อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

‘เปิ้ล – อัญชลี ตันติวงษากิจ’ CEO กรุงทองพลาซ่า ยกระดับแฟชั่นพลัสไซส์ไทยสู่เวทีสากล

‘กรุงทองพลาซ่า’ ศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกาย ‘พลัสไซส์’ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยการบริหารงานของซีอีโอหญิงเก่ง คุณเปิ้ล อัญชลี ตันติวงษากิจ ทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 2 ปีนี้ถือเป็นปีทองสำหรับคุณเปิ้ล เพราะนอกจากจะได้รับรางวัล ‘สุดยอด CEO แห่งปี 2025’ จาก DAILYNEWS TOP CEO OF THE YEAR 2025 แล้ว เธอยังได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการเสื้อผ้าพลัสไซส์กับการก้าวสู่ระดับสากล ด้วยการจัดประกวด กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 202 ค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการออกแบบ ตัดเย็บเครื่องแต่งกายสำหรับสาวพลัสไซส์ ภายใต้ธีม ‘Unlimited Fashion แฟชั่นไม่มีขีดจำกัด’ ที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

เวทีค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่

งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะคุณเปิ้ล มองเห็นความต้องการของตลาดเครื่องแต่งกายพลัสไซส์ และศักยภาพที่มีแนวโน้มในการเติบโตอย่างรวดเร็ว

“กรุงทอง พลาซ่า อยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ส่งเสริม และยกระดับวงการดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น เป็นเวทีให้กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์ไอเดียผ่านการออกแบบเสื้อผ้าพลัสไซส์ จึงร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวด “กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025” ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้หัวข้อ “Unlimited Fashion แฟชั่นไม่มีขีดจำกัด”

“ผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ จะไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจเท่านั้น แต่ต้องตีโจทย์ Unlimited Fashion ผ่านมุมมองอัตลักษณ์ไทย สะท้อนเรื่องราวความเป็นไทยและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สายตานานาชาติ

“เมื่อได้เห็นผลงานของน้องๆ แล้ว เปิ้ลรู้สึกปลื้มใจค่ะ ทุกคนทำออกมาได้ดีมาก ซึ่งเวทีนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยเท่านั้น ยังมีเยาวชนจากต่างประเทศ อย่าง ฮ่องกง ที่ผ่านเข้ารอบในครั้งนี้ เขาเดินทางมาไทยเพื่อศึกษาและค้นหาผ้าไหมไทย แล้วยังนำเทคนิคการสแกนบอดี้ของนางแบบ มาช่วยในการดีไซน์เสื้อผ้าให้ดูสมดุลยิ่งขึ้น ทำให้เรานำเทคนิคนี้ไปต่อยอดให้กับเยาวชนไทยได้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้ทำเวิร์กช็อปให้กับน้องๆ ที่เข้ารอบสุดท้าย โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการแฟชั่น เช่น ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช, คุณอร-สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PAINKILLER Atelier และ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ดิ้ง และการทำตลาดเสื้อผ้าแฟชั่น อีกด้วย

“สำหรับผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้ จะได้รับการสนับสนุนให้ไปประกวดเวทีระดับโลก อย่าง UN-SEAM Fashion Award Singapore ที่ประเทศสิงคโปร์ และในปีหน้าห้างกรุงทอง พลาซ่า จะส่งเข้าประกวดรายการ “2026 Taiwan Design Fashion Award” อีกเวทีหนึ่ง ส่วนทุกผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการภายในห้างต่อไปค่ะ”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

Thai Craft, New Curve

แพรวได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ชนะรางวัลการประกวด “กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025” ซึ่งล้วนแต่เป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์

เริ่มจากเจ้าของรางวัลชนะเลิศ คุณอุ้ม อดิศร สลางสิงห์ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ชาวขอนแก่น ที่สร้างโอกาสให้ตัวเองด้วยการเข้าประกวดงานดีไซน์และคว้ารางวัลมาจากหลายเวที ครั้งนี้ความท้าทายของการออกแบบเสื้อผ้าพลัสไซส์ ไม่ได้มีเพียงเรื่องสรีระเท่านั้น หากยังรวมถึงความตั้งใจในการตีความเป็นไทยให้ร่วมสมัยในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

