LPM Bangkok ชวนเช็กอิน ‘Rosé Week’ เทศาลฉลองรับซัมเมอร์สไตล์เฟรนช์ริเวียรา

มิถุนายนนี้ สายกินและสายคอนเทนต์ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องบินไปไกลถึงฝรั่งเศส ก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศลักชัวรีแบบไม่เร่งรีบสไตล์โกตดาซูร์ได้แล้ว เพราะ La Petite Maison (LPM) ร้านอาหารสไตล์ French-Mediterranean ระดับเวิลด์คลาส กำลังจะยก “Rosé Week” เทศกาลเฉลิมฉลองสุดซิกเนเจอร์ประจำปีที่จัดขึ้นพร้อมกันทุกสาขาทั่วโลก มาให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

LPM Bangkok ชวนเช็กอิน ‘Rosé Week’ เทศาลฉลองรับซัมเมอร์สไตล์เฟรนช์ริเวียรา

ดื่มด่ำวิถีเฟรนช์ริเวียรา ผ่านแก้วไวน์และมื้ออาหารที่ทอดยาว

แก่นแท้ของ Rosé Week คือการเฉลิมฉลองความสุขแบบเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ลองจินตนาการถึงภาพการนั่งล้อมวงรับประทานอาหารกลางวันแบบสบายๆ ร่วมกับคนรู้ใจ ท่ามกลางห้องอาหารที่โปร่งสบาย อบอวลด้วยแสงธรรมชาติ พร้อมจิบไวน์โรเซ่สีชมพูละมุน นี่แหละคือวิถีชีวิตที่งดงามในแบบฉบับฝรั่งเศสตอนใต้ที่ LPM อยากให้ทุกคนมาสัมผัส แถมความพิเศษในปีนี้ ตัวเล่มเมนูอะลาคาร์ตยังมาในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชันสีชมพูสุดน่ารักที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

ไฮไลต์เมนูพิเศษห้ามพลาด: Seafood Rosé Pairing Menu

สำหรับเลิฟเวอร์อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทางร้านได้รังสรรค์คอร์สพิเศษ Seafood Rosé Pairing Menu (ราคา 2,600 บาทต่อท่าน) ที่เน้นสไตล์การแชร์ริ่งเพื่อแบ่งปันความอร่อยร่วมกัน โดยดึงวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาจับคู่กับไวน์โรเซ่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

  • Appetizers เรียกน้ำย่อย: เริ่มต้นด้วยความสดจัดเต็มกับ Seafood Tower อาหารทะเลสดใหม่ และ Avocado and Tuna Tartare with Guacamole จานเด็ดที่ส่งตรงแรงบันดาลใจมาจากสาขาฮ่องกง ตามด้วย Sweet Corn Salad with Pomegranate and Herbs สลัดข้าวโพดหวานตัดรสเปรี้ยวสดชื่นจากทับทิม
  • Mains จานหลัก: สัมผัสเสน่ห์ของแคว้นโพรวองซ์อย่างพาสต้าเส้นสด Homemade Tagliolini Pasta with Lemon and Sea Urchin ที่ผสานรสอูมามิเข้มข้นของหอยเม่นเข้ากับความหอมของเลมอน รวมถึงเมนูย่างหอมกรุ่นอย่าง Marinated Baby Chicken และ Grilled Tiger Prawns กุ้งลายเสือย่างซอสพริกเขียวและผักชี
  • Desserts ของหวาน: ปิดท้ายมื้อด้วยความฟินสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิกอย่าง Vanilla Cheesecake with Berry Compote และ French Toast กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมเครื่องเทศ

เอาใจ Wine Lovers กับแพ็กเกจที่เลือกฟินได้ตามใจชอบ

นอกจากอาหารจานเดี่ยวแล้ว คุณยังสามารถยกระดับมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือกเครื่องดื่มที่หลากหลาย

  • Wine Pairing Flight (990 บาท): ลิ้มลองไวน์โรเซ่คัดสรร 3 ชนิด (ขนาดแก้วละ 125 มล.) มีทั้ง Sakuna Rosé 2024 จากไทย, Rosa dei Frati จากอิตาลี และ Whispering Angel จากฝรั่งเศส
  • Rosé Wine Free-Flow (1,400 บาท): ดื่มด่ำกับ Whispering Angel 2024 ไวน์โรเซ่ยอดนิยมระดับโลกจากโพรวองซ์แบบไม่อั้น

สำหรับใครที่แพลนเดทหรืออยากนัดตี้กลุ่มเพื่อนไปคอนเทนต์ชิคๆ เทศกาล Rosé Week จะจัดขึ้นเพียง 6 วันเท่านั้น (8 – 13 มิถุนายน 2569) แต่ถ้าใครพลาดช่วงนี้ไป ตัวร้านป๊อปอัพของ La Petite Maison Bangkok จะยังคงเปิดให้บริการยาวๆ ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ค่ะ แนะนำว่าให้รีบจองโต๊ะล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ก่อนที่ที่นั่งเต็ม


Heartopia × Butterbear เปิดตัวโกลบอลคอลแลปส์อย่างเป็นทางการวันนี้ พร้อมคอนเทนต์ลิมิเต็ดในเกมและอีเวนต์ออฟไลน์ที่กรุงเทพฯ

เกมมือถือแนว Life Simulation อิสระสูงที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่าง Heartopia ประกาศเปิดตัวคอลแลปส์กับน้องเนย Butterbear IP สุดฮอตจากประเทศไทย เปิดตัวโกลบอลคอลแลปส์อย่างเป็นทางการ โดยคอลแลปส์ครั้งนี้ได้เริ่มขึ้นภายในเกมแล้ววันนี้ พร้อมจัดอีเวนต์ออฟไลน์แบบจำกัดเวลาที่ CentralWorld กรุงเทพฯ ผ่านคอนเทนต์ลิมิเต็ดในเกม ไอเทมดิจิทัลคอลแลปส์ และประสบการณ์เช็กอินในโลกจริง เพื่อสร้างทริปเมืองเล็ก ๆ สุดฮีลใจที่เชื่อมต่อระหว่างโลกของเกมและชีวิตจริง

Heartopia เป็นเกมมือถือแนว Life Simulation ที่มีหัวใจหลักอยู่ที่อิสระในการใช้ชีวิต การเยียวยาความรู้สึก และการเข้าสังคมอย่างอบอุ่น เกมได้มอบเมืองเสมือนจริงให้ผู้เล่นได้ใช้ชีวิตในอุดมคติตามจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตกปลา ทำอาหาร ทำสวน สร้างบ้าน แต่งตัว เลี้ยงสัตว์ รวมถึงการพบปะเพื่อน ๆ เข้าร่วมกิจกรรม และร่วมกันสร้างเรื่องราวของเมืองเล็ก ๆ ในแบบของตัวเอง นับตั้งแต่เปิดให้บริการ Heartopia มียอดดาวน์โหลดในตลาดต่างประเทศทะลุ 30 ล้านครั้ง และยังคงเชื่อมต่อผู้เล่นรุ่นใหม่จากหลากหลายพื้นที่ ผ่านเอกลักษณ์ของเกมที่ผสานทั้งอิสระ ความฮีลใจ การเข้าสังคม และความสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับคอลแลปส์ครั้งนี้ Heartopia ได้คอลแลปส์กับ Butterbear ซึ่งเป็น IP ปรากฏการณ์ที่ถือกำเนิดในประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในระดับสากล ด้วยภาพลักษณ์ที่น่ารัก อบอุ่น และเต็มไปด้วยความรู้สึกของการอยู่เคียงข้าง ทำให้น้องเนยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์สบาย ๆ ที่ Heartopia ต้องการถ่ายทอด ผ่านโกลบอลคอลแลปส์ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายหวังจะพาเสน่ห์สุดฮีลใจของน้องเนยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมือง Heartopia พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รู้จักและสัมผัส Heartopia ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของคอนเทนต์ภายในเกม คอลแลปส์ครั้งนี้จะมาพร้อม 2 เกมเพลย์หลักและไอเทมดิจิทัลลิมิเต็ดอีกมากมาย ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมกิจกรรมลิมิเต็ด「น้องเนยผจญภัยรอบเกาะ」ทอยลูกเต๋าเพื่อเดินทางไปตามแผนที่เมือง สะสมเหรียญกิจกรรมคุกกี้ และนำไปแลกรับเฟอร์นิเจอร์ซีรีส์ร้านขนมปังน้องเนย อีโมตคอลแลปส์สุดพิเศษ และรางวัลลิมิเต็ดอื่น ๆ เกมเพลย์ในรูปแบบบอร์ดเกมที่เล่นง่าย ผสานเข้ากับจังหวะการออกสำรวจเมืองของ Heartopia ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมกิจกรรมและสะสมไอเทมพิเศษได้อย่างสบาย ๆ

ขณะเดียวกัน กาชาธีมคอลแลปส์「น้องเนยสารพัดลุค」ก็จะเปิดให้เล่นพร้อมกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ธีมหลัก ได้แก่ เชฟขนม และ ตะลุยชิม ผู้เล่นสามารถใช้บัตรงานแสดงในการสุ่มรับไอเทม และมีโอกาสได้รับชุดคอสตูมธีมน้องเนยแบบลิมิเต็ด พาหนะคอลแลปส์ใหม่ รถเข็นช็อปปิ้งน้องเนย รวมถึงวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ธีมร้านเบเกอรี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวด้วยชุดลิมิเต็ด ขับรถเข็นสุดน่ารักเที่ยวไปรอบเมือง หรือสร้างร้านขนมปังสไตล์น้องเนยในบ้านของตัวเอง ผู้เล่นก็สามารถพาน้องเนยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเมือง Heartopia ได้ในแบบของตัวเอง

ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลด Heartopia เพื่อเข้ามาทำความรู้จักกับชีวิตอิสระในเมือง ระบบสร้างบ้าน และการเล่นร่วมกับเพื่อน ๆ ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป น้องเนยจะเดินทางเข้าสู่เมือง Heartopia อย่างเป็นทางการ และร่วมเปิดทริปคอลแลปส์ลิมิเต็ดไปพร้อมกับผู้เล่นทุกคน: https://tap.io/ivpPTIp

สำหรับอีเวนต์ออฟไลน์คอลแลปส์ Heartopia จะจัดกิจกรรม “บ้านใหม่ของน้องเนยในกรุงเทพฯ” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ CentralWorld ชั้น 1 โซน Eden 1 โดยเปิดให้เข้าร่วมวันละ 2 รอบ ได้แก่ 11:00 – 15:00 น. และ 16:00 – 20:00 น. ภายในงานจะนำเสนอคอนเซ็ปต์ “มาเช็กอิน Heartopia ไปกับน้องเนย” พร้อมพื้นที่ประสบการณ์หลากหลายโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดลงทะเบียนเข้าเมือง โซนเช็กอินหลัก จุดถ่ายรูปกับรถเข็นน้องเนย โซนทดลองเล่นเกม โซนกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ เฟรมโฟโต้บูธคอลแลปส์ และจุดแลกรับของรางวัล

ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับการ์ดภารกิจพิเศษ ทำภารกิจในเมือง เช่น ถ่ายรูปเช็กอิน ร่วมสนุกกับกิจกรรม ทดลองเล่นเกม และสะสมแสตมป์ เพื่อปลดล็อกสิทธิ์ถ่ายโฟโต้บูธคอลแลปส์ลิมิเต็ด พร้อมรับของที่ระลึกภายในงาน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีของรางวัลสุดพิเศษมากมาย อาทิ กล่องสุ่มน้องเนย พวงกุญแจตุ๊กตาน้องเนย แม่เหล็กติดตู้เย็นน้องเนย ตุ๊กตา Annie จาก Heartopia กล่องสุ่มน้องแมวจาก Heartopia และแม่เหล็กติดตู้เย็น Heartopia โดยของรางวัลมีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน

โกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ภายในเกมเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์แบรนด์ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์ เกมและไลฟ์สไตล์ รวมถึงผู้เล่นและพื้นที่เมืองเข้าด้วยกัน Heartopia หวังว่าการคอลแลปส์กับน้องเนย ซึ่งเป็น IP ที่ได้รับความรักจากผู้คนในประเทศไทย จะช่วยนำอิสระในการใช้ชีวิต ความอบอุ่นของการเข้าสังคม และความรู้สึกฮีลใจจากในเกม มาสู่ประสบการณ์ในโลกจริง เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสความสุขของการ “เช็กอินเข้าเมือง Heartopia” ทั้งในเกมและนอกเกม

ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป โกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสะสมชุดลิมิเต็ดในเกม ขับรถเข็นน้องเนยออกสำรวจเมือง หรือเดินทางมาร่วมกิจกรรมลิมิเต็ดที่ CentralWorld กรุงเทพฯ และถ่ายโฟโต้บูธสุดพิเศษ ผู้เล่นทุกคนสามารถใช้วิธีของตัวเอง เริ่มต้นชีวิตในเมือง Heartopia แสนฮีลใจไปพร้อมกับน้องเนยได้แล้ววันนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear ได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ทางการของ Heartopia:

Official Website: heartopia.xd.com/th

Facebook: facebook.com/HeartopiaTH

Instagram: instagram.com/heartopia_th

TikTok: tiktok.com/@heartopia_th

Discord: https://discord.gg/heartopia


T-BEAUTY

T-BEAUTY ยุคแฟนด้อมครองเมือง! 6 แบรนด์ไทยคุณภาพปัง

T-BEAUTY ยุคแฟนด้อมครองเมือง! 6 แบรนด์ไทยคุณภาพปัง ที่มีคนดังและฐานแฟนคลับสุดแกร่งอยู่เบื้องหลัง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ T-BEAUTY อาจไม่ใช่การเปิดตัวส่วนผสมใหม่หรือนวัตกรรมล่าสุด แต่เป็นการที่เราได้เห็นแบรนด์ความงามไทยหันมาจับมือกับศิลปินและนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่หลิงหลิง คอง,เบ็คกี้ อาร์มสตรอง, พีพี กฤษฏ์, ซี-นุนิว, เก่ง-น้ำปิง ไปจนถึงเฉินเจ๋อหย่วน

แน่นอนว่าไม่มีแฟนด้อมไหนทำให้สินค้าที่ไม่ดีประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว แต่ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยตัวเลือกและผลิตภัณฑ์คุณภาพใกล้เคียงกันมากขึ้น พลังของแฟนคลับกลับกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ไทยเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

เพราะสิ่งที่มาพร้อมกับศิลปินหนึ่งคนไม่ได้มีแค่ชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงกลุ่มแฟนด้อมที่พร้อมร่วมฉลองทุกความสำเร็จ ตั้งแต่การสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย การเข้าร่วมอีเวนต์ ไปจนถึงการสนับสนุนสินค้าที่ศิลปินเลือกเป็นตัวแทน

เมื่อโปรดักต์ปังมาเจอกับแฟนด้อมที่พร้อมเปย์ พร้อมซัพพอร์ต และพร้อมสร้างกระแสให้ทุกแคมเปญ เราจึงชวนไปส่อง 6 แบรนด์ T-BEAUTY ที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังของความงามและพลังของแฟนคลับสามารถเติบโตไปด้วยกันได้จริง

#01
HER HYNESS X LINGLING KWONG

HER HYNESS ไม่ได้เลือกหลิงหลิงเพราะเธอกำลังดัง แต่เลือกเพราะเธอคือภาพสะท้อนของแบรนด์ในเวอร์ชั่นที่มีชีวิตจริง แถมยังมาพร้อมอิทธิพลความนิยมที่ขยายไกลเกินกว่าตลาดในประเทศ การแต่งตั้ง BRAND AMBASSADOR คนแรกของแบรนด์จึงไม่ใช่แค่การคว้าตัวดาวเด่นแห่งยุค แต่ยังเป็นหมากสำคัญที่ช่วยพา HER HYNESS จากแบรนด์สกินแคร์ไทยที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก้าวสู่การเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงในระดับภูมิภาคมากขึ้น

HERO PRODUCT: HER HYNESS UV ADAPT HYA WATER SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดเนื้อสัมผัสบางเบา ฉ่ำสบายผิวราวกับสกินแคร์ แต่ยังให้การปกป้องแดดประสิทธิภาพสูง และยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือเมื่อหลิงหลิงเผยว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อยู่ก่อนรับตำแหน่ง BRAND AMBASSADOR

#02
BIOACTIVE+ X BECKY ARMSTRONG

การเลือกเบ็คกี้ อาร์มสตรอง มาเป็น PRESENTER ของ BIOACTIVE+ ไม่ได้เป็นเพียงการร่วมงานกับนักแสดงหญิงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการเลือกตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการดูแลตัวเองอย่างสมดุล อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและฐานแฟนคลับทั้งในประเทศและต่างประเทศของเธอ ยังช่วยเสริมการรับรู้แบรนด์และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HERO PRODUCT: BIOACTIVE+ CONCENTRATED LIQUID COLLAGEN

คอลลาเจนชนิดน้ำพร้อมดื่มที่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่นของแบรนด์ โดดเด่นด้วยคอลลาเจนเข้มข้นในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย ผสานการพัฒนาสูตรเพื่อการดูแลผิวให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และเสริมการบำรุงจากภายใน

#03

SRICHAND × ZEE-NUNEW

SRICHAND × ZEE-NUNEW คือความคลาสสิกกับความร่วมสมัยสามารถเดินไปด้วยกันได้ SRICHAND การเลือกซี-นุนิว เป็นพรีเซ็นเตอร์จึงไม่ใช่แค่การเติมความสดใหม่มุ้งมิ้งให้แบรนด์ แต่ยังเป็นการเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านสองศิลปินที่มีทั้งอิทธิพลและฐานแฟนคลับเหนียวแน่น จนช่วยให้แบรนด์อายุกว่า 70 ปีถูกพูดถึงอีกครั้งในสายตาคนรุ่นใหม่

HERO PRODUCT: SRICHAND SUNLUTION HYBRID SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดตัวเด่นที่ SRICHAND ใช้รุกตลาด SUN CARE ด้วยจุดขายเรื่องการผสานการปกป้องแสงแดดเข้ากับการบำรุงผิวในหนึ่งเดียวอมเนื้อสัมผัสบางเบาที่เหมาะกับอากาศเมืองไทย

#04

JOURNAL × PP KRIT

JOURNAL เลือกพีพี กฤษฏ์ เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงศิลปินที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นหนึ่งในคนดังที่ทรงอิทธิพลด้านสไตล์มากที่สุดของยุค การร่วมงานครั้งนี้จึงช่วยเติมภาพลักษณ์ความพรีเมียมและความน่าปรารถนาให้กับแบรนด์ได้อย่างลงตัว พร้อมพา JOURNAL เข้าไปอยู่ในเรดาร์ของผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น 

HERO PRODUCT: JOURNAL BODY OIL

บอดี้ออยล์เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมมอบกลิ่นหอมติดผิวในแบบฉบับของแบรนด์ หนึ่งในสินค้าขายดีที่ JOURNAL วางให้เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา

#05

BEAUTILAB × KENG–NAMPING

BEAUTILAB เลือกเก่ง–น้ำปิงในฐานะพรีเซนเตอร์เพราะแคมเปญของแบรนด์ไม่ได้ทำงานแค่ในระดับการรับรู้ แต่ทำงานผ่าน ‘โมเมนต์’ บนไลฟ์และโซเชียลที่คนดูมีส่วนร่วมจริง ความน่าสนใจของทั้งคู่ไม่ใช่แค่เพียงภาพลักษณ์ที่โดนใจคนยุคใหม่และเมคอัพลุคที่สวยเข้าเทรนด์ แต่คือ ‘เคมีระหว่างกัน’ ที่ทำให้คอนเทนต์มีแรงดึงดูดพอจะทำให้ผู้ชมอยู่ต่อ และแปรไปเป็นการพูดถึงสินค้าในจังหวะเดียวกัน

HERO PRODUCT: BEAUTILAB A2P CONCEALER & CORRECTOR

คอนซีลเลอร์และคอร์เรคเตอร์ที่กลายเป็นตัวหลักของแคมเปญ ด้วยการแก้ตาคล้ำและความหมองแบบเนียนไปกับผิว เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย และถูกหยิบมาใช้ซ้ำในคอนเทนต์ของแบรนด์จนกลายเป็นภาพติดตา

#06
MIZUMI × CHEN ZHEYUAN

การดึงเฉินเจ๋อหย่วนขึ้นแท่น BRAND AMBASSADOR ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ MIZUMI ในวันที่ T-BEAUTY เริ่มถูกจับตามองในระดับสากล เพราะนอกจากฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งทั่วเอเชียแล้ว เสน่ห์ในแบบอบอุ่น จริงใจ และเข้าถึงง่ายของเขายังสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างลงตัว จนกลายเป็นตัวแทนสำคัญที่ช่วยพา MIZUMI ไปทำความรู้จักกับผู้บริโภคนอกประเทศไทยมากขึ้น

HERO PRODUCT: MIZUMI UV AQUA LOCK SERUM SPF50+ PA++++

กันแดดเซรั่มรุ่นใหม่ที่ MIZUMI เลือกใช้เปิดตัวแคมเปญของเฉินเจ๋อหย่วน ชูจุดเด่นเรื่องการเติมชุ่มชื้นควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดด พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบาที่ออกแบบมาให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบเอเชีย

  • BEAUTY EDITOR TALK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

มิติใหม่แห่งค่ำคืนเหนือจินตนาการ ใจกลาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อศิลปะแห่งการสังสรรค์มาบรรจบกับความสร้างสรรค์ใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ในค่ำคืนที่เปลี่ยนความธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำเหนือจินตนาการร่วมสัมผัสประสบการณ์ลุ่มลึกผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และมุมมองที่สะท้อนว่า “Every drink should reflect your style” 

Monkey Shoulder ชวนเหล่าลูกค้าที่ไม่เคยหลับไหลมาร่วมเปิดประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษในงาน “Stir Up The Unexpected Night” ณ Aether Bangkok ชั้น 44 ใจกลางเมือง

บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยพลังงานความสนุก เสียงเพลง และประสบการณ์เหนือระดับที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เริ่มต้นต้อนรับผู้มาเยือนด้วยเครื่องดื่มแก้วพิเศษต้อนรับแขกอย่าง “Monkey Old Fashioned” ก่อนจะนำเข้าสู่กิจกรรมสุดสร้างสรรค์กับมุมออกแบบแก้วทัมเบลอร์เฉพาะบุคคล ที่เปิดโอกาสให้แขกในงานได้ดีไซน์แก้วทัมเบลอร์ในสไตล์ของตัวเอง ภายใต้แนวคิด “Every drink should reflect your style” 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างคุณ “เต่า-เผ่าทอง ไดกิ้นส์” มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมส่งต่อความหลงใหลและพลังขับเคลื่อนอันเต็มเปี่ยมของแบรนด์ให้กับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นกันเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น คือการจับมือกับ “คุณอ๋อง” จาก Find The Locker Room และ “คุณฟิล์ม” จาก สิริมหรรณพ ที่มาร่วมสะบัดขวดรังสรรค์ สูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตบท้ายด้วยความสนุกจากไลน์อัพดีเจสุดเท่ ทั้ง DJ Esof, DJ Ohmlettes, DJ Riothuntt และ DJ Sinnamon ที่มาร่วมสร้างสีสันบรรยากาศให้ครึกครื้น ตื่นเต้น และสนุกสนานมากขึ้ ให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วย ช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังตบเท้ามาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต, อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล และ ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร

“The Soul of Caribbean Journeys” ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเกาะสวรรค์

“The Soul of Caribbean Journeys” ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเกาะสวรรค์

เมื่อกลิ่นอายทะเลสีเทอร์ควอยซ์แห่งหมู่เกาะเติกส์และเคคอส (Turks & Caicos Islands) เดินทางไกลมาถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องอาหาร เทรเดอร์ วิคส์ (Trader Vic’s Bangkok) ณ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท (Anantara Riverside Bangkok Resort) ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งพิเศษกับ “The Soul of Caribbean Journeys” การเดินทางผ่านรสชาติและวัฒนธรรมแห่งแคริบเบียน ผ่าน 3 ประสบการณ์สุดพิเศษตลอด 5 วัน โดย เชฟโอลิวิเยร์ ฮิลตัน (Chef Olivier Hilton) เชฟผู้สร้างชื่อเสียงให้กับ Alexandra Resort รีสอร์ตชั้นนำแห่งหมู่เกาะเติกส์และเคคอส ระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2569

