ความมั่นใจในตนเอง

รู้ไหมตอนนี้ ความมั่นใจในตนเอง ของคนไทยอยู่ที่เท่าไหร่?

เปิดเผยครั้งแรก! ดัชนีชี้วัด ความมั่นใจในตนเอง ของคนไทย “Self-Confidence Index ในกลุ่มคน 3 รุ่น Gen X , Gen Y และ Gen Z

ในปีนี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ประกาศจัดทำดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย  “Self-Confidence Index” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  เพื่อเจาะลึกอินไซด์ของผู้บริโภคในด้านความมั่นใจและต่อยอดสู่แคมเปญการสื่อสารที่ยั่งยืน ซึ่งได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์ อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นที่ปรึกษาดูแลการวิจัยในภาพรวม โดยจากการสำรวจผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มประชาชนทั่วไป 1,000 ราย เผยว่าคนไทยมีระดับความมั่นใจในตนเองเฉลี่ยอยู่ที่ 84% และทุกๆ เจนเนอเรชันมีระดับความมั่นใจในตนเองที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

ความมั่นใจในตนเอง
  • Gen X (Happiness) เป็นช่วงวัยที่เกิดความมั่นคงทั้งทางอาชีพ ประสบการณ์ และอารมณ์ จึงมีความมั่นใจในตนเองสูงสุด และมีพฤติกรรมการดูแลตัวเองตามช่วงอายุ ใช้ชีวิตแบบปล่อยวาง แต่จะรู้สึกเติมเต็มมากยิ่งขึ้น เมื่อรักษารูปร่างและหน้าตาให้มีความอ่อนเยาว์กว่าวัย  
  • Gen Y (Self-Love) เติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี และได้ผ่านประสบการณ์ในสังคมมาระยะหนึ่งแล้ว เริ่มค้นพบความต้องการและเป้าหมายที่แท้จริงของตนเองว่าอยากดูดีในรูปแบบไหน ทำให้ Gen Y เน้นการดูแลตัวเองแบบ “Prejuvenation” เพื่อคงความอ่อนเยาว์
  • Gen Z (Ideal Self) เป็นช่วงวัยที่ได้รับอิทธิพลจากคนดังในโลกโซเชียลมีเดีย จึงมีความตื่นตัวอย่างมากกับความรู้เกี่ยวกับความงามและการดูแลผิวด้วยตนเอง ทำให้มีคะแนนความมั่นใจด้านหน้าตาและรูปร่างน้อยกว่าเจนอื่นๆ

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจมีทั้งหมด 6  ด้าน ได้แก่  1. ด้านทัศนคติ (attitude & mindset) 2. ด้านสังคมรอบตัว (social) 3. ด้านการงานและการเรียน (work & study) 4. ด้านสุขภาพ (health) 5. ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) 6. ด้านการเงิน (income) โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองมากที่สุด คือ ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) ในขณะที่ระดับคะแนนความมั่นใจในด้านรูปลักษณ์ภายนอกกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 82% อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเอง แต่ยังอยากเสริมเติมแต่งเพิ่มความดูดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมโซเชียลมีเดียของคนไทย ที่นิยมใช้แอปพลิเคชันในการปรับแต่งรูปให้ออกมา “เป็นตัวเองที่ดูดีขึ้น” เพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิต

ความมั่นใจในตนเอง

ช่องว่างของระดับคะแนนความมั่นใจจึงเปิดโอกาสให้ บริษัทฯ เดินหน้าผลักดันธุรกิจหัตถการความงาม โดยเชื่อว่าการเข้ารับบริการเสริมความงามจะเพิ่มความมั่นใจให้คนไทยอย่างยั่งยืน สะท้อนจากอินไซต์ของผลสำรวจที่พบว่า คนไทยมีคะแนนความมั่นใจในตนเองเฉลี่ยสูงถึง 91% ภายหลังจากเข้ารับบริการหัตถการความงาม  และคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่า การทำหัตถการความงาม เป็นหนึ่งในทางเลือกที่สำคัญ สำหรับเสริมความมั่นใจให้ตัวเองได้ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความกังวลต่างๆ ที่มีต่อผิวพรรณและรูปร่างตนเองได้ในเวลาอันสั้น ช่วยให้ตนเองโฟกัสชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ ได้อย่างสบายใจ

ทั้งนี้ Self-Confidence Index จะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเมิร์ซ​ในการเจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคในไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น นำมาสู่แคมเปญการสื่อสารที่จะบูสต์อัปความมั่นใจคนไทยไปอีกหนึ่งขั้นในอนาคต

ทั้ง 3 กลยุทธ์ธุรกิจในปี 2567 นี้ล้วนเป็นการตอกย้ำจุดยืนของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการความงามอันดับ 1 อย่างมั่นใจ โดยมีความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ และให้ความสำคัญกับดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย เสมือนเป็นเครื่องมือหลักที่จะนำทางแคมเปญการสื่อสารต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

*เกี่ยวกับผลสำรวจดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย (Self-Confidence Index)
ผลสำรวจดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย หรือ Self-Confidence Index เป็นการสำรวจถึงอินไซด์ของผู้บริโภคที่บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้จัดให้บริษัทวิจัยเอกชน ทำการสำรวจความคิดของผู้คนที่มีต่อความมั่นใจในตนเองทั่วประเทศไทย ระหว่าง เดือนธันวาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 โดยบริษัทวิจัยเอกชน ได้สำรวจผู้บริโภคไทยทั่วประเทศที่ 1,000 ราย ในช่วงอายุ 18 – 55 ปี ถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจและรูปแบบของความมั่นใจในด้านต่างๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต เพื่อเจาะลึกอินไซด์ของผู้บริโภคในด้านความมั่นใจอย่างแท้จริง โดยจากผลสำรวจสรุปได้ว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองของคนไทย 6 อันดับแรก ได้แก่ 1. ด้านทัศนคติ (attitude & mindset) 2. ด้านสังคมรอบตัว (social) 3. ด้านการงานและการเรียน (work & study) 4. ด้านสุขภาพ (health) 5. ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) 6. ด้านการเงิน (income)

น่ารักเกินต้าน! 9 ลุค ‘จางวอนยอง’ ต้อนรับตำแหน่ง Muse คนใหม่ Rolarola

มงลงสมตำแหน่ง ‘จางวอนยอง‘ ขึ้นแท่น Muse คนล่าสุดของ Rolarola พร้อมนำเสนอ 9 ลุค คอลเล็คชั่นใหม่ Spring 2024

หากให้นึกถึงศิลปินที่มีความน่ารัก สดใส มองได้ไม่เบื่อ ‘จางวอนยอง’ คงเป็นชื่อลำดับต้นๆ ที่ถูกเอ่ยขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ Rolarola แฟชั่นแบรนด์สัญชาติเกาหลี จะเลือกให้เธอได้มารับตำแหน่ง Muse คนถัดไปด้วยเอกลักษณ์ที่มีความอ่อนหวานทำให้ตรงกับคาแร็คเตอร์ของศิลปินสุดฮ็อตคนนี้ได้ลงตัว

อีกทั้งประกาศดังกล่าวยังถูกปล่อยออกมาพร้อมกับ 9 ลุคคอลเล็คชั่นใหม่ Spring 2024 ที่เต็มไปด้วยไอเท็มคิวต์ๆ มากมาย แต่จากการกวาดสายตาดูแล้ว Knitwear น่าจะเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดเพราะมีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ นอกจากนี้ Rolarola ยังถอเป็นแบรนด์ที่สวมใส่ง่าย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ใครคนไหนชอบสายเกาหลีเกาใจ บอกเลยว่าแบรนด์นี้ไม่ควรพลาดเป็นอันขาดค่ะ!


เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดตัว ‘Reformer Revolution’ นิยามใหม่การฟิตร่างกาย

แบรนด์สุขภาพระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก พร้อมเปิดตัวโปรแกรมพิเศษ กับประสบการณ์การออกกำลังกายแบบกลุ่ม เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของคลับที่จะยกระดับคุณภาพสูงสุดในการฝึกอบรม ฝึกสอน และประสบการณ์ในแต่ละคลาส โดยโปรแกรมพิเศษแรกที่จะเปิดตัวในปี 2567 คือโปรแกรม รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส (Reformer Pilates) ที่จะมาพลิกโฉม รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส แบบดั้งเดิม ด้วยการสร้างคลาสใหม่ 4 คลาส ได้แก่ Foundations, Align, Athletic และ Recovery ทั้งนี้โปรแกรมดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Reformer Pilates โดยที่จะใช้ดนตรีเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพลังและบรรยากาศให้กับแต่ละคลาส คลาส รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส ที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Reformer Revolution’ ซึ่งเหมาะสำหรับความฟิตทุกระดับ เพื่อพัฒนาการฝึก รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส ได้หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น 

จูเลียน เบรา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ กล่าวว่า “นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านฟิตเนสและสุขภาพแบบองค์รวมที่น่าประทับใจแล้ว เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ยังมีความตั้งใจในการนำเสนอโปรแกรมที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเฉพาะ โดย รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส เป็นหนึ่งในโฟกัสหลักของประสบการณ์การออกกำลังกายแบบกลุ่มของเรา และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอศักยภาพของประสบการณ์นี้ให้ทุกคนได้สัมผัส สำหรับใครที่กำลังมองหาความคลาสสิค ผมขอแนะนำให้ลองคลาส Foundations & Align ส่วนใครที่ต้องการคลาสที่ใช้พลังสูงและเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกายคุณในเวลาเดียวกัน ผมอยากให้ลองนึกภาพการออกกำลังกายแบบ HIIT บนเตียงรีฟอร์เมอร์ ซึ่งคลาส Athletic ของเรานั้นจะเหมาะกับคุณอย่างมาก สุดท้ายนี้ผมแนะนำให้มาลองคลาส Recovery สำหรับคนที่กำลังมองหาการยืดร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการนั่งทำงานทั้งวันในออฟฟิศ ทั้งนี้แต่ละคลาส รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส ของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกรูปแบบและยังมอบพลังงานความสดชื่นแบบที่คุณมองหาในแต่ละวันได้อีกด้วย”

จุดเด่นของ ‘Reformer Revolution‘ คือการเข้าถึงความสนใจและครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของผู้เล่นแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณกำลังต้องการพัฒนาทักษะ เป็นผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายที่มองหาความหลากหลายในกิจวัตรประจำวัน หรือมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายก็ตาม คลาส รีฟอร์เมอร์ 4 คลาสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ สามารถตอบโจทย์ของผู้เล่นทุกระดับสมรรถภาพและความสามารถ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Foundations: การสอนในคลาสนี้จะดำเนินอย่างช้า ๆ ในรูปแบบเวิร์คชอป โดยเน้นการอธิบายอุปกรณ์ แบบฝึกหัด และศัพท์เฉพาะ พร้อมยึดหลักการพื้นฐาน ด้วยการวางรากฐานสำหรับการฝึกพิลาทิสอย่างมั่นคง ทำให้คลาสนี้เหมาะสำหรับผู้ฝึกเริ่มต้นและผู้ที่ห่างหายจากการฝึกพิลาทิสไปนาน

รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Align: เป็นคลาสที่เหมาะกับผู้ฝึกทุกระดับ ด้วยโปรแกรมการฝึกที่ท้ายทายแต่ยังมีระดับความยากที่เหมาะสมกับผู้ฝึกแต่ละคน โดยคลาสรีฟอร์เมอร์ Align นี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ฝึกพิลาทิสได้เป็นอย่างดี

รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Athletic: ผู้ฝึกในคลาสนี้จะได้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับเสียงเพลงด้วยการใช้ท่าออกกำลังของพิลาทิสผสมผสานไปกับโปรแกรมการออกกำกายแบบหนักสลับเบา (HIIT) เหมาะสำหรับผู้ฝึกพิลาทิสที่มองหาความสนุกที่ท้าทายและต้องการฝึกคลาสพิลาทิสที่มีจังหวะเร็วขึ้น

รีฟอร์เมอร์ พิลาทิส – Recovery: รีฟอร์เมอร์รีคัฟเวอรี่ เป็นซิกเนเจอร์คลาสของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ปลดปล่อยและผ่อนคลายไปกับท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ ครอบคลุมไปถึงเอ็นข้อต่อและเส้นใยกล้ามเนื้อด้วยท่าทางที่หลากหลายโดยใช้เครื่องพิลาทิส รีฟอร์เมอร์ ที่ใช้การยืดเหยียดแบบมีการเคลื่อนไหว (Dynamic) และการยืดเหยียดค้าง (Static) สร้างความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง มั่นคงและสมดุลให้กับผู้ร่วมคลาส ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายการออกกำลังแบบไหน คลาสรีฟอร์เมอร์รีคัฟเวอรี่ ก็ถูกออกแบบมาเพื่อทุกคน

การปลูกฝังความแข็งแกร่ง ความสมดุล และความกลมกลืนผ่านพิลาทิสไม่ได้เป็นเพียงการฝึกฝนทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างจิตใจและร่างกายอีกด้วย ซึ่งคลาส ‘Reformer Revolution’ ของเรา มุ่งหวังที่จะช่วยค้นพบความแข็งแกร่งภายในตนเองและเสริมสร้างมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมให้แก่ทุกคน” ครูแพรว ธิดารัตน์ วิระสันติ หัวหน้าฝ่ายพิลาทิสและโยคะ ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.virginactive.co.th, Facebook @VirginActiveThailand, Instagram @VirginActiveThailand, TikTok @VirginActiveTH และ LINE @virginactiveth.

BAFTA 2024

ยลโฉม 4 ลุคคนดังสวมจิเวลรี่ Tiffany & Co. เฉิดฉายบนพรมแดง BAFTA 2024

อีกหนึ่งงานสำคัญในแวดวงภาพยนตร์อย่างงานประกาศรางวัล บริติช อะคาเดมี่ ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 77 (British Academy Film Awards) หรือ BAFTA 2024 ซึ่งจัดขึ้นที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อวันก่อน งานนี้มีคนดังมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ แฟชั่นพรมแดงของเหล่าคนดัง โดยเฉพาะงานจิเวลรี่ที่ระยิบระยับ เปล่งประกายไปทั่วงาน

ยลโฉม 4 ลุคคนดังสวมจิเวลรี่ Tiffany & Co. เฉิดฉายบนพรมแดง BAFTA 2024

ในงานนี้มีเซเลบริตี้ระดับโลกสวมใส่เครื่องประดับชิ้นสำคัญจาก Tiffany & Co. ร่วมเฉิดฉายบนพรมแดง เริ่มต้นด้วย Emily Blunt สวมใส่สร้อยคอ Jean Schlumberger by Tiffany necklace, ต่างหูเพชร Tiffany diamond earrings, แหวน Tiffany Victoria® และแหวนเพชร

ทางด้าน Dua Lipa สวมใส่เครื่องประดับชิ้นสำคัญเป็นต่างหู สร้อยข้อมือ และแหวนจาก Tiffany & Co.

ขณะที่ Taylor Russell สวมใส่เครื่องประดับชิ้นสำคัญเป็นต่างหู สร้อยข้อมือ และแหวนจาก Tiffany & Co.

ปิดท้ายด้วย Colman Domingo สวมใส่เข็มกลัด Tiffany brooch, กำไลข้อมือ และแหวนจาก Tiffany & Co.


Fendi Girl! ซูมอินลุคเซเลบริตี้ 4 สัญชาติภาคพื้นเอเชีย

รวม 4 ตัวแม่ภาคพื้นเอเชีย! ซูมอินลุคเซเลบริตี้ฟรอนต์โรว์ เบลล่า ราณี, ซ่ง อวี่ฉี, อันยูจิน และฮารุนะ คาวากุจิ

ถือว่าเป็นหนึ่งสีสันของแฟชั่นวีคกับการพบปะกันระหว่างเซเลบริตี้ภายในงาน เช่นโชว์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนั่นคือ Fendi Fall/Winter 2024 ที่ฝั่งประเทศไทยเราก็มี ‘เบลล่า ราณี’ บินไปร่วมงานไกลถึงเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ทำให้เราได้เห็นภาพที่เธอได้กระทบไหล่คนดังสัญชาติอื่นๆ มากมาย อย่าง ซ่ง อวี่ฉี, อันยูจิน และฮารุนะ คาวากุจิ ที่มาจากโซนเอเชียเหมือนกัน โดยโททัลลุคของแต่ละคนก็นำเสนอความเป็น Fendi ได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นที่ ‘เบลล่า ราณี’ มาในเดรสยาวจากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 ‘The Season’s Karung Print’ พร้อมถือกระเป๋ารุ่นฮิต Peekaboo ใบสีส้ม และคอมพลีทลุคให้โดดเด่นด้วยถุงมือสีเดียวกับกระเป๋า

คนที่สอง ‘ซ่ง อวี่ฉี’ ยืนหนึ่งเรื่องความส้ม เป็นโททัลลุคที่สะดุดตามาตั้งแต่ 500 เมตร เธอสวม Knitwear จากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 และถือ Peekaboo ดีไซน์จักสาน

ต่อมา ‘อันยูจิน’ ลดระดับความจี๊ดจ๊าดลงมาเล็กน้อย เพราะศิลปินคนนี้มาในเดรสคล้องคอสีเหลือง-น้ำตาล จากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 เช่นกัน และเลือกคอมพลีทด้วยกระเป๋า Peekaboo โทนสีเดียวกับชุด

