Wisetwiso

WISETWISO นิยามใหม่ของอาหารไทย ผ่านรสชาติที่เล่าเรื่องได้

ท่ามกลางกระแสของอาหารไฟน์ไดนิ่งที่แข่งขันกันด้วยเทคนิคและความแปลกใหม่ Wisetwiso (วิเสทวิโส) ที่เลือกจะหันกลับไปสู่ “ราก” ของอาหารไทย ก่อนจะค่อย ๆ นำมาตีความใหม่อย่างร่วมสมัย

WISETWISO นิยามใหม่ของอาหารไทย ผ่านรสชาติที่เล่าเรื่องได้

ชื่อของร้านสะท้อนตัวตนได้อย่างลึกซึ้ง “วิเสท” คือคำเรียกผู้ปรุงอาหารหลวงในอดีต ขณะที่ “วิโส” หมายถึงความงดงาม เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นภาพของศาสตร์และศิลป์แห่งอาหารไทยชั้นสูง ที่ไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่ยังแฝงด้วยวัฒนธรรม ความประณีต และความสง่างามในแบบไทยแท้

แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านเมนูที่เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านสำรับไทยในมุมมองใหม่ เริ่มต้นด้วยคำเล็ก ๆ อย่าง Amuse-Bouche ที่หยิบยกเมนูคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นข้าวตังหน้าตั้ง น้ำพริกลงเรือ และเมี่ยงคำส้มซ่า มานำเสนอในรูปแบบที่เบาและร่วมสมัย ค่อย ๆ ปลุกต่อมรับรสให้ตื่นขึ้นอย่างนุ่มนวล

จากนั้นรสชาติจะค่อย ๆ ลึกขึ้น ผ่านจานที่สะท้อนทั้งเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ อย่างปลาเนื้อขาวที่ผ่านการ dry-aged เสิร์ฟคู่ต้มข่าในรูปแบบเย็น ให้ความหอมละมุนของข่าและกะทิในมิติที่แตกต่างจากที่คุ้นเคย ก่อนจะต่อด้วยเกี๊ยวเผือกทอดไส้ปู เสิร์ฟกับอาจาดรสเปรี้ยวหวานที่ช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว

ความเข้มข้นถูกไต่ระดับขึ้นอีกขั้นในยำส้มโอที่เพิ่มมิติด้วยไข่ปลาหมึกแห้งและซีฟู้ดกรอบ สร้างทั้งรสชาติและเท็กซ์เจอร์ที่หลากหลาย ก่อนจะพาไปสู่เมนูซุปอย่างแกงเลียงกุ้งแม่น้ำ ที่ถูกยกระดับให้ซับซ้อนขึ้นด้วยกลิ่นพริกไทยสดและกะปิ เสริมด้วยโฟมโหระพาเลมอนที่ช่วยเติมความสดชื่น

ถัดมาที่ไก่ย่างมะพร้าวเสิร์ฟกับน้ำพริกก้อยกุ้งและดอกไม้ตามฤดูกาล เผยให้เห็นความละเมียดละไมของอาหารไทย ก่อนจะมีจานรีเฟรชอย่าง Hom Su Wan Cello จากสับปะรด น้ำผึ้งป่า และสาโท เข้ามาช่วยรีเซ็ตรสชาติอย่างแผ่วเบา

แล้วจึงเข้าสู่จานหลักที่หนักแน่นขึ้นอย่างแกงพะแนงเนื้อวากิว เสิร์ฟคู่ข้าวกระบอกหอม ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายไทยแท้อย่างชัดเจน ปิดท้ายด้วยของหวานที่ยังคงเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทองสุวรรณ” ที่ผสานข้าวโพดกับบัตเตอร์สก็อตและชาข้าวโพด ไปจนถึงบัวลอยน้ำขิงที่เพิ่มลูกเล่นด้วยมาร์ชเมลโลว์

ปิดท้ายด้วย Petit Four ขนมคำเล็ก ๆ อย่างเยลลี่โยเกิร์ตลิ้นจี่ ขนมไข่เค็มคัสตาร์ด ทองเสน่ห์ส้มบางมด และช็อกโกแลตทรัฟเฟิลสไตล์ไทย ทำหน้าที่เป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างพอดี

เบื้องหลังของทุกจานคือ เชฟภูมิ – จักรภูมิ บุณยาคม ผู้เติบโตมากับองค์ความรู้ด้านอาหารชาววังจากครอบครัว ก่อนจะต่อยอดด้วยการศึกษาและการเดินทางเพื่อทำความเข้าใจวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง จนทำให้อาหารทุกจานของ Wisetwiso ไม่ได้มีเพียงรสชาติ หากยังเต็มไปด้วยที่มาและความหมาย

อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือการคัดสรรวัตถุดิบจากเกษตรกรและแหล่งผลิตท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน ซึ่งไม่เพียงยกระดับคุณภาพของอาหาร แต่ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ที่ถูกเล่าออกมาอย่างแนบเนียนในทุกองค์ประกอบ


eileen gu

Eileen Gu กับเดรสฟองสบู่มีชีวิต บนพรมแดง Met Gala 2026

ลุคของ Eileen Gu บนพรมแดง Met Gala 2026 กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของค่ำคืน ด้วยการนำเสนอแฟชั่นในฐานะผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ผสานนวัตกรรมอย่างชัดเจน

Eileen Gu กับเดรสฟองสบู่มีชีวิต บนพรมแดง Met Gala 2026

เธอปรากฏตัวในชุดเดรสจาก Iris van Herpen ที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่นแนวทดลอง โดยชุดนี้มีชื่อว่า “Airo” และถูกสร้างร่วมกับศิลปินดูโอ A.A. Murakami ซึ่งคอนเซปต์คือ “bubble theory” หรือแนวคิดเกี่ยวกับการกำเนิดชีวิตที่เต็มไปด้วยช่องว่างและฟองอากาศ

ไฮไลต์คือ ตัวชุดทำจาก “ฟองแก้ว” กว่า 15,000 ชิ้น และใช้เวลาสร้างมากถึง 2,550 ชั่วโมง! แต่ความพีคยังไม่หมด เพราะมีระบบเทคโนโลยีซ่อนอยู่ข้างใน ทั้งปั๊มลม ไมโครโปรเซสเซอร์ และหัวปล่อยอากาศ ที่ทำให้ “ชุดเป่าฟองสบู่จริงๆ” ระหว่างที่เธอเดินพรมแดง

ดีไซน์ของชุดมาในทรงเกาะอกแบบมินิเดรส พองฟูคล้าย tutu ให้ฟีลเบา ลอย เหมือนแรงโน้มถ่วงไม่มีผล ซึ่งก็เชื่อมกับตัวตนของ Eileen Gu ที่เป็นนักสกีสายฟรีสไตล์ ทั้งเร็ว ทั้งลื่นไหล และดู “ไร้แรงโน้มถ่วง” เหมือนกัน

การปรากฏตัวของ Eileen Gu ในลุคนี้ สะท้อนภาพของคนรุ่นใหม่ที่กล้าลองสิ่งใหม่ ๆ และเปิดรับไอเดียสร้างสรรค์ที่แตกต่าง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความคิดและแนวทางใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมากขึ้น


ภาพ : @eileengu, Getty Images

เสน่ห์แห่งอารยธรรม 5 ลุคอินเดีย ใน Met Gala 2026 ที่งดงามเกินมองข้าม

ค่ำคืนของ Met Gala 2026 ยังคงตอกย้ำสถานะของงานแฟชั่นที่สุดทรงอิทธิพลในโลก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนดัง ผู้นำทางวัฒนธรรม และศิลปินจากหลากหลายแขนง ต่างพร้อมใจนำเสนอแฟชั่นในฉบับของตนเอง ภายใต้ธีม “Fashion is Art” ปีนี้ นอกจากลุคจากฝั่งตะวันตกและประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง อีกหนึ่งกลุ่มที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือเหล่าเซเลบริตี้จากอินเดีย ที่นำอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบสุดอลังการ

แม้หลายลุคใน Met Gala 2026 อาจไม่ได้กลายเป็นกระแสหลักบนโซเชียลมีเดีย แต่ความละเอียดอ่อนของรายละเอียดเสื้อผ้า กลับชวนให้อยากถอดรหัสถึงแนวคิดที่ซ่อนอยู่

บทความนี้จะพาไปสำรวจ 5 ลุคจากคนดังอินเดีย ที่ตีความธีม “Fashion is Art” ผ่านงานหัตถศิลป์ ประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าที่ถักทออยู่ในทุกตะเข็บ

Ananya Birla

หนึ่งในลุคที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดต้องยกให้ Ananya Birla ศิลปินและนักธุรกิจหญิงที่เลือกหยิบ “ของใช้ในครัว” มายกระดับสู่แฟชั่นชั้นสูง เธอปรากฏตัวในชุดกูตูร์จาก Robert Wun โครงเสื้อเบลเซอร์คอเว้าลึกจับคู่กับกระโปรงบอลกาวน์ทรงพองที่ทำจากผ้าแก้วออร์แกนซ่าสีเทาเมทัลลิก

เลเยอร์ด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตโทนฟ้าพาวเดอร์ที่อ้างอิงถึงชุดทำงาน สะท้อนรากฐานทางอุตสาหกรรมของตระกูล Birla แต่สิ่งที่สะกดทุกสายตาคือ หน้ากากประติมากรรม ที่ทำจากสเตนเลสและอะคริลิก ซึ่งสร้างขึ้นจากช้อน กล่องอาหาร และอุปกรณ์ครัวอินเดีย โดยศิลปิน Subodh Gupta

หน้ากากชิ้นนี้เปรียบเสมือนทั้ง “เกราะ” และ “ตัวตนที่ถูกซ่อน” ในเวลาเดียวกัน รูปลักษณ์คล้ายกะโหลก แต่กลับสร้างจากวัตถุธรรมดา ว่ากันว่า เป็นการตั้งคำถามถึงคุณค่าและการตีความศิลปะร่วมสมัยของอินเดีย ที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แต่สามารถกลายเป็นสิ่งพิเศษได้ผ่านมุมมองใหม่ๆ

Isha Ambani

Isha Ambani เลือกตีความธีมผ่านแนวคิดของ “ศิลปะที่ถูกสวมใส่” อย่างแท้จริง โดยชุดกูตูร์จาก Gaurav Gupta ที่ออกแบบให้เครื่องประดับและเสื้อผ้ารวมกันกลายเป็นหนึ่งเดียว

ไฮไลท์อยู่ที่เสื้อท่อนบนซึ่งฝังอัญมณีจากคอลเล็คชั่นส่วนตัวของครอบครัว Ambani รวมมูลค่ากว่า 1,800 กะรัต ทั้งเพชร มรกต และหินแบบ polki และ kundan

จับคู่กับส่าหรีผ้าทองทอมือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ลวดลายบริเวณชายผ้าถูกวาดด้วยมือ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจิตรกรรมฝาผนังถ้ำอชันตา ถ่ายทอดภาพส่าหรีในศิลปะอินเดียยุคแรกเริ่ม

นอกนี้ยังปิดท้ายลุคด้วยเคปโครงเรซินที่โอบล้อมร่างกายดุจรัศมี เปลี่ยนผืนผ้าให้กลายเป็นประติมากรรมเคลื่อนไหว ทั้งชุดใช้เวลาสร้างกว่า 1,200 ชั่วโมง โดยช่างฝีมือกว่า 50 คนเลยทีเดียว

Manish Malhotra

ดีไซเนอร์ระดับตำนาน Manish Malhotra ปรากฏตัวพร้อมลุคที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เขาสวมชุด bandhgala จับคู่กับเคปสีงาช้างที่ปักลวดลายเล่าเรื่องมุมไบ ซึ่งเมืองที่หล่อหลอมเส้นทางอาชีพของเขา

โดยเสื้อผ้าปรากฏแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง Taj Mahal Palace Hotel, Gateway of India และสถานีรถไฟ Chhatrapati Shivaji Terminus แทรกด้วยภาพชีวิตประจำวัน ทั้งรถไฟ แท็กซี่ และผู้คน

นอกจากนั้น หากมองให้ลึกลงไปในรายละเอียดของเสื้อผ้า เราจะพบกับชื่อและลายเซ็นของช่างฝีมือ ตั้งแต่ช่างปัก ช่างตัด ไปจนถึงช่างแพตเทิร์น ซึ่งถือเป็นการทำให้ผู้สร้างไม่ได้เป็นเพียงเบื้องหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานโดยตรง

