ปีเตอร์ ธูนสตระ

รักแท้อยากดูแลกัน ปีเตอร์ ธูนสตระ & จอย สุจิตรา ต่อสู้โรคธาลัสซีเมีย

ตำนานพระเอกสายฝอที่หล่อคงกระพันสุดๆ “ปีเตอร์ ธูนสตระ” อดีตพระเอกละครดัง “ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด” กลับมาฮือฮาอีกครั้งหลังรับเล่นมิวสิควีดีโอ “ฟ้ารักพ่อ” ขึ้นแท่นชูการ์แด๊ดดี้ ป๋าสายเปย์โดนใจทั้งสาวแท้สาวเทียม ซึ่งชีวิตจริงโรแมนติกกับแฟนสาว “จอย สุจิตรา” แบบสุดๆ ครองชีวิตคู่กันมายาวนาน ก้าวเข้าสู่ปีที่13 แถมยังดูแลซึ่งกันและกัน จับมือต่อสู้โรคร้ายแบบหวานมากมาย ล่าสุดควงกันมาเติมความหวาน เล่าเรื่องรักผ่านรายการ โต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา เมื่อฝ่ายหญิงต้องเผชิญโรคธาลัสซีเมียป่วยมาแต่กำเนิด

ปีเตอร์ ธูนสตระ

กว่าจะมีวันนี้ต้องเจอกับอุปสรรคความรักมากมาย?

ปีเตอร์ : “ตอนแรกชวนไปทานข้าว ชวนไปดูหนังไม่รู้ว่าเค้าป่วย เค้าต้องไปโรงพยาบาล ต้องไปทุกเดือน ผมไม่เข้าใจศัพท์ทางการแพทย์ เค้าใช้คำว่าให้เลือด ไม่ได้รับ ผมก็งงว่าเค้าไปบริจาคเลือดหรอ ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าเค้าป่วย”
จอย : “จอยเป็นธาลัสซีเมีย เป็นตั้งแต่กำเนิดต้องไปเติมเลือดที่โรงพยาบาลตลอด คือเลือดจะหมดไปเอง ระยะเวลา1เดือนเราใช้ชีวิตประจำวันยังไง เลือดจะหมดไปเรื่อยๆ เหมือนรถยนต์ที่นำมันหมดก็ต้องไปเติมน้ำมัน ไปทุกเดือนที่หมอนัดแล้วก็ต้องมียาประจำที่กินทุกวัน”

แล้วสำหรับคู่เราดูแลกันยังไงบ้าง?

ปีเตอร์ : “ตอนที่ได้ยินก็ตกใจ เราโชคดีที่เกิดมาตลอดชีวิตสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่ได้เจออะไรแบบนี้ตอนที่เค้าเล่าให้ฟังตอนแรกก็ไม่เข้าใจ ก็ให้เค้าเขียนให้อ่านหน่อยเดี๋ยวผมจะไป Google เอง จะให้เข้าใจเป็นภาษาตัวเอง พอเข้าไปอ่านเค้าตกใจมากว่ามันเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก มันเป็นโรคทางพันธุกรรมไม่สามารถเลือกได้เกิดมาก็เป็น ตอนนั้นคิดว่าเกิดมาเพิ่งเจอคนที่รักที่ชอบแต่ว่าเค้าเป็นโรคนี้ พูดตรงๆก็ไม่รู้ว่าเค้าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับคนคนนี้ แต่ก็ไปคิดมาเค้าน่ารักมาก คิดว่าถ้าให้เค้าเข้ามาในช่วงชีวิตสั้นแล้วออกไปมันไม่เวิร์ค เค้าเป็นคนน่ารักขนาดเจอสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้เค้ายังมีรอยยิ้ม ไม่ได้เศร้าร้องไห้หรือบ่นกับชีวิต เค้าเจออุปสรรคแบบนี้แต่ว่าเค้ายังมีมุมมองที่ดี มันก็เหมือนกับว่าเราได้แรงบันดาลใจได้สิ่งที่ดีกลับมาด้วย ก็ลองดูกันต่อไปจนได้ของดีกลับมาด้วย ปรากฏว่าเข้ากันได้ดีจนมีวันนี้”

ปีเตอร์ ธูนสตระ

คุณปีเตอร์ดูแลจอยดีแค่ไหน?

จอย : “ดูแลดีมากๆ อย่างที่บอก เป็นความรักที่ดีมาก โชคดีที่สุดในชีวิต”

ตอนนี้วางเป้าหมายในชีวิตคู่ไว้ยังไงบ้าง?

ปีเตอร์ : “คือวางเป้าหมายไว้ว่าให้เราสองคนมีความรู้สึกดีให้แก่กันและกัน ให้มีสุขภาพดียาวนาน แล้วใช้เวลาที่มีให้กันอย่างสนุกสนาน ไม่เครียด ไม่มีอุปสรรคหนักเข้ามา ชีวิตอาจจะส่งอะไรหนักๆเข้ามาแต่ว่าเราควบคุมความรู้สึกมันได้ ก็เลยคิดว่ามีความสุขดีๆให้กัน”

เลอโนโว ปลุก Spider-Senses ร่วมกับ ‘Madame Web’ 

เตรียมพบกับภาพยนตร์แอ็คชันซูเปอร์ฮีโร่หญิงเรื่องใหม่จาก Columbia Pictures “มาดามเว็บ (Madame Web)” ที่เหล่าสาวกจักรวาล Sony’s Spider-Man Universe รอคอย ร่วมกับ เลอโนโว แจกเซอไพรส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟน ๆ มาร์เวลและเลอโนโวโดยเฉพาะ สัมผัสประสบการณ์อันตื่นเต้นและติดตามเรื่องราวอันน่าพิศวงพร้อมกันได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

เรื่องราวระทึกขวัญที่เต็มไปด้วยความลึกลับน่าค้นหาของหญิงสาวผู้มีพลังหยั่งรู้เหนือสรรพสิ่ง โดยมีนักแสดงนำอย่าง ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) มารับบท คาสซานดร้า เว็บบ์ (Cassandra Webb) แพทย์ฉุกเฉินแห่งแมนฮัตตันที่มีนิมิตพิเศษมองเห็นอนาคตได้หลังจากประสบอุบัติเหตุ ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวในอดีต และการพยายามเอาชีวิตรอดจากวายร้ายพร้อมกับหญิงสาวอีก 3 คน ที่โชคชะตาได้โยงใยพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน

เพื่อเป็นการต้อนรับการเข้าฉาย “มาดามเว็บ (Madame Web)” ในโรงภาพยนตร์ ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์แล็ปท็อปเกมมิ่งที่ร่วมรายการของเลอโนโว จะมีสิทธิ์รับเสื้อยืด Madame Web รุ่น Limited Edition เป็นของขวัญสมนาคุณพิเศษทันที เมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกมมิ่งในซีรีส์ Lenovo Legion และ Lenovo LOQ ที่ร่วมรายการ ได้แก่ Legion 5i; Legion Pro 5i; Legion Slim 5; LOQ 15 และ LOQ 16 ณ ร้านค้าพันธมิตรอย่างเป็นทางการของเลอโนโวทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2567 นี้

ตรวจสอบรายการผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่ LINK 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com/th หรือ https://www.facebook.com/LenovoTH

RML รุกกลยุทธ์ ‘CARETAKER’ สร้างสรรค์กิจกรรมที่ไม่เหมือนใคร

RML (บริษัทไรมอนแลนด์จำกัดมหาชน) ผู้นำวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ที่ส่งมอบสุดยอดประสบการณ์การดูแลลูกค้ามากว่า 36 ปี รุกกลยุทธ์ ‘CARETAKER’ สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้าคนสำคัญ ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ประเดิมแคมเปญแรกของปี’67 จับมือ เอ็ม สปา อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้พัฒนาและบริหารจัดการสปาชั้นนำของโลกในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป จัดงาน RML X Longevity Hub by Clinique La Prairie’ สุดยอดโปรแกรมตรวจสุขภาพ รับการปรึกษา และทรีทเมนต์ดูแลสุขภาพองค์รวมครบวงจรแบบรายบุคคล ให้กับลูกค้าคนสำคัญของ RML ที่ ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรีศูนย์ดูแลสุขภาพระดับอัลตร้าลักชัวรี่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนชั้น 15 โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีแขก VIPs จากแวดวงธุรกิจต่างๆ มาร่วมกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนิง-ปัญญชลีเพ็ญชาติ, เปิ้ล-จริยดีสเป็นเซอร์, เล็ก-กรกนกยงสกุล, อ๋อย-อุไรพรเฉลิมทรัพยากรและพรรษ-พรรษมนพจนประพันธ์ 

นาย กรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร RML กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ  RML ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยในปีนี้เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบสุดยอดการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น ภายใต้กลยุทธ์ ‘CARETAKER’ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติ และครองความเป็น Top of Mind หรือ เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ซึ่งในปีนี้เราได้วางแผนที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ครอบคลุม 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่

  • The Moments Behind Velvet Rope เปิดประสบการณ์ และเติมเต็มความเป็นที่สุดของลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ ผ่านอีเวนต์ที่ลูกค้าคนสำคัญได้ VIP access ดั่ง celebrities จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำที่มีชื่อเสียงด้านลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์จากหลากหลายวงการ
  • The Special Treats เติมเต็มความประทับใจ กับการดูแลอย่างต่อเนื่องผ่านของขวัญในช่วงเวลาพิเศษต่างๆ ของลูกค้าคนสำคัญได้อิ่มเอมกับทุกโมเม้นต์ เพื่อขอบคุณทุกความเชื่อใจที่มอบให้ RML มาโดยตลอด
  • The Benefits & Perks เติมเต็มความคุ้มค่า กับสิทธิพิเศษทั้งจาก RML เองรวมถึง Benefits ต่างๆ จากแบรนด์พาร์ทเนอร์มากมาย ที่สงวนไว้เพื่อลูกค้าของ RML เท่านั้น

นาย หฤษฏ์ ลักษณะโยธินเกิดทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสผู้บริหารฝ่ายการตลาด RML กล่าวเสริมว่า “เราประเดิมงานแรกของปีนี้ ภายใต้แคมเปญ ‘RML X Longevity Hub by Clinique La Prairie’ โดยร่วมมือกับ ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับอัลตร้าลักชัวรี่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโปรแกรมยกระดับ Well-Being ผ่านเวิร์คช็อป ‘Health and Detox Purity’ มุ่งเน้นการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อร่างกายที่แข็งแรง และแลดูอ่อนเยาว์ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์ดัชนีมวลกาย พร้อมบริการให้คำแนะนำข้อมูลสุขภาพเชิงลึกในด้านต่างๆ ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมทรีทเมนต์เพื่อบำบัดและฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคลในวันเดียวกัน”

ด้านนางสาว สุทธิดา สุทธิพงษ์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ – สปาแอนด์เวลเนสจาก บริษัท เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสุขภาพที่แข็งแรงไม่ได้เป็นเพียงการไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความเป็นอยู่ที่ดีทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณอีกด้วย จึงนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้จัดเวิร์คช็อปเพื่อยกระดับ Well-Being ส่งมอบความรู้ เพื่อการสร้างสุขภาพที่สมดุลจากภายในสู่ภายนอกให้กับลูกค้าคนสำคัญของ RML ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ระดับลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ ที่เอาใจใส่ในคุณภาพชีวิตของลูกค้าเช่นเดียวกัน โดยคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์เช่นนี้อีกในอนาคต”

เพลียเรื้อรัง

นอนเต็มอิ่มแต่กลับไม่มีแรง ใช่ ‘เพลียเรื้อรัง’ หรือไม่? ควรแก้ยังไง ก่อนส่งผลเสียสุขภาพกายและใจ

