วัตถุดิบธรรมชาติ

ขุมพลังความงามที่ซุกซ่อนใน 5 วัตถุดิบธรรมชาติ อร่อยได้ สวยด้วย!

สาวๆ บิวตี้นิสต้าที่ชอบสรรหาไอเท็มใหม่มาบำรุงผิวรู้ไหมว่า… วัตถุดิบธรรมชาติ นานาชนิดที่เราใช้ปรุงอาหารกันอยู่ทุกวันนี้ต่างมีที่มา และรสชาติที่หลากหลายแตกต่างกัน ทำให้สามารถนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารรสเลิศได้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว วัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านั้นยังมีคุณประโยชน์ด้านความงามที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน มาทำความรู้จัก วัตถุดิบชั้นเลิศ ที่นอกจากจะกินอร่อยแล้ว ยังมีขุมพลังแห่งความงามซุกซ่อนอยู่ด้วย

ขุมพลังความงามที่ซุกซ่อนใน 5 วัตถุดิบธรรมชาติ อร่อยได้ สวยด้วย!

มะนาวคาเวียร์ (Caviar Lime)

มาเริ่มต้นกันด้วย มะนาวคาเวียร์ (Caviar Lime) พรรณไม้พื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย (Australian Finger Lime) พบขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายทั่วไป เป็นมะนาวป่าที่มีหลายสายพันธุ์ นิยมนำไปใช้สำหรับปรุงอาหารในภัตตาคารชั้นนำ และร้านอาหารญี่ปุ่น เวลาใช้คือจะขูดเนื้อออกจากผล มาคลุกเคล้าหรือวางประดับหน้าอาหาร เวลาเคี้ยวจะแตกดังเป๊าะในปาก คล้ายกินไข่ปลาคาเวียร์ รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายมะนาวแป้นผสมเลมอน ช่วยเพิ่มความสวยงามและรสชาติให้อาหารต่างๆ หรือจะนำไปผสมกับเครื่องดื่มให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น บ้างก็นำไปเพิ่มความหอมให้ขนมและของหวานต่างๆ แต่นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องความงาม สามารถนำมาขัดผิว ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวพรรณเนียนสวย และยังอุดมด้วยวิตามินซีและอีด้วย


สตรอว์เบอร์รี่ขาว (White Strawberry)

ส่วน สตรอว์เบอร์รี่ขาว (White Strawberry) สายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ชั้นเลิศในประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณสมบัติลดการทำงานของเมลานิน เซลล์สีผิว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำในผิว อีกทั้งยังช่วยต่อต้านความชรา และยังช่วยกระตุ้นการสร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวด้วย


กีวี่สีทอง (Gold Kiwi)

ต่อมา กีวี่สีทอง (Gold Kiwi) เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย โดยกีวีสีทอง 1 ผล ให้วิตามินซีมากถึง 161.3 มิลลิกรัม มากกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันถึงเกือบ 2 เท่า ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามินอี  เรียกกันว่าเป็น Super Fruit เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เมื่อนำมาสกัดเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจึงอุดมไปด้วยวิตามินซีเข้มข้นและสารต้านอนุมูลอิสระ


ชะเอมเทศ (Licorice)

ตามมาด้วย ชะเอมเทศ (Licorice) ที่ได้รับการขนานนามในประเทศจีนว่าเป็นยอดสมุนไพรที่ช่วยขจัดพิษ ซึ่งการรับประทานเป็นประจำในปริมาณน้อยๆ จะช่วยกำจัดพิษที่สะสมในร่างกายให้ลดลงได้ และช่วยลดความมันบนใบหน้า รวมทั้งลดอาการผิวอักเสบ ความระคายเคืองต่อผิวภายนอกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงนิยมนำเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและสกินแคร์บำรุงผิว


เห็ดไวท์ทรัฟเฟิล (White Truffle)

และสุดท้ายคือ เห็ดไวท์ทรัฟเฟิล (White Truffle) หรือ “ราชาแห่งเห็ด” นับเป็นเห็ดหายากอันทรงคุณค่า ซึ่งไม่สามารถทำการเพาะขึ้นได้ จึงทำให้มีราคาค่อนข้างแพง โดยเฉลี่ยตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 50,000 – 60,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าแพงมาก นอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ด้านความงามอีกด้วย เพราะอุดมไปด้วยสารสำคัญที่มีคุณประโยชน์ต่อผิว ได้แก่ สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ปกป้องความเสียหายของผิวอันเกิดจากมลภาวะ, สารMatrix  Metalloproteinases ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นปัจจัยของผิวที่หย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย, สาร Extracellular Matrix Proteins ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น รวมถึงป้องกันและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยของผิว และสาร Aquaporin ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงเป็นเทรนด์ใหม่ในการนำมาใช้ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ อาทิ สบู่ล้างหน้า และเซรั่มบำรุงผิว เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ออสร่า มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดจากเห็ดไวท์ทรัฟเฟิล


ภาพ : Pexels 

ราวมีภาพซ้อนทับ! โอปอล์ ปาณิสรา-นาตาลี เคลลีย์ จากซีรีส์ Dynasty

มีภาพซ้อนทับ! โอปอล์ ปาณิสรา-นาตาลี เคลลีย์ จากซีรีส์ Dynasty

แฟนละครซีรีส์ต่างชาติที่กำลังดูเรื่อง Dynasty (ไดนาสตี้) ซีรีส์ดังสุดเข้มข้นที่นำเสนอเรื่องราวของตระกูลแคร์ริงตัน และโคลบี้ที่ต้องมาเชือดเฉือน ห้ำหั่นกันเพื่อชิงอำนาจเงินตราและบงการชีวิตลูกๆ ผ่าน Netflix คงจะจำ นาตาลี เคลลีย์ (Nathalie Kelly) นักแสดงสาวชาวออสเตรเลียได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากกระแสซีรีส์ที่มาแรงแล้ว ในส่วนใบหน้าของนาตาลีที่มีความละม้ายคล้ายกับนักแสดงสาวฝั่งไทยอย่าง โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล ก็ได้รับการพูดถึงจากแฟนๆ ชาวไทยบนโลกออนไลน์ไปไม่น้อย 

มีภาพซ้อนทับของสาวโอปอล์บนตัวของนาตาลี เคลลีย์ ขณะชมเรื่อง Dynasty ซึ่งนี่เป็นเสียงคอมเมนต์ของแฟนหนังบนโลกออนไลน์ที่แสดงความคิดเห็นกันออกมาในทิศทางเดียวกัน ด้วยภาพลักษณ์ใบหน้าของทั้งสองสาวนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็ต่างมีส่วนคล้ายกัน คือเป็นสาวสวยคม มีกราม ผมสั้น ผิวเข้ม และลุคอินเตอร์ จึงทำให้ทั้งสองสาวโดนจับคู่เป็นแฝดคนละฝากันไปแล้วเรียบร้อย

นาตาลี เคลลีย์
โอปอล์-ปาณิสรา
นาตาลี เคลลีย์
Nathalie Kelly

สำหรับกระแสความคล้ายของนาตาลีและโอปอล์ ความจริงมีการพูดถึงกันมาเรื่อยๆ และแน่นอนว่ามีทั้งคนทราบและไม่ทราบ วันนี้แพรวดอทคอมจึงจะพาไปทำความรู้จักสาวนาตาลี เคลลีย์ รวมถึงนำภาพของทั้งสองสาวมาให้ได้ชมพร้อมกันที่นี่ไปเลย

นาตาลี เคลลีย์ นาตาลี เคลลีย์

นาตาลี เคลลีย์เป็นนักแสดงสาวชาวออสเตรเลีย เกิดที่เปรู คุณแม่เป็นชาวเปรู ส่วนคุณพ่อเป็นชาวอาร์เจนตินา ในวัยเด็กนาตาลีมีความฝันอยากจะเป็นนักแสดงหญิง เธอเริ่มเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง Fast and Furious: Tokyo Drift และเริ่มโดนจับตา ถูกพูดถึงมากขึ้นหลังโดดมาเล่นมิวสิควิดีโอเพลง Just The way you are ของศิลปิน Bruno Mars และตามมาด้วยผลงานการแสดงทั้งในรูปแบบภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ เช่น Body of Proof, Unreal, The Vampire Diaries และ Dynasty ปัจจุบันนาตาลีแต่งงานแล้วกับ Jordan Burrows ซึ่งทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา

นาตาลี เคลลีย์

นาตาลี เคลลีย์

ส่วนโปรไฟล์ของสาวโอปอล์นั้น ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โอปอล์เป็นพิธีกรหญิงมากความสามารถ ผ่านผลงานมาหลากหลายทั้งดีเจ นักแสดง นักร้อง พิธีกร และยังขยันเรียน ขยันทำงานจนมีธุรกิจส่วนตัวในมือมากกว่าหนึ่งอย่าง นอกจากนี้ด้านครอบครัว หลังแต่งงานกับหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล ก็ยังมีลูกแฝดขวัญใจแฟนๆ อย่าง น้องอลิน-อลัน มาให้ได้ชื่นชมและติดตามกันด้วย

นาตาลี-โอปอล์

นาตาลี เคลลีย์ นาตาลี เคลลีย์ นาตาลี เคลลีย์ นาตาลี เคลลีย์ นาตาลี เคลลีย์



เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @natkelley @opalpanisara

สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ต้นแบบชีวิตกรรมกรข่าว การกลับมาครั้งใหม่ของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”

ประสบการณ์ชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ สรยุทธ สุทัศนจินดา เรียกได้ว่าวันนี้เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกรูปแบบ จากจุดสูงสุดลงสู่จุดต่ำสุดและในวันนี้ เขากำลังกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในบทบาที่ทุกคนคุ้นเคย ก็คือ การเป็นผู้ประกาศข่าว อาชีพที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขามายาวนานจนได้ฉายาว่า “กรรมกรข่าว”

ชีวิตใหม่ที่กำลังจะโลดแล่นอยู่บนหน้าจอทีวีอีกครั้งของ สรยุทธ สุทัศนจินดา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเบื้องหลังที่หล่อหลอมจนเป็นตัวตนของเขานั้น ก็คือคุณแม่ วิชชุดา สุทัศนจินดา ซึ่งลูกชายคนนี้ได้เล่าผ่านเฟสบุ๊ค สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวไว้ว่า

พ่อผมเสียตั้งแต่ผมยังไม่รู้ความ ในความทรงจำของผมจึงมีแค่แม่ที่ทำหน้าที่ทั้งแม่และพ่อไปพร้อมกัน แม่ลำบากมาทั้งชีวิต ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่แม่สบาย ผู้หญิงตัวคนเดียวขายผลไม้เพื่อเลี้ยงลูก 3 คนจนโต ทั้งขายส่งขายปลีกจนแทบไม่มีเวลานอน ตอนหลัง จากค้าขายผลไม้ สุดท้ายต้องมาขายของจุกจิก ชิ้นละบาทสองบาท เพราะตึกแถวถูกเวนคืนสร้างทางด่วน

วันไหนพอจะมีเวลาหยุดพักบ้าง แม่ก็ยังอุตส่าห์ขับรถพาลูกๆ ไปเที่ยวทะเล เวลาเดียวที่ผมรู้สึกได้ว่า แม่สบายใจคือการได้เห็นลูกๆ ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาที่แม่ควรจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เพราะลูกๆ เริ่มมีฐานะ มีกำลังจะดูแลให้แม่ได้ไปพักผ่อน ไปท่องเที่ยวรอบโลก แม่ก็กลับล้มป่วยเป็นพาร์กินสันเทียม ซึ่งเป็นอาการป่วยที่ทุกข์ทรมานมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด

แม่คือต้นแบบของการใช้ชีวิตและการทำงาน ซึ่งมีคำพูดที่เขาเองยังจำขึ้นใจจนทุกวันนี้ก็คือ “มีความสุขกับงาน มองหาและไม่ทิ้งโอกาส”

สรยุทธ สุทัศนะจินดา
คุณแม่วิชชุดา สุทัศนะจินดา

กรรมกรข่าวชื่อดัง  ยังเล่าต่ออีกว่า “ผมไม่เคยรู้ว่าแม่อยากให้ผมที่เป็นลูกชายคนเดียวบวช เพราะแม่ไม่เคยบอก เพิ่งมารู้จากญาติหลังจากผมลาสิกขาแล้วว่า เมื่อครั้งแม่ยังพูดคุยได้ แม่เคยบอกว่าอยากให้ผมบวช แต่ไม่ได้บอกเพราะเห็นผมงานยุ่งมาก ผมบวช 33 วัน ครั้งนี้ตั้งใจบวชให้แม่ ทุกเช้าทุกค่ำหลังสวดมนต์ทำวัตร ผมตั้งใจอธิษฐานจิต ขออุทิศบุญกุศลให้แม่ และเจ้ากรรมนายเวรของแม่ ผมนึกถึงแต่หน้าแม่และความทุกข์ทรมานของแม่โดยคิดเองในใจว่า หากมีเจ้ากรรมนายเวร ขอโปรดหยุดทรมานแม่ผม แม่ผมทุกข์มากพอแล้ว แต่อีกใจก็แอบกลัวว่า หากเจ้ากรรมนายเวรท่านอโหสิกรรมให้แม่แล้ว แม่ผมอาจจะจากผมกับพี่น้องไป ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมดีใจที่แม่ปลาบปลื้มใจที่ผมได้บวชให้แม่ เพราะวันที่ผมรับกิจนิมนต์มารับบาตรและสวดมนต์ให้แม่ที่โรงพยาบาล แม่ยกมือ แม่น้ำตาไหล แม้จะพูดไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวัน 6 โมงเย็น แม่จะตื่นตาใสรอผมเฟสไทม์มาสวดมนต์ให้ฟัง”

