วิโอเลต วอเทียร์

WACAY VACANCES ถ่ายทอดลุคใหม่ผ่าน วิโอเลต วอเทียร์

WACAY เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ “WACAY VACANCES” ถ่ายทอดผ่าน วี-วิโอเลต วอเทียร์ ในคาแรคเตอร์หญิงสาวผู้มั่นใจ ชิล และเปี่ยมด้วย Passion ในแบบของตัวเอง

WACAY VACANCES คอลเล็คชั่นใหม่ที่ถ่ายทอด Gentle Confidence ผ่าน วิโอเลต วอเทียร์

WACAY กลับมาอีกครั้งพร้อมคอลเล็คชั่นล่าสุด “WACAY VACANCES” ที่ตีความความหมายของ “วันหยุดพักผ่อน” ในแบบฉบับเฉพาะตัวของ WACAY โดยครั้งนี้ได้ วี-วิโอเลต วอเทียร์ มาร่วมถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของผู้หญิงที่ชิล effortless มั่นใจ และมี passion ในแบบของตัวเอง

WACAY VACANCES ไม่ได้นิยาม “Vacation” ด้วยเวลาหรือสถานที่ แต่คือ ความรู้สึกที่คุณสามารถพกพาไปได้ทุกที่ทุกวัน คอลเลคชั่นนี้ถ่ายทอดความเบาสบายแบบชุดพักผ่อน ผสมผสานกับ Elegance อย่างพอดิบพอดี ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน

วัสดุหลักของคอลเลคชั่นนี้คือผ้าโปร่งเบา (Sheer Fabrics) ที่ให้ความรู้สึกอิสระและเบาสบาย เหมาะกับทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันพิเศษ

นอกจากนี้ WACAY ยังเปิดตัว Hand Written Logo โฉมใหม่ที่สะท้อนความ personal และ authentic ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของคอลเล็คชั่นนี้คือการนำ “ลูกแพร์ (Pear)” มาเป็น Key Element สื่อถึง Gentle Confidence และ Effortless Femininity ความมั่นใจที่ไม่ต้องพยายาม และความเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างเป็นธรรมชาติ

โดยครั้งนี้ WACAY ได้ วี-วิโอเลต วอเทียร์ มาถ่ายทอดวิญญาณของ WACAY VACANCES อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยบุคลิกที่ชิล ไม่ต้องพยายาม แต่เปี่ยมด้วยพลังงานและ Passion ในแบบของตัวเอง


ย้อนตำนาน Bar Jacket ผ่านไอคอนิกลุค คิมจีซู ในซีรีส์ Boyfriend on Demand

เมื่อลุคออกเดทของ ซอมีแร ในซีรีส์ Boyfriend on Demand ทำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าหวนนึกถึง Bar Jacket ไอเท็มไอคอนิกจาก Dior

กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานสร้างชื่อในฐานะนักแสดงของ “คิมจีซู” กับการรับบทบาท “ซอมีแร” ใน Boyfriend on Demand ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีที่ประกบคู่มากับพระเอกเคมีดีอย่าง “ซออินกุก” ซึ่งหลังจากออนแอร์ได้เพียง 3 วัน ซีรีส์เรื่องดังกล่าวก็ติดชาร์ตอันดับ 1 ของ Netflix ไปเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังได้รับกระแสตอบรับไปในทิศทางที่ดี ทั้งเรื่องฝีมือการแสดงแนวคอมเมดี้ของจีซู ไปจนถึงเนื้อเรื่องที่กระชับ แต่ยังสามารถเล่ามุมมองของทุกตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งอย่างของซีรีส์ที่ได้รับการพูดถึงมากไม่แพ้กันคือ คอสตูม ของจีซู ที่แฟนคลับหลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างดีใจว่า “ในที่สุดก็ได้เห็นจีซูในลุคสวยๆ เยอะๆ สักที” เพราะก่อนหน้านี้บทบาทที่เธอได้รับ ไม่เป็นหญิงสาวในยุคสงคราม ก็ต้องวิ่งหนีซอมบี้ คอสตูมที่สวมใส่จึงไม่ได้สวยงามเท่ากับเรื่องนี้ และแม้จะมีลุคชวนสะดุดตามากมาย ในฐานะ Dior Ambassador จีซูก็ไม่ลืมที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์ลงในผลงานชิ้นนี้ด้วย ดังในลุคออกเดทพาร์ทที่ 2 กับแฟนหนุ่มตามสั่งอย่าง “ซออึนโฮ”

สำหรับฉากดังกล่าว จีซู หรือซอมีแร ปรากฏตัวในลุคสวยหวาน สะท้อนคาแร็คเตอร์คุณหนูประจำ Dior ได้เป็นอย่างดี เธอสวมใส่ 30 Montaigne Bar Jacket กับกระโปรงกางเกงติดกระดุม CD และคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋า Lady Dior ให้ลุคที่ทั้งคลาสสิกและหรูหรา ซึ่งอาจทำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าหลายคนหวนนึกถึง Bar Jacket ไอเท็มไอคอนิกที่สร้างชื่อให้กับซิลลูเอต New Look ของ Dior นั่นเอง ครั้งนี้เราจึงอยากชวนทุกคนไปย้อนรอยไอเท็มระดับตำนานนี้ไปด้วยกัน

ดีไซน์ Bar Jacket เปิดตัวครั้งแรกในปี 1947 โดย Christian Dior ในคอลเล็กชั่นเปิดตัวของแบรนด์ Dior แจ็กเก็ตทรงเอวคอดที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตนี้ กลายเป็นซิลลูเอตสำคัญที่นิยามความสง่างามและความเฟมินีนของผู้หญิงยุคหลังสงครามโลก

Bar Jacket คือหัวใจของคอลเล็คชั่น New Look ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการแฟชั่น ด้วยซิลลูเอตเอวคอดและกระโปรงบานที่ตัดกับแฟชั่นยุคสงครามซึ่งเน้นความเรียบง่ายและประหยัดผ้า ดีไซน์นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการกลับมาของความหรูหราและความเป็นผู้หญิง

โดยเอกลักษณ์ของ Bar Jacket อยู่ที่การตัดเย็บแบบโครงสร้างเข้ารูป เน้นเส้นเอวให้ชัด พร้อมช่วงสะโพกที่ขยายเล็กน้อยเพื่อสร้างทรงนาฬิกาทราย เดิมทีใช้ผ้าไหม Shantung สีงาช้าง และมักจับคู่กับกระโปรงทรง Corolle เพื่อขับความเฟมินีน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Bar Jacket ถูกนำมาตีความใหม่โดยครีเอทีฟไดเรกเตอร์หลายคนของ Dior ซึ่งแต่ละยุคก็เติมมุมมองที่แตกต่างให้กับซิลลูเอตระดับตำนาน

  • Yves Saint Laurent ปรับ Bar Jacket ให้ดู อ่อนวัยและร่วมสมัยมากขึ้น ลดความเฉียบคมของโครงสร้างลงเล็กน้อย ทำให้ซิลูเอตยังคงความสง่างามแต่สวมใส่ได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ในเวลานั้น
  • Maria Grazia Chiuri ตีความ Bar Jacket ในมุม ความร่วมสมัยและพลังของผู้หญิง โดยปรับซิลลูเอตให้สบายขึ้น และมักนำไปแมตช์กับไอเท็มโมเดิร์นอย่างกางเกงหรือรองเท้าบู๊ต
  • Jonathan Anderson ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนล่าสุด นำ Bar Jacket มาปรับให้ดู โมเดิร์นและมีมิติของแฟชั่นร่วมสมัยมากขึ้น ผ่านการเล่นสัดส่วนและสไตลิ่งที่สดใหม่ ทำให้ดีไซน์คลาสสิกจากปี 1947 ยังคงดูทันสมัยบนรันเวย์ปัจจุบัน

และลุคของ คิมจีซู ในซีรีส์ Boyfriend on Demand ก็ถ่ายทอดกลิ่นอายซิลูเอตแบบ Dior ได้อย่างชัดเจน ด้วยแจ็กเก็ตทรงเอวคอดที่สะท้อนดีเอ็นเอของ Bar Jacket ทำให้ดีไซน์จากปี 1947 กลับมาดูร่วมสมัยอีกครั้งบนหน้าจอ

จากดีไซน์ระดับตำนานในปี 1947 สู่ลุคบนหน้าจอ ในวันนี้ Bar Jacket ของ Dior ยังคงพิสูจน์ว่าแฟชั่นคลาสสิกไม่มีวันตกยุค และเมื่อมาอยู่บนตัวของจีซู ก็ยิ่งทำให้ซิลูเอตเอวคอดอันเป็นเอกลักษณ์กลับมาดูสดใหม่อีกครั้ง ใครที่กำลังอินกับแฟชั่นของจีซูหรืออยากเห็นลุคสวย ๆ ในบรรยากาศซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซี ต้องไปติดตามต่อใน Boyfriend on Demand ที่ Netflix นะคะ


ภาพ: Dior, Netflix Korea, Getty Images และ Instagram @sooyaaa__

แอลม่า เลเซอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Soprano Titanium สู่ตลาดไทยในงาน Alma Gala 2026

บริษัท แอลม่า เลเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และเวชศาสตร์ความงามพลังงานสูง ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Soprano Titanium” นวัตกรรมเลเซอร์ยกกระชับดูแลสุขภาพผิวรุ่นเรือธงระดับโลกมาสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายในงาน “Alma Gala 2026” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ โรงแรมดุสิต ธานี กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำถึงการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนวิวัฒนาการของเวชศาสตร์ความงามที่เน้นการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว สู่การเป็นผู้นำด้านความงามที่ยั่งยืน (Longevity Aesthetics)

สำหรับ Soprano Titanium เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและยอมรับอย่างสูงในตลาดชั้นนำอย่างเกาหลีใต้ โดยถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การรักษาที่รวดเร็ว ทรงประสิทธิภาพ และมอบความสบายสูงสุดแก่ผู้รับบริการ พร้อมผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่แม่นยำสม่ำเสมอ การนำเข้านวัตกรรมนี้ แอลม่า เลเซอร์ (ประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนคลินิกและสถาบันเสริมความงามพันธมิตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา พร้อมไปกับการยกระดับประสบการณ์โดยรวมของผู้รับบริการ

อลอน ทิโอนิท รองประธานฝ่ายช่องทางตรงระหว่างประเทศของ แอลม่า กล่าวว่า “ภูมิทัศน์ของเวชศาสตร์ความงามในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การเปิดตัว Soprano Titanium ในครั้งนี้ เรากำลังมอบเครื่องมือที่ล้ำสมัยให้แก่คลินิกพันธมิตร ซึ่งรวบรวมประสิทธิภาพด้านการยกกระชับผิวเข้ากับความแม่นยำที่จำเป็นสำหรับผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในยุคปัจจุบัน”

แอลม่า เลเซอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Soprano Titanium สู่ตลาดไทยในงาน Alma Gala 2026 ครั้งแรก พร้อมรุกวิสัยทัศน์ด้านเวชศาสตร์ความงามเพื่อความยั่งยืน

การจัดงาน”Alma Gala 2026″ ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Longevity” ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการตอกย้ำพันธกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นสนับสนุนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ท่ามกลางยุคสมัยที่เวชศาสตร์ความงามกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแก้ไขปัญหาผิวในระยะสั้น ไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพผิวที่ยั่งยืนและสมบูรณ์แบบจากภายใน

หลังจากปีที่ผ่านมา แอลม่า เลเซอร์ (ประเทศไทย) สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นจนทุบสถิติใหม่ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การดูแลสุขภาพผิวแบบองค์รวม เพื่อการดูแลผู้รับบริการในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 แอลม่า เลเซอร์ (ประเทศไทย) ยังคงปักหมุดหมายสำคัญในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยทางคลินิก และมุ่งมั่นพัฒนาวิชาชีพให้แก่บุคลากรในแวดวงความงามของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสู่ระดับสากล


พระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี โรลโมเดลศรีภรรยา ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและความมั่งคั่ง

เทพสูงสุดของฮินดูมีสามองค์ เรียกว่าตรีมูรติ คือพระพรหมเป็นผู้สร้าง พระวิษณุ หรือพระนารายณ์เป็นผู้ปกป้อง และพระศิวะเป็นผู้ทําลาย เทพแต่ละองค์ก็จะมีภรรยา ของตน โดยพระแม่ลักษมีเป็นชายาของพระวิษณุหรือพระนารายณ์ หนึ่งในพระแม่ ที่มีพลังสูงส่งและเป็นพลังของสามี

หากถามว่าพบรักกันได้อย่างไร มีอยู่วันหนึ่งเหล่าเทพได้จัดอีเวนต์ครั้งใหญ่อย่าง “กวนเกษียรสมุทร” เป็นเหตุการณ์ที่เทวดามีกําลังวังชาน้อยลงเนื่องจากโดนคําสาปของฤาษี ทําให้เหล่าอสูรมีพลังมากกว่า จึงไปขอให้พระนารายณ์ช่วย พระนารายณ์บอกว่าต้องใช้ น้ําอมฤตเพื่อเพิ่มพลังให้อยู่อย่างอมตะเท่านั้น วิธีคือต้องกวนทะเลน้ํานมเพื่อสร้างน้ําอมฤต และต้องใช้เขาพระสุเมรุกวนกันถึงพันปี แต่ระหว่างการกวนแรงสั่นสะเทือนอาจทําให้ โลกมนุษย์พังได้ พระนารายณ์จึงอวตารหรือแบ่งภาคลงมาเกิดเป็นเต่าเพื่อแบกเขาพระสุเมรุ ไว้บนหลัง เป็นฐานรองให้กวนน้ําต่อไป ระหว่างที่กวนก็เกิดของวิเศษ เช่น เพชร พระจันทร์ แม่โค ต้นไม้ และหนึ่งในนั้นก็คือพระลักษมี จึงถือว่าพระองค์เป็นเทพธิดา แห่งโชคลาภเงินทอง ความร่มรื่นในชีวิต พระนารายณ์จึงรับไปเป็นชายา