สัญญาณเตือนจากร่างกายอย่าง อาการเพลีย ไม่สดชื่น ไม่มีแรง อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ทำให้เกิดการไม่สบายตัว เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ปวดเมื่อยตามตัว จนเกิดภาวะอ่อนล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome หรือ CFS) นอกจากส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตใจ ให้หดหู่ ห่อเหี่ยว ท้อแท้ ไร้พลังงานที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนอย่างเคยได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขอาการ เพลียเรื้อรัง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • ทำงานหนักเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ประสิทธิภาพการผลิตพลังงานระดับเซลล์ไม่ดี
  • ความเครียดสะสม
  • อายุที่มากขึ้น
  • โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน โลหิตจาง ภาวะตับทำงานผิดปกติ หรือการใช้ยารักษาโรคบางอย่าง เช่น การให้เคมีบำบัด การฉายแสง
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล ได้แก่ ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนต่อมหมวกไต ฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่วัยทอง
  • ขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี วิตามินดี แมกนีเซียม สังกะสี เป็นต้น

ซึ่งถ้าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด หรือไม่ถูกวิธีก็จะกลายเป็นอาการเรื้อรัง เบื้องต้นนี่คือวิธีการแก้อาการอ่อนเพลียด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน ดังนี้

  • กินอาหารให้หลากหลายและดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยอาจเพิ่มในส่วนของวิตามินบี วิตามินดี แมกนีเซียม สังกะสี ซึ่งพบได้ในอาหารประเภท ธัญพืช เนื้อสัตว์ นม ไข่ เป็นต้น
  • นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
  • หาวิธีผ่อนคลายความเครียด หากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง นั่งสมาธิ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ บุหรี่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมเกินไปจนร่างกายเกิดอาการล้าได้
  • กินอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่มีเวลา หรือต้องการทางลัดเร่งด่วน เช่น Vitamin B Complex, CoenzymeQ10, NMN เป็นต้น

ทั้งนี้ ถ้าหากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้วก็ยังไม่หาย ควรไปพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม ในปัจจุบันการแพทย์ทางชะลอวัยและป้องกัน มีวิธีการตรวจหาสาเหตุของอาการเพลียจากภายในลึกถึงระดับเซลล์ ตรวจได้ละเอียดและดีกว่าการตรวจสุขภาพทั่วไป

Source: พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

Photo: Pexels


บอลลูน

“มิ้น-ภัทรนันท์” แห่ง iParty BKK 10 ปี กับบอลลูนแห่งความสุข

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ลูกโป่ง” หลากสีสัน แปลกตา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในงานต่างๆ ทั้งงานปาร์ตี้ วันเกิด หรือแม้แต่งานวิวาห์ ลูกโป่งช่วยสร้างบรรยากาศให้งานต่างๆ อบอวลไปด้วยความรัก ความสุขและความสนุก ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังลูกโป่งดีไซน์เก๋ไก๋เหล่านี้ คือ คุณมิ้น – ภัทรนันท์ ศิริเจริญแสง เจ้าของธุรกิจ iParty BKK ที่วันนี้ธุรกิจเดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว และยังเติบโตต่ออย่างต่อเนื่องด้วยงานดีไซน์และลูกเล่นใหม่ๆ ที่ชวนให้ติดตาม บอกเลยว่าหัวใจหลักของงานนี้ คือความรักในสิ่งที่เธอทำล้วนๆ

ความชอบ + ช่องว่างของตลาด = ธุรกิจใหม่

คุณมิ้นเล่าถึงช่วงแรกของการมาจับธุรกิจบอลลูนว่า “ย้อนกลับไปสมัยที่มิ้นยังเป็นนักศึกษา สังเกตว่าตอนนั้นงานปาร์ตี้อย่างวันเกิดส่วนใหญ่มีแค่เค้กกับดอกไม้ มิ้นรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์ ถ้าเพิ่มลูกโป่งจะทำให้ความรู้สึกตอนที่จัดงานเติมเต็มมากขึ้น อีกอย่างคือเวลาถ่ายรูปก็สวย สนุกขึ้น เหมือนลูกโป่งไปเพิ่มให้งานสมบูรณ์ขึ้นไปอีก

“ส่วนตัวมิ้นเอง ชอบความครีเอทีฟตั้งแต่เด็ก แม้จะเรียนจบมาสายบริหาร แต่ชอบจัดงานปาร์ตี้ตามเทศกาล อย่างฮาโลวีน คริสต์มาส มีฉายโปรเจ็คเตอร์บนดาดฟ้า ชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ตอนไปเรียนต่อที่อเมริกาก็มีจัดปาร์ตี้ตลอด แล้วทุกงานที่จัด มิ้นก็ให้ความสำคัญกับการมีโมเมนต์พิเศษที่น่าจดจำ

“เมื่อมองเห็นโอกาสที่จะได้นำความรู้เชิงธุรกิจมาบวกกับความถูกจริต จึงได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเข้ามาทำธุรกิจ iParty BKK ซึ่งก็มาจากว่า ฉันชอบจัดปาร์ตี้ นี่แหละ (หัวเราะ) โดยช่วงเริ่มแรก iParty BKK มีหน้าร้านเป็นป๊อปอัพเล็กๆ ที่ The Circle ราชพฤกษ์ก่อน เน้นขายลูกโป่งอัดแก๊สฮีเลียม สามารถสกรีนชื่อได้ หรือมีของตกแต่งเป็นกระดาษฟอยล์พู่สวยๆ สร้างเป็นภาพจำ น่าตื่นเต้นว่าลูกโป่งทำอะไรได้มากขนาดนี้ หลังจากนั้นเริ่มรับออเดอร์ที่ลูกค้าสามารถ customize (ปรับแต่ง) รูปแบบและสีสันเองได้มากขึ้น

“ขณะเดียวกัน ความที่ลูกโป่งเป็นธุรกิจใหม่ ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เราจึงต้องสร้างภาพจำให้ผู้คนเห็นบ่อยๆ เริ่มจากการทำงานกับดารา เซเลบฯ บุคคลที่มีชื่อเสียง โดยให้ลูกโป่งเขาไปใช้ในงาน เช่น งานปาร์ตี้ งานวันเกิด หลังจากนั้นก็มีคนสนใจทำตามจนเป็นวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา ที่สุดก็ไปเข้าตาพวกแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ จากนั้นเราก็ค่อยๆ เติมลูกเล่นอย่างอื่นเข้าไป เพราะมิ้นมองมาแต่แรกแล้วว่า คงไม่ได้ทำแค่ลูกโป่ง แต่อยากทำให้เป็นงานปาร์ตี้ที่น่าจดจำ โดยเราจะดีไซน์ว่างานไหนเหมาะกับอะไร ให้มีความแตกต่างในแต่ละงาน ถ้าต้องเพิ่มอะไรเข้าไปที่นอกจากลูกโป่งเพื่อให้งานคอมพลีตและน่าประทับใจจริงๆ เราก็จะเพิ่มค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบ็คดรอปที่ใช้ตกแต่ง  หรืออย่างทุกวันนี้ เราไม่ได้มีแค่ลูกโป่งแต่ยังมี bubble house บ้านพองลมที่มีลูกโป่งลูกเล็กๆ หมุนอยู่ข้างใน หรือ  iParty Pool สระลูกบอลพร้อมไม้ลื่น ไว้ให้เด็กๆ เล่นได้ เป็นต้นค่ะ”

มุ่งเน้นให้พนักงานมีส่วนร่วมเคล็ดลับสร้างทีมให้แข็งแกร่ง

“แต่ช่วงที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ถือว่าค่อนข้างหนัก เจอทั้งความท้าทายและอุปสรรคหลายอย่าง เพราะลูกโป่งมีความเปราะบางจึงมีข้อจำกัดเรื่องของเวลา บางชนิดก็ไม่สามารถพองตัวอยู่ได้นานๆ แต่พอเราต้องรับงานขนาดใหญ่ขึ้น ก็ยากขึ้นไปอีก เพราะต้องเลือกลูกโป่งชนิดที่สามารถอยู่ได้เป็นสัปดาห์ หรือการสั่งล่วงหน้าก่อนส่งแค่ไม่กี่ชั่วโมง ตอนนั้นก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่ระหว่างที่เจอปัญหาก็กลายเป็นว่า เราได้เรียนรู้ และนำกลับมาจัดการกับระบบ ทำอย่างไรไม่ให้เลท จนทุกวันนี้สามารถส่งงานให้ได้ภายในวันที่สั่งเลย หรือเรื่องคุณภาพของงาน ทำอย่างไรไม่ให้พลาด เราก็มีการจัดทีม QC ขึ้นมา เพื่อเทสต์ลูกโป่งที่ได้มาใหม่ให้ชัวร์ว่าไม่มีจุดรั่ว สูบลมไปแล้วลูกโป่งไม่ฟีบเร็ว เป็นต้น เมื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดก็ทำให้ไม่เกิดปัญหา

“พูดง่ายๆ ว่าในช่วงแรก เรายังลองผิดลองถูกกันอยู่ ทั้งเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลูกโป่ง และในเรื่องของระบบที่ยังไม่มีความเสถียรทำให้เกิดความล่าช้าในระบบ แต่ตลอด10 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้มากขึ้น มีการเซ็ตระบบขึ้นมาและพัฒนาอยู่ตลอด พนักงานที่ทำงานกับเราก็ยังเป็นทีมเดิมที่ทำมาตั้งแต่แรก ประสบการณ์ทำงานของทีมจึงแน่นตามอายุร้านที่เปิดมา นอกจากนั้น เรายังสนับสนุนให้พนักงานเติบโต มีการส่งทีมงานไปเรียนทำลูกโป่งที่ต่างประเทศ คอยสังเกตว่าพนักงานคนไหนถนัดอะไร อย่างถ้าเห็นว่าพนักงานคนนี้เก่งวาดรูป ก็จ้างครูมาสอนเพิ่มเติมให้เขาที่ร้าน แล้วให้เขามาเพ้นต์ลายลูกโป่งของร้าน ทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมว่า เขามีส่วนช่วยครีเอทอะไรใหม่ๆ ให้ร้านเราแตกต่างจากร้านอื่น ในขณะเดียวกันก็มีความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองย่ำอยู่กับที่ค่ะ”

ความแปลกใหม่และไว้ใจได้ คือหัวใจหลักของธุรกิจ

​​“หัวใจหลักของแบรนด์คือ การเป็น trend setter เราไม่เคยมองว่าแบรนด์อื่นมีอะไร แต่จะมองว่าเเบรนด์เราไม่มีอะไร แล้วในตลาดยังขาดอะไร สิ่งใดที่จะทำให้เราแตกต่าง เราจึงเน้นเรื่องความแปลกใหม่มาก่อนกาล อย่างลูกโป่งของเรานั้น ก็สั่งมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อังกฤษ เพราะลูกโป่งแต่ละประเทศมีจุดที่เด่นไม่เหมือนกัน อย่างพวกลูกโป่งลิขสิทธิ์ดิสนีย์ ลายการ์ตูน ควรจะมาจากประเทศอเมริกา เพราะให้สีชัด ตรงตามคาแร็คเตอร์ เป็นต้น หรือ ช่อดอกไม้ที่ทำจากลูกโป่ง เราก็เป็นเจ้าแรกๆ ที่เริ่มทำในไทย แล้วมิ้นค่อยทำการตลาด โดยการดึงตัวบุคคลอย่างอินฟลูเอนเซอร์ ดาราที่เรามองว่าจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเราได้ดีมาช่วยโปรโมทจนเป็นกระแส ต้องบอกเลยว่าก่อนที่จะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ ทางทีมงานมีการออกแบบวางแผนงานกันมาอย่างดีและตั้งใจ