 

สรยุทธ สุทัศนะจินดา

 

สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ทั้งนี้หากย้อนกลับไปค้นหาจะพบว่าเขามีความใกล้ชิดกับคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยคุณพ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่อบรมสั่งสอนและเลี้ยงดูเขามาโดยตลอดก็คือ คุณแม่วิชชุดา สุทัศนะจินดา ทั้งนี้ในรายการ “คุยกับเป็ดสุภี” ทางช่อง TNN24 เขายังเคยให้สัมภาษณ์ว่า แม่มีอิทธิพลต่อเขาอย่างมากในเรื่องของชีวิตและการทำงาน เรียกว่าเป็นไอดอลของเขาเลยก็ว่าได้

“เพราะแม่ผมเป็นคนทำงาน ไม่มีวันหยุด เมื่อแม่เป็นแม่ค้า ขยัน นอนน้อย แต่ก็มีความสุขดี เฮฮาได้ ทำให้เรารู้สึกว่า เออ เราก็ทำได้เรื่อยๆ ทำให้มีความสุข และก็ไม่ทิ้งโอกาส เมื่อก่อนแม่ผมจะเหมาลำไย องุ่น ลี้นจี่ มาขาย ไปตามสวนคนเดียวนะ ก็มาทำให้เรารู้สึกว่าแกไม่ทิ้งโอกาสนะ บางทีทำแล้วได้กำไร ก็ดีไป บางทีทำแล้วขาดทุน ก็เจ๊ง ซึ่งผมมักจะมองวิธีมากกว่า ‘วิธี’ ก็แปลว่า เออ เขาให้เราทำอะไร เราก็ทำเหอะ มันเป็นโอกาสนะ”

นับจากนี้ชีวิตกรรมกรข่าวของ สรยุทธ สุทัศนจินดา จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคม เชื่อว่าแฟนๆ ที่เคยชมลีลาการเล่าข่าวของเขาคงได้หายคิดถึงกันแน่นอน

 

ภาพจาก : นิตยสารแพรว

โต้ง Twopee

โต้ง Twopee-ขันเงิน โชว์เก๋าแต่งเพลงเกาหลี Baby Don’t Stop ให้ NCT U เวอร์ชั่นไทย

โต้ง Twopee-ขันเงิน โชว์เก๋าแต่งเพลงเกาหลี
Baby Don’t Stop ให้ NCT U เวอร์ชั่นไทย

อาจจะอัพเดทช้าไม่ทันใจไป 1-2 วัน แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องราวที่ดีของวงการเพลงไทยและเกาหลีที่ได้มาร่วมทำงานด้วยกัน เพราะล่าสุด โต้ง Twopee และขันเงิน Thaitanium แร็ปเปอร์ไทยที่กำลังใจกุมหัวใจสาวน้อยสาวใหญ่จากรายการดัง The Rapper Thailand ได้มาอัพเดทว่า พวกเขาสองคนได้ร่วมเขียนเนื้อร้องเพลง Baby Don’t Stop ในเวอร์ชั่นไทยให้กับศิลปินเกาหลีวง NCT U ภายใต้การแบ่งยูนิตจากวง NCT โดยมี 2 หนุ่มประกอบด้วย เตนล์-ชิตพล ลี้ชัยพรกุล หนุ่มไทย และแทยง หนุ่มเกาหลี

โต้ง Twopee

 

โต้ง Twopee
ขอบคุณรูปจาก Twitter @leetaevong

โดยเพลง Baby Don’t Stop เวอร์ชั่นไทยนี้ ด้านหนุ่มเตนล์ (TEN) และแทยง (TAEYONG) ยังได้มาร้องและเต้นโชว์ในงานแฟนมีตติ้ง TAEYONGxTEN Fanmeeting in BKK ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งกระแสตอบรับเพลงนี้ แฟนๆ ต่างชื่นชอบ มีทั้งคอมเมนต์ว่า ดีใจที่ 2 หนุ่มแร็ปเปอร์ไทยเขียนเนื้อเพลงเข้ากับศิลปินที่พวกเขารัก ตื่นเต้นที่ได้ฟังหนุ่มเตนล์ ซึ่งเป็นคนไทยที่โกอินเตอร์ไปเป็นศิลปินเกาหลี ให้ได้มีโอกาสมาโชว์ร้องเพลงไทย เพราะส่วนใหญ่จะได้ฟังแต่เขาร้องเพลงเกาหลี ซึ่งการมาร้องครั้งนี้ก็สร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้กับแฟนๆ ที่ติดตามมาไม่น้อยเลย

โต้ง Twopee
ขอบคุณรูปจาก Twitter @leetaevong
โต้ง Twopee
ขอบคุณรูปจาก Twitter @leetaevong

ส่วนทางด้านเวอร์ชั่นเกาหลีก็ฮิตไม่แพ้กัน เพราะปล่อยออกมาเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ตอนนี้ยอดวิวเข้าฟังในช่อง Youtube ก็ได้ทะลุ 20 กว่าล้านวิวไปแล้วเรียบร้อย

เรียกว่า ช่วงหลังมานี้วงการเพลงแร็ปเปอร์ ฮิปฮอปในบ้านเราจะเริ่มกลับมาบูม และเจาะกลุ่มคนฟังใหม่ๆ ได้กว้างมากขึ้น รวมถึงปีนี้ก็มีการคัมแบ็คของศิลปินเกาหลี ทั้งบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปหลายวง และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีฐานแฟนเพลงอยู่ไม่น้อย ถือว่าเป็นปีที่คึกคัก ที่จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ เพิ่มมาเป็นออฟชั่นให้แฟนเพลงได้เลือกฟังแบบไม่น่าเบื่อ และไหนๆ แล้ว แพรวดอทคอมก็ไม่พลาดแนบเพลง Baby Don’t Stop ทั้งต้นฉบับเกาหลี และเวอร์ชั่นไทยมาให้ได้ฟังกัน 

ไปฟังกันเลย..ย Check it Now!

โต้ง Twopee
โต้ง Twopee
โต้ง Twopee
ขันเงิน Thaitatium
โต้ง Twopee
เตนล์-แทยง
เพลง Baby Don’t Stop เวอร์ชั่นเกาหลี

 

เพลง Baby Don’t Stop เวอร์ชั่นไทย

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @nct @twopee @khanthaitay, Twitter @leetaevong

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์ อวด 5 ดีไซน์ใหม่ พร้อมทริคเลือกกระเป๋าจาก ออม-พลอย

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์ (BlingBlingSister) แบรนด์กระเป๋าจากเกาะฮ่องกง อวดโฉม 5 ดีไซน์ใหม่ประจำซีซั่น พร้อมทริคการเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับการแต่งตัวจากนักแสดงสาวร่างเล็ก ออม-สุชาร์ และ พลอย-ชิดจันทร์

นอกจากการเลือกสวมเสื้อผ้าที่มีดีไซน์สวยงามแล้ว การเลือกไอเท็มชิ้นเด่นอย่างกระเป๋าก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยเสริมบุคลิกการแต่งกายให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ ‘บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์’ (BlingBlingSister) ชวนสาวๆ มาสนุกสนานไปกับการสร้างสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ากับกระเป๋าใบใหม่ จาก 5 ดีไซน์ประจำซีซั่น ที่ประกอบไปด้วยรุ่น คร็อคโค่ (Croco) ที่ได้มีการเพิ่มดีไซน์ใหม่ล่าสุดเป็นกระเป๋าทรงแฟนนี่ แพ็ค (Fanny Pack) , บัตเตอร์ (Butter) , แชมเปี้ยน (Champion) , คิลเลอร์ (Killers) และ มิทู โอเวอร์ไซส์ (MITU Oversize)

พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง กล่าวถึงจุดเด่นของกระเป๋าดีไซน์ใหม่ พร้อมแนะนำวิธีการเลือกกระเป๋าว่า “จุดเด่นหลักของแบรนด์เราคือ การเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทาน โดยคัดเลือกหนังแท้ที่ได้รับการดูแลด้วยวิธีทางธรรมชาติ นำมาประกอบเข้ากันอย่างประณีตผ่านฝีมือของช่างมืออาชีพ รวมทั้งมีการดีไซน์ที่เน้นความสนุกสนาน

สำหรับกระเป๋า 5 รุ่นใหม่นี้ มีการดีไซน์ที่คำนึงถึงสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายและเรายังคงเน้นความสนุกสนานในการเลือกแมทช์กับชุดสวยของสาวๆ โดยจุดเด่นหลักคือรุ่นคร็อคโค่ (Croco) เป็นกระเป๋าหนังวัวแท้ที่มีลูกเล่นการพิมพ์ลายจระเข้ที่ให้ความรู้สึกเสมือนหนังจระเข้จริง มาพร้อมกับเฉดสีใหม่ที่ยังคงเน้นความสนุกสนานให้กับสาวๆ ทั้งสีเขียว สีเหลือง และสีคลาสสิกอย่างสีเทา สีขาวและสีดำ ส่วนวิธีการเลือกกระเป๋าสักใบของสาวๆ อาจจะเริ่มจากโอกาสในการใช้งานก่อนเลย ถัดมาก็เลือกรูปแบบการดีไซน์ของกระเป๋าโดยดูจากความเหมาะสมกับตัวเองและความเข้ากันกับเสื้อผ้า สำคัญที่สุดอย่าลืมเรื่องคุณภาพกับราคาด้วย”

 

กระเป๋า บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์  5 ดีไซน์ใหม่

 

โดยกระเป๋า 5 ดีไซน์ใหม่ประจำซีซั่นนี้ ประกอบไปด้วยรุ่น ‘คร็อคโค่ (Croco)’ เป็นกระเป๋าหนังวัวแท้ที่มีดีไซน์ในการพิมพ์ลายหนังจระเข้ ที่ให้ความรู้สึกเสมือนกับการใช้กระเป๋าหนังจระเข้ของจริง อีกทั้งยังเด่นในเรื่องการใช้งานที่มีความทนทาน กันน้ำและกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ซึ่งคอลเล็คชั่นนี้มีการดีไซน์กระเป๋ารูปลักษณ์ใหม่ คือกระเป๋าทรง ‘แฟนนี่ แพ็ก’ (Fanny Pack) เป็นกระเป๋าหนังแฟชั่นแนวสตรีทที่ไม่ว่าจะสวมคาดหน้าอกหรือคาดเอว ก็สร้างลุคสวยเท่ได้อย่างลงตัว

 บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

 บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

 บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

 บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

ต่อมา รุ่น ‘บัตเตอร์’ (Butter) กระเป๋าทรงกล่องใบเล็กสุดน่ารักที่มีสีสันสดใส มีให้เลือกมากถึง 8 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง , สีชมพู , สีน้ำตาล , สีขาว , สีเทา , สีเขียว และสีเหลือง แต่ที่เด่นที่สุดคือลายมาร์เบิ้ล (Marble) ที่จะมาสร้างความหรูหราและความโดดเด่นให้กับสาวๆ มาพร้อมกับสายโซ่แบบครอสบอดี้และหูกระเป๋าที่สามารถปรับเข้าออกได้สำหรับหิ้วหรือคล้องแขนสร้างลุคให้สนุกแบบไม่รู้จบ

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

บลิงค์ บลิงค์ ซิสเตอร์

ถัดมาที่รุ่น ‘แชมเปี้ยน’ (Champion) กระเป๋าหนังวัวแท้ที่เพิ่มลูกเล่นคือการดีไซน์ประกอบส่วนกับขนม้า ปักล้อมด้วยมุดสีทอง เพิ่มความหรูหราแบ่งแยกส่วนหนังวัวกับขนม้าได้อย่างชัดเจน

รุ่น ‘คิลเลอร์’ (Killers) กระเป๋าหนังลูกวัวสุดนิ่ม ดีไซน์โฉบเฉี่ยวกะทัดรัด พร้อมกับสายหนังที่มีลูกเล่นปรับเข้าออกได้จะเลือกเป็นสายคล้องแบบเดี่ยวหรือจะเป็นแบบครอสบอดี้ก็เลือกได้ และมีสีให้เลือกทั้งหมด 7 เฉดสี ได้แก่ สีขาว , สีดำ , สีน้ำตาล , สีเทา , สีฟ้า , สีชมพูช็อคกิ้งพิ้งค์​ และสีชมพูอ่อน

