เบคกี้ รีเบคก้า

ฟรีน สโรชา และ เบคกี้ รีเบคก้า พบนายกฯ เจราจาผลักดันซอล์ฟพาวเวอร์

เรียกว่างานรุม งานแน่นแบบ 7 วันเลยทีเดียว สำหรับ 2 สาวคู่จิ้นสุดฮอต “ฟรีน สโรชา” และ “เบคกี้ รีเบคก้า” ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์ หรือาภพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ยูเรนัส 2324 ที่ทั้ง 2 สาวทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ถ่ายทำอย่างเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับ บอกเลยว่าถึงขั้นมีเสียน้ำตา

โดยทั้ง “ฟรีน และ เบคกี้”  เผยว่า แต่ละฉากมี่ความยากเหมือนกันหมด ด้วยศัพท์ คำพูด หรือการต้องเล่นกับจิตนาการกับฉากซีจี ที่ต้องใช้พลังเยอะ รวมไปถึงการดำน้ำในสถานที่จริงที่ทั้งมืด และลึก อีกทั้งยังมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น ทำให้แอบกลัวไปต่างๆนาๆ แต่ก็สามารถผ่านไปได้ และหวังว่าแฟนๆจะได้สนุกและตื่นเต้นไปกับเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของซีรี่ย์ก็ยังคงเดินหน้าถ่ายทำเช่นกัน เรียกว่าทำงานกันแน่น 7 วันแทบไม่มีเวลาพัก และกลัวว่าจะกระทบกับสุขภาพ แต่ว่าก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ “ฟรีน – เบคกี้” ตื่นเต้นสุดๆอีกเรื่อง คือก่อนหน้านี้มีโอกาสได้เข้าพบท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยผลักดัน Solf Power ให้อุตสหกรรมบันเทิงไทยไปไกลในระดับโลก ซึ่งรู้สคกดีใจและเป็นเกียรติมากๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในดปรเจ็กต์นี้  และจะทำให้เต็มที่ที่สุด

เบคกี้ รีเบคก้า

ได้เจอท่านนายกฯไปทำอะไร?

ฟรีน : ไปเข้าประชุมค่ะ เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์จะมีสินค้าอะไรที่สามารถไทอินถึงประเทศไทย มีกิจกรรมอะไรบ้างก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ตั้งแต่เด็กไม่เคยเข้าธรรมเนียบรัฐบาล(หัวเราะ) หนูไม่เคยต่อแถวได้เลยคนเยอะมาก

เหมือนจะผลักดันซีรีส์ด้วย?

ฟรีน : ใช่ค่ะ อย่างในเรื่องที่เราถ่ายมันมีความเป็นไทยเยอะมากๆ เพราะในซีนเรานั่งทำขนมกันจริงจังมาก อย่างอาทิตย์หน้าน้อง(เบคกี้)มีถ่ายผ้าไหม แฟนๆ น่าจะได้เห็นวัฒนธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเยอะมากขึ้น” เบคกี้ “เวลาใครได้มาเที่ยวไทยก็จะรู้ว่าอันนี้อร่อยนะ อันนี้น่าลอง

หลังจากคุยแล้ว ได้มาปรึกษากับเพื่อนๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่ควรนำเสนอต่อ?

ฟรีน-เบค : จริงๆ คุยกันเยอะ แต่ละวันที่พวกหนูถ่ายมันจะมีซีนที่ต้องทำกับข้าวทำขนม หรือเล่นม้าก้านกล้วย แต่เราไม่รู้จักเลย แฟนๆต่างชาติน่าจะเอ็นจอยกับมันอยู่ ในกองก็คุยกันว่าอันนี้คืออะไร เล่นแล้วจอยมากสนุกมาก

Dior Addict ขึ้นแท่นไอคอนแห่งลิปสติกที่มีแวววาว

Dior Addict ขึ้นแท่นไอคอนแห่งลิปสติกที่มีประกายแวววาว ออก 5 เฉดสีใหม่ พร้อม Fashion Case รุ่นลิมิเต็ด แรงบันดาลใจจากแฟชั่นกูตูร์

Praew Survey รอบนี้ขอพาไปป้ายยา ของมันต้องมีที่แท้ทรู ล่าสุด Dior Addict ได้ขึ้นแท่นเป็นไอคอนแห่งลิปสติกที่มีความเปล่งประกายแวววาว นอกจากได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องประดับแฟชั่นแล้ว ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และภาพลักษณ์ประจำแผนก Dior Makeup ยังได้แปลงโฉมเมคอัพชิ้นนี้เชิญชวนผู้หญิงมาเปิดเผยตัวตนในหลากหลายแง่มุมให้เฉิดฉายยิ่งขึ้น

และล่าสุด Dior Addict พร้อมเล่าเรื่องราวบทใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานแฟชั่นของดิออร์ ด้วย 5 เฉดสีใหม่สุดเปล่งประกายที่ผสมผสานความพาสเทลเข้ากับสีสันสดใสและส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ 90% ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นโดย ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ นอกจากนี้ ลิปสติกยังมาพร้อมกับคอลเล็คชั่นปลอกแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น 3 รูปแบบใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทรนด์การออกแบบล่าสุดของดิออร์ ดูโดดเด่นไม่แพ้ปลอกแลคเกอร์สีดำแบบดั้งเดิม

ซึ่งในแคมเปญล่าสุด Ambassador ของดิออร์อย่าง Jisoo และ Anya Taylor-Joy เฉิดฉายอย่างสดใสร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยพลังในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของ Dior Addict โฉมใหม่

“ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชื่นชอบสีสัน ชอบความแวววาว หรือชอบความแฟชั่น ลิปสติกใหม่นี้มาพร้อมกับการผสมผสานสีสันที่สดใสเข้ากับเฉดสีอันน่าดึงดูด เพื่อให้เข้ากับทุกเมคอัพลุคในทุกสภาวะอารมณ์” ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ได้ตีความเฉดสีพาสเทลใหม่ด้วยการรังสรรค์ 5 เฉดสีสดใสที่เผยความป๊อบเข้ากับมุมมองใหม่ที่ดูอ่อนหวาน ในจักรวาลที่เต็มไปด้วยสีสันของ Dior Addict เฉดสี 546 Dolce Vita พร้อมช่วยแต่งแต้มริมฝีปากให้ดูสดใส ส่วนสีชมพูเปล่งประกายอย่าง 362 Rose Bonheur ช่วยขับเน้นสีพีชอ่อนให้ดูโดดเด่น เฉดสี 391 Dior Lilac แต่งแต้มสีชมพูของดอก Lilac ให้ริมฝีปากดูสดชื่นเปล่งประกาย นอกจากเฉดสีที่ดูสดใสแล้ว ยังมีสีโทนเข้มอย่าง 481 Désir สีชมพูราสเบอร์รี่ และ 616 Nude Mitzah สีน้ำตาลธรรมชาติ เข้ามาเพิ่ม เฉดสีใหม่ทั้ง 5 นี้มาพร้อมกับเม็ดสีเข้มข้นที่จะช่วยเติมเต็มเมคอัพลุคที่หลากหลายให้ดูลงตัวยิ่งขึ้น

นี่คือ 5 เฉดสีใหม่ที่จะช่วยเติมเต็มคอลเล็คชั่นนี้ให้โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย มาพร้อมกับเฉดสีที่อ่อนหวาน ผสมผสานความเป็นสีพาสเทลลงไป โดยเฉดสีทันสมัยเหล่านี้ถูกเพิ่มเข้าไปในเรื่องเล่าบทใหม่ของ Dior Addict ซึ่งรวมๆ แล้วตอนนี้ มีมากกว่า 40 เฉดสีให้เลือกสรร รวมไปถึงสีโรสวู้ดอย่าง 667 Diormania ที่ได้ชื่อมาจาก Dior Oblique ลวดลายตกแต่งปลอกลิปสติกอันโด่งดัง นี่คือเฉดสีชมพูใหม่ที่ทันสมัยและมาพร้อมความฉ่ำวาวสูงสุด ดูแตกต่างจากโทนสีชมพูเดิมอย่างสิ้นเชิง มีหลากสีให้เลือกสรร และสร้างความเปล่งประกายแวววาวจากการทาเพียงครั้งเดียว

โดย Dior Addict ลิปสติกเนื้อแวววาวของดิออร์ เปิดตัวครั้งแรกจากความร่วมมือทางเทคนิคภายในห้องปฏิบัติการของดิออร์ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 90% และผสานคุณค่าการดูแลจากดอกไม้ ช่วยให้สีติดทนนาน 2 เม็ดสีกระจายตัวสม่ำเสมอ และมอบสีสันที่เข้มข้นสดใส เพียงทาแค่ครั้งเดียว

และสูตรของ Dior Addict ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปากได้อย่างยาวนาน ผสานแว็กซ์จากดอกมะลิเข้ากับกรดไขมัน เพิ่มความรู้สึกเบาสบายและรักษาความชุ่มชื้น รวมถึงน้ำมันพลัมที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นบำรุงและมอบความรู้สึกไม่เหนอะหนะ นอกจากนี้ Dior Addict ยังอุดมไปด้วยน้ำมันนานาชนิดที่ช่วยเพิ่มแสงสะท้อนและมอบความฉ่ำวาวอย่างเหนือชั้น สูตรนี้มาพร้อมสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของดิออร์ และเกลี่ยได้อย่างง่ายดายเพราะเนื้อผลิตภัณฑ์จะซึมลงอย่างรวดเร็วในทันทีเมื่อสัมผัสกับผิว หลงเหลือไว้เพียงเนื้อฟิล์มที่บางเบาและไร้น้ำหนักเคลือบบางๆ ที่ริมฝีปากปริมาณส่วนผสมคำนวณบนมาตรฐาน

คอลเล็คชั่นปลอกลิปสติกสุดกูตูร์ใหม่ที่ Mix & Match ได้ เป็นแบบรีฟิล ได้รับแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบพื้นฐานของความกูตูร์จากแบรนด์ เครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ของซีซั่นนี้มาพร้อมเฉดสีพาสเทลที่ดูอ่อนโยนและสว่างสดใส

พร้อมเฉดสีใหม่ให้ Mix and Match เพื่อลุคที่สดใสโดดเด่นและเปล่งประกาย โดย 3 โทนสีสดใสและเป็นธรรมชาติ Pink Lilac สีม่วงอ่อน Poppy Coral สีชมพูอมส้มสว่าง และ Bronzed Glow สีน้ำตาลอบอุ่น

