BEAUTY EDITOR TALK

คนไทยไม่ตายกล้องสด!! ปรากฏการณ์เอนเกจฉ่ำจากแฟชั่นวีค

คนไทยไม่ตายกล้องสด!! ปรากฏการณ์เอนเกจฉ่ำจากแฟชั่นวีค พร้อมนิยามใหม่ของมาตรฐานความขึ้นกล้อง

เหล่าคนดังชาวไทยที่ไปปรากฏตัวในแฟชั่นวีคครั้งล่าสุด สร้างเอนเกจมหาศาลระดับปรากฏการณ์ จนทั้งโลกต้องหันมามองในความฮ็อต อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันคือ ‘ความสวยหล่อที่ไม่ตายกล้อง’ ของดาราไทย จนกลายเป็นไวรัลในนิยามของการ ‘ไม่ตายกล้อง Getty Images’

ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ ‘เงื่อนไขของกล้อง’ ที่ไม่มีการรีทัช ไม่มีการจัดแสงประคอง และใช้เลนส์ที่เก็บทุกรายละเอียดแบบไม่ปรานี เมคอัพจึงต้องทำงานมากกว่าความสวยบนผิว แต่ต้องควบคุมทั้งแสง เงา และความสม่ำเสมอให้รอดในทุกแฟลช รองพื้นที่ไม่เพี้ยน ไฮไลต์ที่ไม่ลอย และเฉดดิ้งที่สร้างมิติได้โดยไม่แข็ง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ใบหน้ายังดูสมดุลแม้ถูกขยายผ่านกล้องสด

เมื่อผสานกับโครงหน้าของคนไทยและลูกครึ่งไทยที่มีสัดส่วนลงตัว รวมถึงพื้นผิวที่ละเอียดรองรับเมคอัพได้ดี บวกกับความเนี้ยบของทีมงานฝั่งเอเชียที่เชี่ยวชาญการเก็บดีเทลระดับไมโคร ลุคที่ออกมาจึงไม่เพียง ‘สวยในภาพ’ แต่ ‘รอดในความจริง’ ได้พร้อมกันทุกเฟรม

และนี่คือเหตุผลที่คำว่า ‘ไม่ตายกล้อง Getty’ ไม่ได้เป็นแค่คำชม แต่คือมาตรฐานใหม่ของความขึ้นกล้อง ลุคที่ยังคงอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการปรับแต่งใดๆ จากหลังเลนส์

แล้วเมคอัพแบบไหนกันที่ทำให้ภาพเหล่านี้ ‘รอด’ ได้จริงในทุกช็อต

LISA LALISA @lalalalisa_m
STREET STYLE ที่ให้ฟีลแคมเปญลักชัวรี

“ลุคของลิซ่าในแฟชั่นวีคครั้งล่าสุดถูกพูดถึงอย่างมากในมุมที่ภาพแคนดิดหรือ street style ที่แต่ละช็อตยังให้ความรู้สึกเหมือนภาพแคมเปญระดับลักชัวรี หลังจากไปสำรวจภาพของลิซ่ามาจากกล้องสารพัดแบบแล้วพบว่าหารูปหลุดไม่เจอ เธอดูสวยสดใสไปหมดทุกช็อต เมคอัพเน้นผิวที่เรียบ คุมความเงาได้ดี และไม่สะท้อนแฟลชจนเสียรายละเอียด ทำให้โทนผิวดูสม่ำเสมอในทุกสภาพแสง แม้ถูกจับด้วยกล้องสดที่ไม่มีการปรับแต่ง”

LINGLING KWONG @linglingkwong
GLASS SKIN ที่จริงใจ…สะอาดใสเหมือนอาบน้ำวันละ 7 รอบ

“หลิงหลิงคือหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดใน SS26 ทั้งในแง่เอ็นเกจและภาพลุค โดยติด TOP EMV ของคนไทยทั่วโลก สิ่งที่แฟนๆ พูดถึงกันอย่างต่อเนื่องคือ ‘ผิวที่สะท้อนแสงแบบ GLASS SKIN แต่ไม่ลอย ไม่ปลอม’ เป็นความโกลว์ที่ยังเห็น TEXTURE ผิวจริงอยู่ ทำให้เมื่อโดนแฟลช ผิวไม่แบนและไม่มันเกินไป หลายคอมเมนต์ถึงกับบอกว่า ‘ภาพแคนดิดยังเหมือนถ่าย EDITORIAL’ ซึ่งถือเป็น RARE CASE มากในกล้องสด”

ORM KORNNAPHAT @orm.kornnaphat
PRETTY FACE THAT DRIVES ENGAGEMENT
“ออมขึ้นอันดับ 1 ของ EMV คนไทยในแฟชั่นวีคครั้งล่าสุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพราะแฟนคลับ แต่เพราะ ‘ภาพมันหยุดสายตาจริง’ จุดเด่นที่ถูกพูดถึงคือผิวที่มีมิติแบบ LUMINOUS BALANCE ไม่ฉ่ำ ไม่แมตต์ แต่พอดีจนกล้องอ่านแล้วดูแพงทันที โครงหน้าของออมยังช่วยให้แสงตกกระทบแล้วเกิดไดเมนชั่นที่สวยโดยไม่ต้องเฉดดิ้งมาก ทำให้หลายคนเรียกว่าเป็น ‘FACE ที่ช่วยแบกลุคได้จริง’”

FREEN SAROCHA @srchafreen
แคนดิดอย่างไรให้ดู ‘HIGH FASHION’

“ฟรีนเป็นหนึ่งในคนที่สร้าง IMPACT ต่อแบรนด์ระดับโลกของจริง โดยเคยทำ EMV ให้ VALENTINO ในระดับหลายล้านดอลลาร์ 

ในแฟชั่นวีค ลุคของเธอถูกพูดถึงเรื่อง ความ SOFT แต่ยังคง STRUCTURE ของหน้า ผิวดูละมุนแต่ไม่เบลอ รายละเอียดตา ปาก และกรอบหน้ายังชัดเมื่อถูกแฟลช เป็นความลงตัวของสาวหน้าหวานอ่อนเยาว์แต่ก็กลับมีความสง่าแบบผู้ใหญ่อยู่ในตัว ซึ่งต้องยกความดีให้ทั้งอินเนอร์ของน้องและเมคอัพที่บาลานซ์ระหว่าง SOFTNESS และ DEFINITION ได้ดี”

JEFF SATUR @jeffsatur

หล่อคมชัดแฝงความละมุน
“นอกจากความหล่อกระแทกตาลุคของหนุ่มเจฟถูกพูดถึงในฐานะลุคที่มีคาแรกเตอร์ชัด ไม่ใช่แค่ผิวสวย แต่จุดเด่นคือโครงหน้าที่มีโครงสร้างชัดเจน สะท้อนความเป็นลูกครึ่งไทย–อังกฤษ ทำให้ภาพมีมิติในตัวโดยไม่ต้องพึ่งการเฉดดิ้งหนัก เมคอัพงานนี้มีจุดโฟกัสที่ความละมุน โดยเฉพาะการปัดบลัชสูงบริเวณใต้ตา ไล่แบบระเรื่อ เพื่อยกช่วงกลางหน้าให้ดูสดใสอิ่มฟู ช่วยลดความตอบหรือผอมเกินไป ขณะเดียวกันยังคงความคมของโครงหน้าไว้ ผลคือภาพที่ยังมีเอกลักษณ์ แต่ไม่แข็ง กล้องจับแล้วให้ฟีล EDITORIAL มากกว่าความเป๊ะเรียบแบบไร้มิติ”

BEAUTY TIPS TO SURVIVE RAW CAMERAS
TIPS#01
เลือกรองพื้นให้ตรง UNDERTONE 
หาก UNDERTONE ของรองพื้นไม่ตรงกับผิวจริง ภาพที่ออกมาจะดูเทา ลอย หรือหมองทันที โดยเฉพาะเมื่อเจอแฟลชหรือแสงแข็ง
เทคนิคคือเลือกเฉดที่ตรง UNDERTONE ผิวจริงมากที่สุด ไม่สว่างหรืออมสีเกินไป เพื่อให้ผิวดูเป็นธรรมชาติและไม่เพี้ยนในกล้อง
MUST‑TRY PICKS : NARS NATURAL MATTE LONGWEAR FOUNDATION

TIPS#02
คุมความโกลว์ให้ถูกจุด
ผิวที่ขึ้นกล้องไม่ใช่ผิวที่ด้านสนิท ไม่ใช่โกลว์ไปทั้งหน้า แต่เป็นผิวที่มีความโกลว์ ‘เฉพาะจุด’ ใช้รองพื้นเนื้อบาง + เซ็ตแป้งเฉพาะบริเวณที่มัน และเพิ่มไฮไลต์แบบบางๆ ในจุดที่ควรมีแสงเพื่อผิวที่ดูมีมิติแต่ไม่สะท้อนแสงแรงเกินไป
MUST‑TRY PICKS : HUDA BEAUTY EASY BAKE LOOSE POWDER

TIPS#03
สร้างเงาแบบนุ่ม แทนการคอนทัวร์คมชัด
การคอนทัวร์เข้มและชัดเกินไปอาจดูแข็งหรือพลาดเกิดเงาเป็นคราบได้ในกล้องสด ควรใช้บรอนเซอร์หรือคอนทัวร์โทนอ่อน เบลนด์ให้เนียนไปกับผิว เพื่อสร้างเงาธรรมชาติ เป้าหมายคือให้ใบหน้าดูมีโครง โดยที่กล้องยังอ่านว่าเป็น ‘เงาจริง’ ไม่ใช่คอนทัวร์แบบตะโกน
MUST‑TRY PICKS : RARE BEAUTY WARM WISHES EFFORTLESS BRONZER STICK

TIPS#04
เลือกจุดเด่นหลักบนใบหน้าให้ชัดจุดเดียว
อย่าพยายามทำทุกส่วนให้เด่นเท่ากัน เช่น ตาเข้ม ปากจัด และแก้มชัดพร้อมกัน ให้เลือกโฟกัสหลักเพียงจุดเดียว แล้วบาลานซ์ส่วนอื่นให้ซอฟต์ลง ภาพที่ออกมาจะดูมีทิศทางและอ่านง่ายในกล้อง

MUST‑TRY PICKS :

  • ANASTASIA BEVERLY HILLS HAZE EYE SHADOW PALETTE MINI
  • YSL BEAUTY MAKE ME BLUSH BOLD BLURRING BLUSH
  • DIOR ADDICT SHINE LIPSTICK

  • BEAUTY EDITOR TALK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

‘จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ใช่คุณไหม?? ต้องเช็ก!!’ ดวงรายสัปดาห์ 23-29 มีนาคม 2569

‘จะไปต่อหรือพอแค่นี้ สั้นๆ แต่เจ็บจี๊ด’

ดวงรายสัปดาห์ 23-29 มีนาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   เป็นสัปดาห์ที่ชาวอาทิตย์จะได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่ผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานเรียลเอสเตท บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงาน สิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้รับโอกาสให้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีเข้าไปทำงานกับกลุ่มของผู้บริหาร นักการเมือง นักปกครอง ทหาร ตำรวจ  หรือองค์กรต่างประเทศ โดยที่คุณจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้หญิงเป็นอย่างดี ถึงกับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้เลยทีเดียว แต่คุณก็ไม่ควรมองคนอื่นในแง่ร้าย หรือเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการปกครองในอนาคต   

การเงิน  :  มีโอกาสได้รับเงินจากการซื้อ-ขาย หรือให้เช่าคอนโดฯ บ้าน ที่ดิน ที่ได้รับจากผู้ใหญ่ผู้หญิง ซึ่งคุณก็บริหารจัดการทรัพย์สินตัวเองได้ดีมีประสิทธิภาพ จนถูกมองว่าขี้เหนียว  

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์จะจริงจังกับความรักความสัมพันธ์มาก หากยังไม่เข้าตามตรอกออกตามประตูคงต้องจัดการให้ถูกต้องแล้วล่ะ จึงเป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่สมาชิกในครอบครัวจะได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา คนโสด  เป็นสัปดาห์ที่ชาวอาทิตย์มีโอกาสสมหวังในความรัก ได้พบคนที่พูดคุยกันได้ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว อาจเป็นชาวต่างชาติด้วย

 สุขภาพ  :  ชาวอาทิตย์สัปดาห์นี้จะจริงจังและเครียดกับทุกๆ เรื่องที่เข้ามาในชีวิต ระวังปวดศีรษะ ไมเกรน เป็นบ่อยจนกลายเป็นโรคประจำตัว จนถึงหัวใจและระบบเส้นเลือด รวมถึงอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น มดลูก

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ถึงอย่างไรชาวจันทร์ก็ยังปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้าไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น นักบวช นักการศาสนา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ครู อาจารย์ แพทย์ พยาบาล จนถึงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ก็เช่นเดิมที่คุณคาดหวังความสำเร็จไว้สูงมาก แต่ดวงก็ยังไม่เปิด จึงควรระวังจะเกิดข้อผิดพลาดทางเอกสารราชการจนกลายเป็นคดีความ จากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับการแย่งชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัว ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยงาน หรือปรึกษาผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้วย

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้ทำงานที่มีรายได้มั่นคง ขณะเดียวกันก็จะใจดีมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนฝูง ลูกน้อง และบริวาร ควรหลีกเลี่ยงการเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันซื้อบ้าน ซื้อรถให้ใคร

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณกับคู่ครองจะอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่และเครือญาติอย่างใกล้ชิด จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ซึ่งมีโอกาสที่ความสัมพันธ์ของคุณกับคู่พลอยไม่ดีไปด้วย คนโสด  หากคุณกำลังคบหากับแฟนเด็กอยู่ สัปดาห์นี้คาดว่าบรรยากาศจะอึดอัด เพราะต้องอยู่ภายใต้สายตาผู้ใหญ่และเครือญาติของเขา

สุขภาพ  :   จริงๆ คุณดูแลรักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท ยิ่งหากเป็นภูมิแพ้ ไซนัส และโพรงจมูกอักเสบอยู่แล้ว ระวังจะกำเริบจากการแพ้อาหาร อากาศ และฝุ่นละออง จนไปถึงผื่นคัน หรือผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อไวรัสต่างๆ   

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   บอกได้คำเดียวว่า เหนื่อยค่ะ สำหรับชาวอังคารในรอบสัปดาห์นี้ เพราะเทพพระอังคารที่เป็นเทพประจำวันเกิดสถิตอยู่กับคุณ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ทำงานในสายงานที่ต้องใช้แรงกายแรงใจ สติปัญญา และความสามารถส่วนตัวสูง เช่น ทหาร ตำรวจ ทนายความ นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง นักปกครอง ฯลฯ เหนื่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะเสนองานหรือโปรเจกต์อะไรก็ตาม มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้รับการอนุมัติ จึงควรทำการบ้านเตรียมข้อมูลให้แน่น ยิ่งหากเกี่ยวข้องกับงานสีเทาแล้วล่ะก็ ควรคิดใหม่ทำใหม่ เพราะเหนื่อยเปล่า     

