ผิวแก่ก่อนวัย

7 นิสัยที่ไม่ควรละเลย เพื่อป้องกันปัญหา ‘ผิวแก่ก่อนวัย’ ให้ยังดูดีแม้อายุเพิ่มขึ้น

แม้ว่าช่วงวัยที่เพิ่มขึ้นจะมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น แต่บางอย่างก็อาจจะมีน้อยลงได้ เช่น การสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว ซึ่งสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเราอายุมากขึ้น หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาผิวแก่ก่อนวัยได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถป้องกันและจัดการ ผิวแก่ก่อนวัย ด้วยคำแนะนำ 7 ข้อ จากข้อมูลในบทความหัวข้อ “11 วิธีลดริ้วรอยก่อนวัยของผิว” ของ American Academy of Dermatology Association* ได้ระะบุถึงสาเหตุของผิวแก่ก่อนวัยไว้ 2 ประการ คือ

  • ปัจจัยภายในร่างกาย หมายถึงปัจจัยทางพันธุกรรมและด้านร่างกาย รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามช่วงวัย
  • ปัจจัยภายนอก คือสิ่งที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น มลภาวะหรือรังสียูวี นิสัยการใช้ชีวิต และการสูบบุหรี่หรือกินน้ำตาลมากเกินไป

ดังนั้น เพื่อให้ผิวพรรณยังคงดูดี แม้อายุจะมากขึ้น ควรมุ่งเน้นจัดการไปที่ปัจจัยภายนอกที่สามารถควบคุมได้ โดยทำตามข้อที่ควรทำและไม่ควรทำ 7 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ไม่ควรทำ: พึ่งค่าการป้องกันแสงแดดจากเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว

  • แม้ปัจจุบันเครื่องสำอางจำนวนมากจะที่มีค่าการป้องกันแสงแดด หรือ SPF มากขึ้น แต่เครื่องสำอางเหล่านี้มักไม่อาจให้การปกป้องผิวที่ครอบคลุมเสมอไป เช่น กันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวหนังแดงและไหม้จากแสงแดดได้ แต่ไม่สามารถป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างอายุ
  • ควรทำ: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB ก่อนแต่งหน้า

2. ไม่ควรทำ: ใช้สบู่ที่ทำให้ผิวแห้ง

  • สบู่ก้อนทั่วไปอาจมีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารทำความสะอาดซัลเฟต ที่จะดึงน้ำมันตามธรรมชาติออกจากผิว ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงจนผิวแห้งขาดน้ำ และไม่สามารถป้องกันตัวเองจากการระคายเคืองได้ เช่น มลภาวะ ไวรัส และแบคทีเรีย ถึงแม้ว่าผิวแห้งจะไม่ทำให้เกิดริ้วรอย แต่ก็ทำให้ริ้วรอยเห็นเด่นชัดขึ้น
  • ควรทำ: ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ให้ความชุ่มชื้น ปราศจากสารซัลเฟต และตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A, C และ E

3. ไม่ควรทำ: ละเลยการนอนหลับ

  • เมื่อร่างกายของเราได้พักผ่อน ร่างกายจะฟื้นฟูตัวเองใหม่ ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และช่วยให้ผิวได้หยุดพักจากสิ่งรบกวนภายนอก (รังสียูวี มลภาวะ) จากผลการศึกษาในหัวข้อ “คุณภาพการนอนมีผลต่อความแก่ชราที่ผิวหรือไม่” ของภาควิชาโรคผิวหนัง ศูนย์การแพทย์ UH Cleveland** พบว่า การนอนหลับที่ไม่ดีอย่างเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับความแก่ชราที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายใน ส่งผลให้ปราการผิวทำงานลดลง และความมั่นใจด้านรูปลักษณ์ภายนอกลดลง
  • ควรทำ: นอนหลับให้พอ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน และพยายามรักษาสุขอนามัยในการนอนหลับที่ดี เช่น
    • ดูให้แน่ใจว่าห้องนอนของเราเงียบและมืดสนิทก่อนเข้านอน
    • ตื่นและเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกวัน
    • หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอก่อนเข้านอน

4. ไม่ควรทำ: ขยี้ตาเป็นประจำ

  • ผิวหนังรอบดวงตาบอบบางเป็นพิเศษ ดังนั้นการขยี้บ่อยๆ อาจทำให้เกิดริ้วรอย และรอยคล้ำได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอย่าง โรคผิวหนังอักเสบ โรคผื่นผิวหนัง หรือภูมิแพ้ ทำให้ขยี้ตาบ่อย
  • ควรทำ: ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้หรือแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหาสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองและต้องขยี้ตา รวมไปถึงการรักษาที่เหมาะสม

5. ไม่ควรทำ: ปล่อยให้ตัวเองเครียดบ่อยๆ

  • จากบทความของ Harvard Health ในหัวข้อว่า “ความเครียดมีผลต่อผิว และร่างกายด้านอื่นๆ” ได้ระบุไว้ว่า ความเครียดสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวโดยรวม และทำให้ปัญหาผิวหลายอย่างรุนแรงขึ้น ทั้งโรคสะเก็ดเงิน ผิวหนังอักเสบ สิว และผมร่วง เนื่องจากความเครียดเรื้อรังเชื่อมโยงกับการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มากเกินไป ทั้งยังมีส่วนทำให้แก่เร็ว เพราะร่างกายเกิดการอักเสบที่เพิ่มขึ้นและมีการผลิตเซลล์อนุมูลอิสระมากเกินไป
  • ควรทำ: ลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และวิธีคิดใหม่เพื่อลดความเครียด ตัวอย่างเช่น

6. ไม่ควรทำ: ใช้หลอด

  • การห่อริมฝีปากซ้ำๆ ทำให้เกิดริ้วรอยรอบปาก เนื่องจากเวลาที่เราจิบน้ำจากหลอดทำให้กล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากจะถูกกระตุ้น ยิ่งเรากระตุ้นกล้ามเนื้อมากเท่าไรก็ยิ่งสร้างรอยย่นในผิวหนังมากขึ้น โดยเฉพาะอายุที่มากขึ้น เนื่องจากผิวหนังสูญเสียอีลาสติน
  • ควรทำ: พยายามหลีกเลี่ยงการใช้หลอดทุกครั้งที่ทำได้ รวมทั้งยังช่วยสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

7. ไม่ควรทำ: ละเลยการใช้แว่นกันแดด

  • คนส่วนใหญ่มักสวมแว่นกันแดดเพียงเพื่อลดแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่ความจริงแล้วแว่นกันแดดเป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะสามารถช่วยปกป้องดวงตาจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อเปลือกตา เลนส์ จอประสาทตา และกระจกตาได้ ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีเมฆมากหรืออากาศหนาวก็ตาม รวมทั้งรังสียูวียังสร้างความเสียหายต่อผิว ทำให้เกิดความแห้งกร้าน ริ้วรอย ความเหี่ยวย่นของผิวหนังที่เด่นชัด ตลอดจนสูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดรอยด่างดำ
  • ควรทำ: สวมแว่นกันแดดมีคุณภาพที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 100%

ข้อมูล: ลอร่า ชาคอน-การ์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและการฝึกอบรมด้านโภชนาการทั่วโลกของเฮอร์บาไลฟ์
ภาพ: Pexels


เกาหลีใต้ คลั่งไคล้อยู่กับความงามจนสร้างมาตรฐานสำหรับ 'สัดส่วนใบหน้า'

เกาหลีใต้ หมกมุ่นกับความงามจนสร้างมาตรฐานสำหรับ ‘สัดส่วนใบหน้า’

อย่างที่รู้กันดีว่า เกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานความงาม จึงกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับคนทั่วไปที่มีความอ่อนไหว เมื่อพูดถึงการทำศัลยกรรมพลาสติกและการรักษาความงามรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรง ซึ่งก่อนหน้านี้ “การผ่าตัดวงแหวนตา” กลายเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากการผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อให้รูม่านตาใหญ่ขึ้น ซึ่งให้ผลคล้ายกับการใส่เลนส์วงกลม และล่าสุดก็มาถึงเทรนด์สัดส่วน “หน้ากลาง” หากดูการเปรียบเทียบภาพถ่ายด้านล่าง จะแสดงให้เห็นว่าแม้ขนาดใบหน้าจะเท่ากันแต่ก็สามารถดูแตกต่างออกไปได้ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของใบหน้าที่อยู่ตรงกลาง

ซึ่งน่าประหลาดใจที่มีคนจำนวนมากหมกมุ่นอยู่กับบริเวณส่วนกลางของใบหน้า

  • “แล้วถ้าใบหน้าสั้นไปหรือยาวไปล่ะ? ตอนนี้มันเกินกว่าคนดัง แต่คนธรรมดาก็มักบอกว่าเครียดและอยากผ่าตัดใบหน้าให้สมส่วน ซึ่งในบางกรณีเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ด้วยซ้ำ การหมกมุ่นอยู่กับมันมีแต่จะทำให้รู้สึกไม่ดีกับใบหน้าตัวเอง”
  • “ปกติฉันมองเรื่องความงามโดยรวม เลยได้ยินแต่เรื่องสัดส่วน ‘หน้ากลาง’ จากบอร์ดชุมชนออนไลน์เท่านั้น ฉันตกใจมากที่พวกเขาเปรียบเทียบคนดังสวยๆ กับวิธีนี้”
  • “ฉันได้ยินวลีนี้ครั้งแรกจากบอร์ดชุมชนออนไลน์”
  • “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความสวยของ YouTuber พวกเขามักจะพูดถึงบริเวณหน้าส่วนกลางเวลาแต่งหน้า ตอนนี้เราถูกล้างสมองเพราะพวกเขาพูดถึงมันมาก”
  • “ยิ่งคุณหมกมุ่นอยู่กับใบหน้าของคุณมากเท่าไหร่ ใบหน้าของคุณก็จะยิ่งยาวขึ้นเท่านั้น”
  • “คุณต้องตระหนักว่า ยิ่งคุณหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแบบนี้มากเท่าไร มันก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น”
  • “ว้าวไม่เคยรู้เลยว่าจะมีมาตรฐานสำหรับสิ่งนี้”
  • “ฉันก็มีสัดส่วนของใบหน้าที่ยาวปานกลางเหมือนกัน แต่ฉันก็รับได้กับใบหน้าของฉัน ฉันไม่เคยคิดที่จะแก้ไขมัน แต่อยากกำจัดไขมันส่วนเกิน”
  • “มันบ้ามากที่คิดว่าเรากำลังพูดถึงใบหน้าของเราราวกับว่ามันเป็นชิ้นเนื้อ มีคนดังในอเมริกาที่มีใบหน้ายาวและสบายดี”
  • “ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน.. ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้คนจะถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องนี้”
  • “ฉันรู้จักคนที่หมกมุ่นอยู่กับใบหน้าตรงกลางเหมือนกัน พวกเขายังหมกมุ่นอยู่กับดวงตาของพวกเขาด้วย”

คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับมาตรฐานความงามเหล่านี้

Photo: Pexels


Aesop ปักหมุดซิกเนเจอร์สโตร์สาขาแรกในไทย Thonglor 13 ตกแต่งศิลปะร่วมสมัยคงกลิ่นอายความเป็นไทย

Aesop ปักหมุดซิกเนเจอร์สโตร์สาขาแรกในไทย Thonglor 13 ตกแต่งศิลปะร่วมสมัยคงกลิ่นอายความเป็นไทย

คนรักงานผิวโปรดทราบ Aesop (เอสอป) แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำสุด Niche จากออสเตรเลีย เปิดตัว “Aesop Thonglor” (เอสอป ทองหล่อ) ซิกเนเจอร์สโตร์ แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ร้านเอสอป ทองหล่อ ซอย 13

Aesop ปักหมุด ซิกเนเจอร์สโตร์ สาขาแรกในไทย Thonglor 13 ตกแต่งศิลปะร่วมสมัยคงกลิ่นอายความเป็นไทย

โดยการออกแบบร้าน Aesop Thonglor คือเรือนไม้ที่แวดล้อมด้วยแสงและเงา ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร ผสานเข้ากับสไตล์การตกแต่งและออกแบบที่ทันสมัย โดยได้ Sher Maker Studio สตูดิโอสถาปนิกชาวไทยผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของการออกแบบสิ่งใหม่มาร่วมออกแบบในครั้งนี้ ทำให้ Aesop Thonglor ถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ของความเป็นไทยและแคว้นถิ่นใกล้เคียง