ชุดนี้ใช้เวลากว่า 960 ชั่วโมง โดยช่างกว่า 50 คนจากมุมไบและเดลี พร้อมเทคนิคงานปักดั้งเดิมอย่าง zardozi, chikankari และ dori work

Karan Johar

ผู้กำกับชื่อดัง Karan Johar นำทักษะการเล่าเรื่องจากโลกภาพยนตร์ มาถ่ายทอดลงบนแฟชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ลุคของเขาได้แรงบันดาลใจจากผลงานของ Raja Ravi Varma ศิลปินผู้สร้างภาพจำสำคัญให้กับศิลปะอินเดีย

ชุดที่ออกแบบโดย Manish Malhotra เต็มไปด้วยลวดลายที่วาดด้วยมือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสา ดอกบัว หรือหงส์ ที่สร้างให้มีมิติราวกับหลุดออกมาจากผืนผ้า เทคนิคการปักถูกเคลือบด้วยอะคริลิกและน้ำมัน เพื่อให้พื้นผิวมีความเงางามเหมือนภาพวาดจริง

รายละเอียดทุกจุด เช่น ซับในเสื้อ เป็นการวาดด้วยมือ ใช้เวลารวมกว่า 5,600 ชั่วโมง โดยไม่มีการใช้เทคนิคดิจิทัลหรือการพิมพ์ใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับลุคนี้สะท้อนแนวคิดที่เขายึดถือมาตลอดว่า “เครื่องแต่งกายคือการเล่าเรื่อง” เช่นเดียวกับภาพยนตร์ ที่ทุกองค์ประกอบล้วนมีความหมาย

Sudha Reddy

ปิดท้ายด้วย Sudha Reddy ที่เลือกหยิบ “Tree of Life” จากศิลปะ Kalamkari มาเป็นแกนหลักของชุด โดยดึงสายตาของผู้คนด้วยลวดลายที่กระจายอยู่ทั่วทั้งชุด เป็นการทำให้ผู้คนได้ไล่สายตาไปตามเรื่องราวต่างๆ ที่เล่าอยู่บนเสื้อผ้า

องค์ประกอบสำคัญอย่าง Kalpavriksha, นก Palapitta รวมถึงพืชพื้นถิ่นอย่าง Jammi Chettu และ Tangedu ได้รับการจัดวางอย่างมีนัยยะ เชื่อมโยงกับพิธีกรรม ฤดูกาล และความเชื่อของท้องถิ่น นอกจากนี้ยังใช้งานปักแบบ zardozi และ resham อีกด้วย


ภาพ: Instagram @karanjohar, @sudhareddy.officia, @gauravguptaofficial, @manishmalhotra05 และ @ananyabirla

HAPPY SUNDAY เปิดโลก “Cute Club” ผ่านคอลเล็คชั่นใหม่ร่วมกับ Sanrio

HAPPY SUNDAY จับมือกับ Sanrio ครั้งแรกในคอลเล็คชัน “CUTE CLUB COLLECTION” ที่หยิบ 3 คาแรคเตอร์ยอดฮิตอย่าง Hello Kitty, Kuromi และ Cinnamoroll มาตีความใหม่ผ่านไอเท็มไลฟ์สไตล์ในสไตล์ของแบรนด์ ทั้งชุดนอนและกระเป๋าเครื่องสำอางที่เน้นความสดใส ใช้งานง่าย และเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยคอลเล็คชั่นนี้เปิดให้ช้อปแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน Lazada Thailand

HAPPY SUNDAY เปิดโลก “Cute Club” ผ่านคอลเล็คชั่นใหม่ร่วมกับ Sanrio

จุดเด่นของคอลเล็คชั่นนี้อยู่ที่การนำเสนอมู้ดสนุกๆ แบบ “everyday cute” ที่ยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละคาแรคเตอร์ไว้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ Pyjamas Collection ที่มาในเนื้อผ้านุ่มใส่สบาย และ Cosmetic Bag Collection ที่เพิ่มสีสันให้กับโต๊ะเครื่องแป้งหรือกระเป๋าเดินทางได้แบบน่ารักกำลังดี

นอกจากตัวคอลเล็คชั่นแล้ว HAPPY SUNDAY ยังจัดพื้นที่คาเฟ่ธีมพิเศษที่ Normal and Happy Café ให้แฟน ๆ ได้แวะถ่ายรูปและสัมผัสบรรยากาศของ “Cute Club” ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคอลแลบที่สะท้อนการผสมความน่ารักของคาแรคเตอร์ระดับโลกเข้ากับงานดีไซน์ของแบรนด์ไทยได้อย่างสนุกและมีสไตล์


ค่ำคืนประวัติศาสาตร์! 4 ลุค BLACKPINK ใน Met Gala 2026

ค่ำคืนแห่ง Met Gala 2026 ถูกจารึกอีกครั้งในฐานะหนึ่งในโมเมนต์สำคัญของโลกแฟชั่น เมื่อ 4 ศิลปินหญิงระดับโลกอย่าง BLACKPINK นำโดย ลิซ่า ลลิษา, คิม จีซู, เจนนี่ และโรเซ่ ปรากฏตัวพร้อมกันบนพรมแดง ภายใต้เดรสโค้ด “Fashion is Art” สื่อกลางที่จะถ่ายทอดตัวตนอย่างทรงพลัง

การรวมตัวของพวกเธอในค่ำคืนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปรากฏตัวของศิลปิน K-pop แต่คือการตอกย้ำบทบาทของ “Global Fashion Icons”

ลิซ่า ลลิษา เปิดฉากค่ำคืนด้วยสถานะ Host Committee หนึ่งเดียวจากเอเชีย สะท้อนอิทธิพลระดับโลกที่ไม่อาจมองข้ามได้ นับเป็นปีที่ 2 ของเธอบนพรมแดง Met Gala แต่ครั้งนี้เธอก้าวไปไกลกว่าเดิม ด้วยลุคจาก Robert Wun ที่เปรียบเสมือนงานศิลปะมีชีวิต เดรสยาวสีขาวปักประเลื่อมทั้งตัวในซิลลูเอตเมอร์เมด เผยความสง่างามผ่านโครงสร้างที่โอบรับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประติมากรรมบริเวณไหล่และผ้าคลุม ซึ่งยกระดับลุคให้เหนือไปกว่าความงามเชิงแฟชั่น สู่มิติของศิลปะร่วมสมัย เสริมด้วยเครื่องประดับจาก Bvlgari ที่เติมเต็มความหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจับตามองคือการปรากฏตัวครั้งแรกของ คิม จีซู บนพรมแดง Met Gala ซึ่งเธอสามารถสะกดทุกสายตาได้ในทันที ด้วยลุคจาก Dior ที่ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลา ผ่านเดรสเกาะอกปักเลื่อมสีชมพู พร้อมดีเทลเลเยอร์บริเวณเอวที่ช่วยขับสัดส่วนอย่างละเมียดละไม เสริมด้วยการประดับดอกไม้ที่เปรียบเสมือนประติมากรรมบนเรือนร่าง สร้างภาพจำที่ทั้งอ่อนหวานและทรงพลังในคราวเดียว

เจนนี่ ตอกย้ำสถานะแอมบาสเดอร์แห่ง Chanel ได้อย่างไร้ข้อกังขา ด้วยลุคที่ผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เดรสเกาะอกซิลลูเอตเมอร์เมดปักเลื่อมสีฟ้าทั้งตัว เปล่งประกายทุกย่างก้าว เปรียบเสมือนงานศิลป์ที่เคลื่อนไหวได้ สะท้อนเอกลักษณ์ของชาเนลผ่านมุมมองที่สดใหม่และเฉียบคม

ปิดท้ายด้วย โรเซ่ ผู้ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Saint Laurent ได้อย่างน่าหลงใหล ผ่านเดรสเกาะอกสีดำผ่าสูงที่เผยความเรียบโก้แบบไร้กาลเวลา โดดเด่นด้วยดีเทลนกปักคริสตัลบริเวณเอว ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Yves Saint Laurent Couture Spring/Summer 1988 ลุคนี้ไม่เพียงสะท้อนรากเหง้าของแฟชั่นเฮาส์ หากยังตีความใหม่ให้ร่วมสมัยอย่างสง่างาม เสริมด้วยเครื่องประดับจาก Tiffany & Co. ที่ช่วยขับประกายความหรูหราในอีกมิติหนึ่ง

Met Gala 2026 จึงเปรียบเสมือนช่วงเวลาที่ศิลปะและตัวตนของผู้สวมใส่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และการปรากฏตัวของทั้ง 4 ศิลปินในคืนนี้ ได้ยกระดับนิยามของ “Fashion is Art” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Gucci Storia

GUCCI STORIA บทใหม่ของ Gucci ที่เล่าผ่านพื้นที่ใน Palazzo Gucci

Gucci เปิดอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์กับ “Gucci Storia” นิทรรศการใหม่ล่าสุดภายใน Palazzo Gucci ใจกลางเมืองฟลอเรนซ์ เมืองต้นกำเนิดของเฮาส์ ที่ครั้งนี้ถูกเล่าใหม่ผ่านมุมมองของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Demna

GUCCI STORIA บทใหม่ของ Gucci ที่เล่าผ่านพื้นที่ใน Palazzo Gucci

สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “พิพิธภัณฑ์” แบบตรงไปตรงมา แต่เหมือนการรวมโลกหลายใบเข้าไว้ด้วยกัน แต่ละห้องมีอารมณ์และจังหวะของตัวเอง ไล่ตั้งแต่แกลเลอรี่ภาพพอร์ตเทรต ห้องจัดแสดงเสื้อผ้า ไปจนถึงพื้นที่ที่เปิดให้เห็นทั้งงานคราฟต์และเทคโนโลยีของแบรนด์แบบใกล้ชิด

การเดินผ่านแต่ละโซนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฟลอเรนซ์ และในเวลาเดียวกัน ก็เหมือนกำลังไล่ดูหลายยุคของ Gucci ที่ถูกตีความใหม่แบบไม่ยึดติดกับอดีต

Palazzo Gucci ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ Palazzo della Mercanzia ที่มีมาตั้งแต่ปี 1337 บริเวณ Piazza della Signoria โดยพื้นที่นิทรรศการจะอยู่บนชั้นหนึ่งและชั้นสอง ขณะที่ชั้นล่างเป็นบูติก และมี Gucci Osteria รวมถึง Gucci Giardino คาเฟ่และค็อกเทลบาร์อยู่ใกล้ๆ

Room 1: The Thread of Time

ห้องแรกเปิดด้วยภาพเล่าประวัติ 105 ปีของ Gucci ผ่านผ้าทอขนาดใหญ่ที่เรียงรายเต็มผนัง งานแต่ละชิ้นได้แรงบันดาลใจจากศิลปะยุคเรอเนสซองซ์ แต่ถูกตีความใหม่ด้วยเทคโนโลยีภาพร่วมสมัย เรื่องราวถูกถ่ายทอดเป็น 4 ฉาก ไล่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของ Guccio Gucci ในฐานะพนักงานยกกระเป๋าที่ The Savoy ไปจนถึงยุคของครีเอทีฟไดเรกเตอร์แต่ละคน ก่อนจะปิดท้ายด้วยภาพของ Demna ที่กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของแบรนด์

Room 2: La Galleria

พื้นที่นี้มาในฟีลแกลเลอรี่ภาพพอร์ตเทรตแบบดั้งเดิม ผนังบุด้วยสิ่งทอและล้อมด้วยภาพจากโปรเจกต์ La Famiglia ที่ถ่ายโดย Catherine Opie ภาพทั้งหมดสะท้อนหลายแง่มุมของ “ความเป็น Gucci” ตั้งแต่ความนิ่ง ความมั่นใจ ไปจนถึงเสน่ห์ที่ดูธรรมชาติ โดยมีแนวคิดเรื่อง sprezzatura หรือความเนี้ยบแบบไม่ต้องพยายาม เป็นแกนสำคัญของห้องนี้

Room 3: Archivio

ห้องนี้ถูกออกแบบให้เหมือนคลังเก็บข้อมูลเชิงธรรมชาติ ที่เน้นการสะสม จัดหมวดหมู่ และการสังเกต ภายในเต็มไปด้วยลิ้นชักที่เก็บไอเท็มหลากหลาย ตั้งแต่กระเป๋าเทนนิส ชุดโกนหนวด ไปจนถึงผ้าพันคอและวัตถุหายากอื่นๆ การจัดวางไม่ได้เรียงตามลำดับเวลา แต่เปิดให้เห็นความหลากหลายของแนวคิดการออกแบบที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง

