เคล็ดลับการดูแลผิวของ 'คิมจีวอน'

Less Is More เคล็ดลับดูแลผิวโกล์วสวย แลดูสุขภาพดีของ ‘คิมจีวอน’

ด้วยความสวยบวกเสน่ห์และทักษะฝีมือการแสดงของนักแสดงมากความสามารถอย่าง คิมจีวอน (Kim Ji Won) ที่รับบทบาทจากนักเรียนมัธยมปลายหน้าสวยในซีรี่ส์ฮ็อตอย่าง The Heirs ไปจนถึงบทบาทแพทย์หญิงแสนดุในซีรีส์ฮิตอย่าง Descendants of the Sun นั้น เธอได้ขโมยหัวใจของผู้ชมไปด้วยทักษะการแสดงของเธอไม่น้อย

ทำให้เธอมีเสน่ห์น่าดึงดูด ล่าสุดเธอรับบทเป็น ฮงแฮอิน ลูกสาวทายาทมหาเศรษฐีสุดเริ่ดและเชิ่ดจากซีรีส์ Queen of Tears (2024) ที่นอกจากหลายคนจะอินไปกับบทบาทของเธอแล้ว เชื่อว่าด้วยความสวย และผิวพรรณดีของเธอ คงทำให้ใครหลายคนอยากรู้เคล็ดลับการดูแลผิวสวยสุขภาพดีของเธออยู่แน่นอน

ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่เธอยังดูแลตัวเองและความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย การเป็นคนดังไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องแต่งหน้ามากมาย การนอนไม่หลับ และกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้พลังงานหมดไป เธอต้องแน่ใจว่าตัวเองกินอาหารที่สมดุล เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของเธอ

เธอยังชอบที่จะดูแลผิวให้สะอาด และชุ่มชื้นเสมอ และมักไม่ชอบให้บำรุงผิวด้วยสกินแคร์หลายอย่างมากเกินไป เพราะบางครั้งรูขุมขนอาจเกิดการอุดตันและนำไปสู่ปัญหาผิวได้ แต่เลือกเธอใช้วิธึดูแลผิวแบบ “น้อยแต่มาก” แทน โดยทำให้ทุกอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นคือเซรั่ม และตามด้วยครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง แน่นอนว่าหากเป็นตอนกลางวันใครๆ ก็ทากันแดด แต่เธอเพิ่มครีมกันแดดเข้าไปในลิสต์สำหรับทาตอนเช้าและก่อนนอนด้วย

และเธอมักจะใช้โทนเนอร์ที่ปลอดภัย ไม่มีสารอันตรายต่อผิว มาเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าหลังลบเครื่องสำอางออก เพื่อชจัดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างได้อีกครั้ง พร้อมทั้งยังจิบน้ำระหว่างวันเพื่อรักษาให้ผิวชุ่มชื้นตลอด

Photo: geewonii


กินเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

สายหวาน สายคาเฟ่ ‘กินเบเกอรี่อย่างไร’ ให้มีความสุข ไม่เสียสุขภาพ

ขนมหวานต่างๆ โดยเฉพาะเบเกอรี่ เป็นอาหารหวานของโปรดของใครหลายคน โดยเฉพาะสุภาพสตรีในยุคปัจจุบัน รวมทั้งสุภาพบุรุษด้วย เปรียบเสมือนยาชโลมจิตใจเป็นวิธีการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเครียด มีความสุขได้ง่าย ใช้ต้นทุนทางเวลาต่ำ เพราะสามารถกินได้โดยทั่วไป เห็นแบบนี้มีทริกินเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการดี ถ้าจะมีความสุขจากการกินเบเกอรี่ โดยที่ไม่ส่งผลต่อการเกิดโรคในอนาคต เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ เป็นต้น

เลือกกิน เบเกอรี่อย่างไร ให้อย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดี มีดังนี้

1. กินอาหารอย่างสมดุล ให้ได้พลังงานหรือแคลอรีเพียงพอกับอายุและสภาวะของร่างกายขณะนั้น

  • สารอาหารประเภทโปรตีน 10-15 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด
  • สารอาหารประเภทไขมัน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด
  • สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 60-70 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด
  • วิตามินต่างๆ และแร่ธาตุต่าง ๆ เพียงพอ
  • กากอาหารเพียงพอเพื่อช่วยในการขับถ่าย

2. กินอาหารในช่วงเวลาที่ร่างกายได้เผาผลาญ ใช้พลังงานในระหว่างวัน หลีกเลี่ยงการกินอาหารในช่วงเวลาพลบค่ำหรือก่อนนอน

3. ถ้ารักที่จะกินเบเกอรี่ ควรเลือกเบเกอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น

  • ใช้แป้งจากข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งเป็นแป้งกลูเตนฟรี ทดแทนแป้งสาลี
  • ใช้แป้งมะพร้าว ซึ่งให้พลังงานต่ำ
  • ใช้แป้งบัควีท (Buckwheat) ให้โปรตีนสูง
  • สารให้ความหวาน อาจทดแทนด้วยหญ้าหวานหรือการใช้น้ำตาล ไม่ขัดสี
  • ผลิตภัณฑ์ไขมันเลือกใช้เนยแท้ ซึ่งเป็นไขมันจากสัตว์ หลีกเลี่ยงการใช้เนยเทียม (มาร์การีน) เนยขาว (ช็อตเทนนิ่ง) ที่มีไขมันทรานส์สูงซึ่งเป็นกรดไขมันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยจะไปเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด(LDL) และลดไขมันที่ดีในเลือด (HDL) เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ในปัจจุบันเป็นยุคที่กระแสด้านสุขภาพมาแรง การใช้แป้งต้านทานการย่อยหรือแป้งทนย่อย (Resistant Starch) มาเป็นวัตถุดิบช่วยให้ผู้บริโภค ไม่ต้องเปลี่ยนวิถีของการกินมากนัก เพราะเป็นแป้งที่สามารถต้านทานการถูกย่อยด้วยเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารตอนต้น ซึ่งจะไม่ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก เมื่อไม่ถูกดูดซึม จึงทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีปัญหาด้านสุขภาพได้ดีขึ้น

และเมื่อแป้งทนย่อยเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ ยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์กลุ่มที่ดีต่อสุขภาพของคนเราได้อีกด้วย ต่อมาเมื่อถูกย่อยโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์กับร่างกายในลำไส้ ใหญ่ ก็ยังให้ผลผลิตออกมาเป็นกรดไขมันสายสั้น เช่น อะซิเตต (C2) โพรพิโอเนต (C3) และบิวไทเรต (C4) ซึ่งดีต่อสุขภาพ สรุปแล้วแป้งทนย่อยด้วยเอนไซม์นั้นถือเป็นแป้งสตาร์ชที่ให้พลังงานต่ำ จึงมีคุณสมบัติเทียบได้กับกากใยอาหาร (Food Fiber)

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

5. ดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 1.5-2 ลิตร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, คาเฟอีน และพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

6. รู้จักร่างกายตนเอง เนื่องจากแต่ละบุคคล มีรหัสพันธุกรรมที่แตกต่างกัน แต่ละคนสามารถย่อยอาหาร บางชนิดได้ดีต่างกัน มีระดับการเผาผลาญแคลอรี่ที่แตกต่างกัน มีแนวโน้มการเป็นโรคต่างกัน การสังเกตตนเองหรือดูประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวใช้เป็นแนวทางการดูแลสุขภาพตนเองร่วมด้วย

7. การปรับทัศนคติในการกินเบเกอรี่ หรืออาหารต่างๆ ให้ได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมและมีคุณภาพ เนื่องจากบุคคลในวัยทำงานปัจจุบัน มักให้รางวัลตนเองจากสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยการกินอาหาร เช่น ขนมหวาน เบเกอรี่ ตามแฟชั่นที่นิยมกัน ลองหันมาเปลี่ยนการให้รางวัลตนเองเป็นอย่างอื่นบ้าง เช่น หนังสือดีๆ สักหนึ่งเล่ม เสื้อผ้าชุดใหม่สวยๆ สักหนึ่งชุด ทดแทนการที่จะไปกินบุฟเฟต์ หรือขนมหวานปริมาณมาก

8. มีวินัยในการใช้ชีวิต ในเรื่องการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ในแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นระยะ เพื่อประเมินสถานะทางสุขภาพ เช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar) ระดับไขมันในเลือด คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ไขมันชนิดดี (HDL) ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติตัวให้มีสุขภาพที่ดีต่อไป

ข้อมูล: พญ.พัชรี สุธีปกรณ์ชัย แพทย์ตรวจสุขภาพ ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช
ภาพ: Pexels


ลออจันทร์

รู้จักตัวจริง ลออจันทร์ แห่ง ดวงใจเทวพรหม ลูกสาวโค้ชมวยระดับโลก

ทำความรู้จักตัวจริง ลออจันทร์ แห่ง ดวงใจเทวพรหม หรือ จีน่า ซาลาส ลูกสาวคนสวย อิสมาเอล ซาลาส โค้ชมวยระดับโลก

ลออจันทร์

เรียกว่าเป็นหนึ่งสาวสวยที่คนวงการกีฬากพลังจับตามองเลย สำหรับนักแสดงสาว สังกัดช่อง 3  “ญีนา ซาลาส” โดยล่าสุดมีการเปิดเผยว่า เธอคือลูกสาวของ อิสมาเอล ซาลาส เทรนเนอร์หลักผู้อยู่เบื้องหลังการคว้าชัยชนะของ “ยอร์เดนิส อูกาส” แชมป์คนล่าสุดของการแข่งขัน ซูเปอร์ เวิลด์ แชมเปี้ยน ที่คว่ำนักมวยซูเปอร์สตาร์ฟิลิปปินส์ “แมนนี่ ปาเกียว”