จำหน่าย 14 มีนาคม 2567 ที่ Dior Addict Pop-up สยามพารากอน ชั้น M โซน Beauty Hall และ ออนไลน์ shop.dior.co.th เท่านั้น และวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ 1 เมษายน 2567 ที่ Dior Beauty ทุกสาขา และ ออนไลน์ shop.dior.co.th


Praew Survey ชวนดื่มด่ำ ชิมกาแฟหอมกรุ่น ณ SIRIVANNAVARI Artelier Open House

สุดสัปดาห์นี้ หลบร้อนมาดื่มด่ำกับบรรยากาศร่มรื่น คลาสสิคของบ้านโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปีที่งาน SIRIVANNAVARI Artelier Open House ซึ่งเปิดให้เข้าชมเพียง 3 วันนี้เท่านั้น

บ้านเลขที่ 1 เป็นอาคารเก่าแก่ อายุกว่าร้อยปี ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 30 หรือตรอกกัปตันบุช ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปยุคนีโอคลาสสิค เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น หลังคาทรงปั้นหยา ออกแบบเป็นหน้าจั่วตรงกลางด้านหน้าอาคาร ผนังทาสีเหลือง หน้าต่างทาสีเขียวมะกอกตัดขอบขาว ประตูหน้าต่างเป็นทรงโค้งสวยงามแบบโรมัน ถือเป็นอาคารอนุรักษ์และโบราณสถานแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

พร้อมช็อปคอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2024 แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI และชมงานปักระดับกูตูร์ จาก ทีมงาน “SIRIVANNAVARI Artelier”

และชิมกาแฟหอมกรุ่น จาก VE/LA pop up café ณ House No.1 ซ.เจริญกรุง 30 ในวันศุกร์-อาทิตย์ที่ 22 -24 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น.ชวนคนสนิท มิตรรู้ใจมาเพลิดเพลินกับสุดสัปดาห์นี้ ณ ที่บ้านเลขที่๑ กันค่ะ


ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

เจาะลึกตัวตน CEO หญิงเก่ง “ดาว มาสเตอร์พีช” ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

“ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทั้งชีวิต ดาวได้ทำงานเกี่ยวกับบัญชีแค่ 4 เดือน เท่านั้น ทั้งที่ตัวเองเรียนจบด้านการบัญชีมาโดยตรง”

บทสนทนาช่วงหนึ่งเปิดโอกาสให้เราได้รู้จักตัวตนของหญิงเก่งแห่ง MASTER ‘ดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ’ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘ดาว มาสเตอร์พีช’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หญิงเก่งแห่งวงการอุตสาหกรรมแพทย์ความงาม ที่เพิ่งขึ้นแท่นรับตำแหน่ง CEO นำทัพ MASTER ต่อยอดความสำเร็จแบบเดินหน้าตะลุยเหมือนที่เคยผลักพา MASTER เข้า IPO สำเร็จ เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมเจ้าแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

โดยก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับ หมอเส – นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล Group CEO MASTER ดาว – ลภัสรดา เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาของบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีประสบการณ์ความสำเร็จไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท

“ประสบการณ์การทำงานด้านตรวจสอบภายในทำให้ดาวรู้ภาพรวม จำได้ว่าเจ้านายคนแรกๆ เห็นแวว และบอกกับดาวว่า จริงๆ แล้วมูลค่าของคุณอยู่ตรงนี้ ประกอบกับมีโอกาสได้ศึกษาต่อปริญญาโทด้านการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ก็ยิ่งช่วยขยายมุมมองการทำงานให้กว้างมากยิ่งขึ้น 

“กระทั่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับ MASTER นี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่เปลี่ยนตัวเองจากที่ปรึกษามาเป็นผู้บริหารอุตสาหกรรมแพทย์ความงาม ซึ่งดาวใช้เวลาในการพูดคุยเกี่ยวกับ Vision Mission กับคุณหมอเสเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เป็น 1 ชั่วโมงที่ได้เห็นโลกใบใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในอีกด้านหนึ่ง”

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

เจาะลึกตัวตน CEO หญิงเก่ง “ดาว มาสเตอร์พีช” ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

CEO หญิงเก่งแห่ง MASTER เล่าว่า จากคนที่เป็น Hard Skills 100% โดยมีความเชื่อว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แต่ละบุคคลมีคุณค่า มาเป็นการฝึกสมดุลระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills และมีชุดความเชื่อใหม่ว่า “เมื่อเกิดปัญหาให้แก้ที่คนก่อนแก้ที่งาน พวกเราชาว MASTER ที่เรียกตัวเองว่า Professional Sports Team ได้สร้างตำนานการเติบโตในแบบที่แตกต่างด้วยความแข็งแกร่ง และผ่านการพิสูจน์มาแล้วด้วยผลลัพธ์ของการเติบโตแบบก้าวกระโดด”

ในฐานะผู้นำ ดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ มีหลักในการบริหารงานและบริหารคนที่น่าสนใจ “คนเราเวลาโตขึ้น มีอำนาจ ถ้าใช้แค่ตำแหน่งคนจะไม่ Trust จะไม่เกิดความรู้สึกช่วยกันทำงาน ไม่เป็นทีมนักกีฬา การไปให้ถึงจุดหมายจำเป็นต้องมีบารมีก็จริงอยู่ แต่เป็นบารมีที่ไม่ได้มาด้วยการแจกจ่าย ดาวเชื่อในเรื่องการช่วยกันทำงาน นำพาให้น้องๆ ไปถึงเป้าหมายและมีภาพสำเร็จเดียวกัน ที่สำคัญคือทุกคนต้องทำงานด้วยความสุขและสนุก”

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

เมื่อถามถึงธุรกิจอุตสาหกรรมแพทย์ความงาม ณ จุดที่ยืนอยู่นี้ มีเป้าหมายสูงสุดคืออะไร

“หลังจาก MASTER ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามรายแรกของประเทศไทย เราชูจุดแข็งที่มีคุณหมอแบบ Full Time จำนวน 47 ท่าน เรียกได้ว่ามากที่สุดของโรงพยาบาลศัลยกรรมในประเทศไทย และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ Specialty Hospital อันดับหนึ่งในเอเชีย ความสำเร็จนี้คือความภาคภูมิใจที่อยากให้คนทั่วโลก เมื่อเขาพูดถึงเรื่องศัลยกรรม จะต้องนึกถึงประเทศไทย อยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของศัลยกรรมความงาม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นใจกับลูกค้าชาวต่างชาติ และแพทย์ไทยที่เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

“โดยเฉพาะที่ MASTER เราใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์ และบริการที่ครบวงจร ดังนั้น ลูกค้าสามารถมั่นใจในมาตรฐานและความปลอดภัย ภายใต้คำนิยาม เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ Be a Better You ซึ่งเราไม่ได้มาเปลี่ยนใครให้กลายเป็นคนอื่น แต่เปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม นี่ยังคงเป็นสิ่งที่ยึดมั่นเสมอ”

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

ภาพรวมของอุตสาหกรรมแพทย์ความงามยังคงเติบโตแบบต่อเนื่อง เพราะยิ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาไปไกลมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของการใช้บริการธุรกิจประเภทนี้ตามไปด้วย และหากวิเคราะห์จากข้อมูลนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศไทยหลังจากเปิดประเทศ รวมไปถึงพฤติกรรมของคนไทยที่ชื่นชอบความสวยความงาม บอกได้เลยว่า เทรนด์ความงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้เห็นถึงโอกาสของการเติบโตในธุรกิจนี้อย่างชัดเจน

“โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เป็นโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ที่ดำเนินกิจการมากว่า 10 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2556 ด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับการเตรียมความพร้อมด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการทำงานแบบ High Performance Organization ทำให้ผลประกอบการของ MASTER เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด”

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ

โรคหืด เป็นผลจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม

อาการอะไรที่ต้องเฝ้าระวังว่าจะเป็น ‘โรคหืด’ และใครคือกลุ่มเสี่ยง?

โรคหืด เป็นผลจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม โดยแสดงอาการได้หลายรูปแบบ เช่น ไอ แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจเสียงหวีด ซึ่งอาการโรคหืด มักมีความแตกต่างในแต่ละบุคคล ทั้งในด้านอาการแสดง และความรุนแรง อาการอาจกลับเป็นซ้ำ หรือกำเริบ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ การสัมผัสสิ่งกระตุ้นที่แพ้ หรือสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งผู้ป่วยหอบหืด มีลักษณะหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น ดังนั้นเมื่อสัมผัสสารกระตุ้น หรือภาวะที่กระตุ้น จะทำให้เกิดภาวะหลอดลมตีบเฉียบพลันรุนแรง และอาจเสียชีวิตได้ หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที

อาการอะไรที่ต้องเฝ้าระวังว่าจะเป็นโรคหืด? ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ ควรเฝ้าระวังว่าจะมีโอกาสเป็นโรคหืด

  • อาการของระบบทางเดินหายใจมากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น ไอ แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจเสียงหวีด
  • อาการแย่ลงช่วงกลางคืน หรือ ช่วงเช้า
  • อาการและความรุนแรงมีความแปรปรวนตามเวลา
  • อาการหอบหืด ถูกกระตุ้นโดยบางปัจจัย เช่น การติดเชื้อไข้หวัด การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ สารก่อระคายเคือง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การออกกำลังกาย

เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าเป็นโรคหืด? การวินิจฉัยต้องประกอบด้วย 2 ส่วน

  • อาการที่เข้าได้กับโรคหืด โดยอาการอาจเป็นๆ หายๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงอาการตลอดเวลา อาจมีความหลากหลายของอาการในช่วงวัน หรือฤดูกาล
  • ตรวจพบการแปรปรวนของการอุดกั้นหลอดลมในช่วงขาออก ซึ่งต้องวินิจฉัยโดยแพทย์

ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคหืด?
เนื่องจากโรคหืด สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม และพบว่าสัมพันธ์กับภาวะภูมิแพ้บางอย่าง ดังนั้น หากมีประวัติอาการระบบทางเดินหายใจช่วงวัยเด็ก ประวัติเยื่อบุจมูกอักเสบจากภาวะภูมิแพ้ หรือภูมิแพ้ผิวหนัง ของทั้งตัวเองและคนในครอบครัว อาจต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการระบบหายใจที่เข้าได้กับอาการแสดงของโรคหืด