การเงิน  :   รายได้ส่วนใหญ่จะได้จากการทำงาน แต่เมื่อได้มาคุณก็ใช้อาจมากกว่าที่หาได้ด้วยซ้ำ เป็นไปได้ว่าจะหมดกับการเที่ยวกลางคืน กับการชอปปิ้ง มีความเสี่ยงที่จะหมุนเงินไม่ทัน

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะหลงติดกับอะไรบางอย่างจนไม่สนใจคนรอบตัวหรือครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามเกี่ยวข้องกับเกียรติยศและศักดิ์ศรีในความเป็นคุณ คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวอังคารดูจะเป็นหญิงที่เข้มแข็งในสายตาของผู้ชาย แม้ว่าคุณเข้าร้านเหล้าไปดื่มคนเดียว ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไก่กาด้วย

สุขภาพ  :  คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยป่วยไข้กับใครง่ายๆ แต่ก็อย่าประมาท หากเที่ยวดึกติดกันทุกคืนก็มีโอกาสน็อคได้เหมือนกัน  นอกจากนั้นก็ระวังจะได้รับบาดเจ็บจากของมีคมและไฟไหม้

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์นี้ของชาวพุธคาดว่าจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักการศึกษา ติวเตอร์ โค้ชชิ่ง เทรนเนอร์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณอาจได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานบันเทิงเริงรมย์ เช่น ดนตรี กวี ศิลป์ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย ฯลฯ แต่ก็ต้องระวัง เพราะมีโอกาสตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ถูกใส่ร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น จึงควรรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น หรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป

การเงิน  :  สัปดาห์นี้จะมาจากรายได้ประจำ รวมถึงเงินบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งคุณอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน แต่จะเดือดร้อนทันทีหากคุณใจดี ใจอ่อน มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะจิตใจอ่อนไหว ไม่แน่ใจ ลังเลใจอย่างที่สุด จนกลายเป็นปลีกวิเวก อยู่คนเดียว คิดคนเดียว แต่อย่างไรก็ตามคู่ครองคุณก็เข้าใจ  คนโสด  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะเกิดความลังเล สับสน ว่าจะพอแค่นี้หรือจะเดินหน้าสานสัมพันธ์ต่อ

สุขภาพ   :   ควรระวังเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลือง และต่อมไร้ท่อต่างๆ  ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานบกพร่อง เลือด และน้ำเหลืองไม่ดี

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สัปดาห์นี้ของชาวพฤหัสเรียกว่า ชีพจรลงเท้าแทบไม่ได้นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายงานที่ต้องใช้แรงกายแรงใจ สติปัญญา และความสามารถส่วนตัว เช่น ทหาร ตำรวจ ทนายความ นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง นักปกครอง ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปบุกเบิกงานหรือขยายสาขายังต่างจังหวัด หรือไปไกลถึงต่างประเทศ จะบอกว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกมาด้วยกำลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็ง

การเงิน  :   ก็ยังคงขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงมีเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และเป็นรายได้ที่มั่นคงด้วย แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานหรือเงินที่ไม่ถูกกฎหมาย เพราะนอกจากจะทำให้คุณเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว ยังจะถูกหลอกด้วย  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสมีโอกาสได้เดินทางไกลกับคู่ครอง หากไปในเรื่องงาน เขาจะช่วยสนับสนุนหน้าที่การงานจนคุณได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง คนโสด มีโอกาสได้พบคนถูกใจในระหว่างเดินทาง และก็มีโอกาสสูงมากที่เขาคนนั้นจะเด็กกว่าคุณ จึงต้องระวังคู่แข่ง แรงๆ ทั้งนั้น

สุขภาพ   :   คุณดูแลรักษาสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว แต่หากจะเดินทาง ต้องระวังเรื่องระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดบาดแผลจากไฟไหม้และของมีคม  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  นับเป็นข่าวดีของชาวศุกร์ที่ยังไม่มีงาน หรือเพิ่งลาออกจากงาน เพราะมีความเป็นไปได้ว่าในรอบสัปดาห์นี้ คุณมีโอกาสได้เริ่มต้นทำงาน หรือดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความสามารถในการพูด เช่น ติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานขาย ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในช่วงแรกจะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาพิสูจน์ความสามารถของคุณ แต่หากสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :  หากกำลังขาดรายได้ ธุรกิจต้องปิดตัว สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีช่องทางให้ได้ใช้แรงกายแรงใจทำงานแลกเงิน ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้คุณมัวหมองในหน้าที่การงาน

ความรัก :   หากคุณกำลังอยู่ในสถานะแยกกันอยู่ สัปดาห์นี้ยิ่งต้องระวังพวกคนหวังดี แต่ประสงค์ร้าย ที่จะนำเรื่องไม่จริงมาใส่ร้ายป้ายสี จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนความสัมพันธ์ของคุณแย่ลงไปอีก คนโสด  สำหรับชาวศุกร์ที่กำลังอกหัก สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้พบรักใหม่ แต่ก็จะเหนื่อย เพราะคู่แข่งเพียบ

 สุขภาพ  :   สำหรับชาวศุกร์ สัปดาห์นี้ต้องระวังสุขภาพของตัวเองมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สดสะอาด เพราะมีความเสี่ยงที่อาหารจะเป็นพิษ  ท้องเสีย และลำไส้อักเสบ นอกจากนั้นเรื่องกระดูกและฟันก็น่าเป็นห่วง

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับดวงของชาวเสาร์สัปดาห์นี้ดูเหมือนจะดี แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องทนอยู่กับพันธะและข้อผูกมัดต่างๆ จนดิ้นไม่หลุด แม้จะต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ ไม่ได้รัก ไม่ได้เลือก แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้ใหญ่และคนรักที่คอยให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเป็นอย่างดี กระนั้นก็ตามอย่าเพิ่งวางใจ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จะมีปัญหาและอุปสรรคจู่โจมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง จนคุณไม่สบายใจ จนถึงขั้นท้อถอย จึงควรใช้สติ ใจเย็นๆ ค่อยๆ แก้ไขปัญหา อย่าใช้ทิฐิ หรืออารมณ์โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายมากมายยากเกินจะแก้ไข

การเงิน  :   หากกำลังเป็นหนี้ หรือสูญเงินจากการถูกมิจฉาชีพหลอก นับว่าแต้มบุญคุณดี เพราะคาดว่าผู้ใหญ่จะช่วยใช้หนี้ให้ แต่ระวังไม่ใช้เกินกว่าที่ท่านให้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะวนเป็นงูกินหางไม่มีที่สิ้นสุด  

ความรัก  :   ระวังบุคคลใกล้ชิดจะเข้ามาทำดีกับครอบครัวคุณ จริงๆ แล้วเขาหวังผลประโยชน์และคู่ครองคุณ คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวเสาร์จะรักใครต้องดูให้ดี เพราะมีดวงถูกหลอก คบกันเพื่อหวังผลประโยชน์ มีดวงแต่งงานมากกว่า 1 ครั้งนะคะ

สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บออดๆ แอดๆ นะคะ ส่วนมากจะเป็นโรคเลือด ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี จึงควรดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจเลยนะคะ อย่าเครียด อย่าโหมงานหนัก พักผ่อนมากๆ

พราว–อรณิชา

2 ลุคเจ้าสาวของ พราว–อรณิชา เรียบหรู อบอวลด้วยความหมาย

เปิดลุควันสำคัญของ พราว–อรณิชา และ แทน–ธารณ (แทน Lipta) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักตลอด 10 ปี ผ่านสองลุคแต่งงานที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ความทรงจำ และความงดงามเหนือกาลเวลา

2 ลุคเจ้าสาวของ พราว–อรณิชา เรียบหรู อบอวลด้วยความหมาย

เริ่มต้นด้วยลุคงานหมั้นในช่วงเช้า พราวเลือกสวมชุดจาก Uncle’s Atelier ซึ่งเธอมีส่วนร่วมในการออกแบบด้วยตัวเอง โดยได้แรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงไดอาน่า ถ่ายทอดความคลาสสิกผ่านการผสานผ้า taffeta เข้ากับผ้าไหมไทย พร้อมรายละเอียดสุดพิเศษจากชุดแต่งงานของคุณแม่ที่ถูกนำมารังสรรค์ใหม่ กลายเป็นชุดที่เต็มไปด้วยความหมายและความรักข้ามกาลเวลา

ลุคนี้ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบด้วยรองเท้า SIVA MULE 50 จาก Jimmy Choo ที่ช่วยเสริมความสง่างามอย่างเรียบหรูในทุกย่างก้าว

ต่อด้วยลุคงานฉลองช่วงค่ำ พราวปรากฏตัวในชุดราตรียาวจาก Patarasiri ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Timeless Romance สะท้อนมุมมองของความรักที่เติบโตและงดงามตามกาลเวลา

โดยนำหนึ่งในผลงานซิกเนเจอร์ของแบรนด์อย่าง Lace Bridal Gown มาตีความใหม่ผ่านซิลูเอตที่อ่อนหวาน เรียบหรู และสุขุม ให้ความรู้สึกเฟมินีนและโรแมนติกอย่างสง่างาม โดดเด่นด้วยการจัดวางลวดลายลูกไม้อย่างประณีต ผสานองค์ประกอบแฮนด์เมดที่ออกแบบขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถัน สะท้อนเสน่ห์ของงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนในทุกมิติ


THE KLINIQUE สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย

THE KLINIQUE (เดอะคลีนิกค์) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความงามอีกครั้ง ด้วยการคว้า 4 รางวัลสำคัญภายในค่ำคืนเดียว แบ่งเป็น 2 รางวัลใหญ่ด้าน Ultherapy และอีก 2 รางวัลด้านเทคนิคหัตถการฉีดเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวและปรับรูปหน้า สะท้อนถึงศักยภาพของทีมแพทย์ มาตรฐานการรักษา และความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศไทยและระดับเอเชีย

รางวัลสำคัญในครั้งนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Ultherapy ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความโดดเด่นของ THE KLINIQUE ในด้านประสบการณ์การรักษา ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยียกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ

สำหรับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ได้แก่
• The Thailand Number One Legendary Award for Ultherapy Transducer Usage
• The Thailand Number One Legendary Award for Ultherapy Control Unit

นอกเหนือจาก 2 รางวัลด้าน Ultherapy แล้ว THE KLINIQUE ยังได้รับอีก 2 รางวัล จากความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคหัตถการฉีดเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวและปรับรูปหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของแบรนด์ ในการออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยคำนึงถึงโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของ THE KLINIQUE ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด คือการผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ พร้อมออกแบบการรักษาแบบ Personalized เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสม แม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ


แฟชั่นสไตล์ซอมีแร! เปิดลิสต์ 6 กระเป๋า “คิมจีซู” ในซีรีส์ Boyfriend on Demand

สำรวจลุค คิมจีซู Boyfriend on Demand พร้อมเปิดลิสต์ 6 กระเป๋าไอเท็มคอมพลีตลุคให้สมบูรณ์แบบ

Boyfriend on Demand ซีรีส์เกาหลีแนวโรแมนติก – แฟนตาซี จาก Netflix ที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสสุดๆ เรียกว่าครองอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มของประเทศเกาหลีใต้เลยทีเดียว โดยเรื่องดังกล่าวมี ซออินกุก มารับบท พัคคยองนัม พระเอกผู้แสนอบอุ่น ที่จะมาพิชิตหัวใจ ซอมีแร หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความสดใส แต่ซ่อนปมความรักไว้ในหัวใจ ซึ่งแสดงโดย คิมจีซู

หลังจากซีรีส์ออนแอร์ได้เพียงไม่กี่วัน ความนิยมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมผู้ชมหลายคนยังยกให้เป็นซีรีส์แนวโรแมนติกที่ถูกต้อง ด้วยเนื้อหาที่แบ่งสัดส่วนมาอย่างพอดีทั้งความหวาน และดราม่าที่อยู่ขั้นเข้าใจได้ แอบกระซิบว่า เรื่องนี้ไม่มีตัวละครชวนปวดหัวให้คนดูต้องนั่งกลุ้มใจ ฉะนั้นใครที่มองหาซีรีส์สนุกๆ เบาสมอง และเต็มอิ่มหัวใจ ก็ไม่ควรพลาด Boyfriend on Demand

Boyfriend on Demand

สำหรับพาร์ท คอสตูม ในซีรีส์เรื่องนี้ก็gป็นที่จับตามองจากแฟนคลับของจีซูไม่แพ้กัน เพราะหากย้อนดูผลงานการแสดงที่ผ่านมาจะเห็นว่าเครื่องแต่งกาย อาจไม่ได้โดดเด่นมากนัก ด้วยบทในยุคสงคราม จากซีรีส์ Smowdrop (2021 – 2022) หรือต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ใน Newtopia (2025) แต่ใน Boyfriend on Demand จีซูของเราได้เปลี่ยนหลายลุคจริงๆ แพรว จึงอยากชวนทุกคนมาสำรวจลุคของเธอ พร้อมเผย 6 ลิสต์กระเป๋าที่ช่วยคอมพลีตลุคของเธอไปด้วยกัน

Look 1

Claude จาก SEZANE (13,700 บาท)

เริ่มต้นลุคแรกด้วยสไตล์สบายๆ ของ ซอมีแร ที่มาในโททัลลุคโทนคลาสสิกกับเสื้อโค้ตสีดำ พร้อมเพิ่มกิมมิกให้กับลุคด้วยผ้าพันคอสีเทา และคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋าสะพายดีไซน์เรียบง่ายสีดำ ตกแต่งอะไหล่ทอง โดยรวมแล้วถือเป็นลุคง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ที่ใส่แล้วดูดี

Look 2

Pin Swing Taurillon Soft Stone จาก Delvaux (120,700 บาท)

แม้ลุคที่ 2 จะไม่ได้เห็นโททัลลุคเท่าไหร่ แต่ความน่าสนใจอยู่ที่กระเป๋าใบสวยที่นอนกองอยู่กับพื้น นั่นคือกระเป๋ารุ่น Pin Swing Taurillon Soft Stone จาก Delvaux เอกลักษณ์กระเป๋าช่องหน้ารูปตัว D อันเป็นซิกเนเจอร์ของตระกูล Pin และสายสะพายไหล่ที่สามารถถอดและปรับความยาวได้