สุดท้ายตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น ‘ฮารุนะ คาวากุจิ’ ถ้าเทียบจาก 3 คนแรกแล้วเธอน่าจะเป็นโททัลลุคที่แตกต่างมากที่สุดด้วยเทคนิคการเลเยอร์ไอเท็มมากกว่าใคร แต่ยังคงมาจากคอลเล็คชั่นและถือกระเป๋า Peekaboo เหมือนกัน

5 เหตุผลที่ควรชม Apartment404 วาไรตี้ไม่มีสคริปต์ที่มีเหล่าคนดังมาร่วมอย่าง เจนนี่ Blackpink

5 เหตุผลที่ควรชม Apartment404 วาไรตี้ไม่มีสคริปต์ที่มีเหล่าคนดังมาร่วมอย่าง เจนนี่ Blackpink

รายการวาไรตี้ Apartment404 (อะพาร์ตเมนต์404) ที่ได้ศิลปินและนักแสดงเกาหลีชื่อดังมากมายมาเข้าร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น ยูแจซอก, ชาแทฮยอน, โอนารา, ยางเซชาน, เจนนี่ และ อีจองฮา กำลังได้รับความสนใจและมีแฟนๆเฝ้ารอติดตามชมมากมาย นี่คือรายการวาไรตี้แบบไม่มีสคริปต์ที่ให้เหล่านักแสดงผู้เข้าร่วมรายการได้ค้นหาสืบสวนความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ปริศนาต่างๆ ที่สร้างมาจากเรื่องจริง ผู้ชมจะได้สนุกไปกับเรื่องราวอันน่าสนใจและเคมีระหว่างนักแสดงที่จะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม

ก่อนที่จะไปชม Apartment404 (อะพาร์ตเมนต์404) ทาง Prime Video ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ จะชวนคุณเช็กลิสต์เหตุผลที่ทำให้ไม่ควรพลาดชมรายการนี้

1. ทีมนักแสดงระดับแม่เหล็ก
เป็นการรวมตัวกันของนักแสดงระดับแม่เหล็กของเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ยูแจซอก พิธีกรรายการโทรทัศน์อันโด่งดังระดับต้นๆของเกาหลี ผู้มีรายการยอดนิยมมากมาย, ชาแทฮยอน นักแสดงที่เป็นที่รู้จักกันดีจากภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ในดวงใจของใครหลายคนอย่างเรื่อง My Sassy Girl รวมไปถึงรายการวาไรตี้อย่าง Unexpected Business, โอนารา นักแสดงสาวที่แฟนๆซีรีส์ล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาเธอจากซีรีส์เรื่องดังหลายเรื่อง เช่น SKY Castle และ Alchemy of Souls เป็นต้น, ยางเซชาน นักแสดงตลกที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากจากรายการวาไรตี้ Running Man, อีจองฮา นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมจากซีรีส์เรื่อง Moving และปิดท้ายด้วย เจนนี่ ศิลปินเคป๊อปผู้ครองใจแฟนๆทั่วโลก ไม่ว่าเธอจะทำอะไรล้วนเป็นที่จับตาอยู่เสมอ เมื่อทีมนักแสดงระดับแม่เหล็กทั้ง 6 มารวมตัวกัน ทำให้รายการเปี่ยมไปด้วยความบันเทิงที่น่าสนใจ

2. โปรดิวเซอร์มากฝีมือผู้โด่งดัง
แฟนๆ รายการวาไรตี้โชว์จะต้องรู้จักชื่อของโปรดิวเซอร์ผู้กำกับ จองชอลมิน เป็นอย่างดี เพราะเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการวาไรตี้ยอดนิยมมากมาย เรียกได้ว่าเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้รายการได้รับความนิยม และในครั้งนี้เขาได้รวบรวมนักแสดงที่เคยร่วมงานกับเขามาก่อน มารวมตัวกันในรายการ Apartment404 ทั้ง ยูแจซอก ที่เคยร่วมงานกันใน Running Man, Sixth Sense และ Village Survival, the Eight รวมถึง โอนารา ที่เคยร่วมงานกันในรายการ Sixth Sense, ยางเซชาน ร่วมงานกันจาก Running Man ทางด้าน เจนนี่ เองก็เคยร่วมงานกับเขาจากรายการ Village Survival, the Eight ถึงแม้ว่าจองชอลมินจะยังไม่เคยร่วมงานกับ ชาแทฮยอน และ อีจองฮา มาก่อน แต่เรามั่นใจได้เลยว่าเขาจะสามารถสร้างสรรค์ความสนุกด้วยความเชี่ยวชาญและพรสวรรค์ของเขาให้กับรายการได้

3. เหตุการณ์น่าตื่นเต้นชวนลุ้น
เหตุการณ์และปริศนาต่างๆ ที่นักแสดงผู้เข้าร่วมรายการต้องสืบสวนและค้นหาความจริง ล้วนสร้างมาจากเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นในอะพาร์ตเมนต์ที่เกาหลี เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นหลากหลายสถานที่ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทีมนักแสดงผู้เข้าร่วมรายการจะต้องค้นหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้และไขปริศนาอันน่าตื่นเต้น ความบันเทิงสุดสนุกอัดแน่นอย่างเต็มเปี่ยมในทุกตอนของรายการ ผู้ชมจะได้ค้นพบความจริงของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในเกาหลีผ่านรายการ Apartment404

4. ธีมย้อนยุค
ในแต่ละตอนของรายการ จะมีการเซ็ทสถานที่ถ่ายทำให้มีลักษณะแตกต่างกันตามช่วงเวลาและสถานที่ของเหตุการณ์จริง นักแสดงผู้เข้าร่วมรายการจะได้ย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์และช่วงเวลาเหล่านั้นอีกครั้ง กลิ่นอายของอดีตทำให้รายการมีเสน่ห์และแตกต่าง ในแต่ละตอนผู้ชมจะได้ย้อนยุคไปสัมผัสกลิ่นอายของความหลังที่สนุกสนาน และได้เห็นว่าประเทศเกาหลีเป็นอย่างไรในแต่ละปีที่มีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เป็นข่าวหรือประเด็นที่เป็นที่พูดถึง ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านในยุคนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายให้เพลิดเพลิน ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชมจะได้เห็นทีมนักแสดงแต่งตัวในแฟชั่นย้อนยุคอีกด้วย

5. การแข่งขัน สุดสนุกสนาน
นักแสดงผู้เข้าร่วมรายการจะแข่งขันกันเป็นทีม เพื่อค้นหาเบาะแสและไขปริศนาในแต่ละตอน พวกเขาจะต้องเล่นเกมต่างๆ เพื่อให้ได้เบาะแสและคำใบ้มา มีเกมสนุกๆ มากมายที่คัดเลือกมาในรายการ และบางเกมอาจจะเป็นเกมโปรดที่หลายคนอาจเคยดูจากรายการอื่นมาแล้ว และยิ่งทวีคูณความสนุกเมื่อได้นักแสดงทีมนี้มาแข่งขันกันภายใต้โจทย์และเงื่อนไขของรายการ ผู้ชมจะได้สัมผัสความโกลาหลสุดสนุกสนาน ที่จะทำให้หยุดหัวเราะไม่ได้


นางสาวไทย ๒๕๖๗

เผยโฉมงกุฎ นางสาวไทย ๒๕๖๗ ผสานดีไซด์จากเครื่องจักสาน

เปิดตัวแล้วสำหรับมงกุฎประจำตำแหน่ง นางสาวไทย ๒๕๖๗ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “เลิศล้ำค่าจักสานไทย ขจรไกลสู่สากล” ที่ให้ชื่อว่าเป็น “มงกุฎ แห่งสายใย ผูกพัน”

ได้รับการรังสรรค์ โดย “คุณชวลิต ชมเมือง” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ GODDIAMONS ด้วยแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Local to Global” ผสานดีไซด์จากเครื่องจักสานของทุกภูมิภาคในไทย คือ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานานจากบรรพบุรุษ สร้างเครื่องมือ และภาชนะใช้สอย เกิดประโยชน์ในวิถีชีวิตประจำวัน การสานสอด เกี่ยวพันยึด ให้ชิ้นส่วนเล็กๆรวมกันเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว เปรียบดั่งความผูกพันและความสามัคคีร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

ทาง GOD DIAMONDS จึงนำลายเครื่องจักสานมาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบลวดลายมงกุฎนางสาวไทยประจำปีนี้ เพื่อสื่อถึงควาผูกพันสามัคคี และเชิดชูภูมิปัญญางานจักสานของไทยให้สากลได้สัมผัสถึงความงามอีกรูปแบบผ่านมงกุฎอันทรงเกียรตินี้

นางสาวไทย ๒๕๖๗

ด้านหน้ามงกุฎยังคงเครื่องหมาย “วชิราวุธประดับพชร” สัญลักษณ์สำคัญสุดเทิดทูล ด้านหลังวชิราวุธ คือลวดลาย monogram pattern โดยนำ รูปแบบบางส่วนของหน้าต่างอาคารวชิราวุธ ๑๐๐ ปี มาเป็นแรงบันดาลใจออกแบบ ผูกพันเชื่อมโยง ๒ องกรค์รวมเป็นหนึ่งที่ระหว่างเวทีนางสาวไทยและสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย

และมงกุฎอันทรงคุณค่านี้จะถูกนำเสนอสู่สายตาทุกคนเป็นครั้งแรกวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ในรอบ Preliminary ก่อนที่ในค่ำคืนเดียวกัน จะได้ทราบว่าสาวงามคนใด ที่จะครอบครัว “มงกุฎแห่งสายใย ผูกพัน“ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดทาง ช่องวัน31 และ Youtube TPN Global

เนม-ภาณุพงศ์ สุรภาพ

ทำความรู้จักยอดนักสืบ เนม ภาณุพงศ์ ผู้สื่อข่าวเลือดใหม่อมรินทร์ทีวี

ทำความรู้จักยอดนักสืบ เนม ภาณุพงศ์ สุรภาพ ผู้สื่อข่าวเลือดใหม่อมรินทร์ทีวี จากรายการ “ทุบโต๊ะข่าว”

จากกรณีคดีดังสะเทือนขวัญระดับประเทศ น.ส.ชลลดา มุธุรงศ์ หรือ น้องนุ่น อายุ 27 ปี หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ภายหลังลงจากรถของสามี เวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากกลับมาจากฉลองวันเกิดของสามี ซึ่งทางกลุ่มเพื่อน ได้พากันโพสต์ตามหา แต่ยังไร้วี่แวว ต่อมาทีมข่าวอมรินทร์ทีวี “เนม ภาณุพงศ์ สุรภาพ” พบโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาอำพรางในป่า โดยจุดที่พบเป็นจุดที่สัญญาณจีพีเอสหายครั้งสุดท้าย พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เป็นที่แรก ซึ่งโครงกระดูกมีสร้อยข้อมือ คล้ายกับที่ น้องนุ่นใส่ในวันที่หายตัว กระทั่งต่อมาตำรวจได้รวบตัวนาย ศิริชัย รักทอง สามีน้องนุ่นที่บ้านพัก ก่อนจะเปิดปากสารภาพว่าลงมือทำร้ายเมียจนเสียชีวิต ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ จนเกิดเป็นกระแสชื่นชมทั่วโซเซียล ยกย่องเป็นฮีโร่คลี่คลายคดีสำคัญ

“เนม ภาณุพงศ์ สุรภาพ” เผยว่าทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้กระจายกำลังหาข้อมูลและลงพื้นที่ ซึ่งตนได้ข้อมูลจีพีเอสพิกัดสุดท้ายของสัญญาณมือถือของนุ่น พอเช็กแล้วพบว่าเป็นป่าจึงได้รีบเดินทางมา จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่พบศพในช่วงประมาณ 6 โมงเย็น แต่พิกัดจีพีเอสที่ได้มาคือด้านหน้าของสวนยางพารา ตนจึงเดินเลาะเข้ามาสำรวจ ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่าจะเจอหลักฐานอะไร แต่เนื่องจากบริเวณนั้นไม่มีบ้านเรือนผู้คน และถนนแคบจะต้องกลับรถออกมา ซึ่งขณะกลับรถผู้ช่วยช่างภาพบอกว่าเห็นกองไฟ จึงตัดสินเข้ามาดูแต่ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเป็นศพ คิดว่าชาวบ้านน่าจะเผาอะไรสักอย่าง แล้วถ้าหากเจอใครก็จะลองสอบถามหาเบาะแส

พอมาถึงจุดที่มีกองไฟประมาณ 18.20 น. สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ สร้อยข้อมือ ที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ ตอนแรกตนคิดว่าอาจจะเป็นโซ่ทองคล้องกระเป๋าสะพายของผู้หญิง เมื่อพยายามลองส่องไฟดูก็เจอกะโหลก และฟัน ก็มาคิดกันว่าใช่ศพหรือไม่ และเป็นนุ่นที่กำลังตามหาหรือเปล่า จึงโทรปรึกษาทีมข่าวก่อนตัดสินใจโทรแจ้ง 191 ให้มายังที่เกิดเหตุ
จากนั้นตำรวจชุดแรกมาถึง ตำรวจที่มีประสบการณ์ก็บอกว่าน่าจะใช่ร่างมนุษย์ มีความเป็นไปได้สูง ก่อนจะพบว่าร่างในกองไฟคือศพของนุ่นจริงๆ และสร้อยข้อมือที่เห็นก็เป็นเส้นเดียวกับที่นุ่นสวมแล้วถ่ายรูปลงโซเชียล ซึ่งในที่เกิดเหตุเจอสร้อย แหวน และโทรศัพท์มือถือ

เนม ภาณุพงศ์

เนม ตอนที่ลงพื้นที่ไม่ได้คิดว่าจะต้องเจอศพหรืออะไร แต่คิดแค่ว่าเมื่อมาถึงจุดพิกัดจีพีเอสแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่ ก็อยากจะหาเบาะแสต่างๆ เช่น ชาวบ้านว่ามีใครเห็นคนหรือรถต้องสงสัยหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอศพของนุ่น เพราะพิกัดจีพีเอสที่ปักไว้ห่างจากจุดนี้ประมาณ 200-300 เมตร หลังจากนี้ก็จะไปทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต เพราะอาจจะมีอะไรมาดลจิตดลใจให้ตนเข้ามาตรงนี้”

ปัจจุบัน ภาณุพงศ์ สุรภาพ เป็นผู้สื่อข่าว “ทุบโต๊ะข่าว” โดยสามารถติดตามรายการ “ทุบโต๊ะข่าว เจาะลึกทุกประเด็นร้อน คดีทุกประเด็นดัง ดูก่อนรู้ก่อนใคร ทุบทุกเรื่องร้อน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 – 22.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 19.00 – 21.30 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

อิทธิพลกางเกงช้างสู่ลายใหม่ ‘กระต่าย-ทุเรียน’ จันทบุรีจาก Greyhound

แตกหน่อ ออกลายใหม่! จากกางเกงช้าง สู่ไอเท็มใหม่ Greyhound Original กางเกงลาย ‘กระต่าย-ทุเรียน’ สัญลักษณ์ประจำจังหวัดจันทบุรี

แบบนี่สิถึงเรียกว่า ‘อิทธิพลกางเกงช้าง’ แม้เป็นกระแสมาสักพักใหญ่กับไอเท็มฮิตไม่เลิกของเมืองไทยที่ไม่ว่าใครก็ต้องมี ในที่นี้หมายรวมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุด Greyhound Original แฟชั่นสตรีทแบรนด์ดังจับมือกับหอจันท์ ครีเอทลวดลายใหม่ ‘Chanthaburi Original’ ที่ได้ต้นแบบมาจากคำขวัญจังหวัดจันทบุรี

กางเกงจันทบุรี ออริจินัล โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ “กระต่าย” ที่มาจากตราประจำจังหวัด นำแปลงให้เป็นลายกราฟฟิกใหม่ เป็นลายกระต่ายกราฟฟิกสมัยยุค 60‘s และ ล้อเลียนคาแรคเตอร์ เท่ กวน ในแบบฉบับของ Greyhound Original ด้วยการใส่เสื้อยืดที่มีสัญลักษณ์แบรนด์เกรฮาวด์ เจาะหูติดดาว มือถือทุเรียนและไม้เคาะทุเรียน มาเป็นลายกราฟฟิกหลัก และ ลายกราฟฟิกอื่น ๆ ที่มาจากคำขวัญประจำจังหวัดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทับทิม, ทุเรียน, น้ำตกพริ้ว, ดอกกล้วยไม้, พริกไทย ไปจนถึงเสื่อจันทรบูรณ์ ถูกนำมาดีไซน์ฉีกขาดปะติดทีละชั้น นำมาสู่การผสมกันของชื่อจังหวัดและชื่อ Brand Greyhound Original จนเป็น “ Chanthaburi Original “

นอกจากนี้ Greyhound Original ยังเลือกใช้เนื้อผ้า ฮาวายเรยอน (Hawaii rayon style Japan) ที่มีความอยู่ทรง ระบายอากาศได้ดี สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย พร้อมทั้งเน้นการตัดเย็บที่แก้ปัญหาเรื่องเป้าขาดและกระเป๋าตื้น โดยกางเกงถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจสุดคิวต์เหมือนกล่องใส่ผลไม้ที่มาในราคา 990 บาท


ภาพและข้อมูล: Greyhound

การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต

โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” ชนะเลิศ “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ปี 2566

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี ชนะเลิศสุดยอดการแสดง “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ประจำปี 2566 ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาที่สำคัญของชาติที่สร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การต่อต้านการทุจริต มิใช่ภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นภาระหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างสังคมไทยที่ไม่ทนต่อการทุจริต…ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต โดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ  และกระทรวงวัฒนธรรม โดย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นางรงค์รุจา สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัด “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2566” โดยผ่านการคัดเลือกจากผลงานทั่วประเทศ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ทีมสุดท้าย ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ภูมิใจคัดเลือกทีมชนะเลิศสุดยอดการแสดงต่อต้านคอรัปชัน ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี คว้าถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี ชนะเลิศ “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ประจำปี 2566

โครงการประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ประจำปี 2566  เปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศ สร้างสรรค์ผลงานโดยนำบทเพลงรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของมูลนิธิฯ ทั้ง 10 เพลง มาต่อยอดเรียงร้อยเป็นละครเพลงผ่านการแสดงที่รวมความสามารถในด้านต่าง ๆ ของเยาวชนไทย ทั้งการร้องเพลง และการแสดงเพื่อส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนทั่วประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักรู้ถึงผลเสียหายความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนเป็นส่วนหนี่งในการสร้างเครือข่ายในการร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการประกวดฯ มีดังนี้

● รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี  รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 50,000 บาท

การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต
การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต

● รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานชื่อ : มือกร้าน เลือดกล้า จาก ทีม RS.B. DRAMA  โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน กรุงเทพฯ รับถ้วยเกียรติยศ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต พร้อมเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 40,000 บาท และยังได้รับเลือกเป็นทีมขวัญใจมหาชน รับทุนการศึกษา 20,000 บาท

การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต
การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต

● รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  ผลงานชื่อ : BEST SELLER จาก ทีม ฅนญ้อ โรงเรียนอุเทนพัฒนา จ.นครพนม รับถ้วยเกียรติยศ จากกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 30,000 บาท

การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต
การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต

ทุกผลงานแสดงออกถึงการตระหนักรู้และเข้าใจในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันที่จะส่งผลร้ายต่อสังคมและประเทศชาติ โดยมีความร่วมสมัย เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศ  ผู้สนใจติดตามชมเทปบันทึกภาพ ‘การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 23 และ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 เวลา 15.00 – 16.00 น. ทางช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ระบบ HD ช่อง 111 ระบบ SD ช่อง 37 และทั้ง 6 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้รับการนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ และสื่อต่าง ๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีจัดทำสปอตสรุปผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศเพื่อเผยแพร่ความสามารถของเยาวชนไทย โดยจะนำออกอากาศทางช่องรายการต่าง ๆ ของทรูวิชันส์ทั้ง 19 ช่องอีกด้วย

#มูลนิธิต่อต้านการทุจริต #กระทรวงวัฒนธรรม #CPG #True #PTTGroup #ปลูกความดี #ทรูปลูกปัญญา #ช่อสะอาดต้านทุจริต #ละครเพลงต่อต้านการทุจริต

สุขภาพผิวปากเป็นเรื่องสำคัญ “ALETHEIA” จึงคัดสรรวัตถุดิบอาหารผิวจากธรรมชาติมารวมไว้ในแท่งเดียว!

ยุคสมัยนี้ ใครๆ ก็สนใจการดูแลตัวเองแบบองค์รวม เรียกว่าทั้งภายนอกและภายใน ยิ่งใบหน้าของเราที่เรียกว่าเป็นด่านแรกในการพบเจอผู้คน ยิ่งต้องบำรุงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะริมฝีปากที่ทำหน้าที่ในการสนทนาตลอดทั้งวัน และเป็นส่วนเติมเต็มให้ใบหน้ามีเสน่ห์ได้เป็นอย่างมาก การมีริมฝีปากที่ชุ่มชื้นต้องเริ่มต้นที่การบำรุงและปรนนิบัติเป็นประจำ ล่าสุด ALETHEIA (อลิเธีย) แบรนด์ลิปบาร์มที่คัดสรรวัตถุดิบอาหารผิวจากธรรมชาติมารวมไว้ในแท่งเดียว จัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “THE EXCLUSIVE LAUNCH OF ALETHEIA” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

งานนี้ เรียกได้ว่าภายในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจากเหล่าคนดัง ที่มาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลผิวปากในแบบฉบับของตนเอง รวมถึงทดลองและทำความรู้จักกับ ALETHEIA (อลิเธีย) กันอีกด้วย อาทิ ป้าตือ – สมบัษร ถิระสาโรช มาดามแห่งวงการออนไลน์,คุณน้ำตาล – ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016, แพทตี้ – อนัญพัทธ์ อภิสิทธิ์ยะกุล, มาร์ค – ธาวิน พี เซียวตง, มุ่ย – สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ มาพร้อม เอก-ณฐภัทร สุวรรณโน ฯลฯ มาร่วมภายในงาน

ALETHEIA (อลิเธีย) เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ลิปบาร์มที่คัดสรรวัตถุดิบอาหารผิวจากธรรมชาติอย่างหลากหลายมารวมไว้ในแท่งเดียว ช่วยฟื้นฟูผิวฝีปากที่แห้งเสียให้เนียนนุ่ม โดยมีส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็น เชียบัตเตอร์ (Shea butter) และ ไขผึ้งธรรมชาติ ที่ทำหน้าที่คล้ายแผ่นฟิลม์บาง ช่วยปรนนิบัติผิวปาก อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิวปาก พร้อมปกป้องริมฝีปากจากฝุ่น PM2.5 ได้เป็นอย่างดี และช่วยเสริมเสน่ห์ในการสนทนาให้บุคลิกภาพน่าเชื่อถืออีกด้วย


Saint Laurent ‘Le 5 À 7’

ขึ้นแท่นกระเป๋าของคนดัง Saint Laurent ‘Le 5 À 7’ เรียบหรู แต่มีดีเทล

ขึ้นแท่นกระเป๋ายอดฮิตในหมู่เซเลบริตี้สำหรับ Saint Laurent ‘Le 5 À 7’ กระเป๋าทรง Supple ที่เรียบหรูแต่เต็มไปด้วยดีเทลที่น่าสนใจ

ขึ้นแท่นกระเป๋าของคนดัง Saint Laurent ‘Le 5 À 7’ เรียบหรู แต่มีดีเทล

ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุด Saint Laurent ได้นำเสนอกระเป๋ารุ่น Le 5 À 7 กระเป๋าทรง Supple ในไซซ์ใหม่อย่างไซซ์ small ที่มีความนิยมไม่แพ้ไซซ์ Large และ ไซซ์คลาสสิก ด้วยดีไซน์ที่ทั้งจุของได้เยอะแถมยังมาพร้อมลูกเล่นแถบหนังประดับโลโก้ Cassandre เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Saint Laurent เพิ่มความโดดเด่นแต่ยังคงให้ลุคที่คลาสสิกและแมตช์กับเสื้อผ้าต่างๆ ได้ง่าย

โดยจะเห็นได้จากการที่เหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลก อาทิเช่น Taylor Swift, Miley Cyrus, Hailey Bieber, Lily Collins, Rosé วง BLACKPINK, Gal Gadot รวมถึงโบว์ เมลดา, ซาร่า เล็กจ์และอีกมากมายที่นํากระเป๋ารุ่นนี้มาใช้กันอย่างไม่ขาดสาย เพราะนอกจากรูปลักษณ์จะดูสวยงามแล้วยังมีฟังก์ชั่นซิปด้านในกับสายแบบปรับได้ที่ทําให้ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ถือว่าเป็นกระเป๋ายอดฮิตที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง

โดยตอนนี้มีให้เลือกถึง 3 ไซซ์ ได้แก่ คลาสสิก, Small, และ Large ที่สามารถช่วยเสริมลุคแคชชวลให้มีสเน่ห์นำเสนอสไตล์ที่เรียบหรูและทันสมัยตามแบบฉบับของ Saint Laurent


การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรและข้อดีของโคเวิร์กกิ้งสเปซ

ด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ กำลังพบเจอกับความท้าทายในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ ซึ่งจากผลสำรวจค่าตอบแทนประจำปีของเมอร์เซอร์ (Mercers’ Total Remuneration Survey) พบว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอัตราการลาออกของพนักงานโดยสมัครใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในปี 2023 เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการหากลยุทธ์สำคัญในการจัดการกับประเด็นดังกล่าวในประเทศอย่างเร่งด่วน หากบริษัทต่างๆ ต้องการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพในองค์กร และดึงดูดพนักงานใหม่ๆ ที่มีทักษะความสามารถ  บริษัทจะต้องปรับตัวพร้อมรับแนวทางการทำงานแบบใหม่ ที่สอดรับกับความต้องการของพนักงานในปัจจุบัน

จากรายงานแนวโน้มตลาดแรงงานที่มีทักษะศักยภาพสูงทั่วโลกในปี 2566 ซึ่งจัดทำโดยเมอร์เซอร์ (Global Talent Trends (GTT) Study 2023 by Mercer) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลจำนวนถึง 2,500 คนทั่วโลก พบว่าหนึ่งในเทรนด์สำคัญคือ ความคาดหวังให้บริษัทหรือผู้ว่าจ้าง เปิดรับต่อแนวทางการทำงานแบบใหม่สำหรับพนักงาน

ออฟฟิศรูปแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้อีกต่อไป โดยพื้นที่การทำงานที่มีความยืดหยุ่นและมีชีวิตชีวา  ที่ช่วยดึงดูดให้คนทำงาน รวมถึงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการสร้างความสุข ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี และเกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน ซึ่งโคเวิร์คกิ้งสเปซได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว

โคเวิร์คกิ้งสเปซ มีข้อดีต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ที่สวยงามและมีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ๆ ซึ่งการมีความเข้าใจและสามารถนำข้อดีต่างๆ เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ทางธุรกิจ  จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถส่งเสริมวัฒนธรรมของการทำงานร่วมกัน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างคอมมิวนิตี้ของคนในองค์กรได้

นี่นับว่าเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ในการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจสำหรับโลกการทำงานในยุคปัจจุบัน

พื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ

เมื่อกล่าวถึงพื้นที่สำหรับการนั่งทำงาน มีใครบ้างที่จะไม่อยากนั่งทำงานในออฟฟิศที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และเมื่อพูดถึงเรื่องการดึงดูดพนักงานที่มีคุณภาพ (รวมถึงการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร) สถานที่ทำงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมด้านดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งพื้นที่การทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้หลากหลายรูปแบบนั้น ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งเสริมให้การทำงานลื่นไหล ซึ่งมีความสำคัญในการสร้างผลงานที่ดี รวมถึงส่งเสริมการทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์

บริษัทไม่จำเป็นจะต้องเป็นบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับ Fortune 500 เท่านั้นถึงจะสามารถมอบพื้นที่การทำงานที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับพนักงานได้ การเลือกใช้ โคเวิร์คกิ้งสเปซนับเป็นทางเลือกในการตอบโจทย์ด้านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เดอะ เกรท รูม (The Great Room) ที่มอบพื้นที่เปี่ยมแรงบันดาลใจ ออกแบบโดยทีมนักออกแบบมากความสามารถ  ซึ่งเดอะ เกรท รูม แต่ละแห่งเลือกใช้การตกแต่งสไตล์โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ผสมผสานให้ความรู้สึกสบายเป็นกันเอง เน้นพื้นที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากหลากหลายช่องทาง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานพื้นที่แห่งนี้ คือประสบการณ์การทำงานที่ขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ

การสร้างคอมมิวนิตี้และวัฒนธรรมแห่งการร่วมมือ

ปัจจุบันประชากรชาวอเมริกันส่วนใหญ่กำลังตอบรับกับการทำงานรูปแบบไฮบริด และมากกว่า 70 % ของพนักงานมีแนวโน้มในการทำงานแบบไฮบริดมากขึ้นภายในอีก 3 ปีข้างหน้า สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเรามองรูปแบบของสถานที่ทำงานต่างไปจากเดิม และแม้ว่าการทำงานที่ไหนก็ได้จะกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวัน แต่มีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป และนั่นคือความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าความนิยมในประเทศไทยจะมีตัวเลขที่น้อยกว่า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่กำลังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในโลกการทำงานปัจจุบัน   อย่างไรก็ตามออฟฟิศจะยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์สำหรับคนในองค์กร ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการดึงดูดผู้ร่วมงาน และการรักษาไว้ซึ่งพนักงานมากความสามารถ

และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้โคเวิร์คกิ้งสเปซนั้นพิเศษมากยิ่งขึ้น คือที่โคเวิร์คกิ้งสเปซอย่าง เดอะ เกรท รูม จะมีการจัดอีเวนท์ที่น่าสนใจเป็นประจำในแต่ละเดือน สำหรับสมาชิกและผู้ที่เข้าใช้บริการ เช่น การรวมตัวพบปะสังสรรค์ของผู้ที่สนใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาสสอนการเล่าเรื่องราวผ่านการใช้สื่อ หรือ Great Thursdays ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยทำความรู้จักกัน นอกจากนี้ยังมีวันที่ส่งเสริมด้าน Wellness  และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นโอกาสอันดีสำหรับสมาชิกที่จะได้เรียนรู้ พบปะพูดคุย พร้อมทั้งสานสัมพันธ์กันคนอื่นๆ นอกองค์กรในเวลาเดียวกันอีกด้วย

อีกหนึ่งผลสำรวจโดยโรเบิร์ต วอลเทอร์ส (Robert Walters) พบว่า ประสบการณ์ของพนักงาน นับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการบุคลากรคุณภาพ  สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความรู้สึกของการมีส่วนร่วม ปลูกฝังจิตวิญญาณของการทำงานร่วมกัน กับหน่วยงานต่างๆ แม้ว่าจะทำงานคนละส่วน แต่ก็ล้วนทำงานอย่างขยันขันแข็ง บ่มเพาะมิตรภาพ และความรู้สึกของ “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” สภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกัน นับเป็นพื้นที่ที่บ่มเพาะโครงการนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงดึงดูดให้พนักงานที่มีความสามารถ ที่กำลังมองหาสถานที่ในการเติบโต และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ให้มาอยู่ในองค์กร

ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี

ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดี กำลังเป็นสิ่งที่คนกำลังพูดถึง โดยเฉพาะบริบทของสถานที่ทำงาน

การมีสุขภาพที่ดีส่งผลให้อย่างอื่นดีตามไปด้วย ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีนั้นหมายถึงการลาป่วยที่น้อยลง และเมื่อคนเรารู้สึกดีในการมาทำงาน ก็ทำให้ผลงานดีขึ้น อีกทั้งยังมีสมาธิและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

โคเวิร์คกิ้งสเปซได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน และดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถได้มากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ในการสร้างพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมด้านสุขภาพ อาทิ ห้องโยคะ ที่ให้สมาชิกได้มาเล่นโยคะ ฝึกสติ รวมถึงเพิ่มความผ่อนคลาย ซึ่งโคเวิร์คกิ้งสเปซ อย่าง เดอะ เกรท รูม ยังได้จับมือกับผู้ให้บริการด้าน Wellness จัดกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงสุขภาพทางอารมณ์ เรียกได้ว่ามีกิจกรรมสำหรับทุกคน ตั้งแต่วันส่งเสริมด้าน Wellness ไปจนถึงกิจกรรมการฝึกการหายใจอย่างมีสติ อีกทั้งบริษัทยังไม่ต้องจัดสรรทรัพยากรพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในองค์กรอีกด้วย

เมื่อองค์กรต้องการดึงดูดคนระดับหัวกะทิ การแสดงจุดขายหรือเอกลักษณ์ของสถานที่ทำงาน นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

ที่โคเวิร์คกิ้งสเปซ ทุกอย่างเป็นไปได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับองค์กร  เทคโนโลยีล้ำสมัย ห้องประชุมสุดโอ่อ่า กาแฟชั้นเยี่ยมที่มีบาริสต้าเป็นคนเตรียมให้ รวมถึงพื้นที่กิจกรรมที่จะทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าระหว่างวัน อีกทั้งยังมีตารางกิจกรรมต่างๆ และตัวเลือกพื้นที่ทำงานหลากหลายมุมที่สามารถเลือกนั่งทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ใช่เพียงแค่เพียงโซนออฟฟิศประจำตัวเท่านั้น

และที่ เดอะ เกรท รูม ยังมีกิจกรรม Monday Breakfast Club ที่จะเปลี่ยนเช้าวันจันทร์ให้สดใสขึ้นด้วยอาหารเช้าและกาแฟแก่สมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้การเลือกที่ตั้งของเดอะ เกรท รูม ที่อยู่ในอาคารระดับเกรด A ที่ช่วยเสริมให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้แด่สมาชิก อาทิ สถานที่ออกกำลังกาย หรือสระว่ายน้ำ  รวมไปถึงพื้นที่สวนลอยฟ้าที่แวดล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามได้อีกด้วย

ยกระดับองค์กรให้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

การก้าวเข้าสู่อาณาจักรของโคเวิร์คกิ้งสเปซสามารถเป็นทางลัดให้องค์กรดึงดูดพนักงาน(รวมถึงรักษา) บุคลากรคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

นอกจากอีเวนต์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไปจนถึงพื้นที่ออกกำลังกาย การออกแบบตกแจ่งเช่นเดียวกับโรงแรม 5 ดาว และพื้นที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน โคเวิร์คกิ้งสเปซยังตอบโจทย์ด้านการทำงานร่วมกัน นวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และความรู้สึกของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจในการสร้างบุคลากรมากความสามารถ ที่มีทั้งมุ่งมั่นและมีส่วนร่วมกับองค์กร

เซ็กซี่ No.1 แกะลุคซีทรู Saint Laurent ‘เตนล์ ชิตพล’ ในแฟนคอนเดี่ยว

10vely ไทยเตรียมตั้งรับให้ดี เพราะ ‘เตนล์ ชิตพล’ คนนี้ เซ็กซี่ No.1! ชวนแกะลุคซีทรูในแฟนคอนเดี่ยวจาก Saint Laurent

