แฟนคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ เตนล์ ศิลปินสัญชาติไทยของ SM Ent.

แฟนคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของหนึ่งเดียวคนนี้ ‘TEN’ (เตนล์) ศิลปินเค-ป๊อปมากความสามารถสัญชาติไทยที่เปล่งประกายในระดับโลกอย่างสง่างาม กับ 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK ปักหมุดบ้านเกิดประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 เวลา 17.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า

‘TEN’ หรือ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ศิลปินสัญชาติไทยเพียงหนึ่งเดียวแห่งบริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลีใต้อย่าง SM Entertainment ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจากการทำกิจกรรมโปรโมตร่วมกับวงในฐานะสมาชิกของ NCT (เอ็นซีที) และ WayV (เวย์วี) แต่ยังประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของทักษะการเต้นและการแสดงบนเวทีที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา รวมถึงสีสันทางดนตรีเฉพาะตัวที่ละเอียดอ่อนงดงามแต่ทรงพลังและเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึก จนได้รับการยกย่องให้เป็น ‘Artistic Performer’ หรือ ‘ผู้แสดงที่มีศิลปะ’

พิสูจน์ได้ผ่านหลากหลายผลงานเพลงโซโล่ อาทิ ‘New Heroes’ เพลงป๊อป EDM ซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ โชว์พรสวรรค์ในการเต้นฟรีสไตล์, ‘Paint Me Naked’ เพลงแนวป๊อปร็อกกับท่าเต้นที่เต็มไปด้วยอิสระและมีชีวิตชีวา, ‘Birthday’ เพลงแนวแดนซ์ อาร์แอนด์บี แสดงภาพลักษณ์ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่กับการแสดงอันเซ็กซี่น่าหลงใหล และล่าสุดกับโซโล่มินิอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อว่า ‘TEN’ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 กับเพลงภาษาอังกฤษทั้งหมด 6 เพลง โดยเพลงไตเติล ‘Nightwalker’ เพลงป๊อปแดนซ์ ผสมผสานท่วงทำนองอันติดหู เสียงเบสอันล้ำลึก และกีต้าร์ริฟฟ์ ที่จะปลดปล่อยเสน่ห์อันเกินต้าน ด้วยหลากหลายผลงานอันมีคุณภาพสูงนี้ ทำให้ทุกคนยิ่งคาดหวังถึงโลกแห่งดนตรีของ ‘TEN’ ที่จะถูกเปิดเผยผ่านแฟนคอนเสิร์ตในครั้งนี้

สำหรับแฟนคอนเสิร์ต ‘2024 TEN FIRST FAN-CON [1001]’ เตรียมเปิดฉากขึ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ณ YES24 LIVE HALL กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกระแสตอบรับร้อนแรงตามคาด บัตรหมดเกลี้ยงทันทีที่เปิดจำหน่าย จนต้องประกาศเพิ่มรอบในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 รวมทั้งสิ้น 2 รอบการแสดง ต่อด้วยการเดินสายทัวร์ในแถบเอเชีย เริ่มจากบ้านเกิดประเทศไทยเป็นที่แรก ในวันที่ 3 มีนาคม 2567, ฮ่องกง วันที่ 9 มีนาคม 2567 และอินโดนีเซีย วันที่ 27 เมษายน 2567 สำหรับคอนเซ็ปต์ของแฟนคอนเสิร์ตมาพร้อมกับคำโปรยอันน่าสนใจและมีชั้นเชิง คือ “จนกว่า ‘10’ ตัวเลขที่สมบูรณ์แบบ จะกลายเป็น ‘01’ ตัวเลขแห่งความเป็นที่หนึ่งและหนึ่งเดียว” โดยนำตัวเลขมาเป็นกิมมิคสื่อถึง ‘TEN’ และแฟนคลับที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 1 รวมถึงการจะได้เป็นหนึ่งเดียวกันในแฟนคอนเสิร์ตนี้ ผ่านบทเพลงอันสละสลวยและการแสดงอันเหนือชั้น ที่จะเผยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ และภาพลักษณ์อีกหลากหลายที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ‘TEN’ ยังได้ต่อสายตรงส่งคลิปถึงแฟน ๆ ชาวไทย เพื่อบอกข่าวดีด้วยตัวเอง ดังนี้

❝ สวัสดีครับแฟน ๆ ชาวไทยทุกกคน ‘TEN’ มีข่าวดีมาบอกทุกคนว่า ‘TEN’ จะจัดงานแฟนคอนขึ้นในประเทศไทยที่อิมแพ็ค อารีน่านะครับ โดย 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 และนี่เป็นครั้งแรกที่ ‘TEN’ จะได้ไปแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เลย และหวังว่าแฟน ๆ ทุกคนจะมาร่วมสนุกกับ ‘TEN’นะครับ และเราก็มาสร้างความทรงจำดี ๆ กันครับ แล้วเดี๋ยวเราเจอกันครับ บ๊ายบาย ❞

มาร่วมทำให้ ‘10’ และ ‘01’ กลายเป็นตัวเลขคู่กันที่ลงตัวที่สุดตลอดกาลใน 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK แฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของ ‘TEN’ และแฟน ๆ ที่น่ารักทุกคน เปิดจำหน่ายบัตรรอบ WayZenNi Membership (GL) Pre-Sale (Weverse) ในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 19.00 น. – 21.00 น. เท่านั้น และรอบบุคคลทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com

ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย

สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยจัดงานแถลงข่าวครบรอบ 20 ปี แห่งความสำเร็จผ่านนิทรรศการ 2 ทศวรรษบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาและเหตุการณ์สำคัญอันเปี่ยมคุณค่า พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งสมาคมฯ ที่หมายยกระดับกีฬาขี่ม้าโปโลไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  โดยมี กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยพร้อมด้วยนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทยนำโดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, อภิเชษฐ์  ศรีวัฒนประภา, พลอย ปิ่นแสง และชนม์นฤทธ์ โตมงคล นักกีฬาขี่ม้าโปโลดาวรุ่ง ร่วมพูดคุย ณ โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมขี่ม้าโปโลในไทย ก่อตั้งขึ้นจากความชอบ และหลงใหลในกีฬาขี่ม้าโปโลของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ในปี 2541 และจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2547 ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทยให้เป็น “สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย” โดยในปี นี้ เป็นวาระครบรอบ 20 ปี ผมรู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจ ที่สร้างให้คนไทยได้รู้จักกีฬาประเภทนี้มากยิ่งขึ้น  รวมถึงต่างประเทศได้รู้ถึงศักยภาพ และให้การยอมรับว่าเราพร้อมเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลในเอเชีย  สำหรับเป้าหมายที่สมาคมฯ กำลังเร่งดำเนินการ คือ การพยายามให้กีฬาขี่ม้าโปโลถูกบรรจุในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี พ.ศ.2568 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยสมาคมฯ เรามีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน ม้า บุคลากรที่มีความพร้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากล

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา นักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้สร้างชื่อเสียงด้านกีฬาขี่ม้าโปโลอย่างต่อเนื่อง ผมในฐานะตัวแทนนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสมาคมฯ ในการส่งเสริมให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทย และในระดับโลกผ่านการเข้าร่วมแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ  และในปี 2567 ทางสมาคมฯ มีการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬาฯ ได้เข้าร่วมการแข่งขันฯ ในทัวร์นาเมนต์ที่จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 รายการ โดยประเดิมรายการแรกด้วยรายการ  All Asia Cup ในวันที่ 4 – 10 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันจาก 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน จีน ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย และไทย โดยนักกีฬาไทยได้เตรียมตวามพร้อมมาเป็นอย่างดี และคาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น เพราะเชื่อว่าทุกทีมฝึกซ้อมกันมาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ จะมีการจัดการแข่งขันอีก 3 รายการสำคัญ ได้แก่ รายการ The Ambassador Cup รายการขี่ม้าโปโลหญิง International Ladies’ Polo Tournament ในเดือนมีนาคม และปิดท้ายทัวร์นาเม้นต์ด้วยรายการ Thailand Polo Championship ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นสนามสำหรับนักกีฬาหน้าใหม่เพื่อพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวไปสู่นักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทยในอนาคต

พลอย ปิ่นแสง นักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย เผยว่า จุดเริ่มต้นของการเล่นโปโลของพลอยเกิดจากการแนะนำของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เมื่อพลอยได้ลองเล่นก็รู้สึกชอบและหลงเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้ การเล่นกีฬาขี่ม้าโปโลใช้ทักษะหลายด้านประกอบกัน ทั้งการบังคับม้า การวางแผนกลยุทธ์ และความแข็งแรงของร่างกาย เรียนรู้การเล่นเป็นทีมเวิร์ค การได้เป็นนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย นับเป็นเกียรติและเป็นสิ่งที่พลอยภาคภูมิใจมากค่ะ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จ และเหตุการณ์อันน่าประทับใจในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในหลายๆ รายการที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับสมาคมฯ รวมถึงได้คว้าถ้วยรางวัลเกียรติยศจากการแข่งขันทั้ง 4 รายการ ได้แก่ All Asia Cup, The Ambassador Cup, International Ladies’ Polo Tournament และ Thailand Polo Championship ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาจัดแสดงในงานนี้ด้วย พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในกีฬาขี่ม้าโปโล ร่วมงาน อาทิ  ซอนย่า คูลลิ่ง, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, อนุสรณ์ มณีเทศ (โย่ง อาร์มแชร์), และณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ เป็นต้น

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลประจำปี 2567 ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บจก. แพลน บี มีเดีย (มหาชน) และบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าโปโลเพิ่มเติม พร้อมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่ Facebook / Instagram: Thailand Polo Association

สยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดตัวCircular of Lux ความลักซ์ซูรี่แบบคนรุ่นใหม่ 

สยามดิสคัฟเวอรี่ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียมสนามทดลองพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่จะเปิดโอกาสให้คุณค้นพบตัวตนและสไตล์ใหม่ๆ เปิดตัว Circular of Lux แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคตสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ เชื่อมโยงประสบการณ์ ตอบสนองการใช้ชีวิตแบบลักซ์ซูรี่ (Luxury Lifestyle) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในหลายหลายมิติ (Luxury for All) ซึ่งเป็นการถ่ายทอดคุณค่าความลักซ์ซูรี่ในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ดนตรี ศิลปะ อาหาร ท่องเที่ยว เทคโนโลยี และประสบการณ์เฉพาะตัวอื่นๆ ที่ตอบรับความต้องการของกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานภาพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่รักแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ตามแบบฉบับคนเมืองซึ่งอยู่ในกระแส นิยมชื่นชอบการแต่งตัวและเลือกใช้แอคเซสเซอรี่ตามเทรนด์ โดยอิงหลักการของการหมุนเวียนนำสินค้าแฟชั่นกลับมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า ตามกระแสแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน ซึ่งกระแสความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่นนับว่าเป็นเทรนด์ทั่วโลกที่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำหลากหลายแบรนด์ รวมทั้งเวทีแฟชั่นระดับโลกล้วนให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่แนวคิดในการออกแบบ การใช้วัสดุที่มีความยั่งยืน ตลอดจนกรรมวิธีขั้นตอนกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดและสร้างผลกระทบและมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย รวมถึงการใช้สินค้าอย่างคุ้มค่าและการหมุนเวียนกลับมาใช้