ลออจันทร์ 01

“ญีนา ซาลาส” เกิดเมื่อวันที่  5 มกราคม พ.ศ. 2543 เธอเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของโค้ชมวยระดับโลกอิสมาเอล ซาลาส กับหญิงชาวไทย ไก่-ธนมน  ปัจจุบันเธอกำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต และยังมีผลงานแสดงออกอากาศทางโทรทัศน์หลายเรื่องอาทิ รัตนาวดี,ดวงใจในไฟหนาว,Teeใครทีมันส์,บาปอยุติธรรม และผลงานที่กำลังถ่ายอยู่ก็คือ พิศวาสฆาตเกมส์ ประกบคู่กับ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และล่าสุดผลงานซีรีส์ภาคต่อ ลออจันทร์ จาก ดวงใจเทวพรหม

สำหรับด้านประวัติครอบครัวเรียกว่าไม่ธรรมดาเลย คุณพ่อของเธอคือ “อิสมาเอล ซาลาส” เทรนเนอร์ฝึกมวยให้กับแชมป์โลกอย่าง “ยอร์เดนิส อูกาส” นอกจากนี้ยังเคยเทรนให้กับนักมวยไทยจนประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงระดับโลก อาทิ แสน ส.เพลินจิต, หยกไทย, พิชิต ศิษย์บางพระจันทร์, มนัส บุญจำนงค์, สมจิตร จงจอหอ แล้วจากนั้นเขาก็ไปเทรนให้อิโอกะที่ประเทศญี่ปุ่น โดยปัจจุบันได้เปิดค่ายมวยของตัวเองชื่อว่า “ซาลาส บ็อกซิ่ง อะแคเดมี” ที่ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

จีน่าเคยให้สัมภาษณ์ พูดถึงคุณพ่อของเธอว่า “ตั้งแต่เกิดมาจีน่าเห็นคุณพ่อเหนื่อยมาตลอด พ่อมีความเป็นนักสู้มาตลอดตั้งแต่จำความได้ ไปค่ายมวยกับพ่อ ไปซ้อมมวยกับพ่อ ทุกอย่างที่เขาทำที่เขาตั้งใจ พอถึงวันที่สำเร็จเราก็ยินดีกับเขา ดีใจค่ะ เพราะตอนนี้คุณพ่อก็ 64 แล้ว ก็อายุเยอะแล้ว แต่ก็ยังแบบว่ายังเทรนได้เก่งมากๆ”

เมื่อถามถึงที่ผ่านมาได้มีโอกาสให้กำลังใจคุณพ่อบ้างหรือเปล่า นักแสดงสาวก็เปิดเผยว่า”ที่ผ่านมาก็ส่งกำลังใจให้ตลอดค่ะ ผ่านทางวิดีโอคอลบ้าง แช็ตบ้าง จริงๆ เขาก็จะกลับมาเจอครอบครัว ทั้งพี่สาว พี่ชาย และคุณแม่จีน่าด้วย แต่คือช่วงนี้มันติดโควิด พวกเราก็คิดถึงคุณพ่อกันมากๆ ค่ะ”

สำหรับใครอยากติดตามความเคลื่อนไหวของนักแสดงสาวลูกครึ่งไทยคิว-บาคนนี้สามารถไปให้กำลังใจเธอได้ผ่านทางอินสตราแกรม @yeenasalas

กานต์-ชนนิกานต์ 01

จากมิสไทยแลนด์นางงามแห่งสยาม สู่นางร้ายได้ใจ กานต์-ชนนิกานต์

เคยชินแต่กับภาพลักษณ์หวานๆ พอเปลี่ยนลุคทำเอาหลายคนจำไม่ได้เลยสำหรับ กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร  เจ้าของตำแหน่ง นางสาวไทย ประจำปี 2566 ที่ล่าสุดฉีกลุคมาเป็นสาวเปรี้ยวสวมบทร้ายๆ ในละครเรื่อง ลออจันทร์ ดวงใจเทวพรหม ของช่อง 3 ซึ่งเธอรับบทเป็น วรนุช ลูกสาวของ หม่อมหลวงศินีนุช รับบทโดย ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม แม้ว่าบทบาที่แสดงจะขัดกับภาพลักษร์ที่มีมาก่อน แต่เธอก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีแม้จะเป็นผลงานแสดงชิ้นแรกในชีวิต สมเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่หลายคนจับตามอง

กานต์-ชนนิกานต์

ทำความรู้จัก กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร  จากมิสไทยแลนด์นางงามแห่งสยาม สู่นางร้ายได้ใจ

1.สาวงามผู้เคยถูกบูลลี่ว่า “หน้ามะม่วง”

ตอนเด็กๆ กานต์โดนล้อว่า “หน้ามะม่วง” เพราะหน้าผากเหม่งมาก คางยาวมากเหมือนมะม่วง หน้าตาไม่ใช่แบบพิมพ์นิยม เราเลยไม่ค่อยมั่นใจในหน้าตา หันไปเป็นเด็กกิจกรรมเพื่อให้เราเก่งขึ้นมากกว่า “เพราะกานต์มีความคิด อยากจะเก่งมากกว่าสวย กานต์มีเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่เด็กว่า อยากให้ครอบครัวมีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเรามากๆ” เพราะฉะนั้นเรื่องการประกวดนางงามเลยไม่ได้อยู่ในหัวเลย มีแค่ว่าต้องเก่งเลยต้องดูแลครอบครัวให้ได้

2.คนหน้าหวาน(แต่)ชนนิกานต์ แสนซน!

กานต์เป็นคนชอบทำกิจกรรมมาก ชอบปีนป่าย ขึ้นหนักร้านอาสาติดไวนิล เพราะเราทำกิจกรรมเบื้องหลังมาก่อน เราต้องทำให้สมาชิกหรือน้องๆ เห็นถึงจะทำตามได้ ค่อนข้างบู๊เลย แต่ความเรียบร้อยในที่นี้ อาจจะเห็นตอนที่พูด เพราะไม่พูดคำหยาบจริงๆ

กานต์-ชนนิกานต์

3.แรงบันดาลใจในการทำกิจกรรม เพราะเป็น “ลูกสาวคนเดียว”

กานต์เป็นคนชอบทำกิจกรรมมาก ตั้งแต่เด็กจะร่วมงานแสดงของโรงเรียน เป็นหัวหน้าห้อง พอช่วงมัธยมปลายจะเข้าสู่การแข่งขันระดับจังหวัดไปจนถึงระดับภาค และกิจกรรมของนักเรียนด้านต่างๆ อาทิ โต้วาที, พูดฉับพลัน , A-Math กีฬาทางบอร์ดเกม

ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เป็นประธานรุ่นของคณะเภสัชศาสตร์ เป็นหรีดของคณะ และหรีดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนมีโอกาสได้ลงสมัครเลือกตั้งนายกสโมสรนักศึกษา และได้รับเลือกด้วย อีกทั้งทำงานนอกมหาวิทยาลัยในหน้าที่ยุวชนประชาธิปไตยของทางรัฐสภา แข่งขันเกี่ยวกับ Start Up นวัตกรรมทางวิชาชีพ และทางการตลาดของเภสัชกรด้วย พื้นฐานทั้งหมดเริ่มมาจากการทำจิตอาสา ที่ทำให้เราใช้โอกาสที่มีต่อยอดโอกาสที่ได้ มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองรอบด้าน เพื่อให้เราดูแลครอบครัวได้ เพราะเราคือลูกสาวคนเดียว

กานต์เป็นสโมสรเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมที่กานต์เลือกทำในปีของตัวเองคือ “เดิน-วิ่ง การกุศล” เพื่อให้คนเชียงใหม่มีสุขภาพที่ดี โดยงานนั้นก็สามารถร่วมบริจาคของเพื่อนำไปต่อยอดในโครงการถัดไป ในปีนั้นก็คือนำไปบริจาคบนดอย ทาสีห้องสมุด ทาสีถนน เพราะบนดอยถนนใช้งานลำบาก ให้น้องๆ เข้าถึงสื่อการเรียนการสอนบนดอยค่ะ

กานต์-ชนนิกานต์

4.เข้าสู่วงการนางงาม

เริ่มมีคนมาเห็นแววช่วงปลายปี 2561 ก่อนกานต์จะได้เป็นนายกสโมสรนักศึกษา แต่มาได้ตำแหน่งจริงๆ ช่วงปี 2562 ด้วยการทำกิจกรรมและทักษะการพูดของเราทำให้ได้มงกุฎตั้งแต่เวทีแรก

กานต์ไม่เคยคาดคิดว่าจะมาเป็นนางงาม เพราะเป็นคนทำกิจกรรมอยู่เบื้องหลัง โทรมมาก อดนอนเป็นหมีแพนด้า แต่พี่เลี้ยงคนแรกเห็นบางอย่างที่มากกว่าหน้าตาและบุคลิก ในตอนที่เจอกันที่งานประกวดแอมบาสเดอร์ของธนาคารหนึ่ง ตอนนั้นกานต์โชว์ความสามารถพิเศษคือ หรีด การพูด ภาษามือ และรำ เค้ามาทักว่าสนใจไปประกวดนางงามมั้ย คุยกันแล้วคลิกเลยนัดเจอคุณแม่ แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจลองจริง ๆ คือ เป้าหมายที่ “อยากจะพัฒนาตัวเองรอบด้าน” เลยไม่อยากทิ้งโอกาสแม้จะไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่เคยทำมาก่อน ก็เลยลองทำดู

การประกวดนางงามมันดีมาก เพราะเราถ่ายทอดทุกสิ่งที่เป็นตัวของเราเอง ไปให้คนอื่นเห็น มันต่อยอดการเป็นเด็กกิจกรรมของตัวเองได้กว้างมากเลยอินกับการเป็นนางงาม ที่สำคัญมันสร้างรายได้ให้กับเรา เพราะเราเดินสายประกวดกับพี่เลี้ยง แล้วเอาเงินที่ได้รางวัลมาจ่ายค่าเทอม มาดูแลครอบครัว ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กับการได้เงินเลี้ยงดูตัวเอง ดูแลครอบครัว และเรียนไปพร้อมกัน

