‘ยังคงไม่ขาดรัก แต่ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง มีที่สอง ที่ตามตามมาติดๆ ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 19-25 กุมภาพันธ์ 2567

‘ยังคงไม่ขาดรัก แต่มีที่สอง ที่ตามตามมาติดๆ ใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 19-25 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  หากสัปดาห์นี้มีโครงการหรือวางแผนที่จะเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการประมูล  การประกวด สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สอบสัมภาษณ์ใดๆ ก็ตาม ซึ่งคุณมุ่งมั่นปรารถนาถึงชัยชนะ จนสามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่ได้คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมแล้วล่ะก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจในทางลับ ขุดคุ้ย หรือนักพยากรณ์ นักจิตวิทยา ขอบอกว่าเปอร์เซ็นต์ได้มีสูง เพราะบุคลิกคุณได้ ผู้ใหญ่ไว้ใจ แต่ต่อจากนั้นจะนำมาซึ่งความเหนื่อยและความเครียดเลยทีเดียว เตรียมตัวและใจไว้ด้วย

การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินหรือรางวัลตอบแทนจากการทำงานหนัก แต่ควรดูให้ดีก่อนว่า โปร่งใสหรือเปล่า สัปดาห์นี้ขอเน้นว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินสินบน เงินใต้โต๊ะ หรือส่วยใดๆ ก็ตาม เพราะมีโอกาสเสียมากกว่าได้

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ก็ยังคงทำงานหนักกันอยู่ แม้คู่คุณจะช่วยสนับสนุน ทั้งในเรื่องหน้าที่การงาน และเรื่องอื่นๆ แต่พออยู่ในสภาพนี้ติดกันนานๆ มีโอกาสที่ความอดทนของคุณจะมาถึงจุดสิ้นสุด เป็นไปได้ที่จะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ประชดประชันกัน   คนโสด สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่ได้สนใจใครมากกว่างานเลย แต่ก็มีโอกาสที่จะปิ๊งๆๆ กับคนที่ทำงานด้วยกัน

สุขภาพ  :  ไม่ควรโหมงานหนักมากจนไม่สนใจสุขภาพร่างกายตัวเองเลยนะคะ ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะความเจ็บป่วยที่เคยเป็น หรือโรคประจำตัว มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาลุกลาม และเรื้อรัง กลายเป็นโรคที่รักษายากไปนะ    

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายบุญ สายธรรมะ สาย CSR เพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับการใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน หรืองานส่งเสริมการขาย อาจเพราะเป็นสัปดาห์มาฆบูชาด้วยมั้ง จึงทำให้คุณไฟแรงเป็นพิเศษ  เรียกว่าเอาจริงเอาจังกับการทำงานจนแทบพลีชีพกันเลยทีเดียว ก็นับว่าไม่เหนื่อยคนเดียว เพราะมีผู้ใหญ่ที่มีบุญบารมีให้การสนับสนุนส่งเสริม

การเงิน  :  สัปดาห์มาฆบูชานี้ เป็นโอกาสดีที่สายบุญอย่างคุณจะได้ทำบุญทำกุศล ทำทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลใกล้ตัว ก็ควรทำอย่างมีสติ พิจารณาเหตุผลความเป็นไปได้เยอะๆ เพราะไม่เช่นนั้นคุณเองจะเดือดร้อน

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดผู้ใหญ่ มีผู้ใหญ่คอยดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดกันเลยล่ะ แต่เป็นไปได้ว่าจะสร้างความอึดอัดให้คุณจนแทบจะเก็บกระเป๋าออกไปอยู่คนเดียวเลยล่ะ   คนโสด หากคุณเป็นคุณหนูถูกเลี้ยงมาอย่างทนุถนอมประดุจไข่ในหิน ต้องบอกว่า สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะผละจากอ้อมอกแม่ไปหาคนรักได้อย่างไม่คาดคิด แล้วก็ผละกลับมาได้อย่างไม่คาดฝันเช่นกัน

สุขภาพ  :   ภูมิแพ้มาแล้วนะคะ เป็นไปได้ว่าจะมาจากฝุ่น PM 2.5 ที่วิกฤติหลายๆ พื้นที่ ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างปัญหาให้กับทางเดินหายใจของคุณ จามบ่อย ไอ แสบตา นอกจากนั้นมีโอกาสที่ฟันจะสร้างปัญหาให้ด้วย เช่น ที่อุดไว้หลุดต้องกลับไปซ่อม ถอนฟัน ฯลฯ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   เป็นสัปดาห์ที่คุณจะเนื้อหอม มีคนนั้นคนนี้ขอแรงให้คุณไปช่วยงานโน้นนี้ตลอดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสายบุญกุศล งานจิตอาสา CSR  เพื่อสังคม อาจเพราะเห็นคุณมีเทคนิคดี สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทำงานได้หลากหลายมิติ แต่ต้องขอเตือนว่า ก่อนที่จะรับอาสาใครควรพิจารณาให้ดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกหักหลัง เพื่อนที่เคยไว้ใจจะเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นแทงข้างหลังได้ง่ายๆ เดี๋ยวจะเป็น…เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กลับเอากระดูกมาแขวนคออีก

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์เรื่องเงิน แต่ก็เป็นไปได้อีกว่า คุณจะใช้เงินคล่องมาก เรียกว่า กว่าจะผ่านสัปดาห์นี้ไปได้คือ…มีหืดขึ้นคอ

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ต่อมเจ้าชู้คุณทำงานรุนแรงนะเนี่ย แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางการดูแลของผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างใกล้ชิดก็ตาม แต่คุณก็ยังสามารถไปทำตาหวานใส่คนอื่นได้ หากให้ดีควรเก็บอาการ อย่าโจ๋งครึ่มมาก เพราะมีโอกาสที่คู่ครองคุณจะหึงหวงอย่างออกนอกหน้าเลยนะ   คนโสด สำหรับคนเจ้าชู้ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะนอนนิ่งเหมือนแมวซึม เพราะผู้ใหญ่ถือไม้ขนาบอยู่ใกล้ๆ

สุขภาพ  :   มีโอกาสเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานกลางแจ้ง ภัยจากฝุ่น PM 2.5 จะทำให้คุณเกิดภูมิแพ้ได้ง่ายๆ มีอาการหายใจไม่ออก จามบ่อย น้ำมูกน้ำตาไหล มีอาการแสบและระคายเคือง จึงควรใส่หน้ากากตลอด  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   ก็ยังมีโอกาสที่ยังอยู่กับการทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อสื่อสาร ประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา จนถึงงานส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับสาธารณะกุศล สาธารณะประโยชน์ มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ด้วยแล้ว สัปดาห์นี้คุณจะอยู่ไม่เป็นสุขแล้วล่ะ เพราะมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อตำแหน่งคุณกำลังเลื่อยขาเก้าอี้อยู่ หรือกำลังจ่อมีดเตรียมปักหลังคุณ ก็ระวังให้ดีนะคะ  

การเงิน  :  วาเลนไทน์ผ่านไปแล้ว แต่คุณก็ยังมีโอกาสที่จะซื้อของขวัญให้คนรักอยู่ แต่คราวนี้เป็นไปได้ที่คุณจะถูกหลอก นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเจรจาผลประโยชน์กันไม่ลงตัว ไปทวงหนี้ก็ไม่ได้ ทรัพย์สินสูญหายอีกต่างหาก ก็คิดว่าทำบุญไปนะคะ

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ต้องบอกว่าความรักของคุณเด่นมาก หากมองในมุมบวกคือ ใครที่กำลังผิดหวังจากชีวิตคู่ หรือทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่แล้วครองรักกันอย่างราบรื่น แต่หากใครที่ความรักราบรื่นอยู่แล้ว คราวนี้ล่ะจะร้อนแรงทันที เพราะมีมือที่สามเข้ามาให้เห็นตัวเป็นๆ อยู่ที่คุณแล้วว่าจะอยู่มุมไหน คนโสด ก็ยังคงไม่ขาดรัก แต่สัปดาห์นี้จะค่อนข้างร้อนแรงหน่อย เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งแล้ว แต่อาจเป็นที่สอง ที่สาม หรือที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้  

 สุขภาพ  :   คำว่า อ้วน พูดเบาๆ ก็เจ็บ เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มจำกัดอาหารบ้างแล้ว ของหวาน ของมัน ของทอด เค้ก ช็อกโกแลต น้ำชง ลดๆ หน่อยก็ดี เพราะมีโอกาสที่เบาหวาน ไขมัน ความดัน จะสูงกว่าปกติ หรือจากที่คุมได้จะหลุดๆ รั่วๆ 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายช่าง งานฝีมือ นักวิทยาศาสตร์ นักทดลอง ค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม หากคุณกำลังมีแผนหรือโครงการที่จะเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการประมูล การประกวด สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สอบสัมภาษณ์  ขอบอกเลยว่า แม้คุณจะมุ่งมาดปรารถนาชัยชนะ ถึงขนาดทำได้ทุกอย่างโดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรม แต่สิ่งแรกที่คุณควรระวังคือ คนข้างๆ ที่เตรียมจะแทงข้างหลัง พยายามที่จะขัดแข้งขัดขา เพื่อไม่ให้คุณไปถึงตรงนั้น

 การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะได้รับเงินหรือรางวัลจากการทำงาน แม้ว่าคุณจะไม่ได้คาดหวังถึงผลตอบแทนก็ตาม แต่ก็อย่าออกตัวแรง เพราะมีคนที่พร้อมจะโกงหรือจ้องจะแย่งส่วนที่คุณจะได้อยู่ตลอดเวลา

ความรัก  :   สำหรับผู้ที่บูชาความรักว่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และคู่ครองคือคนพิเศษที่สุดในชีวิตแล้วล่ะก็ สัปดาห์นี้อาจต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อย หากคิดจะทำอะไรเซอร์ไพร์สเขา ระวังคุณจะเซอร์ไพร์สกว่าเป็นไปได้ที่เขาจะไม่ได้มีคุณคนเดียว คนโสด เช่นกันค่ะ หากใครที่ความรักกำลังเข้าตาอยู่ โลกของฉันมีเธอคนเดียว อาจต้องพยายามเปิดตาให้กว้างมองไปรอบๆ แล้วจะเห็นว่า ข้างหน้ามีคนอื่นยืนซ้อนคุณอยู่

สุขภาพ   :   ออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้วค่ะ หากกำลังนั่งคร่ำเคร่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หน้ามือถือ ไอแพด ใดๆ ก็ตาม มีโอกาสที่จะปวดหลัง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวได้ ก็ควรพยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือไม่ก็หาหมอนวดคลายเส้นบ้าง หากอาการหนักก็ควรหานักกายภาพก่อนที่จะเป็นหนักกว่านี้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และให้บริการคำปรึกษาแนะนำ เป็นไปได้ที่ภายในสัปดาห์นี้คุณจะมีโอกาสได้ใช้ปฏิภาณไหวพริบ และความเป็นผู้นำ ความเชื่อใจที่ผู้ใหญ่ไว้วางใจคุณตลอดๆ สร้างรายได้หรือผลประกอบการให้มากขึ้นกว่าเดิม ทางที่ดีไม่ควรใจร้อน ตัดสินใจอย่างวู่วาม กล้าได้กล้าเสีย ควรอยู่ในที่ตั้งของตนก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจ

การเงิน  :  ก็ยังมีโอกาสเฮงๆ ปังๆ อยู่นะ แต่ค่ะ เพราะมีโอกาสที่คนรอบข้างจะมองคุณเป็นนางฟ้า ที่พร้อมจะหยิบยื่นเงินทองให้กับพวกเขาได้เสมอเวลาที่เขาต้องการ สุดท้ายแล้วคุณจะเหนื่อย เพราะทำเท่าไหร่ก็ไม่พอ  