ภายใต้คอนเซปต์ “CIRCULATING THE LOVE FINERY” Circular of Lux พร้อมสร้างพื้นที่ในการส่งต่อ แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ในบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกที่เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย (Accessibility) แต่ยังคงความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ (Excellence) เพื่อต่อยอดสู่คอมมูนิตี้ของคนรักแฟชั่นที่มีความยั่งยืน (Sustainable stylish community) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อไป

สำหรับ Circular of Lux ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ บนพื้นที่กว่า 269 ตารางเมตร พร้อมให้บริการฝากขายสินค้าลักซ์ซูรี่แบรนด์ชั้นนำ ที่ได้ซื้อจากสยามพารากอน หรือไอคอนสยาม อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับรองเท้า ทั้งยังมีการรวบรวมสินค้าหายาก หรือ rare item เพื่อให้ผู้รับบริการได้สัมผัสประสบการณ์กับสินค้าจริงก่อนตัดสินใจ โดยมีระบบ AI และผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมและมีความชำนาญในการเลือกสินค้ามาให้บริการ ภายใต้แนวคิด “สินค้า 1 ชิ้น มีชีวิตมากกว่า 1 ครั้ง” ส่งต่อสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วไปให้บุคคลอื่นที่ยังต้องการ เพื่อนำไปใช้งานให้ได้ประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด สร้างความรู้สึกเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านการคัดกรองคุณภาพสินค้าในบรรยากาศที่สบายๆ เข้าถึงง่าย ทำให้การแลกเปลี่ยน

สินค้าลักซ์ซูรี่เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งต่อยอดสู่การเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักสินค้าแบรนด์เนมให้ได้มีโอกาส connect กัน นับเป็นศูนย์การค้าแรกในประเทศไทย ที่สนับสนุนต่อยอดในทุกมิติจนเป็น ecosystem ที่สมบูรณ์ที่สุด

CIRCULAR OF LUX มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร

  1. ด้านสถานที่
  • การดูแลรักษาสินค้าอย่างพิถีพิถัน ด้วยการเก็บรักษาสินค้าในห้องรักษาอุณหภูมิ ป้องกันความชื้น ทำให้มั่นใจว่าสินค้าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
  • สถานที่สวยงามและสะดวกสบาย ใจกลางเมือง บนพื้นที่กว่า 269 ตารางเมตร ที่ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่
  • ห้องรับรองพิเศษให้กับลูกค้าได้แลกเปลี่ยนเรื่องราว และเทรนด์แฟชั่นระหว่างกันได้อย่างเป็นส่วนตัว

2. ด้านการบริการ 

  • ทางร้านจะประเมินราคาที่เหมาะสมโดยมีระบบ AI และทีมบริการที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านลักซ์ซูรี่แบรนด์ที่ได้รับประกาศนียบัตรพร้อมให้บริการที่หน้าร้านและช่องทาง Online ด้วยความใส่ใจลูกค้าอย่างเต็มที่ 
  • บริการนัดหมายล่วงหน้าด้วยระบบ personal assistant ทาง LINE Official Account:  @Circularoflux สามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกเข้าฝากและชมสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างเต็มที่
  • บริการรับ-ส่งสินค้าถึงที่ เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าและมั่นใจได้ว่าสินค้าจะได้รับการดูแลอย่างดี โดยมีบริการส่งทั้งในกทมและต่างจังหวัด

3. ขั้นตอนสะดวกรวดเร็วไม่ยุ่งยาก 

ทั้งนี้ Circular of Lux ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยมีคนดัง เซเลบริตี้ และสื่อมวลชนให้ความสนใจกับการเปิดตัวแพลตฟอร์มนี้ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ลักซ์ซูรี่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ กับบริการแลกเปลี่ยนสินค้า ส่งต่อความสุข พร้อมต่อยอดคอมมูนิตี้แฟชั่นแห่งความยั่งยืนไปด้วยกันได้แล้ววันนี้ ที่ Circular of Lux ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ 

รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: Siam Discovery

BAO BAO ISSEY MIYAKE ต้อนรับปีใหม่ด้วย 6 ซีรีส์จึ้งใจ! จากคอลเล็คชั่น SS24

เริ่มต้นปีใหม่ กระเป๋าใบใหม่ก็ต้องเข้าสิคะ งานนี้ แพรว เลยขอนำไอเท็มไฮไลท์จากแบรนด์ขวัญใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่าง BAO BAO ISSEY MIYAKE มาป้ายยารับปีใหม่กันตรงนี้ กับ 6 ซีรีส์จึ้งใจ! จากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ COMBINATION ที่นำเสนอถึงการผสมผสาน การเชื่อมต่อ และการเชื่อมโยงจนเกิดเป็นกระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE ขอบอกเลยว่าสวยสับประทับใจแน่นอน

CONNECT

เปิดด้วยดีไซน์สนุกๆ จากซีรีส์ CONNECT ที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ COMBINATION ประจำฤดูกาลนี้ ผ่านงานกราฟิกที่นำแผ่นวัสดุที่มีลวดลายมาวางเชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดเป็นลายพิเศษสุดโดดเด่น พร้อมเสริมความสะดุดตาด้วยการเลือกใช้เฉดสีโทนตัดกัน และแน่นอนว่าซีรีส์ CONNECT มาพร้อมกับกระเป๋าทรงโท้ทสุดฮ็อต อีกทั้งยังมีกระเป๋าสะพายไหล่ที่มีแม่เหล็กเปิดปิดมาช่วยตอบโจทย์การใช้งานให้เริ่ดยิ่งขึ้น

DUO

ต่อกันด้วยซีรีส์ DUO ที่ทำจากแผ่นวัสดุเนื้อแม็ตต์คล้ายหนัง แปลกตาด้วยงานดีไซน์ใหม่ที่ดูคล้ายการผสมผสานกระเป๋า 2 ใบเข้าด้วยกัน พร้อมเสริมความเริ่ดด้วยการใช้ 2 เฉดสีมาแมตช์กัน กระเป๋าสะพายไหล่ใช้งานง่ายด้วยซิปเปิดปิด และด้านในที่แบ่งออกเป็น 2 ช่อง ส่วนกระเป๋าโท้ทมีช่องใส่ของเล็กๆ ด้านในมาให้ด้วย

PRISM PLUS

ใครที่ชอบกระเป๋าจุของได้เยอะ ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด! ซีรีส์ PRISM PLUS ที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบมีแผ่นขยายข้าง ซึ่งจะถูกพับเข้าด้านในเมื่อใส่ของ และสามารถพับให้แบนได้ ง่ายต่อการเก็บหรือพกพา และยังเด่นด้วยแผ่นวัสดุผิวสัมผัสขรุขระเคลือบโพราไลซ์ในเฉดสีเมทัลลิค แม้กระเป๋าโท้ทจะดูมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่จุของได้แบบจุกๆ ส่วนกระเป๋าโท้ทไซส์เล็กก็สามารถนำไปแมตช์ลุคได้ง่ายและเก๋สุดๆ

QUATRO

เอาใจสายมินิมัลกับซีรีส์ QUATRO ที่มาจากซีรีส์ LUCENT เรียบง่ายแต่แฝงความเก๋ด้วยการผสมผสานวัสดุ 4 แบบเข้าด้วยกัน ได้แก่ เอนาเมล เอนาเมลเมทัลลิค วัสดุเนื้อแม็ตต์แบบมีผิวสัมผัส และวัสดุเนื้อแม็ตต์ที่ดูคล้ายหนัง ซึ่งทั้งหมดนี้มาในเฉดสีเดียวกัน เรียกว่าเป็นการผสมผสานวัสดุหลากหลายผิวสัมผัสให้เข้ากันอย่างลงตัว

CARGO

สายเวิร์คกิ้งต้องซีรีส์ CARGO ซึ่งเป็นกระเป๋า Boston ที่มีหลากหลายฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นซิปเปิดปิด หรือขนาดที่พอดีสำหรับใส่เอกสาร A4 แล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว และแท็ปเล็ต อีกทั้งยังมีช่องใส่ของที่แถบด้านหน้าและหลัง รวมถึงช่องสำหรับใส่ขวดน้ำขนาด 500 ml. หรือร่มแบบพับได้ บุหูหิ้วอย่างดีและสามารถปรับเป็นแบบสะพายไหล่ได้

BATON

ปิดท้ายด้วยซีรีส์ BATON กระเป๋าคาดเอวที่สามารถใช้เป็นกระเป๋าสะพายข้างได้ด้วย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งช่องใส่ของด้านนอกและด้านใน หรือหากใส่ของน้อยก็สามารถพับกระเป๋าให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดได้อีกด้วย

อย่างที่บอกไปแล้วว่า BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 สวยสับแบบชวนประทับใจทุกซีรีส์ ใครชอบซีรีส์ไหน ก็สามารถตามไปช้อปรับปีใหม่กันได้เลยที่ BAO BAO ISSEY MIYAKE ทุกสาขา หรือสอบถามได้ที่ LINE OA : @CLUB21TH_IM

รวบตึงทริคต้องรู้! เลือกครีมกันแดดยังไงให้ผิวปัง ร้อนแรงแค่ไหนเอาอยู่

แม้ช่วงนี้จะยังไม่ใช่ซัมเมอร์ แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่าแสงแดดเมืองไทยร้อนแรงเบอร์ไหน ดังนั้นไอเท็มที่ขาดไม่ได้จึงต้องยกให้กับครีมกันแดด ซึ่งแน่นอนว่ามีหลากแบบหลายแบรนด์ให้เลือกใช้ โดยเฉพาะครีมกันแดดทาหน้า ที่หลายคนบอกว่าเลือกใช้ไม่ถูกจริงๆ Praew Survey รอบนี้จึงมาพร้อมกับทริคการเลือกครีมกันแดด เลือกใช้ยังไงให้ดีต่อผิว ตามไปดูกันเลยค่ะ 

เช็กคุณสมบัติก่อนเลือกกันแดดที่ใช่

ครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะกับการใช้ในสภาพอากาศร้อนๆ ของบ้านเรา ขอแนะนำว่าควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีค่า SPF 50+ และ PA ++++ ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบ ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน
  • กันน้ำ กันเหงื่อ โดยครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะระบุคำว่า Waterproof หรือ Water-resistant บนฉลาก 
  • เลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะถ้ามีผิวแพ้ง่าย ก็ควรเลือกกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ พาราเบน หรือสารกันเสียอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว

ทริคการใช้กันแดดทาหน้าที่ช่วยปกป้องผิวอย่างมั่นใจ

  • ล้างหน้าให้สะอาด หลังจากนั้นซับผิวให้แห้ง เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงจากครีมกันแดด
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ โดยปริมาณที่แนะนำคือ ถ้าเป็นกันแดดเนื้อครีมจะอยู่ที่ 1-2 ข้อนิ้ว ส่วนกันแดดเนื้อน้ำควรใช้ในปริมาณเท่าเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ
  • ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 – 20 นาที เพื่อให้กันแดดมีเวลาในการซึมซาบเข้าสู่ผิว
  • ทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากต้องเผชิญกับแสงแดดจัด 
  • หากต้องแต่งหน้า ควรทาครีมกันแดดก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้รองพื้นติดทนนานยิ่งขึ้น

แชร์ลิสต์ครีมกันแดดต้องมี!

