้สวมชุดไทยจิตรลดาสีดำ สุภาพเรียบร้อยและสำรวม เป็นที่ชื่นชมจากผู้ที่ได้พบและเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง

ในวันที่ 19-26 กรกฎาคม สาวงามทั้ง 40 คนได้เดินทางไปเก็บตัวทำกิจกรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถ่ายวีทีอาร์ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง รวมถึงการมีโอกาสได้สวมพื้นเมืองล้านนาในการถ่ายทำวีทีอาร์ เชิงวัฒนธรรมในหลายสถานที่ ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างมากต่อเหล่าสาวงาม อย่างไรก็ตามการที่สาวงามทั้ง 40 คน ได้ใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกันกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้เหล่าสาวงามสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วและเกิดเป็นความรัก ความผูกพัน ช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกัน

เปิดตัวสาวงามทั้ง 40 คนใน ชุดว่ายน้ำ

สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 รอบตัดสิน เริ่มด้วยการเปิดตัวสาวงามทั้ง 40 คนใน ชุดว่ายน้ำ จาก BSC Swimwear พร้อมแนะนำตัว จากนั้นเข้าสู่ความระทึกใจด้วยการประกาศ ตำแหน่งพิเศษ People’s Choice สาวงามที่ได้รับการโหวตสูงสุดผ่าน SMS และผู้ครองตำแหน่ง People’s Choice และผู้เข้ารอบ 16 คนสุดท้าย และจากนั้นทั้ง 16 คนได้ก็อวดโฉมอีกครั้งในชุดที่ตัดเย็บจากผ้าพื้นเมืองล้านนา ซึ่งออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อ SURFACE

เดินแบบโชว์ชุดที่ตัดเย็บจากผ้าพื้นเมืองล้านนา

​จากนั้นได้พิธีกรประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 10 คน ต่อด้วยการแสดงพิเศษ Tribute Show จากนางงามรุ่นพี่ ด้วยเพลง “หนึ่งในร้อย” ขับร้องโดย เวลล์ ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ และ 10 สาวงามรอบนี้ปรากฏตัวอีกครั้ง ในชุดราตรีที่ ออกแบบและตัดเย็บโดย “ASAVA” คอนเซ็ปต์ร่วมสมัย ต่อด้วยการแสดงพิเศษจาก แก้ม-วิชญาณี เอมเปีย และ วันวาน รัชยาวีร์ วีระสุทธิมาศ (ว่าน-วันวาน) ในเพลง “สู่จักรวาล” และการแสดงพิเศษจากวง Toy ในเพลง “หน้าหนาวที่แล้ว” และ “ก่อนฤดูฝน”

​เข้าสู่ความระทึกใจอีกครั้งเมื่อพิธีกรประกาศผลสาวงามเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ หมายเลข 21 ปุ๊ก-สุรพฤนท์ อาจคงหาญ, หมายเลข 34 เฟรม-น.ส.รัตน์ชนก เนาวะเศษ, หมายเลข 3 ฟ้าใส-น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น, หมายเลข 38 โบว์-น.ส.สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ และ หมายเลข 5 มารีญา-น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ โดยสาวงามทั้ง 5 จะต้องตอบคำถามจากท่าน ผู้ชมทางบ้าน ซึ่งได้ส่งเข้ามาใน Facebook มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก่อนที่ ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ปรากฏตัวบนเวทีเพื่ออำลาตำแหน่ง

​จากนั้นเป็นการประกาศผลการตัดสินเริ่มจาก รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอันดับ 4 หมายเลข 34 เฟรม-น.ส.รัตน์ชนก เนาวะเศษ รองอันดับ 3 หมายเลข 21 ปุ๊ก-สุรพฤนท์ อาจคงหาญ รองอันดับ 2 หมายเลข 3 ฟ้าใส-น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น ซึ่งได้รับรางวัลเงินสดคนละ 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท) มงกุฎ พร้อมสายสะพาย และผลิตภัณฑ์จาก ผู้สนับสนุน จากนั้นพิธีกรได้ประกาศผู้เข้ารอบ 2 คนสุดท้าย ได้แก่ หมายเลข 5 มารีญา-น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ และหมายเลข 38 โบว์-น.ส.สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ และให้ผู้เข้ารอบทั้ง 2 คนได้กล่าวแสดงทัศนะ (Speech) ในหัวข้อ เหตุใดจึงมาประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ คนละ 30 วินาที และเดิน Final Walk เพื่อให้กรรมการ ได้พิจารณาอีกครั้ง โดยมารีญา หมายเลข 5 ได้ตอบว่า “รู้ว่าเวทีจะนำมารีญาไปสู่ยูนิเวิร์สได้ เปิดโครงการที่ช่วยให้คนพัฒนาได้ ส่วนโบว์ หมายเลข 38 ตอบว่า “เป็นเวทีที่ใฝ่ฝัน จะนำความฝันของตัวเองและเพื่อนอีก 39 คนไปสู่เวทีมิสยูนิเวิร์ส” เข้าสู่วินาทีแห่งความทรงจำ นั่นคือการประกาศผู้ได้รับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ได้แก่
มารีญา-น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ หมายเลข 5 โดยได้รับรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท มงกุฎเพชร ชุดเครื่องประดับ จาก Beauty Gems สายสะพาย ถ้วยเกียรติยศ เงินสด 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) รถยนต์ HONDA CIVIC Turbo RS มูลค่า 1.2 ล้านบาท 1 คัน และของรางวัล และผลิตภัณฑ์จากผู้สนับสนุนมากมาย พร้อมเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017

