ส่องคอลเล็คชั่นใหม่ “Hamilton” นาฬิกาแบรนด์โปรดของ “เอลวิส เพรสลีย์” ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

เอาใจสาวกแบรนด์แฮมิลตัน (Hamilton) และนักสะสมนาฬิกากันหน่อย เมื่อทางแบรนด์เปิดตัวผลงานการดีไซน์ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของคอลเล็คชั่นเวนทูร่า (Ventura) นาฬิกาที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าเรือนแรกของโลก ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำทำให้กลายเป็นนาฬิการุ่นโปรดของศิลปินระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่างเอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) ซึ่งถือเป็นไอคอนของนาฬิการุ่นนี้ และเพื่อร่วมรำลึก 40 ปีแห่งการจากไปของราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

แบรนด์นาฬิกาแฮมิลตัน (Hamilton) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1892 ที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือสวอทช์กรุ๊ป (Swatch Group) ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งแฮมิลตัน (Hamilton) สามารถถ่ายทอดผลงานการดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกแบบอเมริกันเข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังปรากฏอยู่ในภาพยนตร์มาแล้วกว่า 450 เรื่อง และหนึ่งในคอลเล็คชั่นยอดนิยมของแฮมิลตัน (Hamilton) ที่มีศิลปินดังอย่างเอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) เป็นแฟนคลับตัวยง นั่นก็คือรุ่นเวนทูร่า (Ventura) 

ซึ่งนาฬิการุ่นดังกล่าวได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ.1957 ในฐานะนาฬิการุ่นแรกของโลกที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ในกลไกที่แปลกใหม่ ผ่านดีไซน์ล้ำสมัยในตัวเรือนรูปทรงสามเหลี่ยมแปลกตา ที่สร้างความฮือฮาให้วงการนาฬิกาในยุคนั้นเป็นอย่างมาก และยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อเอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) สวมนาฬิการุ่นนี้เข้าฉากในภาพยนตร์เรื่อง Blue Hawaii ในปี 1961

สำหรับความพิเศษของนาฬิกาคอลเล็คชั่นเวนทูร่า (Ventura) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ออกแบบภายใต้แนวคิดอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นำเสนอผ่าน 3 ดีไซน์ กับ 2 รุ่น คือ เวนทูร่า คลาสสิก (Ventura Classic) 2017 และเวนทูร่า เอลวิส 80 สเคลตั้น (Ventura Elvis80 Skeleton) ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะท้อนภาพจำของเวนทูร่า (Ventura) ดั้งเดิมที่ผสมผสานกับวัสดุและเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยบนหน้าปัดของเวนทูร่า คลาสสิก (Ventura Classic) ทุกเรือนยังคงไว้ซึ่งสัญลักษณ์กระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำถึงนวัตกรรมที่สะเทือนวงการนาฬิกาในฐานะนาฬิการะบบไฟฟ้าเรือนแรกของโลก

เวนทูร่า คลาสสิก (Ventura Classic) 2017 เปิดตัวในรูปแบบที่คงความคลาสสิกดังต้นฉบับผ่านดีไซน์ลุควิเทจ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีทองอร่าม อันสะท้อนถึงอดีตอันรุ่งเรืองของเวนทูร่า (Ventura) ที่มาพร้อมสายหนังสีน้ำตาลอัดลาย เข้ากับหน้าปัดสีขาวที่มีหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาสีทอง ปลายหัวศรเข็มวินาทีเป็นสีแดงสด ช่วยเติมเต็มสไตล์วินเทจหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ ส่วนอีกดีไซน์ของรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความคลาสสิกและความทันสมัยในขณะเดียวกัน ด้วยการนำวัสดุอันเป็นที่นิยมในทุกยุคทุกสมัยอย่างผ้าเดนิมมาประยุกต์เข้ากับงานดีไซน์ ที่นำมาตัดเย็บเป็นสายนาฬิกา ประกอบกับตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงา หน้าปัดพิมพ์ลายยีนส์แบบสามมิติ นับเป็นอีกหนึ่งสัมผัสของความคลาสสิกที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเวนทูร่า เอลวิส 80 สเคลตั้น (Ventura Elvis80 Skeleton) นาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากไมโครโฟนของราชาเพลงร็อคแอนด์โรล เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) สะท้อนออกมาเป็นงานดีไซน์หน้าปัดแบบกึ่งเปลือยกลไก พร้อมลายพิมพ์ร่องแนวขวางวางอยู่บนหน้าปัดที่ตัดทแยงด้วยหลักชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยกลไกระบบขึ้นลานอัตโนมัติที่มีกำลังลานสำรองสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง ตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่ถูกขัดแต่งอย่างขึ้นเงาสวยงาม เข้ากับสายยางสีดำหรือสายโลหะที่ทางแบรนด์ดีไซน์ให้สะท้อนความไร้กาลเวลาและพร้อมนำหน้าทุกสไตล์ยังอนาคต


 

 

รูปเอลวิส เพรสลีย์ : pinterest

 

 

ดีแทค เดินหน้าสร้าง ‘ความเป็นผู้นำในสตรี’ สนับสนุนพนักงานให้เป็น ‘Super Mom Super เมีย’

ดีแทค เผยโครงการเด็ด สร้าง “ความเป็นผู้นำในสตรี” เพื่อชีวิตที่ดีของพนักงาน

ดีแทค กับจำนวนบุคลากรกว่า 4,000 คน โดย 60% ของพนักงานดีแทคเป็นเพศหญิง ดังนั้นการจัดการทรัพยากรมนุษย์ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน นโยบายสวัสดิการที่เกี่ยวกับครอบครัว ตลอดจนการสร้างสมดุลในชีวิต (work-life balance) จึงถือเป็นภารกิจสำคัญ 
พร้อมทั้งได้ยึดถือการดำเนินธุรกิจและสังคม โดยส่งเสริม “ความหลากหลายในที่ทำงาน” (diversity workplace) และการสร้าง “ความเป็นผู้นำในสตรี” (Female leadership) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืนทางด้านการบรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็ก โดยปัจจุบัน ดีแทค ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของพนักงาน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับเด็กและสตรีด้วยกัน 3 โครงการ
1. โครงการลาเพื่อคลอดบุตรใหม่ได้ 6 เดือน (6-month maternity leave)
ดีแทค เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่เพิ่มระยะเวลาการลาของพนักงานหญิง เพื่อเตรียมตัวคลอดและพักฟื้นหลังการคลอด ซึ่งเป็นเวลาอันสำคัญยิ่งที่แม่จะได้ดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด เนื่องด้วยผลการวิจัยของโลกพบว่า เด็กแรกเกิดจะได้รับพัฒนาการที่ดีหากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแม่ในช่วง 6 เดือนแรก โดยบริษัทจะจ่ายค่าจ้างอัตราปกติให้แก่พนักงานซึ่งลาคลอดตลอดระยะเวลาที่ลาครรภ์หนึ่งไม่เกิน 180 วัน เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา
นโยบายดังกล่าว จะช่วยในการดึงดูดและพัฒนาพนักงานที่มีความเป็นเลิศให้คงอยู่กับริษัท ตลอดจนส่งเสริมความหลากหลายในการทำงาน  ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตของบริษัท และความแข็งแรงมั่นคงของสถาบันครอบครัว อันเป็นฐานรากที่สำคัญของสังคมและประเทศชาติ
2.  โครงการ *1515 SMS ครอบครัวผูกพัน (Best start)
โดยความร่วมมือระหว่างดีแทค องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันรณรงค์ ผลักดัน และเสริมความรู้ ให้พ่อแม่ให้ความใส่ใจด้านพัฒนาการของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ที่จะนำไปสู่พัฒนาการอันสำคัญในการที่เด็กจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเชื่อว่าการพัฒนาเด็กจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทย โดยมีรูปแบบการส่งข้อความสั้น (SMS) เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังหญิงตั้งครรภ์และแม่ที่มีลูกอายุแรกเกิดถึงสองปีหรือครอบครัว โดยปัจจุบันมียอดผู้สมัคร *1515 รวมทั้งสิ้นกว่า 120,000 ราย
 
3.   โครงการ Safe Internet อินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์
จากสถิติโดย Nobullying.com ระบุว่า 80% ของเด็กและเยาวชนไทยเจอภัยคุมคาม ล่อลวง และการกลั่นแกล้งบนโลกอินเทอร์เน็ต (Cyberbully) ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ดังนั้นดีแทค จึงขอเป็นผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตรายแรกที่มุ่งเน้นทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยการให้ความรู้ และปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงภัยที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยขาดความยั้งคิด และพร้อมสนับสนุนให้เห็นถึงโอกาสในการใช้อินเทอร์เน็ตในทางสร้างสรรค์และนำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสังคมได้ โดยในโครงการนี้ครอบคลุมทั้งเด็กและเยาวชน รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ด้วย
แคทรียา อิงลิช

เห็นแล้วคิดถึงเจนนี่! แคทรียา อิงลิช สวมชุดส่าหรี ร้องเพลงประกอบซีรี่ส์อินเดีย “นาคิน”

เห็นแล้วคิดถึงสมัยเจนนี่ สาวน้อยในตะเกียงแก้วยุคบุกเบิกกันเลย หลังจาก แคท-แคทรียา อิงลิช นักร้องและนักแสดงสาว ลุกขึ้นมาสวมชุดส่าหรีสีแดงขับผิวขาว และเผยหน้าท้องเนียนที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังคงแบนราบชวนอิจฉาอยู่เสมอ

กระแสความคิดถึงสาวน้อยในตะเกียงแก้วเริ่มกลับมาเป็นที่พูดคุยกันอีกครั้งในรอบหลายๆปี หลังจากทางช่อง 7 เผยภาค 4 ละครสาวน้อยในตะเกียงแก้ว ตอน พ่อมดเจ้าเสน่ห์ ที่ได้นักแสดงสาว พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร มารับบทนางเอกออกมา จึงทำให้แฟนๆเหล่าแม่มดพ่อมดน้อยย้อนกลับไปคิดถึงภาคแรก ที่สาวแคท-แคทรียา และหนุ่มป๋อ-ณัฐวุฒิ เล่นคู่กัน

แคทรียา อิงลิช
สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาคแรก ป๋อ-แคท
แคทรียา อิงลิช
สาวแคทมากับชุดส่าหรีสีแดง

ล่าสุด แคทรียา อิงลิช ได้ลุกขึ้นมาสวมชุดส่าหรีสีแดง ทำให้ภาพของเจนนี่ที่เธอเคยแสดงผุดขึ้นมาเลย ซึ่งไม่ใช่อยู่ดีๆจะมาใส่แบบไม่มีที่มาที่ไปนะ เพราะสาวแคทได้อัพเดตให้แฟนๆที่คิดถึงเสียงร้องของเธอได้ฟังว่า เธอได้ร้องเพลงประกอบซีรี่ส์อินเดียเรื่องนาคิน (Naagin) ชื่อเพลงไม่รักไม่แคร์ ที่มีแพลนจะฉายทางช่อง 3 และช่อง 33 HD ซึ่งทางช่องได้วางตารางฉายไว้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และซีรี่ส์อินเดียเรื่องนี้ยังได้พระนางบอลลีวู้ดชื่อดังมาเล่นด้วย

แคทรียา อิงลิช
ช่วงอัดเสียงก่อนงานแถลงข่าวซีรี่ส์อินเดียเรื่องนาคิน
แคทรียา อิงลิช
ก่อนขึ้นเวทีงานแถลงข่าว สาวแคทขอซ้อมและจำเนื้อให้แม่นอีกครั้ง

ส่วนเพลงจะออกมาเต็มรูปแบบให้แฟนๆได้ฟังเมื่อไหร่นั้น ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด และใครที่คิดถึงผลงานการแสดงของสาวแคท ในปีนี้เธอมีละครเรื่องเพลิงรักไฟมาร ทางช่อง 8 และปี 2561 มีผลงานละครเรื่องระบำมาร ทางช่อง 7 วันนี้แพรวดอทคอมเลยนำภาพบรรยากาศที่สาวแคทร้องเพลงไม่รักไม่แคร์ ประกอบซีรี่ส์อินเดีย นาคิน ในงานแถลงข่าวมาให้ได้ชมกัน ซึ่งสาวแคทได้ทิ้งท้ายไว้ว่า เพลงนี้สนุกและเพราะมาก 😊❤️🎤

แคทรียา อิงลิช
ภาพคู่กับนักร้องรุ่นพี่ ใหม่ เจริญปุระ
แคทรียา อิงลิช
สวย ท่ามกลางหนุ่มๆอินเดีย
สาวๆใส่ชุดส่าหรีรวมกันแล้วสวยมากๆ
ภาพหมู่งานแถลงข่าวเปิดตัวซีรี่ส์ นาคิน ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท

แถมภาพสาวแคทสมัยรับบทเจนนี่ ในสาวน้อยในตะเกียงแก้ว

แคทรียา อิงลิช แคทรียา อิงลิช

คลิปสาวแคทร้องเพลงไม่รักไม่แคร์ ประกอบซีรี่ส์ นาคิน ในงานแถลงข่าว

A post shared by Katreeya English (@katreeya_e) on


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @katreeya_e @banana_jaa @linglingdefg #สาวน้อยในตะเกียงแก้ว

5 เซ็กส์ซี๊ดๆ นอกห้องนอนต้องจัด!!