“ผมอยากสะท้อนความเป็นไทยในมุมใหม่ที่ยังไม่เคยถูกนำเสนอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนเรือนร่างสาวพลัสไซส์ ทำให้ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้าง รูปทรง และมิติของผ้าให้เข้ากันอย่างลงตัว ภายใต้โจทย์ Unlimited Fashion ผมได้แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างสถาปัตยกรรมของ พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่มีสีสันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา อย่าง ตอนกลางวันองค์พระปรางค์จะออกโทนเข้มเกือบดำ แต่พอตกเย็นเมื่อเปิดไฟ กลับกลายเป็นสีทองอร่าม

“สีดำ จึงเป็นมู้ดหลักของชุดนี้ และแทรกด้วยสีทองสื่อถึงช่วงเวลาที่แสงไฟต้ององค์พระปรางค์ในยามค่ำคืน ผมเลือกใช้ผ้าไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาของชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น คือผ้าไหมมัดหมี่ ประกอบด้วยสีแดง เขียว และม่วง ซึ่งสอดรับกับเฉดสีของกระเบื้องประดับองค์พระปรางค์ เวลาเสื้อหรือกระโปรงเคลื่อนไหวจะทำให้เกิดมิติเวลาก้าวเดิน

“ชุดนี้จึงมีความเป็นไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เล่าใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้นครับ

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

คู่หูดีไซเนอร์ที่จับมือกับสร้างสรรค์งานแฟชั่นด้วยหัวใจเดียวกัน คุณต้นฝนสิปปาจรีย์ ชัฎอนันต์ และคุณทิวลิป เมลิสสา มีป้อม นักศึกษาปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน “Homme Club” สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กรุงทองพลัสไซส์ ไทยแลนด์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2025

“เราอยากออกแบบชุดเจ้าสาวแบบราตรียาว และคอร์เซ็ตที่ช่วยเก็บทรงให้สมส่วนแต่ไม่ปกปิดรูปร่างหรือพลางส่วนไหนเลย เพราะเรามองว่าผู้หญิงพลัสไซส์ไม่ได้มีส่วนไหนเป็นจุดด้อยเลยค่ะ จึงอยากให้เขาใส่ชุดให้ออกมาสวย ดูดี และมั่นใจในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ใส่เพื่อซ่อนตัวตน

“ตั้งใจให้ชุดนี้มีความผสมผสานของวัฒนธรรมไทย โดยเลือกใช้ผ้าทอขิดมุกโบราณ ของจังหวัดเลย และได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานพื้นบ้านของจังหวัดเลย “นางผมหอม” ของจังหวัดเลย ตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่พยายามตามหารักแท้ด้วยการตัดผมใส่ผอบแล้วลอยน้ำไป เพื่อให้คนที่เป็นคู่ได้ค้นพบผมของนาง จึงเอาความเป็นพลีตและคลื่นน้ำมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งปกติคอร์เซ็ตจะใช้โบนเป็นโครง แต่เราทดลองใช้เส้นหวายแทน เพื่อให้มีกลิ่นอายของงานคราฟท์ไทย จึงทำให้แต่ละขั้นตอนมีความละเอียดสูงและใช้เวลามากเป็นพิเศษ ชุดนี้จึงมีความร่วมสมัย ใส่ได้จริง และไม่ตะโกนจนเกินไป คนเห็นแล้วอาจจะสงสัยว่า นี่ผ้าไทยจริงๆ เหรอ?”

ขอบคุณโอกาสดีๆ ที่กรุงทองพลาซ่าหยิบยื่นให้ และดูแลพวกเราอย่างอบอุ่น ตั้งแต่วันฟิตติ้งจนถึงงานประกวด แม้จะเป็นเวทีการประกวดครั้งแรกของเราสองคน แต่ทำให้รู้ว่าเรามาถูกทาง และอยากจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ     

กรุงทองพลาซ่า

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของ คุณนิวธรรมนูญ กิตติรักษ์  ช่างแพทเทิร์นแห่งห้องเสื้อชื่อดัง ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่นมากกว่า 10 ปี เขามองว่าแฟชั่นพลัสไซส์สำหรับผู้ชายมีตัวเลือกน้อยมาก โดยเฉพาะผู้ชายที่มีรอยสัก จึงออกมาเป็นผลงานที่ชื่อว่า “Newshine”

