เก๋ให้โลกจำ ผลักดัน Soft Power! ไมค์ พิรัชต์ ใน ‘ชุดพระราม’ ที่ออกแบบเอง

ปรากฏตัวทั้งทีต้องทำให้โลกจำ! ไมค์ พิรัชต์ ออกแบบ ‘คอสตูมพระราม’ ในโชว์ CHUANG ASIA ด้วยตัวเอง หวังผลักดัน Soft Power

เมื่อพูดถึงรายการที่น่าจำตามองของไทยตอนนี้ คงหนีไม่พ้น CHUANG ASIA 2024 ที่รวบรวมหญิงสาวที่มีความฝันเป็นไอดอลทั้งหมด 70 คน มาแข่งขันความสามารถเพื่อค้นหาคนที่จะได้ยืนอยู่บนเวทีตัวจริง โดยครั้งนี้ได้เมนเทอร์มากประสบการณ์อย่างแจ็คสัน หวัง, ไมค์ พิรัชต์, เตนล์ ชิตพล, เจฟ ซาเตอร์ และเนเน่ พรนับพัน มาให้คำปรึกษาตลอดทั้งรายการ

โดยใน Ep.1 เมนเทอร์ทั้ง 5 คนก็ได้แสดงโชว์ของตัวเองเพื่อเปิดรายการอย่างเป็นทางการ หนึ่งโชว์ที่คอสตูมสะดุดตาต้องยกให้ ‘ไมค์ พิรัชต์’ กับบอดี้สูทสีดำตกแต่งด้วยแถบผ้าสีเขียวและเครื่องประดับทองแบบจัดเต็มทั้งสร้อยกำไลและเข็มขัด

มารู้ทีหลังผ่านโซเชียลมีเดียของไมค์ พิรัชต์ว่าตัวเองเป็นคนออกแบบชุดนี้เอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก วรรณคดีไทย เรื่องรามเกียรติ์ ในตัวละครเอกอย่างพระราม ทั้งนี้เขายังบอกอีกว่า ‘ตั้งใจเอามาใส่ในการแสดงนี้ให้ทั่วโลกได้เห็นกัน เผื่อจะมีความเป็นพลังนิ่มเนอะ’ เดาว่าพลังนิ่มที่ว่าคงหมายถึง Soft Power นั่นเอง

แถมความน่ารักหลังจากโพสต์ว่าแรงบันดาลใจชุดนี้มาจากพระรามแล้ว ไมค์ พิรัชต์ ยังได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ส่วนตัว @M1KEANGELO ว่า ‘จริงๆ คือเต้นแก้บน! เรื่องมีอยู่ว่าคนคิดโชว์นี้พอดีไปบนไว้แล้วบอกจะเต้นแก้บนให้ถ้าได้ เลยจัดเต้นแก้บนแบบให้ดูทั่วโลกไปเลย กลัวท่านไม่เห็น’ เอาเป็นว่าจุดเริ่มต้นจะมายังไง แต่ปลายทางจบที่ได้ถ่ายทอดวรรณคดีไทยก็พอค่ะ


รูปภาพ: Twitter @M1KEANGELO

ตราตรึงทุกมุมมอง Dua Lipa สวมเครื่องเพชร Tiffany & Co. ร่วมงาน GRAMMY AWARDS

อีกหนึ่งลุคที่ตราตรึงของเซเลบริตี้ที่เข้าร่วมงาน GRAMMY AWARDS ครั้งที่ 66 คงต้องยอกให้กับนักร้องสาว Dua Lipa ในชุดสีเงินแวววับจากแบรนด์ Courreges โดดเด่นด้วยเครื่องเพชรจากแบรนด์ Tiffany & Co.

ตราตรึงทุกมุมมอง Dua Lipa สวมเครื่องเพชร Tiffany & Co. ร่วมงาน GRAMMY AWARDS

ดูอา ลิป้า ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล  66TH  ANNUAL GRAMMY AWARDS สวมใส่สร้อยคอแพลทตินัมและทองคำ 18k ประดับด้วยพลอยสีส้ม (orange sapphire), อุมบ้า (Umba), พลอยพัดพารัดชา (padparadscha sapphires), รูเบลไลท์ (rubellites) และเพชร

พร้อมด้วยสร้อยข้อมือแพลทตินัมและทองคำ 18k ประดับด้วยพลอยพัดพารัดชา (padparadscha sapphires) และแหวนแพลทตินัมและทองคำ 18k ประดับด้วยพลอยศรีลังกาสุดหรู เข้าร่วมงาน  66TH ANNUAL GRAMMY AWARDS เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย


RISERA (ไรซ์เซร่า) จัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ RISERA GRAND OPENING

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับแบรนด์ RISERA แบรนด์สกินแคร์แห่งอนาคตที่จะแก้ไขปัญหาผิวของคนไทยยุคใหม่ได้อย่างล้ำลึกสูงสุดถึง 4 ชั้นผิว ภายใต้เอกสิทธิ์ FILL Oléoactif (ฟิล โอลีโอแอคทีฟ) หนึ่งเดียวในไทยกับ RISERA The Ultimate Filler and Lifting Ampoule (ไรซ์เซร่า ดิ อัลทิเมต ฟิลเลอร์ แอนด์ ลิฟติ้ง แอมพูล)

            ไรซ์เซร่า ทุ่มงบก้อนใหญ่จัดงานเปิดตัว RISERA GRAND OPENING ณ ห้องจัดงานสุดหรูใจกลางเมือง Gaysorn Urban Resort, The Crystal Box ชั้น 19 เฉลิมฉลองนิยามใหม่ของความงาม ตามคอนเซป ‘The New Era of Beauty’ พร้อมประกาศเซอร์ไพรซ์ใหญ่ที่มากกว่าการเปิดตัวสินค้า RISERA – The Ultimate Filler and Lifting Ampoule กับ RISERA – Special Limited Edition ที่ผสานโลกของความงามเข้ากับโลกของแฟชั่น เพื่อสร้างพื้นที่ให้ทุกคนได้ เผยความคิด และความเป็นตัวตนได้อย่างอิสระ กับการร่วมงานกันครั้งแรก กับแฟชั่นแบรนด์ชื่อดังอย่าง มิลิน เติมเต็มคุณค่าความงามของคนยุคใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง

คุณณัฎฐ์ชินภา นพกุลชัยธัช (คุณพีร์) – CEO แบรนด์ RISERA อธิบายว่าทางบริษัทฯ เล็งเห็นว่าคนยุคใหม่ให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอกให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ รวมถึงการเปิดกว้างสู่เทคโนโลยีใหม่ๆที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าอย่างแท้จริง ไรซ์เซร่า จึงได้เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาผิวได้อย่างล้ำลึกแบบ Multi-Lifting หรือการเข้าแก้ปัญหาผิวสูงสุดถึง 4 ชั้นผิว เพื่อเข้าเร่งแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

อีกทั้งยังบรรจงคัดสารสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก โดดเด่นที่สุดด้วยการผสมผสานนมผึ้ง (Royalbiocyte PX) ที่ได้รับรางวัลการันตีว่า ‘ช่วยลดการระคายเคืองบนผิวหนังที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2017 จากเวที BSB Innovation Prize’ พร้อมอัดแน่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ได้รับขนานนามว่าเป็น ‘ราชินีแห่งเวชศาสตร์การชะลอวัย’ อย่าง Promogranate Extract ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxident) และ Vitamin B3

ไม่เพียงเท่านั้น ไรซ์เซร่าเจาะจงเลือกใช้เฉพาะ Collagen Dipeptide จากผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น        คอลลาเจน อันดับ 1 ของโลกจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ Trademark ชื่อดังอย่าง Wellnex ในเครือบริษัท Nitta Gelatin ที่ออกแบบมาเฉพาะผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เพื่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่านั้น พร้อมผสานนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวอย่าง D-Factor ที่เข้าช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิว และเพิ่มความยืดหยุ่นในผิวชั้นหนังกำพร้า และยังมี BIOGF-M ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างและฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายให้ผิวดูกระชับ รวมถึง SOYSQUALA ตัวช่วยสำคัญที่จะนำพาคุณค่าของวิตามิน แร่ธาตุและคุณประโยชน์ต่างๆเข้าสู่ชั้นผิวชั้นลึกสุดอย่างหนังแท้ได้อย่างล้ำลึก

การันตีความปลอดภัยด้วยผลการทดสอบว่า RISERA – The Ultimate Filler and Lifting Ampoule ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่าง Mineral Oil  Paraben (พาราเบน) และ Silicone (ซิลิโคน) อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความปลอดภัยต่อผิว ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังยืนยันความปลอดภัยว่า ไรซ์เซร่า ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองจาก สถาบันชั้นแนวหน้าอย่าง Asia Dermscan อีกด้วย

RISERA – The Ultimate Filler and Lifting Ampoule มีวางจำหน่ายแล้วเพียงราคาขวดละ 890 บาท และ RISERA – Special Limited Edition ราคา 2,670 บาท จะได้รับสินค้า ไรซ์เซร่า จำนวน 3 ขวด และ Risera x Milin Headband มูลค่า 2,600 บาท ฟรี โดยสินค้ามีเพียง 500 ชิ้นเท่านั้น เพราะไรซ์เซร่าอยากให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับความงามในแบบของตัวเอง ตามคอนเซป ‘The New Era of Beauty’

สหฟาร์ม ยอดส่งออกโตพุ่ง 170,000 ตัน ครองเบอร์ 1 เจ้าธุรกิจไก่ไทย

บริษัท สหฟาร์ม จำกัด (SAHA FARMS) ผู้ผลิตและส่งออกไก่สด ไก่แช่แข็งรายใหญ่ของไทย เปิดข่าวดีรับปี 2567 ผ่านงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 93 ปี ดร. ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ประกาศขึ้นครองบัลลังก์ธุรกิจส่งออกไก่สดแช่แข็งไทยสำเร็จ โชว์สุดยอดผลประกอบการปีที่ผ่านมาโตกระฉูดถึง 147% ทำยอดส่งออก 170,000 ตัน

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี การเงิน และเลขานุการประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด (SAHA FARMS) เปิดเผยว่า ภายใต้การกลับเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มกำลังของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ พร้อมได้มีการประกาศปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สหฟาร์มเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีจำนวนไก่โตเพิ่ม 30% และสามารถทำยอดส่งออกไปยังนานาประเทศทั่วโลก 170,000 ตัน ทำให้ในปีที่ผ่านมา สหฟาร์มกลับมาในฐานะผู้ส่งออกไก่สดแช่แข็งอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกครั้ง

จากผลงานของตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของสหฟาร์มที่ยังคงยืนหยัดและรักษามาตรฐานของความเป็นผู้บุกเบิกในภาคธุรกิจส่งออกไก่ไทย สะท้อนวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ดร.ปัญญา ท่านประธานสหฟาร์ม จากตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาที่ ดร. ปัญญาได้ทำมาตรฐานฟาร์มไก่ไทย โดยวางระบบ Compartmentalization อันสมบูรณ์แบบ ทำให้สร้างชื่อเสียงแก่วงการไก่ไทย ตลอดจนทั่วโลกเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าสหฟาร์มในฐานะยักษ์ใหญ่ผู้ส่งออกไก่สดแช่แข็งของประเทศไทยนับแต่นั้นเป็นต้นมา จวบจนปัจจุบันที่สหฟาร์มก็ยังยืนหนึ่งในวงการธุรกิจนี้ และภายใต้ปรัชญาการบริหารงาน โปรงแสง น้ำใส สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม ของดร.ปัญญา ทำให้ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากอณาจักรของสหฟาร์มมีเนื้อที่กว่า 30,000 ไร่ ซึ่งนอกเหนือจากเป็นฟาร์มที่มีมารตฐานระดับโลกแล้ว ยังมีโรงงานแปรรูป โรงงานอาหารสำเร็จรูป บนพื้นที่ 10,000 ไร่ ทั้งในจังหวัดลพบุรี และเพชรบูรณ์ ดังนั้นสหฟาร์มจึงเลือกใช้แรงงานในท้องถิ่นเพื่อเกิดรายได้มากกว่ากำลังเครื่องจักร นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานมี Skill ในการตัดแต่งสินค้าได้สวยงาม สินค้าของสหฟาร์มจึงเป็นงาน Handcrafted ที่มีความประณีต และเป็นที่ชื่นชอบแก่ลูกค้าต่างประเทศ