แค่คุณออกจากห้องนอนซะบ้าง เชื่อไหมว่า เซ็กส์ ของคุณจะมีรสชาติกว่าเดิมอีกเยอะเลยล่ะ เพราะว่า ห้องทุกห้อง พื้นที่ทุกส่วนของบ้านหลังน้อยที่คุณร่วมใจกันสร้างสามารถจัดสรรให้กลายมาเป็นพื้นที่จัดเซ็กส์ได้อย่างที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง

ห้องนั่งเล่น

ห้องเบอร์หนึ่งในบ้านที่มาดามมั่นใจว่าคุณจะสามารถจัดเซ็กส์บทใหม่ได้อย่างไม่ขัดท่วงท่าแน่นอน เพราะห้องนี้มีโซฟานุ่มๆ ที่เชิญชวนให้คุณฝังร่างลงไปผ่อนคลาย โดยเปลี่ยนโซฟาเป็นเตียงนอนและใช้ฟังก์ชั่นของโซฟาให้คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นขนาดของโซฟาที่ไม่กว้างอย่างเตียงแต่เหมือนเป็นโจทย์เล็กๆ ให้คุณทั้งคู่เบียดตัวเข้าหากัน ส่วนบริเวณที่เท้าแขนก็เหมาะเหลือเกินที่จะให้เธอก้มตัวแล้วจับยึดไว้ในท่าหมา

อ่ะๆ วันดีคืนดีคุณอาจจัดกิจกรรมชวนกันดูหนังอิโรติกเร้าอารมณ์กันก่อน แล้วผ่อนคลายกันไปในท่าเซ็กส์ที่มีต้นแบบอยู่ในจอก็ได้นะ

ห้องน้ำ

แน่นอนว่าหลายคู่จัดกันไปเรียบร้อยแล้ว เพราะอุปกรณ์ในห้องน้ำแสนจะเอื้อ ไม่ว่าจะเป็นเซ็กส์ใต้ฝักบัวให้คุณชุ่มฉ่ำในท่ายืนแบบดิบๆ โดยให้สาวเจ้ายืนชิดกับกำแพงเย็นๆ ในห้องน้ำ (จะเอาหลังพิงหรือหันหน้าเข้าก็ตามถนัดเถอะจ้ะ) ถ้าเหนื่อยจะยืนก็ลงอ่างตีฟองแล้วผลัดกันเร้าอารมณ์ด้วยการขัดนวดตามจุดสงวนก่อนจะจัดหนักกันที่ริมขอบอ่าง

สำหรับบางคู่ที่อยากตื่นเต้นมากเป็นพิเศษจะลองใช้ตัวช่วยน่ารักๆ อย่างเซ็กส์ทอยถนัดมือที่มาพร้อมเจลหล่อลื่นก็ช่วยให้เซ็กส์ของสองเราน่าสนใจมากขึ้นอีกเยอะ

บันได

บอกตรงนี้เลยว่า บันไดคือที่ในฝันของหลายคนและถือว่าเป็นจุดท้าทายความสามารถพอตัว (ก็แหม…บันไดทั้งแข็ง ทั้งแคบ จัดเซ็กส์ไม่ดี มีกลิ้งตกมาได้ง่ายๆ) ความเด็ดของเซ็กส์ที่บันไดคือ เหมาะท่าผู้หญิงอยู่บนมากๆ เพราะเธอจะมีทั้งที่ยึดมือ ยึดเท้าพาร่างบอบบางขยับขึ้นลงได้ง่ายกว่าที่คุณคิด ทริกเด็ดที่มาดามขอฝากไว้คือ จังหวะการยั่วยวนของสาวๆ จะคลานแบบสี่ขาไต่ขึ้นไปทีละขั้นหันหน้ามาส่งสายตาเชิญชวนเขาสู่เซ็กส์เล่นระดับบนบันไดก็ไม่เลวนะ

ห้องครัว

อย่าไปคิดถึงความร้อน ความมันหรือกลิ่นอาหารอะไรทั้งสิ้น เพราะห้องครัวคือสุดยอดของพื้นที่จัดเซ็กส์ที่เจ๋งกว่าห้องอื่นๆ เป็นไหนๆ คุณรู้อยู่แล้วว่า ในห้องครัวมีทั้งอ่างล้างมือให้คุณสาวๆ กระโดดขึ้นนั่งแล้วเอาสองขาเกี่ยวพันเขาไว้ประมาณเดียวกับนั่งบนเคาทเตอร์ครัว แต่ทีเด็โอยู่ที่สามารถเปิดก๊อกน้ำเพิ่มความเย็นเบาๆ ระหว่างจัดเซ็กส์ได้ด้วย ส่วนตู้เย็นให้เป็นแหล่งพักหลังเย็นๆ ยามเหงื่อออกท่วมตัว (แค่พิงนะจ้ะ ไม่ใช่เข้าไปเปรี้ยวในนั้น) ดีไม่มีคุณอาจหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นมาเป็นของเล่นเพิ่มรสชาติเซ็กส์ได้ด้วยนะเออ

โรงรถ

เชื่อว่าความฝันวัยสะรุ่นอย่างหนึ่งคือการมีเซ็กส์ในรถ แต่ในเมื่อฝันนั้นยังไม่เอื้อให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง มาดามขอแนะนำให้มาสานฝันกันต่อต่อโต ในที่จอดรถในบ้านกันดู ทำแบบนี้ปลอดภัยหายห่วง และการันตีไม่โดตตำรวจจับ ส่วนท่าไหนเหมาะไม่ต้องบอก เพราะไม่พ้นว่าต้องมีท่าผู้หญิงอยู่บนแน่นอน แต่คุณร็ไหมว่าจริงๆ แล้วท่ามิชชั่นนารีก็ไม่ยากเกินปฏิบัติ แถมบางครั้งถ้าจัดท่าทางกันดีๆ ท่าหมาแบบขั้นสูงที่เลยเถิดให้เธอยกขาตวัดมาเกี่ยวเอวไว้ก็อาจทำได้ ขึ้นอยู่กับว่ารถของคุณเล็กหรือใหญ่

จากนั้นลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าระหว่างที่คุณกับลังเฮฮากับเซ็กส์ในรถ ณ ที่จอดรถที่บ้าน แล้วมองออกไปนอกบ้านเห็นคนเดินขวักไขว้ใจจะเต้นแรงขนาดไหน…แล้วแบบนี้คุณจะไม่ลองลุกออกจากเตียง เดินออกจากห้องนอน มาลองจัดเซ็กส์ตามที่ๆ เราแนะนำสักที่เชียวหรือ

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : www.jurnalulunuiinfidel.ro

ป้อม วินิจ

เขียนคิ้วสวยเป็นธรรมชาติสำหรับสาวคิ้วบางและคิ้วรกด้วย “เทคนิคเมคอัพคิ้วสไตล์ป้อม – วินิจ”

ขึ้นชื่อว่าเป็นเมคอัพอาร์ติสท์มือหนึ่งที่เหล่าคนดัง ดารา เซเลบริตี้ ไว้ใจให้แต่งหน้าบ่อยๆ “ป้อม – วินิจ บุญชัยศรี” หรือ ขุ่นแม่ป้อม ย่อมมีเทคนิคเด็ดๆเฉพาะตัวอยู่แล้ว อย่างเรื่องการเมคอัพคิ้ว รับรองขุ่นแม่ป้อมไม่เป็นสองรองใครแน่นอน ล่าสุด อย่างที่ทราบกันดีในวงการความงามว่าขุ่นแม่ป้อมถึงขั้นเปิด POM VINIJ STUDIO สตูดิโอจัดแต่งทรงคิ้วเพื่อเนรมิตคิ้วให้สวยเป๊ะปัง แบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ป้อม – วินิจ

ฉะนั้น แพรวดอทคอม มีหรือจะพลาดล้วงลับตับแตกขอเทคนิคการเนรมิตคิ้วสไตล์ขุ่นแม่ป้อมมาฝากสาวๆ นอกจากเคล็ดลับแล้วขุ่นแม่ยังใจดีอัพเดตเทรนด์คิ้วกันเอ๊าต์สำหรับช่วงนี้ให้สาวๆเป๊ะไม่ตกเทรนด์มาฝากด้วย

สไตล์การเขียนคิ้วที่บอกว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะป้อม – วินิจ เป็นยังไง

“จุดเด่นการเขียนคิ้วของพี่ป้อม – วินิจ นะครับ พี่ป้อมจะทำวิธีไหนก็ได้ โดยที่ทำให้ผู้ที่ถูกพี่ป้อมเขียนคิ้ว ดูมีคิ้วที่สวย นั่นคือเก็บต้นทุนเดิมของเขาไว้ให้มากที่สุด หมายถึงขนคิ้ว คือพยายามเขียนคิ้งแบบโชว์ให้เห็นว่าแต่งออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติมีคิ้วเยอะอยู่เลย ไม่ใช่แบบคิ้วสวยเห็นแต่เส้นดินสอ”

ทำไมถึงเน้นเทคนิคเฉพาะที่ทำให้ขนคิ้วดูเยอะสมจริง

“เราแต่งหน้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่าง เจ้าสาวที่เจ้าบ่าวต้องหอมแก้มบนเวที เราต้องแต่งหน้าให้ดูธรรมชาติมากที่สุด พี่ป้อมเชื่อว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากลงจุมพิตบนหน้าที่ดูเป็นโคลนของเจ้าสาว เพราะฉะนั้น ต้องให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่ถ้าจะต้องแต่งหน้าเพื่อถ่ายแบบ ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ความเกินจริงอาจจะมีได้ สรุปคือสไตล์การแต่งหน้าของพี่ป้อม เราต้องทำตามโจทย์ที่ได้รับมา แล้วเราต้องประมวลผลว่าสิ่งที่ได้รับเราแต่งหน้าไปไหน แต่งหน้าไปงาน หรือถ่ายแบบ แม้กระทั่งวันสบายๆ ผู้หญิงทุกคนก็อยากดูสวยธรรมชาติไม่ดูหลอกตา ไม่ดูประดิษฐ์เกินงาม ถูกไหม”

แล้วถ้าบางคนต้องกันคิ้วออกเยอะ ยังจะดูมีขนคิ้วเยอะอยู่เหรอ

“ยังไงซะพี่ป้อมก็จะไม่กันออกเยอะ พยายามจะเก็บคิ้วเดิมของเขาไว้ให้มากที่สุด เพื่อความสมจริงดูเป็นธรรมชาติ”

การเขียนคิ้วแบบที่คนพูดถึงบ่อย เช่น การเขียนตามโครงหน้าสไตล์ป้อม – วินิจ ล่ะ

“แบบนั้นคือสเต็ปถัดไป เราก็จะมาดูรูปหน้าว่าคิ้วของแต่ละคนเนี่ยจะเป็นลักษณะไหน เช่น ใบหน้าเขาดุไป เราก็จะปัดให้เส้นคิ้วเขาดูนุ่มนวล อ่อนหวานขึ้น แต่ถ้าหน้าเขาแบบแบนไป หรือว่าหน้ายาวเกิน หรือช่วงหน้าแคบ พี่ป้อมก็จะเขียนให้รูปหน้าดูกว้างขึ้น ถ้าคนที่หน้ากลมหรือหน้าสั้นก็จะเขยิบองศาของคิ้วให้รูปหน้าดูยาวขึ้น เพราะฉะนั้น คิ้วของพี่สไตล์จะค่อนข้างหลากหลาย แต่โดยรวมแล้วเน้นทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้น โดยการปรับความสั้นความยาวให้มันสมดุลกันบนใบหน้านั่นเอง”

เทรนด์คิ้วตอนนี้เน้นทรงไหน

“ตอนนี้ที่ได้รับรีเควสต์บ่อยๆคือทรงตรง แต่ไม่ใช่ตรงเป๊ะเป็นเส้นตรงนะ จะมีสันโค้งนิดหน่อย เพราะว่าคิ้วทรงนี้จะทำให้ใบหน้าผู้หญิงดูอ่อนหวานมากที่สุด เหมือนการเขียนคิ้วสไตล์ Korean หรือ K Beauty นั่นเอง สังเกตได้จากสาวเกาหลีว่าหน้าเขาจะสวยแบ๊วดูเป็นธรรมชาติ เพราะเขาจะแต่งหน้าน้อยมาก ผิวก็จะดูเป็นผิว ไม่ได้ดูเป็นแป้งหรือหนาเป็นโคลน คิ้วก็ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เน้นโครงเว่อร์”

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพจาก Instagram : pom_vinij

อย่าเพิ่งรีบด่าไม่สนุก! “เต้-ปิยะรัฐ” การันตี The Face Men แซ่บของจริงเริ่มเสาร์นี้

บอส “เต้-ปิยะรัฐ” เคลียร์  “The Face Men THAILAND” กระแสแผ่วไม่สนุกเหมือนซีซั่นก่อน เผยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ส่วนความเผ็ดร้อนจริงๆจะเริ่มในสัปดาห์นี้ แฟนคลับอย่าเพิ่งหนี

ออกอากาศไปหลายเทปแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่พูดถึงเท่า “The Face Thailand” ซีซั่นก่อนเลย สำหรับ “The Face Men Thailand” จนถูกเม้าท์ว่าเป็นซีซั่นที่แป้กที่สุดตั้งแต่บอส “เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก” ปั้นรายการมา โดยเฉพาะแก๊งเมนเทอร์ที่ไม่ปะฉะดะเหมือนทุกครั้ง จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการพลาดหรือเปล่า ล่าสุดมีโอกาสได้คุยยาวๆกับบิ๊กบอสใหญ่เลยไม่พลาดที่จะสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงล่าสุดที่โลกโซเชียลเม้าท์กันให้แซดว่าหนุ่มๆแอบซุ่มกินกันเองในบ้าน งานนี้จะใช่หรือมั่ว จะชัวร์หรือไม่ ไปฟังจากปาก “คุณเต้” เองเลยดีกว่า

“เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก”