ปิดท้ายที่รุ่น ‘มิทู โอเวอร์ไซส์’ (MITU Oversize) จากการตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับรุ่น ‘มิทู’ (MITU) รุ่นแรกนำมาสู่การปรับโฉมใหม่ เพื่อตอบโจทย์สาวที่ชอบกระเป๋าใบใหญ่ เพิ่มลูกเล่นที่สายกระเป๋า ใช้ได้ทั้งสะพายทั้งคล้องแขนก็ดูสวยเด่น เหมาะกับสาวๆ ในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้นักแสดงสาวร่างเล็กอย่าง ‘ออม – สุชาร์ มานะยิ่ง’ ก็ได้มาร่วมแชร์ทริคในการเลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับชุดที่สวมใส่ในหลากหลายโอกาสว่า “สำหรับการเลือกชุดของผู้หญิงเรานั้น อันดับแรกเราต้องรู้จักรูปร่างของตัวเองเสียก่อน เพื่อที่จะได้เลือกชุดที่ช่วยเสริมจุดเด่นปกปิดจุดด้อยได้ อย่างตัวเราเองเป็นคนตัวเล็ก มีช่วงขาที่สั้น (หัวเราะ) เราก็จะเลือกชุดที่มีแพทเทิร์นที่ช่วยให้ช่วงขาเราดูเรียวยาวมากขึ้น อย่างกางเกงเอวสูง

ส่วนการเลือกกระเป๋าให้แมทช์กับชุดในโอกาสต่างๆ ก็ควรจะเลือกกระเป๋าที่เข้ากันได้กับชุดอย่างเหมาะสม อย่างเช่น เวเคชั่นลุควันสบายๆ เราก็เลือกใส่ชุดเดรสสั้นสีสันสดใสแมทช์กับกระเป๋าใบเล็ก ที่ดูน่ารัก และอาจจะเลือกรูปทรงกระเป๋าที่ดูแปลกใหม่ด้วย ถัดมาที่ลุคออกงาน ชุดที่เลือกใส่ต้องเหมาะสมกับธีมหลักของงานอาจเลือกแมทช์กับกระเป๋าใบเล็กที่ใส่ของจำเป็นได้ครบ เพราะการออกงานเราไม่จำเป็นต้องพกของเยอะให้วุ่นวาย ปิดท้ายอย่างลุคออกเดทการออกเดทเป็นโอกาสที่เราต้องสร้างความประทับใจต่อฝ่ายตรงข้าม เราจะเลือกสวมชุดสวยสีพื้นที่มีลวดลายไม่มาก เลือกแมทช์กับกระเป๋าใบหรูอย่างกระเป๋าหนังลายจระเข้ ก็จะช่วยขับลุคให้ดูสวยสง่าน่าประทับใจได้”

แบล็คแคนยอน ส่ง “อัฟโฟกาโต” ลงเมนู สร้างความสดชื่นทั่วประเทศ

แบล็คแคนยอน ขอมอบความสดชื่นกับเครื่องดื่ม “อัฟโฟกาโต” 3 เมนูใหม่ ให้ลิ้มลองที่แบล็ค แคนยอนคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงจากโครงการหลวง มาสร้างสรรค์เป็นเมนู เอสเปรสโซ อัฟโฟกาโต ที่ผสมความหอมกรุ่นจากกาแฟเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลา ชาเขียวมัทชะ อัฟโฟกาโต ชาเขียวแท้จากประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่มความละมุนไปกับไอศกรีมวานิลา และอีกหนึ่งการผสมผสานความต่างที่ลงตัวด้วย ชาไทย อัฟโฟกาโต ความเข้มข้นของชาไทยหอมละมุน เมื่อราดลงบนไอศกรีมวานิลลาจนได้รสชาติที่กลมกล่อม สามารถเติมความสดชื่นได้แล้วที่แบล็คแคนยอน

แบล็คแคนยอน ส่ง “อัฟโฟกาโต” ลงเมนู สร้างความสดชื่นทั่วประเทศ

ค้นหารายละเอียดเมนูความสดชื่นใหม่ได้ที่ www.facebook.com/BlackCanyonThailand, www.blackcanyonthai.com, Line:@blackcanyon www.instagram.com/blackcanyonthailand

โม - โมรียา เม - เอรียา จุฑานุกาล

กว่าจะมีวันนี้! โม – โมรียา เม – เอรียา จุฑานุกาล สองพี่น้องผู้เขย่าวงการกอล์ฟโลก

กว่าจะมีวันนี้! โม – โมรียา เม – เอรียา จุฑานุกาล สองพี่น้องผู้เขย่าวงการกอล์ฟโลก

เป็นข่าวกระหึ่มโลกเมื่อโปรเม – เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์เมเจอร์ที่ 2 ของปี “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมรับเงินรางวัลเบาๆ 31.5 ล้านบาท!

กว่าเมกับโมจะมาถึงวันนี้ ขอบอกว่าไม่ง่าย เรามาย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ของสองพี่น้องเมื่อครั้งมาคุยกับแพรว แล้วมาปรบมือให้เธอดังๆ พร้อมกัน

 โปรโม - โปรเม

  • ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นนักกอล์ฟ ครอบครัวจุฑานุกาลขายที่ดิน บ้านกับรถ เพื่อนำเงินมาส่งให้ลูกทั้งสองคนแข่งขันกอล์ฟ
  • โมกับเมเรียนจบแค่ ม.6 แล้วออกมาตีกอล์ฟ ไม่เคยมีชีวิตวัยรุ่น ไม่เคยเที่ยวกับเพื่อน เวลาเพื่อนๆ คุยเรื่องละครหรือซีรี่ส์เกาหลีกัน เราก็ไม่รู้เรื่อง เพราะตอนนั้นไม่เคยได้ดู ใช้เวลากับกอล์ฟครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เรียกว่าเห็นลูกกอล์ฟพอๆ กับจานข้าวก็ว่าได้
  • ช่วงแข่งกอล์ฟที่อเมริกาใหม่ๆ เมกับโมต้องประหยัดเงิน ไม่เคยกินข้าวตามร้านอาหาร แต่จะซื้อของสดมาทำเองแบบง่ายๆ ยิ่งวันไหนมีแข่ง พ่อจะทอดไข่เจียวใส่กล่องให้ไปกินที่สนามกอล์ฟ

 ย้อนกลับไปวันแรกที่กอล์ฟเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่หน่อย

โมเล่าต่อ ตอนนั้นโม 7 ขวบ ส่วนเม 5 ขวบ พ่อเปิดร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟในสนามกอล์ฟ เราสองคนต้องไปอยู่ที่นั่นหลังเลิกเรียนทุกวัน และความที่ไม่อยากให้ลูกวิ่งซนขณะทำงาน พ่อจึงตัดปัญหาด้วยการให้ตีกอล์ฟแบบเล่น ไม่ได้จริงจัง แต่พอเล่นไปพักหนึ่งก็มีผู้ใหญ่แนะนำว่า ทำไมไม่ลองไปแข่งระดับเยาวชนดูล่ะ พ่อกับแม่จึงลองพาไปแข่งสนามเล็ก ปรากฏว่าเราทำผลงานได้ดี จากรายการเล็กก็ขยับไปแข่งรายการที่ใหญ่ขึ้น ตอนนั้นพ่อคงเห็นแววอะไรบางอย่าง จึงให้เราเล่นกอล์ฟแบบจริงจัง โดยจัดตารางฝึกซ้อมกอล์ฟ เช่น ให้วิ่งตอนเช้าก่อนเข้าเรียนเป็นเวลา 30 นาที ถ้าถามว่าเราชอบไหม

ไม่ชอบเลย(เมกับโมตอบพร้อมกัน แล้วหัวเราะพร้อมกัน ก่อนที่โมจะเล่าต่อ) ต้องบอกว่าพ่อออกกำลังกายหนักมาก เพราะหลังจากเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับกอล์ฟไม่นานก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้ายของร่างกาย นอกจากนี้ยังเส้นเลือดตีบในสมองและโรคหัวใจด้วย

หายเพราะออกกำลังกายหรือครับ

เมเล่าบ้าง “น่าจะมาจากความมุ่งมั่นมากกว่า นิสัยของพ่อคือไม่ว่าใครจะบอกว่าไม่ได้ ถ้าพ่อบอกว่าได้ ก็จะทำให้ได้ อย่างตอนที่ป่วย พ่อไม่เคยไปหานักกายภาพบำบัด แต่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เช่น ใช้แขนขวาที่ปกติยกแขนซ้าย หรือถ้าอยากเข้าห้องน้ำ พอแม่ทำท่าจะช่วย พ่อก็บอกว่าไม่ต้อง แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงจากเตียง จากนั้นค่อยๆ ไถตัวไปที่ห้องน้ำ พ่อทำทุกอย่างด้วยตัวเองแบบนี้ จนอาการดีขึ้นและเริ่มกลับมาใช้ร่างกายทางฝั่งซ้ายได้เหมือนเดิม ตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นมนุษย์บ้าออกกำลังกาย แล้วพ่อคิดว่าการเป็นนักกีฬาที่ดีต้องมีร่างกายที่แข็งแรงด้วย จึงให้เราเริ่มวิ่งตอนเช้าก่อนเข้าเรียนวันละ 30 นาที

“แต่เราไม่ได้ตื่นไปวิ่งเช้ามากนะ เพราะพ่อเชื่อว่าการนอนเยอะเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงเป็นเด็กที่เข้าห้องเรียนช้าอยู่เป็นประจำ โดยพ่อให้เหตุผลกับครูว่า เด็กปกติต้องท่องศัพท์ เข้าแถวตอนเช้า แต่ลูกผมจะไปถึงโรงเรียนตอนที่ครูเริ่มสอนนะครับ ถ้าเริ่มตอน 8 โมงครึ่ง ลูกผมก็จะไปตอนนั้น

“พ่อช่วยทำการบ้านให้เราด้วยนะ ซึ่งครูก็รู้ทันที เพราะเด็กอะไรลายมือเหมือนผู้ใหญ่ พอโดนครูว่า พ่อก็ไปคุยกับครูว่า ลูกผมไม่มีเวลาครับ เขาเป็นนักกีฬา ต้องซ้อมวิ่ง ว่ายน้ำ และตีกอล์ฟ ถ้าครูจะให้การบ้านเยอะ ผมกับภรรยาต้องช่วยทำให้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ครูทำได้คือไม่ให้การบ้านเยอะ”

คุณพ่ออินดี้มากนะ

เมทำหน้าจริงจัง “ใช่ พ่อเทพมาก เรื่องโปรแกรมออกกำลังกายก็จริงจังมาก ขอเริ่มใหม่ตั้งแต่ตื่นนอนนะ พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เรากินข้าวเช้าในรถ ไปถึงโรงเรียนก็วิ่งรอบสนาม 30 นาที จากนั้นเปลี่ยนชุดนักเรียนในรถ โดยพ่อตกลงกับทางโรงเรียนไว้ว่าขอให้เราสองคนเรียนแค่ครึ่งวันเพื่อไปซ้อมกอล์ฟต่อ เพราะฉะนั้นพอเรียนเสร็จตอนเที่ยง เราก็เข้ามากินข้าวกลางวันในรถระหว่างที่พ่อขับไปสนามกอล์ฟ พอตอนเย็นเราก็ไปว่ายน้ำต่อกับทีมว่ายน้ำที่มีนักกีฬาทีมชาติด้วย โดยลงสระตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ครูจะสั่งเป็นเซต เช่น ว่ายท่าผีเสื้อ 200 เมตร 4 นาที พักแป๊บหนึ่งก็ว่ายต่อ โดยเฉลี่ยหนึ่งวันเราจะว่ายน้ำเป็นระยะทางอย่างน้อย 3 กิโลเมตร ถ้าวันไหนเยอะหน่อยก็ไป 4 – 5 กิโลเมตร เรียกว่าว่ายกันเป็นบ้าเป็นหลัง”

โปรเม - เอรียา จุฑานุกาล

เคยถามคุณพ่อไหมว่า ทำไมจึงมั่นใจว่าเมกับโมจะประสบความสำเร็จในการเป็นนักกอล์ฟ

เมตอบ “พ่อไม่มั่นใจหรอก แต่สิ่งที่พ่อคิดตลอดคือ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ครอบครัวเชื่อเสมอ คือถ้าตั้งใจ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ พ่อจึงไม่เคยหยุดที่จะพยายามหาสิ่งใหม่ๆ มาพัฒนาเราตลอดเวลา รวมถึงทุ่มเงินส่งไปแข่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เราเด็กๆ”

กว่าจะมีวันนี้! โม – โมรียา เม – เอรียา จุฑานุกาล สองพี่น้องผู้เขย่าวงการกอล์ฟโลก

นั่นคือเหตุผลที่ครอบครัวนี้ขายทั้งบ้านทั้งรถเพื่อสานฝันให้ลูกๆ เป็นนักกอล์ฟระดับโลก

เม “ใช่ค่ะ พ่อขายที่ดิน บ้านกับรถ แต่ตอนนั้นเรามีบ้านหลายหลังกับรถหลายคัน สมัยก่อนฐานะครอบครัวโอเค ไม่ได้แย่ แต่ถ้าถามว่าตีกอล์ฟจนเงินหมดไหม…ก็ใช่” (หัวเราะ)