พระแม่ลักษมี

พระนางเป็นชายาที่รักและภักดีต่อสามีมาก มีเหตุการณ์วัดใจอยู่หลายครั้ง ครั้งหนึ่ง มีฤๅษีอยากวัดความเจ๋งและความใส่ใจของเทพ จึงเดินทางไปพบพระพรหมและพระศิวะ ซึ่งต้อนรับฤาษีไม่ดีเท่าไหร่ จึงเกิดความไม่พอใจ คนสุดท้ายที่ไปพบคือพระนารายณ์ ซึ่ง กําลังหลับอยู่ โดยมีพระแม่ลักษมีกําลังนวดเท้าให้ พระฤาษีปลูกดังขนาดไหน พระนารายณ์ ก็ไม่ตื่น จึงกระโดดถีบไปที่อกของพระนารายณ์ ปลุกแรงเบอร์นี้ แต่พระนารายณ์กลับ ตื่นมาให้การต้อนรับอย่างดี ไม่โกรธเคืองใด ๆ ฤาษีจึงรู้สึกว่าพระองค์มีคุณธรรม แม้สามีจะไม่โกรธ แต่พระแม่ลักษมีผู้เป็นชายาโกรธมากที่สามีถูกถีบ อารมณ์ เหมือนถูกหมิ่นเกียรติ จึงสาปพระฤาษีว่าต่อไปนี้พระนางจะไม่ไปเยี่ยมเยียนครอบครัว ของพราหมณ์และเลิกให้พรแล้ว เพราะปกติหน้าที่ของพระแม่ลักษมีคือเป็นสื่อกลางระหว่าง เหล่านักบวชกับพระนารายณ์ เมื่อนางไม่ไปเยี่ยม นักบวชก็ติดต่อกับเทพไม่ได้ ลาภก็หาย ฤๅษีจึงต้องขอโทษพระแม่ลักษมี แต่อย่างที่รู้กันว่าคําสาปอินเดียฤทธิ์แรงเว่อร์ แก้ไม่ได้ พระนางจึงหยวนให้โดยบอกว่าต้องทําพิธีบูชานางสม่ําเสมอถึงจะมาเยี่ยม เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นคนอินเดียบูชาพระแม่ลักษมีแบบจัดเต็มอยู่เรื่อย ๆ

นอกจากขอพรเรื่องความร่ำารวย คนยังนิยมขอเรื่องความรัก เพราะถือว่าพระองค์เป็นเทพีแห่งความร่ํารวย เมื่ออยู่คู่กับสามีที่จัดเจนในการปกปักรักษาก็ดูเป็นชีวิตคู่ที่ ราบรื่น อีกทั้งพระลักษมีเป็นมเหสีที่อยู่คู่กับสามีมาตลอด ถึงขั้นมีคํากล่าวว่าพระลักษมี จะไม่อยู่ที่ใดนาน หากที่นั่นไม่มีพระนารายณ์ประทับอยู่ และยังมีชาติหนึ่งที่ทั้งคู่ได้ กําเนิดเทพ ซึ่งก็คือกามเทพ การขอพรความรักจากพระแม่ลักษมีจึงดูมีพลังมาก แม้ชีวิตรักจะดูหวานชื่น ก็ยังมีบททดสอบความรักมาแทรกบ้าง มีฤาษีอยู่องค์หนึ่ง โกรธพระนารายณ์ที่เคยเสกหน้าตนเป็นลิงจนขายหน้า จึงสาปแช่งว่าถ้าพระนารายณ์
มีคนรักก็ขอให้พลัดพราก กลายเป็นเรื่องราวความรักอันโด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งคือรามเกียรติ์ ที่พระนารายณ์อวตารมาเป็นพระราม และพระลักษมีอวตารเป็นนางสีดา ชีวิตรักต้องพบ อุปสรรคมากมาย แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น วรรณกรรมเรื่องนี้สอดแทรกบทบาทหน้าที่ของ โรลโมเดลในการเป็นศรีภรรยาหลาย ๆ ด้าน

นางสีดาเป็นผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ซื่อสัตย์ และฟังสามีแต่เพียงผู้เดียว แม้ต้อง สละตนลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือโดนเนรเทศ นางก็ยอมทําทุกอย่าง พระลักษมีจึงเปรียบเสมือนตัวแทนภาพลักษณ์ภรรยาแสนดีของชาวอินเดียที่สามีหลายคนคงอยากให้เป็นทั้งร่ํารวยทรัพย์สิน รักและภักดีต่อสามี

แต่พอมาถึงยุคนี้ก็ชวนให้ตั้งคําถามว่าทําไมต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวนะ

เปิดวาร์ปตัวจริง 4 สตรีศรี BRIDGERTON ส่องตัวตนนอกจอ พร้อม BEAUTY PHILOSOPHY และไอเท็มโปรดของแต่ละสาว

แฟนของ BRIDGERTON ย่อมคุ้นเคยกับภาพสุภาพสตรีผู้ดีที่ทุกอิริยาบถต้องเป๊ะตามกฎสังคมยุครีเจนซี ตั้งแต่ท่วงท่า การวางตัว ไปจนถึงรอยยิ้มที่ต้องดู ‘เหมาะสม’ อยู่เสมอ

แต่เมื่อลองส่องตัวจริงของนักแสดงนอกจอ หลายคนกลับมีบุคลิกต่างจากคาแรกเตอร์ในเรื่องอย่างน่าสนใจ บางคนที่ดูขี้อายในซีรีส์ ตัวจริงกลับเป็นสายอารมณ์ดีของกองถ่าย ขณะที่บางคนที่ดูสุขุมเงียบขรึมบนจอ กลับเต็มไปด้วยพลังและเสน่ห์แบบเป็นกันเอง

เราจึงชวนมา เปิดวาร์ป 4 สตรีแห่ง BRIDGERTON จากซีซั่นล่าสุด ทำความรู้จักตัวตนนอกจอของพวกเธอให้มากขึ้น ทั้งมุมมองต่อความงาม เคล็ดลับการดูแลตัวเอง และไอเท็มโปรดที่ใช้จริง

เพราะหาก LADY WHISTLEDOWN ได้มาส่องชีวิตนอกจอของพวกเธอ เรื่องเล่าหน้ากระดาษในสังคมไฮโซอาจจะสนุกขึ้นอีกไม่น้อย

YERIN HA (@yerinha_)  
รับบท SOPHIE BAEK

นักแสดงเชื้อสายเกาหลีที่เติบโตในออสเตรเลีย เธอคือหนึ่งในดาวรุ่งเอเชียที่กำลังถูกจับตามองในวงการบันเทิงระดับโลก YERINมาจากครอบครัวสายการแสดง โดยคุณย่าของเธอเคยเป็นนักแสดงชื่อดังในเกาหลีใต้ ก่อนจะไปเรียนการแสดงอย่างจริงจังที่ NATIONAL INSTITUTE OF DRAMATIC ART (NIDA) ในซิดนีย์ตัวจริงของ YERIN ต่างจาก SOPHIE พอสมควร เพราะนอกจอเธอเป็นคนอารมณ์ดี พูดเก่ง ขี้เล่นและออกจะเป็นหัวโจกในกลุ่มเพื่อน  ในขณะที่ SOPHIE นั้นเงียบ สุขุม และเต็มไปด้วยความลึกลับ 

แต่กระนั้นเธอมองว่าเสน่ห์ของ SOPHIE อยู่ที่ความเข้มแข็งเงียบๆ ของผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนเพื่อยืนอยู่ในโลกที่ไม่ได้ใจดีกับเธอเสมอไป ซึ่งทำให้ SOPHIE ในเวอร์ชั่นของ YERIN ดูมีชีวิตและชวนเอาใจช่วยมากกว่าที่แฟนนิยายหลายคนคาดไว้

BEAUTY QUOTE

“สำหรับฉัน ความงามคือการที่คนๆ หนึ่งรู้สึกมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่”

BEAUTY TIPS

YERIN เป็นสาย SKIN-FIRST BEAUTY ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากกว่าการแต่งหน้า และชอบรูทีนแบบ K-BEAUTY เช่นการ DOUBLE CLEANSE และการใช้มาสก์เพื่อปลอบประโลมผิวหลังวันทำงานยาว ๆ

FAVORITE ITEMS

  • I’M FROM MUGWORT MASK:  มาส์กสมุนไพรที่เธอใช้เป็นประจำ เพราะช่วยปลอบประโลมผิวหลังวันถ่ายทำยาวๆ และทำให้ผิวดูสงบขึ้นทันที
  • LANEIGE LIP SLEEPING MASK: ลิปมาส์กที่ YERIN ชอบใช้ก่อนนอนเพื่อกู้ริมฝีปากให้กลับมานุ่ม หลังจากต้องแต่งหน้าและทาลิปหลายรอบในวันทำงาน
  • SHISEIDO EYELASH CURLER: ไอเท็มที่ขาดไม่ได้เพราะช่วยเปิดดวงตาให้ดูสดขึ้นทันทีแม้ในวันที่แทบไม่แต่งหน้า

ISABELLA WEI (@izabearlur) 
รับบท POSY LI

ISABELLA WEI คือหนึ่งในหน้าใหม่ของจักรวาล BRIDGERTON ที่แฟนๆ เริ่มจับตา หลังเธอรับบท POSY LI สาวสังคมผู้สดใสที่มักทำให้บรรยากาศในฉากดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที

ก่อนจะมาเป็นนักแสดง ISABELLA เริ่มต้นจากการเป็น นางแบบแฟชั่น และเคยเดินแบบให้แบรนด์หรูหลายแบรนด์ ก่อนจะค่อยๆ ผันตัวเข้าสู่งานแสดง ซึ่งเธอเคยเล่าว่าช่วงแรกๆ เธอแอบเขินมากเวลาต้องแสดงอารมณ์ต่อหน้ากล้อง

สิ่งที่แฟนๆ ชอบในตัวเธอคือความเป็น สาวขี้เล่นแบบธรรมชาติ ในอินสตาแกรมของเธอมักเต็มไปด้วยคลิปเบื้องหลังฮาๆ คลิปเต้นและโมเมนต์กับเพื่อนนักแสดง ถ้าใครอยากดูภาพสนุกๆ หลุดคาแรคเตอร์จากกองถ่ายนี้หาดูได้จากไอจีของ POSY นี่แหล่ะ

BEAUTY QUOTE

“ความสวยคือการที่คุณมั่นใจพอจะเป็นตัวเองได้เต็มที่”

BEAUTY TIPS

เคล็ดลับผิวใสของ ISABELLA คือ การพักผิวจากเมคอัพให้มากที่สุดในวันหยุด และโฟกัสที่สกินแคร์เรียบง่ายอย่างคลีนเซอร์ดีๆ มอยส์เจอไรเซอร์ และการดื่มน้ำเยอะๆ

FAVORITE ITEMS

 • SUMMER FRIDAYS JET LAG MASK: มาส์กกู้ผิวที่เธอชอบใช้หลังวันถ่ายทำยาวๆ เพราะช่วยให้ผิวดูสดขึ้นทันที

 • GLOSSIER CLOUD PAINT:  บลัชเนื้อบางเบาที่ให้ลุคแก้มระเรื่อแบบ  EFFORTLESS

 • LE LABO SANTAL 33: น้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้ที่เธอบอกว่าให้คาแรกเตอร์ชัดและติดทนนาน

KATIE LEUNG (@katieleung) 
รับบท LADY ARAMINTA GUN

สำหรับแฟนหนัง HARRY POTTER ชื่อของ KATIE LEUNG คงคุ้นเคยกันดีจากบท CHO CHANG แต่หลังจากนั้นเธอก็พัฒนาฝีมือการแสดงต่อเนื่องทั้งละครเวที ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ จนกลายเป็นนักแสดงที่มีเรนจ์การแสดงกว้างมากขึ้น

ใน BRIDGERTON กับบทบาท LADY ARAMINTA GUN สตรีผู้สุขุมและแฝงความทะเยอทะยาน นั้นค่อนข้างต่างจากตัวจริงของ KATIE ที่มักถูกเพื่อนร่วมงานบอกว่าเป็นคนอ่อนโยนและมีอารมณ์ขันแบบเงียบๆ

เธอเคยเล่าว่าการเติบโตในวงการตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เธอเรียนรู้ที่จะยึดมั่นในความคิด ความเชื่อของตัวเองมากขึ้น และจะไม่ปล่อยให้เสียงวิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์มากำหนดคุณค่าของตัวเอง

BEAUTY QUOTE

“ความมั่นใจสามารถเปลี่ยนวิธีที่คนอื่นมองคุณได้”

BEAUTY TIPS

เวลาผิวล้าจากการแต่งหน้าหนักๆ สิ่งที่ช่วยที่สุดคือ การพักผิวและการมาสก์หน้า เพราะผิวที่แข็งแรงคือพื้นฐานของทุกลุคเมคอัพ

FAVORITE ITEMS

 • DR. JART+ CICAPAIR CREAM:  ครีมปลอบประโลมผิวที่ KATIE ใช้เมื่อผิวระคายเคืองจากการแต่งหน้า

 • CHANEL ROUGE COCO BALM:  ลิปบาล์มสีบางๆ ที่ช่วยให้ลุคดูสดและเป็นธรรมชาติ

 • JO MALONE WOOD SAGE & SEA SALT:  กลิ่นสะอาดสดชื่นที่เธอใช้เป็นประจำ

HANNAH DODD (@hannahfkdodd)
รับบท FRANCESCA BRIDGERTON

HANNAH DODD นักแสดงชาวอังกฤษผู้รับบท FRANCESCA BRIDGERTON หนึ่งในพี่น้องตระกูล BRIDGERTON ที่มีบุคลิกสุขุม เงียบ และสังเกตโลกมากกว่าพูด

ก่อนเข้าสู่วงการแสดง เธอเคยเรียน THEATRE DANCE และทำงานเป็นนางแบบเพื่อช่วยจ่ายค่าเรียนเต้น ทำให้เธอมีพื้นฐานด้านการเคลื่อนไหวและการแสดงที่แข็งแรงตั้งแต่เบสิค

แม้ FRANCESCA จะเป็นตัวละครที่ดูอินโทรเวิร์ต แต่ HANNAH ตัวจริงกลับเป็นคนสบายๆ งานอดิเรกชิลๆ ที่เธอชอบคือการเรียนพิลาทิสกับเพื่อนๆ แล้วจบด้วยกาแฟหรือบรันช์เบาๆ เพราะเธอเป็น FOODIE ตัวจริงที่ชอบกินและชอบอยู่บ้านมากกว่าปาร์ตี้