นอกจากทริคการเลือกใช้กันแดดแล้ว Praew Survey ยังนำลิสต์ครีมกันแดดน่าใช้มาป้ายยาทุกคนกันตรงนี้ด้วย กับ 3 กันแดดสุดฮ็อตจากการ์นิเย่ ตามไปดูกันเลยว่าแต่ละตัวเริ่ดยังไงบ้าง

การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++

เริ่มที่กันแดดทาหน้า การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++ โดดเด่นด้วยส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสของผิวอย่าง^วิตามินซี พร้อมยังช่วยลดโอกาสการเกิด’ฝ้าแดดและกระแดดอีกด้วย

การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++ สูตรแมตต์

ตัวต่อมาคือ การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++ สูตรแมตต์ ซึ่งเป็นกันแดดเนื้อแมตต์ที่เหมาะกับคนผิวมัน มาพร้อมกับ^วิตามินซีเช่นกัน จึงช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ’ฝ้าแดด หรือกระ ที่มีต้นเหตุมาจากแสงแดด รวมถึงช่วยทำให้ผิวแลดูกระจ่างใส เรียบเรียน แถมยังช่วยควบคุมความมัน เนื้อครีมกันแดดซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว ไม่มัน ไม่เยิ้ม ทาแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้ 

การ์นิเย่ ซากุระ โกลว์ ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ++++

ปิดท้ายด้วยครีมกันแดดทาหน้า การ์นิเย่ ซากุระ โกลว์ ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ++++ ที่ไม่เพียงแค่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดเท่านั้น แต่ยังมีวิตามิน B3 ที่ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และปรับความกระจ่างใสอมชมพูให้ผิวแบบไม่ดูลอย ดูโป๊ะ อีกทั้งยังมาพร้อมกับเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้หน้ามันเยิ้ม ถือเป็นกันแดดที่ครอบคลุมและตอบโจทย์มากๆ

ส่องกันครบแล้ว กับความเริ่ดของ 3 ครีมกันแดดทาหน้าจากการ์นิเย่ เชื่อว่าน่าจะโดนใจกัน แต่หากใครยังเลือกไม่ถูก ก็สามารถตามไปหาซื้อแบบซองมาลองใช้ก่อนได้ โดย การ์นิเย่ ซากุระ โกลว์ ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ++++ มาในซองสีชมพู และ การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี มาในซองสีเหลือง มีขายที่ 7-11 ทุกสาขาเลยค่ะ   

  1. ’ฝ้าจากแสงแดด ผลิตภัณฑ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวและโครงสร้างผิวตามธรรมชาติได้ ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  2. ^อนุพันธ์วิตามินซี

ตรุษจีนปีมะโรงสุดปังต้องเช็คอินงาน Siam Paragon Golden Prosperous Chinese New Year 2024

ตรุษจีนปีมะโรงสุดปังแน่นอน เพราะ “สยามพารากอน” โกลบอลเดสติเนชั่นที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางที่ครองใจ
ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก จับมือ “ธนาคารกสิกรไทย” ชวนฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีมะโรงอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “Siam Paragon Golden Prosperous Chinese New Year 2024 : The Greatest Year
of The Dragon” ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สยามพารากอน ตระการตากับ “8 มหัศจรรย์เบิกศักราชปีมะโรง” นำเสนอศิลปวัฒนธรรมจีนอันน่าตื่นตา พร้อมสักการะเทพเจ้าเสริมสิริมงคล และฟินกับความบันเทิงเต็มพิกัด
จากดาราดังทั้งจีนและไทย โดยเปิดให้ชมฟรี พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นใหญ่เอาใจนักช้อป เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขความมงคลอย่างเหนือระดับต้อนรับปีมังกร 

มหัศจรรย์หมายเลข 1 : การปรากฏตัวของพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตจากประเทศจีน “หลินอี” (Lin Yi) ที่จะมาร่วมอวยพรวันตรุษจีนให้แฟนๆ ชาวไทยได้กรี๊ดสนั่น กับกิจกรรมสุดพิเศษและพิธีเปิดงานในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ต่อด้วย 
“ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” ที่จะควงคู่มากับ “กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” พร้อมเครื่องประดับไฮจิวเวอรีคอลเล็คชั่น Serpenti จาก Bulgari และพบกับ 10 ตัวแทนเด็กฝึกสาวจากรายการ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) รายการไอดอล
เซอร์ไววัลระดับเอเชีย ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน  

มหัศจรรย์หมายเลข 2 : ตื่นตากับบรรยากาศแดนมังกร Tranquil Serenity Dragon ผลงานอาร์ตอินสตอลเลชั่นมังกรสีพาสเทลยักษ์สูง 6 เมตร ออกแบบโดยศิลปินระดับโลกชาวอเมริกัน Anchorball (แองเคอร์บอล)หรือ Ken
Kelleher (เคน เคลเลอร์) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการรังสรรค์อาร์ตอินสตอลเลชั่นขนาดยักษ์ ที่ได้จัดแสดงผลงานมาแล้วทั้งในนิวยอร์ค, การ์ตาร์, จีน และอินโดนีเซีย โดยได้ออกแบบมังกรพิเศษโดยเฉพาะเพื่องานนี้ สื่อถึงความสมดุลระหว่างพลังงานและความสงบสุขในจิตใจ

มหัศจรรย์หมายเลข 3 : เก็บภาพความประทับใจ ณ อุโมงค์มังกรแห่งความรุ่งโรจน์ ยาว  72 เมตร และมังกรทองมงคล ณ พาร์ค พารากอน และ The Jewel ชั้น M

มหัศจรรย์หมายเลข 4 :  สักการะองค์เทพเจ้าแช กง หมิว จำลอง สูงถึง 5 เมตร จากวัดดังแห่งฮ่องกง พร้อมรับแผ่นทองวัดแช กง หมิวเสริมสิริมงคล โดย อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ชื่อดัง ซินแสหว่องตั๊กเส่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกงประจำประเทศไทย บินตรงไปทำพิธีอัญเชิญมาให้คนไทยได้สักการะขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

มหัศจรรย์หมายเลข 5 : ชมการแสดงบรรเลงเพลงออเคสตร้าในเพลงจีนสุดอมตะผสานความไพเราะลึกซึ้งของเครื่องดนตรีกู่เจิ้งจากวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบกับบทเพลงประกอบบทประพันธ์ของกิมย้ง สุดยอดนักประพันธ์จีนผู้รังสรรค์นวนิยายจีนกำลังภายในอมตะอย่าง จอมใจจอมยุทธ์, มังกรหยก, แปดเทพอสูรมังกรฟ้า, กระบี่เย้ยยุทธจักร และยังมีบทเพลงจีนสุดอมตะอีกมากมาย เช่น เปาบุ้นจิ้น, เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น 

มหัศจรรย์หมายเลข 6 : ชมการเชิดมังกรทองมิ่งมงคลสุดอลังการ และการแสดงกายกรรมสุดอ่อนช้อยส่งตรงจากจีน “อัญมณีแห่งแดนมังกร” โดยคณะกายกรรมจีนเซียงไฮ้ และ “ระบำลูกข่าง”

มหัศจรรย์หมายเลข 7 : ตรวจดวงชะตากับนักพยากรณ์ชั้นนำในงานพยากรณ์เพื่อการกุศล “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อคนพิการ” ในวันที่ 16 – 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ Living Gallery ชั้น 3  

มหัศจรรย์หมายเลข 8 : ฉลองจัดเต็มด้วยโปรโมชั่นใหญ่เอาใจนักช้อปรับตรุษจีน ทั้งช้อปและอิ่มอร่อยรับปีมังกรกับโปรโมชั่น “Siam Paragon Golden Prosperous Chinese New Year 2024” ระหว่างวันที่ 26 มกราคม 2567 – 26 กุมภาพันธ์ 2567 กับส่วนลดสูงสุด 50% ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือ ทานอาหาร ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด 50 รางวัล/วัน) หรือช้อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป พิเศษสุดสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย ช้อปเพียง 13,000 บาทขึ้นไป  รับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท (จำนวนจำกัด 80 รางวัล/วัน) พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 17% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือเลือกแบ่งจ่าย 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD ใบละ 10,000 บาทผ่านบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย หรือแบ่งจ่าย 0% นาน 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย โปรโมชั่น “Luck with Love” ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 – 14 กุมภาพันธ์ 2567 ช้อป ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ 20,000 บาทขึ้นไป และพิเศษสุดสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย ช้อปเพียง 18,000 บาทขึ้นไป แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 1,200 บาท (จำนวนจำกัด 200 รางวัล/วัน) พร้อมรับ ONESIAM COIN รวมสูงสุด 11,000 COINS เมื่อช้อปสะสมผ่านบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยครบตามเงื่อนไขที่กำหนด 

เรียกว่าจัดเต็มสุดๆ ดังนั้นตรุษจีนปีนี้ อย่าพลาด! ตามมาจอยเสริมความปังกันที่งาน “Siam Paragon The Golden Prosperous Chinese New Year 2024” ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 @ สยามพารากอน นะคะ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-610-8000 หรือติดตามอัปเดตข่าวสารได้ที่ Facebook : Siam Paragon)

หรูหราเลอค่า เปิดเบื้องหลังโอต์ กูตูร์คุณหนู ‘Baby Dior’

ประณีตไม่แพ้ไลน์ผู้ใหญ่ เปิดเบื้องหลังโอต์ กูตูร์ ‘Baby Dior‘ สมฉายาแบรนด์คุณหนูสายหวาน

รู้ไหมคะว่าแบรนด์ระดับโลกอย่าง Dior ก็มีคอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์สำหรับเด็กเหมือนกัน อย่างที่รู้ว่าคอลเล็คชั่นดังกล่าวของผู้ใหญ่ก็พิเศษมากแล้ว แต่เมื่อเป็นของเหล่าคุณหนู ‘Baba Dior’ กลับยิ่งทวีคูณความแรร์มากกว่าเดิมด้วยจำนวนการสร้างสรรค์ที่มีเพียงไม่กี่ชุดกับการตัดเย็บด้วยฝีมือแสนประณีต เหมือนกับ 3 ลุคนี้ที่ดิออร์ได้เปิดเผยบนอินสตาแกรมของตัวเอง

