BLACKPINK

BLACKPINK สะกดเวที DEADLINE ด้วยชุดคัสตอม Vivienne Westwood ณ โตเกียว

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ BLACKPINK DEADLINE World Tour ณ กรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยนอกจากพลังการแสดงบนเวทีที่สะกดทุกสายตา

BLACKPINK สะกดเวที DEADLINE ด้วยชุดคัสตอม Vivienne Westwood ณ โตเกียว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนแฟชั่นไม่อาจละสายตา คือโมเมนต์ที่ทั้ง 4 สมาชิกปรากฏตัวใน ชุดคัสตอมจาก Vivienne Westwood ซึ่งสะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ผ่านซิลูเอตแบบคอร์เซ็ต งานเดรป และความคอนทราสต์อันเฉียบคมระหว่าง Blush Pink Duchess Satin กับดีเทลสีดำที่เพิ่มอารมณ์ดรามาติกแบบร็อกแอนด์โรแมนซ์ในสไตล์เวสต์วูด

โดยแบรนด์ Vivienne Westwood ได้เผย ภาพสเก็ตช์ดีไซน์ชุดคัสตอม ที่ออกแบบเพื่อ BLACKPINK โดยเฉพาะ ยิ่งตอกย้ำความประณีตตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การวางโครงเสื้อผ้าแบบคอร์เซ็ตไปจนถึงรายละเอียดของผ้าและแอ็กเซสซอรีที่ทำให้ลุคบนเวทีดูโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์

LISA เลือกสวมบราท็อปทรงคอร์เซ็ตสีชมพูบลัชจากผ้า Duchess Satin โดดเด่นด้วยดีเทลผูกเชือกตัดสีที่ช่วยขับเส้นสายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จับคู่กับกางเกงขาสั้นและแจ็กเก็ตเท็กซ์เจอร์แบบหนัง ตกแต่งฟรินจ์บีดเพิ่มมิติทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ก่อนคอมพลีตลุคด้วย ฮาร์เนสสีดำประดับหมุด กลายเป็นลุคที่ผสานความหรู ความร้อนแรง และความมั่นใจได้อย่างลงตัว

ด้าน ROSÉ มาในเดรสทรงคอร์เซ็ตโทนดำเท็กซ์เจอร์หนัง ถ่ายทอดความโมเดิร์นและความเฉียบคมแบบมีชั้นเชิง ก่อนเสริมความละมุนด้วยกระโปรงผ้า Duchess Satin สีชมพูบลัชที่ผ่านการจับจีบและทำพื้นผิวแบบครัชอย่างประณีต ทำให้ภาพรวมของลุคดูมีมิติและชวนมองในทุกองศา

JENNIE ปรากฏตัวในเดรสมินิทรงคอร์เซ็ตที่ผสานความโรแมนติกของซาตินสีชมพูบลัชเข้ากับทูลสีดำอย่างมีจังหวะ โดดเด่นด้วยสายดีเทลแบบฮาร์เนสในโทนดำที่ช่วยขับให้ซิลูเอตดูคมขึ้นทันที เป็นลุคที่บาลานซ์ความหวานและความเท่ได้อย่างแม่นยำในแบบที่เป็นเธอ

ปิดท้ายด้วย JISOO ที่เลือกเดรสมินิคอร์เซ็ตไฮไลต์ทูลสีชมพูบลัช ผสานดีเทลผูกเชือกแบบหนังสีดำ เพิ่มความคอนทราสต์ที่ทำให้ลุคดูมีพลัง โดยมาพร้อมกระโปรงเข้าชุดซ้อนเลเยอร์ทูลวอลุ่มจัดเต็ม ช่วยสร้างภาพที่ดรามาติกและสง่างามเมื่ออยู่ใต้แสงไฟบนเวที

คัสตอมลุคของ BLACKPINK ในครั้งนี้เป็นการนำเอกลักษณ์ของ Vivienne Westwood มาตีความใหม่ให้เข้ากับตัวตนของศิลปินในแบบร่วมสมัย ทั้งโครงสร้างคอร์เซ็ตที่ชัดเจน การเลือกใช้ผ้าที่ให้ความหรูอย่างดัชเชสซาติน ไปจนถึงดีเทลฮาร์เนสและเลเยอร์ทูลที่ช่วยเพิ่มดีเทลของชุด


พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร

พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ไอคอนสุดป๊อปของคนยุคใหม่

ในยุคที่ความมั่นใจและการดูแลตัวเองกลายเป็นเทรนด์หลักของคนรุ่นใหม่ ชื่อของ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มักจะถูกยกขึ้นมาเป็นต้นแบบเสมอ ไม่ใช่แค่ในฐานะศิลปินผู้มากความสามารถ แต่ยังรวมถึงบทบาท “สไตล์ไอคอน” ที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฟชั่น การใช้ชีวิต หรือแม้แต่การเลือกเครื่องดื่มที่ต้องตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เบอร์ดี้ แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ ด้วยการสร้างไลฟ์สไตล์แบบ ‘กินดี มีสุข’ โดยได้ พีพี กฤษฏ์ มาตอกย้ำภาพลักษณ์คนรักสุขภาพในงานฟินกับกาแฟ ‘เบอร์ดี้ ซีโร่ ซูการ์’ “The Enchanted Zero” ณ เซ็นทรัลพาร์ค แบงคอก

ภายในงาน พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความหวานอร่อย เพื่อชวนแฟนๆ และเหล่าคอกาแฟเจนใหม่มาสัมผัสประสบการณ์การดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ที่ฉีกทุกกฎเดิมๆ โดยพีพียังได้ครีเอทเมนูกาแฟสุดเฮลตี้ และร่วมกิจกรรมแสนสนุก มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แฟนคลับ 100 คน อย่างใกล้ชิด

รอยยิ้ม

เมื่อ รอยยิ้ม ไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่คือพลังแห่งความเชื่อมั่น

ในยุคที่เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกวัน การที่ศิลปินคนหนึ่งทำงานร่วมกับแบรนด์เดิมต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่แม้จะมีบทบาทใหม่ๆ ในระดับสากลเพิ่มขึ้นมากมาย แต่เธอก็ยังเลือกทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ รอยยิ้ม ให้กับเดนทิสเต้อยู่เช่นเดิม

ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เดนทิสเต้ ใน 3 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “4 Years of Trust, One Confident Smile” (4 ปีแห่งความเชื่อมั่น กับหนึ่งรอยยิ้มมั่นใจ) พร้อมส่งต่อพลัง “รอยยิ้มมั่นใจ” ที่เป็นเอกลักษณ์ของลิซ่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนๆ เดินหน้าตามความฝัน และชวนทุกคนมาใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากมากขึ้น ตอกย้ำเดนทิสเต้ในฐานะแบรนด์ยาสีฟันพรีเมียมระดับโลก

ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กล่าวว่า “ลิซ่ารู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมเดินทางกับเดนทิสเต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ค่ะ ลิซ่าใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพช่องปาก เดนทิสเต้เป็นแบรนด์ที่ลิซ่าเลือกใช้ เพราะเชื่อว่า รอยยิ้มที่ดีมาจากสุขภาพช่องปากที่ดี คือจุดเริ่มต้นของรอยยิ้มที่มั่นใจ และในปีนี้ ลิซ่าหวังว่า แฟน ๆ ชาวไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จะสนับสนุนลิซ่าและเดนทิสเต้ และมี Confident Smile รอยยิ้มมั่นใจแบบลิซ่า
ไปด้วยกันนะคะ“

เดนทิสเต้เตรียมเปิดตัวพรีเมียมไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษ DENTISTE’ x LISA พร้อมจัดเต็มสื่อโฆษณาทั่วประเทศ
สำหรับประเทศไทย ลิซ่า เป็นตัวแทนรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี โดยลิซ่าจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ นวัตกรรมยาสีฟัน 10 in 1 หลอดสีทอง สูตรที่ดีที่สุดของเดนทิสเต้ และเดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช ซึ่งจะสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาทั่วประเทศ พร้อมจัดแคมเปญซื้อยาสีฟันแถมแปรงสีฟัน พร้อมจะเปิดตัวไอเทมและ
คอลเลคชั่นพิเศษที่คอลแลปส์กับ LISA ถึง 10 ไอเทมไว้ให้แฟนคลับลุ้นตลอดปี

#DentisteTH #Dentiste #DentisteOfficialRelease2026

‘รักเกิดรวดเร็วแทบไม่ทันกระพริบตา ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 19-25 มกราคม 2569

‘รักที่คุ้นเคย มาเร็วแทบไม่ทันกระพริบตา’

ดวงรายสัปดาห์ 19-25 มกราคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   ผ่านมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน สำหรับการงานของชาวอาทิตย์ก็เริ่มที่จะมีความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นั่งในเก้าอี้ผู้นำประเทศ ทางการทหาร การทูต นักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้รับการชักชวนหรือทาบทามจากคนรู้จัก หรือญาติสนิทมิตรสหายให้ไปร่วมงานด้วย และก็มีความเป็นไปได้อย่างมากว่า จะเป็นงานทางด้านครีเอทีพ บันเทิง ซึ่งเป็นคนละสายกับงานที่ทำอยู่เลย นอกจากคุณจะไฟแรงแล้ว ยังได้รับความช่วยเหลือที่ดีด้วย จึงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

การเงิน  :  มีโชคนะ ไม่ว่าจะมาโดยตรง หรือได้รับการปันผลจากการทำงาน มีเข้ามาให้ใช้ไม่ขาดมือ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าคุณจะใช้จนขาดมือ ก็พยายามวางแผนการใช้เงินไว้บ้าง จะได้ไม่เดือดร้อนภายหลัง

ความรัก  :  ชาวอาทิตย์สัปดาห์นี้อารมณ์สุนทรี อ่อนไหว และโรแมนติก มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แล้วก็มีโอกาสที่จะวิบวับกับใครได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นคนที่มีคู่แล้วจึงต้องระวังจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้ง่ายๆ  คนโสด ก็ยังคงมีเฮอยู่น้า… มีโอกาสที่คุณจะพบรักแบบสายฟ้าแลบ เจอปุ๊บจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย ยิ่งหากผิดหวังมาไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ครั้งนี้มีโอกาสที่คุณจะได้พบตัวจริง

 สุขภาพ  :   คำว่า ‘อ้วน’ พูดเบาๆ ก็เจ็บ หากไม่อยากเจ็บ สัปดาห์นี้ต้องดูแลเรื่องอาหารเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสสูงมากที่คุณจะเจริญอาหาร นอกจากนั้นเรื่องปัสสาวะก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องระวัง อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์สุดท้ายของเดือนของชาวจันทร์ต้องบอกว่า อย่าเพิ่งหลงกับภาพที่ปรากฎ เพราะมีโอกาสที่คุณจะเหนื่อยฟรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายงานที่มีกฎเกณฑ์ตายตัว มีระบบระเบียบชัดเจน หรือที่ต้องใช้ทฤษฎีและวิชาการมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำ เช่น ช่าง นักค้นคว้า นักวิจัย นักกฎหมาย นักบัญชี ฯลฯ อยากบอกว่าด้วยความที่คุณมีความเป็นผู้นำสูง และปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า จึงทำให้คุณลุยงานโดยไม่ฟังความคิดเห็นของใครเลย นั่นเท่ากับเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง เพราะจากการตัดสินใจที่รวดเร็วจนขาดสติ จึงทำให้งานผิดพลาดอย่างไม่น่าเกิดขึ้น หากจะให้ดีควรรอจังหวะและโอกาส รวมถึงเซ้นส์ในการตัดสินใจ หรือหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้มีความรู้ด้วย

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะหมุนเงินมาใช้แก้ปัญหาต่างๆ จนเหนื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้ไม่ควรไปเป็นนายหน้าให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันในเรื่องของการซื้อบ้านและรถ เพราะคุณมีความเสี่ยงที่จะรับผิดชอบแทน

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ หากจะมาจำกัดความคิดและอิสรภาพกัน มีเคือง คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แต่สัปดาห์นี้ความไม่แคร์ ความเล่นตัวมีสูง ประมาณสวยเลือกได้  

สุขภาพ  :  ที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยคือ อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ สุกๆ ดิบๆ ไม่สะอาด เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดพยาธิ์ในลำไส้ นอกจากนั้นอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ หัวใจ และโรคหัวใจทุกชนิด ความเครียด นอนไม่หลับ  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนแบบร้อนรุ่มดังเหมือนมีไฟแผดเผาเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายงานบริการ เช่น ธุรกิจการเดินทาง ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ตลอดถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็ก มีความเป็นไปได้ว่าภายในรอบ 7 วันนี้คุณจะอึดอัดกับการทำงานมากจนอยากเขียนใบลาออกแทบจะทุกวันเลยทีเดียว ก็ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเป็นไปได้ว่าโอกาสดีๆ จะมาถึง จะมีผู้ให้ความช่วยเหลือ รวมถึงความมั่นคงในอนาคตด้วย

การเงิน  :   ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะสัปดาห์นี้ชาวอังคารจะกิน ดื่ม เที่ยว ช็อปแบบเพลิดเพลิน จนเงินไม่พอใช้อย่างแรง  