BEAUTY QUOTE

“ฉันชอบเวลาที่ผิวดูโกลว์สุขภาพดี และยังเห็นกระเล็กๆ ของตัวเองอยู่”

BEAUTY TIPS

HANNAH เป็นสาย SKIN-FIRST BEAUTY ที่ชอบเมคอัพบางๆ เพื่อให้ผิวจริงยังดูเป็นผิวจริง โดยมักเน้นสกินแคร์และกันแดดก่อนทุกครั้งมากกว่าการแต่งหน้าเต็ม

FAVORITE ITEMS

 • CHANEL LES BEIGES HEALTHY GLOW FOUNDATION: รองพื้นสูตรบางเบาที่ให้ผิวดูโกลว์แบบธรรมชาติ

 • KIEHL’S BUTTERSTICK LIP TREATMENT SPF30: ปลอบประโลมริมฝีปากและปกป้องด้วย SPF

 • GLOSSIER FRAGRANCE: กลิ่นสะอาดนุ่มๆ ที่เธอชอบใช้ในวันสบายๆ


เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

FRED เปิดบทใหม่แห่งความเปล่งประกายของ Force 10 Rise กับตัวเรือนสีใหม่ล่าสุด

ในปี 2026 คอลเล็กชั่นไอคอนิก Force 10 ก้าวสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี พร้อมเผยโฉม Force 10 Rise ในตัวเรือนทองคำสีเยลโลว์โกลด์ที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม

FRED เปิดบทใหม่แห่งความเปล่งประกายของ Force 10 Rise กับตัวเรือนสีใหม่ล่าสุด

หลังเปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 ดีไซน์ Force 10 Rise ได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของคอลเล็กชั่น Force 10 ผ่านการตีความใหม่ที่ทั้งสง่างามและทรงพลัง โดดเด่นด้วยองค์ประกอบซิกเนเจอร์อย่าง สายเคเบิลและบักเคิลประดับเพชรพาเว่ ที่เชื่อมต่อกับเส้นสายเพชรเรียงตัวอย่างประณีต ผสานเส้นโค้งมนเข้ากับรูปทรงเรขาคณิตอย่างลงตัว

สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ในตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ มาพร้อมหลากหลายไอเท็ม ตั้งแต่แหวนวงเกลี้ยง สร้อยคอที่สามารถปรับรูปแบบการสวมใส่ได้ ไปจนถึงต่างหูทรงครึ่งวงกลม ต่างหูแบบห่วง และเอียร์คัฟที่สามารถสวมในตำแหน่งต่าง ๆ ได้ตามสไตล์ของผู้สวมใส่

คอลเล็กชั่นนี้ยังเปิดโอกาสให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ ไม่ว่าจะสวมเดี่ยวหรือสวมซ้อนกับ Force 10 Rise ในตัวเรือนพิงก์โกลด์และไวท์โกลด์ เพื่อสร้างลุคที่สะท้อนตัวตนได้อย่างโดดเด่น

ด้วยแรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งขององค์ประกอบไอคอนิก Force 10 Rise จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและพลังภายในที่เปล่งประกายผ่านดีไซน์อันเหนือกาลเวลา


ดร.ต้อง-พงษ์รพี

ดร.ต้อง-พงษ์รพี เผยบทเรียนชีวิต รักตัวเองให้เป็น แล้วชีวิตจะไม่พัง

“ท่ามกลางชีวิตคนเมืองที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน กรมสุขภาพจิตระบุว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของคนวัยทำงานกำลังเผชิญภาวะความเครียดสะสม และอีกกว่า 45 เปอร์เซ็นต์มีปัญหาความสัมพันธ์จากการละเลยจิตใจตัวเอง”

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งว่า ปัญหาหลายอย่างในชีวิตอาจไม่ได้เริ่มจากปัจจัยภายนอก แต่เริ่มจากความสัมพันธ์ภายในตัวเอง “ดร.ต้อง-พงษ์รพี บูรณสมภพ” นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ เชื่อว่าการรักตัวเองที่เริ่มจากการยอมรับความเป็นไปของโลกไปพร้อมๆ กับการเลือกคุณค่าที่หัวใจต้องการเป็นจุดตั้งต้นของชีวิตที่สมดุลและมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร


Self-love vs Selfish

“Self-love หรือการรักตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะในโลกแห่งความจริงมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เลือกชีวิตที่ดีที่สุด แต่พวกเขาเลือกใช้ชีวิตแบบมีคุณค่าและมีความหมาย เช่น หมอชนบทที่เลือกทำงานหนักในพื้นที่ห่างไกล หรือพ่อแม่ที่ยอมสละอนาคตของตัวเองเพื่อลูก สร้างภาพจำที่ดีให้กับผู้อื่นนั่นก็เป็นรูปแบบการรักตัวเองอย่างหนึ่ง

“การรักตัวเองเป็นคนละเรื่องกับความเห็นแก่ตัว หากมองผ่านกรอบแนวคิดเรื่องทิศทางชีวิตภายใน การ รักตัวเองคือการใช้ชีวิตในแบบ Inside Out หมายถึงเขาจะรู้สึกว่าชีวิตพอดี ลงตัว และพร้อมจะให้ความสุขกับตัวเองได้ เมื่อชีวิตภายในอยู่ในสภาพที่ดี ก็ไม่คาดหวังอะไรมากจากโลกภายนอก บางครั้งสามารถให้ผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไขด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้รู้สึกขาด แต่หากเป็นชีวิตที่เห็นแก่ตัว ชีวิตภายในของคนกลุ่มนี้มักรู้สึกว่ายังไม่พอ เช่น ยังดีไม่พอ ยังไม่ได้มากพอ หรือยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงพอ เรียกว่าเป็นชีวิตแบบ Outside In คือการแขวนความสุขและคุณค่าของตัวเองไว้กับโลกภายนอก นำไปสู่ความรู้สึกเห็นแก่ตัวโดยไม่รู้ตัว ฉะนั้นการรักตัวเองไม่ใช่การยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง แต่คือการมีชีวิตภายในที่สมบูรณ์พอจนไม่จำเป็นต้องเรียกร้องจากภายนอกเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง”

ดร.ต้อง-พงษ์รพี

Completed by Myself

ในด้านความสัมพันธ์ หลายคนเติบโตมากับความเชื่อที่ว่าการมีแฟนคือเงื่อนไขของความสุขและความโสดเป็นสถานะที่ถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ “ผมมองว่าคน Gen Y ขึ้นไปคิดแบบนี้เยอะ ด้วยความที่เขาเติบโตมาในยุคที่มองว่าความโสดคือทางเลือกสุดท้าย แต่พอหลังปี 2010 Gen Z เริ่มมีอิทธิพลทางความคิดมากขึ้นในเชิงวัฒนธรรม มุมมองเปลี่ยนไป ความโสดไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย แต่กลายเป็นทางเลือกแรก เพราะเขาเห็นพ่อแม่แต่งงานแล้วมีปัญหา แบกภาระของลูก เศรษฐกิจก็ไม่ดี ทำงานหนักทั้งคู่ กลับมาก็ทะเลาะกัน งานแต่งก็แพง ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมต้องมีทั้งหมดนี้ ในเมื่อไม่ได้ก่อให้เกิดความสุข ฉะนั้นความโสดสำหรับคนรุ่นนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ให้ตัวเองหาความสุข แล้วค่อยคิดเรื่องความสัมพันธ์ในวันที่พร้อมจริงๆ เด็กรุ่นนี้สอนให้ผมไม่คาดหวังกับตัวเองมากเกินไป ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองที่สุดและความสุขควรเป็นทางเลือกแรก ฉะนั้นการใช้ชีวิตคนเดียวไม่ได้แปลว่าขาด แต่หมายถึงเราเลือกดูแลตัวเองในแบบที่เหมาะกับชีวิตของเรามากที่สุด

“บางคนอาจเกิดคำถามตามมาว่าจะอยู่คนเดียวอย่างไรให้มีความสุข ปัญหาคือหลายคนกลัวความโสด เพราะกลัวว่าอยู่คนเดียวนานๆ แล้วฟุ้งซ่าน เบื่อ จึงอยากมีใครสักคนโดยไม่ต้องแต่งงานก็ได้ อันดับแรกต้องเปลี่ยนความเชื่อเหล่านี้ก่อน การจะโสดอย่างมีคุณค่าต้องเริ่มจากเข้าใจศิลปะของการอยู่กับตัวเองโดยไม่เบื่อ ต้องสนุกกับการดีดตัวเองออกจากความจำเจไปหาสิ่งที่ท้าทาย และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้ทั้งชีวิตของเราและคนอื่น ขอให้มองเป็นเสน่ห์ ซึ่งผมว่าไม่ยาก เพราะตัวผมเองก็ทำมา 50 กว่าปีแล้ว และยังมีความสุขที่ใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

“อาจเพราะผมทำงานเป็นนักบำบัดได้ช่วยคนจำนวนมาก ได้นั่งฟังชีวิตและร่วมเดินทางไปกับเขาทั้งสุขและทุกข์ ได้เห็นน้ำตาและคนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ค่อยๆ กลับมายืนได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและให้ความสุขเยอะมาก ข้อดีอีกอย่างของการเป็นโสดคือมีเวลาเยอะมาก สามารถแชร์เวลาให้คนรอบตัวได้เต็มที่ เช่น เพื่อนผมที่อยู่ต่างประเทศเป็นทุกข์ก็บินไปหาเลย เพื่อนั่งฟังและให้กำลังใจกัน ขณะที่คนมีครอบครัวหรือมีภาระมากๆ อาจทำแบบนี้ได้ยาก แต่ผมใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ทำให้เห็นชัดว่าความโสดจะมีเสน่ห์ก็ต่อเมื่อตั้งธงกับตัวเองได้ว่าจะออกแบบชีวิตความโสดให้มีความสุขได้อย่างไร”

สำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ซึ่งมีความคาดหวังให้อีกฝ่ายเป็นผู้เติมเต็ม ทุกอย่างในชีวิต ดร.ต้องเล่าถึงประเด็นนี้ว่า “ผมเห็นความสัมพันธ์แบบนี้เยอะมากเวลาที่เราไปเจอคนไม่รักตัวเองและต้องการให้เราเป็นคนเติมเต็มชีวิตทั้งหมดให้เขา พูดง่ายๆ คือขาดเราเหมือนขาดใจ ความอันตรายเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันที่เราเป็นแฟนกับเขา และอาจถึงขั้นทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ หากเลิกกัน บางกรณีรุนแรง ถึงขั้นคิดว่าไม่มีเราขอตายดีกว่า 

“เพราะฉะนั้นเวลามีความรัก สิ่งหนึ่งที่ต้องมั่นใจให้ได้คือ ต่อให้วันหนึ่งไม่มีกัน ต่างฝ่ายจะยังภูมิใจในตัวเองและไปต่อกับชีวิตได้ เพราะเราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะยั่งยืนแค่ไหน แน่นอนว่าความรักควรถูกเติมเต็มบ้าง เช่น มีเขาแล้วอบอุ่น สนุกขึ้น เก่งขึ้น เพราะมีแรงผลักดัน แต่ต้องไม่ใช่การเติมเต็มในระดับรากฐานชีวิต ทั้งเขาและเราต้องยืนได้ด้วยตัวเอง อาจเหงาแต่ไม่พัง ถ้าจุดนี้ยังทำไม่ได้ ผมมองว่าอย่าเพิ่งมีใครเลยครับ แต่ถ้าเผลอเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้นแล้ว ต้องกล้าพูดกันตรงๆ และพาไปหาผู้เชี่ยวชาญทันที เราควรเป็นนักซัพพอร์ต แต่ไม่ควรเป็นนักบำบัด เพราะท้ายที่สุดเราจะทำให้เขาป่วย และเขาก็จะทำให้เราป่วยเช่นกัน”


Under Pressure

ท่ามกลางยุคโซเชียลมีเดียที่มีแต่ความคาดหวังถาโถม การรักตัวเองของคน รุ่นใหม่กลายเป็นเรื่องยาก “ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากกว่าโลกออฟไลน์ ยิ่งเจอกับบริบทเศรษฐกิจที่ผันผวน คนตกงานเยอะ ตลาดงานแข่งขันสูง หลายคนต้องยอมเป็นฟรีแลนซ์หรืออยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคงมากขึ้น ความภูมิใจในตัวเองกลายเป็นสิ่งที่สร้างได้ยาก ทำให้การรักตัวเองของคนรุ่นใหม่ซับช้อนกว่าที่เคย

“ผมรู้จักน้องคนหนึ่งที่เก่งด้านไอทีมาก แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้เขาต้องออกจากงาน ต้องพึ่งเงินของแม่ ในฐานะลูกผู้ชายเขาไม่ภูมิใจในตัวเองเลย เขาจึงเดินทางไปเกาหลีเพื่อทำงานที่ไม่ถนัด แต่เป็นงานที่ตลาดต้องการ เขาศึกษาและตั้งใจทำอย่างจริงจังจนสามารถเก็บเงินส่งกลับบ้านหลักแสนต่อเดือน นั่นคือวันที่เขาภูมิใจในตัวองที่สุด ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ในวันนี้อาจต้องยอมรับเงื่อนไขชีวิตเหล่านี้ อย่างแรก คือการออกจากงานที่สบาย เพราะโจทย์เศรษฐกิจยากขึ้น สองคือการท้าทายตัวเอง ยอมลำบากช่วงหนึ่งเพื่อปรับตัวให้เข้ากับตลาดงาน แทนที่จะรอให้ตลาดงานมาปรับเข้าหาเรา แม้จะต้องฝืนหรือเหนื่อย แต่ถ้าช่วยแก้ปัญหาครอบครัว ลดการะ หรือทำให้กลับมารู้สึกดีกับตัวเองอีกครั้ง ต่อให้เป็นเพียงช่วงเวลา 2-3 ปีก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะในยุคนี้การยอมรับตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนจำเป็นต้องพักความฝันไว้ชั่วคราวเพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็นความจริงที่เราทุกคนต้องเข้าใจ”