โมอธิบาย ส่วนหนึ่งโดนธนาคารยึดด้วย โมคิดว่าตอนนั้นพ่อมีเงินพอที่จะนำบ้านกลับคืนมาได้ แต่ก็ไม่ทำ เพราะใช้เงินทั้งหมดกับเรื่องกอล์ฟ โดยเฉพาะใช้ในการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ตอนที่เราอายุ 12 – 13 ปี เริ่มจากไปอยู่ครั้งละ 2 – 3 เดือน แล้วเพิ่มเป็น 6 เดือน

โมเริ่มเล่นอาชีพรายการแอลพีจีเอที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 18 ปี ส่วนเมอายุน้อยกว่า 1 ปี ช่วงปีแรกจึงต้องเล่นทัวร์อื่น เช่น ยูโรเปียนทัวร์ก่อน ช่วงนั้นจึงต้องแยกกันเดินทาง โดยเมไปกับพ่อ ส่วนโมไปกับแม่ แต่ถึงแม้จะไม่ได้เล่นรายการใหญ่ ในอเมริกา แต่เมก็ทำผลงานได้ดีมาก จนได้รับเชิญให้เข้ามาเล่นรายการแอลพีจีเอที่สหรัฐอเมริกาด้วย ในขณะที่อันดับโลกก็พุ่งเร็วมาก จากที่ร้อยกว่ามาอยู่ที่ 15 ของโลก ถือว่าคูลมาก เพราะเมแทบไม่ได้เล่นรายการใหญ่ เลย

ตอนลุยอเมริกาใหม่ๆ ทั้งเรื่องแข่งกอล์ฟกับการใช้ชีวิตยากขนาดไหนครับ

โมตอบเอง มากค่ะ เพราะเราต้องนับหนึ่งใหม่กับทุกเรื่อง ตั้งแต่การเช่ารถ จองโรงแรม วางแผนว่าจะเล่นทัวร์นาเมนต์ไหนบ้างที่จะดีต่ออันดับโลก ช่วงแรกเรามีญาติที่อยู่อเมริกาคอยเสิร์ชข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตให้ จากนั้นพ่อ แม่ โม กับเมก็ลุยกันเอง 4 คน

และที่เหนื่อยมากคือ เราต้องใช้ชีวิตเหมือนคนเร่ร่อน เพราะต้องเดินทางไปแข่งทั่วสหรัฐฯ แล้วมีรายการแข่งขันทุกสัปดาห์ นั่นหมายความว่าเราต้องเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ตอนนั้นใช้วิธีเช่าโรงแรม 1 ห้องอยู่ด้วยกัน ไม่มีที่ไหนที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้านหรือเป็นที่ที่เราได้พักจริง

เมยิ้มเมื่อคิดถึงชีวิตในช่วงนั้น “ช่วงแรกสาหัสหน่อย แต่ไม่เคยคิดว่าลำบากนะ เพราะเราอยู่ด้วยกัน 4 คน ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน แต่เรื่องเปลี่ยนโรงแรมก็ทำให้ชีวิตเหนื่อยจริงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องแพ็คกระเป๋าทุกวันอาทิตย์ เพราะปกติกอล์ฟจะแข่งในวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ พอวันอาทิตย์เราต้องเริ่มเก็บกระเป๋า แล้วหาตั๋วเครื่องบินไปแข่งทัวร์นาเมนต์ต่อไป พอไปถึงเมืองนั้นก็ต้องเช่ารถ แบกของขึ้นรถขับไปที่โรงแรม พอเข้าห้องก็ต้องนำของออกจากกระเป๋า แล้วก็เริ่มแข่ง พอถึงวันอาทิตย์ก็เก็บทุกอย่างลงกระเป๋า แล้วชีวิตก็วนกลับไปเหมือนเดิม เราใช้ชีวิตเหมือนคนเร่ร่อนแบบนี้อยู่ประมาณ 2 ปี ก่อนจะซื้อบ้าน”

เรื่องอาหารการกินล่ะ เป็นอย่างไรครับ เรื่องใหญ่ไหม

เมตอบ “ช่วงไปอเมริกาใหม่ๆ ต้องประหยัดกันพอสมควร เราไม่เคยกินข้าวตามร้านอาหาร พ่อจะซื้อของสดมาทำเองแบบง่ายๆ ยิ่งวันไหนมีแข่ง พ่อทอดไข่เจียวใส่กล่องให้ไปกินที่สนามกอล์ฟ คือกินแค่พออิ่มเท่านั้น หรือตอนเริ่มเล่นกอล์ฟที่เมืองไทย เราไม่เคยกินข้าวที่คลับเฮ้าส์ แต่จะกินที่โรงอาหารของแคดดี้ เพราะพ่ออยากประหยัด กระทั่งเป็นนักกอล์ฟอาชีพจึงค่อยดีหน่อย เพราะมีอาหารให้นักกีฬา เราก็กินมื้อเที่ยงกับเขา ส่วนมื้อเย็นก็กลับมาทำอาหารกันเองที่บ้าน”

โปรโม - โมรียา จุฑานุกาล

จากที่เริ่มต้นด้วยความฝันของพ่อ แล้วทั้งคู่เริ่มชอบกอล์ฟจริงๆ เมื่อไร

โมกับเมมองหน้ากัน จากนั้นให้พี่สาวเปิดใจก่อน เอาตรงๆ ช่วงแรกโมไม่รู้ว่าตัวเองชอบกอล์ฟหรือเปล่า รู้แต่ว่านี่คือแพลนของชีวิตว่า พออายุ 18 ก็เทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพ พยายามเข้าไปเล่นในรายการใหญ่ อย่างแอลพีจีเอ นอกจากนี้เราอยากดูแลพ่อแม่ได้ แล้วกอล์ฟก็เป็นอาชีพที่ทำให้ความคิดนั้นเป็นจริง เราเริ่มด้วยความคิดแบบนั้น แต่พออยู่กับมันทุกวันก็เหมือนว่ากีฬากอล์ฟค่อย ซึมซับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จนวันนี้ที่บอกได้ว่า คงรักมันเข้าแล้วจริง

เม “พอเริ่มอินกับกอล์ฟก็รู้สึกว่าชีวิตที่มีเป้าหมายนั้นมีความสุข ยิ่งพอมาถึงวันนี้ก็รู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เงินหรือชื่อเสียง แต่คือการที่เราได้ภูมิใจในตัวเอง ทำให้มีกำลังใช้ชีวิตในวันต่อไป”

ย้อนกลับไปคิดถึงเด็กสองคนที่ต้องตื่นไปวิ่ง ซ้อมกอล์ฟ แล้วว่ายน้ำจนถึงดึก รู้สึกว่าเด็กสองคนนั้นเดินทางมาไกลขนาดไหน

โมยิ้มกว้าง รู้สึกดีใจและโชคดี ความลำบากทำให้เราเข้มแข็ง ปัญหาทำให้เราโตขึ้นจนมาวันนี้ได้ โมรู้สึกโชคดีที่พ่อแม่ผลักดันให้ทำทุกอย่าง และก็อยากขอบคุณตัวเองด้วยที่พยายามมาตลอด

โมว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่ทุกคนเล่นได้ แต่ถ้าจะเล่นให้ดีก็ต้องทุ่มเท อดทน และแลกกับอะไรหลายอย่าง โมกับเมเรียนจบแค่ .6 แล้วออกมาตีกอล์ฟ ไม่เคยมีชีวิตวัยรุ่น ไม่เคยเที่ยวกับเพื่อน บางทีเพื่อน ที่โรงเรียนก็คิดว่าเราได้รับสิทธิพิเศษเรียนแค่ครึ่งวัน หรือเวลาเพื่อน คุยเรื่องละครหรือซีรี่ส์เกาหลีกัน เราก็ไม่รู้เรื่อง เพราะตอนนั้นไม่เคยได้ดู ใช้เวลากับกอล์ฟครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เรียกว่าเห็นลูกกอล์ฟพอๆ กับจานข้าวก็ว่าได้ ที่สำคัญ โมเชื่อว่าคนที่จะประสบความสำเร็จต้องรู้ก่อนว่าตัวเองทำอะไรได้ดี คนส่วนใหญ่รู้ข้อเสียของตัวเอง โมก็รู้ แต่หลายคนไม่เคยมองว่าแล้วอะไรที่เป็นข้อดีของตัวเอง แล้วก็ทุ่มเทแบบเต็มที่

เมปิดท้าย “ถ้าพูดแบบโกหกคือ พอมองกลับไปสมัยเด็กๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำทั้งหมดนั้นได้อย่างไร แต่เมเชื่อว่า ถ้ามีฝัน แรงผลักดัน และเป้าหมาย เราสามารถทำอะไรก็ได้”

 

 

 

 

เรื่อง : ปารัณ เจียมจิตต์ตรง

 

‘ถ่านไฟเก่ากลับมา แต่คุยกันไปคุยกันมายังทะเลาะกันเหมือนเดิม งงดิ’ ดูดวงรายวัน 5 มิถุนายน 2561

ดูดวงรายวัน 5 มิถุนายน 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านควรให้ความสำคัญกับการเลือกทีมงานที่มีคุณภาพมาทำงาน เพราะเดิมท่านก็มีความมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง หากทีมงานทั่วไปอาจเกิดการอิจฉา แล้วใส่ร้ายท่านด้วยเรื่องอบายมุข ควรปล่อยวาง ใช้ทางพระเข้าข่ม

การเงิน : จะหมดกับการทำบุญ การกิน ดื่ม เที่ยว ซึ่งไม่น่าไปกันได้

ความรัก : ท่านต้องการคู่มาช่วยดูแลเรื่องชีวิตประจำวัน ท่านจะได้ทุ่มเทให้กับการงานได้อย่างเต็มที่ วันนี้ก็ยังมีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง คนโสด ยังมีเรื่องอีกมากมายที่อยากทำ เช่น ทำาน ดื่ม กินเที่ยว จนถึงการปฏิบัติธรรม เรื่องความรักจึงเป็นที่สอง

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญในการรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ งดเว้นการดื่มสุรา สูบบุหรี่

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน :  ท่านมีวิญญาณศิลปินอยู่ในตัวสูง เพราะฉะนั้นงานที่เกี่ยวกับความสวยความงาม บันเทิง เริงรมย์ ดนตรีไปโลด วันนี้ท่านจะเดินทางติดต่องานอยู่ไม่ติดออฟฟิศเลยทีเดียว ระวังหากจะรับปากหรือเซ็นสัญญากับใครก็ดูให้รอบคอบ เพราะไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาทีหลังได้

การเงิน  : มีโชคเงินทองไหลมาเทมา แต่ก็หมดไปไวด้วยเรื่องกิน ดื่ม เที่ยว ช็อปปิ้ง

ความรัก :  วันนี้ผู้หญิงมีความเป็นผู้นำสูง สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับสามีได้อย่างไม่อายใคร ท่านจะสนุกสนานอยู่ท่ามกลางสังคม  คนโสด สวยรวยเสน่ห์ รักใครรักจริง แต่อย่าให้ท่านเบื่อเด็ดขาด ทิ้งเลยทีเดียว

สุขภาพ : ระวังการดื่ม กิน เที่ยวนอกสถานที่ หรือสัมผัสกับสิ่งของที่ไม่คุ้นเคย อาจติดเชื้อภูมิแพ้ได้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด อึดอัด คับข้องใจ เพราะต้องแบกรับงานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้ท่านไม่สามารถตัดสินปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาได้

การเงิน : ขึ้นๆ ลงๆ เข้ามือซ้ายออกมือขวาอยู่ตลอดเวลา

ความรัก :  วันนี้ท่านให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อสร้างครอบครัว แม้ว่าอาจต้องแยกกันอยู่บ้าง ท่านก็เลือกงานมากกว่า ฉะนั้นก็คงต้องเข้าใจกันให้หนัก อย่าหวั่นไหว เอาแต่ใจ กดดันในสิ่งที่ท่านอยากให้เป็นนัก เพราะจะมีแต่ปัญหาตามมาคนโสด แม้ที่ผ่านมาท่านถูกหลอกมานักต่อนัก แต่ท่านก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ตลอด วันนี้ดูดีๆ คนที่เข้ามาอาจชอบเพศเดียวกันนะคะ

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะช่วงขาและข้อต่างๆ เช่น โรคเก๊า อัมพฤกษ์ หรือเส้นเอ็นอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันนี้ท่านมีความสับสนลังเลไม่แน่ใจสูง เพราะจะเจอปัญหาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไข อย่าไว้ใจเพื่อนร่วมงานมาก เพราะเขาไม่จริงใจ แอบเลื่อยขาเก้าอี้เพื่อหวังตำแหน่งและผลประโยชน์ รู้แล้วก็ทำใจ เมตตาเขาเยอะๆ

การเงิน : ระวังทะเลาะเบาะแว้ง หรือถูกโกงเกี่ยวกับเงินการกุศล

ความรัก : วันนี้เริ่มไม่ไว้วางใจคู่ เพราะเขามีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ ซึ่งท่านขี้หึงอยู่แล้วด้วยก็อาจยิ่งมโนบวกๆๆ เข้าไป ค่อยๆ ดูกันไปค่ะ อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ คนโสด วันนี้ท่านเริ่มสับสนว่า ตัวเองชอบเพศใดกันแน่ ระวังนะคะ เพราะคนที่ชอบไม่ได้มีท่านคนเดียว