5.จุดเริ่มต้นศึกษาก่อน “ภาษามือ” จะเป็นไวรัล

เริ่มศึกษาภาษามือตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง ตอนนั้นไปเป็นวิทยากรให้น้องๆ ผู้บกพร่องหลายๆ ด้าน ทั้งทางสายตา ร่างกาย และการได้ยิน การรู้สึกว่ามันยังไม่สุด มันเหมือนการทำกิจกรรมแบบ One Way Communication เลยอยากเข้าใจเค้าว่า อยากได้ในสิ่งที่เราทำให้หรือเปล่า เลยเป็นแรงบันดาลใจให้เรียนภาษามือและอักษรเบรลล์ ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถเรียนได้ฟรีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ยากมากค่ะ โดยเฉพาะอักษรเบรลล์ เพราะต้องมีอุปกรณ์แล้วก็ต้องกลับด้านตัวอักษร พลิกด้านให้อีกฝั่งมันนูนขึ้น ส่วนภาษามือยากตรงจำคำศัพท์เพราะค่อนข้างเยอะ กานต์ทำอักษรเบรลล์ได้ค่ะ ช่วงที่เรียนอักษรเบรลล์ ก็ทำเป็นหนังสือนิทานไปมอบให้น้องๆ เป็นสื่อการเรียนการสอน แต่จะให้ทำตอนนี้บอกเลยว่ายากอยู่เพราะไม่ได้ใช้บ่อย ซึ่งตอนนั้นต้องสอบเหมือนกัน คล้ายกับที่เราเรียนภาษาอื่นๆ ซึ่งถ้าเราใช้บ่อยๆ จะทำให้เราคล่องมากขึ้น

ย้อนกลับไปวินาทีที่กานต์ได้รับตำแหน่งและสื่อสารด้วยภาษามือ เพราะกานต์อยากให้น้องๆ ผู้พิการทางการได้ยินรู้ว่า “กานต์ทำสำเร็จแล้ว พี่ทำได้แล้วนะ น้องๆ ก็ต้องทำได้เหมือนกัน เราจะพัฒนาในมุมของตัวเองไปด้วยกัน” เพราะกานต์จะบอกน้องๆ เสมอว่า การประกวดครั้งนี้ ถ้าไม่มีน้องๆ กานต์คงไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากกานต์มองไปหาคุณแม่จากบนเวที กานต์ก็มองหากล้องเพื่อนที่จะสื่อสารไปหาน้องๆ และคุณครู โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ทันที เพราะรู้ว่าน้องๆ ไม่สามารถมาเชียร์เราได้ กานต์คลุกคลีกับน้องๆ มาตลอด ถ้าตามหลักคือน้องๆ สอนภาษามือให้กานต์ แต่กานต์จะคอยทำกิจกรรมกับน้องๆ เพ้นท์กระโปรง เพ้นท์เสื้อ เพื่อนำไปประมูลมาเป็นทุนการศึกษาให้น้องๆ

6.หัวใจของ Miss Global Organization

หัวใจของเวทีนี้ Miss Global ตั้งไว้สามข้อด้วยกัน คือ EMPOWERING WOMAN เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ จากเรื่องราวของเราเอง, EMBRASING CULTURE เป็นคนที่ต้องน้อมรับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่เข้าประกวด ซึ่งปีนี้มีทั้งหมด 80 ประเทศ, EMBEDDING BEAUTY WITH IN สวยจากภายใน เพราะความสวยภายนอกมันหลากหลายอยู่แล้ว เวทีนี้เลยต้องพิสูจน์ตัวตนและความสวยที่มาจากภายในอย่างแท้จริง ปีนี้ครบรอบ 10 ปี เลยจัดให้ใหญ่ขึ้นด้วยการมี Host หรือประเทศเจ้าภาพสองประเทศด้วยกันคือ เวียดนาม และ กัมพูชา บริบทเวทีนี้ต่างกับนางสาวไทยมาก กานต์ต้อง Represent Thailand ในแบบใหม่ที่โมเดิร์นขึ้น เพราะเรามีคอนเซ็ปท์ From Local to Global เวทีนี้ต้องเปลี่ยนลุคไปเยอะเลย แต่ยังเป็นตัวนะคะแค่ติดเครื่องมือให้พร้อมรบมากขึ้น อย่างเช่นลุคที่ไม่ได้ดูสวยหวานอย่างที่ผ่านมา อย่างที่สองคือการเดินที่ต้องมี power มากกว่าเดิม ตอนแรกที่ต้องมาประกวด Miss Global 2023 คือตกใจมาก เพราะต้องยอมรับว่าไม่รู้จักเวทีนี้มาก่อน เลยบอก “แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์” ว่าขอไปศึกษาก่อนได้ไหม จนเราอินกับเวทีนี้ เพราะอยากเป็นคนแรกที่ทำให้คนไทยรู้จักเวทีนี้มากขึ้นด้วยตัวเราเองกานต์ นำ Soft Power ครบทั้ง 5 ด้านมานำเสนอในการประกวดครั้งนี้ด้วย ทั้ง Food , Film, Fashion, Fighting และ Festival ค่ะ

เกมแห่งชนชั้น! 'Pyramid Game' สะท้อนเรื่องราวการบูลลี่รุนแรงในโรงเรียนหญิงล้วน

เกมแห่งชนชั้น! ‘Pyramid Game’ สะท้อนเรื่องราวการบูลลี่รุนแรงในโรงเรียนหญิงล้วน

เรียกได้ว่าซีรีส์เกาหลีกับเรื่องราวการบูลลี่ในโรงเรียนนั้นมักจะมีให้เห็นอยู่เสมอ แต่สำหรับ Pyramid Game (เกมพีระมิด) นับเป็นซีรีส์ที่มีฉากการกลั่นแกล้งบูลลี่อย่างรุนแรงตั้งแต่เปิดเรื่อง สะท้อนด้านมืดและความอิจฉาริษยาในจิตใจของผู้หญิงที่อยากจะเอาชนะและเหยียบย่ำคนที่ไม่ชอบให้จมดิน โดย เกมพีระมิด เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนยอดนิยมในชื่อเดียวกัน ผลงานการกำกับของ “พัคโซยอน” และเขียนบทโดย “ชเวซูอี” นำแสดงโดย “โบนา” (คิมจียอน) ที่เคยโด่งดังเป็นอย่างมากในซีรีส์เรื่อง Twenty-Five, Twenty-One รวมถึง “จางดาอา” พี่สาวของจางวอนยอง IVE กับผลงานการแสดงเรื่องแรกที่เล่นบทร้ายได้อย่างถึงใจ

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมปลายหญิงล้วนแบคยอนที่มีนักเรียนชั้น ม. 5 ห้อง 5 ตั้งระบบแบ่งแยกชนชั้นเป็นขั้นพรีะมิด จากการเล่นเกมโหวตกันเองภายในห้องแบบไม่ออกนาม โดยในทุกๆ เดือน จะมีการโหวตจัดอันดับความนิยม หนึ่งคนโหวตให้เพื่อนได้ 5 คน และลำดับชนชั้นจะถูกกำหนดตามผลโหวต แบ่งแยกเป็น A, B, C, D และ F คนที่อยู่เกรด A จะได้ปกครองและออกคำสั่งคนที่อยู่เกรดต่ำกว่า ส่วนคนที่อยู่เกรด F จะถูกปฏิบัติเหมือนเป็นพวกนอกคอกหรือหมาหัวเน่า และยังต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในแบบที่ไม่มีใครช่วยได้ และทุกๆ เดือน “แบคฮาริน” (รับบทโดย จางดาอา) ลูกสาวเจ้าของโรงเรียนที่ถูกอวยยศให้เป็นเจ้าหญิงของห้องจะถูกโหวตให้ได้เกรด A เสมอ และเธอยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกมพีระมิดนี้อีกด้วย ในขณะที่ “ซองซูจี” (รับบทโดย โบนา) นักเรียนใหม่ที่ย้ายเข้ามาและต้องตกเป็นเป้าของเกมพีระมิด เมื่อเธอได้รับผลโหวตเป็นศูนย์และกลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงที่ถูกบูลลี่และกลั่นแกล้งอย่างหนักจึงทำให้เธอหาวิธีที่จะปกป้องตัวเองจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ และด้วยความที่เป็นคนฉลาด หัวไว มีไหวพริบ เธอจึงเริ่มแผนการที่จะปีนขึ้นไปอยู่บนยอดพีระมิดให้ได้ ซูจีจะทลายพีระมิดแห่งชนชั้นได้หรือไม่ ใครจะเป็นผู้ชนะของเกมนี้ ติดตามได้ทาง Viu (วิว) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.15 น. 