ดร.ต้อง-พงษ์รพี

Learn to Accept, Learn to Heal

“เมื่อชีวิตเจอปัญหา สิ่งแรกที่ผมอยากแนะนำคืออย่าโกหกตัวเองด้วยการบอกว่าโอเค ทั้งที่ความจริงไม่โอเคเลย อย่ากลบความรู้สึกด้วยคำพูดบวกๆ แต่ให้ค่อยๆ ถอยออกมาเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร บางครั้งอาจเกิดจากเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เช่น การสูญเสียกะทันหัน อย่างกรณีของผม ช่วงสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ ผมไม่ได้อยู่กับท่านในวินาทีสุดท้ายทั้งสองครั้ง ทำให้เราโทษตัวเอง เพราะไม่มีโอกาสได้จับมือ สบตา หรือเห็นใบหน้าครั้งสุดท้าย รู้สึกเสมอว่าเราทำหน้าที่ลูกได้ไม่สมบูรณ์หรือเปล่า จนเริ่มมีอาการเหม่อบ่อย ไม่กล้าผูกพันกับใครมากเพราะกลัวการจากลา

“ความรู้สึกแบบนี้ใครเจอก็ต้องรู้สึก ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ในฐานะที่เราทำงานด้านจิตวิทยา จึงรู้ว่าถ้าตอกย้ำตัวเองไปเรื่อยๆ จะพาเราไปสู่พื้นที่ที่ลึกและมืดมนกว่า ต้องถอยเพื่อพาตัวเองออกจากความรู้สึกผิด ถามตัวเองว่าถ้ามองจากมุมของคุณพ่อคุณแม่จะมองเราอย่างไร ภาพจำของความเป็นลูกไม่ใช่แค่ภาพสุดท้ายที่ได้จ้องตากันก่อนจาก แต่คือความดี ความรัก และความตั้งใจที่ทำให้กันตลอด เรามีภาพความรักจำนวนมากที่ได้สร้างร่วมกัน และภาพเหล่านั้นก็เดินทางไปกับท่านแล้ว ไม่ได้หายไปไหน ผมจึงค่อยๆ ดึงตัวเองกลับมาได้ นี่เป็นตัวอย่างของการรักตัวเอง ซึ่งไม่ใช่การไม่รู้สึกผิด ไม่เสียใจ หรือไม่โทษตัวเองเลย แต่คือการรู้เท่าทันว่ากำลังทำร้ายตัวเองอยู่ และเลือกจะกลับมามองตัวเองด้วยความเมตตาอีกครั้ง

“ผมเชื่อว่าแทบไม่มีใครรักตัวเองได้ตลอดเวลา ทุกคนต้องมีโมเมนต์ที่เผลอลืมดูแลใจตัวเอง หรือรู้สึกผิดกับบางอย่างที่ทำพลาดไป เมื่อใดที่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยชี้ทางออกได้ 

“ผมเชื่อว่าแท้จริงแล้วเราทุกคนคือผู้เชี่ยวชาญชีวิตของตัวเอง หลายคนที่เข้ามาปรึกษามักคิดว่าผมคือคนที่รู้ดีที่สุด แต่จากประสบการณ์การทำงาน ทำให้เห็นชัดว่าคนที่รู้จักชีวิตของตัวเองดีที่สุดคือคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองทุกวัน หน้าที่ของผมคือการอำนวยความสะดวกให้เขาได้กลับไปฟังเสียงหัวใจตัวเองอีกครั้ง วันที่ใครคนหนึ่งกล้าภูมิใจในตัวเอง กล้าเผชิญหน้าและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าเอาชีวิตตัวเองอยู่ และนั่นคือวันที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

“สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากความศรัทธาในตัวเองและยอมรับว่า ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เพียงแค่เป็นคุณในเวอร์ชั่นที่หัวใจใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ฝืน นั่นคือ ชีวิตที่ดีที่สุดของคุณครับ”

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ในนิตยสารแพรวฉบับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 

ไอเท็มต้องมี! สำรวจ 9 East West Bag กระเป๋าทรงยาว ซิลลูเอตของความชิค

กำลังเป็นหนึ่งในซิลลูเอตกระเป๋าที่มาแรงกับ East West Bag ที่หลายแบรนด์ระดับลักชัวรี่หยิบกระเป๋าทรงยาวกลับมาตีความใหม่

ครั้งนี้จึงได้เวลาที่ แพรว จะพาทุกคนไปสำรวจ 9 กระเป๋ารูปทรงแนวนอน ไอเท็มที่เสริมให้ลุคโดยรวมดูชิคโดยไม่ต้องพึ่งดีไซน์ซับซ้อน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่ยังจุของได้เยอะ อีกท้้งยังสะพายไหล่หรือถือก็ได้

CHANEL
SS 2026 Small Shopping Bag (230,500 THB)

เริ่มต้นด้วยกระเป๋าโท้ทที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย รุ่นนี้โดดเด่นด้วยหนังลูกวัวลายเกรนสีดำ ตัดกับอะไหล่สีทองและลายควิลต์ซิกเนเจอร์ พร้อมโลโก้ Double C ที่เพิ่มความหรูหราอย่างลงตัว ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในผลงานจาก Spring/Summer 2026 คอลเล็คชั่นแรกของ Matthieu Blazy กับชาเนลอีกด้วย ถือว่าเป็นไอเท็มที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แฟชั่นเลยทีเดียว

LOEWE
Amazona 31 Cropped Bag in Grained Nubuck (139,500 THB)

ต่อมา เรียกว่าเป็นตำนานที่กลับมาอย่างสง่างามกับ Amazona ในซิลลูเอตใหม่ที่ยาวขึ้นเล็กน้อย ให้ลุคดูโมเดิร์นมากขึ้น ตัวกระเป๋าตัดเย็บจากหนังลูกวัวลายเกรนและนูบัคที่ให้สัมผัสนุ่มลึก พร้อมกุญแจล็อกซิกเนเจอร์และสายสะพายยาว เพิ่มกิมมิกด้วยลายปั๊ม Anagram อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ กระเป๋าใบนี้สามารถเอาอยู่ทั้งวันทำงานและวันชิลๆ

McQueen
The Farringdon Bag (90,700 THB)

กระเป๋าทรงยาวที่ได้ชื่อรุ่นมาจากย่าน Farringdon ซึ่งเป็นที่ตั้งของแบรนด์ ถ่ายทอดความร่วมสมัยผ่านซิลลูเอตเฉียบคม เปิดตัวครั้งแรกบนรันเวย์ Autumn/Winter 2025 ผลิตจากหนังลูกวัวลายเกรน พร้อมฮาร์ดแวร์สีทอง และสายเข็มขัดหนังที่ได้แรงบันดาลใจจากดีเทล Harness อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เพิ่มความเท่แต่ยังคงความลักชัวรี่ไว้อย่างลงตัว

Chloé
Paddington Bag (88,000 THB)

การกลับมาของกระเป๋าไอคอนิกจากยุค 2000s ที่แฟชั่นนิสต้ายังคิดถึง รุ่น Paddington ยังคงเอกลักษณ์ด้วยกุญแจขนาดใหญ่ด้านหน้า เสริมดีเทลสายเข็มขัดและหมุดโลหะรอบตัวกระเป๋า เพิ่มกลิ่นอายโบฮีเมียนแบบสาว Chloé ได้อย่างชัดเจน ใครชอบลุควินเทจผสมลักชูรีต้องมีไว้ในคอลเล็คชั่น

    DIOR
    Miss Caro Top Handle Pouch (87,000 THB)

    ความเรียบหรูที่มาพร้อมดีเทลชั้นเลิศ! กระเป๋าถือหนังแกะสีดำตกแต่งลาย Macrocannage อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมเสน่ห์ด้วยตัวล็อก CD Twist Clasp สีทอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตราประทับบนขวดน้ำหอมของ Christian Dior ใบเล็กแต่เต็มไปด้วยความคลาสสิกและหรูหรา

    LOUIS VUITTON
    Squire East West (84,000 THB)

    แรงบันดาลใจจากกระเป๋า Alma ปี 1934 ถูกตีความใหม่ในรูปทรง East–West ที่ดูโมเดิร์นและเพรียวยาวขึ้น ตัวกระเป๋าผลิตจากโมโนแกรมแคนวาสอันเป็นเอกลักษณ์ แต่งขอบหนังเรียบและประดับแม่กุญแจสีทอง เพิ่มความหรูหราสไตล์คลาสสิกแบบ Louis Vuitton ที่ไม่มีวันตกยุค

      GIVENCHY
      Small Antigona East-West Bag (83,000 THB)

      อีกหนึ่งซิลลูเอตทรงยาวที่ดูทันสมัย โครงสร้างแบบโอริกามิทำให้กระเป๋าดูมีมิติ ผลิตจากหนังลูกวัวทั้งแบบขัดผิวและลายเกรน เพิ่มความโดดเด่นด้วยห่วง D-Ring ที่ทำหน้าที่เชื่อมสายสะพาย พร้อมแพตช์ทรงห้าเหลี่ยมพร้อมโลโก้ Givenchy ที่แฟนแบรนด์คุ้นตา

      BALENCIAGA
      Le City Bag East-West (78,500 THB)

      ไอคอนสายสตรีทกลับมาอีกครั้ง Le City ที่ต่อยอดจาก Motorcycle Bag ยุค 2000s ถูกปรับให้มินิมอลและร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายความเท่ผ่านฮาร์ดแวร์โทนวินเทจและเชือกหนังถักบริเวณปลายซิป ใบเดียวก็ให้ลุคแฟชั่นนิสต้าสายเท่ได้ทันที

      MAISON MARGIELA
      Belt Shoulder Bag (68,000 THB)

      สุดท้าย กระเป๋าสะพายใบเล็กที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ ผลิตจากหนังเงาเนื้อย่นผสานหนังลูกวัว หูจับด้านบนมาในรูปแบบสายเข็มขัดที่สามารถปรับความยาวได้ พร้อมดีเทล “ด้ายสี่มุม” อันเป็นสัญลักษณ์ของ Maison Margiela ที่ทำหน้าที่แทนโลโก้แบบดั้งเดิม

      ใครกำลังมองหากระเป๋าใบใหม่ที่ทั้งแฟชั่นและมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว East-West Bag ถือเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะช่วยเติมลุคให้ดูชิคแล้ว ยังเป็นไอเท็มที่หยิบมาใช้ได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องกลัวตกยุคอีกด้วย


      ภาพ: Chanel, Loewe, McQueen, Chloé, Dior, Louis Vuitton, Givenchy, Balenciaga และ Maison Margiela

      Crossbody Bag จากกระเป๋าคนทำงาน สู่ไอเท็มแฟชั่นระดับโลก

      หากย้อนกลับไปดูดีไซน์เครื่องหนังแบรนด์ดังเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราอาจไม่ได้เห็นกระเป๋าสะพายข้างแบบ Crossbody Bag ในซอกมุมของคอลเล็คชั่นซีซั่นไหนแน่ ๆ ในขณะที่ปัจจุบัน เรามักจะได้ยินประโยคฮิตยามต้องตัดสินใจซื้อกระเป๋าในช็อปแบรนด์ดังว่า “กระเป๋าใบนี้มีสายยาวสำหรับสะพายข้างด้วยนะคะ” อยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่าคำพูดนี้ทั้งเรียกความสนใจ และชวนให้นึกถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน

      Crossbody Bag จากกระเป๋าคนทำงาน สู่ไอเท็มแฟชั่นระดับโลก

      ในยุคที่ความเฟื่องฟูของเศรษฐกิจถดถอยลงทั่วโลก ไม่ว่าผู้ซื้อจะได้ใช้กระเป๋าหนึ่งใบมากกว่าหนึ่งแบบหรือไม่ก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า Crossbody Bag คือกระเป๋าที่อยู่ตรงกลางระหว่างโลกแฟชั่นและความมีฟังก์ชันที่แท้จริง

      สำหรับความเป็นมาของกระเป๋าทรงสะพายข้าง ต้องบอกว่าหน้าที่ดั้งเดิมนั้นมีไว้ตอบโจทย์การใช้งานของคนชนชั้นแรงงานหรือนักเดินทางที่ต้องพกพาข้าวของไปยังที่ต่าง ๆ ในยุคโบราณ ส่วนมากกระเป๋าครอสบอดี้ในยุคนั้นมักทำขึ้นมาจากผ้าและหนังสัตว์ที่หามาได้ จุดเด่นของกระเป๋าแบบนี้คือความจุและความสะดวกสบายในการใช้งาน เพราะการสะพายครอสบอดี้นั้นช่วยให้กระเป๋ากระชับติดกับลำตัว ไม่ไหลตกเหมือนการสะพายไหล่ ทำให้เจ้าของกระเป๋าสามารถใช้งานมือทั้งสองข้างได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหน

      กระเป๋าครอสบอดี้แพร่หลายมากขึ้นเมื่อชาวตะวันตกเริ่มขี่จักรยาน บรรดาบุรุษไปรษณีย์หรือเด็กส่งของจึงนิยมสะพายกระเป๋าเพื่อนำส่งจดหมายหรือพัสดุตามบ้าน กำเนิดเป็นกระเป๋าเมสเซนเจอร์ที่มักทำจากหนังและตัดเย็บอย่างดีเพื่อความทนทาน นอกจากนี้ยังเริ่มมีฝาปิดกระเป๋าพาดปิดมาด้านหน้าเพื่อป้องกันของหล่นหาย รวมถึงถูกนำมาใช้งานกับบรรดานักเดินทางที่ต้องเดินทางข้ามเมืองข้ามทวีปมากขึ้น

      เพียงแต่สมัยนั้นกระเป๋าสะพายข้างถูกมองว่ามีประโยชน์ในการบรรจุของเท่านั้น ไม่ได้มีคุณค่าทางสุนทรียภาพมากนัก กระทั่งดีไซเนอร์แบรนด์ดังทั้งหลายบรรจงโปรยความคิดสร้างสรรค์และผลิตกระเป๋าขึ้นมาจากวัสดุระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี กลายเป็นกระเป๋าใบโก้ที่ดูดีทั้งรูปลักษณ์และยังเสริมด้วยฟังก์ชันการใช้งานรอบด้าน ส่งผลให้กระเป๋าครอสบอดี้กลายเป็นหนึ่งในกระเป๋าคลาสสิกที่บรรดาแฟชั่นนิสต้าและผู้คนต้องมีติดตู้ไว้ เพราะครบเครื่องทั้งการใช้งานและสไตล์ที่แมตช์ได้ง่าย