ทั้งนี้เนื่องในโอกาสวาระโอกาสพิเศษ วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 93 ปี ดร. ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัทในเครือ ผู้ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นปูชนียบุคคลและสมบัติอันล้ำค่าของสหฟาร์ม ทางบริษัทและชาวสหฟาร์มจึงร่วมใจจัดงานฉลองครบรอบ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าต่างประเทศ ลูกค้าภายในประเทศ ซัพพลายเออร์ สื่อมวลชน อีกทั้งผู้บริหารระดับสูง พนักงานบริษัท พันธมิตร และลูกค้ากิตติมศักดิ์ ที่ให้การสนับสนุนสหฟาร์มมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นโอกาสในการประกาศปีชัยพร้อมเปิดศักราชใหม่ ก้าวเข้าสู่ปีมังกรทอง 2567 โดยได้ทุ่มงบมากกว่า 30 ล้านบาท เนรมิตเวทีซุ้มดอกไม้ และพื้นที่จัดเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ สวยงาม ณ บ้านสุขาวดี แหล่งท่องเที่ยวอันเป็นแลนด์มาร์กที่ติดอันดับท็อปของพัทยา เพื่อรองรับแขกผู้มีเกียรตินับพันเข้าร่วมงาน ภายใต้ธีมคอนเซ็ปต์ชุดไทย ตระการตาด้วยแสง สี เสียง และการแสดงพิเศษบนเวทีจากเหล่าผู้บริหาร และ Young Gen ของสหฟาร์มตัวน้อยที่เรียกความประทับใจต่อแขกอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีแขกผู้ใหญ่คนสำคัญ อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อีกทั้งคณะผู้บริหารระดับสูงของสหฟาร์ม ขึ้นเวทีร่วมกล่าวแสดงความขอบคุณและอวยพรวันเกิดแก่ ดร.ปัญญา ก่อนจะชมความอลังการณ์ของพลุไฟนานกว่า 10 นาที อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 สหฟาร์ม ยังคงมุ่งมั่นในดำเนินงานภายใต้ปรัชญาการบริหารของ ดร.ปัญญา เช่นที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีแผนในการรีแบรนด์ดิ้ง (Rebranding) ขับเคลื่อนสหฟาร์มด้วยกลยุทธ์ใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในโลกธุรกิจยุคใหม่ ที่พร้อมจะประกาศแผนงานให้ทราบทั่วกันในเร็วๆ นี้ ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ กล่าวทิ้งท้าย

realme ชวนบอกรักด้วยสมาร์ตโฟน! ปรับราคา “realme C53” รับ ก.พ.

realme ชวนคุณบอกรักแบบปัง ๆ ด้วยสมาร์ตโฟนแชมป์เปี้ยน! ประกาศดั๊มราคา “realme C53” ทุกสเปกต้อนรับเดือนกุมภาพันธ์ ให้คุณจับจองเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษได้ราคาสบายกระป๋ายิ่งกว่าเดิม ทั้งรุ่นความจุมาตรฐาน 6+128GB เหลือเพียง 4,499 บาท (จากราคาเปิดตัว 4,999 บาท) และรุ่นความจุพิเศษ 8+256GB ในราคาเพียง 5,499 บาท (จากราคาเปิดตัว 5,999 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้เป็นต้นไป ที่ realme Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ! (ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/realmeTH/posts/pfbid02Ehh6JyG1xRH57AuifxKBjyr4tHRYT7uwQGzgSi1U9nASPX9LyZuCY4obamdMsgVAl)

realme C53 เจ้าของฉายา “สมาร์ตโฟนแชมป์เปี้ยนแห่งเซกเมนต์” มอบสุดยอดความคุ้มค่าด้วยการอัปเกรดประสิทธิภาพ 4 ฟีเจอร์หลัก ทั้งกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ระบบชาร์จไว 33W SUPERVOOC แบตเตอรี่ขนาด 5000mAh หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยี DRE (Dynamic RAM Expansion) สามารถขยาย RAM ได้อีกเท่าตัว และไฮไลต์ดีไซน์สุดหรูเกินราคา โดดเด่นด้วยฝาหลังแบบ Shiny Champion ที่งดงามด้วยเส้นแสงสปอตไลต์ที่กระจายออกทุกทิศทาง มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 6.74 นิ้ว Refresh rate 90Hz ที่มอบความสวยงาม คมชัด ดูคอนเทต์ได้อย่างลื่นไหลสบายตา จนทำให้ realme C53 ครองตำแหน่งแชม์สมาร์ตโฟนที่ให้สเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเยี่ยมที่สุดในระดับ Entry-level

วาเลนไทน์นี้ จัด realme C53 เป็นของขวัญแทนใจให้คนพิเศษของคุณเซอร์ไพรส์กันแบบสุด ๆ พร้อม Gadget และสินค้าไอทีสุดล้ำให้เลือกสรรกันอีกมากมายที่ realme Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายชั้นนำใกล้บ้านคุณ!

‘2.2 คุ้มมงลง เที่ยวมงคล’ กับไทยเวียตเจ็ท ตั๋วเริ่มต้น 22 บาท

ออกเดินทางเสริมพลังบุญกับสายการบินไทยเวียตเจ็ทด้วยโปรโมชั่น “2.2 คุ้มมงลง เที่ยวมงคล (2.2 Limited Offers)” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 22 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 26 ตุลาคม 2567 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ ฟูกุโอกะ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และหางโจว รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

Guilty Bangkok เปิดตัว ‘La Noche Loca’ Night Brunch

Guilty Bangkok (กิลตี้ แบงค็อก) ห้องอาหารสไตล์อเมริกาใต้ เปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่  ‘La Noche Loca’ Night Brunch บรั๊นช์ยามเย็นทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ หวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการสังสรรค์ ปาร์ตี้ และแฮงเอาท์ ไวบ์สุดชิค โดยสามารถเพลิดเพลินกับมื้อเย็นในสไตล์ Southอเมริกัน รสชาติจัดจ้าน มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มอาทิ ค็อกเทล, เบียร์, ไวน์ และแชมเปญเสิร์ฟไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม นอกจากนี้ ยังมีความบันเทิงจากดีเจชั้นนำ เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกสนาน คึกคักในสไตล์ของ Guilty Bangkok ให้ครบรสมากยิ่งขึ้น 

สำหรับความพิเศษของ  ‘La Noche Loca’ Night Brunch คุณจะได้อิ่มอร่อยไปกับสารพัดอาหารสไตล์อเมริกาใต้, อาหารเปรูเวียนที่ผสมผสานวัฒนธรรมของอาหารนิเคอิ เสิร์ฟแบบไม่จำกัด ตั้งแต่ Appetizer และ Hot Appetizer ในแบบพอดีคำ อาทิ กัวคาโมเล่, Jicama Mango Salad สลัดมะม่วงและ  อโวคาโดเปรี้ยวหวานกำลังดี, หมูสามชั้นบาร์บีคิว, เชวิเซ่ปลากระพง, หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างฉ่ำ, ทอสตาดาหน้ากุ้ง, โครเกต์ชีสและผักขมท็อปด้วยมายองเนสและเครื่องเทศเปรู ฯลฯ  

โดยมี 2 แพคเกจให้เลือกคือราคา 1,950++ บาทต่อท่าน (รวมอาหาร,ของหวานและเครื่องดื่มค็อกเทล/ไวน์/เบียร์ Free Flow) และราคา 3,700++ บาทต่อท่าน (รวมอาหาร,ของหวานและเครื่องดื่มค็อกเทล/ไวน์/เบียร์และแชมเปญ Free Flow)

นอกจากนี้ ยังมีเมนูซิกเนเจอร์ของ Guilty ที่สามารถเลือกสั่งเพิ่มในแบบ A-La-Cart ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารจานหลัก รวมถึงของหวาน ในราคาเริ่มต้นที่ 425++ บาท ถึง 4,750++บาท อาทิ เมนู Australian Wagyu T-Bone Grade 5 อีกด้วย

  Guilty Bangkok (กิลตี้แบงค็อก) ชวนมาเชคอินประเดิมสีสันความสนุกกับคอนเซ็ปต์การรับประทานอาหารมื้อค่ำใหม่แบบอัลลิมิเตท ‘La Noche Loca’ Night Brunch ได้ทุกวันศุกร์ และเสาร์ตั้งแต่เวลา 20.00-22.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2126-8866

‘สัปดาห์แห่งความร้อนแรง มือที่สาม และความหึงหวง จะใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กุมภาพันธ์ 2567

‘สัปดาห์แห่งความร้อนแรง มือที่สาม และความหึงหวง จะใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณคงต้องใจเย็นให้มากๆ ลดอีโก้ตัวเองลงให้เยอะๆ พร้อมกับเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นให้มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายงานบริการ เช่น เปิดร้านอาหาร เครื่องดื่ม งานโรงแรม ท่องเที่ยว  สปา แอร์โฮสเตส จนถึงสินค้าหรือบริการสำหรับเด็ก หรือหากไม่ได้อยู่ในสายงานนี้ ช่วงนี้จะได้จับผลัดจับผลูเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่อย่างว่าล่ะค่ะ จะมีเหตุให้คุณต้องอึดอัดกับความขัดแย้งกับบุคคลอื่นจนอยากลาออกให้จบๆ ไป   

การเงิน  :   ช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ สำหรับพี่น้องเชื้อสายจีนคงต้องเสียเงินกับการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงแจกแต๊ะเอียบุตรหลาน เพราะฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เงินจะไม่พอใช้ ส่วนเงินที่คาดว่าจะได้ก็ยังไม่ได้

ความรัก  :  เป็นอาทิตย์ที่ชีวิตคู่ของคุณมีโอกาสที่จะอยู่กันไม่สงบล่ะ จะมีเรื่องความหึงหวงมาเป็นปัจจัย ไม่ใครก็ใครก็ถูกจับได้ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ สำหรับคู่ที่จับได้แล้ว ก็มีโอกาสที่จะเลยเถิดไปถึงมีเด็กน้อยเข้ามาเกี่ยวข้อง คนโสด ก็เช่นกัน สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกโลกใบที่สองอยู่แล้ว สัปดาห์นี้อย่านิ่งนอนใจไป เพราะมีดวงว่าบ้านใหญ่จะรู้ความจริง แล้วมาบุกบ้านจนคุณอยู่ไม่เป็นสุขก็ได้นะ

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้ก็ยังคงเครียดอยู่นะคะ ซึ่งจะเป็นความเครียดแล้วอึดอัดอยู่ในใจ โดยจะส่งผลไปถึงร่างกายและระบบประสาทให้ปวดศีรษะ ไมเกรน นอกจากนั้นยังมีโอกาสให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดเนื้องอก 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี งานประพันธ์ ออกแบบดีไซน์ สถาปนิก เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้างาน หัวหน้าโครงการ หรือหัวหน้าชุดปฏิบัติงาน ในการสร้างงาน สร้างโครงการ เพื่อเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการประมูล การประกวด สอบสัมภาษณ์ สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จไว้สูงมาก จนสามารถทำได้ทุกอย่าง โดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรม แต่นั่นไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันจะดีกว่า

การเงิน  :  มีโอกาสได้เงินรางวัลจากการทำงานใส่ซองแดงมาแบบแน่นๆ เลย ก็เก็บเงินไว้บ้างนะคะ เพราะดูทรงแล้ว รายจ่ายมารอเพียบเลย ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่น

ความรัก  :  ช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะอยู่ในอารมณ์น้อยใจคู่ครองนะ เหมือนกับคุณพยายามทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ดีมีความสุข แต่เขากลับไม่สนใจคุณ ยิ่งหากเคยไม่ไว้ใจกันอยู่แล้ว เลยยิ่งบวกๆ เข้าไปอีก  คนโสด เป็นสัปดาห์ที่คุณมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมาก มีหนุ่มๆ เข้ามาพูดคุยด้วยตลอดเวลา แต่ด้วยความที่กลัวว่าสตอรี่ร้ายๆ จะกลับมา จึงมีโอกาสที่คุณจะไม่เสียเวลากับใครเลย คบแล้วหากไม่ใช่ก็เลิก พร้อมจะเริ่มต้นใหม่

สุขภาพ  :  ก็ยังคงอยู่กับการรับผิดชอบงานหนัก ซึ่งสัปดาห์นี้จะต่างกัน เพราะจากความเหนื่อยและเครียดจะส่งผลให้คุณรับประทานและดื่มหนักขึ้น เป็นไปได้ว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับไขมัน เบาหวาน ความดัน ตามมา

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สัปดาห์นี้ก็ยังคงหายใจได้ไม่คล่องนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจบันเทิง เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากกำลังจะเสนอโครงการเข้าประมูล หรือประกวดในงานเฉลิมฉลองหรือโชว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ รวมถึงหากใครที่กำลังส่ายหน้าว่า คงไม่ใช่ฉัน สัปดาห์นี้คาดว่าคุณจะหนีไม่พ้น เป็นไปได้ว่าจะถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรคาดหวังสูงจนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้งาน เพราะมีโอกาสที่คุณจะร้อนรุ่มหรืออึดอัดกับทั้งบรรยากาศ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนขอถอนตัวในที่สุด    