สุขภาพ : วันนี้งดแป้ง น้ำตาล ไขมันหน่อยนะคะ เพราะท่านเริ่มมีคลอเรสเตอรอลสูงแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านจะได้เข้าไปช่วยธุรกิจของครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ที่เกี่ยวกับที่ดิน เรือกสวนไร่นา หรือสินค้าทางการเกษตร แต่ให้ระวังเรื่องทัศนคติกันนิดหนึ่ง เพราะจะคุยกันไม่ลงตัวจนอาจทะเลาะกันได้

การเงิน :  ท่านอาจมีทัศนคติไม่ตรงกันในเรื่องการบริหารเงิน ควรทำบัญชีให้รัดกุม เพื่อเสี่ยงต่อการที่จะถูกเข้าใจผิด

ความรัก :  วันนี้ท่านกับครอบครัวกำลังเริ่มต้นทำกิจการ หรือได้รับความไว้ใจให้บริหารที่ดินอันเป็นมรดกของตระกูล ระวังความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาจเกิดขัดแย้งกันได้ คนโสด วันนี้ท่านอาจได้กลับมาคืนดีกับอดีตคนรัก แต่ให้ระวังเรื่องทัศนคติที่ยังไม่ลงรอยกันอยู่ดี

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนเลือด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดตาลาย เวียนศีรษะได้

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านจะได้เข้าไปทำงานของครอบครัว หรือคนรู้จักชอบพอกัน ซึ่งวันนี้ท่านต้องอยู่ในสถานการณ์การแข่งขัน ประมูลงานเพื่อให้ได้ชัยชนะมาอย่างเอาเป็นตาย ซึ่งทุกคนฝากความหวังไว้ที่ความสามารถในการเจรจาของท่าน

การเงิน :  ปากท่านเป็นทรัพย์ สามารถต่อรองผลประโยชน์ได้ แต่ก็ระวังจะหมดเงินกับการช่วยเหลือเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง

ความรัก :  วันนี้เหมือนท่านพยายามที่จะเอาชนะใจคู่ ด้วยการยอมตามใจทุกอย่าง แต่นั่นจะทำให้เขาติดนิสัยนะคะ ควรจะค่อยๆ พูดกันให้เข้าใจมากกว่า คนโสด คนรักเก่าจะหวนกลับมา แต่ก็ต้องเอาใจกันหน่อย คิดดีๆ เพราะกลับมาคราวนี้อาจไม่ใช่คนเดิมที่ท่านเคยรู้จักก็ได้

สุขภาพ :  ถึงคิวนัดหมอฟันแล้วค่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านคิดถึงความสำเร็จมากมาย เพราะฉะนั้นก็ต้องทำใจว่าจะเกิดปัญหาขลุกขลักอย่างที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ทางที่ดีควรรับฟังความคิดเห็นหรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้ หรือหาบริวารที่รู้ใจมาช่วยงานจะทำให้ราบรื่นขึ้น

การเงิน :  หมดไปกับการกิน ดื่ม ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา

ความรัก :  วันนี้ท่านเฮฮา สังสรรค์ อยู่ท่ามกลางหมู่เพื่อนจนอาจลืมครอบครัว พยายามแบ่งเวลาให้ดีจะได้ไม่เกิดปัญหาทีหลัง คนโสด ระวังถูกหลอกนะคะ เพราะคนที่คบกันอยู่ลั้ลลามากมาย

สุขภาพ : ระวังโรคหัวใจกำเริบนะคะ

งานแต่งในสวนสไตล์โรงนาของคุณไอส์ & คุณบอส @ โรงแรมสุโขทัย

In a Blissful Backyard งานแต่งในสวน สไตล์โรงนาสุดอบอุ่น

สำหรับ งานแต่งในสวน ของคุณไอส์-ภัทรนันฑ์ และคุณบอส-วสวัตติ์ คู่รักนักบริหารคนเก่งนั้น ผ่านการเตรียมงานมาเป็นอย่างดี ทั้งคู่ใส่ใจในทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ เห็นได้จากภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจตั้งแต่พิธีแลกแหวนจนถึงงานเลี้ยงฉลอง

เรื่องราวความรักฉบับสองใจตรงกันจนน่าอิจฉาของคุณไอส์และคุณบอสนั้นเริ่มต้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถึงแม้ระยะทางจะไกลกันเพราะเจ้าบ่าวกำลังศึกษาอยู่ที่อังกฤษ ในขณะที่เจ้าสาวอยู่เมืองไทย แต่พลังจากภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งคู่รอคอยและกลับมาพบ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางรักไปด้วยกันจนมีวันนี้ในที่สุด โดยทุกขั้นตอนการเตรียมงานนั้นเริ่มขึ้นทันทีหลังจากที่คุณไอส์เซย์เยสในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา และเพราะได้คุณเอก – สันติพงษ์ นักสร้างสรรค์คนเก่งมารังสรรค์งานนี้ให้ ทำให้คุณไอส์ เจ้าสาวที่มีตารางงานค่อนข้างยุ่ง ประกอบกับต้องทำงานในต่างประเทศนั้นรู้สึกสบายใจ และที่สำคัญคือการมีเจ้าบ่าวที่น่ารักคอยช่วยดูแลเตรียมงานให้

 

หลังจากได้ฤกษ์ที่แน่นอน ไทม์ไลน์ทุกอย่างจึงถูกวางตามลำดับ เริ่มต้นที่การเลือกสถานที่ที่เน้นว่าต้องมีสวน จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการมองหาชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปจนได้ชุดที่ถูกใจจากนิวยอร์กมาในที่สุด ในส่วนของชุดเพื่อนเจ้าสาวนั้นก็ผ่านการคัดสรรและออกแบบอย่างดีด้วยฝีมือของคุณไอส์เอง ตามด้วยการตกผลึกไอเดียข้าวของและการตกแต่งในส่วนต่างๆ ทั้ง การ์ดสวยที่ถูกใจเจ้าสาวเป็นอย่างมาก และของชำร่วยที่เป็น กระเป๋าจากโครงการกำลังใจในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อแบ่งปันความสุขในวันสำคัญของทั้งคู่สู่กลุ่มนักโทษหญิงในทัณฑสถาน เจ้าของผลงานกระเป๋าสวยคุณภาพดี จนกระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมารูปแบบการจัดงานและชนิดดอกไม้จึงถูกไฟนอลออกมา ถือว่าจบขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมงาน

 

ในงานได้รับการตกแต่งในธีมโรงนาแบบฝรั่งที่ดูน่ารักอบอุ่น เลือกใช้สีขาวและสีเขียวของดอกไม้และใบไม้เพื่อให้ได้บรรยากาศที่ดูสบายๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนหลังบ้าน โมเมนต์ที่เจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสีขาวที่ดูอ่อนหวาน แต่แฝงความโก้ในสวนสีเขียวชอุ่มพร้อมกับเจ้าบ่าวในชุดสูทสุดเนี้ยบนั้นก็ให้ความรู้สึกที่สดชื่นมากๆ ทำให้รู้สึกเหมือน การรวมตัวของครอบครัวและเพื่อนสนิทกันที่สวนหลังบ้านได้มีความสุขและรับประทานอาหารร่วมกัน เรียกว่าเป็นงานที่ สวยงามแก่สายตาและยังอบอุ่นแก่หัวใจจริงๆ

 

The Details : The Barn

Venue : โรงแรมสุโขทัย The Sukhothai Bangkok
Wedding Dress : ชุดสวมแหวน Amata ชุดงานเลี้ยง Christian Siriano, Kleinfeld New YorkGroom Suit : POEM
Makeup : คุณเจ J makeup (ช่วงสวมแหวน) คุณชาติ Chart makeup (ช่วงงานเลี้ยง)
Hair : คุณริว Showryu (ช่วงสวมแหวน) คุณอ้อย (ช่วงงานเลี้ยง)
Decoration : คุณเอก – สันติพงษ์ (ไอจี : @suntipong101)
Wedding Planner : Wedding is “Me” (เฟซบุ๊ก @@weddingisme)
Photo : TMPHOTOANEWS (ไอจี : @tmphotoanews)LightCulture (ไอจี : @lightculture)

Alwaysfluke กับแบรนด์โปรด Sulwhasoo และทิปส์การใช้สกินแคร์สำหรับเจ้าสาว

สกินแคร์สำหรับเจ้าสาว และทิปส์ดูแลผิวดีๆ ที่ ฟลุค Alwaysfluke อยากบอกต่อ

เมื่อกล่าวถึงเมคอัพอาร์ติสต์เจ้าสาวมือวางอันดับต้นๆ ของเมืองไทย แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของฟลุค – รพี ชูสุวรรณ หรือที่เรารู้จักในนามของ Alwaysfluke ติดอันดับอยู่ด้วย เพราะความโดดเด่นของสไตล์การแต่งหน้าที่เน้นงานผิวสวยธรรมชาติ แต่นอกจากฝีมือในการสาดสีสันแล้ว ฟลุคยังเป็นอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกใช้สกินแคร์ด้วย จากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามมาอย่างยาวนาน แพรว wedding ฉบับนี้ล็อกตัวเขามาพูดคุยเกี่ยวกับสกินแคร์สัญชาติเกาหลี Sulwhasoo (โซลวาซู) แบรนด์โปรด รวมทั้งมาบอกเล่าทิปส์การใช้ สกินแคร์สำหรับเจ้าสาว อย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผิวเจ้าสาวที่อาจจะเกิดขึ้นในวันแต่งงาน

Q: ปัญหาผิวหน้าเจ้าสาวที่คุณฟลุคมักจะพบเจอ

A: ปัญหาที่พบเจอบ่อยคือสิวและผิวไม่แข็งแรง เหล่านี้เกิดจากความเครียดและพักผ่อนน้อยซึ่งเป็นปกติของเจ้าสาว ในช่วงใกล้วันแต่งงาน การจะไปแนะนำาเขาว่าอย่าเครียดนะ ดื่มน้ำเยอะๆ นะ นอนเยอะๆ นะ บางทีก็ทำได้ยากในชีวิตจริง ฟลุคจึงมักจะแนะนำให้เจ้าสาวหาสกินแคร์ที่ดีเป็นตัวช่วย เหมือนว่าอย่างน้อยถ้าไลฟ์สไตล์เราไม่เอื้ออำนวยที่จะให้เรามีสภาพผิวที่ดี สกินแคร์ก็ช่วยเติมสารอาหารที่ขาดหายไปให้กลับคืนสู่ผิวได้

Q: รู้จักกับแบรนด์ Sulwhasoo ครั้งแรกได้ยังไง

A: ฟลุคมีโอกาสไปลองสปาแบบดั้งเดิมของแบรนด์ที่ประเทศเกาหลีใต้ สปาของเขาเป็นการบ่งบอกว่าเขาให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์การดูแลผิวให้ลูกค้าแบบ 360 องศาจริงๆ อันนี้แนะนำเป็นการส่วนตัวว่า ถ้าว่าที่เจ้าสาวคนไหนมีโอกาสได้บินไปเกาหลีในช่วงเวลาเตรียมตัวอยากให้ไปลองสักครั้ง

Q: ทำไมถึงอยากแนะนำ Sulwhasoo ให้ว่าที่เจ้าสาวสำหรับการเตรียมผิวก่อนแต่งงาน

A: พอเราใช้แล้วประทับใจ เราก็เริ่มแนะนำให้คนรอบตัวใช้ รวมถึงว่าที่เจ้าสาวที่บางทีมาขอคำแนะนำ พอเขาใช้แล้ว ประทับใจ เขาก็เอาไปบอกคนอื่นๆ ต่อเช่นกัน จากประสบการณ์ของฟลุค แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นการรักษาสมดุลผิวอย่างโซลวาซูเป็นอะไรที่เวิร์คมากสำหรับการเตรียมผิวเจ้าสาวช่วงใกล้งานแต่งงาน เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวแพ้ ระคายเคือง และลดการเกิดสิวได้ดี ฟลุครู้สึกว่ากุญแจสำคัญของผิวที่ดีคือผิวที่แข็งแรง ถามว่าผิวที่แข็งแรงมาจากอะไร ก็มาจากความสมดุลของสภาพผิวภายในนี่เอง

Q: อยากให้ฝากคำแนะนำในสัปดาห์สุดท้ายของการเตรียมผิวเจ้าสาวก่อนแต่งงาน

A: ฟลุคแนะนำให้มาสก์หน้าก่อนนอนทุกวัน แล้วนวดวนให้เนื้อมาสก์ที่เหลือจากการมาสก์ซึมเข้าสู่ผิวให้หมดแล้วค่อยนอน เป็นการบำรุงผิวแบบล้ำลึกเข้มข้นจริงๆ ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนวันสำคัญ ถ้าทำได้ทุกวันจะสังเกตเห็นเลยว่า ผิวดูอิ่มฟูและกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้เวลาแต่งหน้าเจ้าสาวแล้วแทบจะไม่ต้องลงรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์เพื่อปิดบังจุดบกพร่องใดๆ ฟลุคเชื่อว่ายิ่งเจ้าสาวสามารถเผยผิวที่แท้จริงของเธอได้มากเท่าไร ก็ยิ่งจะทำให้เธอดูสวยอย่างเป็น ธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น