      โดยหากจะให้พูดถึง It-bag หลายใบที่เป็นตัวจุดประกายเทรนด์นี้ ก็คงต้องเริ่มจากแบรนด์ดังฝั่งอเมริกาเมื่อประมาณปี 2010 อย่างกระเป๋ารุ่น PS1 จาก Proenza Schouler ที่ดีไซน์คล้ายกระเป๋าใส่เอกสาร รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฝาปิดมาด้านหน้าและตัวล็อกตรงกลาง แต่มีความซับซ้อนกว่า ทั้งการออกแบบเลเยอร์ของกระเป๋าให้ดูมีความแพรวพราว ลดความเป็นทางการลงไป และด้วยการเลือกใช้หนังแบบพรีเมียมอย่างหนังลูกวัวที่มีความนุ่มหรือหนังกลับที่ดูมีสไตล์ เหมาะกับการแมตช์คู่กับการแต่งตัวสไตล์โบโฮที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนั้นเป็นอย่างดี

      ไม่ใช่แค่นั้น หากแต่กระเป๋า PS1 ยังกลายเป็นที่ต้องตาของฝาแฝดนักแสดงและสไตล์ไอคอนคนดังของยุคนั้นอย่าง Ashley และ Mary-Kate Olsen ที่หยิบมาถือบ่อย ๆ ส่งผลให้กระเป๋ารุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการสุด ๆ ในช่วงนั้น จนเกิดกระเป๋ารุ่นน้องที่ตามมาติด ๆ เป็น PS11 ที่มีดีไซน์เป็นทางการกว่า แต่บอกเลยว่าดังไม่แพ้กัน

      ด้านแบรนด์ Alexander Wang ก็มี Rocco Duffle กระเป๋าใบอ้วนที่มีความเท่เหลือเกินจากลุคที่ดูสมบุกสมบัน โดยตัวกระเป๋าทำมาจากหนังที่หนาและหนักกว่ากระเป๋าใบอื่น ๆ ที่เคยเห็นในช่วงนั้น แถมประดับหมุดโลหะขนาดใหญ่ที่ด้านใต้กระเป๋า แต่กลายเป็นกระเป๋าที่เหล่าโมเดล Off-duty ถือกันจนชินตาในแฟชั่นวีคช่วงนั้น เช่นเดียวกับฝั่งคนดังระดับเอลิสต์มากมายที่ถูกปาปารัซซี่ถ่ายภาพพร้อม It-bag ใบนี้

      ข้ามมาฝั่งยุโรป ในเวลาไล่เลี่ยกันก็มี กระเป๋า Alexa จากแบรนด์ Mulberry ที่มีดีไซน์และความโด่งดังคล้ายกับ PS1 ทั้งการหยิบรูปทรงมาจากกระเป๋าทำงานของผู้ชาย และใช้หนังเนื้อสัมผัสนุ่มในการทำเหมือนกัน หากแต่มีความเป็นเฟมินีนกว่า โดยกระเป๋าใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์โบโฮอันโดดเด่นของ Alexa Chung นางแบบสาวและสไตล์ไอคอนคนดัง จึงได้ตั้งชื่อกระเป๋าตามชื่อเธออีกด้วย ทำให้ทั้งคนและกระเป๋าขึ้นแท่นเป็นไอคอนิกในโลกแฟชั่นไปด้วยกันเลยทีเดียว

      ในซีซั่นต่อ ๆ มาเราก็เริ่มได้เห็นแบรนด์หรูอื่น ๆ เติมสายสะพายยาวให้กับกระเป๋ารุ่นดังของตัวเอง เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานแบบครอสบอดี้ อย่างกระเป๋า Speedy ของ Louis Vuitton, Galleria ของ Prada, Lady Dior ของ Dior นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าครอสบอดี้สไตล์ใหม่ ๆ อย่างกระเป๋า Trio จาก Celine หรือกระเป๋า Antigona จาก Givenchy ที่มาพร้อมแนวมินิมัล เรื่อยไปจนถึงแนวโบฮีเมียนอย่าง Jackie 1961 จาก Gucci รวมถึงแนวหรูหราเน้นโชว์ความประณีตของงานปักด้วยมือเป็นลวดลายสุดสวยงามอย่างกระเป๋ารุ่น D-Lite จาก Dior

      สำหรับซีซั่นนี้ เทรนด์ที่จะมาแรงแบบตะโกนในหมวดหมู่กระเป๋าคือ หนังกลับ รวมถึงดีเทลอย่างงานจับระบายหรือ Fringe ก็กลับมาหวนคืนสู่กลิ่นอายโบฮีเมียนอีกครั้ง อย่างที่ปรากฏให้เห็นในแบรนด์ Bottega Veneta, Prada, Dior, Valentino และ Isabel Marant เป็นต้น

      อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจากการเป็น “เทรนด์” ที่หมายถึงความนิยมที่คงอยู่ได้เพียงไม่กี่ซีซั่น สู่การเป็นที่นิยมตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบันของกระเป๋าครอสบอดี้นั้น ไม่ได้เกิดจากแบรนดิ้งและคนดังเท่านั้น แต่เป็นเพราะความเหมาะสมในการใช้งานที่เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนส่วนมาก ที่เร่งรีบและมีความพยายามจะ Multi-tasking มากขึ้น

      เมื่อเราต้องการให้มือว่างจากการถือกระเป๋า ก็เพียงคล้องไว้กับไหล่แล้วจับพาดลงมาบนตัว ทำให้สามารถหยิบของใช้ได้อย่างสะดวก ส่วนมือที่ว่างอยู่ก็กดสมาร์ตโฟน ถือแก้วกาแฟชิค ๆ ไปพร้อมกันได้อีก

      นี่แหละแฟชั่นที่มาพร้อมฟังก์ชัน


      The Soul Resort สระบุรี

      The Soul Resort สระบุรี หมุดหมายแห่ง Luxury Wellness Destination

      ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของลักซ์ชัวรี่เวลเนส อย่างแท้จริง The Soul Resort สระบุรี รีสอร์ตกลางหุบเขาที่ตั้งตระหง่านด้วยพลังแห่งความสงบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Luxury Wellness Destination มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เน้นการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ค้นพบความหมายของชีวิตและความสงบที่แท้จริง ด้วยหลักความสมดุลแห่งธรรมชาติ และความสุขแบบองค์รวม 

      เดียร์-ดร.ดวงวรรณ บุนนาค’ กรรมการบริหาร กล่าวถึงที่มา แนวคิด และแรงบันดาลใจของการรังสรรค์ The Soul Resort สระบุรี ว่า “เรามีความตั้งใจอยากรังสรรค์ The Soul Resort สระบุรี ให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการมอบประสบการณ์แห่งความสุขสงบอันแสนประณีตและล้ำลึก ที่จะทำให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึงพลังงานอันสมดุลทั้งทางกายและทางใจ ฟื้นฟูพลังชีวิต พักผ่อนจากโลกธุรกิจที่แสนวุ่นวาย รีเซ็ตอารมณ์และจิตใจ เราใส่ใจรายละเอียดทุก Journey ของการมาเยือน ตั้งแต่การตกแต่งภายในและภายนอกที่ผสานกับขุนเขาอันยิ่งใหญ่ตระการตา รวมถึงการต้อนรับและการให้บริการที่อบอุ่นเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจ สร้างสมดุลชีวิต และชาร์จพลังกลับไปอย่างสมบูรณ์แบบ“

      เดอะโซลตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของภูเขาและทุ่งหญ้า โอบล้อมด้วยพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติที่สามารถสัมผัสได้จริง การออกแบบของรีสอร์ตผสมผสานศิลปะตะวันออกและสัญลักษณ์ของตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด ‘Best of East meets Best of West’ ผสมผสานความงามหลากมิติของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่เป็นส่วนผสมของศิลปะไทยและยุโรป ภูมิทัศน์สีเขียวโดยรอบยังสะท้อนถึงพลังแห่งธรรมชาติ พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์การ Healing อย่างแท้จริง ทั้งบรรกาศยามเช้าขณะพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นยอดเขาซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก และในช่วงเย็นสามารถเพลิดเพลินกับภาพท้องฟ้าสีสันสวยงามตัดกับเส้นขอบฟ้าท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่ Petra Dining and Pool Bar พร้อมชมดาวในยามค่ำคืนที่งดงามและแสนโรแมนติก

      ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน ผสมกลมกลืนหลากหลายสไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลังคาแบบไทยประยุกต์ด้านไม่เท่า ทำให้ตัวอาคารมีลักษณะสูงต่ำไม่เท่ากัน เกิดแนวลาดอันงดงามและมีมิติ หรือการนำศิลปะคลาสสิกของฝั่งตะวันออกมาประยุกต์เข้ากับฝั่งตะวันตก ทำให้เราเห็นหลากหลายองค์ประกอบที่ให้กลิ่นอายความเป็นจีน ซึ่งเปรียบเหมือนต้นแบบอารยธรรมตะวันออก ขณะเดียวกันก็สอดแทรกด้วยสไตล์นีโอคลาสสิกจากฝั่งตะวันตก ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

      สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักเชอรี เวลเนส อย่างแท้จริง

      ค้นพบความสงบทั้งกายและใจผ่านโปรแกรมซิกเนเจอร์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น The Soul Wellness & Digital Detox Retreat, Cell Reboot Program, Rebalancing program ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย อาทิ การนวดแบบ Digital Detox Retreat การเดินสมาธิ หรือ Walking meditation เชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ เพื่อถ่ายเทประจุพลังงานลบกราวนด์ดิ้งลงสู่พื้นดิน ท่ามกลางขุนเขาและผืนหญ้าอันแสนชุ่มฉ่ำ รวมถึง โยคะริมเขา การเดินชมธรรมชาติ (Nature Trail), มวยไทย, การบำบัดด้วย Crystal Bowl / Sound Healing, Ice Bath ฟื้นฟูกล้ามเนื้อและลดอาการปวด เพิ่มภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เอนจอยกับการว่ายน้ำที่ Sky Pool พร้อมวิวใกล้ชิดภูเขา สปา การปั่นจักรยาน (Biking Culture Tour) ปีนเขา (The Soul Escape) บนเทือกเขาหินปูนอายุกว่า 270 ล้านปี ขุมสมบัติทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณดึกดำบรรพ์และสัตว์หายาก อาทิ ต้นปรงสระบุรีพันปี เลียงผา ฯลฯ ตลอดจน Mindful Pinto Lunch ซึ่งเป็นการฝึกรับประทานอาหารอย่างมีสติ เรายังมีมุม Hermit Hut ให้คุณได้ผ่อนคลายเอนตัวลงอ่านหนังสือ หรือใช้เวลาส่วนตัวได้อย่างไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์การ Healing อย่างแท้จริง

      นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Mindful Camp สำหรับเด็กๆ ได้ฝึกสติ พัฒนาจิตใจและรู้เท่าทันอารมณ์ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

      สุนทรีภาพแห่งการพักผ่อนและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

      ห้องพักทั้งหมด 35 ห้อง แบ่งเป็น 3 รูปแบบได้แก่ Pristine Deluxe, Charisma Premiere Deluxe และ The Soul Suites พร้อมวิวภูเขาแบบพาโนรามาทุกห้อง ภายในห้องพักทุกห้องเลือกใช้ผ้าไหมแท้สีเขียวปีกแมลงทับเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้แก่จิตใจ งดงามด้วยศิลปะวาดมือลายดอกโบตั๋น และภาพวาดอะคริลิก และมุมนั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูจิตใจให้ปลอดโปร่งและสงบ

      ห้องอาหารพิมพิมาน Pim-Piman Restaurant ยกระดับอาหารไทยตำรับดั้งเดิม พร้อมนำเสนออาหารนานาชาติร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการสอดแทรกความเป็นไทยผ่านการประดับตกแต่งอย่างประณีต ตั้งแต่โคมไฟร้อยมาลัยอันแสนวิจิตร ภาพวาด และชฎาที่จัดแสดงได้อย่างโดดเด่น เพื่อเชิดชูคุณค่าแห่งความเป็นไทย

      The Harmony Library and Tearoom ห้องดื่มชาริมเขาที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Symphony of Color ช่วยเติมพลังและปรับสมดุลให้กับทั้งจิตใจและร่างกาย ผ่านศาสตร์แห่งสีบำบัด (Color therapy ที่นำแม่สีมาเติมเต็มธาตุในร่างกายให้ชุ่มฉ่ำด้วยพลังจากธรรมชาติ อาทิ สีแดง เพิ่มพลังให้กับจิตใจ สีเขียวคือตัวแทนธรรมชาติ ให้ความสงบ ผ่อนคลาย และสีเหลือง ให้ความมีชีวิตชีวา เป็นต้น

      Petra Dining and Pool Bar เอนจอยดินเนอร์สุดพิเศษ พร้อมจิบเครื่องดื่มท่ามกลางพระอาทิตย์ตกอย่างละมุน และเพลิดเพลินกับหมู่ดาวในมุมมอง 360 องศา ราวกับท้องฟ้าทั้งหมดมารวมกันเป็นผืนเดียว โดยแบ่งโซนไว้เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และระเบียงกว้างขวางสำหรับเดินหรือนั่งชมวิวได้ตามอัธยาศัย

      Pimdheva Spa สปาที่งดงามบน Sky Deck นำเสนอ Signature Program โปรแกรมการนวดต้นตำรับแบบไทยผสานศาสตร์การดูแลสุขภาพจากยุโรป รวมถึง Digital Detox ที่ช่วยผ่อนคลายการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าลบและของเสียออกจากร่ายกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรม

      ไม่เพียงแต่การพักผ่อนภายในรีสอร์ตเท่านั้น บริเวณโดยรอบของ The Soul Resort ยังโอบล้อมด้วยหมุดหมายการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งสายวัฒนธรรมอย่าง หอมนสิการ วัดป่าสว่างบุญและ วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ หรือจะดื่มด่ำกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ณ อุทยานแห่งชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้าน้ำตกเจ็ดสาวน้อย น้ำตกโกรกอีดก และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตลอดจนสัมผัสวิถีชุมชนที่ตลาดหัวปลี ที่พร้อมให้คุณออกไปสำรวจและสัมผัสเสน่ห์ของสระบุรีได้อย่างครบถ้วน

      สัมผัสประสบการณ์ Luxury Wellness อย่างแท้จริง เพื่อชาร์จพลังงานดีๆ และปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมเติมเต็มความสุขให้กับตนเองได้ที่ The Soul Resort สระบุรี


      โชว์ภูมิ

      โชว์ภูมิ เวทีค้นหา “นักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่” เพื่อมาร่วมต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาภูมิลําเนา ให้กลายเป็นชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน

      ถ้าคุณอยากเป็นนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ โอกาสของคุณมาถึงแล้ว มาร่วมแสดงศักยภาพในโครงการ โชว์ภูมิ ซีซั่น 1 เวทีค้นหานักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ที่จะปลุกพลังในตัวคุณและช่วยพัฒนาไอเดียพัฒนาบ้านเกิดในฝันให้เกิดขึ้นจริง!