​​“จุดที่ 2 ความไว้วางใจ ความสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบหรือเติมความสนุกให้กับงาน ที่ทีมของเราสามารถแนะนำลูกโป่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน และความสวยงาม รวมทั้งดีไซน์ให้เหมาะ เติมเต็มกับงาน และดูพิเศษกว่างานอื่นๆ นอกจากนี้เรายังจัดหาสินค้าหลากหลาย สินค้านำเข้า และเสนอไอเดียเพื่อคอมพลีตงานปาร์ตี้ให้ลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ทีมเราได้รับโจทย์ให้จัดงานปาร์ตี้คริสต์มาส ซึ่งทีมเราได้ไปสรรหาต้นคริสต์มาสจริงนำเข้ามาจากประเทศแคนนาดาเพราะลักษณะพิเศษรูปทรงสวยทั้ง 4 ด้าน มีกิ่งก้านสาขาที่แข็งแรง คงตัวได้ดี เหมาะกับการแขวนของประดับตกแต่ง และที่สำคัญยังเป็นพันธุ์ที่เชื่อว่ามีกลิ่นหอมที่สุดในโลก

 ซึ่งนอกจากลูกโป่งแล้ว เรายังมองว่าอะไรก็ตามที่ทำให้งานปาร์ตี้เติมเต็มได้สมบูรณ์แบบที่สุด เราจะพยายามหามาให้ เรียกได้ว่านี่คือจุดเด่นของร้าน

​​“นอกจากนี้ เรามีทีมหลังบ้านเยอะ เวลาที่มีงานขนาดใหญ่หรือช่วงที่มีเทศกาลสำคัญๆ ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความผิดพลาดภายในงาน ร้านของมินต์สามารถทำให้ถึงแม้ว่าจะจัดงานใหญ่พร้อมกันทั้ง 7 สาขาก็ตาม เพราะทีมมีความเป็นมืออาชีพ อีกจุดคือความรวดเร็วสั่งวันนี้ก็สามารถได้วันนี้ รีบใช้งานทางร้านทำให้ได้ ก็เป็นจุดที่เป็นความไว้วางใจ​

​​“สำหรับแผนต่อจากนี้ อย่างที่บอกไปว่ามิ้นชอบสร้างวัฒนธรรมใหม่เกี่ยวกับลูกโป่ง เราจึงมองไว้ว่า อยากนำพาลูกโป่งเข้าไปเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานแต่งงาน ไม่ใช่แค่งาน Hen Night (เลี้ยงส่งเจ้าสาว) แต่เป็นการตกแต่งหลักของงานแต่งงานเลย เพราะทุกวันนี้คนมักใช้ดอกไม้เป็นหลัก แต่เรามีลูกโป่งใหม่ๆ หลายแบบที่ให้ลุคเท่และหรูหรา อย่างลูกโป่งที่เป็นเนื้อเมแทลลิก ก็ถือเป็นอีกความท้าทายที่อยากฝากให้ทุกคนติดตามและเป็นกำลังใจให้เรา และเร็วๆ นี้ ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทาง iParty BKK มีของขวัญพิเศษที่เหมาะกับทุกคนที่กำลังมองหาของขวัญให้ผู้รับประทับใจ อย่างบอลลูนหัวใจยักษ์ ที่บอกเลยว่าแค่ถือไปมอบให้ใคร รับรองว่าคนต้องหันมองตลอดทางค่ะ(ยิ้ม)

This image has an empty alt attribute; its file name is S__13132265_0-1024x1000.jpg

​​“สุดท้าย มิ้นมองว่าธุรกิจของเราเป็นร้านที่ขายความสุข และโมเมนต์พิเศษ จึงไม่ได้หยุดแค่ที่ลูกโป่ง แต่อะไรที่ทำแล้วงานดูพิเศษขึ้น ครบขึ้น ได้สร้างประสบการณ์และความสุขให้ลูกค้า เราก็ยินดีทำเต็มที่ค่ะ ขอแค่ให้คุณลูกค้าประทับใจ เราก็มีความสุขแล้ว”

ไขที่มา ‘รูปทรงหัวใจ’ สัญลักษณ์ยอดฮิตในไอเท็มแห่งความรัก

รู้หรือไม่! ‘รูปทรงหัวใจ’ ที่เป็นกิมมิกของไอเท็มช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์มีที่มาจากอะไร

ช่วงนี้มองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักในวันวาเลนไทน์ เพราะไม่ว่าจะสถานที่หรือไอเท็มไหนๆ ที่วางขายเป็นคอลเล็คชั่นพิเศษก็พากันประดับประดาด้วยสีแดง ชมพู ดอกกุหลาบ และสัญลักษณ์ ‘หัวใจ’ ที่เราแสนคุ้นตาเมื่อพูดถึงคำว่า ‘ความรัก’

หากพูดถึงสัญลักษณ์ของ’ความรัก’ รูปหัวใจคงเป็นลิสต์ลำดับแรกที่เรานึกถึง แต่ทุกคนเคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่า ทำไมหัวใจถึงวาดด้วยรูปทรงแบบนี้ ‘❤’ ? เพราะหน้าตาของมันก็ไม่ได้ละม้ายคล้ายกับอวัยวะที่ใช้สูบฉีดเลือดเลย ฉะนั้นเราขอพาทุกคนมาไขข้องใจนี้ไปด้วยกัน

หากค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตคงเห็นมาหลายข้อสันนิษฐาน ไม่ว่าจะเป็น ❤ ถูกเลียนแบบขึ้นมาจากผลของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่า ‘silphium’ ซึ่งมีสรรพคุณรักษาโรคต่างๆ รวมถึงยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยคุมกำเนิดในสมัยกรีกโรมันโบราณ ทำให้คนเชื่อว่าพืชดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเพศและความรัก

และอีกทฤษฎีหนึ่งก็บอกไว้ว่ารูปทรงของหัวใจมาจากใบไอวี่ที่เป็นตัวแทนของความนิรันดร์ เพราะไม่ว่าฤดูกาลจะผันเปลี่ยนอย่างไรต้นไม้ชนิดนี้ก็ยังเขียวชอุ่มอยู่เสมอ คนจึงนำมาใช้แทนสัญลักษณ์ของความรักนั่นเอง

ใครจะคิดว่าสัญลักษณ์ ‘รูปทรงหัวใจ’ บนไอเท็มช่วงวาเลนไทน์จะมีความซับซ้อนขนาดนี้ และเราก็หยิบมาฝากถึง 2 ทฤษฎี หลังจากอ่านจบแล้วคิดว่าอันไหนพอเป็นไปได้มากที่สุดเอ่ย?


กลุ่มอลิอันซ์เปิดโผ 5 ความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจไทย

กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยรายงาน Allianz Risk Barometer ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงลึกของนักบริหารความเสี่ยงกว่า 3,000 คน ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในประเทศไทยในปี 2567 ชี้ให้เห็นว่า การเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก และความเสี่ยงด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นความเสี่ยง 2 อันดับแรกที่มีคะแนนด้านความเสี่ยงใกล้เคียงกัน ตามมาด้วยภัยทางไซเบอร์ (อันดับ 3) เช่น มัลแวร์เรียกค่าไถ่ การละเมิดข้อมูลและการหยุดชะงักด้านไอที ภัยไฟไหม้และการระเบิด (อันดับ 4) และเทคโนโลยีใหม่ (อันดับ 5) เช่น ความเสี่ยงจากผลกระทบของ AI และรถยนตร์ไฟฟ้า 

ลาร์สไฮบุทสกี้กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอลิอันซ์อยุธยาประกันภัยจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงกำลังกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ บริษัทต่างๆจำเป็นต้องใหความสำคัญกับแผนการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถรับมือกับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวได้”

ประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ น้ำท่วมในภาคใต้คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนนับหมื่น นับตั้งแต่น้ำท่วมซึ่งเริ่มขึ้นธันวาคมปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนกว่า 70,000 หลังคาเรือนในจังหวัดสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส บริการรถไฟบางแห่งในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งติดกับมาเลเซียกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากปิดไปหลายวัน เนื่องจากรางรถไฟทรุดตัว ช่วงฤดูฝนในประเทศไทยมักเกิดน้ำท่วมทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดโดยฝีมือมนุษย์อาจทำให้ฝนตกหนักมากขึ้น

การผลิตข้าวนอกฤดูกาลในเอเชียมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากปัญหาความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลง และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้ผลผลิตลดลงในช่วงต้นปี 2567 ทำให้อุปทานไม่เพียงพอ ส่งผลให้ราคาอาหารสูงขึ้น จากการวิเคราะห์ของผู้ค้าข้าวและนักวิเคราะห์ ประเทศไทยซึ่งผลิตข้าวมากเป็นอันดับ 2 ของโลก อาจจะผลิตข้าวนอกฤดูลดลงในไตรมาสแรก และคาดว่าจะมีการส่งออกข้าวน้อยลง 

นอกจากนั้นความเสี่ยงในเรื่องเทคโนโลยีใหม่โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ยังเป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องสนใจและคำนึงถึงโดยลาร์สแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า “การเร่งพัฒนา AI ในปี 2566 ช่วยให้เกิดโอกาสอย่างมากสำหรับธุรกิจต่างๆ และสังคมโดยทั่วไป ในขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลที่จะตามมาของเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ ซึ่งปัญหาหลายอย่างที่เรากังวลว่าจะเกิด ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ ศักยภาพของ AI ในการพลิกโฉมธุรกิจจะพัฒนาขึ้นไปอีก โดยจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรมและทุกด้านของชีวิตตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ในฐานะเทคโนโลยีอเนกประสงค์”

เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ผลกระทบด้านความเสี่ยงจาก AI ถือเป็นความเสี่ยงอันดับที่ 5 ของประเทศไทย สื่ออย่างบางกอกโพสต์รายงานว่า 72% ของผู้สำเร็จการศึกษาชาวไทยอาจตกงานเพราะ AI ภายในปี 2573 โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานธุรการและการจัดการสำนักงานทั่วไปที่ขาดทักษะเฉพาะด้าน นอกจากแผนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบด้าน AI แล้ว แนวทางสำคัญของยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้าน AI แห่งชาติของประเทศไทยที่เปิดตัวในปี 2565 ได้แก่ การปรับปรุงความสามารถด้านการศึกษาและกำลังคนที่เกี่ยวข้องกับ AI รายงานความคืบหน้าในเดือนสิงหาคม 2566 ให้ข้อมูลไว้ว่า รัฐบาลได้อนุมัติแผนการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะด้าน AI แล้วเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของภาคอุตสาหกรรม

ชาล็อต ออสติน

ชาล็อต ออสติน นางเอก มนต์รักลูกทุ่ง เวอร์ชั่นที่ 5ของประเทศไทย

ขึ้นแท่นเป็น “นางเอก” ครั้งแรก และเป็น “นางเอกเวอร์ชั่นที่ 5” ของละครและภาพยนตร์ในตำนาน “มนต์รักลูกทุ่ง” โดยสานต่อบท “ทองกวาว” จากนางเอกรุ่นพี่ โดยเวอร์ชั่นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2513 คือ เพชรา เชาวราษฎร์ เวอร์ชั่นละครในปีพ.ศ. 2538 น้ำผึ้ง ณัฐริกา ส่วนในปีพ.ศ. 2548รับบทโดย กบ สุวนันท์ และ จ๊ะ จิตตาภา ในปีพ.ศ. 2554พอมาในเวอร์ชั่นปี 2567 แน่นอนว่า ชาล็อต ออสติน ถูกจับตามองมากที่สุดว่าเธอจะเป็น “ทองกวาว” ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ได้ดีแค่ไหน? โดย สาวชาล็อต เผยถึงบท “ทองกวาว” ในเวอร์ชั่นนี้ว่า

ปี พ.ศ. 2513 คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฎร์
ปี พ.ศ. 2538 คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย ตั้ว ศรัณยู และ น้ำผึ้ง ณัฐริกา
ปี พ.ศ. 2548 คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ และ กบ สุวนันท์ คงยิ่ง
ปี พ.ศ. 2553 คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ และ จ๊ะ จิตตาภา แจ่มปฐม

สัมภาษณ์ ชาล็อต ออสติน นางเอก มนต์รักลูกทุ่ง เวอร์ชั่นที่ 5ของประเทศไทย

มนต์รักลูกทุ่ง

“รู้สึกว่า ทองกวาว เป็นคนที่สวย แสบ อ่อนโยน สามคำนี้ เป็นคนที่แบบต้องเป็นคนสวย เป็นดาว ความแสบคือเป็นเหมือนเด็กแก่น คอยแกล้ง แล้วก็เป็นคนซนๆ โก๊ะๆ อ่อนโยนด้วย ไม่ได้แบบแสบซนแบบกัาวร้าว แต่แซบซนแบบอ่อนโยน แต่ต้องเป็นคนที่เราอยากอ่อนโยนด้วยเท่านั้น อย่าง สายใจ แสบซนมา เราก็แสบซนกลับ” ซึ่งเธอบอกว่า ทองกวาว เวอร์ชั่นนี้ สู้คนนะ!!