ถามถึงกระแส The Face Men Thailand
“เอาจริงๆ เมื่อกี้เพิ่งพูดอยู่เลยว่าช่วงนี้ไม่ได้ออกมาจากถ้ำเลยเพราะว่าอยู่เบื้องหลังจริงๆ แล้วก็พยายามคลุกคลีอยู่กับทีมโปรดิวเซอร์และทีมตัดต่อ พยายามทำหลายอย่างพร้อมกันเยอะไปหน่อย เนื่องจากทำประมาณ 7 รายการต่อ 1 วัน เนื่องจากมันมีเข้าบ้านด้วย และเข้าบ้านมันมี 20 ตอน ลงทุนไปตั้งเยอะ เราก็พยายามจะดูหลายๆอย่าง ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ แต่เท่าที่ทราบก็คือกระแสของเด็กๆดี มีคนสนใจลูกชายเราเยอะ แต่ว่าเมื่อกี้นี้เพิ่งได้รับรายงานว่ากระแสอาจจะไม่ได้แซ่บเท่ากับของผู้หญิง แต่เราค่อนข้างโอเค เราพอใจในส่วนที่เราตั้งใจจะสื่อออกมา เพราะผู้ชายก็ไม่อยากให้ดราม่า แต่รอดูก่อน มันเพิ่งอุ่นเครื่องเท่านั้นเอง”

อย่างตอนที่เป็นผู้หญิง เราฟาดฟันกันด้วยท่าโพสต์คำพูด แต่ของผู้ชายจะเป็นแบบไหน
“จริงๆแล้วคือสุดท้ายเขาต้องเป็นนักแสดง เป็นศิลปินเข้าวงการบันเทิงได้ จนถึงขนาดเป็นพระเอกเลยก็ว่าได้ คือเราหาคนที่เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าแต่ละคนก็มีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละคนเราเลือกมา เราก็เลือกที่หลากหลาย มีทั้งไทยมีทั้งอินเตอร์ มีจีน มีสุรินทร์ มีไทยแท้ เกาหลีก็มี มีทุกสาย แล้วแต่ชอบให้เลือกเชียร์กัน”

THE FACE MEN Thailand

แสดงว่าครั้งนี้ไม่ได้โฟกัสที่จะต้องเป็นนายแบบอย่างเดียว แต่บางคนอาจจะเป็นพระเอกได้เลย
“ต้องเป็นนักแสดงได้ ต้องเป็นศิลปินที่ดีได้ เพราะเราหาคนที่ต้องทำในอาชีพนี้ได้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสาเหตุนึงที่เอาเขาเข้าบ้าน เพราะว่าต้องพัฒนาตรงเรื่องนี้ อย่างล่าสุดมีการสอนในการใช้เสียง จนถึงร้องเพลงก็สอน สอนเต้นก็สอน สอนพัฒนาบุคลิกภาพก็สอน คือเขาต้องทำให้ได้ แต่ใครจะทำได้ดีกว่าใครอันนั้นคืออีกเรื่องนึง แล้วจะไปได้ไกลกว่าใครก็อีกเรื่องนึง ซึ่งตอนนี้หลายๆคนก็ได้เล่นละครแล้ว ทั้งของอินเฮ้าส์เองและของคนอื่นก็เรียกๆไปแคสต์ เพราะเด็กๆมีคาแร็คเตอร์ที่หลากหลายที่เขามองหากันอยู่ และเราต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องดีอย่างนึงที่แต่ละช่อง แต่ละค่ายเขาผลิตละครของเขาเองและต้องการนักแสดง ซึ่งปกติแล้วเด็กๆที่เซ็นสัญญากับกันตนาก็เล่นได้ทุกที่ ยกเว้นว่าถ้าช่องไหนให้ความกรุณาเด็กคนไหนเป็นพิเศษและอยากจะเซ็นสัญญาเราก็ยินดี เราสามารถคุยกันได้ ซึ่งจริงๆมีตั้งแต่ The Face ผู้หญิงแล้วนะ ก็จะได้เห็นกันเรื่อยๆ”

ฟีดแบ็คที่ออกมาไม่แซ่บเท่าซีซั่นก่อน
“คือจริงๆมันจะค่อยๆพัฒนาไปในแนวทางของมันเอง แต่ว่าต้องใจเย็นๆนิดนึง เพราะส่วนตัวตั้งใจอยู่แล้วว่าให้เห็นเด็กก่อน เพราะเรามีน้องๆ 18 คน และเราอยากให้ทุกคนได้ค่อยๆทำความรู้จักกับเด็กก่อน อันนี้คือตั้งใจเลย เพราะว่า 10 ตอนมันสั้น มันไม่ใช่ 13 ตอน แล้วเราก็ชัดเจนมาตั้งแต่แถลงข่าวแล้วว่า The Face Men Thailand จะสู้กันด้วยปฏิภาณไหวพริบมากกว่า เรารู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติของเด็กผู้ชายเวลามันมาอยู่ร่วมกันมันรักกันเป็นเพื่อนกันมันจะอีกแบบนึง แต่ผู้หญิงมันจะอีกแบบนึง แล้วเขารักกันแบบร้องไห้เลยนะ เห็นผู้ชายร้องไห้ คือมันคือเสน่ห์อีกอย่างนึงที่ทำไมเราถึงดู บางคนพูดว่าเลิกทำผู้หญิงทำผู้ชายดีกว่า”

เอาน้ำตาผู้ชายมาเรียกเรตติ้งหรือเปล่า
“ไม่ๆ เขาร้องกันเองข้างหลัง เขาไม่ได้ร้องแบบฟูมฟายอะไรอย่างนั้น แต่เวลาเขาเสียเพื่อนเขารู้สึกเสียใจเราเห็น ในทีวีก็มีร้องไห้แต่เพราะถูกเมนเทอร์ดุก็มี บางคนเขาก็เซ้นซิทีฟ แล้วบางคนก็ตั้งใจที่จะมาทำงานตรงนี้มาก และบางทีก็เสียใจที่ไม่ได้ไปต่อ”

อยากบอกอะไรกับคนดูที่ยังบ่นว่าซีซั่นนี้ดูแซ่บน้อยกว่าซีซั่นก่อน
“ไม่เป็นไร เราอยากให้ใจเย็นๆกับเราและก็มองอีกมุมนึง เพราะว่าเราตั้งใจนำเสนออีกลักษณะนึงแล้ว และเดี๋ยวมันจะค่อยๆเจริญเติบโตขึ้น และอีกอย่างที่ต้องยอมรับก็คือ เมนเทอร์ 3 คนที่เลือกมายังเกร็งๆกันอยู่ เพราะยังอยู่ในช่วงแรกด้วย เพราะความเคารพและความเกรงใจอะไรกันอยู่ จริงๆแคมเปญแรกก็เริ่มแล้วนิดนึงแต่ยังไม่ปล่อยเพราะอยากให้ดูได้เห็นเด็กก่อน”

“พีช พชร-ลูเกิด-หมู อาซาวา”

แสดงว่า ”คุณเต้” มั่นใจว่าเลือกเมนเทอร์มาไม่ผิด
“ไม่ผิดแน่นอน รับประกันว่าไม่ผิดและดีใจมากที่เป็น 3 คนนี้ จะเริ่มมันตั้งแต่เสาร์นี้แล้วพูดจริงๆ มันจนเต้กลัวเลยด้วยซ้ำว่าจะเป็นยังไง ก็เลยมีมาตรการอยู่เหมือนกัน เพราะดูๆแล้วรู้สึกว่าก็ค่อนข้างแรงนิดนึง และเป็นอันแรกระเบิดเพราะมันเก็บไว้ตั้งแต่ต้น อย่างที่บอกว่าเล็งกันนั่นแหละ แต่ก็ตัดสินใจปล่อยออก ถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรมันก็ไม่มีอะไร ถ้ามีก็คงต้องออกมาพูด”

The Face Men Thailand ไม่มีถอดเสื้อเลย
“เดี๋ยวสิ! เพิ่งจะสามตอนเองนะ เอะอะแก้เลยหรอ คือจริงๆตั้งใจว่าไม่อยากให้เอะอะถอดเสื้อ เพราะมันต้องมีเหตุถึงจะถอด แต่เดี๋ยวมันจะมีแคมเปญต่างๆที่จะต้องว่ายน้ำ สระผม เรียกว่ามีอย่างมีเหตุผลและดูดี เพราะเราต้องดูแพงถูกไหมคะ ไม่ใช่เอะอะถอด เพราะเราชัดเจนเลยว่าเราหาผู้ชายที่ผู้ชายก็อยากเป็น ผู้หญิงก็อยากจะได้มาครอบครอง ส่วนที่เหลือเก้งกวางบ่างชะนีเห็นก็อยากจะกิน เราไม่ได้อยากให้เป็นเก้งเลย มันต้องเป็นกลางที่เป็นไอดอลที่ผู้ชายแท้ๆก็อยากเป็น เป็นจ่าฝูงอะ”

“นิกกี้”

มีผู้ชายไม่แท้หลุดเข้ามาบ้างไหม
“อันนี้ห้ามไม่ได้หรอก ก็ต้องมีบ้าง แต่เอาจริงๆก็แปลกประหลาดใจเหมือนกันว่าไม่น่าเชื่อว่ามีผู้ชายแท้เยอะนะ แล้วแต่ละคนที่มาก็ไม่ช้ำ เราเลยเข้าใจว่าพอมันเป็นแบรนด์ The Face เป็นเด็กอินเตอร์แบ็คกราวน์ดี อย่าง “นิกกี้” ทำรายได้ 30-40 ล้านต่อปีนะ อายุ 20-21 เป็นเจ้าของบริษัท”

คิดยังไงกับบางรายการที่ใช้ชุดว่ายน้ำดูดกระแส ในขณะที่เรามองตรงข้าม
“ไม่อยากทำอย่างนั้น ไม่อยากทำเลย เป็นเจตนารมณ์ที่ไม่ถูกต้อง ในรายการของเราไม่เคยทำอย่างนั้นเลย และสั่งห้ามด้วย เพราะว่าเราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่น่าดู แล้วดูไม่น่าเร้าใจ เอะอะแก้มันก็เห็นหมดแล้ว นานๆถอดทีดีกว่า”

แต่ในแง่ของกระแสมันก็อาจจะได้
“เราทำของแพงอะที่รัก เราดูแล้วต้องดูมีค่า เวทีต้องให้อะไรกับเด็ก ไม่ได้สนองความอยากดูอย่างเดียว  คือพอออกจากรายการก็อาจจะมีถ่ายเซ็กซี่แล้วแต่แนวของแต่ละคน แต่ในรายการ ในเวทีที่มีค่ามีเกียรติ จบจากเวทีนี้ไปก็ต้องถือว่าคุณเป็นคนที่มีคุณภาพคนนึง ไม่ได้ขายเฉพาะร่างกาย”

“เติร์ก” ธนภพ อยู่วิชิต

ล่าสุดมีคนสังเกตเห็นว่า ต้นคอของ “เติร์ก” ธนภพ อยู่วิชิต มีรอยทั้งๆที่บ้านมีแต่ผู้ชาย ทำให้หลายคนมองว่าในบ้านแอบมีกินกันหรือเปล่า
“ก็ไม่ได้ไปอยู่กับเขา 24 ชม. แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าเขาไม่ได้อยู่ในบ้านเราตลอด 7 วัน อันนี้ไม่รู้จริงๆ แต่เดี๋ยวจะถามเพื่อให้เขาอธิบายตัวเอง แต่ในบ้านเราไปใช้เวลาอยู่กับเขาเยอะ รับประกันไม่มี แต่ถ้ามีเขาอาจจะเก็บกันเก่ง แต่ที่เราเห็นก็คือเขารักกัน โดยเฉพาะ “เติร์ก” เป็นไปได้ยากมากๆเลยที่จะมาจากในบ้านนะ อาจจะเป็นยุงกัดหรืออะไรหรือเปล่า อย่ากล่าวหาลูกฉันนะ”

สุดท้ายมีมาตรการป้องกันอะไรหรือเปล่า
“ไม่มี มันกินกันเราก็เห็น เพราะกระจกมีทุกที่ เป็นไปไม่ได้ เพราะนี่บ้านบิ๊กบราเธอร์เดิม ห้องน้ำยังมีเลย ฉะนั้นเขาก็รู้และมีสติอยู่ แต่ใต้ผ้าห่มเราก็ไม่รู้จริงๆ และมันก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอด เรายืนยันว่ามีผู้ชายแท้ๆอยู่เยอะกว่าด้วย ทุกคนจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ได้เป็นต้องมีอดีตอะไรอย่างนี้ อันนี้เป็นข้อพิสูจน์เลยว่าของดีมีอยู่นะ”

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 17 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 17 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ท่านกำลังเริ่มต้นทำกิจการ หรือกำลังมีแผนที่จะพัฒนา ปรับปรุงกิจการงานที่ทำอยู่  วันนี้เหมาะที่จะเดินทางติดต่อประสานงาน  หรือมีการเคลื่อนไหว เพื่อหาช่องทางตลอดเวลา

การเงิน :  ชอบใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความหรูหราฟุ่มเฟือย หรือหมดไปกับการเดินทาง

ความรัก : วันนี้ท่านอาจมีอารมณ์ที่ว่า เวลาดีก็ดีใจหาย แต่หากเกลียดก็เกลียดจนตาย คนโสด สเป๊ควันนี้เป็นกันเอง ซื่อสัตย์ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของเสื้อผ้า บ้าน และห้องนอน เพราะจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านอาจคิดหรือก้าวล้ำนำหน้ารวดเร็วไปนิด หรือกำลังคิดจะทำอะไรที่อาจอยู่นอกกรอบ ก็อยากให้เดินช้าลงหน่อย การประกอบสัมมาชีพที่สุจริต ถูกศีลธรรม และกฎหมาย จะทำให้มีความสุขและสร้างความมั่นคงให้ชีวิต

การเงิน : พออยู่ พอเพียง และพอกิน ยั่งยืนกว่าการแสวงหาวัตถุนิยม

ความรัก :  วันนี้ขอให้รักอย่างมีสตินะคะ ปล่อยวางบ้าง ก็จะลดละเลิกการทะเลาะกันได้สักวัน คนโสด ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ สัจธรรมของคนโสด