ภายในร้าน Aesop Thonglor ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนพื้นที่หลัก ซึ่งประกอบไปด้วยงานไม้จากเทคนิคต่างๆ ส่วนฝาผนังนั้นตกแต่งด้วยขวดแก้วสีอำพันเรียงรายอวดโฉมผลิตภัณฑ์จาก Aesop ละลานตา ทั้งสำหรับผิวหน้า ผิวกาย เส้นผม และสำหรับใช้ภายในบ้าน นับเป็นการผสมผสานงานฝีมือท้องถิ่นและศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากันอย่างลงตัว เปรียบดั่งการหลอมรวมชีวิตของผู้คนในชุมชนเข้าด้วยกัน โดยหนึ่งในรายละเอียดสำคัญคืออ่างล้างมือที่สร้างขึ้นจากหินแกรไนต์ชนิดเดียวกับที่นิยมใช้ในห้องครัวท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของร้าน เกิดเป็นความลื่นไหลของดีไซน์รอบด้าน อีกทั้งในส่วนของห้องฝาไหลจากเทคนิคของบ้านไทยโบราณที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ความเงียบและเป็นส่วนตัว กอปรกับประตูบานเลื่อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรือนไม้ทางภาคเหนือของประเทศไทย ที่ถูกประยุกต์ขึ้นเพื่อช่วยปรับโฉมให้ห้องแห่งนี้มีความสัมพันธ์กันระหว่างความสันโดษและความเปิดเผย ส่วนภายใต้ซุ้มคือตู้เก็บกลิ่นหอมด้วยคอลเล็คชั่นความหอมจาก Eaux de Parfum รวมถึงผืนผ้าสำหรับการบ่มเพาะความหอม

Catherine O’Dea, GM Strategy, Sustainability & Growth ตัวแทนของ Aesopกล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนดั่งนโยบายของเอสอป ที่มุ่งเน้นในการรักษาความสมดุลของวิทยาศาสตร์และศาสตร์ของธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน กลยุทธ์และความคิดสร้างสร้างสรรค์ของเอสอปจึงมีความพิถีพิถัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่จนเกิดความแข็งแกร่งและพร้อมจะเดินต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกเปิดสาขาใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ นับว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้เราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง”

Aesop Thonglor ซิกเนเจอร์สโตร์แห่งแรกในไทย และจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้คน ด้วยการสื่อสารผ่านหน้าร้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ศาสตร์ของการดูแลผิว และกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในแบบฉบับของเอสอป ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ถูกเรียงรายอยู่ภายในร้าน

พบกับซิกเนเจอร์สโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยและเสน่ห์ที่แฝงแนวคิดได้แล้ววันนี้ ณ Aesop Thonglor Signature Store ทองหล่อ ซอย 13


สกาย-สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ

เปิดโลกอีกใบของ สกาย-สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ ที่รู้จักแล้วจะหลงรัก

ถือเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเด็กกิจกรรม เล่นดนตรี รวมไปถึงความสามารถในด้านการแสดง “สกาย สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ”  หรือ ไม้ จากละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 หนุ่มขาว ตี๋ สุดน่ารัก ที่หลายคนเห็นความสามารถในการแสดงถึงขั้นต้องถามว่าหนุ่มน้อยคนนี้คือใคร อยากจะให้เปิดวาร์ปจนใจสั่น ซึ่งบอกเลยว่า น้องสกายไม่ได้พกพามาแต่ความน่ารัก แต่ยังมีความสามารถที่รอมัดใจแฟน ๆ อีกมากมาย ที่กล้าพูดเลยว่า ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเลย แน่นอน

 สกาย สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2544 อายุ 23 ปี สูง 180 น้ำหนัก 60 พื้นเพเป็นคนกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาจาก โรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต และ กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัย นอร์ทกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะ และยังได้รับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยอีกด้วย

สกายถือเป็นนักแสดงดาวรุ่งแต่ไม่ใช่ว่าขาดประสบการณ์เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยมีผลงานดังมากมายในฐานะนักแสดงเด็ก อาทิ มาลัยสามชาย ,เรือนกาหลง ,มือปราบเจ้าหัวใจ ,มือปราบพ่อลูกอ่อน และละครดังทางช่องสาม เรื่อง แค้นเสน่หา

สกาย-สุทธินันท์ เทียนสุวรรณ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 8 ซึ่ง หนุ่มสกาย นั้นถือว่าเป็นนักแสดงฝีมือดี อีกคนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย แม้ละคร ทายาทไหทองคำ จะเป็นเรื่องแรกของทางช่อง 8 สำหรับ สกาย แต่เขาก็ทำผลงานออกมาได้ดี จนคนดูทึ่งในฝีมือการแสดง และส่งคำชมให้ไม่ยั้ง ทั้งยังพากันอยากรู้ว่าเขาคือใคร

แต่นอกจาก เรื่องของผลงานการแสดงที่มากฝีมือนั้น เขาก็ยังเป็นหนุ่ม สายดนตรี มีความสามารถในด้านการเล่นกีตาร์ และ มือคีย์บอร์ดวง badbabyband ที่มีเวลาก็มักจะฟอร์มวงซ้อมดนตรีอยู่กับเพื่อนๆเสมอ แถมยังดูหลงใหลดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้เราได้เห็นโลกอีกใบของ หนุ่มสกาย และยังมีอีกหนึ่งความชื่นชอบของ สกาย กับกิจกรรมเล่นบาสเกตบอลเรียกได้ว่าเอาดีด้านกีฬาขนาดนี้ ก็ต้องอวด หุ่นแซ่บๆ นี้ ให้เราได้เห็นผ่านทางไอจี @skycoop บอกเลยว่าใครยังไม่ได้เข้าไปดู รีบตามไปกันด่วน เพราะรูปที่คุณเขาลง กล้าพูดได้เลยว่าคุณจะโดนตกไม่รู้ตัว นอกจากใบหน้า เป็นอาวุธที่ไว้มัดใจแฟน ๆ แล้ว อุปนิสัยของสกายยังมีความ อ่อนโยน เป็นธรรมชาติ มีมุมน่ารักๆ ทำเอาใครที่ได้ร่วมงาน นั้นต้องหลุดยิ้มไปตามๆ กัน เพราะ หนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เล่นมาก ใครที่ได้อยู่ใกล้เขาเป็นต้องสบายใจ กันไปถ้วนหน้า

เอาเป็นว่า ถ้าใครชื่นชอบหนุ่มน้อยคนนี้ สามารถติดตามชมผลงานได้ใน ละคร ทายาทไหทองคำ ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  และสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหว และทุกไลฟ์สไตล์ของสกายได้ที่ ในอินสตาแกรมได้ที่ skycoop_ และ Tiktok : skycoop_

ลวดลายเต็มใบ! เปิด 3 กระเป๋าผ้าแจ็คการ์ด Dior ของ จีซู BLACKPINK

หนึ่งในไอเท็มลูกรัก! เปิดดีเทล 3 กระเป๋าผ้าแจ็คการ์ด Dior ของ จีซู BLACKPINK

ก่อนไปเปิดดีเทลกระเป๋าทั้ง 3 ใบ เราอยากพาทุกคนมารู้จัก ผ้าแจ็คการ์ด (Jacquard) สักเล็กน้อย โดยนิยามแล้วคือเป็นผ้าที่มีลวดลายในตัว โดยใช้เทคนิคของเครื่องทอที่ทำให้ผ้าเกิดลวดลาย เหมือนกับ Dior ที่รังสรรค์ลวดลายเป็นสัญลักษณ์ CD เอกลักษณ์ประจำแบรนด์

Medium D-Vibe Bowling Bag

เริ่มต้นด้วยใบล่าสุดที่ทำให้อยากรวมกระเป๋าผ้าแจ็คการ์ดของจีซูนั่นคือ ‘Medium D-Vibe Bowling Bag’ ที่ปล่อยออกมาในคอลเล็คชั่นล่าสุด Fall 2024 ด้วยดีไซน์กระเป๋าโบว์ลิ่ง เพรียวบางและทันสมัย ความโดดเด่นนอกจากผ้าแจ็คการ์ดที่เป็นพระเอกแล้ว ก็อยู่ที่ชาร์มห้อยกระเป๋าที่สลักลาย Christian Dior Paris สีทองเอาไว้ สำหรับราคาอยู่ที่ 120,000 บาท

Medium DIOR KEY BAG

ต่อมา Medium DIOR KEY BAG กระเป๋าถือที่ฮ็อตสุดๆ เพราะ Sold out หมดเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยด้วยดีไซน์ที่ดูหรูหรา แต่ยังใช้ได้ในหลายโอกาสทั้งในชีวิตประจำวันและงานสำคัญ สำหรับความโดดเด่นของใบนี้ยกให้กับความเรียบง่ายแต่แฝงดีเทลอันละเอียดยิบไว้ในผ้าแจ็คการ์ด

Small CD Besace Bag

ใบสุดท้ายเอาใจสายลุย เพราะกวาดตามองรวมๆ แล้วยังไงใบนี้ก็ต้องขึ้นแท่น Everyday Bag เพราะมาในรูปทรงใหญ่ที่พร้อมจุของได้เยอะ อีกทั้งยังปรับสายสะพายให้กลายเป็น Crossbody ได้อีกด้วย รับรองว่าสะดวกต่อการใช้งานแน่นอน แต่ถึงอย่าง Dior ก็ยังไม่ทิ้งความหรูหราเพราะสัญลักษณ์ CD สีทองยังชวนสะดุดตาอยู่เสมอ


รูปภาพ: Instagram @sooyaa__

MANGO จับมือ Victoria Beckham ครีเอทแคปซูลคอลเลกชั่นใหม่ พร้อมปล่อยคอลเลกชันต้อนรับ SPRING/SUMMER 2024 เรียบ หรู สไตล์สาวแมงโก้

MANGO (แมงโก้) ขอต้อนรับฤดูกาล Spring/Summer 2024 ด้วยแคปซูลคอลเลกชันสุดพิเศษ Victoria Beckham x MANGO ที่ออกแบบโดยเซเลบริตี้และดีไซน์เนอร์คนดังชาวอังกฤษอย่าง วิคตอเรีย เบ็คแฮม ในคอลเลกชันนี้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้และอัตลักษณ์ของความเป็นผู้หญิงออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งการทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่น โดยได้หยิบยกสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์มาผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ

Victoria Beckham x MANGO เป็นคอลเลกชันที่ผสานระหว่าง ความหรูหรา คลาสสิก สไตล์อังกฤษอันไร้ที่ติของแบรนด์ Victoria Beckham และการออกแบบที่ร่วมสมัยแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดแห่งความพิถีพิถันตามแบบฉบับของ MANGO โดยคอลเลกชันนี้เน้นเรื่องของการตัดเย็บที่มีความพิถีพิถัน รวมถึงคุณภาพและดีไซน์ที่เรียบหรู มีทั้งชุด  เดรสสำหรับผู้หญิง เสื้อถักอเนกประสงค์ รวมถึงกระเป๋า เครื่องประดับ และรองเท้า ที่โดดเด่นจนต้องกลายเป็นสินค้า Must Have! ของฤดูกาลนี้ที่สาว ๆ ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า ซึ่งแคปซูลคอลเลกชันพิเศษนี้ เป็นคอลเลกชันล่าสุดหลังจากเคยได้ร่วมมือกับแบรนด์ ศิลปิน และผู้มีพรสวรรค์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น SIMONMILLER, Camille Charrière และ Pernille Teisbaek  สำหรับคอลเลกชัน Victoria Beckham x MANGO จะออกจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก วันที่ 23 เมษายนนี้ ซึ่งตรงกับช่วงวันเกิดปีที่ 40 ของแบรนด์ MANGO อีกด้วย (ในประเทศไทยวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน MANGO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และช่องทางออนไลน์เท่านั้น)

นอกจากนี้ MANGO ยังได้เปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชันสุดพรีเมียมอย่าง Selection Linen Collection ที่มายกระดับสไตล์การแต่งตัวของคุณได้อย่างลงตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าปูโต๊ะสไตล์วินเทจที่ใช้วัสดุหลักคุณภาพสูงอย่าง ผ้าลินิน ผ้ารามี และผ้าฝ้าย ตกแต่งด้วยลูกไม้ หนัง และวัสดุธรรมชาติ  โดดเด่นด้วยการตัดเย็บที่ประณีตและงานปักแฮนด์เมด มาในโทนสีมินิมอล อบอุ่น สบายตา ประกอบไปด้วย ชุดเดรส เสื้อเชิ้ตผ้าพลิ้ว เครื่องประดับหนัง ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่มาพร้อมกับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่บ่งบอกตัวตนของผู้หญิง เรียบง่ายแต่สง่างาม ถอดแบบมาจาก DNA ที่ชัดเจนของ MANGO นั่นเอง

