Alpaca App … ช้อปปิ้งแบบชิคๆ แค่ปลายนิ้ว
Alpaca App … ช้อปปิ้งแบบชิคๆ แค่ปลายนิ้ว
Alpaca App แอพฯ ช้อปปิ้งล่าสุดที่ให้คุณช้อปง่ายกว่าที่เคย เมื่อโลกออนไลน์ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น การช้อปปิ้งของเราก็ต้องสะดวกและง่ายขึ้นเช่นกันค่ะ สำหรับสาวๆ นักช้อปที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและมักเสาะหาแฟชั่นไอเท็มเก๋ๆ ตามอินสตราแกรมเหมือนจุ๊อยู่บ่อยๆ วันนี้จุ๊มีแอพลิเคชั่นใหม่สุดชิคที่จะช่วยให้การช้อปปิ้งของเราง่ายขึ้นกว่าเดิม
Q : Alpaca App คืออะไร?
A : Alpaca App เป็นแอพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟนที่คัดสรรร้านค้าแฟชั่นออนไลน์ชื่อดังและเป็นแหล่งรวมร้านค้าที่กำลังอินเทรนด์บนโลกโซเชียลมาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เลือกช้อปอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ต้อง Add LINE ID ร้านค้าทุกครั้งที่อยากช้อป เพราะ Alpaca App จะให้ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ของนักช้อปให้สนุกเพลิดเพลินกว่าที่เคย
Q : Alpha App แตกต่างจากแอพฯช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วไปอย่างไร?
A : Alpaca App ต่างจากแอพฯ ช้อปปิ้งออนไลน์ดังนี้ค่ะ
- Alpaca App ได้คัดสรรสินค้าและข้อมูลรายละเอียดของสินค้าไว้เพื่อให้นักช้อปได้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น รายละเอียดขนาด สินค้า สี ฯลฯ

- นักช้อปสามารถสอบถามร้านค้าได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านคนกลางให้เสียเวลา
- บนแอพฯ นี้ ไม่มี Feed คอนเทนต์หรือโฆษณาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าอื่นเพื่อรบกวนขณะกำลังช้อป
- ดีไซน์ของแอพฯ ถูกพัฒนาขึ้นให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย ดูเพลิน
- หากต้องการหาไอเท็มตามสีก็สามารถเลือกตามสีและประเภทของไอเท็มต่างๆ ได้ง่าย

- คุณสามารถเก็บไอเท็มที่คุณชื่นชอบโดยจัดไว้ใน Wish list ได้โดยไม่ต้องเสียเวลากลับมาค้นหาซ้ำอีกครั้ง
Q : Alpaca App โหลดได้ที่ไหน?
A : คุณสามารถดาวน์โหลดแอพฯได้ดังนี้ค่ะ
- พิมพ์คำว่า ‘Alpaca Fashion’ ในแอพฯ AppStore และ Google Store หรือดาวน์โหลดผ่านระบบบนมือถือ
– ระบบ iOS : https://itunes.apple.com/th/app/id1069829868
– ระบบ Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=code.uncles.m.alpaca - หรือดาวน์โหลดผ่านระบบ QR Code ก็ได้เช่นกันค่ะ

Q : ถ้าอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของร้านค้าบน Alpaca App สามารถทำได้หรือไม่?
A : สามารถทำได้ค่ะ โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://partners.alpaca-app.com/ โดยทางทีมงานจะคัดเลือกจากข้อมูลที่สมัครเข้ามาและติดต่อกลับค่ะ
หากใครที่สนใจแอพฯ สุดชิค สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.alpaca-app.com/ นะคะ แล้วการช้อปปิ้งของคุณจะสนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ติดตามเรื่องราวและความสนุกเพิ่มเติมได้ที่ http://www.iamsorada.com ค่ะ





















แบรนด์นี้ไฮไลท์อยู่ที่เค้กโรล อะพินเคยเห็นวางขายในร้านสุขภาพ ไม่เคยซื้อกิน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านสมรภูมิการกินขนมคลีนมาอย่างโชกโชน ส่วนมากจะหวานทั้งนั้น แต่พอได้พูดคุยกับคุณทราย เจ้าของคอนเฟิร์มว่าไม่หวาน แถมยังบอกอีกว่า เมื่อก่อนนางหนัก 52 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 45 กิโลกรัมเอง เพราะหันมากินคลีน ซึ่งในสมัยนั้นอาหาร หรือขนมคลีนหากินยากมาก แต่ด้วยความที่ทางบ้านทำธุรกิจโรงงานแป้งสาลีไม่ขัดสี เลยได้คลุกคลีอยู่กับการลองคิดค้นสูตรต่างๆ เกี่ยวกับการทำเบเกอรี่มาตลอด จนมีไอเดียว่าอยากจะเปลี่ยนมาทำขนมคลีนบ้าง 
กัดคำแรกเนื้อเค้กค่อยไม่เท่าไหร่ แต่ไส้แน่นมาก ที่สำคัญคือไม่หวาน ได้แค่รสหวานนิดจากตัวผลไม้ อย่างไส้กล้วยนี่โนชูก้าร์เลย ใส่อัลมอนด์แทนแป้งเพิ่มเข้าไปให้ไส้มีความเหนียว ส่วนตัวแป้งโรลใส่น้ำตาลนิดหน่อย อะพินแอบชอบไส้ช็อคโกแลต เข้มข้นอร่อยดี ในราคาชิ้นละ 66 บาท ถือว่าโอเค เพราะสามารถแบ่งกินได้ถึง 2 วัน แต่ใครจะกินชิ้นเดียวเลยก็ได้ แค่ระวังจุกเท่านั้น!
เจ้านี้เขาโดดเด่นเรื่องการเอาเต้าหู้มาทำขนม โดยเริ่มจาก ‘ภาร์’ เจ้าของแบรนด์ ชอบกินเต้าหู้ ชอบทำอาหารกินเอง กินอาหารคลีนมาร่วม 10 ปี เลยคิดอยากทำขนมที่มีส่วนผสมของเต้าหู้ ลองผิดลองถูกมาเรื่อย กว่าจะทำมูสได้ออกมาขวดหนึ่งเรียกว่าต้องใช้เวลามาก เพราะต้องนำขวดไปนึ่ง ไปอบ ฆ่าเชื้อ ทำพาสเจอร์ไรซ์ เพราะเต้าหู้ค่อนข้างเซ็นซิทีฟ เสียง่าย เรียกว่าต้องใส่ใจทุกขั้นตอนจริงๆ 