ความรัก  :  มีโอกาสที่จะคุณจะจับได้ว่าคู่ครองมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ มีหึงหวง จากความมีเสน่ห์ของเขา ก็ทำไม่รู้ไม่เห็นบ้างก็ได้นะคะ ไม่อย่างนั้นเครียด   คนโสด   ชาวอังคารสัปดาห์นี้มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมากนะคะ หากเฉพาะคนโสดก็จะดี แต่สำหรับคุณมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นคนมีครอบครัวแล้วมาชอบ จนเป็นประเด็นความหึงหวง

สุขภาพ  :   ความเครียด วิตกกังวล กับปัญหาต่างๆ จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้เหมือนคุณจะระบายออกด้วยการรับประทานและการดื่ม จึงมีความเสี่ยงที่น้ำหนักจะขึ้น ไม่ใช่แค่นั้น เพราะจะตามมาด้วยไขมัน ความดัน และเบาหวาน

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนของชาวพุธก็พอจะพักหายใจยาวๆ ได้บ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงเริงรมย์ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย หัตถกรรม ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้รับการชักชวนจากคนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหายให้ไปร่วมงานด้วย และก็เป็นไปได้อีกว่าคุณจะเข้าไปรับผิดชอบทางด้านการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และให้บริการคำปรึกษาแนะนำต่างๆ  ซึ่งคุณมีโอกาสประสบควาสำเร็จ แต่ทางที่ดีควรลดทิฐิมานะ ความกล้าได้กล้าเสีย และความดื้อรั้น ลงบ้าง   

 การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินพิเศษจากการลงทุนหรือการทำงาน พวกเงินปันผลจากหุ้น  ค่าคอมมิชชั่น ขณะเดียวกันก็ต้องระวังถูกหลอกในเรื่องของการลงทุน การกู้ยืมเงิน การค้ำประกัน การฉ้อโกง  

ความรัก  :  สำหรับชาวพุธที่ร้างคู่มานาน สัปดาห์นี้มีลุ้นได้พบคู่แท้เสียด้วยสิ แล้วก็มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจไปอยู่ด้วยกันอย่างสายฟ้าแลบ แต่ช้าก่อนค่ะ ควรศึกษาใจกันให้ดีจะได้ไม่ต้องถูกหลอกเหมือนเคสที่ผ่านมา  คนโสด มีโอกาสที่ความรักจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันกระพริบตา แล้วก็เป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นคนที่คุ้นหน้ากันแล้วด้วย

สุขภาพ   :  สิ่งที่ต้องระวังมากๆ เลยคือ เรื่องเลือด เพราะมีความเสี่ยงที่เลือดจะน้อย หรือเลือดจาง อันเป็นสาเหตุให้หน้ามืด เป็นลม ได้ง่ายๆ  นอกจากนั้นพวกความดัน ระบบน้ำเหลือง และต่อมไร้ท่อต่างๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาด้วย  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ชาวพฤหัสบดีรายใดที่ไม่ได้ไปต่อ นับว่ามีลุ้นที่จะได้เริ่มต้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวพฤหัสที่อยู่ในสายงานบันเทิง ดนตรี ศิลปิน นักร้อง หรือเปิดสถานบันเทิงยามค่ำคืน ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่และทีมงานระดับปรมาจารย์ โดยที่คุณอยู่ในตำแหน่งผู้นำด้วย อาจเป็นหัวหน้าโครงการ หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน หัวหน้าทีม แต่คุณต้องระวังอีโก้ของตัวเอง เพราะมีความเป็นได้สูงว่าคุณจะไม่คิดถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้ร่วมงาน ซึ่งจะทำให้งานมีโอกาสผิดพลาดอย่างน่าเสียดาย

 การเงิน  :   รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากงานบันเทิง ศิลปะ ประมาณนี้ โดยมาจากทีมงานและผู้ใหญ่บอกต่อ หรือส่งงานมาให้ แต่ก็นับว่าสัปดาห์นี้คุณมีรายจ่ายเพียบเหมือนกัน      

ความรัก  :  ต้องระวัง ทั้งการเข้าใจผิดและเข้าใจถูกในเรื่องชู้สาว จากเหตุการณ์นี้จะเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่ตามติด ตามเช็กความเป็นอยู่ จนคุณกระดิกไปเที่ยวลำพังไม่ได้  คนโสด  มีโอกาสถูกหลอกให้รักแล้วก็พบว่าจริงๆ แล้วเขามีใครอีกคนซ่อนอยู่ แล้วงานนี้จะมีผู้ใหญ่ออกโรงช่วย

 สุขภาพ   :  หากคุณกำลังหักโหมทำงานหนักอยู่ต้องระวังในเรื่องโรคทางช่องปาก และระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจเป็นปัญหาไปถึงระบบการย่อยอาหาร รวมถึงการกดดันตัวเองจนเครียด   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับชาวศุกร์เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนอย่างมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายครูบาอาจารย์ เทรนเนอร์ โค้ชชิ่ง ติวเตอร์ เน้นพวกคำนวณ ฟิสิกต์ เคมี ชีวะ หากใครที่ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือฟรีแลนซ์ สอนประจำตามร้านกาแฟ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสที่จะได้รับการบรรจุ แต่งตั้งให้เป็นลูกจ้างประจำ ข้าราชการประจำ อยู่กันยาวๆ ยันเกษียณเลย

การเงิน  :  หากที่ผ่านมาคุณเพลิดเพลินกับการใช้เงินจนไม่พอใช้ ช่วงนี้คงต้องประหยัดมากกว่าเดิม เพราะแม้คุณจะได้งานประจำ แต่เงินเดือนก็จะตายตัว แล้วหากคุณใจอ่อนก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ง่ายด้วย  

 ความรัก :   จริงๆ อารมณ์คุณร้อนแรง โรแมนติก หึงหวงสูง แต่เพราะมีเรื่องอื่นเข้ามาให้สนใจมากกว่าจึงช่วยลดความร้อนแรง ความหึงหวงลงไปได้หน่อยนึง คนโสด   มีโอกาสได้พบผู้ใหญ่ใจดีที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง แต่กระนั้นก็ยังต้องอาศัยเวลาในการศึกษาเรียนรู้นิสัยใจคอกัน  

สุขภาพ  :   มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน เช่น รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา พักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นแบบสะสม เรื้อรัง จึงควรรีบรักษาอย่าปล่อยไว้

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  อยากบอกว่าชาวเสาร์เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนด้วยความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้บริการคำแนะนำทางด้านต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่าภายในรอบ 7 วันนี้ หากคุณมีโครงการที่จะเรียนต่อ หรือเริ่มต้นโครงการที่ต้องศึกษาข้อมูลทางวิชาการ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แต่อยากบอกว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม เพราะการใจร้อน วู่วาม ตัดสินใจอย่างกล้าได้กล้าเสีย จะนำความเสี่ยงมาให้

การเงิน  :   มีโชคในเรื่องของการลงทุนและความเสี่ยง ซึ่งคุณก็สามารถวางแผนการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีอะไรน่ากังวล   

ความรัก  :  เป็นไปได้ที่ว่าสาวเก่งจะมาพร้อมกับอีโก้ที่สูงลิ่ว ชาวเสาร์สัปดาห์นี้ก็เป็นเช่นนั้น เพราะจริงๆ แล้วคุณโรแมนติก และวาดฝันกับความรักไว้อย่างงดงาม แต่เพราะอีโก้ที่มาปิดกั้นความอ่อนหวานไปอย่างน่าเสียดาย  คนโสด  เช่นกันค่ะ ชาวเสาร์สัปดาห์นี้มีความโรแมนติกสูงมาก แต่เพราะความเก่งทำให้คุณเก็บซ่อนความหวานอย่างน่าเสียดาย  

 สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้ชาวเสาร์พลังเยอะ ไม่เจ็บป่วยกับใครง่ายๆ แต่ก็อย่าประมาท เพราะหากคุณหักโหมทำงานหนักแบบไม่หลับไม่นอน หัวใจจะไปก่อนเป็นอันดับแรก พวกโรคเลือดตีบ ตัน จนถึงแตก รวมถึงไขมันอุดตัน  

Sienna Spiro

SIENNA SPIRO ศิลปินคลื่นลูกใหม่เสียงทรงพลังวัย 20 ปีจากอังกฤษ

SIENNA SPIRO ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงสาวสวยวัย 20 ปีจากลอนดอน เปิดต้นปี 2026 มาได้อย่างสวยงาม กับการส่งเพลงล่าสุด “Die On This Hill” เข้าชาร์ต Billboard Hot 100 ล่าสุดครองอันดับที่ 69 ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย พร้อมได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน รวมถึงศิลปินรุ่นพี่หลายคนก็ชื่นชมในความสามารถของเธอ Ryan Tedder จาก OneRepublic ชื่นชม SIENNA SPIRO ว่า “เธอคือศิลปินดาวรุ่งที่โดดเด่นจากอังกฤษ… เสียงของเธอคือเสียงที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้ยิน นับตั้งแต่ Adele” รวมถึง Sabrina Carpenter ก็เคยแมสเสจส่วนตัวไปชื่นชมเพลงของเธอด้วยตัวเองด้วย

นักแต่งเพลงสาวสวยวัย 20 ปี นับเป็นศิลปินคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของปี 2026 เธอมาพร้อมน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันเข้มข้นชัดเจน ฝีไม้ลายมือของเธอโดดเด่นจนเธอได้รับเลือกให้เป็นศิลปินเปิดให้กับคอนเสิร์ต To Be Free: New York City ของ Sam Smith เพอร์ฟอร์มานซ์ที่เธอร่วมร้องเพลงเคียงบ่าเคียงไหล่กับ Sam Smith ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ อย่างล้มหลาม ต่างชื่นชมในพลังเสียงของเธอจนลืมไปเลยว่าเธออายุเพียง 20 เท่านั้น และล่าสุดกับเพอร์ฟอร์มานซ์ในงานรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon พลังเสียงของเธอสะกดคนดูได้อยู่หมัดตั้งแต่ท่อนแรกจนถึงท่อนสุดท้ายได้จริง ๆ

อย่างไรก็ตามเธอ ได้รับเลือกให้เป็นศิลปิน Vevo DSCVR Artists to Watch ของปี 2026 เธอความสามารถในการแต่งเพลงที่หาตัวจับได้ยาก ที่เธอเริ่มแต่งเพลงเองตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยมีศิลปินอย่าง Frank Ocean, Etta James, Frank Sinatra และ Amy Winehouse เป็นแรงบันดาลในการทำเพลงของเธอ โดยเธอผสมผสานแนวดนตรีแจ๊สที่เธอชื่นชอบเข้าไปด้วย และปรับให้ออกมาเป็นดนตรีที่ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ทำให้เพลงของเธอมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งในแง่ของดนตรีและเสียงร้องอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยอารมณ์ เชื่อได้เลยว่เธอจะเข้าไปอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คนโดยไม่รู้ตัวเร็ว ๆ นี้

สามารถติดตาม SIENNA SPIRO ได้ที่ INSTAGRAM | TIKTOK | YOUTUBE

ข้อมูลจาก Universal Music Thailand

เจ้าหญิงเลโอนอร์

เจ้าหญิงเลโอนอร์ ว่าที่ราชินีสเปนคนแรกในรอบ 150 ปี

สเปนกำลังจะได้เห็นการกลับมาของ “ราชินีผู้ครองราชย์” (Queen Regnant) อีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี โดยมี เจ้าหญิงเลโอนอร์ (Princess Leonor) พระธิดาวัย 20 ปีของ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 (King Felipe VI) และ สมเด็จพระราชินีเลติเซีย (Queen Letizia) ในฐานะ รัชทายาทลำดับหนึ่ง ผู้ถูกจับตามองว่าจะขึ้นครองราชย์ในอนาคต

เจ้าหญิงเลโอนอร์ ว่าที่ราชินีสเปนคนแรกในรอบ 150 ปี

(Photo by Carlos Alvarez/Getty Images)

ซึ่งหากเจ้าหญิงเลโอนอร์ขึ้นเป็นประมุขแห่งรัฐ พระองค์จะเป็น ราชินีผู้ครองราชย์พระองค์แรกนับตั้งแต่สมเด็จพระราชินีอิซาเบลลาที่ 2 (Queen Isabella II) ซึ่งสิ้นสุดรัชสมัยไปในปี 1868 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของราชวงศ์สเปนยุคใหม่

โดยมีราชวงศ์บูร์บง (Bourbon dynasty) ซึ่งครองราชบัลลังก์สเปนมาตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 รวมถึงการฟื้นคืนระบบกษัตริย์ในปี 1975 หลังสิ้นสุดยุคเผด็จการของฟรังโก ก่อนที่สเปนจะเดินหน้าสู่การสืบราชบัลลังก์จาก กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสที่ 1 มาสู่ กษัตริย์เฟลิเปที่ 6 ในปี 2014

(Photo by Carlos Alvarez/Getty Images)

ในด้านการเตรียมความพร้อม เจ้าหญิงเลโอนอร์ต้องเข้ารับการฝึกทางทหารตามกฎหมายของสเปน โดยต้องผ่านครบทั้ง กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อเตรียมบทบาทในอนาคตในฐานะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศ

เส้นทางฝึกเริ่มต้นขึ้นที่เมืองซาราโกซา ก่อนต่อยอดสู่การฝึกในทัพเรือที่แคว้นกาลิเซีย และร่วมปฏิบัติจริงบนเรือฝึกของกองทัพเรือเป็นระยะเวลานาน ได้สัมผัสชีวิตและภารกิจร่วมกับลูกเรืออย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญเมื่อเจ้าหญิงเลโอนอร์สามารถทำการบินเดี่ยวสำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของสมาชิกราชวงศ์สเปนฝ่ายหญิง เช่นกัน