คิดว่า 10vely ชาวไทยจะพร้อมกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะหากนับถอยก็ใกล้เวลาเต็มทีที่เราจะได้เจอกับพี่น้อง ‘เตนล์’ แห่ง NCT และ WayV ในแฟนคอนเดี่ยวครั้งแรก 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] in Bangkok แน่นอนว่าโชว์ที่เกาหลีได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทำให้เราพอได้เห็นน้ำจิ้มมาอยู่บ้าง

หนึ่งในนั้นคือ โททัลลุคจาก Saint Laurent ในโชว์ปิดท้ายแฟนคอนเดี่ยว เตนล์สวมใส่เบลาส์ Saharienne ผ้าไหมมูสลิน กางเกงเอวสูงผ้า faile และรองเท้าบู๊ตหนังรุ่น Rainer ขณะกำลังร้องเพลง ‘New heroes’ และเพลงจากมินิอัลบั้มแรกอย่าง ‘Lie with you’ ถึงแม้จะเป็นลุคที่เราคงคุ้นตาอยู่แล้วกับความเซ็กซี่ของเตนล์ ชิตพล แต่ให้พูดตามตรงไม่ว่าครั้งไหนใจก็ยังไม่ชินสักที ฉะนั้น 10vely ไทยจ๋า เตรียมตั้งรับลุคนี้กันไว้ให้ดีนะคะ!


Cr. Saint Laurent

เปิดชุดเจ้าสาวลูกไม้ซีทรู ‘พัคมินยอง’ ในฉากจบ Marry My Husband

ออร่าจับเหมือนเจ้าสาวตัวจริง! เมื่อ ‘พัคมินยอง’ ปรากฏตัวพร้อมชุดวิวาห์จาก GALIA LAHAV ในฉากจบ Marry My Husband

ฟินกันถ้วนหน้ากับฉากจบของ Marry My Husband เมื่อบทสรุปสุดท้ายนางเอก ‘คังจีวอน’ (พัคมินยอง) ได้จูงมือ ‘ยูจีฮยอก’ (นาอินอู) เข้าประตูวิวาห์ท่ามกลางความยินดีจากครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าเป็น Happy Ending ที่หลายคนรอคอยเลยทีเดียว มิหนำซ้ำ TVN ยังปล่อยรูปพรีเวดดิ้งเพื่อมาส่งท้ายให้กับแฟนซีรีส์อีกด้วย

เห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่านักแสดง ‘พัคมินยอง’ ของเราออร่าเจ้าสาวจับมากๆ แต่ในซีนจริง สองชุดพรีเวดดิ้งข้างบนไม่ใช่เดรสที่ถูกเลือกในการถ่ายทำ เพราะชุดเจ้าสาวที่เธอสวมใส่คือ ‘SOLEIL WEDDING DRESS’ จากแบรนด์ชื่อดังอย่าง ‘GALIA LAHAV’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยแต่ละชุดจะโดดเด่นด้วยลายลูกไม้ที่ให้อารมณ์อ่อนหวานแต่ก็ปนความเซ็กซี่เล็กๆ เหมือนเดรสที่คังจีวอนใส่ในฉากแต่งงานขอซีรีส์เรื่องนี้


ภาพ: TVN และ GALIA LAHAV

ซินเจียงเหนือ

มหัศจรรย์ ซินเจียงเหนือ ภูมิประเทศ มรดกทางวัฒนธรรม

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน จับมือ เดวิด เลา จัดนิทรรศการภาพถ่าย “มหัศจรรย์ซินเจียงเหนือ ภูมิประเทศ มรดกทางวัฒนธรรม และผู้คน” นิทรรศการภาพถ่ายผ่านมุมมองและการกดชัตเตอร์โดย คุณชิไว เดวิด เลา ศิลปินช่างภาพระดับโลก ที่บันทึกภาพความสวยงามจากธรรมชาติจากเขตปกครองตนเองซินเจียงประเทศจีน ที่สวยงามถึงขนาดมีคำกล่าวกันว่า “มาไม่ถึงซินเจียง ฤาจะรู้ว่าแผ่นดินจีนใหญ่โตเพียงไหน มาไม่ถึงซินเจียง ฤาจะรู้ว่าแผ่นดินมังกรงดงามมหัศจรรย์เพียงใด” 不到新疆不知道中国的大地,不到新疆不知道祖国的神奇。โดยจัดแสดงและเปิดให้เข้าชมได้ในระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2024 ณ.Living Hall ชั้น 3 สยามพารากอน

คุณชิไวเดวิด เลา ศิลปินช่างภาพระดับโลก

โดยนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้ ได้จัดแสดงภาพถ่ายจำนวนกว่า 100 ภาพ จากฝีมือและมุมมองการกดชัตเตอร์ของคุณชิไว เดวิด เลา ช่างภาพระดับโลกมาแสดง โดยคุณเดวิดได้เดินทางไปยังภูมิประเทศซินเจียงตอนเหนือ หรือเป่ยเจียง 北疆 Beijiang สองครั้งในสองฤดูกาลเมื่อเดือนมิถุนายนและกันยายนของปี ๒๐๒๓ และได้ถ่ายภาพทางอากาศด้วย โดรน เพื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อันน่าอัศจรรย์ใจของซินเจียงเหนือ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ หุบโตรก ภูเขาหิมะ ภูมิประเทศหย่าตาน (เนินเขาหลากสี) รวมไปถึงบ้านเรือน และฝูงปศุสัตว์ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กว้างไกลสุดสายตา

ซินเจียงเหนือ
ซินเจียงเหนือ
ซินเจียงเหนือ

และนิทรรศการภาพถ่ายมหัศจรรย์ซินเจียงเหนือในครั้งนี้ ได้นำเสนอภาพของเทือกเขาอัลไต 阿尔泰山Altay Mountain ทะเลสาบคานาส 喀纳斯湖Kanas Lake หมู่บ้านเหอมู่ 禾木村Hemu Village ชายหาดสายรุ้งอู๋ไฉ่ทาน 五彩滩 Wucai Tan อู๋ไฉ่เฉิง 五彩城Wucai Cheng ทุ่งหญ้าเจาซู 昭苏草原 Zhaosu Grassland ทะเลสาบไซหลี่มู่ 赛里木湖Sayram Lake แกรนด์แคนย่อนคว่อเค่อซู 阔克苏大峡谷Kuokese Grand Canyon เมืองเท่อเคอซือ 特克斯Tecesi ทุ่งหญ้านาลาถี 那拉提草原Nalati Grassland และเส้นทางหลวงตู๋คู 独库公路Duku Highways ที่ทะลวงผ่านเทือกเขาเทียนซาน เป็นต้น

ทุกภาพล้วนแสดงให้เห็นถึงภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่และงดงามมหัศจรรย์ของซินเจียงเหนือ ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของเส้นทางสายไหมและเทือกเขาเทียนซาน ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศจีนอีกด้วย โดยภาพถ่ายทั้งหมดได้บอกเล่าความสวยงามอันน่าอัศจรรย์ที่คนรักธรรมชาติและชื่นชื่นชอบในการถ่ายภาพ ควรจะได้มาสัมผัสภาพความงามจากฝีมือของช่างภาพระดับโลกคนนี้อย่างไม่ควรพลาด

พบกับ “มหัศจรรย์ซินเจียงเหนือ ภูมิประเทศ มรดกทางวัฒนธรรม และผู้คน” นิทรรศการภาพถ่ายที่บันทึกความสวยงามอันน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติจากซินเจียง ประเทศจีน กว่า 100 ภาพ จากฝีมือการถ่ายภาพของช่างภาพระดับโลก คุณชิไว เดวิด เลา ได้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2024 Living Hall ชั้น 3สยามพารากอน

สะพายง่าย ไม่มีเบื่อ! ซูมอินกระเป๋าเปลี่ยนทรงได้ของ ‘วินเทอร์ aespa’

เบื่อก็แค่เปลี่ยนทรง! ซูมอินดีเทลกระเป๋าใน Airport Look สุดเท่ ของ ‘วินเทอร์ aespa

ใครคนไหนขี้เบื้อบ้างคะ ช้อปปิ้งไอเท็มชิ้นใหม่มาได้สักพักก็อยากเปลี่ยนอีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่เจ้าหนูที่เพิ่งถอยมาคงน้อยใจแน่ๆ ถ้ามีกระเป๋าสักใบที่เปลี่ยนได้หลายทรงก็คงจะดี และบทความนี้เราก็มีใบที่ตอบโจทย์มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันแล้วค่ะ นั่นคือ ‘Polo Ralph Lauren Polo ID mini shoulder bag’ ที่ วินเทอร์ หนึ่งในสมาขิกเกิร์ลกรุ๊ปวง aespa และแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ Polo Ralph Lauren ถือนั่นเอง