“ใช่ค่ะ ถ้าดูในละครอยากให้ดูต่อไปเรื่อยๆ จะเห็นถึงความเป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ รักตัวเองจะประมาณว่า ถ้าพี่คล้าว รัก ทองกวาว จริง ต้องทำทุกอย่างให้ ทองกวาว เห็นว่ารัก แต่ถ้าสมัยก่อนผู้ชายไม่รักก็จะแบบเศร้า ตัวเองไม่ดีพอ ไม่รักตัวเอง พอมาเวอร์ชั่นนี้คือแบบรักตัวเอง ถ้าไม่ดีพอคือฉันปล่อยเธอนะ”

สิ่งที่ดีที่สุดของการรับบทเป็น “ทองกวาว” ของชาล็อตคืออะไร? เราถามต่อ

“คือการได้รับบทเป็น ทองกวาว ค่ะ ด้วยความที่เวอร์ชั่นก่อนๆ ตัวละครทองกวาวคือ ทำได้ดีมาตลอด เราเลยรู้สึกว่าห้ามต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องไม่เท่าหรือว่าสูงกว่ามาตรฐาน ถือเป็นตัวละครที่เป็นตำนาน เป็นตัวละครที่ไม่ใช่ใครก็ได้ ต้องเหมาะจริงๆ ที่จะสามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้ว่านี่คือ ทองกวาว ในเวอร์ชั่นใหม่และเก่า ยากมากๆ แต่ก็ทำออกมาได้ค่ะ”

ชาล็อต ออสติน

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเป็น “ทองกวาว” ในเวอร์ชั่นนี้คือ?

คือการต้องทิ้งความเป็นตัวเองไป เพราะเราไม่ได้เล่นเป็นตัวเอง เราเล่นเป็นทองกวาว คนคนนี้ ทองกวาวเวอร์ชั่นใหม่ แต่ก็ต้องเอา ทองกวาว เวอร์ชั่นเก่ามาใส่ไปด้วย ทำให้คนนึกเป็นภาพจำ สิ่งที่ยากคือ จะสื่อสารออกมายังไงให้คนจำว่านี่คือ ทองกวาว ค่ะ”

ความแตกต่างของ ทองกวาว กับ ชาล็อต อยู่ตรงไหน?

“ทองกวาว จะเป็นคนที่สู้เพื่อความรักมากเกินไป ในเรื่องคือมีตัวเลือกมากมายมาให้เลือก แต่ไปเลือกคนคนเดียวที่เราไม่รู้ว่าอนาคตจะมีด้วยกันหรือเปล่า แต่ถ้าขีวิตจริง ถ้าเค้าไม่ได้ดีพอเท่าหนู หรือมากกว่าหนู หนูก็ไม่เอาดีกว่า หนูทำงานหาเงินเองได้ รักตัวเองดีกว่า แต่ ทองกวาว จะเป็นแบบไม่ได้ต้อง พี่คล้าว ซึ่งเราไม่ใช่แบบนั้น ส่วนความเหมือนคือเป็นนักสู้ สู้เพื่องาน สู้เพื่อเพื่อน สู้เพื่อความรักจนถึงที่สุด สุดท้ายคือถ้าทองกวาวไม่ได้ลงเอยกับพี่คล้าว แต่ก็ถือว่าสู้แล้ว แต่ถ้าสู้แล้วลงเอยกันด้วยดี ก็ถือว่าสู้สำเร็จเพื่อความรัก”

ชาล็อต ออสติน

นอกจากเป็น “นางเอก” แล้ว เธอต้องสวมบทเป็น “นักร้อง” ร้องเพลงประกอบในละครเรื่องนี้ด้วย!!

เครียดกว่าตอนคอนเสิร์ตอีก เพราะว่าอันนี้คือประกอบละครที่มันจะอยู่กับละครเรื่องนี้ไปตลอด เพลงนี้ ละครเรื่องนี้ ตัวเรา ทองกวาว2567 ก็เลยรู้สึกว่าต้องทำออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งกว่าจะได้ รักเธอที่สุด เพลงเดียวเนี่ย หนูแก้ 3 รอบ รอบแรกรู้สึกร้องแข็งไป รอบที่ 2 ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยเข้ากับทำนอง เลยขอแก้รอบที่3 ลดเสียงตัวเอง เหมือนบิดเสียงตัวเองให้ดูใส ดูน่ารัก เพราะเวลาเอาไปประกอบกับฉาก มันจะได้เข้ากับฉากละคร พวกทำนองเนื้อเพลงที่มีความน่ารัก พอผสมรวมกันก็จะเฟอร์เฟคมากกว่าเดิม ที่ต้องแก้เพราะตอนแรกรู้สึกเป็นชาล็อตก็เลยออกมาแข็ง เพราะว่าเสียงเราทุ้ม พอรอบ 3 รู้สึกว่าเป็น ทองกวาว ร้องเพลงนี้ให้ พี่คล้าว มันก็เลยออกมาตามนั้น ถ้าดูละครนะ ก็จะรู้ว่า ทองกวาว เนี่ยแสบซนซ่า อยู่กับพี่คล้าวจะเป็นแบบตัวเล็กตัวน้อย ฟีลคลั่งรัก เขินๆ อายๆ ค่ะ”

ชาล็อต ออสติน

ทำไมคนดูต้องดู มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗

“อยากให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความทันสมัยของ มนต์รักลูกทุ่ง ถึงชื่อเรื่องมันจะเก่า แต่เราเพิ่ม 2567 ให้คนได้รู้ว่าเป็นเรื่องของปัจจุบัน แต่เราก็เอามารีเมคได้ในอีก10 ปีข้างหน้าก็อาจจะมี มนต์รักลูกทุ่ง เหมือนกัน มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ก็อยากให้ติดตามในเวอร์ชั่นนี้ ด้วยรู้ว่าต้องมีเปรียบเทียบ แต่ดูให้สนุกไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรเยอะ ดูให้บันเทิงดีกว่า อยากให้เห็นถึงการแสดงของทุกคน เพราะทุกคนที่แสดงต้องมีผลงานอีกมากมายแน่นอนค่ะ”

เพอร์เซส

มุมมองความรัก 5 หนุ่ม เพอร์เซส เล่าผ่านสีดอกกุหลาบสื่อรักวันวาเลนไทน์

เทศกาลวาเลนไทน์วันแห่งความรักคงหนีไม่พ้นดอกไม้สื่อรัก อย่างดอกกุหลาบ ซึ่งดอกกุหลาบแต่ละสี ก็บ่งบอกมุมมองความรักที่ต่างกันไป มาดูกันว่าหนุ่มๆ PERSES ( เพอร์เซส ) ให้ดอกกุหลาบสีไหนแทนมุมมองความรักของพวกเขา

เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์ แร็ปเปอร์ประจำวง PERSES หนุ่มติสท์นักอ่าน คนนี้ชอบดอกกุหลาบสีชมพูอ่อน “ผมคิดว่าสีชมพูอ่อนเป็นสีที่น่ารัก และมีเสน่ห์ครับ เหมือนความรักหวานๆ อ่อนโยน น่าทะนุถนอม น่าหลงใหล แบบที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของกันและกัน ถ้าให้ใครไป และเขาเอาไปใส่แจกันตกแต่งห้อง ก็น่าจะทำให้บรรยากาศห้องสดใสขึ้นด้วยครับ”

จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ พ่อหนุ่มไมโครเวฟประจำวง PERSES “ผมชอบดอกกุหลาบสีขาว เพราะ ให้ความรู้สึกน้อยเเต่มาก ซึ่งในมุมมองความรักของผม ดอกกุหลาบสีขาวเป็นเหมือนความรักที่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความจริงใจ แบบที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ไม่ต้องการสิ่งใดตอบเเทน และสีขาวก็เหมาะสมและลงตัวกับทุกๆอย่างได้ง่าย ไม่ว่าจะเอาไปตกแต่ง หรือมอบให้ใคร ก็เข้าได้ทุกบรรยากาศ และเหมาะกับทุกคนครับ”

เพอร์เซส

กฤติน-กฤติน สอสูงเนิน เมนโวคอล สายแฟสุดคูล จากวง PERSES ที่ชื่นชอบความลึกลับ ทำให้กฤตินชอบดอกกุหลาบสีดำ “ผมชอบสีดำ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นสีที่ลึกลับ มีเสน่ห์ ดุดันและน่าค้นหา ถ้าจะนิยามความรักสำหรับผม รู้สึกว่าถ้าเราได้รักใครซักคน ผมจะมั่นคงในความรัก ทุ่มเทให้เขาหมดหน้าตัก คงจะรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง และคงไม่มีใครมาเปลี่ยนใจผมได้ครับ เพราะถ้าผมชอบอะไรแล้วคงยากที่จะเปลี่ยนไปให้ไม่ชอบได้ และผมก็มั่นคงในความรู้สึกของตัวเองครับ”

เพอร์เซส

ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะ เมนแดนซ์สุดเท่ พ่อหนุ่มจิตใจดีอย่างปาล์ม คงหนีไม่พ้นสีชมพู “ผมชอบดอกกุหลาบสีชมพู เพราะสำหรับผมสีชมพูเหมือนเป็นตัวแทนของความรัก เป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงความสุข ความอบอุ่น มีเสน่ห์ และสดใส เหมือนความรักที่อบอุ่น น่ารัก หวานๆ ซึ่งส่วนตัวผมเป็นคนเรียบง่าย ถ้าได้มีความรักก็จะทะนุถนอมความรักนั้น อย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เป็นความรักที่อบอุ่นสดใสและมีความสุขครับ”

ปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์ ความสดใสประจำวง PERSES “ผมชอบดอกกุหลาบสีขาวครับ เพราะเปรียบเหมือนความรักที่บริสุทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นช่อรวมกันเยอะๆ ทำให้รู้สึกว่ามีพลัง สง่างาม และสวยมาก ซึ่งนิยามความรักสำหรับผม สีขาวทำให้รู้สึกถึงความรักที่บริสุทธิ์ ถ้าผมได้รักใครสักคน ผมคงไม่หวังสิ่งไหนตอบแทน มีแต่ความรัก และความสุขที่อยากจะมอบให้ครับ”