ย้อนรอยความเก่งกาจ ‘Dries Van Noten’ บนถนนสายแฟชั่นกว่า 4 ทศวรรษ

ช็อควงการอีกครั้ง! เมื่อ ‘Dries Van Noten‘ ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเบลเยียมขวัญใจคนรักแฟชั่น เตรียมโชว์คอลเล็คชั่นสุดท้ายเดือนมิถุนายน

หลังจากทุ่มเทแรงใจในการทำงานออกแบบมากว่า 4 ทศวรรษ Dries Van Noten ดีไซเนอร์สัญชาติเบลเยียมที่สืบต่ออาชีพจากครอบครัวได้ประกาศกับเว็บไซต์ WWD อย่างเป็นทางการว่า ‘เขาจะโชว์ผลงานสุดท้ายในเดือนมิถุนายนนี้ที่ Paris Men’s Fashion Week คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2025’ ทั้งนี้จึงทำให้คอแฟชั่นเริ่มกังวลว่าแบรนด์ของเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไร แต่เขาก็ยืนยันว่า ‘อีกไม่นานคงได้ประกาศรายชื่อดีไซเนอร์รุ่นต่อไปที่มารับช่วงต่อ’ ตอนนี้เราคงต้องรอติดตามว่าก้าวต่อไปของแบรนด์จะเป็นยังไง

จากที่เกริ่นไปตอนต้นว่า Dried Van Noten เป็นที่รักของคนในวงการ นั่นไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใดแต่เป็นความสามารถของเขาล้วนๆ ที่พามาถึงจุดนี้ ตั้งแต่รับช่วงต่อจากอาชีพช่างตัดเสื้อของครอบครัว สู่การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยสาขาแฟชั่นดีไซน์ที่ Royal Acedemy of Fine Arts หลังจากเรียนจบเขาประกอบอาชีพดีไซเนอร์อิสระอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในปี 1986 จนในปี 1992 เขามีแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น Menswear เป็นของตัวเอง และหลังจากนั้น Dried Van Noten ก็สามารถขยับขยายและมีบูติกกว่า 400 แห่งทั่วโลก

อีกหนึ่งความสามารถที่น่าทึ่ง และแตกต่างจากดีไซเนอร์คนอื่นๆ คือ Dried Van Noten ไม่ได้สเก็ตลงบนกระดาษและใช้สีระบายภาพเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่เขาใช้วัสดุแต่ละชิ้นวางลงบนหุ่น และเริ่มประกอบขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบ


ภาพ: Getty

“FUNDAO” เปิดแฟชั่นโชว์ ครั้งแรก ณ PARIS FASHION WEEK

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ที่สร้างปรากฎการณ์สำคัญให้ดีไซน์เนอร์ไทยอีกครั้ง ของ “FUNDAO” แบรนด์แฟชั่นเครื่องหนังสัญชาติไทย ด้วยการถ่ายทอดดีเอ็นเอความไทม์เลสที่เป็นเอกลักษณ์อัน ไร้ขีดจำกัดของ
แบรนด์ โดย คุณหยิน ฝันดาว แบ้สกุล ครั้งนี้กับโมเมนต์การบุกทะยานเปิดตัวแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นใหม่
อย่างเฉิดฉายเป็นครั้งแรก ณ Paris Fashion Week 2024 โดยโชว์สุดพิเศษนี้ถูกจัดขึ้น ณ La Galerie Bourbon เมือง Paris ประเทศฝรั่งเศส มีเหล่าคนดังเข้าร่วมชมโชว์ อาทิ พราว อรณิชา และ บลู นาโรส

คุณหยิน ฝันดาว แบ้สกุล
พราว อรณิชา
บลู นาโรส

ซึ่งโชว์ในครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีต และ คงอัตลักษณ์ของแบรนด์ ที่โดดเด่นในด้านความเรียบหรู และก่อเกิดความโดดเด่นสง่างาม เพียงนำขึ้นมาหยิบจับแมทช์บนตัวนางแบบ สื่อให้เห็นถึงลุคต่างๆ ตั้งแต่ Everyday Look ไปจนถึง Summer Look หรือ Elegant Look ซึ่งทุกลุคถูกเติมเต็มอย่างคอมพลีทด้วยกระเป๋า fundao ในแต่ละรุ่น ตั้งแต่ IT bag ของแบรนด์อย่าง Ava Mini และแม้แต่ Ava Micro ที่สะกดตาด้วยความมิลเลเนียมที่มีความวิบวับของเนื้อวัสดุ รวมไปถึงคอนเซปท์ของโชว์ที่เผยความไทม์เลสอย่างมีมิติในสไตล์ Urban  เข้าถึงได้ทุกเจนเดอร์

นอกจากนี้ยังมีคนดังที่มาร่วมชมโชว์อย่าง บลู นาโรส Tiktoker สายลักชูวรี่ ชื่อดังที่มาในลุคแคชชวลสไตล์หนุ่มปาริเซียง พร้อมไอเทมกระเป๋า Ava Mini Vintage ที่มิกซ์แอนด์แมชทั้งสีและ มู้ดแอนด์โทนได้ลงตัว และยังได้มีการเผยโฉมกระเป๋าคอลเลกชันใหม่ “Darrel” ที่ได้แฟชั่นนิสต้าแห่งวงการอย่าง พราว อรณิชา มาร่วมถ่ายทอดคอลเลกชั่น ใหม่นี้ โดยมีบรรยากาศที่สวยงามของเมืองปารีสเป็นฉากหลัง

“D‏ARREL” ได้รับแรงบันดาลใจผสมเสน่ห์อันแข็งแกร่งของธรรมชาติและความประณีตทางสถาปัตยกรรมอย่างหอไอเฟล ผสานเข้าด้วยกันอย่างน่าหลงใหล กระเป๋าแต่ละใบในคอลเลกชันนี้ได้รับอิทธิพลจากรูปทรงอันงดงามของภูเขาและภาพเงาของหอไอเฟล สะท้อนผ่านฐานที่กว้างและดีไซน์ด้านบนที่แคบของกระเป๋า ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับส่วนโค้งอันงดงามของหอไอเฟลที่อยู่ด้านล่าง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างความงามตามธรรมชาติและความซับซ้อนทางสถาปัตยกรรม  นอกจากนี้หอไอเฟลเองยังเป็นสถาปัตยกรรมอันเป็นที่รักของคนทั้งโลก จึงเป็นที่มาของคำว่า “DARREL” ผู้เป็นที่รัก ที่ตั้งใจจะส่งผ่านความประณีตของการดีไซน์และการผลิต ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

พบกับ FUNDAO คอลเลกชันใหม่ “DARREL” ได้ที่ ชั้น 3 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ชั้น 1 เซ็นทรัล เวิลด์ (Pop-up Store) หรือ http://www.fundaoera.com/ และ Instagram และ Facebook “FUNDAOERA” 

“77 มิสแกรนด์” ร่วมขบวนพาเหรด ซิตี้ ออฟ ไลท์ : เมจิก คาร์นิวัล แอท คาร์นิวัล เมจิก

ภูเก็ต เมืองแห่งสีสัน สวรรค์แดนใต้ กิจกรรมที่เจ้าภาพเก็บตัว มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024เตรียมไว้เลยไม่ซ้ำ ธรรมดาไม่ได้แม้แต่วันเดียว ค่ำคืนที่ผ่านมาก็เช่นกัน 2 พ่องานใหญ่ คุณคิม ธีระศักดิ์ ผลงาม และ คุณกบ ธนพัฒน์  นวลสกุล Provincial Director มิสแกรนด์ภูเก็ต จัด  City Of Lights : Magic Carnival At Carnival Magic (ซิตี้ ออฟ ไลท์ : เมจิก คาร์นิวัล แอท คาร์นิวัล เมจิก) ณ คาร์นิวัล เมจิก ธีมปาร์ควัฒนธรรมรื่นเริง บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ถือเป็นสุดยอดอัครสถานความบันเทิงยามราตรีของเกาะภูเก็ต ที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟหลากสีสัน และสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์งดงาม พร้อมการแสดงขบวนพาเหรด สุดอลังการ รวมถึงโรงละคร ริเวอร์พาเลส ขบวนฟันแฟร์ และไม่พลาดการชมอาณาจักรเมืองไฟ คิงดอม ออฟ สไตล์ ที่ใครมาภูเก็ตแล้วไม่ได้เข้าชม ถือว่าพลาด

งานนี้ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เดินทางมาให้กำลังใจผู้เข้าประกวดที่ จ.ภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อย รวมถึง บิวตี้ วรัญชนา ระดมเล็ก รองผู้จัดการกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024 คุมเข้มทุกนาที อยู่กับแกรนด์ต้องเป๊ะและปัง ฟากผู้เข้าประกวดทุกคนพร้อมสุด เตรียมเครื่องแต่งกายในธีม เมจิก คาร์นิวัล มาแบบจัดเต็ม เนรมิตความอลังการ ทั้งเครื่องหัว เครื่องตัว เครื่องปีก  แสงสีวิบวับ เรียกยอดไลท์ในช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV แบบถล่มทลาย โดยขบวนพาเหรดนี้มี 5 สาว มิสแกรนด์ ผู้ชนะผลโหวต ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต /มิสแกรนด์ กรุงเทพฯ /มิสแกรนด์มุกดาหาร /มิสแกรนด์ชัยนาท และ มิสแกรนด์สระบุรี ขึ้นรถแห่นำขบวนเข้าสู่งาน ตามด้วยผู้เข้าประกวดทั้งหมด ผสานการแสดงแสงสีเสียง  ความสวย สดใส ของเหล่าผู้เข้าประกวด สะดุดสะดุดใจแฟนนางงามที่ตามเชียร์ รวมถึงนักท่องเที่ยวรุมถ่ายภาพกันฉ่ำทีเดียว 

พาชมภาพแคมเปญใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ ปาล์ม แองเจิลส์ (Palm Angels)

พาชมภาพแคมเปญใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ ปาล์ม แองเจิลส์ (Palm Angels) แบรนด์สตรีทสัญชาติ อิตาลี กลิ่นอายอเมริกา ที่พาเหล่าเซเลบสายแฟชั่นอย่าง 3 หนุ่ม โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ @oabnithi, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต @icepariss และ แจ๊คกี้- จักริน กังวานเกียรติชัย @j.jackr มาโชว์ลุคต้อนรับซัมเมอร์ในคอลเลกชั่น ฤดูร้อน / ฤดูใบไม้ผลิ ประจำปี 2024 นี้ เผยภาพลักษณ์เอาใจสายสตรีทด้วยไอเทมหลากหลายแบบจากแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นลายปริ้นท์หลักอย่าง The Palm ที่นำเสนอลายกราฟิกต้นปาล์มอันเป็นไอคอนนิคประจำแบรนด์ พร้อมกับมาในพาเลทโทนสีสันสดใส และ อีกหนึ่งลุคที่เพิ่มกิมมิคให้ซัมเมอร์นี้ ด้วยอีกหนึ่งคีย์โลโก้อย่าง Seasonal logo ที่เผยความสนุกสานด้วยฟ้อนท์ตัวเขียนในแบบฉบับ ปาล์ม แองเจิลส์ ที่มาครีเอทลุคสุดคูลไม่ซ้ำใครให้แฟน ๆ สายสตรีทไปตามจับจองกันได้แล้ว ณ ร้านปาล์ม แองเจิลส์ แฟลกชิปสโตร์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี LV.1