เริ่มต้นกันที่ 10 มิถุนายน กับ “The Soul of Caribbean Cooking” คลาสสอนทำอาหารแบบใกล้ชิดที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เทคนิค เคล็ดลับ และสูตรอาหารซิกเนเจอร์จากเชฟโอลิวิเยร์ด้วยตัวเอง ผ่านการลงมือปรุงอาหารแคริบเบียนที่สะท้อนสีสันและความหลากหลายของวัฒนธรรมบนหมู่เกาะเขตร้อน เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่รักการทำอาหารและผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการกิน ในราคา 1,699++ บาทต่อท่าน

ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 10 – 13 มิถุนายน กับ “Rasta Soul Meets Tiki” มื้อค่ำสุดพิเศษที่เชื้อเชิญนักชิมร่วมออกเดินทางผ่านรสชาติแห่งแคริบเบียน โดยเชฟโอลิวิเยร์ได้รังสรรค์เซ็ตเมนู 5 คอร์ส ราคา 1,799++ บาทต่อท่าน พร้อมเสิร์ฟคู่กับ Mai Tai ค็อกเทลซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่อของเทรเดอร์ วิคส์ จำนวน 1 แก้ว นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายเมนูให้เลือกสรร ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรมเกาะสวรรค์ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น เครื่องเทศ และเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานจากวงดนตรีสดสไตล์ละติน

ปิดท้ายเทศกาลในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 กับ “Casa Latina Sunday Brunch” บรันช์สุดคึกคักที่รวบรวมเชฟสายละตินชั้นนำของกรุงเทพฯ มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์แห่งรสชาติในงานเดียว นำโดย เชฟโอลิวิเยร์ ฮิลตัน ร่วมด้วย เชฟอันเดรส (Chef Andre) จาก Nomada Bangkok, เชฟเบโต้ (Chef Beto) จาก La Lupita Bangkok, เชฟคาร์ลอส (Chef Caros) จาก SEEN Bangkok, เชฟมานูเอล (Chef Manuel) จาก Anantara Riverside Bangkok และเชฟบรายัง (Chef Brayang) จาก Trader Vic’s Bangkok ที่จะร่วมกันนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ หลากหลายเมนูย่างสไตล์ละติน และเมนูพิเศษเฉพาะวันเดียวเท่านั้น เพลิดเพลินกับดนตรีสด บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง และกิจกรรมสำหรับครอบครัว โดยมีแพ็กเกจให้เลือกตั้งแต่ราคา 2,800++ บาทต่อท่าน

รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์และน้ำผลไม้, ราคา 3,800++ บาทต่อท่าน รวมไวน์ เบียร์ ค็อกเทล น้ำผลไม้ และซอฟต์ดริงก์แบบไม่อั้น, ราคา 5,500++ บาทต่อท่าน รวมแชมเปญ Perrier-Jouët Grand Brut พร้อมเครื่องดื่มพรีเมียมแบบไม่อั้น และเด็กอายุ 5–11 ปี รับประทานฟรี เมื่อมาพร้อมผู้ปกครองที่ชำระค่าบริการ

“The Soul of Caribbean Journeys” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2569 ณ Trader Vic’s Bangkok อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 0 2431 9488 หรืออีเมล [email protected]

ร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งรสชาติแคริบเบียนที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรม และจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่าน 3 ประสบการณ์สุดพิเศษที่พร้อมพานักชิมและนักเดินทางทางรสชาติไปสัมผัสเสน่ห์ของหมู่เกาะแคริบเบียนแบบใกล้ชิดกว่าที่เคย

Kida Motokuni

Kida Motokuni คุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

ทำความรู้จัก Kida Motokuni คุณหมอความงามสุดหล่อที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

หากคุณสงสัยว่าคุณหมอหน้าหล่อคนนี้คือใคร ขอเล่าย่อๆ ให้ฟังว่า

หนึ่ง เขาเป็นเจ้าของคลินิกความงาม THE BEAUTE CLINIC  ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านชิบูย่า ย่านเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในกรุงโตเกียว

สอง เขาคือคุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น และในบรรดาแวดวงหมอความงามด้วยกัน เขามียอดผู้ติดตามในอินสตราแกรมสูงที่สุดกว่า 2 แสนคน
สาม นอกจากการเป็นหมอ เขายังมีความฝันอยากทำงานในวงการบันเทิงในเมืองไทย

ก่อนจะมาเปิดคลินิก เส้นทางการทำงานของคุณหมอเป็นอย่างไรคะ

“หลังจากเรียนจบที่ Osaka Medical University ผมทำงานเริ่มจากดูแลแผนกกุมารเวชที่ Toranomon Hospital จากนั้นก็เบนเข็มมาทำงานในคลินิกความงามราว 5 ปี เริ่มจากรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแพทย์ที่ Shinagawa Beauty Clinic และเป็นผู้อำนวยการแพทย์ที่ BIANCA CLINIC  ก่อนตัดสินใจเปิดคลินิก THE BEAUTE CLINIC ของตัวเองที่ชิบูย่า เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วครับ

“คลินิกของผมมีแนวคิดว่า Love Yourself เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเข้ารับบริการ หลายคนไม่พอใจใบหน้าตัวเอง พวกเขาอยากจมูกโด่งขึ้น ตาโตขึ้น หรือหน้าเล็กลง แต่เมื่อมองลึกลงไป หลายคนเพียงต้องการความมั่นใจ หรืออยากได้รับการยอมรับมากขึ้น ผมจึงตั้งคำถามว่า ความสวยที่แท้จริงคืออะไร สำหรับผม ความงามไม่ได้เกิดขึ้นจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากจิตใจ เมื่อเรารักตัวเอง ความมั่นใจและเสน่ห์จะสะท้อนออกมาเอง นี่คือแก่นของคำว่า Love Yourself”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลคนไข้อย่างไร จนขึ้นชื่อว่าจองคิวยากที่สุดคะ 
 “จุดเด่นของผมคือการรักษาด้วยสารเติมเต็ม ไม่ใช้วิธีผ่าตัดเลยครับ หลายคนอาจคิดว่าสารเติมเต็มเปลี่ยนใบหน้าได้ไม่มาก แต่ผมพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า ที่จริงเทคนิคนี้สามารถปรับรูปหน้า เสริมจมูก หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่จริงผมไม่ได้ต่อต้านการศัลยกรรมนะครับ แต่การผ่าตัดมีความเสี่ยง และเมื่อลงมือผ่าแล้ว หากเกิดความผิดพลาดจะแก้ไขได้ยาก คนไข้บางคนถึงขั้นไม่มีความสุขเมื่อมองใบหน้าตัวเอง ในขณะที่การใช้สารเติมเต็ม เป็นหัตถการที่สามารถปรับแก้หรือคืนสภาพได้ เพราะสารเติมเต็มจะคงสภาพได้ราวๆ 1-2 ปี (ขึ้นกับการดูแลตัวเอง) ผมมองว่านี่เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้คนไข้มีความสุขกับผลลัพธ์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสารเติมเต็มเองก็มีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้หรือผลข้างเคียงเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”

เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา คุณหมอวางแผนการรักษาอย่างไร

“สิ่งแรกที่ผมจะถามคือคนไข้คาดหวังอะไร และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองในแบบไหน เพราะผมให้ความสำคัญกับพื้นฐานและมุมมองชีวิตของพวกเขามาก ทุกคนมีเหตุผลที่เข้ามารักษาแตกต่างกัน จากนั้นจึงแนะนำแนวทางการปรับรูปหน้า โดยไม่มากเกินความจำเป็น”

เทรนด์ความงามของสาวญี่ปุ่นเป็นอย่างไรคะ

“เน้นความน่ารักครับ สาวๆ กำลังฮิตหน้ากลม แก้มกลม คางสั้น ไม่ต้องดูสวยจัดๆ แล้วก็เน้นเรื่องงานผิว ที่ต้องสวย เรียบเนียน ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ฮิตของคนทั้งโลกนะ”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลตัวเองอย่างไรคะ   

“เดิมทีสภาพผิวผมมีปัญหา เพราะผมเป็นผู้ชายผิวจึงมันง่าย และแต่ก่อนก็มีความเชื่อว่าถ้าอยากผิวดีต้องโบกครีมเยอะ ครีมจึงอุดตันรูขุมขน สิวก็ยิ่งขึ้น ผมเปลี่ยนสกินแคร์มาหลายครั้ง จนกระทั่งเจอสูตรที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ โปรดักส์ที่ผมใช้จะมีอยู่ 3 ตัวหลัก ๆ ได้แก่ โฟมล้างหน้าจากแบรนด์ Skin Amure ที่ชอบแบรนด์นี้เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังคิดค้นขึ้น และการใช้โฟมล้างหน้าที่เป็นฟอง จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินได้ จากนั้นก็จะใช้เซรั่ม และตบท้ายด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีซึ่งเป็นของแรนด์ Skin Amure เช่นกันครับ”

เรื่องส่วนใหญ่ที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้สกินแคร์คืออะไรคะ

“สำหรับคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ผิวต้องชุ่มชื่นไว้ก่อนจึงทาครีมเยอะ แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายครับ เพราะหน้าจะยิ่งมันและสิวขึ้นง่ายกว่าเดิม ส่วนอีกหนึ่งความเชื่อคือ มาส์กหน้าทุกวันแล้วผิวจะดี ที่จริงวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว เพราะผลิตภัณฑ์ยิ่งเข้าไปอุดตัน หากผิวมัน ความถี่ในการมาส์กควรอยู่ที่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็พอและให้มาส์กเฉพาะวันที่ออกแดดจัด แนะนำว่า ในมาส์กควรมีสารบำรุงผิวอย่างอย่าง Glutathion ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และ Tranexamic acid ที่ช่วยลดความหมองคล้ำด้วย

“อย่างสาวไทยผิวมัน เป็นสิวง่าย สิ่งที่คุณควรทำคือ ตอนเช้าให้ล้างหน้าด้วยโฟม และใช้ สกินแคร์ที่ช่วยลดความมัน เช่น วิตามินซี ตอนกลางคืนให้ใช้เรตินอลหรือวิตามินเอ หากสิวขึ้นเยอะแนะนำให้กินวิตามินเอเสริม สิ่งสำคัญที่สุดคืออาหารครับ ผมแนะนำให้กินบลูเบอร์รี่, อะโวคาโด, แซลมอน จะดีกับผิว ควรงดของทอด  สำหรับครีมกันแดดควรทาซ้ำทุกๆ  2-3 ชั่วโมง ผมแนะนำให้ฉีดสเปรย์กันแดด ผมเองก็พกตลอดเวลา”

แอบขอนอกเรื่องค่ะ คุณหมอหล่อขนาดนี้ เคยมีแมวมองชักชวนเข้าวงการไหมคะ

“เคยครับ อย่างที่ญี่ปุ่นเคยมีคนชวนผมทำงานสายวงการบันเทิงเหมือนกัน แต่ผมยังไม่เคยตอบรับเพราะบทบาทของผมคือหมอ แต่ก็อยากชาเลนจ์ตัวเองในสายเอนเตอร์เทนเมนต์เหมือนกันนะ จึงเป็นเหตุผลที่มาเมืองไทย เพราะอยากลองทำงานวงการบันเทิงที่นี่ จะเป็นนักแสดงหรือนายแบบก็ได้ครับ เพราะผมคิดว่า นอกจากความเป็นหมอ ผมยังมีความเป็นอาร์ติสในตัวเองด้วย ผมชอบเรื่องแฟชั่น หากใครสนใจ ติดต่องานได้นะครับ

“ผมมาเมืองไทยบ่อยมาก เพราะชื่นชอบคนไทย คนที่นี่หน้าตายิ้มแย้ม มีความสุข ต่างจากคนญี่ปุ่นที่เคร่งเครียด  ผมชอบเวลาที่คนไทยพูดคำว่า ไม่เป็นไร มันคล้ายคลึงกับแนวคิด love yourself ของผม เพราะก่อนที่เราจะรักอะไรได้ เราต้องรักตัวเองให้เป็นครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากรู้จักวัฒนธรรมและมายด์เซ็ตของคนไทยมากขึ้น

“นอกจากงานบันเทิงผมคิดว่า ตลาด T- Beauty ในเมืองไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งผมเองก็มีแพลนจะทำธุรกิจเครื่องสำอาง และอยากร่วมงานกับแบรนด์ไทยด้วย”

ถ้าอยากรู้จักคุณหมอ Kida เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ IG @Dr.Kida

  • เรื่อง : Fai
  • ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ
Dazzle Me