พูดถึงเรื่องความรักทั้งที ขอแอบเปรยไว้เลยว่าวาเลนไทน์นี้ เพอร์เซสกำลังจะปล่อยเพลงรักสุดเศร้าออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันกับเพลง คนใกล้ที่คิดไกล (Far Too Close) ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 18:00 น. รอติดตามฟังกันได้ที่สตรีมมิ่งทุกช่องทาง และขอฝากว่า มุมมองความรักของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปตามความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้พบเจอ แต่สิ่งหนึ่งที่หนุ่มๆ PERSES อยากจะบอก คือความรักตัวเอง กล้าที่จะคิด และทำเพื่อความสุขของตัวเอง มอบของขวัญให้คนที่เรารักแล้ว อย่าลืมมอบของขวัญให้ตัวเองกันด้วย

ติดตามอัพเดทข่าวสาร PERSES ได้ทาง: Youtube: gnest_official, Instagram/Twitter /TikTok: @perses_official @gnest_official , Facebook: Perses และ Gnest #PERSES #PERSES_TH #GNEST #GMMMUSIC #PERSES_คนใกล้ที่คิดไกล #valentineday #TPOP

Coach Love น้ำหอมใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความรักอันเป็นความสดใส มีชีวิตชีวา

Coach Love สื่อถึงความรักอันอบอุ่นและสนุกสนานผ่านมุมมองของปัจเจกบุคคล เป็นการยกย่องความรักในทุกรูปแบบและการแสดงออกที่แตกต่างกัน ถ่ายภาพโดยผู้กำกับและช่างภาพ Juergen Teller โดยแคมเปญนี้รวบรวมเหล่าคู่รักกันในชีวิตจริงที่กำลังแบ่งปันช่วงเวลาการแสดงความรักที่มีร่วมกันผ่านภาษารักอันเป็นเอกลักษณ์ และน่าจดจำในแบบฉบับของแต่ละคู่ ทำให้เราย้อนนึกถึงคติอันโดดเด่นของความรักว่าเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่สิ่งที่คุณสัมผัสแต่เป็นสิ่งที่คุณล้วนรู้สึกภายในใจ  

น้ำหอมจากกลิ่นดอกไม้และผลไม้ เปิดตัวด้วยท็อปโน๊ตที่เติมพลังของสตรอเบอร์รี่ป่า เสริมด้วยฮาร์ทโน๊ตที่เข้มข้นและนุ่มนวลราวกำมะหยี่ของดอกกุหลาบแดง ปิดท้ายสู่กลิ่นไม้ซีดาร์ที่ให้ความรุ้สึกอบอุ่น THE INSPIRATION แรงบันดาลใจCoach Love ได้รับแรงบันดาลใจจาก วิธีที่เราแสดงความรักต่อตัวเราเองและผู้อื่น นักปรุงน้ำหอม Antoine Maisondieu สร้างสรรค์กลิ่นอันมีชีวิตชีวาด้วยระดับกลิ่นที่หลากหลาย ซึ่งสื่อถึงธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของความรัก ที่แม้จะเป็นภาษาที่คนทั่วโลกต่างรู้จักและสัมผัสได้ แต่ต่างคนต่างมีวิธีแสดงออกต่างกันไปอย่างเอกเทศ การผสมผสานความขี้เล่นของสตรอเบอรี่ป่าและส้มแมนดารินที่ชุ่มฉ่ำ และความเข้มข้นของดอกกุหลาบกำมะหยี่และดอกมะลิ และความอบอุ่นของไม้ซีดาร์และอำพัน Coach Love สนับสนุนให้เราเปิดโลกในการแสดงภาษารักของเราอย่างกล้าหาญ จริงใจและที่สำคัญที่สุด คือการแสดงความรักในแบบของตัวเราเอง

“Coach Love เฉลิมฉลองเสรีภาพในการแสดงความรักกับคนที่เรารัก เพื่อปลุกความรู้สึกนี้ในแคมเปญ โดยสัญชาตญาณฉันรู้ว่า Juergen Teller จะสามารถจับภาพความรักและใกล้ชิดที่บ่งบอกได้ถึงกลิ่นหอมมีเสน่ห์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อรวมกันแล้ว กลิ่นหอมและจินตภาพจะส่งผลต่อความรูปแบบความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ และตอกย้ำความเชื่อของฉันที่ว่า เมื่อเราแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริง เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเช่นเดียวกัน” – สจวร์ต วีเวอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของโค้ช (Stuart Vevers ,Coach Creative Director)

เซเลบริตี้

เปิดความหมายของ “เวลา” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจาก 8 เซเลบริตี้

 “เวลา” เป็นสิ่งที่ทุกคนได้มาอย่างง่ายได้ แต่ไม่อาจรู้ถึงจุดสิ้นสุด วันนี้ แพรว! จะพามาเปิดนิยามคำว่า เวลาของเซเลบริตี้ทั้ง 8 ท่าน ได้แก่

เจย์ สเป็นเซอร์, คุณชายอดัม- ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล, ก้อง-กรุณ ซอโสตถิกุล, ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา, ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์, เป๋า-วฤธ หงสนันทน์, แพม-สรีนา ธีระวิทยภิญโญ และ ริชชี่-ชวัล เจียรวนนท์ ที่ได้ร่วมแคมเปญ My Grand Seiko My Pride บอกเล่าเรื่องราวความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของเซเลบริตี้ชั้นนำของเมืองไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัว Heritage Collection รุ่นไอคอนิก “Sakura” จาก Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก)

เปิดความหมายของ “เวลา” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจาก 8 เซเลบริตี้

ความหมายของ “เวลา” และคุณค่าของเวลา

เจย์ สเป็นเซอร์ แฟมิลีแมน ผู้บริหารแห่ง Woof Pack Bangkok ที่ทุกเวลาให้ความสำคัญกับครอบครัวและการช่วยเหลือสังคม

“เวลา เป็นสิ่งที่ล้ำค่า เพราะเราไม่เคยรู้ว่าแต่ละคนมีเวลาเท่าไหร่ เราจึงต้องใช้เวลาของคุณให้ดีที่สุด ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เวลาที่ทำเพื่อครอบครัวและพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ ถ้าให้จำกัดความของ ‘เวลา’ น่าจะเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดที่เรามีในชีวิต มีคุณค่ามากกว่าเงินและทุกสิ่งทุกอย่าง”

คุณชายอดัม- ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับมากฝีมือ ที่ใช้เวลาทุกวินาทีด้วยแพสชันที่ต้องไปถึงเส้นชัย

“เวลา เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ เพราะทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ด้วยอาชีพเป็นคนทำภาพยนตร์ เวลาเดินลงจากรถแล้วกลับขึ้นมาอีกที เวลาทั้งวันก็หายไปแล้ว ดังนั้นเวลาของผมมีน้อยมากจริงๆ บางคนอาจจะมองเวลาเป็นสิ่งที่เราได้มาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องไขว่คว้า แต่สำหรับผมชีวิตเรามีเวลาจำกัด สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันคือ เวลาค่อยๆ หายไป ดังนั้นสำหรับผม เวลาเป็นของที่มีค่าที่สุดเสมอ ไม่มีอะไรที่มีค่าเท่ากับเวลา ผมมักจะพูดกับคนอื่นเสมอว่าเวลาเป็นของเรา เพราะผมให้มูลค่ากับเวลาเสมอ การทำอะไรก็ตามแต่ ผมให้คุณค่ากับเวลาทุกครั้ง ผมจึงชนะเสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ดังนั้นสำหรับผม เวลาคือทุกอย่าง”

ก้อง-กรุณ ซอโสตถิกุล นักธุรกิจหนุ่มความสามารถรอบด้านบอกกับแพรว ว่า

“เวลาเป็นสิ่งที่เอากลับคืนมาไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นจะทำอะไรก็ต้องคิดก่อนทำ และหากมีโอกาสก็ควรคว้ามันไว้ เพราะโอกาสแบบนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกแล้วก็ได้”

ด้าน ปรางค์- อภินรา ศรีกาญจนา ภรรยาคุณก้อง-กรุณ ได้ให้จำกัดความว่า

“คนเรามีโอกาสไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากเรารู้จักจัดการเวลาในแต่ละวันอย่างคุ้มค่า ก็ถือว่าได้เปรียบ เพราะมีโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆ มากกว่าคนอื่น” 

ศิลปินหนุ่ม ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ เป็นอีกหนึ่งเซเลบริตี้ที่ให้คำนิยามของเวลา คือ ความใส่ใจ ทั้งด้านหน้าที่การงาน และเรื่องส่วนตัว

“ผมว่าเวลา เป็นเรื่องของความใส่ใจ โดยเฉพาะการตรงต่อเวลา ผมว่ามีนัยยะที่บอกได้ว่า การมาตรงเวลาคือ การใส่ใจ ผมไม่อนุญาตให้ตัวเองมาสาย เพราะเราให้ความสำคัญกับการนัดครั้งนี้  เหมือนคำขวัญของทหารเรืออเมริกัน Early is on time, on time is late and late is unacceptable!” (จากนักเขียนชาวอเมริกัน Eric Jerome Dickey) ตัวผมเองไม่เคยเห็นความเสียหายของการมาก่อนเวลาเลย มาก่อนเวลาอย่างมากก็เท่าตัว อย่างดีคือได้เปรียบ ได้ที่จอดรถดีกว่า ได้นั่งพัก ได้ที่หายใจเข้าสักทีก่อนเข้าไปทำงาน ดังนั้นเรื่องเวลาจึงสำคัญมาก มันคือทรัพยากรที่เราไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ แต่มันมีจำกัด”

เป๋า-วฤธ หงสนันทน์ เซเลบริตี้หนุ่มที่ตอนนี้ทุ่มเทเวลาให้กับการรับช่วงธุรกิจของครอบครัว บอกว่า 

“เวลา เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เวลาที่เรามีความสุขเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ แต่ทางกลับกันเวลาเรามีความทุกข์ เวลามักเดินช้า แต่จริงๆ เราทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ มีเวลาจำกัด ทุกคนรู้ว่าหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง แต่เราไม่รู้ว่าเราจะใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงในทุกๆวันไหม เราจึงควรใช้เวลาให้คุ้มค่า”

ริชชี่-ชวัล เจียรวนนท์ นักธุรกิจหนุ่มที่มีดีกรีถึงอดีตนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติไทย กับคำนิยามคำว่า

เวลา ที่เปลี่ยนไปเวลา “ปีนี้ผมจะอายุ 30 ปี แล้วก็ทำให้การมองเวลาเปลี่ยนไป จากตอนสมัยเด็กๆ เรามักทำอะไรตามใจโดยไม่เคยให้ราคากับเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน แต่พอโตขึ้น บทบาทหน้าที่เปลี่ยนไป ทำให้เข้าใจว่า เวลา เป็นทรัพยากรที่ไม่ได้มีไม่จำกัด ดังนั้นต้องเลือกใช้เวลาให้ฉลาดขึ้น ผมว่ายิ่งเราโตขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้น สวนทางกับเวลาที่มีน้อยลง”

เซเลบริตี้สาว แพม-สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ทายาทรุ่นที่ 2 แห่ง Scintilla Gioielli  ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องประดับไฟน์จิวเวลรีชั้นนำจากอิตาลีมากกว่า 20 แบรนด์ ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเวลา 

“เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เรารู้ว่าเรามีเวลาเท่าไหร่ในหนึ่งวัน ดังนั้นต้องจัดสรรเวลาให้ Work-life Balance หากเรารู้จักบริหารเวลาให้ถูกต้อง เราก็จะไม่สูญเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ สำหรับแพมเวลา คือ สิ่งที่สะท้อนว่าเราให้คุ้มค่ากับใครบ้าง อย่างแพมเองนอกจากเวลาทำงานแล้ว ต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัว คนรัก เพื่อน”