ความรัก :   เพิ่งจะหวานแหวววาเลนไทน์กันแหมบๆ สัปดาห์นี้เป็นไปได้ที่คุณจะรู้สึกผิดหวัง น้อยเนื้อต่ำใจคู่ครองเสียแล้ว และก็เป็นไปได้อีกเช่นกันที่คุณจะนำอารมณ์เหล่านั้นมาใส่กับการทำงาน แต่ก็นับว่ามีประโยชน์ เพราะมีโอกาสได้รายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องง้อคู่ครอง คนโสด  สัปดาห์นี้ก็ยังมีควันหลงวาเลนไทน์อยู่นะคะ หัวใจยังฟรุ้งฟริ้ง โรแมนติก แต่มีโอกาสที่ฝันจะสลาย เพราะมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง   

สุขภาพ  :   หากคุณกำลังโหมงานหนักเพื่อหาเงินทองให้ได้มากขึ้น  จนไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ถูกหลักโภชนาการ มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องสมองและหัวใจ นอกจากนั้นประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อน มดลูกมีปัญหา   

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในรูปแบบกงสี ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวตนเอง ของคนรัก หรือกับเพื่อนสนิท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณซึ่งเป็นเจนต่อไป หากกำลังไฟแรง ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ สัปดาห์นี้คงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาขลุกขลัก ติดขัดไปหมด เอกสารทางราชการจะผิดพลาด เป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย

 การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว รวมถึงเงินเทางานเทาด้วย ทางที่ดีสัปดาห์นี้อย่าเพิ่งให้ใครยืมเงิน หรือเป็นนายหน้า รวมถึงเซ็นค้ำประกันให้ใครด้วย เพราะมีโอกาสที่คุณจะเพลี่ยงพล้ำรับผิดชอบหนี้สินต่างๆ แทน

ความรัก  :   สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงฮันนีมูน อย่าเพิ่งวางใจว่าโลกของคุณจะมีกันอยู่สองคน เพราะเป็นไปได้ที่จะมีโลกใบที่สองที่สามซ้อนอยู่เงียบๆ โดยที่คุณไม่รู้ก็ได้นะ คนโสด มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับบุคคลในฝันถึงขั้นจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลยก็ได้นะ แต่ก็พิจารณาให้ดีก่อนว่า เขามีใครอยู่ที่บ้านแล้วหรือยัง แต่เป็นไปได้ว่า คุณจะไม่แคร์น่ะสิ

สุขภาพ   :   เลือดลมคือปัญหาสำคัญของคุณสำหรับสัปดาห์นี้ รวมไปถึงโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือสายตาที่ต้องให้ความสำคัญด้วย  

Moscow Film Days in Thailand 2024

เปิดลิสต์ 5 หนังดีจากเทศกาล Moscow Film Days in Thailand 2024 วันภาพยนตร์มอสโก ครั้งแรกในไทย

เช็คลิสต์หนังดีห้ามพลาด! จากเทศกาล Moscow Film Days in Thailand 2024 วันภาพยนตร์มอสโก จัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก 5 เรื่อง ครบรสทุกแนวทั้งแอ็คชั่น ดราม่า แฟนตาซี และไซไฟ ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทั่วประเทศ กำหนดการฉายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน 2567

01 – “The Challengeท้าทายมฤตยู ฝ่าวิกฤติ กู้อวกาศ (วันที่เข้าฉาย: 15 กุมภาพันธ์ 2567)
ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ถ่ายทำบนอวกาศ เรื่องราวของศัลยแพทย์ทรวงอก อีฟกีเนีย บีลเยวา เธอมีเวลาเพียงหนึ่งเดือนในการเตรียมตัวเพื่อทำการผ่าตัดให้กับนักบินอวกาศ เธอจะพร้อมสำหรับความท้าทายครั้งนี้หรือไม่ จะเอาชนะความกลัวและความไม่มั่นใจของตัวเองได้หรือเปล่า เธอจะทำการผ่าตัดที่ซับซ้อนในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้สำเร็จ ให้นักบินอวกาศได้กลับสู่โลกโดยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ร่วมลุ้นไปกับเธอได้ใน “เดอะ ชาเลนจ์” ท้าทายมฤตยู ฝ่าวิกฤติ กู้อวกาศ

02 – “Land of Legendsแผ่นดินมหาวีรบุรุษ (วันที่เข้าฉาย: 7 มีนาคม 2567)
ภาพยนตร์มหากาพย์ เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น พร้อมด้วยสเปเชียล เอฟเฟคอันตื่นตาตื่นใจ จากนวนิยายยอดนิยมของ อเล็กซี อิวานนอฟ เรื่องราวเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เมื่อเจ้าชายเยอร์โมไลถูกส่งตัวไปยังปาร์มา ดินแดนอันห่างไกล โดยได้เล่าให้มิคาอีล โอรสของพระองค์ฟังถึงความฝันในการสร้างอาณาจักรที่รวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังจากนั้นไม่นานเจ้าชายเยอร์โมไลได้ถูกสังหารในศึกต่อสู้กับกลุ่มกบฏท้องถิ่นโวกูลส์ องค์รัชทายาทมิคาอีลจึงตกอยู่ท่ามกลางสองดินแดน นั่นก็คือ ราชรัฐมอสโก และเปียร์ม ดินแดนแห่งบุคคลนอกรีต มิคาอีลได้แต่งงานกับทิช หญิงสาวพื้นเมืองที่เป็นครึ่งคนครึ่งลาเมียร์ แม่มดอวตารซึ่งเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของซอร์เนีย หญิงทองคำ ตำนานกล่าวไว้ว่า ผู้ใดที่ได้เป็นเจ้าของซอเนียร์ก็จะสามารถครอบครองปาร์มาได้ มิคาอีลผู้ชำนาญการทูตจึงได้สร้างพันธมิตรกับข่าน ชนเผ่าท้องถิ่น เพื่อนำความสงบสุขกลับสู่ดินแดน หากแต่ข่าวนี้ได้ไปถึงราชรัฐมอสโก

03 – “Raiders of The Lost Library จารกรรมรหัสลับสาปสูญ (วันที่เข้าฉาย: 21 มีนาคม 2567)
ภาพยนตร์ผจญภัยที่มีกลิ่นอายของ “อินเดียน่า โจนส์ (Indiana Jones)” พร้อมความตลก กับเหล่านักแสดงมากฝีมือ ระหว่างที่กำลังสร้างอุโมงค์สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโก คนงานชาวโซเวียตได้ขุดพบคุกใต้ดินเก่า ที่เป็นกุญแจสำคัญไปสู่ห้องสมุดสาปสูญซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของพระเจ้าซาร์อีวานผู้เหี้ยมโหด หลายทศวรรษต่อมาอิเลีย หลานชายของหัวหน้าคนงานค้นพบโบราณวัตถุชิ้นนี้เข้าโดยบังเอิญ และโพสต์ลงโซเชียล ทำให้บุคคลที่กำลังตามหาห้องสมุดสาปสูญแห่งนี้มาช้านานตามไล่ล่าเขา จนกระทั่งเขามารู้ความจริงของสิ่งนี้จากคนแปลกหน้าคนหนึ่ง พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะร่วมเสี่ยงโชคตามหาห้องสมุดสาปสูญแห่งนี้ไปด้วยกัน ร่วมกับอารีน่า นักภาษาศาสตร์สาวซึ่งรับหน้าที่ถอดรหัสภาษาบนโบราณวัตถุที่นำพวกเขาสู่เบาะแสของพื้นที่อันตรายทั่วรัสเซียรวมถึงสุสานลับแห่ง เครมลิน

04 – “Upon the Magic Roads คู่หูผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ (วันที่เข้าฉาย: 4 เมษายน 2567)
ภาพยนตร์แนวเทพนิยายสำหรับทุกครอบครัว เพลิดเพลินกับฉากคอมพิวเตอร์กราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวของคู่หู จอห์นผู้ใสซื่อและโรแมนติก กับโฟล เพื่อนลาที่พูดได้ ออกผจญภัยไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่คาดเดาไม่ได้ โดยทั้งสองต้องเอาชนะซาร์ท ทรราชผู้ชั่วร้าย ไล่จับนกไฟ ไปจนถึงตามหารักแท้ของจอห์นในโลกแห่งเวทมนตร์ต่างๆ แล้วมิตรภาพของทั้งสองผ่านบททดสอบเหล่านี้ไปได้หรือไม่

05 – “Reversible Realityล่าลับโลกลวง (วันที่เข้าฉาย: 18 เมษายน 2567)
ภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวไซไฟที่เกี่ยวกับโลกไซเบอร์ โลกที่ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ ตั้งแต่การแก้เผ็ดหัวหน้าของคุณ การเที่ยวแบบสุดขั้ว หรือการออกเดท โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา เพราะทั้งหมดนี้เป็นการผจญภัยภายในโลกเสมือนจริงของบริษัทนิวไลฟ์ แต่การผจญภัยต่างๆ ของเหล่าผู้เล่นกลับถูกขัดขวางขึ้นโดยกลุ่มแอนติไวรัส ที่ทำให้หนึ่งในพนักงานของบริษัทตกเป็นผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มทำการสืบสวน ยิ่งเขาสืบลึกลงไปเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เขาเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนมากยิ่งขึ้น จนพลิกเขาให้กลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง

เตรียมรับชมภาพยนตร์อันน่าทึ่งทั้ง 5 เรื่อง ครบรสทุกแนวทั้งแอ็คชั่น ดราม่า แฟนตาซี และไซไฟ จาก เทศกาล Moscow Film Days in Thailand 2024 วันภาพยนตร์มอสโก ประจำประเทศไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและรอบฉายภาพยนตร์ได้ที่ Moscow Film Days (https://jmcc.online/moscowfilmdays)


5 MYTHS OF “APRICOT CRUSH” YOU SHOULD KNOW

5 ความเข้าใจผิดด้านความงาม เกี่ยวกับสี APRICOT CRUSH

เมื่อ Apricot Crush คือสีแห่งปี สาวกเมคอัพหลายคนที่อาจคุ้นชินกับสีแดง สีชมพู หรือสีนู้ด อาจพากันส่ายหน้าว่าไม่ใช่สีของฉัน เมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลก Lisa Eldridge ผู้ออกแบบเมคอัพลุคให้แบรนด์ดังอย่าง Chanel, Chloe, Christian Dior, Givenchy, Hermes และ Prada รวมถึงผลงานบนใบหน้าของคนดังระดับเอลิสต์ทั้ง Keira Knightley, Dua Lipa, Kate Winslet และ Lily Collins ออกมาเผยหลากหลายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสี Apricot Crush ว่าแท้จริงแล้วสีโทนส้มนี้เหมาะกับทุกคน และไม่ได้ใช้ยากอย่างที่คิด

ความเข้าใจผิด 1: APRICOT CRUSH ไม่ใช่สีสำหรับ EVERY LOOK
สีส้ม Apricot Crush มีบุคลิกหลากหลายไม่แพ้ลิปสติกสีอื่นๆ แม้เฉดสีสดไปทางนีออนจะเหมาะกับงานอีเวนต์หรืองานกลางคืนมากกว่า แต่โทนสีพีชและโทนส้มปะการังก็เหมาะกับลุคในตอนกลางวันเมื่อจับคู่กับการแต่งหน้าที่เป็นธรรมชาติ

ความเข้าใจผิด 2: APRICOT CRUSH เหมาะกับช่วงเวลาซัมเมอร์เท่านั้น
หลายคนเชื่อมโยงสีส้มกับฤดูร้อน แต่ที่จริงสเปกตรัมของสีส้มมีเฉดหลากหลายอยู่ได้ตลอดปี สีส้มสนิมที่มีความลุ่มลึกชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ร่วง และโทนสี Terracotta ที่เหมือนดินเผา ให้ความรู้สึกสบายตาเหมือนสวมเสื้อสเวตเตอร์ในหน้าหนาว