สุขภาพ : ร่างกายกำลังขาดสารอาหาร วิตามินพวกแคลเซียม

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  มีการแย่งชิง หรือใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ แต่ระวังเกิดการสูญเสีย และเกิดปัญหาอย่างกระทันหัน

การเงิน :  ท่านมีโอกาสได้เงินรางวัลตอบแทนในการทำงาน

ความรัก :  วันนี้ท่านกับคู่อาจมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์คัทกัน โดยที่ท่านพยายามทุกอย่าง เพื่อมัดใจแฟนไว้ คนโสด ยังเจ็บจากรักครั้งเก่าอยู่ จนยากที่จะเริ่มต้นใหม่

สุขภาพ : โดยทั่วไปสุขภาพแข็งแรงดี เพียงแต่อย่าคิดมาก ปล่อยวางและมองโลกในแง่ดี

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ยังไม่เบานะคะวันนี้ ท่านจะประสบกับปัญหาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไข ระวังคนใกล้ตัวและเพื่อนร่วมงานจะทรยศ แย่งชิง หรือเลื่อยขาเก้าอี้ด้วย

การเงิน   :  ระวังทะเลาะเรื่องของการหยิบยืมเงิน ทรัพย์สินมีโอกาสสูญหาย

ความรัก : วันนี้จะมีปัญหาเรื่องบุคคลที่ 3 เข้ามาแทรกทำให้ครอบครัวไม่สงบสุข ซึ่งท่านพร้อมลุยเสียด้วย อย่าวู่วามค่ะ คนโสด ดูดีๆ เพราะคนที่เข้ามาวันนี้มีแนวโน้มไม่จริงใจสูง

สุขภาพ :  ระวังจะเกิดบาดแผลจากของมีคม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ผู้หญิงโดดเด่นนะคะ มีความเป็นผู้นำสูง แล้วลุยงานทุกรูปแบบ เคร่งเครียด ดุดัน ดื้อรั้น ไม่ยอมฟังความคิดเห็นคนอื่น จึงเหมาะกับงานที่ต้องทำคนเดียวมากกว่าเป็นหมู่คณะ

การเงิน :  นักลงทุนหมุนเงินเก่ง ชอบความท้าทายและความเสี่ยง

ความรัก : วันนี้ท่านเน้นความถูกใจ ไม่ถูกต้อง อารมณ์ผาดโผน ขึ้นลงแบบสุดโต่ง รับมือกันดีๆ นะคะ คนโสด มีเสน่ห์ มีพลังดึงดูดเพศตรงข้าม คบหลายคนเสียด้วยสิ

สุขภาพ : จะเป็นทุกขลาภ มีเงินแต่ร่างกายไม่แข็งแรง ประมาณนั้น

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้ขอชิลด์บ้าง หลังจากตรากตรำทำงานหนัก ผ่านวิกฤติการณ์มาเยอะ

การเงิน :  รักการลงทุนและมีโชคเสียด้วย แต่ต้องทำคนเดียวดีกว่าเข้าหุ้น

ความรัก : วันนี้ท่านมีทิฐิสูง มีความคิดแบบเด็กๆ เรียกร้อง คาดหวังกับคู่สูงจึงเกิดการขัดแย้งกันบ่อยครั้ง คนโสด ชอบคบแบบดูใจกันนานๆ มากว่าคบแบบฉาบฉวย

สุขภาพ  :  ฝนตกบ่อย ระวังติดเชื้อไม่สบาย หรือเกิดภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาผลงาน ความดีความชอบ จึงทำให้ท่านรู้สึกอึดอัด วิตกกังวล ทุกข์ใจและเบื่อหน่าย จึงควรอดทน อย่าใจร้อน และระมัดระวังคำพูดด้วย

การเงิน :  หลีกเลี่ยงเงินร้อนนะคะ

ความรัก :  วันนี้ท่านหวั่นไหว อาจกำลังคิดที่จะออกนอกลู่นอกรอยนิดหนึ่ง ทราบแล้วก็ระวังรักษาจิตใจให้ดี คนโสด ก็เช่นกันไปเที่ยวที่ไหน ระวังตัวกับใจ เพราะท่านจะได้คนที่ถูกใจกลับมา แต่ความจริงใจไม่มาด้วยนะคะ

สุขภาพ : งดการดื่มแอลกอฮอลล์อย่างหนัก ติดต่อกันเป็นเวลานาน

มิกซ์แอนด์แมตช์ให้เหมาะกับบิวตี้ลุคจากรันเวย์ Spring 2018 ที่เจ้าสาวน่าจิ๊กมาใช้

แน่นอนว่าแต่งงานทั้งที ชุดต้องเป๊ะ หน้าต้องปัง…แล้วต้องปังเบอร์ไหน นี่คงเป็นคำถามที่อาจจะอยู่ในหัวของเจ้าสาวหลายคนและเป็นที่มาของการหาเรเฟอเรนซ์ลุคเมคอัพให้ตัวเองในวันแต่งงาน แต่เป็นเจ้าสาวทั้งที จะแต่งหน้าแบบธรรมดาก็คงอายฟ้าดิน แพรว Wedding เลยมิกซ์แอนด์แมตช์ บิวตี้ลุค จากแฟชั่นรันเวย์มาให้คุณเจ้าสาวแบบจุใจ ทั้งชุดแต่งงานและเมคอัพหน้าผม ที่อินเทรนด์ตั้งแต่ปีนี้ยันปีหน้าไม่ตกกระแสแน่นอน งานนี้รับรองว่าไม่พัง…ปังอย่างเดียว คอนเฟิร์ม

Easy & Arty (For High Contrast Look)

ด้วยชุดที่มีดีเทลของสีดำอาจทำให้เจ้าสาวดูไม่อ่อนหวานเท่าที่ควร หยอดความหวานสไตล์เจ้าสาวให้กับลุคนี้สักนิดด้วย “โบ” เครื่องประดับผมที่ส่งตรงจากรันเวย์ก็ดูเก๋ไม่หยอก แถมยังถือเป็นการเปลี่ยนทรงผมเจ้าสาวแบบเดิมๆ ให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป หากต้องการให้ดูหรูขึ้นมาอีกหน่อย ลองเลือกโบที่เป็นเนื้อผ้าแบบกำมะหยี่ก็ดูแพงใช่เล่น หรือถ้าอยากจะหวานให้สุดก็เลือกเป็นผ้าลูกไม้หรือโบสำเร็จรูปไปเลยเพื่อความสะดวก ส่วนลุคเมคอัพต้องไม่พลาดเฉดสีทองที่ปีนี้พาเหรดกันมาเปล่งประกายอยู่บนแฟชั่นรันเวย์ ซึ่งชิมเมอร์ของสีทองนั้น นอกจากความหรูหราแล้ว ยังช่วยลดทอนความหน่อมแน้มแบบเด็กมัธยมผูกโบของลุคนี้ลงได้อีกด้วย

Makeup…No-makeup (For Jewelry Sparkling Look)

มาในลุคที่ดูแพงขนาดนี้ ใบหน้าก็ต้องแพงตามไปด้วย ลองเล่นกับสไตล์แบบ makeup no-makeup ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องบนรันเวย์ทุกซีซั่น เน้นผิวสวยโกลว์ดูแพงแฝงความสุขภาพดี ขับเน้นความโดดเด่นของใบหน้าด้วยลิปสติกโทนสีแดง – ชมพูที่ดูเฟมินีนสุดๆ ส่วนดวงตาเพียงแค่เขียนอายไลเนอร์เส้นบางเฉียบเพื่อให้ได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติและเพื่อความเปล่งประกายถึงขีดสุด การรวบผมเพื่อเผยให้เห็นลุคเมคอัพอันไร้ที่ติก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี ผิวหน้าดีแบบคุณแม่ให้มาขนาดนี้จะปกปิดไว้ทำไม

Mix with the 60s (For Put on Gloves Look)

ขอปรบมือให้กับเจ้าสาวสุดกล้าหาญที่ขอแหวกแนวด้วยแอ๊กเซสซอรี่ส์อย่าง “ถุงมือ” ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบแล้วแต่ความชอบและสไตล์ของเจ้าสาวแต่ละคน แล้วมั่นให้สุดทางไปกับการแต่งหน้าสไตล์วินเทจในยุค 60 ที่ขับเน้นดวงตาให้โดดเด่นด้วยลุคสโมกกี้อายและอายไลเนอร์สุดเฉี่ยว และเพื่อให้ลุคนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ การแมตช์ด้วย
สไตล์ทรงผมแบบ Old Hollywood สุดคลาสสิกนั้นดูเป็นอะไรที่ลงตัวเน้นผมดัดเป็นลอนสวยจะเบี่ยงซ้ายหรือเบี่ยงขวาก็แล้วแต่ว่าใบหน้าด้านไหนที่คุณเจ้าสาวจะรู้สึกมั่นใจที่สุดในวันสำคัญ

The Luminous (For 3D Floral Look)

ไหนๆ จะหวานแล้วก็ต้องไปให้สุดด้วยการแต่งหน้าที่ฟรุ้งฟริ้งราวกับเจ้าหญิงในทุ่งดอกไม้ ด้วยสไตล์เมคอัพที่เน้นกลิตเตอร์วิบวับซึ่งจะช่วยทำให้ลุคของเจ้าสาวดโู รแมนติกมากข้นึ แล้วแมตช์ลุคนใี้ ห้หวานยกกำลังสองกับผมเปียสไตล์ต่างๆ ที่เข้ากับหมู่มวลดอกไม้ของชุดได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเปียที่เกล้าไว้ด้านบน เปียสไตล์ชิคนอน หรือจะเป็นเปียสไตล์โบฮีเมียน เพียงเลือกให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองก็ถือว่าปิดจ๊อบได้อย่างสวยงาม และคอมพลีตขั้นสุดด้วยการแมตช์กับธีมงานแต่งในสวนสวยก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว

The Best Individuality (For Capes & Capelets Look)

สวมเสื้อคลุมทั้งทีจะปล่อยผมยาวสยายให้มาบดบังดีเทลก็กระไรอยู่ มั่นหน้ากันไปเลยกับการรวบผมขึ้นสูงในสไตล์สุดชิคไม่ซ้ำใครที่ดูแล้วมีเอกลักษณ์สุดๆ แถมยังได้โชว์ดีเทลของเสื้อคลุมไปในตัว และเพื่อความโดดเด่นสมราคาเจ้าสาวสุดมั่น เมคอัพแบบ Bold Lip จากแฟชั่นรันเวย์ที่บรรดานางแบบแทบทุกแบรนด์ฉาบมาบนริมฝีปากอย่างพร้อมเพรียงก็เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาด แนะนำเป็นเฉดสีเข้มพิกเมนต์แน่นอย่างสี Fuchsia, Raspberry และ Orange และเน้นการแต่งหน้าที่เป็นธรรมชาติแบบน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เรียกได้ว่าสวยแบบมีลูกเล่นที่ย้อนกลับมาดูภาพวันวานอีกกี่ครั้งก็ยังสวยปังไม่หลุดเทรนด์

Romance with an Edge (For Something Blue Look)

ชุดแต่งงานสีฟ้าถือเป็นมิติใหม่ของชุดเจ้าสาวในยุคนี้ก็ว่าได้ สีฟ้าเปรียบเหมือนสีของน้ำและท้องทะเลที่สื่อถึงความสงบสุข และยังบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิง ความบริสุทธิ์ และความไร้เดียงสา ที่สำคัญ เป็นสีที่แทนความมั่นคงและความจงรักภักดีตลอดชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้สีของชุดยังทำให้นึกไปถึง “เจ้าหญิงเอลซ่า” และช็อตเปิดฟลอร์เต้นรำกับเจ้าชายรูปงาม (คุณนิวเคลียร์ – หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ จัดงานแต่งงานธีมนี้มาแล้ว) เมคอัพชวนฝันในสไตล์ Blush Bomb จึงดูเป็นอะไรที่เหมาะสมลงตัวกับพวงแก้มที่ดูชมพูเขินอายเมื่อได้อยู่ใกล้กับชายในฝัน (เจ้าบ่าวของคุณนั่นละ) ส่วนทรงผมคงความหวานด้วยการรวบแบบหลวมๆ หรือจะเลือกรวบแบบ half-up แล้วดัดส่วนที่ปล่อยเป็นลอนให้ดูอ่อนหวาน น่าทะนุถนอม รับรองสวยสวีทจนเจ้าบ่าวไม่อาจละสายตาได้แน่นอน

Modern Romance (For Guipure Lace Look)

ด้วยผ้าลูกไม้ที่สวยหวานและมีความหรูหราในเวลาเดียว แนะนำให้เพิ่มความโดดเด่นของลุคนี้ด้วยการแมตช์กับผมสลีคสุดเนี้ยบ ไม่ว่าจะสลีคแบบปล่อย สลีคแบบมวยต่ำ หรือสลีคแบบหางม้าก็ชิคแอนด์โมเดิร์นแบบคูณสอง ส่วนลุคแต่งหน้าต้องไม่พลาดสีสันแบบพาสเทลแล้วเพิ่มความเปล่งประกายอีกขั้นด้วยการลงดีเทลที่เป็นชิมเมอร์นิดๆ ทั้งดวงตาและพวงแก้ม แล้วปัดขนตาให้ดูชวนฝัน จบลุคด้วยริมฝีปากแบบกลอสซี่ฉ่ำวาวที่เน้นสีของริมฝีปากที่เป็นธรรมชาติ เพียงเท่านี้คุณก็เป็นเจ้าสาวที่มีลุคอันโดดเด่นตลอดกาล

เรื่อง : Modtanoi

‘Flower Power’ ชุดเจ้าสาวลายดอกไม้แสนสวย

เพิ่มสีสันให้กับวันสำคัญด้วย ชุดเจ้าสาวลายดอกไม้ ชุดแต่งงานประทับลายเหล่ามวลดอกไม้ ที่จะเสกคุณให้กลายเป็นเจ้าสาวแสนสวยราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ไม่ว่าจะเป็นลายพริ้นท์เล็กหรือพริ้นท์ใหญ่ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นดอกไม้ขาวบริสุทธิ์เท่านั้น จะเพิ่มเติมด้วยสีสันสดใสต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความสดใส จนเจ้าบ่าวอยากดอมดมคุณไปทั่วร่างเชียวล่ะ