(Photo By Raul Terrel/Europa Press via Getty Images)

ปัจจุบันพระองค์อยู่ระหว่างการฝึกในกองทัพอากาศ พร้อมได้รับการยกย่องผ่านเกียรติยศสำคัญอย่าง เหรียญทองของแคว้นมูร์เซีย ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของภูมิภาค ถือเป็นอีกก้าวที่ตอกย้ำความพร้อมบนเส้นทางสู่บทบาทผู้นำในอนาคตอย่างชัดเจน


เปิดฉากซินเดอเรลล่ายุคใหม่ Yerin Ha ในค่ำคืน Bridgerton SS4

Yerin Ha นักแสดงจาก Bridgerton SS4 ปรากฏตัวในคอสตูมสีฟ้า สะท้อนภาพจำซินเดอเรลล่า

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันฉายซีรีส์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Bridgerton Season 4 ซึ่งในซีซั่นนี้ได้นักแสดงสาว Yerin Ha มารับบท Sophie Beckett ประกบคู่กับ Luke Thompson ในบท Benedict Bridgerton

หากใครได้ชมตัวอย่างที่ปล่อยออกมาแล้ว อาจสัมผัสได้ถึงโครงเรื่องที่ชวนให้นึกถึงนิทานคลาสสิกอย่าง ซินเดอเรลล่า เรื่องราวของหญิงสาวผู้ถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียงคนรับใช้ในบ้านหลังใหญ่ ต้องเผชิญชีวิตที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและข้อจำกัดของชนชั้น ระหว่างปัญหามากมายที่เกิดขึ้น เธอได้พบรักกับชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้ง หน้าตา ฐานะ และความสามารถ ซึ่งเขาได้กลายเป็นนผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

เมื่อพล็อตเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่าคอสตูมของ Sophie Beckett ก็ยังแฝงกลิ่นอายของตัวละครซิลเดอเรลล่า ทั้งเดรสสีฟ้าที่ปรากฏในเรื่อง ตลอดจนในค่ำคืนเปิดตัวซีรีส์ Bridgerton ซีซั่น 4 เยรินก็ปรากฏตัวในเดรสคล้องคอยาวสีฟ้า ประดับคริสตัล พร้อมดีเทล Cut-Out จาก Prada สะท้อนภาพจำของซิลเดอเรลล่ายุคใหม่

จะว่าไป ก็เริ่มอยากดูซีรีส์ขึ้นมาแล้ว มารอชมความสนุก และคอสตูมสวยๆ ของ Bridgerton SS4 ในวันที่ 29 มหราคมนี้ ไปพร้อมกันนะคะ


ภาพ: Instagram @yerinha_

'วิน เมธวิน'

‘วิน เมธวิน’ กับเป้าหมายใหม่ที่ไปไกลกว่าเดิม

เรียกเสียงฮือฮา เป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลกับ บริษัท จูวีเทค จำกัด ที่จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ JUVELOOK : Dual Look for a Youthful Look ณ ลานอีเดน (Eden Zone) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมคว้าตัว “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใสมากความสามารถ นั่งแท่น Brand Ambassador คนล่าสุด เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์การดูแลผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยผลิตภัณฑ์ในเครือ “JUVETEK” บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าบรรดาแฟนคลับ ที่ยกขบวนมาให้กำลังใจหนุ่มวิน กันอย่างคับคั่ง โดยหนุ่มวินได้จัดเสิร์ฟโชว์สุดพิเศษเดินแบบพร้อมมาสคอตสุดน่ารัก อย่างน้อง METAA มาสคอตกระต่ายประจำตัวหนุ่มวิน และน้อง JUVE หยดน้ำตัวแทนแห่งความชุ่มชื้น ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานได้แบบคิวท์สุดๆ

งานแถลงข่าวเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ JUVELOOK : Dual Look for a Youthful Look พร้อมคว้าตัว “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใสมากความสามารถ นั่งแท่น Brand Ambassador คนล่าสุด

โดย Brand Ambassador คนล่าสุด “เมธวิน” ได้เผยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมาก ที่ได้มาร่วมงากับ JUVETEK และได้เป็นส่วนหนึ่งของ JUVELOOK ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่ได้พูดคุยกันผมรู้สึกได้ว่าทีมJUVETEK ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม คุณภาพ ความปลอดภัย และความใส่ใจในรายละเอียดจริง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเหมือนกัน เลยรู้สึกสบายใจ และดีใจมากครับ ที่ได้มาร่วมเดินไปด้วยกันในครั้งนี้  ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น รวมทั้งขอบคุณทั้งน้อง METAA และ JUVE ด้วยครับ

‘วิน เมธวิน’ กับวิชั่น “ขับเครื่องบินส่งขนม” เป้าหมายใหม่ที่ไปไกลกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามอีกบทบาทที่สิ่งที่น่าจับตามองยิ่งกว่างานในวงการบันเทิง คือบทบาทของ “นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง” เจ้าของแบรนด์ขนมหวานชื่อดังอย่าง Souri (ซูรี) ที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเสียงของเจ้าของ แต่คือการวางกลยุทธ์และการใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในใจใครหลายคน ซึ่งล่าสุด เมธวิน ได้เผยถึงความสำเร็จของธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมวิชั่นใหม่ที่ทำเอาหลายคนต้องทึ่ง นั่นคือการเตรียมตัวไปเรียนขับเครื่องบินเพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ

ภารกิจส่งขนมให้ถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ

“สำหรับปีนี้ผมบอกเลยว่าการขับเครื่องบินเป็นหนึ่งในภารกิจที่ผมจะทำให้ได้ ผมกำลังสรรหาสถานที่ศึกษาในการขับเครื่องบิน ผมกำลังหาอยู่ว่าสถานที่ไหนควรจะเรียน และเรียนจบเร็วที่สุด พูดจริงนะ เพราะธุรกิจผมมีหลายสาขาทั่วประเทศ และรู้สึกว่าตอนนี้เริ่มส่งไม่ทันแล้ว เราจะทำยังไงให้ส่งได้เร็ว เราก็ต้องขับเครื่องบินส่งเอง ตอนนี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีขายแล้ว มันมีหลายภาคส่วน และซูเปอร์ก็มีหลายสาขาด้วย ต่างจังหวัดอีก มีต่างประเทศด้วย ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็อย่างน้อยทางนี้แหละน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ ผมจริงจังในการเรียนแน่นอนครับ แต่จะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนนี่สิ (หัวเราะ) ก็คงเป็นเวลาที่เราถ่ายซีรีส์เสร็จ กำลังแพลนอยู่ว่าจะเอาเวลาช่วงไหนดี แต่ก็พยายามหาวันว่างครับ”

แบรนด์เติบโตด้วยตัวเอง

“จริงๆ ที่บรรทัดทองเป็นอะไรที่เกินคาดหมายมาก เป็นโปรเจกต์ที่ซุ่มทำมาเกือบปีเลยว่าจะทำยังไงดีให้สาขานี้มีเอกลักษณ์และมีความตอบโจทย์ตรงโซนบรรทัดทองมากที่สุดก็มานั่งคิดว่าทำยังไงดีให้มันดูใหม่และเป็นที่น่าสนใจ พอได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ ทุกคนก็ดีใจ ในทีมก็แฮปปี้ครับ แต่ก็ตกใจกับแถวที่ต่อกันวนไปวนมามากครับ เป็นห่วงความปลอดภัยด้วย เพราะจริงๆ คือมันล้นออกมาฟุตปาธจนเต็มถนน ก็เป็นห่วงทุกคนครับ พยายามบอกทีมงานว่าให้ทุกคนอยู่ในฟุตปาธเอาไว้ อย่าลงไป เพราะห่วงความปลอดภัยของทุกคนครับ

พี่สิงโต (ปราชญา เรืองโรจน์) บอกว่าทำไมไม่ส่งมาให้ชิมบ้าง ก็พยายามนะครับ อย่างถ้าเรามีอีเวนต์ด้วยกัน ผมก็พยายามเอาไปหลังเวที หลังงานเพื่อให้ทุกคนได้ชิม แต่พี่สิงโตก็พยายาม DM มาอยู่ตลอดว่าอยากกินรสนั้น รสนี้นะ ผมก็เลยบอกว่าพี่ไปหาดใหญ่เลย มีขายที่นั่น (หัวเราะ) แต่ถ้าอยู่เชียงใหม่กินไม่ได้นะ นี่เป็นกฎเหล็กเลย ก็มีห้ามพนักงานในออฟฟิศว่าไม่ให้ใครสั่ง ไม่มีใครมีสิทธิได้ชิมนะครับ ต้องไปกินที่สาขานั้นเท่านั้น แต่ถามว่าจะมีวันที่เอาทุกอย่างของทุกสาขามารวมในงานเดียวไหม อันนี้ต้องรอติดตาม คือจริงๆ เราอยากจะทำให้มันเอ็กซ์คลูซีฟจริงๆ สำหรับแต่ละจังหวัด อยากให้มันพิเศษมากๆ สำหรับทุกจังหวัดเลยที่เราไป ก็เลยยังไม่ได้มีอันนั้นอยู่ในแพลน”

บุกตลาดต่างประเทศ

“ผมว่าแก่นหลักของธุรกิจที่ผมทำ คือเราใส่ใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์มากๆ เราใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ เราใส่ใจในเรื่องของหน้าตาของมันที่มันสามารถตอบสนองในด้านของโฟโต้เจนิกได้ สามารถถ่ายรูปคู่ได้ และทำให้มันเข้ากับเจนใหม่มากๆ รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราทำของดีจริงๆ เราใช้ของดี วัตถุดิบที่ดีครับ ก็เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นจุดที่มันยั่งยืนได้ดีใจครับ จริงๆ มันเป็นเป้าหมายที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ช่วงผมเปิดแบรนด์แรกๆ เลย เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากทำจุดนี้ให้ได้ อยากจะทำให้คนซื้อซูรีเพราะรักซูรี ไม่ได้ซื้อซูรีเพราะรักวิน เมธวินอย่างเดียว มาถึงวันนี้ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามันคุ้มค่า และสิ่งที่เราตัดสินใจมันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เป้าหมายในวันนี้จริงๆ ก็ดีใจมากๆ เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รู้สึกภูมิใจมากๆ ด้วยที่ทำได้ครับ สบายใจมากๆ ครับ เพราะผมใส่ใจในด้านของผลิตภัณฑ์จริงๆ และเราก็ทำของดีจริงๆ ก็รู้สึกว่านี่จะทำให้มันประสบความสำเร็จได้”เผยธุรกิจตัวใหม่ใกล้เปิดตัวแล้ว และตั้งเป้าไปบุกตลาดต่างประเทศ”

สีมงคล 2569

เปิดคัมภีร์ สีมงคล 2569 ปรับ Energy รับพลังบวกตลอดปีมะเมีย

ในทางจิตวิทยาและโหราศาสตร์ “สี” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เรามองเห็น แต่คือ “คลื่นความถี่ของพลังงาน” ที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึก ความคิด และโอกาสที่เข้ามาในชีวิต การเลือกใช้สีที่ถูกโฉลกกับพื้นดวงในแต่ละปี จึงเปรียบเสมือนการปรับจูนพลังงานรอบตัวให้สอดคล้องกับดวงดาว เพื่อดึงดูดโชคลาภ เสริมบารมี และปัดเป่าอุปสรรคให้เบาบางลง

สำหรับปี 2569 หรือปีมะเมียในปีมะเมียมหามงคล เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำเบอร์หนึ่งด้านอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กฉลองตรุษจีนที่ดีที่สุด จับจ่าย–ไหว้–กิน–เที่ยว ครบจบในที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เตรียมฉลองตรุษจีนปีมะเมียยิ่งใหญ่ ในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” ผนึกกำลัง “หมอช้าง – ทศพร ศรีตุลา” เปิดตารางสีมงคล 12 ราศี ประจำปี 2569 ให้สายมูเตลูได้เช็กก่อนใช้ เซฟไว้เสริมพลังบวกได้ตลอดทั้งปี

ตารางสีมงคลทั้ง 12 ราศี ได้รับการปรับให้เหมาะกับพื้นดวงของแต่ละราศีในแต่ละปี

สีมงคล 2569
  • ราศีเมษ      (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 14 เม.ย. – 14 พ.ค.)  : เทา เทาอ่อน
  • ราศีพฤษภ   (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 พ.ค. – 14 มิ.ย.)   : ม่วง ฟ้า
  • ราศีเมถุน    (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. – 16 ก.ค.)   : แดง ชมพู
  • ราศีกรกฎ    (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 ก.ค. – 16 ส.ค.)   : เหลือง ครีม
  • ราศีสิงห์      (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 ส.ค. – 16 ก.ย.)   : เทา เหลือง
  • ราศีกันย์      (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 ก.ย. – 17 ต.ค.)   : เทา เขียว
  • ราศีตุล        (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 18 ต.ค. – 16 พ.ย.)   : แดง ส้ม
  • ราศีพิจิก      (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 พ.ย. – 15 ธ.ค.)   : ครีม ส้ม
  • ราศีธนู        (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 16 ธ.ค. – 14 ม.ค.)   : ฟ้า เทา
  • ราศีมังกร     (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 ม.ค. – 12 ก.พ.)   : น้ำตาล ครีม
  • ราศีกุมภ์     (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 13 ก.พ. – 14 มี.ค.)   : ฟ้า น้ำเงิน
  • ราศีมีน        (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มี.ค. – 13 เม.ย.)  : เทา ครีม