5 Alwaysfluke’s Selection ผลิตภัณฑ์โปรดของฟลุคที่อยากแนะนำให้ลอง >>> อ่านต่อหน้าต่อไป

เบลล่า ฮาดิด

หมดยุคหน้านิ่ง! เบลล่า ฮาดิด แจกยิ้มละลายใจ สดใสในสไตล์ตัวเอง

หมดยุคหน้านิ่ง! เบลล่า ฮาดิด แจกยิ้มละลายใจ สดใสในสไตล์ตัวเอง

วิถีโมเดลตัวท็อปก็จะต้องถูกกล้องแชะภาพอยู่ตลอด ทั้งตอนที่อยู่บนรันเวย์หรือแม้แต่วันสบายๆ ของพวกเธอ ยิ่งเป็นนางแบบระดับท็อปก็ยิ่งต้องเจอการตามถ่ายรูปทั้งจากตากล้องและปาปารัสซี่อยู่บ่อยครั้ง และภาพที่ถ่ายนั้นก็อาจจะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับงานบนปกแมกกาซีนที่ตั้งใจโพสต์ท่าให้ช่างภาพชั้นนำกดชัตเตอร์บันทึกความเฟียซ

ซึ่งนางแบบสาวสุดฮ็อต เบลล่า ฮาดิด ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกตามถ่ายรูปอยู่บ่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของเธอที่ออกมาผ่านรูปที่ถูกถ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น ก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าไม่ค่อยชอบใบหน้าของตัวเอง เมื่อยามถูกถ่ายสักเท่าไหร่ เพราะรูปของเธอที่ออกมามักจะมีใบหน้าที่นิ่ง ไม่ยิ้มแย้ม จนทำให้เธอรู้สึกว่าภาพจะออกมาดีกว่านี้ หากเธอแจกรอยยิ้มสดใสของเธอบ้าง

เบลล่า ฮาดิด
เมื่อเทียบช็อตหน้านิ่งและรอยยิ้มสดใสของสาวเบลล่าก็จะได้ลุคที่แตกต่างแบบนี้แหละ

โดยสาวเบลล่าเคยให้สัมภาษณ์ว่า “หลายคนพูดว่าฉันชอบทำหน้านิ่งๆ เดิมๆ คงเป็นเพราะเวลาฉันไปถ่ายงาน ช่างภาพชอบให้ฉันทำหน้านิ่งๆ เฉยชา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันเป็นเลย จริงๆ หลายครั้งที่แฟนๆ มาเจอและพูดว่าฉันแตกต่างไปจากที่เขาคาดไว้มาก คนมักจะบอกว่าฉันดูเหมือนจะหยิ่ง

แต่จริงๆ ฉันเป็นคนยิ้มง่ายและชอบพบเจอคนใหม่ๆ นะ แม้บางครั้งฉันรู้สึกอึดอัดเวลาเห็นกล้อง แต่ถ้าฉันยิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง มันทำให้ฉันรู้สึกดีมากที่ได้เห็นหน้าตัวเองแบบนั้น”

จากความหน้าบึ้งมาจนถึงวันที่โมเดลสุดปังแจกความสดใส แพรวดอทคอม จึงขอรวบภาพน่ารักๆ ที่เกิดจากรอยยิ้มของสาวเบลล่ามาให้ได้ชมกัน บอกเลยว่าคุณจะหลงรักเธอมากขึ้น

 

ไม่ว่าลุคไหน แค่ เบลล่า ฮาดิด แจกรอยยิ้ม ก็ทำเอาใจละลาย

 

เบลล่า ฮาดิด
บนพรมแดงก็ต้องยิ้มสู้กล้องกันหน่อย ลุคนี้สาวเบลล่าเรียบหรูกำลังดี

 

เบลล่า ฮาดิด
อีกหนึ่งลุคชิคๆ กับผมเปียสองข้าง เสื้อปาดไหล่ และต่างหูห่วงใหญ่ ส่วนหน้าทะเล้นๆ ก็ยิ่งทำให้ดูเข้าถึงง่าย

 

เบลล่า ฮาดิด
เดรสสีแดงทรงพลัง เพียงแค่ยิ้มมุมปากเบาๆ ก็ทำให้ลุคแซ่บๆ ซอฟท์ลงมาได้

 

เบลล่า ฮาดิด
ทันทีที่ฉีกยิ้มกว้าง โมเดลสาวในชุดเดรสสีแดงก็ดูหวานขึ้นทันตา

 

ลุคนี้ก็สวย เสื้อกล้ามและแจ็คเก็ตสีขาว บวกกับกางเกงลายสก็อต แม้ว่าลุคจะออกแนวเท่ๆ แต่พอยิ้มออกมาก็น่ารักกกก

 

ลุคต่อไปเป็นเสื้อหนังสีดำ ลุคนี้ให้ความทะมัดทะแมงและเท่ในเวลาเดียวกัน และถึงจะไม่ได้มองกล้อง แต่สาวเบลล่าก็ยิ้มเสมอ

 

เบลล่าสายหวานก็ได้ มินิเดรสสีขาวสุดน่ารักและยิ่งน่ารักเข้าไปอีก เมื่อนางแบบสาวดูเฟรนด์ลี่

 

ชัดๆ กับรอยยิ้มของโมเดลดัง เรียกได้ว่าภาพนี้รอยยิ้มโดดเด่นมาแต่ไกล

 

มากันที่ลุคล่าสุด มีความแอบเซ็กซี่เบาๆ ด้วยเสื้อครอปลายสก็อตและแฝงความเท่ด้วยกางเกงยีนส์ แม้จะถูกถ่ายตอนกำลังเข้าที่พักก็ยังสดใส

 

ลุคเต็มๆ ดูง่ายๆ แต่พอเป็นเบลล่าใส่ก็ดูดีขึ้นมาทันใด และสายตาที่อยู่ภายใต้แว่นนั้นจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่ที่รู้สาวเบลล่ายิ้มตลอดจริงๆ คิวต์มาก

บางครั้งเหล่านางแบบก็ไม่ได้หยิ่ง หรือดูเชิดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะด้วยงานที่ต้องคอยคีพลุค จึงทำให้พวกเธอติดภาพลักษณ์เหล่านั้นมาบ้าง แต่จริงๆ แล้วโมเดลก็มีมุมน่ารักๆ ฮาๆ ให้รู้จักอีกเพียบ อย่างสาวเบลล่าเองเธอก็เป็นคนร่าเริงและสดใสมากเลยทีเดียว


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Twitter@wonderarchives    , @ThailandHadid

 

Line Village

น่ารักมาก! Line Village สวนสนุกในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ ใจกลางสยามสแควร์

น่ารักมาก! Line Village
สวนสนุกในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ ใจกลางสยามสแควร์

สาวกคนรักการถ่ายรูป ชอบความน่ารักชิคๆ เตรียมตัวด่วน ล่าสุด Line Village Bangkok (ไลน์ วิลเลจ แบงค็อก) สวนสนุกดิจิทัลในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ ได้มาตั้งอยู่ใจกลางสยามสแควร์ ครอบคลุมพื้นที่รวม 3 ชั้น บนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งทุกพิกัดภายในหมู่บ้านไลน์แห่งนี้ บอกเลยว่า มีแต่มุมให้ถ่ายรูปชิคๆ เพียบ! รวมถึงยังมีมุมเล่นเกม ทำกิจกรรมเพื่อรับค่าส่วนลดต่างๆ อีกด้วย

Line VillageLine Village

รวบรวมไลน์เฟรนด์ 11 คาแร็คเตอร์ ที่มีทั้ง BROWN (บราวน์), CONY (โคนี่), SALLY (แซลลี่), MOON (มูน), JAMES (เจมส์), BOSS (บอส), JESSICA (เจสสิก้า), LEONARD (ลีโอนาร์ด), EDWARD (เอ็ดเวิร์ด), CHOCO (ช็อกโก) และ PANGYO (ปังโย่) มาไว้รวมกันในไลน์ วิลเลจ แบงค็อก จบที่เดียว ให้เหล่าคนรักการถ่ายรูป ชอบความสนุกสนาน และหลงรักไลน์ได้มารวมตัวกัน ซึ่งภายในไลน์ วิลเลจนี้มีมุมแต่ละมุมที่ดีไซน์ตามคาแร็คเตอร์ของไลน์เฟรนด์แบบไม่ซ้ำแบบ เรียกว่าตั้งแต่เดินเข้าวิลเลจซื้อตั๋ว จนถึงจุดสิ้นสุดของทางออก ไม่มีมุมไหนเลยที่ไม่น่าพลาดถ่ายรูปเก็บไว้

Line Village

Line Village
(ราคาผู้ใหญ่ไทย 850 บาท ต่างชาติ 990 บาท, เด็กไทย 650 บาท ต่างชาติ 790 บาท และเด็กเล็กส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี)

สำหรับ LINE FRIENDS (ไลน์ เฟรนด์) นี้เป็นแบรนด์คาแร็คเตอร์ระดับโลกที่ประกอบด้วย 11 คาแร็คเตอร์หลัก แรกเริ่มถูกออกแบบเพื่อใช้เป็นสติกเกอร์ในแอพพลิเคชั่นข้อความบนมือถือ ‘ไลน์’ และเพื่อรองรับการสื่อสารของผู้ใช้บริหารราว 200 ล้านคนทั่วโลกเท่านั้น โดยไลน์ขึ้นแท่นเป็นครีเอเตอร์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับและเป็นเจ้าของ Animation Running Man และ Usamaru นอกจากนี้ไลน์เฟรนด์ยังได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำหลายแห่ง อย่าง Lamy, Beats by Dre และ Brompton ผลิตสินค้ารุ่นลิมิเต็ด และเพื่อสร้างการจดจำตราสินค้าอีกด้วย

วันนี้ แพรวดอทคอม ได้ลองไปประเดิมสัมผัส Line Village Bangkok มาทั้งที จึงไม่พลาดเก็บรูปบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน ซึ่งเดินดูแต่ละมุมก็ได้แต่ร้องว้าว ด้วยความตื่นตาตื่นใจเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ส่วนใครที่อยากไปตามรอย ไลน์ วิลเลจเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. นะจ๊ะ

หลังซื้อตั๋วมาแล้ว จะเจออุโมงค์ทางเข้า จุดเริ่มต้นของการผจญภัย
ประเดิมที่ Mystique Library ห้องสมุดที่ต้องหากุญแจลับเพื่อเปิดประตูสู่โลกของไลน์วิลเลจ
แล้วไปพบกับบันไดลึกลับที่เต็มไปด้วยภาพคาแร็คเตอร์ไลน์หลากหลายมิติ

Line Village Line Village

 

เมื่อเดินลงสู่บันไดจะพบกับห้อง Intro Theatre ห้องดำสุดแสนน่ารัก ที่เชิญชวนให้เราค้นหาทางออกให้เจอ

Line Village

 

แล้วมาโผล่ที่ The Garden พบกับ Jessica และร้านไอศกรีมแสนหวานของ Leonard และชมโลกของไลน์ เฟรนด์ ผ่าน VR ช่วงนี้จะตื่นตาตื่นใจมาก เพราะมีของให้เล่นเยอะ และมุมถ่ายรูปเพียบ ซึ่งตรงมุมห้องสีชมพูจะมีเกมทัชสกรีนให้เล่นรอบละ 6 คน ให้มาช่วยโคนี่ทำอาหารและอบขนมด้วย 

Line Village Line Village

Line Village Line Village

 

สำหรับห้องนี้ Moon’s Rooftop หลายคนน่าจะชอบมากๆ
เป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ และห้องส่องดาวของ MOON ซึ่งบรรยากาศจริง มีการปล่อยควันเพื่อเตรียมให้กระสวยพุ่งด้วย แถมบนเพดานก็เรืองรองไปด้วยแสงดาวระยิบระยับ สวยมากๆ
Line Village Line Village

 

ส่วนใครที่ชอบสไตล์ดนตรีคูลๆ แนวฮิปฮอป ก็มีมุมของ Beat Brown รอต้อนรับหลังจากไปส่องดาวกันมา ซึ่งบริเวณใกล้เคียงก็จะมีทั้ง Jame’s Secret House ห้องสไตล์หลุยส์ โอ่อ่า หรูหราตามคาแร็คเตอร์ของ James ให้เข้าไปนั่งแชะถ่ายรูป ถัดมามี Dream Theatre ที่มี VR 12 ที่นั่ง ความยาว 1 นาที ให้นั่งอินไปกับการผจญภัยกับบราวน์และผองเพื่อน ซึ่งบริเวณนี้ยังมีจอให้ถ่ายรูป แล้วโหลดเข้ามือถือเราได้ทันทีอีกด้วย 

Line Village

Line Village

Line Village

 

ต่อไปเดี๋ยวจะพาไปชมห้องสายลับเฉพาะกิจของ BOSS หรือ Boss’s Office ซึ่งระหว่างทางที่จะไปนั้น ก็จะได้เดินผ่านระเบียงไม้น่ารักๆ ที่มีไลน์ เฟรนด์รอต้อนรับเราอยู่ตลอดทาง ส่วนห้องของ BOSS ก็มีความเนี้ยบตามคาแร็คเตอร์เลย

Line Village Line Village Line Village Line Village

 

ส่วนตัวชอบห้องนี้มากๆ (ฮา) ถัดมาจากห้องของ BOSS ก็จะได้พบกับโลกสีชมพู หรือโลกส่วนตัวของแฟชั่นนิสต้าตัวยงอย่าง CHOCO มีดีไซน์ห้องแล้ว ให้ความเป็นห้องของเจ้าแม่แฟชั่นและบิวตี้มากๆ Line VillageLine Village

 

เมื่อหลุดออกมาจากโลกสีชมพูของ CHOCO ก็จะได้พบกับห้องกระจกหลากมิติ ตรงนี้ถ่ายรูปเลิศมาก แต่รอให้แฟนๆ มาพิสูจน์กันเองดีกว่าว่ามันจะฟินขนาดไหน อิอิ ตามด้วยห้อง STORY BOOK ที่เต็มไปด้วยหนังสือเล่มโปรดขนาดยักษ์วางเรียงรายตามทางเดิน จนกระทั่งเดินมาสู่จุดหมายปลายทาง THE FINALE ที่มีแหล่งช้อปปิ้ง LINE VILLAGE STORE (RETAIL) คับคั่งไปด้วยของขวัญน่ารักๆ มากกว่า 2,000 ชิ้น ให้เลือกซื้อเก็บไปฟินกัน 

Line Village

 

เห็นแต่ละมุม แต่ละส่วนแล้ว ต้องบอกเลยว่า มันมีความน่ารัก เท่ หวาน เข้ม ครบรสจริงๆ ใครที่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน อยากอัพเดทแหล่งชิคๆ ก่อนใคร หมู่บ้านไลน์แห่งนี้ก็เป็นตัวเลือกดีๆ นะเออ..