“ผมอยากทำเสื้อผ้าให้ผู้ชายพลัสไซส์ที่สักลายว่า เขาสามารถใส่ชุดไทยได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง โดยผสมผสานความเป็นไทยกับสตรีทแฟชั่นที่ดูเท่และทันสมัย เน้นดีไซน์เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ 3-in-1 และใส่ได้จริง เริ่มตั้งแต่เสื้อ ถ้าถกชายเสื้อขึ้นมาจะเห็นเป็นเสื้อกั๊กที่ซ้อนอยู่ ส่วนกางเกงขายาว สามารถถอดซิปปรับให้เป็นกางเกงขาสั้นได้ ส่วนชายขากางเกงที่ถอดออก นำมาประกอบเป็นกระเป๋าได้อีกด้วย  

“สำหรับแรงบันดาลใจของชุดนี้มาจาก ช้างไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก ผมเลือกใช้ผ้าพื้นบ้านจาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ ผ้าฝ้ายพื้นจากภาคกลางเป็นหลัก ด้วยคุณสมบัติที่ใส่ง่าย ระบายอากาศได้ดี และใส่สบาย ผ้าฝ้ายลูกแก้วจากภาคเหนือ ผ้ามัดหมี่ จากภาคอีสาน และผ้ามัดย้อมลูกเหนี่ยง จากภาคใต้

“สำหรับผมรางวัลนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ผมกล้าที่จะวางแผนอนาคตในการสร้างแบรนด์ของตัวเองต่อไปครับ”

‘เปิ้ล – อัญชลี ตันติวงษากิจ’ CEO กรุงทองพลาซ่า ยกระดับแฟชั่นพลัสไซส์ไทยสู่เวทีสากล

ฮับพลัสไซส์ของอาเซียน

ย้อนไปเมื่อ 24 ปีก่อน ห้างกรุงทองพลาซ่า เริ่มก้าวแรกในฐานะแหล่งค้าส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในย่านประตูน้ำ แต่ด้วยคำถามจากลูกค้าที่ว่า “ทำไมเสื้อผ้าไซส์ XL ถึงยังตัวเล็กอยู่?” อาจฟังดู “ธรรมดา” แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ คุณเปิ้ล เห็น “โอกาส” และ “ช่องว่าง” ของตลาดที่ถูกมองข้าม จนทำให้วันนี้กรุงทองพลาซ่าได้มายืนหนึ่งในฐานะศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกาย “พลัสไซส์” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มาตลอด 10 ปี   

“ตอนแรกเราเปิดขายเสื้อผ้าค้าส่งไซส์ปกติค่ะ ไซส์ใหญ่สุดคือ XL แล้วมีลูกค้าเข้ามาถามหลายครั้งว่า ทำไม XL ยังตัวเล็กอยู่ ทำให้เราเห็นช่องว่างของตลาด ประกอบกับการแข่งขันของตลาดเสื้อผ้าไซส์ปกติค่อนข้างสูง จาก 3 ห้างในย่านประตูน้ำ เพิ่มเป็น 9 ห้างในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร จึงระดมความคิดกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อฉีกตัวออกมา เพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่ได้อย่างมั่นคง

“ตอนนั้นยังไม่มีใครทำตลาดเสื้อผ้าพลัสไซส์แบบจริงจัง เราจึงตัดสินใจตอบโจทย์ลูกค้าของเรา ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ห้างกรุงทองพลาซ่า เป็นศูนย์รวมค้าส่งเครื่องแต่งกายพลัสไซส์ จนขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศถึงทุกวันนี้ค่ะ”

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะประเทศในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้กรุงทองพลาซ่า แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“เปิ้ลเคยถามลูกค้าชาวอินโดนีเซียที่บินมาทำไลฟ์ขายส่งที่ห้างกรุงทอง พลาซ่าทุกเดือนว่า ทำไมไม่ซื้อของในประทศ เขาบอกว่า ดีไซน์ของเสื้อผ้าพลัสไซส์ที่ประเทศเขาไม่มีความหลากหลายเท่ากับที่กรุงทอง พลาซ่า แม้แต่ที่เมืองจีนก็ยังน้อยกว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจที่เรามีส่วนในการสร้างรายได้เข้าประเทศ”