มาส่องดีเทลของกระเป๋ากันดีกว่า จากที่เห็นแค่ดูก็พอรู้ว่ากระเป๋าสะพายไหล่สีดำใบเล็กประมาณนี้คงใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เพราะด้วยโทนสีที่แสนเบสิก และขนาดกะทัดรัด อีกทั้งยังมีไฮไลท์เป็นการปรับเปลี่ยนดีไซน์จาก ‘saddle’ หรือ ‘อานม้า’ ที่กำลังฮิตช่วงนี้ให้กลายเป็นทรง ‘ครัวซองต์’ เพียงนำตะขอมารวบเกี่ยวกับห่วงสองข้างไว้ด้วยกันเท่านั้น เห็นแบบนี้แล้ว แฟชั่นนิสต้าคนไหนขี้เบื่อล่ะก็ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ! ราคาพอสมเหตุสมผลอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาทเท่านั้น


รูปภาพ: Newsen และ Polo Ralph Lauren

Burberry Winter 2024 คอลเล็คชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตกลางแจ้ง

จบลงไปแล้วสำหรับแฟชั่นโชว์ Burberry Winter 2024 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยคอลเล็คชั่นในปีนี้มีหลายไอเท็มที่น่าสนใจมาพร้อมกับแรงบันดาลใจจากชีวิตกลางแจ้ง รังสรรค์โดย แดเนียล ลี

Burberry Winter 2024 คอลเล็คชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตกลางแจ้ง

คอลเล็คชั่น Winter 2024 ยังคงเผยให้เห็นเอกลักษณ์ของ เบอร์เบอรี่ ที่รังสรรค์ผ่านรูปทรง และเนื้อผ้า ถ่ายทอดออกมาเป็นไอเท็มที่ชวนให้นึกถึงความอบอุ่น ความปลอดภัย และความงดงามของชีวิตกลางแจ้ง โดยแรงบันดาลใจในครั้งนี้ได้รับจากทิวทัศน์ไปจนถึงผู้คนในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

สำหรับ โค้ทถือเป็นคีย์หลักของคอลเล็คชั่นนี้ โดยเฉพาะ เทรนช์โค้ทที่ทำมาจาก ผ้าฝ้ายโมเลสกิน ผ้าวูล และหนังสัตว์ โค้ทผ้าวูลและผ้าแคชเมียร์ได้รับการออกแบบมาให้สวมใส่สบาย และมีกระดุมสองแถวที่มาพร้อมปกคอขนแกะ

ขณะที่ แจ๊คเก็ตถูกดีไซน์ให้มีหลากเลเยอร์ โดยทำขึ้นจากขนแกะเทียม ขนเทียม และใช้ผ้าฝ้ายผสมผ้าโมเลสกินทั้งตัว ส่วนฮาร์ดแวร์มาพร้อมซิปปกเสื้อ อีกทั้งยังตกแต่งด้วยพู่ขนแกะและพู่ถักมือบริเวณชายเสื้อหรือทั่วทั้งชุด

ผ้าพันคอได้ถูกนำมาปรับดีไซน์ใหม่ เช่น การนำเสื้อเชิ้ตมาตัดเย็บปะด้วยผ้าไหมเพสลีย์ การตัดเย็บเดรสและเสื้อเบลาส์ผ้าซาตินด้วยเทคนิค needle-punched กระโปรงแม็กซี่จับจีบเนื้อผ้าวูลในลาย Burberry Check ในส่วนของการตัดเย็บ ชุดสูทกระดุมสองแถวที่ได้แรงบันดาลใจจาก Savile Row ถูกปรับดีไซน์ใหม่ให้มีรูปทรงที่นุ่มนวล และสบายตัวยิ่งขึ้น จากเสื้อเจอร์ซีย์สองด้านแบบสปอร์ต เสื้อสเวตเตอร์คอกลมและคอวีลึกรังสรรค์จากผ้ากอซฟอกที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของนิตแวร์สำหรับฤดูกาลนี้

งานฝีมือในคอลเล็คชั่นนี้ได้เลียนแบบธรรมชาติออกมาเป็นเดรสเกาะอกยาวพร้อมชายกระโปรงปักเลื่อมที่ได้แรงบันดาลใจจากพรมมอส ชุดเดรสผ้าเครปผ้าไหมลายเพสลีย์ แต่งดีเทลด้วยการจับจีบและประดับคริสตัล นอกจากนี้ ชุดสลิปเดรสยังโดดเด่นด้วยงานปักลูกไม้รูปดอกธิสเซิล และเดรสแขนยาวตกแต่งด้วยกำมะหยี่

เฉดสีของเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้ล้วนเป็นสีที่พบได้ในชีวิตกลางแจ้งทั้งสีเอิร์ธโทนและสีออร์แกนิก สีเหล่านี้ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากทิวทัศน์ของสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีน้ำตาลเข้มและสีเขียว หรือเฉดสีคลาสสิกเบจและสีคัสตาร์ดครีม

กระเป๋าถูกออกแบบให้นุ่มนวลแต่เป็นรูปทรงโดยตกแต่งด้วยหนังฟอก ผ้าฝ้ายสีน้ำตาล ผ้าขนแกะบุนวม และผ้าแคนวาสทอผสมแจ็คการ์ด พร้อมด้วยลาย Burberry Check ที่ให้ความรู้สึกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง กระเป๋ารุ่น Zip ได้กลายเป็นกระเป๋าโท้ทที่ใช้ได้ทุกวัน โดยมีซิปด้านข้างเพื่อปรับรูปทรงตามความต้องการ กระเป๋า Tent มาพร้อมฝาเปิดด้านบน และคลิปหนีบรูปม้าในสไตล์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัญลักษณ์ Equestrian Knight Design อีกทั้งสายรัดด้านข้างแบบหัวเข็มขัดรูปตัว B และซับในผ้าขนแกะ หรือผ้าฟลีซที่ให้ความอบอุ่น

ในขณะเดียวกัน คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการกลับมาของกระเป๋า Knight และกระเป๋า Rocking Horse ส่วนกระเป๋า Shield มาด้วยรูปทรงอานม้าที่โค้งงอ และสุดท้ายกระเป๋า Motor ที่มาพร้อมความไม่เป็นทรง แต่ทั้งซิปและตัวกระเป๋าสามารถใช้งานได้จริง โดยมีห่วงรูปตัว D ที่ออกแบบมาเพื่อห้อยพวงกุญแจ

รองเท้าในคอลเล็คชั่นนี้เองก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริงและเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นรองเท้ายางที่สามารถกันน้ำได้หรือสายรัดที่ได้แรงบันดาลใจจากนักขี่ม้าแต่งรายละเอียดแบบอานม้า ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่น Saddle รุ่น Stirrup รุ่น Stomp และรองเท้าบู๊ตลำลองอย่าง Field ซึ่งมาในรูปแบบหุ้มข้อสูงหรือข้อสั้น มาพร้อมหนังลูกวัวและไนลอนแจ็คการ์ดลายตาราง

รองเท้ารุ่น Scoot และ รุ่น Range เป็นการผสมผสานของความปลอดภัยและความสง่างาม รองเท้าบู๊ต Range เป็นแบบสวม บุด้วยไนลอน ในขณะที่รองเท้าบู๊ต Scoot ทำขึ้นสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ มีการบุด้วยนวมตาข่ายเพื่อความสบายขณะสวมใส่ นอกจากนี้รองเท้าบู๊ต Pillar รังสรรค์จากหนังแนปป้าที่หุ้มทั้งพื้นรองเท้าและส้นรองเท้า มีทั้งในแบบรองเท้าบู๊ตยาวเหนือเข่าและรองเท้าบู๊ตแบบหุ้มข้อ รองเท้าโลฟเฟอร์ประดับพู่อย่าง Cobble ได้ถูกผลิตจากหนังลูกวัวและมาพร้อมกับสายรัดแบบมีหัวเข็มขัดอีกด้วย

ในส่วนของเครื่องประดับ ชิ้นงานอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบอรี่ได้ถูกผสมผสานระหว่างการใช้งานกับโครงสร้างที่หรูหรา โดยดีไซน์ของเครื่องประดับรุ่น Check ถูกทำให้รู้สึกจับต้องได้ง่ายขึ้นจากการนำทฤษฎีหักเหของแสงมาปรับใช้ พร้อมด้วยองค์ประกอบของสัญลักษณ์​ Equestrain Knight Design ถูกนำกลับมาทำใหม่

โดยเครื่องประดับรุ่น Shield ถูกปรับให้บาง บิดเป็นเกลียวและมีการฝังแบบพาเว่ ในขณะที่แหวนรูปม้าและต่างหูห่วงถูกแบ่งสองแบบ ประดับเป็นทรงกลมและยึดด้วยสลักเกลียวสามตัว นอกจากนี้ สร้อยคอ แหวน และต่างหู ในรุ่น Souvenir ยังโดดเด่นด้วยชาร์มรูปหัวใจสไตล์การ์ตูน และการฝังแบบพาเว่ด้วยหินหลากสี