ในขณะเดียวกัน MANGO ได้นำเสนอเสื้อผ้าคอลเลกชันที่เป็นทางการมากขึ้นสำหรับซีซั่น Spring/Summer 2024  โดยเน้นดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ MANGO ผ่าน 3 เฉดสีหลัก ได้แก่ สีน้ำเงิน (Klein) แสดงถึงความมีชีวิตชีวาและทรงพลังเบลนด์เข้ากับคู่สีคลาสสิคที่ไม่มีวันล้าสมัยอย่าง สีดำ และสีขาวได้อย่างลงตัว, สีแดง ที่ถ่ายทอดความร้อนแรงผ่านเฉดสีปาปริกา (Paprika) มีทั้งชุดสูทแบบเซ็ต 3 ชิ้น เดรสยาว และจั๊มสูท ประดับด้วยดอกไม้ทอลายนูน สร้างมิติอันน่าดึงดูดได้เป็นอย่างดี, สีชมพู (Bubble-gum pink) สัมผัสความอ่อนหวานสไตล์ลูกคุณหนู แมทช์กับโทนสีเบจ ครีม ขาว และน้ำตาล (Ecru) ที่มีทั้งชุดออกงานกลางคืนแบบเรียบหรูและพิมพ์ลาย รวมถึงสูท และกางเกงขายาวทรงกว้าง ในขณะที่ลายดอกไม้ขนาดใหญ่ และลายจุด (Polka dot) ที่เปรียบเสมือนเอกลักษณ์เฉพาะประจำซีซันนี้ของ MANGO นั้นยังคงอยู่ พร้อมให้คุณเฉิดฉายได้ในทุกงานสำคัญ

สำหรับแคปซูลคอลเลกชัน Victoria Beckham x Mango และ Selection Linen Collection รวมถึงเสื้อผ้าเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชันพิเศษ จะมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน MANGO ชั้น 1 โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และพบกับ MANGO Spring/Summer 2024 Collection ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน MANGO ทุกสาขา หรือ ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์  MANGO.com    

ชวิณ เจียรวนนท์

5 เรื่องราวเกี่ยวกับ ชวิณ เจียรวนนท์ ทายาทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)

เรียกว่าเป็นหนุ่มในวงการนักธุรกิจที่กำลังเป็นสนใจของโลกโซเชียลในขณะนี้เลยสำหรับ ชวิณ เจียรวนนท์ เพราะล่าสุดเขาตกเป็นข่าวความรักกับนักแสดงสาวแถวหน้าของประเทศไทย เบลล่า-ราณี แคมเปน หลังมีภาพร่วมทริปกันที่จังหวัดระยอง ซึ่งก็ทำให้หลายคนอยารู้จักกับหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก วันนี้ แพรว จึงขอรวบรวมเรื่องราวของทายาทนักธุรกิจใหญ่มาให้ได้ทราบกัน

ครอบครัวยืนหนึ่งมหาเศรษฐีไทย

ชวิณ เจียรวนนท์ หรือ วิล เป็นลูกชายของคุณทิวาลักษณ์ เจียรวนนท์ กับ บิ๊กขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด รวมถึง ประธานบริษัท ทรูพรอพเพอร์ตีส์ จำกัด และประธานสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด โดยในปี 2566 Forbes Thailand ได้จัดอันดับความมั่งคั่งของพี่น้อง เจียรวนนท์ ยืนหนึ่งมหาเศรษฐีไทยด้วย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท

ชวิณ เจียรวนนท์

การศึกษายังเริ่ด

ด้านการศึกษา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจากท็อปเท็นของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจในสหรัฐอเมริกา Kenan-Flagler Business School ของ University of North Carolina at Chapel Hill ใน 2 สาขาวิชาหลัก คือ ด้านเศรษฐศาสตร์ และการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะสาขาบริหารธุรกิจที่โฟกัสในด้าน Entrepreneurship และ Corporate Finance

เชี่ยวชาญด้านการลงทุน

การได้คลุกคลีกับนักธุรกิจมากประสบการณ์ แถมยังมีสายเลือดนักลงทุนที่ข้มเข้นทำให้ ชวิณ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเริ่มสนใจด้านการลงทุนตั้งแต่อายุ 22 ปี โดยในปี 2014 เขาได้ก่อตั้ง ‘2W Group’ จากนั้นได้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารกลุ่ม บลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ (Blueprint Forest Group) ธุรกิจบริหารจัดการเงินอิสระลงทุนของกลุ่มธุรกิจ Multi-family office พอร์ตการลงทุนของกลุ่มบลูพริ้นท์ ฟอเรสต์ ได้แก่ ไนน์ เบซิล (9 Basil) ลอสเลสแคปปิตอล (Lossless Capital) โอเพนฟอเรสต์ (Open Forest) และบลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ (Blueprint Forest) (ข้อมูลจาก : www.ryt9.com)

ชวิณ เจียรวนนท์

ทายาทซีพีที่บอกว่า “ผมไม่ใช่ซีพี”

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะมองว่าเขามีครอบครัวที่ดีที่สนับสนุน แต่ ชวิณกลับบอกว่า สิ่งที่ภูมิใจมาก คือ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการความทุ่มเทของตัวเอง และการเน้นย้ำตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจ ‘ทุกอย่างต้องให้ดีที่สุด’ และทุกครั้งเวลาต้องไปพรีเซ็นต์เพื่อร่วมลงทุน ชวิณจะบอกเสมอว่า ‘ผมไม่ใช่ซีพี ถ้าหวังว่า คุยกันแล้วจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับซีพี หยุดคุยกันได้เลย’ (ข้อมูลจาก : www.marketingoops.com)

ลือเป็นหวานใจ แม่นายเบลล่า

อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองได้โพสต์ภาพ เบลล่ามากินอาหารที่ร้าน แต่หลายคนตาไปสะดุดกับหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเขาคือ วิล-ชวิณ เจียรวนนท์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเป็นเพื่อนหรือหวานใจ ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไป

The Journey To RE/BiRTH: CASETiFY เส้นทางคืนคุณค่า เคสมือถือเก่า 84 ตัน ผ่านแคมเปญ Re/CASETiFY ครั้งใหญ่ทั่วโลก

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 “CASETiFY” แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี ก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และก้าวกระโดดสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ครองใจกลุ่มมิลเลนเนียล Gen Z และเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลก ความปังของแบรนด์ไม่เพียงได้มาด้วยความเก๋ที่แตกต่าง แต่ยังเป็นผลพวงที่มาจาก “พลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน” หนึ่งในหัวใจหลักของแบรนด์ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และเชื่อมโยงการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพเข้ากับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านแคมเปญRe/CASETiFY’ (รี/เคสทิฟาย) โครงการรีไซเคิลที่ปลุกชีวิตใหม่ให้กับเคสมือถือชิ้นเก่าให้มีคุณค่าในทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำว่า CASETiFY ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ แต่ยังเป็นตัวแทนของวิถีชีวิตที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

จุดเริ่มต้นของ Re/CASETiFY จากกล่องบริจาคเคสเก่า
โครงการ Re/CASETiFY เริ่มต้นจาก “กล่องบริจาค” ที่มีอยู่กว่า 40 สาขาในร้าน CASETiFY Studio ทั่วโลก ผู้ใช้งานสามารถนำเคสมือถือเก่ามาหย่อนใส่กล่องเหล่านี้ได้ตลอดเวลา โดยจะได้รับส่วนลดสำหรับใช้ซื้อสินค้าภายในร้านเป็นการตอบแทน สำหรับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ใกล้กับร้าน CASETiFY Studio ก็สามารถส่งเคสเก่าทางไปรษณีย์ไปยัง CASETiFY ที่กำหนดไว้ได้หลายแห่ง เพื่อให้แบรนด์นำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

เส้นทางสู่ชีวิตใหม่ของเคสมือถือเก่ส สู่ชั้นวางสินค้าใหม่อีกครั้ง
หลังจากผู้บริจาคหย่อนเคสมือถือลงกล่อง Re/CASETiFY ทาง CASETiFY ก็จะนำเคสเหล่านี้ไปยังโรงงานรีไซเคิลเพื่อย่อยและแยกชิ้นส่วนเป็น “เม็ดพลาสติก Re/CASETiFY” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเป็นอุปกรณ์เสริมใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น เคสมือถือ เคส AirPods และอีกมากมาย วางจำหน่ายทั้งทางออนไลน์ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก รวมถึงหน้าร้าน CASETiFY Studio เมื่อการรีไซเคิลพลาสติกเสร็จสิ้น ชิ้นส่วนโลหะหรือชิ้นส่วนที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ จะถูกแยกออกและกำจัดอย่างถูกวิธีเช่นกัน

การเดินทางที่เปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน
ความสำเร็จและผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ของโครงการ Re/CASETiFY ได้ถูกเผยแพร่ผ่านรายงานผลกระทบด้านความยั่งยืนประจำปี (Sustainability Impact Report) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ CASETiFY มุ่งมั่นตลอดมา สร้างความยั่งยืนให้กับโลกอย่างแท้จริง

  • ด้วยความพยายามด้านรีไซเคิลทั่วโลกของโครงการ Re/CASETiFY ทำให้พลาสติกกว่า 84,000 กิโลกรัม ไม่ต้องถูกทิ้งโดยการฝังกลบ และได้รับชีวิตใหม่ผ่านกระบวนการ Upcycling และนำกลับมาใช้เป็นวัสดุในการผลิตอุปกรณ์เสริมใหม่
  • CASETiFY บริจาคเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับองค์กรพันธมิตร EARTHDAY.ORG ทุกครั้งที่มีการจำหน่ายสินค้าประเภท Sustainable Products ซึ่งส่งผลให้มีการปลูกต้นไม้ใหม่คืนสู่ธรรมชาติไปแล้วทั้งสิ้น 463,406 ต้น คิดเป็นการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ เทียบเท่ากับ 22,243,488 ปอนด์
  • ด้วยพันธกิจด้านการรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ CASETiFY มุ่งมั่นให้ CASETiFY Studio ทุกสาขา มีกล่องบริจาคเคส Re/CASETiFY เพื่อให้ลูกค้าบริจาคเคสมือถือ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกให้ผู้บริโภคดูแลเคสมือถือที่ไม่ต้องการใช้แล้วอย่างต่อเนื่อง
  • ภายในสิ้นปี 2022 ผลิตภัณฑ์ CASETiFY 80% ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับปี 2021 โดยในปี 2023 CASETiFY ภูมิใจประกาศว่า บริษัทฯ สามารถใช้ทรัพยากรรีไซเคิล 100% ในทุกหมวดหมู่สินค้า ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์แล้ว

ฉลองเดือนคุ้มครองโลกด้วยศิลปะและความยั่งยืน
CASETiFY ยังตอกย้ำแนวคิด “ความคิดสร้างสรรค์ไม่หยุดยั้ง” ด้วยกิจกรรมเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ในปีนี้ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2567 ด้วยการลุยจัดกิจกรรมที่ผสมผสานศิลปะและความยั่งยืนเข้าด้วยกันในทั่วโลก ตลอดทั้งเดือนเมษายน 2567 โดยมีศิลปินและนักออกแบบชื่อดังจากทุกมุมโลกได้รับเชิญให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะขนาดใหญ่จากเม็ดพลาสติก Re/CASETiFY เพื่อจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะ และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ CASETiFY ในการสนับสนุนศิลปิน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การจัดแสดงศิลปะเหล่านี้ไม่เพียงดึงดูดสายตา แต่ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงชุมชน สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับธรรมชาติในวันคุ้มครองโลกอีกด้วย

กิจกรรม Earth Day ของ CASETiFY จะถูกจัดขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา นำเสนอประสบการณ์พิเศษของงานศิลปะและเทคโนโลยี ร่วมกับ Wade and Leta สตูดิโอออกแบบชื่อดัง ออสเตรเลีย จับมือ Eva บริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สุดล้ำ จัดแสดงโซฟาเดย์เบดที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก Re/CASETiFY สะท้อนทั้งความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งาน เกาหลีใต้ เปิดตัวผลงานศิลปะขนาดใหญ่จากศิลปิน Youngmin Kang, Dayoung Hwang และ Surin Kim ที่ศูนย์ศิลปะ Seoul Arts Center และ จีน จัดโชว์งานศิลปะกลางแจ้งร่วมกับ Zhou Yi Sun ศิลปินผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ ที่หาดอารัญหย่า ชิงเต่า (Aranya Beach, Qinhuangdao) เพื่อมอบโอกาสพิเศษในการเชื่อมโยงกับศิลปะและปล่อยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ท่ามกลางธรรมชาติ