Room 4: The Cinema

ห้องฉายภาพยนตร์ที่นำเสนอวิสัยทัศน์ของ Demna ผ่านวิดีโอคอลเล็คชั่นและภาพยนตร์ของ Gucci พื้นที่มาในโทนโมโนโครม พร้อมม่านกำมะหยี่ขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบ ให้บรรยากาศเหมือนโรงภาพยนตร์แบบคลาสสิค แต่ยังคงความนิ่งและเข้มในแบบร่วมสมัย

Room 5: Generation Gucci

ห้องนี้ถูกออกแบบให้เหมือนพื้นที่ของความคิด ภาพแคมเปญ Generation Gucci ขนาดใหญ่ถูกจัดวางแบบ immersive เต็มพื้นที่ เนื้อหาภายในหยิบโค้ดสำคัญของแบรนด์ตลอด 105 ปี มาตีความใหม่ในเรื่องเดียว ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในภาพเดียว ก่อนออกจากห้อง ผู้ชมจะได้เห็นจดหมายที่ Demna เขียนก่อนโชว์ Gucci Primavera ซึ่งเผยให้เห็นมุมมองและแนวคิดของเขาต่อแบรนด์

Room 6: La Manifattura

หนึ่งในห้องที่เล่าภาพรวมของ Gucci ได้ชัดที่สุด ผ่านการวางสองบรรยากาศที่แตกต่างกัน ฝั่งแรกโฟกัสที่งานฝีมือ ซึ่งมีรากฐานจากเวิร์กช็อปดั้งเดิมของ Palazzo Settimanni โดยนำไอเท็มไอคอนิกอย่าง Bamboo 1947, Jackie 1961 และ Horsebit 1955 มาจัดแสดงเหมือนไทม์ไลน์ของการสร้างสรรค์ พร้อมโต๊ะทำงานที่วางเครื่องมือจากอาร์ไคฟ์

อีกฝั่งเป็นพื้นที่ทดลองในบรรยากาศแบบห้องแล็บ แสดงกระบวนการใหม่ ๆ และเทคโนโลยีจาก ArtLab ของ Gucci รวมถึงแขนกลที่ใช้ทดสอบวัสดุ ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแสดงให้เห็นว่ารากฐานของแบรนด์และนวัตกรรมสามารถเดินไปพร้อมกันได้

Room 7: La Materia

พื้นที่จัดแสดงเสื้อผ้า Ready-to-Wear ของ Gucci ผ่านหุ่นที่ถูกจัดวางให้ดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ การวางตำแหน่งในระดับสายตาช่วยให้ผู้ชมได้เห็นรายละเอียดของแต่ละลุคอย่างใกล้ชิด และมองเห็นพัฒนาการของเสื้อผ้าในแต่ละยุคอย่างต่อเนื่อง

Room 8: La Stanza della Verità

ห้องที่เล่นกับ “เรื่องเล่า” ของแบรนด์ ทั้งในสิ่งที่ถูกพูดถึงและสิ่งที่ไม่เคยถูกอธิบายอย่างชัดเจน บรรยากาศได้แรงบันดาลใจจากยุค 1980s และตำนานของ Galleria Gucci ในนิวยอร์ก ซึ่งเคยมีพื้นที่ลับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

ภายในมีทั้งภาพของ Guccio Gucci และตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมชวนให้ผู้ชมตีความเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เป็นห้องที่ทิ้งคำถามมากกว่าคำตอบ และทำให้เรื่องราวของ Gucci ดูมีมิติขึ้น

Room 9: L’Oracolo

พื้นที่สุดท้ายมาในโทนโมโนโครมที่ให้ความรู้สึกเหมือนความฝัน อินสตอลเลชันรูปทรงเสาในห้องทำหน้าที่เหมือน “oracle” ที่ผู้ชมสามารถโต้ตอบได้ โดยระบบจะตอบกลับผ่านหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่สะท้อนทั้งตัวตนของแบรนด์และตัวผู้ชมเอง เป็นการปิดท้ายที่มีลูกเล่น แต่ยังคงคอนเซปต์ของการตั้งคำถามเอาไว้

Gucci Storia ไม่ได้เล่าเรื่องราวของแบรนด์ในแบบเดิม แต่เลือกหยิบอดีตมาวางเคียงกับปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ผ่านมุมมองของ Demna ที่ชัดและร่วมสมัยขึ้นมาก ใครที่อินทั้งแฟชั่น งานคราฟต์ และเรื่องราวเบื้องหลังของเฮาส์ บอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรไปเห็นด้วยตาตัวเอง


ยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลกอย่างร่วมสมัยและยั่งยืน

สมาคมแม่บ้านมหาดไทย โดยคุณจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมฯ จัดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการยกระดับมรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทยตามพระดำริ” ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ ห้อง Meeting Room ไอคอนสยาม โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้ประกอบการ และเยาวชนเข้าร่วมงานกว่า 300 คน

ภายในงานครั้งนี้ได้นำเสนอพระกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการพัฒนาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ควบคู่กับการจัดแสดงลายผ้าพระราชทานปี 2569 ได้แก่ “ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” รวมถึงนิทรรศการองค์ความรู้และผลงานจากผู้ประกอบการที่ต่อยอดสู่ดีไซน์ร่วมสมัย สะท้อนแนวคิด Sustainable Fashion อย่างเป็นรูปธรรม

ไฮไลต์ของงานคือ การจัดเวิร์กช็อป Coaching จากผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การออกแบบตามเทรนด์แฟชั่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตเส้นใยและย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด BCG รวมถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและเยาวชนให้แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวความตอนหนึ่งว่า โครงการนี้ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดสากล สร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีบทบาทสำคัญในการสืบสานและยกระดับผ้าไทยและงานหัตถกรรมให้ทันสมัย ควบคู่แนวคิดการพึ่งพาตนเองและความยั่งยืน โดยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงการได้รับการยกย่องจาก UNESCO

ช่วงท้าย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ในการขับเคลื่อนพระดำริสู่การปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความผาสุกของประเทศ

‘นางสิงห์ผู้กุมความรักหายไป เหลือแต่นางร้ายมือที่สาม ใครกัน?? ต้องเช็กแล้ว!! ดวงรายสัปดาห์ 4-10 พฤษภาคม 2569

‘นางสิงห์ผู้กุมความรักหายไป เหลือแต่นางร้ายสายแย่งชิง’

ดวงรายสัปดาห์ 4-10 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวอาทิตย์เป็นสัปดาห์แห่งความซื่อสัตย์ยุติธรรม ความเป๊ะปัง บุคลากรในแวดวงกฎหมาย เช่น นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอาทิตย์ที่ทำงานอยู่ในวงการนักเขียน นักประพันธ์ สื่อสารมวลชน จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย หากคุณกำลังบุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ ในรอบ 7 วันนี้มีโอกาสได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของสัญญา นิติกรรมต่างๆ หรือหากยังติดค้างในเรื่องสัญญาอยู่ มีความเป็นไปได้ว่าข้อเสนอของคุณจะได้รับการตอบรับด้วยดี

การเงิน  :  สำหรับชาวอาทิตย์ที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจกับคนรัก สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ต้องใจเย็นๆ เพราะรายได้จะค่อยๆ เติบโตไปตามชื่อเสียงและผลงาน ขณะเดียวกันก็ต้องระวังคำพูดที่มีหลักการและเหตุผล ที่จะมาหลอกให้คุณลงทุนในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์ค่อนข้างเป๊ะกับความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว แม้ภายนอกจะไม่แสดงออก แต่ในใจคุณตั้งความหวังกับคู่ครองไว้สูง จนกลายเป็นเอาแต่ใจเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ คนโสด  ก็เช่นกัน ภายนอกดูนิ่งเฉย แต่จริงๆ แล้วคุณแอบสแกนเพื่อนใหม่อย่างละเอียดยิบ หากถูกใจก็คุยต่อ แต่หากไม่ใช่คุณก็ยิ่งนิ่งจนถึงเย็นชา  

 สุขภาพ  :   ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนะคะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา นอกจากนั้นพวกโรคเก่าๆ ที่เคยเป็นแล้ว แต่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะกลับมาใหม่ คราวต้องรักษาแบบยืดเยื้อเลยทีเดียว  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ขึ้นเดือนใหม่อย่างเต็มตัว สำหรับชาวจันทร์จริงๆ แล้วเหมือนทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนทุเรียน นักออกแบบตกแต่งสวน ช่างศิลปวัฒนธรรม เจ้าของธุรกิจสินค้าโอท้อป ฯลฯ ยอดสั่งซื้อเข้ามาทะลุทะลวง แต่เหมือนดวงของคุณยังไปไม่สุด เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม จนถึงวงการบันเทิง แต่ต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะไม่ว่าคุณจะขยับตัวทำอะไรจะขลุกขลักไปหมด เอกสารทางราชการมีปัญหา เกิดการใส่ร้ายป้ายสี ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย      

การเงิน  :  มีโอกาสได้รายได้จากการเกษตร ที่นา ที่สวน ผลผลิตต่างๆ ซึ่งจะได้มาจากอำนาจ วาสนา และบารมี แต่ไม่ควรเป็นนายหน้ากู้ยืมเงินให้ใคร หรือค้ำประกันซื้อบ้าน ที่ดิน หรือรถให้ใคร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบแทน  

ความรัก  :  ชาวจันทร์ก็ยังคงมีความคิดเห็นขัดแย้งกันอยู่นะคะ ซึ่งมาจากอีโก้ของทั้งคู่ที่ไม่ยอมกัน แต่ก็ยังพอมีช่วงเวลาหวานๆ กันบ้าง แบบตบจูบน่ะค่ะ คนโสด  ก็ยังคงเนื้อหอม น่ารักน่าเอ็นดูกับเพศตรงข้ามนะคะ สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้พบคนที่ใช่ด้วย แล้วไม่ใช่แค่กรุบกริบ เพราะคุณคิดไปถึงขั้นคู่ชีวิตเลย  

สุขภาพ  :   ก็ยังคงเป็นเรื่องอาหารนะคะ แต่สัปดาห์นี้จะเกี่ยวกับปริมาณในการรับประทาน ระวังน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกระดับไขมัน น้ำตาล และคลอเรสเตอรอล มีโอกาสที่คุณจะเป็นโรคหัวใจ นอกจากนั้นสายตา ตระกูลต้อต่างๆ กำลังมาเยือน  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   เข้าสู่เดือนใหม่อย่างเต็มตัว สำหรับชาวอังคารต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้ร่วมงานกับทีมเวิร์คระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอังคารที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน เช่น นักโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน พิธีกร นักขาย ฯลฯ มีความเป็นไป ได้ว่าในช่วง  7 วันนี้คุณจะได้ร่วมงานหรือศึกษางานกับกูรูระดับเซียนจากหลากหลายวงการ ต้องบอกว่า แม้จะเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้เรียนรู้งานจากคนเก่งๆ  แต่ก็อาจไม่ตรงกับความชอบ หรือสิ่งที่คุณถนัดก็ได้ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วคุณก็ต้องทำไปยาวๆ เลย  

การเงิน  :   เป็นสัปดาห์ที่คุณมีโอกาสโชคดีในเรื่องของทีมงาน ได้งานเข้าตลอดๆ แต่ก็ไม่ควรใจอ่อน เชื่อใจใครง่ายๆ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะใจดีให้เงินคนอื่นมากกว่าที่หามาได้อีก  

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวอังคารดูเหมือนจิตใจจะโลเลมาก เป็นไปได้ว่านอกจากจะไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องของภาระในชีวิตได้แล้ว ยังมีบุคคลภายนอกเข้ามายุแยงตะแคงรั่วอีก จึงมีโอกาสที่ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านจะเข้ามาช่วยตัดพันธนาการต่างๆ ออกให้ คนโสด มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะเข้ามาจับคู่ให้คุณแบบมัดมือชกเลย แล้วคุณก็ไม่สามารถที่จะสลัดหลุดได้   

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้เด่นมากเรื่องฟัน และโรคในช่องปาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะลุกลามลงไปถึงทางเดินอาหาร นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกโรคเลือด ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ นะคะ   