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะได้รับอั่งเปาแน่นๆ จากงานบันเทิง รวมถึงจากงานเทาๆ ด้วย ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่รายจ่ายจะเข้ามามากกว่ารายรับ จึงทำให้คุณเงินไม่พอใช้ มีความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้ได้ง่ายมาก  

ความรัก  :  หากความรักความเชื่อใจกำลังสั่นคลอนเต็มที สัปดาห์นี้มีโอกาสตอกย้ำความไม่มั่นใจเข้าไปอีก เป็นไปได้ที่คุณจะจับได้ว่าเขามีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ แม้จะพยายามปรับความเข้าใจ แต่ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว คนโสด มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจคบกับคนที่มีเจ้าของแล้ว เพราะฉะนั้นก็คงพอจะเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ตามนั้นเลยค่ะ

สุขภาพ  :   เป็นผลสรุปของทุกด้าน เมื่อมีปัญหา ความเครียดก็เกาะกุมใจ อารมณ์วี๊ดง่าย ย้ำคิดย้ำทำ จนร่างกายเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทางเพศสัมพันธ์ ไมเกรน ทางที่ดีควรมองโลกในแง่ดี  ปล่อยวางบ้าง

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   ร้อนแรงมากๆ จนคลาดสายตาไม่ได้เลย เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์ต้อนรับตรุษจีนนี้ คุณจะมีโอกาสได้บุกเบิกเริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ จนถึงได้เสนอชื่อในการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานไปอยู่ในหน่วยงานที่มั่นคงขึ้น ‘แต่’ อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีมารตัวใหญ่มายืนขวางอยู่ คอยขัดแข้งขัดขา จนโอกาสที่ลอยอยู่ตรงหน้ากลายเป็นของคนอื่นไปอย่างน่าเสียดาย   

การเงิน  :  หากในช่วงสัปดาห์นี้จะไปเจรจาธุรกิจ หรือไปทวงหนี้ เก็บค่าเช่าใดๆ ก็อย่าเพิ่งไปให้ขัดโชคขัดลาภวันตรุษจีนเลย  เพราะมีโอกาสที่นอกจากจะได้พบลูกหนี้แบบไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่เงินจะสูญหายด้วย

ความรัก  :   ก็ยังอยู่กับมือที่สามวนไปนะคะ ยิ่งสัปดาห์นี้ดูเหมือนจะยิ่งทั้งรักทั้งหลงอย่างหัวปักหัวปำเลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่าใครหลงใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ มาให้เห็นตัวเป็นๆ เลย   คนโสด  เสน่ห์ของคุณก็ยังหยุดไม่อยู่ แต่ยิ่งมีเสน่ห์มากเพียงไร ก็ยิ่งนำภัยมาสู่ตัวเองมากเท่านั้น เพราะสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะเป็นมือที่สามเลยนะเนี่ย

 สุขภาพ  :  เสน่ห์รัวๆ ก็ต้องระวังจะเกิดปัญหาในเรื่องของเพศสัมพันธ์ ความเครียดจากความหึงหวง นอกจากนั้นยังต้องระวังในเรื่องการรับประทานอาหารที่จะส่งผลตั้งแต่ปัญหาในช่องปาก ทางเดินอาหาร จนถึงกระเพาะอาหาร

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ในช่วงสัปดาห์ต้อนรับตรุษจีนนี้ ความเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องอาศัยความเก๋าเกมด้วย เพราะเป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่จะมีปัญหาและอุปสรรคจู่โจมเข้ามาจากทุกๆ ทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ดังนั้น จึงควรลดความเชื่อมั่นในตัวเอง ก้าวลงจากบัลลังก์พร้อมกับเปิดใจรับฟังลูกน้องและบริวารบ้าง เพราะมีโอกาสที่พวกเขาจะไม่ซื่อสัตย์ เป็นไปได้ที่งานหรือธุรกิจจะเกิดความผิดพลาดเสียหายเลยทีเดียว สุดท้ายแล้วคุณนั่นล่ะที่จะเครียด เดือดร้อน จนถึงขั้นท้อแท้ต่อโชคชะตา

 การเงิน  :  มีโชคในเรื่องของการลงทุนและทรัพย์สิน เฮงๆ รวยๆ  เป็นไปได้ว่าคุณจะกล้าได้กล้าเสียลงทุนต่ออย่างบ้าคลั่ง หากจะให้ดีควรเก็บเงินไว้ดีกว่าน้า…

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะตั้งความหวังกับความสำเร็จในชีวิตคู่ไว้สูงมาก จนกลายเป็นความกดดัน ทั้งคุณและคู่ครอง แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ตอนอ่อนก็แทบละลาย ส่วนตอนแข็งก็แทบหัก จนคู่ครองคุณปรับตัวไม่ถูก คนโสด เสน่ห์ของคุณ มีทั้งความอ่อนโยนและความแกร่งในตัวเอง หากคุณปล่อยพลังออกมา หนุ่มๆ สาวๆ แทบจะละลายกันเลยทีเดียว แต่ถามว่าจะหยุดกับใครง่ายๆ ไหม คงไม่ค่ะ

สุขภาพ   :  จริงๆ แล้วคุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ แต่สัปดาห์นี้อย่าประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองและหัวใจที่จะมีปัญหาไม่หยุดหย่อน หากเป็นโรคประจำตัวด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายช่างฝีมือ นักวิจัย ค้นคว้า ทดลอง สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม หรือใครที่กำลังคิดว่า คงไม่ใช่ฉัน สำหรับสัปดาห์ต้อนรับตรุษจีนนี้ เป็นไปได้ว่าคุณจะได้เดินทางไปร่วมอบรม บรรยาย เทรนนิ่ง จนถึงขยายสาขาหรือธุรกิจยังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องทั้งกับงานหรือธุรกิจที่ทำอยู่ กับทางด้านโรงแรม เดินทาง และท่องเที่ยว  จนถึงรถยนต์ จากความรู้ ความสามารถของคุณ คาดว่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์แห่งการเดินทางไปทำบุญ หรือไปทำงานจิตอาสา ของคุณ ซึ่งจากผลบุญกุศลที่คุณทำจะนำพาโชคลาภเฮงๆ ปังๆ มาให้เป็นทวีคูณ

ความรัก :   ก็ยังอยู่กับการทำเซอร์ไพร์สในวาระโอกาสสำคัญๆ ในชีวิตคู่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวกันด้วย แต่เหมือนคุณจะยังวางฟอร์มอยู่ ไม่หือไม่อือใดๆ ทั้งที่หัวใจเต้นตูมตามด้วยความดีใจ คนโสด  กำลังหลงรักใครอยู่จนอยากจะเดินทางตามเขาไปอยู่ด้วยหรือเปล่า หรือไม่ก็อยากเดินทางท่องเที่ยวไปกับเขาเลย ตื่นๆ ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งฝัน

 สุขภาพ  :   จริงๆ คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยกับใคร แต่ก็อย่าประมาท เพราะสัปดาห์นี้จะมาในรูปของออฟฟิศซินโดรม ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ยิ่งหากคุณนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ ด้วยแล้ว มีความเสี่ยงที่เส้นจะยึด ทางที่ดีควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือไม่ก็หาหมอนวดมือดีมาช่วยคลายเส้นบ้าง   

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สัปดาห์นี้ยิ่งต้องพยายามรักษาตัวให้มากๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายช่างฝีมือ นักวิจัย ค้นคว้า นักการเมือง นักการทูต นักทดลอง สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม หนทางของคุณไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยกองไฟที่ร้อนรุ่ม จนสร้างความอึดอัดไปหมดทั้งบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย ลูกค้า มีความเสี่ยงมากๆ ที่คุณจะไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว

การเงิน  :  ก็ยังมีรายจ่ายเข้ามากับเรื่องบ้าน ที่อยู่อาศัย หรือโครงการใดๆ ที่กำลังทำคั่งค้างอยู่ เป็นไปได้ว่าจะถึงขั้นวิกฤติเลยทีเดียว   

ความรัก  :   ปัญหาครอบครัวก็ยังคงอยู่นะคะ หรือหากใครที่ยังไม่มีก็อย่าได้ประมาท เพราะยิ่งคุณให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกันเพียงใด สัปดาห์นี้มีโอกาสเสียใจ เพราะคุณจะพบว่าเขาไม่จริงใจกับคุณ คนโสด หากคุณกำลังวาดฝันถึงความรักไว้อย่างสวยสดงดงาม สัปดาห์นี้เบาได้ก็เบานะ เพราะเป็นไปได้ว่าจะไปด้วยกันยาก เพราะคนที่คุณคบน่าจะมีแฟนแล้ว   

สุขภาพ   :  ก็ยังเกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่นั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ นั่งคีย์ข้อมูลหน้าคอมฯ หรือเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลา มีโอกาสที่จะเป็นออฟฟิศซินโดรม ก็อย่าเมินเฉย  เพราะมีความเสี่ยงที่อาการจะพัฒนารุนแรงขึ้น จนรักษายาก ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรือไม่ก็ไปหาหมอทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน   

จะเหมือนกันไม่ได้! เปิดลายขวดไวน์ GranMonte จาก Jim Thompson

สุดเซอร์ไพรส์! เปิดตัวไวน์ลิมิเต็ดเอดิชันแห่งปี “Jim Thompson x GranMonte” เมื่อแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก คอลแลบไวน์ GI หนึ่งเดียวเมืองไทยร่วมเสิร์ฟปรากฏการณ์ใหม่กับไวน์พรีเมียมในแพ็กเกจสุดยูนีค

จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก จับมือ กราน-มอนเต้ (GranMonte) ผู้ดำเนินธุรกิจไร่องุ่นและผลิตไวน์ในโซนเขาใหญ่ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพียงรายเดียวของเมืองไทย ร่วมเปิดตัวคอลเลกชันไวน์ระดับพรีเมียม “Jim Thompson X GranMonte” ที่เสิร์ฟในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ “ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน” สะท้อนความมุ่งมั่นของ 2 แบรนด์ชั้นนำของไทยที่เดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมจากเมืองไทยให้โด่งดังในเวทีระดับโลก

คอลเลกชัน Jim Thompson X GranMonte นำเสนอไวน์ที่ให้รสชาติแตกต่างกัน 2 ชนิด ได้แก่ ไวน์แดง Jim Thompson X GranMonte Syrah และไวน์ขาว Jim Thompson X GranMonte Verdelho โดยไวน์ซีราห์ สีแดงเข้มกักเก็บรสชาติของผลราสเบอร์รี่และแบล็กเคอร์แรนท์สุกที่หอมหวาน เคล้าด้วยกลิ่นวานิลลาโอ๊กอันนุ่มละมุน ส่วนไวน์เวอร์เดลโญมอบรสชาติสดชื่นแนวดอกไม้ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมหวานของกูสเบอร์รี่และแพชชันฟรุต แฝงด้วยรสเข้มจากหินฟลินต์อันลุ่มลึก

ไวน์คอลเลกชันแรกจากจิม ทอมป์สัน นำเสนอดีไซน์ฉลากที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ในเฉดสีแดงและสีเอิร์ธโทนสำหรับไวน์แดง และโทนสีน้ำเงินผสมสีเอิร์ธโทนสำหรับไวน์ขาว ดีไซน์สุดยูนีคอินสไปร์มาจากลายผ้าพันคอรุ่น “The Icon of Siam” ของจิม ทอมป์สัน ฉายภาพความงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แต่งแต้มด้วยเอลิเมนต์แห่งวัฒนธรรมไทยและแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศ อีกหนึ่งความพิเศษคือ การประดับคอขวดด้วยผลิตภัณฑ์ผ้าตกแต่งบ้านของจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson Home Furnishings) นอกจากนี้ ไวน์คอลเลกชันพิเศษยังมาพร้อมถุงผ้าไหม 100% สั่งทำพิเศษจากโรงงานจิม ทอมป์สัน ในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปลี่ยนไวน์เป็นของขวัญระดับพรีเมียมงดงาม โดยถุงไวน์แดงใช้เฉดสีทอง ส่วนไวน์ขาวใช้โทนสีน้ำเงิน