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: ปารัณ เจียมจิตต์ตรง, Line Village Bangkok

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน

9 ลุคสไตล์ ควีนเลตีเซียแห่งสเปน เรียบ เท่ ในกางเกงหลากดีไซน์

ถ้าหากจะพูดถึงแฟชั่นไอคอนที่เป็นสมาชิกราชวงศ์ด้วยแล้ว เชื่อว่า ควีนเลตีเซียแห่งสเปน หรือ สมเด็จพระราชินีเลตีเซีย ก็จะเป็นหนึ่งในบุคคลที่สาวๆ นึกถึง เพราะด้วยสไตล์ของพระองค์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้คนจดจำ จนเป็นที่ตรึงตาตรึงใจในทุกครั้งที่ทรงออกงานนั้น ก็ไม่ยากที่พระองค์จะกลายเป็นไอดอลด้านแฟชั่นให้กับสาวๆ อีกหลายคน

โดยปัจจุบันนี้ ควีนเลตีเซีย ทรงมีพระชนมายุ 45 พรรษา แต่ยังคงงามสง่าด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม และอย่างที่เราได้เกริ่นไปว่าพระองค์ทรงแต่งฉลองพระองค์ได้ดีเสมอ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ควีนเลตีเซียเป็นที่จับตามองทุกครั้งไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปที่ใด จากอดีตนักหนังสือพิมพ์และผู้ประกาศข่าว ที่ต่อมาได้เป็นพระราชินีในสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แห่งสเปน ควีนเลตีเซียก็ยังคงเรียบง่าย และฉลองพระองค์แต่ละชุดไม่ได้มีราคาสูงจนเกินไป แถมบางชุดพระองค์ก็ทรงใส่ซ้ำมามากกว่า 3-4 ครั้งด้วย

เช่นเคยวันนี้แพรวดอทคอมมีแฟชั่นฉลองพระองค์ของควีนเลตีเซียมาฝากกันอีกครั้ง แต่รอบนี้ขอรวมลุคที่แตกต่างจากทุกที อย่างลุคเท่ๆ ทะมัดทะแมงในพระสนับเพลา (กางเกง) ของควีนมาให้ชมกัน เพราะนอกจากชุดเดรสที่เราเห็นควีนเลตีเซียทรงสวมใส่อยู่บ่อยครั้ง ก็พระสนับเพลาหรือกางเกงนี่แหละที่ทรงใส่บ่อยไม่น้อยไปกว่ากัน

 

9 ลุคสไตล์ ควีนเลตีเซียแห่งสเปน เรียบ เท่ ในกางเกงหลากดีไซน์

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ลุคแรกกับฉลองพระองค์สีแดงสด ชุดสูทเซ็ตนี้เป็นฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวสเปน Roberto Torretta ในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2017/18 ซึ่งลุคนี้ควีนเลตีเซียปรากฏตัวในงานครบรอบ 500 ปีของการเดินเรือรอบแรกของโลก

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ควีนเสด็จฯ เยี่ยมสำนักงานใหญ่ของสมาคมแพทย์แห่งประเทศสเปน ในกรุงมาดริด ทรงสวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าทวีตรุ่น Keili จาก Boss และพระสนับเพลาขายาวสีดำทรงกระบอกเข้าชุดกับเสื้อ กระเป๋า และรองพระบาท

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ราชินีเลตีเซียเข้าร่วมงานการแข่งขันชิงแชมป์วิชาชีพ 5 ปี (Andalucía Skills 2018) ของ Huelva University ทรงสวมโค้ทสีแดงจาก Zara ซึ่งทรงเคยใส่มาก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมีนาคมปี 2017 และครั้งนี้ทรงจับคู่เข้ากับพระสนับเพลาสีนู้ดจาก Uterqüe

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
สมเด็จพระราชินีฯ เสด็จฯ เพื่อมอบรางวัลให้เด็กและเยาวชนชาวสเปน งานนี้พระองค์ทรงเลือกจั๊มสูทสีดำจาก Hugo Boss ซึ่งทรงเคยใส่มาแล้วในงานประชุม World Cancer Congress ในเดือนตุลาคมปี 2016 ประเทศฝรั่งเศส

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ต่อกันด้วยลุคสุดสง่าในฉลองพระองค์สีขาวจาก Carolina Herrera และเบรกความขาวด้วยไอเท็มสีน้ำตาล ทำให้ลุคดูมีสีสัน แต่ยังคงความเรียบหรู โดยงานนี้เสด็จฯ นำเสนอพจนานุกรมชีวประวัติอิเล็กทรอนิกส์โดยราชบัณฑิตยสถานแห่งประวัติศาสตร์ที่พระราชวังแห่ง El Pardo ในกรุงมาดริด

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
มากันที่ลุคสีขาวอีกหนึ่งลุคกับฉลองพระองค์จาก Pedro del Hierro คอลเล็คชั่น Fiesta 2017/18 ของนักออกแบบชาวสเปน ในงานรอบชิงชนะเลิศของสเปนในการแข่งขัน FameLab International

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ราชินีเลตีเซียทรงเข้าเยี่ยมหน่วยเหตุฉุกเฉินทางทหาร ด้วยลุคที่ตัดกันของสีขาวและดำ พระองค์มาในโค้ทขนสัตว์สีขาวจาก Adolfo Dominguez และพระสนับเพลาสีดำจาก Hugo Boss

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
ควีนเลตีเซียเสด็จฯ เยี่ยมชม Cité Soleil ในเฮติ เพื่อทอดพระเนตรโครงการแรกที่ได้รับเงินสนับสนุนจากความร่วมมือของสเปน เพื่อช่วยปรับปรุงสวัสดิการของประชาชน และทรงปรากฏตัวในลุคสดใสด้วยเสื้อสีชมพูสดจาก Uterqüe และพระสนับเพลาสีขาวทรงกระบอกใส่สบาย

 

ควีนเลตีเซียแห่งสเปน
สำหรับงานสัมมนานานานาชาติเกี่ยวกับภาษาและวารสารศาสตร์ ควีนทรงเลือกสวมเสื้อคลุมสีแดงจาก Atos Lombardini และเลกกิ้งหนังสีดำของ  Uterqüe

ควีนเลตีเซียทรงเป็นพระราชินีที่สวมพระสนับเพลา (กางเกง) ออกงานบ่อยมากๆ แต่ทุกครั้งก็เต็มไปด้วยความสง่างาม น่าเกรงขามและเรียบหรู 


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : www.queenletiziastyle.com , IG@Royal Addicted

 

โป๊ป

คุณพี่ขี้แซว! โป๊ป บอก เบลล่า เลิก เวียร์ เมื่อไหร่มาคบกัน

คุณพี่แซวเก่ง โป๊ป – ธนวรรธน์ ให้สัมภาษณ์ถึงนางเอกคู่ขวัญ เบลล่า – ราณี หลังถูกเชียร์ให้เลิกรา เวียร์-ศุกลวัฒน์ บอกเลิกเมื่อไหร่มาคบกับพี่ เดี๋ยวพี่ปลอบใจ

โป๊ป

เพราะการแสดงที่ดีบวกกับเคมีที่ลงตัว ทำให้คู่ขวัญจากละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ถูกเชียร์ให้เป็นคู่กันในชีวิตจริงเช่นเดียวกับในละคร ซึ่งหลายๆ คนทราบดีอยู่แล้วว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะนางเอกสาวเขามีหนุ่มตัวจริงอยู่แล้ว คือพระเอก เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ งานนี้จึงเป็นได้แค่คู่จิ้นเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ! ก็ยังมีคนเชียร์ให้พี่ขุนเดชและแม่หญิงการะเกดเป็นแฟนกันในชีวิตจริงอยู่ดี

แม้ละครจะลาจอไปแล้ว แต่แฟนคลับก็ยังฟินได้ต่อเพราะหลังจากละครดังคู่นี้เขาก็มีงานคู่กันอยู่บ่อยๆ และล่าสุดในงานเปิดตัวกะทิขวด Real Thai พระเอก-นางเอก ขวัญใจมหาชนก็ได้โคจรมาพบกันอีกครั้ง โดยภายในงานยังมีการกิจกรรมทำอาหารซึ่งก็มีหลายโมเมนต์ที่ดูแล้วยิ่งนึกถึงเรื่องราวในละครบุพเพสันนิวาสมากๆ

โป๊ป

โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมบนเวที ทั้งสองได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องที่แฟนคลับบางส่วนอยากให้ เวียร์ คบกับ ฐิสา และ เบลล่า คบกับ โป๊ป ซึ่งเมื่อได้ฟังคำถาม เบลล่าก็หันไปหาพี่ขุนทันทีพร้อมกับถามว่า “ว่าอย่างไรดี” ซึ่งคุณพี่ก็ตอบทันควันว่า “เลิกแล้วเดี๋ยวมาคบกับพี่ รออยู่ เลิกเดี๋ยวพี่ปลอบใจให้ (ยิ้ม)” ก่อนตบมุกด้วยว่า “ล้อเล่นนะเวียร์” ทำเอาบรรดาผู้ที่สัมภาษณ์ยิ้มไปตามๆ กัน

โป๊ป

 อย่างไรก็ตามในส่วนของสาวเบลล่านั้นได้ชี้แจงว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดอยู่แล้วเวลาที่เราเล่นละครหรือแสดงละครคู่กับใคร โดยการที่คนชื่นชอบทำให้เรารู้ได้ว่าละครประสบความสำเร็จ เพราะเราก็เล่นไปตามบทบาท ส่วนนอกจอมันก็คือชีวิตจริง เราก็ไม่ได้เปลี่ยนไปตามแรงยุ มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง และพี่โป๊ปเป็นพี่ชายที่ดี เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมากๆ ค่ะ”


 

บัตรแพลตินั่ม เอ็ม การ์ด จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ทริป ที่โซเนวา คีรี

บัตรแพลตินั่ม เอ็ม การ์ด จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ทริป ชวนเหล่าเซเลปคนดังร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเหนือระดับ ที่โซเนวา คีรี

สร้างประสบการณ์เหนือระดับและสิทธิประโยชน์ระดับเวิลด์คลาสที่สุดแสนประทับใจมาโดยตลอด ล่าสุด เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แพลตินั่ม เอ็ม การ์ด เอ็กซ์คลูซีฟ ทริป ทู โซเนวา คีรี (Platinum M Card Exclusive Trip To Soneva Kiri) มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดประทับใจแด่ลูกค้าคนพิเศษ ณ โซเนวา คีรี เกาะกูด จ. ตราด โดยมี คุณดาว เสถียรถิระกุล, คุณภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์, คุณอภิญญา โดลแลน, คุณกัลยรัตน์  อัครเดชเดชาชัย, คุณวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล, คุณอชิรญา อิงคตานุวัฒน์, คุณสิริน ฉัตรวิชัย, คุณขวัญข้าว เศวตวิมล และคุณน้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ เป็นต้น ร่วมเดินทาง โดยมีคณะผู้บริหารจาก บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำโดย คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจไปกับหลากหลายกิจกรรมจากบัตรแพลตินั่ม เอ็ม การ์ด พร้อมเอกสิทธิ์เฉพาะเหนือระดับที่คัดสรรมาเพื่อแทนคำขอบคุณ และเติมเต็มประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ผ่านทาง  Facebook: mcardforall,  www.mcardshop.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม          ได้ที่ M Card Call Center 02-789-5555

 