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ขึ้นเดือนใหม่อย่างเต็มตัวแล้วนะคะ สำหรับดวงของชาวพุธนั้น สัปดาห์นี้น่าจะเหนื่อยล่ะค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มของผู้ที่ต้องใช้แรงกายแรงใจเพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เช่น ทหาร ตำรวจ นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง นักปกครอง ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จะมีจ็อบพิเศษเข้ามาจากคนรู้จัก หรือในธุรกิจของครอบครัว เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ เช่น นักโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน พิธีกร รวมถึงงานส่งเสริมการขาย ทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย  เรียกว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยล่ะค่ะ

การเงิน  :  ก็ยังเหนื่อยอยู่ค่ะ ซึ่งในสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่ารายได้จะขึ้นอยู่กับความขยันของคุณ รวมถึงเงินปันผล ส่วนแบ่งต่างๆ  ผสมๆ นัวๆ ทั้งสีเทาและสีขาว

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคู่ครองของชาวพุธจะแขวนกุญแจรถนิ่งๆ เพื่ออยู่บ้านกับคุณและครอบครัว และก็เป็นไปได้อีกว่าคุณอาจทำตัวไม่ถูกจนอารมณ์หลุดได้ง่ายๆ   คนโสด  เป็นไปได้ว่าคุณจะได้พบรักแบบสายฟ้าแลบ และก็เป็นไปได้อีกว่าจะสู้รบตบมือแย่งชิงกับคู่แข่งอย่างรุนแรง และก็เป็นไปได้อีกว่าจะมีรักเก่ามาแชร์ส่วนแบ่งเข้าไปอีก

สุขภาพ   :   ต้องระวังพวกเลือดลมจะมีปัญหาจนเป็นเหตุให้คุณวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมได้ง่ายๆ ซึ่งมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นแค่สัปดาห์นี้ แต่มีความเสี่ยงที่จะเรื้อรังยาวเลย นอกจากนั้นยังต้องระวังบาดแผลที่จะเกิดจากความร้อนและของมีคม

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  หากผลงานดีจนเกินหน้าเกินตาก็ระวังจะถูกอิจฉาริษยา ชาวพฤหัสกำลังจะเป็นแบบนั้นเลยค่ะ แม้ที่ผ่านมาคุณจะมีผลงานที่ท้อปฟอร์มจนคุณคาดหวังความสำเร็จไว้สูงลิ่ว แต่สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีปัญหาขลุกขลักตลอดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลประโยชน์ ผลตอบแทน ต้องรอบคอบให้หนักเลย เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายป้ายสี ถูกแทงข้างหลัง ถูกเลื่อยขาเก้าอี้ เพื่อช่วงชิงผลงาน ผลประโยชน์ และตำแหน่งไปจากคุณ ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย    

การเงิน  :   รายได้มาจากอำนาจ วาสนา และบารมีของคุณ ซึ่งสัปดาห์นี้มีความเสี่ยงที่คุณจะถูกคนใกล้ชิดหักหลัง แย่งชิงผลประโยชน์ หรือทรัพย์สินถูกขโมย ทางที่ดีไม่ควรเซ็นสัญญาค้ำประกัน หรือเป็นนายหน้าให้ใครกู้ยืมเงิน เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะรับผิดชอบหนี้สินนั้นแทน

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีความเสี่ยงสูงมากที่ชีวิตคู่จะมีมือที่สามเข้ามาแทรก แล้วเป็นไปได้ว่าจะเสียทั้งคู่ครองและเสียทั้งเงินเลย  คนโสด  นางสิงห์คนนั้นหายไปแล้ว เหลือแต่นางร้ายที่จะเข้าไปเป็นมือที่สามของคนอื่นนะคะ แล้วคุณก็สายเปย์เสียด้วยสิ

สุขภาพ   :   หากคุณกำลังหักโหมทำงานหาเงินจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน พักผ่อนไม่เต็มที่ ก็ให้ระวังโรคหัวใจจะถามหานะคะ นอกจากนั้นยังต้องระวังบาดแผลจากของมีคม หรืออุบัติเหตุต่างๆ    

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ขึ้นเดือนใหม่อย่างเต็มตัวแล้วนะคะ  สำหรับดวงของชาวศุกร์สัปดาห์นี้เรียกว่าต้อนรับการเปิดเทอม back to school ก็ว่าได้ เพราะยังอยู่กับวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางสายการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ เทรนเนอร์ ติวเตอร์ โค้ชชิ่ง เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้บุกเบิกงานใหม่ ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการเขียน  นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย โดยที่คุณจะได้ใช้กำลังภายในทั้งบุ๊นและบู๊ผลักดันจนสำเร็จ รวมถึงโครงการเก่าๆ ที่คั่งค้างมานานด้วย  

การเงิน  :  สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำก็จะเติบโตไปตามขั้นตอน ซึ่งจริงๆ คุณก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แต่หากจะนำเงินไปลงทุน ก็คงต้องใจเย็นๆ เพราะรายได้จะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและผลงาน

ความรัก :   เป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่คุณให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน ให้สเปซกันและกันมากจนเหมือนห่างกันไปเลย  คนโสด  สำหรับชาวศุกร์สัปดาห์นี้ แม้ในสายตาของหนุ่มๆ คุณจะดูเป็นผู้หญิงเก่ง ทรงความรู้ เก็บตัว ไม่ค่อยสังคมกับใครนัก แต่จะมีคนๆ หนึ่งที่เป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นต่างชาติ กำลังสนใจคุณอยู่  

 สุขภาพ  :  จริงๆ คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ แต่หากคุณประมาท ไม่ยอมพักผ่อน รับประทานอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ ก็มีโอกาสที่คุณจะล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวกับเลือดลมเดินไม่ปกติ เช่น เหน็บชา ความดัน รวมถึงโรคเครียด

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เข้าสู่เดือนใหมอย่างเต็มตัว สำหรับ่ชาวเสาร์ต้องบอกว่า คุณมีโอกาสได้อยู่ในสายบุญ สายธรรมะ แวดล้อมด้วยผู้ใหญ่ที่มีบารมี ขณะเดียวกันสิ่งที่คุณต้องระวังอย่างยิ่งในสัปดาห์นี้คือ คุณมีโอกาสที่จะมีความคิดเห็นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับผู้ใหญ่ที่คุณทำงานด้วย รวมถึงทีมงาน หรือไม่อีกนัยหนึ่งก็คือ ในรอบ 7 วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะมีประเด็นรุนแรง โดยตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ประกอบด้วยผู้ใหญ่จากหลากหลายสาขา ดังนั้น จึงควรทำงานด้วยสติ ใจเย็นๆ เบาได้ก็เบานะคะ เพราะโอกาสที่คุณจะไปต่อไม่ได้มีสูงมาก     

การเงิน  :   น่าจะเรียกว่าทุกขลาภ เพราะจริงๆ แล้วเป็นสัปดาห์ที่คุณจะโชคดีเรื่องทีมงานและผู้บังคับบัญชา มีงานเข้าตลอดๆ และมีโอกาสได้ทำบุญทำทานด้วย แต่เป็นไปได้ว่าจะมีรายจ่ายเข้ามาอย่างไม่คาดคิดจนเสี่ยงที่จะหมดตัวได้เลย

ความรัก  :  สัปดาห์นี้สิ่งสำคัญที่สุดของคุณน่าจะอยู่ที่ผู้ใหญ่นะคะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะฟาดฟันกับพวกท่านๆ จนมองหน้ากันไม่ติดเลยน่ะ  คนโสด  ก็เช่นกันค่ะ เป็นสัปดาห์ที่คุณจะเข้าหน้าผู้ใหญ่ไม่ติด รวมถึงแฟนที่สูงวัยกว่าด้วย

สุขภาพ   :  ภูมิแพ้มาเป็นอันดับ 1 เลยค่ะ ไม่ว่าจะแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ มีความเสี่ยงที่จะไม่สบายได้ นอกจากนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในช่องปากและฟันที่จะลุกลามไปถึงทางเดินอาหาร คาดว่าจะเป็นระดับรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์นะคะ

THE DEVIL WEARS PRADA

ANDY, MIRANDA หรือ EMILY? ลุคบิวตี้ของคุณอยู่ฝั่งไหนในจักรวาล THE DEVIL WEARS PRADA

การกลับมาของ THE DEVIL WEARS PRADA รอบนี้ ใครจะโฟกัสแค่แฟชั่นก็แล้วแต่ BUT สายบิวตี้รู้ดีว่าลุคในเรื่องมันปังแค่ไหน

เพราะตั้งแต่ภาคแรก บิวตี้ลุคของแต่ละคนชัดจนกลายเป็น BLUEPRINT ที่บ่งบอกคาแรกเตอร์ของตัวละครได้อย่างแม่นยำ MIRANDA กับผิวเนียนกริบ ลุคเรียบแต่มีเทสต์ ดูแพงทุกองศา, ANDY คือสายพัฒนาตัวเอง จากยุคที่ ‘แต่งเอาแค่รอด’ ไปสู่การ ‘รู้แล้วว่าตัวเองสวยแบบไหน’ ส่วน EMILY คือสายแต่งเต็ม อัปเดตทุกเทรนด์แบบไม่มีหลุดโป๊ะ!

งานนี้เลยไม่ใช่แค่เรื่องสวยหรือไม่สวย แต่คือสไตล์การดูแลตัวเองที่ต่างกันแบบคนละขั้ว—บางคนน้อยแต่มาก บางคนต้องเป๊ะ หรือบางคนสนุกกับการลองทุกเทรนด์ใหม่ ๆ เหมือนกับคาแรกเตอร์ของพวกเราสายบิวตี้ที่ร้อยคนก็ร้อยแบบ

และในจังหวะที่ THE DEVIL WEARS PRADA กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ถึงเวลามาเช็กกันหน่อยแล้วว่า BEAUTY PERSONALITY ของคุณอยู่ฝั่งไหน ANDY, MIRANDA หรือ EMILY? ได้ใคร ตรงหรือไม่ มาเม้าท์กัน

WHICH PRADA GIRL ARE YOU?: BEAUTY EDITION

Q1 : เช้ารีบมาก คุณจะเลือกอะไร?
A. กันแดด + ลิปสติก ปิดจบ
B. FULL LOOK เป๊ะทุกจุดแบบเร่งมือ
C. รองพื้นบาง ๆ + คอนซีลเลอร์เนียนกริบ

Q2 : สไตล์งานผิวที่คุณชอบ
A. ธรรมชาติ ใส ๆ
B. FLAWLESS LUXURY SKIN
C. MATTE เนี้ยบ พร้อมออกกล้อง

Q3 : ถ้าต้องออกอีเว้นท์สำคัญ

A. ขอ CLEAN BUT CUTE
B. ต้องดูสวยแพงและมีออร่า
C. ต้องดูปุ๊บรู้เลยว่าเป็น BEAUTY EXPERT

Q4 : โต๊ะเครื่องแป้งคุณเป็นอย่างไร
A. มีไม่กี่ชิ้น แต่ใช้จริงทุกชิ้น
B. LUXURY SKINCARE + MAKEUP แน่น
C. ตัวไหนที่ฮิตบอกมาเลย มีครบทุก CATEGORY

Q5 : เพื่อนจะอธิบายคุณว่า
A. “ดูสบายๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าสวยเพราะอะไร แต่ยิ่งดูยิ่งสวย”
B. “ตัวแม่ ไม่เคยยอมพลาดไม่ว่างานเล็กให้แค่ไหน แม่สวยฟาดตลอด”
C. “รู้ทุกเทรนด์ อัปเดตตลอด”

Q6 : วันแรกที่ RUNWAY แล้ว MIRANDA PRIESTLY เดินเข้ามา คุณจะ…

A. ยืนนิ่ง แต่สมองทำงาน 300% ปั่นอย่างไวหาทางเอาตัวรอด
B. สบตานิ่งๆ แบบไม่หลบสายตา  “เข้าใจค่ะ เดี๋ยวจัดการให้”
C. ยังไม่ทันพูดก็รู้แล้วว่าเธอจะสั่งอะไร “เตรียมไว้ครบแล้วค่ะ”