เริ่มต้นด้วยเดรสแรงบันดาลใจจากชุดในตำนาน ‘Junon Dress’ กระโปรงที่คล้ายกับเปลือกหอยถูกย่อส่วนให้กลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งของชุด โดยความโดดเด่นอยู่ที่คริสตัลสีน้ำเงินบนชุดที่ชวนสะดุดสายตา ถือเป็นลุคที่ถ่ายทอดความ timeless ของ Dior ได้ดีเลยทีเดียว

ชุดต่อมากับเดรสสีโอลด์โรสที่ผสมผสานความเรียบร้อยปนหวานแกมความขี้เล่นไว้เล่นๆ กับเสื้อคลุมแขนยาวและกระโปรงตาข่ายที่ตกแต่งไปด้วยลวดลายของดอกไม้

และชุดสุท้ายเดรสแขนกุดสีฟ้าที่มีชื่อว่า ‘Frosted Grace’ ถือเป็นอีกชุดดูเหมือนเรียบง่ายแต่กลับซ่อนดีไซน์สุดลึกซึ้งเอาไว้ในการไล่เลเยอร์กระโปรงใหร้อมการจับเดรปช่วงไหล่และอกให้ได้ความหวานละมุน พร้อมประดับด้วยคริสตัลเล่นแสงระยิบระยับ โดยทั้งหมดเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Cordelia de Castellane อาร์ตทิสติก ไดเรกเตอร์


ภาพ: Dior

กระเป๋า

ซูมอิน! กระเป๋าใบสวยของเหล่าคนดัง ไว้ถือไปงานแต่งแบบชิคๆ

เชื่อว่าสาวๆ ต้องว้าวุ่นกับการแต่งตัว มองหาเสื้อผ้า หน้าผม กระเป๋า และรองเท้า เพื่อแมทช์ลุคที่จะทำให้ดูดีทุกครั้งเวลาจะออกงาน วันนี้ แพรว พามาซูมอินกระเป๋าถือ ที่เซเลบ คนดังนิยมเลือกใช้คอมพลีตลุคสำหรับออกงานกัน ใครงบถึงแบรนด์ไหนจัดไปสักใบ

Judith Leiber Crystal-Embellished Rose Clutch Bag

เห็น นิกกี้ นิโคล กิตติวัฒน์ ไกลๆ ยังรู้ว่าเธอถือกระเป๋าแบรนด์ Judith Leiber นอกจากดีไซน์ที่แปลก เก๋สะดุดตา เป็นรูป สัตว์ อาหาร และสิ่งของต่างๆ สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้มีราคาสูง และไม่ว่าจะถือไปไหนทุกคนต้องหยุดมองคือการประดับด้วยคริสตัล Swarovski ทั้งใบ รวมถึงเงิน ทอง และอัญมณี อย่าง เพชร ไพลิน รังสรรค์ขึ้นโดยฝีมือช่างผู้เชี่ยวชาญ เป็นเหตุผลให้แบรนด์มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

กระเป๋า Judith Leiber คือชิ้นงานศิลปะที่สายแฟชั่นตัวแม่ต้องมีติดตู้ ราคาเริ่มที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักหลายแสน สำหรับ Judith Leiber Crystal-Embellished Rose Clutch Bag ใบนี้ราคาอยู่ที่กว่า 2 แสนบาท

Miu Miu Mini Jewel-Buckle Matelassé Cross-Body Bag

ทางด้านแฝดพี่ มิลลี่-คามิลล่า กิตติวัฒน์ ช่วงนี้จะเห็นเธอถือกระเป๋าสวยหรู สไตล์คุณหนู Mui Mui ออกงานอยู่บ่อยๆ ซึ่งปี 2023 นี้ Mui Mui ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรน์อับดับ 1 ฮ็อตที่สุดประจำไตรมาส 3 (โดย The Lyst Index )

Miu Miu Micro Jewel-Buckle Matelassé Cross-Body Bag ราคาอยู่ที่ประมาณกว่า 60,000 บาท ใบนี้ใช้คุ้มแน่นอนค่ะ ขนาดกระทัดรัดเหมาะสำหรับใส่ของจุกจิก การ์ด กุญแจ ลิปสติก ตัดเย็บอย่างเชี่ยวชาญทำจากหนังวัวนัปป้า (Nappa leather) เคลือบลามิเนต พร้อมลวดลาย Matelassé อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยตัวล็อคประดับคริสตัลอันโดดเด่นที่ด้านหน้า มอบลุคหรูหราทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

Roger Vivier Pilgrim Small Embellished Metallic Leather Clutch 

กระเป๋าคลัทช์ดีไซน์เรียบหรู คลาสสิก ของมีมี่-แม้นวาด นาครทรรพ ใบนี้ทำจากผ้าไหมซาตินและตกแต่งด้วยบัคเคิลคริสตัลอันเป็นสัญลักษณ์ของ Roger Vivier แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส โดยมีฟังก์ชั่นใช้งานที่ตอบโจทย์ ทั้งสายสะพายยาว และสามารถถอดเก็บสายไว้ถือเป็นคลัทช์ เป็นดั่งเครื่องประดับเสริมลุคให้ดูหรูหราเวลาออกงาน สามารถมิกซ์แอนด์แมทซ์ได้กับทุกชุดและทุกโอกาสสำคัญ สำหรับกระเป๋า Roger Vivier Pilgrim Small Embellished Metallic Leather Clutch ใบนี้ ราคาประมาณกว่า 60,000 บาท

Cult Gaia Pearl Acrylic And Gold-Tone Tote White

เห็นแล้วสะดุดตากับกระเป๋าถือสุดเก๋ แต่ยังคงความหรูหรา ของ ป๊ง-ปุณยาพร พุกกะณะสุต จากแบรนด์ Cult Gaia กระเป๋าสัญชาติแคลิฟอร์เนีย โดย Jasmin Larian ผู้ถ่ายทอดผลงานออกแบบที่รังสรรค์ชิ้นงานแฟชั่นให้เป็นดั่งศิลปะชิ้นเอกที่สะกดทุกสายตาทำให้ทุกคนต้องหันมาดูดีไซน์ที่โดดเด่นและการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย

Cult Gaia Pearl Acrylic And Gold-Tone Tote White ใบนี้ราคาเบาๆ หลักหมื่นต้นๆ ตัวกระเป๋าเป็นทรงกลมมนลักษณะคล้ายไข่มุกทำจากอะคริลิค แบบฝาเปิด-ปิด มีตัวล็อคเปิดด้านบน และมีหูหิ้วเป็นที่จับอะไหล่สีทองโดดเด่นโค้งเหมือนกำไลข้อมือสำหรับคล้องแขนหรือถือด้วยมือ ดีไซน์ล้ำขนาดนี้ถ้าถือออกงานใครเห็นเป็นต้องทัก

It’s Bag ที่ต้องมี Saint Laurent “BEA” กระเป๋าใบโปรดของ โรเซ่ BLACKPINK

กลายเป็น It’s Bag ที่สาวๆ ต้องมีในตู้ไว้สักใบ เพราะหยิบใช้ได้ทุกลุคอย่าง Saint Laurent “BEA” ที่ตอนนี้กลายเป็นกระเป๋าใบโปรดของ โรเซ่ BLACKPINK

เป็นอีกกระเป๋าอีกรุ่นที่โรเซ่ BLACKPINK หยิบมาใช้บ่อย โดยโพสต์อินสตาแกรมโพสต์ล่าสุด ที่เธอปรากฏตัวอีกครั้งในลุควินเทอร์สุดคลาสสิคแบบมีสไตล์พร้อมกับกระเป๋าคู่ใจอย่าง Bea กระเป๋าหนังกวางทรง cabas สุดเก๋จาก Saint Laurent ที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยและสัมผัสที่อ่อนนุ่ม อีกทั้งยังสามารถนํามาแมตช์ใช้ในวันสบายๆ เสริมความคลาสสิคและความแคชชวลให้กับทุกลุคได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Cassandre สีบรอนซ์อ่อนเพิ่มความเรียบหรูตามแบบฉบับของ Saint Laurent สำหรับกระเป๋ารุ่นนี้มีให้เลือก 2 สีคือ BLACK และ LIGHT MUSK สนนราคาที่ 115,650 บาท จัดว่าเป็นกระเป๋าอีกรุ่นที่คลาสสิค และใช้ได้ไม่มีมีเบื่อ


Artisanal 2024 คอลเล็คชั่นที่ผสาน 2 แบรนด์ดัง คริสตียอง ลูบูแตง และ เมซง มาร์เจลา

การร่วมมือครั้งสำคัญของ 2 แบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่าง Maison Margiela (เมซง มาร์เจลา) และ  Christian Louboutin (คริสตียอง ลูบูแตง) กับการออกแบบรองเท้าที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันในคอลเล็คชั่น Artisanal 2024

โดยครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ John Galliano (จอห์น กัลลิอาโน) ได้บันทึกช่วงเวลาใต้สะพาน Pont Alexandre III ณ กรุงปารีส ที่อาบไล้ไปด้วยแสงพระจันทร์เต็มดวงแรกของปี เผยเบื้องลึกเบื้องหลังของปารีส ซิลูเอทโอต์กูตูร์ทั้ง 6 แบบเกิดจากการแลกเปลี่ยนทางศิลปะระหว่าง จอห์น กัลลิอาโน และคริสตียอง ลูบูแตง ซึ่งโดดเด่นด้วยพื้นรองเท้าสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในทั้ง 44 ลุคของการแสดงในครั้งนี้

การนี้ คริสตียอง ลูบูแตง ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “ฉันกับจอห์นพบกันครั้งแรกเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ตอนที่เขาเพิ่งย้ายมาปารีส การได้ร่วมงานกับคนที่คุณรักและเคารพถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของงานครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เมซง มาร์เจลายังมีลักษณะที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนและเด่น ที่ได้รับการรักษาไว้ในรูปแบบเดิมของพวกเขามาโดยตลอด”

รองเท้าส้นสูงแยกนิ้วเท้าทรง Tabi ถูกนำมาประยุกต์และจัดแสดง เพื่อเป็นการยกย่องความเป็นเลิศของ เมซง มาร์เจลา ที่นำมาตรฐานความงามของผู้หญิงยุคก่อนที่ต้องมีน้ำมีนวลเน้นสะโพกผายโดยการ เพิ่มขนาดแพลตฟอร์มและส้นรองเท้าได้รับการปรับเปลี่ยนทางศิลปะที่สร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและแหวกแนว

นอกจากนี่เคาน์เตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของส้นสูงได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบประติมากรรม Faux-Cul ช่วยเสริมสร้างมิติของรูปลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

PARIS, FRANCE – JANUARY 25: Kris Jenner, Kim Kardashian and Kylie Jenner are seen arriving at the Maison Margiela Fashion show on January 25, 2024 in Paris, France. (Photo by MEGA/GC Images)


ปิดท้ายการแสดงด้วยลุคสุดตระการตาที่สวมใส่โดย Gwendoline Christie (นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ) และแขกรับเชิญพิเศษอย่าง Kim Kardashian และ Kylie Jenner ที่ได้เข้าร่วมชมการแสดงสไตล์ที่ไม่เหมือนใครจากการทำงานร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ในครั้งนี้