Dazzle Me เปิดตัว “Barbie x Dazzle Me Collection” ชวนแฟนๆ กรี๊ด “ตี๋ตี๋ – ป๋อ”

Dazzle Me แบรนด์เครื่องสำอางที่โดดเด่นด้านความสนุก เทรนดี้ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ “Barbie x Dazzle Me Collection” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงาน BARBIE X DAZZLE ME ‘Dazzling Party’ with TeeteePor นับเป็นคอลเลคชั่นลิขสิทธิ์ลาย Barbie หนึ่งเดียว ที่ผสานความเป็นไอคอนระดับโลกเข้ากับความสดใสของเมคอัพยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

คอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความมั่นใจ ความสนุก และความเป็นตัวเองในแบบของ Barbie ผ่านดีไซน์แพ็กเกจจิ้งสุดน่ารักและไอเท็มเมคอัพที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะ Get A Grip! Matte Setting Spray Oil Control+ Set ไอเท็มไฮไลต์ของแบรนด์ ที่ช่วยล็อคเมคอัพให้ติดทนนาน พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

คอลเลคชั่น Barbie x Dazzle Me ยังมาพร้อมไอเท็มเมคอัพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งลุคงานผิวและงานปาก อาทิ Hello Mello Lip & Cheek Palette พาเลตต์มัลติยูสที่ใช้งานได้ทั้งแก้มและริมฝีปาก, Peptide Power Tinted Lip Balm ทั้งเนื้อโกลว์และแมตต์ พร้อม SPF50+ PA++++ ที่ช่วยบำรุงและปกป้องริมฝีปาก, Better Than Filter HD Invisible Powder แป้งเนื้อบางเบาที่ช่วยเบลอผิวให้เรียบเนียน และ Lock & Pop! 3D Curl-ing Iron Mascara ที่ช่วยยกขนตาให้ดูงอนเด้งโดดเด่นตลอดวัน โดยทุกไอเท็มถูกออกแบบภายใต้ดีไซน์ Barbie สุดไอคอนิก สะท้อนความสนุกและความมั่นใจในแบบฉบับของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

เพื่อฉลองการเปิดตัว Dazzle Me ได้จัดงานอีเว้นท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Siam Square One ชั้น 3 ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยมีศิลปินชื่อดัง “ตี๋ตี๋ – ป๋อ” มาร่วมสร้างสีสันภายในงานอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมพิเศษสำหรับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบนเวที การสัมภาษณ์ รวมถึงกิจกรรม Lucky Fan ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ร่วมโมเมนต์พิเศษกับศิลปิน

Dazzle Me เปิดตัว “Barbie x Dazzle Me Collection” ในงาน BARBIE X DAZZLE ME ‘Dazzling Party’ with TeeteePor ชวนแฟนๆ สัมผัสความน่ารักสุดไอคอนิก พร้อมใกล้ชิดศิลปินสุดฮอต “ตี๋ตี๋ – ป๋อ”

ภายในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นโลกของ Barbie ใจกลางสยาม ด้วยบรรยากาศสีชมพูสุดไอคอนิก พร้อมมุมถ่ายรูปสุดคิวต์ที่จัดเต็มทั่วพื้นที่ ให้แฟนๆ ได้เก็บโมเมนต์สุดพิเศษและสร้างคอนเทนต์กันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง โยชิ, จัสมิน และ สยาโม มาร่วมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับงาน เพิ่มความสนุกและความน่าสนใจให้กับอีเว้นท์ตลอดทั้งวัน

ทั้งยังมีกิจกรรมสำหรับผู้โชคดี 20 คน ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมงานแบบใกล้ชิด พร้อมถ่ายภาพ เล่นเกมส์กับศิลปินบนเวที และลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Polaroid พร้อมลายเซ็นศิลปิน และ PR Box จากคอลเลคชั่น Barbie

Dazzle Me ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ผ่านการผสานโลกของ Beauty, Pop Culture และ Entertainment เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างทั้งกระแส ความสนุก และการมีส่วนร่วมในทุกแคมเปญ


Mod Girl Is Back แฟชั่นยุค 60s กลับมาอีกครั้งผ่าน LEMONADE ของ aespa

หลังสร้างภาพจำในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปแห่งโลกอนาคตด้วยลุคไซไฟ สีเมทัลลิก และสไตล์ Y3K มานานหลายปี ล่าสุด aespa กลับสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ด้วยมิวสิกวิดีโอ LEMONADE ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่โลกของ Mod Fashion อันโดดเด่นในช่วงทศวรรษ 1960

ไม่ว่าจะเป็น เดรสทรง Shift Dress สีเหลืองสด ทรงผม Bouffant ที่เซ็ตให้มีวอลุ่มสูง รวมถึงเมคอัพดวงตาที่เน้นขนตาหนาเป็นแพ ล้วนเป็นดีเทลที่ชวนให้นึกถึงภาพจำของหญิงสาวยุค Swinging Sixties และนอกจาก aespa จะหยิบแฟชั่นวินเทจมานำเสนอแล้ว ก็ยังนำจิตวิญญาณของ “Mod Girl” กลับมาตีความใหม่ให้เข้ากับผู้หญิงยุคปัจจุบัน

Mod Fashion ไม่ใช่แค่แฟชั่นย้อนยุค แต่คือสัญลักษณ์ของผู้หญิงรุ่นใหม่

หากย้อนกลับไปในยุค 1960s Mod Fashion ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงตัวตนและหลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ ของสังคม

เสื้อผ้าทรงตรงอย่าง Shift Dress กลายเป็นทางเลือกใหม่แทนชุดที่เน้นสัดส่วนและความเป็นผู้หญิงแบบดั้งเดิม ขณะที่กระโปรงสั้น เมคอัพดวงตาโดดเด่น และทรงผมที่ดูสนุกสนาน ล้วนสะท้อนภาพของหญิงสาวที่กล้าแสดงออกและมีอิสระในการกำหนดตัวตนของตนเอง

โดยในยุคนั้นมี Twiggy นางแบบชื่อดัง เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ท้าทายมาตรฐานความงามแบบเดิมๆ

Mod Girl ในปี 2026

การกลับมาของ Mod Fashion ใน LEMONADE เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วงการแฟชั่นกำลังมองย้อนกลับไปยังยุค 60s อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเดรสทรง A-Line สีสันสดใส รองเท้า Mary Jane หรือเมคอัพดวงตาแบบ Graphic Eye ที่เริ่มปรากฏบนรันเวย์และในวัฒนธรรมป๊อปมากขึ้น

ส่วนสิ่งที่ทำให้การหยิบ Mod Fashion กลับมาใช้ในครั้งนี้น่าสนใจกว่าการรีไววัลทั่วไป คือการเชื่อมโยงเข้ากับข้อความของเพลง

เนื้อหาของ LEMONADE พูดถึงการไม่ปล่อยให้เสียงวิจารณ์หรือความวุ่นวายจากภายนอกมากำหนดคุณค่าของตัวเอง การยืนหยัดในตัวตน และการเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของหญิงสาวยุค Mod

ดังนั้น จึงทำให้ลุคแฟชั่นของ aespa ไม่ได้เป็นเพียงการอ้างอิงอดีต แต่เป็นการนำแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระของผู้หญิงกลับมาเล่าใหม่ผ่านภาษาของ K-pop


ภาพ: SMTOWN, @twiggylawson

Dua Lipa

จาก Bianca Jagger ถึง Dua Lipa กับลุคเจ้าสาวที่โลกแฟชั่นกำลังพูดถึง

หากมีหนึ่งลุคเจ้าสาวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นการปรากฏตัวของ Dua Lipa ในวันเข้าพิธีวิวาห์กับนักแสดงหนุ่ม Callum Turner ที่กรุงลอนดอน เพราะแทนที่จะเลือกชุดเดรสเจ้าสาวแบบดั้งเดิม นักร้องสาวกลับปรากฏตัวในชุดสูทและกระโปรงสั่งตัดพิเศษจาก Schiaparelli ซึ่งชวนให้นึกถึงหนึ่งในลุคเจ้าสาวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่นอย่าง Bianca Jagger

จาก Bianca Jagger ถึง Dua Lipa กับลุคเจ้าสาวที่โลกแฟชั่นกำลังพูดถึง

ผลงานจาก Schiaparelli ภายใต้การออกแบบของ Daniel Roseberry มาในรูปแบบเบลเซอร์สีงาช้างเข้ารูป ประดับกระดุมสีทองเอกลักษณ์ของเมซง จับคู่กับกระโปรงทรงอสมมาตรและบัสติเยร์สีบลัชตกแต่งลูกไม้ พร้อมถุงมือสีขาว รองเท้าจาก Christian Louboutin และหมวกปีกกว้างผลงานของ Stephen Jones ซึ่งช่วยเติมกลิ่นอายความหรูหราแบบยุค 70 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Huty23676 005

แรงบันดาลใจของลุคนี้ย้อนกลับไปเมื่อปี 1971 เมื่อ Bianca Jagger เข้าพิธีวิวาห์กับ Mick Jagger ที่เมืองแซงต์-โทรเปซ์ โดยเลือกสวมชุด Le Smoking ของ Yves Saint Laurent แทนชุดเจ้าสาวแบบดั้งเดิม ลุคดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแฟชั่นเจ้าสาวไปตลอดกาล และยังคงถูกอ้างอิงในโลกแฟชั่นมาจนถึงปัจจุบัน

การเลือกสวมชุดสูทของ Dua Lipa ลุคนี้สะท้อนมุมมองของเจ้าสาวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนผ่านการแต่งกาย และเลือกนิยามความสง่างามในแบบของตัวเอง หลายสื่อแฟชั่นมองว่าลุคนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส “Skirt Suit Bride” ที่ผสมผสานความสง่างาม ความมั่นใจ และความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

เช่นเดียวกับที่ Bianca Jagger ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับเจ้าสาวเมื่อกว่า 50 ปีก่อน วันนี้ Dua Lipa ก็กำลังพิสูจน์ว่าแฟชั่นเจ้าสาวในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เดรสสีขาวฟูฟ่องอีกต่อไป แต่สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่อย่างแท้จริง


เปิด แผนธุรกิจ ปี 2569 เดินหน้าขยายตลาดบุกกรุงเทพฯ

เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาบริการพร้อมเดินหน้าขยายสาขาและฐานลูกค้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ

คลาสคลินิก (Class Clinic) คลินิกเสริมความงามชั้นนำระดับประเทศ เดินหน้าสร้างการเติบโตครั้งสำคัญในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 6 ของการดำเนินธุรกิจ ด้วยความร่วมมือกับ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ในการนำนวัตกรรมความงามระดับโลกเข้ามาเสริมศักยภาพการให้บริการ พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งขยายตลาดสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานบริการความงามของไทย

จากจุดเริ่มต้น คลาสคลินิก ที่จังหวัดขอนแก่น เพียง 6 ปี คลาสคลินิก เติบโตอย่างก้าวกระโดดมีสาขาครอบคลุม 30 แห่งทั่วประเทศ ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 300% ต่อปี โดยมีจุดแข็งสำคัญจากการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใส ให้กล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ให้ลูกค้ากลับบ้าน และการคัดสรรนวัตกรรมที่มีคุณภาพ สร้างมาตรฐานบริการที่ลูกค้าไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง คลาสคลินิก และ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ นับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการและภาพลักษณ์แบรนด์คลาสคลินิก ผ่านการนำเทคโนโลยียกกระชับ Ultraformer III และผลิตภัณฑ์ Lorient Filler จาก พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่กระแสตอบรับจากตลาดยังเป็นไปในทิศทางที่ดีตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการจริง ด้วยยอดจองล่วงหน้ากว่า 200 เคส ซึ่งยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อนวัตกรรมและแบรนด์คลาสคลินิกได้อย่างชัดเจน

นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพารากอนแคร์ ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “ทางพารากอนแคร์มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จและการเติบโตที่ก้าวกระโดดของคลาสคลินิก การส่งมอบเครื่อง Ultraformer III จำนวน 26 เครื่อง เพื่อกระจายไปยังทุกสาขาทั่วประเทศในครั้งนี้ ซึ่งพารากอนแคร์มองเห็นถึงความมุ่งมั่นของคลาสคลินิกที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความงามให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรม”