ไอเท็มกู้ผิวเป็นสิว Mahonia Clear Skin Booster จาก Neal’s Yard Remedies

ช่วงนี้สาวๆ หลายคนมาบ่นกันหนาหูว่าโดนปัญหา “สิว” เล่นงานอีกแล้ว เพราะต้องเจอทั้งสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจและฝุ่นควันรุมเร้าจนผิวบอบช้ำ Praew Survey รอบนี้ แพรว จึงขอนำตัวช่วยดีๆ มาบอกต่อแบบเน้นๆ กับ Mahonia Clear Skin Booster ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก Neal’s Yard Remedies แบรนด์สกินแคร์ออร์แกนิกสุดฮ็อตจากประเทศอังกฤษ ที่จะมาช่วยกอบกู้ผิวให้คนที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ

สำหรับ Mahonia Clear Skin Booster ถือเป็นไอเท็มใหม่ล่าสุด ซึ่งคิดค้นสูตรอย่างเชี่ยวชาญจากโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ Neal’s Yard Remedies ในเมืองดอร์เซต ประเทศอังกฤษ ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์คือการใช้ส่วนผสมออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองและใช้กรรมวิธีการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยส่วนผสมออร์แกนิกต่างๆ ของผลิตภัณฑ์นี้ ประกอบด้วย

  • Mahonia ช่วยลดการอักเสบของผิว รวมถึงรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากการเป็นสิว
  • Centella Asiatica คือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดและขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขน
  • Calendula ช่วยลดการระคายเคืองผิว พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง
  • Thyme ช่วยลดและปรับสมดุลความมันส่วนเกิน ขจัดเชื้อแบคทีเรีย และยับยั้งต้นตอของการเกิดสิว

ด้วยส่วนผสมจัดเต็มที่ช่วยดูแลผิวให้มีสุขภาพดีและจัดการปัญหาสิวไปพร้อมๆ กัน ทำให้ Mahonia Clear Skin Booster จาก Neal’s Yard Remedies เป็นไอเท็มที่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวเป็นสิวง่าย โดยสามารถใช้ทาทั่วใบหน้าเป็นสกินแคร์รูทีนก็ได้ หรือใช้แต้มเฉพาะจุดที่เกิดปัญหา เช่น รอยแดง รอยดำจากการเกิดสิว ก็จะช่วยให้ร่องรอยต่างๆ แลดูจางลง ดังนั้นใครที่กำลังสู้กับปัญหาสิวอยู่ แพรว ขอแนะนำเลยค่ะ

คนรักผิวที่สนใจ สามารถตามไปหาซื้อ Mahonia Clear Skin Booster จาก Neal’s Yard Remedies กันได้เลยที่เคาเตอร์ Beauty Hall, Paragon & The Mall Lifestore Ngamwongwan และ Beauty Zone, Central Chidlom หรือช้อปออนไลน์ง่ายๆ ได้ที่ www.nealsyardremedies.co.th รวมถึงสามารถติดตามอัปเดตกันได้ที่ FB : Neal’s Yard Remedies Thailand และ IG : nealsyardremedies_th

เอมี่-อุทานพร

เปิดวาร์ปนักแสดงเจนเนอเรชั่นใหม่ เอมี่-อุทานพร ยิ่งรู้จักยิ่งหลงรัก

แจ้งเกิดเด็กใหม่ช่อง 3 กันแบบรัว ๆ ในละคร “เว้าวอนรัก” เพราะความสามารถที่ครบเครื่องมาพร้อมคาแรคเตอร์แสบซนโดนใจ จนแฟนละครยังเอ่ยปากชมสนั่นโซเชียล อย่าง “เอมี่-อุทานพร ฟัน พาสเซ่น” กับบท แวววิภา ละครพีเรียดเรื่องแรก แต่ฝีมือทั้งคู่ไม่ธรรมดาไปได้ไกลแน่นอน งานนี้ไม่พลาดพาไปรู้จักแล้วคุณจะตกหลุมรักและเอ็นดูได้มากขึ้นค่ะ

สำหรับ“เอมี่ อุทานพร ฟัน พาสเซ่น” เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อินสตาแกรม: amily969 Tiktok: uthanporn เกิดวันที่ 12 มีนาคม 2544 อายุ 23 ปี ส่วนสูง 170 ซม. จบปริญญาตรีจากสาขาวิชานาฏศิลป์และศิลปะการแสดงโขนผู้หญิง คณะมนุษยศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เรียกได้ว่าถึงจะเป็นลูกครึ่งแต่หัวใจเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอคนนี้เล่นโขน เป็นยักษ์ พระ หรือนางสีดาได้หมด แถมยังมีสกิลการเต้นแนวสากลหรือร้องเพลงก็ทำได้เช่นกัน ส่วนเล่นกีฬาก็ใช่ย่อย

“เอมี่” เล่าว่า “โอ้โห หนูเล่นกีฬาเยอะมากเลยค่ะ ทั้งขี่ม้าที่เรียนมาตั้งแต่เด็ก ว่ายน้ำ ต่อยมวย ปีนเขา เล่นบาสเกตบอลกับวอลเลย์บอลได้นิดหน่อย และตอนนี้ก็กำลังฝึกกีฬาคาลิสเทนิคซ์อยู่ค่ะ” เห็นเป็นผู้หญิงสายกิจกรรมแอดเวนเจอร์ขนาดนี้ แต่อีกมุมเธอก็เป็นสายบุญเช่นกัน เธอเล่าว่า “ถ้ามีเวลาว่างไม่ได้ไปถ่ายละคร หรือละครปิดกล้องไปแล้ว หนูก็จะไปปฏิบัติธรรม 7 คืน 8 วัน ซึ่งหนูทำแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย  เพราะว่าที่บ้านท่านทวดสอนกรรมฐาน แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่แล้ว และเราก็รู้สึกทำแล้วสบายใจ ก็เลยทำมาจนถึงทุกวันนี้ และถ้ามีเวลาก็จะไปทำบุญปล่อยปลาทำบุญถวายสังฆทาน ก็เป็นทั้งสายบุญสายมูเลยค่ะ หนูรู้สึกว่าอะไรที่ทำให้เราสบายใจไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ทำไปเถอะค่ะ”

เอมี่-อุทานพร

นอกจากนี้“เอมี่” ยังเป็นทาสหมาทาสแมวตัวยงอีกด้วย เธอเม้าท์ถึงลูก ๆ ที่เลี้ยงอยู่ที่บ้านว่า “ตอนนี้มีทั้งแมวทั้งหมาเลยค่ะ น้องแมว 3 ตัว ชื่อแอลลี่, ซีซ่าร์, วอดก้า และเสือ แต่ตัวนี้น้องเขากลับดาวแมวไปแล้ว และตอนนี้ก็กำลังจะเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวไม่แน่ใจว่าพันธุ์อะไร เพราะว่าแม่แมวคาบลูกมาทิ้งไว้หน้าบ้าน ซึ่งหนูก็เป็นคนไม่ซีเรียสเรื่องสายพันธุ์ คือถ้าเรารักอะไรก็อยากจะเลี้ยงสิ่งนั้น ส่วนน้องหมาก็มี 2 ตัว ชื่อป๊อกกี้ ส่วนอีกตัวชื่อลีโอค่ะ”

เอมี่-อุทานพร 01

เส้นทางในวงการบันเทิงของ “เอมี่” เริ่มจากแจ้งเกิดกับบท มุกกะ ในละครแอ็กชั่นแฟนตาซี “นรสิงห์” ตอน มารกามเทพ และปังต่อเนื่องกับ “เว้าวอนรัก” และบท หนูนิ่ม ในซีรีส์ “คุณได้ไปต่อ”(To be continued) เจ้าตัวเล่าว่า “จริง ๆ หนูเข้ามาในวงการนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ เคยแคสงานโฆษณา แต่พอมัธยมศึกษาปีที่4 จากเด็กต่างจังหวัดก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ก็เริ่มเข้าสู่วงการเดินแบบ ประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ถ่ายแบบโฆษณา หลังจากนั้นหนูก็ส่งพอร์ตโฟลิโอไปที่ช่อง 3 เองเลยค่ะ และพอหนูรู้ว่าเราจะได้มาอยู่ในสังกัด ช่อง 3 คือหนูกรี๊ดลั่นบ้านเลย ดีใจมาก ตอนนี้อยู่ช่อง 3 มาได้ปีครึ่งแล้วค่ะ พอได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้หนูรู้สึกว่าได้รับโอกาสหลาย ๆ อย่างมาก และทางผู้ใหญ่ก็ได้เห็นความสามารถของเรา ให้โอกาสหนูเล่นละคร เล่นซีรีส์ ซึ่งมันเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ หนูมาก ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของชีวิตหนูที่รู้สึกว่าเราเริ่มค่อย ๆ เติบโต และแฮปปี้ใจฟูทุกครั้งที่หนูได้ทำงานตรงนี้ค่ะ”