1,500 เรือนในโลก! จากรอยสัก ‘ลิซ่า’ สู่นาฬิกา BULGARI ลิมิเต็ดเอดิชั่น

เมื่อ ‘ดอกเอเดลไวส์’ รอยสักของ ลิซ่า BLACKPINK ได้ถูกเลือกไปอยู่บนนาฬิกา BULGARI รุ่น Limited Edition ที่มี 1,500 เรือนบนโลก

ความปังของ ลิซ่า ลลิษา จะหยุดกี่โมง ล่าสุด Bulgari เปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นในชื่อรุ่น BULGARI BULGARI X LISA ที่ได้โกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนนี้มาร่วมออกแบบเป็นครั้งที่ 2

นาฬิกา BULGARI BULGARI X LISA มีหน้าปัดให้เลือกขนาด นั่นคือ 33 มิลลิเมตร และ 22 มิลลิเมตร ที่มาในจำนวนกัดมีแค่ 1,100 และ 400 เรือนในโลกเท่านั้น โดยดีไซน์ของเรือนเวลามาในกรอบโรสโกลด์หน้าปัดไข่มุกโมเสก และฝังเพชรไว้บนตำแหน่งตัวเลขทั้ง 12 ตัว นอกจากนี้ยังมีความพิเศษของลาย ‘ดอกเอเดลไวส์’ ที่สลักเอาไว้บนหลังตัวเรือน ซึ่งลายดังกล่าวเป็นลายเดียวกับรอยสักของลิซ่าอีกด้วย

ทั้งนี้ Bulgari ยังได้พูดถึงการร่วมงานกับลิซ่าว่า ” ผลงานการร่วมงานกันครั้งนี้ ถือเป็นความชัดเจนของวิสัยทัศน์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันแท้จริงที่ทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิดกัน อาศัยความโมเดิร์นของลิซ่ามาผนวกกับนาฬิกาสุดไอคอนิกจึงเกิดเป็นผลงานลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นนี้” ความพิเศษล้นเหลือขนาดนี้ ใครเป็นแฟนคลับของลิซ่าเตรียมตัวให้ดีแล้วรีบไปจับจองเป็นเจ้าของกันนะคะ


รูปภาพ: Instagram @lalalalisa_m และ bulgari

มัดรวมแฟชั่นจาก 5 แบรนด์ในคอนเซ็ปต์ Lunar New Year 2024

ต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีน ชวนหนุ่มสาวสายแฟครีเอทลุคแฟชั่นสุดชิคในคอนเซ็ปต์ Lunar New Year 2024 จาก 5 แบรนด์ดัง ได้แก่ LYN (ลิน), Jelly Bunny (เจลลี บันนี), lyn around (ลิน อราวด์), QUINN (ควินน์) และ ROYAL IVY REGATTA (รอยัล ไอวี รีกัตตา) ที่พร้อมใจกันมามอบไอเดียคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่สุดพิเศษเสริมมงคล พร้อมเพิ่มดีกรีความสนุกกับการแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นสาวหวานโรแมนติกไปจนถึงสาวมั่นสไตล์เรียบหรู 

มัดรวมแฟชั่นจาก 5 แบรนด์ในคอนเซ็ปต์ Lunar New Year 2024

เริ่มกันที่ LYN (ลิน) ต้อนรับปีมังกรทองไปกับแฟชั่นแอคเซสเซอรี่คอลเล็คชั่นสุดพิเศษ Lunar New Year 2024 ที่ได้นำโลโก้ของแบรนด์มาผสมผสานไปกับเฉดสีแดงตัดกับสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งพลังของความโชคดี มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์กระเป๋าและรองเท้าที่สวย หรู มีเสน่ห์ และทรงพลังตอบโจทย์สาวลินในทุกสไตล์

ไฮไลต์ของคอลเล็คชั่นนี้จะอยู่ที่กระเป๋า รองเท้า ที่รังสรรค์แพทเทิร์นลวดลายของอินฟินิทลงบนกระเป๋าและรองเท้าอย่างลงตัว โดยมีกระเป๋ารุ่นพิเศษทั้ง 6 รุ่น ROSEE – Re-edit Shoulder S กระเป๋ารูปทรงเก๋ที่จะช่วยคอมพลีทลุควันสบายๆ, Time Holder Infinite Gaia 

สำหรับสาวทันสมัยที่ต้องการความทะมัดทะแมง, Time Holder Infinite Tiempo มาพร้อมการใช้งานหลากหลาย และช่องเก็บของขนาดใหญ่ Time Holder Infinite Gravitia ดีไซน์หรูที่สามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกลุค, Time Holder Infinite Selene ไอเท็มชิ้นเด่นสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับไอเท็มในตู้เสื้อผ้าได้หลากหลายและ Sera Tote ดีไซน์ล้ำสมัยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเสริมบุคลิกของสาวลินให้มีเสน่ห์ พร้อมคอมพลีทลุคด้วยรองเท้าอีก 2 รุ่น Selah Canvas Infinite และLush Mid Infinite

Jelly Bunny (เจลลี บันนี) แบรนด์แฟชั่นที่มาพร้อมคอนเซปต์ความสดใสสนุกสนาน ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีมังกรด้วยคอลเล็คชั่นใหม่ Bring All the Luck ไปกับสีแดงสุดมงคล ดีเทลจากเสื้อกี่เพ้าดีไซน์สมัยใหม่สุดเทรนดี้ แมตช์คู่กระเป๋าลายเชอร์รี่ และรองเท้าแพลตฟอร์มทรงยอดฮิตตลอดกาล เพิ่มความพิเศษด้วยลายพิมพ์มังกรผสมผสานลวดลายดอกเหมย ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความชื่นบาน ความมีโชค อายุยืนยาวคู่กับความอ่อนเยาว์

ต่อด้วย lyn around (ลิน อราวด์) คอลเล็คชั่น Romance Dragon ที่มาพร้อมความเรียบหรูสไตล์สาวหวาน ทต้อนรับเทศกาลตรุษจีนนี้ด้วยกระโปรงผ้าซาตินผ่าข้างปักลายมังกร ยกระดับสไตล์ของคุณด้วยเดรสผ้าทวิตแต่งโบว์กุหลาบสีแดง คอมพลีทลุคด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตทรงครอป และกางเกงกระโปรงแต่งดอกกุหลาบ และ ไฮไลท์ของคอลเล็คชั่นนี้ที่สาวๆ ห้ามพลาดกับเดรสกี่เพ้าปักลายมังกรสีทีลและดอกไม้ เพิ่มความโดดเด่นด้วยแขนยาวและคอจีน เป็นคอลเล็คชั่นที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาเฉลิมฉลองและวันสบายๆ

QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา อวดโฉมแคปซูลคอลเล็คชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีมังกร สุดยอดปีนักษัตรที่เต็มไปด้วยพลังและอำนาจ โดยใช้เฉดสีแดงส้มถ่ายทอดลงบนไอเท็มหลายดีไซน์ ซึ่งไฮไลท์คือ ลวดลายพริ้นท์ประจำแคปซูลอย่างมังกรสีแดงที่ลอยอยู่เหนือก้อนเมฆสีขาว สัญลักษณ์ของความโชคดี และอำนาจ ที่อยู่บนไอเท็มผ้านิตและเสื้อเชิ้ตดีไซน์เก๋ อีกทั้งยังมีเดรสสีแดงและสีส้มที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากเอกลักษณ์ความเป็นจีนอย่าง เดรสที่คอเสื้อถอดแบบมาจากกี่เพ้า ผสานเข้ากับซิลลูเอทสมัยใหม่ทำให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น แต่ไม่ลืมที่จะมีส่วนเว้าโค้งเพื่อบ่งบอกถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่สะท้อนความทรงพลังของเทศกาลตรุษจีนและปีแห่งมังกร

ปิดท้ายด้วย ROYAL IVY REGATTA (รอยัล ไอวี รีกัตตา) แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ American Elegance ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในคอนเซปต์ “Power of Red” ที่จะมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สะท้อนบุคลิกภาพความเป็นผู้นำและสง่างามด้วยลายพรินท์ที่มีความหมายอันเป็นมงคล ทั้งลายส้มแมนดารินที่สื่อถึงความโชคดี มั่งคั่ง ร่ำรวย และนกกระเรียน สัตว์มงคลสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน บนไอเท็มสีแดงและสีทอง ให้คุณผู้หญิงโดดเด่นในดีไซน์เดรส และเสื้อคอจีนแมตช์เข้าชุดกับกางเกงสีแดงที่เป็น คีย์ลุคห้ามพลาด! 

สำหรับหนุ่มๆ ก็สามารถเติมสีสันให้เข้ากับช่วงเทศกาลได้ด้วยเสื้อสีแดงสด สวมใส่ง่ายสไตล์แคชชวลสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับไอเท็มในตู้เสื้อผ้าเพื่อบ่งบอกสไตล์ที่เป็นตัวคุณ


ภูมิแพ้

ไขข้อสงสัยความต่างระหว่าง ภูมิแพ้ ไข้หวัด และโควิด-19

ตื่นเช้ามาวันนี้ คุณรู้สึกตัวรุมๆ ปวดหัว ปวดเมื่อย แสบจมูก หรือ เจ็บคอบ้างไหม? อาการแบบนี้อาจทำหลายคนสงสัยว่ากำลังป่วยจริงๆ หรือเป็น ภูมิแพ้ กันแน่ ฉะนั้น บทความนี้จะพามาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับลักษณะของอาการป่วยแต่ละประเภท การดูแลรักษา และป้องกัน เพื่อจะได้สังเกตตนเองและคนรอบข้าง นำไปสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

ลักษณะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ การใช้ชีวิตที่มีมลภาวะอย่างฝุ่นพิษ PM 2.5 ไปจนถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ อาการเล็กๆ น้อยๆ ในตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมา อาจทำให้ตื่นตระหนกได้ว่าเป็นเพียงแค่ไข้หวัด หรือเป็นโควิด-19 หรือเป็นแค่ภูมิแพ้ ซึ่งในความเป็นจริงอาการคล้ายกันจนน่าสงสัยมากๆ ลักษณะอาการของกลุ่มโรคเหล่านี้ เป็นอาการของระบบทางเดินหายใจ มีอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอาการรุนแรงได้

ไข้หวัด เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสทางเดินหายใจ มักพบในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงในทุกฤดู

  • อาการไม่รุนแรง ในคนสุขภาพแข็งแรงสามารถหายได้เองใน 2-5 วัน ติดต่อโดยการหายใจรับละอองสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ที่มีอาการ ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสโดยตรง
  • อาการที่พบ คัดจมูก มีน้ำมูกใสถึงขุ่น จาม ไอมีเสมหะ เจ็บคอ เสียงแหบ ไปจนถึง อาจมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย การเป็นไข้หวัดเป็นๆ หายๆ บ่อยแสดงว่าเป็นไข้หวัดแบบเรื้อรัง นอกจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การเรียน การทำงาน การนอนหลับพักผ่อน การกินอาหารแล้ว บางครั้งอาจเกิดอาการแทรกซ้อนของโรคบางอย่างที่เราไม่ทันได้รู้ตัว เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ภาวะต่อมอะดรีนอยด์โต ไปจนถึงภาวะหลอดลมไว ได้อีกด้วย