นายภัทรเมธี  พรหมพิทักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท คลาส เวชกรรม คลินิก จำกัดกล่าวว่า “ความร่วมมือกับ พารากอนแคร์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคลาสคลินิกในการยกระดับมาตรฐานบริการความงามของไทย จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากประสบการณ์จริงของผู้บริหารที่มีความสนใจด้านความงามและเคยใช้บริการคลินิกมาก่อน จึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่อยากเข้าถึงนวัตกรรมที่ดี มีคุณภาพ และราคาเหมาะสม เราจึงยึดแนวคิด ‘ของดี ราคาเข้าถึงได้’ ในการคัดเลือกเทคโนโลยี Ultraformer III ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเมืองไทย และสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์อย่างชัดเจน รวมถึงสะท้อนความตั้งใจของคลาสคลินิกที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมความงามคุณภาพสูงได้ในราคาที่เหมาะสม และนอกจากนี้ยังมี Lawrence Filler ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานระดับสากล”

 ในด้านแผนธุรกิจปี 2569 คลาสคลินิกตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 1,000 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งและศักยภาพของตลาดความงามในประเทศไทย ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมเดินหน้าขยายสาขาเชิงรุกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อรองรับทั้งกลุ่มลูกค้าที่ย้ายมาทำงานในเมือง และเพิ่มการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใหม่มากยิ่งขึ้น  พร้อมกันนี้ บริษัทยังวางแผนเดินหน้าการตลาดแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสื่อสารจุดแข็งของแบรนด์ในเรื่องความโปร่งใสและมาตรฐานบริการ การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ผลลัพธ์จริง ตลอดจนการต่อยอดกิจกรรมสื่อสาร    แบรนด์จากการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ของคลาสคลินิกในช่วงต้นปี 2569  ซึ่งมี หมอลำลูกทุ่งคนดัง แอน อรดี, ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์ และ เดนิส เจลีลชา คัปปุน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน สังกัดช่อง 3 เป็นพรีเซนเตอร์  ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์และสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง

นางสาวกุลจิรา สนใจ กรรมการ บริษัท คลาส เวชกรรม คลินิก จำกัด กล่าวว่า  “ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของคลาสคลินิก ทั้งในมิติของการขยายตลาด การยกระดับบริการ และการลงทุนด้านการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของเรา คือการทำให้คนทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงความงามและนวัตกรรมที่ดีได้ในราคาที่เหมาะสม เราทุ่มเทกับการคัดสรรเทคโนโลยีและดูแลรายละเอียดในทุกสาขาด้วยตัวเอง เพื่อให้คลาสคลินิกเป็นคลินิกของคนมีคลาสตามสโลแกนที่ตั้งไว้”

 ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่คลาสคลินิกทั้ง 30 สาขาทั่วประเทศ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage ของคลาสคลินิกทุกสาขา  Facebook: Classclinic  #ClassClinic #คลาสคลินิก

G’nite x Benzilla ถ่ายทอด “การหลับที่มีคุณภาพ” ผ่านคาแร็คเตอร์กระต่ายสามตา SUGA

ในยุคที่ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง “การหลับ” กลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่และวัยทำงานจำนวนมาก ทั้งจากความเครียดสะสม ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และพฤติกรรมที่ทำให้สมองยังคงทำงานแม้ถึงเวลาพักผ่อน ส่งผลให้หลายคนเผชิญกับภาวะ “ร่างกายอยากหลับพักผ่อน แต่สมองไม่หยุดคิด”

แบรนด์ G’nite จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้าง Night Routine ที่ง่ายและเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นแคปซูล ช็อต กัมมี่ หรือเจลลี่  เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ช่วยให้การผ่อนคลายก่อนนอนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

ล่าสุด G’nite สร้างสรรค์แคมเปญ G’nite x Benzilla ที่จับมือกับศิลปินดังแห่งวงการสตรีทอาร์ต Benzilla หรือ คุณ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข เจ้าของคาแร็คเตอร์ LOOOK มนุษย์ต่างดาวสามตาสุดฮ็อต ถ่ายทอดออกมาเป็นไอเทมสุด Exclusive

G’nite x Benzilla ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สะท้อนการเดินทางสู่การนอนหลับที่ดี ผ่านคาแร็คเตอร์ SUGA ที่พาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งความฝันอันสงบ และการตื่นพร้อมรับวันใหม่อย่างสดชื่น พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวหลังจากวันอันแสนวุ่นวาย SUGA กระต่ายสามตาออกเดินทางสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ปล่อยวางความเหนื่อยล้าและล่องลอยเข้าสู่ดินแดนแห่งความมืดที่สงบ ผ่อนคลาย และอ่อนโยน

G’nite x Benzilla ถ่ายทอด “การหลับที่มีคุณภาพ” ผ่านคาแร็คเตอร์กระต่ายสามตา SUGA

G’nite ไม่ได้มองการหลับเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของวัน แต่คือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในวันถัดไป ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าการพักผ่อนที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ยั่งยืน แบรนด์จึงมุ่งสื่อสารอย่างเข้าใจผู้บริโภคในโทนที่จริงใจ ไม่เร่งเร้า แต่ชวนให้ทุกคนกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นผ่าน “การหลับที่มีคุณภาพ” ในทุกคืน

นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้สะดวก ทั้งในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จะทำให้การดูแลการนอนหลับไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Daily Routine ที่ใครๆ ก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายในทุกคืน

สำหรับใครที่สนใจไอเทมสุด Exclusive แคมเปญ G’nite x Benzilla สามารถทำตามเงื่อนไขง่ายๆ ดังนี้

  • ซื้อแฮนดี้เฮิร์บกัมมี่ครบ 4 กล่อง คละรสได้ (ประกอบไปด้วย จีไนท์ กัมมี่ รสชาติใดก็ได้ ขั้นต่ำ 2 กล่อง) รับฟรี! ปลอกหมอนคอตตอนแท้ 100% 1 คู่ มูลค่า 799 บาท (จำนวนจำกัด 100 กล่อง)
  • ซื้อแฮนดี้เฮิร์บกัมมี่ครบ 2 กล่อง คละรสได้ (ประกอบไปด้วย จีไนท์ กัมมี่ รสชาติใดก็ได้ ขั้นต่ำ 1  กล่อง) รับฟรี! ผ้าปิดตาซาติน 1 ชิ้น มูลค่า 299 บาท (จำนวนจำกัด 500 กล่อง)

ตามไปพบกับ G’nite x Benzilla ได้ที่ 7-Eleven (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) และ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์

ตั้งแต่วันนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด คนรัก G’nite และเจ้า LOOOK อย่าพลาด! กันนะคะ


‘คนที่เป็นอดีตจะพลาดหวัง ไฟเก่าดับสนิทแล้ว ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 1-7 มิถุนายน 2569

‘ฝนตกบ่อย ถ่านไฟเก่าเลยจุดไม่ติด’

ดวงรายสัปดาห์ 1-7 มิถุนายน 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   แม้จะขึ้นเดือนใหม่แล้ว แต่ความร้อนแรงของชาวอาทิตย์ก็ยังไม่แผ่วลงเลยนะคะ ทั้งศึกนอกและศึกในเข้ามารัวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ท่องเที่ยว สปา รวมถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็ก เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จากผลงานของคุณมีโอกาสตกเป็นเป้าสายตาจากคนรอบข้าง มีทั้งคนที่กำลังแอบเลื่อยขาเก้าอี้ และคนที่กำลังลับมีดเพื่อจะปักหลังคุณเวลาเผลอ ถึงอย่างไรจากความเก่งและไฟในการทำงานของคุณน่าจะสามารถรับมือกับผู้ไม่หวังดีอยู่ แต่กระนั้นก็ตามทำดีได้แต่อย่าเด่น จะนำภัยมาสู่ตัว

การเงิน  :  จริงๆ คุณรู้จักใช้เงินในการทำงานและรู้จักคุณค่าของเงินมากเลยทีเดียว ช่วงสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะมีโชคในเรื่องของการทำงานนอกบ้าน แต่ช่วงนี้อย่าเพิ่งเชื่อเซ้นส์ที่เกี่ยวกับคน มีโอกาสผิดพลาดสูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะนำพาพวกมิจฉาชีพ หรือพวกนักหลอกลวง ต้มตุ๋นมาทำงานด้วย  หรือไม่ก็มีเกณฑ์ขัดแย้งผลประโยชน์กัน

ความรัก  :  ในช่วงสัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์มีโอกาสทะเลาะกันในประเด็นชู้สาว และก็มีโอกาสที่จะตัดสินกันไม่ได้เรื่องลูก ซึ่งคุณต้องการที่จะจัดการให้ถูกต้องตรงตามกฎหมายที่สุด คนโสด  จะเดทกับใครก็ดูให้ดีว่าเขามีเจ้าของแล้วหรือยังนะ ยิ่งสัปดาห์นี้ไม่ได้มาคนเดียว มีลูกติดมาด้วยอีกต่างหาก

 สุขภาพ  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวอาทิตย์ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังต้องระวังบาดแผลจากของมีคม เช่น มีดบาด  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ชาวจันทร์ขึ้นเดือนใหม่ด้วยความหวังใหม่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายศิลปะศิลปินที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกในการถ่ายทอดงาน เช่น งานในวงการบันเทิง นักแสดง นักเขียนบทละคร นักโฆษณา ดีไซเนอร์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงาน หรือเข้าหุ้นร่วมทุนกับเพื่อนผู้หญิง โดยจะเป็นการเดินทางไปติดต่อประสานงาน หรือเดินสายไปทำงานที่โน้นที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เลย ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นไปในทิศทางที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในอนาคต   

การเงิน  :   สัปดาห์นี้ชาวจันทร์รสนิยมวิไล กินหรูอยู่สบาย คิวส่วนใหญ่จะเป็นการออกงานอีเว้นท์ ชอปปิ้ง และท่องเที่ยว ส่วนผลตอบแทนจากการทำงานในรอบ 7 วันนี้ควรระมัดระวังการเจรจาและการทำสัญญาเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีเกณฑ์ที่คุณจะถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงถูกโกงอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์ชัดเจน รักจริง เกลียดจริง ซึ่งมีโอกาสที่คุณจะอยู่กับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือลูกสาวมากกว่าคู่ครอง หรือไม่เช่นนั้นก็มีคู่ครองเป็นหญิง แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะอยู่ในโหมดรักมากกว่าโหมดชัง   คนโสด  มีโอกาสที่คุณเริ่มจะปิ๊งปั๊งกับเพื่อนหญิงอย่างไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกหากคุณจะโลเลและลังเลมากว่าจะไปกันได้ยาวจริงหรือ   

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีโอกาสเครียดง่าย จึงต้องระวังความเครียดจะลงกระเพาะ และต้องระวังภูมิแพ้และหวัดเรื้อรังด้วย นอกจากนั้นยังต้องระวังการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่จะเกิดจากการเดินทาง

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับเดือนใหม่สัปดาห์ใหม่ของชาวอังคารนั้น คงต้องฮึดสุดแรงเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานครีเอทีฟ เช่น งานบันเทิง ศิลปะ ความรื่นรมย์ ความสวยงาม งานฝีมือเย็บปักถักร้อย ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้อารมณ์จินตนาการและความอ่อนไหวในตัวคุณจะขึ้นสูงมากจนควบคุมได้ยาก ถึงขนาดไม่สามารถไปต่อกับงานที่ทำอยู่ได้ ขณะเดียวกันในอนาคตหากคุณไปเริ่มต้นงานใหม่ ก็มีความเสี่ยงที่จะพบกับงานหนักและความรับผิดชอบสูงกว่าเดิมด้วย

การเงิน  :   ขอให้ชาวอังคารระวังการถูกหลอกลวงทางด้านการลงทุนทุกชนิด รวมถึงการกู้หนี้ยืมสิน การค้ำประกัน เพราะมีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะสูญหมดบัญชีเลยทีเดียว แล้วนับจากนั้นคุณมีโอกาสต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ความรัก  :  สำหรับคู่บุญคู่กรรม ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไรก็ยังอดทนอยู่ด้วยกัน สำหรับสัปดาห์นี้ไม่ทราบว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย เพราะมีโอกาสที่พวกคุณจะหมดสิ้นความสัมพันธ์ที่ยืดเยื้อกันมานาน คนโสด  มีโอกาสที่อดีตรักจะกลับมา หากกำลังลังเลใจ ก็อยากบอกว่าช่วงนี้หน้าฝน ถ่านเปียกหมดจุดไฟไม่ติด และคงดับอีกนาน เพราะนับจากนี้คุณจะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวเลย   