CASETiFY ประเทศไทย ชวน #WalkWithReCASETiFY เดินไปกับรองเท้าแตะรีไซเคิล “Re/CASETiFY Sandals” ฝีมือชุมชนชาวปัตตานี นับตั้งแต่เปิด CASETiFY Studio แห่งแรกในไทยเมื่อกันยายน 2022 มีผู้เข้าร่วมโครงการ Re/CASETiFY นับหมื่นคนนำเคสมือถือเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาหย่อนลงกล่อง Re/CASETiFY ที่ CASETiFY Studio กว่า 10,000 ชิ้น ทั้งที่สาขา CentralWorld และ Emsphere ในปีนี้ CASETiFY ประเทศไทย จึงบรรเจิดไอเดียเก๋ นำเคสมือถือเก่าเหล่านี้ไปแปรรูป (Upcycle) เป็น รองเท้าแตะ “Re/CASETiFY Sandals” จำนวน 500 คู่ ร่วมกับ โครงการรองเท้าทะเลจร (Tlejourn Shoes) ซึ่งเป็นโครงการแบบไม่หวังผลกำไรที่เปลี่ยนขยะจากทะเลเป็นพื้นรองเท้า บนความร่วมมือระหว่างอาสาสมัครกลุ่ม Trash Hero นักวิทยาศาสตร์ด้านพอลิเมอร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี แบรนด์แฟชั่นดีไซน์ และชุมชนชาวปัตตานี โดยรองเท้าแตะ “Re/CASETiFY Sandals” 1 คู่ ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนจากเคสมือถือเก่า 7 เคส และขยะจากทะเลกว่า 20 กิโลกรัม เท่ากับว่ารองเท้า Re/CASETiFY Sandals ทั้ง 500 คู่นี้ ได้ช่วยลดขยะในท้องทะเลถึง 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) เลยทีเดียว และทุกคนก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้ เพียงหย่อนเคสเก่าที่ร้าน CASETiFY Studio ทั้งสองสาขา รับส่วนลดทันที 10% สำหรับการซื้อสินค้า CASETiFY (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และเพื่อเป็นการขอบคุณ CASETiFY ประเทศไทย ชวนรับรองเท้า Re/CASETiFY Sandal ฟรี 1 คู่ เมื่อหย่อนเคสเก่า ซื้อเคสใหม่ ตั้งแต่ 18 เมษายน 2567 เป็นต้นไป หรือจนกว่าของจะหมด

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Re/CASETiFY ช้อปอุปกรณ์ตกแต่งไอทีรีไซเคิล และรองเท้าแตะ Re/Birth Re/CASETiFY ได้ทางแอปพลิเคชั่น casetify.com/co-lab, และที่ CASETiFY Studio ทุกสาขา


พัคมินยอง

พัคมินยอง ออนนี่แห่งชาติ ตกแฟนไทยรอบที่ล้าน สวย จึ้ง ปังเกิน

พัคมินยอง ออนนี่แห่งชาติ ตกแฟนไทยรอบที่ล้าน สวย จึ้ง ปังเกิน ในงาน 2024 PARK MIN YOUNG ASIA FANMEETING [MY BRAND NEW DAY] in Thailand

ทำถึงเกินคุณน้า!! สำหรับงานแรกในการจับมือกันของ 2 ผู้จัดพาร์ตเนอร์มากฝีมือ สุดสัปดาห์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ภายใต้ Amarin Media & Event ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป และ Bee Good Entertainment ที่นำทีมโดย บอย-ปกรณ์, หน่อง-ธนา และภัทร์ ฉัตรบริรักษ์ กับการพานักแสดงสาวมากความสามารถจากประเทศเกาหลีใต้ “พัคมินยอง” (Park Min Young) พี่สาวคนสวย ออนนี่แห่งชาติ ลัดฟ้ามาพบปะแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ใน 2024 PARK MIN YOUNG ASIA FANMEETING [MY BRAND NEW DAY] in Thailand ที่จัดขึ้นในวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

พัคมินยอง

ขึ้นชื่อว่าครั้งแรก แน่นอนว่างานครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยความ “พิเศษ” ที่ “พัคมินยอง” เตรียมเอาไว้เพื่อแฟนๆ ชาวไทย ความพิเศษแรกคือ Special Gifts ที่อัดแน่นไปด้วยของขวัญที่เธอตั้งใจทำมาอย่างดี รวมถึง Fan Benefit ที่เข้าถึงผู้ชมทุกที่นั่ง จนแฟนๆ ยกให้เป็นอีกหนึ่งงานคุณภาพ

แค่เริ่มต้นก็ทำถึงทั้งทึ่ง จึ้ง ปัง! แต่ความพิเศษที่ทำให้แฟนๆ หอบความประทับใจกลับบ้านคือ ณ เวลาต่อจากนี้ กับการเริ่มต้นของงาน 2024 PARK MIN YOUNG ASIA FANMEETING [MY BRAND NEW DAY] in Thailand อย่างเป็นทางการ ที่ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเต็มอัดแน่นไปด้วยมวลแห่งความสุข สนุก และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ที่ “พี่สาวมินยอง” หรือ “มินยองออนนี่” จัดมาเซอร์วิสแฟนๆ อย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการแสดง โชว์ทั้งพาร์ตการร้องและการเต้น ที่เธอทุ่มเวลาฝึกซ้อมมาเพื่อวันนี้ กับเพลง 연극 Ost. จากซีรีส์ Marry My Husband, You & Me และ Flowers ซึ่งแต่ละเพลงถือเป็นพาร์ตใหม่ๆ ที่เธอได้แสดงให้แฟนๆ ได้เห็นเป็นครั้งแรก

ทางด้านกิจกรรมสันทนาการ “ดีเจนุ้ย” ผู้รับมอบหน้าที่ดำเนินรายการ ก็พาแฟนๆ ขำตัวโยกกับการละลายพฤติกรรมให้ “พี่สาวมินยอง” และแฟนคลับชาวไทยได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นที่ช่วง MIN YOUNG DAY ที่เปิดด้วยการให้ “มินยองออนนี่” ได้เรียนภาษาไทยแบบเร่งรัดกับ 3 ประโยคเด็ด! “จึ้งมาก ปังมาก โฮ่งมากคุณน้า” ก่อนจะไปต่อกันที่การแชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันของเธอให้แฟนๆ ได้ฟัง จาก 3 รูปภาพที่เธอคัดมาแล้วว่าต้องแชร์! และยังปิดท้ายพาร์ตนี้กับการโชว์ร้องเพลงสุดฮิตอย่างเพลง พี่ชอบหนูที่สุดเลย (I Like You The Most) มาร้องให้แฟนๆ ฟังกันสดๆ อีกด้วย

ไปต่อกับช่วง DAY by DAY Drama ที่ “พี่สาวมินยอง” มาเล่าเกี่ยวกับเบื้องหลังผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดของเธอที่เรียกว่าโดนใจแฟนๆ ชาวไทยสุดๆ อย่าง Marry My Husband ซึ่งตลอดระยะเวลาในการฟังเธอเล่า แฟนๆ ต่างก็มีรีแอ็กชั่น ทั้งหวีดจนเสียงหลง ทั้งหัวเราะไปกับเรื่องราวเบื้องหลัง และยิ้มไปกับการได้เห็นถึงความพยายามเป็นตัวละครของเธอผ่านรูปภาพที่แชร์ออกมา และสำหรับพาร์ตนี้ “พี่สาวมินยอง” ยังได้สร้างความทรงจำกับแฟนๆ ด้วยการสุ่มแฟนคลับผู้มีแต้มบุญสูงสุดๆ ขึ้นมาถ่ายภาพเลียนแบบฉากต่างๆ ในซีรีส์ร่วมกันอีกด้วย

ความพิเศษที่ “มินยองออนนี่” ตั้งใจมอบให้แฟนๆ ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเธอยังมีช่วง Ask About M.Y ที่เธอตอบคำถาม Q&A จากแฟนๆ ก่อนจะชวนทุกคนสนุกไปกับเกม Balance Game ที่แฟนๆ ต้องตอบคำถาม XO เพื่อทายใจเธอ จนได้ผู้โชคดีขึ้นมาร่วมถ่ายรูปกับเธอ ซึ่งตอนนี้เองที่พี่สาวมินยองได้ประจักษ์กับตนเองแล้วว่าแฟนคลับของเธอในประเทศไทยมี ทุกเพศทุกวัย ทั้งแฟนบอย แฟนเกิร์ล และแฟนๆ วัยรุ่นฟันน้ำนมอีกด้วย ก็เล่นน่ารักแถมยิ้มได้ละลายใจขนาดนี้ ใครจะไปต้านความน่ารักของเธอได้ไหว

ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอคงเป็นคำที่แฟนๆ ชาวไทยอยากมอบให้กับสาว “พัคมินยอง” ในงานนี้ เพราะได้เห็นถึงพาร์ตความตลก น่ารัก และยังสวยสะกดสายตาแบบที่มองด้วยตาเนื้อได้เพลินสุดๆ แถมเธอยังเก่งสุดๆ ที่ทั้งสามารถร้อง เต้น ที่ทำได้ดีไม่แพ้การแสดง ซึ่งแฟนๆ ชาวไทยก็ได้แสดงออกถึงความรักที่มีต่อเธอทั้งการทำ Video Fanmade และชูป้ายข้อความสุดแสนอบอุ่นให้กับเธอ

ด้านสาว “พัคมินยอง” ก็เตรียมคำขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยมาเช่นกัน เป็นข้อความที่เธอตั้งใจเขียนและนำมาอ่านให้แฟนๆ ฟังด้วยตนเอง

“ฉันชอบประเทศไทยมาก เพราะอบอุ่น สวยงาม และมีแต่ความสงบค่ะ ครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางมาเที่ยวแต่ฉันได้มีแฟนมีตติ้งที่เมืองไทยค่ะ ซีรีส์เรื่อง Marry My Husband มีความหมายกับฉันมากจริงๆ ค่ะ หนึ่งในนั้นคือซีรีส์จบลงอย่างสวยงาม และการที่ได้มาพบกับแฟนๆ ของฉันด้วยตัวเองนั้น ฉันก็อยากจะบอกว่า ฉันรู้สึกขอบคุณและได้รับกำลังใจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ค่ะ วันนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเลยค่ะ บางทีนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ฉันรอคอยมานานแล้วก็ได้เหล่าคงอัล (Kongal) และแฟนๆ ของฉันที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ! ในอนาคตฉันจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังกับการแสดงในฐานะนักแสดงของฉันค่ะ เพราะคติประจำใจของฉันคือ การมอบความจริงใจอยู่เสมอ ฉันหวังว่าความจริงใจของฉันจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดีในวันนี้ และฉันขอฝากคำทักทายถึงทุกคนผ่านจดหมายฉบับนี้ ขอบคุณและรักพวกคุณทุกคนค่ะ”

เป็นจดหมายถึงแฟนคลับที่อ่านแล้วต้องยิ้มตาม เรียกว่าปิดท้ายงาน 2024 PARK MIN YOUNG ASIA FANMEETING [MY BRAND NEW DAY] in Thailand ได้อบอุ่นและประทับใจอย่างถึงที่สุด!

โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชม.