      ลุ้นรับรางวัลและคว้าโอกาสอีกมากมาย

      • สัญญาจ้าง 12 เดือน เพื่อเป็นนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่
      • เงินรางวัล 109,000 บาท สำหรับนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่โดดเด่นแห่งปี 2569 จำนวน 10 รางวัล และแสดงผลงานใน Sustainability Expo 2026
      • สิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 2 รายการ Win Win WAR Thailand ปี 2570 เพื่อชิงเงินรางวัล 2,000,000 บาท
      • เติมความรู้ และทักษะใหม่ที่หาไม่ได้จากตำรา
      • เชื่อมต่อเครือข่ายนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ทุกอำเภอทั่วประเทศ

      สมัครเข้าร่วมโครงการได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2569 นี้ เท่านั้น! รับสมัครนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ อายุ 21 – 32 ปี ทุกอำเภอทั่วประเทศ และทุกเขตในกรุงเทพมหานคร

      โชว์ภูมิ

      ติดตามรายละเอียดโครงการ

      ยั่งยืน

      เมื่อ “เวลา” และ “สุขภาพ” ผสานเป็นศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ ยั่งยืน

      VAANAA Longevity Chiang Mai บนอาณาจักรสุขภาพที่ ยั่งยืน ระดับไฮเอนด์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิตที่เหนือกาลเวลา

      “VAANAA Longevity Chiang Mai” (วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่) ศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึกและการชะลอวัยด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ล่าสมัย ภายใต้ บริษัท วาณา ลองจีวิตี้ จำกัด (Vaanaa Longevity Co., Ltd.) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการสุขภาพเมืองไทย ด้วยการจัดงานเปิดตัวการเริ่มโครงการสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับโปรเจกต์ “VAANAA Longevity Chiang Mai” (วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่) ศูนย์ดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนเหล่าเซเลบริตี้และกูรูด้านความงามแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมสัมผัสมิติใหม่แห่งการมีชีวิตยืนยาวอย่างทรงคุณค่า

      “VAANAA Longevity Chiang Mai” จุดบรรจบกันระหว่าง “บุคคลระดับตำนาน” ผู้สั่งสมประสบการณ์ชีวิตและคุณค่ามายาวนาน ผสานเข้ากับ “วิสัยทัศน์และมาตรฐาน” ของ MEDEZE (เมดีซ) บริษัทมหาชนผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้าน Longevity & Advanced Healthcare โดยได้ต่อยอดความสำเร็จอย่างล้นหลามจาก วาณา ลองจีวิตี้ กรุงเทพฯ วาณา ลองจีวิตี้ บางแสน สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการปักหมุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 22 ไร่ ณ “เมืองแกน” อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดศูนย์กลางของมงคลแดนทั้ง 8 ทิศ โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขาและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนแม่งัด ภายใต้คอนเซปต์ “สถานที่คือพลัง” อุดมด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่พร้อมชาร์จพลังงานบริสุทธิ์เพื่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

      ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการด้าน Medical Longevity ที่มุ่งเน้นการดูแลและฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ด้วยมาตรฐานระดับมืออาชีพจาก MEDEZE โดดเด่นด้วยบริการวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และจัดเก็บสเต็มเซลล์ (Stem Cell Banking) บริการตรวจคัดกรองเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells) รวมถึงโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การพักผ่อนด้วยบริการระดับลักชูรี ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมอย่างลงตัว

      คุณวรรณี ลิทองกุล ประธานบริษัท ผู้ก่อตั้ง บริษัท วาณา ลองจีวีตี้ เชียงใหม่ จำกัด กล่าวว่า “VAANAA Longevity Chiang Mai ไม่ใช่เพียงการเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพแห่งใหม่ แต่คือการสร้างหมุดหมายแห่งวิถีชีวิตที่เหนือระดับ เราเชื่อมั่นว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการมีอายุยืนยาว คือการเพิ่มคุณภาพและคุณค่าให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมส่งมอบสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับผู้มาเยือน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างแท้จริง”

      สำหรับบรรยากาศภายในงานเปิดตัวที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญระดับแนวหน้า อาทิ คุณแอน ทองประสม คุณต่อ ธนภพ ลีวัตนชจร คุณปอย ตรีชฎา หงษ์หยก คุณมาร์ค-ธาวิน พี เซียวตง ตลอดจนผู้มีชื่อเสียงในแวดวงไลฟ์สไตล์ที่มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ ทัศนคติ และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเชิงลึก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก

      เตรียมพบกับศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์ในกาคเหนือ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดยโครงการมีกำหนดเริ่มก่อสร้างกายในปี 2569 และพร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้รักสุขภาพในช่วง Soft Opening ในปี 2571 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VAANAA Longevity Chiang Mai ได้บนเว็บไซต์ www.vaanaalongevitychiangmai.com

      Carolyn Bessette-Kennedy

      จากงานแต่งสู่ตำนานแฟชั่น ชุดเจ้าสาวของ Carolyn Bessette-Kennedy

      สามทศวรรษหลังจากงานแต่งงานที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในพิธีวิวาห์ที่เป็นตำนานที่สุดของอเมริกา เรื่องราวของ John F. Kennedy Jr. และ Carolyn Bessette-Kennedy กำลังกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ผ่านซีรีส์ดราม่าเรื่องใหม่อย่าง Love Story: John F. Kennedy Jr. & Carolyn Bessette ที่ถ่ายทอดชีวิตรักของคู่รักซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกสื่อขนานนามว่าเป็น “American Royalty”

      จากงานแต่งสู่ตำนานแฟชั่น ชุดเจ้าสาวของ Carolyn Bessette-Kennedy

      แม้ซีรีส์จะเล่าเรื่องความรักของทั้งคู่ในหลายมิติ แต่สิ่งที่แฟชั่นนิสต้าทั่วโลกยังคงพูดถึงไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ สไตล์มินิมอลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Carolyn Bessette โดยเฉพาะลุคเจ้าสาวในปี 1996 ที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของแฟชั่นยุค 90

      ในวันที่ 21 กันยายน 1996 Carolyn Bessette ปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวที่แตกต่างจากภาพจำของงานแต่งแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นชุดกระโปรงฟูหรูหราสไตล์เจ้าหญิง เธอกลับเลือกเดรสผ้าไหมทรงสลิปสีงาช้างที่เรียบง่าย ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน Narciso Rodriguez

      ซิลูเอตของชุดถูกออกแบบให้เรียบลื่นแนบไปกับสรีระ โดยแทบไม่มีการตกแต่งใด ๆ นอกจากผ้าคลุมหน้าทรงยาวและรองเท้าเรียบหรู ความเรียบง่ายนี้กลับสร้างพลังอย่างเหลือเชื่อ และกลายเป็นนิยามใหม่ของ Minimal Bridal Style

      Carolyn Bessette ไม่ได้เป็นเพียงเจ้าสาวที่สวยงามในวันแต่งงานเท่านั้น แต่เธอยังเป็นหนึ่งใน สไตล์ไอคอนของยุค 90 ที่โดดเด่นด้วยลุคเรียบโก้แบบนิวยอร์ก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคเรียบคม โค้ตทรงเทเลอร์ หรือเดรสสลิปเรียบหรู

      สไตล์ของเธอสะท้อนแนวคิดแฟชั่นที่ดู “Effortless” หรือสวยแบบไม่ต้องพยายาม ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์และแฟชั่นนิสต้าจนถึงทุกวันนี้

      จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ชื่อของ Carolyn Bessette-Kennedy ยังคงถูกยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้หญิงที่มีอิทธิพลต่อแฟชั่นมากที่สุด แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี


      BEAUTY CATCH-UP

      ช่างผม ROSÉ เล่าเอง ทำไมบลอนด์ของเธอไม่เคยพลาดแม้แต่มิลลิเมตร

      บินข้ามทวีปเพื่อเติมโคนแบบวันเดียวกลับ! ช่างผม ROSÉ เล่าเอง ทำไมบลอนด์ของเธอไม่เคยพลาดแม้แต่มิลลิเมตร

      ปี 2026 คือช่วงเวลาที่ชื่อของ ROSÉ ถูกพูดถึงในฐานะศิลปินป๊อประดับโลกอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงสมาชิกคนหนึ่งของ BLACKPINK แต่คือศิลปินหญิงที่ยืนเดี่ยวบนเวทีสากลได้อย่างสง่างาม

      ซิงเกิล “APT.” ที่ร่วมงานกับ BRUNO MARS พาเธอขึ้นรับรางวัลบนเวที BRIT AWARDS พร้อมสร้างสถิติการอยู่บนชาร์ตระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

      ท่ามกลางรางวัล เสียงปรบมือ และสปอตไลต์ มีรายละเอียดเล็กๆ ที่แฟนๆ สังเกตเห็นเสมอคือ เราแทบไม่เคยเห็นโคนผมสีธรรมชาติของเธอเลย

      ฟอกโคนทุก 2 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 7 ปี

      เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลือ แต่ ChaCha (Cha Jong Hyun) แฮร์สไตลิสต์ประจำของสมาชิก BLACKPINK รวมถึงศิลปินอย่าง Sunmi และวง i-dle เปิดเผยผ่านช่อง WORKERS’ HIGH ว่า ตลอดเวลากว่า 7 ปี ROSÉ เติมโคนและฟอกผมทุก ๆ 2 สัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ ไม่มีช่วงพักยาว และไม่ปล่อยให้สีเข้มงอกเกินควบคุม จนกระทั่งเขาเริ่มเป็นห่วงสุขภาพเส้นผมของเธอและเอ่ยปากเตือนว่า

      “ผมบอกเธอว่า ถ้าเป็นไปได้ เราควรเว้นระยะการทำสีให้นานขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักบ้าง”

      แต่คำตอบของ ROSÉ ชัดเจนว่า

      “สำหรับฉัน สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ คือภาพลักษณ์เวลาที่ต้องปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน”

      ภารกิจเติมโคนระดับโลก

      ตารางงานระดับโลกทำให้ภารกิจเติมโคนกลายเป็นเรื่องข้ามทวีป หากถึงกำหนดในช่วงที่เธออยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ซีกโลกไหน ช่างผมจะบินไปหาแบบทริปสั้น ไป-กลับภายในวันเดียว

      “พอครบสองสัปดาห์ แล้วช่วงนั้นเธออยู่ที่อเมริกาหรือปารีส ผมก็ต้องบินไปหาเอง ส่วนใหญ่เป็นทริปสั้นแบบไป-กลับภายในวันเดียว ถ้าเป็นเวสต์โคสต์อย่างลอสแอนเจลิสหรือซานฟรานซิสโก ผมจะบินถึงตอนเช้า เข้าไปที่โรงแรมของ ROSÉ ช่วงเที่ยง ทานข้าวเล็กน้อยก่อนเริ่มทำสี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็รีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัว และมุ่งหน้าไปสนามบินราวหนึ่งทุ่มเพื่อบินกลับทันที”

      หลังบทสัมภาษณ์ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากทั้งทึ่งและเป็นห่วง หลายคนคำนวณคร่าวๆ ว่าการฟอกทุกสองสัปดาห์เท่ากับราว 26 ครั้งต่อปี ซึ่งถือว่าถี่มากในมุมมองทั่วไป บางเสียงมองว่านี่คือความทุ่มเทที่หนักหนา ขณะที่อีกส่วนกลับชื่นชมว่าบลอนด์เฉดนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่เข้ากับภาพลักษณ์ของเธออย่างสมบูรณ์แบบ

      ใส่ใจทีมงาน ไม่ใช่แค่ลุคบนเวที
      แม้แต่ละไฟลต์จะใช้เวลานานกว่า 12–14 ชั่วโมง แต่บางทริปเขาแทบไม่ได้อยู่ในประเทศปลายทางถึงครึ่งวัน ความถี่ของการเดินทางเริ่มส่งผลต่อร่างกาย เขายอมรับว่ามีอาการปวดสะสมจากการบินระยะไกลอย่างต่อเนื่อง

      เมื่อเขาบอกว่าเริ่มลำบากกับตารางเดินทางแบบนี้ ROSÉ จึงเลือกที่จะจองที่นั่งชั้นธุรกิจให้เขาทุกครั้ง แม้จะเป็นงานแบบไปเช้าเย็นกลับก็ตาม สำหรับเขา นั่นไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่คือความใส่ใจที่ทำให้ยิ่งอยากทำงานให้ดีที่สุด

      การดูแลหลังเคมีในแบบของ ROSÉ
      ROSÉ เคยยอมรับว่าผมบลอนด์ต้องแลกกับการดูแลที่เข้มข้นกว่าปกติ และไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนบนเวที เธอจึงลงทุนทั้งเวลาและวินัยในการดูแล

      เธอให้ความสำคัญกับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะทรีตเมนต์เข้มข้นและผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสี หลีกเลี่ยงความร้อนเมื่อไม่จำเป็น และเน้นฟื้นฟูสภาพผมหลังผ่านเคมีมากกว่าการจัดแต่ง

      PRODUCT RECOMMENDED

      OLAPLEX NO. 3 HAIR PERFECTOR
      ทรีตเมนต์เข้มข้นระดับโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซมพันธะเส้นผมที่เสียหายจากการทำเคมี ฟอกสี หรือความร้อน ฟื้นความแข็งแรงให้ผมที่ผ่านการกัดสีอย่างต่อเนื่อง