ธุรกิจไร่องุ่นและโรงกลั่นไวน์กราน-มอนเต้ บริหารงานโดย นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกองุ่นและทำไวน์ที่ผ่านการรับรองคนแรกของประเทศไทย ซึ่งทุ่มเทให้กับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเทคนิคสมัยใหม่ที่ประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาใหญ่ ทำให้กราน-มอนเต้ สามารถผลิตไวน์จากองุ่นที่ปลูกในพื้นถิ่นจนได้รับการยกย่องในระดับสากล ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ ครอบคลุมพื้นที่ 40 เอเคอร์ ตั้งอยู่กลางหุบเขาอโศกที่ระดับความสูง 350 เมตร ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก ไร่องุ่นแห่งนี้ยังได้รับรางวัลผู้ผลิตระดับประเทศที่ดีที่สุด ประจำประเทศไทย” (Best National Producer – Thailand) หลายครั้งจากงานประกวดไวน์ AWC Vienna นอกจากนี้ ไวน์ของบริษัทยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ประเภทผลิตภัณฑ์ไวน์เขาใหญ่ (Khao Yai Wine Geographical Indication) การันตีถึงแหล่งผลิตและคุณภาพไวน์เพียงหนึ่งเดียวในโลก

จวน ทานา ดอท ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้แสดงความมุ่งมั่นของจิม ทอมป์สัน ในการขยายธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ไวน์ระดับพรีเมียมเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดยไวน์สุดพิเศษเหล่านี้จะเสิร์ฟในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้านอาหารจิม ทอมป์สัน เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารมื้ออร่อยพร้อมเพลิดเพลินกับไวน์แพริ่ง ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำจุดยืนของจิม ทอมป์สัน ในฐานะแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ของไทยที่ยึดมั่นในคุณภาพมาตรฐานสากล แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนแบรนด์คุณภาพเยี่ยมจากเมืองไทยด้วยเช่นกัน”

เปเป้-แดซี คีเมเนส เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ ร้านอาหารไทยจิม ทอมป์สัน รับหน้าที่รังสรรค์เมนูอาหารที่เข้ากับไวน์คอลเลกชัน Jim Thompson X GranMonte ได้อย่างลงตัว โดยไวน์ 2021 Jim Thompson x GranMonte Verdelho เหมาะที่จะเสิร์ฟคู่ขนมปังซาวร์โดมะเขือม่วงย่างและซอสมะเขือเทศรสเข้มข้น เมี่ยงคำไอเบอริโก และรากบัวทอดสูตรพิเศษเสิร์ฟกับซอสไข่เค็มแสนอร่อย ส่วนเมนูหลักอย่างเนื้อสันนอกวากิวย่างไฟก็เข้ากันได้ดีกับไวน์ 2021 Jim Thompson x GranMonte Syrah

มีมี่-สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ กราน-มอนเต้ เน้นย้ำว่า “ความร่วมมือกับจิม ทอมป์สัน ครั้งนี้ เป็นการเบลนด์ระหว่างวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามกับเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก เราภูมิใจที่ได้นำเสนอไวน์ชั้นยอดของเราให้แก่ลูกค้าจิม ทอมป์สัน โดยคอลเลกชันไวน์สุดพิเศษนี้มาพร้อมฉลากที่สะท้อนความงามของเมืองไทยในหลากหลายมิติ เราตื่นเต้นที่ได้โชว์ความเป็นเลิศในการผลิตไวน์ของแบรนด์กราน-มอนเต้ ให้แก่เหล่านักชิมและลูกค้าของจิม ทอมป์สัน”

JAI by ONESIAM ลักซ์ซูรี่ไลฟ์สไตล์คลับระดับโลก คอมมูนิตี้ที่ไร้พรมแดน

JAI by ONESIAM คือ ลักซ์ซูรี่ไลฟ์สไตล์คลับระดับโลก คือคอมมูนิตี้ที่ไร้พรมแดน ที่เป็นเสมือนประตูสู่สุดยอดประสบการณ์เหนือความคาดหมายที่แตกต่าง ที่เปิดต้อนรับสมาชิกจากหลากหลายวงการและจากนานาชาติ ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสรรค์สุดยอดประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
โดยเหล่าสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง และแขกคนพิเศษได้มารวมตัวกันเพื่อจุดประกายสปิริตของคอมมูนิตี้ใหม่แห่งนี้ในงานสุดพิเศษ JAI Art Night ที่จัดเพิ่งขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ The Palor โรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยงาน JAI Founding Members Dinner ที่ร้านบลู บาย อลัง ดูคาส ไอคอนสยาม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมมูนิตี้แห่งนี้ และการเข้าร่วมเป็นสมาชิก สามารถชมได้ที่อินสตาแกรม @jaibyonesiam

XLARGE สาขาใหม่ เซ็นทรัล เวิล์ด และการคอลแลปพิเศษกับ Helloiam 

XLARGE (เอ็กซ์ลาร์จ) แบรนด์สตรีทแวร์โลโก้กอริลลาสุดไอคอนิก ผู้บุกเบิกโลกแห่งแฟชั่นสตรีทแวร์มากว่า 30 ปี เปิดตัวหน้าร้านที่ เซ็นทรัลเวิล์ด บริเวณชั้น 2 โซน Beacon อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นจุดหมายปลายทางอันเป็นศูนย์รวมของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมากมาย และพิเศษมากยิ่งขึ้น XLARGE ยังกลับมาสร้างความว้าวอีกครั้งกับการเปิดตัวคอลเลกชันที่เป็นการคอลแลปกับ HelloiamJK เป็นครั้งแรกอีกด้วย 

คุณเหนือ จักรกฤษณ์ อนันตกุล และ คุณวิชนารถ สิริสิงห์ ผู้จัดการทั่วไป XLARGE ประเทศไทย

คอลเลกชันที่ XLARGE คอลแลปกับ HelloiamJK นี้ นำเสนอคอลเลกชันที่เต็มไปด้วยสีสัน ที่ใส่ความเป็นแฟชั่นยุค 2000 เต็มไปด้วยจินตนาการสุดล้ำ ใช้กอริลลาที่เป็นไอคอนของแบรนด์ XLARGE เป็นตัวละครหลัก ที่ชื่นชอบและนำรถตุ๊กๆ มาทำเป็นหน้ากาก โดยมีเพื่อนๆ ในแก๊ง ที่เป็นคาแรคเตอร์จากผลไม้ไทย แสดงถึงคอลเลกชั่นพิเศษที่เปิดตัวในประเทศไทยโดยเฉพาะ 

คุณเหนือ จักรกฤษณ์ อนันตกุล หรือ HelloiamJK ศิลปิน และ นักออกแบบ ที่ทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้วมากมายมีผลงานทั้งงานเพ้นท์ กำกับมิวสิควิดีโอ และยังเคยเป็น Senior Art Director ให้กับบริษัทกราฟิกชื่อดังของอเมริกาอย่าง YWFT จึงทำให้เขาเข้าใจในเรื่องของการเล่าเรื่องผ่านศิลปะเชิงทดลอง ที่ผสมผสานความเข้าใจเรื่องของ Branding เอาไว้อย่างลงตัว ทำให้นี่เองเป็นจุดน่าสนใจที่ทำให้คุณเหนือ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทมากมาย และอยากทำงานร่วมด้วย

XLARGE ได้รับความนิยมมากมายในระดับโลก ตั้งแต่ลอสแอนเจลิสไปจนถึงญี่ปุ่น และยังเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์สุดคลาสสิค แต่ไม่เคยตกยุค มาพร้อมกลิ่นอายของเทรนด์แฟชั่นยุคใหม่ เน้นความเรียบง่าย หลากหลายสไตล์ และมีดีไซน์สุดเท่ แบบสตรีทแวร์ขนานแท้ มาพร้อมคอลเลคชั่นออริจินัล คอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษ หรืออย่างคอลเลกชันล่าสุดนี้ ที่มีให้เลือกทั้งเสื้อยืด, แจ็คเก็ต, หมวก และแอคเซสเซอรี่ในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร 

คอลเลกชัน XLARGE คอลแลปกับ HelloiamJK พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ XLARGE สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ สยามเซ็นเตอร์ และเว็บไซต์ www.xlarge.co.th และสามารถติดตามข่าวสารติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กwww.facebook.com/XLARGE.TH และอินสตาแกรม  www.instagram.com/xlarge_th

International Sous-Vide Day: เฉลิมฉลองนวัตกรรมอาหารระดับโลก

บริษัท ควิซีน โซลูชั่นส์ (Cuisine Solutions Inc.,) ผู้นําระดับโลกและร่วมบุกเบิกคิดค้นการปรุงสุกซูวีด (Sous Vide) ระดับพรีเมี่ยม เฉลิมฉลองวันซูวีดสากล (International Sous-Vide Day) ณ ร้าน Pastel Rooftop Bar & Mediterranean Dining เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา

การเฉลิมฉลองครั้งนี้ได้รวมตัวเชฟชื่อดัง, เจ้าของร้านอาหาร และผู้ที่ชื่นชอบในการทำอาหารจากทั่วมุมโลก เพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Bruno Goussault ผู้บุกเบิกนวัตกรรมซูวีดสมัยใหม่และหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ Culinary Research and Education Academy (CREA) ศูนย์กลางการให้ความรู้และคำปรึกษา-ด้านการปรุงอาหารของ Cuisine Solutions โดยในปีนี้ Cuisine Solutions เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์, การแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ในเมืองสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี., ปารีส, ริโอเดจาเนโร และกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมและความเป็นเลิศของเทคนิคซูวีดในวงการอาหารโลก

คุณอองตวน เกรอเลต กรรมการผู้จัดการ ควิซีนโซลูชั่นส์ เอเชีย กล่าวว่า“International Sous Vide Day ถือเป็นวันสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร ปีนี้เราได้จัดงานเฉลิมฉลองในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองนวัตกรรมซูวีด อีกทั้งยังเป็นการขอบคุณทีมงานและผู้ที่ให้ความสนับสนุนกับเรามาโดยตลอด เราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Cuisine Solutions ที่รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูที่ทันสมัยและเหมาะสมกับประเทศต่าง ๆ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมท้องถิ่นและเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่ด้วยแก่นแท้ของ Cuisine Solutions”

ตลอดช่วงเย็น แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มรสอาหารซูวีดที่เชฟของ Cuisine Solutions ได้ปรุงขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญ โดยใช้ผลิตภัณฑ์จาก Cuisine Solutions เมนูได้แก่ Octopus Ceviche Salad, Confit Duck Toast with Pickled Shallots & Fresh Aromatic Herbs, Spiced Lamb Shoulder Pastilla นอกจากนี้ ในงานยังมีการสาธิตวิธีการทำอาหาร โดยนำเสนอเมนู “Pot au Pho” ซึ่งเป็นเนื้อ Top Blade Beef ปรุงสุกแบบซูวีด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเนื้อและผักสด

คุณนิทัศน์ เลิศเดชะชัย ผู้อํานวยการควิซีนโซลูชั่นส์ กล่าวว่า“นวัตกรรมการทำอาหารแบบซูวีดของเราเน้นย้ำถึงความปลอดภัย รสชาติที่ยอดเยี่ยมและมาตรฐานระดับสูง โดยมีข้อได้เปรียบในเรื่องการเก็บรักษาได้นาน ในงานเฉลิมฉลองที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เชฟของเราได้สาธิตแง่มุมเหล่านี้ผ่านการแสดงวิธีการทำอาหารเมนูที่ผสมผสานรสชาติของฝรั่งเศสและเวียดนาม เราทุกคนได้รวมตัวกันในวันนี้เพื่อเฉลิมฉลองและเป็นเกียรติแก่ Dr. Bruno Goussault ในวันคล้ายวันเกิดของท่าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในแวดวงการทำอาหารที่นวัตกรรมของท่านได้สร้างขึ้น”

ในงานที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้เข้าร่วมงานได้รับชมการแสดงความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารจากเชฟ Jamie Simpson และเชฟ Farmer Lee Jones แห่งสถาบันการเกษตรเพื่อการทำอาหาร แอมบาสเดอร์แห่งปีของ Cuisine Solutions ซึ่งการเฉลิมฉลองจัดขึ้น ณ National Union Building 

ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ร้าน Pavillon Élysée ร้านสุดหรูบนถนน Champs-Élysées พร้อมทิวทัศน์ตระการตาของ Grand Palais เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการยกย่องแหล่งกำเนิดของนวัตกรรมซูวีด

ในขณะเดียวกันที่เมืองรีโอ เดจาเนโร Solar Real อันเก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติทางสถาปัตยกรรมในย่านซานตา เทเรซา นำเสนอวิวอันตระการตาของใจกลางเมืองและสภาพแวดล้อมเขียวชอุ่ม สร้างบรรยากาศที่สวยงามเหมาะสำหรับการเฉลิมฉลอง International Sous Vide Day ในอเมริกาใต้

ซูวีด คือวิธีการปรุงอาหารนวัตกรรมใหม่ ที่อาหารจะถูกปิดผนึกสุญญากาศและปรุงในน้ำที่อุณหภูมิคงที่และควบคุมได้อย่างแม่นยํา ช่วยให้อาหารสุกอย่างสมบูรณ์แบบและคงรสชาติและความนุ่มเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม Cuisine Solutions ใช้เทคนิคนี้ในการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและปราศจากสารปรุงแต่ง โดยเน้นการใช้ส่วนผสมที่คำนวณอย่างละเอียด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร้านอาหารที่ต้องการลดการใช้อุปกรณ์ราคาแพงและทำงานในพื้นที่ขนาดจำกัด อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์อาหารระดับ ‘สามดาว’ และช่วยลดเวลาในการเตรียมอาหารและลดภาระให้กับเชฟอีกด้วย

International Sous Vide Day จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Bruno Goussault หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้านโซลูชันทางอาหารที่มีชื่อเสียงและผู้บุกเบิกเทคนิคการทำอาหารแบบซูวีดสมัยใหม่ พร้อมด้วยทีมงานของ CREA ผลงานของเขาได้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารไปอย่างสิ้นเชิง โดย Dr. Bruno Goussault ยังได้ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับเชฟระดับมิชลินสามดาวกว่า 80% ทั่วโลก ซึ่งงานเฉลิมฉลองในปีนี้มีความพิเศษ เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันเกิดปีที่ 82 ของ Dr. Bruno Goussault

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันซูวีดสากลและสูตรซูวีดพิเศษสามารถดูได้ที่: www.internationalsousvideday.com และ www.cuisinesolutions.com.