Look 3

Tempête MM Crispy Calf Night Sky จาก Delvaux (269,300 บาท)

เห็นกระเป๋าแต่ละใบของซอมีแรแล้วได้แต่สงสัยที่บอกว่า ไม่มีเงิน เรื่องจริงหรือเปล่านะซอมีแร? แต่ตำแหน่งของนางเอกในออฟฟิศก็ไม่ธรรมดา เพราะเธอเป็นถึงระดับ Project Manager กระเป๋าราคาสองแสนอาจเป็นเรื่องสบายๆ สำหรับ Tempête MM Crispy Calf Night Sky ที่มาช่วยเติมเต็มลุคชิลๆ เป็นกระเป๋าทรงกะทัดรัดที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเชิงประติมากรรม ผลิตจากหนังลูกวัว Alpina Calf ในเฉดสี Night Sky และตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์โลหะสีเงิน ให้ลุคโมเดิร์นขึ้นอย่างชัดเจน

Look 4

Léonce Small Opera Calf Black จาก Delvaux (155,100 บาท)

สำหรับใบต่อมา Léonce Small Opera Calf Black รูปทรงของกระเป๋าถูกเสริมให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยห่วงโลหะสีทองรูปตัว D อันเป็นเอกลักษณ์ และมาพร้อมสายสะพายไหล่ที่สามารถปรับความยาวได้ เป็นอีกหนึ่งใบคลาสสิกที่ควรมีติดตู้

Look 5

Cool Box Mini Taurillon Soft Enlaced Cloud จาก Delvaux

ลุคน่ารักขนาดนี้ก็ต้องมีกระเป๋าทรงคิวต์เติมเต็มลุคกับ Cool Box Mini Taurillon Soft Enlaced Cloud กระเป๋าทรงกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็ก มาพร้อมหูจับด้านบนสองข้าง ในโทนสีสว่าง สำหรับใครที่อยากได้ใบนี้ก็ต้องตามหากันหน่อย เพราะตอนนี้ยังไม่เข้าไทยนะคะ

Look 6

Small Lady Dior My ABCDior Bag จาก Dior (220,000 บาท)

สุดท้าย จีซูเป็นถึง Global Ambassador ประจำ Dior ทั้งที จะไม่ถือกระเป๋าดิออร์ก็ไม่คอมพลีตสิคะ สำหรับเรื่อง Boyfriend on Demand เธอมาพร้อมไอเท็มซิกเนเจอร์ Lady Dior สี Powder Beige เป็นตัวช่วยที่คอมพลีตลุคให้ทั้งอ่อนหวานและคลาสสิก


ภาพ: Delvaux, Dior, Sezane, Netflix และ Instagram @sooyaaa__

ผู้บริหาร “หญิง” กับภารกิจปั้น “One Bangkok Workplace” สู่ระดับโลก

เมื่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ระดับแลนด์มาร์ก อย่าง One Bangkok เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารหญิงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง “One Bangkok Workplace” ทั้ง 5 อาคารสำนักงาน บนพื้นที่กว่า 500,000 ตารางเมตร คุณหญิง – ทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ One Bangkok กับประสบการณ์กว่า 20 ปี ในวงการอาคารสำนักงาน เธอสร้างปรากฏการณ์ด้วยการปล่อยเช่าพื้นที่มากกว่า 150,000 ตารางเมตรภายในเวลาเพียงปีเศษ 

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จ และแนวคิดที่ทำให้ One Bangkok Workplace เติบโตอย่างก้าวกระโดด แพรวชวนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน 

ก้าวออกจาก Comfort Zone

“ก่อนหน้านี้หญิงทำงานเป็น Business Consultant ด้านอาคารสำนักงานมากว่า 20 ปี ทำตั้งแต่ลีสซิ่ง จนเป็นที่ปรึกษาให้กับอาคารเก่า อาคารใหม่ และอาคารที่กำลังสร้าง ดูแลตั้งแต่โครงสร้างการขาย เรียกว่าทำมา ทุกหน้าที่แล้ว จึงเติบโตในสายงานนี้มาอย่างต่อเนื่องและได้ขึ้นเป็นหัวหน้าขององค์กร

“เรียกได้ว่าครึ่งชีวิตการทำงานของหญิงในสาย Consultant ถือว่าเต็มแล้ว แต่อีกครึ่งในสาย Project Development ยังไม่เคยได้ลองจริงจัง จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วมีพี่คนหนึ่งชวนมาทำงานที่ One Bangkok ถือเป็นโปรเจ็กต์ที่ท้าทาย หลายคนเตือนว่า โครงการนี้ใหญ่และยากเกินไป แต่หญิงกลับมองว่า ถ้าเริ่มต้นด้วยคำว่า “ยาก” หญิงคงมาไม่ถึงวันนี้”

พลิกข้อจำกัด 

โจทย์ใหญ่ของคุณหญิงไม่ใช่ “ขนาดโครงการ” กว่าครึ่งล้านตารางเมตร แต่คือ “เวลา”

“หญิงเข้ามาก่อน One Bangkok จะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเพียง 1 ปี ทำให้ต้องเร่งสร้างทีม หาลูกค้า และพัฒนาโครงการไปพร้อมๆ กัน ลูกค้าเข้ามาเห็นแต่ไซต์ก่อสร้าง ถ้าไม่ได้อยู่ในวงการนี้จะนึกภาพไม่ออก เราจึงต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา ถือเป็นความท้าทายที่ทำให้สนุกและอยากทำให้สำเร็จ

“ตลอด 20 ปีที่อยู่ในวงการนี้มา ทำให้เห็นวัฏจักรของตลาด ตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งจนถึงโควิด ได้เห็น ตอนที่ขึ้นสุด ต่ำสุด และกลับขึ้นมาใหม่ หญิงรู้จักแทบทุกตึกในกรุงเทพฯ เพราะเคยทำงานคอนซัลต์มาก่อน เราจึงเข้าใจตลาด และความต้องการของผู้เช่าอย่างแท้จริง

“หลายบริษัทมองว่า ออฟฟิศเป็นต้นทุนจึงพยายามลดทอนพื้นที่ แต่จริง ๆ คือ Investment อย่างหนึ่ง ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กัน ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กร สร้าง Engagement และดึงดูดคนเก่งๆ ที่มี Mindset เดียวกัน”

ไม่ใช่แค่พื้นที่

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ One Bangkok Workplace ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว คือ แนวคิดที่แตกต่าง

“คําถามที่หญิงได้ยินบ่อยมากคือ ทำไม One Bangkok Workplace ปล่อยเช่าได้มากขนาดนี้ในเวลา ไม่นาน นั่นเพราะเราไม่ได้ขายพื้นที่ แต่ทำหน้าที่เหมือนเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้า เราไม่เชียร์ให้ลูกค้าเหมาไปทั้งชั้นโดยไม่ถามก่อนว่า บริษัทคุณเป็นอย่างไร ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันไหม เพื่อจะได้พื้นที่ที่เหมาะกับธุรกิจจริงๆ 

“หญิงอยู่ในธุรกิจนี้มานาน หนึ่งในความฝันของหญิงคือ อยากให้ตลาดออฟฟิศของไทยสามารถสู้กับระดับโกลบอลอย่างสิงคโปร์กับฮ่องกงได้ ซึ่งเรามีทุกอย่างครบทั้ง Facility, Amenity, Entertainment, Residence รวมไปถึงด้านอาหารการกิน แล้วทำไมจะเป็น Hub ของภูมิภาคไม่ได้

“วันนี้ความฝันของหญิงเป็นจริงมาถึงครึ่งทางแล้ว นอกจากดีเวลลอปเปอร์จากทั่วโลกมาดูงานที่เราเยอะมาก วันนี้เรามีบริษัทข้ามชาติมาตั้งสำนักงานที่นี่หลายบริษัท เพราะเราพิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าประเทศไทยเป็นได้ ใครยังไม่มา ต้องรีบมาแล้วนะคะ” 

มาตรฐานใหม่ของ Workplace

“เพราะ One Bangkok Workplace ออกแบบให้เป็นมากกว่าสำนักงาน ไม่ว่าจะ Opportunity, Flexibility และ Community พร้อมเทคโนโลยีและ Sustainability ระดับโลกที่เราลงทุนด้วยเงินมหาศาล อย่าง ในวันที่ค่า PM2.5 ทั่วกรุงเทพฯ สูงเกินมาตรฐาน แต่คุณภาพอากาศในทุกอาคารของเรายังอยู่ระดับสีเขียว เพราะเราติดตั้งระบบกรองอากาศสองชั้นระดับ MERV 14 เทียบเท่ามาตรฐานโรงพยาบาล พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ 3,000 จุดที่คอยตรวจสอบสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

“โครงการ One Bangkok ยังได้รับการรับรอง LEED for Neighbourhood Development (LEED ND) ระดับ Platinum ซึ่งเป็นการรับรองว่าทุกอาคาร มีประสิทธิภาพสูงในการใช้พลังงานและน้ำ การจัดการขยะ และคุณภาพอากาศ ภายในอาคาร รวมถึงผังเมือง พื้นที่สีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง และมีคุณภาพ ซึ่งอาคารสำนักงานของ One Bangkok สร้างขึ้นตามมาตรฐาน LEED Core and Shell (LEED CS) เป็นการรับรองมาตรฐานอาคารที่มีการปฏิบัติตามหลักเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมสุขภาพที่ดี รวมไปถึงการออกแบบอาคารภายใต้มาตรฐาน WELL Building Standard ไม่ว่าจะการใช้วัสดุ Low-VOC ที่มีสารระเหยต่ำ ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติที่ดีต่อสภาพกายและจิตใจ”

บทเรียนจาก “โอกาส” 

​เส้นทางของเธอไม่ได้มีแค่ความสำเร็จ หากแต่เต็มไปด้วยบทเรียนที่ค่อยๆ หล่อหลอมวิธีคิดและกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตในทุกวันนี้คุณหญิงมักหยิบยกประสบการณ์เหล่านั้นมาแบ่งปันให้น้อง ๆ ในทีมอยู่เสมอ และครั้งนี้กับ “แพรว” ก็เช่นกัน 

“งานแรกของหญิงคือ Business Consultant เลย หลังจากทำมาได้ 9 ปี เกิดคําถามกับตัวเองว่า นี่ใช่ งานที่เราทำได้ดีหรือแค่ทำได้ จึงตัดสินใจลาออกแล้วเปลี่ยนไปทำด้าน Consumer ผ่านไปปีกว่าถึงรู้ว่าไม่ใช่ แล้วได้มาคุยกับรุ่นพี่ เขาพูดว่าหญิงมัวไปไขว่คว้าอะไรมากมาย ทำไมไม่คิดว่าตัวเองโชคดีนะที่ได้เจองานที่ใช่ตั้งแต่แรก หญิงจึงกลับไปทำงานสายเดิม และตั้งแต่นั้นไม่เคยออกจากวงการนี้อีกเลย”

“ถ้าถามว่า หญิงเป็นผู้บริหารแบบไหน อันดับแรก หญิงชอบให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นแบบสุภาพ ไม่ก้าวร้าว ชอบเห็นลูกน้องมีแพสชั่นกับงาน หญิงเข้าใจว่าจุดเด่นของลูกน้องแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วให้โอกาสเขาได้ทำในเรื่องที่ถนัด เมื่อเขาทำออกมาได้ดี ต่อไปเขาจะมั่นใจที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และหญิงไม่อายที่จะเข้าไปถามลูกน้องว่า อันนี้ทำอย่างไร สอนหน่อยได้ไหม หรืออันนี้เธอเก่งกว่าพี่ ทำไปเลย

“หญิงให้โอกาสน้อง ๆ ทุกคน อย่าง ถ้าในทีมมองว่า ใครคนหนึ่งไม่โอเค ไม่ควรให้ทำงานต่อ หญิงจะบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ขอลองดูเขาเอง เพราะไม่ชอบตัดสินใคร อาจจะมีบริบทหรือสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เขาเป็นอย่างนั้น เพราะหญิงเคยเป็นเด็กที่ได้รับโอกาสมาก่อน”

ถึงตรงนี้ คุณหญิงจึงเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตว่า สมัยก่อนเธอเป็นคนตีสต์มาก เมื่อบริษัทส่งให้ไปเทรนที่อเมริกา 2 อาทิตย์ เธอเริ่มมีคําถามกับตัวเองว่าโลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ แล้วฉันมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ เมื่อกลับมาเมืองไทย เธอหยุดและไม่ไปทำงานอีกเลย จนหัวหน้าเรียกเข้ามาคุยถึงเหตุผล เธอพูดแค่ว่า หญิงขอลาออก หัวหน้าจึงให้เธอนั่งสงบสติอารมณ์ในห้อง แล้วออกไปปรึกษากัน อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงในหัวบอกตัวเองว่า “อย่าทำตัวแบบนี้นะ ถ้าจะลาออก ต้องออกอย่างสง่างาม”

ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อหัวหน้ากลับเข้ามาพร้อมท่าที่ที่จะไม่รั้งเธอไว้แล้ว คุณหญิงรีบขอโทษและขอโอกาส พิสูจน์ตัวเอง หลังจากวันนั้นเธอไม่เคยมาทำงานสายอีกเลย และสามารถสร้างผลงานจากยอดรายได้ 5 ล้าน เพิ่มเป็น 10 ล้านบาท บทเรียนครั้งนั้นกลายเป็นสิ่งที่เธอย้ำกับตัวเองเสมอว่า 

“เพราะหญิงเชื่อในคําว่า “โอกาส”…ถ้าไม่ได้รับในวันนั้น ก็คงไม่มีหญิงในวันนี้”


Betagro Ventures เปิดตัว ‘blüüm’ แบรนด์อาหารเสริมวิตามินน้องใหม่

Betagro Ventures บริษัทด้านการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ภายใต้ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดตัว ‘blüüm (บลู่ม)’ แบรนด์อาหารเสริมวิตามินน้องใหม่ ที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ ประกอบด้วย 4 สูตรหลัก ได้แก่ blüClear (บลูเคลียร์) blüPrime (บลูไพร์ม) blüFlex (บลูเฟล็กซ์) และ blüNight (บลูไนท์) ซึ่งแต่ละสูตรได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในมิติที่แตกต่างกันออกไป โดย blüüm ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘Daily Wellness’ สำหรับสินค้าซีรีส์แรก และพัฒนาผ่านคอนเซปต์ ‘Science in A Sachet’ สูตรได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของหลักการทางวิทยาศาสตร์ พร้อมกำหนดสัดส่วนสารสำคัญในระดับที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการทำงานของร่างกายในแต่ละระบบอย่างสมดุล โดยผสานคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติเข้ากับกระบวนการพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และยกระดับการดูแลสุขภาพให้สะดวก

blüüm 4 สูตร ได้แก่

สูตรที่ 1: blüClear เริ่มวันใหม่อย่างสดใส คมชัด และมีพลัง

สูตรที่ 2: blüPrime เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับทุกกิจกรรม

สูตรที่ 3: blüFlex เคลื่อนไหวอย่างมั่นใจในแบบจังหวะของคุณ

สูตรที่ 4: blüNight ช่วยผ่อนคลายก่อนหมดวัน พร้อมเริ่มต้นใหม่อย่างสดชื่น

blüüm นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ Betagro Ventures ที่มุ่งคัดสรรสิ่งที่ดีกว่า ผ่านการผสานสารอาหารที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ (Synergistic Effect) เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างมีหลักการและเชื่อถือได้

นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ กล่าวว่า “จากผลสำรวจที่ผู้คนในปัจจุบันต่างให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการออกกำลังกาย และการบริโภค อีกทั้งพบว่าสิ่งที่น่าสนใจจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเผชิญอยู่ คือ ความยุ่งยากในการเลือกและจัดการอาหารเสริมด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจับคู่วิตามิน หรือความกังวลเรื่องการได้รับสารอาหารเกินความจำเป็น ซึ่งเมื่อสะสมในระยะหนึ่งแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สะดวก มีคุณภาพ และน่าเชื่อถือได้ จึงได้พัฒนา blüüm เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป มอบทางเลือกด้านโภชนาการที่สอดรับกับความต้องการ ทั้งการใช้บริโภคที่สะดวก ง่าย และสนับสนุนสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน”


Oyster Perpetual GMT-Master

เปิดประสบการณ์เหนือกาลเวลากับนิทรรศการ Oyster Perpetual GMT-Master

Rolex ร่วมกับ PMT The Hour Glass เชิญชวนผู้หลงใหลในเรือนเวลาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับนิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และจิตวิญญาณของ Oyster Perpetual GMT-Master นาฬิกาเครื่องมือระดับตำนานซึ่งเติบโตเคียงข้างยุคทองของการบินพาณิชย์ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของนักเดินทางรอบโลก

เปิดประสบการณ์เหนือกาลเวลากับนิทรรศการ Oyster Perpetual GMT-Master

นิทรรศการจะจัดขึ้น ณ Siam Paragon บริเวณ Fashion Hall ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 6 – 22 มีนาคม 2026 โดยนำเสนอเรื่องราวของ GMT-Master ผ่านพื้นที่จัดแสดงในธีมต่าง ๆ ที่ร้อยเรียงพัฒนาการของเรือนเวลา พร้อมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่บอกเล่ามรดกแห่งความสำเร็จของหนึ่งในนาฬิกาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลา

สุดยอดนาฬิกาสำหรับนักเดินทางข้ามเขตเวลา

Oyster Perpetual GMT-Master II

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา การเติบโตอย่างรวดเร็วของการบินข้ามทวีปได้เปลี่ยนมุมมองเรื่องระยะทางของมนุษยชาติอย่างสิ้นเชิง จุดหมายปลายทางที่เคยห่างไกลกลับกลายเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

เพื่อตอบโจทย์การเดินทางในยุคใหม่นี้ Rolex ได้เปิดตัว GMT-Master ในปี 1955 นาฬิกาที่มาพร้อมกลไกเที่ยงตรงและเข็มแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่อ่านเวลาได้มากกว่าหนึ่งเขตเวลาอย่างแม่นยำ ขอบตัวเรือนสองสีที่แบ่งสเกล 24 ชั่วโมง กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเดินทางตั้งแต่แรกเริ่ม

Oyster Perpetual GMT-Master II

ด้วยความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ GMT-Master จึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งนักบิน นักสำรวจ นักแสดง ศิลปิน และนักผจญภัยระดับโลก พร้อมก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานสำคัญของนาฬิกาในวงการการบิน การสำรวจ และการเดินทางระหว่างประเทศ

จากนาฬิกาในห้องนักบิน สู่สัญลักษณ์ของผู้เดินทางทั่วโลก GMT-Master ได้กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกากลุ่ม Professional ที่สะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คนกับโลกใบนี้ ไม่ว่าจะอยู่บนผืนดิน กลางทะเล หรือเหนือผืนฟ้า

สัญลักษณ์แห่งวิวัฒนาการที่ไม่สิ้นสุด

แม้จะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของขอบตัวเรือนสองสี หน้าปัดซิกเนเจอร์ และเข็มนาฬิกาทั้งสี่ไว้ตั้งแต่ปี 1955 แต่ GMT-Master ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านวัสดุและเทคโนโลยี

ขอบตัวเรือนได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงจาก Plexiglas ในยุคแรก สู่อลูมิเนียมในปี 1959 และเซรามิกตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา ขณะที่ระบบเรืองแสง Chromalight ก็ได้รับการพัฒนาให้สว่างคมชัดยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2021 เข็มและหลักชั่วโมงถูกเคลือบสารเรืองแสงสีฟ้าที่อ่านค่าได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง

ในด้านการออกแบบ สายนาฬิกาแบบ Jubilee ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2018 ควบคู่กับสาย Oyster ขณะที่รุ่นปัจจุบันของ GMT-Master II ผลิตขึ้นในวัสดุหลากหลาย ทั้ง Oystersteel, Yellow Rolesor และทองคำ 18 กะรัต

ด้านกลไก นาฬิการุ่นนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ตั้งแต่ calibre 1036 ในปี 1955 จนถึง calibre 3285 ในปัจจุบัน โดยก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 1982 กับ calibre 3085 ซึ่งสามารถแยกการทำงานของเข็มชั่วโมงได้อย่างอิสระ และนำไปสู่การถือกำเนิดของ GMT-Master II

การเดินทางที่ยังคงดำเนินต่อไป

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางอันยาวนานของ GMT-Master และ GMT-Master II ผ่านหมุดหมายสำคัญทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนาฬิการุ่นต่าง ๆ จากคอลเลกชันปัจจุบันอย่างใกล้ชิด

ตลอดการจัดแสดง ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้เคยสวมใส่ GMT-Master และมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์การบิน รวมถึงบุคคลร่วมสมัยจากหลากหลายสาขาที่ยังคงสืบสานสถานะของนาฬิการุ่นนี้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการสำรวจและการเชื่อมต่อของมนุษยชาติ

การเดินทางจะปิดท้ายด้วยภาพยนตร์สารคดีสั้นที่ย้อนรอยความสำเร็จ และตอกย้ำตำนานของ GMT-Master — เรือนเวลาที่ไม่เคยหยุดก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา


อีดงอุค (Lee Dong Wook)

สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ พระเอกเกาหลี  อีดงอุค (Lee Dong Wook)

เปิดมุมลับของ อีดงอุค (Lee Dong Wook) พระเอกเกาหลี ผู้ยอมทิ้งช่วงชีวิตวัยรุ่นเพื่อดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่สู่เบื้องหลังมิตรภาพสุดซี้กับ “กงยู” และความฝันสุดละมุนที่อยากเป็นคุณพ่อลูกสามในอนาคต

หากคุณเป็นคอ K-Drama ตัวจริง เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่รู้จักชายคนนี้ อีดงอุค (Lee Dong Wook) พระเอกระดับ A-List ผู้ครองบัลลังก์ความนิยมมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษอย่างสง่างาม ความน่าทึ่งของเขาไม่ใช่แค่การรักษามาตรฐานฝีมือที่เฉียบคม หรือการกล้าฉีกกรอบจาก ‘พระเอกสายละมุน’ ไปสู่ ‘ฆาตกรสุดสยอง’ ได้อย่างน่าขนลุกเท่านั้น แต่เขายังพิสูจน์ให้เห็นถึงเสน่ห์ที่เป็นอมตะ ซึ่งไม่ว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ชื่อของเขาก็ยังคงอยู่ในระดับแถวหน้าเสมอ”

และล่าสุดหนุ่มหล่อคนนี้เตรียมพบปะกับแฟนคลับชาวไทยในงาน “LEE DONG WOOK 2025–2026 FANMEETING TOUR [MY SWEET HOME] in Bangkok 2026” เช่นนั้นเราไปทำความรู้จักนักแสดงคนนี้กันให้มากขึ้น เชื่อว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณหลงรักเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น

พี่ชายที่แสนดี (และขี้บ่น) ที่สุดในโลก

เบื้องหลังภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ที่ดูสมบูรณ์แบบ อีดงอุค คือเสาหลักที่อบอุ่นของครอบครัวในรายการทอล์กโชว์ชื่อดังอย่าง Healing Camp น้องสาวของเขา “อีวอนฮี” เคยส่งวิดีโอข้อความสุดซึ้งที่เปิดเผยตัวตนอีกด้านของพี่ชายคนนี้ว่า “พี่ชายของฉันเป็นพี่ชายที่ดีที่สุด ไม่มีข้อเสียเลย เขาเป็นคนดี แต่บางครั้งก็มากเกินไป” ดูเหมือนว่าอีดงอุคจะดูแลทุกคนอย่างดีเยี่ยมจนบางครั้งกลายเป็นความหวง และความช่างจู้จี้จุกจิก จนคนในบ้านพากันตั้งฉายาให้เขาเป็นนักบ่นตัวยง นอกจากนี้น้องสาวของเขายังพูดติดตลกว่า “ในครอบครัวอีดงอุคเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่ชอบบ่น พ่อของฉันยังต้องจะขออนุญาตเขาก่อนที่จะออกไปดื่มกับเพื่อนๆ จนดึกเลย”

ชีวิตวัยรุ่นที่หายไปเพื่อ “ครอบครัว”

แม้พื้นฐานครอบครัวของอีดงอุคจะไม่ได้ลำบากจนขัดสน แต่เขาก็รับรู้ถึงความรับผิดชอบในฐานะลูกชายมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มก้าวเท้าเข้าสู่วงการบันเทิงหลังชนะการประกวดนายแบบ V-NESS และได้รับบทนำในละครสั้นของช่อง MBC ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาก็กลายเป็นกำลังหลักในการดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัวมาตั้งแต่นั้นในรายการ Roommate น้องสาวของเขาเคยเปิดใจถึงความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อพี่ชายว่า

“ตอนเด็กๆ ฉันเคยอิจฉาและเฝ้าถามแม่ว่า ทำไมถึงรักพี่มากกว่าฉัน จนวันหนึ่งแม่ตอบว่า ‘ลูกน่ะอยากทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่พี่ชายไม่มีสิทธิ์แบบนั้นเลย’ ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจความหมายของแม่ จนกระทั่งโตขึ้นถึงได้รู้ว่า พี่ชายของฉันไม่เคยได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบที่อยากทำเลย ชีวิตเขาอยู่แค่การทำงานหนักในกองถ่ายสลับกับการเก็บตัวอยู่บ้านเงียบๆ เพื่อพักผ่อนด้วยการดื่มเบียร์และอ่านการ์ตูนเพียงลำพัง”

“อีวอนฮี” ยังเล่าอีกว่า “ฉันรู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำในรายการ Roommate คือสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด นั่นคือการมีเพื่อนฝูงและได้ใช้เวลาสนุกสนานร่วมกัน สิ่งที่ฉันเคยได้ทำอย่างเต็มที่ตอนอายุ 20 แต่พี่ชายของฉันเพิ่งจะได้เริ่มทำมันตอนนี้เอง นั่นคือเหตุผลที่ฉันร้องไห้ทุกครั้งที่ดูรายการนี้”

มิตรภาพที่กาลเวลาทำอะไรไม่ได้

และถ้าพูดถึงเพื่อนซี้ที่เคมีเข้ากันที่สุดในวงการบันเทิงเกาหลี คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่หู “อีดงอุค” และ “กงยู” สองซูเปอร์สตาร์ระดับตัวพ่อที่สร้างปรากฏการณ์ความสนิทสนมจนแฟนๆ ตกหลุมรัก จุดเริ่มต้นความผูกพันที่แน่นแฟ้นนี้เกิดขึ้นในกองถ่ายซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Goblinในบทบาทของ “พี่ยมทูต” และ “พี่ยักษ์” ที่กัดกันตลอดเวลา แต่ในชีวิตจริง ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับลึกซึ้งและยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน

แม้ซีรีส์จะจบลงไปนานหลายปีแล้ว แต่ภาพที่ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน หรือการแสดงออกถึง “มิตรภาพแบบพี่น้อง” (Brotherly Bond) ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ความน่ารักของคู่นี้คือเวลาที่อยู่ด้วยกัน พวกเขาจะสลัดคราบซูเปอร์สตาร์มาดเนี้ยบออก แล้วเล่นสนุกกันเหมือนเด็กๆ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร

ความฝันที่อยากมีลูกถึง 3 คน

“ผมเป็นคนที่รักเด็กมากครับ และถ้าเป็นไปได้ ในอนาคตผมอยากจะมีลูกของตัวเองอย่างน้อยสัก 3 คน” ภายใต้ลุคที่ดูนิ่งขรึมและเข้าถึงยากในบางครั้ง ใครจะเชื่อว่าอีดงอุคคือชายหนุ่มที่เข้ากับเด็กได้ดี อย่างเหลือเชื่อ ความอบอุ่นนี้ถูกพิสูจน์ผ่านรายการเรียลลิตี้ยอดนิยมอย่าง The Return of Superman ที่เขาเคยปรากฏตัวในฐานะ “คุณอา” ถึงสองครั้งเพื่อช่วยดูแลลูกๆ ของอดีตนักฟุตบอลชื่อดัง “อีดงกุก” ภาพที่อีดงอุคเล่นกับเด็กๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งอุ้ม ทั้งปลอบ และคอยดูแลเอาใจใส่ ทำให้เหล่าหนูน้อย โดยเฉพาะ “แทบัก” (อีชีอัน) และพี่สาวฝาแฝดต่างพากันติดเขาแจจนไม่อยากให้กลับบ้าน ความเป็นธรรมชาติและสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ทำให้แฟนๆ ต่างพากันยกให้เขาเป็น “แด๊ดดี้ทิพย์” ที่สาวๆ ทั่วเอเชียใฝ่ฝัน

ทั้งหมดนี้คือตัวตนหลากมุมของ อีดงอุค ผู้ชายที่พิสูจน์ว่า ‘ความหล่ออมตะ’ ที่แท้จริง คือการเป็นคนดีที่โลกจดจำ

"เก้า-ณธีพัฒน์ นพเจริญพงศ์"