      KERASTASE BLOND ABSOLU BAIN ULTRA-VIOLET
      แชมพูโทนนิ่งสำหรับผมบลอนด์หรือผมฟอกสี ช่วยลดอันเดอร์โทนเหลือง–ส้ม ปรับเฉดให้ดูใสสะอาด พร้อมบำรุงให้ผมไม่แห้งกร้าน

      MOROCCANOIL HAIR TREATMENT
      ออยล์บำรุงผมสูตรอาร์แกนออยล์ ช่วยเพิ่มความเงางาม ลดความชี้ฟู และปกป้องปลายผมที่เปราะบางจากการฟอกสีซ้ำๆ

      มากกว่าสีผม คือวินัย

      ในปีที่เธอก้าวขึ้นรับรางวัลระดับโลกและทำสถิติบนชาร์ตสากล รายละเอียดเล็กๆ อย่างการไม่ปล่อยให้โคนผมงอกเกินกำหนด สะท้อนความเป็นมืออาชีพของ ROSÉ ได้อย่างชัดเจน

      ผมบลอนด์แพลทินัมของเธอจึงไม่ใช่แค่สีผม หากเป็นสัญลักษณ์ของความสม่ำเสมอ ความใส่ใจทีมงาน และการยืนหยัดรักษาภาพลักษณ์ในทุกสถานการณ์ เพราะปีทองของเธอไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากวินัยที่ไม่เคยปล่อยผ่านแม้แต่รายละเอียดเล็กที่สุดบนเส้นผมของตัวเอง

      • BEAUTY CATCH-UP
      • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

      ‘สัปดาห์รักเด็ก ทั้งเด็กงอแงและเด็กนักบริหาร ใช่คุณไหม? เช็กเลย!’ ดวงรายสัปดาห์ 9-15 มีนาคม 2569

      ‘สัปดาห์รักเด็กแห่งชาติ ทั้งเด็กงอแงและเด็กนักบริหาร’

      ดวงรายสัปดาห์ 9-15 มีนาคม 2569

      ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

      การงาน  :  ชาวอาทิตย์เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่พร้อมกับการได้เริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ  ขณะเดียวกันงานที่อยู่ค้างคามานานก็ได้ปลดปล่อยเป็นไทกับตัวเองเสียที  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอาทิตย์ที่เป็นนักขาย นักพูด นักประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน ภายใน 7 วันนี้หากกำลังจะเริ่มต้นคิดงานที่แปลกใหม่ ท้าทายความสามารถ ก็ไม่ต้องลังเลใจใดๆ มีพลังเท่าไหร่ใส่เข้าไปให้หมด เพราะคุณมีโอกาสได้เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนายของตัวเอง รับงานเอง อะไรที่ยังทำไม่เสร็จก็จะเห็นผล จะได้รับการชื่นชมในพรสวรรค์ของคุณ

      การเงิน  :  ใจดี หาเงินได้เท่าไหร่ก็ให้มากกว่าอีก แล้วผลบุญจากการให้ของคุณภายในสัปดาห์นี้ก็จะยิ่งมีเงินเข้ามาแบบจับยัดเลย ไม่ว่าจะทำอะไรมีโอกาสสูงมากที่จะเฮงๆ ปังๆ ทั้งชื่อเสียง่และเงินทอง  

      ความรัก  :   หากกำลังลังเลใจว่า ตัดสินใจผิดไหมที่อยู่กับคู่ครองคนนี้ บอกเลยว่า คุณตัดสินใจถูกแล้ว แต่สำหรับสัปดาห์นี้แม้ชาวอาทิตย์จะรักคู่ครองมากแค่ไหน ก็ต้องให้เวลาเป็นส่วนตัวกันก่อน คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์มีเสน่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ใครๆ ก็อยากคุยกับคุณ เพราะฉะนั้นจึงไม่ยากที่จะมีเพื่อนคุย แล้วคุณก็จริงใจกับเขาด้วยสิ แต่ก็อย่าเพิ่งใจเร็วด่วนได้ ศึกษากันไปก่อน

       สุขภาพ  :   กระดูกและฟัน มาเป็นอันดับหนึ่งเลย พยายามระวังการเคี้ยวอาหารแข็งๆ เหนียวๆ เพราะจะทำให้ฟันมีปัญหา ส่วนกระดูกก็ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเสริม เช่น ปลาตัวเล็กๆ กับความเจ็บป่วยจากการโหมงานหนักแบบไม่หลับไม่นอน

      ผู้ที่เกิดวันจันทร์

      การงาน  :  ชิลได้แค่สัปดาห์เดียว สัปดาห์นี้ชาวจันทร์ควรเตรียมตัวเตรียมใจรับแรงปะทะไว้หน่อยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้สติปัญญา ความสามารถเฉพาะตัวเฉพาะด้าน เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง ทหาร ตำรวจ เจ้าของกิจการ องค์กรระหว่างประเทศ เป็นต้น ยิ่งหากคุณปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้าด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวัง เพราะภายใน 7 วันนี้อีโก้ของคุณจะปิดหูปิดตา ไม่ฟังเสียงรอบข้าง เดินชนอย่างเดียวเลย จนมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย ทั้งเอกสารราชการ ทั้งการใส่ร้ายป้ายสี จนคุณอาจไปต่อไม่ได้  

      การเงิน  :   จริงๆ คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สัปดาห์นี้มีความเสี่ยงที่จะพลาด เพราะถูกเพื่อนฝูง ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ชอบมาขอให้คุณเลี้ยงข้าว เลี้ยงเหล้า ยิ่งหากให้ช่วยเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันซื้อบ้าน ซื้อรถให้ อย่าเชียวน้า หมดตัวทีเดียว

      ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีโอกาสเปลี่ยนไป จากความเป๊ะปังกับชีวิตคู่กับครอบครัว หากไม่แน่ใจว่าถูกต้องตามหลักศีลธรรมจะไม่ทำ แต่สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะจับได้ว่า คู่ครองนอกใจ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นจริงๆ คุณก็เลือกที่จะไม่ทนอยู่เหมือนกัน คนโสด  หากคุณกำลังชั่งใจอยู่ว่า ความสัมพันธ์ในปัจจุบันจะยืนยาวไหม คาดว่าจะมีเวลาแค่ภายในสัปดาห์นี้น่ะสิ

      สุขภาพ  :   หากคุณเป็นคนเครียดและจริงจังกับชีวิตอยู่แล้ว สัปดาห์นี้ต้องระวังปวดศีรษะ ไมเกรน รองลงมาคือหัวใจ และโรคหัวใจทุกชนิด เพราะดูจากดวงแล้วคุณน่าจะเครียดหนักเลย

      ผู้ที่เกิดวันอังคาร

      การงาน   คำว่า ‘อีโก้’ กับชาวอังคารดูจะเป็นคู่มิตรกันแบบแกะไม่ออกเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน นักร้อง นักแสดง วงการบันเทิง บิวตี้ ดีไซเนอร์ มีความเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้ขึ้นเป็นระดับหัวหน้า รับผิดชอบโปรเจกท์ใหม่ ความที่คุณเป็นคนเก่งจึงถูกผู้ใหญ่คาดหวังไว้เยอะ ลำพังตัวเองก็มีมาตรฐานสูงอยู่แล้วด้วย จึงมีโอกาสสูงมากที่คุณจะไม่เชื่อใครเลย เชื่อแต่ตัวเอง ดังนั้น จากผลงานจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นมีแต่ความขัดแย้ง คุณถูกลูกน้องหมั่นไส้ ป้ายสี จนงานสะดุดอย่างไม่น่าเกิดขึ้น      

      การเงิน  :   เฮงๆ ปังๆ  ส่วนมากจะได้จากความสิเน่หา สำหรับสัปดาห์นี้หากคุณคิดจะลงทุนทำธุรกิจร่วมกับคู่รัก ผู้ใหญ่จะให้การสนับสนุน แต่เมื่อได้เงินแล้ว ขอให้ทำใจว่าต้องให้คนโน้นนี้ จ่ายค่านั่นนี่ เต็มไปหมด

      ความรัก  :  ก็ยังมีโอกาสที่จะเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวอยู่นะ แต่สัปดาห์นี้จะเป็นตัวเองที่จะไปป้ายยาเขา เพราะเสน่ห์มาเต็ม ใครเห็นก็อดไม่ได้ที่จะมาคุยกับคุณ  คนโสด  สัปดาห์นี้ไม่ไปหึงหวงใครแล้ว แต่น่าจะมีคนมาหึงหวงคุณมากกว่า เพราะเสน่ห์แรง

      สุขภาพ  :   ชาวอังคารต้องระวังเรื่องปัสสาวะ อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา นอกจากนั้นความอ้วนก็มาด้วยค่ะ ต้องระวังไขมัน ความดัน เบาหวาน อย่าหลุด  

      ผู้ที่เกิดวันพุธ

      การงาน  :   สำหรับชาวพุธก็ยังไม่หมดไฟในการทำงานง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในฐานะผู้นำ เช่น ทางการทหาร การทูต การศึกษา เจ้าของธุรกิจทุกประเภท รวมถึงในสายงานที่เกี่ยวข้องกับงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การเงิน การธนาคาร สาธารณสุข มีความเป็นไปได้ว่าภายในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้หญิงในสายงานที่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการแสดงออก เช่น งานเขียน งานบันเทิง งานโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ หรือสินค้าและบริการที่มีน้ำเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งหากเป็นงานพิเศษก็สามารถทำได้ยาวเลย   

      การเงิน  :  มีช่องทางที่จะหาเงินพิเศษเพิ่มนอกเหนือจากรายได้ประจำ แต่ก็อย่าเชื่อคนง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง เพราะเป็นไปได้ว่าเธอจะชักชวนให้คุณลงทุนหรือไม่ก็ชวนไปช้อปปิ้ง กินหรูอยู่สบาย

      ความรัก  :   สัปดาห์นี้อารมณ์คุณอ่อนไหวและโรแมนติกมากนะเนี่ย หากคู่ครองคุณเป็นผู้หญิงก็ไม่แปลกใจ แต่หากไม่ใช่ ความโรแมนติกก็อาจไปใช้กับเพื่อนสนิทหรือแม่ หรือลูกสาวก็ได้ คนโสด  โรแมนติก อารมณ์สุนทรียิ่งนัก ฟังเพลงรักก็โดนใจไปหมด ซึ่งสัปดาห์นี้เป้าหมายของความโรแมนติกน่าจะเป็นผู้หญิง  

      สุขภาพ   :  ชาวพุธต้องระวังระบบน้ำในร่างกาย ทั้งน้ำเหลือง น้ำเลือด น้ำย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัสสาวะ อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา อาจมีเป็นหวัดเล็กๆ น้อยๆ

      ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

      การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวพฤหัสก็ยังคงอยู่กับโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว แอร์โฮสเตส มัคคุเทศก์ สปา ร้านเสริมสวย รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก ภายใน 7 วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้างาน รับผิดชอบโปรเจกท์สำคัญ ซึ่งคุณต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น บวกกับความพยายาม และกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งจึงจะสำเร็จ  

      การเงิน  :   มีโชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย แต่สัปดาห์นี้คุณก็มีภาระที่จะต้องจ่ายไปไม่ขาดเช่นกัน เป็นไปได้ว่าจะหมดไปกับการเลี้ยงดูลูกน้องและบริวาร รวมถึงเพื่อนฝูงด้วย ซึ่งหากบริหารไม่ดีก็มีโอกาสเดือดร้อนได้   

      ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวพฤหัสจะให้เวลากับการดูแลเด็กๆ ในบ้านมากกว่าคู่ครอง ยกเว้นว่าคู่ครองอายุน้อยกว่าก็รวมเขาด้วยล่ะ  คนโสด  เป็นสัปดาห์เด็กแห่งชาติก็ว่าได้ เพราะคุณมีโอกาสได้อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ทั้งเด็กไม่รู้จักโต และเด็กที่มีวุฒิภาวะ เป็นระดับผู้บริหาร

      สุขภาพ   :   จริงๆ คุณก็ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดี แต่สัปดาห์นี้คุณอาจทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนให้เต็มที่ รับประทานอาหารไม่ถูกโภชนาการ จึงมีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บไข้ได้ป่วยจากการทำงาน  

      ผู้ที่เกิดวันศุกร์

      การงาน  :  สัปดาห์นี้ความสำเร็จของชาวศุกร์จะเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานความสวยความงาม เช่น นักแสดง ศิลปิน ดนตรี ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้ร่วมงานกับผู้หญิงในสายงานที่คุณถนัด รวมถึงสินค้าและบริการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะไปในทิศทางที่ดี มีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้หญิงให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งด้วย     

      การเงิน  :   ก็ยังมีโอกาสได้โชคเฮงๆ ปังๆ ที่มาจากความสิเน่หาจากผู้ใหญ่ผู้หญิง แต่คุณก็เตรียมขยับไปชอปปิ้งฉ่ำกับเพื่อนผู้หญิงแล้วเช่นกัน

      ความรัก :  เป็นสัปดาห์ของการกลับมาคืนดีกัน ไม่ว่าคุณจะทะเลาะกับผู้หญิงหรือผู้ชาย สัปดาห์นี้คุณจะกลับมากอดและหอมกันอย่างมีความสุขเลย   คนโสด  เสน่ห์มาเต็มๆ มีโอกาสที่คนถูกใจจะเป็นผู้หญิงนะคะ อย่างไรก็เป็นสัปดาห์ที่คุณแฮปปี้สุดๆ  

       สุขภาพ  :  เอ็นจอยอีตติ้งค่ะ เดทเยอะ ก็ระวังเรื่องน้ำหนักด้วย ไขมัน ความดัน เบาหวานจะถามหา นอกจากนั้นอวัยวะภายในช่องท้องก็ไม่ควรละเลย พวกมดลูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ

      ผู้ที่เกิดวันเสาร์

      การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวเสาร์มีโอกาสเข้าสู่สังเวียนการต่อสู้แข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติ เป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณมีโอกาสที่จะเข้าสู่การแข่งขัน เช่น การประมูลงาน การประกวด รวมถึงการสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สอบเรียนต่อ ฯลฯ ซึ่งคุณจะมีความคิดและจินตนาการกว้างไกล ขณะเดียวกันก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะชนะการแข่งขันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ดังนั้น จึงควรระวังสูญเสียโอกาสอย่างคาดไม่ถึง   

      การเงิน  :   มีโอกาสที่จะได้รับเงินพิเศษจากการทำงาน เช่น เงินโบนัส หรือมรดก สำหรับสัปดาห์นี้ควรทำงานคนเดียว อย่าร่วมหุ้นลงทุนกับใคร   

      ความรัก  :   หากคุณเคยอกหัก ผิดหวังกับความรักมาแล้ว สัปดาห์นี้แม้มีคนใหม่เข้ามา หากคุณโลเล ไม่กล้าตัดสินใจ นั่นถูกต้องแล้ว เพราะยังไม่ใช่ คนโสด  โลเล ไม่มั่นใจ อาจเพราะผิดหวังกับความรักมาหลายครั้ง ก็พักใจก่อน ไม่ต้องรีบร้อน

      สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้จะเดินทางไปไหน รับประทานอะไร ต้องระวังเชื้อไวรัสต่างๆ  ทั้งทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร จะมีอาการปวดเสียดท้อง

      Your Friends & Neighbors ซีซั่น 2 ปล่อยตัวอย่างใหม่ เตรียมสตรีมบน Apple TV

      Apple TV ปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการของซีรีส์ดราม่าเรื่อง “Your Friends & Neighbors” ซีซั่น 2 ที่นำแสดงโดย Jon Hamm นักแสดงเจ้าของรางวัล Emmy Award โดยซีซั่นใหม่ความยาว 10 ตอน มีกำหนดสตรีมตอนแรกทั่วโลกในวันที่ 3 เมษายน 2026

      Your Friends & Neighbors ซีซั่น 2 ปล่อยตัวอย่างใหม่ เตรียมสตรีมบน Apple TV

      ซีรีส์เรื่องนี้สร้างสรรค์โดย Jonathan Tropper ซึ่งรับหน้าที่ทั้งผู้สร้างและ Showrunner พร้อมอำนวยการสร้างร่วมกับ Jon Hamm

      ในซีซั่น 2 เรื่องราวจะดำเนินต่อจากชีวิตสองด้านของ Andrew Cooper (รับบทโดย Jon Hamm) ที่ยิ่งถลำลึกเข้าสู่โลกใต้ดินในฐานะโจรย่านชานเมือง แต่สถานการณ์เริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อ เพื่อนบ้านคนใหม่ ปรากฏตัว และอาจกลายเป็นภัยคุกคามที่ทำให้ความลับทั้งหมดของเขาถูกเปิดโปง พร้อมสร้างความเสี่ยงต่อครอบครัวของเขา

      ซีซันนี้ได้ James Marsden นักแสดงผู้เข้าชิง Emmy Award มาร่วมแสดงในบทเพื่อนบ้านคนใหม่สุดลึกลับ พร้อมทีมนักแสดงชุดเดิมที่กลับมาอย่างครบครัน ได้แก่
      Amanda Peet, Olivia Munn, Hoon Lee, Mark Tallman, Lena Hall, Aimee Carrero, Eunice Bae, Isabel Gravitt และ Donovan Colan

      ก่อนการเปิดตัวซีซั่นสอง ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้รับการต่ออายุล่วงหน้าไปถึง ซีซั่นสาม แล้ว หลังจากซีซันแรกได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็นซีรีส์ที่ผสมผสาน อาชญากรรม ดราม่า และอารมณ์ขันร้ายกาจ ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจับตามองของ Apple TV+

      “Your Friends & Neighbors” ผลิตโดย Apple Studios โดยนอกจากการแสดงนำ Jon Hamm ยังทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างร่วมกับ Connie Tavel, Craig Gillespie, Jamie Rosengard, Lori Keith Douglas และ Stephanie Laing ซึ่งรับหน้าที่กำกับหลายตอนในซีซันนี้


      LGBTQ+ วิเวียน เจนนา วิลสัน

      วิเวียน เจนนา วิลสัน ลูกสาว LGBTQ+ ที่อีลอน มัสก์ตัดขาด กับเส้นทางสู่รันเวย์โลก

      วิเวียน เจนนา วิลสัน สาวคนโตของ อีลอน มัสก์ และ จัสทีน วิลสัน อดีตภรรยาคนแรก แม้จะเติบโตมาในฐานะทายาทของมหาเศรษฐีระดับโลก แต่วันนี้ชื่อของเธอไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะลูกสาวของเขาอีกต่อไป เพราะวิเวียนกำลังก้าวขึ้นเป็นนางแบบดาวรุ่ง และหนึ่งในบุคคลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน Fashion Week ปีนี้

      วิเวียน เจนนา วิลสัน ลูกสาว LGBTQ+ ที่อีลอน มัสก์ตัดขาด กับเส้นทางสู่รันเวย์โลก

      เส้นทางสู่การเป็นตัวเอง

      วิเวียนเปิดเผยว่าตนเองเป็นทรานส์เจนเดอร์ผ่าน Instagram Story ในปี 2020 ขณะมีอายุ 16 ปี และอีกสองปีต่อมา เธอได้เปลี่ยนชื่อและเพศตามกฎหมาย โดยเลือกใช้นามสกุลของมารดาแทน โดยในคำร้องต่อศาล เธอระบุว่าไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องกับมัสก์อีกต่อไปในทุกรูปแบบ

      วิเวียนยังเคยเล่าถึงความสัมพันธ์กับ อีลอน มักส์ ว่าเขาเป็นคนไม่ค่อยอยู่บ้าน และมักแสดงท่าทีที่ทำให้เธอรู้สึกถูกกดดันจากตัวตนของเธอในฐานะคนเควียร์และผู้หญิงข้ามเพศ ขณะที่ อีลอน มักส์ ผู้เป็นบิดาก็มักแสดงจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศอยู่บ่อยครั้ง และเคยกล่าวถึงวิเวียนในเชิงเปรียบเปรยว่าเธอ “ตายไปแล้ว”

      ก้าวแรกบนรันเวย์โลก

      วิเวียนเปิดตัวบนรันเวย์อย่างเป็นทางการในงาน New York Fashion Week เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2025 ในโชว์ Spring/Summer 2026 ของดีไซเนอร์ Alexis Bittar ภายใต้ธีม “MISS USA 1991: a Dream Sequence” เธอสวมชุดราตรีสีแดงประดับเลื่อม พร้อมสายสะพาย “Miss South Carolina” ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังมีการออกกฎหมายจำกัดสิทธิของกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ เช่น รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่ผ่านกฎหมายในปี 2024 เพื่อจำกัดการเข้าถึงการรักษาเพื่อยืนยันเพศสภาพสำหรับผู้เยาว์

      ตลอดสัปดาห์แฟชั่นวีก วิเวียนได้เดินรันเวย์รวมทั้งสิ้น 4 โชว์ โดยโชว์สุดท้ายคือคอลเล็คชั่น “POP” ของ Chris Habana ซึ่งเธอปรากฏตัวบนรันเวย์ในช่วงท้ายของโชว์ ก่อนเข้าสู่ฟินาเล่

      ในปี 2026 วิเวียนยังคงเดินหน้าบนเส้นทางรันเวย์อย่างต่อเนื่อง โดยเธอปรากฏตัวอีกครั้งในลุคเดรสสีขาวจาก Gucci ระหว่างงาน Milan Fashion Week เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นโชว์เปิดตัวผลงานของ Demna ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ พร้อมร่วมรันเวย์เดียวกับซูเปอร์โมเดลระดับโลกอย่าง Kate Moss และ Emily Ratajkowski

      เสียงของคนรุ่นใหม่

      วิเวียนเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเธอ “ชื่นชอบโชว์ที่มีความหมายทางการเมือง” และมองว่าแฟชั่นเป็นพื้นที่สำคัญในการสื่อสารจุดยืนและแนวคิดของตนเอง

      ในวัย 21 ปี เธอกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชน LGBTQ+ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองในหลายพื้นที่ของโลก วิเวียนยังระบุว่าตนเองมีจุดยืนทางการเมืองฝั่งซ้าย โดยสนับสนุนนโยบายรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า ระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และการลดความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งในสังคม

      ชีวิตที่เลือกเอง ไม่พึ่งพาชื่อพ่อ

      วิเวียนกล่าวบนเวที Teen Vogue Summit 2025 ว่าเธอสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ และกำลังสร้างรายได้จากอาชีพนางแบบโดยไม่ได้พึ่งพาทรัพย์สินของพ่อ ปัจจุบันเธอใช้ชีวิตเรียบง่ายกับรูมเมทในลอสแองเจลิส และมองว่าความร่ำรวยไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของชีวิต

      ซึ่งก่อนเข้าสู่วงการแฟชั่น วิเวียนเคยตั้งใจจะเป็นนักแปลภาษา เธอศึกษาภาษาฝรั่งเศส สเปน และญี่ปุ่น และเคยเรียนที่ Temple University วิทยาเขตโตเกียว ก่อนจะตัดสินใจลาออกและหันมาทุ่มเทกับอาชีพนางแบบอย่างจริงจังในปี 2025


      ชมพู่ อารยา

      ชมพู่ อารยา ถ่ายทอดเสน่ห์ Quatre คอลเล็คชั่นซิกเนเจอร์จาก Boucheron

      ชมพู่ อารยา เผยเสน่ห์ความสง่างามในสไตล์ปารีเซียงผ่านคอลเล็คชั่น Quatre จากเมซง Boucheron ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์กราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์และงานฝีมือชั้นสูง เธอเลือกสวมสร้อยคอเส้นใหญ่ ต่างหูสตั๊ด กำไลข้อมือ แหวนสองนิ้ว และแหวนวงใหญ่ ถ่ายทอดตัวตนผ่านการเลเยอร์และผสมผสานชิ้นงานได้อย่างลงตัว

      เครื่องประดับรังสรรค์จากทองคำสีเหลือง ทองคำขาว ทองคำสีชมพู และ PVD สีน้ำตาล ตัดกับเพชรพาเว่ที่เปล่งประกาย สะท้อนมิติของแสงและพื้นผิวอย่างโดดเด่นในทุกการเคลื่อนไหว

      ลวดลาย “จตุรลักษณ์”

      Quatre เป็นคอลเล็คชั่นที่นำลวดลายสำคัญจากคลังเอกสารของเมซง Boucheron มารวมไว้ในงานออกแบบเดียว จุดเริ่มต้นเกิดจากการค้นพบโมทีฟทรงห่วงหลายรูปแบบในแผนกจัดเก็บตัวอย่างผลงานทางประวัติศาสตร์ ก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นดีไซน์ร่วมสมัย โดยแต่ละลวดลายสะท้อนช่วงเวลาสำคัญในประวัติของแบรนด์

      ลวดลายแรกคือ Double Godron ซึ่งดัดแปลงมาจากร่องลายที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง ลักษณะเป็นเส้นนูนคู่ขนานรอบตัวเรือน ปรากฏครั้งแรกในแหวนปลอกมีดช่วงทศวรรษ 1860 ลายนี้ยังถูกตีความให้สื่อถึงวงแหวนสองวงที่ประกบกัน เปรียบเสมือนการอยู่ร่วมกันของคู่รัก

      ลวดลายถัดมาคือ Clou de Paris ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายหินปูถนนในกรุงปารีส โดยเฉพาะบริเวณ Place Vendôme ซึ่งเป็นที่ตั้งของบูติกและสำนักงานใหญ่ของ Boucheron ลายนี้ถูกนำมาใช้กับเครื่องประดับของเมซงครั้งแรกในปี 1911 เพื่อระลึกถึงอาคารหมายเลข 26 ที่เฟรเดอริก บูเชอรงเลือกเปิดร้าน

      องค์ประกอบที่สามคือ Line of Diamonds หรืองานฝังเพชรแถวเดี่ยว ซึ่งปรากฏบนผลงานของ Boucheron มาตั้งแต่ปี 1892 ลวดลายนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะการฝังอัญมณีของเมซง และช่วยขับประกายของเพชรให้เด่นชัด เพชรยังเป็นสัญลักษณ์ของความคงทนและความยั่งยืน

      ลวดลายสุดท้ายคือ Grosgrain ที่จำลองพื้นผิวของผ้าไหมกรอสเกรน ซึ่งมีลักษณะเป็นร่องนูนละเอียดบนเนื้อผ้า แรงบันดาลใจนี้เชื่อมโยงกับบิดาของเฟรเดอริก บูเชอรง ซึ่งทำงานเป็นช่างจับเดรปผ้า และมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ระหว่างโลกของกูตูร์กับงานอัญมณีของเมซง

      เบื้องหลังการรังสรรค์ Quatre

      ความโดดเด่นของ Quatre อยู่ที่โครงสร้างแหวนซึ่งประกอบด้วยวงแหวน สี่ชั้น ที่เรียงต่อกัน แต่ละชั้นสะท้อนลวดลายซิกเนเจอร์ของเมซง ก่อนจะรวมกันเป็นดีไซน์เดียว การทำให้วงแหวนทั้งสี่มีสัดส่วนที่พอดี แข็งแรง และสวมใส่สบาย ต้องอาศัยความแม่นยำในทุกขั้นตอน

      แม้งานฝีมือของช่างยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต แต่ในบางขั้นตอนก็มีการใช้เครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล เพื่อช่วยให้ได้รายละเอียดที่แม่นยำมากขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ทำหน้าที่สนับสนุนงานฝีมือ ไม่ได้เข้ามาแทนที่ช่างผู้สร้างสรรค์

      ตั้งแต่ขั้นตอนการหลอมโลหะไปจนถึงการประกอบวงแหวนทั้งสี่ ทุกกระบวนการต้องทำอย่างละเอียด เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อชิ้นงานทั้งหมด ในขั้นตอนสุดท้ายจะใช้เครื่องอัดเพื่อกดวงแหวนทั้งสี่ให้ประกบกัน โดยไม่ใช้กาวหรือการบัดกรี เมื่อทุกส่วนเข้าที่พอดี จะเกิดเสียง “คลิก” เบา ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการประกอบเสร็จสมบูรณ์