ย้อนรอย 5 ซีรีส์ ‘ซงฮายุน’ นางร้ายหน้าเด็กวัย 37 กะรัตแห่ง Marry My Husband

เด็กแค่หน้า ประสบการณ์ไม่ธรรมดา! ย้อนรอย 5 ซีรีส์ของ ‘ซงฮายุน‘ นางร้ายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตอนนี้ จาก Marry My Husband

หากจัดอันดับนางร้ายในซีรีส์เกาหลีที่คนหมั่นไส้มากที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น ‘จองซูมิน’ จาก Marry My Husband ที่ได้นักแสดง ‘ซงฮายุน’ มาร่วมถ่ายทอดบทบาท เพื่อนรักใส่หน้ากากที่จ้องจะหักหลังนางเอก (คังจีวอน) อยู่ตลอดเวลา ด้วยลุคที่ใสซื่อไร้เดียงสาขัดกับความร้ายกาจในตัวทำให้คนดูหลายคนอดใจไม่ได้ที่จะจิกกัดกับการกระทำของเธอเบาๆ ซึ่งฟีดแบ็คดังกล่าวทำให้คะแนนความนิยมของฮายุนสูงเป็นลำดับที่ 7 ของนักแสดงเกาหลีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวันที่ 15 มกราคม – 21 มกราคม 2024

และอีกเรื่องที่คนพูดถึงเกี่ยวกับฮายุนไม่น้อยเลยคือ ‘อายุ’ นั่นเอง เพราะเมื่อหลายคนสืบเสาะหาประวัติแล้วพบว่าเธอเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2529 ทำให้ตอนนี้เธออายุ 37 ปีแล้ว ก็ถึงกับตกใจ เพราะถ้าเห็นเพียงหน้าตาคงไม่มีใครเดาถูกเลยว่าจริงๆ แล้วเธออายุเท่าไหร่ ก็ไม่ว่าจะรูปหรือวีดีโอยังไงฮายุนก็ยังดูเหมือนอยู่ในช่วง 20 – 30 ปีเท่านั้น

แน่นอนว่าเมื่อประสบการณ์การทำงานไม่น้อยแล้วผลงานที่ผ่านมาก็มีมากมายเช่นกัน เราจึงเลือกซีรีสทั้ง 5 เรื่องมาให้ทุกคนอ่านเป็นน้ำจิ้มเล็กๆ

Touching You 2016

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 ซงฮายุนรับบทเป็นนางเอก แสดงคู่กับ ‘แทคยอน’ แห่งวง 2PM เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซี โรแมนติกที่ถ่ายทอดเรื่องราวสัมผัสพิเศษของพระเอกที่สามารถเห็นอนาคตได้เมื่อโดนตัวของใคร หนึ่งในนั้นคือนางเอกที่เขาเผลอไปล่วงรู้อนาคตแสนน่ากลัวที่ต้องพบเจอกับอันตราย ทำให้เขาต้องหาหนทางช่วยเธอไว้ให้ได้

Fight For My Way 2017

ซอฮายุนปรากฏอยู่ในตัวละครหลักของ Fight For My Way ที่เล่าถึงเรื่องราวการทำตามความฝัน ต้องต่อสู้กับชีวิตในเมืองใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง โดยเธอได้รับบทเป็นแบคซอลฮี หญิงสาวจิตใจดีที่มีความฝันคือการแต่งงาน

Davilish Joy 2018

เปลี่ยนแนวมาเป็นโรแมนติก คอมเมดี้กับซีรีส์ Davilish Joy ปี 2018 เธอยังรับบทบาทเป็นนางเอก ‘จูกีบึม’ ซูเปอร์สตาร์สาวที่วันหนึ่งชีวิตต้องตกอับจากหน้ามือเป็นหลังมือ และบังเอิญได้เจอกับคนรักในอดีตที่ตอนนี้เขาสามารถจำเหตุการณ์ได้ช่วงสั้นๆ เท่านั้น เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่เธอกลับเป็นคนเดียวที่เขาจำได้โดยไม่ต้องจดใส่สมุดบันทึก

Please Don’t Date Him 2020

เรื่องนี้มีความแฟนซีเล็กน้อย เมื่อซงฮายุนต้องแสดงเป็นพนักงานพฒนาเทคโนโลยี AI ที่วันหนึ่งเธอได้รับโปรเจกต์ให้ทำตู้เย็น แต่แล้วเธอกลับฝังชิปผิดทำให้ตู้เย็นเครื่องนั้นสามารถอ่านและวิเคราะห์คนได้ ทำให้ตู้เย็นเครื่องนี้กลายเป็นตัวช่วยให้ผู้หญิงสามารถเลือกคู่เดตได้ ว่าเราควรเดตใคร

Oh! Young Shim 2023

ซีรีส์โรแมนติก-คอมเมดี้ ที่ซงฮายุนรับบทเป็นโปรดิวเซอร์วัย 30 ที่กำลังพบเจอกับวิกฤตในรายการที่ตัวเองทำอยู่ จนผ่านมาสักพักเธอก็ได้รับมิชชั่นให้ทำรายการวาไรตี้โรแมนติก และก็เป็นช่วงเดียวกันที่เธอรู้ว่าผู้บริหารคือหนุ่มน้อยขี้แยคอยตามเธอเมื่อยังเป็นเด็ก

มัดรวมสี่ผลงาน “จางเจ๋อฮั่น” พระเอกสุดฮ็อตจากแดนมังกร

เรียกได้ว่ากระแสมาแรงแซงทางโค้งทีเดียว! สำหรับซีรีส์รักโรแมนติก-คอมเมดี้“ละลายหัวใจด้วยไออุ่นรัก Castle in the Time” ที่ได้นักแสดงนำตัวท๊อปจากสองสัญชาติ อย่างพระเอกหนุ่มหน้าหล่อแดนมังกร “จางเจ๋อฮั่น”มาประกบคู่กับ “พัคมินยอง”นักแสดงแถวหน้าของฝั่งกิมจิ ไม่ซีรีส์ดังกล่าวแล้ว ต้องบอกเลยว่าเขายังมีผลงานสร้างชื่ออีกมากมาย ซึ่งเราได้รวมมาให้ตามไปดูกัน

มัดรวมสี่ผลงาน “จางเจ๋อฮั่น” พระเอกสุดฮ็อตจาก แดนมังกร

เริ่มที่“หยุนซี หมอพิษหญิงยอดอัจฉริยะ Legend of Yun Xi” เรื่องราวของ หานอวิ๋นซี ซึ่งมีความสามารถและรอบรู้ในเรื่องการแพทย์และพืชสมุนไพรต่างๆ วันหนึ่งเธอถูกจับแต่งงานกับ ฉินอ๋องหลงเฟยเย่ เรื่องราวความรักจึงเริ่มต้นขึ้น โดย “จางเจ๋อฮั่น” รับบทเป็น หลงเฟยเย่ องค์ชายสี่ผู้หล่อเหลา เย็นชา ในสนามรบฉายาเทพสงครามเทียนหนิง และเป็นสามีผู้คลั่งรักแห่งจวนฉินอ๋อง 

ต่อด้วย “กรุ่นรักกลิ่นบุปผา The Blooms At Ruyi Pavilion” เรื่องราวของ ฟู่หรง สาวสวยจอมแก่นที่พยายามหนีโชคชะตาที่เธอมักจะฝันถึงเสมอ จนได้พบกับ อ๋องซู่ ชายในฝันที่มีดวงชะตาชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอันตรายมากมายในชีวิต และเธอจะสามารถหนีโชคชะตานี้ได้หรือไม่?โดย “จางเจ๋อฮั่น” รับบทเป็น สวีจิ้นซู่อ๋อง แม่ทัพผู้แข็งแกร่ง เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการทหาร ไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใด 

ตามมากรี๊ดกันต่อ  “เมื่อพบเธอจึงรู้ว่ารักงดงาม Everyone Wants To Meet You” เรื่องราวของ จางหมิ่น ที่ต้องการขายคฤหาสน์และไร่องุ่นที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้เป็นมรดกที่ฝรั่งเศส แต่กลับพบว่า หลัวซี หญิงสาวที่คุณปู่รับเลี้ยงดูก็ได้รับกรรมสิทธิ์ไร่องุ่นและโรงงานผลิตไวน์ทั้งหมดไปเช่นกัน แผนการเพื่อยึดครองที่ดินจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีหัวใจของทั้งคู่เป็นเดิมพัน ซึ่งในเรื่องนี้ “จางเจ๋อฮั่น” รับบทเป็น จางหมิ่น บอสสุดหล่อ นักธุรกิจสุดฮอต หล่อแซ่บกว่าใครในย่านฝรั่งเศส เป็นคนที่จริงจังกับชีวิต 

และท้ายสุดกับซีรีส์ที่เหล่าแฟนคลับต่างรอคอย “ละลายหัวใจด้วยไออุ่นรัก Castle in the Time” เรื่องราวของ สวี่เจิน  หญิงสาวที่สมัครงานเข้าทีมผลิตภาพยนตร์ที่แม่ของเธอทำงานเป็นผู้กำกับ และดันไปอยู่ในเหตุการณ์ที่นักแสดงหนุ่มชื่อดัง กู้ฉือจวิน มีปากเสียงกับแฟนเก่า เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผยและเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ กู้ฉือจวินพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สวี่เจินออกจากบริษัท เธอจึงพยายามเอาชนะใจกู้ฉือจวินจนความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัวเป็นความรัก โดย  จางเจ๋อฮั่น รับบทเป็น  นักแสดงหนุ่มชื่อดัง กู้ฉือจวิน เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก และมีความรับผิดชอบสูง


เรียบๆ แต่แพงหูฉี่! เปิด 3 กระเป๋าหรู ‘คังจีวอน’ Marry My Husband

พาเปิด 3 กระเป๋าหรูของ ‘คังจีวอน’ จากซีรีส์ Marry My Husband เห็นเรียบๆ แบบนี้แต่ราคาแพงเอาเรื่อง!

ก่อนจะเข้าเรื่องกระเป๋าขอเม้าส์มอยซีรีส์กันสักหน่อยกับ Marry My Husband ที่นำแสดงโดย พัคมินยอง, นาอินอู, ซงฮายุน และอีอีคยอง ที่ตอนนี้กำลังเข้มข้นทีเดียว เมื่อ ‘คังจีวอน’ สามารถยกสามีในอดีตให้กับเพื่อนสนิทคิดหักหลังได้แล้ว เรื่องราวหลังจากนี้จะดำเนินไปต่ออย่างไรต้องรอติดตามไปพร้อมกัน

ถึงแม้ในตอนเริ่มเรื่องของซีรีส์ที่นางเอกยังคงเป็น คังจีวอน คนเก่าอยู่แฟชั่นอาจยังไม่ได้จัดจ้านเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ย้อนกลับไปและเลือกทางเดินใหม่อีกครั้งเธอก็จัดเต็มลุคเก๋มาให้เรามากมายแถมไอเท็มที่เธอเลือกใช้ยังมีแต่ของเด็ดๆ เหมือนกระเป๋า 3 ใบนี้

เริ่มต้นด้วยฉากมาออฟฟิศวันแรกหลังจากอัพเดทลุคที่ทำให้เพื่อนร่วมงานถึงกับตะลึง เธอได้ถือกระเป๋าคาเทียร์สีดำ ‘Top Handle Bag mini model Panthère de Cartier’ ที่มีราคาประมาณ 110,000 บาทเลยทีเดียว

ถัดมายังคงอยู่กับดีไซน์เรียบๆ แต่เอ่ยชื่อแบรนด์ยังไงก็ต้องรอ อ๋อ! กับ LOEWE สีขาว ‘Small Puzzle Bag In soft Grained Calfskin‘ ราคาประมาณ 114,000 บาท

มาต่อกันที่ลุคสุดท้ายสไตล์หวานๆ กับเดรสยาวสีขาวและกระเป๋าสีเบจจาก FERRAGAMO ที่มีชื่อรุ่นว่า ‘Wanda Mini Bag’ ถูกกว่า 2 ใบแรกเล็กน้ีอย แต่ก็ยังขนลุกอยู่ดี เพราะราคาอยู่ที่ 55,700 บาท

เป็นไงคะหลังจากทราบราคาของกระเป๋าแต่ละใบที่คังจีวอนใช้แล้ว รู้เลยใช่ไหมว่านางเอกของเราไม่ธรรมดาจริงๆ ถ้าชอบแฟชั่นของเรื่องนี้อีก ไว้ครั้งหน้าจะเอาไอเท็มเด็ดๆ มาฝากกันอีกนะคะ


รูปภาพ: Marry My Husband

‘โพรไบโอติกส์’ ช่วยลดภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอดได้ จริงหรือไม่?