ไม่ใช่แค่ท้องเสีย! อาการและอาหารที่ควรระวังเสี่ยงเกิด ‘โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน’

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หากใครมีอาการท้องเสีย ก็อย่าชะล่าใจ ลองสังเกตตัวเองจะได้รักษาให้ถูกอาการ ซึ่ง โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน หรือการถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชม. และมีอาการมานานไม่เกิน 7 วัน อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว ซึ่งบทความนี้ได้อธิบายอาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันเอาไว้อย่างละเอียด สำหรับนำไปสังเกตตนเองและคนรอบข้าง หากมีอาการดังกล่าวจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว หรือได้รับพิษของแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหาร เป็นต้น

อาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ เป็นมูก หรือมีเลือดปน
  • ปวดท้อง ปวดบีบเกร็ง หรือ ปวดบิดๆในท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ไข้ ปวดเมื่อยตัว ปวดหัว
  • อาการของการขาดน้ำ ได้แก่ ปากแห้ง เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม ชีพจรเต้นเร็ว

สาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • สาเหตุที่พบได้บ่อยในโรคอุจจาระร่วง ได้แก่ การติดเชื้อ และได้รับพิษจากแบคทีเรียในอาหาร
  • การติดเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ โรต้าไวรัส (Rotavirus) โนโรไวรัส (Norovirus) แบคทีเรีย โปรโตซัว พยาธิ

นอกจากนั้นยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่การติดเชื้อ ได้แก่ การกินอาหารรสจัด หรืออาหารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองของระบบทางเดินอาหาร ภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง การได้รับยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยารักษาเบาหวานบางชนิด ยารักษาโรคเก๊าท์ ยาระบาย

อาหารที่อาจเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • อาหารที่กินโดยไม่ผ่านการปรุงสุก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ดิบ อาหารทะเล
  • ผักสด และผลไม้ ที่ไม่ได้ล้างให้สะอาด
  • นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • อาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือ พิษของเชื้อ

วิธีดูแลตัวเองหรือคนใกล้ชิดเมื่อมีอาการอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

  • ดื่มน้ำเกลือแร่ โดยจิบบ่อยๆ เป็นระยะ หากมีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง เพื่อชดเชยภาวะการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย
  • รักษาด้วยยาตามอาการ ได้แก่ ยาแก้ปวดบิดเกร็งในช่องท้อง ยาแก้คลื่นไส้ หรืออาเจียน ยาลดอาการท้องร่วง ยาแก้ไข้
  • รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อาจมีความจำเป็นในบางราย ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ก่อน
  • กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด รสจัด อาหารมัน
  • ควรไปพบแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีไข้ หรืออุจจาระมีเลือดปน หรือมีอาการของการขาดน้ำ ได้แก่ เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม ร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะแทรกซ้อนของอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ได้แก่ ผู้ป่วยอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ

วิธีป้องกันโรคอุจจาระร่วง

  • กินอาหารปรุงสุก และสะอาด
  • กินผักสด และ ผลไม้ ที่ผ่านการล้างอย่างสะอาดเท่านั้น
  • ล้างมือด้วยสบู่ ก่อนกินอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำเสมอ

ข้อมูล: พญ.จิตราภา แสนโภชน์ อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลนวเวช
ภาพ: Pexels


เนเน่-พรนับพัน

10 เรื่องไม่ลับแต่อาจไม่รู้ของ เนเน่-พรนับพัน ไอดอลผู้เปล่งประกาย

10 เรื่องไม่ลับแต่อาจไม่รู้ของ เด็กสาวผู้พาชีวิตมาไกล เนเน่-พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ จากศิลปินผู้ล่าฝันในรายการ “ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย” สู่ไอดอลผู้เปล่งประกาย

เป็นศิลปินสายเลือดไทยที่โด่งดังและอยู่ในความนิยมของแฟนคลับอย่างมาก โดยเฉพาะที่ประเทศจีน สำหรับ Nene Zheng Nai Xin (เนเน่ เจิ้งหน่ายซิน) หรือ เนเน่–พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ อดีตสมาชิกวง ‘BonBon Girls 303’ ที่แม้ตอนนี้จะเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวแต่ก็ยังได้รับความนิยมจากแฟนๆ โดยนอกจากงานเพลงที่แฟนๆ คุ้นชินแล้ว เธอยังมีผลงานด้านการแสดง ไม่เพียงเท่านั้นล่าสุด เนเน่ ตกเป็นฮ็อตเสิร์ชหลังตกเป็นข่าวความรัก กับพระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ซึ่งทั้งคู่เคยร่วมงานกันในซีรีส์เรื่อง คั่นกู แม้ในตอนนั้นจะไม่ได้คู่กัน แต่ตอนนี้ก็คู่กันแล้วจ้า

10 เรื่องไม่ลับแต่อาจไม่รู้ของ เนเน่-พรนับพัน ไอดอลผู้เปล่งประกาย

1.ประวัติ เนเน่ : เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 เห็นหน้าใสๆ เด็กๆ  แบบนี้แต่ที่จริงเธออายุ 26 ปีแล้ว เธอจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน เคยศึกษาที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รวมถึงเคยศึกษาใน สาขาการออกแบบสื่อสร้างสรรค์ ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และ สาขาวิชาอัญมณีและเครื่องประดับ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

2.ชื่อหลากหลาย : นอกจาก “พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์” ซึ่งเป็นชื่อจริง และชื่ออื่นๆ  เนเน่ พรนับพัน, เนเน่ Milkshake, เนเน่ AF ที่แฟนคลับชาวไทยเรียกกันแล้วเธอยังมีชื่อที่แฟนคลับจีนเรียกกันด้วยว่า “เจิ้งหน่ายซิน” (Zheng Naixin)

เนเน่-พรนับพัน

3.กว่าจะเป็นเนเน่ : “เนเน่” เคยเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 10 และอดีตสมาชิกวง Milkshake ภายใต้สังกัด Hola Society ในเครือ GMM Grammy จากประเทศไทย ที่มีผลงานเรื่องคุณแม่วัยใส รับบทเป็น “ฝน” ไพลิน พิณทะณาวรรณ และผลงานในซีรีส์เรื่อง ‘เพราะเราคู่กัน 2gether The Series รับบทเป็นพี่แอร์ รุ่นพี่ชมรมดนตรีของไทน์  (รับบทโดยวิน เมธวิน)

4. ดวงรุ่งมากความสามารถ : “พรนับพัน” มาประกวดในรายการนี้ในนามของเด็กฝึกจากค่าย HuaYing นอกจากใบหน้าน่ารักที่เด่นชัดแล้ว เธอได้โชว์พลังเสียงในเพลง “Best part ”  นั่นทำให้ผู้คนในห้องส่งรู้สึกประทับใจเธอมากๆ ขนาดที่ว่าโค้ชหวงจื่อเทาออกปากชมโดยเขาบอกว่าเสียงของเธอเหมือนกับแผ่นซีดีมันให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากๆ และเขาก็มักจะชอบเปิดเพลงแนวนี้ในตอนเช้าเสมอ มันเจ๋งและทำให้เขาประทับใจมากๆ

เนเน่-พรนับพัน

5.คติประจำใจ : “ทำให้ดีที่สุด”โดยเนเน่เคยให้สัมภาษณ์ว่า “เน่รู้สึกว่าผลงานทุกอย่างที่ออกมาจากน้ำมือเรามันคือชิ้นงานของเน่ คือชื่อเน่ ฉะนั้นเน่ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วเน่ไม่อยากให้คนอื่นผิดหวังในตัวเน่ เขารอเรา รอผลงานเรา เขาก็ต้องมีความหวังในตัวเรา เน่ไม่ชอบให้ใครผิดหวัง ก็เลยต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ”

6. รับและให้ต่อ : บนเส้นทางสายบันเทิงนี้เนเน่ไม่ได้เดินทางอย่างราบรื่น ตลอดทางเธอเจอกับเส้นทางที่คดเคี้ยวไม่น้อย หลายครั้งที่รู้สึกเฟลแต่ก็ได้กำลังใจดีๆ จากคำพูด “ฉันติดตามคุณอยู่นะ” ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ดังนั้นจึงอยากใช้เพลงของเธอเยียวยาหัวใจคนที่กำลังอ่อนแอให้รู้สึกดีเหมือนกับที่เธอเคยได้รับมา เธอจึงตั้งใจทำผลงานทุกชิ้นออกมาให้ดีที่สุด

7. เคล็ดลับการคุมน้ำหนัก : เนเน่เล่าว่า “ช่วงไหนต้องคุมน้ำหนักก็ทำอาหารกินเองบ้างนะคะ หรือตอนก่อน
ถ่ายซีรี่ส์ วันหนึ่งกินแค่กล้วย 1 ลูกกับขนมปัง 1 แผ่น กินแบบนั้นทุกวัน เราชอบกินอะไรซ้ำ ๆ ซึ่งไม่ดีกับร่างกายนะคะ แต่มันเป็นความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ที่ต้องทำค่ะ”

8.หญิงสาวผู้ไม่โรแมนติก : “เน่ไม่โรแมนติกค่ะ แต่น่ารักนะ (หัวเราะ) คือไม่ได้ขนาดที่ว่าวันครบรอบหรือวันวาเลนไทน์ต้องทำอะไรพิเศษ เน่จะไม่ค่อยโฟกัสวันเหล่านี้เท่าไหร่ สมมติถ้ามีแฟน ก็ให้ความสำคัญทุกวันอยู่แล้วค่ะ”

9.ฝันให้ไกลไปให้ถึง : “อย่างที่รู้กันว่าวงการนี้ไม่เสถียร ถ้าวันหนึ่งที่ผลงานของเราไปถึงจุดที่เป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับ นั่นแหละคือสิ่งที่เน่เรียกว่าความสำเร็จ ตราบใดที่เน่ยังรู้สึกว่าไปไม่ถึงคำว่าซูเปอร์สตาร์ เน่ก็ยังไม่หยุดแน่นอนค่ะ ซึ่งภาพซูเปอร์สตาร์ในแบบเน่คือ“วันที่ผลงานเป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับในระดับโลกค่ะ

10.ตอนนี้เธอมียอดผู้ติดตามใน IG @nenevader ประมาณ 1.5 ล้านคน ถือได้ว่าเป็นสาวน้อยที่กำลังมาแรงมากๆ ในขณะนี้เลยทีเดียว

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

รองเท้าฟีเวอร์! ซูมอินสนีกเกอร์ Roger Vivier ในซีรีส์ Queen of Tears

ถึงจะไม่มี ‘แบคฮยอนอู’ ในชีวิตจริงก็ขอมี ‘รองเท้า’ เหมือนกันก็ได้! สนีกเกอร์ Roger Vivier ใน Queen of Tears กลายเป็นไวรัลจนคนแห่ไปซื้อตาม

แสนดีขนาดนี้เลยอยากให้มี ‘แบคฮยอนอู’ ในชีวิตจริงสักคน หากใครเป็นแฟนซีรีส์ Queen of Tears เห็นภาพข้างล่างแล้วคงจำซีนประทับใจนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อพระเอกของเราเห็น คิมจีวอน สวมรองเท้าไม่สบาย ก็ลงทุนเปย์คู่ใหม่ให้เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นฉากที่ทำให้หลายคนละเมอเพ้อพกไปตามๆ กัน

แน่นอนว่ากระแสที่เกิดขึ้นในฉากนี้ไม่ได้เป็นในทางที่ดีเฉพาะซีรีส์ แต่แบรนด์รองเท้าหรูอย่าง Roger Vivier ก็เหมือนได้เพิ่มฐานลูฏค้าเช่นกัน เพราะหลายคนเมื่อเห็นคิมจีวอนใส่แล้วจึงอยากสวมตาม จนทำให้เกิดการรีวิวบอกต่อในโซเชียลว่ารองเท้าคู่นี้ใส่สบายเหมือนกับแบคฮยอนอูบอกจริงๆ โดยรุ่นดังกล่าวมีชื่อว่า วิฟ’ รัน ไลท์  (Viv’ Run Light) นั่นเอง

โดยวิฟ’ รัน ไลท์ (Viv’ Run Light) ในคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2023 คู่นี้ ได้รับการต่อยอดความสำเร็จของรองเท้าวิฟ’ รัน โดยยังคงเอกลักษณ์สำคัญทั้งหมดเอาไว้ ทั้งส้น ช็อก บัคเคิลสี่เหลี่ยมและความสูง 75 มิลลิเมตรที่แอบซ่อนอย่างแยบยล วิฟ’ รัน ไลท์ นั้นโดดเด่นและแตกต่างที่ รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดวงจันทร์และการเดินทางของดวงดาว โดยส้นรองเท้ามีดีไซน์ลวดลายคล้ายดวงดาว และมีน้ำหนักที่เบาขึ้น เสมือนการเดินทางบนอวกาศ


ข้อมูล: Roger Vivier

ควอนตั้ม เฮลท์เเคร์ (ไทยเเลนด์) ฉลอง 9 ปี พร้อมมอบรางวัลยกระดับคลินิกสถาบันความงาม

บริษัท ควอนตั้ม เฮลท์เเคร์ (ไทยเเลนด์) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาล คลินิกความงามชั้นนำของเมืองไทย  ภายใต้การบริหารงาน นายเซอค ซังยุบ (Mr.Seok Sangyup) Chief Executive Officer และผู้บริหารหญิงชาวไทยที่มีวิสัยทัศน์อันเฉียบคม นางสาวอุมาภรณ์  เมธเมาลี (Ms.Umaporn  Methmaolee) Aesthetics Business Unit Director บริษัท ควอนตั้ม เฮลท์เเคร์ (ไทยเเลนด์) จำกัด ได้จัดงานตอกย้ำศักยภาพและความสำเร็จสร้างปรากฏการณ์สุดอลังการฉลอง 9 ปี The 9th Iconical Years Awards Party Come A Long Way And Go on โดยมี  นายยอง จิน ปาร์ค (Mr.Young Jin Park) Chief Sales Officer of Classys ให้เกียรติเดินทางมาร่วมในงานครั้งนี้  ซึ่งเป็นการมอบรางวัลยกระดับคลินิกสถาบันเสริมความงามที่ได้รับมาตรฐานของไทย และเป็นการขอบคุณกลุ่มโรงเรียนแพทย์,โรงพยาบาล,  คลินิกผิวพรรณและความงามชั้นนำของไทยที่ให้การสนับสนุนในความสำเร็จด้วยดีเสมอมา พร้อมเปิดตัวเครื่องใหม่ล่าสุด Volnewmer (วอลนิวเมอร์) เพื่อตอบโจทย์ฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอ่อนวัยเห็นผลลัพธ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ

โดยในงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแพทย์ Speaker ชื่อดังระดับประเทศร่วมพูดคุยบนเวที อาทิ ดร.พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา, ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ. นิวัติ พลนิกร,นายแพทย์วิชัย  หงส์จารุ และศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา พร้อมทั้งคุณหมอชื่อดังมารับรางวัลในงานครั้งนี้ นำทีมโดย หมอต่อ-นพ.ภาณุพงศ์  ภัทรกุลทวี,หมอริท (ริท เดอะสตาร์) นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช, หมอกลาง-นพ.ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค ฯลฯ ร่วมด้วยศิลปิน-นักแสดงที่มามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี นำโดย เจมส์ จิรายุ, วิว วรรณรท, จุง อาเชน,  มิว ศุภศิษฏ์ โชว์มินิคอนเสิร์ตจาก  ไอซ์ พาริส  ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเหล่าผู้บริหารจากคลินิกชั้นนำ อาทิ แพทย์หญิงพิมพิดา วรัญญูรัตนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLC Group  และที่ฮือฮาโชว์เครื่องประดับชุดใหญ่มูลค่า 100 ล้านจากสุรีย์พร คลินิก ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ราชประสงค์

ทำความรู้จัก 'คาร์โนซีน' สารอาหารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง

ทำความรู้จัก ‘คาร์โนซีน’ สารอาหารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง

แม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ เพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคกันมากขึ้น แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่า “สมอง” ก็เป็นอวัยวะที่ต้องการการบำรุงเช่นกัน วันนี้จะพาไปทำความรู้จัก ‘คาร์โนซีน’ สารอาหารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง 

จากข้อมูลของกรมการปกครอง ในเดือนกันยายน ปี 2566 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี จำนวน 13,043,793 คน หรือคิดเป็น 19.74% ของประชากรทั้งประเทศ 66,061,517 คน ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ โดยประชากรกลุ่มผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และภาวะทุพพลภาพต่างๆ 

ปัญหาหนึ่งของสังคมสูงวัย คือการลดลงของสัดส่วนจำนวนประชากรวัยทำงานที่รองรับผู้สูงอายุหนึ่งคน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการของผู้สูงอายุที่ประชากรวัยทำงานต้องแบกรับนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชากรเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ และการยืดอายุขัยของประชากรพร้อมสุขภาพที่ดี จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมในอนาคต

ซึ่งผลการวิจัยจำนวนมากระบุว่า ‘คาร์โนซีน’ (Carnosine) ซึ่งเป็นไดเปปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนสองชนิดมารวมกัน มีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของสมองส่วนหน้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผล การตัดสินใจ ความคิด กระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท เพิ่มสมาธิและการจดจ่อ รวมถึงชะลอความเหนื่อยล้าของสมองและช่วยลดความกังวล แม้ร่างกายจะสามารถสร้างคาร์โนซีนได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการสร้างคาร์โนซีนอาจลดน้อยลง นอกจากนี้ ร่างกายสามารถรับคาร์โนซีนจากการบริโภคเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลา ไข่ เท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถพบคาร์โนซีนในพืช

นอกจากกินอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพของสมองแล้ว เรายังควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการกินอาหารในกลุ่มโภชนาการหลักให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งทำจิตใจให้แจ่มใส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดโอกาสของความเจ็บป่วยและชะลอความเสื่อมของร่างกายได้อย่างยืนยาว

ข้อมูล: ดร.ฮิโรชิ วาตานาเบ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านงานวิจัย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เอเชีย แปซิฟิก ได้บรรยายในงานวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 17 เรื่อง “โภชนาการเพื่อความเสมอภาคและยั่งยืน”
ภาพ: Pexels


Breathe Pilates เปิดตัวหลักสูตรฝึกอบรมผู้สอน STOTT PILATES® ในกรุงเทพฯ

Breathe Pilates (บรีธ พิลาทิส) สตูดิโอพิลาทิสอันดับ 1 จากสิงคโปร์ เปิดให้บริการหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับผู้สอนพิลาทิสอย่างเป็นทางการแล้วที่กรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์ฝึกอบรม STOTT Pilates ชั้นนำในสิงคโปร์และกรุงเทพฯ  โดย Breathe Pilates มุ่งมั่นในการให้บริการที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยการฝึกอบรบที่ครบวงจรสำหรับผู้สอนพิลาทิส

ในฐานะศูนย์ฝึกอบรมผู้สอน STOTT Pilates ทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ Breathe Pilates เปิดสอนหลักสูตรการฝึกอบรมผู้สอนพิลาทิสโดยใช้ภาษาไทยเป็นแห่งแรก และแห่งเดียวในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับผู้เรียนที่หลากหลาย นอกจากนี้ Breathe Pilates ยังมีความเชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองโดย MERRITHEW™ ที่นำเสนอการเรียนการสอนในรูปแบบ STOTT Pilates® ซึ่งเป็นศาสต์ร่วมสมัยที่ได้รับการปรับปรุงร่วมกับวิทยาการสมัยใหม่ด้านการออกกำลังกาย และฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย ทำให้เป็นหนึ่งในวิธีออกกำลังกายที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

หลักสูตรการฝึกอบรมผู้สอนพิลาทิส Breathe Pilates จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ และทักษะที่ครอบคลุมซึ่งจำเป็นต่อการเป็นผู้สอนพิลาทิสที่ได้รับใบรับรองผู้สอนพิลาทิสอย่างเป็นทางการ โดยหลักสูตรนี้จะครอบคลุม 5 หลักการพื้นฐานของ STOTT Pilates ได้แก่ ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทักษะการสังเกตการณ์ ทักษะด้านการให้คำแนะนำรวมไปถึงการใช้จินตภาพหรือการมองเห็นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้า  นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมยังจะได้เรียนรู้การปรับเปลี่ยนท่าออกกำลังกายให้เหมาะกับรูปร่างที่แตกต่างกัน ปัญหาด้านสรีระ ข้อจำกัดต่างๆ  ทฤษฎี และการปฏิบัติด้านการวิเคราะห์ท่าทาง  รวมถึงการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ

คุณชลธิชา ศรีวิศาล ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน ที่ Breathe Pilates กล่าวว่า “เป้าหมายของเราที่ Breathe Pilates คือการเสริมสร้างศักยภาพแต่ละบุคคลให้สามารถสอน STOTT PILATES ได้อย่างมั่นใจและมีความชำนาญ ซึ่งเรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเปิดหลักสูตรฝึกอบรมผู้สอนพิลาทิสของเราที่กรุงเทพฯ เพื่อมอบโอกาสพิเศษให้กับผู้ฝึกสอนที่ต้องการเริ่มต้นการเดินทางในอุตสาหกรรมฟิตเนส”

ในการเข้าร่วมหลักสูตร ผู้สมัครควรมีพื้นฐานการฝึกอบรมทางด้านการเต้น การออกกำลังกาย หรือการเคลื่อนไหวเพื่อออกกำลังกายอื่นๆ รวมถึงมีฝึก และเข้าคลาสพิลาทิสอย่างน้อย 30 ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้สมัครจำเป็นต้องเข้าร่วมอบรมทุกชั้นเรียนตลอดจนครบหลักสูตร เพื่อสำเร็จและจบหลักสูตรอย่างครบถ้วนสมบูรณ์  โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสมัครกับทาง Breathe Pilates ได้โดยตรง

โดย Breathe Pilates อยู่บนชั้น 4 ของอาคารเอราวัณ แบงค๊อก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม เดินทางสะดวก ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยทางสตูดิโอเน้นการเรียนแบบกลุ่มย่อย ในหนึ่งคลาสสามารถรองรับได้สูงสุดที่ 8 คน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าเรียนทุกคนจะได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ในทุกคลาส

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Breathe Pilates และสมัครหลักสูตรการฝึกอบรมผู้สอนได้ที่ https://www.breathepilates.co.th/th/

Evisu จับมือ Palace กับความร่วมมือกันครั้งที่สี่

กลับมาอีกครั้งสำหรับ Palace แบรนด์สตรีทแวร์ในตำนานของลอนดอนที่ได้ผสานพลังแห่งความสร้างสรรค์เข้ากับเจ้าตลาดเดนิมอย่าง Evisu ในการร่วมมือครั้งใหม่ล่าสุดของซีซั่น Spring 2024

และเหมือนเคยที่ผ้าเดนิมดิบของ Evisu ยังเป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้ แต่คราวนี้มีลายลูกเต๋าที่สลับซับซ้อนและขี้เล่นปักบนกางเกงยีนส์ห้ากระเป๋าทรงหลวมในกางเกงขาสั้นและขายาว และแจ็คเก็ตสองกระเป๋า ทั้งในรุ่นฟอกสีอ่อนและผ้ายีนส์ดิบสีเข้ม

นอกจากนี้ ยังมีเสื้อคาร์ดิแกนถักขนแกะ Cowichan 100% สีแดงและครีม พร้อมด้วยลูกเต๋าขนาดใหญ่และมีตราสัญลักษณ์ “EVISU” และ “JAPAN” ตัวหนาที่แขน คาดว่าจะมีเสื้อฮู้ดแบบมีซิปในสีเทามาร์ล สีดำ และสีมะกอก และหมวกทรัคเกอร์ที่มีลวดลายลูกเต๋าอันเป็นเอกลักษณ์แบบเดียวกัน อีกทั้งเสื้อยืดที่มีโลโก้ทั้งสองแบรนด์ประดับ คอลเลกชันนี้เสริมด้วยเครื่องประดับสตรีทสมาร์ทมากมาย เช่น กระเป๋าผ้ายีนส์เนื้อหนา และเซ็ทลูกเต๋าที่อาจนำโชคมาให้ผู้ครอบครอง

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัว Palace และ Evisu ได้เชิญ John FM ดีเจผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Detroit มาทั้งชีวิต สร้างสรรค์ภาพยนต์เกี่ยวกับสถานที่ใน Detroit บ้านเกิดของเขา วิดีโอนี้กำกับโดย Rollo Jackson เพื่อนเก่าแก่ซึ่งร่วมงานกับ Palace มาหลายครั้ง อีกทั้งยังมี Jamal นักสเก็ตมืออาชีพ รวมถึงศิลปินท้องถิ่น Hi-Teach ที่กำลังมาแรงปรากฏตัวในหนังภาพยนต์นี้ด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานสารคดีเกี่ยวกับอัจฉริยะผู้สร้างสรรค์ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก และความภาคภูมิใจในเมืองไร้พ่ายอย่าง Detroit

มีจำหน่ายในร้านค้า/ออนไลน์ที่:

Palace – London, NYC, Tokyo & LA

Evisu – NYC, Tokyo & Osaka

Dover Street Market – London & LA

‘พบรักระหว่างเดินทาง แล้วไม่ใช่มาไวเคลมไว แต่บูชาเลยทีเดียว ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 22-28 เมษายน 2567

‘พบรักระหว่างเดินทาง แล้วไม่ใช่มาไวเคลมไว แต่บูชาเลยทีเดียว ใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 22-28 เมษายน 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   เป็นสัปดาห์ที่ความคิดและจินตนาการของคุณจะกว้างไกลมากๆ จนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังอยากจะมีธุรกิจของตัวเอง หรือออกมารับงานอิสระ ไม่อยากเป็นลูกน้องใครแล้ว สัปดาห์นี้มีโอกาสสูงมากที่จะได้เริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกในการแสดงออก เช่น งานบันเทิง ศิลปะ ศิลปิน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานเขียน ด้วยแล้ว มีโอกาสที่เพื่อนสนิทหรือญาติผู้หญิงจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมเป็นอย่างดี นับเป็นการเริ่มต้นที่สวยงาม

การเงิน  :  ก็ยังมีโอกาสได้พบกับคุณป๋าสายเปย์อยู่ แต่สัปดาห์นี้มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นผู้หญิงที่จะหยิบยื่นเงินให้คุณใช้จ่ายได้อย่างสบายมือสบายใจเลยทีเดียว แต่ก็อย่าประมาท ใช้จนเกินวงเงิน หรือใจดีเลี้ยงเพื่อนฝูงแบบไม่บันยะบันยัง เพราะมีโอกาสที่ตัวเองจะเดือดร้อนได้ง่ายๆ