YOUR BEAUTY RESULT

ตอบ A มากที่สุด
ANDY SACHS
คุณคือสาย EFFORTLESS BEAUTY ที่พัฒนาแบบมีชั้นเชิง จากคนที่เริ่มต้นด้วยกันแดด + ลิป กลายเป็นคนที่ ‘เลือกทุกอย่างแม่นขึ้น’ โดยไม่ต้องแต่งเยอะลุคของคุณไม่เคยดูพยายาม แต่จริงๆ คือรู้แล้วว่าอะไรเหมาะกับหน้า ผิว และชีวิตตัวเอง คุณไม่ไล่ตามเทรนด์ แต่จะหยิบมาใช้เฉพาะที่ ‘เวิร์คกับคุณจริง’

👉 BEAUTY VIBECLEAN / REAL SKIN / LESS BUT BETTER

ตอบ B มากที่สุด
MIRANDA PRIESTLY

คุณคือสายลักชัวรีบิวตี้ที่ทุกดีเทลต้อง FLAWLESS ผิวต้องเนียนแบบไม่มีข้อผิดพลาด เมคอัพต้องดูแพงโดยไม่ต้องเยอะ ทุกอย่างคือ ‘PRECISION’ คุณไม่ได้ทดลองมั่ว แต่เลือกของที่ดีที่สุดและใช้มันอย่างมีมาตรฐาน สำหรับคุณเมคอัพและสกินแคร์ไม่ใช่แค่เพื่อความสวย แต่คือ ‘ภาพลักษณ์ + อำนาจ + การควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือ’

👉 BEAUTY VIBE: FLAWLESS SKIN / LUXURY MINIMAL / HIGH STANDARD ONLY

ตอบ C มากที่สุด

EMILY CHARLTON
คุณคือสาย ‘TREND-DRIVEN BEAUTY’ ที่อินจริง ใช้จริง อัปเดตจริง คุณรู้ว่าอะไรมาใหม่ก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น CUSHION ตัวฮิต ลิปสติกรุ่นใหม่ หรือเทรนด์ไหนที่น่าตาม โต๊ะเครื่องแป้งคุณคือสนามทดลอง และคุณสนุกกับการเปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ บางวันอาจดูเยอะจนโดนเม้าท์แต่คุณก็ยังสนุก เพราะทุกอย่างคือแพชชั่น
👉 BEAUTY VIBE: FULL LOOK / TREND-FIRST / DETAIL IS EVERYTHING

  • BEAUTY CATCH-UP
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

เจาะแนวคิด ‘สีน้ำตาลที่ไม่ธรรมดา’ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ผ่านมุมมอง ‘ก้อย ROOFHAIR’

ในโลกแฟชั่น ‘สีน้ำตาล’ อาจถูกมองว่าเป็นสีเบสิก แต่สำหรับงานออกแบบสีผม ถือเป็นเฉดสีที่ซับซ้อนและท้าทายที่สุด เพราะสีน้ำตาลไม่เพียงต้องสวย แต่ต้องสามารถสะท้อนตัวตนได้ในทุกสภาพแสง

และนี่คือ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ที่เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามว่า “ถ้าสีน้ำตาลสามารถเปลี่ยนอารมณ์ไปตามแสง การเคลื่อนไหว และบุคลิกของแต่ละคนได้จะเป็นอย่างไร” ซึ่งคำตอบได้ถูกถ่ายทอดผ่านการร่วมมือของ Wella Professionals แบรนด์สีผมระดับโลก และ ROOFHAIR ซาลอนที่เข้าใจตัวตนของคนรุ่นใหม่ 

อีกทั้ง แพรว ในฐานะผู้ถ่ายทอดแฟชั่นสู่สังคมไทย ที่จะพาไปพูดคุยกับ ‘คุณก้อย – วรัญญา พุกผาสุข’ Co-Founder  แห่ง ROOFHAIR เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ที่ไม่ธรรมดาของ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ของ Wella Professionals Thailand

ก้อย ROOFHAIR

เจาะแนวคิด ‘สีน้ำตาลที่ไม่ธรรมดา’ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ผ่านมุมมอง ‘ก้อย ROOFHAIR’

ออกแบบสีผมสไตล์ ‘ก้อย ROOFHAIR’

“ในการออกแบบสีผม ก้อยเริ่มต้นจากการสังเกตและเรียนรู้ผู้คนไปพร้อมๆ กัน เพราะในมุมมองของก้อย ศิลปะคือความเข้าใจมนุษย์ ซึ่งหมายถึงความเข้าใจความหลากหลายของอารมณ์ ความรู้สึก และความเป็นธรรมชาติรอบตัว โดยเส้นผมของลูกค้าเปรียบเสมือนผ้าใบที่มีชีวิต ดังนั้นงานของก้อยจึงถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งก้อยเชื่อว่าเมื่อเราเข้าใจผู้คน เราจะสามารถสร้างผลงานที่สะท้อนตัวตนของเขาออกมาได้ดี และสามารถช่วยดึงตัวตนข้างในของแต่ละคนให้ชัดเจนขึ้น ทำให้เขาได้แสดงตัวตนออกมาในแบบที่อาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้อย่างมั่นใจ ซึ่งก้อยรู้สึกมีความสุขและสนุกมากๆ ที่ได้เห็นผู้คนใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและดูดีขึ้นในแบบของตัวเอง

“เช่นเดียวกันกับแนวคิดของ ROOFHAIR ซาลอนที่ออกแบบผมจากตัวตนและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพราะเราอยากทำให้ผมของทุกคนสวยงามในแบบที่สามารถใช้ชีวิตได้จริง โดยเราอ่านคนก่อนทำผม เพื่อออกแบบผมที่ส่งเสริมเขา ไม่ใช่เปลี่ยนเขาเป็นคนอื่น

“ในการอ่านคนก่อนทำผม เราเริ่มจากการสังเกตลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา เช่น สไตล์การแต่งตัว จากนั้นเราจะสอบถามความต้องการและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงาน หรือรูทีนการสระผม ยกตัวอย่างคนที่ต้องการความเรียบร้อยในการทำงาน แต่ก็อยากสนุกกับการทำสีผม เราก็จะแนะนำให้ทำสีแบบอินเนอร์ ตอนทำงานก็เอาผมข้างบนกลบ พอวันหยุดค่อยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ซึ่งบทสนทนาดังกล่าวถือเป็นคีย์สำคัญของการออกแบบผม เพื่อให้ผลงานที่ออกมาตรงใจและซัพพอร์ตชีวิตประจำวันเขาได้มากที่สุด อย่างเรื่องสีผมก็ต้องสวยถูกใจ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้จริงค่ะ”

ก้อย ROOFHAIR

EARTH Collection สีน้ำตาลที่ไม่ธรรมดา

“การตัดสินใจร่วมงานกับ Wella Professionals Thailand ในการร่วมออกแบบ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมระดับมืออาชีพ ถือเป็นความภูมิใจ ความท้าทาย และความสนุก เพราะเรารู้ว่า ROOFHAIR ยืนอยู่ตรงไหน และเราถนัดเล่าเรื่องแบบไหน จึงกล้าร่วมออกแบบคอลเล็คชั่นที่ไม่ใช่แค่สวย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย และสะท้อนตัวตนของทั้งแบรนด์และเราได้อย่างดี เพราะ EARTH Collection เป็นมากกว่าสีผม และเราไม่ได้แค่ทำสีผม แต่เล่าเรื่องผ่านสีผม ถือเป็นจังหวะที่ลงตัวที่ตัวตนของ ROOFHAIR และแนวคิดของ EARTH Collection ได้มาพบกันในโปรเจ็กต์นี้ค่ะ

“หลายคนอาจมองว่าสีน้ำตาลเป็นสีพื้นฐาน แต่สำหรับ EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ของ Wella Professionals สีน้ำตาลคือสีที่มีมิติและอารมณ์มากที่สุด เพราะสะท้อนความเป็นธรรมชาติ ความอบอุ่น และความสมดุล เป็นสีที่ไม่ต้องพยายามโดดเด่น แต่มีพลังในแบบของตัวเอง ซึ่งเรามองว่าสีน้ำตาลของ EARTH Collection เป็นพลังที่เงียบ แต่มั่นคง ดูมีมิติ พร้อมช่วยเปลี่ยนอารมณ์ไปตามแสงและการเคลื่อนไหวได้ดี เพราะการใช้ชีวิตของผู้คนไม่เคยหยุดนิ่ง สีผมที่ดีจึงควรมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนไปตามเวลาและแสง ที่สำคัญคือเปลี่ยนไปพร้อมกับการเคลื่อนไหว แต่ยังคงความเป็นตัวตนของแต่ละคนได้ดีเสมอ

“สำหรับภาพแฟชั่นเซ็ตนี้ที่บอกเล่าคอนเซ็ปต์ของ EARTH Collection เราเลือกใช้นายแบบทั้งหมด เพื่อสะท้อนว่า EARTH Collection ไม่ได้เป็นการพูดถึงเพศ แต่เป็นการพูดถึงตัวตน โดยเราเชื่อว่าสีผมไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศ แต่ควรเป็นพื้นที่ให้แต่ละคนได้แสดงความเป็นตัวเองอย่างอิสระ และขณะเดียวกันก็ต้องมีความร่วมสมัยได้ด้วย”

ก้อย ROOFHAIR

สร้างสรรค์สีผมตรงใจด้วย Illumina Color Japan จาก Wella Professionals Thailand

“Illumina Color Japan เป็นผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมที่ตอบโจทย์งานครีเอทีฟของเรามากๆ ทำให้เล่าเรื่องผ่านสีผมได้อย่างเต็มที่ เพราะให้ผลลัพธ์ของสีที่โปร่ง มีความใส และสะท้อนแสงได้ดี เปิดพื้นที่ให้เราสามารถเล่นกับเลเยอร์ของสีได้โดยที่สีไม่กลบกัน แต่ซ้อนกันอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าง EARTH Collection จะให้สีน้ำตาลที่ดูมีความลึก ไม่แบน และเปลี่ยนไปตามแสง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็คชั่นนี้ 

“นอกจากนี้สีน้ำตาลใน EARTH Collection ยังมีหลายเฉดและหลายระดับความสว่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม น้ำตาลแดง น้ำตาลฟ้า หรือน้ำตาลเขียว ด้วยเม็ดสีหลายเฉดทำให้ลูกค้าสามารถสนุกกับการเลือกสีผม ส่วนกระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์เป็นหน้าที่ของช่างผม ซึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีก็จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น

“สุดท้ายก้อยขอฝากถึงทุกคนว่า ในการทำสีผมให้ออกมาตรงใจ รวมถึงการทำผมใดๆ ก็ตาม อย่าลังเลที่จะคุยกับช่างผม เพื่อเล่าความต้องการ ไลฟ์สไตล์ และความรู้สึก เพราะสีผมที่เหมาะกับคุณที่สุด มักเริ่มต้นจากบทสนทนาที่ดีค่ะ”

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า EARTH Collection จาก Illumina Color Japan ของ Wella Professionals Thailand

EARTH Collection เป็นสีน้ำตาลที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นสีน้ำตาลที่มีชีวิต เปลี่ยนอารมณ์ไปตามแสง การเคลื่อนไหว และตัวตนของแต่ละคน เรียกว่าตอบโจทย์การออกแบบสีผม ซึ่งเป็นงานครีเอทีฟที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีสีผมที่เข้าใจแสงและผิวของผู้คนอย่างลึกซึ้ง


Giordano Ladies

Giordano Ladies เปิดตัวโลโก้ใหม่

Giordano Ladies เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์โฉมใหม่ @ Queen’s Road Central ฮ่องกง พร้อมโลโก้ใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งความกลมกลืนของแฟชั่นและสไตล์ของผู้หญิงยุคนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์ ซึ่งหมายถึงการแนะนำอัตลักษณ์ภายใต้ชื่อ gl อย่างเป็นทางการ

โดยโลโก้มีความพลิ้วไหวและเปี่ยมด้วยพลัง สื่อถึงการต่อยอดมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ พร้อมโอบรับความสดใสที่มีชีวิตชีวาด้วยเส้นสายที่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังสะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบ การฟื้นฟู ความยืดหยุ่น และความแข็งแกร่ง ที่ถ่ายทอดระหว่างความเข้มแข็งและความอ่อนโยนอย่างลงตัว รวมถึงยังสื่อถึงการเยียวยา การเชื่อมต่ออีกครั้ง และการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของผู้หญิงยุคใหม่

gl ถือเป็นตัวแทนของการแสดงออกที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูของแบรนด์ ซึ่งถ่ายทอดผ่านคอลเล็คชั่นต่างๆ ในปัจจุบันของ Giordano Ladies