ิิออกกำลังกาย

3 เหตุผลชัดๆ ทำไมการ ออกกำลังกาย ถึงช่วยให้หุ่นดี ไม่ป่วยง่าย

ทุกคนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือยัง ไม่ใช่แค่ทำใจกับรถติด หรือต้องคอยพกร่มออกจากบ้านนะ แต่ยังหมายถึงสุขภาพร่างกายของเราด้วย ยิ่งหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่ใช้ชีวิตเร่งรีบในแต่ละวันก็อาจจะละเลยการดูแลตัวเองกันได้ง่ายๆ เผลอนิดเดียวโรคภัยไข้เจ็บถามหา เพราะฉะนั้นมาออกกำลังกายเป็นประจำกันดีกว่า ร่างกายจะได้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยง่าย แถมยังสดชื่น ควบคู่ไปกับรูปร่างที่ดีด้วย วันนี้ พาขวัญ สุพานิชรัตนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจาก ฟิตเนส เฟิรส์ท จะมาให้เหตุผลชัดๆ ว่าทำไมการออกกำลังกายถึงช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงได้

3 เหตุผลชัดๆ ทำไมการ ออกกำลังกาย ถึงช่วยให้หุ่นดี ไม่ป่วยง่าย

1. ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นจากการออกกำลังกาย

เมื่อออกกำลังกาย หัวใจของเราก็จะแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้การหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น ปอดทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เช่นกัน ระบบนี้มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่ดาหน้ากันเข้ามาทุกวัน การออกกำลังกายจะเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดโดยรวม ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell) ถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั้งร่างกาย และทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความสามารถในการเก็บกินสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น

ถ้าเราออกกำลังกายเป็นประจำ จะเป็นการไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ตื่นตัว และจะยังทำงานได้ดีต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะเป็นการกระตุ้นให้ระบบทำงานตลอดเวลา นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทำไมคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายถึงป่วยได้ง่ายกว่านั่นเอง

2. ออกกำลังกายแค่ไหนถึงจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

สำหรับคนทั่วไป ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โดยออกกำลังกายหนักปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที ต่อวัน ทั้งหมด 5 วัน ทั้งนี้สามารถทำครั้งละ 10 นาที แล้วพัก และทำต่อในรอบที่ 2 และ 3 อย่างละ 10 นาที รวม 30 นาทีก็ได้

ถ้าออกกำลังกายหนัก ให้ออก 75 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์  ทั้งนี้ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่เป็นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นระบบหัวใจ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น วิ่งหรือการปั่นจักรยานแบบง่ายๆ รวมถึงหากใครที่เป็นสมาชิกสถานออกกำลังกาย ก็สามารถเลือกอุปกรณ์ได้หลากหลายในแบบที่ชอบได้มากขึ้น และควบคู่สลับกับการเล่นเวทเทรนนิ่ง ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงทั้งระบบหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อไปด้วย

เมื่อเราทำแบบสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายได้แล้ว ยังจะส่งผลให้นอนหลับง่าย สดชื่น สมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดสะสม แถมยังลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และภาวะน้ำหนักเกิน เป็นต้น ทั้งนี้ก็ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมเช่นกัน เพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าถึงขีดสุดจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดต่ำลง กลายเป็นเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยไปแทน

3. สุขภาพดีต้องมีตัวช่วยเสริม เพิ่มเติมจากการออกกำลังกาย

การรับประทานอาหารที่หลากหลายและสารอาหารครบถ้วนก็ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้อีกทางหนึ่ง แต่ควรได้สัดส่วนด้วย ไม่มากไป เพราะเสี่ยงต่อภาวะอ้วน และโรคภัยอีกสารพัด แล้วก็ไม่น้อยไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จำไว้ว่าสุขภาพดี ไม่ได้แปลว่าต้องผอมเสมอไป นอกจากนี้ สุขภาพจิตก็สำคัญ หาทางจัดการกับความเครียด ตั้งสติ ทำสมาธิ ทำกิจกรรมที่ชอบ ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือการออกกำลังกายนี่ก็ช่วยได้

ใครรู้สึกว่าช่วงนี้ชักจะหย่อนๆ เรื่องออกกำลังกายเกินไป หรือกินตามใจตัวเอง รวมทั้งเครียดจากปัญหาต่างๆ หาเวลาวันละเพียง 30 นาที – 60 นาที ต่อวันเพื่อมาออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายกัน รับรองว่าจะเจอกับหน้าฝน หรือหน้าไหน เราก็จะไม่อ่อนแอแน่นอน

คุชชั่น

ยิ่งตบผิวยิ่งสวย! 4 คุชชั่น แตะเล็กน้อยช่วยให้หน้าเนียนจนเหมือนไร้เมคอัพ

เดี๋ยวนี้สาวๆ รักสุขภาพตามเทรนด์ จะว่าไปสาวสปอร์ตตี้รักกีฬานั้นดูมีเสน่ห์น่ามอง แม้จะไม่เป๊ะตลอดเวลา แต่ยังดูสดใสแม้ในยามที่มีเหงื่อซึมหรือหน้ามันไปบ้าง เพราะนอกจากเลือดฝาดที่ได้จากการออกกำลังกายแล้ว การแอบเมคอัพเบาๆ ด้วยครีมบลัชหรือลิปบาล์มก็ช่วยสร้างชีวิตชีวาเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผิวที่ปกปิดอย่างบางเบาด้วยรองพื้นแบบ คุชชั่น แค่ตบลงบนผิวแบบแตะแค่เล็กน้อยก็ทำให้ดูแนบเนียน จนเหมือนไร้เมคอัพใดๆ แถมยังพกพาสะดวกราวกับสร้างมาเพื่อสาวสายสปอร์ตโดยเฉพาะ วันนี้จึงคัดมาแนะนำให้ไปลอง 4 แบรนด์ ตามมา…

 

LANEIGE LAYERING COVER CUSHION & CONCEALING BASE

รองพื้นคุชชั่นใหม่จากแบรนด์เจ้าแม่คุชชั่นที่น่าจับตามอง ด้วยความแปลกของเจ้าตัวนี้ที่มีผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ชั้นอยู่ด้วยกัน ชั้นหนึ่ง Concealing Base SPF 50+ PA+++ มีเนื้อสัมผัสบางเบา ผุดผ่อง ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอนวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนชั้นที่ 2 Layering Cover Cushion SPF 34 PA++ ช่วยในการเก็บรายละเอียดให้ดูเนี้ยบอีกครั้งด้วยการปกปิดริ้วรอย ตำหนิต่างๆ ที่เวิร์คมากคือฟองน้ำรูปทรงหยดน้ำ ออกแบบมาเป็นพิเศษ แบ่งครึ่งให้ใช้สำหรับรองพื้น สองเนื้อสัมผัสได้อย่างเหมาะสม รูปทรงหยดน้ำ มีปลายแหลมช่วยให้ซอกซอนในบริเวณซอกเล็กๆ บนใบหน้าอย่างข้างจมูกหรือหัวตาได้อย่างสะดวก


Dior DIORSKIN FOREVER PERFECT CUSHION

คุชชั่นสุดหรูจาก Dior แปลงโฉมให้น่าซื้อขึ้นไปอีก ด้วยตลับแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น หุ้มด้วยหนังแกะแบบเดียวกับ “Lady Dior” กระเป๋าในฝันของสาวๆ เนื้อสัมผัสของรุ่นนี้ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแมตต์ แต่ยังคงให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เบาสบายผิว ไม่รู้สึกเหมือนมีเมคอัพอยู่บนใบหน้า เหมาะกับสาวออกกำลังกาย และมีไลฟ์สไตล์แบบเอ้าท์ดอร์ เพราะติดทนในระดับที่น่าพอใจ แถมยังเป็นรองพื้นที่ให้การปกปิด มากกว่ารองพื้นคุชชั่นตัวก่อนๆ ของ Dior ใครที่ชอบถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำเลยว่าตัวนี้สวยเนียนขึ้นกล้อง


M.A.C LIGHTFUL C SPF 50 PA++++ QUICK FINISH COMPACT

คุชชั่นตัวนี้เป็นชิ้นที่แบรนด์ “ฝรั่งจ๋า” อย่าง M.A.C จัดมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวเอเชียที่ชอบผิวผุดผ่องกระจ่างใสและต้องการกันแดด โดยทำการคิดค้นและพัฒนาสูตรนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดฝาออกมาจะสัมผัสได้เลยว่าฟองน้ำคุชชั่น มีเนื้อรองพื้นอยู่แบบชุ่มฉ่ำ ไม่ต้องกดแรงก็ได้ ผลิตภัณฑ์ติดขึ้นมาเต็มๆ ชิ้นนี้ให้ฟินิชชิ่ง ที่เปล่งปลั่งสวยฉ่ำตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ พร้อมให้การปกปิดในระดับที่น่าพอใจ ที่ติดใจมากเป็นพิเศษคือ ความสามารถในการเลเยอร์เนื้อรองพื้นให้หนาขึ้นได้โดยยังคงความเนี้ยบเนียน ไม่เป็นคราบ


LANCOME BLANC EXPERT TONE UP CUSHION COMPACT

เมื่อสาวฝรั่งเศสอย่าง Lancome ใช้แรงบันดาลใจจากบิวตี้เทรนด์ของสาวเกาหลีในการออกแบบคุชชั่น ผลลัพธ์จึงได้เป็นรองพื้นคุชชั่นเก๋ๆ แบบทูโทน แบ่งครึ่งสองสี ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและช่วยในการปกปิดไปพร้อมกัน เนื้อสัมผัสของตัวรองพื้น มีความชุ่มฉ่ำ ทำให้ผิวดูสวยวาวนิดๆ ดูมีน้ำหล่อเลี้ยง ผิวแบบสาวสุขภาพดี ที่สำคัญคือชิ้นนี้เป็นเมคอัพกึ่งสกินแคร์ที่มีส่วนผสมในการช่วยบำรุงตามแบบฉบับของ Lancome จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าจะเป็นเมคอัพที่ยิ่งใช้ผิวยิ่งสวย

 


เรื่องและภาพ : นิตยสารแพรว ฉบับ 929 คอลัมน์ BEAUTY LAB หน้า 48 – 49

 

แพทริเซีย

ตาเป็นประกาย! โฟกัส แหวนคู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย พีช – แพทริเซีย

โฟกัสภาพนี้เลย พีช – พชร จิราธิวัฒน์ และนางเอก แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด โชว์ภาพคู่หวานๆ ลงอินสตาแกรม แต่สังเกตบนนิ้วนางด้านซ้ายมีแหวนที่เหมือนกัน แฟนคลับลุ้นอาจมีข่าวดี

แพทริเซีย

สังเกตบนนิ้วนางด้านซ้ายมีแหวนคู่ด้วย >_<

ช่วงนี้ถ้าใครตามฟอลโลอินสตาแกรมของหนุ่ม พีช – พชร จิราธิวัฒน์ และ นางเอกสาวช่อง 3 แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด อาจจะทำให้เบาหวานขึ้นตาหน่อยๆ เพราะคอมเมนต์ที่ทั้งคู่โต้ตอบกันแฝงไปด้วยความรักและความห่วงใยตามประสาคนเป็นแฟนกัน ซึ่งหนุ่มพีชได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเข้าไปคอมเมนต์ว่า “หวง” ในอินสตาแกรมของแฟนสาวในภาพที่เธอสวมชุดว่ายน้ำและชุดออกกำลังกายว่า “คนเป็นแฟนกันก็ต้องหวงกันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่หวงสิ แปลก!”

และอาจจะมีความ ห่วง และ หวง มากพิเศษ ล่าสุดที่นิ้วนางด้านซ้ายของสาวแพทริเซียเลยมีแหวนคู่ที่เหมือนกับนักแสดงหนุ่มเรียกว่าเป็นเจตนารมณ์ว่าหวงมากจริงๆ ทำเอาบรรดาแฟนคลับคอมเม้นต์เยอะเลยว่า “เร็วๆ นี้อาจมีลุ้นข่าวดีของทั้งคู่หรือเปล่า?”

แพทริเซีย

พีช – พชร จิราธิวัฒน์ และ แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด

โดยก่อนหน้านี้ดาราหนุ่มเคยให้สัมภาษณ์ว่าการคบหากันก็ต้องคิดถึงอนาคตอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ทั้งคู่ยังเด็กเรื่องนี้จึงยังไกลตัว ส่วนตอนนี้จะเปลี่ยนใจแล้วหรือเปล่า? คงต้องให้ทั้งคู่ออกมาตอบคำถามด้วยตัวเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม แพทริเซีย – ธัญชนก กู๊ด และ พีช – พชร จิราธิวัฒน์ ถูกยกให้เป็นคู่รักที่มาพร้อมความลงตัว ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่วัยเด็กเพราะฝ่ายชายเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป ขณะที่คุณพ่อของฝ่ายหญิงเป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการอยู่ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต แต่เมื่อโตขึ้นก็ขาดการติดต่อกันไป จนได้กลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงที่ต่างฝ่ายต่างโสด ทำให้ความรักลงตัวอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายที่ยินดีไปกับความรักของทั้งสองคนด้วย

แพทริเซีย

แพทริเซีย และ ส้ม-ชนัดดา จิราธิวัฒน์ คุณแม่ของหนุ่ม พีช-พชร


ภาพจาก : IG @peach_pachara และ @patriciagood