เมื่อสงสัยว่าเป็นโรคหืดควรทำอย่างไร?
พิจารณาเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาอย่างเหมาะสม อีกทั้งควรได้รับคำแนะนำในการปฎิบัติตัว เรียนรู้การรักษาภาวะเบื้องต้นหืดกำเริบเฉียบพลัน

คนไข้โรคหืดอาการแบบไหน? ที่ควรรีบพ่นยา และมาพบแพทย์
หากผู้ป่วยโรคหืด รู้สึกว่าอาการหืดกำเริบเฉียบพลันรุนแรง อันได้แก่

  • เหนื่อยจนไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้
  • กระสับกระส่าย
  • หมดสติ หน้าเขียว ออกซิเจนตก

แนะนำให้พ่นยาขยายหลอดลมพ่นสูดชนิดออกฤทธิ์เร็ว และรับนำส่งโรงพยาบาลทันที โดยพิจารณาพ่นยาซ้ำทุก 15 นาที จนกว่าจะถึงโรงพยาบาล

กรณีที่อาการกำเริบน้อยถึงปานกลาง เช่น ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก แต่ยังพูดคุยได้เป็นประโยค ไม่มีอาการแสดงของหืดกำเริบเฉียบพลันรุนแรง อาจพิจารณาปรับยาตามที่แพทย์ประจำตัวเคยแนะนำไว้ หรือพ่นยาขยายหลอดลมพ่นสูดชนิดออกฤทธิ์เร็ว ทุก 15-20 นาที หากพ่นยาติดต่อกัน 3 ครั้ง อาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์

ข้อมูล: พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช


ซูมอินกระเป๋า Prada Re-Nylon สีเขียวใบใหม่ของ แจฮยอน NCT

โกลบอลแอมบาสเดอร์ของ Prada มาโปรโมททั้งที แล้วเราจะไม่ซื้อกระเป๋า Prada Re-Nylon ตามจองแจฮยอนได้ยังไง

กลับมาอีกครั้งกับเฉดสีใหม่ในดีไซน์คุ้นเคยในกระเป๋า Prada Re-Nylon ที่มาในสีคล้ายกับ Army Green โดยดีเทลต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือเป็นกระเป๋าสะพายไหล่ที่มาพร้อมช่องใส่ของและช่องกระเป๋าขนาดใหญ่ ทำจาก Re-Nylon หรือขยายความให้เข้าใจมากขึ้นว่าเป็นการใช้เส้นด้ายไนลอนที่ผลิตขึ้นมาใหม่ (ECONYL®) จากพลาสติกรีไซเคิลที่ทำให้บริสุทธิ์ เก็บรวบรวมในมหาสมุทร อวนจับปลา และเศษเส้นใยสิ่งทอ เสริมดีไซน์ด้วยกระเป๋าแบบถอดออกได้ ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่โดดเด่นของคอลเล็คชั่นของ Prada สำหรับสีใหม่ยังรู้ราคาไม่แน่ชัด แต่หากเทียบจากสีดำออริจินอลที่ Out of Stock ไปบนเว็บไซต์แล้วอยู่ที่ 76,000 บาท คาดว่าราคาคงไม่หนีจากกันมากนัก


ภาพ: Instagram @_jeongjaehyun

พ่อโย่ง

พ่อโย่ง & แม่ก้อย ลูกคือพลังบวก ช่วยเติมเต็มพลังชีวิต

ต้าวความน่ารัก น้องอบเชย ลูกสาวสุดที่รักของ พ่อโย่ง & แม่ก้อย ที่เผยว่าลูกคือพลังบวก ช่วยเติมเต็มพลังชีวิต

ต้องใช้คำว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” จริง ๆ สำหรับ น้องอบเชย ลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อโย่ง อนุสรณ์ มณีเทศ หรือ โย่ง อารม์แชร์ และ คุณแม่ก้อย วลัยลักษณ์ หรือ ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซโกะ Seiko ได้เข้าเติมเต็มคำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบหลังรอมา 9 ปี ตอนนี้เผลอไม่ทันไรจากเบบี๋ตัวน้อย ต้าวน้องอบเชย ก็เริ่มโตขึ้นทุกวันเรื่องหน้าตาคงไม่ต้องพูดถึง เพราะความน่ารักได้ ดีเอ็นเอ คุณพ่อคุณแม่มาเต็มๆเลยทีเดียว อีกทั้งไม่ว่าใครที่ได้อยู่ใกล้ก็อยากจะเข้าหาต้าวหนูอบเชยก็ยินดีต้อนรับเมื่อพอถูกอุ้มปั๊บเจ้าตัวก็ยิ้มหวานให้หนึ่งกรุบทันที จนถูกตั้งฉายาสุดคิ้วส์ให้ว่า ต้าวหนูอบเชย “ยิ้มเปิดพอร์ท” ใครได้อยู่ใกล้ชิดหลงรักจนเทให้หมดทั้งใจ

งานนี้ คุณพ่อโย่งและคุณแม่ก้อย เผยว่าตั้งแต่ที่ครอบครัวได้ต่อจิ๊กซอว์จนครบเพราะมีน้องอบเชยเข้ามาเติมเต็มทุกอย่าง ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบแล้ว ที่บ้านตอนนี้ก็สดใส สดชื่นมีแต่เสียงหัวเราะให้ทุกๆวันและที่สำคัญลูกคือพลังบวก ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตของเราทั้งคู่มากๆ

ข้อมูลจาก GFC (Genesis Fertility Center)   ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์

สลิม เดอ’แอร์เมส

สลิม เดอ’แอร์เมส แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอไหม สู่ตัวแทนแห่งฤดูกาล

แอร์เมส เผยโฉมเรือนเวลา สลิม เดอ’แอร์เมส เลอ ซาคเครอ เด เซซองส์ (Slim d’Hermès Le Sacre des saisons) นำเสนอความโดดเด่นจากหลากหลายทักษะอันเชี่ยวชาญและเป็นที่ต้องการสูงสุดผ่านผลงานเรือนเวลาอันน่าทึ่ง โดยผลงานแต่ละรุ่นยังเป็นตัวแทนของแต่ละฤดูกาล พร้อมทั้งรูปสัตว์สี่ชนิดที่ดึงแรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอไหมของ แอร์เมส (Hermès)

เลอ ซาคเครอ เด เซซองส์ (Le Sacre des saisons) เป็นผลงานออกแบบโดยศิลปิน ปิแอร์ แมรี (Pierre Marie) มาพร้อมกับสัตว์สี่ชนิดได้แก่

สิงโตด้วยแผงคอรัศมีอาทิตย์ นกอินทรีกับปีกขนสีเขียวหนาที่สยายออก หมาป่าผู้สวมมงกุฎน้ำแข็ง และม้าที่ห่มไว้ด้วยอาภรณ์ดอกไม้โปรยปราย สัตว์แต่ละตัวนั้นล้วนเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละฤดูกาล และเป็นตัวแทนถึงการพรรณนาถึงจักรวาลและความมหัศจรรย์สไตล์บาโรกอันแสนวิเศษของนักออกแบบชาวฝรั่งเศส ความสวยงามของธรรมชาติ (Nature) และมิติแห่งเวลาที่ถูกสะท้อนผ่านความรุ่มรวยของลวดลายต่าง ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเหล่านักเต้นบัลเลต์ชาวฝรั่งเศสและรัสเซียในยุคศตวรรษที่ 17 และศตวรรษที่ 20 ได้มาปรากฏอยู่บนหน้าปัดอันงดงามประณีตที่ห้อมล้อมอย่างสง่างามด้วย   

วินเทอร์ (WINTER)

สำหรับฤดูหนาว หมาป่าหิมะได้ผ่านการรังสรรค์ขึ้นด้วยงานลงยาแบบไพลอนเน่และกระโจนอย่างสง่างามภายใต้ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับด้วยเพชรบาแกตต์คัต 52 เม็ด โดยเทคนิคอันละเอียดอ่อนนี้ประกอบด้วยการแทรกเกล็ดทองหรือเงินไว้ระหว่างชั้นของงานลงยาต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์เป็นการเล่นกับแสง ความโปร่งใสและมิติแห่งภาพ

สปริง (SPRING)

ห้อมล้อมด้วยความงดงามของตัวเรือนโรสโกลด์ ประดับด้วยเพชร 66 เม็ด ผลงานรุ่นสปริงสำหรับฤดูใบไม้ผลินี้ตกแต่งด้วยภาพของม้าที่ห่มด้วยอาภรณ์ดอกไม้อันหรูหรา ซึ่งถือกำเนิดจากสัมผัสอันอุตสาหะของศิลปินช่างผู้บรรจงใช้พู่กันในการวาดภาพย่อส่วนชั้นต่าง ๆ ลงบนหินเลมอน คริสโซเพรส 

ซัมเมอร์ (SUMMER)

ฤดูร้อนนี้ได้ถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์ของสิงโตกับรัศมีแห่งแผงคออันเปล่งประกาย จากงานแกะสลักลงบนกระจกคริสตัลแซฟไฟร์และการวาดภาพจากพื้นหลังของหน้าปัด กระบวนการนี้ได้มอบซึ่งมิติและความแวววาวเจิดจรัสของภาพที่ย้ำความเป็นประกายแวววาวเจิดจรัสด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชร 66 เม็ด

ออทัมน์ (AUTUMN)

และท้ายสุด ในรุ่นออทัมน์สำหรับฤดูใบไม้ร่วงได้สร้างรูปอันประณีตขึ้นภายใต้ร่องและมิตินูนต่ำของงานแกะสลักทอง พร้อมทั้งรูปสลักซึ่งใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิม อย่าง เหล็กปลายแหลมและสิ่วในการรังสรรค์งาน ขณะที่ภาพวาดด้วยมือและมิติความลุ่มลึกต่าง ๆ นั้นได้เผยเป็นรูปของนกอินทรีสีสันสดใส พร้อมสยายปีกอย่างสง่าผ่าเผยภายใต้ตัวเรือนไวท์โกลด์อันเพรียวบาง

นาฬิกาอันน่าทึ่งทั้งสี่รุ่นนี้ล้วนขับเคลื่อนภายในด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ แมนูแฟคเจอร์ เอช1950 (Manufacture H1950) บางพิเศษ แต่ละรุ่นยังผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 12 เรือน และจับคู่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้แบบด้านหรือแบบเรียบเนียนที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้ช่างฝีมือของแอร์เมส