เสน่ห์เย้ายวนใจ Fred “Pretty Woman In My Heart” จี้รุ่นใหม่ในคอลเล็คชั่นสุดไอคอนิค

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ Ferd เผยโฉมสร้อยคอรุ่นใหม่ภายใต้คอลเล็คชั่น Pretty Woman ตัวแทนแห่งถ้อยภาษาในการสื่อรัก ความขี้เล่นสนุกสนานเผยให้เห็นถึงหลากหลายมิติของความรักด้วยเอกลักษณ์แห่งการใช้ “หัวใจที่ซ้อนภายในหัวใจ” ส่องประกายออกมาอย่างเย้ายวนใจ

เสน่ห์เย้ายวนใจ Fred “Pretty Woman In My Heart” จี้รุ่นใหม่ในคอลเล็คชั่นสุดไอคอนิค

สำหรับตัวจี้ “Pretty Woman In My Heart” ถือเป็นจี้รุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเล็คชั่น โดยมีตัวเรือนเป็นรูปหัวใจสีพิงค์โกลด์ประดับด้วย เพชรเรียงล้อมรอบ พร้อมจุดเด่นอย่างหัวใจสีชมพูที่ทำมาจากแซฟไฟร์ขนาด 0.3 กะรัตอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของหัวใจดวงใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความสุข และความอ่อนโยน ตัวสายสร้อยยังมีหัวใจดวงเล็ก ๆ ดวงหนึ่งประดับอยู่อย่างอสมาตรบน สายโซ่ที่ทำจากทองและอีกดวงตรงปลายสายเพื่อคล้องกับตัวล็อกได้อย่างสง่างาม

นอกจากจี้รูปทรงหัวใจซ้อนหัวใจสุดไอคอนิคแล้ว ในฤดูกาลนี้ FRED ยังได้ออกเซ็ตจิเวลรี่รุ่น Multiple มาในคอลเล็คชั่น Pretty Woman อีกด้วย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรักที่มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักสำหรับลูกหลาน เพื่อนพี่น้อง หรือ ระหว่างคนรัก โดยมีการเพิ่มหัวใจเป็น 5 ดวงที่ประดับเพชรอยู่ถึง 75 เม็ดมาร้อยเรียงบนสายสร้อยคอแบบโชคเกอร์อย่างประณีต และพริ้วไหวในสีไวท์โกลด์และพิงค์โกลด์ พร้อมด้วยสร้อยข้อมือรูปทรงเดียวกันทว่ามีเพชรประดับอยู่บนหัวใจสองดวงอย่างสวยงาม

ต่างหูในเซ็ตนี้เองก็มีทั้งแบบครอบ (ear cuff) และแบบระย้าที่มาในทรงรูปหัวใจทั้งสีไวท์โกลด์และพิงค์โกลด์ ประดับด้วยเพชร เม็ดงามตรงจุดกึ่งกลาง พร้อมด้วยเพชรที่ร้อยเรียงกันเป็นสายเชื่อมโยงระหว่างตัวเรือนหัวใจยาวขึ้นไปถึงตัวก้าน สามารถสวมใส่ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะใส่เพียงข้างเดียวหรือใส่คู่กันทั้งสองข้างก็เข้าเซ็ตกันอย่างโดดเด่น

ด้วยรูปทรง ขนาด และวิธีการสวมใส่ที่หลายนี้เอง ทำให้ทุกคนได้สนุกไปกับคอลเล็คชั่น Pretty Woman ที่มีลูกเล่นหลากหลายให้ผู้สวมใส่ได้แสดงออกความเป็นตัวเองอย่างใจปรารถนา รูปทรงหัวใจซ้อนหัวใจสุดไอคอนิคเองก็สามารถ เสริมได้ทุกลุคไม่ว่าจะเป็นวันสบายๆ หรือวันที่ต้องเป็นทางการ เปรียบดั่งการเพลิดเพลินไปกับหลากหลายมิติของความรักได้ อย่างสนุกสนานและเป็นอิสระ


คิง เพาเวอร์ ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ รับพลังปีมังกรจัดงาน KING POWER CHINESE NEW YEAR 2024POWER YOUR LUCK, POWER YOUR LIFE

คิง เพาเวอร์ เปิดศักราชฉลองการเริ่มต้นใหม่เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับปีมังกรจัดงาน
KING POWER CHINESE NEW YEAR 2024 POWER YOUR LUCK, POWER YOUR LIFE ส่งมอบพลังมังกรที่นำพาแต่ความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งมั่งมี สุขมงคล และสมหวังให้กับลูกค้า ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้ง
ชาวไทยและต่างชาติ จัดเต็มกับกิจกรรมสุดพิเศษให้ทุกคนได้มาร่วมกิน เที่ยว ขอพร และสนุกของคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษฉลองตรุษจีน ให้ทุกคนได้ทะยานสู่ความโชคดีไปด้วยกัน ตลอด 18 วัน ตั้งแต่วันที่
1-18 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำพิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.00 น.
ณ ฟาวน์เท่น สแควร์ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สร้างปรากฎการณ์ครั้งแรกกับขบวนเชิดมังกรสุดยิ่งใหญ่ ณ ถนนรางน้ำ โดยได้รับ
เกียรติ จาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการพิธีเปิดงาน ร่วมด้วย
พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “การจัดงานเฉลิมฉลองตรุษ
จีนในครั้งนี้ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และพัฒนาย่านรางน้ำให้เป็นเดสติเนชั่นการท่องเที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานคร และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รู้จักวัฒนธรรมและประเพณีไทย-จีน ตลอดจน
ได้สัมผัสความอร่อยของอาหารนานาชนิด โดยได้คัดสรรจากร้านชื่อดังที่การันตีความอร่อยโดย Michelin Guide และร้านชั้นนำที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมเริ่มต้นของกลุ่มบริษัท คิง เพา
เวอร์ เพื่อพัฒนาย่านรางน้ำ ที่จะต่อยอดในการสร้างชุมชน และเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวให้กับกรุงเทพมหานครในอนาคต”สำหรับกิจกรรมตลอด 18 วัน เริ่มต้นด้วยกิจกรรมสักการะองค์เทพและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ และ
สนุกกับคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย พบกับความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่มังกร นำขบวนโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง,ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว และ
ออฟโรด-กันตภณ จินดาทวีผล และวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 นำทัพโดย หยิ่น-อานันท์ ว่อง พร้อมพบโชว์พิเศษจาก ชามุก-สุชานันท์ มหาพรหมวัน และวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 พบ นนท์-ธนนท์ จำเริญ พร้อมชมโชว์สุดตระการตา
จากแดนมังกรอีกมากมาย

ร่วมสักการะองค์เทพนาจา และเทพมังกรเขียว ที่ทุกคนต้องได้สักการะในปีมังกร พร้อม “ลิ้มรสอาหารมงคลร้านดังกว่า 50 ร้าน” พบอาหารมงคลจากร้านอร่อยในตำนานพร้อมการันตี Michelin Guide อีกมากมาย อาทิ ร้านตั้งใจอยู่, ตั้งใจย่าง หมูแดงมิชลิน, MAZE Dining, Cross BKK, MOTT32 BANGKOK, ข้าวขาหมูตรอกซุง, ชานมไข่มุก Chaffeine, กุ้ยช่ายสะพานหัน, ฮ่องเต้กุยช่ายบางกรอบ, ชาม ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก เป็นต้น ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ บริเวณ ฟาวน์เท่น สแควร์ พร้อมให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกับอาหารอร่อยที่หลากหลาย ตั้งแต่วันนี้ -18 กุมภาพันธ์ 2567

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ “ช้อปมั่งคั่ง โชคมั่งมี” กับ 3 ความโชคดีที่จะส่งมอบความสุขไม่รู้จบ โชคดีที่ 1 รับทันทีอั่งเปาส่วนลด 2 ใบ รวมมูลค่า 8,000 บาท โชคดีที่ 2 ลุ้นออกเดินทางสู่แดนมังกร ท่องเมืองมรดกโลก ลี่เจียง แชงกรีลา พิชิตภูเขาหิมะมังกรหยก รับคูปองลุ้นรางวัลทันที 1 ใบ เมื่อช้อปครบทุก 8,000 บาท และโชคดีที่ 3 ลุ้นมังกรทองคำ น้ำหนัก 1 บาท กับกิจกรรมสะสม Dragon Hunter พิเศษ! สมาชิก คิง เพาวเวอร์ SCARLET รับทองคำฟรี 1 สลึง เพียงช้อปครบ 80,000 บาท ในวันที่สมัคร

เชย์ลีน วู้ดลีย์

7 เรื่องไม่ลับแต่บางทีก็ไม่รู้! เชย์ลีน วู้ดลีย์ นักแสดงหญิงขวัญใจฮอลลีวู้ด

เชย์ลีน วู้ดลีย์ (Shailene Woodley) นักแสดงสาวมาแรงแห่งวงการฮอลลีวู้ด วัย 32 ปี ผู้เริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบโฆษณา ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นนักแสดงจนโด่งดัง และกลายเป็นดาราขวัญใจของวัยรุ่นทั่วโลกในปัจจุบันนี้ ด้วยการฝากฝีมือการแสดงไว้ในผลงานเด่นที่แฟนๆ ต้องรู้จักกันดีอย่าง “The Divergent Series” และ “The Fault in Our Stars” ซึ่งวันนี้ “แพรวดอทคอม” จะพาทุกคนไปรู้จักตัวตนของเธอ แต่บอกเลยว่าเธอมีเรื่องราวและความท้าทายที่จะทำให้คุณต้องทึ่งอย่างแน่นอน

7 เรื่องไม่ลับแต่บางทีก็ไม่รู้! ของ เชย์ลีน วู้ดลีย์   สาวติสท์แห่งวงการ

1.ไม่นิยมพกโทรศัพท์มือถือ

นางเอกสาวจาก “ADRIFT” เป็นคนไม่นิยมพกโทรศัพท์มือถือ เพราะเธอมองว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่คุกคามความเป็นส่วนตัว ดังนั้นเธอจึงชอบที่จะสนทนาพูดคุยกันแบบต่อหน้ามากกว่า นอกจากนี้เธอยังบอกด้วยว่า การไม่พกโทรศัพท์มือถือนี้ทำให้เธอได้เริ่มทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า และได้พบเพื่อนใหม่ๆ

เชย์ลีน วู้ดลีย์

2.ไม่ชอบใช้ขวดพลาสติก

ขวดพลาสติกหรือถ้วยกระดาษเป็นอะไรที่ใช้ง่ายและสะดวก แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นขยะที่ทำลายโลก เชย์ลีน ไม่ชอบที่จะดื่มน้ำจากขวดพลาสติกหรือถ้วยกระดาษ ดังนั้นเธอจึงมักจะพก เมสัน จาร์ (ขวดน้ำวินเทจ) ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

เชย์ลีน วู้ดลีย์

เชย์ลีน วู้ดลีย์

เชย์ลีน วู้ดลีย์

 

เชย์ลีน วู้ดลีย์

3.สนุกกับงานที่เราทำ

คติประจำใจของเธอ หลังจากที่เริ่มเข้าสู่วงการฮอลลีวู้ดอย่างเต็มตัวแล้วคือ จงเป็นในสิ่งที่เราเป็น, จงทำให้เต็มที่สนุกสนานกับการงาน และอย่าละทิ้งการเรียน

4.มองคนจากภายในไม่ใช่ภายนอก

สำหรับมุมมองด้านความรักนั้น เธอเลือกที่จะรักใครคนหนึ่ง โดยการมองลึกลงไปภายในตัวตนของคนๆ นั้นจริงๆ ไม่ใช่การมองแค่เพียงภายนอกเท่านั้นว่าเขาคนนั้นทำอะไรให้คุณตกหลุมรัก