สุขภาพ  :   สำหรับสัปดาห์นี้ชาวอังคารต้องระวังระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ จะมีปัญหา หากเป็นอยู่แล้วยิ่งต้องระวัง ไม่ควรทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หากอาการกำเริบควรไปพบแพทย์ทันที

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ชาวพุธเฮได้เพียงสัปดาห์เดียว ขึ้นสัปดาห์ใหม่ก็เครียดแล้วค่ะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานครีเอทีฟ งานบันเทิง ศิลปะ ความรื่นรมย์ ความสวยงาม งานฝีมือเย็บปักถักร้อย ฯลฯ หากผลงานของคุณอยู่ในระดับท้อปฟอร์ม หรือเป็นตัวแม่ของวงการ แน่นอนว่า ผู้ใหญ่ก็ต้องคาดหวังคุณมากกว่าคนอื่น ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะรู้สึกกดดันอย่างหนัก หากพิถีพิถันกับผลงานอยู่แล้วก็จะยิ่งพิถีพิถันหนักขึ้น เพราะกลัวพลาด แต่กระนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะมีปัญหาต่างๆ ถาโถมเข้ามาทุกด้าน ซึ่งคุณควรรับมือด้วยความสงบ ใจเย็น ค่อยแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง อย่าใช้ความรุนแรงเด็ดขาด เพราะสถานการณ์จะแย่ลงอย่างคาดไม่ถึงเลย

การเงิน  :  ไม่ควรทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เช่น รับเงินใต้โต๊ะ ติดสินบน ส่วย เพราะคุณมีโอกาสถูกซ้อนแผน ตลบหลัง เสียทั้งเงินและชื่อเสียงหนักกว่าที่ได้มาเลยทีเดียว

ความรัก  :   สัปดาห์นี้คุณมีที่ปรึกษาที่ดีอยู่กับตัว เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านจริงๆ ทั้งงานนอกบ้านและในบ้าน เขาสามารถเคลียร์ให้คุณได้หมด คนโสด  คนรักเก่าจะขอโอกาสกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่นะคะ ซึ่งจิตใจคุณตอนนี้น่าจะยังโลเลและลังเล ไม่กล้าตัดสินใจใดๆ

สุขภาพ   :  เครียดและจริงจังกับชีวิตมาก เป็นสาเหตุสำคัญของการนำโรคภัยมาสู่คุณเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ อย่านิ่งนอนใจ เพราะสามารถโกโซบิ๊กได้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ชาวพฤหัสขึ้นเดือนใหม่มาพร้อมกับความเป็นสิริมงคลในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการติดต่อพบปะหรือประสานงานกับบุคคลมากหน้าหลายตา เช่น ฝ่ายขาย วิทยากร อาจารย์ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ รวมถึงนักกฎหมาย ทนายความ ผู้พิพากษา เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าพบผู้ใหญ่ที่มีอำนาจและบารมีสูงระดับประเทศ ซึ่งท่านจะมอบหมายให้คุณเป็นแกนนำหรือฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนงาน ณ ที่นี้คุณต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกนึกคิดของผู้ร่วมงานด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจต้องเหนื่อยมากกว่าที่ควรจะเป็น    

การเงิน  :  ภายใน 7 วันนี้หากคุณมีแผนจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับคนรัก มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะสนับสนุน ซึ่งคุณจะให้ความสำคัญกับคุณค่าของงานมากกว่ามูลค่าของผลตอบแทน เพราะฉะนั้นจึงควรให้คนรักจัดการเรื่องผลประโยชน์หรือบัญชีแทน  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสมีโอกาสถูกผู้ใหญ่คาดหวังความสำเร็จเหนือกว่ามาตรฐาน เพราะฉะนั้นคุณจึงทุ่มเวลาให้กับงานมากกว่าครอบครัว คนโสด  จะว่าเจ้าชู้ก็ได้นะคะ อาจเป็นเพราะสัปดาห์นี้คุณถูกผู้ใหญ่เข้มงวดกวดขันมาตรฐานของคนที่จะมาเป็นแฟนอยู่ จึงทำให้คุณต้องเลือกมากหน่อย

สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้ต้องระวังเรื่องการขับถ่าย อย่ากลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตหรือปัสสาวะจะติดเชื้อ นอกจากนั้นอย่าโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน เพราะมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานได้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับชาวศุกร์ก้าวสู่สัปดาห์ใหม่ และเดือนใหม่ด้วยข่าวดี ซึ่งก็ยังอยู่ในสายของที่ดินที่นาที่สวน ผลิตผลทางการเกษตร ออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอทอป ฯลฯ ในช่วง 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปติดต่อประสานงานกับบุคคลจากหลากหลายวงการ รวมถึงทำสัญญา ธุรกรรมต่างๆ ทางด้านกฎหมายด้วย หากสัปดาห์ที่แล้วคุณสามารถปิดดีลอย่างสวยงาม สัปดาห์นี้มีโอกาสดีงามกว่า ครบทั้งชื่อเสียงและเงินทองเลยทีเดียว  

การเงิน  :  ขยายโอกาสต่ออีก 1 สัปดาห์ สำหรับชาวศุกร์ที่กำลังลงทุนกับคู่รัก หรือคู่ครอง สัปดาห์นี้ผู้ใหญ่จะเมตตารักใคร่ให้ด้วยความสิเน่หา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลงทุนในที่ดินที่นาที่สวน  

ความรัก :   ก็ยังไม่พ้นจากการตั้งหลักปักฐาน การทำงาน ซึ่งสัปดาห์นี้แม้ในสายตาคู่ครองของคุณจะมองว่าคุณเป็นผู้หญิงเก่งทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน แต่ก็อดที่จะเห็นขัดแย้งกันไม่ได้ คนโสด ชาวศุกร์เสน่ห์มารัวๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงตั้งมาตรฐานคนที่จะมาเป็นแฟนว่า ต้องเข้ากันได้ทั้งความคิดและทัศนคติ ทำงานเก่ง ซึ่งสัปดาห์นี้ไม่โสดแล้วค่ะ มีโอกาสได้พบรักแท้ด้วย

 สุขภาพ  :  ปัสสาวะก็ยังคงต้องดูแลต่อไป ขณะเดียวกันเดทเยอะก็ต้องระวังความอ้วนที่จะตามมาด้วย ระดับไขมัน เบาหวาน และความดันกำลังตามมา

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับชาวเสาร์ก้าวสู่สัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่อย่าเพิ่งวางใจใดๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานขาย ฯลฯ หากชาวเสาร์ท่านใดที่กำลังว่างงานมีโอกาสได้งาน แต่ชาวเสาร์ที่ยังมีงานทำอยู่ก็ควรระวังตัวหน่อย เพราะมีโอกาสที่คุณจะเครียด ทำงานภายใต้ความกดดันจากความคาดหวังของผู้ใหญ่ ซึ่งท่านๆ เหล่านั้นสามารถให้คุณและโทษคุณได้โดยที่มิอาจเดาใจได้เลย  

การเงิน  :  มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อน อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกทางผิด โดยการเรียกรับสินบน หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ ส่วยต่างๆ เพราะจะทำให้คุณเสียเงินจนแทบล้มละลายเลยทีเดียว

ความรัก  :   สำหรับสมาคมคนเป็นม่าย มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักใหม่ที่ดี ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในสถานะคู่ครอง และเป็นเหมือนเพื่อนคอยสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง คนโสด  ชาวเสาร์ที่กำลังอกหักรักคุดอยู่ สัปดาห์นี้ได้เฮแล้ว มีโอกาสได้พบรักใหม่แบบกะทันหัน

สุขภาพ   :   ชาวเสาร์ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและฟัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตาจนมีอาการมึนงง พยายามสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากผิดปกติควรรีบไปหมอเลยนะคะ อย่าปล่อยไว้    

อัศจรรย์วันทอง

อัศจรรย์วันทอง“อิ้งค์-หมาก-กลัฟ-ปริมมี่-เฟย” ดาเมจแรงสะท้านยุค

ยลโฉมครั้งแรก 5 โปสเตอร์งามจับตา อัศจรรย์วันทอง “อิ้งค์-หมาก-กลัฟ-ปริมมี่-เฟย” ดาเมจแรงสะท้านยุคปักธงเข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

นับจากนี้เตรียมกระโจนสู่ห้วงมหากาพย์รักท็อกซิกไปกับ 5 โปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของภาพยนตร์ “อัศจรรย์วันทอง” (In The Name of Love) ผลงานการสร้างเรื่องแรกของค่าย “แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ที่ยกทัพนักแสดงชื่อดังมา ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ใหม่ของ “นางวันทอง” นำแสดงโดย อิ้งค์-วรันธร เปานิล, หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ
กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ร่วมด้วย ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ และ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล โดยวางกำหนดเข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ สำหรับโปสเตอร์ที่ปล่อยออกมานอกจากเผยความงดงามของตัวละครโดยมีเบื้องหลังเป็นภาพวาด จิตรกรรมฝาผนังของวัดป่าเลไลยก์วรวิหารที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของวันทอง ขุนแผน และขุนช้าง ทั้ง 5 ภาพ ยังเผยให้เห็น ถึงนิยามคำว่า “รักแท้” ของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

“อัศจรรย์วันทอง” ได้ จูเลี่ยน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเคยนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Snowpiercer และ The Admiral: Roaring Currents และล่าสุดรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ “อัศจรรย์วันทอง” ผ่านฝีมือและมุมมองของผู้กำกับ “ลอง ลีฟ เลิฟว์!” มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ โดยผู้กำกับ มุก-ปิยะกานต์ กล่าวถึงการคัดเลือกตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เราไปเห็นภาพเพ้นท์ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ผลงานของอาจารย์เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย พอเห็นแล้วก็รู้สึกนึกถึง อิ้งค์-วรันธร ขึ้นมา เลยติดต่อให้เขามาแคสท์ติ้ง ให้เขาแคสท์ซีนสำคัญคือซีนประหาร มันจะมีอะไรบางคำพูดบางอย่างที่สำคัญ ก็แปลกมากที่เขาพูดโมโนล็อก วรรคของเขาเท่าใจเรา และเราก็ตกใจมากที่เขาสามารถร้องไห้ในครั้งแรก เราให้เขาลองเล่นบทอย่างที่เขารู้สึก เรายังไม่ได้ให้บทสมบูรณ์ 100% เราเชื่อว่าบทก็เลือกคนเหมือนกัน”

“สำหรับบท “ขุนแผน” และ “ขุนช้าง” เราตั้งใจวางคาแร็คเตอร์ให้แตกต่างกันมาก ขุนแผนจะสตรองมีความเป็นผู้ชายสูง ส่วนขุนช้างจะอ่อนโยนเป็นเพื่อนสนิทของวันทองที่ถูกขัดเกลาแล้ว มีความเข้าใจเพศหญิง พอเอา 2 คนนี้มาอยู่ด้วยกันก็เห็น ความแตกต่างของคาแร็คเตอร์ชัดมาก ตอนที่ติดต่อหมากให้มาเล่นบท “ขุนแผน”  เราอยากได้ผู้ชายแบบไทยมาก ๆ ซึ่งตอนนี้ เหลือน้อย คือเราเคยเห็นบทสัมภาษณ์ของเขา เขาอ่านเพชรพระอุมา มีความสนใจวรรณคดีไทย ก็เลยลองติดต่อและ ส่งสคริปต์ให้ ซึ่งสุดท้ายเขาก็เซย์เยสค่ะ ส่วนบท “ขุนช้าง” แสดงโดยกลัฟ เขาตกคนเก่งมาก ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ พยายามทำมัน รีแอ็คชั่นของ เขาตอนแคสท์ทำเราใจสั่นได้เบอร์นี้เลย กลัฟน่าสนใจตรงที่อยากจะท้าทายอะไรบางอย่าง มาขอแคสท์บท “ขุนแผน” เอง มันยากที่จะหาคนที่อินร่วมกันในการทำพีเรียด เขาตั้งใจมาก เขาแคสท์นานที่สุดประมาณ 4 ชั่วโมงได้ค่ะ” มุก-ปิยะกานต์ กล่าว