สำหรับ รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อันดับที่ 1 ได้แก่ โบว์-น.ส.สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ หมายเลข 38 ได้รับรางวัลเงินสด 500,000 บาท (ห้าแสนบาท) มงกุฎ สายสะพาย พร้อมของรางวัลจากผู้สนับสนุน

น้ำตาล สวมมงกุฏให้ มิสยูนิเวิร์สไทยเเลนด์คนใหม่

 

ช็อตนี้สู้ตาย! นางงามรุ่นพี่คัมแบ็ค เดินประชันมงฯ บนเวที MUT 2017

นานทีจะมีการรวมตัวแม่แห่งวงการขาอ่อนที่เคยยประกวดบนเวที Miss Universe Thailand ไป มาในปี 2017 นี้ (MUT 2017) เลยมีช็อตประวัติศาสตร์ให้ฮือฮากันอีกแล้ว เพราะเหล่ารุ่นพี่นางงามที่เคยคว้าตำแหน่งสู่เวทีนางงามจักรวาลพร้อมใจกันมาเดินรำลึกความหลังบนเวทีกันอีกรอบ

แต่ละคนยังคงสวยเป๊ะสมกับที่เคยคว้ามงกุฏจากเวทีนี้ไป ซึ่งก็รวมถึงMiss Universe Thailand 2016 “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ด้วยที่เข้ามาอยู่ในทำเนียบนางงามรุ่นพี่ พร้อมกับเตรียมตัวเดินอำลาตำแหน่งบนเวทีเป็นครั้งสุดท้าย

สวยสง่าในชุดประจำชาติ โดยชุดนี้น้ำตาลส่ไปประกวดที่ฟิลิปปินส์มาด้วย
ลูกจัน จันจิรา จันทร์โฉม

เอมมี่ มรกต กิตติสาระ
ไอยวริญท์ โอสถานนท์
ฟ้า ชัญษร สาครจันทร์
ฟาริด้า วัลเลอร์
ลิต้า -ชาลิตา แย้มวัณณังค์

 

จะผ่านมากี่ปีก็ไม่ทิ้งลาย ใส่เต็มกันทุกคน สมกับเป็นตัวแม่บนเวทีMiss Universe Thailand จริงๆ

8 เทคนิคเพิ่มความโรแมนติกบนเตียงขั้นเทพ

หลายคนชอบถามมาดามว่า มีเทคนิกยังไงที่จะทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งบางคนถึงขนาดบอกเลยว่าถึงช้ายังดีกว่าไม่ถึง เพราะชีวิตนี้ที่ มีเซ็กส์ นับครั้งถึงจุดสุดยอดได้เลย โอ๊ย…อะไรมันจะเศร้าขนาดนั้น เอาล่ะๆ เพื่อเห็นแก่ความสุขของคุณๆ ท่านๆ ครั้งนี้มาดามเลยจัดให้ไปเต็มๆ ลองดูกันเองว่าเทคนิกไหนถูกจริตกับตัวคุณ

  1. หนีบขาให้แน่นเข้าไว้

การหนีบขาให้แน่นก็เหมือนเพิ่มพื้นที่การรับสัมผัสให้กับอวัยวะเพศของคุณทั้งคู่ได้สัมผัสกันตรงจุดมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าจะช่วยให้โดนจุดจี๊ดง่ายขึ้น ทีนี้คุณก็จะฟินกันได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

2. ยิ่งลึกยิ่งดี

จริงอยู่ที่บางคนเถียงว่าความลึกอาจไม่ช่วยอะไร แต่อย่างที่มาดามบอกไงล่ะว่า ในการมีเซ็กส์ของแต่ละคนก็จะมีเทคนิกและจุดจี๊ดต่างกันไป บางคนยิ่งให้เขาพาน้องชายเข้าไปลึกๆ จะยิ่งเพิ่มอารมณ์มากขึ้น แม้จะไม่ได้สัมผัสโดนจุดสยิว แต่ความหนักและความรู้สึกที่น้องชายเขาเข้าไปในตัวลึกๆ ช่วยบิ้วจนทำให้ถึงจุดได้เช่นกัน