เปิดวาร์ป “เก้า-ณธีพัฒน์ นพเจริญพงศ์” นักแสดง คลื่นลูกใหม่

มีภาพให้เห็นกันในค่ายมาพักใหญ่แล้ว สำหรับ หนุ่มขี้เล่น ยิ้มเก่ง เข้ากับคนง่ายออร่าพุ่งจากบ้าน ‘MFLOW Entertainment’ New Gen ของบ้าน ที่คาเรกเตอร์ ไลฟ์สไตล์ ชีวิตที่ไม่ธรรมดาจริง นั่นคือ “เก้า-ณธีพัฒน์ นพเจริญพงศ์” ที่บอกว่าไม่ธรรมดาเพราะว่าปูพื้นหลังแล้ว นี่คือทายาทของเจ้าของธุรกิจใหญ่วงการบันเทิงเลยทีเดียว วันนี้เลยพาไปเปิดวาร์ป ทำความรู้จัก “หนุ่มเก้า ณธีพัฒน์”กันให้มากขึ้น

ประวัติ “เก้า ณธีพัฒน์” : ณธีพัฒน์ นพเจริญพงศ์ (เก้า ) อายุ 20 ต้นๆ เกิดปี 2002 เดือนสิงหาคม สูง 184 เซนติเมตร หนัก 75 กิโลกรัม เป็นหนุ่มกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด เป็นทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แถมยังเปิดบ้าน เปิดพื้นที่เป็นโลเคชั่นให้กองละคร-ซีรีส์-ภาพยนตร์ เข้ามาใช้ถ่ายทำในหลากหลายเรื่อง อาทิ Knot the series, ผู้จัดการส่วนตัว ที่ “หนุ่มเก้า”ร่วมแสดงด้วยประกบกับอีกหนึ่งสมาชิกร่วมสังกัด “แคมป์ -คุณาธิป ตระการจันทร์”จนถูกจับตามองว่าจะเป็นอีกคู่เด็กดันของบ้านหรือไม่เป็นต้น

การศึกษา คว้าเกียรตินิยม อันดับ 2 ปริญญาตรี สาขา การเป็นเจ้าของธุรกิจ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและบริหารกิจการ และกำลังศึกษาต่อ ปริญญาโท สาขาการตลากดิจิตอล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

“หนุ่มเก้า” นับว่าเป็นคนบันเทิงที่พร้อมกับงานในทุกรูปแบบ เพราะกิจกรรมยามว่างมีทั้ง ร้องเพลง , งานพิธีกร ,เล่นดนตรี(กีต้าร์), กีฬา เป็นต้น แถมยังเคยผ่านงานแสดงจากช่อง 7 มาแล้ว ยังไม่หมดเพราะทักษะด้านภาษาอังกฤษ-จีน หนุ่มคนนี้ก็สามารถเช่นกัน จุดเริ่มต้นในวงการ “เก้า”เล่าว่า “มาจากการอยากเป็นนักร้องแต่ตนเองไม่ได้ร้องเพลงเก่งขนาดที่จะไปแข่งได้เลยหันมาเคสงานแสดงไปเรื่อยๆ เผื่อวันนึงได้เป็นนักแสดงจะได้ทำเพลงตัวเอง”

ถ้าถามว่า”เก้า ณธีพัฒน์”เป็นคนแบบใน ให้นิยามในมุมมองตัวเอง หนุ่มคนนี้เขาบอกว่า “เป็นคนเฮฮาอยากให้ทุกคนรอบตัวมีความสุข ยิ้มเก่ง แต่พออยู่คนเดียวก็จะหาอะไรผ่อนคลายเพราะบางครั้งอยากให้คนอื่นสนุกจนกดดันตัวเอง เป็นคนแบ่งการทำงานกับการเล่นชัดเจน สวิตช์อารมณ์ได้ไวในการทำงาน”

เรียกว่าเป็น New Gen อีกหนึ่งเบอร์ของค่ายที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะว่าวงในนั้นเปิดข้อมูลที่พอจะเผยแพร่ได้มาบอกว่า ทางค่ายเปิดโอกาสให้โชว์สกิลงานแสดง-งานเพลงแล้วในปี 2026 หลากหลายโปรเจกต์เลยทีเดียวงานนี้ ใครคนไหนที่โดนหนุ่มเก้า ตกไปแล้วก็รีบๆ ไปแสดงตัวให้เจ้าตัวได้เห็นนะจ๊ะ จะได้มีกำลังใจในการทำงานตัวรัวๆ

ช่องทางการติดตาม

  • IG : @natheee.k
  • tiktok : @kao_natheepht
  • Mflow Entertainment

#เก้าณธีพัฒน์ #Mflow #MflowEntertainment #kao #kaonatheephat

Epiphany Jewelry 14 ปีแห่งคุณภาพเพชรและดีไซน์ที่แตกต่าง

ครบทั้งคุณภาพ และดีไซน์ แพรว พาทุกคนไปทำความรู้จัก Epiphany Jewelry แบรนด์เครื่องประดับที่สร้างตำนานความงามของเพชรมากกว่า 14 ปี และเป็นผู้ครองรางวัล THE BEST DIAMOND QUALITY & DESIGN จาก Praew Best of Wedding 2025 ผ่านการพูดคุยกับ 3 ผู้บริหาร ได้แก่คุณจั๊มพ์ – ธีรวัฒน์ สุรางค์ศรีรัฐ, คุณนุ่น – พิมชนก เสถียรยานนท์ และคุณโอ๊ต – ชวลิต อิทธิอมรเลิศ

คุณโอ๊ต – ชวลิต อิทธิอมรเลิศ, คุณนุ่น – พิมชนก เสถียรยานนท์ และคุณจั๊มพ์ – ธีรวัฒน์ สุรางค์ศรีรัฐ

Defining Difference

คุณจั๊มพ์: จุดเริ่มต้นของ Epiphany Jewelry มาจากที่เห็นผู้ใหญ่รอบตัวใส่เครื่องเพชรดีไซน์คล้ายกันไปหมด เราเลยอยากเห็นอัญมณีนี้ในมุมมองที่แตกต่างจากเดิม จึงมาปรึกษาคุณนุ่นและคุณโอ๊ตที่เป็นเพื่อนกันว่า พวกเราลองมาทำธุรกิจจิเวลรี่เพชรด้วยกันไหม ซึ่งทั้งสองก็มีความสนใจตรงกันพอดี ผมกับคุณโอ๊ตจึงไปศึกษาเกี่ยวกับวัตถุดิบเพิ่มเติม โดยลงเรียนคอร์สที่ Gemological Institute of America หรือ GIA GIA สถาบันตรวจสอบเพชรที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนคุณนุ่นมีความรู้เรื่องอัญมณีจากการเรียนมหาวิทยาลัยมาอยู่แล้ว

คุณนุ่น: เรียกว่าเข้าล็อคดีกว่าค่ะ (หัวเราะ) เพราะนุ่นเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลยมีความรู้เกี่ยวกับแร่ธาตุ หิน และอัญมณีอยู่บ้าง ตอนที่คุยกันว่า อยากมาทำธุรกิจเครื่องประดับด้วยกัน เลยรู้สึกเข้าทางพอดี จึงตอบตกลงทันที จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 14 ปีแล้วค่ะ

The Best of Epiphany Jewelry

คุณนุ่น: หากฟังเสียงลูกค้า ความโดดเด่นของแบรนด์อยู่ที่ คุณภาพเพชรและดีไซน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจอยู่แล้ว อย่างเรื่องคุณภาพของเพชรที่เราให้ความสำคัญมาก ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อเพชรเม็ดเล็กหรือใหญ่จากที่ร้าน เราจะคัดเลือกให้อย่างดี ให้เขาใส่แล้วสวย จนอยากหยิบมาใส่อยู่เรื่อยๆ

ส่วนดีไซน์ เหมือนที่คุณจั๊มพ์บอกไปตั้งแต่แรกว่า เราพยายามครีเอทให้เกิดความแตกต่าง ดังนั้นจิเวลรี่ของ Epiphany จึงมองแล้วไม่น่าเบื่อ ใส่ได้ในหลายโอกาส ไม่จำเป็นต้องใส่ในวันพิเศษอย่างเดียว อีกทั้งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องประดับชิ้นเล็กอย่าง Ears Cuff ไปจนถึงชิ้นใหญ่ค่ะ

Super Secret

คุณจั๊มพ์: เรื่องดีไซน์จริงๆ เป็นความลับเลยนะ (หัวเราะ) เมื่อก่อนเราอยากออกแบบให้ทุกคนรู้สึกชอบ แต่กลายเป็นว่าดีไซน์แบบนั้นก็คล้ายกับเครื่องประดับที่เราเห็นจนชินตา ทำให้ต้องคิดต่อว่าจะทำยังไงกันดี จนสุดท้ายจึงเลือกการสมมติคาแร็คเตอร์ของลูกค้าขึ้นมาว่า หากลูกค้าสไตล์นี้ เขาจะอยากลงดีเทลแบบไหน ต้องการเฉดสีหรือรูปทรงเพชรเป็นยังไง จากนั้นเราก็ดีไซน์ชิ้นงานออกมา วิธีนี้ทำให้เครื่องประดับมีความหลากหลายและยูนีคมากขึ้น

Follow Trends

คุณจั๊มพ์: จากการทำงานมา 14 ปี ตอบได้เลยครับว่า เทรนด์ เป็นเรื่องท้าทายที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนทุกๆ 2-3 ปี 

คุณนุ่น: ช่วงหลังวิกฤตโควิด น่าจะเห็นเทรนด์เปลี่ยนไปชัดที่สุด อย่างงานแต่งงาน คู่บ่าวสาวก็ลดสเกลของงานให้เล็กลง เน้นความอบอุ่น เป็นกันเอง ไม่หวือหวา รวมถึงเครื่องประดับก็เลือกใช้ชิ้นที่สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

คุณจั๊มพ์: สำหรับเทรนด์นี้ ผมมองว่าความซับซ้อนน้อยลง ผู้คนใช้ชีวิตกันเรียบง่ายและมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะเขาก็เลือกแบบที่ชอบ ดีไซน์ที่ใส่ได้จริง ฉะนั้นเมื่อมองเห็นภาพชัดว่า ลูกค้าต้องการอะไร การทำงานของเราก็ง่ายและใกล้เป้าหมายขึ้นด้วย

ส่วนเทรนด์ปีหน้า ผมมองว่าไม่ต่างจากปีนี้มากนัก ยังคงความเรียบง่าย และเน้นหยิบจับมาใส่ได้ในหลายโอกาส แต่ที่เพิ่มเข้ามาคงเป็นความหลากหลายของดีไซน์ ไปจนถึงการมิกซ์แอนด์แมตช์รูปทรงเพชรต่างๆ ที่เมื่อก่อนเพชรทรงกลมเคยเป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันไม่ว่าทรงไหนคนก็ชอบ เพราะเขาดูเรื่องดีไซน์โดยรวมเป็นหลักมากกว่า

Fulfilled

คุณนุ่น: ทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาบอกว่า ชอบเพชรและดีไซน์ของที่ร้าน ใส่แล้วมีแต่คนชมว่าเครื่องประดับสวย เราก็ดีใจ เพราะเรารู้ว่าของเหล่านี้มูลค่าไม่น้อย การที่เขาตัดสินใจซื้อและได้นำกลับมาสวมใส่ในหลายโอกาส เราก็มีความสุข หรือในวันที่มีลูกค้าใหม่เดินเข้ามาแล้วบอกว่า มีคนแนะนำ เราก็จะรู้สึกขอบคุณลูกค้าท่านแรกที่ไว้ใจและนึกถึงเสมอ

ในอนาคต Epiphany จะทุ่มเทการคัดเลือกวัตถุดิบ และดีไซน์ต่อไป เพื่อให้ลูกค้าของเรามีความสุขยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

“เสียงตอบรับจากลูกค้าคือ ยอด Engagement ที่ดีที่สุด – Epiphany Jewelry ”


ถอดรหัสเสื้อผ้า สีสัน และชีวิตที่ถูกสร้างใน FRANKENSTEIN

ละเอียดยิบทุกดีเทล! เผยความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในเครื่องแต่งกาย จิเวลรี่ และเมคอัพ ใน FRANKENSTEIN ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัล Best Costume Design และ Best Makeup & Hairstyle มาถึง 3 เวทีระดับโลก

สมกับความตั้งใจสำหรับ FRANKENSTEIN ปี 2025 ภาพยนตร์แนว Drama / Sci-Fi / Horror โดย Guillermo del Toro ที่นำวรรณกรรมคลาสสิก ค.ศ. 1818 ของ Mary Shelley มาตีความใหม่ เพื่อถ่ายทอดทั้งความโดดเดี่ยวของมนุษย์และอมนุษย์ได้อย่างทรงพลัง

ล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถคว้า 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่ Best Production Design, Best Costume Design และ Best Makeup & Hairstyle จากเวทีอันทรงเกียรติอย่าง Academy Awards 2026 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ยังเคยได้รับจาก BAFTA และ Critics Choice Awards มาแล้วเช่นกัน ซึ่งหากใครได้ชมภาพยนตร์นี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ฉากหลัง คอสตูม เมคอัพ และทรงผมยังรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเหมือนที่ กิเยร์โม เดล โตโร ให้ความสำคัญขององค์ประการในการสร้างภาพยนตร์ไว้ว่า

“โต๊ะตัวหนึ่งมีสี่ขา คือ การออกแบบงานสร้าง การถ่ายทำ เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้าทำผม สี่ส่วนนี้จึงต้องทำงานประสานกันเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์”

Frankenstein: The Anatomy Lesson

ด้วยเหตุที่กวาดรางวัล เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยมมาถึง 3 เวทีระดับโลก แพรว จึงอยากชวนทุกคนมาสำรวจ 7 ดีเทลที่เหล่าทีมงานเบื้องหลังได้ใส่ลงไปในผลงานชิ้นนี้ด้วยกัน

1. “ผมไม่อยากให้คุณเห็นภาพย้อนยุคสีจืดชืด”

ภาพยนตร์แนวพีเรียดส่วนใหญ่ ผู้ชมมักคุ้นชินกับโทนภาพสีชืด หรือไร้สีสัน แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อ เคท ฮอว์ลีย์ (Kate Hawley) ได้ให้สัมภาษณ์ในสารคดี Frankenstein: The Anatomy Lesson ไว้ว่า “กิเยร์โมไม่อยากได้สไตล์ย้อนยุคเชยๆ จะต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” ดังนั้นทั้งกิเยร์โม และเคท จึงกำหนดสีประจำตัวละครขึ้น ซึ่งนอกจากจะเติมชีวิตชีวาให้ภาพยนตร์แล้ว สียังทำหน้าที่สื่อความหมายอีกด้วย