ผู้กำกับ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบท “สายทอง” เราอยากทำตัวละครนี้ให้มีมิติอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป และมีความ sexual อะไรบางอย่างที่มีความแฟนซีของนักเขียนผู้ชายในยุคนั้นมาก ๆ เรามองหาผู้หญิงที่มี sex appeal สุด ๆ ซึ่งก็คือปริมมี่ ในส่วนของ “จันสอน” แสดงโดยเฟย มิติของจันสอนในเรื่องนี้เป็นตัวชูรสในทางคอมเมดี้ เราพัฒนาร่วมกับ เฟยเยอะเหมือนกัน จากบริบทโจรในยุคอยุธยา เราตีความว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนหัวก้าวหน้าหรือเปล่าสำหรับยุคนี้ เขาแค่เกิดผิดยุค เขาทำได้ดีในวิถีของเขาค่ะ”

พลิกชะตากรรมรักนางวันทอง ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ผ่านวิสัยทัศน์ผู้กำกับ ลอง ลีฟ เลิฟว์ และผู้อำนวยการสร้าง Snowpiercer “อัศจรรย์วันทอง” เข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ศิลปะแห่งธูปและวิถีแห่งกลิ่นหอมในแบบ Le Labo

เจตนารมณ์ของ DEBORAH ROYER​
“ธูปดอกนี้คือการแสดงความเคารพต่อภูมิปัญญาที่สั่งสมผ่านกาลเวลาในพิธีกรรมแห่งควัน และกลิ่น

ขณะเฝ้ามองสายควันบางเบาค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น เราเห็นภาพสะท้อนของตัวตน

— ไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และค่อย ๆ เผาไหม้เพื่อค้นหารูปทรงของตนเอง”​

Deborah Royer​

Global Brand President & Creative Director​

Le Labo Fragrances​

Brooklyn, New York​

โคโดะ (Kōdō, 香道)
หรือ “วิถีแห่งกลิ่นหอม” คือศิลปะแห่งการซึมซับกลิ่นหอมผ่านทุกสัมผัส ไม่ใช่เพียงการดม แต่คือการ “รับฟัง” กลิ่น ปล่อยให้กลิ่นสื่อสารกับหัวใจ และจิตวิญญาณโดยตรง ผ่านความนิ่งและการรับรู้อย่างตั้งใจ ศิลปะแห่งธูปนี้จึงเป็นสื่อกลางสู่สมาธิ และการเปลี่ยนผ่านภายในอย่างแผ่วเบา

ธูปหอมชุดนี้ได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตในเกียวโต โดยเวิร์กช็อปครอบครัวรุ่นที่ 12 ที่ยังคงสืบทอดศาสตร์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทุกแท่งทำขึ้นด้วยมือโดยช่างฝีมือผู้ทุ่มเทต่อกระบวนการอย่างแท้จริง ภายในชุดประกอบด้วยกำยาน 35 แท่ง แต่ละแท่งสามารถเผาไหม้ได้นานสูงสุดประมาณ 25 นาที

ด้วยความตั้งใจอย่างถ่อมตน เราหวังว่าคุณจะได้สัมผัสมันอย่างเต็มที่ : หยุดพักสักครู่ กลับสู่ความเงียบสงบภายใน และสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ

ธูปหอม 3 กลิ่น

SANTAL 26 INCENSE – เป็นกลิ่นหอมอันมีระดับ แฝงความละมุน เจือกลิ่นควัน และกลิ่นผืนหนังอย่างลงตัว เติมเต็มและเผยให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณมาเถอะ จุดไฟให้หัวใจของเราลุกโชนกัน​

ENCENS 9 INCENSE – กำยานซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีค่ามากกว่าทองคำ เป็นกลิ่นหลักของเทียนหอม ENCENS 9 เจือด้วยกลิ่นแอมเบอร์หอมละมุนชวนอบอุ่น และเพิ่มความร้อนแรงด้วยกลิ่นเครื่องเทศอย่างกานพลู (Clove) ทั้งหมดมอบความรู้สึกผ่อนคลาย พาใจให้เข้าถึงความรู้สึกสงบ และได้ใคร่ครวญถึงการเริ่มต้นใหม่ ​

AMBROXYDE 17 INCENSE​ – ความมหัศจรรย์ของ AMBROXYDE 17 เนรมิตจากโมเลกุลสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสติดตรึงปลายจมูก ขับเน้นกลิ่นตามธรรมชาติของอำพันทะเล (Ambergris) เป็นกลิ่นที่ยากจะหาคำบรรยาย ชวนถวิลหาตราตรึงใจ เท่าไรก็ไม่เคยพอ (ที่สำคัญคือไม่ทดลองกับสัตว์) แม้เราจะได้ใช้ส่วนผสมนี้อย่างหนักมือใน ANOTHER 13 อันเป็นน้ำหอมไอคอนิกของเราแล้ว แต่เราตัดสินใจว่ากลิ่นที่พาใจล่องลอย ชวนเคลิ้ม ดังต้องมนต์สะกดนี้ควรจะมีอยู่ในน้ำหอมปรับอากาศในบ้านด้วยเช่นกัน อย่างกลิ่น แอมบรอกไซด์ กลิ่นที่เป็นดั่งญาติสนิทของกลิ่น ANOTHER 13 โดย AMBROXYDE 17 ให้โน้ตของกลิ่นแอมบรอกไซด์ มัสก์ ไม้หอม ปิดท้ายด้วยกลิ่นของดอกมะลิที่เคลือบจับอยู่บนผืนมอส กลิ่นหอมที่ใครได้ลองจะต้องประทับใจ​

ขนาด​ 35 แท่ง​ มาพร้อมที่วางธูปเซรามิก

แท่นปักธูปทำมือ Concrete Incense Holder

ที่ปักธูปคอนกรีตของเราซึ่งเป็นงานทำมือจากสหรัฐอเมริกา เป็นของที่ควรใช้คู่กับธูปที่เราผลิตขึ้น คุณสมบัติตามธรรมชาติของคอนกรีตอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และตัวงานอาจมีร่องรอยของกาลเวลาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความพิเศษเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ  จุดไฟที่ปลายธูปด้านหนึ่งเพื่อใช้ ค่อย ๆ ดับเปลวไฟ จากนั้นปักธูปลงในที่ปักธูป ควรจุดธูปในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ห่างจากหน้าต่างที่เปิดอยู่หรือจุดที่มีลมพัด โปรดหลีกเลี่ยงการจุดธูปทิ้งไว้โดยไม่มีคนอยู่บริเวณนั้น เก็บให้พ้นมือเด็ก สัตว์เลี้ยง และวัตถุไวไฟ

ขนาด: 7 x 1.75 x 0.5 นิ้ว / 17.9 x 4.4 x 1.3 ซม.​

วางจัดจำหน่ายแยก

พร้อมให้สัมผัสแล้ววันนี้ ที่ Le Labo สาขา Siam Paragon, EMSPHERE, Icon Siam และอารีย์


จารีกประวัติศาสตร์ วาเนสซา ปุลการิน คว้า MGI All Stars คนแรกของโลก

ค่ำคืนที่โลกต้องจดจำกับการเปิดฉากมหาสงครามแห่งความงามระดับจักรวาล ในศึก MGI ALL STARS 1st Edition ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 เมื่อเจ้าพ่อเอนเตอร์เทนเมนต์ “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประกาศเปิดสมรภูมิเดือด รวมตัวแม่ดีกรีท็อปโลก 56 ชีวิต กลับมาเชือดเฉือนเพื่อหาความเป็นหนึ่งเดียว และผู้ที่ฝ่าด่านสุดหิน ทลายกำแพงโหวตจากแฟนคลับทั่วโลก จนก้าวขึ้นไปสลักชื่อเป็น “ราชินีคนแรกในประวัติศาสตร์” ได้สำเร็จ ก็คือตัวเต็งสายแข็ง “วาเนสซา ปุลการิน” (Vanessa Pulgarin) จากประเทศโคลอมเบีย

คือผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพิชิตหัวใจคณะกรรมการและแฟนนางงามทั่วโลก คว้ามงกุฎ “The All Stars Crown” ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ขณะที่ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ เฟธ มาเรีย พอร์เตอร์ จากกาน่า และนางงามตัวเต็งจากเวียดนามอย่าง เฮือง ยาง เหงียน คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 ไปครอง

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เท่านั้น! เพราะผู้ชนะในครั้งนี้จะต้องกลับมาแบกศักดิ์ศรีเพื่อ “ป้องกันตำแหน่ง” ในการแข่งขันครั้งต่อไป ซึ่งหากเธอสามารถรักษาบัลลังก์แชมป์ได้ต่อเนื่องถึง 3 สมัยติดต่อกัน จะได้รับเงินรางวัลสะสมสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36 ล้านบาท! ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การประกวดนางงาม แต่คือการเขียนตำนานบทใหม่ของวงการความงามโลกที่จะถูกกล่าวขานไปอีกยาวนานว่า เธอคนนี้คือ “MGI ALL STARS” คนแรกของโลกอย่างแท้จริง

ญาญ่า-อุรัสยา

โมเมนต์อบอุ่นในงานแต่ง ญาญ่า-อุรัสยา กับเสน่ห์ของเสื้อถักลาย Nordic

นอกจากชุดเจ้าสาวที่แสนงดงามของ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียล อีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ ที่ปรากฏในงาน คือ เสื้อถักลาย Nordic ที่ญาญ่าและกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวเลือกสวมใส่ระหว่างช่วงเฉลิมฉลองในงาน แม้จะเป็นไอเท็มเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น

โมเมนต์อบอุ่นในงานแต่ง ญาญ่า-อุรัสยา กับเสน่ห์ของ เสื้อถักลาย Nordic

ซึ่งเสื้อถักลาย Nordic ที่เห็นสาวๆ สวมใส่นั้น แท้จริงแล้วมีประวัติยาวนานกว่าหลายร้อยปี และถือเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเท็มที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “วิถีชีวิต” กับ “การแต่งกาย” ได้ชัดเจนที่สุดของผู้คนในแถบยุโรปเหนือ

ต้นกำเนิดของเสื้อไหมพรมลักษณะนี้เริ่มขึ้นในแถบสแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะประเทศนอร์เวย์ ช่วงศตวรรษที่ 18-19 เมื่อสภาพอากาศหนาวจัดทำให้ผู้คนต้องพัฒนาเสื้อถักจากขนแกะเพื่อมอบความอบอุ่นระหว่างการใช้ชีวิตและทำงานกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ หรือผู้คนตามชนบท เสื้อเหล่านี้จึงถูกออกแบบให้ถักแน่น แข็งแรง และใช้งานได้จริง เรียกว่าเป็นแฟชั่นที่เกิดจาก “ความจำเป็น” ก่อนจะกลายมาเป็น “ความคลาสสิค” ในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้ เสื้อถักลาย Nordic แตกต่างจากเสื้อกันหนาวทั่วไป กลับไม่ใช่เพียงเรื่องของความอบอุ่น แต่เป็น “ลวดลาย” ที่ซ่อนเรื่องราวของท้องถิ่นและวัฒนธรรมเอาไว้ในทุกฝีเข็ม

Vardåsen Women’s Sweater (Dale of Norway)

ซึ่งหนึ่งในลายที่โด่งดังที่สุดคือ “Selburose” หรือลายดาวแปดแฉกจากเมือง Selbu ประเทศนอร์เวย์ ที่ต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงานถัก Nordic และแพร่หลายไปทั่วโลก ลวดลายเหล่านี้มักได้รับแรงบันดาลใจจากหิมะ ธรรมชาติ ภูเขา รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในแถบยุโรปเหนือ จนทำให้เสื้อถักแต่ละตัวไม่ต่างจากงานคราฟต์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่นั้น ๆ ได้อย่างมีเสน่ห์

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เสื้อถักลาย Nordic เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากล หลังนักกีฬาสกีทีมชาตินอร์เวย์สวมใส่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก จนภาพของ Nordic Knit ค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของ winter lifestyle ก่อนถูกนำเข้าสู่โลกแฟชั่นอย่างเต็มตัว และนับจากนั้นเสื้อถักลวดลายเหล่านี้ก็วนกลับมาอยู่ในเทรนด์แทบทุกยุค ตั้งแต่ลุควินเทจยุค 70s ไปจนถึงสไตล์แบบ Scandinavian Girl ที่ฮิตใน Pinterest

นอกจากจะเป็นเสื้อพื้นบ้านของผู้คนในประเทศหนาวเย็น เสื้อถักเหล่านี้ยังถูกนำมาตีความใหม่บนรันเวย์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ตั้งแต่ความคลาสสิคแบบอเมริกันของ Polo Ralph Lauren ไปจนถึงความเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียนของ Acne Studios หรือเวอร์ชั่น ultra luxury จาก Loro Piana ที่ทำให้เสื้อถักพื้นเมืองกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญของยุค Quiet Luxury