Giordano Ladies เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์โฉมใหม่ @ Queen’s Road Central ฮ่องกง พร้อมโลโก้ใหม่

คอลเล็คชั่นผ้าลินิน

gl เปิดตัวคอลเล็คชั่นผ้าลินิน โดยนำเสนอชุดนิตโครเชต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์สปอร์ต ผสมผสานความคล่องตัวเข้ากับงานฝีมืออันประณีต ประกอบด้วย เสื้อแจ็คเก็ตซิปหน้าแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว และกระโปรงยาวปานกลาง ทั้งหมดถักทออย่างประณีตจากด้ายลินิน 100% ให้ความรู้สึกที่ดูดีแบบไม่ต้องพยายามและความผ่อนคลาย โครงสร้างเนื้อผ้าที่โปร่งสบายช่วยให้ระบายอากาศได้ดี พร้อมมอบสัมผัสแห่งความหรูหราแบบลำลอง เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ให้คุณค่ากับความสง่างามที่เรียบง่ายและการออกแบบที่พิถีพิถัน

โดยคอลเล็คชั่นนี้ยังคงยึดถือแก่นแท้ที่ว่า Quiet Luxury โดยเน้นความทันสมัยที่ไม่ปรุงแต่งเกินงามและความสง่างามของฤดูร้อน มีไอเท็มหลักคือเสื้อกั๊กสำหรับซัมเมอร์ พร้อมด้วยชุดเซ็ตผ้าลินินสุดหรูในสีเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ออกแบบมาเพื่อกลุ่มมินิมัลลิสต์ที่พิถีพิถัน เน้นรูปทรงที่นุ่มนวลและสวมใส่สบาย

การปรับโลโก้ใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ gl แบรนด์ที่นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมมาบรรจบกับอารมณ์ พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่น แต่เป็นสถานที่สำหรับการเยียวยา การเสริมสร้างพลัง และการค้นพบตัวเอง สะท้อนถึงความยืนหยัดในคำมั่นสัญญาของ gl ที่มีต่อจิตวิญญาณของผู้หญิงสมัยใหม่

อย่าพลาด! ตามมาร่วมสัมผัสการเชื่อมต่อและการเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกันที่ Giordano Ladies นะคะ


PerthSanta

‘เพิร์ธ & แซนต้า’ เสิร์ฟความ Cute แบบเต็มแม็กซ์

ระวังตกหลุมรัก 💓 พบกับ ‘เพิร์ธ & แซนต้า’ จากซีรีส์ “รักครูเท่าโลกเลย LOVE YOU TEACHER” บนปก Praew Digital Cover

  • Digital Editor : Minim
  • ช่างภาพ : กฤตธี ผ่องเสรี
  • ผู้ช่วยช่างภาพ : ณัฐนันท์ สิทธิรังษินันท์
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : จิรพรรณ บุดดาวงศ์
  • ชุด : Dolce&Gabbana, Onitsuka tiger , Givenchy, Yang @Exhibit

เบทาโกร ปรับสูตรอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม เติมเต็มโภชนาการเพื่อนรักสี่ขา

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง เปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรอัปเกรดใหม่ ครอบคลุมทั้งกลุ่มพรีเมียมและสแตนดาร์ด ภายใต้แบรนด์ Perfecta และ DOG n joy ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณภาพที่ให้ความสำคัญด้านคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ดีแบบครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ยุคใหม่

เบทาโกร ยกระดับ อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มโภชนาการเพื่อเพื่อนรักสี่ขา

Perfecta แบรนด์อาหารสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงสู่มาตรฐาน Human Grade เทียบเท่าอาหารคน พร้อมนำเสนอสูตร Wellness ใหม่ แบบ All-in-1 ที่ผสานแนวคิด Healthy, Beauty และ Safety ไว้อย่างลงตัว โดยพัฒนาร่วมกับนักโภชนาการและสัตวแพทย์ชั้นนำ Healthy ด้วยเนื้อไก่สดคุณภาพมาตรฐานเบทาโกร ผ่านกระบวนการความร้อนชั้นเดียวเพื่อคงคุณค่าสารอาหาร เสริมซูเปอร์ฟู้ด 6 สี ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ พร้อม 3X Biotics (Pre, Pro, Post Biotics) เสริมสร้างสมดุลลำไส้ เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุจากเดิม 1.5 เท่า ตามมาตรฐาน AAFCO Beauty ด้วยน้ำมันปลาแซลมอนที่มี Omega 3 & 6 บำรุงผิวหนังและขนสวยเงางาม Safety ปลอดภัยด้วยสูตรปราศจากกลูเตน ข้าวโพด ข้าวสาลี สีสังเคราะห์ สารกันบูด และผลพลอยได้จากสัตว์ ครบจบในสูตรเดียว มั่นใจได้ถึงการใส่ใจคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ด้านแบรนด์ DOG n joy ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขระดับมาตรฐาน อัปเกรดสูตรใหม่เช่นกันเพื่อตอบโจทย์น้องหมาสายแอกทีฟ ให้พร้อมลุยทุกกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ชูจุดเด่นด้วยวัตถุดิบหลักเนื้อสัตว์แท้เป็นอันดับ 1 และใช้เนื้อสัตว์ชนิดเดียว (Single Animal Protein) ช่วยให้ย่อยง่าย ลดอาการแพ้ ผนวก 3 พลังเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เสริมซินไบโอติกส์ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบขับถ่าย ขมิ้นชันที่ช่วยลดการระคายเคือง พร้อมวิตามินและแร่ธาตุจำเป็น 23 ชนิดที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง    โดยทั้งผลิตภัณฑ์ Perfecta และ DOG n joy สูตรอัปเกรดใหม่นี้ ยังมาพร้อมดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและโดนใจผู้เลี้ยงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความอร่อยจากศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยงของเบทาโกร เพื่อให้น้องหมาและน้องแมวทานได้อย่างเอร็ดอร่อย มั่นใจได้ในคุณค่าสารอาหาร โซเดียมต่ำ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

นายสมชาญ ศุภปีติพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลและใส่ใจสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกอาหารคุณภาพที่ช่วยเสริมสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว สะท้อนถึงสถานะของสัตว์เลี้ยงได้ถูกยกระดับให้เป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน เบทาโกรจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับความต้องการของผู้เลี้ยงยุคใหม่ และตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำตลาดด้านอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพ และโภชนาการที่เชื่อถือได้”

กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงของเบทาโกรผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่รวมถึงขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ Perfecta, DOG n joy, CAT n joy และ BingoStar โดยจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ ร้านค้าปลีกจำหน่ายอาหารสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ ห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์


ทรีทเม้นท์ผม

ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผม ต่างจากครีมนวดยังไง เลือกแบบไหนดี

ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผม เลือกยังไงให้เหมาะ ต่างจากครีมนวดอย่างไร 

ผมเสีย ผมแห้ง ผมชี้ฟู แค่ได้ยินก็ปวดหัวแล้วใช่ไหมคะ? ถ้าคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่ใช่ ครีมหมักผม หรือทรีทเม้นท์ผมคือคำตอบที่ใช่ค่ะ เพราะแค่การใช้ทรีทเม้นท์ผมอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยเปลี่ยนผมที่ดูแห้งเสียให้กลับมานุ่มลื่น มีชีวิตชีวาได้อีกครั้งค่ะ หลายคนสงสัยว่าผมเสียแก้ยังไง และการทำทรีตเมนต์ผม ช่วยอะไรได้บ้าง? วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์จากแคริ่งที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผมแบบครบจบในที่เดียวค่ะ


ทรีทเม้นท์ผมคืออะไร ต่างจากครีมนวดผมยังไง?

ทรีทเม้นท์ผม หรือครีมหมักผม คือผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมเชิงลึกที่ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูผมจากภายในค่ะ ต่างจากครีมนวดผมทั่วไปที่ทำงานเพียงแค่ชั้นผิวนอกของเส้นผม ทรีตเมนต์บำรุงผมจะซึมลึกเข้าไปถึงแกนผม ช่วยเติมความชุ่มชื้น โปรตีน และสารอาหารที่ผมต้องการจริง ๆ ค่ะ

แล้วทรีตเมนต์กับครีมนวดต่างกันยังไง? พูดง่าย ๆ คือ ครีมนวดเปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์ที่ทาแล้วล้างออกเร็ว ๆ ช่วยให้ผมนุ่มลื่น หวีง่ายในระยะสั้นค่ะ แต่ครีมหมักผมคือการบำรุงแบบจริงจัง ที่ต้องทิ้งไว้ให้ส่วนผสมออกฤทธิ์ เหมาะสำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาผมเสียอย่างตรงจุดค่ะ


วิธีเลือกทรีทเม้นท์ผมให้เหมาะกับสภาพผม

ผมแต่ละประเภทมีปัญหาและความต้องการที่ต่างกันค่ะ การเลือกทรีทเม้นท์ผมให้ตรงกับสภาพผมของตัวเองจึงสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกถูก ผมจะดีขึ้นเร็วกว่าที่คิดแน่นอนค่ะ

  • ผมแห้งเสีย ชี้ฟู มองหาทรีตเมนต์บำรุงผมที่มีส่วนผสมของโปรตีน เคราติน หรือน้ำมันธรรมชาติค่ะ ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเคลือบเส้นผมให้เรียบเนียนขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด
  • ผมทำสี / ผมผ่านเคมี ควรเลือกทรีทเม้นท์ผมสูตรเข้มข้นที่เน้นซ่อมแซมเชิงลึก อย่างสูตรที่มีคอลลาเจน หรืออะมิโน แอซิดเป็นส่วนผสมหลักค่ะ ทรีตเมนต์แบบนี้จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผมที่เสียหายได้
  • ผมลีบแบน ผมมันง่าย คนผมมันหรือผมลีบแบนมักคิดว่าตัวเองไม่ต้องการครีมหมักผม แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ แค่ต้องเลือกให้ถูกสูตร โดยควรใช้ทรีตเมนต์บำรุงผมสูตร Light หรือ Weightless ที่ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้ผมมันง่ายค่ะ
  • โคนผมมันแต่ปลายแห้ง แนะนำให้เลือกทรีทเม้นท์ผมสูตรที่ช่วยเติมความสมดุลหรือลดความมัน (สูตรใส) และหลังสระผมเช็ดผมหมาด ๆ จากนั้นใช้ตัวช่วยด้วยออยล์หรือเซรั่มบำรุงปลายผมค่ะ

6 ทรีทเม้นท์ผม Caring ตัวเด็ด น่าใช้ในปี 2026

1. CARING MERMAID TREATMENT for STRAIGHT & WEIGHTY HAIR

ถ้าใครอยากได้ผมตรงเรียบลื่น มีน้ำหนัก ไม่พองฟู ตัวนี้คือคำตอบเลยค่ะ ทรีทเม้นท์ผม กระปุกฟ้าจากแคริ่งถูกออกแบบมาเพื่อคืนความตรงสลวยให้ผมโดยเฉพาะค่ะ ด้วยส่วนผสมสุดพรีเมียมอย่าง Pro-vitamin B5, Collagen Peptide, Soyamine และ Biotin ที่ช่วยบำรุงเส้นผมจากภายใน ลดผมชี้ฟู แตกปลาย และช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้นด้วยค่ะ วิธีใช้ง่ายมาก แค่ชโลมทรีทเม้นท์ผมให้ทั่วหลังสระผม ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก หรือจะใช้ร่วมกับการอบไอน้ำเพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอีกขั้นก็ได้ค่ะ

2. Caring Mermaid Treatment Collagen Intense Repair

สาว ๆ ที่ผมเสียหนักจากการทำสี ยืด หรือดัดผม ต้องรู้จักตัวนี้ไว้เลยค่ะ ทรีตเมนต์บำรุงผมสูตร Collagen Intense Repair จากแคริ่งถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผมที่ถูกทำลายจากสารเคมีและความร้อนโดยเฉพาะค่ะ ไฮไลต์อยู่ที่ Collagen Peptide โมเลกุลเล็กที่ซ่อมแซมผมเสียได้ลึกถึงแกนผม บวกกับ Lactic Acid ที่ช่วยปรับสมดุล pH และเพิ่มความเงางามให้เส้นผมดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ใช้แล้วผมนุ่มลื่น ไม่พันกัน และยืดหยุ่นดีขึ้น เหมือนเพิ่งออกจากซาลอนเลยค่ะ