โควิด-19 บางครั้งอาการเริ่มต้นเหมือนการเป็นไข้หวัด บางครั้งไม่มีอาการบังเอิญตรวจ ATK แล้วเจอผลบวก

  • อาการที่มีได้นั้น คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก ไปจนถึงมีผื่นผิวหนัง ตาแดง หายใจลำบากร่วมกับอาการปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย ในบางรายมีอาการไม่ได้กลิ่น ไม่รับรสร่วมได้
  • อาการค่อนข้างเป็นมาก เช่น ไอมาก เจ็บหน้าอก หอบ หายใจเหนื่อย เนื่องจากมีอาการของปอดอักเสบร่วมได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว ซึ่งต่างจากในเด็กในระยะหลังๆ พบว่ามีอาการน้อยมากหรือไม่มีอาการเลย

ภูมิแพ้อากาศ
อาการที่พบได้บ่อย คือ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก คันจมูก คันตา ซึ่ง เป็นไปตามช่วงเวลาของวัน ในเช้าตรู่ เย็นๆ ค่ำๆ หรือก่อนนอน อาการเหล่านี้ พบได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุได้ ในขณะที่มีรายงานว่า พบในเด็กที่อายุน้อยลงที่อายุ 1-2 ปี โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมที่มีสารก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นไรฝุ่น ละอองหญ้า เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ แมลงสาบ และเชื้อรา การสัมผัสสารก่อระคายเคือง PM 2.5 นั้น เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ไวขึ้น หรือกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันประชากรไทยพบแนวโน้มของอาการภูมิแพ้อากาศสูงขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากขึ้น

การดูแลรักษา และป้องกัน

  • ไข้หวัด สามารถหายได้เอง ภายใน 2-5 วันในผู้มีสุขภาพแข็งแรง เราสามารถใช้ยาเพียงเล็กน้อย เพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ปวดพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาแก้ไอชนิด พ่นคอ อมแก้ เจ็บคอ ชนิดกินละลายเสมหะ ไปจนถึงวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซี เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มภูมิต้านทานไปพร้อมๆ กับการพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดมากๆ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
  • โควิด-19 ในกลุ่มที่มีอาการระบบทางเดินหายใจมาก มีปอดอักเสบ หรือมีโรคเรื้อรังนั้น จำเป็นต้องได้รับ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสร่วมกับการรักษาแบบประคับประคอง แต่ในขณะที่กลุ่มที่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย คล้ายไข้หวัด พบได้เป็นส่วนใหญ่นั้น สามารถหายได้เองภายใน 5 วัน การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงคล้ายกับการดูแลไข้หวัดนั่นเอง

ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดของการเจ็บป่วย นั้นคือ
1. สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
2. รักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม social distancing
3. กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ผัก ผลไม้ งดเว้นอาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ หรือแอลกอฮอลล์ล้างมือ
5. พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สดใส และออกกำลังกายเป็นประจำ

สำหรับอาการภูมิแพ้นั้น เน้นการรักษาอย่างต่อเนื่อง และการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
การรักษาควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้ เนื่องจากการรักษาด้วยยา มีทั้งรูปแบบกินยาบรรเทาอาการ กินยารักษาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบยาพ่นจมูก ยาพ่นละอองฝอย ร่วมไปกับการล้างจมูกเป็นประจำ และในปัจจุบันมีการรักษาด้วย Imunotherapy วัคซีนรักษาภูมิแพ้ ซึ่งมีประสิทธิภาพและควบคุม บรรเทาอาการได้มากยิ่งขึ้น โดยในผู้ป่วยภูมิแพ้ควรได้รับการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ ที่เป็นสาเหตุของอาการได้ทั้งวิธีสะกิดผิวหนัง skin prick test หรือการตรวจเลือด specific IgE เพื่อหลีกเลี่ยงควบคู่ไปกับการรักษา ทั้งนี้การหลีกเลี่ยงสารก่อระคายเคือง เช่น มลภาวะ ควันธูป ควันบุหรี่ และ PM 2.5 ก็สำคัญเช่นกัน

Source: พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children’s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช
Photo: Pexels


อีอีคยอง

สัมภาษณ์ จอมขโมยซีน อีอีคยอง ตัวร้ายจาก Marry My Husband

เป็นซีรีส์ที่สนุกขึ้นเรื่อยๆ ในทุกตอนเลย สำหรับ Marry My Husband…สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ ผลงานล่าสุดจาก Prime Video ที่นำแสดงโดย พระเอก นาอินอู และนางเอกเจ้าบทบาท พัคมินยอง รวมด้วยนักแสดงสมทบมากฝีมือที่ขนกันมาแบบไม่มียั้ง

แต่หนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นจนไม่สามารถหยุดพูดถึงเขาได้ก็คือ อีอีคยอง ซึ่งรับบทเป็นสามารถนิสัยแย่ของ พัคมินยอง ซึ่งนักแสดงหนุ่มก็ครีเอกลักษณะของตัวละครนี้ออกมาได้โดดเด่นมีความน่าสนใจและน่าหมั่นไส้ในคราวเดียวกัน

ดังนั้นวันนี้ แพรวจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการทำงานในซีรีส์ Marry My Husband…สามีคนนี้แจกฟรี

อีอีคยอง

ช่วยเล่าเรื่องย่อของ ‘Marry My Husband’ และตัวละครที่คุณได้รับให้ฟังคร่าวๆ หน่อยได้ไหม?

ตัวละครของผมคือ พัคมินฮวาน ครับ เป็นคนที่น่าจะทำให้ผู้ชมรู้สึกโกรธและหัวเราะได้ในเวลาเดียวกัน เขาอาจจะทำให้คุณรู้สึกโกรธได้ แต่ก็มีด้านที่ดูไร้เดียงสาสำหรับเขาเช่นกัน

คุณมีวิธีเข้าถึงตัวละครยังไงบ้าง และการถ่ายทอดมุมไหนของตัวละครที่คุณรู้สึกว่าท้าทายหรือภูมิใจที่สุด?

อีอีคยอง: มินฮวานไม่ใช่ตัวร้ายทั่วๆไปที่คุณนึกถึง ไม่ใช่ตัวร้ายที่ชอบอาละวาดหรือขว้างปาข้าวของ ในบางมุมคุณอาจจะรู้สึกสงสารเขา และในบางมุมก็รู้สึกตลก ผมพยายามเข้าถึงและถ่ายทอดตัวตนของเขา ให้ดูสมจริงและมีความเป็นมนุษย์ ผมภูมิใจที่สุดตอนที่ถ่ายทำฉากหนึ่งเสร็จ แล้วทีมงานวิจารณ์กันว่าเขาเป็นคนเลวมาก เป็นขยะสังคมจริงๆ พอได้ยินอย่างนั้น ผมรู้สึกภูมิใจมากเลยครับที่ถ่ายทอดตัวละครออกมาได้ดีในฉากนั้น

อะไรคือเหตุผลที่พวกคุณตกลงรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้? อะไรในบทที่ทำให้คุณรู้สึกสนใจ?

มีเรื่องหนึ่งที่นักแสดงอย่างเราชอบพูดกัน คือเวลาที่เรากำลังถ่ายทำอะไรซักอย่าง มันเหมือนเรากำลังถือล็อตเตอรี่ไว้ในมือ จนกว่าผลงานนั้นจะออกสู่สายตาคนดู ซีรีส์เรื่องนี้เหมือนล็อตเตอรี่สำหรับพวกเราครับ พวกเราเลือกและเชื่อในงานชิ้นนี้เราเชื่อว่าแฟนๆของพวกเราจะรักงานที่เป็นเหมือนล็อตเตอรี่ชิ้นนี้ ที่ทำให้เราได้แสดงมุมที่หลากหลายของเราออกมา นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจรับงานนี้ครับ

คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้างกับพล็อตหลักของซีรีส์ ที่พูดถึงการย้อนกลับไปในอดีตและพยายามเปลี่ยนชีวิตตัวเองใหม่?

พล็อตเรื่องแนวนี้มันน่าหลงใหลในแง่ที่ว่ามันยังมีบางที่ที่มนุษย์ยังไม่สามารถมีอิสระได้เต็มที่ คือบนฟ้า ในน้ำ ในโลกความจริง และในปัจจุบัน การที่ตัวละครสามารถย้อนเวลากลับไป โดยที่ยังมีความทรงจำของปัจจุบันอยู่ ก็เลยเป็นพล็อตเรื่องที่น่าดึงดูด ตอนที่แสดงในซีรีส์ ผมเองก็เคยนึกขึ้นมาเหมือนกันว่าคนดูคงจะนึกถึงตัวเองในระหว่างที่ดูซีรีส์ของเราบ้างเหมือนกันนะ เพราะว่าขนาดปฏิทินในซีรีส์ยังเป็นวันที่เมื่อ 10 ปีที่แล้วเลย คนดูอาจจะนึกถึงชีวิตของตัวเองเมื่อ 10 ปีที่แล้วขึ้นมาว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่นะ? ฉันใช้ชีวิตแบบไหน? แล้วฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง? ผมคิดว่าคนดูจะมีโอกาสได้คิดทบทวนเรื่องนี้ครับ

คุณคิดว่า ‘Marry My Husband’ มีความต่างจากซีรีส์แฟนตาซี-โรแมนติกคอเมดี้เรื่องอื่นๆ ยังไงบ้าง? ทำไมถึงต้องดูซีรีส์เรื่องนี้?

อีอีคยอง: ผมว่ามันเหมือนกล่องของขวัญที่มีของหลายอย่าง ถ้าเทียบกับโอลิมปิกส์ มันเหมือนปัญจกีฬาที่เป็นการแข่งกีฬาหลายๆประเภทน่ะครับ

อีอีคยอง

คุณมีเรื่องอะไรสนุกๆระหว่างถ่ายทำที่จำได้บ้าง?

ซีรีส์ของเรามีทั้งสี่ฤดูเลยนะครับ คุณจะได้เห็นความเขียวขจี ดอกซากุระ ใบไม้ร่วง แล้วก็ฤดูหนาว พอเป็นซีรีส์ที่มีการเดินทางข้ามเวลาแบบนี้ คุณจะรู้สึกถึงทุกๆฤดูกาลที่เปลี่ยนไป

ทุกๆคนโดยเฉพาะแฟนซีรีส์เกาหลีพูดถึง ‘Marry My Husband’ กันตั้งแต่ประกาศเปิดกองเลย พวกคุณรู้สึกยังไงบ้างกับความคาดหวังที่ได้รับจากคนดู?