โดย 3 สีหลักที่ใช้แทนตัวละครแบ่งเป็น สีแดงของวิกเตอร์และแคลร์ สีน้ำเงินของฮาร์แลนเดอร์ และวิลเลียม รวมถึงสีเขียวของเอลิซาเบธ ซึ่งเคทได้ให้ความหมายของพาเลตต์นี้เพิ่มเติมว่า เป็นสามสีที่เปรียบเสมือนสี “แบตเตอรี่” ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในห้องทดลองที่ใช้สร้าง The Creature

2. สีแดง = ความรักและความแค้น

นอกจากเลือดสีชาดที่เราเห็นจนชินตาในภาพยนตร์เรื่องนี้ สีแดงยังแฝงอยู่ในสองตัวละคร นั่นคือ Claire ผู้เป็นแม่ และตัวละครเอกอย่าง Victor Frankenstein แน่นอนว่าสีแดงในที่นี้นั้นหมายถึงความรัก แต่อีกนัยหนึ่งยังทำหน้าที่เป็นขั้วตรงข้ามอย่าง ความแค้น ที่กดทับอยู่ภายในตัวละคร และค่อยๆ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการสร้างอสุรกาย

ไม่เพียงเท่านั้น สีแดงยังถูกเน้นย้ำผ่าน “ถุงมือสีเลือดนก” ของวิกเตอร์ ที่นอกจากจะแฝงสัญญะถึง มือที่เปื้อนเลือดแล้ว ถุงมือคู่นี้ยังสื่อถึงแม่ ผู้ให้กำเนิดชีวิต เช่นเดียวกับเขาที่ให้กำเนิดอสุรกาย

3. 4 บุคคลต้นแบบ

แม้วิกเตอร์ในห้องทดลองจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหรือเลือดตลอดเวลา แต่หากสังเกตคอสตูมของเขาจะเห็นว่า เขาแต่งตัวมีรสนิยมอยู่เสมอ ซึ่งนั่นเป็นร่องรอยของพื้นเพเดิมในฐานะชนชั้นสูงที่ไม่เคยเลือนหาย

นอกจากนี้ทั้ง กิเยร์โม และเคท ยังได้แรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครและคอสตูมนี้จาก 4 คนดัง ทั้ง  Mick Jagger ร็อคสตาร์ยุค 70s และ Rudolf Nureyev นักบัลเล่ต์ชื่อดัง ที่นำความชิคและความร่วมสมัยของทั้งคู่มาเสริมลุคให้กับวิกเตอร์ พร้อมทั้งยังผสาน “ภาวะศิลปิน” ในยามหมกมุ่นกับผลงานของตน ผ่านอิทธิพลจาก Francis Bacon และ Pablo Picasso เพื่อขับเน้นมิติความเป็นอัจฉริยะผู้คลุ้มคลั่งให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

4. รักที่ไม่เป็นปกติ

หนึ่งในตัวละครที่ผู้คนพูดถึงคอสตูมเยอะที่สุด คือ เอลิซาเบธ ที่หลายครั้งเธอจะปรากฏตัวในเดรสลวดลายแปลกตาทั้งหิน เซลล์เลือด และซิลลูเอตคล้ายปีกแมลงปีกแข็ง ซึ่งดีเทลเหล่านั้น เคท ได้นำความหลงใหลในธรรมชาติของตัวละครมาตีความและถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า

สำหรับคอสตูมโทนสีเขียวที่เธอโปรดปราน นอกจากจะสื่อถึงธรรมชาติและบ่งบอกถึงความร่ำรวยแล้ว ในยุควิกตอเรียน “สีเขียว” ยังแฝงนัยของความรักที่ผิดธรรมชาติอีกด้วย

โดยความหมายดังกล่าวเชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Oscar Wilde นักเขียนหนุ่มผู้มีความรักต่อเพศเดียวกัน ซึ่งเขามักใช้ “ดอกคาร์เนชั่นสีเขียว” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชุมชนรักร่วมเพศของปารีส มากลัดไว้ที่ปกเสื้อเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

ด้วยเหตุผลนี้ สีเขียวของเอลิซาเบธจึงสามารถสื่อได้ถึงความรักที่เธอมีต่ออสุรกาย เป็นความรู้สึกที่เบี่ยงเบนไปจากกรอบของธรรมชาติและบรรทัดฐานของสังคม

5. ชุดแต่งงานผ้าพันแผล

ชุดแต่งงานของ Elizabeth Harlander นับเป็นหนึ่งผลงานที่ท้าทายสำหรับทีมออกแบบ โดยพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากชุดพื้นเมืองแถบสวิสเซอร์แลนด์ – เยอรมัน ผสานเข้ากับดีเทลที่สะท้อนถึงผ้าพันแผลและโครงกระดูกของ The Creature

6. สร้อยแมลงปีกแข็ง Tiffany & Co.

หนึ่งในไอเท็มไอคอนิก นั่นคือ สร้อยคอแมลงปีกแข็งสีน้ำเงิน เคท ฮอว์ลีย์ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สร้อยคอเส้นนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญขณะเธอไปเยี่ยมชมคอลเล็คชั่นอาร์ไคฟ์ของ Tiffany & Co. โดยสร้อยดังกล่าวเป็นผลงานของ Louis Comfort Tiffany ซึ่งเข้ากับคาแร็คเตอร์เอลิซาเบธที่มีความผูกพันกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับอีกมากมาย เช่น สร้อยคอเพชร เข็มกลัด และจี้ไม้กางเขนสีแดง ที่ครีเอทขึ้นมาใหม่สำหรับตัวละครโดยเฉพาะ

7. สง่างามในความอัปลักษณ์

Mike Hill ช่างแต่งหน้าเทคนิคพิเศษ ออกแบบ The Creature ภายใต้แนวคิด อสุรกายในความสวยงาม ด้วยการประกอบชิ้นส่วน42 ชิ้นอย่างประณีต พร้อมรายละเอียดเส้นผมที่ไล่เฉดสีทั้ง สีน้ำตาลอ่อนสลับเข้มแกมสีขาว เพื่อสะท้อนร่างจากหลายศพที่ วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ นำมาสร้างใหม่


ข้อมูล: The Credits, Vogue, Harper Barzaar, Variety, Frankenstein: The Anatomy Lesson และ ประวัติศาสตร์มีสี

EJAE

ปีทองของเวโกเวลอป! ส่องบิวตี้ลุคของ EJAE ผู้ทลายสเตริโอไทป์ผู้หญิงเกาหลีบนพรมแดง

ในโลกที่หลายคนยังมีภาพจำว่า ผู้หญิงเกาหลีที่ถือว่าสวยต้องเป็นสาวตัวเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้ม และมี beauty look แบบหวานใส… ลุคของ EJAE บนพรมแดง Oscars 2026 และหลายเวทีรางวัลที่เธอเดินสายกวาดชัยชนะกลับทลายสเตริโอไทป์นั้นอย่างชัดเจน

เธอไม่ใช่ดาราหน้าตามมาตรฐาน K‑pop แต่เป็นหญิง สูงสง่า ไหล่กว้าง โครงหน้าแข็งแรง  รูปร่างที่เคยสร้างอุปสรรคตอนพยายามเดบิวท์ในวงการ K‑pop กลับกลายเป็นเครื่องหมายของพลังและความสง่างาม ที่สะท้อนภาพผู้หญิงเอเชียในเวทีระดับโลก

ปีนี้ EJAE พิสูจน์ตัวเองได้อย่างเต็มเปี่ยมกับเพลง ‘Golden’ จาก K-Pop Demon Hunters ที่เธอร่วมเขียนและขับร้อง ซึ่งคว้ารางวัล Oscars 2026 – Best Original Song พร้อมกับนำเสนอ ภาพลักษณ์ความงามแบบใหม่ ที่ทั้ง สง่า ฉลาด สร้างสรรค์ มีความเป็น Girlboss ที่ไม่จำเป็นต้องหวานหรือเซ็กซี่ก็สามารถ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้โลกต้องจับตามองได้

#01
BODY TYPES (TALL & BROAD‑SHOULDERED)

รูปร่างสูงสง่า ไหล่กว้างของ EJAE แตกต่างจาก K‑POP IDOL ทั่วไปที่มักตัวเล็ก การปรากฏตัวบนพรมแดงด้วยรูปร่างแบบนี้สร้างพลังและออร่าได้มากกว่าโครงร่างเล็ก นอกจากนี้ยังสื่อถึงมาตรฐานความงามใหม่ของผู้หญิงเอเชียที่ไม่ต้องหวานหรือเซ็กซี่ แต่สามารถโดดเด่นดูสง่า ฉลาด และสร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบที่เคยจำกัดไว้

RECOMMENDED: 

THE WHOO BICHUP RECOVERY YOUTH SERUM: เตรียมผิวให้ชุ่มชื้นเรียบเนียนก่อนแต่งหน้าด้วยเซรั่มสูตรฟื้นฟูล้ำลึก
CLÉ DE PEAU BEAUTÉ RADIANT CUSHION FOUNDATION : คุชชั่นที่มอบฟินิชชิ่งผิวเนียนแบบ NATURAL LUXE

EJAE2

#02
POWER BROW

ธรรมชาติ การเลือกทรงคิ้วแบบนี้ไม่ใช่แค่เทคนิคเมกอัพ แต่เป็นการสื่อถึงความมั่นใจและตัวตนที่ชัดเจน คิ้วคมช่วยดึงโฟกัสไปที่ดวงตา ทำให้สายตาของเธอ ทรงพลังและมีแรงดึงดูดบนพรมแดง เหมาะกับภาพลักษณ์ผู้หญิงเอเชียที่สูงสง่าและมั่นใจในตัวเอง

RECOMMENDED:

TOM FORD BROW SCULPTING GEL : สูตรติดทน สร้างโครงคิ้วให้ชัดแต่ไม่แข็งจนเกินไป
ANASTASIA BEVERLY HILLS BROW WIZ: ดินสอหัวเล็กสำหรับวาดเส้นคิ้วละเอียดที่ดูเหมือนจริง

EJAE3

#03
MINIMAL SHARP EYES

EJAE เลือกแต่งตาแบบมินิมอล แต่มีความคมชัดแทนที่จะใช้สีจัดหรือชิมเมอร์หนักๆ ซึ่งแตกต่างจากเทรนด์พรมแดงทั่วไป ความเรียบง่ายนี้ทำให้สายตาของเธอ เฉียบคมและนิ่งสงบเป็นความงามแบบ TIMELESSที่ทรงพลังในแบบฉบับผู้หญิงเอเชีย ลุคนี้ไม่ต้องวาดดอลลี่อายตามเทรนด์แต่ก็โดดเด่นและมีเอกลักษณ์

RECOMMENDED:

CHARLOTTE TILBURY ROCK ’N’ KOHL EYELINER: สีคมชัดแต่ไม่หนักจนเกินไป สร้างเส้นตาคมแบบ EFFORTLESS
DIOR DIORSHOW ON STAGE LINER: อายไลเนอร์เนื้อฟิล์มติดทน ช่วยให้เส้นตาคมเอียงเล็กน้อยได้โดยควบคุมง่าย

EJAE4

#04
MUTED LIPS

ริมฝีปากโทน MUTED ของ EJAE ช่วยสร้าง สมดุลระหว่างคิ้วและดวงตาที่ชัดแทนที่จะเลือกสีสดหรือหวานจัดตามงานพรมแดงทั่วไป สีลิปเรียบแต่ชัดขับความสง่าให้ลุคโดยรวม และเสริมความมีพลังและมั่นคง เทคนิคการทาเรียบเนียน ไม่มีการไล่สีหรือฟุ้งเบลอไปตามเทรนด์โดยเลือกเนื้อแมตต์แล้วทับด้วยกลอส หรือซาตินฟินิชที่ให้ความโกลว์ระดับกลางซึ่งทำให้ลุคดู คลาสซี่เหนือกาลเวลา

RECOMMENDED:

BURBERRY BEAUTY BRIT MATTE LIP VEIL #652 ENGLISH OAK : โทนสีน้ำตาลนู้ดอบอุ่น ให้ลุคเรียบหรูแต่ชัดเจน
MAKE UP FOR EVER ARTIST LIQUID COLOR MATTE #CLOUDY MARSHMALLOW: ลิปแมตต์โทนชมพูตุ่นนวล สร้างความละมุนแต่ยังคงความคมชัด

EJAE6

#05
EFFORTLESS STRUCTURED HAIR

ลุคทรงผมของเธอเรียบแต่มีโครงชัดเจน ไม่เน้นลอนหวานหรือจัดแต่ง FLASHY แต่โฟกัสไปที่รูปหน้าและโครงผมสะอาดตา โชว์ช่วงลำคอเรียวยาว ทำให้ลุคโดยรวม สง่างามและหนักแน่น เป็น SIGNATURE LOOK ที่สะท้อนความมั่นใจและความเป็นผู้ใหญ่

RECOMMENDED:

COCO & EVE LIKE A VIRGIN SUPER NOURISHING COCONUT & FIG HAIR MASQUE: มาสก์บำรุงล้ำลึก ฟื้นฟูเส้นผมให้นุ่มและเงางาม
SOL DE JANEIRO BRAZILIAN GLOSSY™ NOURISHING HAIR OIL : ออยล์น้ำหนักเบา เติมความเงางามสร้างลุคเรียบแต่ STRUCTURED


เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

นิสสัน e-POWER

นิสสัน ยกระดับประสบการณ์ e-POWER สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในค่ำคืนแห่งคำขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ

นิสสัน ประเทศไทย จัดงาน “Nissan Exclusive Immersive Dining Experience” ถ่ายทอดแนวคิดการขับขี่แห่งอนาคตผ่านเทคโนโลยี e-POWER ในรูปแบบค่ำคืนแห่งประสบการณ์ที่ผสานแสง สี เสียง และรสชาติอย่างลงตัว สะท้อนปรัชญาของนิสสันที่เชื่อว่า การเดินทางที่ดี คือความรู้สึกที่ดีตลอดเส้นทาง” ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ครอบครัวนิสสัน” พร้อมสร้างช่วงเวลาพิเศษที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันเชื่อว่า การเดินทางที่ดีไม่ใช่เพียงการไปถึงจุดหมาย แต่คือความรู้สึกที่ดีที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง และความเชื่อนี้คือแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี e-POWER ของเรา ค่ำคืนนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานเลี้ยงขอบคุณ แต่เป็นการถ่ายทอดแนวคิดเดียวกันผ่านประสบการณ์ Immersive Dining ที่สะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมตอกย้ำคำมั่นสัญญาของนิสสันในการพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของนิสสัน ที่มาร่วมแบ่งปันความประทับใจจากประสบการณ์การใช้รถนิสสัน ซึ่งสะท้อนถึงความลงตัวระหว่างเทคโนโลยี e-POWER กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ โดยเธอเล่าว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนิสสันมาอย่างยาวนาน รถแต่ละรุ่นสามารถตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น Nissan Kicks e-POWER ที่คล่องตัวเหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการไปกองถ่าย หรือ Nissan Serena e-POWER ที่มอบความกว้างขวางและความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางร่วมกับครอบครัวและน้องหมา และที่สำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยี e-POWER ที่สร้างความประทับใจด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก ตอบสนองทันใจ และให้ความสะดวกสบายโดยไม่ต้องเสียบชาร์จ จึงเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างแน่นของเธอได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างง่ายดายและมั่นใจ พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ e-POWER ด้วยตนเอง