แพร-แพรเพชร

แพร-แพรเพชร อุดมศาสตร์พร ยูทูบเบอร์สายเกาหลีเกาใจ

นับเป็นสาวสวยมากความสามารถที่น่าจับตามองมากๆ สำหรับ แพร แพรเพชร ที่เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยที่เหล่าแฟนคลับ K-Pop ที่มีความสนใจอยากเรียน อยากศึกษาภาษาเกาหลี เรียนรู้วัฒนธรรมของเกาหลีต้องรู้จักเธอกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความรู้ความสามารถทางด้านภาษาเกาหลีแล้ว เธอยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ แบมแบม GOT7 อีกด้วย

แพร เป็นที่รู้จักในช่วงแรกจากการที่เธอเข้าประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ 2015 และหลังจากที่เธอเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยที่เกาหลีใต้นั้นเธอก็เรียกว่ากลายเป็นที่รู้จักจากการที่เธอได้ทำช่อง Youtube ชื่อ Hi Prae ที่มีผู้ติดตามมากกว่าเจ็ดแสนคน ซึ่งเธอก็ใช้พื้นที่ตรงนี้นำเสนอความเป็นไทยให้กับชาวเกาหลี และก็นำเสนอความเกาหลีให้กับชาวไทยได้ติดตาม อีกทั้งเธอยังนำเกร็ดความรู้ข้อมูลเรื่องราวน่ารู้ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาเกาหลีเป็นวิดีโออยู่บ่อยๆ จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ หลายๆ คนที่สนใจภาษาเกาหลีและอยากมีความรู้เพิ่มเติมติดตามเธอเป็นจำนวนมาก

แพร-แพรเพชร อุดมศาสตร์พร

โดยผลงานล่าสุดของ สาวแพร ทำเอาแฟนๆฮือฮาเลยทีเดียว เมื่อแฟนๆได้เห็นฝีไม้ลายมือการแสดงของ สาวแพร ใน โปรเจ็กต์ วิว ออริจินัล กับซีรีส์ “Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์” ที่ร่วมแสดงกับ 5 หนุ่มนิวเจน เบสท์ – ชลสวัสดิ์ , เอิร์ธ – นันทวัฒน์ , ดัง – ธีระทัศน์  ,  วิน – ศุภวิชญ์  และ อู๋ – ภัทรพล ซึ่งยกกองไปถ่ายทำที่เกาหลีแบบ 100 % สำหรับเรื่องราวของ 5 หนุ่มที่อยู่ใน Project T ที่ต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเป็นศิลปินแต่กลับถูกค่ายเทจนบังเกิดความวายป่วง ในเรื่องนี้ สาวแพร สวมบท ซูยอง ผู้จัดการวง รักการทำงานมากๆ เป็นคนเคร่งครัดในกฎเกณฑ์ต่างๆอยู่เสมอ แล้วเธอจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ติดตามกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb รับชมพร้อมกันทุกวัน พุธ  เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application

ซึ่งต้องบอกเลยว่า แพร แพรเพชร เธอคือสาวสวยที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาเท่านั้น แต่โปรไฟล์คือพกพาความสามารถมาแบบจัดเต็มและเธอยังเต็มไปด้วยพลังบวกที่ใครได้อยู่ด้วยก็มีแต่ความสบายใจ

แพร-แพรเพชร อุดมศาสตร์พร

รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว

Boy Love Series รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว นิยายออนไลน์ระดับปรากฏการณ์

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับ Boy Love Series เรื่องแรกภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL จากนิยายออนไลน์ระดับปรากฏการณ์ “Pit Babe The Series” โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างรุนแรงครองใจแฟนๆทั้งในไทยและระดับสากลไปทั่วโลก โดยการันตีจากการติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (x) อันดับ 1

มาตลอดพร้อมกับติดอันดับสูงๆในอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) และ เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561

ล่าสุดได้สร้างสีสันสำคัญอีกครั้งให้วงการซีรีส์วาย โดยเมื่อวัน พุธ ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ บริเวณล็อบบี้ ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ BOYS LOVE นิยายออนไลน์ “รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว (This Love Doesn’t Have Long Beans)” นวนิยายที่ได้รับรางวัลจากงาน WebNovel Spirity Award 2022 ที่จัดขึ้นโดย WebNovel

รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว

ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มนวนิยายออนไลน์ขนาดใหญ่ระดับนานาชาติที่มีผู้อ่านกว่า 170 ล้านคน และในปี2022 จากผู้เข้าแข่งขันกว่า 99,000 คน แต่มีผู้ชนะ Top Winner แค่ 3 คนเท่านั้น และ 1 ในนั้นก็คือเรื่องรักนี้ไม่มีถั่วฝักยาวของนักเขียนไทยที่ใช้นามปากกาว่า Ninepinta ( นายพินต้า) พร้อมเปิดเหล่าตัวละครซีรีส์ที่ออกมาโลดแล่นบนจอเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ สำหรับซีรีส์นี้เรื่องนี้เรียกว่าน่าจับตามองทีเดียว

เพราะได้รับกระแสตอบรับจากสาววายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดตัวทำให้ #รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (x) อันดับ 1 ประเทศไทย

ซึ่งบรรยากาศในงานแถลงข่าว “รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว (This Love Doesn’t Have Long Beans)”แฟนๆต่างพร้อมใจกันถือป้ายไฟ หอบดอกไม้เงินช่อโตมาเป็นกำลังใจกันอย่างคึกคักเริ่มต้นโชว์เรียกน้ำย่อยสร้างโมเมนต์ให้แฟนๆใจฟูเบอร์แรงกับโมเม้นต์สุดจิ้นของคู่เคมีเคใจ สายลับ เหมวิช , ภณ ธนภณ ที่มารับบท พระเอก&นายเอก เป็นครั้งแรก

พร้อมยังส่งความหวานผ่านเพลงประกอบซีรีส์ ห้ามไม่ทัน ทำเอาแฟนๆฟินในความจิ้นกรี๊ดกันสนั่น จากนั้นพิธีกรอารมณ์ดี เป้ วิศวะ ได้กล่าวเปิดงานพร้อมเชิญ พี่ฉอด สายทิพย์ , เอส วรฤทธิ์ และ หนุ่ย ศุทธสิทธิ์ ผู้กำกับเจ้าของผลงานคุณภาพมากมายและเป็นการกำกับ Boy Love Series ครั้งแรก และ 9 นักแสดงนำ สายลับ เหมวิช , ภณ ธนภณ , เบนซ์ อัทธ์ธนิน , กาฟิวส์ พันธุ์ธัช , ไมเคิล เกียรติศักดิ์ ,ลี อัสรี , ไทเกอร์ ธนวัต , อ้น กษมา และ เบลเล่ จิรัชญา ขึ้นกล่าวทักทายแนะนำตัวและการสัมภาษณ์ที่ใกล้ชิดเป็นกันเองแบบ

พร้อมประกาศแคมเปญพิเศษเชิญชวนผู้ที่มีกะเพราสูตรเด็ดทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกะเพรา CHALLENGE โดยมีกติกาการรับสมัครแข่งขันกะเพรา CHALLENGE โจทย์คือทำผัดกะเพราสูตรเด็ดโดยใช้วัตถุดิบใดก็ได้แต่ “ห้ามมีถั่วฝักยาว” ซึ่งจะเปิดรับสมัครทางออนไลน์จากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 20 เมษายน 2567 ไม่จำเพศ อายุ

ผู้สมัคร เพียงแต่ต้องสามารถเดินทางมาแข่งขันรอบตัดสินในวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาทและสูตรผัดกะเพราที่ชนะเลิศจะถูกนำไปใช้ในซีรีส์ ส่งหลักฐานการสมัครผ่านทาง
https://forms.gle/PgMFxAAoWF9mKCjV8 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Line :@KapraoChallenge

ส่วนใครที่อดใจไม่ไหวอยากชมซีรีส์ “รักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว (This Love Doesn’t Have Long Beans)” จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL แล้วบอกได้เลยว่าอีกไม่นานเกินรอเตรียมรับชมพร้อมกันได้เร็วๆนี้ ทางช่องวัน 31

พระเอกจีน

รวม 5 สุดยอดผลงานมาสเตอร์พีช ของ พระเอกจีน ติงอวี่ซี

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงระดับเอลิสต์จากแดนมังกรที่กุมหัวใจแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาตลอด เพราะด้วยฝีมือการแสดงระดับเทพ ไม่ว่าจะเล่นซีรีส์เรื่องไหนๆ ก็จะได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม อย่าง “ติงอวี่ซี” ซึ่งเขาได้พิสูจน์ความสามารถผ่านการแสดงหลายบทบาทสุดท้าทายในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์แนวโรแมนติก , พีเรียด หรือดราม่า บทไหนๆ เขาก็สามารถทำให้ผู้ชมอินและชื่นชอบได้เสมอ โดยผลงานล่าสุดก็ได้สร้างปรากฏการณ์เหมียวครองเมือง กับซีรีส์เรื่อง ตำนานแมวขาวแห่งศาลต้าหลี่ (White Cat Legend) ในบทบาทน้องแมวสุดคิ้วท์ที่มาร่วมไขคดีปริศนา อีกทั้งซีรีส์ยังมาแรงเป็นอันดับ 1 บน iQIYI (อ้ายฉีอี้) อีกด้วย นี่ถือเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง งานนี้จึงขอรวมสุดยอดผลงาน ซีรีส์สุดฮิตของพระเอกสุดฮ็อต เชื่อว่าถ้าแฟนๆ ได้ตามเก็บดูครบซีรีส์ของเขาแล้ว จะต้องโดนตกและรักเขาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ตำนานแมวขาวแห่งศาลต้าหลี่ (White Cat Legend)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวการสืบคดีสุดปริศนาในเมืองเสินตู นำทีมโดย หลี่ปิ่ง (รับบทโดย ติงอวี่ซี) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเซ่าชิงแห่งศาลต้าหลี่ในการสืบหาความจริงกับเรื่องราวสุดน่าพิศวง ร่วมกับผองเพื่อนสุดซี้อย่าง เฉินชื่อ (รับบทโดย โจวฉี) , หวังชี (รับบทโดย เฟิงม่าน) , อาหลี่ปาปา (รับบทโดย หวาเอ่อร์) , ชุยเป้ย (รับบทโดย ติงเจียเหวิน) และซุนเป่า (รับบทโดย จางอี้ชง) โดยพวกเขาได้ร่วมกันไขคดีที่เกิดขึ้น ยืนหยัดในความยุติธรรม และทำให้เมืองเสินตูน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม

นำแสดงโดย : ติงอวี่ซี , โจวฉี , เฟิงม่าน , หวาเอ่อร์ , ติงเจียเหวิน และจางอี้ชง

เจ็ดชาติภพ หนึ่งปรารถนา (Love you seven times)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของเทพธิดาแห่งหอเยว่เหล่า เสียงอวิ๋น (รับบทโดย หยางเชาเยว่) และชูคง (รับบทโดย ติงอวี่ซี) เทพบริวารของท่านเทพแห่งดาวเหม่ารื่อที่เข้าใจผิดกัน โดยเสียงอวิ๋น ที่เดิมทีเป็นเพียงก้อนเมฆน้อยๆ ที่ถูกผู้เฒ่าจันทราเสกให้กลายเป็นเทพและรับใช้อยู่ที่หอของผู้เฒ่าจันทรา ได้พบกับ ชูคง เทพบริวารของท่านเทพแห่งดาวเหม่ารื่อที่เข้าไปยังหอเยว่เหล่าโดยบังเอิญ จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนชั่ว แล้วยังบังเอิญทำพัดของเสียงอวิ๋นพัง ทั้งสองจึงเกิดการทะเลาะกันจนทำให้ด้ายแดงพันยุ่งเหยิง และทำให้คู่บุพเพบนโลกมนุษย์เกิดความวุ่นวาย องค์เง็กเซียนฮ่องเต้จึงมีรับสั่งลงโทษให้ทั้งสองลงไปเกิดยังโลกมนุษย์ โดยมีวาสนารักกันเจ็ดชาติภพ เรื่องราวอลวนสุดชุลมุนจึงบังเกิดขึ้น

นำแสดงโดย : ติงอวี่ซี และ หยางเชาเยว่

พระเอกจีน ติงอวี่ซี

เพลงรักใต้แสงจันทร์ (Moonlight)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ ชูหลี่ (รับบทโดย อวี๋ชูซิน) สาวน้อยที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นบรรณาธิการ เธอได้เข้าทำงานที่สำนักพิมพ์หยวนเยว่ สำนักพิมพ์ชื่อดังระดับประเทศที่เธอใฝ่ฝัน แต่แล้วเธอได้รับโจทย์สุดท้าทายในการไปทำให้ โจ้วชวน (รับบทโดย ติงอวี่ซี) นักเขียนไฟแรงยอมรับข้อตกลงของสำนักพิมพ์ อีกทั้งต้องทำให้ผลงานชื่อดังของเขาตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์นี้ให้ได้ เรื่องราววุ่นๆ จึงได้เกิดขึ้น  

นำแสดงโดย : อวี๋ชูซิน และ ติงอวี่ซี

ความลับแห่งอนาคต (Future Secrets)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ อวิ๋นเสี่ยวชี (รับบทโดย หลี่อิ๋งอิ๋ง) นักเรียนออกแบบแฟชั่นที่เธอโดนกล่าวหาว่าลอกงานออกแบบ ความเข้าใจผิดนี้ทำให้ชีวิตของเธอเจอแต่ปัญหาต่างๆ มากมาย จนครั้งหนึ่งเธอเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ทว่าเธอได้รับยาปริศนาที่สามารถแก้ไขอดีตได้ เธอจึงย้อนเวลาและแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ชีวิตของเธอกลับมาดีเหมือนเดิม

นำแสดงโดย : หลี่อิ๋งอิ๋ง และ ติงอวี่ซี

เจาะ 6 คอสตูม ‘ลออจันทร์’ นางเอกเวียงภูคำในแฟชั่นชาวปารีเซียง

เพลินตาในความเรียบง่าย เจาะคอสตูม ‘ลออจันทร์‘ นางเอกแห่งเวียงภูคำที่มาในแฟชั่นกลิ่นอายสาวปารีเซียง

เริ่มต้นขึ้นแล้วกับซีรีส์ละคร ‘ดวงใจเทวพรหม’ โปรเจ็กต์ใหญ่ต่อจาก ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ’ ที่ในอดีตครองใจแฟนละครไว้มากมาย ซึ่งในเรื่องแรกเปิดประเดิมด้วยพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตอย่าง ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ ที่นำแสดงคู่กับนางเอก ‘จีน่า ญีนา’ ในเรื่อง ‘ลออจันทร์’ นอกจากตอนนี้เนื้อเรื่องจะเข้มข้นชวนให้ติดตามแล้ว คอสตูมที่ปรากฏอยู่ในละครก็น่าสนใจไม่น้อย ถึงแม้จะอลังการน้อยกว่ายุคพ่อและแม่ แต่ก็แฝงเสน่ห์ที่ถ่ายทอดช่วงปี 2534 ไว้ได้ชัดเจน

อย่างที่ทราบกันดี แม้ ‘ลออจันทร์’ จะเป็นคนจากเวียงภูคำ เธอก็ได้ไปร่ำเรียนไกลถึงประเทศฝรั่งเศส จึงไม่แปลกที่คอนตูมของเธอจะแฝงกลิ่นอายสไตล์ปารีเซียงไว้ในทุกลุค แต่ทั้งหมดก็ยังปนไปด้วยความวินเทจตามยุคสมัยของละคร

โดยสไตล์การแต่งตัวของชาวปารีเซียงมักเลือกหยิบเสื้อผ้าที่มีโทนสีเบสิค ไม่ฉูดฉาดมาสวมใส่ เหมือนกับที่ละออจันทร์ใส่ ส่วนใหญ่แล้วทักเป็นสีเบจ ขาว ดำ เทา และยีนส์ ซึ่งแต่ละชิ้นจะเน้นที่คัตติ้งให้ได้สไตล์แสนเรียบหรู

นอกจากนี้หากต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคมากขึ้น ไอเท็มชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็เป็นส่วนสำคัญไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ หรือโบไทด์ ซึ่งส่วนใหญ่ลออจันทร์จะเลือกสีที่สะดุดตาตัดกับลุคเป็นพิเศษ และการเพิ่มผ้าพันคอแบบนี้ก็ถือเป็นสไตล์การแต่งตัวที่สาวปารีเซียงชอบใช้เช่นกัน


Glenfiddich “THE WHERE NEXT CLUB” กลับมาอย่างยิ่งใหญ่

เกลนฟิดิค (Glenfiddich) แบรนด์ซิงเกิลมอลต์ ภายใต้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมี่ยม การันตีคุณภาพด้วย
รางวัลมากมายอย่าง William Grant & Sons จำกัด กลับมาพร้อมกับแคมเปญ “THE WHERE NEXT CLUB” ปีที่สี่ใน
ประเทศไทย โดยแคมเปญนี้เกิดขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะนำพาผู้คนที่มาพร้อมเรื่องราวที่น่าสนใจมาร่วมแชร์ประสบการณ์
และ Quality ของตนเองเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน นำพากันไปสู่ NEXT ใหม่ๆที่ไม่สิ้นสุด

สำหรับการค้นหา “Single Best Quality” นั้น Glenfiddich “The Where Next Club” ได้เฟ้นหาเหล่า Maverick หรือ
กลุ่มคนที่มีแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จากสิ่งที่อยู่ภายในของตนเอง กลั่นกรองออกมาเป็นผลลัพธ์ของความตั้งใจ
ความเป็นตัวเอง ความสนใจ การมองเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัวและอื่น ๆ อีกมากมาย โดยในปีนี้ทางคลับได้นำพาเหล่า
Maverick ของประเทศไทยถึง 3 ท่าน ที่เคยร่วมกันค้นหาและแชร์ประสบการณ์ในปีที่ผ่านมากลับมา ได้แก่ คุณบุริ
นทร์ บุญวิสุทธิ์, คุณวินชนะ พฤกษานานนท์ และคุณชัชวาล จันทโชติบุตร มาบอกเล่า “The Progressive
Next” ที่แต่ละคนได้ก้าวผ่านมาอยู่ในอีกขั้นของความสำเร็จในชีวิต พร้อมกับคอนเซ็ปต์ ‘Collaborate to innovate
our NEXT’ โดยมีแนวความคิดที่ว่าในบางครั้งการสร้าง NEXT อันต่อไป สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เราได้มีการแลก
เปลี่ยนร่วมแชร์สิ่งที่เราคิดว่าเป็น “Single Best Quality” ของตนเอง และผสมผสานเข้ากับความเป็นไปได้จากความคิด
สร้างสรรค์ที่ร่วมกันก่อให้เกิด ‘Socialsphere Showcase’ หรือพื้นที่จำลอง Speakeasy Bar บนเกาะในบรรยากาศที่ให้
ความเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวาย สร้างบทสนาทนาที่จะสร้างแรงบันดาลใจแห้แก่กันและกันควบคู่ไปกับเครื่อง
ดื่มที่เหนือระดับในการรังสรรค์ NEXT ต่อไป

‘Socialsphere Showcase’ พื้นที่แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจภายใต้ความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างเหนือระดับ

จากการร่วมมือกันของ 3 Maverick จากไทย สู่ชิ้นงานสุดพิเศษ ‘Socialsphere Showcase’ ที่จำลอง Speakeasy Bar
บนเกาะ ให้ความเป็นส่วนตัว บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ซึ่งความวุ่นวาย รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และ
เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งพร้อมที่จะร่วมสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในขณะที่ดื่มด่ำช่วงเวลาที่มีคุณค่าไปด้วยกัน ทั้งนี้ ความร่วมมือกัน
จาก Maverick 3 ท่านจาก 3 วงการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับร่วมกันรังสรรค์ชิ้นงานที่ลงตัวด้วยการนำเอา
“Single Best Quality” ของแต่ละคนมาผนึกรวมกัน