3. Caring Virgin Coconut Oil Hair Treatment

Caring Virgin Coconut Oil Hair Treatment ทรีตเมนต์หมักผมที่มาพร้อมกระปุกน่ารักทรงลูกมะพร้าวอ่อน แค่เห็นก็อยากหยิบแล้วใช่ไหมคะ แต่ดีกว่านั้นคือสิ่งที่อยู่ข้างในค่ะ เพราะอัดแน่นด้วยน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นเข้มข้น ผสานคอลลาเจนจากปลาทะเลธรรมชาติ ช่วยบำรุงผมแห้งเสีย แตกปลาย ให้กลับมานุ่มเงางาม สำหรับใครที่กังวลเรื่องผมมันหรือหนังศีรษะระคายเคือง ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะสูตรนี้ปราศจาก Paraben, Silicone และ SLS ทำให้เส้นผมดูดซับสารบำรุงได้เต็มที่ ไม่มันเร็ว ไม่ตกค้าง ใช้แล้วผมแข็งแรงขึ้นได้จริงค่ะ

4. Caring Hair Treatment Classic Series

Caring Hair Treatment Classic Series ทรีทเม้นท์ผมที่ตอบโจทย์ได้ทุกสภาพผมในซีรีย์เดียว โดยมีให้เลือกถึง 4 สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตร Original สำหรับผมทุกสภาพ สูตร AHA สำหรับผมทำสีหรือผ่านเคมี สูตร Egg Protein สำหรับผมฟอกและไฮไลต์ และสูตร Honey Milk Protein สำหรับผมยืดดัดโดยเฉพาะค่ะ จุดเด่นที่ทำให้ Classic Series แตกต่างคือสามารถใช้แทนครีมนวดผมได้ทุกวัน เพราะนุ่มนวลพอที่จะใช้ประจำ แต่เข้มข้นพอที่จะซ่อมแซมผมได้จริงค่ะ แค่ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก ก็จะสัมผัสความนุ่มได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยค่ะ

5. Caring AHA Treatment

สาว ๆ ที่ทำทรีตเมนต์ผมเพื่อแก้ปัญหาผมทำสีหรือผ่านเคมีมาโดยตรง ต้องลองตัวนี้ค่ะ Caring AHA Treatment อัดแน่นด้วยคอลลาเจน สารสกัดจากผลไม้ และกรดผลไม้ที่ซึมซาบเข้าเส้นผมได้อย่างล้ำลึก ผลลัพธ์คือผมนุ่มสลวย มีน้ำหนัก ไม่พองฟูหลังสระและไดร์ผมค่ะ ที่สำคัญคือใช้ง่ายมาก แค่กระจายให้ทั่วจากหลังหูถึงปลายผม ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก แค่นี้ก็สัมผัสความนุ่มได้ทั้งตอนผมเปียกและผมแห้งแล้วค่ะ

6. Caring Double Care Treatment

ปิดท้ายด้วยตัวที่เรียกได้ว่าบำรุงแบบจัดเต็มที่สุดในไลน์ค่ะ ทรีทเม้นท์ผมสูตร Double Care มาพร้อมสารสกัดธรรมชาติถึง 2 ชนิดในกระปุกเดียว และมีให้เลือกถึง 3 สูตรตามปัญหาผม ไม่ว่าจะเป็นสูตร Hair Fall Defend ที่ช่วยลดผมขาดร่วงด้วยสารสกัดจากถั่วและดอกอัญชัน สูตร Heat Protection ที่ปกป้องผมจากความร้อนของไดร์และหนีบผม หรือสูตร Detox ที่ช่วยชะล้างสารเคมีส่วนเกินด้วยสารสกัดชาขาวและว่านหางจระเข้ค่ะ ครบจบในกระปุกเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากดูแลผมแบบเจาะจงปัญหาค่ะ


วิธีใช้ทรีทเม้นท์ผมให้ได้ผลมากขึ้น

แค่มีครีมหมักผมดีอย่างเดียวยังไม่พอนะคะ วิธีใช้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ มาดูกันค่ะว่าทรีตเมนต์ใช้ยังไงให้ได้ผลมากขึ้น

  • ซับผมให้หมาดก่อนเสมอ หลังสระผมให้ซับผมด้วยผ้าขนหนูจนหมาดค่ะ เพราะถ้าผมเปียกโชกเกินไป เนื้อทรีทเม้นท์ผมจะเจือจางและเกาะเส้นผมได้ไม่ดีค่ะ
  • เน้นทาจากกลางผมถึงปลาย วิธีใช้ทรีตเมนต์ที่ถูกต้องคือหลีกเลี่ยงการทาที่โคนผมและหนังศีรษะโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ผมมันเร็วค่ะ
  • ใช้ความร้อนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หมักผมแล้วสวมหมวกคลุมอาบน้ำทิ้งไว้ ความร้อนจะช่วยเปิดเกล็ดผมให้สารบำรุงซึมลึกขึ้นค่ะ
  • ทำทรีตเมนต์ผมหลังสระผมทันที เพราะผมสะอาดจะพร้อมรับสารบำรุงได้เต็มที่ที่สุดค่ะ
  • หวีผมหลังชโลม ใช้หวีซี่ห่างหวีเบา ๆ เพื่อกระจายทรีทเม้นท์ผมให้ทั่วทุกเส้น และลดการพันกันของผมค่ะ

ข้อส่งสัยที่ว่าทรีตเมนต์ใช้ทุกวันได้ไหม? ขึ้นอยู่กับสูตรค่ะ บางสูตรอย่าง Classic Series ใช้แทนครีมนวดได้ทุกวัน แต่สูตรเข้มข้นแนะนำให้ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วค่ะ


ครีมหมักผมตัวช่วยกู้ผมเสีย ให้กลับมานุ่มลื่นมีน้ำหนัก

ผมเสียแก้ยังไง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะแค่เพิ่มทรีทเม้นท์ผมเข้ามาในรูทีนการดูแลผมประจำสัปดาห์ ก็ช่วยเปลี่ยนผมแห้งเสีย ชี้ฟู หรือผ่านเคมีมาหนักให้กลับมานุ่มลื่น มีสุขภาพดีได้จริงค่ะ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกทรีตเมนต์บำรุงผมให้ตรงกับปัญหาผมของตัวเองค่ะ

และถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน เราขอแนะนำให้ลองผลิตภัณฑ์จากแคริ่งค่ะ ด้วยประสบการณ์ในวงการเส้นผมมากกว่า 50 ปี แคริ่งพัฒนาทรีทเม้นท์ผมที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผมในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย คุณภาพระดับซาลอนที่ช่างทำผมมืออาชีพเลือกใช้ค่ะ จะเป็นสูตรไหนก็ตามที่คุณเลือก รับรองว่าผมจะดีขึ้นจนสังเกตได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยค่ะ สนใจสินค้าของแคริ่ง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่


5 คาแร็คเตอร์ตัวท็อป! ทริคการแต่งตัวฉบับสายแฟ(ชั่น) The Devil Wears Prada 2

ต้อนรับการกลับมาของภาพยนตร์สายแฟชั่น! เปิดทริคการแต่งตัวของ 5 คาแร็คเตอร์ตัวท็อป จาก The Devil Wears Prada 2

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Devil Wears Prada 2 เรื่องราวสุดเข้มข้นของคนทำงานในวงการแฟชั่น ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมเนื้อเรื่องที่เล่าถึงยุคแห่งการถดถอยของนิตยสารและแรงกดดันจากโลกดิจิทัลที่เข้ามาแทนที่ เรียกว่าอ้างอิงกันตามโลกแห่งความเป็นจริงสุดๆ ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว มิแรนด้า, แอนดี้ และไนเจล จะแก้เกมที่เกิดขึ้นอย่างไร ต้องรอติดตามในโรงภาพยนตร์นะคะ!

แน่นอนว่าสิ่งที่เข้มข้นไม่แพ้เนื้อหาของภาพยนตร์ คอสตูมของเหล่าตัวละครยังเป็นที่จับตามอง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสายแฟชั่นทั้งที ดีเทลทั้งหมดจึงจำเป็นต้องคิดมาอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้สะท้อนทั้งเทรนด์ของยุคสมัยและถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ออกมาได้ดีที่สุด

แพรว STYLINK จึงถอดรายละเอียดคอสตูมของคาแร็คเตอร์หลัก มาเป็นคู่มือการแต่งตัวให้ทุกคนได้ลองสวมบทบาทเป็น Runway Girl ไปด้วยกัน

Quiet Power – Miranda Priestly

คนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ หากไม่ใช่ มิแรนดา พรีสต์ลีย์ ตัวแทนของคำว่า “อำนาจ” ที่เด่นชัดสุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ สไตล์ของเธอผสานทั้งความโดดเด่นของคีย์พีซสมฐานะตัวแม่แห่งวงการแฟชั่น ความเนี้ยบเฉียบของซิลลูเอตที่ไร้ที่ติ การจับคู่สีและการเลเยอร์ไอเท็มในโทนโมโนโทนถูกวางมาอย่างประณีต ทำให้คาแร็คเตอร์ดูสุขุม ทรงพลัง และน่าเกรงขาม

Smart Chic – Andy Sachs

สำหรับภาคสอง แอนดี้ แซคส์ ไม่ใช่พนักงานใหม่ผู้ไร้เซนส์ด้านแฟชั่นอีกต่อไป การกลับมาพร้อมตำแหน่ง Features Editor ทำให้เธอดูมั่นใจและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านสไตล์การแต่งตัวที่เรียบโก้ ทั้งเบลเซอร์คัตติ้งเนี้ยบ เสื้อเชิ้ตคมกริบ กางเกงที่เน้นความคล่องตัว ไปจนถึงโทนสีที่สุขุมขึ้น แต่ยังมีแอ๊กเซสซอรี่ส์ที่แฝงความแฟชั่น ทำให้ลุคของเธอดูสมาร์ท และมีรสนิยม

Bold Glam – Emily Charton

เอมิลี่ ชาร์ลตัน ยังเป็นตัวละครที่สนุกกับแฟชั่นมากที่สุด เธอไม่กลัวสีสัน ลวดลาย และดีเทลเหนือความเป็นจริง เสื้อผ้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความจัดจ้าน ทั้งโทนสีสด ลวดลายโดดเด่น ซิลลูเอตหรือดีไซน์ที่สะดุดตา ถือเป็นสไตล์ที่แสดงออกถึงความทะเยอทะยาน และความมั่นใจแบบไร้ขีดจำกัด

Timeless Edge – Nigel Kipling

ไนเจลยังคงรักษาเสน่ห์ของความคลาสสิกไว้อย่างดี เสื้อผ้าของเขาจึงเน้นโครงสร้างและการตัดเย็บที่เนี้ยบ ไม่ว่าจะเป็นสูท หรือเลเยอร์เรียบๆ ที่เหมือนไม่ซับซ้อน แต่แฝงไปด้วยลวดลายของเนคไท หรือพ็อกเก็ต สแควร์ ที่แมตช์กับสูทอย่างลงตัว บ่งบอกถึงรสนิยม ความน่าเชื่อถือ และมีชั้นเชิง

Glam Disruptor – The New Emily

เอมิลี่คนใหม่ รับบทโดย Simone Ashley ตัวละครที่เพิ่มพลังความสดใหม่ให้ภาพยนตร์ ลุคของเธอผสานความแกลมและทันสมัยไว้อย่างลงตัว สังเกตได้จากซิลลูเอตเข้ารูป ดีเทลตัดเย็บที่มีลูกเล่น หรือการเลือกไอเท็มที่สะท้อนความมั่นใจ ทำให้ภาพรวมของเธอน่าจับตามอง และเต็มไปด้วยพลังคนรุ่นใหม่ที่พร้อมนิยามแฟชั่นในแบบตัวเอง


ภาพ: Getty Images และ 20th Century Studios

นิกกี้ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย

นิกกี้ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย เปิดตัวแคมเปญ “Summer Staycation” มอบการพักผ่อนระดับเวิลด์คลาส

นิกกี้ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย รุกตลาดท่องเที่ยวในประเทศ เปิดตัวแคมเปญ “Summer Staycation” รับซัมเมอร์ ชูคอนเซปต์ Barefoot Luxury มอบประสบการณ์พักผ่อนระดับเวิลด์คลาส