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของค่ำคืนนี้ คือพิธีส่งมอบ All-New NISSAN X-TRAIL e-POWER x e-4ORCE ให้แก่ใบเฟิร์นอย่างเป็นทางการ สะท้อนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของนิสสัน และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ X-TRAIL ในฐานะ SUV ที่ผสานสมรรถนะ ความมั่นใจ และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

สำหรับเทคโนโลยี e-POWER เป็นนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ให้ความเงียบ นุ่มนวล และการตอบสนองที่ทันใจโดยไม่ต้องเสียบชาร์จ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวก ความมั่นใจ และความสนุกในทุกเส้นทาง ซึ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยี e-POWER มีอยู่ในหลากหลายรุ่นของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น Nissan KICKS e-POWER คอมแพคเอสยูวีที่คล่องตัวและขับสนุก เหมาะกับการใช้งานในเมือง, Nissan X-TRAIL e-POWER x e-4ORCE พรีเมียมเอสยูวีที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE เพื่อความมั่นคงและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนน และ Nissan SERENA e-POWER รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่มอบความกว้างขวางและความสะดวกสบายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยแต่ละรุ่นสะท้อนความตั้งใจของนิสสันในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกบทบาทของชีวิต

นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสมรรถนะทางเทคนิค หากแต่เป็น ประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงในทุกวันของการใช้งาน ทั้งความมั่นใจในทุกการออกเดินทาง ความเงียบที่ช่วยให้บรรยากาศภายในรถผ่อนคลาย และการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติซึ่งทำให้ทุกการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างราบรื่น รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็น ความประทับใจที่ทำให้ลูกค้าหลายท่านเลือกนิสสันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และรู้สึกอุ่นใจในทุกเส้นทาง และความรู้สึกเหล่านี้เอง คือสิ่งที่นิสสันมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 70 ปีในประเทศไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่สร้างความผูกพันที่เติบโตไปพร้อมกันในฐานะ “ครอบครัวนิสสัน”


ITEMS OF THE WEEK

5 รองพื้นใหม่แห่งปี กับ 5 สถานการณ์ชีวิต

นินทา 5 รองพื้นใหม่แห่งปี กับ 5 สถานการณ์ชีวิต เลือกให้ถูกจริต แล้วมาแอบฟังกันว่า ‘คนเขาจะเม้าท์ผิวเราว่าอะไร?’

ซีซั่นนี้แบรนด์ใหญ่ทยอยเปิดตัวรองพื้นรุ่นใหม่ไล่เลี่ยกัน ทั้งสูตรที่พัฒนาขึ้นจากศูนย์ และสูตรไอคอนที่ถูกอัปเกรดให้ทันยุคกว่าเดิม เทคโนโลยีแม่นยำขึ้น เนื้อสัมผัสดีขึ้น หลายสูตรเบาลง ติดทนขึ้น และให้ความสำคัญกับสกินแคร์มากกว่าที่เคย

คำถามจึงไม่ใช่ว่า ‘ตัวไหนดีสุด’ แต่คือ ‘วันนี้คุณอยากให้ผิวออกมาสวยในแบบไหน’

วันนี้เลยขอมาสรุปให้ชัดว่า คาแรกเตอร์ของรองพื้นใหม่แต่ละตัว เหมาะกับโอกาสไหนถึงจะเริดถึงจะปัง ตั้งแต่วันออกอีเวนต์พบสื่อ วันที่อยากดูสวยมาแต่กำเนิด ไปจนถึงวันที่ผิวล้าต้องการตัวช่วย ทั้ง 5 แบรนด์มีดีต่างกัน อยู่ที่เลือกใช้ให้ถูกสถานการณ์ แล้วค่อยมาดูกันว่า คนเขาจะเม้าท์ผิวเราว่าอะไร

#01

“ทำไมผิวนางถึงดูแพง เหมือนจัดแสงใน NETFLIX”

SCENARIO : EFFORTLESS EXPENSIVE DAY วันที่อยากดูแพงหรูคุณหนูคุณนาย

GIORGIO ARMANI

LUMINOUS SILK FOUNDATION RENOVATION

วันประชุมใหญ่ วันเจอลูกค้า หรือวันที่ต้องการลุคนิ่งและภูมิฐาน จุดเด่นของ LUMINOUS SILK คือการกระจายแสงแบบบางละเอียด ไม่ใช่ความฉ่ำวาวแบบเน้นแฟชั่น ด้วยเทคโนโลยี MICRO-FIL™ ช่วยให้เม็ดสีแนบผิว ทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยไม่หนา ฟินิชชิ่งอยู่ระหว่างความเป็น SATIN กับ SOFT GLOW ที่ควบคุมได้ ผิวดู ‘แพง’ มากกว่า ‘ฉ่ำ’ ทำให้ภาพรวมดูเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับวันที่ภาพลักษณ์ต้องมาก่อนความหวือหวา

#02
“ผิวเหมือนจีซูตอนโดนแฟลชส่อง ผ่องจนกล้องรัก!
SCENARI
O : CAMERA-READY SKIN DAY วันที่ต้องขึ้นกล้อง ผิวต้องพร้อมแบบไม่รอพึ่งรีทัช

DIOR
FOREVER SKIN GLOW / FOREVER SKIN WEAR FOUNDATION
รองพื้นไอคอนของ DIOR ที่ถูกอัปเกรดใหม่ในปี 2026 โดย PETER PHILIPS ผสานประสิทธิภาพของเมคอัพกับสกินแคร์แบบเซรั่ม เพื่อให้ผิวดูสมบูรณ์แบบแบบ NO-RETOUCH มีให้เลือกสองฟินิชคือ SKIN GLOW สำหรับผิวเล่นแสงแบบสตูดิโอ และ SKIN WEAR ฟินิชแมตต์เนียนธรรมชาติที่ติดทนยาวนาน

การปกปิดอยู่ในระดับกลางถึงสูง แต่ยังให้ผิวดูเรียบเนียนโดยไม่หนา เหมาะกับวันที่ต้องเผชิญกล้องหรือแสงแฟลช เพราะผิวจะดูเนียนสม่ำเสมอเหมือนเปิดฟิลเตอร์ แต่ยังดูเป็นผิวจริง

#03

“เหมือนไม่แต่งแต่ดูแพงเว่อร์”

SCENARIO : REAL SKIN, NO MASK DAYวันที่อยากให้ผิวดูเป็นผิวจริง

SUQQU

THE LIQUID FOUNDATION E

รองพื้นสำหรับวันที่อยากดูแพงแบบ QUIET LUXURY ไม่ต้องตะโกน หรือในเวลาที่ไม่อยากรู้สึกว่าหน้าหนักต้องแบกเมคอัพตลอดเวลา SUQQU ออกแบบรองพื้นรุ่นนี้ได้บางเบาแนบผิว ปกปิดระดับกลางโดยยังเห็นมิติของผิว สูตรVITAL GLOW สร้างเอฟเฟ็คท์เงาบางๆ ไม่ใช่ความวาวฉ่ำจนผิวดูมัน ผิวจึงยังดูมีชีวิต ไม่แบน ถ้า ARMANI คือการปรับผิวให้เรียบขึ้น SUQQU คือการเก็บรายละเอียดโดยยังคงบุคลิกผิวเดิม เหมาะกับวันที่อยากดูดีแบบไม่ถูกจับได้ว่าแต่งเยอะ

#04

“ผ่านเหงื่อ ผ่านไฟ ผ่านดราม่า ทำไมหน้าสวยไม่ขยับเลยแม่!”

SCENARIO : LONG-HAUL EVENT DAYวันที่ต้องเฉิดฉายในอีเว้นท์ใหญ่ ไม่มีสิทธิ์ดรอป

ESTÉE LAUDER

DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE FOUNDATION

วันอีเวนท์ งานกลางแจ้ง หรือวันที่มีเหงื่อ ต้องถ่ายรูปและเผชิญกับแสงแฟลช แน่นอนแฟนๆ ของ DOUBLE WEAR รู้ดีว่าจุดแข็งของเขาคือความติดทนและคุมมันยาวนาน สูตรใหม่นี้แม้เนื้อสัมผัสจะดูเหมือนเหลวขึ้น บางเบาเกลี่ยง่ายขึ้นมาก แต่ยังคงให้การปกปิดระดับกลางถึงสูง พร้อมฟินิช SOFT MATTE ไม่ดูแห้งโทรมและอยู่ยาวได้โดยไม่มัน สีค่อนข้างเสถียรระหว่างวัน เน้น PERFORMANCE และความอึดเป็นหลักเหมาะกับวันที่รู้ว่าต้องการความมั่นใจในการสวยยาวนาน

#05

“ผิวแบบนี้ฉันว่าชีนวดหน้าเป็นชั่วโมงก่อนแต่ง เชื่อเหอะฉันดูออก!”

SCENARIO : SKIN-IMPROVEMENT DAYวันที่อยากให้ผิวดีขึ้นจริง…ไม่ใช่แค่ดูดี

CLARINS

DOUBLE SERUM FOUNDATION

เอาจริงๆ เป็นรองพื้นที่เหมือนมีเวลานวดหน้าก่อนแต่งเป็นชั่วโมง ทั้งที่เร่งรีบแทบไม่ได้หายใจ รองพื้นใหม่จาก CLARINS สร้างความฮือฮาด้วยสูตรที่แยกส่วนรองพื้นกับสกินแคร์ออกจากกันเป็น2 หลอด ช่วยทั้งในเรื่องการปกปิดและความชุ่มชื้นที่จะทำงานพร้อมกัน มาพร้อมสารบำรุงหลายชนิดตามแนวทางของไลน์ DOUBLE SERUM

ฟินิชชิ่งเป็นแบบ SATIN GLOW ไม่มัน ไม่แห้งปกปิดได้ตั้งแต่บางเบาถึงระดับกลางโดยไม่รู้สึกหนัก เหมาะกับวันที่อยากได้ทั้งเมคอัพและการดูแลผิวในขั้นตอนเดียว

  • ITEMS OF THE WEEK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

‘งานก็ยุ่ง หัวใจก็ว้าวุ่น ยังว่างแย่งชิงผู้ชายได้อีก ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ดวงรายสัปดาห์ 16-22 มีนาคม 2569

‘งานก็ยุ่ง หัวใจก็ว้าวุ่น ยังว่างไปแย่งชิงผู้ชายได้อีก’

ดวงรายสัปดาห์ 16-22 มีนาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  ชาวอาทิตย์สัปดาห์นี้อย่าเพิ่งร้อนไปตามอากาศนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ เทรนเนอร์ ติวเตอร์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณจะเกิดอาการอึดอัด ร้อนรุ่มใจไปหมด ทั้งบรรยากาศในการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนไม่อยากไปทำงาน ก็อยากให้ท่องคำว่า อดทน แทนคำว่า ลาออก นะคะ เพราะหากคุณก้าวข้ามผ่านช่วงนี้ไปได้มีโอกาสพบกับความสำเร็จ  

การเงิน  :  รายได้ช่วงนี้จะอยู่ที่รายได้ประจำ แล้วจะเติบโตไปตามขั้นตอน แต่สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะใช้เงินมือเติบ จนเงินไม่พอใช้อย่างแรง มีความเสี่ยงที่จะไปถึงขั้นกู้หนี้ยืมสิน รู้อย่างนี้แล้วควรประหยัดไว้เลย

ความรัก  :   คาดว่าจะเป็นสัปดาห์ของการศึกษาเล่าเรียน การทำงาน จะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ระวังอาจเป็นข้ออ้าง เพราะเริ่มจะมีกลิ่นโลกใบที่สองตลบอบอวลอยู่   คนโสด  แม้สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์จะบอกว่าฉันอยากอยู่คนเดียว ไม่ยุ่งกับใคร แต่ก็จะมีคนเข้ามายุ่งกับคุณ แล้วไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย มีแฟนอยู่แล้ว ระวังจะเกิดศึกหึงหวง

 สุขภาพ  :   ระวังพวกอารมณ์ที่ไม่ดีต่างๆ เช่น หึงหวง โกรธแค้น อาฆาต ที่จะให้โทษกับสุขภาพ ส่งผลให้คุณมีปัญหาในเรื่องของความดัน ความเครียด ระบบหมุนเวียนโลหิตไม่ดีมีโอกาสเป็นโรคเหน็บชา ระวัง จะเกิดขึ้นตอนปฏิบัติงาน

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ชาวจันทร์สัปดาห์นี้ก็ยังคงปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้าอยู่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในสายงานทางช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง นักประดิษฐ์ นักกฎหมาย นักบวช นักการทูต ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้รับการทาบทามไปให้ความรู้ เช่น บรรยาย อบรม เทรนนิ่ง หรือติวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จไว้สูงมาก แต่เพราะดวงยังไม่เปิด จึงมีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดทางเอกสารราชการ จนกลายเป็นคดีความ จากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับการแย่งชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัว ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยงาน หรือปรึกษาผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้วย

การเงิน  :   ก็ยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันซื้อบ้าน ซื้อรถให้ใคร เพราะในช่วง 7 วันนี้คุณจะมีรายได้หลักคือเงินเดือนประจำ แล้วจะเติบโตไปตามขั้นตอนด้วย ส่วนงานจ็อบนั้นเป็นงานการกุศล หากต้องมารับผิดชอบใช้หนี้ให้ใครอีก คงไม่ไหว

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีโอกาสที่จะอยู่กับงานมากกว่าอยู่กับคู่ครอง แต่อย่างไรก็ใช่ว่าจะไม่โรแมนติก ยังมีโอกาสทำเซอร์ไพร์สให้กันอยู่ คนโสด  แม้คุณจะบูชาความรักอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แต่สัปดาห์นี้คาดว่าเวลาของคุณยังมาไม่ถึง ยังเห็นว่าอยู่คนเดียวอยู่นะ