“โพรไบโอติกส์” คือ จุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต เป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นในร่างกายหลายๆ ระบบ หากร่างกายได้รับเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอจะส่งผลดีและเกิดประโยชน์กับร่างกาย โดย “โพรไบโอติกส์” มีประโยชน์ต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ดีต่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ หลังคลอด และให้นมบุตร โดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรยาก โพรไบโอติกส์ยังช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์อีกด้วย

จากการสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ที่ส่งผลดีต่อลำไส้และภาวะเจริญพันธุ์ พบว่ามีงานวิจัยหลายฉบับมีการศึกษาความปลอดภัยของจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์(Probiotics) ในการใช้งานกับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วย  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Lactobaillus เป็นจุลินทรีย์ที่รู้จักกันดี สามารถย่อยสลายน้ำตาลแลคโตส เกิดเป็นกรด Lactic ซึ่งกรด Lactic ทำให้ PH ในร่างกายต่ำลง ก็จะช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ และจุลินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่งคือ Bifidobacterium มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมภูมิคุ้มกันกระตุ้นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นแบคทีเรียตัวแรกๆ เลยที่ยึดครองพื้นที่ลำไส้ของทารก โดยการศึกษาวิจัยพบว่าไม่ส่งผลต่อสภาวะแทรกซ้อนต่างๆ หรือแม้แต่เด็กที่คลอดออกมา โดยจะไม่ได้ส่งผลต่อความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น 

โพรไบโอติกส์ที่ มีประโยชน์ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ ในขณะตั้งครรภ์ และแม้แต่คลอดบุตร
สำหรับโพรไบโอติกส์ที่มีประโยชน์ในการตั้งครรภ์นั้น มีประโยชน์ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ ในขณะตั้งครรภ์ และแม้แต่คลอดบุตร ซึ่งตอนที่เตรียมพร้อมตั้งครรภ์ สุขภาพของระบบสืบพันธุ์สำคัญมาก เพราะฉะนั้นโพรไบโอติกส์จะช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด ส่งเสริมสุขภาพของไข่  หรือแม้แต่คุณผู้ชายก็ช่วยในเรื่องของสเปิร์มด้วย และในขณะตั้งครรภ์คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงสภาวะต่างๆ ในร่างกาย ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เป็นเบาหวาน  โพรไบโอติกส์จะมีส่วนช่วยในการระบบต่างๆ เหล่านี้ด้วย 

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าแบคทีเรียโพรไบโอติกส์ มีความเกี่ยวกับการสร้างโฟแลตอีกด้วย อ้างอิงงานวิจัย เรื่อง Folate Production by Probiotic Bacteria ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี 2011 โดยการศึกษาได้ทำการเปรียบเทียบลำดับพันธุกรรมของ Probiotics หลายๆ สายพันธุ์ เพื่อดูว่ามีลำดับยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Folate พบว่าลำดับยีนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียใน กลุ่ม Lactobacillus plantarum และ Bifidobacterium และมีการศึกษาเพิ่มเติม ในการศึกษาในการสร้างสาร Folate ในชามเลี้ยงเชื้อ พบว่า โพรไบโอติกส์ สามารถสร้าง Folate ได้เช่นกัน โดยได้ทำการศึกษา การผลิตโฟเลตโดยแบคทีเรียโปรไบโอติกส์ พบว่า  Bifidobacterium สามารถช่วยสังเคราะห์โฟเลตได้ ซึ่ง โฟมเลต นั้นมีส่วนช่วยในการสร้างตัวอ่อน ช่วยป้องกันและลดความผิดปกติของระบบประสาท ทั้งภาวะไม่มีเนื้อสมอง ภาวะไขสันหลังไม่ปิดจากการขาดโฟลิก นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมพันธุกรรม ควบคุมการสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นในการแบ่งเซลล์ ไปจนถึงการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวในไขกระดูกของลูกน้อยในครรภ์ได้อีกด้วย

“ลูกน้อย” ได้รับภูมิคุ้มกันจากจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ ผ่านรก น้ำคร่ำ ช่องคลอด และน้ำนมแม่
ทุกคนได้รับ “โพรไบโอติกส์” มาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยได้รับจากคุณแม่ผ่าน รก มดลูก น้ำคร่ำ  เพราะฉะนั้นจุลินทรีย์ในร่างกายทารกเริ่มแรกได้รับมาจากในร่างกายคุณแม่  พอคลอดออกมาจะได้รับผ่านการรับประทานน้ำนม เพราะในน้ำนมแม่จะมีโพรไบโอติกส์ ด้วยเช่นกัน  เพราะฉะนั้นเรียกว่าได้รับมาตั้งแต่เกิดเลย ซึ่งหากคุณแม่มีโพรไบโอติกส์ที่ดี ลูกก็จะได้รับโพรไบโอติกส์ที่ดีด้วย 

หลังคลอดบุตรในน้ำนมแม่ มีจุลินทรีย์ โพรไบโอติกส์ ทำให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดทางน้ำนม อ้างอิงงานวิจัยเรื่อง Lactobacillus Bacteria in Breast Milk ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี 2020 พบว่า น้ำนมแม่มี จุลินทรีย์ Probiotics โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lactobacillus และ Bifidobacterium จะช่วยส่งเสริมสุขภาพในทารกทีดื่มนมแม่ พบว่าทารกที่ดื่มนมแม่จะมีระดับของจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ สูงกว่าทารกที่ดื่มแต่นมผงด้วย เพราะฉะนั้นประโยชน์ของการได้รับนมแม่ที่มีจุลินทรีย์ดี ก็จะช่วยส่งผลต่อสุขภาพของทารกด้วยเช่นกัน 

หรือแม้ตอนที่คลอดลูกแบบธรรมชาติผ่านช่องคลอด ลูกก็จะได้รับจุลินทรีย์ผ่านทางช่องคลอด เช่นกัน และโพรไบโอติกส์ ยังมีการสร้างสารที่ไปช่วยลดการอักเสบของร่างกายด้วย ช่วยให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น โดยมีรายงานวิจัยเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ช่วยลดอาการแพ้ทางผิวหนังในทารก อ้างงานวิจัยเรื่อง effects of Bifidobacterium powder on infant intestinal flora and allergic symptoms in children with atopic dermatitis ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Japanese Journal of Allergology  ปี 2003 โดยได้ทำการศึกษาเด็กทารก 15 คน ที่มีอาการแพ้ ผิวหนังมีผื่นแดง เนื่องจากอาการแพ้นม โดยวิธีทดสอบ ได้มีการเพิ่ม Bifidobacterium breve M16V ลงไปในนมแล้วให้ทารกกิน ระยะเวลา 1 เดือน ปริมาณเชื้อ 5 พันล้านตัว ผลลัพธ์ หลังจากการทดสอบ พบว่ามีปริมาณ Bifidobacteria ในลำไส้เพิ่มมากขึ้น และพบว่าอาการผื่นแดงแพ้ในทารกมีอาการลดลง

โพรไบโอติกส์ ช่วยลดภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด
โพรไบโอติกส์ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด โดยมีรายงานวิจัยเรื่อง Effect of Lactobacillus rhamnosus HN001 in Pregnancy on Postpartum Symptoms ofDepression and Anxiety : A randomized Double-blind Placebo-controlled Trial ที่ตีพิมพ์ใน วารสาร EBioMedicine เมื่อปี  2017 ได้ทำการทดลอง ให้หญิงตั้งครรภ์ทานโพรไบโอติกส์ชนิดนี้ ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 14-16 สัปดาห์จนถึง 6 เดือนหลังคลอด (รวมระยะเวลา 11 เดือนโดยทานทุกวัน ปริมาณเชื้อ 6 พันล้านตัว) พบว่า: กลุ่มที่ได้รับโพรไบโอติกส์ HN001 มีความเครียดและความกังวลลดลงอย่างมากเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ โดยทำการวัดจากแบบสอบถาม Depression Score  and Anxiety Score  จากเครื่องมือ Edinburgh Postnatal Depression Scale and State AnxietyInventory

กล่าวโดยสรุป “โพรไบโอติกส์” จุลินทรีย์ชนิดดีมีประโยชน์มากมาย ช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้และภาวะเจริญพันธุ์ในองค์รวม ส่งผลดีต่อคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ หลังคลอด และให้นมบุตร ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี และสร้างสมดุลในระบบเจริญพันธุ์ ในกรณีที่ต้องการเลือกเสริมโพรไบโอติกส์ในรูปแบบอาหารเสริม เนื่องจากอาจไม่สามารถทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ตามธรรมชาติได้ครบ ควรเลือกอาหารเสริมโพรไบโอติกส์ที่มีพรีไบโอติกส์ด้วย และควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสตรีวางแผนตั้งครรภ์ ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย

Source: ครูก้อย ณัชชา Ferty Probiotics By KruKoy

Photo: Pexels


นิสา ศรีคำดี Crybaby

เส้นทางกว่าจะเป็นศิลปินอาร์ตทอยสุดฮ็อต “มด – นิสา ศรีคำดี” ผู้ปลุกปั้น Crybaby จนฟีเวอร์

นอกจากจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับอีกหนึ่งคนเก่ง “มอลลี่” หรือ “มด – นิสา ศรีคำดี” ศิลปิน Art Toy เจ้าของผลงาน Crybaby ที่โด่งดังด้วยคาแร็คเตอร์ของน้องตุ๊กตาที่มาพร้อมหยดน้ำตาที่ไม่ได้สร้างความเศร้า แต่น่าโอ๋ น่าเอ็นดูเป็นที่สุด เธอยังชวนคิดใหม่ด้วยว่าเราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา เพราะบางครั้งน้ำตาก็ไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ วันนี้ผลงานและนิทรรศการของเธอได้รับความสนใจ สร้างมูลค่ามากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ถ้าย้อนดูวันวานของเส้นทางสู่การเป็นศิลปินนั้นไม่ง่ายเลย

เส้นทางกว่าจะเป็นศิลปินอาร์ตทอยสุดฮ็อต “มด – นิสา ศรีคำดี” ผู้ปลุกปั้น Crybaby จนฟีเวอร์

พาณิชย์ VS ศิลป์

“มดชอบศิลปะมาตั้งแต่จำความได้ คุณแม่เล่าว่าก่อนเข้าเรียนอนุบาลมดชอบสะพายกระเป๋าที่ใส่อุปกรณ์ศิลปะไปด้วยทุกที่ ตอนอนุบาล 3 ได้ไปประกวดวาดรูปด้วยสีเทียนที่สวนสยาม งานนั้นได้รางวัลชมเชย จากนั้นก็ได้ประกวดรายการอื่นๆ อยู่หลายปี

“แต่ตอนใกล้จบชั้นมัธยม 3 คุณแม่อยากให้เรียนสายพาณิชย์ เพราะคิดว่าถ้าเรียนด้านบัญชีจะมีอาชีพมั่นคงเหมือนลูกเพื่อนบ้าน บวกกับครอบครัวเราไม่มีใครเรียนสายศิลป์มาก่อน จึงไม่มีคำแนะนำว่าควรทำอย่างไร สุดท้ายมดจึงยอมเรียนตามที่แม่บอก คือสาขาวิชาการบัญชีที่วิทยาลัยพณิชยการบางนา