มีคนพูดว่าแม้ว่าตัวจะอยู่ไกล แต่หัวใจเราใกล้กัน ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้กับซีรีส์เกาหลีนะครับ ผมเชื่อว่าอาจจะมีบางจุดที่คุณดูแล้วเข้าใจยากซักหน่อยในแง่วัฒนธรรม แต่ก็ขอบคุณมากๆเลยครับ ที่ชื่นชอบรสชาติที่หลากหลายของซีรีส์เกาหลี และก็หวังว่าคุณจะรักและติดตามซีรีส์ของพวกเราต่อไปเรื่อยๆนะครับ

Modernform เปิดตัว Steelcase Karman เก้าอี้ทำงานแห่งศตวรรษที่ 21

Modernform (โมเดอร์นฟอร์ม) ผู้นำด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และตัวแทนจำหน่าย Steelcase (สตีลเคส) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานชั้นนำยอดขายอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงาน “Karman
Thailand Launch” เปิดตัว Steelcase Karman (สตีลเคส คาร์มาน) ที่สุดของ Ergonomic Chair แห่งศตวรรษที่ 21 ตอบสนองพฤติกรรมของคนยุคปัจจุบันที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา พร้อมวัสดุที่ถักทอขึ้นด้วยเส้นใยพิเศษกรรมสิทธิ์
เฉพาะของ Karman สบายถึงขีดสุดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Beyond Comfort, Beyond Performance” ด้วยโครงสร้างพนักพิงที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ GlowFish สาทร

 กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น ฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
กล่าวถึงการเปิดตัว Ergonomic Chair “Steelcase Karman” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวในญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โดยก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการเปิดตัวอย่าง
ไม่เป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า เมื่อเทียบกับเก้าอี้ทำงานรุ่นอื่นๆ สะท้อนให้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในการเลือกเก้าอี้  ที่ต้องตอบโจทย์ทั้งในเรื่องดีไซน์ และ
ฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับสรีระทุกการเคลื่อนไหว   

“ตลาดออฟฟิศในประเทศไทยหลังจากสถานการณ์โควิด ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับเก้าอี้ Ergonomics เยอะขึ้นกว่าในอดีต เพราะทุกคนคำนึงถึงเรื่อง Well-being เป็นปัจจัยสำคัญ  เก้าอี้ทำงานก็เหมือนรองเท้าและที่นอน
เพราะในทุกๆ วันเราใช้ชีวิตบนเก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 8-10 ชม. ดังนั้นเก้าอี้ที่ดีควรซัพพอร์ตการใช้ชีวิตของเราได้อย่างแท้จริง อย่าง Steelcase Karman เป็นเก้าอี้รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์โดดเด่น ฉีกกฎเก้าอี้แบบเดิมๆ  และเป็นที่สุดของ
Ergonomic Chair แห่งศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์ภายนอกที่มีดีไซน์สวยงามไม่แพ้เก้าอี้ดีไซเนอร์รุ่นไหนๆ และที่สำคัญยังมีฟังก์ชันการเป็นเก้าอี้ Ergonomics ที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง  ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมตอบสนองต่อ
การเคลื่อนไหวและน้ำหนักของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความสบายที่ไม่มีใครเทียบได้ นอกจากนี้ทีมออกแบบยังคำนึงถึงการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและมีส่วนประกอบน้อยที่สุด  แต่แข็งแรงอย่างเหลือเชื่อและการใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด
ช่วยลดผลกระทบที่มีต่อโลก อีกทั้งยังมี Intermix เส้นใยสิ่งทอสุดพิเศษ ให้ความยืดหยุ่นสูง รองรับทุกความเคลื่อนไหว รวมถึงตาข่ายรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Steelcase อีกด้วย”  

มร. โจชู ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดตัวแทนจำหน่าย แบรนด์ Steelcase (Asia Pacific) ร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับเทรนด์การทำงานในตลาดโลก ภายใต้หัวข้อ Be More Human In The AI Age ว่า “ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทในชีวิต
ประจำวันของคนทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น และอาจเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกหลายบริษัทได้นำ AI เข้ามาแทนที่แล้ว อาทิ การใช้ ChatGPT ที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคนยุคใหม่ และช่วย
ให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีการทำงาน 3 ประเภทที่ AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้  ได้แก่ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเซอร์ไพรส์ ซึ่ง AI ไม่สามารถสร้างสรรค์ได้ดีกว่ามนุษย์, อาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมซึ่ง
AI ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกได้เท่ามนุษย์ และอาชีพที่เกี่ยวข้องความกลัว เช่น การรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่ AI ไม่สามารถตอบสนองได้ดีเท่ามนุษย์ ดังนั้นในยุค AI เรายิ่งต้องให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์มากขึ้น สมัยก่อนเรา
อาจได้ยินประโยคที่ว่า เราต้องทำงานหนัก ๆ ให้เหมือนเครื่องจักร ซี่งใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบันนี้ เพราะเราต้องใส่ใจในเรื่องอื่น ๆ ด้วย รวมถึง เรื่องการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ๆ ซึ่ง AI ไม่สามารถทำได้นั่นเอง”     

ด้าน โจริญ คัมภีรพันธุ์ ศิลปินสาวแห่งวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต 4EVE ร่วมแชร์ความรู้สึกที่ได้สัมผัส Ergonomic Chair Karman ที่สามารถแมทช์กับไลฟ์สไตล์ของเธอได้อย่างลงตัว ว่า  “ส่วนใหญ่เวลาเล่นคอนเสิร์ต หรือทำงานต้องยืน
ตลอดเวลา เลยมักจะมีอาการปวดหลังบ่อย ๆ  พออยู่บ้านก็อยากได้เก้าอี้ที่ซัพพอร์ตการนั่งได้อย่างเต็มที่ แต่เก้าอี้ Ergonomics ทั่วไปที่เคยเจอดีไซน์จะใหญ่ เทอะทะ ปุ่มปรับเยอะ ปรับยาก แต่ Karman ต่างออกไป เพราะดูเท่ เก๋ด้วย
ดีไซน์ และสีสันที่มีความเป็นแฟชั่น ปราดเปรียวเป็นไอเทมที่แมทช์กับไลฟ์สไตล์ชิคๆ ของตัวเองได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญคือ ฟังก์ชันของเก้าอี้ที่ปรับง่ายไม่ซับซ้อน นั่งแล้วรู้สึกสบายมาก ๆ เวลาไลฟ์ทำคอนเทนต์ หรือสตรีมเกมนั่ง
นานๆ หลายชั่วโมงได้ไม่เมื่อยเลย ต้องยกให้ Karman เป็นเก้าอี้แห่งศรรตวรรษที่21 ของคนรุ่นใหม่ที่ครบทั้งดีไซน์ และฟังก์ชันการใช้งาน รวมทั้งเป็นการลงทุนที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย” 

Karman ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจาก Karman Line เส้นแบ่งระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกกับอวกาศ เมื่อ
อยู่ในอวกาศทุกสิ่งจะอยู่ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง  เป็นความเบาสบาย ไร้น้ำหนักอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จึงเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์เก้าอี้ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ใช้งาน และถือเป็นเก้าอี้ Ergonomics ตัวแรก ๆ ของโลกที่
โดดเด่นในดีไซน์ที่เพรียวบาง สวยงาม โดยใช้วัสดุที่เป็นส่วนประกอบจำเป็นเพียง 11 ชิ้น และมีน้ำหนักเพียง 13 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นเก้าอี้ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของ Steelcase เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อโลกและมีวิธีการคิดแบบ
โฮลิสติกอย่างยั่งยืน รวมถึงยังสนับสนุนความทุ่มเทในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้กับโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในการผลิต แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและการใช้งานอย่างดีเยี่ยม เก้าอี้ Karman รุ่นนี้ใช้วัสดุ Recycle 25% และนำไป Recycle ได้ถึง 85% เลยทีเดียว       

เทคโนโลยีสุดล้ำที่ Steelcase สร้างสรรค์ Karman คือการออกแบบที่เข้าใจพฤติกรรมของคนยุคใหม่ ด้วย
โครงสร้างยืดหยุ่นรองรับทุกการเคลื่อนไหว ทั้งการเอี้ยวตัวหรือโยกเอน มาพร้อมเบาะนั่งตาข่ายแบบ Hybrid ที่ถักทอด้วยเส้นใยพิเศษ Intermix ช่วยซัพพอร์ตสรีระร่างกายและรองรับน้ำหนักในขณะนั่งได้เป็นอย่างดี  พนักพิงหลัง
สามารถบิดงอได้อิสระเพื่อการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ รวมทั้งที่เท้าแขนที่สมดุลรองรับทุกกิจกรรมการใช้งาน สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง (4D Armrests) และล็อคได้ตามระดับที่ต้องการให้แขนทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะ
สมกับการใช้งาน มีความสมดุลทั้งซ้ายและขวา

และอีกฟังก์ชันสำคัญที่ทำให้ Karman เป็นเก้าอี้แห่งยุคคือการมี  Lumbar support ที่สามารถรองรับส่วนเว้าของเอวและหลังส่วนล่าง ช่วยให้ผู้ใช้งานนั่งทำงานหลังตรงถูกต้องตามหลักการยศาสตร์* ลดอาการปวดหลังเมื่อนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน

สัมผัสเก้าอี้สุดล้ำ Steelcase Karman ที่ให้มากกว่าคำว่าสบาย มีให้เลือก 2 รุ่น Karman Standard และ Karman
Lux กับ 9 เฉดสีสะท้อนตัวตน ที่โมเดอร์นฟอร์มทั้ง 5 สาขา ได้แก่  Modernform Forty 9, Modernform
Ratchapruek, Modernform Ploenchit (BTS เพลินจิต ทางออก4),  Modernform Srinakarindr และ 
Modernform Crystal Design Center รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ www.modernform.co.th, Facebook: Modernform Furniture, Line@: Modernform Furniture หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2094-9999 

ฟินทั้ง 2 รอบการแสดง! “มาร์ค ต้วน” เสิร์ฟ Production สุดอลังการจัดเต็ม

จบลงไปแล้วแบบสมการรอคอย ไม่เคยทำให้แฟนไทยต้องผิดหวัง กับการกลับมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งของ “Mark Tuan” (มาร์ค ต้วน) ศิลปินมากความสามารถภายใต้สังกัด “DNA Management” กับงาน “Mark Tuan ‘The Other Side’ ASIA TOUR 2024 in Bangkok”

ซึ่งถูกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567 และ วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567 “2 รอบการแสดง” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี งานนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก “อากาเซ่” (ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกันเต็มพื้นที่จัดการแสดง โดยบัตรรอบวันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567 ก็ได้ถูกจำหน่ายจนหมด ประกาศ Sold Out ก่อนเริ่มการแสดงอีกด้วย! 