ภาพ : www.vogue.mx, www.hitched.co.uk, glitterinc.com, www.alicdn.com, www.people.com, www.newyorkdress.com,  weddinginspirasi.com, www.onefabday.com, www.heyweddinglady.com, www.weddbook.com, www.admin.crazyforus.com, www.maworksstudio.com, www.weddinginspirasi.com, www.vowslove.files.wordpress.com, burnettsboards.com, www.biensavvy.eu, www.globalfashionreport.com

จ๋า - ยศสินี

เปิดสูตรผิวเด้งดูเด็กกว่าวัยของ “จ๋า – ยศสินี” ผู้จัดมากฝีมือที่ต้องเจอทั้งแดด ลม ฝนตลอดเวลา

บังเอิ๊ญบังเอิญ แพรวดอทคอมไปเจอพี่จ๋า “จ๋า – ยศสินี ณ นคร” ผู้จัดคนเก่ง ในงานครบรอบ 4 ปี แบรนด์ THREE ในประเทศไทย เลยไม่พลาดคว้าตัวมานั่งเม้าท์กันสองต่อสองถึงเคล็ดลับหน้าเด็กว่าพี่จ๋านั้นมีทริคอะไรดีนักหนา เพราะอย่างที่รู้ว่าผู้จัดมักต้องเดินทางบ่อยๆ แถมเจอมลภาวะทั้งภายในภายนอกเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นแดด ลม ฝน และแม้กระทั่งความเครียดจากงาน แล้วอะไรเล่าคือสูตรเด็ดที่พี่จ๋าใช้บำรุงผิวจนดูอ่อนเยาว์ซะอยู่หมัด

เคล็ดลับที่ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ มีอะไรบ้าง

“สำหรับการดูแลใบหน้าให้สวยดูดีของพี่ เครื่องสำอางที่สำคัญที่สุดคือ สติ คือสติเราจะต้องมีในการที่เราต้องตั้งใจที่จะเข้านอนให้ตรงตามเวลา ตื่นตามเวลา นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ขับถ่ายเป็นเวลา หมั่นออกกำลังกาย อันนี้ถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ควรทำให้ได้นะ ซึ่งถ้าเราสติหลุด ไปมุ่งอยู่แต่กับงาน มุ่งอยู่แต่เรื่องชาวบ้าน  รับรองว่าทำไม่ได้แน่นอน

“จริงๆแล้วการเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา ดื่มน้ำให้มาก ทานอาหารให้ดี ออกกำลังกายให้พอ เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งใจทำมากที่สุด เพราะนี่คือการดูแลจากภายในของเราเอง อย่างก่อนนอนพี่กับพี่เปิ้ล (สามี) พอสี่ทุ่มเราจะวางโทรศัพท์ แล้วก็จะนั่งอ่านหนังสือ หรือแชร์ความคิดเรื่องที่เจอมาในแต่ละวันด้วยกัน อันนี้พี่ว่าสำคัญ อยู่กับธรรมชาติบ้าง สนใจคนรอบข้างบ้าง ไม่มัวแต่ก้มมองจอ

“แล้วเมื่อปรับระบบภายในดี ร่างกายและผิวพรรณภายนอกก็ง่ายต่อการดูแล เพราะว่าทุกวันนี้ จริงๆเราต้องบอกว่า สิ่งแวดล้อมหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะอาหารการกิน มลภาวะ มันเป็นพิษกับเราอยู่พอสมควร สิ่งที่มันจะปกป้องเราจากภายนอกได้เนี่ย เราต้องค้นหาผลิตภัณฑ์ที่แบบมันเข้ากับเราจริงๆ

“ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างมันก็ไม่ได้เข้ากับทุกคน เพราะฉะนั้น เราก็ต้องออกตามจริงๆ แต่ว่าอย่างพี่เนี่ยเป็นคนเดินทางบ่อย บางทีอยู่ในสถานที่ที่เราเลี่ยงแดดไม่ได้ แล้วก็เป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว แต่ในขณะเดียวกัน พี่เป็นคนไม่ชอบทำเลเซอร์หรืออะไรเจ็บๆที่ใบหน้า พี่ก็ยังเก็บหน้าพี่ไว้โดยที่ยังไม่ผ่านเข็ม แม้แต่เข็มยาชา มากสุดถ้าไม่ได้บำรุงด้วยตัวเองก็อาจจะเข้ามานวดหน้า แต่อะไรก็ตามที่ต้องใช้เครื่องหรือเข็ม เซย์โนววววววค่ะ

“อย่างตัวที่ชอบและใช้เป็นประจำคือ THREE Aiming Lotion เฟสโลชั่นส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นตัวที่พี่รู้สึกว่าพี่ใช้แล้วผิวหน้าจะชุ่มชื่นขึ้น เนื้อใสๆ ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากเอสเซ้นเชียลออยล์ให้ความผ่อนคลายเพิ่มด้วย หลังล้างหน้าเสร็จ ทาตัวนี้เข้าไป พี่ไม่ได้ใช้ตัวอื่นเพิ่มเลยนะ ตัวนี้จบ เพราะเป็นคนไม่ชอบทาอะไรมากมาย เวลาไปต่างประเทศต้องเจอกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง เย็นจัด ตัวนี้เอาอยู่เลย”

ไม่ค่อยบำรุงอะไรมาก แล้วถ้าบางครั้งบางคราวแบบมาสก์หน้าดูแลผิวก่อนนอน มีบ้างหรือเปล่า

“น้อยมาก พี่เป็นคนที่ไม่ได้ให้เวลากับการบำรุงภายนอกมากนัก พี่เป็นคนขี้เกียจกับสิ่งเหล่านี้ แต่พี่จะไปให้เวลากับการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนมากกว่า เพราะพื้นฐานพี่เป็นคนกองถ่าย เพราะฉะนั้น หน้ากระจกเนี่ย 5 นาทีเสร็จ พี่ต้องการสิ่งที่มันตอบโจทย์พี่จริงๆ”

เวลาไปกองถ่ายเจอแดดบ่อยๆ แสดงว่าตอนเช้าสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดดใช่ไหมคะ

“พี่พูดจริงๆ พี่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ ครีมกันแดดพี่จะเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ แต่ที่ใช้ประจำจะเป็นของ Channel กับ La Mer แต่หลังๆพี่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ด้วย (หัวเราะ) เป็นคนที่ใช้อะไรน้อยมาก เพราะเวลาออกกำลังกายเสร็จ พี่ก็ล้างหน้าออกหมด หรือต่อให้ทาไปจากบ้านก็เท่านั้นอะ พี่จะพกอะไรก็ได้ที่ใช้ง่ายและรวดเร็ว ขั้นตอนเดียวจบ ซึ่งพี่อาจจะไม่ได้ใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวมากนัก แต่สิ่งที่เน้นคือการคลีนซิ่งหน้าต้องให้สะอาดหมดจด”

แล้วเรื่องอาหารการกินล่ะคะ ดูแลตัวเองยังไงบ้าง

“เมื่อก่อนอาหารพี่ก็แย่มาก พี่เป็นคนติดกาแฟ พี่ไม่กินผลไม้เลยตั้งแต่เกิด แถมไม่ค่อยกินผัก จนตอนนี้พี่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะสามีเป็นคนเลือกกินแต่ของดีมีประโยชรน์ พี่ก็เลยกินดีตาม เริ่มกินผัก ข้าวกล้อง แล้วเน้นปลา สิ่งที่ดีคือพี่ก็พยายามกินเข้าไป กาแฟก็พยายามดื่มให้น้อยลง และโชคดีที่พี่ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่” (ยิ้ม)

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : saranya inphum

ภาพจาก Instagram : yossiebistro

พรีเซรั่ม

“พรีเซรั่ม 8 ตัวเต็งน่าสอย” หลักร้อยถึงหลักพัน สำหรับบำรุงในขั้นตอนแรก

สาวๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า พรีเซรั่มคืออะไร จำเป็นอย่างไร ทำไมต้องใช้ ทางนี้ค่ะ แพรวดอทคอม มีคำตอบให้สาวๆ เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก พรีเซรั่ม เป็นการบำรุงผิวขั้นตอนแรกหลังจากทำความสะอาดใบหน้าเสร็จ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการเตรียมผิว เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการลงสกินแคร์ตัวต่อไปให้มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอด ถามว่าจำเป็นไหม สำหรับผู้หญิงที่รักสวยรักงามตอบเลยว่าจำเป็นค่ะ เป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างสมดุลให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วยนะ

ส่วนที่ว่าทำไมต้องใช้ ด้วยชีวิตที่ต้องเผชิญกับปัจจัยรุกรานผิวต่างๆ มากมาย ทั้งภายนอกและภายใน ล้วนเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิวให้อ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน ริ้วรอยก่อนวัย จึวจำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆ บำรุงครบทุกขั้นตอน ไม่เว้นแม้แต่พรีเซรั่มในขั้นตอนแรกก่อนลงเซรั่มหรือมอยซ์เจอร์ไรซ์เซอร์ เพื่อเป็นใบเบิกทางให้สกินแคร์ตัวต่อไปซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ครั้งนี้ แพรวดอทคอม มีแนะนำ 8 แบรนด์ตัวเต็งน่าใช้ค่ะ อย่าลืมเลื่อนลงไปส่องเพื่อสอยมาใช้กันนะคะ

VICHY Mineral 89
(50 มิลลิลิตร / 1,300 บาท)

พรีเซรั่มเนื้อเจลสูตรแรกของวิชี่ที่ผสานพลังน้ำแร่วิชี่เข้มข้มที่สุดถึง 89% ผสานกับโมเลกุลไฮยาลูรอนสกัดจากธรรมชาติ หนึ่งในมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมเต็มผิว สามารถดึงดูดและเก็บกักความชุ่มชื่นให้กับผิว พร้อมมอบผิวเด้งนุ่ม เรียบเนียน ดุจผิวเด็ก ภายใน 28 วัน เนื้อเจลใสซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ โดยใช้เป็นตัวแรกสุดของการบำรุง ก่อนการลงเซรั่มหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว


THREE Aiming Lotion 
(140 มิลลิลิตร / 3,400 บาท)

เฟสโลชั่นส่วนผสมจากธรรมชาติ 96% กลิ่นหอมผ่อนคลายจากเอสเซนเชี่ยลออยล์ ใช้ในขั้นตอนแรกของการบำรุง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญปรับผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ โลชั่นเนื้อใสเบาสบาย ช่วยเพิ่มพลังความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเต็มเปี่ยม แทรกซึมได้ดีแม้ผิวหยาบ แห้งกร้านสะสมให้กลับมาเป็นผิวที่อ่อนนุ่ม ช่วยปรับสมดุลภายในให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ผิวอิ่มฟูดูอิ่มเอิ่บ


MAMONDE Floral Hydro Mist
(120 มิลลิลิตร / 500 บาท)

สเปรย์น้ำแร่ฉีดผิวหน้า อณูละอองน้ำละเอียด พร้อมลดอุณหภูมิความร้อนให้ผิวชุ่มชื่น ด้วยคุณค่าสารสกัดจากดอกนาร์ซิสซัส เติมความสดชื่นให้ผิวที่ขาดน้ำ พร้อมให้ผิวชุ่มชื่นอิ่มน้ำยาวนานตลอดวัน สามารถใช้ในขั้นตอนแรกก่อนของการบำรุง หรือฉีดเติมความสดชื่นระหว่างวัน ที่สำคัญช่วยล็อคเครื่องสำอางให้ติดทนอีกด้วย


POSITIF Bright & Soft Mineral Water Mist
(100 มิลลิลิตร / 300 บาท)

สเปรย์น้ำแร่เติมความชุ่มชื้น และบำรุงผิว ด้วยประสิทธิภาพน้ำแร่จากชั้นหินใต้ท้องทะเล อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด มีโมเลกุลขนาดเล็กซึมลงสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมเติมความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว บำรุงผิวให้แข็งแรง พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ สามารถใช้ฉีดเพื่อเตรียมผิวหน้าก่อนทาเซรั่มบำรุงผิว หรือใช้เติมความสดชื่นได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการ


POLA BA Lotion
(120 มิลลิลิตร / 8,700 บาท)

โลชั่นน้ำสูตร Moist Volume Formula อนุภาคโมเลกุลขนาดนาโน ลำเลียงไปยังผิวชั้นในได้อย่างทันที ช่วยให้ผิวกระชับอย่างมีมิติ และเสริมสร้างการเพิ่มจำนวนและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวชั้นใน ใช้บำรุงขั้นตอนแรก เพื่อเตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนการบำรุงผิวให้กระจ่างใส ช่วยชะลอวัย พร้อมฟื้นคืนผิวให้ดูเปล่งปลั่ง


LANCÔME Advanced Génifique Youth Activating Concentrate
(30 มิลลิลิตร / 3,900 บาท)

พรีเซรั่มฟื้นบำรุงสัญญาณความอ่อนเยาว์ ได้แก่ ริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก ความเปล่งปลั่ง สีผิวสม่ำเสมอ ความยืดหยุ่น ด้วยเนื้อเซรั่มแบบเอสเซ้นส์บางเบา ค่อยๆ ซึมซาบลึกลงสู่ผิวอย่างนุ่มนวล ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังการใช้โทนเนอร์ เพื่อบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดี เปล่งปลั่ง เผยออร่าแห่งความอ่อนเยาว์อีกครั้ง


SULWHASOO First Care Activating Serum EX 
(120 มิลลิลิตร / 4,950 บาท)