ตรุษจีนปีนี้ห้ามพลาด! ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศชวนทุกคนเตรียมช้อปไอเทมมงคลและร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย ในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” กับกิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษ เพื่อก้าวเข้าสู่ปีมะเมียมหามงคลอย่างสุขสมบูรณ์ โชคดี และรุ่งเรืองตลอดปี 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย

ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities

#CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา #TheGreatChineseNewYear2026 #มะเมียเฮงเฮงที่เซ็นทรัล

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

‘เปิ้ล – อัญชลี ตันติวงษากิจ’ CEO กรุงทองพลาซ่า ยกระดับแฟชั่นพลัสไซส์ไทยสู่เวทีสากล

‘กรุงทองพลาซ่า’ ศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกาย ‘พลัสไซส์’ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยการบริหารงานของซีอีโอหญิงเก่ง คุณเปิ้ล อัญชลี ตันติวงษากิจ ทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 2 ปีนี้ถือเป็นปีทองสำหรับคุณเปิ้ล เพราะนอกจากจะได้รับรางวัล ‘สุดยอด CEO แห่งปี 2025’ จาก DAILYNEWS TOP CEO OF THE YEAR 2025 แล้ว เธอยังได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการเสื้อผ้าพลัสไซส์กับการก้าวสู่ระดับสากล ด้วยการจัดประกวด กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 202 ค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการออกแบบ ตัดเย็บเครื่องแต่งกายสำหรับสาวพลัสไซส์ ภายใต้ธีม ‘Unlimited Fashion แฟชั่นไม่มีขีดจำกัด’ ที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

เวทีค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่

งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะคุณเปิ้ล มองเห็นความต้องการของตลาดเครื่องแต่งกายพลัสไซส์ และศักยภาพที่มีแนวโน้มในการเติบโตอย่างรวดเร็ว

“กรุงทอง พลาซ่า อยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ส่งเสริม และยกระดับวงการดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น เป็นเวทีให้กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์ไอเดียผ่านการออกแบบเสื้อผ้าพลัสไซส์ จึงร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวด “กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025” ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้หัวข้อ “Unlimited Fashion แฟชั่นไม่มีขีดจำกัด”

“ผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ จะไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจเท่านั้น แต่ต้องตีโจทย์ Unlimited Fashion ผ่านมุมมองอัตลักษณ์ไทย สะท้อนเรื่องราวความเป็นไทยและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สายตานานาชาติ

“เมื่อได้เห็นผลงานของน้องๆ แล้ว เปิ้ลรู้สึกปลื้มใจค่ะ ทุกคนทำออกมาได้ดีมาก ซึ่งเวทีนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยเท่านั้น ยังมีเยาวชนจากต่างประเทศ อย่าง ฮ่องกง ที่ผ่านเข้ารอบในครั้งนี้ เขาเดินทางมาไทยเพื่อศึกษาและค้นหาผ้าไหมไทย แล้วยังนำเทคนิคการสแกนบอดี้ของนางแบบ มาช่วยในการดีไซน์เสื้อผ้าให้ดูสมดุลยิ่งขึ้น ทำให้เรานำเทคนิคนี้ไปต่อยอดให้กับเยาวชนไทยได้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้ทำเวิร์กช็อปให้กับน้องๆ ที่เข้ารอบสุดท้าย โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการแฟชั่น เช่น ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช, คุณอร-สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PAINKILLER Atelier และ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ดิ้ง และการทำตลาดเสื้อผ้าแฟชั่น อีกด้วย

“สำหรับผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้ จะได้รับการสนับสนุนให้ไปประกวดเวทีระดับโลก อย่าง UN-SEAM Fashion Award Singapore ที่ประเทศสิงคโปร์ และในปีหน้าห้างกรุงทอง พลาซ่า จะส่งเข้าประกวดรายการ “2026 Taiwan Design Fashion Award” อีกเวทีหนึ่ง ส่วนทุกผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการภายในห้างต่อไปค่ะ”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

Thai Craft, New Curve

แพรวได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ชนะรางวัลการประกวด “กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025” ซึ่งล้วนแต่เป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์

เริ่มจากเจ้าของรางวัลชนะเลิศ คุณอุ้ม อดิศร สลางสิงห์ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ชาวขอนแก่น ที่สร้างโอกาสให้ตัวเองด้วยการเข้าประกวดงานดีไซน์และคว้ารางวัลมาจากหลายเวที ครั้งนี้ความท้าทายของการออกแบบเสื้อผ้าพลัสไซส์ ไม่ได้มีเพียงเรื่องสรีระเท่านั้น หากยังรวมถึงความตั้งใจในการตีความเป็นไทยให้ร่วมสมัยในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

“ผมอยากสะท้อนความเป็นไทยในมุมใหม่ที่ยังไม่เคยถูกนำเสนอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนเรือนร่างสาวพลัสไซส์ ทำให้ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้าง รูปทรง และมิติของผ้าให้เข้ากันอย่างลงตัว ภายใต้โจทย์ Unlimited Fashion ผมได้แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างสถาปัตยกรรมของ พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่มีสีสันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา อย่าง ตอนกลางวันองค์พระปรางค์จะออกโทนเข้มเกือบดำ แต่พอตกเย็นเมื่อเปิดไฟ กลับกลายเป็นสีทองอร่าม

“สีดำ จึงเป็นมู้ดหลักของชุดนี้ และแทรกด้วยสีทองสื่อถึงช่วงเวลาที่แสงไฟต้ององค์พระปรางค์ในยามค่ำคืน ผมเลือกใช้ผ้าไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาของชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น คือผ้าไหมมัดหมี่ ประกอบด้วยสีแดง เขียว และม่วง ซึ่งสอดรับกับเฉดสีของกระเบื้องประดับองค์พระปรางค์ เวลาเสื้อหรือกระโปรงเคลื่อนไหวจะทำให้เกิดมิติเวลาก้าวเดิน

“ชุดนี้จึงมีความเป็นไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เล่าใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้นครับ

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

คู่หูดีไซเนอร์ที่จับมือกับสร้างสรรค์งานแฟชั่นด้วยหัวใจเดียวกัน คุณต้นฝนสิปปาจรีย์ ชัฎอนันต์ และคุณทิวลิป เมลิสสา มีป้อม นักศึกษาปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน “Homme Club” สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025

“เราอยากออกแบบชุดเจ้าสาวแบบราตรียาว และคอร์เซ็ตที่ช่วยเก็บทรงให้สมส่วนแต่ไม่ปกปิดรูปร่างหรือพลางส่วนไหนเลย เพราะเรามองว่าผู้หญิงพลัสไซส์ไม่ได้มีส่วนไหนเป็นจุดด้อยเลยค่ะ จึงอยากให้เขาใส่ชุดให้ออกมาสวย ดูดี และมั่นใจในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ใส่เพื่อซ่อนตัวตน

“ตั้งใจให้ชุดนี้มีความผสมผสานของวัฒนธรรมไทย โดยเลือกใช้ผ้าทอขิดมุกโบราณ ของจังหวัดเลย และได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานพื้นบ้านของจังหวัดเลย “นางผมหอม” ของจังหวัดเลย ตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่พยายามตามหารักแท้ด้วยการตัดผมใส่ผอบแล้วลอยน้ำไป เพื่อให้คนที่เป็นคู่ได้ค้นพบผมของนาง จึงเอาความเป็นพลีตและคลื่นน้ำมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งปกติคอร์เซ็ตจะใช้โบนเป็นโครง แต่เราทดลองใช้เส้นหวายแทน เพื่อให้มีกลิ่นอายของงานคราฟท์ไทย จึงทำให้แต่ละขั้นตอนมีความละเอียดสูงและใช้เวลามากเป็นพิเศษ ชุดนี้จึงมีความร่วมสมัย ใส่ได้จริง และไม่ตะโกนจนเกินไป คนเห็นแล้วอาจจะสงสัยว่า นี่ผ้าไทยจริงๆ เหรอ?”

ขอบคุณโอกาสดีๆ ที่กรุงทองพลาซ่าหยิบยื่นให้ และดูแลพวกเราอย่างอบอุ่น ตั้งแต่วันฟิตติ้งจนถึงงานประกวด แม้จะเป็นเวทีการประกวดครั้งแรกของเราสองคน แต่ทำให้รู้ว่าเรามาถูกทาง และอยากจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ     

กรุงทองพลาซ่า

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของ คุณนิวธรรมนูญ กิตติรักษ์  ช่างแพทเทิร์นแห่งห้องเสื้อชื่อดัง ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่นมากกว่า 10 ปี เขามองว่าแฟชั่นพลัสไซส์สำหรับผู้ชายมีตัวเลือกน้อยมาก โดยเฉพาะผู้ชายที่มีรอยสัก จึงออกมาเป็นผลงานที่ชื่อว่า “Newshine”

“ผมอยากทำเสื้อผ้าให้ผู้ชายพลัสไซส์ที่สักลายว่า เขาสามารถใส่ชุดไทยได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง โดยผสมผสานความเป็นไทยกับสตรีทแฟชั่นที่ดูเท่และทันสมัย เน้นดีไซน์เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ 3-in-1 และใส่ได้จริง เริ่มตั้งแต่เสื้อ ถ้าถกชายเสื้อขึ้นมาจะเห็นเป็นเสื้อกั๊กที่ซ้อนอยู่ ส่วนกางเกงขายาว สามารถถอดซิปปรับให้เป็นกางเกงขาสั้นได้ ส่วนชายขากางเกงที่ถอดออก นำมาประกอบเป็นกระเป๋าได้อีกด้วย  

“สำหรับแรงบันดาลใจของชุดนี้มาจาก ช้างไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก ผมเลือกใช้ผ้าพื้นบ้านจาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ ผ้าฝ้ายพื้นจากภาคกลางเป็นหลัก ด้วยคุณสมบัติที่ใส่ง่าย ระบายอากาศได้ดี และใส่สบาย ผ้าฝ้ายลูกแก้วจากภาคเหนือ ผ้ามัดหมี่ จากภาคอีสาน และผ้ามัดย้อมลูกเหนี่ยง จากภาคใต้

“สำหรับผมรางวัลนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ผมกล้าที่จะวางแผนอนาคตในการสร้างแบรนด์ของตัวเองต่อไปครับ”

‘เปิ้ล – อัญชลี ตันติวงษากิจ’ CEO กรุงทองพลาซ่า ยกระดับแฟชั่นพลัสไซส์ไทยสู่เวทีสากล

ฮับพลัสไซส์ของอาเซียน

ย้อนไปเมื่อ 24 ปีก่อน ห้างกรุงทองพลาซ่า เริ่มก้าวแรกในฐานะแหล่งค้าส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในย่านประตูน้ำ แต่ด้วยคำถามจากลูกค้าที่ว่า “ทำไมเสื้อผ้าไซส์ XL ถึงยังตัวเล็กอยู่?” อาจฟังดู “ธรรมดา” แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ คุณเปิ้ล เห็น “โอกาส” และ “ช่องว่าง” ของตลาดที่ถูกมองข้าม จนทำให้วันนี้กรุงทองพลาซ่าได้มายืนหนึ่งในฐานะศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกาย “พลัสไซส์” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มาตลอด 10 ปี   

“ตอนแรกเราเปิดขายเสื้อผ้าค้าส่งไซส์ปกติค่ะ ไซส์ใหญ่สุดคือ XL แล้วมีลูกค้าเข้ามาถามหลายครั้งว่า ทำไม XL ยังตัวเล็กอยู่ ทำให้เราเห็นช่องว่างของตลาด ประกอบกับการแข่งขันของตลาดเสื้อผ้าไซส์ปกติค่อนข้างสูง จาก 3 ห้างในย่านประตูน้ำ เพิ่มเป็น 9 ห้างในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร จึงระดมความคิดกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อฉีกตัวออกมา เพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่ได้อย่างมั่นคง

“ตอนนั้นยังไม่มีใครทำตลาดเสื้อผ้าพลัสไซส์แบบจริงจัง เราจึงตัดสินใจตอบโจทย์ลูกค้าของเรา ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ห้างกรุงทองพลาซ่า เป็นศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกายพลัสไซส์ จนขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศถึงทุกวันนี้ค่ะ”

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะประเทศในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้กรุงทองพลาซ่า แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“เปิ้ลเคยถามลูกค้าชาวอินโดนีเซียที่บินมาทำไลฟ์ขายส่งที่ห้างกรุงทอง พลาซ่าทุกเดือนว่า ทำไมไม่ซื้อของในประทศ เขาบอกว่า ดีไซน์ของเสื้อผ้าพลัสไซส์ที่ประเทศเขาไม่มีความหลากหลายเท่ากับที่กรุงทอง พลาซ่า แม้แต่ที่เมืองจีนก็ยังน้อยกว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจที่เรามีส่วนในการสร้างรายได้เข้าประเทศ”