ดีไซน์แรงบันดาลใจผ่านเสียงเพลง

เริ่มการเดินทางด้วย บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ผู้คร่ำวอดในวงการดนตรีและแวดวงธุรกิจมาอย่างยาวนาน คุณบุรินทร์มีหลาก
หลายบทบาทในชีวิตไม่ว่าจะเป็นนักร้อง และนักดนตรีในวงกรู๊ฟไรเดอร์ส อีกทั้งยังเป็นผู้บริหารบริษัท เมโทรฮอนด้าออ
โตโมบิล จำกัด, บริษัท เมโทร ออโต้เฮาส์ จำกัด และ บริษัท มิตซูเมโทร จำกัด แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือ
ความสนใจในด้านดนตรีแจ๊สที่นำมาสู่การทำเพลงสุดพิเศษถึง 3 บทเพลงพร้อมดีไซน์คลื่นเสียงที่มาแปลงเป็นภาพและ
ลวดลายประกอบเข้ากับตัว ‘Socialsphere Showcase’ ได้อย่างลงตัว คุณบุรินทร์กล่าวเสริมว่า “ผมเชื่อในเรื่องของ
คลื่นเสียง มันไม่ใช่แค่เรื่องของเพลง แต่มันเป็นเรื่องของการดีไซน์ความรู้สึก ผลงานชิ้นนี้จะช่วยให้เรามองเห็นความ
รู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในได้มากขึ้น”

ผสานธรรมชาติเข้ากับชีวิต

เดินทางต่อกับ วินชนะ พฤกษานานนท์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของเกาะมันนอกรีสอร์ทและ Co-founder ของ Sunne
Voyage ธุรกิจล่องเรือที่เกิดจากการเห็นคุณค่าของช่างต่อเรือไทย และแนวคิดที่จะต่อยอดส่งเสริมชุมชนโดยรอบให้
เติบโตไปพร้อมกันด้วยการทำธุรกิจแบบใช้หัวใจ ด้วยการอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ รวมถึงการคลุกคลีกับชุมชนใกล้เคียง
คุณวินชนะ กล่าวว่า “แนวทางธรรมชาติจุดประกายคอนเซ็ปต์ของงานส่วนนี้ของผม บางครั้งการออกไปใช้ชีวิตเพื่อ
ทำให้เราได้ไปพบเจอกับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามไป” ทั้งนี้ คุณวินชนะจึงได้ร่วม
ออกแบบเครื่องเรือนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการนำเอาวัสดุจากเกาะมาสร้างความเป็นส่วนตัว สำหรับวงสนทนาใน
Speakeasy Bar บนเกาะไปด้วยกัน

โลกใบใหม่ผ่านภาพถ่าย

ท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับม่านภาพถ่ายจาก ชัชวาล จันทโชติบุตร ที่มากความสามารถในหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นในฐานะ
Leica Thailand Ambassador เจ้าของคาเฟ่ The Tangerine ภูเก็ต และ The Place เขาหลัก อีกทั้งยังเป็นผู้สร้างคอม
มูนิตี้ผู้ที่หลงไหลในท้องทะเลและการเซิร์ฟที่เขาหลักให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยความหลงไหลในการถ่ายภาพคุณชัช
ชวาลได้ร่วมสร้าง ‘Socialsphere Showcase’ ในการสร้างความเป็นส่วนตัว แบ่งพื้นที่วงสนาทนาด้วยม่านภาพถ่ายที่จะ
พาเราหลีกหนีความวุ่นวาย คุณชัชวาลเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้ว่า “มันอาจจะไม่ใช่แค่ภาพ แต่มันจะ
เป็นพื้นที่ที่ทำให้พวกคุณได้มี Quality Conversation ร่วมกัน ผ่านเรื่องราวและความรู้สึกต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดออกมาใน
โมเมนต์ของภาพ”

ยิ่งไปกว่านั้น ในค่ำคืนที่แสนพิเศษนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ Glenfiddich จะมีอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณ Jyri Pylkkanen
มาร่วมเล่าเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ รวมถึงเรื่องราวการเดินทางของตัวเขาเองในฐานะ Regional Single Malts
Ambassador ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณ Jyri กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มา
แบ่งปันเรื่องราวของ Glenfiddich ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ และแรงบันดาลใจในการ
ใช้ชีวิตเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกับ Maverick ทั้ง 3 ท่านของเราจากประเทศไทย และผมเชื่อว่าการมี Glenfiddich
เป็นเพื่อนร่วมทางไปกับการค้นหา NEXT ใหม่ ๆ จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทุกคน”

นอกจาก ‘Socialsphere Showcase’ แล้ว Maverick ทั้ง 3 ท่านยังร่วมกันกับทาง Glenfiddich และ Lloyd’s Club
รังสรรค์ค็อกเทลสูตรพิเศษในค่ำคืนนี้อีกเช่นกัน โดยคุณวินชนะร่วมกันสร้าง “The Deconstruction”ที่มีส่วนประกอบ
เป็น Glenfiddich 12 ปี, ใบชาเขียว, ดอกดาวเรือง, น้ำเกลือ, น้ำเลม่อน และโซดาให้ความสดชื่นตามแบบฉบับเครื่อง
ดื่มริมหาด ต่อด้วยเครื่องดื่มจากคุณชัชวาลภายใต้ชื่อ “The Vision” ที่จะเป็นเครื่องดื่มรสขมอมหวานจากส่วนผสม
ของ Glenfiddich 15 ปี, เหล้าสมุนไพรจากอิตาลี, เหล้าหวานรสเชอร์รี่, เหล้ายาผสมเครื่องเทศและน้ำเลม่อน ปิดท้าย
ด้วยแก้วสุดท้ายจากคุณบุรินทร์ “The Vibration” ที่ร่วมรังสรรค์ด้วย Glenfiddich 18 ปี, ไวน์เชอร์รี่, กุหลาบ, เฟอร์
เน็ต และหญ้าฝรั่นให้รสชาตินุ่มลึกตามแบบฉบับ Glenfiddich

กลิ่นอายความเป็นส่วนตัวแต่ยังเปิดรับสิ่งใหม่ของงานในครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใน Party Clubhouse สไตล์ Old
Money อย่าง Lloyd’s Club ที่ตั้งอยู่ในโรงแรม The Metropole Bangkok Sukhumvit 55 โดย Lloyd’s Club ถือเป็น
Clubhouse แบบ semi-membership ที่เปิดให้คนนอกเข้าใช้บริการรวมถึงมีบริเวณที่จำกัดสำหรับสมาชิกเท่านั้นเพื่อ
เพิ่มความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศใหม่ ๆ พร้อมความสนุกตามแบบฉบับ Llyod’s Club ที่จะมี
ครบทุกอารมณ์ สลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละคืน Glenfiddich ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชม ‘Socialsphere
Showcase’ พร้อมดื่มด่ำค็อกเทลสูตรพิเศษจาก Glenfiddich เพื่อเติมเต็มและค้นหา Next ที่ไม่รู้จบของคุณ ที่ Lloyd’s
Club ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2567

บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย

ใช้จ่ายคุ้มค่าสุด! บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย ยกระดับสู่ “อีกขั้นของชีวิตที่ไม่ธรรมดา”

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ ตอกย้ำอภิสิทธิ์สูงสุดในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย (OneSiam KBank Credit Card) ด้วยคอนเซปต์ใหม่ “อีกขั้นของชีวิตไม่ธรรมดา” (Evolved Extraordinary You) ชูจุดแข็งเป็นบัตรเดียวที่ให้เอกสิทธิ์ใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากที่สุดกับ 6 ศูน์การค้าที่เป็นจุดหมายการช้อปปิ้งทั้งในประเทศและระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต พร้อมขยายสิทธิพิเศษการใช้บริการห้องพักรับรองภายในศูนย์การค้าที่เป็นจุดแลนมาร์คช้อปปิ้งชื่อดังในต่างประเทศ

คุณสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจ

คุณสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจ คุณณัฐพล ลือพร้อมชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันฐานผู้ใช้บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยถือเป็นกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะหมวดสินค้าลักซ์ชัวรี ความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์อย่างต่อเนื่องในการพัฒนาบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยกับ      คอนเซปต์ใหม่ “อีกขั้นของชีวิตไม่ธรรมดา” (Evolved Extraordinary You) เพื่อให้เป็นบัตรเครดิตที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสทุกประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งระดับโลก ได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายทุกๆ วัน และทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย โดยมีการวิเคราะห์ความชอบและไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของลูกค้าเพื่อออกแบบโปรโมชันและสิทธิพิเศษ ก้าวสู่อีกขั้นของการสัมผัสประสบการณ์การจับจ่ายที่มีคุณค่า สุดกว่า  ทุกที่และทุกวันอย่างต่อเนื่อง

คุณณัฐพล ลือพร้อมชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย เป็นบัตรเครดิตที่ครองใจนักช้อป Luxury Fashion ที่แท้จริง ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มอบให้อย่างเต็มที่ และวิสัยทัศน์ในการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ไม่ธรรมดา มีข้อเสนอให้ลูกค้าที่ดีที่สุดในตลาดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนด้วยกระแสตอบรับด้านการจับจ่ายดังเห็นได้จากอัตรารีเดมชั่นของลูกค้าผู้ใช้บัตรที่มาใช้สิทธิในรายการส่งเสริมการตลาดที่จัด และเป็นบัตรที่ลูกค้าเลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ

ศูนย์การค้า กล่าวว่า สยามพิวรรธน์เป็นช้อปปิ้งเดสติเนชันระดับโลก ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยสำหรับบัตรเครดิต      วันสยามกสิกรไทย เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดลักซ์ชัวรี รีเทล (Luxury Retail) ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยการมอบประสบการณ์ในแบบเอ็กซ์ทรอดิแนรี (Extraordinary Shopping) โดยสยามพิวรรธน์มีแผนเปิดร้านลักซ์ชัวรีแบรนด์ใหม่เพิ่มเติมถึง 20 ร้านค้าในไตรมาส 4 ซึ่งหลายแบรนด์เป็นสาขาแรกในประเทศไทย อีกทั้งวางแผนร่วมกับแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 40 แบรนด์เปิดป็อปอัพสโตร์    (Pop-up store) และงานอีเวนต์ระดับโลก รวมทั้งลักซ์ชัวรีแบรนด์ทุกค่ายเตรียมขยายพื้นที่กว่าเท่าตัวให้เป็นไอคอนนิค สโตร์ (Iconic Store) ที่ใหญ่ที่สุดในสยามพารากอนและไอคอนสยาม

นอกจาก สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม แล้ว สิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังขยายไปถึง ไอซีเอส และ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ อีกด้วย

บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย มีรูปแบบบัตร 3 ประเภท ได้แก่ บัตรอินฟินิท (Infinite) บัตรซิกเนเจอร์ (Signature) และบัตรแพลทินัม (Platinum) ซึ่งมอบอภิสิทธิ์สูงสุดใน 6 ด้าน ได้แก่

  1. รับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% นาน 4 เดือนกับสินค้าแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ (เมื่อลูกค้าชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ)
  2. รับคะแนนสะสม K Point สูงสุด 3 เท่าจากการใช้จ่าย
  3. รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% เมื่อแลกใช้คะแนนสะสม K Point ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  4. รับเมนูอาหารและขนมจากร้านดังมากมายที่ร่วมรายการวันฟรีทุกสัปดาห์
  5. ที่จอดรถสำรองพิเศษและสิทธิ์จอดรถฟรี สูงสุด 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมียอดซื้อ
  6. สิทธิพิเศษในการใช้บริการห้องพักรับรองภายในศูนย์การค้าที่เป็นแลนด์มาร์กช้อปปิ้งชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ Hong Kong Times Square, PARCO, Taipei 101 พร้อมรับ Welcome Gift หรือสิทธิพิเศษส่วนลดการช้อปปิ้ง

เพื่อฉลองการเปิดตัวคอนเซปต์ใหม่ของบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย สยามพิวรรธน์ได้ร่วมกับบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย จัด 2 แคมเปญใหญ่ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แห่งเอกสิทธิ์ในการใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากที่สุด ได้แก่

  • 19 มีนาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2567 ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยกับสินค้าแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ รับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% นาน 4 เดือน (เมื่อลูกค้าชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ)
  • 22 มีนาคม 2567 – 28 เมษายน 2567 แคมเปญช้อปมาราธอนสุดสัปดาห์ ช้อปพันคืนพัน หมื่นคืนหมื่น
  • รับ K Point รวมสูงสุด 42,000 คะแนน เมื่อช้อปทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
  • รับเพิ่ม บัตรจอดรถฟรีตลอดปี เมื่อช้อปครบ 4 หมวดที่ร่วมรายการ และมียอดช้อปสะสมตลอดโครงการขั้นต่ำ 350,000 บาท

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก สร้างความตระหนักให้กับคนไทยเนื่องในวันอ้วนโลก

จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย รายงานจำนวนผู้ใหญ่ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินหรืออ้วนใน พ.ศ. 2566 อยู่ที่ 48.35% จาก พ.ศ. 2565 จะอยู่ที่ 47.8% นอกจากนี้ รายงานของสำนักโภชนาการ พ.ศ. 2563 พบว่า อัตราโรคอ้วนมีเพิ่มขึ้นทั้งชายและหญิง โดยความชุกของภาวะอ้วนส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องในวันที่ 4 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอ้วนโลก (World Obesity Day) บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กรุงเทพฯ จึงได้สร้างความตระหนักเพื่อรับมือกับปัญหาโรคอ้วนที่เพิ่มมากขึ้นของประเทศไทย เนื่องจากโรคอ้วนเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนไทยก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วย บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิกต้องการให้ความรู้แก่ผู้คนเกี่ยวกับปัญหาและนำเสนอวิธีการในการจัดการกับน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ

“โรคอ้วนเป็นปัญหาร้ายแรงต่อคนไทย โรคนี้เป็นภาวะสุขภาพที่ซับซ้อนซึ่งนำไปสู่โรคไม่ติดต่อ (NCDs) อื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ โรคกระดูกและข้อ อ่อนเพลียเรื้อรัง มะเร็ง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งโรคเหล่านี้กำลังมีเพิ่มมากขึ้นในประชากรไทย” แพทย์หญิงจิรา ถาวรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการคลินิกรอยัลไลฟ์ เวลเนส กรุงเทพ กล่าว “การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคอ้วนและผลกระทบต่อประชากรไทยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากลยุทธ์การป้องกันและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ” แพทย์หญิงจิรา กล่าวเสริม

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มุ่งเน้นการดูแลน้ำหนักแบบองค์รวม มากกว่า การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายแบบเดิมๆที่มักจะไม่ประสบผลสำเร็จในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ส่งผลให้เกิด “โยโย่เอฟเฟ็กต์” ที่น่าหงุดหงิดจากการลดและเพิ่มน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม โปรแกรมของคลินิกได้รับการออกแบบมาเพื่อทำลายวงจรนี้โดยมุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลแบบโดยรวม

“แนวทางของเราจะมีความครอบคลุม ผสมผสานตั้งแต่การวิจัยทางพันธุกรรม การวิเคราะห์ไมโครไบโอมในลำไส้ และการตรวจสุขภาพจิต เพื่อวางแผนควบคุมน้ำหนักแบบส่วนบุคคล โดยเราจะพิจารณาจากความอยากอาหารและอัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคล” แพทย์หญิงพิชชาพร ธนาพงศธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลีนิค และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อธิบาย “เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบทางพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้รับบริการแต่ละราย เราจึงสามารถสร้างกลยุทธ์การจัดการน้ำหนักส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นส่วนตัวได้”

“นอกจากนี้ สุขภาพจิตถือเป็นองค์ประกอบที่เราควรให้ความสำคัญ ในยามที่เราต้องการที่จะควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพ แต่หลายคนอาจจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ทั้งนี้ การมีสุขภาพจิตที่ดีถือเป็นรากฐานในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกเส้นทางการจัดการน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จ” แพทย์หญิงพิชชาพร กล่าวเสริม

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของคลินิกควบคุมน้ำหนักที่บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก คือ การทำงานร่วมกันระหว่างทีมทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมเทรนเนอร์ส่วนบุคคล โดยจะใช้ผลการตรวจเลือด ความอยากอาหาร และอัตราการเผาผลาญที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล  พร้อมด้วยการทำ DEXA Scan ที่เป็นมาตรฐานและมีความแม่นยำสูงในการวัดองค์ประกอบของร่างกายรวมทั้งระดับไขมัน  การใช้วิธีการที่ครอบคลุมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยสร้างแผนการออกกำลังกายส่วนบุคคลที่ตอบสนองทั้งความต้องการของร่างกายและเป้าหมายของผู้รับบริการ ไม่ว่าผู้รับบริการต้องการสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ดีขึ้นหรือต้องการลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ทางคลินิกสามารถปรับแต่งแผนการออกกำลังกายให้ตรงตามความต้องการส่วนบุคคลได้

“เป้าหมายสูงสุดของเราคือการมอบความรู้และแนะนำเครื่องมือที่จำเป็นให้กับผู้รับบริการแต่ละบุคคล เพื่อใช้เป็นแนวทางรักษาน้ำหนักตัวให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ดร. ปีเตอร์ ปทุมมารนันทน์ ผู้อำนวยการคลินิกสร้างเสริมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก กล่าว

เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับวันอ้วนโลกและปัญหาที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันที่ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จึงได้แนะนำแนวทางการจัดการน้ำหนักที่รวบรวมองค์ประกอบหลัก 4 ประการเข้าด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพ

องค์ประกอบหลักสี่ประการในการควบคุมน้ำหนัก

  1. การเลือกรับประทานอาหาร ไม่ใช่แค่การทานน้อยลงแต่ทานให้ถูกต้องด้วย นักโภชนาการที่คลินิกได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับบริการเพื่อพัฒนาแผนการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ น่าพึงพอใจ และปรับให้เหมาะกับความต้องการและความชอบด้านอาหารของแต่ละบุคคล วิธีการเฉพาะบุคคลนี้จะช่วยให้เราแน่ใจว่า ผู้รับบริการจะทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีความสุขในการทาน แทนที่จะเป็นข้อจำกัด
  2. การควบคุมความอยากอาหาร จะส่งผลต่อการบริโภคและการเลือกรับประทานอาหาร ทั้งนี้ การประเมินที่ครอบคลุมของทางคลินิกจะช่วยทำให้เราเข้าใจถึงปัจจัยการกระตุ้นและรูปแบบความอยากอาหารของผู้รับบริการแต่ละรายได้ โดยการประเมินจะเป็นการพูดคุยถึงความอยากอาหารในด้านจิตวิทยาและสรีรวิทยา โปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้รับบริการสามารถพัฒนานิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยไปให้ถึงเป้าหมายในการควบคุมน้ำหนักได้ด้วย
  3. การเผาผลาญ เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนพลังงานในร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางพันธุกรรมที่นำไปสู่ความแตกต่างในประสิทธิภาพการเผาผลาญของแต่ละบุคคล ฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ เทสโทสเตอโรน และอะดิโพเนคติน  ก็มีผลกับระบบเผาผลาญเช่นกัน รวมถึงสารพิษที่ปนเบื้อนในอาหาร หรือจากสิ่งแวดล้อมก็สามารถส่งผลกระทบต่อระบบการเผาผลาญของร่างกายได้ด้วย ดังนี้ เราจึงต้องให้ความสำคัญต่อดัชนีมวลกล้ามเนื้อ เนื่องจากเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าเนื้อเยื่อไขมัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐานของผู้รับบริการจึงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการจัดการน้ำหนัก
  4. การออกกำลังกายที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัตถุประสงค์ในการจัดการน้ำหนักเฉพาะของผู้รับบริการ ไม่ว่าเป้าหมายคือการสร้างกล้ามเนื้อหรือลดไขมัน แผนการออกกำลังกายส่วนบุคคลจะได้รับการออกแบบมาให้มีความสนุกสนาน ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับบริการจะมีแรงบันดาลใจและมีส่วนร่วมตลอดระยะเวลาการควบคุมน้ำหนัก

ทั้งนี้ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ได้รวมองค์ประกอบทั้งสี่นี้ไว้ในโปรแกรมการจัดการน้ำหนักแบบองค์รวมและมีประสิทธิภาพ โดยการเลือกใช้วิธีการนี้ ไม่เพียงแต่สามารถกำหนดเป้าหมายของการลดน้ำหนักได้ แต่ยังช่วยให้ผู้รับบริการมีความรู้และอุปนิสัยที่จำเป็นต่อสุขภาพและความสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาวได้