“ปัจจุบันภายในห้างกรุงทอง พลาซ่า มีร้านค้ากว่า 400 ร้าน เราคัดเฉพาะแบรนด์ผู้ผลิตหรือมาจากโรงงานโดยตรง เพราะถ้าลูกค้าต่างชาติเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าที่ติดแบรนด์ Made in China เขาบินไปซื้อที่เมืองจีนดีกว่า อย่าง กางเกงช้างที่ชาวต่างชาตินิยม หลายคนอาจจะบอกว่าซื้อที่เมืองจีนก็ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกัน กางเกงที่ผลิตในจีน หัวช้างจะกลับหัว รวมไปถึงคุณภาพของเนื้อผ้า การวางแพทเทิร์น คัดติ้งแตกต่างจากของ Made in Thailand อย่างเห็นได้ชัด”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

ก้าวข้ามขีดจำกัด

“การทำธุรกิจเสื้อผ้าพลัสไซส์ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะรูปร่างของแต่ละคนมีความพิเศษและแตกต่างกันไป บางคนหน้าอกเล็ก เอวเล็ก แต่สะโพกใหญ่ ขณะที่บางคนหน้าอกใหญ่ เอวใหญ่ แต่สะโพกเล็ก ดังนั้นการออกแบบแพทเทิร์นใส่แล้วใช่ จึงเป็นหัวใจสำคัญ คนพลัสไซส์หลายคนไม่อยากโชว์แขนก็ต้องดีไซน์ให้ช่วยปกปิดอย่างพอดี หรือบางคนเอวใหญ่ สะโพกใหญ่ แต่ไม่มีก้น จะต้องดีไซน์ออกมาอย่างไรให้สวมใส่แล้วปิดจุดด้อย แล้วทำให้เกิดความมั่นใจ นั่นคือจุดขายของเรา

“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นพลัสไซส์เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะ กลุ่มลูกค้า LGBTQ+ ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัว จึงยิ่งผลักดันให้ดีไซน์ต้องมีความหลากหลายขึ้น ทำให้วันนี้สินค้าภายในห้างกรุงทอง พลาซ่า จึงพยายามตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ คุณภาพ และความหลากหลายอย่างแท้จริง ตั้งแต่ชุดชั้นใน มีทั้งแบบเสริมหน้าอก เสริมก้น เก็บพุง ไปจนถึงชุดเดรส ชุดราตรี ซึ่งมีไซส์ตั้งแต่ XS ไปจนถึง 7XL และบางร้านพัฒนาได้ถึง 8 XL (ขนาดหน้าอก 60 นิ้ว เอว 60 นิ้ว)

“ทุกสัปดาห์แต่ละร้านจะมีดีไซน์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง  อย่าง 3 ชุดที่เปิ้ลเลือกนำมาถ่ายแบบกับแพรวในครั้งนี้ มีวางจำหน่ายในห้างเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญคือราคาที่จับต้องได้ ขนาดแบงค์พันยังมีทอน หรือบางชุดอยู่ในงบหนึ่งพันกว่าบาท แต่ได้คุณภาพคุ้มเกินราคา”

อัญชลี ตันติวงษากิจ กรุงทองพลาซ่า

แฟชั่นเพื่อสังคม

นอกจากเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่แสดงศักยภาพแล้ว คุณเปิ้ลยังเชื่อมั่นว่า การ “คืนกลับให้สังคม” เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปทุกปี

“อย่างปีที่แล้ว เรานำเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาคัดแยกเส้นใย ปั่นใหม่ และตัดเย็บออกมาเป็นเสื้อรีไซเคิล แล้วนำไปมอบให้กับตำรวจตระเวนชายแดน เพราะเราอยากทำงานที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การนำเงินไปบริจาค แล้วอยากให้ทั่วโลกได้เห็นว่า ประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงาม

“เพราะเปิ้ลเชื่อว่า ถ้าเราทำงานที่รัก เราจะมีความสุขค่ะ และพลังนี้เองที่จะผลักดันให้ทุกอย่างเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งธุรกิจ สังคม และวงการแฟชั่นไทย”

วันนี้กรุงทอง พลาซ่า ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางแฟชั่นพลัสไซส์ของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก และความตั้งใจจริง…ทำให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงไร้ขีดจำกัด