 Nikki Beach Resort & Spa Koh Samui (นิกกี้ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย) รีสอร์ทหรูและบีชคลับระดับโลกบนหาดลิปะน้อย ส่งแคมเปญสิทธิพิเศษ “Summer Staycation” มุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (Expat) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยในช่วง ฤดูร้อน พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการภายใต้แนวคิด “Barefoot Luxury” ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความผ่อนคลายอย่างลงตัว

นิกกี้ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย

สำหรับสิทธิพิเศษในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอทางเลือกในการพักผ่อนที่เหนือระดับ ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและการบริการที่ครบวงจร โดยเตรียมแพ็กเกจที่ครอบคลุมทั้งด้าน    ที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการด้านสุขภาพ (Wellness), สปา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและชาร์จพลัง ทั้งร่างกายและจิตใจโดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ

ยกระดับการพักผ่อนบนเกาะสมุยให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง กับแพ็กเกจสุดฮอตที่มอบสิทธิพิเศษ เพียงใส่โค้ดส่วนลด STAYCATION”  ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงแรม

  • ส่วนลดห้องพัก 20%: จากราคา Best Flexible Rate (ราคาเริ่มต้น 5,164 บาทต่อคืน) โดยมีห้องพักและวิลล่าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Garden View Suite ไปจนถึง Private Pool Villa ริมชายหาด 
  • ส่วนลด 20% สำหรับบริการ Spa & Wellness ปรนนิบัติผิวพรรณและร่างกายกับทรีตเมนท์ ที่ผสมผสานศาสตร์การนวดแบบตะวันออกและตะวันตกในแบบเฉพาะของนิกกี้ บีช เพื่อการผ่อนคลายอย่างล้ำลึก
  • นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอาทิ สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่, ฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายระดับโลกจาก Technogym  และกิจกรรม Wellness สำหรับแขกผู้เข้าพักได้แก่ แพดเดิ้ลบอร์ด, Ice Bath, คลาสมวยไทย, โยคะ ฯลฯ
  • ส่วนลด 20% ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่Beach Club ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟริมสระว่ายน้ำ ผ่อนคลายบนเตียงอาบแดด หรือคาบาน่าดีไซน์เรียบหรู ท่ามกลางวิวทะเลพาโนรามา พร้อมเสียงดนตรีจาก Resident DJs ระดับแถวหน้า และศิลปินรับเชิญที่หมุนเวียนมาสร้างความสนุกด้วยแนวดนตรี House, Chill-out และความบันเทิงรูปแบบ Live Performance ที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหาร Escape ร้านอาหารริมชายหาดที่นำเสนอแนวคิด “Farm-to-Table” โดยเน้นวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น นำมาปรุงในสไตล์ฟิวชั่น ไทย-เมดิเตอร์เรเนียน หรือ BBQ ดินเนอร์ ท่ามกลางวิวพระอาทิตย์ตกดิน
  •  สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม: บริการอาหารเช้าทุกวัน พร้อมนโยบาย Early Check-in และ Late Check-out (*ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง)

ทั้งนี้ นิกกี้ บีช ยังเป็นสมาชิกของโปรแกรมรอยัลตี้ระดับโลก GHA DISCOVERY ซึ่งมอบสิทธิประโยชน์ที่โดดเด่น และประสบการณ์สุดพิเศษให้กับสมาชิกที่เข้าพักกับโรงแรมนิกกี้ บีชทั่วโลกด้วยเช่นกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมสมาชิกได้ที่ ghadiscovery.com


รวม 6 น้ำหอมกลิ่นสะอาดเหมือนอาบน้ำวันละ 10 รอบ ที่ต้องมีซัมเมอร์นี้ ‘CLEAN GIRL’ ตัวจริงต้องมี

ร้อนจนแทบละลายแค่ไหน แต่สำหรับสาว ‘คลีนเกิร์ล’ ก็ยังคงต้องรักษาลุคให้ ‘สะอาดและแพง’ ซัมเมอร์นี้นิยามความสวยไม่ได้จบที่ผิวโกลว์หรือเมคอัพบางเบา หากแต่อยู่ที่กลิ่นสะอาดติดผิวแบบเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ น้ำหอมโทนนี้คือคีย์ของลุคคลีนเกิร์ลสาย QUIET LUXURY ที่หอมบาง โปร่งเบา และยกระดับภาพรวมให้ดูเนี้ยบขึ้นทันที

ลิสต์นี้เราคัดมาแล้วกับน้ำหอมกลิ่นของสาวที่หอมสะอาดราว ‘อาบน้ำวันละสิบรอบ’ ที่ทั้งเบาสบาย เรียบหรู และเหมาะกับอากาศร้อน 

เพราะความหอมที่ตราตรึงไม่จำเป็นต้องหอมแบบตะโกน แต่คือความรู้สึกดีที่สัมผัสได้ทันทีเมื่ออยู่ใกล้

#01
NARCISO RODRIGUEZ 
PURE MUSC BLANC EAU DE PARFUM INTENSE

100 ML. ราคา 6,700 THB

กลิ่นหอมของคุณหนูสายคลีนที่ค่อย ๆ เผยตัวอย่างนุ่มนวล เปิดด้วยความสะอาดโปร่งใส ก่อนหลอมรวมมะลิและมัสก์ที่แนบผิวอย่างละมุน แทรกความอบอุ่นของซีดาร์วูดและวานิลลาอย่างพอดี โดยรวมให้ความรู้สึกละมุน เรียบหรู สุภาพโดยไม่ดูสูงวัย เป็นกลิ่นที่ยิ่งได้ใกล้ ยิ่งน่าหลงใหล

#02
DIOR 
LA COLLECTION PRIVÉE – NEW LOOK

125 ML. ราคา 10,200 THB

กลิ่นหอมสะอาดที่มีโครงสร้างชัด เปิดด้วยอัลดีไฮด์โปร่งใส ก่อนแทรกกำยานบางๆ แล้วคลี่เป็นอำพันอุ่นโอบผิว ให้ฟีลสุภาพ เนี้ยบ และมีมิติ เป็นความคลีนที่ดูสวยแพงแบบมีคาแรคเตอร์

#03
PENHALIGON’S
BRITISH TALES LUNA EAU DE TOILETTE

100 ML. ราคา 8,800 THB

กลิ่นสะอาดนุ่มละมุนที่ชวนให้นึกถึงการแช่น้ำใต้แสงจันทร์ เปิดด้วยความสดใสของส้ม ก่อนเผยดอกมะลิและกุหลาบบางๆ แทรกความเขียวของป่าสนที่ชวนให้ผ่อนคลาย เป็นความหอมสะอาดแบบมีเสน่ห์น่าหลงใหล

#04
TOM FORD BEAUTY 
WHITE SUEDE
100 ML. ราคา 16,000 THB
กลิ่นสะอาดที่ให้ความรู้สึกเหมือนผิวหลังอาบน้ำในเสื้อเชิ้ตขาวเนื้อดี มีกลิ่นมัสก์ละมุนเป็นแกน ผสานกุหลาบและอำพันบางๆ ก่อนทิ้งสัมผัสหนังกลับเนียนนุ่มแบบ SECOND SKIN จุดเด่นของกลิ่นนี้คือการทำ ‘โทนหนัง’ ให้นุ่ม สะอาด และเข้าถึงง่ายกว่าเคย 

#05
GIORGIO ARMANI 
ARMANI PRIVÉ IRIS BLEU EDP
100 ML. ราคา 9,800 THB
กลิ่นสะอาดโปร่งที่ให้อารมณ์ผิวหลังอาบน้ำในวันที่แดดสวย โทนแป้งนุ่มบางๆ ผสานดอกไม้ขาวและไวท์มัสก์ที่แนบผิวอย่างละมุน ให้ความรู้สึกเรียบหรู สงบ และสบายใจ จุดเด่นคือความหอมที่เบา ใส และดูสุภาพ เหมาะกับวันอากาศร้อนที่อยากได้กลิ่นสะอาด โปร่งเบา

#06
PARFUMS DE MARLY 
VALAYA EDP
75 ML. ราคา 12,500 THB

กลิ่นที่ให้ฟีลเหมือนเสื้อเชิ้ตตัวโปรดที่เพิ่งรีดเสร็จ เบอร์กามอตเติมความสดตั้งแต่แรก ก่อนตามด้วยดอกไม้ขาวและมัสก์ที่นุ่มฟุ้งกำลังดี แล้วทิ้งปลายด้วยโทนไม้บาง ๆ ให้ความหอมดูเนี๊ยบขึ้น จุดเด่นคือความหอมที่กระจายตัวสวย ติดผิวแบบพอดี และให้ลุคสดใส สุภาพ ใช้ได้ทุกวัน


เรื่อง PADCHA Praewnista

นีนี่ อู๋

เส้นทางซีอีโอและตัวตน นีนี่ อู๋ (Nini Wu) ซีอีโอหญิงแห่ง GWS CLOUD  

บทสัมภาษณ์พิเศษ ทำความรู้จัก นีนี่ อู๋ (Nini Wu) ซีอีโอหญิงแกร่งของ บริษัท จีดับเบิ้ลยูเอส คลาวด์ จำกัด (GWS CLOUD Co., Ltd.) ตั้งแต่เส้นทางซีอีโอและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

นีนี่ อู๋

“ความที่ บริษัท จีดับเบิ้ลยูเอส คลาวด์ จำกัด มาจากไต้หวัน หลายคนจึงมักถามว่า ทำไมถึงเลือกมาจัดตั้งบริษัทที่กรุงเทพฯ เหตุผลหนึ่งคือ ดิฉันเป็นคนชอบเดินทางมาก ชอบลองใช้ชีวิตในเมืองต่างๆ ทั่วโลก และกรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดิฉันรักที่สุดเมืองหนึ่ง ที่นี่มีทั้งทิวทัศน์ วัฒนธรรม อาหาร และบรรยากาศความเป็นสากลที่เป็นมิตรและน่าจดจำมากๆ พอถึงเวลาที่บริษัทวางกลยุทธ์จะขยายแพลตฟอร์ม GWS CLOUD เข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกของดิฉันอย่างไม่ต้องลังเลค่ะ

“เบื้องหลังของ GWS CLOUD คือบริษัทแม่จากไต้หวันชื่อ eASPNet ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Data Center รายสำคัญ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 จนถึงวันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว เราให้บริการแบบ 24×7 ดูแลระบบให้ลูกค้าตลอดเวลา จุดแข็งไม่ใช่เพียงแค่การดูแล Data Center แต่เรายังพัฒนาแบรนด์คลาวด์ของตัวเองในชื่อ GWS CLOUD เพื่อให้บริการคลาวด์ระดับองค์กรที่ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ‘เอาเรื่อง IT ที่ซับซ้อนทั้งหมด ฝากให้มืออาชีพจัดการแทน’ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าเป็นทิศทางสำคัญของทุกองค์กรในอนาคตค่ะ

“ช่วงวัยเรียน ดิฉันเคยไปเรียนที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา และต่อปริญญาโทที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ถึงแม้ปัจจุบันจะทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ตัวตนของดิฉันจริงๆ เป็นคนที่หลงรักศิลปะ ชอบวาดรูป ออกแบบ และให้ความสำคัญกับเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากๆ ดิฉันมองว่า ‘การรักสวยรักงาม’ เป็นงานอีกหนึ่งอย่างที่ทำตลอดทั้งปีแบบไม่มีวันหยุดเลยค่ะ (หัวเราะ) และเพราะเป็นคนชอบทานของหวานมาก ก็เลยต้องออกกำลังกายอย่างจริงจังเพื่อรักษาสมดุลให้ตัวเอง

“พอมาทำงานที่ประเทศไทย ดิฉันค้นพบว่ามีหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้และปรับตัว ทั้งจังหวะทางวัฒนธรรมและรูปแบบของตลาดที่ต่างจากไต้หวันพอสมควร ในขณะเดียวกัน งานของเราก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ว่าการปล่อยวางและให้เวลาตัวเองกับครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ดิฉันพยายามเปิดใจ ยอมรับความแตกต่าง และค่อยๆ ซึมซับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบชิลๆ ที่ได้เรียนรู้จากการอยู่ในไทย ปรับใจให้ผ่อนคลายก่อน แล้วค่อยเติมความมั่นใจกลับเข้าไป เพื่อให้พร้อมลุกขึ้นมารับมือกับทุกความท้าทายในแต่ละวันค่ะ”