กระเป๋า Rumple

ส่องดีเทล กระเป๋า Rumple ที่ถักทอด้วยเทคนิคการสาน Intreccio

กลับมาอีกครั้งในซีซั่นนี้กับ Praew Survey พาไปส่องดีเทล กระเป๋า Rumple ในคอลเล็คชั่น Summer 24 จาก Bottega Veneta ยังคงโดดเด่นด้วยเทคนิคการสานแบบ Intreccio ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

กระเป๋า Rumple ได้ถูกพัฒนามาเป็นกระเป๋าสะพายข้างสไตล์แมสเซนเจอร์แบบใหม่ มาพร้อมช่องซิปหนังด้านหลังกระเป๋าและตัวปิดทรงสี่เหลี่ยมแบบไดนามิก จึงทำให้กระเป๋ารุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน

กระเป๋าถูกรังสรรค์ขึ้นจากหนังลูกวัว Fettuce ชิ้นเดียวที่ถูกถักทอด้วยเทคนิคการสานอย่าง Intreccio โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญบนแม่พิมพ์ไม้ ผลลัพธ์ที่ได้คือกระเป๋าที่ไร้ตะเข็บ ไร้ซับใน เผยให้เห็นถึงงานฝีมืออันประณีต มีให้เลือก 2 ขนาด อย่าง Small ที่มาในสีเทา (Light Graphite) สีเหลืองอ่อน (Straw) และสีดำ อีกทั้งยังมีขนาด Medium ที่มาในสีดำ


The Macallan ร่วมงานกับ Stella และ Mary McCartney เปิดตัว The Harmony Collection รุ่นใหม่ล่าสุด

The Macallan (เดอะ แมคคัลแลน) แบรนด์ผู้ผลิตซิงเกิ้ลมอลต์สก๊อตซ์วิสกี้ระดับโลกเปิดตัว “The Macallan Harmony Collection Amber Meadow” ที่รังสรรค์ร่วมกับสองพี่น้องแม็คคาร์ทนีย์ Stella (สเตลล่า) และ Mary McCartney (แมรี่ แม็คคาร์ทนีย์) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหล และความชื่นชอบที่มีต่อธรรมชาติ โดยถือเป็นการรวมตัวกันของ 2 อัตลักษณ์ที่ส่งเสริมกันและกันในการเฉลิมฉลองความทรงจำอันล้ำค่าของพวกเขาในประเทศสก็อตแลนด์ดินแดนที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น

Stella และ Mary McCartney ได้เข้ามาร่วมงานกับ The Macallan ในการรังสรรค์ The Harmony Collection รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นซีรีส์ที่ผลิตขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้ง และวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อ The Macallan ผ่านการผสมผสานการใช้ไม้โอ๊คเชอรี่ที่เก่าแก่และถังบ่มเบอร์เบินซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เพื่อสื่อถึงความเชื่อมโยงที่หยั่งรากลึกต่อสก็อตแลนด์ กล่องบรรจุภัณฑ์และฉลากของขวดวิสกี้ถูกผลิตโดยหญ้าจากทุ่งหญ้าที่แห้งแล้วเพื่อโอบรับการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างความงดงามจากทรัพยากรอันล้ำค่าของธรรมชาติที่ยังให้ประโยชน์ต่อมนุษย์แม้ในช่วงบั้นปลายของชีวิต นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ของคอลเลกชันนี้จะมีภาพถ่ายของ The Macallan Estate ที่ถ่ายโดย Mary McCartney อีกด้วย

Steven Bremner (สตีเวน เบรมเนอร์) ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตวิสกี้ กล่าวว่า “ยังมีอีกมากมายที่รอให้คุณค้นพบจาก The Macallan Harmony Collection Amber Meadow ซึ่งเป็นวิสกี้ซิงเกิลมอลต์ที่มีกลิ่นหอมของทุ่งหญ้าอันอบอุ่น และทุ่งข้าวบาร์เลย์ และยังมีกลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้อีกด้วย รวมไปถึงสีอำพันราวกับยามเย็นของฤดูร้อนนั้นเป็นสีที่มาจากกระบวนการทางธรรมชาติ 100% โดยการเลือกเฟ้นถังไม้โอ๊คที่ผ่านการบ่มเชอร์รี่ไวน์อันเป็นเอกลักษณ์และถังไม้โอ๊คเบอร์เบิ้น ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของรสชาติที่รอให้คุณลิ้มลอง และยังมีกลิ่นสดชื่นจากผลไม้รสเปรี้ยวและดอกสายน้ำผึ้งที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมหวานของวานิลลา มะพร้าว และทุ่งข้าวบาร์เลย์ที่สุกงอม เมื่อได้ลิ้มรสจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นของโอ๊ค เลมอน และเมลอนที่โดดเด่น เสริมด้วยกลิ่นสุดคลาสสิคจากขนมสโคน อัลมอนด์ และชาเขียว เป็นการปิดท้ายรสที่กลมกล่อมและหอมหวานของวิสกี้สุดพิเศษขวดนี้”

The Macallan Harmony Amber Meadow จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2024 ในราคา 12,900 บาท

ภูมิ-ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

หนุ่มหล่อเท่แบบคูล ๆ มีสไตล์เป็นของตัวเอง ภูมิ-ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

เรียกว่าทยอยแจ้งเกิดแบบยกแผงสำหรับนักแสดงจากละคร “เว้าวอนรัก” เพราะความสามารถที่ครบเครื่องมาพร้อมคาแรคเตอร์แสบซนโดนใจ จนแฟนละครยังเอ่ยปากชมสนั่นโซเชียล อย่าง “ภูมิ ชวัลวัฒน์ ทองอยู่” ที่ชิมลางการแสดงครั้งแรกกับบท แดนสรวง สายซัพฯ พระเอก “เด่นคุณ งามเนตร” งานนี้ไม่พลาดพาไปเปิดวาร์ป “ภูมิ” มาดูว่าตัวตนจริง ๆ ของทั้งคู่จะทำให้ตกหลุมรักและเอ็นดูได้มากแค่ไหน?

ภูมิ-ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

“ภูมิ-ชวัลวัฒน์ ทองอยู่” เกิดวันที่ 14 ตุลาคม 2544 อายุ 23 ปี ส่วนสูง 183 ซม. เป็นคนจังหวัดนนทบุรี จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และกำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ภูมิ-ชวัลวัฒน์ ทองอยู่

“ภูมิ” ได้เล่าถึงนิสัยของตัวเองว่า “นิสัยผมก็จะเป็นคนกวน ๆ หน่อย คุยเล่นได้หมด แต่บางสถานการณ์ผมก็จริงจังนะครับ จริง ๆ ถ้าเห็นผมเดินอยู่ข้างนอกทักได้นะ ผมจะติดเล่นติดตลกหน่อยครับ (หัวเราะ)” มาที่ความชอบและงานอดิเรก ถ้าหากเปิดอินสตาแกรมของหนุ่มคนนี้ที่ใช้ชื่อว่า phoomchawonwat จะรู้ทันทีว่าเขารักในการแต่งตัวมาก “ภูมิ” ได้เปิดเผยว่า “เมื่อก่อนผมเป็นเด็กผมมีน้ำหนัก 70 เลยครับ และตอนเด็กยังไม่สูงเลยดูอ้วน แถมยังแต่งตัวเชย ๆ ด้วย แต่พอเราอยู่มัธยมปลายเริ่มสูงขึ้นผอมลง ก็ทำให้มีความคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งเราก็ดูการแต่งตัวจากศิลปินเกาหลีบ้าง ฝรั่งบ้าง ดูอะไรที่แมทช์กับเรา ก็กลายเป็นคนที่ชอบแต่งตัวไปเลย ซึ่งไม่จำกัดสไตล์ด้วย แต่งได้หมดแค่ดูว่าแบบไหนที่มันเข้ากับเราครับ”

นอกจากนี้ยังมีความสามารถอีกเพียบทั้งวาดรูป ร้อง เต้น เล่นเครื่องดนตรี เรียกว่ามีครบ “ตอนแรกผมไม่ได้ชอบอะไรพวกนี้ แต่พอเราได้ลองทำก็รู้สึกชอบขึ้นมา ซึ่งผมชอบเต้นแนวฮิปฮอป เคยลองร้องแรปมาบ้าง แต่ตอนนี้ชอบร้องเพลงแนวป๊อปแล้วครับ ด้านวาดรูปก็ไม่ได้เรียนแต่เป็นพรสวรรค์ ต้องให้คนอื่นพูดนะ แต่พูดเองเลยละกัน (หัวเราะ) จริง ๆ ผมทำเพจในไอจีเล่น ๆ ชื่อว่า pheemotion ลองเข้าไปดูกันนะครับ ส่วนด้านดนตรีตอนนี้เล่นกีต้าร์ได้ แต่ตั้งเป้าไว้ว่าอยากเล่นให้เป็นหลาย ๆ อย่าง เพราะว่ามันสามารถแต่งเพลงได้” หากเป็นวันว่าง ๆ ชิล ๆ หนุ่ม “ภูมิ” ก็ต้องคอยอัปสกิลความรู้ด้านวิศวกรรมฝึกทำโปรแกรม Computational Fluid Dynamics หรือ CFD ซึ่งใครเรียนสายนี้น่าจะรู้จักกันดี  หรือเข้าฟิตเนส ไม่ก็หาดูภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่ชื่นชอบอีกด้วย สำหรับเป้าหมายสูงสุดในวงการบันเทิงว่า “ผมอยากมีคอนเสิร์ตของตัวเองนี่คือเป้าหมายสูงสุดจริง ๆ ผมมีไอดอลเป็นศิลปินเกาหลีที่เขาเล่นหนัง เล่นละคร และยังเป็นบอยแบนด์ได้ด้วย ซึ่งผมอยากเป็นแบบนั้นเลยครับ และตอนนี้ผมก็พยายามฝึกฝนอยู่ตลอด ถ้าว่างก็จะเรียนเต้นฮิปฮอป ส่วนร้องเพลงก็หาคอร์สลงเรียนบ้าง หรือฝึกฝนเองที่บ้าน และก็มีปรึกษาครูอุ้ยครับ”

ปิดท้ายหนุ่ม “ภูมิ” ก็ขออ้อนแฟน ๆ สักหน่อยว่า “ภูมิก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับแฟน ๆ ด้วยนะครับ ผมรวมไปถึงทีมงานทุกคนต่างตั้งใจกับละครเรื่องนี้มาก ๆ เพื่อสร้างความสุขให้ทุกคนครับ”

ภาพจาก wooooyd