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้ใช้เวลากับเพื่อนสนิทหรือญาติสนิทผู้หญิงมากกว่ากับคู่ครอง ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นเพราะคุณเริ่มอ่อนไหว โลเล ตัดสินใจไม่ได้ว่า อยู่กับใครแล้วมีความสุขมากกว่า แต่ที่แน่ๆ คุณเลือกเธอมากกว่าเขา   คนโสดเป็นไปได้ว่าคุณจะรู้สึกพิเศษกับเพื่อนสนิทผู้หญิง แต่ก็อย่าถามหาความจริงใจจากคุณเลย เพราะแม้กระทั่งคุณเองยังเอาใจยากเดาใจลำบากมากว่า ต้องการอะไรกันแน่

 สุขภาพ  :  ก็ยังมีช่วงเวลาที่คุณจะยังเอ็นจอยกับการรับประทานอาหารอยู่ ยังต้องระวังโรคอ้วนและไขมันอุดตันในเส้นเลือด คลอเรสเตอรอล รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือดและต่อมน้ำเหลืองต่างๆ เป็นไปได้ว่าเบาหวานจะถามหา นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเป็นหวัดและภูมิแพ้ได้  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะโดดเด่นในเรื่องความสามารถ การใช้ทักษะความเชี่ยวชาญในตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายช่าง นักวิเคราะห์ วิจัย นักค้นคว้าทดลอง นักสำรวจ หรือกำลังอยู่ในช่วงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้คุณจะได้เดินทางไปประชุม สัมมนา อบรม จนถึงขยายธุรกิจหรือสาขายังต่างจังหวัด จนถึงต่างประเทศ หรืออย่างน้อยๆ ก็มีโอกาสได้ติดต่อกับบริษัทข้ามชาติ หรือชาวต่างชาติ ประมาณนั้น

การเงิน  :  มีโอกาสได้เดินทางไปเจรจาผลประโยชน์ต่างถิ่นต่างแดน แต่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นเพื่อกล่องมากกว่าเพื่อเงิน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คุณลำบากแต่ประการใด หากสัปดาห์นี้คุณอยากจะทำธุรกิจหรือรับจ๊อบ ควรทำเองดีกว่าร่วมหุ้นกับคนอื่น

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางไปเที่ยวด้วย ทำงานด้วย เป็นไปได้ที่คุณตั้งใจจะไปด้วยความรู้สึกที่ดี เพื่อสร้างภาพความทรงจำที่โรแมนติกกับคู่ครอง โดยไม่บอกให้เขาทราบ ก็อยากบอกให้เตรียมใจไว้หน่อย เพราะมีโอกาสที่ความคิดเห็นจะไม่ลงรอยกันจนทำให้เสียบรรยากาศได้นะ  คนโสด  มีโอกาสได้พบรักระหว่างการเดินทาง ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณก็ไม่ใช่ประเภทมาไวเคลมไว ต้องเรียกว่าบูชาความรักก็ว่าได้ แต่ระวังจะมาพลาดตรงที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันนี่ล่ะ

สุขภาพ  :  ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะคะ หากกำลังนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ ก็ต้องขยับเขยื้อนอิริยาบถแล้วล่ะ เพราะเป็นไปได้ว่ากล้ามเนื้อ เส้นเอ็นต่างๆ  จะยึดตึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อหลัง คอ บ่า ไหล่ ควรหาหมอนวดมาช่วยคลายเส้นบ้าง นอกจากนั้นจะเดินทางไปไหนควรให้ความสำคัญกับความสะอาด ทั้งที่พัก อาหาร และการใช้สถานที่สาธารณะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะติดเชื้อโรคกลับมาได้นะ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   ความเหนื่อยจากการรับผิดชอบงานหนักติดต่อกัน จึงเป็นไปได้ที่สัปดาห์นี้ความเป็นผู้นำ ความห้าวหาญ มุทะลุดุดัน เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน จะโดดเด่นจนไปเข้าตาผู้ใหญ่ จึงมีโอกาสสูงมากที่คุณจะได้รับการคัดเลือกให้เดินทางไปประชุม อบรมสัมมนา จนถึงขยายธุรกิจหรือสาขายังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ โดยที่ท่านจะยังคงสนับสนุนและส่งเสริม รวมถึงเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็จะเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากความเชื่อมั่นของคุณทำให้คุณตัดสินใจรวดเร็วและขาดสติ มีโอกาสที่บริวารจะไม่ซื่อสัตย์ด้วย เพราะฉะนั้นจึงต้องระวังจากความสำเร็จจะนำพาให้งานหรือธุรกิจเกิดความผิดพลาดล้มเหลวได้เลย

การเงิน  :  มีโชคในเรื่องของการลงทุนและทำธุรกิจ มีโอกาสได้เดินทางไปเจรจาธุรกิจยังต่างถิ่นต่างแดน หรือลงทุนกับบริษัทข้ามชาติ ชาวต่างชาติ  ซึ่งคุณชอบที่จะเสี่ยงอยู่แล้วจึงทุ่มสุดตัว ก็ระวังมีโอกาสที่จะผันผวนสูง ทั้งจากกระแสเศรษฐกิจโลก รวมถึงความมั่นใจของตัวเอง  

ความรัก  :  บอกได้คำเดียวว่าร้อนแรง ทั้งกับคู่ครอง และคนนอก ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางไกลเสียด้วยสิ หากห่างคู่ครองก็เตรียมใจไว้หน่อย เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีไลน์แปลกๆ ทักเข้ามาเป็นภาษาต่างประเทศด้วยนะ   คนโสด มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้สูงอายุแล้วเป็นต่างชาติด้วย ไม่ใช่เขานะที่เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม แต่เป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นคุณนี่ละเข้าหาเองเลย  

สุขภาพ  :  หากมีแผนที่จะเดินทางไกลก็ควรมีแผนในการรับประทานอาหารด้วย เพราะมีโอกาสที่ช่วงสัปดาห์นี้คุณจะมีปัญหากับระบบย่อยอาหารและลำไส้ ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ นอกจากนั้นจะเดินก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะหกล้ม ข้อเท้าพลิก/แพลงได้ง่ายๆ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  ก็ยังคงเดินหน้าต่อสำหรับความก้าวหน้าที่มาแบบไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้วิชาความรู้ รวมถึงความเชี่ยวชาญชำนาญงานเฉพาะด้านเป็นพิเศษ เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง เจ้าของกิจการ นักธุรกิจ จนถึงซินแส หมอดู นับเป็นโอกาสทองของคุณแล้วที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างาน หัวหน้าโครงการ หรือหัวหน้าชุดปฏิบัติงาน หากผลงานโดน คุณมีโอกาสได้ขึ้นถึงผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเลยทีเดียว แต่ตรงกันข้าม หากอีโก้จัดจนไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้ร่วมงานแล้ว เป็นไปได้ที่งานหรือธุรกิจนั้นๆ จะสะดุดหยุดลงกลางคัน

การเงิน  :   มีโชคจากงานหรือธุรกิจ  โดยที่คุณมีความสามารถสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง แม้สัปดาห์นี้จะมีภาระที่ต้องรับผิดชอบเยอะ แต่การวางแผนการเงินของคุณก็มีประสิทธิภาพ ทำให้ยังมีความคล่องตัวอยู่   

ความรัก  :   สัปดาห์นี้หัวใจก็ยังคงฟรุ้งฟริ้งอยู่นะคะ แต่ก็แอบมีซีเรียสกับขนบธรรมเนียมประเพณีมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีคู่ครองเป็นชาวต่างชาติด้วยแล้ว คุณจะตั้งความหวังไว้สูงกว่าปกติว่าเขาจะโน้มเอียงมาทางคุณ คนโสด  หากใครผิดหวังกับความรักมาไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง ก็อย่าเพิ่งปิดใจ เพราะสัปดาห์นี้มีเฮ ได้พบมิตรใหม่ ซึ่งมีโอกาสเป็นต่างชาติสูงมาก เป็นไปได้ว่าจะมีเรือพ่วงที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งคู่  

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่คุณจะซีเรียสและจริงจังกับทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิต จนเป็นสาเหตุให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย จนถึงระบบประสาท ไมเกรน ปวดศีรษะ ที่ต้องเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ ปัสสาวะ หากกลั้นปัสสาวะนานๆ มีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะได้เกี่ยวข้องกับเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายบริการ เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร กาแฟ จนถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็ก ด้วยแล้ว มีโอกาสได้ใช้ปฏิภาณไหวพริบ ความรับผิดชอบจนเป็นที่ไว้วางใจของเจ้านาย อย่างไรก็ตาม ควรทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ที่สุด อย่าทำตัวโดดเด่นจนเกินไป เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะถูกเจ้านายคาดหวัง พร้อมกับตั้งมาตรฐานไว้สูงลิ่วจนคุณตะเกียกตะกายไปไม่ถึง สุดท้ายก็ล้มตึงลงมา  

การเงิน  :  มีโอกาสที่เด็กจะนำโชคนะคะ ซึ่งสัปดาห์นี้คุณจะสามารถวางแผนการเงินสำหรับเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หากจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับคู่รักหรือคู่ครอง เป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนด้วยนะ

ความรัก  :  หากใครที่เคยผิดพลาดล้มเหลวจากชีวิตคู่จนไม่กล้าที่จะเริ่มต้นกับใครใหม่ สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเปิดตัวและเปิดใจรับกับมิตรภาพใหม่ๆ  ซึ่งเป็นไปได้อีกว่าคุณจะคาดหวังกับเขาคนนี้มาก จนถึงขั้นวางแผนว่าจะมีทายาทกันเลยทีเดียว  คนโสด หากคุณกำลังเข็ดกับความรัก จนไม่อยากจะเริ่มต้นกับใครใหม่แล้ว สัปดาห์นี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับหลานๆ ที่บ้านอย่างเต็มที่

สุขภาพ   :  ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานๆ เพราะเป็นไปได้ที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องช่องท้อง มดลูก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถึงขั้นนอนให้น้ำเกลือเลยทีเดียว

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้คุณโดดเด่นในเรื่องปฏิภาณไหวพริบ สามารถเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาการทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ และความชำนาญเฉพาะด้านเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายมอบหมายภารกิจที่สำคัญให้ ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็ไม่ควรทำตัวโดดเด่นมาก เพราะเป็นไปได้ว่าเพื่อนสนิท จากที่เคยไว้วางใจได้จะอิจฉาตาร้อนจนกลายเป็นทรยศหักหลังคุณอย่างคิดไม่ถึง

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าจะมีทีมงานที่ดี มีเจ้านายที่ช่วยสนับสนุนหางานฉ่ำๆ มาให้ทำ เพราะฉะนั้นหากเงินกำลังตึงตัวอยู่ สัปดาห์นี้มีแนวโน้นว่าจะหายใจได้คล่องขึ้นหน่อย  

ความรัก :  ก็ยังอยู่กับความเจ้าชู้อยู่นะคะ แม้ผู้ใหญ่จะพยายามเตือนหรือให้คำปรึกษาแนะนำแล้วก็ตาม แต่เป็นไปได้ว่าคุณจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะอยู่คนเดียวแล้วล่ะ คนโสด ก็ยังคงเปลี่ยนแฟนรัวๆ แต่สัปดาห์นี้คุณจะคิดหนักขึ้น เพราะผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับความรักของคุณแล้ว  

สุขภาพ  :   หากคุณไม่ค่อยเจ็บป่วย ก็อย่าได้วางใจ เพราะในช่วงสัปดาห์นี้คุณมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาที่มดลูก และอวัยวะในช่องท้อง ซึ่งเป็นไปได้ที่จะล้มหมอนนอนเสื่อ ให้น้ำเกลือเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะมีแผลในช่องปาก ร้อนในที่เกิดจากความร้อนภายนอก

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะโดดเด่นทางด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ จากตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนักสำรวจ นักค้นคว้าวิจัย นักวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับองค์กรข้ามชาติ ธุรกิจนำเข้าส่งออก จึงไม่แปลกที่คุณจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็อย่าประมาท เพราะช่วงนี้ดวงยังไม่เปิด ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีปัญหาขลุกขลักตลอดๆ มีโอกาสสูงมากที่เอกสารทางราชการจะผิดพลาด จนกลายเป็นคดีความทั้งทางแพ่งและอาญา หากเลือกได้ควรทำธุรกิจของตัวเอง หรือรับงานอิสระจะดีกว่า  