“ปัจจุบันภายในห้างกรุงทอง พลาซ่า มีร้านค้ากว่า 400 ร้าน เราคัดเฉพาะแบรนด์ผู้ผลิตหรือมาจากโรงงานโดยตรง เพราะถ้าลูกค้าต่างชาติเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าที่ติดแบรนด์ Made in China เขาบินไปซื้อที่เมืองจีนดีกว่า อย่าง กางเกงช้างที่ชาวต่างชาตินิยม หลายคนอาจจะบอกว่าซื้อที่เมืองจีนก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกัน กางเกงที่ผลิตในจีน หัวช้างจะกลับหัว รวมไปถึงคุณภาพของเนื้อผ้า การวางแพทเทิร์น คัดติ้งแตกต่างจากของ Made in Thailand อย่างเห็นได้ชัด”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

ก้าวข้ามขีดจำกัด

“การทำธุรกิจเสื้อผ้าพลัสไซส์ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะรูปร่างของแต่ละคนมีความพิเศษและแตกต่างกันไป บางคนหน้าอกเล็ก เอวเล็ก แต่สะโพกใหญ่ ขณะที่บางคนหน้าอกใหญ่ เอวใหญ่ แต่สะโพกเล็ก ดังนั้นการออกแบบแพทเทิร์นใส่แล้วใช่ จึงเป็นหัวใจสำคัญ คนพลัสไซส์หลายคนไม่อยากโชว์แขนก็ต้องดีไซน์ให้ช่วยปกปิดอย่างพอดี หรือบางคนเอวใหญ่ สะโพกใหญ่ แต่ไม่มีก้น จะต้องดีไซน์ออกมาอย่างไรให้สวมใส่แล้วปิดจุดด้อย แล้วทำให้เกิดความมั่นใจ นั่นคือจุดขายของเรา

“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นพลัสไซส์เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะ กลุ่มลูกค้า LGBTQ+ ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัว จึงยิ่งผลักดันให้ดีไซน์ต้องมีความหลากหลายขึ้น ทำให้วันนี้สินค้าภายในห้างกรุงทอง พลาซ่า จึงพยายามตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ คุณภาพ และความหลากหลายอย่างแท้จริง ตั้งแต่ชุดชั้นใน มีทั้งแบบเสริมหน้าอก เสริมก้น เก็บพุง ไปจนถึงชุดเดรส ชุดราตรี ซึ่งมีไซส์ตั้งแต่ XS ไปจนถึง 7XL และบางร้านพัฒนาได้ถึง 8 XL (ขนาดหน้าอก 60 นิ้ว เอว 60 นิ้ว)

“ทุกสัปดาห์แต่ละร้านจะมีดีไซน์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง  อย่าง 3 ชุดที่เปิ้ลเลือกนำมาถ่ายแบบกับแพรวในครั้งนี้ มีวางจำหน่ายในห้างเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญคือราคาที่จับต้องได้ ขนาดแบงค์พันยังมีทอน หรือบางชุดอยู่ในงบหนึ่งพันกว่าบาท แต่ได้คุณภาพคุ้มเกินราคา”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

แฟชั่นเพื่อสังคม

นอกจากเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่แสดงศักยภาพแล้ว คุณเปิ้ลยังเชื่อมั่นว่า การ “คืนกลับให้สังคม” เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปทุกปี

“อย่างปีที่แล้ว เรานำเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาคัดแยกเส้นใย ปั่นใหม่ และตัดเย็บออกมาเป็นเสื้อรีไซเคิล แล้วนำไปมอบให้กับตำรวจตระเวนชายแดน เพราะเราอยากทำงานที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การนำเงินไปบริจาค แล้วอยากให้ทั่วโลกได้เห็นว่า ประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงาม

“เพราะเปิ้ลเชื่อว่า ถ้าเราทำงานที่รัก เราจะมีความสุขค่ะ และพลังนี้เองที่จะผลักดันให้ทุกอย่างเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งธุรกิจ สังคม และวงการแฟชั่นไทย”

วันนี้กรุงทอง พลาซ่า ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางแฟชั่นพลัสไซส์ของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก และความตั้งใจจริง…ทำให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงไร้ขีดจำกัด


ลดา เรืองสุขอุดม

เจาะความสำเร็จ ‘ลดา เรืองสุขอุดม’ CEO Lada Makes

ความสำเร็จของ ‘คุณลดา เรืองสุขอุดม’ หญิงเก่งวัย 48 ปี CEO แห่ง Lada Makes แบรนด์อาหารไทยคุณภาพพรีเมียมที่เติบโตอย่างโดดเด่นในสหราชอาณาจักร ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าความฝันไม่มีวันหมดอายุ แม้เธอจะสตาร์ทบทบาทนักธุรกิจได้เพียงไม่นาน และไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน แต่ก็สามารถปั้นแบรนด์ที่เกิดจากความรักให้ก้าวไปสู่ระดับโลกได้ พร้อมการันตีด้วยการคว้ารางวัล Gold Winner–UK Quality Food Awards 2025 ในหมวด Cooking Sauce ซึ่งมีการแข่งขันสูงมากในสหราชอาณาจักร

ลดา เรืองสุขอุดม

เริ่มต้นด้วยรักและคิดถึง

“Lada Makes คือแบรนด์อาหารไทยแท้คุณภาพพรีเมียมที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน ผลิตภัณฑ์หลักๆ ตอนนี้คืออาหารไทยแช่แข็งและเครื่องแกงสำเร็จรูป ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดถึงบ้านของดา ด้วยความที่ย้ายมาใช้ชีวิตครอบครัวที่สหราชอาณาจักร ดาจึงรู้สึกคิดถึงอาหารไทย โดยปกติจะทำอาหารไทยให้สามีและลูกๆ ทานเป็นประจำ เพราะอาหารไทยแท้รสชาติถูกปากหาทานได้ยากมากที่นี่ ดาจึงทำอาหารเอง รวมถึงแจกจ่ายเพื่อนบ้านและเพื่อนๆ ด้วย ซึ่งเพื่อนชาวอังกฤษชอบรสชาติอาหารของดามาก ถึงขั้นว่าถ้าดากลับเมืองไทยนานๆ เขาจะขอให้ดาทำอาหารแช่แข็งเพื่อเก็บไว้สำหรับอุ่นทาน โดยเมนูแรกที่ถือเป็นสารตั้งต้นของ Lada Makes คือแกงมัสมั่นค่ะ (ยิ้ม)

“ดารู้สึกว่าอาหารไทยมีพลังมากๆ เพราะทำให้คนที่รับประทานได้มีความสุขจริงๆ ดาจึงเริ่มคิดไอเดียว่าจะทำอย่างไรให้คนต่างชาติเข้าถึงอาหารไทยแท้ได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารแช่แข็งแล้วให้เขาอุ่นกิน หรือการมีชุดเครื่องแกงให้เขาทำกินเองได้ง่ายๆ เพราะการเข้าครัวทำอาหารไทยสำหรับชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องซับซ้อน

“ในที่สุดจึงกลายเป็น Lada Makes ที่ดาวางคอนเซ็ปต์ไว้ชัดเจนว่า Premium, Authentic และ Convenience คือการใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม รสชาติเครื่องแกงต้องถึงและอร่อยแบบที่ชาวต่างชาติทานได้ โดยปรับรสชาติให้ไม่จัดมาก ที่สำคัญคือเป็นอาหารไทยแท้ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย” 

ลดา เรืองสุขอุดม

เสน่ห์ปลายจวักมัดใจชาวต่างชาติ

“ตอนนี้ Lada Makes มีอาหารไทยแช่แข็งอยู่ 4 เมนู ได้แก่ ข้าวแกงเขียวหวาน ข้าวพะแนง ข้าวผัดกะเพรา และข้าวแกงมัสมั่น ซึ่งเป็นเมนูที่ผ่านการทำ Marketing Research แล้วว่าชาวต่างชาติชื่นชอบ โดยทุกเมนูใช้พริกแกงสูตรเฉพาะตัวของแบรนดที่ปรับมาจากสูตรดั้งเดิมของครอบครัวที่จังหวัดสุพรรณบุรี และเสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิไทยแท้ อีกหนึ่งความพิเศษคือ Lada Makes ถือเป็นแบรนด์แรกที่ใส่มะเขือไทยในแกงเขียวหวาน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจและการรักษาความถูกต้อง ไม่ปรับสูตรเพื่อความง่าย ที่นี่ส่วนใหญ่ใช้มะเขือฝรั่ง เพราะหาง่ายและถูกกว่า ที่สำคัญคือรสชาติที่แตกต่าง มะเขือไทยมีรสขมนิดๆ เนื้อกรอบนุ่ม ช่วยตัดความมันของกะทิ ทำให้ไม่เลี่ยน ซึ่งเป็นรสชาติไทยแท้ ส่วนมะเขือฝรั่งมีรสหวานและเนื้อเละ สำหรับเครื่องแกงสำเร็จรูปมี 3 สูตร คือแกงมัสมั่น แกงพะแนง และแกงเขียวหวาน ทั้งหมดเป็นแบบพร้อมปรุงที่มีกะทิผงในตัวเลยค่ะ

ลดา เรืองสุขอุดม

เจาะความสำเร็จ ‘ลดา เรืองสุขอุดม’ CEO Lada Makes

“แม้ Lada Makes จะวางขายได้ไม่นาน แต่ได้รับฟีดแบ็กที่ดีมากๆ จากลูกค้า หลายคนบอกดาว่าอยากให้ทำซอสผัดไทยและต้มยำด้วย ตอนนี้ทางทีมจึงกำลังพัฒนาสูตรกันอยู่ คาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ประมาณช่วงเดือนเมษายนปีนี้ สำหรับเป้าหมายในอนาคต ดาอยากพา Lada Makes บุกตลาดอังกฤษให้กว้างกว่านี้ รวมทั้งอยากครอบคลุมถึงทวีปยุโรปและอเมริกาในปีต่อๆ ไป”

การันตีความอร่อยด้วยรางวัลระดับอินเตอร์

“เครื่องแกงสำเร็จรูปถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจสำคัญของ Lada Makes เพราะวางขายแค่ 6 เดือน ก็ได้รับรางวัล Gold Winner–UK Quality Food Awards 2025 ในหมวด Cooking Sauce ซึ่งคู่แข่งเยอะมาก ดาจึงรู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ เพราะซอสทำอาหารมีขายกันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอิตาเลี่ยน ไทย จีน หรือเกาหลี แต่ด้วยความที่ดาเป็นนักชิม ชอบเสาะหาของอร่อยและวัตถุดิบดีๆ จึงรู้ความแตกต่างระหว่างพริกแกงไทยแท้กับของที่นี่ว่าให้รสชาติต่างกันอย่างไร เราจึงพัฒนาจุดแข็งของ Lada Makes ให้มีสูตรที่ลงตัว ผ่านการคิดค้นมาอย่างดี บวกกับสัดส่วนที่ถูกต้อง จึงออกมาเป็นซอสที่สมบูรณ์แบบและแตกต่าง

“โดยเฉพาะเครื่องแกงสำเร็จรูปสูตรแกงมัสมั่นที่ทำให้แบรนด์ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งภายหลังกรรมการได้เข้ามาแสดงความยินดีกับดา แล้วบอกว่าเครื่องแกงมัสมั่นของ Lada Makes มีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยรสชาติที่เข้มข้นถึงเครื่องแบบไทยแท้ และกลมกล่อมด้วยสูตรที่คำนวณไว้อย่างลงตัว ทั้งปริมาณของเครื่องแกงและกะทิ ที่สำคัญเราถือเป็นแบรนด์แรกที่ใช้กะทิผงไทยและเครื่องแกงสมุนไพรแท้ ซึ่งให้รสชาติที่ถึงเครื่องมากกว่า ขณะเดียวกันก็มีความยากในการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้คงรสชาติไว้ได้ แม้จะเป็นเครื่องแกงสำเร็จรูปที่ต้องผ่านกระบวนการการเก็บรักษา และการนำเข้าวัตถุดิบที่ต้องผ่านการยอมรับของอังกฤษ

“อีกหนึ่งความภูมิใจของดาคือ Lada Makes เป็นแบรนด์ใหม่ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ดาไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน ถือเป็นความท้าทายมากๆ ในทุกขั้นตอน เริ่มจากต้องตัดสินใจแบ่งเวลาและแรงกายแรงใจจากบทบาทคุณแม่ลูกสอง เพื่อลองทำในสิ่งที่รัก ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ดาก็มุ่งมั่นและตั้งใจมากๆ ดาใช้เวลากว่า 1 ปี ในการศึกษาขั้นตอนต่างๆ และพัฒนาแบรนด์ให้ผ่านมาตรฐานของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกระบวนการที่ท้าทายมากที่สุด โดยเฉพาะการพัฒนาสูตรให้คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ขณะเดียวกันก็ถูกปากผู้บริโภคชาวต่างชาติ และสามารถเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรมได้ กว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะออกสู่ตลาด ดาต้องเดินทางระหว่างไทยและอังกฤษหลายครั้ง เพื่อคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและปรับสูตรให้ลงตัว จนได้ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยความเป็นไทย และผ่านมาตรฐานการวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตของอังกฤษ ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจ และแรงผลักดันให้ดามุ่งพัฒนา Lada Makes ต่อไป

ลดา เรืองสุขอุดม

“นอกจากนี้ยังเป็นกำลังใจในการแชร์คอนเท้นต์เกี่ยวกับอาหารไทยของดาในเพจ LADA MAKES ด้วยค่ะ ซึ่งดาอยากถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทยออกไป ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยม เมนูโปรดของดาเอง ร้านโปรด หรือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้อาหารไทยอร่อยขึ้น ดาอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงรสชาติอาหารไทยแท้ที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบไทย รวมถึงความรักและความใส่ใจที่เป็นเบื้องหลังสำคัญของอาหารไทยทุกเมนูของดา”