ปลุกสมดุลผิวจากภายใน และช่วยกระตุ้นพลังงานแห่งความสมดุลของกายและใจที่รวมเป็นหนึ่ง ด้วย 5 ส่วนผสมจากพืชสมุนไพรชั้นเลิศที่ผ่านการคัดสรรเพื่อการบำรุงผิวหน้าอย่างถี่ถ้วน จากพืชสมุนไพรกว่า 3,000 สายพันธุ์ ได้แก่ รากโกฐขี้แมว รากดอกโบตั๋นจีน เมล็ดบัวหลวงอินเดีย ดอกลิลี่ขาว และโซโลมอนส์ซีล ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังจากล้างหน้า เซรั่มจะช่วยทั้งเพิ่มการดูดซึมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นได้ง่ายและดียิ่งขึ้น


Avène Thermal Spring Water
(150 มิลลิลิตร / 520 บาท) และ (300 มิลลิลิตร / 750 บาท)

น้ำแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่กรองผ่านชั้นหินภูเขามายาวนานกว่า  50 ปี ทำให้น้ำแร่อาเวนอุดมไปด้วยเกลือแร่และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์สำหรับผิว ในการให้ความชุ่มชื้น บรรเทาและลดการระคายเคือง ลดการอักเสบของผิว เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ช่วยปรับสมดุล เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของผิว และมีฟิล์มเคลือบปกป้องผิวจากมลภาวะ ฉีดพ่นได้ทันที โดยไม่ต้องเขย่าขวดสเปรย์ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นซับเบาๆ ด้วยกระดาษทิชชูหรือตบเบ ๆ เพื่อให้น้ำแร่ซึมลงสู่ผิว สามารถใช้ในขั้นตอนแรกของการบำรุงหรือระหว่างวัน

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์

Peach Girl

เปิดหัวใจ เคย์ อิโนโอะ (Kei Inoo) นักร้องหนุ่มฮ็อต สู่บทแบดบอยจอมเจ้าชู้ ใน Peach Girl

จากหนังสือการ์ตูน Shoujo Manga หรือการ์ตูนตาหวาน ที่ฮิตถล่มทลายมียอดจำหน่ายสูงถึง 14 ล้านเล่ม ได้นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ให้ได้ชมแล้ว ในชื่อ Peach Girl เธอสุดแสบที่แอบรัก เตรียมฉายในโรงภาพยนตร์วันแรกวันที่ 17 สิงหาคม 2560

Peach Girl

ดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนตร์ Peach Girl (พีชเกิร์ล) ภาพยนตร์แนวไลฟ์แอ๊คชั่น (Live Action) ที่สร้างจากมังงะสุดฮิตระดับตำนานของสาวๆ โดยได้นักแสดงและนักร้อง 4 หนุ่มสาวแห่งยุคของญี่ปุ่นมาแท็คทีมแสดง ซึ่งเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างฮือฮาตั้งแต่เปิดรายชื่อนักแสดงนำ เพราะผู้ที่มาเล่นได้แก่ เคย์ อิโนโอะ นักร้องสมาชิกวง Hey! Say! JUMP! รับบทเป็นไคริ หนุ่มฮ็อตของโรงเรียนที่ตามจีบโมโมะ นางเอกของเรื่องแบบไม่หยุดหย่อน, แมคเคนยู ที่เคยฝากผลงาน Let’s Go Jets มารับบทโทจิ หนุ่มหล่อนักกีฬาที่นางเอกแอบชอบ, มิซูกิ ยามาโมโต้ รับบทโมโมะ เป็นนางเอก รวมไปถึงนากาโนะ เมอิ ที่จะมาสวมบทเป็นเพื่อนตัวแสบชื่อ คาชิวากิ ซาเอะ

สำหรับฉบับภาพยนตร์ปี 2017 จะพูดถึงชีวิตของนักเรียนสาวมัธยมนามว่า โมโมะ สาวผิวแทนที่ใครๆต่างคิดว่าเธอเป็นคนแรง โมโมะตกหลุมรักโทจิ ชายหนุ่มที่เธอแอบสืบมาว่าเขาชอบแต่สาวผิวขาวเท่านั้น ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง และอยากทำทุกอย่างให้เขาหันมามอง แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้น เมื่อไคริ หนุ่มฮ็อตของโรงเรียนกลับตกหลุมรักและตามจีบเธอแบบไม่ลดละ จนทำให้เพื่อนตัวแสบอย่างซาเอะ อิจฉาหนักจนเกิดปฏิบัติการณ์วางแผนแย่งผู้ จนทำให้เรื่องวุ่นวายหนักเข้าไปอีก เรื่องราวความรักของพวกเขาจะลงเอยแบบไหน และหนุ่มคนไหนจะชนะใจโมโมะก็ต้องตามลุ้นกัน ก่อนแฟนหนังญี่ปุ่นจะได้ไปชมภาพยนตร์ แพรวดอทคอมจึงนำบทสัมภาษณ์ของนักร้องหนุ่ม เคย์ อิโนโอะ ที่ต้องมาตามจีบนางเอกมาพูดถึงการเล่นหนังเรื่องนี้ก่อน จะเป็นอย่างไรไปฟังกันเลย

Peach Girl

ความรู้สึกแรกตอนที่รู้ว่าได้รับเลือกมารับบทไคริ ในพีชเกิร์ล (Peach Girl) เคย์ตื่นเต้นไหม

เคย์: ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องมาเล่นบทเด็กมัธยม ชีวิตในโรงเรียน เรื่องรักวุ่นๆ มันเกินจินตนาการมากครับ หลังจากผู้กำกับเสนอบทให้ ผมก็ไปหาการ์ตูนต้นฉบับมาอ่านแล้วคิดในใจว่า นี่เราต้องแสดงเป็นไอ้หมอนี่จริงๆเหรอ ยอมรับครับว่าไม่เคยอ่านการ์ตูนตาหวานมาก่อน แต่ตอนแสดงกับพวกเดอะแก๊ง แมคเคนยู, หนูเมย์ และมิซูกิ ก็สนุกมากๆเลยครับ

เล่าบรรยากาศกองถ่าย Peach Girl ให้เราฟังหน่อย

เคย์: โลเกชั่นของหนังส่วนใหญ่เราถ่ายทำกันที่โยโกฮามา เกาะอีโนชิมะ อากาศดีมากครับ ผมค่อนข้างเกร็งตอนถ่ายทำ เพราะนักแสดงคนอื่นๆมีประสบการณ์เยอะกว่าผมทั้งนั้นเลย ทำให้ผมโดนสั่งเทคมากกว่าเพื่อนๆคนอื่นๆ แต่สุดท้ายก็ผ่านทุกอย่างไปได้

Peach Girl

ได้ยินมาว่า ช่วงพักกอง คุณแมคเคนยู มิซูกิ และเมย์ นากาโนะ ชอบเล่นเกมไพ่ทายใจกันจริงไหม

เคย์: ใช่ครับ ช่วงระหว่างเบรก พวกเรา 4 คนจะชอบเล่นเกมไพ่ทายใจกัน ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำใหม่ๆ ผู้กำกับชอบจับให้เราเล่นเกมด้วยกัน เขาบอกว่ามันเป็นสังคมของเพื่อนมัธยม การได้ทำกิจกรรมด้วยกันพวกเราจะได้สนิทกันจริงๆ ผมประทับใจมาก แล้วทั้งผม, แมคเคนยู, มิซูกิ และหนูเมย์ ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ

พูดถึงบทบาทที่ได้รับหน่อย

เคย์: ในมุมมองผม ไคริเป็นผู้ชายที่ใจดีมาก ถึงแม้แฟนเก่าเขาจะนอกใจไปหาผู้ชายคนอื่น แต่เขาก็ยังใจดีกับพวกเธอ หัวใจของคนที่รู้จักความรักจริงๆเท่านั้นครับถึงให้อภัยเรื่องแบบนี้ได้ ไคริเป็นผู้ชายขี้เหงา เขาติดแม่ แต่พ่อกับพี่ชายไม่เคยเข้าใจในตัวตนของเขา เขาเลยต้องแสดงออกด้วยการเป็นผู้ชายเอาแต่ใจ เจ้าชู้ อ่อยใส่ผู้หญิงทุกคน จนได้มาเจอโมโมะ ผู้หญิงที่ทำให้เขาเข้าใจคำว่ารักแท้

Peach Girl

การทำงานร่วมกับผู้กำกับ ชินโทกุ เป็นอย่างไรบ้าง เขาโหดไหม

เคย์: ความประทับใจที่ผมมีต่อตัวผู้กำกับ เขาจะคอยสอนผมเรื่องการแสดง เขาจะบอกความต้องการของเขาเสมอ “ฉันอยากให้ไคริดูเป็นเด็กกว่านี้ ตอนกอดโมโมะ นายต้องแสดงความรู้สึกมากกว่านี้ ไคริเป็นคนที่ปกปิดความรู้สึกตัวเอง นายต้องแสดงออกมาจากความรู้สึกข้างใน” คำสอนของเขาทำให้ผมพัฒนาเรื่องการแสดงขึ้นเยอะเลย

คุณคิดว่าไคริกับคุณเหมือนหรือต่างกันตรงไหน

เคย์: ผมกับไคริเหมือนกันตรงที่เราเป็นคนอ่อนไหวเรื่องความรักครับ ตรงนี้ที่ผมคิดว่าเราเหมือนกัน


เรียบเรียงโดย: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: สหมงคลฟิล์ม, IG @kei__munini_1990

นิทรรศการจัดแสดงฉลองพระองค์ “เจ้าหญิงไดอาน่า” แฟชั่นไอคอนของผู้หญิงทุกยุค

เจ้าหญิงไดอาน่าคือแฟชั่นไอคอนแห่งยุค 80’s และต้นยุค 90’s อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ทรงพระสิริโฉมอย่างมาก ไม่ว่าจะปรากฏในสถานที่หรือโอกาสใด ก็ทรงเลือกฉลองพระองค์ให้เข้ากันอยู่เสมอ ผู้หญิงในยุคนั้นต่างยกให้พระองค์เป็นไอดอลในเรื่องการแต่งตัว และดูเหมือนแฟชั่นที่พระองค์ทรงแต่งเมื่อหลายสิบปีก่อนจะยังเป็นแฟชั่นที่ฮิตอยู่ในตอนนี้ด้วย

เมื่อช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฉลองพระองค์ของเจ้าหญิงไดอาน่าถูกจัดแสดงขึ้นที่พระราชวังเคนซิงตัน มีการเปิดให้ประชาชนเข้ามาชมความงามของฉลองพระองค์อย่างใกล้ชิด ฉลองพระองค์ที่ถูกจัดมานำแสดงล้วนเป็นชุดที่มีเรื่องราวและดีไซน์โดดเด่น ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพันจากทั่วทุกมุมโลก

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงสวมใส่เดรสลูกไม้สีฟ้าตัวนี้พร้อมกับผ้าพันคอสีขาวในปี 1979 ถือเป็นฉลองพระองค์ที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาฉลองพระองค์ทั้งหมดที่ถูกจัดโชว์ในนิทรรศการนี้

(เรียงจากซ้ายไปขวา) เสื้อขนสัตว์ผ้าลายตารางหมากรุก พระองค์ทรงสวมใส่เสด็จเยือนอิตาลีในปี 1985 เสื้อชีฟองสีชมพูเจ้าหญิงทรงสวมใส่ในปี 1981 และชุดสีน้ำตาลทรงสวมใส่ช่วงฮันนีมูนในแบลมอรัล ประเทศสกอตแลนด์ปี 1981

ชุดสีครีมผ้าไหมชุดเครป (ซ้าย) ปักด้วยเลื่อมออกแบบโดยแคทเธอรีน วอล์กเกอร์ เจ้าหญิงทรงสวมใส่ในปี 1986 ในระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย ชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มผ้าไหมกำมะหยี่ (ขวา) ได้รับการออกแบบโดยวิกเตอร์ อีเดลชไตน์ พระองค์ทรงสวมใส่ในระหว่างการเต้นรำกันจอห์น ทราโวลตาในงานเลี้ยงที่ทำเนียบขาวปี 1985

ชุดสีเขียวชุดราตรีงานเลื่อมทั้งตัว เจ้าหญิงไดอาน่าทรงสวมใส่ในโอกาสงานทางการ รวมถึงการเสด็จเยือนออสเตรียในปี 1986 และที่ Royal Lancaster Hotel ในกรุงลอนดอนในปี 1990

d

ชุดสีฟ้าผ้าไหมชีฟอง (ด้านหน้าซ้าย) ชุดราตรีที่สวมใส่โดยเจ้าหญิงไดอาน่าในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 1987  และชุดผ้าไหมชีฟองสีขาวประดับด้วยเลื่อมทรงสวมใส่ในการเข้าชมในริโอเดอจาเนโรในบราซิลเมื่อปี 1991 (ด้านหน้าขวา)

ชุดผ้าไหมครีมพิมพ์ลายดอกกุหลาบ (ด้านหน้าสุด) ถูกออกแบบและการเปลี่ยนแปลงโดยแคทเธอรีน วอล์กเกอร์เจ้าหญิงไดอาน่าทรงสวมใส่ในปี 1997

เดรสสีขาวทำจากผ้าไหมเครปและแจ็คเก็ตปักเลื่อมกับไข่มุก ออกแบบโดยแคทเธอรีน วอล์กเกอร์ เจ้าหญิงทรงสวมใส่ในปี 1989

เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงสวมใส่ชุดสีแดงในปี 1996 และฉลองพระองค์ตัวนี้แคทเธอรีน วอล์กเกอร์ก็เป็นคนออกแบบเช่นกัน


กกกก

มองย้อนกลับไปผ่านแคตตาล็อกแฟชั่นของเจ้าหญิงไดอาน่าก็เป็นที่แน่ชัดเจนว่าพระองค์ทรงเป็นผู้นำเทรนด์ในช่วงเวลานั้น และตอนนี้ไอเท็มบางอย่างที่เจ้าหญิงทรงสวมใส่กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