การเงิน  :   มีโชคด้านการลงทุนและธุรกิจ แต่ความที่คุณใจใหญ่ ใจบุญ จึงมีโอกาสที่จะนำภัยมาสู่ตัวได้อย่างไม่คาดคิด เพราะฉะนั้นในช่วงสัปดาห์นี้ไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ใคร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบแทนสูงมาก  

ความรัก  :  จริงๆ แล้วคุณเป็นคู่ครองที่ต้องอยู่ด้วยกัน พึ่งพากัน ดูแลซึ่งกันและกัน แต่ในช่วงสัปดาห์นี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น กลายเป็นว่าคุยกันได้ไม่ถึงสิบคำก็หันหลังให้กันเสียแล้ว คนโสด มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักกับคนในเครื่องแบบ หรือเป็นคนที่ร่วมงานกัน ติดต่องานกัน แต่ก็มีโอกาสอีกเช่นกันที่ความคิดเห็นจะจูนกันไม่ติด คุณก็แรง เขาก็แรง

 สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้เห็นทีว่าคุณจะต้องดูแลเรื่องหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ สายตา ตระกูลต้อมาเยือนแล้ว

กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

เส้นทางนักแสดงที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ของ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

เส้นทางนักแสดงที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ตลอด 5 ปีในวงการบันเทิง ของ พระเอกหนุ่มสุดฮ็อต กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

ลออจันทร์ ออนแอร์เป็นเรื่องแรกของ ดวงใจเทวพรหม กดดัน ไหมคะ

“ยอมรับว่ากดดันครับ ทั้งเป็นเรื่องแรกของละครชุดนี้และมีซีนแอ็กชั่น ค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมพยายามฝึกและเพิ่มสกิลในด้านนี้ค่อนข้างเยอะ สนุกมาก ๆ ครับ หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ” (ยิ้ม)

กับผลงานเพลง Congratulations (ยินดีกับเธอ) ล่ะคะ

“ผมหายจากงานเพลงไปช่วงหนึ่ง เพราะลุยถ่ายละครค่อนข้างหนัก แต่ ตอนนี้กลับมาแล้วครับกับเพลง Congratulations (ยินดีกับเธอ) เป็นเพลงอกหัก แบบฟีลกู๊ด ปล่อยมาในช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา เพราะเราไม่ชอบอกหักแบบฟูมฟาย ร้องไห้ แต่รู้สึกว่าถ้าเราทำความเข้าใจและเรียนรู้ ก็อยู่กับความรักหรือความผิดหวังนั้น ได้ ส่วนอนาคตก็อยากทำเพลงออกมาเรื่อย ๆ อยากลองทำหลาย ๆ แนวครับ”

กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

แล้วปีนี้จะได้เห็นงานกลัฟด้านไหนอีกบ้าง

“ความจริงตอนนี้มีถ่ายโปรเจ็กต์ที่คุยไว้อยู่ ทั้งละคร ภาพยนตร์ อาจจะ ได้เห็นกันในปีหน้าครับ แต่อีกหนึ่งงานที่อยากให้แฟน ๆ ติดตามตอนนี้ก็คือกลัฟ ได้ร่วมงานกับเดอะมอลล์ อยากชวนทุกคนไปพบความมหัศจรรย์โฉมใหม่ของ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ที่จัดเต็มแบรนด์ดังมากมาย และอยากให้มาร่วม สนุกกับกลัฟในเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ซัมเมอร์เคชั่น (The Mall Lifestore Summer-Cation) ฝากติดตามกันนะครับว่าผมจะมีเซอร์ไพรส์อะไรมาฝาก ทุกคนบ้าง ตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ร่วมสนุกและฉลองไปด้วยกันครับ”

มีอะไรที่อยากลองทำในวงการบันเทิงอีกบ้างคะ

“ที่อยากลองแต่ยังไม่เคยได้เล่นสักทีก็คือบทตัวร้ายครับ อารมณ์แบบ ตัวละคร ‘โจ๊กเกอร์’ คือผมชอบตัวร้าย เพราะมิติเยอะกว่าการเป็นพระเอก อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องคำนึงว่าฉันเป็นพระเอก” (หัวเราะ)

ปีที่ 5 ในวงการบันเทิง กลัฟคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ

“รู้จักวิธีวางตัวและวิธีพูดมากขึ้น ซึ่งผมรู้สึกว่าวิธีการพูดน่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ ชัดที่สุด เมื่อเทียบกับปีแรก ๆ ที่ตอนนั้นผมใหม่มาก ไม่รู้ว่าต้องวางตัวหรือใช้ชีวิต ยังไง ผมเคยกลับไปดูคลิปที่ตัวเองให้สัมภาษณ์กับสื่อหรือพูดคุยกับแฟน ๆ ก็ ตลกตัวเองเหมือนกัน เพราะเกร็งมาก พูดเหมือนท่องมา แต่ทุกวันนี้ผมสามารถ พูดคุยเป็นปกติได้แล้ว ส่วนเรื่องเพลงและการแสดงก็พัฒนาขึ้นมาเยอะเหมือนกัน ครับ ผมคิดว่านี่เป็นข้อดีของตัวเองนะ คือทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเข้าใจรูปแบบ การทำงานมากกว่าเดิม”

แล้วนิสัยล่ะ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม

“เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ เพราะการทำงานตรงนี้ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง มีคนที่เราต้องใส่ใจเยอะขึ้น ยิ่งร่วมงานกับคนมาก เจอคนเยอะ ก็ได้เรียนรู้ว่า แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน เราพยายามเรียนรู้นิสัยตรงนั้น เอาเรื่องดี ๆ มาปรับใช้ ส่วนอะไรที่ไม่ดี เราก็ตัดทิ้งไป“อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนคือเมื่อก่อนผมอินโทรเวิร์ตมาก แต่ช่วงหลังเปลี่ยน เป็นเอกซ์โทรเวิร์ต คือเวลาออกมาทำงาน รู้สึกอยากกลับ ไปพักที่ห้อง แต่พออยู่ห้องกลับเบื่อและเหงา ยิ่งจังหวะที่ อาร์ซาร์กับก็องเต้ (น้องแมวของกลัฟ) หลับ จะรู้สึกว่าทำไม ห้องเงียบจังนะ ถึงจะเจอเหตุการณ์แบบนี้น้อยครั้ง แต่ พอได้หยุดเมื่อไหร่ก็จะมีความรู้สึกแบบนี้เข้ามา” (หัวเราะ)

ถ้ามองตัวเอง คิดว่าข้อดีคืออะไรคะ

“ความชิลครับ ผมชิลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่ใช่ ว่าปล่อยได้ทุกเรื่องนะ อะไรที่ควรจริงจังก็ต้องตามนั้น แต่ อะไรที่ปล่อยได้ อย่างเวลาเจอปัญหา ผมไม่จมอยู่กับมัน ถ้าสามารถหาทางออกได้ ก็จะหาทางออกก่อน แต่ถ้าเป็น สิ่งที่คิดไปก็ปวดหัว ก็จะชิลเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้นแต่บางทีก็เป็นข้อเสียไปในตัวนะ เพราะรู้สึกว่าบางครั้งเราก็ชิลเกิน บางวัน เราสามารถเอาเวลาว่างตรงนั้นไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ แต่ก็เลือกที่จะชิล เพราะ ผมเองก็รู้สึกว่าด้วยสายงานอาชีพนี้ เด็กรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาทุกวัน ทุกคนมีความ สามารถไม่เหมือนกัน สำหรับผม ถ้ามองว่าตัวเองเป็นรุ่นไหนในวงการ ก็น่าจะ เข้าวัยกลางคน เพราะเวลาผ่านไปไวมาก ยิ่งเดี๋ยวนี้เวลาผ่านไปไวกว่าเดิม ต่อให้ คุณดัง ก็ไม่ใช่ว่าจะดังตลอด ต่อให้ดังได้ ก็หายไปได้ไวเหมือนกัน ถ้าเรา เอาช่วงเวลานั้นไปพัฒนาตัวเองก็น่าจะดีกว่า อย่างผมอยากเรียนกีตาร์ เพราะ พื้นฐานเป็นศูนย์ แล้วก็ยังอยากเรียนร้องเพลง บวกกับภาษาเพิ่มด้วย ต่อให้ เราพูดได้ แต่ก็ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ”

เรื่องอะไรที่ซีเรียส ปล่อยผ่านไม่ได้คะ

 “ครอบครัวครับ เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าแตะไม่ได้และทำให้ผมเสียน้ำตาได้เลย อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยมีคนมาพูดถึงพี่สาวไม่ดี ผมไม่ยอมเลย คือ เปลี่ยนจากคนใจเย็นเป็นโมโหได้ทันที ผมซีเรียสกับเรื่องครอบครัวมากกว่าเรื่อง ตัวเองน่ะ”

นอกจากเรื่องนี้ มีเรื่องอะไรที่ทำให้ร้องไห้ได้อีกไหมคะ

“บางทีก็แค่ฟังเพลงครับ อย่าง Hello Mama ของไททศมิตร อาจ เพราะเป็นเพลงเกี่ยวกับครอบครัว ตอนนั้นนั่งฟังอยู่ที่ห้องคนเดียว น้ำตาไหลเลย คิดถึงบ้าน นอกจากนี้ก็อาจจะมีเสียน้ำตาเพราะโดนแมวกัดบ้างครับ” (หัวเราะ)

กลัฟมองภาพตัวเองในอีก 5 ปีไว้ยังไงคะ

“ถ้าในวงการ พูดจริง ๆ คือถ้ามีโอกาสก็คงทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผมไม่รู้ ว่าอีก 5 หรือ 10 ปี ตอนนั้นจะเป็นอย่างไร และทุกวันนี้มีนักแสดงใหม่ ๆ เกิดขึ้น เยอะ วันหนึ่งผมอาจจะได้ไปลองทำเบื้องหลังแล้วชอบ ก็อาจจะเปลี่ยนไปทำ ตรงนั้นแทนก็ได้ ต้องดูว่าระหว่างทางเราเจออะไรบ้างครับ”

ถ้าในมุมชีวิตส่วนตัวล่ะ มีภาพว่าอยากแต่งงานตอนไหนไหม

“อาจจะเห็นจากคุณพ่อคุณแม่ด้วยมั้งครับ ท่านแต่งงานตอนอายุ 30 ผม เลยรู้สึกว่าช่วงประมาณวัย 30 หรือ 30 ต้น ๆ น่าจะเป็นช่วงวัยที่กำลังเหมาะกับการ แต่งงานนะ ถ้าเป็นไปได้นะครับ” (ยิ้ม)

แล้วมุมมองความรักตอนนี้เปลี่ยนไปไหมคะ

“เปลี่ยนค่อนข้างเยอะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่รู้สึกถูกใจหรือชอบก็คือจบ อย่างในวัยเด็กรู้สึกว่าคนนี้น่ารักก็เข้าไปจีบ เข้าไปคุยเลย แต่ตอนนี้มีปัจจัย หลายอย่างมากขึ้น ต้องดูทั้งเรื่องนิสัยใจคอ เพราะการที่เราจะเลือกใครสักคน มาอยู่กับเรา ไม่ได้อยู่ที่ความชอบอย่างเดียวแล้ว และการที่เราทำงานตรงนี้ คนที่ จะอยู่กับเราได้ก็ต้องมีความเข้าใจตรงจุดนี้ด้วย ทั้งงาน ทั้งสังคม องค์ประกอบ รอบตัว”

เหงาไหม

เหงาครับ (ตอบทันที) ยังดีที่มีน้องแมวอยู่ที่ห้องด้วย ยิ่งผมเป็นทาสแมว อยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่ายังโอเค ยังไหว” (หัวเราะ)

ถ้าต้องแทนด้วย 1 คำ คิดว่าคำไหนตรงกับตัวเอง ในตอนนี้มากที่สุดคะ

“ ‘จุดเริ่มต้น’ ครับ เพราะผมรู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา เหมือนเป็นการฝึกงานมากกว่า เป็นช่วงที่ได้ลองว่าเราชอบ หรือไม่ชอบอะไร แล้วพอเริ่มจับจุดได้ ตอนนี้ใช้ชีวิตใน วงการได้แข็งแรงขึ้นแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าตอนนี้คือช่วงที่กำลัง เริ่มยืนด้วยตัวเองได้ เป็นจุดเริ่มต้นในชีวิต และยังมีอีก หลาย ๆ โปรเจ็กต์ที่น่าตื่นเต้น“อยากให้แฟน ๆ รอติดตามด้วยนะครับ”