ความเข้าใจผิด 3: สี APRICOT CRUSH ไม่เหมาะกับผิวเข้ม
ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ เพราะสาวผิวเข้มสามารถใช้เมคอัพสี Apricot Crush ได้หลากหลายเฉด ยิ่งกว่าผิวขาว ตั้งแต่สีสดอย่างส้มแทนเจอรีน ไปจนถึงสีส้มอมน้ำตาลไหม้ที่มีความลุ่มลึก เฉดสีที่หลากหลายของสีส้มนั้น มีทั้งที่ตัดกันและเข้ากับผิวเข้มได้อย่างสวยงาม เพราะมีเบสของสีที่มีความอุ่น เข้ากับผิวสีน้ำผึ้งหรือผิวเข้มได้ดี

ความเข้าใจผิด 4: สี APRICOT CRUSH สดใสเกินไปสำหรับสาวรุ่นใหญ่
ความสวยไม่จำกัดอายุ Apricot Crush คือสีที่ช่วยเติมความอ่อนเยาว์ สดชื่นโดยแท้ หากใครอยากได้ลุคที่ไม่โฉ่งฉ่าง หลายเฉดของสีส้มก็มีโทนที่มอบความอบอุ่น และสว่างโดยไม่ต้องส้มแบบตะโกน เลือกให้เหมาะ แล้วคุณแทบจะไม่ต้องออกจากเซฟโซนเลยด้วยซ้ำ

ความเข้าใจผิด 5: สี APRICOT CRUSH ทำให้ฟันดูเหลือง
แม้เฉดสีส้มบางเฉดที่มีอันเดอร์โทนเหลือง จะทำให้ฟันดูเหลืองขึ้นจริง แต่ทางออกสำหรับใครที่กลัวปัญหานี้คือการเลือกสีส้มอันเดอร์โทนน้ำเงินอย่างส้มปะการัง ส้มโทนนี้ทำให้สีฟันดูขาวขึ้นด้วยซ้ำ

Source: นิตยสารแพรว ฉบับ 1002


CLASSY อัปเดตเทรนด์ความงาม 2024 นวัตกรรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความมั่นใจในเอกลักษณ์ของตัวเอง

“เวลา” ศัตรูตัวร้ายที่พรากความอ่อนเยาว์ของเราไปในทุกวินาที แต่ด้วยนวัตกรรมความงามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เราสามารถดูแลผิวพรรณรูปร่างให้แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย CLASSY (คลาสซี่) คลินิกดูแลความงามและสุขภาพ จัดแคมเปญ “เป็นตัวคุณ…ที่รักตัวเองมากกว่าที่เคย” (Reflect love through the new genuine you) ฉลองเปิด CLASSY ราชพฤกษ์ โฉมใหม่ โลเคชันใหม่ พร้อมอัปเดตเทรนด์ความงาม               การปรับรูปหน้า การดูแลรูปร่าง และดูแลผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์ (Collagen Biostimulator) และเพิ่มมิติให้รูปร่างด้วยนวัตกรรมสารเติมเต็มสำหรับบริเวณสะโพก โดย พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ แพทย์ผู้ชำนาญด้านการออกแบบปรับรูปหน้าและรูปปาก  โดยมี นักแสดงสาว “เบส” รักษ์วนีย์ คำสิงห์, นางแบบสาว “เจสซี่” กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ และนักแสดงหนุ่ม “ตุลย์” ภากร ธนศรีวนิชชัย พร้อมด้วยนักร้องสาว พลอยชมพู – ญานนีน ภารวี ไวเกล และ ซอโซ่ นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล มาร่วมงาน ณ ชั้น 1 CLASSY ราชพฤกษ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567

พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ แพทย์ผู้ชำนาญด้านการออกแบบปรับรูปหน้าและรูปปาก เผยว่า                การแก้ไข     รูปหน้าหรือปัญหาผิวหน้าด้วยสารเติมเต็มมี  2 แบบ คือ การเติมไขมันและสารเติมเต็ม ซึ่งขึ้นอยู่กับปัญหาและร่างกายของแต่ละบุคคล โดยการเติมไขมันเป็นการนำไขมันในร่างกายของตนเอง โดยนำมาจากบริเวณ ต้นขา ต้นแขน สะโพก นำมาเติมในส่วนที่ต้องการเติมเต็ม ข้อดีคือ ไขมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าที่เติมเข้าไปทำให้เกิดการสลายตัวช้าเหมาะสำหรับผู้แพ้สารเติมเต็ม แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เสี่ยงเกิดรอยช้ำง่าย เห็นผลช้า

ส่วนการเติมสารเติมเต็มที่ทำจากกรดไฮยาลูรอนิคสังเคราะห์นั้น มีหลายแบบตั้งแต่เนื้อเหลวไปจนถึงเนื้อแข็ง ซึ่งแต่ละแบบจะเหมาะกับการเติมแต่ละจุดที่แตกต่างกัน ข้อดีคือ เจ็บตัวน้อยกว่าการเติมไขมัน เห็นผลเร็ว เหมาะกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด แต่ข้อเสีย คือสารเติมเต็มสลายตัวเร็วกว่าการเติมไขมัน และในบางรายอาจเกิดอาการแพ้จากสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน

“เทรนด์ความงามยังคงเป็นเรื่องของงานผิว และ การปรับรูปหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ คือ การปรับ            รูปหน้าให้ดูดีขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวเอง ซึ่งสามารถใช้ได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการเติมสารเติมเต็ม หรือไขมัน และ โบทูลินัมท็อกซิน ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับและอีกหนึ่งนวัตกรรมในการปรับรูปหน้าควบคู่กับการดูแลผิว คือ Collagen Biostimulator เป็นนวัตกรรมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน                     ไบโอสติมูเลเตอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปัจจุบันมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด ทั้งที่มีส่วนประกอบของ CAHA: Calcium Hydroxyapatite Microspheres (แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทท์ ไมโครสเฟียร์) พบได้ในกระดูกและฟันของมนุษย์ หรือ PLLA (Poly-L-Lactic acid) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสำคัญในกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนที่เสื่อมสลายไปเมื่ออายุมากขึ้นให้ผลิตขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติในชั้นผิว เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น Fibroblast (ไฟโบรบลาสต์) ในร่างกายซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินจะค่อยๆ ลดจำนวนลง ส่งผลให้ผิว เริ่มขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอย ดังนั้น Collagen Biostimulator จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Extracellular Matrix ทำให้เกิดการรวมตัวของไฟโบรบลาสต์ เกิดการสร้างคอลลาเจนไทพ์วันที่ช่วยให้ผิวมีความแน่นกระชับและอิลาสตินที่ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นใหม่            ซึ่งคอลลาเจนและอิลาสตินมีความสำคัญมากสำหรับผิวหนัง เพราะช่วยในการรักษาความชุ่มชื้น ช่วยยึดเหนี่ยวให้ผิวมีความแข็งแรง จึงช่วยให้ผิวแลดูเด็กลง สร้าง Skin Quality ผิวหน้าสวนทางกับอายุจริง โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในหนึ่งเดือนและจะค่อยๆ สลายไปภายในสองปี แต่หากใครมีไลฟ์สไตล์ที่ชอบออกแดดก็อาจมีผลต่อกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนได้”

พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเทรนด์การปรับรูปหน้าด้วยนวัตกรรมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์แล้ว ยังมีนวัตกรรมที่ช่วยปรับ Shape Contour ปรับรูปร่างให้ดูสวยงาม ทั้งการเติมด้วยไขมันและสารเติมเต็ม อย่าง Hyaluronic acid filler (HA filler) ที่ออกแบบมาสำหรับการปรับรูปร่างบริเวณสะโพกโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มขนาดให้บั้นท้ายแลดูมีมิติมากขึ้น สารเติมเต็มตัวนี้มีความเข้มข้นของ Hyaluronic acid มากกว่าปกติ ถึง 33 mg/ml จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่าง สะโพกแลดูกลมเด้งดูมีมิติ

สำหรับ CLASSY (คลาสซี่) คลินิกดูแลความงามและสุขภาพ โลเคชันใหม่ ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์               บนพื้นที่กว่า 2,800 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยอาคาร 6 ชั้น ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ลักชัวรี ในโทนสีขาวและโรสโกลด์ โดยให้บริการดูแลความงาม อาทิ Facial design การปรับรูปหน้า, Energy based device โปรแกรมดูแลผิวโดยใช้เครื่องมือเทอร์มาจ, Skin quality การดูแลผิวด้วยสารเติมเต็ม, Collagen Biostimulator การดูแลผิวด้วยนวัตกรรมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีบริการดูแลสุขภาพเชิงเวชศาสตร์ป้องกันด้วยการ Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV Drip การให้วิตามินและแร่ธาตุในรูปแบบสารน้ำเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงทางสายน้ำเกลือ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กลับมาสดชื่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่พักผ่อนน้อย และยังมี Baboon Café & Restaurant บริการอาหาร เบเกอรี่โฮมเมด อีกด้วย

ทั้งนี้นักแสดงหนุ่ม “ตุลย์” ภากร ธนศรีวนิชชัย เผยว่า การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดี คือจุดเริ่มต้นของการรักตัวเอง ส่วนตัวทำ IF เริ่มมื้อแรกตอนเที่ยง ถึง 2 ทุ่ม เน้นทานโปรตีนทั้งจากสัตว์และพืช หลีกเลี่ยงของหวาน รสเค็ม ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน พักผ่อนที่เพียงพอ ส่วนเรื่องผิวมีเข้าคลินิก และให้ความสำคัญกับขั้นตอนล้างหน้า โดยจะใช้ cleanser เช็ดจนสะอาดทุกครั้ง ก่อนล้างหน้า และทาครีมบำรุงสม่ำเสมอทั้งเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์ ตอนกลางวันทาครีมกันแดดทั้งใบหน้าและลำคอ ช่วงไหนพักผ่อนน้อยก็จะทาครีมกลุ่ม Hyaluronic หรือ IV Drip

“เจสซี่” กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ กล่าวว่าการที่เราหันมาดูแลเองเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เราทุกคนต่างมีข้อบกพร่อง แต่เราแค่ยอมรับและเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง เพราะในที่สุดแล้วมีแต่ตัวเราเท่านั้นที่สามารถมอบความรักที่แท้จริงให้กับตัวเอง สำหรับการดูแลผิว เจสซี่ชอบผิวที่มีน้ำมีนวล แต่เป็นคนผิวแห้งเลยจะทามอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพราะรู้สึกว่าพอเราโตขึ้นความชุ่มชื้นชอบผิวสำคัญและจะทากันแดดทุกครั้ง เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย แห้งกร้าน ส่วนวิธีบู๊ตผิวให้กลับมาสดใสแบบเร่งด่วนจะใช้แผ่นมาสก์หน้าเพื่อฟื้นฟูผิว และประคบด้วยผ้าเย็นใต้ตาก่อนลงครีมบำรุงต่างๆ

เติมเต็มความมั่นใจด้วยการเป็นตัวคุณ…ที่รักตัวเองมากกว่าที่เคยได้ที่ CLASSY (คลาสซี่) คลินิกดูแลความงามและสุขภาพ บนถนนราชพฤกษ์

“เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) และ ‘พีพี กฤษฏ์’ สร้างปรากฏการณ์ลมหายใจในเดือนแห่งความรักผ่านกิจกรรม “Pep Feel In Love with PP Krit”

“เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) แบรนด์ยาดมภายใต้ Concept ลมหายใจที่มีคุณภาพ ชวนชาว Lovely คนรัก ‘พีพี กฤษฏ์’ ร่วมกิจกรรมในเดือนแห่งความรัก ‘Pep Feel In Love with PP Krit’ โดยภายในงานได้เปิดพื้นที่ให้ผู้โชคดีและแฟนคลับ 130 คน ได้มาร่วมสร้างปรากฎการณ์การลมหายใจแห่งความรัก ด้วยการร่วมกิจกรรมความสนุกมากมายบนเวทีกับพีพีเพื่อลุ้นรับของรางวัลพรีเมียมสุด Exclusive จาก “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) และต่อด้วยกิจกรรม Lucky Fan ที่พีพีจะสุ่มเลือกจดหมายรักของผู้ร่วมงานขึ้นมาอ่านกันแบบอินเลิฟ ใจฟู ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตฟังเพลงสุดฟินจากพีพีและถ่ายภาพร่วมเฟรมด้วยโมเมนต์สุดอินเลิฟของพีพีและชาว Lovely ทุกคน จัดกิจกรรมวันที่ 17 ก.พ. 67 ณ Stadium One ที่ผ่านมา

สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอวลไปด้วยความรัก โดยมีผู้โชคดี 10 คน ที่เป็นผู้ชนะจากการทายใจพีพีขึ้นมาร่วมเล่นกิจกกรรมกับพีพีบนเวที รวมถึงช่วงมินิคอนเสิร์ตพีพีก็ได้เดินพบปะชาว Lovely ทุกคนอย่างเป็นกันเอง พร้อมด้วยโมเมนต์น่ารักกับการร้องและเต้นเพลง Fire Boy กับน้องไข่เจียว สาวน้อยผู้โชคดีอย่างใกล้ชิด และแม้ว่าคนจะแน่นอากาศจะร้อนแต่ทุกคนที่มาร่วมงานก็พกพลังกันมาเต็มที่และเต็มไปด้วยความสดชื่นพร้อมลมหายใจที่มีคุณภาพจาก “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) ไม่ว่าจะเป็นยาดมสีดำแบล็คอินเฮเลอร์ หอมเข้มด้วยยูคาลิปตัส ออยล์ ที่เพิ่มมากขึ้น 2 เท่า หรือยาดมสีขาวเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ที่หอมอะโรมาติกจากเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ออยล์ ที่สามารถดมได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ปลอดภัย ไม่ทำลายเยื่อบุโพรงจมูก ทุกโมเมนต์ภายในงาน Pep Feel In Love with PP Krit จึงมีแต่พลังแห่งความรัก ความสดชื่น ของลมหายใจที่มีคุณภาพจาก “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field)

คุณมีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาด บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในหลายกิจกรรมที่ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) ต้องการสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ใหม่ด้วย “ลมหายใจที่มีคุณภาพ” ของยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งการเปิดพื้นที่ลาน Stadium One ภายใต้กิจกรรม Pep Feel In Love with PP Krit ก็เพื่อให้แฟนคลับของน้องพีพีและคนที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ยาดมและสินค้าของของเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ได้มาร่วมกิจกรรมและได้พบกับศิลปินที่ชื่นชอบแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วย

ช่วงพูดคุยบนเวที ‘พีพี กฤษฏ์’ พรีเซนเตอร์ของ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) ได้เล่าถึงความชอบในผลิตภัณฑ์ของ“เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” (Peppermint Field) ว่า “พีชอบและพกติดตัวทั้ง 2 สูตร เพราะแต่ละสูตรมีความแตกต่างกัน อย่างช่วงไหนที่ปวดหัว เครียดๆ ก็จะเลือกใช้ยาดมสีดำแบล็คอินเฮเลอร์ ที่หอมเข้มโล่งจมูก แต่ถ้าช่วงที่พีอยากได้ตัวช่วยให้สดชื่น อยาก Relax ผ่อนคลาย พีจะดมยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ หลอดสีขาว”

ภายในงานยังมีการออกบูธจำหน่ายสินค้า และเปิดขาย Pep Lovely Bag Set : Peppermint Field x PP Krit Bag (Limited Edition) เป็นที่แรก โดยกระเป๋าสะพายข้างลาย ‘พีพี กฤษฏ์’ จะมีให้เลือก 2 ลาย และแถมฟรีสินค้าในกระเป๋า ได้แก่ ยาดมแบล็คอินเฮเลอร์ 6 หลอด, ยาดมเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ 6 หลอด, ยาหม่องแท่ง เป๊บเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ กลิ่นชาเขียว 3 ชิ้น ราคาเพียงเซตละ 479 บาท

2 เรื่องเศร้าที่ซ่อนอยู่ใน ‘The Garden of Time’ เดรสโค้ด Met Gala 2024

เปิด 2 เรื่องเศร้าที่อยู่ในวรรณกรรม ‘The Garden of Time‘ ของ J.G. Ballard เดรสโค้ดประจำ Met Gala 2024

หลังจากรอคอยมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ถึงเวลาประกาศธีม Met Gala 2024 ที่ครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์ The Garden of Time เรื่องสั้นคลาสสิกปี 1962 จาก J.G. Ballard นักเขียนชาวอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องพล็อต dystopia ก่อนที่จะไปรู้เบื้องหลัง 2 เรื่องเศร้าของวรรณกรรม ยังมีประเด็นสำคัญอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือ Zendaya, Jennifer Lopez, Bad Bunny และ Chris Hemsworth จะมาเป็นประธานจัดงาน (Co-Chair) ในปีนี้ด้วย แค่เห็นรายชื่อก็เตรียมเกาะขอบรอดูแล้วว่างานครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

มาถึงในพาร์ทวรรณกรรม The Garden of Time ที่ถูกเลือกมาเป็นเดรสโค้ดของงาน อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า J.G. Ballard เด่นเรื่องราวแนว dystopia แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งนั้นที่พูดถึงสองโลกอันถูกแยกออกจากกันด้วยกำแพงสูง โดยมีคฤหาสน์เป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางชั้นสูงและภรรยา ส่วนด้านนอกเป็นกองทัพทหารที่กำลังเคลื่อนพลมาโจมตี ซึ่งมี ‘ดอกไม้คริสตัล’ ที่มีพลังวิเศษสามารถพาย้อนเวลากลับไปได้เป็นตัวแปรสำคัญ

J. G. Ballard (1930 – 2009)

ขอออกตัวไว้ก่อนว่า หากใครมีแพลนจะอ่านเรื่องสั้นนี้อยู่ ต้องปิดหน้าจอทันที เพราะข้อความด้านล่างทั้งหมดเป็นการ
Spoil!

เรื่องเศร้าที่ซ่อนอยู่ใน ‘The Garden of Time’

อันดับแรกหากอ่านเรื่องสั้น นวนิยาย หรือดูภาพยนตร์แล้วให้บอกว่าเป็นเรื่องเศร้าหรือไม่? หลายคนคงตัดสินจากตอนจบ ซึ่งใน The Garden of Time คงไม่ได้ Happy Ending อย่างที่ผู้อ่านลุ้นจนตัวโก่ง เพราะสุดท้ายแม้ขุนนางจะมีสวนดอกไม้คริสตัลที่สามารถใช้ย้อนเวลาเมื่อกองทัพทหารมาประชิดคฤหาสน์ให้ถอยไปไกลดังเดิมได้ ในตอนจบดอกไม้ก็ถูกเด็ดใช้จนหมด ทำให้คฤหาสน์ถูกทำลาย และขุนนางกับภรรยาก็โดนเวทมนต์ของดอกไม้ดอกสุดท้ายเสกให้กลายเป็นหินไปตลอดกาล

ส่วนเรื่องเศร้าอย่างที่สอง เมื่อโลกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคงเห็นชนชั้นอย่างชัดเจน ในเรื่องสั้นอธิบายถึงคฤหาสน์ที่สง่างดงาม แสงส่องสว่าง แตกต่างจากนอกรั่วที่ท้องฟ้ามืดมิดราวกลับไม่ได้อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน อีกทั้งสวยดอกไม้คริสตัลยังแสดงถึงอำนาจวิเศษที่มีเพียงกลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองได้ เมื่อมองมุมนี้ก็ทำให้เห็นความเศร้าของสัจธรรมที่ปรากฏอยู่ในโลกแห่งความจริง ถือเป็นหนี่งเรื่องสั้นที่เหมาะแก่การตีความ

เมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้จึงไม่แปลกใจว่าทำไม Met Museum ได้จัดนิทรรศการควบคู่กับงานในธีม Sleeping Beauties: Reawakening Fashion ที่นำชุดเก่าในอดีตกว่า 250 ชิ้นมาแสดงไปด้วย นั่นอาจเป็นเพราะพ้อยท์หลักของเรื่องสั้นที่ว่าด้วยการ ‘ย้อนเวลา’ แล้วเหล่าเซเลบริตี้จะตีความธีมนี้ออกมาเป็นแฟชั่นบนพรมแดงยังไง คงต้องรอติดตามในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ไปด้วยกัน


รูปภาพ: Getty

แชร์เคล็ดลับดูแลโลก

ญาญ่า-ซี-นุนิว-อาย-ฟรัง แชร์เคล็ดลับดูแลโลก พร้อมชวนบิดขวดน้ำก่อนทิ้งลงถังรีไซเคิล คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกไม่รู้จบ

น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ “Crush On You..มา Crush บิดบอกรักษ์ให้โลกรู้” กับเสียงบอกรักษ์แบบใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางสยาม เนรมิตลานใจกลางสยามสแควร์ เป็นโซนกิจกรรมต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก สร้างการมีส่วนร่วมให้คนไทยหันมาจัดการพลาสติกแบบครบวงจร ส่งเสริมพฤติกรรมบิดขวดน้ำดื่มพลาสติก PET ก่อนทิ้งลงถังรีไซเคิล เพื่อลดขนาดขวดน้ำ เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้มากขึ้นให้สามารถนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล มาผลิตเป็นขวด rPET อย่างไม่รู้จบ

แคมเปญนี้น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ได้ดึง ญาญ่า–อุรัสยา เสปอร์บันด์ พร้อมทัพนักแสดงรุ่นใหม่หัวใจสีเขียวอย่าง
ซี-พฤกษ์ พานิช นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ อาย-กมลเนตร เรืองศรี ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจด้วยการบิดขวดน้ำดื่มพร้อมกัน พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลโลกฉบับคนรุ่นใหม่ที่ทำได้ง่ายๆ เริ่มได้ที่ตัวคุณ นอกจากนี้ มิเนเร่ได้เปิดตัวกิจกรรม AR Filter ชวนผู้บริโภคมาสนุกกับการบอกรักให้กันง่ายๆ แค่บิดขวด และยังสามารถส่งรักผ่านจอบิลบอร์ดได้ครั้งแรกในไทยกว่า 230 จอทั่วกรุงเทพฯ พร้อมทั้งออกขวดมิเนเร่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่ที่มีคำบอกรักเก๋ๆ แบบไม่ซ้ำใคร ให้ผู้บริโภคได้ส่งรักให้กันและส่งรักษ์ให้โลกอีกด้วย

ญาญ่า-อุรัสญา เสปอร์บันด์ แบรนด์พรีเซนเตอร์น้ำแร่มิเนเร่ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมดีๆ กับมิเนเร่ ในแคมเปญ “Crush On You..มา Crush บิดบอกรักษ์ให้โลกรู้” กับมิเนเร่ที่ชวนให้ทุกคนมาบิดขวดน้ำดื่มก่อนทิ้ง เมื่อก่อนญ่าจะบิดขวดน้ำดื่มเฉพาะที่เป็นขวดใหญ่ แต่วันนี้ญ่ามีเคล็ดลับรักษ์โลกใหม่ๆ คือบิดขวดน้ำดื่มทุกขนาด เพราะทุกครั้งที่บิดขวดจะช่วยลดขนาดขวดน้ำ และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ถึง 5 เท่า เพื่อส่งต่อไปรีไซเคิล ผลิตเป็นขวดพลาสติกใหม่ เรียกว่าเป็นการคืนชีวิตให้ขวดพลาสติกได้ไม่รู้จบ แล้วยังเป็นการบอกรักษ์โลกด้วย”

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า
“ปี 2023 นับเป็นปีที่สำคัญของมิเนเร่ ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัวมิเนเร่ rPET ขวดรักษ์โลกที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล”

นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แคมเปญ “Crush On You..มา Crush บิดบอกรักษ์ให้โลกรู้” ส่งเสริมคนไทยให้ร่วมกันบอกรักษ์โลกผ่านการบิดขวดน้ำดื่มพลาสติก PET เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะรีไซเคิล เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้นถึง 5 เท่า จึงสามารถนำพลาสติกกลับเข้ามาในกระบวนการรีไซเคิลได้มากขึ้น และยังป้องกันไม่ให้ขยะหลุดลอดไปปะปนกับขยะทั่วไป หรือหลุดลอดออกไปสู่สิ่งแวดล้อม โดยเราตั้งเป้ารณรงค์ให้เกิดการบิดก่อนทิ้งครบ 1 ล้านขวดทั่วไทยในปีนี้”

ซี-พฤกษ์ พานิช แชร์ความรู้สึกหลังจากที่ได้ Crush หรือ บิดขวดน้ำดื่มพลาสติก PET ว่า “เสียง Crush ที่เกิดขึ้นจากการบิดขวดน้ำดื่มเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษ์โลกที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตนเอง ง่ายๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ ส่วนหนุ่มหน้าใสอย่าง นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ เผยว่า รู้สึกประทับใจกับกิจกรรม AR Filter ทำให้นุนิวบอกรักคนอื่นๆ และโลกใบนี้ได้ผ่านจอบิลบอร์ดครั้งแรกในไทยกว่า 230 จอทั่วกรุงเทพฯ เพราะนุนิวเชื่อว่าการบอกรักที่ดีคือการบอกรักอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับมิเนเร่ในครั้งนี้ทำให้การบอกรักของผมง่าย และเต็มไปด้วยความน่ารักมากยิ่งขึ้นเหมาะกับเทศกาลวาเลนไทน์แบบสุด ๆ”

ด้านนักแสดงสาวสายรักษ์โลกอย่าง อาย-กมลเนตร เรืองศรี บอกว่า “ทุกคนคงได้ยินเรื่องของการแยกขยะอยู่บ่อยๆ ถ้าเราทิ้งขวดน้ำดื่ม PET ได้อย่างถูกต้องจะสามารถนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล มาผลิตเป็นขวดใหม่ได้ เป็นการปิดวงจรการผลิตขวดพลาสติกใหม่ เพราะสามารถหมุนเวียน นำกลับมาใช้ได้อย่างไม่รู้จบ”

ส่วนตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร กล่าวว่า “อยากจะเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้หันมารักษ์โลกมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการ Crush หรือ บิดขวดน้ำ แล้วทิ้งลงถังรีไซเคิล เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ซึ่งคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียวสามารถร่วมนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาหย่อนลงถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น 100 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2567”


Beyond Skywalk Nangshi

เปิดตัว Beyond Skywalk Nangshi พร้อมจุดชมวิวพื้นกระจกสูงและยาวที่สุดในไทย แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดอันซีนที่พังงา

“กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย” ประกาศก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการพลิกโฉมแบรนด์ “บียอนด์” (Beyond) ภายใต้แนวคิด “Colors of Beyond” สาดสีสันการพักผ่อนและท่องเที่ยวให้เจิดจรัสกว่าเคยมีมา พร้อมสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ “บียอนด์ สกายวอล์ค นางชี” (Beyond Skywalk Nangshi) แลนมาร์คแห่งใหม่สุดอันซีนที่พังงา โอบล้อมด้วยทิวทัศน์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของทะเลอันดามันและภูเขาเสม็ดนางชีอันตระการตา พร้อมเปิดให้บริการในปี 2567

เปิดตัว “บียอนด์ สกายวอล์ค นางชี” พร้อมจุดชมวิวพื้นกระจกสูงและยาวที่สุดในไทย แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดอันซีนที่พังงา

ห้องพักแต่ละห้องได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความสะดวกสบายและมีสไตล์ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ และมีไฮไลท์คือ ‘บียอนด์ สกายวอล์ค’ (Beyond Skywalk) ทางเดินพื้นกระจกลอยฟ้าที่สูงและยาวที่สุดในประเทศไทย ที่เชื้อเชิญนักเดินทางให้มาดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์ของวิวหลักล้านสุดอันซีนที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความยาว 180 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 80 เมตร กระจกสามชั้นหนา 30 มิลลิเมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จิบเครื่องดื่มและเพลิดเพลินไปกับวิวหลักล้านสุดอันซีน เก็บภาพไปแชร์ให้ชาวโซเชียลได้ชื่นชม ตั้งแต่โมงยามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และแสงเรืองรองของทางช้างเผือกเหนือทะเลอันดามัน ราคาเข้าชมพร้อมเครดิตอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 500 บาท นักเรียน/เด็ก ราคา 300 บาท และเด็กเล็กเข้าชมฟรี (ราคานี้เป็นช่วงเปิดตัว หมดเขต 29 กุมภาพันธ์นี้) เปิดให้บริการแล้ว


นิยามความหรูหราใหม่ในทองหล่อย่านของกรุงเทพฯ

สัมผัสนิยามใหม่แห่งความหรูหราของทองหล่อ ย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ ด้วยการออกแบบตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทยช่างสิบหมู่โบราณ มานำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัยผ่านการผสมผสานและออกแบบทั่วโรงแรม ทำให้โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ สุขุมวิท เป็นโรงแรมดีไซน์เก๋เหมาะกับยุคสมัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับและสมบูรณ์แบบ ให้กับเหล่านักเดินทางได้รู้สึกประทับใจมิรู้ลืมเลือน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำร้านอาหาร บาร์รูฟท็อปอีกทั้งสีสันยามค่ำคืนของกรุงเทพฯเหล่านักเดินทางสามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลายอันมีเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่าจะเลือกผ่อนคลายไปกับห้องพักและห้องสวีทที่ทันสมัย โชว์วิวเมืองที่สวยงาม เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหราโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ สุขุมวิท ยังพร้อมให้บริการคลับอินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่อวดวิวสวยใจกลางเมืองพร้อมชวนสัมผัสบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินอันงดงาม ลิ้มลองอาหารเลิศรสในร้านอาหารและบาร์อันหลากหลายของโรงแรมฯ อันจะทำให้ทองหล่อกลายเป็นศูนย์กลางของอาหารและเครื่องดื่มที่ดีที่สุดในย่านที่มีสีสันของกรุงเทพฯ แห่งนี้นอกจากนี้แขกผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสกับที่สุดแห่งประสบการณ์ผ่อนคลาย และเติมความมีชีวิตชีวาและความรู้สึกสงบผ่อนคลายเมื่อใช้บริการที่เดอะ สปา บาย หาญ สปาหรูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันล้ำค่าแห่งภูมิปัญญาไทยและญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน ที่จะเป็นเสมือนการต้อนรับทุกท่านสู่จุดหมายปลายทางที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท ที่จะทำให้การมาเยือนกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นที่น่าจำตลอดไป

จุดเด่นของโรงแรม

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านทองหล่อที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปรียบดังสวรรค์ของความหรูหรา เรียบหรูมีเอกลักษณ์เฉพาะตนตั้งแต่การออกแบบภายในที่น่าตื่นตาตื่นใจจนถึงประสบการณ์ของแขกผู้เข้าพักที่ผสมผสานในความเป็นไทยที่เห็นได้ชัดในทุกรายละเอียดทั่วโรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมประกอบด้วย

-ห้องพักและห้องสวีท 241 ห้องที่ออกแบบด้วยความพิถีพิถันพร้อมอวดวิวเมืองสุดสวย สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา อ่างอาบน้ำเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว สมาร์ททีวีขนาด 55 นิ้ว เทคโนโลยีโครมคาสต์ที่ทำให้คุณสามารถส่งภาพจากมือถือขึ้นทีวีและสมาร์ทลำโพงบลูทูธไร้สายไอโฮม

-ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแบรนด์หรูจากยุโรปไบรีโด (BYREDO)

-ห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ขนาด 200 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ชั้น 30ประกอบด้วยห้องนอนที่มีอ่างอาบน้ำห้องทำงาน ห้องรับประทานอาหาร ห้องประชุมขนาดเล็กพร้อมห้องน้ำห้องนั่งเล่น ระเบียงส่วนตัวด้านนอกพร้อมสระว่ายน้ำแบบแช่ในพื้นที่นอกชาน วิวเมืองแสนสวย เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรูหราไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟกลางเมืองอีกด้วย

-สัมผัสประสบการณ์แห่งโลกของอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วทุกมุมโลก อาทิเดอะ ล็อบบี้เป็นเลาจน์ต้อนรับสำหรับพบปะและงานสังคมในทุกเวลาเน้นอาหารและเครื่องดื่มอาฟเตอร์นูนทีและเครื่องดื่มสไตล์เก๋เอวา บราสเซอรีห้องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวันสำหรับลิ้มลองอาหารจากทั่วทุกมุมโลกโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการบินและโร้ก ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์น่าค้นหาและยังเป็นพื้นที่จัดงานอเนกประสงค์อีกด้วย

-ห้องประชุมและจัดงานเลี้ยง ที่เน้นแสงธรรมชาติวิวเมืองเน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมาะสำหรับทั้งการจัดงานแบบออนไซท์และไฮบริด

-บริการคลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล อวดวิวเมืองสุดสวยพร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินใจกลางทองหล่อ

คลับอินเตอร์คอนติเนนตัล

(CLUB INTERCONTINENTAL)

เพลิดเพลินกับวิวที่สวยงามของพระอาทิตย์ตกดินที่ชั้น 31

 พร้อมอาหารว่างทั้งวัน อาฟเตอร์นูนทีและค็อกเทลในช่วงเย็น

การจัดประชุมสัมมนาและงานจัดเลี้ยง

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ สุขุมวิท เป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการประชุมสัมมนาและงานเลี้ยงขนาดเล็กถึงกลาง สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 300 คน ในห้องบอลรูมและห้องจัดประชุมบนพื้นที่กว่า 685 ตารางเมตรที่เน้นแสงธรรมชาติอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย เทคโนโลยีทันสมัยเหมาะสำหรับจัดงานทั้งแบบออนไซท์และไฮบริด

ห้องประชุมบนชั้น 3 พร้อมพื้นที่เอนกประสงค์เด่นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

สามารถจัดงานทั้งแบบออนไซท์และไฮบริด

บริการจุดชาร์จรถไฟฟ้าและที่จอดรถอัตโนมัติที่สะดวกสำหรับ 160 คัน

-ห้องประชุมบนชั้น 3 พร้อมพื้นที่เอนกประสงค์เด่นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

-สามารถจัดงานทั้งแบบออนไซท์และไฮบริด

-บริการจุดชาร์จรถไฟฟ้าและที่จอดรถอัตโนมัติที่สะดวกสำหรับ 160 คัน

-ห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ขนาด 200 ตารางเมตรที่ชั้น 30 พร้อมระเบียงส่วนตัวด้านนอกเหมาะสำหรับจัดงานสังคมและงานเลี้ยงส่วนตัวแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟวิวใจกลางเมืองสุดสวย

การเดินทางมายังโรงแรม

จากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติดอนเมือง

รถแท็กซี่30 ถึง 60 นาที

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์+ รถไฟฟ้าบีทีเอส 40 ถึง 60 นาที

รถรับ-ส่งสนามบิน + รถไฟฟ้าบีทีเอส 40 ถึง 60 นาที

FENDI Mini Origami กระเป๋าพับได้ที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัดและความโชคดี

ซูมอินทุกดีเทล FENDI Mini Origami กระเป๋าพับได้ที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัด เพิ่มเติมความลูกเล่น และความสนุกให้กับกระเป๋าด้วยชาร์ม FENDI Fortune Teller รุ่นใหม่ที่ใช้คู่กันแล้วยิ่งโชคดี

FENDI Mini Origami กระเป๋าพับได้ที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัดและความโชคดี

กระเป๋า Origami ถูกออกแบบมาเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบระหว่างสองรูปทรงที่แตกต่างกัน อย่างกระเป๋าทรง cubic bucket และ กระเป๋าช็อปเปอร์สี่เหลี่ยมคางหมูแบบเรียบ ผ่านโครงสร้างที่ซับซ้อนและสายหนังขนาดเล็กที่บริเวณด้านข้าง

ชื่อของ Origami ได้มาจากเทคนิคการพับกระดาษแบบโบราณของญี่ปุ่นซึ่งเป็นการเปลี่ยนแผ่นกระดาษให้เป็นอุปกรณ์ตกแต่ง เปิดตัวพร้อมกับขนาด Large และ Medium ด้วยสไตล์มินิที่เหมาะแก่การพกพาสิ่งของจำเป็นทั้งหมด มาพร้อมสายสั้นและยาวเพื่อง่ายต่อการสะพายไหล่ โดยสัดส่วนที่กะทัดรัดทำให้แอ็คเซสเซอรี่สามารถเปลี่ยนจากลุคกลางวันเป็นลุคกลางคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พาเลทสีอันโดดเด่นของคอลเลคชั่น FENDI Women’s Spring/Summer 2024 นี้มีสีสันที่สดใสเมื่อนำมาอยู่บนหนังเกรนอันล้ำค่าบนกระเป๋า Mini Origami มาในสีพาสเทลอย่าง สีฟ้าอ่อน สีน้ำตาล ‘gianduia’ และสีน้ำเงิน slate blue นอกจากนี้ยังเพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยกระเป๋าเวอร์ชั่นสีเหลือง vitaminic yellow และสีแดง lava red

โดยรุ่นพิเศษของกระเป๋า Mini Origami มีความแตกต่างด้วยการใช้หนังงู (Karung leather) ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติด้วยโทนสีเบจเพื่อเน้นถึงความสวยงามของลวดลาย 

สานต่อเอกลักษณ์ของเมซงด้วยการสร้างสรรค์ที่เพิ่มความสนุกสนาน กระเป๋า Mini Origami ถูกเติมเต็มลูกเล่นใหม่ด้วยชาร์ม FENDI Fortune Teller ซึ่งเกมนี้เริ่มจากการเลือกตัวเลข โดยเปิดและปิด fortune teller ตามจำนวนที่เลือก จากนั้นเลือกหนึ่งด้านแล้วจึงเปิดออกเพื่ออ่านคำตอบจากข้อความที่ซ่อนอยู่ นำมาสู่การเป็นไอเท็มชาร์มซึ่งสามารถนำมาห้อยเพื่อเพิ่มความสนุกสนานบนกระเป๋า Mini Origami หรือบนกระเป๋าใบโปรดได้ ชาร์ม FENDI Fortune Teller จากหนังสองสีที่แมชกับพาเลทสีของคอลเลคชั่น FENDI Women’s Spring/Summer 2024 และในท้ายที่สุดจึงปั๊มโลโก้ของ FENDI บริเวณด้านนอก


วาสลีน เผยผลวิจัยล่าสุด ความท้าทายด้านสุขภาพผิวที่ผู้หญิงข้ามเพศชาวไทยต้องเผชิญ

วาสลีน เผยผลวิจัยล่าสุด ความท้าทายด้านสุขภาพผิวที่ ผู้หญิงข้ามเพศชาวไทย ต้องเผชิญ

วาสลีน เชื่อว่าผิวที่สวยงาม คือ ผิวสุขภาพดี สำหรับผู้หญิงข้ามเพศที่กำลังอยู่ในช่วงกระบวนเปลี่ยนผ่านสู่การข้ามเพศ ความสวยงามมีบทบาทสำคัญในเส้นทางของพวกเธอ จากผลวิจัยล่าสุด โดยวาสลีน ผู้หญิงข้ามเพศมากกว่า 9 ใน 10 คน เชื่อว่าการมีผิวพรรณที่น่าพึงพอใจส่งผลต่อความรู้สึกเป็นผู้หญิงและความมั่นใจในตัวเองของพวกเธอเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ผู้หญิงข้ามเพศชาวไทย 98% ยังต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเธอในช่วงการเปลี่ยนแปลง

3 ใน 4 ของผู้หญิงข้ามเพศในประเทศไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังและความรู้สึกไม่สบายผิวระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงระหว่างและหลังกระบวนการข้ามเพศ วาสลีน จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นร่วมกับผู้หญิงข้ามเพศ ผ่านการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในประเทศไทย เพื่อจัดการกับปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในช่วงการใช้ฮอร์โมนบำบัด เช่น ผิวไวต่อแสง หมองคล้ำง่าย ผิวระคายเคือง สีผิวไม่สม่ำเสมอ และผิวแพ้ง่าย จากนั้น ผ่านการทดสอบทางคลินิก เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพในการปรับสมดุล เสริมสร้างความแข็งแรง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

วาสลีน ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น (Vaseline Pro Derma Transition Body Lotion) ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก และพัฒนาร่วมกับผู้หญิงข้ามเพศ เพื่อผู้หญิงข้ามเพศ เป็นครั้งแรก วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น เริ่มวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านวัตสันทั่วประเทศไทยและช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

จากผลวิจัยพบว่า 90% ของผู้หญิงข้ามเพศต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านในช่วงกระบวนการเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับหลากหลายความกังวลที่เกิดขึ้น ผู้หญิงข้ามเพศกว่า 78% จึงทุ่มเทกับความพยายามด้านความงามเพื่อแสดงออกถึงความเป็นผู้หญิง และการมีผิวสุขภาพดีนั้นเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ

นอกจากนี้ วาสลีนยังได้จับมือกับยูน – ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินวาดภาพประกอบหญิงข้ามเพศชาวไทย ในการออกแบบขวดผลิตภัณฑ์วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่คิดค้นขึ้นเพื่อผู้หญิงข้ามเพศโดยเฉพาะ ลวดลายผีเสื้อบนขวดนั้นสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ที่แสดงออกถึงอิสรภาพและการเฉลิมฉลอง” เธอกล่าว


เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย

ฉลอง 9 ปี เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจหัตถการเสริมความงาม 

เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ​มุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวทางการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยอย่างไม่หยุดนิ่ง ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ก็ได้มาพร้อมกับแผนกลยุทธ์ธุรกิจ ภายใต้แนวคิด พลังแห่งความมั่นใจ (The Power of Confidence) วางแผนเดินหน้าเป็นผู้นำสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้จัดทำดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย (Self-Confidence Index) ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อนำทางองค์กรเดินหน้าสู่ Sustainability Model สร้างรากฐานความมั่นใจของคนไทยอย่างยั่งยืน 

โดยแผนธุรกิจประจำปีที่ 9 ที่ตั้งเป้าไปที่ผลักดันสร้างความมั่นใจในสังคมไทย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. Build Business with Confidence ก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการเสริมความงามอย่างมั่นใจ 

สำหรับปีนี้ยังคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำธุรกิจเวชศาสตร์ความงาม ด้วยยอดขายทะลุเป้า 2,000 ล้านบาท หรือเติบโตอย่างโดดเด่นเหนือกว่าทิศทางตลาดแบบ Double Digit ที่ 30% 

2. Blend Sustainable Work with Confidence ก้าวสู่องค์กรใส่ใจโลกกับโครงการสร้างความยั่งยืน

นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและผู้บริโภค เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยยังมุ่งสร้างองค์กรที่ใส่ใจในความยั่งยืนไปสู่ชุมชนและสังคม ริเริ่มที่จะพัฒนาแนวคิดและโครงการด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับคู่ค้าคลินิกและคนในองค์กรไปพร้อมๆ กัน เริ่มต้นจากการผลักดันโครงการจัดการขยะและการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เสริมความงามและอุปกรณ์อย่างถูกวิธี ภายใต้ชื่อว่า “Merz Aesthetics Zero Waste” ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย โครงการ Merz Aesthetics Set Zero Office Waste และ โครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste 

3. Bring Self-Confidence Insight to Life เผยดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย ต่อยอดพันธกิจองค์กร

ในปีนี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ประกาศจัดทำดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย  “Self-Confidence Index” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  เพื่อเจาะลึกอินไซด์ของผู้บริโภคในด้านความมั่นใจและต่อยอดสู่แคมเปญการสื่อสารที่ยั่งยืน ซึ่งได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์ อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นที่ปรึกษาดูแลการวิจัยในภาพรวม

โดยทั้ง 3 กลยุทธ์ธุรกิจในปี 2567 นี้ล้วนเป็นการตอกย้ำจุดยืนของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการความงามอันดับ 1 อย่างมั่นใจ โดยมีความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ และให้ความสำคัญกับดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย เสมือนเป็นเครื่องมือหลักที่จะนำทางแคมเปญการสื่อสารต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

เภสัชกรหญิงกิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ และสิงคโปร์

ทั้งนี้ในช่วงค่ำ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จัดงานฉลองความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 9 กับงาน 9th Merz Aesthetics Gala Haus of Heroes โดยได้เนรมิตห้อง Crystal Hall โรงแรม The Athenee ให้กลายเป็น “บ้านเลขที่ 9 Haus of Heroes” ที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านอันแสนอบอุ่นเพื่อต้อนรับเหล่าฮีโร่ในชุดกาวน์กับค่ำคืนสุดพิเศษ ที่เป็นจุดกำเนิดของความงาม ความดูดี และความสำเร็จ สู่ความเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการเสริมความงาม พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้คนไทยอย่างยั่งยืน

​โดยภายในงานได้มีการประกาศเกียรติคุณให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและพาร์ทเนอร์จากคลินิกความงามชั้นนำทั้งจากประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ในหลากหลายสาขา นอกจากนี้ก็ยังมี นักแสดง ศิลปิน และเซเลบริตี้ชื่อดังระดับประเทศ มาร่วมมอบความความสุขและรอยยิ้มให้กับแขกที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ร่วมเล่นเปียโนและขับกล่อมเพลงเพราะๆ ในรูปแบบ Piano & I จัดเต็ม ร่วมแจมกับพระเอกซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” พร้อมโชว์เสียงอันทรงพลังกับนักร้องตัวแม่ “แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น” และตื่นตาตื่นใจไปกับนางงามระดับโลก “แอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 MISS UNIVERSE 2023 ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ รวมถึง “จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ” และ “แบม-ปิติภัทร คูตระกูล” ก็มาร่วมทำหน้าที่พิธีกรภายในงานด้วย ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก “ลิฟท์ – ออย” และ “มอส ปฏิภาณ”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย
เพราะเธอคือความรัก

รวมความน่ารักของเหล่าทาสและเจ้านายสี่ขา เพราะเธอคือความรัก

สมเป็นอีเว้นต์วาเลนไทน์ที่ใจฟู เพราะเต็มไปด้วยความน่ารักของเหล่าทาสและเจ้านายสี่ขาเลย สำหรับงาน Central Westville x Praew “You are my valentine เพราะเธอคือ ความรัก”  งานที่อัดแน่นด้วยความรัก จากการร่วมมือกันของ เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ และ นิตยสารแพรว ชวนคุณ และเพื่อนซี้สี่ขา มาทำกิจกรรมเติมความรักด้วยกันในวันวาเลนไทน์พร้อมส่งต่อความสุขให้กับ ‘มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (สมทบทุน ผ่านบัญชี โครงการแพรวแชริตี้ เลขบัญชี 116 – 4 – 58459 – 9) ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ชั้น G