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้ว ช่วงนี้ work from home มนั่งทำงานอยู่ท่าเดิมนานๆ เส้นอาจตึงยึดได้ เพราะฉะนั้นจึงควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ยืดเส้นบ้าง นอกจากนั้นมีความเสี่ยงที่จะระบบหมุนเวียนเลือดจะมีปัญหาจนเกิดเหน็บชา ความเครียด ความดันมาหมดจนถึงโรคหัวใจ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารที่อยู่ในสายงานการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ เทรนเนอร์ ติวเตอร์ หากที่ผ่านมาคุณกำลังร้องขอตำแหน่งงาน หรือเลื่อนขั้น หรือถูกเพื่อนร่วมหุ้น ร่วมงานชิงลาออกโดยไม่บอกล่วงหน้า สัปดาห์นี้คาดว่าจะเป็นทีของคุณแล้ว มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณต้องการ     

การเงิน  :   รายได้หลักอยู่กับงานประจำและจะเติบโตไปตามขั้นตอน ไม่มีพิเศษใดๆ ซึ่งคุณก็พยายามที่จะบริหารและใช้เงินอย่างรู้คุณค่าทุกบาททุกสตางค์ แต่ช่วงนี้หากคิดจะลงทุนอะไรก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเสียเงินให้กับคนรักอย่างไม่รู้ตัว

ความรัก  :  สำหรับชาวอังคารที่เคยขาดความอบอุ่น ครอบครัวทิ้งให้คุณเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว สัปดาห์นี้คุณจะเริ่มเห็นคุณค่าของการอยู่คนเดียวแล้ว จนมีโอกาสที่คู่ครองหรือครอบครัวที่ทิ้งคุณไปจะกลับมาอ้อนขออยู่ด้วย คนโสด  ชาวอังคารสัปดาห์นี้มั่นคงและเด็ดเดี่ยว หากอยู่กับใครที่ไม่ใช่ ก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า

สุขภาพ  :  ระบบหมุนเวียนเลือดจะมีปัญหาจนเกิดเหน็บชา ความเครียด ความดันมาหมด นอกจากนั้นหากคุณโหมงานหนักจนไม่พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ มีความเสี่ยงที่สุขภาพจะแย่ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ หลอดเลือด และหัวใจ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ด้วยความที่ยังไม่หมดไฟในการทำงาน จึงเป็นไปได้ที่สัปดาห์นี้ชาวพุธ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใดจึงมีโอกาสที่จะทำงานหนักอย่างถ้วนหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทางด้านสื่อสารมวลชน บันเทิง นักร้องนักแสดง จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เป็นไปได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ของคุณจะกว้างไกล จนกลายเป็นตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงดีชิงเด่นในเรื่องตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์อย่างบ้าคลั่ง หรือถูกเร่งงานจนเกิดความกดดัน     

การเงิน  :  ขยันมากขึ้นก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา รวมถึงยังมีโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ ด้วย แต่หากต้องการเงินก้อนใหญ่ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง   

ความรัก  :  หากคุณกำลังให้ความสำคัญกับการทำงาน ก็ควรคุยกับคู่ครองให้เข้าใจกันก่อน เพราะมีโอกาสที่จะเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนคุณเริ่มไม่แน่ใจว่าจะอยู่กันได้ต่อไหม  คนโสด  งานก็ยุ่ง หัวใจก็ว้าวุ่น ด้วยเสน่ห์เป็นเหตุ จนมีโอกาสแย่งชิงผู้ชายกับคนอื่นอีก  

สุขภาพ   :  หากคุณกำลังโหมงานหนัก ทั้งงานบ้านและงานนอกบ้าน ก็ควรดูแลสุขภาพร่างกายด้วย เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บที่ระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง จึงควรรักษาสุขภาพด้วยหลักโภชนาการบำบัด รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สัปดาห์นี้ของชาวพฤหัสน่าจะอยู่กับการตื่นรู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวพฤหัสที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือฟรีแลนซ์ เป็นเจ้านายตัวเอง เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้เข้าไปร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะประกวด ประมูลงาน สอบสัมภาษณ์ สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง รวมถึงแข่งขันกันในที่ทำงานด้วย นอกจากนั้นยังเกี่ยวกับต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นงานหรือโปรเจกต์ที่มีมูลค่าสูงมาก เพราะฉะนั้นคุณจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ได้มา ไม่ว่าจะด้วยกลหรือมนต์คาถาใดๆ จึงควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง

การเงิน  :   ขยันขันแข็ง  อดทนทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมีโอกาสได้เงินปันผล หรือค่าคอมมิชชั่น นอกจากนั้นยังมีโอกาสมีโชคอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะจับอะไรก็เงินเป็นทองไปหมด

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้แสดงความสามารถ ทั้งงานนอกบ้าน และงานบ้าน แล้วงานนอกบ้านก็รุ่ง ส่วนงานในบ้าน คุณก็สามารถผูกจิตผูกใจสามีจนไม่อยากไปไหน  คนโสด  รักเดียวใจเดียว แม้ว่าคุณจะผิดหวังมากี่ครั้งก็ตาม แต่คุณก็ยังไม่สามารถลืมคนรักเก่าได้

สุขภาพ   :  ทำงานหนักก็ควรระวังสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตประสาทด้วย  มีโอกาสที่จะเก็บเรื่องไร้สาระมาคิดวนไปวนมา ย้ำคิดย้ำทำ จนเครียด ปวดศีรษะ ไมเกรนถามหา จึงควรปล่อยวาง มองโลกในแง่ดี   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์นี้ชาวศุกร์จะมีไฟในการทำงานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น งานติดต่อค้าขายระหว่างประเทศ มัคคุเทศก์ ท่องเที่ยว ฯลฯ กระนั้นก็ตามคุณมีโอกาสที่จะถูกย้ายไปทำงานต่างถิ่นหรือต่างแดน หรือได้รับมอบหมายให้ไปขยายสาขา โดยที่ตัวเองไม่ได้เลือก แต่ต้องไปเพราะติดที่สัญญา ไม่ว่าจะด้วยลายลักษณ์อักษรหรือวาจา        

การเงิน  :  นอกจากคุณจะสามารถบริหารเศรษฐกิจในกระเป๋าเงินของตัวเองได้แล้ว ยังสามารถที่จะหารายได้พิเศษได้อีกด้วย แต่ก็ต้องระวัง เพราะมีดวงเสียรู้หรือถูกหลอกลวงจากบุคคลที่ใช้เล่ห์กลและวาจาอ่อนหวาน หรือเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ มิจฉาชีพ นั่นล่ะ

ความรัก :  หากคุณเคยวางโปรแกรมไปเที่ยวกับคู่ครองมาหลายครั้ง แต่ด้วยภาระและพันธะต่างๆ ทำให้ไม่ได้ไปสักที สัปดาห์นี้คิวน่าจะเบาลงแล้ว คาดว่าคุณจะได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ไปต่างจังหวัดก็ไปต่างประเทศ หรือไม่ก็มีคนจากต่างประเทศกลับมา คนโสด  หากคุณเคยผิดหวังกับความรักมาหลายครั้ง แล้วก็ตัดใจจากกันไม่ได้สักที สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้พบรักจากแดนไกล

 สุขภาพ  :   ชาวศุกร์สัปดาห์นี้ต้องระวังเรื่องปัสสาวะ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา นอกจากนั้นมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยในเรื่องของลำไส้ ระบบย่อยอาหารและโรคกระเพาะ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์สัปดาห์นี้ก็ยังคงอยู่กับการต่อสู้ที่ร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานบริการ จิตอาสา เป็นไปได้ว่าจากความสามารถของคุณที่ทำงานคล่อง สามารถทำงานได้ทุกมิติอย่างไม่มีข้อบกพร่อง เจ้านายจึงไว้ใจ มอบหมายงานที่เสี่ยงต่อความผิดพลาดสูงมาให้ แล้วเมื่อประกอบกับสไตล์ในการทำงานของคุณที่บู๊ ลุย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรม เดินหน้าจนสุดทาง จึงมีโอกาสที่จะปะทะกับผู้ร่วมงานสูง จนมีโอกาสที่จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน

การเงิน  :  ต้องระวังเงินจะไม่พอใช้ อีกครึ่งเดือนกว่าจะถึงสิ้นเดือน มีความเป็นไปได้สูงมากที่เงินจะขาดมือ จนอาจต้องอาศัยแหล่งเงินกู้

ความรัก  :  สำหรับชาวเสาร์ที่เจ้าชู้ สัปดาห์นี้ต้องระวังจะมีปัญหาหึงหวง คาดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงจนถึงขั้นไปต่อไม่ได้ คนโสด  เจ้าชู้ เนื้อหอม และไม่ผูกพัน แต่หากบังเอิญไปคบกับคนที่มีเจ้าของก็ต้องระวัง ครั้งนี้จะไม่แคล้วคลาดอย่างที่ผ่านมา คาดว่าจะมีปัญหารุนแรงมาถึงตัว

สุขภาพ   :   ระวังเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ อาการท้องอืดท้องเฟ้อ จึงควรงดดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ รวมถึงการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา   

UNIQLO

UNIQLO เปิดตัวคอลเล็คชั่นลินิน SS2026 พร้อมแคปซูล UNIQLO : C ครั้งแรก

UNIQLO เปิดตัวคอลเล็คชั่นลินินประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 ชูจุดเด่นเรื่องความสบายในการสวมใส่และความหลากหลายของดีไซน์ ด้วยไลน์อัพลินินคุณภาพสูงในโทนสีกว่า 30 เฉด ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมเปิดตัวแคปซูลคอลเล็คชั่นพรีเมียมลินินจาก UNIQLO : C เป็นครั้งแรก วางจำหน่ายตั้งแต่ 3 เมษายนนี้

UNIQLO เปิดตัวคอลเล็คชั่นลินิน SS2026 พร้อมแคปซูล UNIQLO : C ครั้งแรก

คอลเล็คชั่นนี้ออกแบบโดย Clare Waight Keller ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ โดยเลือกใช้ลินินยุโรปคุณภาพสูง 100% ให้สัมผัสนุ่ม เบา และระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน นอกจากลินินแท้ ยังมีไอเทมลินินผสมที่ให้ผิวสัมผัสเรียบลื่นและสวมใส่สบายในชีวิตประจำวัน

ไฮไลต์ของฤดูกาลนี้คือเสื้อเชิ้ตพรีเมียมลินินที่ผ่านกระบวนการกำจัดปมเส้นใยด้วยมืออย่างประณีต เพื่อให้ได้เนื้อผ้าที่เรียบสวยและทนทาน พร้อมดีไซน์ใหม่อย่างเสื้อเชิ้ตคอสกิปเปอร์ทรงบ็อกซี่ และกางเกงขาสั้นลินินผสมเรยอน ที่ให้ลุคสบาย ๆ แต่ยังคงความเนี้ยบในสไตล์ยูนิโคล่

ขณะเดียวกัน แคปซูล UNIQLO : C Premium Linen Capsule Collection นำเสนอไอเท็มลินิน 100% ในดีไซน์ที่ดูเนี้ยบและร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบลเซอร์สำหรับผู้หญิงที่ตัดเย็บอย่างประณีต สามารถสวมเดี่ยวหรือแมตช์เป็นเซ็ตกับเสื้อกั๊กและกางเกงขากว้าง ส่วนฝั่งผู้ชายมีเสื้อเชิ้ตแจ็คเก็ตที่ได้แรงบันดาลใจจากเวิร์กแวร์ จับคู่กับกางเกงลินินทรงกว้าง ให้ลุคที่ดูคล่องตัวแต่ยังคงความสุภาพและมีสไตล์


Rolex Oyster

Rolex ผู้สนับสนุนหลักออสการ์ครั้งที่ 98 พร้อมฉลอง 100 ปี Rolex Oyster

Rolex ตอกย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานกับโลกภาพยนตร์ ด้วยการเป็น Proud Sponsor ของ Academy Awards ครั้งที่ 98 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2026 เพื่อยกย่องผลงานภาพยนตร์และบุคคลคุณภาพของวงการ พร้อมโอกาสพิเศษในการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Rolex Oyster นวัตกรรมตัวเรือนกันน้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความสำเร็จของมนุษย์

Rolex ผู้สนับสนุนหลักออสการ์ครั้งที่ 98 พร้อมฉลอง 100 ปี Rolex Oyster

The 2026 Greenroom, hosted and designed by Rolex.

ในปีนี้ Rolex ยังคงรับหน้าที่ออกแบบและดูแล Oscars Greenroom พื้นที่รับรองสุดเอ็กซ์คลูซีฟหลังเวทีสำหรับผู้เข้าชิงรางวัล ผู้นำเสนอ และผู้ชนะ ซึ่งสะท้อนถึงความพิถีพิถันด้านงานฝีมือและความร่วมมือกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ

The 2026 Greenroom, hosted and designed by Rolex.

ผ่านการเลือกใช้วัสดุชั้นสูงและรายละเอียดที่ประณีต โทนสีเขียวและสีทองถูกนำมาใช้เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของ Rolex ควบคู่ไปกับความสง่างามเหนือกาลเวลาของโลกภาพยนตร์ พร้อมจัดแสดงเรือนเวลารุ่น Oyster Perpetual Cosmograph Daytona ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต หน้าปัดสีเขียวสด ที่เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะและสมรรถนะระดับสูง

The 97th Oscars® takes place at the Dolby® Theatre at Ovation Hollywood on Sunday, March 2, 2025.

ภายใต้โครงการ Perpetual Arts Initiative Rolex ให้การสนับสนุนความเป็นเลิศในหลากหลายแขนงศิลปะ รวมถึงภาพยนตร์ โดยสะท้อนแนวคิดว่าความสำเร็จของมนุษย์คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยหมุดหมายสำคัญ อารมณ์ความรู้สึก และช่วงเวลาที่กำหนดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับจิตวิญญาณของเวทีออสการ์อย่างแท้จริง นาฬิกา Rolex ปรากฏอยู่บนข้อมือของตัวละครระดับตำนานในภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน และตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา แบรนด์ยังให้การสนับสนุน Academy of Motion Picture Arts and Sciences อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ในวงการภาพยนตร์

ความมุ่งมั่นนี้ยังขยายไปสู่การสนับสนุนสถาบันด้านภาพยนตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Academy Museum of Motion Pictures, Governors Awards และ Student Academy Awards รวมถึงการร่วมงานกับบุคคลสำคัญของวงการในฐานะ Testimonee ของ Rolex อาทิ James Cameron, Leonardo DiCaprio, Martin Scorsese, Zendaya และ Jia Zhang-Ke ซึ่งล้วนสะท้อนบทบาทของ Rolex ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญของชุมชนภาพยนตร์ระดับโลก