ภาพ : Instagram: @urassayas

เปิดวาร์ป 6 ไฮไลท์เตอร์ลูกรักคนดัง สร้างผิว ‘เป็นแก้วเป็นแสง’ เล่นไฟสวยในอีเวนต์สำคัญ

บางครั้งออร่า ‘ความโกลว์’ แบบซูเปอร์สตาร์ที่ทำให้ลุคดูแพงและสะกดทุกสายตา อาจไม่ได้มาจากเมคอัพฟาดแน่นจัดเต็มทั้งหน้า แต่คือรายละเอียดเล็กๆ ที่มาได้ถูกที่ถูกทางอย่าง ‘ไฮไลท์เตอร์’ ไอเท็มสำคัญที่ช่วยดึงมิติผิวให้ดูเปล่งประกายขึ้นทันที โดยเฉพาะในงานอีเวนต์ที่ต้องเจอกับทั้งแสงแฟลชและสปอตไลต์ ยิ่งผิวเล่นแสงสวยเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นแบบคูณสิบ

ไม่ว่าจะเป็นลุคซอฟต์โกลว์แบบผิวสุขภาพดี ไปจนถึงออร่ากระแทกตาที่มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล ไฮไลท์เตอร์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่เหล่าคนดังและเมกอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกเลือกในโมเมนต์สำคัญ งานนี้เลยขอพาไปส่องกันว่า 6 คนดังกับลุคออกงานสุดจึ้ง แต่ละคนเลือกใช้ไฮไลท์เตอร์ตัวไหนในการสร้างผิวโกลว์ ‘เป็นแก้วเป็นแสง’ มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

#01

“นี่แหละนิยามของคำว่า ‘ออร่าคุณหนูดิออร์’ ผิวโกลว์นุ่มรับแสงสวยในสวนที่เมือง GRASSE เหมือนมีประกายออกมาจากใต้ผิวจริงๆ” 

LINGLING KWONG (@linglingkwong)
DIOR FOREVER NUDE BRONZE GLOW LIMITED EDITION

หลิงหลิง คอง ร่วมเป็นแขกคนสำคัญของ CHRISTIAN DIOR PARFUMS ณ CHÂTEAU DE LA COLLE NOIRE คฤหาสน์กลางเมือง GRASSE เบื้องหลังงานผิวนี้คือ พาเลตต์บรอนเซอร์และไฮไลท์เตอร์ตลับแสนสวยเนื้อโกลว์ละเอียดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูเปล่งประกายแบบซาติน ไม่ดูชิมเมอร์หนักเกินไป จึงให้ฟินิชผิวสวยหรูแบบ EFFORTLESS ตามสไตล์ของ DIOR

#02

“ลุคเมืองคานส์ของเบ็คกี้สวยโกลว์แบบดูเป็นผิวจริง ไม่ต้องอิงงานผิวสายเกาหลี แต่กลับยิ่งขับเสน่ห์หน้าลูกครึ่ง ดูแพง CLASSY และสะดุดตาในทุกเฟรม”

BECKY REBECCA (@beccca)

L’OREAL PARIS LUMI GLOTION

ตลอดช่วงเทศกาลหนังเมืองคานส์ เบ็คกี้เสริฟหนักทั้งภาพทั้งพรมแดง สตรีทสไตล์และช็อตเบื้องหลังออกมาให้แฟนๆ ได้หวีดกันต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไอเท็มคู่ใจคือไฮไลท์เตอร์เนื้อลิควิดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูสว่างเล่นแสงแบบพอดี ให้ฟินิชโกลว์สุขภาพดี

#03

“นอกจากตัวจริงน้องวอนยองจะไนซ์ น่ารักสดใส เสิร์ฟโมเมนต์ให้แบบไม่หยุดแล้ว ผิวก็ยังฉ่ำวาวเนียนละเอียดสมคำร่ำลือ จนคนที่เห็นด้วยตาเนื้อต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คนหรือ AI กันแน่”

JANG WONYOUNG (@for_everyoung10) 
AMUSE FLORA EYE PALETTE #01 FLORA PEACH

จาง วอนยอง มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ AMUSE ในฐานะ GLOBAL BRAND AMBASSADOR ที่ประเทศไทย พร้อมลุคผิวกระจกสุดซิกเนเจอร์ที่ถูกพูดถึงตลอดทั้งงาน โดยไอเท็มที่ช่วยเพิ่มความเล่นแสงละมุนคือ AMUSE FLORA EYE PALETTE 01FLORA EACH พาเลตต์โทนพีชพร้อมชิมเมอร์ละเอียดที่ช่วยให้เมกอัพดูโกลว์ใสและอ่อนเยาว์

#04

“ลุคที่ MILAN ของหนุ่มกลัฟคือคำตอบว่า ‘ผู้ชายก็ใช้ไฮไลท์เตอร์ได้’ แถมยังดูดีแบบไม่โป๊ะ ผิวโกลว์พอดีแบบผิวจริงที่เกิดมาแพงอยู่แล้ว”

GULF KANAWUT (@gulfkanawut)

GUCCI GLOW HIGHLIGHTER #03 WARM GOLD

กลัฟ – คณาวุฒิ เข้าร่วมชมโชว์ GUCCI FALL-WINTER 2026 ในช่วง MILAN FASHION WEEK ประเทศอิตาลี พร้อมลุคหล่อเนี้ยบที่ถูกพูดถึงทั้งเรื่องแฟชั่นและงานผิว โดยเบื้องหลังความโกลว์แบบธรรมชาติคือ GUCCI GLOW HIGHLIGHTER เฉด #03 WARM GOLD ไฮไลท์เตอร์เนื้อละเอียดเล่นแสงแบบพอดีโดยไม่ดูชิมเมอร์ชัดเกินไป จึงเป็นงานผิวโกลว์ที่ผู้ชายใช้แล้วดูดีมาก

#05

“สิ่งที่ทำให้ลุค MET GALA ของจีซูสวยติดตา คือการคุมโทนสีชมพูทั้งลุคได้สวยมาก ตั้งแต่แก้ม เปลือกตา ไปจนถึงไฮไลท์ที่ตกกระทบแสงแล้วให้ฟีลเหมือนผิวกำลังเรืองแสงสีชมพูอ่อนๆ”

JISOO (@sooyaaa__)

DIOR BACKSTAGE GLOW MAXIMIZER PALETTE #004 ROSE GOLD GLOW

สำหรับลุค MET GALA ที่ผ่านมา จีซูเลือกงานผิวและเมกอัพโทนชมพูละมุนที่ยังดูหรูตามสไตล์ DIOR โดยตัวช่วยสำคัญคือ DIOR BACKSTAGE GLOW MAXIMIZER PALETTE 004 ROSE GOLD GLOW พาเลตต์ไฮไลท์โทน ROSE GOLD  ที่ให้ประกายชมพูละเอียด ช่วยเชื่อมทั้งงานตา แก้ม และผิวให้ดูหวานฉ่ำกลมกลืน

#06

“BEAUTY LOOK แบบคลาสสิกที่ยังดูสดใหม่ ยิ่งมีผิวสะอาดและไฮไลท์บางๆ มาตัด ยิ่งทำให้ความสวยคมดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันที”

KIMBERLEY ANNE WOLTEMAS

HOURGLASS UNREAL LIQUID HIGHLIGHTER (@kimmy_kimberley)

‘คิมเบอร์ลี่’ ในงานเปิดตัว HOURGLASS UNREAL LIQUID HIGHLIGHTER มากับลุคสวยคมสไตล์ CLASSIC GLAM ที่ถูกเติมความทันสมัยด้วยงานผิวโกลว์ละเอียด ด้วยไฮไลท์เตอร์เนื้อลิควิดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูสวยสะอาดตา ใครหาว่าเมคอัพสไตล์ WESTERN ทำให้ดูสูงวัยหากเจองานผิวดีๆ เข้าไปก็กลายเป็นสายฝ.ที่ดูเด็กได้ ไม่ติดเลย!


เรื่อง PADCHA PRAEWNISTA

JAY B คัมแบ็กมินิอัลบั้มใหม่ “TR.EE” พร้อมกลับมาหาแฟนชาวไทยอีกครั้ง

สะเทือนอิมแพ็ค อารีน่า! JAY B ประกาศคัมแบ็กมินิอัลบั้มใหม่ “TR.EE พร้อมทวงบัลลังก์คอนเสิร์ตเดี่ยวสุดยิ่งใหญ่ 11-12 กรกฎาคมนี้

หลังจากปิดฉากซีรีส์คอนเสิร์ต TAPE ไปอย่างสวยงาม พร้อมทิ้งความทรงจำสุดพิเศษเอาไว้ในใจแฟน ๆ ชาวไทย ล่าสุด “JAY B” ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ กลับมาอีกครั้งพร้อมบทใหม่ของเส้นทางดนตรี ภายใต้บ้านหลังใหม่อย่าง “528 Hz” หลังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากอัลบั้มเต็มชุดแรก “Archive 1: [Road Runner]” ที่สามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ได้มากกว่า 34 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการเตรียมปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 3 “TR.EE” ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ยิ่งทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอที่จะได้สัมผัสเพลงใหม่แบบสด ๆ บนเวทีจริงอีกครั้ง และครั้งนี้ “JAY B”ก็พร้อมกลับมาสร้างความทรงจำครั้งใหม่กับคอนเสิร์ต “2026 JAY B tape: roots bangkok” ที่จะพาแฟน ๆ ชาวไทยดำดิ่งสู่โลกดนตรีและตัวตนของ “JAY B” ในมุมที่ลึกกว่าเดิม

จาก SEOUL สู่ BANGKOK “JAY B” เตรียมนำเรื่องราวและความรู้สึกทั้งหมด เดินทางต่อมายังประเทศไทย เพื่อร่วมสร้างอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความทรงจำกับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ โดยชื่อคอนเสิร์ต “tape: roots” เปรียบเสมือนการย้อนกลับไปสู่ “ราก” ของตัวตน ความรู้สึก และดนตรีของ “JAY B” ผ่านโชว์ที่เชื่อมโยงช่วงเวลาที่ผ่านมากับอารมณ์ในปัจจุบัน ราวกับเทปบันทึกเสียงที่กำลังเล่นเรื่องราวชีวิตของเขาอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงเวลาที่สดใส ความกังวล ความเจ็บปวด ไปจนถึงการเติบโตในฐานะศิลปินและมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งแฟน ๆ จะได้สัมผัสทุกอารมณ์เหล่านั้นผ่าน Stage Production และ Performance ที่ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดและจริงใจ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนของเขาออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด รับประกันได้เลยว่า ทั้งแสง สี เสียง Visual และบรรยากาศของโชว์ จะถูกจัดเต็มอย่างอลังการ สมกับการกลับมาของศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่อง Performance และงานดนตรีคุณภาพ ด้วยทีมผู้จัดที่รู้ใจแฟนคลับและศิลปินอย่าง “BEX” บริษัทอีเวนต์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ YJ PARTNERS และ PROUD2 ที่เคยร่วมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจในคอนเสิร์ตครั้งก่อน จนกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของเหล่าอากาเซ่ชาวไทย

สำหรับ “2026 JAY B tape: roots bangkok” จะจัดขึ้น 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 และ วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 8,900 (SEATING PLATFORM) / 6,900 / 6,500 (STANDING) / 6,300 / 5,900 / 5,500 / 4,500 / 3,900 / 3,500 และ 2,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม อาทิ Sound Check, Friend Talk, Early Access to MD, Fast Lane, VIP Badge & Lanyard, Group Photo, 1:1 Photo, Signed Polaroid, Signed Poster รวมถึง Photocard Set และ Official Poster สำหรับผู้ซื้อบัตรทุกที่นั่ง โดยเปิดขายบัตรในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 นี้ เวลา 10:00 น. ทาง THAITICKETMAJOR

จาก “เทปม้วนสุดท้าย” ในวันนั้น…สู่ “รากของทุกความรู้สึก” ในวันนี้ คอนเสิร์ตในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาระหว่าง “JAY B” และแฟน ๆ ที่จะถูกบันทึกไว้เป็นความทรงจำครั้งใหม่ร่วมกันอีกครั้ง แฟน ๆ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ X: @BEX_Concert