คอนเสิร์ต “Mark Tuan ‘The Other Side’ ASIA TOUR 2024 in Bangkok” ได้เปิดการแสดงโดย “Wesdaboy” เป็นการอุ่นเครื่องให้แฟน ๆ ก่อนเข้าสู่ความสนุกแบบจัดเต็ม! โดยเจ้าของเวทีอย่าง “Mark Tuan” ก็ได้เปิดโชว์ด้วย 5 บทเพลงจัดเต็ม “After Hours” / “Save me” / “Change up” / “Exhausted” และ “At My Low” ก่อนทักทายแฟน ๆ ด้วยภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ มาร์คครับ” เรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นฮอลล์ ส่งต่อให้โชว์ไฮไลท์อย่าง “Far Away” และ “My Life” ที่มีลูกเล่นเป็นเวทีไล่ระดับ พร้อมไฮไลท์ผ้าที่ลงมาคลุมตัวมาร์คพร้อมกลิตเตอร์ระยิบระยับเหมือนกับงานศิลปะชั้นดี ที่ทีมผู้จัดอย่าง “BEX” บริษัทอีเว้นท์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ปร่วมกับ CDNZARECORDS / YJ PARTNERS / PROUD2 และมาร์คได้ตั้งใจเตรียมมาให้แฟน ๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ! 

ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเต็มกว่า 26 บทเพลง มาร์คขนเพลงฮิตที่แฟน ๆ อยากฟังมาครบถ้วน อาทิ “Fallin” / “Your World” / “Everyone Else Fades” / “2 Faces (Ft.Wesdaboy)” และ “My name” เป็นต้น และครั้งแรกกับสเตจเพลงใหม่ที่ยังไม่เคยได้โชว์ให้แฟน ๆ ชาวไทยได้ดูอีกด้วย! โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้พี่จ๋าได้ตั้งใจจัด Setlist มาเป็นอย่างดี พร้อมเสริมทัพด้วย “LIVE BAND” ตลอดการแสดงอีกด้วย โดยงานนี้ได้รับคำชมแบบสุด ๆ ทั้งคุณภาพงานโชว์ แสง สี เสียง Production สุดปัง จัดหนักจัดเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเหมือนจะเป็นการยกระดับงานคอนเสิร์ตในประเทศไทยไปอีกขึ้น! ถือเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่ามาร์คมีความผูกพันและมีความทรงจำที่ดีกับแฟน ๆ ชาวไทย และประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วย “ความพิเศษที่สุด” ในทุกครั้งที่ได้กลับมา 

ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต แฟน ๆ ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์พิเศษให้กับ “Mark Tuan” ด้วยคลิปโปรเจกต์สุดซึ้งที่มีความต่อเนื่องกันในทั้ง 2 วัน พร้อมข้อความน่ารัก ๆ ว่า “มาร์คเหมือนดวงดาวที่หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ” นับเป็นโมเม้นท์ดี ๆ ส่งท้ายคอนเสิร์ตที่สุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้ ซึ่ง “Mark Tuan” สัญญาว่าจะมีผลงานใหม่ ๆ มาให้แฟนได้ติดตามกันอย่างแน่นอน และจะรีบกลับมาหาแฟน ๆ ชาวไทยอีกบ่อย จนกว่าจะพบกันใหม่ โดยสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Official Facebook: BEXConcert และ X: @BEX_Concert

เจาะลึกความโปร ไอเทมเคลียร์ริ้วรอยตัวฮ็อต KA Aging Pro มือโปรเรื่องริ้วรอย

“ริ้วรอย” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่กวนใจผู้หญิงแบบสุดๆ แถมยังขึ้นแท่นปัญหาผิวแก้ยาก ซึ่งต้องอาศัยตัวช่วยระดับมืออาชีพมาจัดการ งานนี้ แพรว จึงขอป้ายยาไอเทมเคลียร์ริ้วรอยตัวฮ็อตอย่าง KA Aging Pro ให้กับสาวๆ แบบเน้นๆ เพราะเขาขึ้นชื่อว่าเป็น “มือโปรเรื่องริ้วรอย” ไอเทมที่คนรักผิวเทใจให้

ความโปรข้อแรกของ KA Aging Pro คือการเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันสุดๆ โดยใช้เวลาในการคิดค้นและพัฒนานานถึง 7 ปี พร้อมลงลึกถึงปัญหาผิวที่เป็น Pain Point ของคนไทย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้แบบตรงจุดตรงใจ และเหมาะกับผิวคนไทยจริงๆ 

ความโปรข้อที่สอง คือ KA Aging Pro จัดเต็มส่วนผสมที่มีคุณค่าระดับพรีเมียมเอาไว้แบบแน่นๆ ที่สำคัญคือการนำนวัตกรรมย้อนอายุผิว Reverse ActivatorTM ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ พร้อมนำพาแอคทีฟเข้าฟื้นบำรุงทุกจุดบกพร่อง ซึ่งเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับนิวเคลียส ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น แลดูอ่อนเยาว์ การันตีด้วยผลทดสอบจากผู้ใช้จริง 100% ผู้ใช้พึงพอใจ*

  • ผิวชุ่มชื้น นุ่มขึ้นทันทีที่ใช้
  • หลังใช้ 7 วัน

– ผิวมีความยึดหยุ่น นุ่มเด้งขึ้น

– ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

– ผิวละเอียดเรียบเนียน ผิวนุ่มลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • หลังใช้ 14 วัน

– เส้นริ้วรอยร่องตื้นดูจางลง และไม่เกิดริ้วรอยใหม่

– ผิวดูเต่งตึง แน่นกระชับขึ้น

  • หลังใช้ 28 วัน

– ระหว่างคิ้ว ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก (เส้นบริเวณมุมปาก)

– ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยแลดูกระชับขึ้น
*ผลสำรวจในกลุ่มทดลองใช้ 22 คน อายุ 37-60 ปี โดย DERMSCAN ASIA CO., LTD. เดือน พ.ค. – ก.ค. 2566 เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล

MossNuTec™ แอคทีฟที่ได้ 4 รางวัลนวัตกรรมระดับโลก เป็นสารสกัดจากมอสส์ ช่วยลดการเสื่อมชราของเซลล์ (นิวเคลียส) จึงช่วยคงสมดุลผิวและลดเลือนริ้วรอย รวมถึงยังมีการผสานคุณค่าของ Crocus Bulb Extract หรือสารสกัดจากหน่อของดอกโครคัส ที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมผิว โดยเฉพาะการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบผิวตัวสำคัญ

ความโปรข้อที่สาม คือ KA Aging Pro มาพร้อมกับ 2 สูตร ซึ่งตอบโจทย์การดูแลผิวในแต่ละช่วงเวลาอย่างเหมาะสม คือ สูตรกลางวัน KA Aging Pro Day Cream SPF38 PA++++ ที่เน้นการปกป้องและเติมสารบำรุงตลอดวัน และสูตรกลางคืน KA Aging Pro Night Treatment ที่เน้นการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวถึงโครงสร้าง

หากพูดถึงช่วงกลางวัน ศัตรูตัวร้ายก็ต้องยกให้กับแสงแดดที่เป็นต้นเหตุของริ้วรอย ดังนั้น KA Aging Pro Day Cream SPF38 PA++++ จึงมีการออกแบบสูตรให้เหมาะกับการดูแลผิวในช่วงเวลากลางวัน โดยจัดเต็มการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย Hybrid Sunscreen และเทคโนโลยี Encapsulation ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ยาวนานยิ่งขึ้น พร้อมช่วยปกป้องผิวจาก PM2.5 และมลภาวะต่างๆ นอกจากนี้ยังมีคุณค่าของ Laminaria Algae Extract หรือสารสกัดจากสาหร่ายซีเคลป์ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวยืดหยุ่น พร้อมช่วยลดปริมาณและความหนาแน่นของริ้วรอย

ส่วนช่วงกลางคืน ถือเป็นเวลาของการฟื้นบำรุงผิว ซึ่ง KA Aging Pro Night Treatment ได้รับการออกแบบให้บำรุงเข้มข้นเหมือนทำทรีตเมนท์ผิว พร้อมช่วยซ่อมแซมผิวถึงโครงสร้าง โดยมีทั้ง AGEpro-Peptide™ ที่มีกลไกคล้ายกับ Botulinum Toxin ออกฤทธิ์ที่โปรตีน SNAP-25 ด้วยการเข้าไปแทนที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีการคลายตัว ช่วยลดเลือนริ้วรอยและป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ โดยเฉพาะริ้วรอยที่มาจากการแสดงสีหน้า และ Ice Wine LiftUp™ หรือสารสกัดจากองุ่นแช่แข็งตามธรรมชาติ ซึ่งผสานพลังกันช่วยฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกขณะนอนหลับ

เรียกว่าโปรทุกดีเทล มืออาชีพทุกสเต็ป สมกับเป็น KA Aging Pro มือโปรเรื่องริ้วรอย ไอเทมที่สาวๆ ยกให้เป็นลูกรักในการสู้กับปัญหาริ้วรอย ตามไปสอย KA Aging Pro มาเป็นไอเทมคู่ผิวกันได้เลย ดังนี้ 

ขนาด 50 กรัม ราคา 499 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ Watsons เท่านั้น

ขนาด 30 กรัม ราคา 329 บาท ช้อปได้ที่ Lotus’s, Big C, Makro, Eveandboy, Beautrium และ Tops

แบบซอง ขนาด 8 กรัม ราคา 29 บาท ช้อปได้ที่ MaxMart, Jiffy, CJ Nine Beauty และร้านเครื่องสำอางทั่วประเทศ

KA Aging Pro ทุกขนาด สามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada, Konvy และ www.kathailand.com

ศิลปะข้ามแขนง! เปิดเดรสโอต์ กูตูร์ ‘ใหม่ ดาวิกา’ แรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาจีน

ประติมากรรมสู่ศิลปะบนผืนผ้า เดรสโอต์ กูตูร์ Cheney Chan ที่ ‘ใหม่ ดาวิกา‘ สวมใส่ล่าสุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องปั้นดินเผาของจีน

มือไถหน้าฟีดอินสตาแกรมอยู่ถึงกับต้องหยุดเมื่อเจอรูปล่าสุดของ ‘ใหม่ ดาวิกา’ กับเดรสสีเหลืองดีไซน์เก๋ที่มีกระโปรงพองๆ เหมือนกับของตกแต่งวันปีใหม่ แต่แท้จริงแล้วใครจะไปรู้ว่าชุดนี้มาจากแบรนด์โอต์ กูตูร์อย่าง Cheney Chan คอลเล็คชั่น ‘Serene Elegance’ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ดีไซเนอร์ชาวจีน Chen Cheney ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2012 และปี 2021 นักออกแบบจากกรุงปักกิ่ง ‘Chen Chani’ ได้ยกระดับเปลี่ยนเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ ก่อนประเดิมแฟชั่นโชว์แรกที่เซี่ยงไฮ้

เดรสชิ้นนี้อัดแน่นไปด้วยวัฒนธรรมของจริงทั้งดีไซน์ที่มีแรงบันดาลใจมาจากเครื่องปั้นดินเผาของประเทศจีน เพราะหากสังเกตริ้วของลายผ้าให้ดีจะมีลักษณะคล้ายกับลายเส้นของนิ้วขณะขึ้นรูปทรง รวมถึงสีเหลืองสดใสยังเป็นสัญลักษณ์ของความสิริมงคลและมั่งคั่ง โดยรวมแล้วชุดนี้จึงมีความโมเดิร์นและความคลาสสิกที่ผสมกันอย่างลงตัว


รูปภาพ: Instagram @davikah และ @cheneychanofficial