เอมี่-อุทานพร 02

โดยหลังจากนี้สาว “เอมี่” ได้วางแพลนในวงการบันเทิง พร้อมเผยอีกหนึ่งความฝันว่า “หนูจะเติบโตไปให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่ตัวเองทำได้ พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ เอาทุกอย่างที่ตัวเองสามารถทำได้ออกมาใช้ให้ทุกคนเห็นศักยภาพของตัวหนู และทำให้แม่ภูมิใจสามารถทำงานตรงนี้ดูแลแม่ได้ จริง ๆ หนูก็มีอีกหนึ่งความฝันนอกจากการเป็นนักแสดง คืออยากเดบิวต์เป็นศิลปินค่ายไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เราได้มาอยู่กับ ช่อง 3 ก็เหมือนเราได้ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว และมันก็อาจจะเปิดโอกาสหลาย ๆ ด้านเข้ามา หนูก็จะตั้งใจทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อนค่ะ” ก่อนสาว “เอมี่” จะทิ้งท้ายฝากเนื้อฝากตัวและผลงานที่กำลังออกอากาศอยู่ตอนนี้ “อยากให้ผู้ชมทางบ้านเป็นกำลังใจให้น้องใหม่ อย่าง เอมี่ ด้วยนะคะ และฝากบทบาท แวววิภา ในละคร เว้าวอนรัก ที่กำลังออกอากาศในตอนนี้ เป็นละครพีเรียดเรื่องแรกที่เอมี่ได้มาเล่นเต็มตัวเลย และเอมี่ได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่างจากเรื่องนี้เลย นอกจากนี้ก็ฝากซีรีส์คุณได้ไปต่อ ที่เอมี่ได้รับเชิญไปเล่นในเรื่องด้วยนะคะ”

ภาพจาก : @usava123

Quiet Luxury เป็นเหตุ! The Row ขึ้นแท่นแบรนด์มาแรงในประเทศเกาหลีใต้

กระแสแฟชั่น ‘รวยไม่ตะโกน’ ยังดีไม่มีตก! ล่าสุด The Row ขึ้นแท่นแบรนด์ Quiet Luxury ที่กำลังมาแรงในประเทศเกาหลีใต้

แม้ Quiet Luxury จะเป็นกระแสมาตั้งแต่ปี 2023 ที่คนฮิตใช้แฟชั่นไอเท็มที่ไม่มีโลโก้แบรนด์แบบตะโกนตามประโยคที่ว่า ‘If you know, you know’ สื่อถึงว่ามีเพียงคนที่รู้จักแบรนด์เหล่านี้เท่านั้น ถึงจะรู้ว่าเป็นแบรนด์อะไรและมีราคาสูงเท่าไหร่ หนึ่งในนั้นคือ The Row ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2001 โดย Mary-Kate และ Ashley Olsen ซึ่งแฟชั่นไอเท็มแต่ละชิ้นถ่ายทอดสไตล์ที่เรียบง่าย เน้นสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

The Row เติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2023 จนถึง 2024 เมื่ออุตสาหรกรรมเกาหลีรายงานว่าแบรนด์เตรียมตัวมาเปิดช็อปแห่งแรกในประเทศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เป็นเพราะกระแส Quiet Luxury และ เจนนี่ BLACKPINK ที่เลือกหยิบไอเท็มจาก The Row มาใช้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนวัย 10-20s หรือเรียกว่าคนรุ่น MZ

โดยไอเท็มที่เจนนี่เลือกใช้บ่อยๆ คือ ‘Soft Margaux 17 Bag’ กระเป๋าหนังสีดำใบยักษ์แสนเรียบง่ายที่มีกิมมิคสายเข็มขัดคาดไว้บริเวณข้างกระเป๋าเท่านั้น แต่เห็นว่าดีไซน์ไม่โฉ่งฉ่างอย่าเพิ่งเดาราคาต่ำไป เพราะกระเป๋าใบนี้มีมูลค่าสูงถึง $5,090 หรือประมาณ 183,000 บาทเลยทีเดียว รู้ราคาแล้วถึงกับขนลุกซู่กันเลยใช่ไหมคะ

นอกจากเจนนี่ก็ยังมีลิซ่าที่ดูเหมือนช่วงนี้ก็กำลังอินไอเท็มจาก The Row เช่นกัน เพราะเธอมีทั้งโค้ทตัวยาว ‘Malika Coat’ ที่ราคา $2,800 หรือ 98,000 บาท และเสื้อยืด Alasdair on the Beach T-shrit ในราคา $990 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 35,000 บาท หากพูดว่าเป็นแบรนด์ที่กำลังมาแรงในเกาหลีคงไม่ผิดอะไร เพราะแม้แต่ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นทั้ง 2 คนยังต้องเลือกใช้


ข้อมูล: naver

ฮอร์โมนไม่สมดุล อาจทำร่างพัง อารมณ์เพี้ยน

เช็คลิสต์ 10 สัญญาณเตือน ‘ฮอร์โมนไม่สมดุล’ อาจทำร่างพัง อารมณ์เพี้ยน

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่นอกจากการมี Work-Life Balance สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลต่อการมีสุขภาพดี ครอบครัวมีความสุขมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ Hormone Balance หรือ การสร้างสมดุลฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยการทำงานของร่างกายในระบบที่จำเป็น ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานประสานกันได้อย่างเป็นระบบ ดังนั้น สมดุลของฮอร์โมนเพศจึงมีความสำคัญต่อระบบประสาทในการควบคุมอารมณ์ การนอนหลับ สมรรถภาพทางเพศ รวมถึงระบบการสร้างพลังงานของร่างกาย วันนี้มีโอกาสได้มาคุยกับ คุณหมอบาย – นพ.พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์ผู้อำนวยการ W9 Wellness Center และ W Ploenchit Wellness Center ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูความเสื่อมแบบองค์รวม เกี่ยวกับ “ฮอร์โมน” จุดเริ่มต้นและกุญแจไขความลับสู่การดูแล แก้ไข และปรับสมดุลสุขภาพและร่างกาย

หงุดหงิดง่าย ผิวแห้ง หัวล้าน นอนไม่หลับ
“ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อสุขภาพ ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาไปมากทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค การรักษา รวมถึงการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันก่อนการเกิดโรคแบบรายบุคคล ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 5 ปีมานี้ เนื่องจากทุกคนตระหนักว่า หากปล่อยให้เกิดอาการเจ็บป่วย จะส่งผลต่อการใช้ชีวิต คนรอบข้าง รวมถึงการต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ซึ่งจากสถิติโรคเรื้อรังยอดฮิตของคนไทย ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคอ้วนซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ อีกมากมาย โดยสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ นี้ มาจากพันธุกรรม และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล”

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดความไม่สมดุล ซึ่ง “ฮอร์โมน” เปรียบเสมือนผู้ส่งสารภายในร่างกายที่มีมากมายหลายหมื่นหลายแสนตัว เป็นระบบพื้นฐานในตัวเราที่ทำงานต่อเนื่องกันเป็นเครือข่ายและพึ่งพากันและกัน มีความสัมพันธ์กับทุกระบบในร่างกายช่วยส่งเสริมด้านพัฒนาการ จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก ซ่อมแซมความเสื่อมทางสุขภาพ ชะลอวัยชะลอการเจ็บป่วย ช่วยการทำงานระบบย่อยอาหาร และระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพียง 1-2 ตัว ที่เกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เช่น อาหาร ภาชนะพลาสติก อาจเป็นต้นตอของภาวะหรืออาการผิดปกติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค การตรวจฮอร์โมนจึงสำคัญ”

เช็คลิสต์สัญญาณเตือน “ฮอร์โมนไม่สมดุล”
สำรวจตัวเองหากมีอาการแบบนี้ รีบเช็คสมดุลฮอร์โมนให้ไว อย่าปล่อยไว้

  • อารมณ์แปรปรวน
  • นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่ลึก ตื่นไม่สดชื่น
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • การเผาผลาญลดลง อ้วนง่าย
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง
  • ผิวแห้งกร้าน เหี่ยวย่น เป็นสิวอักเสบ
  • กระดูกบางและกระดูกพรุน
  • ซึมเศร้า ภาวะเครียดสะสม
  • อาการไม่พึงประสงค์ที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด และเป็นๆ หายๆ

ตรวจสมดุลฮอร์โมน ช่วยวางแผนและดูแลฟื้นฟูอย่างถูกต้องตรงจุด
ฮอร์โมนของผู้ชายกับผู้หญิงมีทั้งตัวที่เหมือนกันและตัวที่แตกต่างกัน โดยที่เหมือนกัน เช่น อินซูลิน ไทรอยด์ โกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต แต่ตัวที่ต่างกัน คือ ฮอร์โมนเพศ ผู้ชายก็จะมี ฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า Testosterone ในขณะที่ผู้หญิงมี ฮอร์โมนเพศหญิง เรียกว่า Estrogen กับ Progesterone ที่กำหนดความแตกต่างทางสรีระ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของต่อมในสมองที่เรียกว่า พิทูอิทารี นอกจากนี้ ฮอร์โมนเพศยังมีผลต่อการกำหนดภาวะอารมณ์ของผู้หญิงและผู้ชายให้แตกต่างกันอีกด้วย

ไม่มีใครทราบว่าสุขภาพในอนาคตจะเป็นอย่างไร การตรวจวัดระดับฮอร์โมน เป็นการตรวจที่ทำให้ทราบว่า เราควรวางแผนดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร เหมือนเป็น Life Navigator เพื่อให้เราทราบว่า ควรใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้น หรือควรหลีกเลี่ยงอะไร ร่างกายเราขาดวิตามินอะไรบ้างที่ต้องเสริมให้ร่างกายกลับมามีสมดุล สุขภาพดี แข็งแรงได้อย่างยืนยาว

ข้อดีของการตรวจสมดุลฮอร์โมนช่วยรู้ระดับฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกาย หากตรวจพบภาวะไม่สมดุล จะได้วางแผนและดูแลฟื้นฟูอย่างถูกต้องตรงจุด โดยคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การป้องกัน ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผ่านการผสมผสานทุกศาสตร์แห่งการป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูความเสื่อม ทั้งให้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหรือลดน้อยลง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนไลฟสไตล์ให้เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกจากสิ่งแวดล้อมที่อาจจะรบกวนความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