นี่คือ 7 แฟชั่นของเจ้าหญิงไดอาน่าที่เต็มไปด้วยความเก๋ไก๋เมื่อนำมาแต่งในปี 2017 บอกเลยเทรนด์เหล่านี้กำลังมา

1.  กางเกงลายตารางหมากรุก

2. กางเกงยีนส์สไตล์ Mom Jeans

3. กางเกง Activewear

4. เสื้อโอเวอร์ไซส์

5. รองเท้าสีขาว

6. เสื้อแบบ Heritage checks

7. เอี้ยม


ฉลองพระองค์ของเจ้าหญิงไอดาน่าที่นำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการ ตัวชุดมีความประณีต สวยงาม การดีไซน์ถูกคิดมาเพื่อเจ้าหญิง เพราะเมื่อทรงสวมใส่แล้วก็ส่งให้พระสิริโฉมรับกับชุดมากๆ ส่วนแฟชั่นฉลองพระองค์ในชุดลำลองทั้ง 7 แบบที่แพรวดอทคอมนำมาฝากกัน ก็เป็นสไตล์ที่ใส่ได้จนถึงปัจจุบัน อย่างชุดเอี้ยมที่ทุกวันนี้ยังมีสาวๆ ใส่กันทุกวัย และแม้เจ้าหญิงไดอาน่าจะทรงจากไปแล้ว แต่พระองค์ยังคงเป็นแฟชั่นไอคอนแห่งยุคที่ใครก็ไม่มีวันลืม

 

 

 

ภาพและที่มา : www.mirror.co.uk , pinterest

 

 

เรียกพี่สาวก็ยังได้ 6 ดาราสาว วัย 40 อัพ สตัฟฟ์หน้าเด็ก เข้าวงการจนมีลูกก็ยังสวยไม่เปลี่ยน

ยังคงสวยใสประหนึ่งเพิ่งเข้าวงการมาหมาดๆ สำหรับ 6 ดาราสาว สตัฟฟ์หน้าเด็ก โดยปัจจุบันแต่ละคนก็ได้แต่งงาน มีลูก มีครอบครัวกันเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาก็คือ ถ้าไม่ได้รู้ประวัติว่าพวกเธอเกิดวันไหน อายุเท่าไหร่ ก็แทบไม่เชื่อเลยว่า สาวๆแต่ละคนอายุ 40 อัพกันแล้ว..ว เพราะปัจจุบันหน้าและลุคยังสวย เด้งประหนึ่งอายุ 20-30 ปี ถ้าจะเรียกคุณแม่หรือเรียกคุณพี่ก็ได้หมดเลยนะเนี่ย

เมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย : อายุ 41 ปี

อายุ 41 ปีแล้ว เมย์-ปทิดาก็ยังคงมีใบหน้าสวย สดใส ดูเด็กเหมือนตอนเข้าวงการมาใหม่ๆ หลังจากแต่งงานกับหนุ่ม-กรรชัย จนทั้งสองมีลูกสาวคนแรก น้องมายู-ด.ญ.ภูรดา กำเนิดพลอย สาวเมย์ก็ได้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้จัดละครให้กับช่อง 8 โดยปัจจุบันทำมานานกว่า 5 ปีแล้ว รวมถึงยังดูแลธุรกิจทั้งตำแหล, ลิปสติกแบรนด์ Missse เห็นมีงานล้นมือขนาดนี้ ต้องยอมรับเลยว่าสาวเมย์มีวินัยในการดูแลตัวเองจริงๆ เพราะถ้าให้เดาโดยไม่ทราบอายุจริง ก็อาจคิดเพลินว่า สาวเมย์อายุ 20 ปลายๆซะด้วยซ้ำ

อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล : อายุ 42 ปี

อ้อม-พิยดา นักแสดงสาววัย 42 ปี ตั้งแต่เข้าวงการจนถึงปัจจุบันก็ยังคงความหน้าเด็ก สวยใสเสมอ หลังจากสมรสกับศรา จุฑารัตนกุล และมีลูกสาวด้วยกันชื่อว่าน้องนาวา ตอนนี้สาวอ้อมก็ได้ควบงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยผลงานละครล่าสุดคือเรื่องกับดักเสน่หา และผลงานผู้จัดละครในปีนี้คือเรื่องภารกิจลิขิตหัวใจ ที่จับฌอห์ณ จินดาโชติ มาประกบคู่ วิว-วรรณรท ทำงานหนักแถมยังต้องดูแลน้องนาวา ที่เริ่มฉายแววตามรอยคุณแม่ มีถ่ายแฟชั่นและชอบตามไปดูการทำงานเบื้องหลัง จะเรียกว่าแม่ลูกคู่นี้เป็นเพื่อนคู่ซี้ก็ไม่แปลกเลยนะ

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส : อายุ 43 ปี

หลังจากแต่งงานกับนายคริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท สามีชาวอเมริกันที่เป็นคุณครู และย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แฟนๆก็แทบไม่ได้เห็นผลงานของสาวอุ้มผ่านหน้าจออีกเลย แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังติดตามชีวิตของดาราโปรดผ่านโซเชียลต่างๆอยู่ ปัจจุบันสาวอุ้มมีลูกสาว 2 คน คือ น้องเมตตาและน้องอนีคา ซึ่งตอนนี้เธอทำงานตำแหน่ง Managing Director ที่ Baanoom Company Limited สาวอุ้มเป็นอีกหนึ่งสาววัย 40 อัพที่เวลาทำอะไรไม่ได้ เพราะแม้จะผ่านมานานหลายปี รอยยิ้มและความสดใสของสาวอุ้มก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย

ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน : อายุ 43 ปี

เป็นควีนประจำบ้าน ที่นอกจากจะทำหน้าที่ภรรยาสุดที่รักของสามี เจ-เจตรินแล้ว ปิ่น-เก็จมณี ในวัย 43 ปีก็ยังต้องดูแลลูกชายทั้งสาม เจ้านาย-เจ้าขุน-เจ้าสมุทร ที่กำลังเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม และถึงแม้สาวปิ่นจะเป็นคุณแม่ลูกสามวัย 40 กะรัต แต่ความสวย หุ่นเป๊ะก็ยังคงเหมือนตอนสาวๆวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการ เห็นแล้วก็…น่าอิจฉาม้ากมาก!

แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ : อายุ 45 ปี

ประหนึ่งสตัฟฟ์เอาไว้ทั้งหน้าและหุ่น เพราะนักแสดงสาว แอน-สิเรียม ในวัย 45 ปี ยังคงความสวยและมีเสน่ห์อยู่มากๆ ซึ่งจะมองว่าเป็นพี่สาวของน้องนนนี่ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของเธอก็ว่าได้ ปัจจุบันสาวแอนยังคงทำงานในวงการบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยเป็น Producer ที่บริษัท 914 Entertainment รวมถึงยังหมั่นบินไปกลับระหว่างไทยและต่างประเทศอยู่บ่อยๆ หลังจากน้องนนนี่เรียนจบแล้ว ก็ต้องติดตามกันดูละว่า ลูกสาวจะเดินตามรอยพี่สาว อุ๊ย คุณแม่ ทำงานในวงการบันเทิงหรือเปล่า

นิโคล เทริโอ อายุ 45 ปี

ส่งท้ายกันที่นักร้องและนักแสดงสาว นิโคล เทริโอ ที่เวลาผ่านมานับสิบๆปี ผลงานเพลงของสาวนิโคลก็ยังคงเป็นที่นิยมและถูกนำมาร้องตามงานหรือปาร์ตี้สังสรรค์อยู่เสมอ ปัจจุบันสาวนิโคลอายุ 45 ปี และกำลังเริ่มปลูกต้นรักครั้งใหม่กับหนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ ซึ่งลูกชายของเธอคือ น้องทิกเกอร์ ก็เปิดไฟเขียวเพื่อให้คุณแม่มีความสุขเต็มที่ด้วย นิโคลเป็นอีกหนึ่งสาวที่ยังคงสวย สดใส ยิ่งช่วงนี้มีความรักด้วย คงไม่แปลกที่จากลุคดูเด็ก สดใสอยู่แล้ว จะยิ่งดูเด็ก สดใสเพิ่มขึ้นอีก

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: วิกิพีเดีย, IG @mayfuang @aomphiyada @jjetrin @kejmanee @annsirium
@nicolenicole23, Facebook- Oom Siriyakorn

ตอนจบที่แท้จริง! “รยูจุนยอล-ฮเยริ” ตกลงคบกัน สร้างตำนานรัก Reply 1988 ฉบับใหม่ เวอร์ชั่นนี้ไม่มีในละคร

ปัดฝุ่นป้ายไฟ #ทีมพระรอง “รยูจุนยอล” หลังปาปารัสซี่แฉภาพควง “ฮเยริ” นางเอกซีรี่ส์ฮิต Reply 1988 ออกเดต ต้นสังกัดคอนเฟิร์มทั้งคู่คบหาดูใจกันจริง ชาวเน็ตกระตู้วู้นี่แหละ! ตอนจบที่แท้จริง

“รยูจุนยอล-ฮเยริ”
สำนักข่าวเกาหลี Dispatch ได้เผยภาพการออกเดทระหว่าง “รยูจุนยอล” และ “ฮเยริ”

“Reply 1988” คือซีรี่ส์สุดฮิตของช่องเคเบิลเกาหลีใต้ TVN ที่สร้างประวัติศาสตร์กระชากเรตติ้งจนช่องฟรีทีวีหนาวๆร้อนๆด้วยเรตติ้ง 21.6% ด้วยพล็อตเรื่องที่ไม่เหมือนใคร มุ่งเน้นสะท้อนความสัมพันธ์ของครอบครัวในชุมชนซังมุนดง พร้อมแฝงแง่คิดการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นผ่าน ค.ศ. 1988 โดยนอกเหนือจากสาระดีๆแล้ว ซีรี่ส์เรื่องดังกล่าวยังแทรกความโรแมนติกให้หนุ่มสาวได้กระชุ่มกระชวยหัวใจ กับเรื่องราวรักสามเส้าของเพื่อนสนิท 3 คน คือ “พัคโบกอม” รับบท “ชเวแทค”,  “ด๊อกซอน” รับบทโดย “ฮเยริ” และ “จองฮวัน” รับบทโดย “รยูจุนยอล” กับการดำเนินเรื่องที่แตกต่างไม่รู้ว่าใครคือพระเอกจนกว่าจะถึงตอนสุดท้าย ซึ่งความนิยมของเรื่องนี้ส่งให้นักแสดงทั้งสามกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เป็นดาวเด่นของวงการบันเทิงเลยทีเดียว

“โบกอม-รยูจุนยอล-ฮเยริ” แก๊ง Reply 1988

แม้ในจอบทสรุปนางเอก “ด๊อกซอน” จะเลือก “ชเวแทค” รับบทโดย “พัคโบกอม” เป็นคู่ชีวิต แต่ให้หลังได้ปีกว่าๆ ตำนานรัก Reply 1988 ฉบับใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น แบบที่ไม่มีในบทละคร เพราะเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวเกาหลี Dispatch ได้เผยภาพการออกเดตระหว่าง “รยูจุนยอล” และ “ฮเยริ” ซึ่งล่าสุดต้นสังกัดของนักแสดงทั้งสองได้ออกมาฟันธงแล้วว่าทั้งคู่เพิ่งตกลงคบหากันในฐานะคนรัก ทั้งยังขอให้แฟนๆสนับสนุนพวกเขาทั้งสองอย่างอบอุ่นด้วย

ใสๆวันวาร

พูดจริงไม่ได้โม้! 7 แบรนด์ไฮสตรีท ราคาหลักพัน แมตช์ลุค Luxury Brand แบบ “Gucci” ก็ได้

Gucci (กุชชี่) แบรนด์แฟชั่นที่ดังระดับโลก เอกลักษณ์ของการดีไซน์เสื้อผ้า รองเท้า และไอเท็มอื่นๆ มีความชัดเจน  มองแว็บเดียวก็รู้ได้เลยว่านี่เป็นงานของกุชชี่ เพราะลวดลายที่ใส่มาแบบจัดเต็ม ทำให้โดดเด่น แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ

แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีอย่างกุชชี่ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ร้อนแรงที่สุดในโลกแฟชั่นเลยก็ว่าได้ เพราะอย่างที่บอกไปคือลวดลายบนเสื้อผ้าของนางมาแบบยูนีคสุดๆ ทำให้โดนใจทั้งเซเลบริตี้ไทย เอเชีย และฮอลลีวู้ดที่ล้วนมีคอลเล็คชั่นของแบรนด์นี้ไว้ครอบครองกันทั้งนั้น ล่าสุด สาวชมพู่ – อารยา ก็ได้ของขวัญลูกแฝดเป็นชุดเบบี๋จากแบรนด์กุชชี่เช่นกัน นางแบบดังระดับโลกอย่าง จีจี้ ฮาดิด เคลดัล เจนเนอร์ ก็ครีเอตลุคสตรีทเข้ากับกุชชี่ได้อย่างดี

สังเกตได้เลยว่าแบรนด์นี้จะเป็นที่ชื่นชอบของเซเลบริตี้ สำหรับคนทั่วไปที่อยากลองใส่เสื้อผ้าของกุชชี่บ้าง ก็อาจไม่กล้าซื้อ เพราะราคาแต่ละตัวก็อยู่ในระดับไฮเอนด์ไม่แพ้ความปังของแบรนด์ แต่วันนี้แพรวดอทคอมมี dupes ของกุชชี่มาให้เลือกกัน หรือพูดง่ายๆคือมีแบรนด์ที่ราคาถูกลงมาแต่ให้อารมณ์แบบกุชชี่เต็มๆ ก็ไม่รู้ว่าแบรนด์ไฮสตรีทเหล่านี้จะมีแรงบันดาลมาจากกุชชี่หรือเปล่า แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบกุชชี่ แต่ไม่สามารถจับต้องได้เพราะราคาสูง ก็ลองเลือกแมตช์แบรนด์ไฮสตรีทที่มีสไตล์แบบกุชชี่เข้ากับการแต่งตัวของตัวเองดูละกัน