3. ท่าหมาน้อยต้องโดนจีสปอต

ฟินกันไปแล้วนักต่อนัก สำหรับท่าหมาน้อยก้มโค้งรอรัก เพราะด้วยความที่น้องชายเข้าไปลึก บวกกับสาวๆ สามารถเป็นผู้ช่วยโยกย้ายส่ายเอวคุมจังหวะไปพร้อมๆ กันได้ แล้วแบบนี้จะไม่ฟินได้ไง

4. 69 เลอค่าไม่ควรทิ้ง

มาดามคนหนึ่งล่ะ ที่เมื่อก่อนไม่ค่อยเลิฟท่า 69 นี้สักเท่าไหร่ ก็แหม…ท่าอะไรไม่รู้ตีลังกาไปมา หัวโดนเท้า เท้าโดนหัว แต่อุ้ยๆ พอได้ลิ้มลองเท่านั้นแหละ เออ…ท่านี้มันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะนอกจากจะรู้สึกถึงความเสมอภาคที่ผลัดกันทำให้กันแล้ว อารมณ์ที่ผลัดกันทำให้เนี่ย มันมำให้เซ็กส์ที่บรรเลงอยู่ฟินจริงๆ นะเออ

5. สัมผัสร่างกายไปไปพร้อมๆ กับการจัดกเซ็กส์

ที่คุณๆ เห็นในหนังเอวีในฉากที่สาวเจ้าลูบไล้ร่างกายตัวเอง มาดามบอกเลยนะว่า นั่นนะช่วยได้เยอะแบบคุณเองคาดไม่ถึงเชียวล่ะ เพราะถ้าคุณเป็นคนถึงจุดสุดยอดยากกว่าคนปกติ ก็ต้องหาต้องช่วยให้เหมาะ ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่ขอให้ลองคือการใช้มือไม้สัมผัสตัวเอง ก็แหม..ร่างกายคุณเอง คุณย่อมรู้อยู่แล้วว่าจุดไหนเซนซีทีฟ จริงไหม

6. ใช้หมอนหนุนนำ

หลายคนรู้เทคนิคนี้แล้ว แต่ยังใช้ไม่คล่อง บอกเลยนะว่า การใช้หมอนหนุนไม่ได้จำกัดแค่ว่าท่ามิชชั่นนารีหนุนสะโพกเท่านั้น แต่ถ้าคุณอยู่ในท่าหมาน้อย การเอาหมอนหนุนเข่าไว้จะช่วยให้ไม่เจ็บเข่าแถมยังช่วยให้คุณกระดกก้นสู้เขาได้ด้วยนะ

7. ใช้จินตนาการเข้าช่วยหรือเล่นบทบาทสมมติ

การแสดงบทบาทสมมติ ช่วยให้คุณมีจินตนาการล้ำๆ ที่จะช่วยนำทางให้คุณเดินทางไปถึงจุดสุดยอดได้จริงๆ นะ ไม่เชื่อลองดูรับรองเลยว่า คุณจะได้พบกับคำว่าเซ็กส์ขั้นเทพอย่างอย่างแน่นอน

8. กระจกช่วยกระตุ้นอารมณ์

ดูหนังเอวีแค่เร้าให้เกิดอารมณ์เบาๆ แต่ถ้าคุณได้ส่องกระจกไปในระหว่างที่จัดเซ็กส์ การได้เห็นสรีระตัวเองและอีกฝ่ายในท่าทางที่กำลังมะรุมมะตุ้มจะฟินแค่ไหน อ้อ…แล้วนี่ละคือ คำตอบว่าทำไมในโรงแรมม่านรูดทั้งหลายถึงมีกระจกรายล้อมยันเพดานห้อง ก็แหม..ภาพรอบทิศ 360 องศาตอนอย่างว่าน่ามองไม่พอ ยังเร้าอารมณ์ให้กระเจิงอีกด้วย

แล้วแบบนี้จะไม่ฟินทนไหวรึ

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : popsugar, freepik.com

อั้ม-พัชราภา ฟาดทุเรียนวันละลูก หรือนี่จะเป็นเคล็ดลับ! สวยฉบับซูเปอร์สตาร์ตัวแม่

อั้ม-พัชราภา ซูเปอร์สตาร์ตัวแม่ คือพิมพ์นิยมที่สาวแท้ สาวเทียมต่างยกให้เป็นต้นแบบความสวย เห็นได้จากงานพรีเซนเตอร์ที่มีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพอร์เฟ็คท์ทั้งตัวแบบนี้ หลายๆ คนเลยอยากรู้ว่าเธอมีอะไรดีถึงสวยอมตะขนาดนี้