Photo: Pexels


Colors of Buriram

Colors of Buriram นิทรรศการรูปแบบทันสมัย ชูหัตถศิลป์พื้นถิ่นสู่ไฮแฟชั่น

จังหวัด บุรีรัมย์ เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง เนรมิต Colors of Buriram งานผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ที่เปิดประตูอาณาจักรองค์ความรู้ของเส้นทางสายไหม จังหวัด บุรีรัมย์ จากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยการนำเสนอนิทรรศการรูปแบบทันสมัย ชูหัตถศิลป์พื้นถิ่นสู่ไฮแฟชั่นสุดอลังการ นักท่องเที่ยวและประชาชนแห่สัมผัส ภูมิปัญญา, วัฒนธรรม และความเป็นไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ผ้าทอนานาชนิด และงานหัตถกรรมต่างๆ มากกว่า 2,000 ชิ้น คาดมีผู้สนใจร่วมงานตลอด 3 วัน มากกว่า 20,000 คน

Colors of Buriram

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า  งาน “Colors of Buriram” เป็นการจัดนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทอดพระเนตรนิทรรศการ กระบวนการทอผ้าและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไหม (เป็นการส่วนพระองค์) ณ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษบ้านนาโพธิ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (กลุ่มผ้าตุ้มทอง) ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ และที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์ หลังเสด็จกลับแล้ว จังหวัด บุรีรัมย์ จึงมีการจัดงาน Colors of Buriram ต่อเนื่องอีก เป็นระยะเวลา 3 วัน คือวันที่ 19-21 มีนาคม 2567

“งาน “Colors of Buriram” ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมใจของชาวบุรีรัมย์กว่า 3,000 คน  บนพื้นที่ 6,000 กว่าตารางเมตร หรือขนาดเท่า 1 สนามฟุตบอล จัดในโดมติดแอร์ขนาดมหึมา บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์  มี Exhibition Wall นิทรรศการผ้า ที่จัดแสดงและงานหัตถกรรมผ้า 2,000 กว่าชิ้น ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอ โดยเฉพาะผ้าไหมของชาวบุรีรัมย์ที่มีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ถักทอด้วยความประณีต ออกแบบและตัดเย็บสวยงาม เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ผ้าไทยใส่ให้สนุกให้คงอยู่คู่กับชุมชนและชาวบุรีรัมย์  สืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย และสนับสนุนกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

งานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจ ร่วมเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมไทยที่ละเอียดอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ ตระหนักถึงศักยภาพและความสามารถในการผลิตและจำหน่ายสินค้าชุมชน ที่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีเหล่านักแสดง,เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ท็อปต้นๆ ของเมืองไทย มาร่วมสร้างสีสันประชันความสวยงามอลังการ ได้แก่ อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม, ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม รวมทั้ง สยาม แยปป์ แนวรุกสุดหล่อ นักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 19 ปี จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแชมป์ไทยลีก 8 สมัย โดยเป็นครั้งแรกกับการผนึกความเป็นเมืองกีฬาและวัฒนธรรม นำเสนอการแต่งกายด้วยผ้าไหมลายผ้าพระราชทานผสมผสานกับผ้าไทยลวดลายเอกลักษณ์ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบุรีรัมย์ เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผ้าไหมไทยในเวทีโลกอีกด้วย

ภายในงาน มีการจัดแสดง-จำหน่าย ของดีของขึ้นชื่อมากมาย และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ กิจกรรมสาธิต การเขียนผ้าบาติก, การเขียนทอง, การทอเสื่อกกยกขิด, มัดหมี่ลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”, การปักผ้า (นกกะเรียน), การย้อมสีธรรมชาติ และงานผ้าอีโค ปริ้นต์ เป็นต้น รวมทั้งลายผ้าพระราชทานตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ทำให้เกิดการจุดพลังการขับเคลื่อนงานหัตถกรรมในทุกมิติ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้ร่วมสมัย คนนิยมใส่ผ้าไทยมากขึ้น จนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างครบวงจร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4466-651

ซูมอินงานเครื่องประดับอัญมณีศิลป์สุดหรูระดับไฮเอ็นด์ของ Cindy Chao “2023 Black Label Masterpiece II Pamir Brooch”

ซูมอินงานอาร์ตบนเครื่องประดับชั้นสูงสุดหรูของ Cindy Chao

“2023 Black Label Masterpiece II Pamir Brooch”

อัญมณี:Diamonds, Yellow Diamonds, Brown Diamonds, Sapphires, Pink Sapphires, Greyish Green Sapphires, Purple Garnet, Purple Sapphires, Demantoid, Tsavorites

น้ำหนักรวม : 5,786 gemstones / 265.31 carats

เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้ว ที่แบรนด์ CINDY CHAO the Art Jewel  ได้สร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีศิลป์ชั้นสูงอันโดดเด่น แตกต่างและแปลกใหม่ ให้กับวงการเครื่องประดับมาตั้งแต่ปี 2004 กระทั่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เครื่องประดับของ CINDY CHAO จึงเปรียบเสมือนงานศิลปะล้ำค่า ที่ผสมผสานความงดงามและจิตวิญญาณแบบตะวันออกเข้ากับตะวันตก ผนวกเข้ากับงานฝีมือชั้นเยี่ยม และความคิดสร้างสรรค์อันเหนือชั้นของศิลปิน จนผลงานหลายชิ้นของเธอได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในคอลเลกชั่นถาวรของมิวเซียมระดับโลกหลายแห่ง ด้วยผลงานที่สร้างความโดดเด่นอย่างมีนัยยะสำคัญให้กับวงการจิเวลรี่ จึงไม่แปลกใจที่เครื่องประดับอัญมณีศิลป์ของ CINDY CHAO จะสร้างสถิติใหม่ในทุกๆ การประมูล

2023 Black Label Masterpiece Pamir Brooch

หนึ่งในชิ้นงานล่าสุดของ CINDY CHAO คือ 2023 Black Label Masterpiece Pamir Brooch เข็มกลัดที่เธอได้แรงบันดาลใจมาจาก The Pamir Plateau หรือที่ราบสูงปามีร์ ที่มีภูมิประเทศปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ด้วยตั้งอยู่ในเทือกเขาปามีร์ที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชียกลาง เอเชียใต้และเอเชียตะวันออก ถือเป็นจุดพักสำคัญของผู้คนที่เดินทางบนเส้นทางสายไหมในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นจุดบรรจบระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก 

ผลงานชิ้นนี้ จึงกลายเป็นเครื่องประดับงานศิลป์ชิ้นงามสุดยูนีค ซ่อนไว้ซึ่งความแข็งแกร่งจากตัวเรือนที่ทำจากไททาเนี่ยม โลหะที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด แล้วได้รับการประกอบขึ้นจากทีมช่างฝีมือชั้นเยี่ยมของยุโรปที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการทำงานกับไททาเนียม ทำให้โลหะอันแข็งแกร่ง ทว่าดูนุ่มนวลไหลลื่นสอดรับไปกับรูปทรงของพืชพรรณไม้ตามธรรมชาติ พร้อมรับการตกแต่งจากอัญมณีนานาชนิด ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นการสร้างสรรค์เข็มกลัดไททาเนียมที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมอันเยี่ยมยอด อีกทั้งยังมีสัดส่วนลงตัวและบางเบาจนแทบไม่เห็นเนื้อไททาเนียม เพื่อขับความงามของอัญมณีให้เปล่งประกายเต็มที่ โดยมีน้ำหนักแค่ 76 กรัมเท่านั้น ซึ่งยิ่งบางเท่าไร ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำที่พิถีพิถันและยากขึ้นเท่านั้น

สำหรับกระบวนการทำงาน ซินดี้เริ่มทำงานด้วยการโดยใช้เทคนิคการแกะสลักแวกซ์ เพื่อเป็นการขึ้นรูปดอกไม้พืชพรรณที่กำลังเติบโตตามธรรมชาติ กลายเป็นเข็มกลัดรูปต้นพฤกษาสุดหรู ประดับด้วยอัญมณีหายากนานาชนิดที่เปรียบเสมือนเกล็ดน้ำแข็งพร่างพราวยามต้องแสงแดดในภูมิประเทศอันเยือกเย็นแห่งนั้น โดยด้านบนของเข็มกลัดประดับด้วยเพชรคุณภาพสูงหลากหลายชนิด ทั้งไวท์ไดมอนด์ เยลโล่ไดมอนด์ และบราวน์ไดมอนด์ ส่วนกิ่งก้านสีเขียวนั้นประดับด้วย tsavorites ไวท์ไดมอนด์ เยลโล่ไดมอนด์ แซฟไฟร์สีม่วงและการ์เน็ตสีม่วง ดูเปล่งประกายงดงามราวกับชีวิตของพืชพรรณที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ยังประดับประดาไปด้วยเพชรแบบโรสคัต ดูโปร่งบาง แต่เปล่งประกายเต็มที่ ราวประกายของน้ำแข็งยามต้องแสงแดด และเล่นแสงเงาได้ยอดเยี่ยม

เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว เข็มกลัดปามีร์ ชิ้นนี้อุดมอัดแน่นไปด้วยอัญมณีกว่า 5,786 เม็ด เพชรน้ำหนักมากกว่า 1 กะรัต 31 เม็ด และเพชร 9 เม็ดที่มีน้ำหนักมากกว่า 3 กะรัต ส่วนเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในงานชิ้นนี้หนักกว่า 5.26 กะรัต โดยซินดี้ ต้องการหลุดออกจากกรอบการออกแบบเครื่องประดับดั้งเดิม ที่ต้องมีอัญมณีเม็ดเด่นประจำชิ้น แต่หันมาเลือกใช้ศาสตร์งานศิลป์ในการนำทาง แล้วใช้อัญมณีหลากหลาย เสริมด้วยการเล่นกับแสงเงา เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของเธอออกมาในแบบที่แตกต่าง