แบรนด์ไฮสตรีทที่มีสไตล์แบบกุชชี่จะมีแบรนด์ไหนและมีไอเท็มอะไรบ้าง ส่องเลยยยย

 

เสื้อ £29 หรือราคาประมาณ 1,242 บาท  จาก Topshop

เสื้อเชิ้ต £69.99 หรือราคาประมาณ 2,997 บาท  จาก Mango

 กางเกง £39.99 หรือราคาประมาณ 1,712 บาท  จาก H&M

รองเท้าแบบ Mules £59.99 หรือราคาประมาณ 2,569 บาท จาก Zara

กระโปรง £22.67 หรือราคาประมาณ 971 บาท  จาก Shein.com

 รองเท้ามีส้น £60 หรือราคาประมาณ 2,569 บาท  จาก Office

เดรส £34.99 หรือราคาประมาณ 1,498 บาท  จาก New Look

เสื้อฮู้ด  £36 หรือราคาประมาณ 1,541 บาท  จาก Topshop


กกก

เสื้อผ้าแบรนด์ทั่วไปที่ไม่ได้แพงมาก เขาก็ออกแบบมาคล้ายกับแบรนด์ไฮเอนด์อยู่เหมือนกัน อันนี้ไม่ใช่งานก๊อปปี้นะ แต่เป็นงานที่มีความคล้ายคลึงกัน ให้อารมณ์แบบแบรนด์แพงๆอย่างกุชชี่ ก็เหมือนกับเครื่องสำอางที่มีไอเท็มถูกและดี สามารถใช้แทนแบรนด์แพงๆได้ แต่คุณภาพไม่ต่างกัน และไม่แปลกที่ฝั่งแฟชั่นจะมีเหมือนกัน ถ้างบไม่ถึงที่จะสามารถซื้อเสื้อผ้าในราคาห้าหกหลักได้ ก็ใส่แบบนี้แหละ ไม่เห็นจะเสียหาย แต่ละแบบก็แบรนด์การันตีว่าไม่ใช่ของลอกเลียนแบบ สบายใจได้ 

 

 

 

ภาพและที่มา : www.mirror.co.uk

 

“น้องเพลง” เชื่อไม่ได้ถูก “เจนี่” กลั่นแกล้ง! ดราม่าปมถูกถอดเพลงประกอบละคร ”เพลิงบุญ”

เปิดปากครั้งแรก! “น้องเพลง-ชนม์ทิดา” เชื่อเป็นข่าวลือ เคลียร์ปมโดนระงับเพลง “ทำกับฉันได้ลง” OST.เพลิงบุญ เพราะอดีตแม่เลี้ยง “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์”

แม้ว่าผ่านไปนานหลายปีแล้ว แต่ยังถูกโฟกัสไม่เลิกสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” กับอดีตลูกเลี้ยง “น้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม” ลูกสาวของ “เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” ล่าสุดเกิดดราม่าใหญ่โตเมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า “น้องเพลง” ถูกถอดจากการร้องเพลงประกอบละคร “เพลิงบุญ” ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเป็นเพราะ “เจนี่”

และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้ง “ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย” คุณแม่ของศิลปินสาว รวมถึง “จ๋า-ยศสินี ณ นคร” และ “หนึ่ง ณรงค์วิทย์” แห่ง Chandelier Music ซึ่งเป็นผู้ดูแลเพลงประกอบละครของช่อง 3 ได้ออกมาเปิดเผยว่าไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือ เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม แต่มีการแตกเสียงที่แตกต่างกันในประเด็นหนึ่งโดยฝ่ายคุณแม่นักร้องสาวบอกว่าไม่ทราบมาก่อน ขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าได้แจ้งทุกข้อมูลแล้วและไม่เคยหลอกใครให้มาร้องเพลง

“น้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม”

ล่าสุด “น้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม” ได้ออกมาเปิดปากเป็นครั้งแรกถึงประเด็นนี้ด้วยตัวเองแบบไม่ผ่านใครว่าที่ทราบเบื้องต้นคือเพลง “ทำกับฉันได้ลง” จะย้ายไปเป็นเพลงประกอบละครเรื่องอื่น พร้อมแจกแจงว่าไม่ทราบว่าเป็นเพลงประกอบละคร “เพลิงบุญ” จนกระทั่งวันที่เข้าห้องอัดเสียง
“อย่างที่ทราบข่าวนะคะ เพลงของ ‘เพลง’ ได้ย้ายไปอยู่เรื่องอื่นแทน คือตอนที่ติดต่อมา ‘เพลง’ ทราบแค่ว่าเป็นละครช่อง 3 และมี ‘พี่หนึ่ง’ ซึ่งก่อนหน้านี้ ‘เพลง’ เคยร้องเพลงประกอบละครช่อง 3 มาแล้ว เลยรู้สึกว่านี่เป็นอีกหนึ่งโอกาส ซึ่งก่อนหน้านี้เข้าห้องอัดไม่ทราบว่าเป็นเพลงประกอบละคร ‘เพลิงบุญ’ น่าจะเป็นเรื่องที่เมเนเจอร์กับทางนั้นคุยกันอีกที อาจจะมีข้อมูลที่ตกอีกทีเลยมาทราบทีหลัง เพลงทราบในวันที่ไปเข้าห้องอัดนะคะว่าเพลงของ ‘เพลง’ แทนตัวละครไหน คือเราทราบพล็อตเรื่องในวันที่เข้าห้องอัดเลย สำหรับในวันที่เข้าไปอัด ‘เพลง’ รู้สึกว่าทำหน้าที่ของ ‘เพลง’ แล้ว คือหน้าที่ที่จะถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครแค่นั้น ไม่ได้คิดว่าจะถูกโยงดราม่า เพราะหนูคิดว่าเรื่องมันผ่านมานาน อย่างที่บอกเราบริสุทธิ์ใจจริงๆและไม่ได้มีเจตนาใดๆ มันเป็นการทำงานเนอะ เราได้รับเพลงนี้มา  ‘เพลง’ มีหน้าที่แค่ถ่ายทอดเพลงนี้ อีกอย่างเรื่องมันก็จบไปนานแล้ว”

นักร้องสาวเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังมีข่าวลือกระหึ่ม

“พี่หนึ่งโทร.มาหา ‘เพลง’ เองบอกว่า ‘พี่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่ว่าผู้ใหญ่ได้มองว่าน่าจะเอาเพลงน้องเพลงไปใช้กับอีกเรื่องนึงมากกว่าด้วยความเหมาะสม’ ทั้งนี้ทั้งนั้น ‘เพลง’ เชื่อว่าเป็นการที่อยากให้งานออกมาดีที่สุด และก็ไม่ได้เสียใจ ‘เพลง’ รู้สึกว่าทุกคนทำงาน ทุกคนอยากให้งานออกมาดีที่สุด ส่วน ‘พี่จ๋า’ แค่บอกว่า ‘ขอโทษจริงๆที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็โทร.มาขอโทษคุณแม่’

“คุณพ่อไม่น่าจะทราบมั้ง อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะคุยกับคุณแม่มากกว่า ซึ่งคุณแม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราทำหน้าที่ของเราแค่นั้นเอง ส่วนคุณแม่คือเราคุยกันว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงาน เราเป็นคนทำงานและคุณแม่ก็เป็นคนทำงาน ดังนั้นอะไรที่ทำให้งานมันออกมาดีที่สุดมันโอเค โอเคตั้งแต่แรกเลย ‘เพลง’ เชื่อว่าทุกคนอยากให้งานออกมาดี ซึ่งหลังจากนี้เวลารับงานอีก หนูคงต้องถามให้มากกว่านี้ ส่วนเพลงนี้จะได้ออกในเรื่องอื่นๆหรือไม่ อันนี้อยู่ที่การวางของผู้ใหญ่แล้วค่ะ ให้ผู้ใหญ่เป็นคนดูแลดีกว่า”

“ในส่วนของประเด็นข่าวลือนั้น คิดว่าคงไม่ใช่หรอกมั้งคะ อีกอย่างที่ผู้ใหญ่คุยก็เพราะว่าเป็นเรื่องของความเหมาะสมเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย มันคงไม่ได้มีอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ และหนูว่ามันเป็นแค่การทำงาน เป็นแค่ความสบายใจ ไม่ได้รู้สึกว่าโดนกลั่นแกล้ง ส่วนเรื่องร่วมงานกันเป็นเรื่องของอนาคต แต่หนูไม่ติดค่ะ”

ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงคำคมที่ลงในไอจี ศิลปินสาวได้ชี้แจงว่าเป็นเพียงข้อความดีๆที่ตนชอบโพสต์ประจำอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองเลย

“ไม่เกี่ยว ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ‘เพลง’ เป็นคนชอบโพสต์ข้อความดีๆให้กำลังใจ ยิ่งพระธรรมของพระเจ้า โพสต์ดีๆหรือโพสต์ที่มันให้กำลังใจก็จะชอบลง ไม่ได้โพสต์เพราะความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งบางอันที่เห็นน่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพมากกว่า บางทีป่วยแล้วต้องทำงาน คือตอนนี้ถ่ายละครอยู่ 2 เรื่องและมีหน้าที่หลายๆอย่าง ‘เพลง’ รู้สึกว่าบางทีเราต้องการกำลังใจ”

นี่คือหนึ่งในพิธีเสกสมรสที่เรียบง่ายที่สุด เจ้าหญิงอามีนาห์ ผู้สูงศักดิ์ กับหนุ่มดัตช์สามัญชน

เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์รักกับหนุ่มสามัญชน…พล็อตนี้ไม่ใช่มีแต่ในนิยายที่ถูกแต่งขึ้นมา แต่นี่เป็นชีวิตจริงของเจ้าหญิงอามีนาห์ แห่งรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย กับชายหนุ่มสามัญชนรูปงามเชื้อสายดัตช์ ซึ่งทั้งคู่เพิ่งจะเข้าพิธีเสกสมรสกันไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้เอง

ความรักของเจ้าหญิงอามีนาห์ กับหนุ่มดัตช์ที่ชื่อนายเดนนิส มูฮัมหมัด อับดุลเลาะห์ เริ่มต้นขึ้นที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในมาเลเซีย

โดยฝ่ายชายนั้นอายุน้อยกว่า 3 ปี ทั้งนี้เจ้าหญิงอามีนาห์นั้นเป็นพระธิดาใน “สุลต่าน อิบราฮิม อิบนี อัลมาร์ฮุม” สุลต่าน อิสกันดาร์ ผู้ปกครองรัฐยะโฮร์ ในประเทศมาเลเซีย ทรงมีพระชนมายุ 31 ชันษา ทรงสำเร็จการศึกษาด้านแฟชั่นดีไซน์จากสิงคโปร์ ปัจจุบันทรงเป็นนายกสโมสรฟุตบอลยะโฮร์ ดารุลทักซิม ส่วนนายเดนนิส เฟร์บาส หรือชื่อใหม่คือ “เดนนิส มูฮัมหมัด อับดุลเลาะห์” เป็นอดีตนายแบบชาวเนเธอร์แลนด์ และอดีตผู้จัดการด้านการตลาดของสโมสรฟุตบอลแทมปิเนส โรเวอร์ ของสิงคโปร์ ซึ่งได้ย้ายถิ่นฐานยังประเทศมาเลเซีย และเข้ารับเป็นอิสลามิกชนหลังจากที่เข้าพิธีเสกสมรสไปเมื่อวันก่อน

แม้ว่าเจ้าหญิงอามีนาห์และเจ้าบ่าวสามัญชนจะเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ก็ตาม แต่ทั้งนี้พิธีเสกสมรสที่จัดขึ้นนั้นกลับเน้นตามธรรมเนียมมุสลิมมาเลย์ที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษ ซึ่งก็เป็นพระประสงค์ของพระบิดาที่ต้องการรักษาประเพณีนี้ไว้ให้คงอยู่คู่กับราชวงศ์ยะโฮร์ รวมถึงฉลองพระองค์ในชุดเจ้าสาวและชุดเจ้าบ่าวของนายเดนนิสก็มีความเรียบง่ายตามแบบชาวมุสลิม โดยพิธีเสกสมรสนี้จัดขึ้นเป็นการภายในพระราชวังเซรีนฮิลล์  พระตำหนักของครอบครัวสุลต่านรัฐยะโฮร์ และจากการเปิดเผยข่าวสารราชวงศ์ของมาเลเซีย ก็ได้ระบุถึงพิธีการต่างๆ โดยเจ้าบ่าวนั้นได้มอบสินสอดจำนวนเงิน 22.50 ริงกิต (170 บาท) ตามธรรมเนียม หลังจากนั้นทั้งสองได้จุมพิตพระหัตถ์พระบิดา พระมารดา พระปิตุลา และพระมาตุฉา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งพิธีเสกสมรสของเชื้อพระวงศ์ที่ดูอบอุ่นและมีเอกลักษณ์อย่างมาก ซึ่งเจ้าหญิงอามินาห์ทรงเปิดเผยด้วยว่า พิธีเสกสมรสของพระองค์ที่จัดขึ้นแม้ว่าพิธีการต่างๆจะเป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา แต่ส่วนตัวแล้วพระองค์ก็ต้องการแบบนี้เช่นกัน พระองค์ไม่ต้องการงานที่ยิ่งใหญ่และฟุ่มเฟือย แต่อยากให้เป็นงานที่อบอุ่นที่ได้เห็นครอบครัวและพระสหายสนิทมาร่วมแสดงความยินดีด้วยมากกว่า

ข้อมูล : https://www.nst.com.my/news/nation/2017/07/261962/it-will-be-royal-wedding-full-johor-tradition-and-custom-tunku-aminah

ภาพ : IG#dennismuhammad