เพราะเธอคือความรัก

สำหรับกิจกรรมในงานนี้อัดแน่นไปด้วยแอคทิวิตี้ที่น่าสนใจ อาทิ น้องหมาสุดน่ารักจาก Axotic cafe, D.I .Y จี้ปลอกคอสุดคิวต์, เพ้นต์ถ้วยชามเซรามิก, อาหารโฮมเมดสำหรับน้องหมา, ชวนเหล่าทาสลิ้มรสคุกกี้จาก The Rolling Pinn และพลาดไม่ได้กับมุม Photoshoot ถ่ายปกกับนิตยสารแพรว พร้อมคอสตูมจาก Glitter Pooch พร้อมรับรูปสวยๆ จากเครื่องปริ้นท์ Canon กลับบ้าน

น้องหมาสุดน่ารักจาก Axotic cafe
น้องหมาสุดน่ารักจาก Axotic cafe
คอสตูมจาก Glitter Pooch
D.I .Y จี้ปลอกคอสุดคิวต์
D.I .Y จี้ปลอกคอสุดคิวต์ จาก happybuddy.co
เพ้นต์ถ้วยชามเซรามิก
เพ้นต์ถ้วยชามเซรามิก จาก Arttra_Potterry
วาดรูปสัตว์เลี้ยงสีน้ำ จาก Catadog Family
อาหารโฮมเมดสำหรับน้องหมา
อาหารโฮมเมดสำหรับน้องหมา จากแบรนด์ Holistik Pet Food
ชวนเหล่าทาสลิ้มรสคุกกี้จาก The Rolling Pinn

ด้านกิจกรรมบนเวทีพบกับช่วง  PET TALK พูดคุยกับคุณอัญ-กัลณัฏร์ชา ตรีวรพันธ์ เจ้าของ Asia Empire Animal Hospital ซึ่งเป็นอดีตผู้ป่วยซึมเศร้าที่หายจากโรคได้เพราะน้องแมวบำบัด พร้อมพบกับ น้องไทเกอร์ และน้องหนำเลี๊ยบ

คุณอัญ-กัลณัฏร์ชา ตรีวรพันธ์

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ตื่นเต้นคงหนีไม่พ้นRED CARPET ขบวนของเหล่าทาสและเจ้านายสี่ขา คุณสุภิชา ปวีณพงษ์พัฒน์ กับ น้องมะลิ,คุณยุทธภูมิ แก้วเข้ม กับ น้องหมูทะและน้องเป๊ปซี่,คุณอัญ-กัลณัฏร์ชา ตรีวรพันธ์ กับน้องไทเกอร์และน้องหนำเลี๊ยบ,คุณกอล์ฟ-สุรัมภา หยกโชติสกุล กับ น้องชาล็อต, คุณไบรอัน ชิน กับน้องนิวเยียร์,คุณพลอยฝน-เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์  กับน้องดัมมี่,คุณญี่ปุ่น-ธนัฐ ธนจิระชัย กับน้องอู่จี๊,คุณบิ๊ว-วิมลทิพย์ จารุกิจพิพัฒน์ กับน้องจูโน่ และ โฮจี,คุณเพชร-เพชรรัตน์ ศฤงคารเจษฎา กับน้องอาร์เธอร์,คุณเมนี่-ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์ กับน้องฟูลมูน, คุณกฤษณะ หงษ์ศิริกุล และ กฤษณา ชูพรหมแก้ว กับแมวอินฟลูเอนเซอร์เสี่ยทรัฟเฟิล,ขวัญข้าว-อิงค์อัณณ์ รุ่งเรืองโชคหิรัญ กับน้องดอลลาร์ ,คุณพีช-กานต์พิชชา เกียรติขจรฤทธิ์ กับน้องคาซ่า,คุณปอย อัญธิญาน์ อธิคีรีวัฒน์ หมา กับน้องไมโล,คุณน้ำ-ชดาเกตุ กลัดทิม กับน้องโจจิ,คุณตั๊ก-อิสริยภรณ์ หิรัญประทีป กับน้องข้าวเหนียว ,คุณยูโด-ภัทรวดี จิตประไพ จากเพจ The Fluffy Bears  กับน้องปุยปุย,คุณมธุนาฏ ซอโสตถิกุล กับน้องโจลี่ และปิดท้ายแบบฟินๆ ด้วย มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐและ แบงค์ มณฑป เหมตา ที่มากับน้องจูหลง

มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐและ แบงค์ มณฑป เหมตา ที่มากับน้องจูหลง

นอกจากนี้ยังมีเหล่าคนดังยังมาแชร์ มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ,แบงค์-มณฑป เหมตา,โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ และ บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย มาแชร์ความน่ารักซนซ่าของเหล่าน้องๆ สี่ขา ส่งท้ายงานนี้อย่างชุ่มชื่นหัวใจ

มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ & แบงค์-มณฑป เหมตา และน้อจูหลง
โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ กับ น้องโบอิ้ง และน้อง บราวนี่
บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย และน้องไจแอนท์

I’m a Robot Girl! Zendaya ฟื้นคืนชีพชุดหุ่นยนต์ปี 1995 จาก Mugler

Zendaya ฟื้นคืนชีพ ‘Robot Girl’ ลุคไอคอนิกที่หลับใหลมา 29 ปีของ Mugler ในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ‘Dune’ ซีซั่น 2

ตาค้างกันทั้งงาน และไวรัลทั่วโซเชียล เมื่อดาวเด่นอย่าง ‘Zendaya‘ ปรากฏตัวในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่อง ‘Dune’ ภาค 2 ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในลุคสุดทึ้งกับชุดหุ่นยนต์ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Robot Girl’ หนึ่งในผลงานคอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์ Fall/Winter ปี 1995 จาก Mugler ไม่แปลกใจที่ลุคนี้จะสะดุดตาคนทั่วโลก เพราะดีไซน์ที่ถูกเก็บรายละอียดมาอย่างดีทั้งวัสดุที่เหมือนกับเหล็กหุ้มหนัง รวมถึงส่วนเว้าส่วนโค้งที่ถูกจัดวางเพื่อขับสรีสะมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้นักแสดงของเรายังปรับลุคเล็กน้อย เพิ่มความไฮแฟชั่นโดยการสวมสร้อยคอจาก bulgari อีกด้วย


ภาพ: Mugler

ฮิตติดลมบน! ส่อง Rally The Bag กระเป๋าหลักพันของอินฟลูฯ สายแฟ(ชั่น)

หันไปทางไหนก็เห็นแต่คนสะพาย Rally The Bag! พาส่องทุกดีเทลของกระเป๋าหลักพันที่กำลังฮิตในช่วงนี้

ไหนๆๆ สายแฟ(ชั่น) คนไหนชอบช้อปปิ้งออนไลน์กันบ้างคะ ถ้าอยู่ในวงการนี้เดาว่าคงจะรู้จักแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ‘Rally Movement’ กันแน่นอน เพราะก่อนมี Pop-Up Store ตามห้างดังต่างๆ แฟชั่นแบรนด์ดังกล่าวก็มีจุดเริ่มต้นจากโลกออนไลน์ตั้งแต่ปี 2017 เช่นกัน ซึ่งหากให้จำกัดเอกลักษณ์ด้วยหนึ่งคำ ‘ความโมเดิร์น’ นี่แหละจะเป็นคำตอบที่อธิบายได้ดีที่สุด

โดยไอเท็มต่างๆ ของแบรนด์ถูกออกแบบมาในดีไซน์เบสิก สวมใส่ง่ายจริงในชีวิตประจำวัน เหมือนกับ Rally The Bag ที่กำลังเป็นเทรนด์ในช่วงนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นบรรดาอินฟลูฯ สายแฟชั่น หรือคนทั่วไปก็หลงรักกระเป๋าใบนี้สุดๆ ชนิดที่วางขายเพียงไม่กี่นาที คำว่า ‘Sold Out’ ก็ปรากฏบนหน้าจอเว็บไซต์

เริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า กระเป๋าอะไรถึงได้ฮ็อตขนาดนั้น? ฉะนั้นเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันดีกว่า สำหรับเจ้า Rally The Bag มาในทรง Bucket จุของได้แบบหนำใจ ทอลายโลโก้ด้วยเทคนิค Sturdy Stretch Knit เห็นแบบนี้แต่เขาเคลมไว้ว่าน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน นอกจากนี้หูกระเป๋ายังทำจากหนังวีแกนอีกด้วย และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นกระดุมลายโลโก้ RM ซึ่งเป็นกิมมิกเล็กๆ ที่แบรนด์ตั้งใจใส่ไว้นั่นเอง จากที่พูดมาทั้งหมดสนนราคาที่ 2,490 บาท ก็ไม่แปลกใจ เพราะถูกและดีนี่เองที่ทำให้ Out of Stock จนต้องเปิดพรีออเดอร์


ภาพและข้อมูล: Rally Movement

เปิดตัว Cento นิยามใหม่การบริการอาหารเชิง ‘Hospitality House’

ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Cento (เชนโต้) ที่นำเสนอนิยามใหม่ของอาหารอิตาเลียนที่แตกต่าง ณ ใจกลางกรุงเทพฯ โดยเร็วๆ นี้จะเปิดให้บริการรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 20-29 กุมภาพันธ์ สำหรับแขกผู้มีเกียรติของทางร้านที่ได้รับเชิญ และพร้อมเปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มีนาคม ที่จะถึงนี้ โดยสามารถจองโต๊ะเพื่อสัมผัสประสบการณ์พิเศษล่วงหน้าได้ก่อนใครที่ https://centobangkok.com/reservations/

Cento ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่สะดวกต่อการเดินทาง ณ 120 ศาลาแดง 1/1 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โดยไม่ได้เป็นแค่เพียงร้านอาหารแต่นำเสนอนิยามใหม่ของการบริการที่ครบครันแก่กลุ่มลูกค้าในเชิง ‘Hospitality House’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะความเรียบง่ายและการให้บริการด้านอาหารที่โดดเด่นและไม่ยุ่งยากสไตล์อิตาเลียนแท้  ยึดหลักปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบเข้าใจง่ายและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าอย่างซื่อสัตย์ เน้นการนำเสนอเมนูอาหารอิตาเลียนแท้ที่ไม่เหมือนใครพร้อมชูวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อรังสรรค์มื้ออาหารที่แสนเรียบง่ายแต่โดดเด่นในรสชาติ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย ทั้งเสริมความรักและความห่วงใย

Cento เป็นโปรเจกต์ที่เกิดจากความตั้งใจอย่างถ่องแท้ของคุณ Manuel Palacio (มานูเอล ปาลาซิโอ) ผู้คร่ำหวอดมือฉมังในอุตสาหกรรมการบริการมายาวนานถึง 25 ปี โดยเส้นทางด้านอาชีพของเขาเริ่มต้นขึ้นที่ กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อเขาอายุ 14 ปี และนำไปสู่ความสำเร็จอย่างการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Pirata Group ซึ่งปัจจุบันให้บริการลูกค้าเกือบ 2 ล้านคนต่อปีในประเทศฮ่องกง โดยนำเสนออาหารและสไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะ อิตาเลียน สแปนิช อินเดียน ญี่ปุ่น เปรู และอีกมากมาย

ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างโชกโชนจนเรียกได้ว่าชำนาญในวงการนี้ของเขา ทำให้เขาได้เลือกกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัว Cento ซึ่งปฏิรูปแนวคิดของร้านอาหารทั่วไปสู่คอนเซ็ปต์ที่ถูกนำมาเล่าใหม่อย่าง ‘Hospitality House’ ที่แสดงความเป็นตัวตนและมีความสำคัญอย่างมากสำหรับเขา อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนถึงเส้นทางอันยิ่งใหญ่ในวงการตลอด 25 ปีที่ผ่านมาของเขา ซึ่งทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความรักในทุกสิ่งที่เขาทำและคิดค้น โดยเฉพาะการรังสรรค์และยกระดับโลกของการบริการและวงการร้านอาหารที่ยากที่จะเทียบเคียงได้แก่กลุ่มลูกค้ามากมายที่ได้รับความประทับใจกลับไปในทุก ๆ ครั้งที่ได้มาเยี่ยมเยือน