“เรียนถึงปี 3 ตัดสินใจคุยกับแม่ว่าอยากเรียนด้านศิลปะจริงๆ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาท่านได้เห็นว่าเรารับจ๊อบวาดรูปเล็กๆ น้อยๆ จากเพื่อนในห้อง ทำให้มีรายได้พอสมควร ช่วยพิสูจน์ว่าสาขาวิชานี้สามารถยึดเป็นอาชีพได้ ท่านจึงอนุญาตให้เรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“เนื่องจากไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับศิลปะโดยตรง ดังนั้นตอนเข้าปี 1 ทางมหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ต้องเรียนพื้นฐานด้านศิลปะทุกอย่าง ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ กลายเป็นโชคดีของเรา เรียนด้วยความสนุก จึงทำออกมาได้ดี แล้วยังรับจ๊อบงานศิลปะมาตลอด อย่างจัดบอร์ด ทำพร็อปส์ ตอนนั้นมดพูดเสมอว่าเมื่อจบไปแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์หรือดีไซเนอร์ แต่ขอทำงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับศิลปะ

“แต่งานแรกที่ทำก็คือกราฟิกดีไซเนอร์ที่บริษัทหนึ่ง หลักๆ คือออกแบบทุกอย่าง เลย์เอ๊าต์ โลโก้ ออกแบบงานแต่งงาน แบ็กดร็อป ฯลฯ ชอบมาก สนุกด้วย แม้จะงานหนักขนาดนอนออฟฟิศ ตื่น 6 โมงเช้า กว่าจะได้นอนตี 2 ตี 3 ทำงานจันทร์ถึงอาทิตย์ สลับกันหยุดสัปดาห์ละวัน ทำอยู่ 7 ปีเต็ม ตำแหน่งสุดท้ายคืออาร์ตไดเร็กเตอร์ ก่อนตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกว่าอิ่มตัวแล้ว บวกกับแม้ร่างกายยังไหว แต่ใจไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นมีเงินเก็บแค่หลักหมื่น เพราะเป็นพนักงานออฟฟิศมีอะไรให้ใช้จ่ายตลอด”

นิสา ศรีคำดี Crybaby

สู่วิถี Designer Toy

“พอว่างงาน แต่นิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งๆ อาศัยว่าชอบทำงานประดิษฐ์ ปั้นตุ๊กตาติดเครื่องประดับอย่างต่างหูไปวางขายที่ตลาดรถไฟ พร้อมกับรับจ๊อบงานกราฟิกด้วย รายได้ช่วงแรกไม่เยอะ แต่ไม่หนักใจ แค่ว่าวันไหนฝนตกแล้วขายของไม่ได้จะเครียด ไม่ได้เครียดเพราะไม่ได้เงินนะคะ แต่เหมือนรู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไรสักอย่างที่ไม่ได้ทำงาน

“พองานจ๊อบเริ่มอยู่ตัวจึงฟอร์มทีมกับเพื่อนเปิดบริษัทออร์แกไนเซอร์ชื่อพุ่งพุ่ง ออกแบบแนวคอนเซ็ปต์ งานออกมาดีตั้งแต่งานแรกเลย ทำได้ประมาณ 3 ปี จนถึงจุดที่ไม่มีเวลาทำ เพราะเวลาทำงานอย่างงานแต่งงานเราต้องคุยกับลูกค้าเป็นปีจนกว่าจะถึงวันงาน และมีความคาดหวังสูงมาก คือผิดพลาดไม่ได้เลย ถ้าผิดแค่นิดเดียวก็ถือว่างานนั้นไม่ดี

“กระทั่งช่วงที่ในหลวงรัซกาลที่ 9 สวรรคต งดงานรื่นเริง ผ่านไปไม่ถึงเดือนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีงานทำ ตื่นเช้ามาวันหนึ่งบอกตัวเองว่าทำไมไม่ทำสิ่งที่อยากทำล่ะ ต้องขอเล่าย้อนกลับไปวัยเด็กที่เราชอบปั้นของประดิษฐ์ให้เพื่อน เคยวาดคาแร็คเตอร์ Cry Rabbit กระต่ายร้องไห้เพื่อแทนการเขียนไดอะรี่ในแต่ละวัน อย่างวันนี้อ่อนไหวหรือเจอเรื่องสะเทือนใจอะไร เราก็วาดรูปแทนการเขียนเรื่องราว อย่างเรื่องของวัยรุ่นทั่วไป ความรัก ปัญหาครอบครัว การเรียน ความจริงตอนนั้นชอบศึกษาเรื่องโมเดลของญี่ปุ่นด้วย แต่ราคาแพงมาก เคยเก็บเงินซื้อมาได้แค่ตัวเดียวคือเซเลอร์มูน ซื้อได้ตัวที่ใส่ชุดว่ายน้ำ เพราะถ้าเป็นแบบใส่ชุดเซเลอร์มูนราคาจะแพงขึ้นไปอีก

“เรื่องนี้เหมือนเป็นแพสชั่นในใจตลอดมา จนวันหนึ่งตื่นมาแล้วนึกถึงเรื่องของเล่นทอยโมเดล จึงลุกขึ้นมาจากที่นอนแล้วทำเลย หยิบดินทำโมเดล (Polymer Clay) ที่สั่งซื้อไว้นานแล้วมาปั้นเป็น Crybaby ใช้วิธีว่าถ้าไม่ชอบตรงไหน ผมยาวไป ตัวสั้นไป ก็เฉื่อนทิ้งแล้วปั้นใหม่ ใช้เวลา 2 เดือนเต็มๆ เหมือนหยุดไม่ได้ ตื่นมา 6 โมงเช้าก็ทำจนตี 2 ตี 3 โดยใช้เงินเก็บสำหรับสั่งของพวกอุปกรณ์มาทำไปเรื่อยๆ ตอนนั้นยังทำไม่เสร็จดี ตามตัว Crybaby ยังมีรอยปากกาขีด แล้วยังไม่ได้ลงสี ตัวยังเป็นสีเทาอยู่เลย เวลานั้นรู้สึกว่าน่ารักดี จึงถ่ายรูปลงไอจีตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีคนติดตามยอะนะคะ แค่หลักสิบ คือมีเฉพาะเพื่อนสนิท เพราะสมัยนั้นเป็น Introvert จริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังเป็น” (หัวเราะ)

นิสา ศรีคำดี Crybaby

“จุดเปลี่ยนคือมีคนจีนนักสะสม Art Toy เห็นโพสต์นั้น น่าจะมาจากการติดแฮชแท็กคำว่า Toy เพราะช่วงก่อนโพสต์ลงไอจีลองเสิร์ชดูว่าเขาติดคำว่าอะไรกันบ้าง ทำให้รู้ว่าคนไทยก็มีทำเหมือนกัน จึงใช้ตามเขา เพราะเราไม่รู้ว่าแฮชแท็กนี้เป็นการรวมภาพ คนจีนคนนั้นคงไล่ตามดูจากตรงนั้นแล้วชอบ จึงติดต่อไดเร็กต์มาขอซื้อ ถามว่าเราทำขายไหม ตอนนั้นยังไม่มั่นใจ จึงเริ่มศึกษาดูว่ามีอะไรแบบนี้ด้วยหรือ ทำให้รู้ว่ามีการขายอย่างจริงจังและตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ มดใช้เวลาตัดสินใจหลายเดือน เพราะไม่ได้ตั้งใจทำขาย แค่อยากทำ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานแบบนี้เรียกว่าอะไร มารู้ทีหลังว่ามันคือ Art Toy หรือ Designer Toy

“ที่สุดตัดสินใจลองทำออกมา 4 ต้นแบบ แล้วพาไปไหนต่อไหนด้วย เพราะเห่อ ชอบ (หัวเราะ) นอนด้วยกัน กินด้วยกัน มือหนึ่งตักข้าว อีกมือก็ถือมองไปด้วย จนแม่เชียร์ให้ลองทำขาย

“วันที่ตัดสินใจขายก็ถ่ายรูปง่ายๆ  ทำเลย์เอ๊าต์แล้วโพสต์ ปรากฏว่าบูมทันทีเลยค่ะ เหมือนคนจีนคนนั้นนำภาพไปโพสต์ในกลุ่ม ซึ่งมีหลักหมื่นหลักแสนคน จึงมีคนติดต่อขอซื้อเต็มเลย ตอนนั้นทำออกมา 2 สี Naked Brown กับ Naked Bronze สีละประมาณ 45 ตัว ความที่ยังตั้งราคาไม่เป็นจึงขายถูกมาก 2,300 บาท ทั้งที่เป็นงานทำมือทุกตัวและไม่ได้คิดถึงต้นทุน แต่แค่นั้นก็รู้สึกดีใจมาก เพราะไม่เคยทำงานวันเดียวแล้วได้หลายแสนบาท

“จากนั้นมดตัดสินใจบินไปฮ่องกงเพื่อดูงาน Art Toy Fair จะได้รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร ตอนนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจ พอกลับมาก็เริ่มทำงานออกมาจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จนได้มีโอกาสไปเห็นงาน Shanghai Toy Show ที่บริษัท Pop Mart (ร้านขายของเล่นสะสมจากประเทศจีน) ซึ่งมดเซ็นสัญญากับเขา จัดที่เชี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นงานใหญ่ยิ่งกว่างานมอเตอร์โชว์บ้านเรา แล้วคนเยอะขนาดคิวขดไปมาแบบข้ามฝั่งถนนไปอีก มีคนมารอเข้างานล่วงหน้า 2 – 3 วัน

“ระหว่างที่อยู่ในงานมีน้องผู้หญิงคนจีนวิ่งเข้ามาหาแล้วร้องไห้ ยื่นมือสั่นๆ มาให้ดู คือเขาเพ้นต์ Crybaby ที่เล็บ แล้วดีใจที่ได้เจอเรา ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเราเป็นที่รู้จักและดังขนาดนั้น เพราะเราไม่มีแอพจีนเลย จำได้ว่าเป็นช่วงวันเกิดของมดพอดี มีคนซื้อของขวัญวันเกิดให้เยอะจนขนกลับไม่หมด หลายคนซื้อเค้กมาให้ด้วย ที่เขาทราบว่ามดจะมาเพราะร้านที่รับ Crybaby ไปขายส่งข่าวบอกในกลุ่มว่าวันนี้มอลลี่จะมา จึงมีคนมารอกรี๊ดดีใจ ขอถ่ายรูป มีคนทำโฟโต้บุ๊กมาขอลายเซ็น มีคนเอาเป็ดย่างทั้งตัวมาให้ด้วย แต่มดเอากลับไม่ได้ ทำให้เรารู้ว่าที่จีนเขาอินมากๆ ตั้งแต่นั้นมา Crybaby ออกตัวไหนมาก็ Sold Out ตลอด ถ้าทำออกมาจำนวนน้อยราคาก็สูงหน่อย ราคาขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นกว่าหมื่นบาท จนมาที่กว่าสามหมื่น คือยิ่งเราทำมากขึ้นก็จะยิ่งรู้ว่าควรตั้งราคาประมาณไหน โชคดีที่เคยเรียนที่วิทยาลัยพณิชยการบางนา ทำให้มีความรู้เรื่องการดูกลุ่มเป้าหมายและเรื่องการตลาดด้วย (ยิ้ม)

“สำหรับแบบของ Crybaby จากตอนแรกเป็นตัวยืนร้องไห้ธรรมดา แค่เปลี่ยนสี ก็เริ่มเปลี่ยนท่าทาง ถ้าให้มดวิเคราะห์การที่แฟนๆ ชอบ คงเพราะเป็นตุ๊กตาคาแร็คเตอร์ร้องไห้ ไม่ซ้ำกับคนอื่น ตอนแรกที่เข้าไปในตลาดจีนก็เจอคอมเมนต์ที่เป็นลบบ้าง ประมาณว่าฉันไม่มีวันนำตัวร้องไห้เข้าบ้านแน่นอน เพราะคนจีนมีความเป็นคอนเซอร์เวทีฟ อะไรที่เป็นสีดำเขาถือ แต่บางคนกลับมองว่างานของเราไม่เหมือนงานส่วนใหญ่ที่จะยิ้มและผิวขาวมากๆ แต่ของมดตัวแรกเป็นสีน้ำตาลเข้มๆ เหมือนกับตัวเอง แล้วร้องไห้ มีรอยสักที่ตัวคาแร็คเตอร์ เขาเห็นแล้วชอบเลย”

นิสา ศรีคำดี Crybaby

นิทรรศการต่อยอดความคิดและความสำเร็จ

“ก่อนหน้านี้มดต้องไปจีนทุกเดือนเพื่อไปออกงานกับไปเช็กงานที่โรงงานผลิต เพราะเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรม ไม่ใช่งานทำมือแล้ว แล้วก่อนโควิด-19 ระบาดไม่กี่เดือนมดได้เซ็นสัญญากับบริษัท Pop Mart ถือเป็นคนไทยคนแรกและคนเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ Pop Mart แวะเวียนมาถามตลอดอยู่แล้ว เพราะช่วงนั้น Crybaby กระแสแรงมาก แต่ช่วงแรกเราเป็นแค่งานทำมือ แล้วเซ็นสัญญากับบริษัทอื่นอยู่ด้วย พอวันที่สัญญาเดิมจบ เขาก็โทร.มาทันที แล้วไม่กี่เดือนก็เกิดโควิด ทำให้มดไม่สามารถบินไปเจอเขาได้ ใช้วิธีออกแบบแล้วส่งงานไป ซึ่งพอมีเวลาอยู่เมืองไทย เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่มากกว่าเดิม จึงคิดอยากจัดนิทรรศการ