รวมถึงวาฟเฟิลเต้าหู้ไส้ต่างๆ ทั้งมันม่วง ฟักทอง เนื้อแป้งโฮลวีทแน่นมาก ทั้งสองตัวนี้รสชาติไม่หวานเลย ใครที่ไม่อินเรื่องคลีนอาจไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ร้านนี้เขาไม่เน้นหวาน ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล วัตถุดิบก็เป็นออร์แกนิค เจ้าของแอบบอกแหล่งซื้อวัตถุดิบมาว่าต้องไปที่ Gourmet Market ออร์เดอร์ในแต่ละครั้งมีคนสั่งเข้ามาเยอะเป็นพันๆ แต่เธอทำเองคนเดียวนะจ๊ะ สุดยอดจริงๆ
แบรนด์นี้เริ่ดตรงที่ใช้อัลมอนด์เต็มเมล็ดมาบดแล้วทำแทนแป้ง แค่บอกว่าไม่มีแป้ง สาวคลีนอยากลีนอย่างเราก็ตาแวววาวเป็นกระกายเหมือนเห็นแสงแห่งความหวัง รีบกินซิคะ รอไร!
เริ่มที่ Organic Chia Flourless Chocolate Cake ชิมคำแรกแล้วไม่แน่ใจว่านี่คลีนจริงหรอ555 ชอบตรงที่เวลาเคี้ยวแล้วมีความกรุบของเมล็ดเชีย แล้วเนื้อเค้กมีความเบานุ่มละมุนลิ้น ไม่หนักเหมือนแป้งเค้กทั่วไป ของเขาใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล ซึ่งอะพินว่าแอบหวานไปนิดนะ ถ้าเทียบกับเค้กชาเขียวอีกตัวถือว่าโอเคกว่า ไม่หวานมาก แถมผงชาเขียวก็เข้มข้น
ส่วนฟัดจ์ช็อคโกแลตของแบรนด์นี้ก็อร่อย มีส่วนผสมของอะโวคาโด กินแล้วรู้เลยว่าเขาใช้ช็อคโกแลตระดับพรีเมี่ยมจริงๆ แถมกินแล้วยังได้โปรตีนเต็มๆ เลิฟก็ตรงนี้แหละ!
ส่วนแบรนด์นี้ส่งตรงมาจากเชียงใหม่ อะพินชอบคอนเซ็ปต์ตรงเอายีสต์ธรรมชาติที่หมักจากผลไม้แห้งมาทำขนม แต่กว่าจะได้สูตรที่โอเค ‘นุช’ เจ้าของแบรนด์บอกมาว่ายากมาก เพราะยีสต์ธรรมชาติจะไม่แข็งแรงเท่ายีสต์ที่ขายตามท้องตลาดที่ล้วนผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่าเป็นตัวที่แข็งแรงที่สุด แต่พอไปผ่านกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่รู้ว่าต้องผ่านกรรมวิธีอย่างไรบ้าง นางเลยตัดสินใจทำเอง แม้จะต้องใช้เวลาหมักขนมปังนานกว่ายีสต์ปกติทั่วไป แต่ก็นับเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย เพราะจะช่วยทำลายเอ็นไซม์ในข้าวสาลีให้โมเลกุลของแป้งเล็กลง ส่งผลดีต่อสุขภาพ ย่อยง่ายมากกว่า
ยิ่งรู้ยิ่งกระตุ้นต่อมอยากชิม เอ้า… รอไร เริ่มชิมกันเลย ขนมปังโฮลวีทงาม่อนตัวนี้มีการผสมแป้งสาลีเพื่อให้เนื้อนุ่มและกินง่ายขึ้น มีความหวานของน้ำผึ้ง และความกรุบกรอบของงาม่อน กินแล้วไม่ฝืดคอ
ส่วนขนมปัง 4 สี อืม… แอบกินยากนิดนึง เพราะรสชาติค่อนข้างจืด เนื้อแห้ง ฝืดคอไปหน่อย
ขณะที่ตัวโฮลวีทไบท์นี่ไฮไลท์เลย อารมณ์เหมือนขนมกรอบเค็ม แต่ทำจากแป้งโฮลวีททอดด้วยน้ำมันรำข้าว แล้วนำไปอบเพื่อรีดน้ำมันออกอีกที กินแล้วเพลินสมชื่อ






