Manuel Palacio, ผู้ก่อตั้ง Cento กล่าวว่า “จุดประสงค์หลักของร้าน Cento คือการเปิดประสบการณ์ของการบริการที่อบอุ่นเสมือนอยู่ที่บ้านของคนสนิท ชูความเรียบง่ายอย่างมีคลาส ให้ความสำคัญดั่งนิยามที่ว่า “น้อยแต่มาก” ตอกย้ำการรับรองลูกค้าที่มาเยี่ยมเยือนอย่างใจจริง”

“สำหรับอาหารของเราที่ได้เลือกสรรแก่ลูกค้านั้นต้องขออธิบายว่าเป็น ‘อาหารอิตาเลียนโดยแท้’ เมนูต้นตำรับที่ทานง่ายถูกปากในทุก ๆ วัน ปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพสูง ใส่ใจในทุกรายละเอียดที่นำเสนอโดยทีมบริการที่ทุ่มเทด้วยหัวใจ ยิ่งไปกว่านั้นร้านของเราก้าวข้ามไปมากกว่าแค่การรับประทานอาหาร แต่คำว่า Cento คือ ‘Hospitality House’ ไม่ได้แค่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแบบธรรมดา แต่สะท้อนถึงความทุ่มเทอย่างแน่วแน่ของทีมงานทุกคนของเราที่มีต่อลูกค้าในร้านซึ่งเป็นหัวใจของเรา”

ตั้งแต่เพลย์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มบรรยากาศ ไปจนถึงลิสต์ไวน์ที่คัดสรรอย่างลงตัวโดยประสบการณ์ที่ลูกค้าพึงได้รับเมื่อเข้ามาใช้บริการที่ Cento นั้นครอบคลุมการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสุนทรีย์ของบรรยากาศที่ร้าน การต้อนรับที่อบอุ่น ลิสต์ไวน์ที่ได้ผ่านการเลือกสรรมาอย่างดี และเมนูอาหารที่ใส่ใจทุกรายละเอียด”

ทีมครัวของ Cento นำโดยเชฟคุณ Mutaro Balde (มูทาโร่ บัลเด้) ซึ่งจบจากโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อก้องโลกของ Joel Rebuchon และ Alain Ducasse ณ ที่ร้านลูกค้าจะได้พบกับเมนูที่ถูกคิดค้นและรังสรรค์ขึ้นพิเศษซึ่งประกอบด้วยขนมปัง ครูโด พาสต้า และโดยอย่างยิ่งเมนูย่างต่าง ๆ ที่เป็นหัวใจสำคัญของครัว Cento  ทั้งนี้แทนที่การเลือกดื่มรายการไวน์แบบเดิม ๆ Cento มีห้องไวน์โดยเฉพาะที่รวบรวมไวน์ที่คัดสรรมาแล้วกว่าร้อยรายการเพื่อเติมเต็มประสบการณ์และล้อไปกับเมนูอาหารต่าง ๆ ได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านสามารถสำรวจคอลเลกชันไวน์นี้ได้ร่วมกันกับทีมงาน Cento ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกไวน์ที่คุ้นเคยและรสชาติใหม่ ๆ ที่ลองแล้วติดใจ นอกจากนี้ยังมีค็อกเทลอิตาเลียนคลาสสิกสุดพิเศษมากมาย เช่น Negronis, Spritzes, Sours และ Martinis ที่พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายอีกด้วย

ท้ายนี้งานออกแบบภายในร้านของ Cento ได้รับการออกแบบโดยคุณ Max Trullas Moreno (แม็กซ์ ตรูลาส โมเรโน) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ MTM Design Studios สตูดิโอออกแบบภายในอันโด่งดังซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอออกแบบที่ล้ำสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นในด้านนำเสนอการต้อนรับและการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการออกแบบ

Cento จะเปิดให้บริการสำหรับมื้อเย็นเท่านั้น (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้เป็นต้นไป) โดยเวลาทำการดังนี้ ร้านอาหาร: วันอังคารถึงวันเสาร์ 17.30 – 00.00 น บาร์: เปิดตั้งแต่ 17:30 น. – 00:00 น

ขณะนี้ Cento เปิดให้จองโต๊ะเพื่อร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่พร้อมกันในวันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป โดยสามารถสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ www.centobangkok.com หรือ 02 023-7100 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทล่าสุดของ Cento สามารถติดตามได้ที่ช่องทาง  Instagram และ Facebook ผ่าน @centobangkok หรือทางไลน์ที่ centobangkok

CELINE เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ พร้อมคอลเล็คชั่น “LES GRANDS CLASSIQUES”

CELINE เปิดตัว CELINE LES GRANDS CLASSIQUES POP UP STORE แห่งใหม่ล่าสุด ณ CENTRAL EMBASSY พร้อมนำเสนอคอลเล็คชั่น “LES GRANDS CLASSIQUES COLLECTION” เสื้อผ้าสุภาพสตรี ประจำฤดูร้อน 2024 ที่ยังคงถ่ายทอดจิตวิญญาณของ HEDI SLIMANE ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

CELINE เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ พร้อมคอลเล็คชั่น “LES GRANDS CLASSIQUES”

HEDI ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มีต่อโลกแฟชั่นและพร้อมก้าวข้ามกำแพงแฟชั่นแบบไร้เพศ ด้วยการถ่ายทอดคอลเล็คชั่น      “LES GRANDS CLASSIQUES” โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวที่มีท่วงท่าแห่งความสง่างามและโดดเด่น แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถแสดงออกได้ถึงความแข็งแกร่งและความทะมัดทะแมงดั่งเช่นผู้ชายออกมาได้เป็นอย่างดี

โดย HEDI ได้ผสานเรื่องราวในยุคสมัยแห่งความวินเทจคลาสสิคเข้ากับความหรูหราของศิลปะในยุคสมัยใหม่ ประกอบกับความขบถในด้านความรู้และแฟชั่น ทำให้คอลเล็คชั่น “LES GRANDS CLASSIQUES” เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

CELINE LES GRANDS CLASSIQUES POP UP STORE แห่งนี้ได้รวบรวมไอเท็มชิ้นเด่นที่น่าสนใจ อาทิ เครื่องหนังอย่างกระเป๋ารุ่น TRIOMPHE ที่สามารถสะพายได้แบบ Genderless, เสื้อสูทลายทางทรงโอเวอร์ไซส์ , สปอร์ตแจ๊กเก็ต, กางเกงยีนส์ขาบาน, กางเกงสกินนี่ขายาว หรือรองเท้าบูตหนังยาว ที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอของ CELINE ที่ชัดเจนและเฉียบคมอยู่เสมอ

นอกเหนือจากเสื้อผ้าและกระเป๋าแล้ว POP-UP STORE แห่งนี้ยังถูกเติมเต็มให้คอมพลีทด้วยไอเท็มจากไลน์เครื่องหอม  เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ตลอดจนแอคเซสเซอรี่หลากหลายรูปแบบจาก MAISON Collection ที่รังสรรค์ขึ้นมาด้วยความประณีตและใส่ใจในรายละเอียด อย่างกระเป๋าใบเล็กขนาดพกพา กระเป๋าเดินทางหนังแคนวาส และของใช้ภายในบ้านอีกมากมาย ทำให้ CELINE LES GRANDS CLASSIQUES POP UP STORE ณ Central Embassy สามารถขยายความเชี่ยวชาญของ HEDI นำไปสู่อัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของ CELINE ได้อย่างสมบูรณ์โดยแท้จริง

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบสาวปารีเซียงไปกับ CELINE LES GRANDS CLASSIQUES POP UP STORE ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ชั้น G


โอลิเวีย ร็อดริโก

ทริคสไตล์ลิ่งผมสวยสไตล์ Old Hollywood แบบ ‘โอลิเวีย ร็อดริโก’

โอลิเวีย ร็อดริโก นักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอเมริกันวัย 20 ปี สร้างความฮือฮาบนบนเวทีประกาศรางวัลดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่าง Grammy Awards 2024 ที่ผ่านมา ด้วยการโชว์เพลง “Vampire” ซิงเกิ้ลนำจากอัลบั้มล่าสุด “Guts” ในลุคแวมไพร์สุดแซ่บ พร้อมชุดเดรสสีแดงเลือดและลิปสติกสีแดงแมตช์ชุด และว้าวให้สุดกับลุคพรมแดงที่โด่ดเด่นไม่แพ้กันด้วยชุดจาก Versace พร้อมเมคอัพและทรงผมสวยคลาสสิกที่มีกลิ่นอาย Old Hollywood ครั้งนี้จึงขอนำเคล็ดลับจาก เคลย์ตัน ฮอว์กิน (Clayton Hawkins) ช่างผมตัวจริงของเธอที่จะมาเผยเทคนิคและวิธีการอย่างละเอียดจากการเนรมิตทรงผมสุดปัง

ซึ่งลุคสวยคลาสสิก โอลิเวีย ร็อดริโก นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ Old Hollywood ทั้งลุคบนพรมแดงและบนเวทีรางวัลแกรมมี่ เคลย์ตัน ฮอว์กินส์ แฮร์สไตล์ลิสต์ประจำตัวของเธอ เป็นผู้ครีเอททรงผม และเขาได้เผยวิธีการเนรมิตทรงผมสวยสะกดแบบละเอียด พร้อมเผยเคล็ดลับสร้างลุคโดดเด่นสะดุดสายตาที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

  1. เคลย์ตันเริ่มเสกลุคสวยด้วยการชโลมมูสเพิ่มวอลลุ่มลงบนผมเปียก โดยเฉพาะบริเวณโคนผม จากนั้นจึงเริ่มเป่าผมแห้งโดยใช้เครื่องเป่าผม Dyson Supersonic™ Professional Edition พร้อมหัวต่อเป่าผมแบบเสริมกำลังลมระดับมืออาชีพ โดยใช้ความร้อนและลมระดับกลาง
  2. เมื่อผมสลวยแห้งสนิท เคลย์ตันใช้อุปกรณ์เป่าผมและจัดแต่งทรง Dyson Airwrap™Multi-styler พร้อมแกนม้วนผม Airwrap™ long barrel ขนาด 1.2 นิ้ว ที่ความร้อนและลมระดับกลาง เพื่อเป่าและม้วนผมส่วนโมฮอว์กของโอลิเวียเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม จากนั้นเซ็ตผมด้วยโรลม้วนผม โดยม้วนออกจากใบหน้า
  3. ต่อไปเป็นการลอนผมของโอลิเวีย โดยใช้เครื่องหนีบผม Dyson Corrale™ ที่ตั้งค่าความร้อนระดับกลาง เคลย์ตันแบ่งเส้นผมเป็นช่อขนาดเท่าๆ กัน หนีบม้วนออกจากใบหน้าให้เป็นลอนในทิศทางเดียวกัน
  4. หลังจากม้วนผมครบทุกช่อ เคลย์ตันใช้สเปรย์จัดแต่งทรงผมฉีดเพื่อล็อคให้ผมอยู่ทรงสวยยาวนาน จากนั้นถอดโรลม้วนผมด้านหน้าออก แล้วแปรงผมทั้งศีรษะออกโดยใช้หวีซี่ห่าง เคลย์ตันแนะนำว่าการแปรงผมในตอนสุดท้ายเคล็ดลับระดับโปรสำหรับการทำทรงผมสไตล์ Old Hollywood ให้สวยเหมือนกับโอลิเวีย
  5. สุดท้าย เคลย์ตันเปลี่ยนจากการแสกกลางแบบปกติ มาเป็นการแสกข้างที่สวยงาม ผลลัพธ์ที่ได้คือทรงผมสุดคลาสสิก สวยงาม และเข้ากับโอลิเวียมาก
LOS ANGELES, CALIFORNIA – FEBRUARY 04: (FOR EDITORIAL USE ONLY) Olivia Rodrigo attends the 66th GRAMMY Awards at Crypto.com Arena on February 04, 2024 in Los Angeles, California. (Photo by Lionel Hahn/Getty Images)

Photo: Getty Image