“พอดีพี่หนุ่ม (จิตติ จำเนียรไวย) ศิลปินภาพวาดที่มีผลงาน Art Toy ชวนมดไปคอลแล็บกับงานคัสตอมทอยของเขาที่ 333 Callery พอทางแกลเลอรี่เห็นผลงานแล้วชอบ จึงชวนให้มาจัดแสดง มดตอบตกลงทันที โดยใช้เวลาหนึ่งปีเตรียมงาน ทำให้เริ่มมีผลงานภาพวาดกับทำประติมากรรมตัวใหญ่ คือกระโดดจากงานเล็กๆ มาเป็นผลงานชิ้นใหญ่ขนาดกว่าหนึ่งเมตร

“สำหรับนิทรรศการครั้งแรกมดต้องการแนะนำ Crybaby เหมือนส่งข้อความให้ทุกคนบอกตัวเองว่ามันโอเคนะที่จะร้องไห้บ้าง ซึ่งประสบความสำเร็จมาก จากที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก ก็กลายเป็นกระแส อย่างปีที่แล้วไม่มีแม้กระทั่งกลุ่มแฟนคลับในเฟซบุ๊ก ตอนนี้มีหลายกลุ่มมาก ตอนนั้นมดบอกทางแกลเลอรี่ว่ามดไม่มั่นใจนะว่ากลุ่มแฟนจีนจะมาดูได้ แต่กลายเป็นว่าคนไทยมาเยอะมาก บอกแบบปากต่อปาก คนเต็มทุกวัน จนทาง 333 Gallery ขอขยายเวลาจัดนิทรรศการออกไป

“หลังจบงานมดต้องเตรียมงานนิทรรศการครั้งที่ 2 ภายใต้ชื่อ Everybody Cries Sometimes ทันทีกับทางเทรนดี้แกลเลอรี่ ภายในริเวอร์  ซิตี้ แบงค็อก ซึ่งจัดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่ พื้นที่ใหญ่ขึ้น เรื่องที่พูดก็กว้างขึ้น คือใครๆ ก็ร้องไห้ ฉันร้อง เธอร้อง พวกเราทุกคนก็เช่นกัน นิทรรศการครั้งแรกเหมือนให้เช็กตัวเองว่าโอเค แต่ครั้งนี้นอกจากบอกตัวเอง เรายังมองคนรอบตัวด้วย งานออกมาสเกลใหญ่ขึ้น จำนวนงานเพ้นติ้งเยอะขึ้นหลายเท่า มีภาพพิมพ์หลายแบบ เรียกว่าเต็มที่สุดๆ จริงๆ

“ทุกครั้งที่ทำงานมดไม่ได้คิดว่าจะสำเร็จด้านไหน แต่เน้นว่างานต้องออกมาดี ส่วนอื่นๆ เป็นผลตามมา ปกติคนมองงานศิลปะว่าเป็นอะไรที่เอื้อมไม่ค่อยถึงหรือไกลตัว เราจึงทำให้ใกล้ตัวที่สุด เช่น โจทย์ของคนที่อยากมาถ่ายรูป ก็ทำจุดสำหรับถ่ายรูปทั้งงานเลย ส่วนโจทย์ของคนที่อยากชมงานศิลปะ เราก็มีทั้งประติมากรรม ภาพวาด ภาพพิมพ์ครบ ส่วนโจทย์ของคนที่สะสม Art Toy ก็ได้เห็นประติมากรรมตัวเล็กด้วย นอกจากนี้ในงานนิทรรศการครั้งล่าสุดมดเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกแบบ Crybaby ของตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ Crybaby Molly สำหรับใครที่ยังไม่ได้มาชมนิทรรศการ หรือคนที่มาดูงานแล้ว แต่ยังอินอยู่ ก็กลับไปสร้าง Crybaby ของตัวเองได้

“รวมถึงการทำกล่องสุ่ม Crybaby ซึ่งมีหลายดีไซน์ กล่องละประมาณ 300 – 400 บาท และมีขายแบบเป็นเซต 12 แบบ แถมคาแร็คเตอร์ลับประมาณ 1 – 2 แบบ ตลาดหลักอยู่ที่จีน ออกมาทั้งหมด 4 ซีรี่ส์แล้ว ตอนนี้ทุกชีรี่ส์ราคาขึ้นหลายเท่าตัว ล่าสุดมีการประมูลผลงานประติมากรรมจากการจัดนิทรรศการครั้งแรก สูงประมาณเมตรกว่า ราคาขายคือ 1 แสน 8 หมื่นบาท แต่ประมูลไปประมาณ 2 ล้าน 6 แสนบาท คนที่ได้ไปเป็นนักสะสมชาวไทย”

นิสา ศรีคำดี Crybaby

อย่ายอมแพ้

“แน่นอนว่าไม่มีงานอะไรที่ง่ายราบรื่นทุกอย่าง งานชุดแรกๆ ที่ขายทางไอจี มดไม่มีประสบการณ์ เมื่อแพ็กของส่งไปที่ประเทศจีน งานแตกหักประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะการส่งไปรษณีย์ที่นั่นโหดมาก เมื่อของแตก เราต้องรับผิดชอบลูกค้าด้วยการออกค่าส่งให้เขาส่งกลับมา ซึ่งเป็นเงินหลายพันบาท พอเราซ่อมให้เขาแล้วสงกลับไปให้ใหม่ ค่าส่งแพงกว่าค่าของอีก เหมือนเราทำงานไม่จบไม่สิ้น ตอนนั้นรู้สึกท้อมาก ช่วงปีแรกทำงานหนัก ได้นอนแค่วันละ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อซ่อมงาน แล้วต้องทำงานชิ้นใหม่ เพื่อจะได้มีเงินมาใช้ จนร่างกายรับไม่ไหว ตอนนั้นอายุ 30 กว่า เริ่มเข้าโรงพยาบาลบ่อย คือเป็นทุกอย่างที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างต่อมทอนซิลอักเสบ ลำไส้อักเสบ มาจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ปวดท้องเหมือนท้องจะขาด ต้องกินยาแก้ปวดตลอดเวลา แล้วอาการกำเริบตอนไปฮ่องกง ต้องนอนทนปวดอย่างนั้นจนเช้า โชคดีที่ได้นั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจ กลับมาแอดมิตเลย ต้องรักษาตัวอยู่ 2 สัปดาห์ ตอนนั้นร่างกายคงอ่อนแอมาก จึงเป็นโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบทั้งหมด

“กว่าที่ทุกอย่างจะลงตัวแบบวันนี้ ต้องผ่านการแก้ปัญหามากมาย มดบอกตัวเองว่าเราเคยทำงานออกแบบที่ต้องทำทุกอย่างที่ลูกค้าหรือคนอื่นต้องการ ตอนนี้จึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานที่รัก และมีคนรักในงานของเรา พร้อมที่จะเสพงานที่เราทำ ดังนั้นจึงขอเอนจอยกับจุดนี้ให้มากที่สุด ก็คือทำในสิ่งที่รัก แล้วให้คนที่ชื่นชอบได้เสพงานของเราไปพร้อมกัน

“การทำงานจึงเป็นทั้งความสุข และมีความทุกข์ด้วย (หัวเราะ) เพราะมีคนรองานอยู่ เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ไม่มีใครรู้ว่าปีนั้นมดเข้าโรงพยาบาลตลอด มีแม่คนเดียวที่รู้ Crybaby จึงเหมือนมดได้บอกตัวเองด้วยว่ามันโอเคเหมือนกันนะที่จะอ่อนแอบ้าง

“แล้วมดก็ตั้งใจเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อน้ำตาให้เป็น Positive มากขึ้น เพราะต้องการบอกว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดจนต้องซ่อนขนาดนั้น บางทีเราแสดงความอ่อนแอบ้างก็ได้ เพื่อให้คนข้างๆ ได้รู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ จะได้อยู่เป็นเพื่อน สังคมมักบอกว่าไม่ควรแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น มดจึงส่ง Crybaby ออกมาร้องไห้แทน ทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา

“ชีวิตและงานของมดไม่มีสูตรสำเร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่แนะนำได้ก็คืออย่ายอมแพ้ค่ะ ถ้าเรามีความรักและความตั้งใจในการทำ สุดท้ายแล้วมันจะพาเราไปในจุดที่ดี อย่างน้อยที่สุดก็จะใกล้กับความสำเร็จ เหมือนเราได้ก้าวเดินแล้ว

“อนาคตมดคงมีงานกับ Pop Mart ออกมาเรื่อยๆ และน่าจะพา Crybaby ไปให้ไกลมากที่สุด ทั้งในเอเชียและอื่นๆ อย่างอังกฤษ อเมริกา วันหนึ่งอยากไปให้ทั่วโลก เป้าหมายของมดจึงอยู่ไกล สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ดีที่สุดทีละก้าว ไม่มองหาทางลัด มดทำงานวันนี้เพื่อจะได้รู้ว่านี้คือบทเรียนของความสำเร็จ หมั่นฝึกฝนฝีมือให้เหมาะสมเวลาไปอยู่ในระดับโลกได้ค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 998

ภาพเพิ่มเติม : crybaby_molly_

ฮันโซฮี

เปิดรายได้ ฮันโซฮี (Han So Hee) พี่สาวเกาหลี นางเอกผู้เกินคาดเดา

ตั้งแต่บทบาทที่โดดเด่นของเธอในซีรีส์ The World of the Married ชื่อเสียงของนักแสดงสาววัย 29 ปี ฮันโซฮี ( Han So Hee ) ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากแต่ก่อนรับเพียงบทเล็กๆ ในหนังหรือละคร แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นนักแสดงนำ ที่มีคนชื่นชอบเป็นจำนวนมาก

ไม่เพียงแต่ความนิยมในฐานะนักแสดงเท่านั้น เพราะในปี 2022 เธอยังกลายเป็นราชินีพรีเซนเตอร์คนใหม่ของเกาหลีใต้ โดยเธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ต่างๆ มากถึง 18 แบรนด์ ขณะที่แชมป์เก่าที่เรียกว่าเป็นกระดูกเหล็กของวงการ ยัยตัวร้าย จอนจีฮยอน (Jun Ji Hyun) มีแบรนด์สนับสนุน 14 แบรนด์

ขณพเดียวกันมีการให้ความเห็นว่า สิ่งที่ทำให้ Han So Hee กลายเป็นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์เกาหลีใต้ คนใหม่ได้ประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทในงานแสดงอย่างหนักทำให้เธอได้รับรางวัลการันตีความสามารถจนมีชื่อเสียงแข็งแกร่ง จนขึ้นแท่นฮันรยูสตาร์อันดับต้นๆ

ฮันโซฮี 01
ฮันโซฮี 02
ฮันโซฮี 03

เปิดรายได้ ฮันโซฮี (Han So Hee) พี่สาวเกาหลี นางเอกผู้เกินคาดเดา

มีรายงานว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างนางเอกสาวเป็นพรีเซนเตอร์ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 35 ล้านบาท หมายความว่า การรับงาน 18 แบรนด์ที่ผ่านมาทำให้เธอมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 630 ล้านบาท แต่นั่นเป็นช่วงหลังจาก

ขณะเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดเผยรายได้จากผลงานล่าสุดของนักแสดงสาวระบุว่า การสวมบทเป็น ยุนแชอ๊ก ในซีรีส์ สัตว์สยองกยองซอง (Gyeongseong Creature) ที่ต้องเล่นบู๊แอ็คชั่น เธอได้รับค่าตัวต่อตอนมากถึง 200 ล้านวอน หรือประมาณ 5.3 ล้านบาท ซึ่งผลงานนี้มาทั้งหมด 17 ตอนหมายความว่าเธอมีรายได้จากซีรีส์เรื่องนี้มากถึง 3,400,000,000 ล้านวอน หรือประมาณ 90 ล้านบาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามรายได้จากงานแสดงที่เพิ่มขึ้นทำให้ตอนนี้ เรทค่าตัวของเธอถูกจัดอยู่ในรายชื่อเดียวกับนางเอกเอลิสต์ จอนจีฮยอน และ ซงฮเยคโย

ฮันโซฮี
ฮันโซฮี Gyeongseong Creature
ฮันโซฮี Gyeongseong Creature
ฮันโซฮี 04