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังพัฒนาเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า “gradual immersive” ที่โชว์อยู่ในงานชิ้นนี้ โดยจะเห็นว่า ตัวเรือนที่เป็นกิ่งก้านต้นไม้ ซึ่งทำจากไททาเนียมนั้น ได้เกี่ยวพันไหลเลื้อยไปกับอัญมณีตลอดทั้งชิ้นงาน ทำให้ได้สัดส่วนทั้งในแง่ความยาว ความลึก จนดูราวกับมีชีวิตเสมือนจริง อีกทั้งยังดูแตกต่างกันไปในแต่ละมุม โดยตำแหน่งและมุมของการวางอัญมณียังถูกวางเพื่อสร้างสมดุลให้กับน้ำหนักของชิ้นงานและให้ความงามแบบสามมิติ รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความสั่นสะเทือนทางอารมณ์ ทำให้ 2023 Black Label Masterpiece Pamir Brooch เป็นเครื่องประดับแนวอาร์ตคอนเทมโพลารี่ ที่งดงามชนิดหยุดทุกสายตา

และในปี 2024 นี้ ถือเป็นปีพิเศษ ที่ CINDY CHAO จะฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ แน่นอนว่าจะมาพร้อมเซอร์ไพรส์และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการอย่างแน่นอน   รอติดตามได้เลย

#cindychao_artjewel

#artjewelry

#jewelryartist

#highjewellery

#craftmanship

แฟชั่นสุดใกล้ชิด คู่จิ้นเจนใหม่ จูเนียร์ – ฟลุ๊คจ์

ร้อนแรงต่อเนื่องสำหรับซีรีส์ คุณได้ไปต่อ (To Be Continued) กับเคมีฟินๆ ของ “จูเนียร์ – กาจบัณฑิต และ ฟลุ๊คจ์ – พงศภัทร์” และพิเศษสำหรับแฟนแพรว จุใจกับแฟชั่นเซ็ตพิเศษใน #PraewDigitalCover

  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • สไตลิสต์ : @ashitavajropala #ashitacoloring
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : @chanyaphon_p
  • เสื้อผ้า : @amiparis @hunterstudios_ @karllagerfeld
  • รองเท้า : @mangomojito @camper @camper_thailand

#PraewXJuniorFluke #PraewDigitalCover #JuniorFluke #จูเนียร์ฟลุ๊คจ์ #คุณได้ไปต่อ # TobecontinuedSeries #MANDEEWORK #Ch3Thailand #Praewmag

ชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยธีมซัมเมอร์ ที่โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

ชวนคุณมาเพิ่มความสดชื่น พร้อมดื่มด่ำกับช่วงเวลากลางวันด้วยชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยเซตใหม่จากห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส เสิร์ฟมาในปิ่นโตสีสดใสในธีม “Summer Flavours” ที่จะมาเติมเต็มหน้าร้อนนี้ของคุณ

เริ่มต้นด้วยเวลคัมดริ๊งก์ดื่มคลายร้อนอย่างน้ำเก็กฮวยโฮมเมด ต่อด้วยเมนูขนมไทยทั้งคาว และหวานมากมายที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากเชฟของเรา ไม่ว่าจะเป็นเมนูส้มฉุน ของหวานหาทานยากที่มีเฉพาะหน้าร้อน ขนมค้างคาวเผือกไส้กุ้ง กุ้งและไก่สับห่อด้วยเผือกพอดีคำแล้วนำไปทอด ขนมจีบนก ขนมจีบสไตล์ไทยไส้ปลาปั้นเป็นรูปนก หรือจะเป็นขนมไทยที่เรารู้จักกันดีอย่างเปียกปูนอันชัญ และหยกมณี รวมไปถึงเมนูสโคนที่ขาดไม่ได้เมื่อทานชุดน้ำชายามบ่าย เสิร์ฟมาพร้อมกับคลอตเต็ดครีม แยมส้ม และแยมสตรอว์เบอร์รึ่ และเมนูอื่นๆอีกมากมายที่รอให้คุณมาลิ้มลอง

ชุดน้ำชายามบ่ายธีมซัมเมอร์มาพร้อมชา กาแฟ และเครื่องดื่มพิเศษเติมไม่อั้น ทั้งแบบร้อน และเย็นตลอด 3 ชั่วโมง ให้บริการทุกวันที่ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส ชั้น 2 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 16.00 น. ในราคาเพียง 990++บาท ต่อเซตสำหรับ 2 ท่าน และราคา 1,590++ บาทสำหรับ 2 ท่านรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์2 แก้ว

สำรองโต๊ะล่วงหน้าผ่านทางอีเมล [email protected] หรือติดต่อเราทาง LINE Official Account  @hotelindigobkk ( https://lin.ee/F4S40Py)

ไข่มุกแห่งป่าตอง เหลียวมองแดนใต้ อิงกายกับทะเล ที่ โรงแรมอมารี ภูเก็ต

ด้วยทำเลเป็นโค้งอ่าวสุดหาดป่าตองทำให้โรงแรมอมารี ภูเก็ต รีสอร์ตหรูระดับห้าดาวนั้นตั้งอยู่บนมุมที่เงียบสงบ ตัวห้องพักของโรงแรมเป็นอาคารเล่นระดับแทรกตัวลดหลั่นลงมาตามเนินเขาที่ทอดยาวลงสู่ทะเล รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามทางธรรมชาติของชายหาดป่าตองและความเขียวขจีของแมกไม้นานาพรรณลงตัวกับท้องทะเลสีครามสวย

โรงแรมอมารี ภูเก็ตได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อที่จะให้ประสบการณ์การพักผ่อนที่แสนจะเป็นส่วนตัว พร้อมวิวท้องทะเลอันงดงามที่สามารมองเห็นได้จากระเบียงส่วนตัวของห้องพัก นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสมนต์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์จากงานฝีมือการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิวทะเลอันดามันอันแสนงดงาม

ที่โรงแรมอมารี ภูเก็ต เรามีห้องพักหลากหลายแบบที่ล้วนตกแต่งหลากสไตล์ ทั้งที่ตึกโอเชี่ยน ฟร้อนท์ วิง หรือที่ โอเชียน สวีท วิง มีทั้งแบบวิลล่าส่วนตัวหรือห้องสวีทและห้องสูทอันหรูหราและทุกห้องยังมีระเบียงมองเห็นท้องทะเลอันกว้างใหญ่และวิวโค้งของหาดป่าตอง

มาเริ่มต้นวันด้วยเมนูอาหารเช้าหลายเมนูที่ห้องอาหารริมทะเล และยังเลือกเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับร้านอาหารหลายบรรยากาศเริ่มด้วย

ลา กริตต้า ห้องอาหารอิตาเลียนร่วมสมัยแบบดั้งเดิมหนึ่งในห้องอาหารชื่อดังสุดโรแมนติกที่สุดในเมืองภูเก็ต โดยเสริฟเมนูอาหารสไตล์โฮมเมดจากทุกภูมิภาคของอิตาลี และที่ลา กริตต้า บาร์ มีเครื่องดื่มค็อกเทลสไตล์อิตาเลียนพร้อมบรรยากาศชิลสบาย ๆด้วยวิวทิวทัศน์ของอ่าวป่าตอง

เดอะ เจตตี้ ท่าเทียบเรือที่สวยงามของโรงแรมในระหว่างวันคุณสามารถพักผ่อนบนเก้าอี้อาบแดด พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดคราฟต์ค็อกเทล แชมเปญ ไวน์ หรือวิสกี้ และจุดนี้ยังสามรถมองเห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า          

เดอะ ทรีพอดมีลักษณะคล้ายกับเรือหางยาว อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าวป่าตอง โดยซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่เหนือน้ำทะเลสุดแนวชายฝั่งใกล้กับท่าเทียบเรือให้บริการอาหารที่เลือกอิ่มได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่มื้อเช้า ถึงดินเนอร์สุดโรแมนติก ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

ห้องอาหารริมทะเลอันหรูหราแห่งนี้บริการอาหารที่เหมาะสำหรับทุกๆคนในครอบครัว โดยให้บริการทั้งบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ อาหารยุโรปชั้นเลิศ อาหารเช้าหลากหลายชนิด และห้องอาหารที่เปิดโล่งแห่งนี้ยังมีบาร์ริมสระน้ำถึงสองแห่งให้นั่งจิบค็อกเทลหรือเบียร์เย็นๆขณะพักผ่อนระหว่างวัน

และอย่าลืมมาสูดกลิ่นอายทะเลพร้อมสัมผัสความงดงามของท้องฟ้าที่สมุทรบาร์ บาร์สุดฮอตของหาดป่าตอง ที่นี่เราเสริฟอาหารทานเล่น ชา TWG เลิศรส คราฟต์ค็อกเทล วิสกี้พร้อมกับสูบซิการ์

ที่โรงแรมอมารี ภูเก็ต เรามีสระว่ายน้ำถึง 3 แห่ง แต่สำหรับครอบครัวแล้วการผ่อนคลาย ด้วยการนวดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ บรีซ สปา จะทำให้คุณหลับฝันดีและฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า ส่วนที่คิดส์คลับเรายังจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมสนุกๆของเด็กๆอย่างครบครัน หรือคุณยังออกกำลังกายได้ตามปกติที่ศูนย์ FIT Centre ที่มีอุปกรณ์ครบมาตรฐาน หากคุณต้องการดำน้ำลึก หรือดำน้ำตื้น เรายังมีทีมงาน Sea Bees คอยดูแลให้คำแนะนำเพื่อที่คุณจะได้สนุกและใกล้ชิดกับทะเลภูเก็ตที่สวยงามมากยิ่งขึ้น…เราพร้อมแล้วกับการต้อนรับที่ โรงแรมอมารี ภูเก็ต