ล่าสุดแฟนคลับแฟนละครเอียงหูรอฟังกันเลย เพราะสาวอั้มได้เล่าประสบการณ์เพื่อแบ่งปันความสวยไปสู่แฟนๆ ผ่านรายการ สดๆ บทไม่มี” ออกอากาศทาง Facebook Fan page BBTV Channel7

อั้ม-พัชราภา
“อั้ม”โปรดปรานทุเรียน

เริ่มที่ปัญหาเรื่อง “น้ำหนัก” ซึ่งเป็นที่หนักอกหนักใจของสาวๆ แม้หลายคนพยายามออกกำลังกายเหงื่อแตก อดข้าวจนท้องกิ่ว แต่ก็ยังเชพบ๊ะเหมือนเดิม ทว่ามีผู้หญิงอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าทำบุญด้วยอะไร กินจุเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือขุ่นแม่ ”อั้ม” นางเอกสาวหุ่นทองคำ ที่แม้อายุจะเข้าสถานีหลักสี่แล้ว แต่รูปร่างชียังเป๊ะเว่อร์

อั้ม-พัชราภา

แต่… ใครจะรู้ว่า อั้ม-พัชราภา สาวสวยรูปร่างดีจะชื่นชอบการกินทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังกินไม่ธรรมดาถึง 1 ลูกต่อวัน ถ้าคิดเป็นพลังงาน 1 พู 163 แคลอรี่ 1 ลูกมี 5-6 พู ก็ 815-978 แคลอรี่

อั้ม-พัชราภา

ในส่วนของเคล็ดลับผิวหน้าเด้งเต่งตึงนั้น สาวอั้มบอกว่าสำคัญที่วิธีการทาครีม นั่นคือใช้สองนิ้วคลึงเบาๆ ในลักษณะเฉียงขึ้น เพราะจะไม่ทำให้ผิวบอบช้ำและเกิดริ้วรอย แต่พีคสุดคือการนอน เธอนอนตะแคงและใช้มือรองใบหน้าไว้เสมอ ถ้าไม่เมื่อยไปซะก่อน

อั้ม-พัชราภา

จบจากความสวยมาถึงเรื่องน้องหมากันบ้าง อั้มหลงรักสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ โดยน้องหมาตัวแรกที่เลี้ยงได้มาจากการสอบและขอให้คุณแม่ซื้อให้เป็นของขวัญ นับเป็นจุดเริ่มต้นของนางเอกสายรักสัตว์ และไม่ได้ชื่นชอบแค่หมาตัวเล็กๆ น่ารักๆ เท่านั้น เพราะสุนัขบ้านๆ ที่ถูกทิ้ง เธอก็ไม่รีรอที่จะช่วยเหลือ และเจ้า“แสนดี” ก็เป็นหนึ่งตัวที่ถูกทอดทิ้ง แต่วันนี้สุนัขข้างทางกลับได้อยู่ในคฤหาสน์ 100 ล้าน ทั้งยังมีห้องส่วนตัวติดแอร์ซะด้วย

อั้ม-พัชราภา

นอกจากน้องหมาแล้ว อั้มยังดูแลปลาคราฟและนกขุนทองพูดได้! และประโยคที่ทำให้ “เจ้าขุนทอง” อยู่ดีมีสุขถึงทุกวันนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากคำว่า พี่อั้มสวย”

 

 

 

อั้มอยู่ในวงการมานาน 20 ปีแล้ว แต่ยังมีแฟนคลับล้นหลาม ออกอีเว้นท์ทีไรห้างแตกทุกครั้ง ซึ่งถ้าพูดถึงการรักษาชื่อเสียงให้โด่งดังตลอด 20 ปีนั้น เอ-ศุภชัย” ผู้จัดการส่วนตัวบอกว่า นอกจากความประพฤติที่ดีมาตลอดแล้ว การทำดี-ทำบุญด้วยใจบริสุทธิ์น่าจะช่วยเสริมชื่อเสียงของเธอให้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้ด้วย

อั้ม-พัชราภา

สุดท้ายสำหรับแฟนๆละครที่รอติดตามชมผลงานของขุ่นแม่อั้มคงต้องทำใจเย็นๆไว้ก่อน เพราะในช่วงนี้เธอพยายามอ่านหลายๆเรื่องเพื่อหาบทที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ก่อนทิ้งท้ายว่าถึงจะอายุเพิ่มขึ้นแต่จะขอเป็นนางเอกตลอดกาล ส่วนจะหาพระเอกมาประกบคู่ได้หรือไม่นั้น…

อั้มบอกว่าคงต้องฝากเป็นการบ้านให้กับผู้จัดฯแล้วค่ะ

ภาพจาก IG @aum_patchrapa