5. น้ำดื่มของเธอมาจากแหล่งน้ำพุธรรมชาติ โดยเธอเป็นคนปีนเขาไปกรองน้ำมาเอง

เธอชื่นชอบการออกเดินทางและผจญภัย งานอดิเรกที่เธอทำบ่อยๆ คือการออกเดินป่าและเดินขึ้นภูเขา โดยเธอมักจะพกเหยือกใบใหญ่ติดตัวไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อไปกรอกน้ำที่ได้จากแหล่งน้ำพุธรรมชาติมาดื่มนั่นเอง

เชย์ลีน วู้ดลีย์

6.ทำความเข้าใจกับบทอย่างถ่องแท้

เธอมีความสามารถด้านการแสดงของเธอได้รับเสียงชื่นชมมากมาย ซึ่งเธอจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากไม่ได้ศึกษาบทอย่างถ่องแท้ ซึ่งที่ผ่านมาเธอได้รับรางวัลจากหลากหลายเวที อาทิ การเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากบท “อเล็กซานดรา” ในเรื่อง “The Descendants” บทบาทของ “ทริซ ไพรเออร์” จากหนังสือเบสต์เซลเลอร์สุดฮิต “The Divergent Series” ต่อเนื่องด้วยบทบาท “เฮเซล” จากนิยายวัยรุ่น “The Fault in Our Stars” ซึ่งบทบาทในสองเรื่องหลังนี้ส่งให้เธอคว้ารางวัลจากเวที MTV Movie Awards, The Teen Choice Awards มาแล้ว เรียกได้ว่ายืนยันความเป็นขวัญใจฮอลลีวู้ดอย่างเต็มตัว

เชย์ลีน วู้ดลีย์

7.เธอเอาใจใส่เรื่องสุขภาพร่างกาย

เชย์ลีน เป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก โดยการกินอาหารที่ดีต่อร่างกาย, ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวช่วยเธอได้อย่างดีมากๆ ในการรับบทนำในผลงานล่าสุด “ADRIFT รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน” ที่ถือได้ว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เธอก็พร้อมทุ่มสุดตัว โดยวู้ดลีย์ต้องฝึกฝนหลายอย่างก่อนเปิดกล้องเพื่อให้มีทักษะไม่ต่างจากทามี่ตัวจริง ทั้งฝึกล่องเรือใบ เรียนรู้การควบคุมเรือประเภทต่างๆ ร่วมเดือน รวมไปถึงช่วงขณะถ่ายทำที่ถ่ายทำกันกลางทะเลจริงวันละไม่ต่ำกว่า 14 ชั่วโมง เผชิญกับอาการเมาเรือ แสงแดดแรงที่แผดเผา และเล่นซีนกระโดดหน้าผาสูงด้วยตัวเอง

และนี่คือ 7 สิ่งที่นางเอกสาวคนนี้ทำเป็นประจำ ซึ่งแต่ละเรื่องราวก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นได้ ถือเป็นนางเอกสาวที่หัวใจน่าชื่นชมจริงๆ

ล้านนา

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลาย พร้อมเสพศิลปะวัฒนธรรมของ ล้านนา

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลาย พร้อมเสพศิลปะวัฒนธรรมของ ล้านนา ผ่านดีไซน์อันโดดเด่นของ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล หนึ่งเดียวในเชียงใหม่ ภายใต้เครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวและพื้นที่สำหรับการจัดประชุมขนาดใหญ่กว่า 6,200 ตร.ม. ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนนถนนช้างคลาน โดยโรงแรมได้รับการรีโนเวทใหม่และเปลี่ยนชื่อในการบริหารงาน จากเลอ เมอริเดียน สู่การบริหารงานภายใต้แบรนด์ “แมริออท” นับเป็นหนึ่งในโรงแรมและรีสอร์ทในชื่อแมริออทกว่า 600 แห่ง ใน 65 ประเทศทั่วโลก ภายในห้องพัก ล็อบบี้ สิ่งอำนวยความสะดวก และห้องอาหารได้รับการออกแบบในสไตล์ โมเดิร์นร่วมสมัยตามแบบฉบับของแมริออท ผสานเข้ากับเรื่องราวความรุ่งเรืองของอาณาจักรเชียงใหม่ ในอดีตที่สะท้อนผ่านศิลปะ วัฒนธรรมของล้านนา โดดเด่นด้วยห้องพักที่ให้ความรู้สึกเสมือนผ่อนคลายอยู่บ้าน และสามารถสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของดอยสุเทพและเมืองเก่าจากภายในห้อง ทั้งยังพร้อมต้อนรับนักธุรกิจ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ MICE ในภาคเหนือ

โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล ตั้งอยู่ใจกลางย่านท่องเที่ยวและธุรกิจของเชียงใหม่ อยู่ไม่ไกลจากเมืองเก่า อันเป็นมรดกของเมืองล้านนาอายุกว่า 700 ปี ซึ่งได้ผสมผสานเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่อันทันสมัยในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังล้อมรอบด้วยเจดีย์เก่าแก่ สถาปัตยกรรม และวัดโบราณอายุร่วมร้อยปีที่สะท้อนถึงรากเหง้า แห่งศิลปะวัฒนธรรมของเชียงใหม่ในวิถีล้านนาบนถนนใกล้เคียง พร้อมด้วยร้านค้าที่มีงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ให้เลือกชม เพียงไม่กี่ก้าวจากโรงแรมฯ นักท่องเที่ยวสามารถอิ่มอร่อยไปกับเมนูอร่อยตามแบบฉบับของคนท้องถิ่น และเพลิดเพลินไปกับแสงสีของเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ ถนนคนเดิน รวมถึงชื่นชมความงดงามของแม่น้ำปิง

ห้องพักทั้ง 383 ห้อง เชื้อเชิญให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายในสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย แฝงไว้ด้วยศิลปะที่แสดงถึงเรื่องราว และวิถีชีวิตชาวล้านนาในอดีต แต่ละห้องสามารถสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของดอยสุเทพและเมืองเก่า โดยตรงจากหน้าต่างบานใหญ่พร้อมโต๊ะทำงานในห้องพัก ห้องน้ำที่ประกอบด้วยกระจกและหินอ่อน พร้อมฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ และอ่างอาบน้ำในทุกห้อง พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย 4 ห้องอาหารและบาร์ ในคอนเซ็ปต์ใหม่ อาทิ อาหารเหนือ อาหารไทย อาหารจีน และอาหารนานาชาติ พร้อมสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ สปาและห้องออกกำลังกายอุปกรณ์ครบครัน

โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทลให้บริการพื้นที่กว่า 1,741 ตารางเมตร รองรับการจัดงานต่างๆ ทั้งงานประชุมระดับ นานาชาติ (MICE) และงานสัมมนาขนาดย่อมไปจนถึงงานเลี้ยง รวมถึงงานประชุมขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมงาน ได้มากถึง 800 คน ทั้งยังสะดวกสบายด้วยพื้นที่รับรองด้านหน้าห้องจัดเลี้ยง ที่สามารถจัดคอฟฟี่เบรก หรืองานนิทรรศการได้ ทางโรงแรมฯ ได้เตรียมอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อใช้กับการนำเสนอผลงานและการติดต่อสื่อสาร อาทิ จอแอลอีดี ขนาดความกว้าง 14 เมตรโปรเจคเตอร์ ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และอินเตอร์เน็ตไร้สาย โดยมีทีมช่างเทคนิคพร้อมให้บริการ และยังมีทีมงานผู้ประสานงานจัดเลี้ยงงานประชุม และผู้ช่วยประสานงานแต่งงาน ที่พร้อมร่วมทำงานใกล้ชิดกับทุกท่าน ทั้งการจัดงานประชุม งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน ตลอดจนเมนูอาหาร รูปแบบการตกแต่ง และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

ล้านนา

ห้องอาหารของโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล พร้อมบริการอาหารไทย นานาชาติ และอาหารเหนือ ที่คงไว้ซึ่งการปรุง แบบต้นตำรับ เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม โดยใช้วัตถุดิบออร์แกนิคและวัตถุดิบคุณภาพดีจากท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนผลผลิตจากชุมชน เมนูถูกนำเสนอในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย โดยสามารถอิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษ จากทีมพ่อครัว ที่สร้างสรรค์เมนูครบครันตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยห้องอาหาร “เดอะปิงควิซีนแอนด์บาร์” (The Ping Cuisine and Bar) จะเปิดให้บริการทั้งบุฟเฟต์อาหารเช้า และมื้อกลางวันและมื้อเย็นในรูปแบบอะลาคาร์ท ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชาติ อาหารเอเชีย อาหารไทย อาหารท้องถิ่น ห้องอาหารอิตาเลียน “ฟาโวล่า” (Favola) ซึ่งเป็นหนึ่ง ในห้องอาหารที่แนะนำโดยมิชลิน ไกด์ ให้บริการอาหารอิตาเลียนโดยเชฟชาวอิตาเลียน หรือลิ้มรสอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ต้นตำรับและติ่มซำจากพ่อครัวชาวจีนมากฝีมือ ในบรรยากาศร่วมสมัย ที่ห้องอาหาร “ฮั่น เดอะไชนีสควิซีน” (Han The Chinese Cuisine)

สำหรับที่ “ปิงส์ บาร์” (Ping’s Bar) พบกับกาแฟ เบเกอรี่ และเมนูทานเล่น รวมทั้งเครื่องดื่มจิน และค็อกเทลหลากหลายเมนู พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืน ตลอดจนบาร์ริมสระว่ายน้ำ “พูลเฮาส์” (Pool House) ให้บริการอาหารว่าง และอาหารจานหลัก ค็อกเทล และเครื่องดื่ม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของเชียงใหม่ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการผ่อนคลาย เพิ่มเติมความสดชื่น หรือชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น พร้อมวิวดอยสุเทพและเมืองเชียงใหม่

ล้านนา
“ปิงส์ บาร์” (Ping’s Bar)
“พูลเฮาส์” (Pool House)

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลายที่ ควอนสปา ที่นำเสนอประสบการณ์สปาที่เน้นการสร้างสมดุลด้วยน้ำอันบริสุทธ์ ประกอบไปด้วยห้องทรีทเมนต์จำนวน 6 ห้อง โดยสามารถเลือกปลอบประโลมร่างกายด้วยทรีทเมนต์ที่ชูวัตถุดิบ จากท้องถิ่นของเชียงใหม่ หรือการนวดตัวที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้า หรือเลือกทรีทเมนต์ที่เน้นการดูแลบำบัดผิว เพื่อชะลอวัย รวมไปถึงทรีทเมนต์สำหรับผิวหน้า และทรีทเมนต์ที่ใส่ใจดูแลผิวของสุภาพบุรุษที่ออกแบบมาสำหรับควอนสปา โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทลโดยเฉพาะ เพลิดเพลินไปกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้ทุกท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงาม ของเมืองเชียงใหม่ วิวภูเขาและดอยสุเทพ และสระว่ายน้ำสำหรับเด็กพร้อมห้อง คิดส์รูม ที่มีพื้นที่พร้อมกิจกรรมสันทนาการ สำหรับทุกครอบครัว สำหรับห้องออกกำลังกายของโรงแรมฯ เพียบพร้อมด้วยเครื่องออกกำลังกายที่ทันสมัยครบครัน ทั้งอุปกรณ์คาร์ดิโอ และอุปกรณ์ยกน้ำหนัก เพื่อให้ทุกท่านได้ดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่ในระหว่างที่เข้าพัก