เรื่อง : Onjira

ภาพ : อิทธิศักดิ์ บุญปราศภัย

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

ยกระดับการพักผ่อนริมทะเลมิติใหม่ ทุกการออกแบบมีเรื่องราวให้ค้นหา ณ เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

ถ้ากำลังมองหาที่พักริมทะเลที่ให้มากกว่าคำว่า “พักผ่อน” ลองให้ เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นหมุดหมายต่อไปของคุณดูสักครั้ง รีสอร์ทระดับ 5 ดาวบนชายหาดไม้ขาว ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีจากสนามบินภูเก็ต แต่ให้บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว และชวนให้หลุดออกจากความวุ่นวายได้อย่างแท้จริง

ที่นี่ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ทำเล แต่ยังถ่ายทอดเสน่ห์ของชายฝั่งอันดามันผ่านงานออกแบบที่มีเลเยอร์ รายละเอียด และการผสมผสานองค์ประกอบแบบ high–low อย่างลงตัว ทุกพื้นที่ถูกออกแบบให้ชวนมอง ชวนสำรวจ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สร้างประสบการณ์ในแบบของตัวเอง

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

ยกระดับการพักผ่อนริมทะเลมิติใหม่ ทุกการออกแบบมีเรื่องราวให้ค้นหา ณ เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าที่ห้องอาหาร Loca Vore ก่อนแวะจิบกาแฟหรือของว่างเบา ๆ ที่ Doppio แล้วปล่อยใจไปกับรสชาติอาหารไทยและอาหารใต้แท้ที่ห้องอาหาร Takieng ห้องอาหารไทยของโรงแรมที่ได้รับการจัดอันดับ Top 25 Restaurants (ลำดับที่ 16 จาก 25 อันดับ) ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารท้องถิ่นผ่านวัตถุดิบสดใหม่และสูตรดั้งเดิมอย่างประณีต โดยทีมเชฟมากประสบการณ์

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

ช่วงเย็นไม่ควรพลาด Sand Box Beachfront Bar & Eatery ห้องอาหารและบาร์ริมทะเลบรรยากาศสบาย ๆ ที่ได้รับรางวัล Best of the Best – Travelers’ Choice และ Top 25 Restaurants ในสาขา Distinguished Coastal Lifestyle Experience Award เหมาะสำหรับการนั่งชมพระอาทิตย์ตก จิบค็อกเทล และลิ้มรสเมนูซีฟู้ดจากวัตถุดิบสดใหม่ และอาหารนานาชาติหลากหลายรสชาติท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีชีวิตชีวา

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

เติมเต็มวันพักผ่อนด้วยการดูแลตัวเองที่ Quan Spa สปาที่ได้แรงบันดาลใจจากศาสตร์การบำบัดแบบเอเชีย พร้อมฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ริมทะเล สำหรับการพักผ่อนอย่างสมดุล

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ Renaissance คือทีม Navigator ที่พร้อมแนะนำและเชิญชวนแขกผู้เข้าพักออกไปค้นพบภูเก็ตในมุมที่แตกต่าง ผ่านสถานที่ และกิจกรรมท้องถิ่น พร้อมรับประสบการณ์และ พาไปสัมผัสเรื่องราว วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตของไม้ขาวและชุมชนโดยรอบได้อย่างลึกซึ้ง

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา จึงไม่ใช่แค่ที่พักริมทะเล แต่คือพื้นที่แห่งการค้นพบ ที่ทุกการเข้าพักจะเผยเสน่ห์ใหม่ ๆ ของภูเก็ตในแบบที่เป็นคุณ

เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้ที่ www.renaissancephuket.com และติดตามความเคลื่อนไหวของ Renaissance Phuket Resort & Spa ได้ทาง Facebook: Renaissance Phuket Resort & Spa และ Instagram: renaissancephuket


VERSACE EMBODIED สะท้อนตัวตนผ่านผู้คน สถานที่ และสัญลักษณ์

หลังจากเปิดตัวแคมเปญ VERSACE EMBODIED ครั้งแรก ก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี จึงทำให้เดินทางมาถึงครั้งที่ 2 ซึ่งแคมเปญนี้ยังคงถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านผู้คน  สถานที่ และสัญลักษณ์ โดยเปิดพื้นที่ให้กับบรรดาเหล่าศิลปิน ได้ถ่ายทอด VERSACE ในมุมมองของตัวเอง

สำหรับ VERSACE EMBODIED ครั้งที่ 2 นี้ มีผลงานจากศิลปินมากมายไม่ว่าจะเป็น Drake Car, Doug Ordway และ Jeff Mermelstein ที่มาร่วมยกย่องมรดกอันหยั่งรากลึกของ Versace ในการยืนเคียงข้างผู้บุกเบิกทางวัฒนธรรม ความ ร่วมมือกับผู้กำหนดทิศทางวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม เพื่อผลักขอบเขตของการแสดงออกให้ไกลยิ่งขึ้น พร้อมเชื้อเชิญให้ค้นพบจิตวิญญาณที่แท้จริงของแบรนด์

Love Theme 4:55. ภาพวาดโดย Drake Carr, 2025. 

Drake Carr ศิลปินผู้ได้รับการยกย่องจากแนวทางการทำงานแบบสหสาขาที่เปี่ยมด้วยพลัง ผสานการเต้นและการวาดภาพสดเข้าด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดพลังดิบของเรือนร่างที่เคลื่อนไหว แปรเปลี่ยนความทวิลักษณ์ระหว่างแรงตึงทางกายภาพและความอ่อนช้อยที่ลื่นไหลให้กลายเป็นภาษาทัศนศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ 

แคมเปญครั้งที่สองนี้ถือเป็นผลงานในรูปแบบใหม่ของ Carr ที่รังสรรค์ผลงานภาพเพื่อนฝูง มากกว่าการนำเสนอปัจเจก บุคคล ผ่านภาพขนาดเท่าตัวจริงที่ชวนฝัน ถ่ายทอดนัยยะของความใกล้ชิดและสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของ ThugPop, John Patrikas,  Sebastian Acero, Carrie Stacks และ Chloé Despos

Jeff Mermelstein ช่างภาพแนวสตรีทจากนิวยอร์ก ผู้สร้างสรรค์ภาพถ่ายที่เปี่ยมด้วยพลังการเคลื่อนไหว ถ่ายทอดจังหวะชีวิต  เอกลักษณ์ และความพิสดารของวิถีเมือง ค้นพบความงามท่ามกลางความโกลาหลและความสามัญ พร้อมบันทึกความเป็นมนุษย์ด้วย มุมมองที่เฉียบคม สดใหม่ และฉับไว

Doug Ordway ช่างภาพแฟชั่นผู้ได้รับการยกย่องจากการนิยามยุคสมัยแห่งแกลมเมอร์อันเร่าร้อน และร่วมงานกับ Versace มาอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1990 ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันกลมกลืนระหว่างพลังและความเย้ายวน พร้อมตราตรึงเรือนร่างมนุษย์ไว้เหนือ กาลเวลาด้วยการแสดงออกที่ทรงพลังและไร้การประนีประนอม 


ภาพและข้อมูล: Versace

Gucci Horsebit

งดงามเหนือกาลเวลา กับ Gucci Horsebit บทใหม่ของไฟน์จิเวลรี่ซิกเนเจอร์

Gucci ขยายอาณาจักรของ Horsebit Collection ด้วยการเปิดตัวเครื่องประดับไฟน์จิเวลรี่ดีไซน์ใหม่ ที่หยิบแรงบันดาลใจจากโลกแห่งการขี่ม้า ต้นกำเนิดของสัญลักษณ์ Horsebit อันเป็นตำนานของแบรนด์ มาถ่ายทอดผ่านสร้อยคอ กำไล ต่างหู และแหวน รังสรรค์ด้วยทองคำขาวและทองคำสีเหลือง ประดับเพชรอย่างประณีต

Horsebit ถูกสเก็ตช์ขึ้นครั้งแรกในสมุดโน้ตของช่างฝีมือ Gucci ช่วงปลายทศวรรษ 1940 ก่อนจะกลายเป็นซิกเนเจอร์บนแอ๊กเซสซอรีส์และรองเท้าโลฟเฟอร์นับตั้งแต่ยุค 1950 ต่อเนื่องสู่กำไลและนาฬิกาในยุค 1970 และเปิดตัวเป็นคอลเล็คชั่นไฟน์จิเวลรี่อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในปี 2004 จนถึงวันนี้ Horsebit ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นบทสรุปของมรดกงานฝีมือ Gucci และความสง่างามเหนือกาลเวลาของศิลปะการขี่ม้า

งดงามเหนือกาลเวลา กับ Gucci Horsebit บทใหม่ของไฟน์จิเวลรี่ซิกเนเจอร์

ทองคำขาวประดับเพชร ความงดงามที่ละเมียดและร่วมสมัย

ไลน์ทองคำขาวมาพร้อมเพชรที่ช่วยขับความหรูอย่างอ่อนช้อย สร้อยคอสองดีไซน์โดดเด่นด้วยจี้ขนาดเล็กและใหญ่ ตกแต่ง diamond demi pavé ขณะที่กำไลโซ่คู่เสริมเสน่ห์ด้วยชาร์ม Horsebit และกำไลแบบคัฟสองรุ่นที่เน้นสัญลักษณ์ Horsebit เพียงหนึ่งเดียวเป็นจุดโฟกัส

ต่างหูประดับเพชรมีตั้งแต่ห่วงดีไซน์เรียบหรู ต่างหูห้อย Horsebit คู่ ไปจนถึง ear cuff ดีไซน์โมเดิร์นที่เปิดสวมใส่ได้สะดวก ปิดท้ายด้วยแหวน Horsebit แบบ demi pavé ที่เติมความหรูอย่างพอดี

ทองคำสีเหลือง ให้ลุคโดดเด่น และชัดเจน

ฝั่งทองคำสีเหลืองนำเสนอคาแรกเตอร์ที่กล้าชัด ด้วยโชคเกอร์ 2 รุ่น กำไล 3 รุ่น แหวน 3 รุ่น และต่างหูห้อย 1 คู่ โชคเกอร์ร้อยเรียง Horsebit ขนาดเท่ากันหรือไล่ระดับ (degradé) สร้างเอฟเฟ็กต์โซ่เรียบเงาอย่างมีชั้นเชิง ดีไซน์เดียวกันสะท้อนผ่านกำไล แหวน และต่างหู

สัญลักษณ์ Horsebit ยังปรากฏที่ปลายทั้งสองด้านของ contrarie ring รวมถึงเป็นหัวใจของแหวนสเตทเมนต์ทรงเรียบ และกำไลคัฟสองรุ่นที่มาพร้อมกลไก flex สวมใส่สบาย

ทุกชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้ผสานงานฝีมือชั้นสูงของ กุชชี่ เข้ากับเส้นสายที่สะอาดตาและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย สะท้อนจิตวิญญาณ Horsebit ที่งดงามเหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง


ภาพ : Courtesy of Brands

จากบ้านเกิดสู่เวทีโลก เปิดเส้นทางถ่ายทอดความเป็นไทยของ ลิซ่า ลลิษา

ไม่นานนี้ ทุกคนคงได้เห็นวีดีโอทีเซอร์ และโปสเตอร์แรกของ “ลิซ่า ลลิษา” ในฐานะแอมบาสเดอร์ Amazing Thailand เป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าภาพของลิซ่าที่อยู่ท่ามกลางฉากหลังวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เราได้สัมผัสถึงความงดงาม ลึกลับ และเสน่ห์ที่ไม่อาจละสายตา ตามคอนเซ็ปต์ “Feel all the Feeling สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย” ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับการปรากฏตัวในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ของลิซ่า ถือว่าได้รับกระแสตอบรับทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างดี เพราะเธอถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่พยายามผลักดันความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกอยู่เสมอ เพื่อให้คนทั่วโลกได้เห็นความสวยงามทางวัฒนธรรม และความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดของคนในประเทศบ้านเกิด

แพรวจึงขอรวบรวม เส้นทางการถ่ายทอดความเป็นไทยของ ลิซ่า ลลิษา มาให้ทุกคนได้อ่านและร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของแดนสยามไปพร้อมกัน

LALISA MV

เริ่มต้นด้วยเพลงโซโล่อย่าง LALISA ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยิน ซึ่งเพลงดังกล่าวลิซ่าตั้งใจถ่ายทอดตัวตนลงไปในบทเพลงอย่างเต็มที่ เธอจึงเลือกนำเสนอความเป็นไทยผ่านฉากปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ พร้อมกับคอสตูมในชุดไทยประยุกต์

สำหรับคอสตูมนี้ได้ไทยดีไซเนอร์แบรนด์ดังอย่าง ASAVA มารังสรรค์ความงดงามผ่านฝีมือการตัดเย็บ โดยการนำผ้าไหมไทยดั้งเดิมสีทอง ลวดลายโลหะโบราณจากจังหวัดลำพูน มาปักประดับเข้ากับคริสตัลของสวารอฟสกี้ให้ความระยิบระยับทั่วตัว