สมาชิกแมริออท บอยวอท สามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษและบริการเฉพาะที่คลับเลาจน์ หรือ “เอ็มคลับ” ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมฯ บนชั้น 21 และ 22 เป็นพื้นที่สามารถนั่งพักผ่อน ทำงาน หรือทานอาหารได้ในบรรยากาศ ที่เป็นส่วนตัว พร้อมการบริการพิเศษจากพนักงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นบริการอาหารเช้า ของว่างและเครื่องดื่มตลอดวัน รวมถึงค็อกเทลในยามค่ำ พร้อมบริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย และมุมอาหารทานเล่นและเครื่องดื่มที่ให้บริการตลอดทั้งวัน

“โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล พร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยการบริการที่มาจากใจ ประสบการณ์ที่สามารถ สร้างแรงบันดาลใจและเป็นที่น่าจดจำ เต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นตามแบบฉบับล้านนาไทย และได้มาตรฐาน ที่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของแบรนด์แมริออท” กล่าว มร. ราจาท แชทเทอร์จี, ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล

สุดยิ่งใหญ่ ‘4EVE Concert “NOW OR NEVER” แฟนเพลงกระหึ่มฮอลล์

จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม กับงานคอนเสิร์ต ‘4EVE Concert “NOW OR NEVER” Live at Impact Arena’ เกริล์กรุ๊ปแถวหน้าของเมืองไทย เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่รวมทุกความสนุกสุดประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดโชว์ และจัดเต็มแบบจุกๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบแสงสีเสียงและโปรดักชั่นสุดอลังการ และแขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกแบบสุดๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานีที่ผ่านมา

4EVE วงเกริล์กรุ๊ปสาวสุดฮอต ศิลปินจากค่าย (XOXO Entertainment) ได้สร้างปรากฎการณ์และความประทับใจให้กับแฟนๆ อีกครั้งในงานคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ โดยเริ่มจากการเปิดตัวสุดอลังการที่ใช้
สเตจลอยลงมา ต่อด้วยการเปิดโชว์เพลงแรกในเพลง “Oohlala!” ซึ่งเป็นเพลงเดบิวต์ของพวกเธอ ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดกันสนั่นฮออล์ คอนเสิร์ตครั้งนี้ทางทีม Hui Studio ได้เนรมิตเวทีแบบแคทวอคผ่ากลางคอนเสิร์ต และใช้เทคนิคเอฟเฟ็กต์กระดับเทพ ไม่ว่าจะเป็นฉาก แสง สี เสียง และที่ขาดไม่ได้เลยคือการโชว์ที่ใช้สเตจลอยไปหาผู้ชมกลางงานคอนเสิร์ตที่อยู่บนชั้น 2 และ ชั้น 3 เพื่อให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดและรับความสนุกอย่างทั่วถึง

ต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญคนพิเศษอย่าง URBOYTJ ในเพลง ‘มีอีกไหม’ และร่วมร้องเพลงด้วยกันเป็นครั้งแรกกับเพลง ‘วัดปะล่ะ’ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ URBOYTJ เป็นคนแต่งให้ นอกจากจะเป็นเพลงฮิต 100 ล้านวิวแล้วยังเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนได้รู้จัก 4EVE มากขึ้นอีกด้วย ต่อด้วยแขกรับเชิญคนที่ 2 อย่าง ‘พี่โมส พี่จ๋าย’ ไททศมิตร ที่มาในเพลงร๊อคแบบเดือดๆ ทำเอาเวทีลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี 4EVE การละครที่ได้แขกรับเชิญคนพิเศษ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ที่มาร่วมแสดงในเป็นเจ้าหญิงสโนว์ไวท์เป็นครั้งแรกกับความวุ่นๆ ของเจ้าก้อน 4EVE ทั้ง 7 ที่เรียกเสียงหัวเราะแห่งความสุขได้แบบยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ปิดท้ายกับแขกรับเชิญคนสวยมากความสามารถอย่าง ‘อิ้งค์ วรันธร’ ที่เปิดมาในเพลง ‘Flashlight’ กับเสียงสุดไพเราะที่สะกดทุกสายตาคนดูทั่วทั้งฮอลล์ ปิดท้ายด้วยช่วงสุดท้ายของงานสาวๆ 4EVE ได้ลงไปหาแฟนคลับเพื่อเก็บภาพและโมเม้นสุดประทับใจที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม และได้พูดความรู้สึกบนเวทีที่มีต่อฟอร์อายและขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเธอตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ต ‘4EVE Concert “NOW OR NEVER” Live at Impact Arena’ ของ 7 สาว 4EVE ในครั้งนี้มีครบทุกรสชาติจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Performance ที่แข็งแรงของสาวๆ บนเวที หรือจะเป็นร็อคแบบดุเดือด แถมยังมีการแสดงละครอีก เชื่อได้ว่าเป็นช่วงเวลา 4 ชั่วโมงที่ทุกคนมีความสุขและจะเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างศิลปินและแฟนเพลงไปอีกนานแสนนาน สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ 4EVE Official หรือเสิร์ช แฮชแท็ก #4EVE #4eveNowOrNeverConcert

“ยองแจ GOT7” ส่งตรงคลิปสุดน่ารักถึงแฟนไทย อ้อนแฟนไทยรอพบกันในเอเชียทัวร์คอนเสิร์ต 16-17 มีนาคมนี้!!

อากาเซ่ไทย ละลายคาจอหลัง “ยองแจ GOT7” ส่งตรงคลิปสาดความน่ารักทะลุจออ้อนแฟนไทยให้มาพบกันในเอเชียทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ที่งาน 2024 YOUNGJAE ASIA TOUR <INSIDE OUT> CONCERT in THAILAND ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 16-17 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ [Queen Sirikit National Convention Center – QSNCC]

หนุ่มยองแจ ฝากคลิปถึงแฟนๆ ชาวไทย “สวัสดีครับ ยองแจ GOT7 ครับ ได้เจอกับแฟนๆ ครั้งแรกของปี 2024 สำหรับงาน 2024 YOUNGJAE ASIA TOUR <INSIDE OUT> CONCERT in THAILAND ตอนนี้ก็ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตอีกด้วย เมื่อไหร่งั้นหรอครับ วันที่ 16-17 มีนาคม 2024 เวลา 18.00 น. ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 3-4 ครับ เราจะจัดคอนเสิร์ตกันครับ ทุกคนมาดูผมกันเยอะๆ นะครับ นอกจากนี้ยังมีโชว์พิเศษ และแขกรับเชิญด้วยครับ ทุกคนโปรดรอคอยกันด้วยนะครับ เตรียมการแสดงสนุกๆ ไว้มากมายเลยครับ ไว้เจอกันตอนนั้น ห้ามลืมนะครับ วันที่ 16-17 มีนาคม เวลา 18.00 น. เจอกันที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นะครับ บ๊ายบาย รักนะจุ๊บๆ ขอบคุณครับ” อ้อนมาขนาดนี้แล้ว แฟนๆ ยองแจตัวจริงห้ามพลาดเด็ดขาด!!! ซื้อบัตรกันได้แล้วที่ Djbentth.com บัตรราคา [บัตรยืน] 7,500(VIP) / 5,500 [บัตรนั่ง] 6,500 / 5,500 / 4,500 / 3,500 และ 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษให้ได้ใกล้ชิดแบบจัด ใครที่มีบัตรแล้วเตรียมตัวไปสนุก และพบกับหนุ่มยองแจกันได้เลย 16-17 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่สำคัญรอลุ้น รอติดตามแขกรับเชิญสุดพิเศษที่ยองแจแอบสปอยเบาๆ กันได้เลย เชื่อว่าถูกใจอากาเซ่ไทยอย่างแน่นอน!!! รอติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ X[Twitter] @DJBENTTH

รวมสีสันงาน All Asia Cup 2024 กีฬาขี่ม้าโปโลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ประเดิมจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการแรกของปี 2567 สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “All Asia Cup 2024″  ภายใต้แนวคิด” THE LIGHT OF ASIAN UNITY ” พร้อมจัดแสดงนิทรรศการ 2 ทศวรรษบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญ ท่ามกลางเซเลบริตี้และคนดังร่วมงานมากมาย ณ สนาม วี เอส สปอร์ตคลับ แอนด์ สยาม โปโล ปาร์ค อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการ All Asia Cup เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย ล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ตามเจตนารมณ์ของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และต้องการให้กีฬาขี่ม้าโปโลเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยในปีนี้ได้รับความสนใจจาก 5 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ บรูไน จีน ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย และไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับเกียรติเข้าร่วมแข่งขันของนักกีฬาขี่ม้าโปโลกิตติมศักดิ์ได้แก่ เจ้าชายอับดุล มาทีน อิ๊บนี ซัลทัน ฮัสซานัล โบลเกียห์, เจ้าหญิงอาเซมะห์ นิ มาตุล โบลเกียห์, เจ้าชายเจฟรี โบลเกียห์,เจ้าชายบาฮาร์ เจฟรี โบลเกียห์ เสด็จเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะนักกีฬาทีมชาติบรูไน โดยสำหรับคู่ชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทย ที่สามารถเอาชนะ ทีมชาติบรูไน ด้วยผลการแข่งขันคะแนน 6 ต่อ 3 คะแนน คว้าถ้วย All Asia Cup 2024 ในครั้งนี้ไปครองได้สำเร็จ โดยได้รับเกียรติจาก คุณเอมอร  ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศ และยังได้รับเกียรติจากผู้สนับสนุนอย่าง ดร. ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบรางวัล BEST PONY AWARD รวมถึง คุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มอบรางวัล MVP AWARD หรือรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำ  การแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

ภายในงานยังได้เนรมิตสถานที่อย่างอลังการ พร้อมเปิดการแข่งขันด้วยการแสดงที่สะท้อนแนวคิด “THE LIGHT OF ASIAN UNITY”  โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงต่าง ๆ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา, นายแพทย์ไพโรจน์ และคุณสิริมา บุญคงชื่น, คุณวรรณพร อัญชลีวิวัฒน์, คุณนิษฐา และ คุณธราภุช คูหาเปรมกิจ, คุณซินดี้ บิชอพ, คุณซอนย่า คูลลิ่ง, คุณภานุวัฒน์ เปรมมณีนันท์, คุณวรินทรา จงวิลาส, น้องลุคุณณ์ จงวิลาส และศิลปินวงนิวคันทรี่ ฯลฯ  นอกจากนี้บรรดาผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมสนุกกับการแต่งกาย ภายใต้คอนเซ็ปต์  “Colourful Oriental Vibe” เพื่อลุ้นรางวัลการประกวดการแต่งกายยอดเยี่ยม โดยรางวัล Best Dressed Awards สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่แต่งกายโดดเด่นและเข้า    คอนเซ็ปต์มากที่สุด ฝ่ายหญิง ได้แก่ คุณวรรณพร อัญชลีวิวัฒน์ และ ฝ่ายชาย ได้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ต่อด้วยรางวัล Most Stylish ซึ่งมอบให้แก่ผู้ที่แต่งกายได้มีสไตล์โดดเด่นมากที่สุด รางวัลฝ่ายหญิง ได้แก่ คุณซอนย่า คูลลิ่ง และ รางวัลฝ่ายชาย ได้แก่ Mr.Christopher Gierk ในส่วนของรางวัลขวัญใจช่างภาพ (Best Photogenic) ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้คือ คุณพลอย ปิ่นแสง

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของสมาคมฯ ภายในงานยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ 2 ทศวรรษของสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสมาคม ความสำเร็จ และเป้าหมายในอนาคต ที่ยังคงสืบต่อเจตนารมณ์ของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งและอดีตนายกสมาคมคนแรก อีกทั้งมีการแสดงโชว์ม้าสุดตระการตาในชื่อชุด The Symphony of Light อีกด้วย

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลประจำปี 2567 ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าโปโลเพิ่มเติม พร้อมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่ Facebook / Instagram: Thailand Polo Association