อีกทั้งยังมีเครื่องประดับอย่างรัดเกล้า ที่ออกแบบโดย Hook’s by Prapakas คุณผักกาด ประภากาศ พร้อมทั้งเครื่องประดับหูและสร้อยสังวาลย์จาก SARRAN โดยดีไซเนอร์เปิดเผยว่า ในความเชื่องของไทย ดอกพุดซ้อน หมายถึงความแข็งแรงสมบูรณ์และความเจริญมั่นคง เขาจึงนำมาถ่ายทอดลงบนเครื่องประดับหู ในขณะที่ดอกโป๊ยเซียนที่ประดับบนสร้อยสังวาลย์ ยังสื่อถึง ความโชคดี เช่นกัน

Proud to be Thai

หากให้ยกตัวอย่างไฮไลท์ที่ได้รับการพูดถึงใน BLACKPINK WORLD TOUR <DEADLINE> in BANGKOK ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ยังไงก็ต้องมีโชว์โซโล่ของลิซ่าที่นอกจากสนุกแล้ว คอสตูมที่เธอสวมใส่บนคอนเสิร์ตยังเรียกเสียงฮือฮาได้มากมาย เพราะทั้งสวยงาม และแสดงอัตลักษณ์ของไทยได้เป็นอย่างดี รวมถึงคอสตูมทั้งหมด ยังเป็นฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวไทยอีกด้วย

เริ่มต้นลุคแรกด้วยคอสตูมสีทองอร่ามจาก Hook’s โดย ประภากาศ อังศุสิงห์ กับชุดที่ประดับด้วยพวงมาลัยบริเวณสะโพก โดยรังสรรค์จากการนำโลหะแผ่นกลมทองมาประกอบคล้ายเสื้อเกราะนักรบ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง แข็งแกร่ง ที่แฝงความนุ่มนวลในแบบสาวไทย

ต่อมาลุควันที่สอง ลิซ่าปรากฏตัวในคอสตูมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้ประจำชาติอย่าง มวยไทย ซึ่งดีเทลของชุดโดดเด่นด้วยกางเกงมวยและเสื้อคลุมที่ปักประดับคริสตัลด้วยชื่อ “ลลิษา” โดยผลงานดังกล่าวได้ I wanna Bangkok เป็นผู้ออกแบบ ในส่วนของเครื่องประดับมาจาก Bunyakorrn ดีไซเนอร์ชาวไทยเช่นกัน

และลุคสุดท้ายปิดท้ายอย่างตราตรึงด้วยบอดี้สูทประดับคริสตัล SWAROVSKI ทั้งชุด ซึ่งนอกจากความระยิบระยับแล้ว ดีเทลที่ได้รับการพูดถึงที่สุดคือลวดลายธงชาติไทยที่อยู่บริเวณด้านหลัง ผลงานดังกล่าวออกแบบโดย Unkuniya

The White Lotus Season 3

หนึ่งผลงานจดจำของลิซ่า ต้องยกให้กับ The White Lotus Season 3 เพราะถือเป็นการเดบิวต์ในฐานะนักแสดงครั้งแรกของเธอ แน่นอนว่ากระแสตอบรับดีเช่นเคยกับบทบาทของ พนักงานโรงแรมสาวชื่อว่า มุก ที่ลิซ่าได้รับ

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ลิซ่าถ่ายทอดความงดงามของวัฒธรรมไทยผ่าน ระบำศรีวิชัย ซึ่งถือเป็นการแสดงของภาคใต้ ที่นำท่ารำนาฏศิลป์ของชวามาผสมกับภาพจำหลัก มีเอกลักษณ์พิเศษอยู่ที่การใช้ มือ เท้า และศีรษะที่โดดเด่น

ไม่เพียงแค่ในซีรีส์เท่านั้น แต่ตลอดการโปรโมทซีรีส์เรื่องดังกล่าว ลิซ่าเลือกสวมชุดและเครื่องประดับจากไทยดีไซเนอร์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นมินิเดรสในงาน After Party การเปิดตัวซีรีส์ The White Lotus SS.3 ในประเทศไทย ที่ลิซ่าเลือกส่วนใส่ชุดจาก Meshmuseum และ SARRAN ผู้นำผ้าไหมไทยปักลูกแก้วมานำเสนอผ่านดีไซน์เดรสสั้น เสริมความโดดเด่นช่วงไหล่ด้วยดอกมะลิ 2,000 ดอก ซึ่งแต่ละดอกได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบและโทนสีแตกต่างกัน

นอกจากนี้ในงานฉายซีรีส์ในรอบปฐมทัศน์ ณ ลอสแอนเจลิส เธอยังถือดอกบัว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘Light of Lotus’ ที่ได้แบรนด์ไทยจิเวลรี่อย่าง SARRAN by Sarran Youkongdee มาเป็นผู้ออกแบบผ่านแนวคิด “การจำลองแสงอาทิตย์แรกที่สะท้อนสู่ผิวน้ำและดอกบัวสีขาวที่กำลังเบ่งบานในยามเช้า ถือเป็นการบอกเล่าสู่การเดินทางและการเริ่มต้นในทุกเช้าวันใหม่”

อีกทั้งในช่วง After Party ของงาน Emmy Awards 2025 เธอยังสวมเครื่องประดับจาก Rojanatorn จิเวลรี่แบรนด์ไทย ที่มีทั้งสร้อยคอ, โชคเกอร์ และสร้อยข้อมือ อีกด้วย

ซิ่นฟีเวอร์

มาถึงโหมดเบื้องหลังการทำงานกันบ้าง ลิซ่าก็ยังตั้งใจส่งต่อความสวยงามของหัตถศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น ครั้งหนึ่งที่ลิซ่าเคยทำให้ “ผ้าซิ่น” จากร้านชานเรือนขาดสต็อก โดยเหตุเกิดจากเธอสวมผ้าฝ้ายหมักโคลนย้อมคราม ไปไหว้พระ ณ วัดมหาธาตุ วัดหน้าพระเมรุ และ วัดแม่นางปลื้ม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนทำให้เกิดการนุ่งซิ่น พร้อมตามรอยลิซ่าที่จังหวัดอยุธยานั่นเอง

สำหรับ “ผ้าฝ้ายหมักโคลนย้อมคราม” สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ได้ให้เกร็ดความรู้ว่า เป็นงานหัตถกรรมผ้าทอมือที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอุดรธานี เกิดจากวิถีของชาวบ้านที่นุ่งผ้าออกไปทำงาน ทำไร่ ทำนา เปื้อนดินโคลน เมื่อกลับมาบ้านนำผ้าไปซักจึงพบว่าผ้ามีความนุ่มและเงาอย่างน่าประหลาด จนเป็นที่มาของผ้าฝ้ายหมักโคลนในปัจจุบัน ส่วนการย้อมครามนั้นเป็นการย้อมสีจากธรรมชาติ โดยสีที่ได้มาจากต้นครามซึ่งผ่านกระบวนการในการนำมาหมักครามจนเกิดเป็นสีน้ำเงินที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์

ในส่วนผ้าผืนที่ลิซ่าใส่นั้น นางสุวิมล ไชยวงศ์ เจ้าของร้านชานเรือนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผ้าที่น้องลิซ่าใส่นั้นเป็นผ้ามัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนเป็นลายดั้งเดิม ชื่อ ลายขอนาค ที่ชาวบ้านตั้งขึ้น การผลิตผ้าชิ้นนี้ใช้เวลาทำนานร่วมเดือน กว่าจะมัดลายย้อมคราม จากนั้นนำไปปั่นใส่หลอดและทอทีละเส้น ซึ่งจะต้องใช้ความชำนาญของช่าง

Thai Designer

ฝีมือของคนไทยเป็นสิ่งที่ลิซ่าตกหลุมรักอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะโอกาสสำคัญ หรือวันธรรมดา เรามักจะเห็นลิซ่าหยิบแฟชั่นไอเท็มจากเหล่าไทยดีไซเนอร์มาใช้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นมินิเดรสจาก PIPATCHARA ที่เธอเลือกสวมใส่ในงานปาร์ตี้ Monaco F1 Grand Prix 2024 เรียกว่าเป็นครั้งที่ทำให้แบรนด์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

รวมถึงในครั้งที่ 4 สมาชิก BLACKPINK ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิบริติช (Most Excellent Order of the British Empire) จากสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ก็ยังเลือกสวมเดรสจาก ASAVA อีกด้วย

และในชีวิตประจำวัน เราก็มักได้เห็นแฟชั่นไอเท็มแบรนด์ไทยดีไซน์เก๋จากเธออยู่เสมอ เช่น กระเป๋ารูปทรงพริกจาก BOYY ที่ได้รับการพูดถึงหลังจากลิซ่าหยิบมาแมตช์ลุคเท่ๆ ในวันสบายๆ

ทั้งหมดนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ลิซ่า ลลิษา เป็นหนึ่งในคนดังที่ใช้โอกาสพาวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาชาวโลกนั่นเอง


ภาพ: Getty Images, Instagram @lalalalisa_m, @unkuniya และ @iwannabangkok

Cartier

Cartier เปิดบทใหม่ของไฮจิวเวลรี่ En Équilibre ผ่าน 3 สร้อยคอเด่น

การปรากฏตัวของ Elle Fanning ในบทบาท Maison Ambassador ของ Cartier กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกจับตามองบนพรมแดงงาน Golden Globes ครั้งที่ 83 ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยนักแสดงสาวเลือกสวมสร้อยคอ Pavocelle จากคอลเล็คชั่นไฮจิเวลรี่ En Équilibre Chapter 1 ซึ่งโดดเด่นด้วยงานออกแบบแพลทินัมและการจัดวางเพชรอย่างประณีต เสริมลุคพรมแดงให้ดูสง่างามและร่วมสมัย

นอกเหนือจาก Pavocelle แล้ว Cartier ยังเผยโฉมผลงานไฮจิเวลรี่อีกสองชิ้นจากคอลเล็คชั่นเดียวกัน ได้แก่ Vetrata จาก En Équilibre Chapter 2 และ Splendea จาก En Équilibre Chapter 3 ที่สะท้อนแนวทางการออกแบบและงานช่างระดับสูงของเมซง ผ่านดีไซน์ที่แตกต่างกันทั้งเส้นสาย โครงสร้าง และการจัดวางอัญมณี แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ Cartier ในฐานะเมซงเครื่องประดับชั้นสูงไว้อย่างชัดเจน

Cartier เปิดบทใหม่ของไฮจิวเวลรี En Équilibre ผ่าน 3 สร้อยคอเด่น

PAVOCELLE NECKLACE

En Équilibre Chapter 1 – Platinum, Diamonds

Pavocelle Necklace คือสร้อยคอแพลทินัมประดับเพชรที่คาร์เทียร์หยิบแรงบันดาลใจจากนกยูงมาใช้ในการออกแบบ ลวดลายฉลุถูกเรียงต่อเนื่องเป็นแนวยาว สร้างภาพของหางนกยูงที่แผ่ออกอย่างมีจังหวะ

จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างโปร่ง น้ำหนักเบา และการฝังเพชรที่ช่วยให้สร้อยโค้งรับกับสรีระได้ดี เมื่อสวมใส่ สร้อยจะเคลื่อนไหวไปพร้อมกับร่างกายและสะท้อนแสงในหลายมิติ แสดงให้เห็นทักษะด้านโครงสร้างและงานฝังอัญมณีของเมซงอย่างชัดเจน

VETRATA NECKLACE

En Équilibre Chapter 2

Vetrata Necklace โดดเด่นด้วยเพชรเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 8.15 กะรัต ที่ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของดีไซน์ โดยโครงสร้างโดยรวมอิงกับรูปทรงเรขาคณิตและเส้นสายแบบอาร์ตเดโค

เพชรทรงเดียวกันกว่า 20 เม็ดถูกเรียงสลับกับออนิกซ์สีดำ สร้างลวดลายกราฟิกที่คมชัดและสมมาตร แม้ดีไซน์จะเน้นเส้นสายที่แข็งแรง แต่คาร์เทียร์ออกแบบระบบข้อต่อให้สร้อยมีความยืดหยุ่น ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างสบายและเคลื่อนไหวได้จริง

SPLENDEA NECKLACE

En Équilibre Chapter 3 – Platinum, Diamonds

Splendea Necklace คือการจัดวางเพชร 34 เม็ดบนโครงแพลทินัมในลักษณะคล้ายริบบิ้นต่อเนื่องตลอดเส้น ตัวเรือนถูกออกแบบให้บางและกลมกลืน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพชรสะท้อนแสงได้เต็มที่

การฝังเพชรแบบไร้รอยต่อช่วยให้ชิ้นงานดูเบาและมีการเคลื่อนไหว เมื่อผู้สวมใส่ขยับตัว แสงจะสะท้อนแตกต่างกันไปในแต่ละมุมมอง สะท้อนความแม่นยำด้านงานช่างและการออกแบบของเมซงในระดับไฮจิเวลรี่


SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

ครั้งแรก แสนสิริ และ Phuketian Coffee จัดงาน เทศกาลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

คอฟฟี่เลิฟเวอร์ห้ามพลาด ครั้งแรก! กับเฟสติวัลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ ‘Sansiri Phuket | Sip & Inspire’ เทศกาลกาแฟที่รวมรสชาติ แพชชั่น และคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกัน แสนสิริ ร่วมกับ Phuketian Coffee สมาคมกาแฟหรอยภูเก็ต นำโดย ฟิวเจอร์ กิตติภพ แชมป์ Thailand National Barista 2025 ร่วมสนับสนุนคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการร้านกาแฟในภูเก็ตให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เหล่าบาริสต้าได้ครีเอทเมนูใหม่ โดยงานนี้เปิดต้อนรับทุกคนเข้าร่วมงานฟรี 16-18 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 13.00–18.00น. ที่ The Society เชิงทะเล ภูเก็ต     

SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

ครั้งแรก แสนสิริ และ Phuketian Coffee จัดงาน เทศกาลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ SANSIRI PHUKET | SIP & INSPIREสนับสนุนคอมมูนิตี้กาแฟในภูเก็ต – เปิดพื้นที่แสดงศักยภาพบาริสต้า รังสรรค์เมนูใหม่16 – 18 ม.ค. นี้ ที่ The Society เชิงทะเล ภูเก็ต

Good Coffee  | Good Food | Coffee Competition  |  Live DJ 

แสนสิริ เปิดพื้นที่ The Society ย่านบางเทา ให้เป็นคอฟฟี่มาร์เก็ตสำหรับคนรักกาแฟไว้ในงานนี้ รวมถึงเวทีแข่งขันเปิดโอกาสให้กับบาริสต้าคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยมด้วยแพชชั่น โดยร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ BEANS Coffee Roaster สนับสนุนเมล็ดกาแฟ, CP-Meiji และ Aroma แบรนด์เครื่องชงกาแฟชั้นนำภายใต้โจทย์การแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ โดยการครีเอทเมนูพิเศษ Signature Creative Drink ในคอนเซ็ปท์ ‘Taste of Phuket’ รังสรรค์เมนูกาแฟที่สะท้อนความเป็นภูเก็ต การแข่งขันจัดขึ้น 2 วัน (17-18 มกราคม) พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท โดยเมนูที่ชนะการประกวด จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้าน BEANS Coffee Roaster สาขา The Society ภูเก็ต และ เฉพาะที่ร้านคาเฟ่ของผู้ชนะการประกวดเท่านั้น

SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

การรวมตัวกันของเหล่าแชมป์บาริสต้าดีกรีชิงแชมป์ระดับโลกและผู้ประกอบการระดับประเทศ อาทิ ฟิวเจอร์-กิตติภพ เอ่งฉ้วน World Barista Championship 2025 Semi-Finalist และ Thailand National Barista Champion 2025, เจน-กวินนาถ วีระวรเวท Thailand National Barista Champion 2023&2026 และ World Barista Championship 2023 Semi-Finalist และ ฟราน-อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ Director of BEANS Coffee Roaster

SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

Sansiri Phuket | Sip & Inspire สนุกกับเทศกาลกาแฟและดีเจ ครั้งแรกในย่านเชิงทะเล

  • พบกับไฮไลท์โชว์ Latte Art สุดพิเศษจากแบงค์ ศราวุธ หมั่นงาน รองชนะเลิศอันดับ 4 จากเวที World Latte Art Championship 2025
  • ชิมกาแฟสุดพิเศษ จากเมล็ดกาแฟที่ไปแข่งถึงเวทีโลก โดย คุณฟิวเจอร์ กิตติภพ เสริ์ฟให้แขกพิเศษ ในงานเท่านั้น!
  • ตลาด Coffee & Food market กว่า 13 ร้านกาแฟชื่อดังในภูเก็ต อาทิ Asterisk Espresso, Campus Coffee Roaster, Drawing room, Phuketian Coffee Club, Tana Coffee House, Relocate Coffee Bar, Wan Fang, Comeback Phuket และ Andaman Roaster
  • ร้านขนมและอาหารชั้นนำ อาทิ Vamos Spanish Tapas Bar ร้านอาหารสเปน,Refresh ร้านน้ำผลไม้สกัดเย็น, La Vanille French โฮมเมดไอศครีม และ Namu โฮมเมดเบเกอรี่
SANSIRI PHUKET  |  SIP & INSPIRE

งาน SANSIRI PHUKET | SIP & INSPIRE เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 16 – 18 ม.ค. 2569 พิกัด The Society เชิงทะเล-บางเทา


Golden Globes 2026

10 ลุคแฟชั่นพรมแดง Golden Globes 2026 ไม่จัดจ้าน แต่โดดเด่น

เปิดฤดูกาลของคนทำหนังกับงานประกาศรางวัล Gloden Globes 2026 หรือ งานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ซึ่งปีนี้มีภาพยนตร์ และ ซีรีส์ที่น่าสนใจเข้าชิงหลายเรื่อง และไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้เลย แฟชั่นพรมแดงที่ครั้งนี้เหล่าคนดังเลือกสวมชุดเน้นซิลูเอท มีดีเทล ซึ่งแม้ดีไซน์จะไม่จัดจ้าน แต่ก็ดูโดดเด่น

10 ลุคแฟชั่นพรมแดง Golden Globes 2026 ไม่จัดจ้าน แต่โดดเด่น

(Photo by Matt Winkelmeyer/GA/The Hollywood Reporter via Getty Images)

ลิซ่าเลือกสวม ชุดจาก Jacquemus คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นเดรสซีทรูสีดำที่ให้ทั้งความลึกลับ โฉบเฉี่ยว และโมเดิร์นอย่างลงตัว

ชุดของลิซ่ามีจุดเด่นอยู่ที่ ผ้าซีทรูสีดำตลอดทั้งตัว ที่เผยให้เห็นเส้นสายของซิลูเอตอย่างละเอียดอ่อน โดยยังรักษาความสง่างามไว้ด้วยคัตติ้งที่คิดมาอย่างดีและทรงที่ยาวลงพื้น ชุดนี้ถูกจับคู่กับ บราทูปสีดำด้าน (tube top) ที่อยู่ด้านในเพื่อให้ดูมีมิติและบาลานซ์ระหว่างเซ็กซี่และคอนฟิเดนซ์

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้ลุคนี้โดดเด่นคือ แขนเสื้อทรงคล้ายผ้าคลุมยาวมีพู่ประดับ ซึ่งช่วยเพิ่มความเคลื่อนไหวให้ชุดดูงดงามเมื่อเดินบนพรมแดง

(Photo by Monica Schipper/Getty Images)

Jennifer Lopez เลือกสวม เดรสวินเทจจากแบรนด์ Jean-Louis Scherrer ในดีไซน์ชีฟองโปร่งบาง เผยความเย้ายวนอย่างมีชั้นเชิง ตัวชุดโดดเด่นด้วยลวดลาย บรอเคดสีน้ำตาล ที่ทอแทรกอย่างประณีต สร้างมิติและความหรูหราแบบแฟชั่นชั้นสูงยุคคลาสสิก ซิลูเอตทิ้งตัวพลิ้วไหว ช่วยขับเสน่ห์ของงานวินเทจให้ดูร่วมสมัยและสง่างามในแบบฉบับ J.Lo

ลุคนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย จิเวลรี่จาก Sabyasachi ที่เพิ่มน้ำหนักความหรูแบบโอเรียนทัลเข้ามาอย่างลงตัว ตั้งแต่ต่างหูไปจนถึงเครื่องประดับที่ช่วยขับโทนสีน้ำตาลทองของชุดให้ดูโดดเด่นบนพรมแดง

(Photo by Kevin Mazur/Getty Images)

สำหรับการปรากฏตัวบนเวที Golden Globe Awards 2026 ครั้งแรกในฐานะผู้เข้าชิงรางวัล Chase Infiniti เลือกถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ทั้งสง่างามและร่วมสมัยผ่านลุคพรมแดงที่สะกดทุกสายตา

เธอสวม เดรสจาก Louis Vuitton ที่ตัดเย็บอย่างประณีต โดดเด่นด้วยโครงสร้างชุดที่เฉียบคมและซิลูเอตที่ขับบุคลิกให้ดูมั่นใจ สมศักดิ์ศรีการเปิดตัวบนเวทีรางวัลระดับโลกเป็นครั้งแรก

ลุคนี้ถูกเติมเต็มด้วยจิเวลรี่จาก De Beers London ไม่ว่าจะเป็นต่างหูระย้าที่ช่วยกรอบหน้าให้ดูโดดเด่น หรือกำไลข้อมือดีไซน์สเตทเมนต์ที่เพิ่มประกายหรูอย่างพอดี ทำให้ภาพรวมของลุคดูสมบูรณ์แบบระหว่างความคลาสสิกและความโมเดิร์น

(Photo by Kevin Mazur/Getty Images)

Emma Stone ผู้เข้าชิงรางวัลจากภาพยนตร์ Bugonia เลือกนำเสนอความหรูแบบร่วมสมัยบนพรมแดง Golden Globes ด้วยลุค สองชิ้นจาก Louis Vuitton

ชุดประกอบด้วย ท็อปแขนกุด ดีไซน์เรียบเฉียบ จับคู่กับ กระโปรงปักลวดลายอย่างประณีต ที่เพิ่มมิติและความละเมียดในแบบงานฝีมือชั้นสูง ซิลูเอตโดยรวมให้ความรู้สึกโมเดิร์นแต่ยังคงความสง่างาม สะท้อนสไตล์ที่มั่นใจและรสนิยมแฟชั่นอันเฉพาะตัวของ Emma Stone ได้อย่างชัดเจนบนเวทีรางวัลระดับโลก

(Photo by Kevin Mazur/Getty Images)

Miley Cyrus ปรากฏตัวอย่างทรงพลังบนพรมแดงใน เดรสปักเลื่อมสุดดรามาติกจาก Saint Laurent ดีไซน์ที่เปล่งประกายภายใต้แสงแฟลชช่วยขับออร่าแบบร็อกแอนด์โรลอันเป็นซิกเนเจอร์ ผสานความเย้ายวนกับความเฉียบคมอย่างลงตัว กลายเป็นอีกหนึ่งลุคที่สะกดสายตาในค่ำคืน Golden Globes

(Photo by Amy Sussman/Getty Images)

Jennifer Lawrence ตีความเทรนด์ naked dress ในแบบที่หรูและละเมียดขึ้น ด้วย เดรสผ้าทูลล์ปักลวดลายจาก Givenchy ความโปร่งบางถูกถ่ายทอดอย่างมีชั้นเชิงผ่านงานปักอันประณีต ช่วยสร้างบาลานซ์ระหว่างความเซ็กซี่และความสง่างาม ซิลูเอตดูเบา พลิ้ว และร่วมสมัย ทำให้ลุคนี้โดดเด่นด้วยความเอลิแกนซ์มากกว่าความหวือหวา เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการยกระดับเทรนด์ให้ดูคลาสสิกบนพรมแดง

(Photo by Frazer Harrison/WireImage)

ละทิ้งโทน Glinda pink อันเป็นภาพจำ Ariana Grande เลือกสร้างความแตกต่างบนพรมแดงด้วย เดรสสีเข้มจาก Vivienne Westwood ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างช่วงเอวพองออกอย่างมีดราม่า ซิลูเอตแบบคอร์เซตและสัดส่วนที่ชัดเจนสะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างเฉียบคม พร้อมขับลุคให้ดูทรงพลัง แปลกตา และเต็มไปด้วยอารมณ์แฟชั่นชั้นสูง

(Photo by Monica Schipper/Getty Images)

สมกับภาพจำจากซีรีส์ Wednesday อย่างแท้จริง เมื่อ Jenna Ortega ปรากฏตัวบนพรมแดงในลุคโกธิกที่ทั้งดาร์กและทรงพลังจากผลงานของ Dilara Findikoglu

ดีไซน์เน้นอารมณ์ดราม่า โครงสร้างคมชัด และรายละเอียดที่แฝงความลึกลับ ถ่ายทอดความงามแบบโกธิกร่วมสมัยได้อย่างเฉียบขาด เป็นลุคที่ไม่เพียงสอดคล้องกับตัวตนของ Jenna Ortega แต่ยังตอกย้ำสถานะ fashion darling แห่งพรมแดงยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน

(Photo by Axelle/Bauer-Griffin/FilmMagic)

Selena Gomez สะกดสายตาบนพรมแดงด้วย เดรสบัสติเยร์ผ้ากำมะหยี่สีดำจาก Chanel ที่อัดแน่นด้วยงานฝีมือระดับกูตูร์ ตัวชุดประดับรายละเอียด งานปักกว่า 200 ชิ้น ตั้งแต่ดอกไม้สีขาวที่สร้างจาก ขนนก ชีฟองไหม และออร์แกนซาไหม เพิ่มมิติอ่อนละมุนตัดกับพื้นผิวกำมะหยี่อย่างงดงาม

ลุคนี้ผสานความคลาสสิกของ Chanel เข้ากับความโรแมนติกอย่างประณีต สะท้อนความหรูที่นิ่ง สุขุม แต่ทรงพลังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานศิลป์บนพรมแดงที่ยกระดับความสง่างามได้อย่างเหนือกาลเวลา

(Photo by Amy Sussman/Getty Images)

นักร้องจากภาพยนตร์  KPop Demon Hunters อย่าง Audrey Nuna เลือกถ่ายทอดอารมณ์แฟชั่นแบบ theatrical บนพรมแดง ด้วยลุคที่เต็มไปด้วยคาแร็กเตอร์จาก Thom Browne ดีไซน์โดดเด่นด้วยโครงสร้างจัดจ้านและรายละเอียดเชิงศิลป์อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ สร้างภาพจำที่ทั้งแฟชั่นจัดและมีพลังการแสดง สมกับบทบาทและตัวตนของเธอในค่ำคืน Golden Globes อย่างแท้จริง