Crossbody Bag จากกระเป๋าคนทำงาน สู่ไอเท็มแฟชั่นระดับโลก
หากย้อนกลับไปดูดีไซน์เครื่องหนังแบรนด์ดังเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราอาจไม่ได้เห็นกระเป๋าสะพายข้างแบบ Crossbody Bag ในซอกมุมของคอลเล็คชั่นซีซั่นไหนแน่ ๆ ในขณะที่ปัจจุบัน เรามักจะได้ยินประโยคฮิตยามต้องตัดสินใจซื้อกระเป๋าในช็อปแบรนด์ดังว่า “กระเป๋าใบนี้มีสายยาวสำหรับสะพายข้างด้วยนะคะ” อยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่าคำพูดนี้ทั้งเรียกความสนใจ และชวนให้นึกถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน
Crossbody Bag จากกระเป๋าคนทำงาน สู่ไอเท็มแฟชั่นระดับโลก

ในยุคที่ความเฟื่องฟูของเศรษฐกิจถดถอยลงทั่วโลก ไม่ว่าผู้ซื้อจะได้ใช้กระเป๋าหนึ่งใบมากกว่าหนึ่งแบบหรือไม่ก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า Crossbody Bag คือกระเป๋าที่อยู่ตรงกลางระหว่างโลกแฟชั่นและความมีฟังก์ชันที่แท้จริง
สำหรับความเป็นมาของกระเป๋าทรงสะพายข้าง ต้องบอกว่าหน้าที่ดั้งเดิมนั้นมีไว้ตอบโจทย์การใช้งานของคนชนชั้นแรงงานหรือนักเดินทางที่ต้องพกพาข้าวของไปยังที่ต่าง ๆ ในยุคโบราณ ส่วนมากกระเป๋าครอสบอดี้ในยุคนั้นมักทำขึ้นมาจากผ้าและหนังสัตว์ที่หามาได้ จุดเด่นของกระเป๋าแบบนี้คือความจุและความสะดวกสบายในการใช้งาน เพราะการสะพายครอสบอดี้นั้นช่วยให้กระเป๋ากระชับติดกับลำตัว ไม่ไหลตกเหมือนการสะพายไหล่ ทำให้เจ้าของกระเป๋าสามารถใช้งานมือทั้งสองข้างได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหน

กระเป๋าครอสบอดี้แพร่หลายมากขึ้นเมื่อชาวตะวันตกเริ่มขี่จักรยาน บรรดาบุรุษไปรษณีย์หรือเด็กส่งของจึงนิยมสะพายกระเป๋าเพื่อนำส่งจดหมายหรือพัสดุตามบ้าน กำเนิดเป็นกระเป๋าเมสเซนเจอร์ที่มักทำจากหนังและตัดเย็บอย่างดีเพื่อความทนทาน นอกจากนี้ยังเริ่มมีฝาปิดกระเป๋าพาดปิดมาด้านหน้าเพื่อป้องกันของหล่นหาย รวมถึงถูกนำมาใช้งานกับบรรดานักเดินทางที่ต้องเดินทางข้ามเมืองข้ามทวีปมากขึ้น
เพียงแต่สมัยนั้นกระเป๋าสะพายข้างถูกมองว่ามีประโยชน์ในการบรรจุของเท่านั้น ไม่ได้มีคุณค่าทางสุนทรียภาพมากนัก กระทั่งดีไซเนอร์แบรนด์ดังทั้งหลายบรรจงโปรยความคิดสร้างสรรค์และผลิตกระเป๋าขึ้นมาจากวัสดุระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี กลายเป็นกระเป๋าใบโก้ที่ดูดีทั้งรูปลักษณ์และยังเสริมด้วยฟังก์ชันการใช้งานรอบด้าน ส่งผลให้กระเป๋าครอสบอดี้กลายเป็นหนึ่งในกระเป๋าคลาสสิกที่บรรดาแฟชั่นนิสต้าและผู้คนต้องมีติดตู้ไว้ เพราะครบเครื่องทั้งการใช้งานและสไตล์ที่แมตช์ได้ง่าย

โดยหากจะให้พูดถึง It-bag หลายใบที่เป็นตัวจุดประกายเทรนด์นี้ ก็คงต้องเริ่มจากแบรนด์ดังฝั่งอเมริกาเมื่อประมาณปี 2010 อย่างกระเป๋ารุ่น PS1 จาก Proenza Schouler ที่ดีไซน์คล้ายกระเป๋าใส่เอกสาร รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฝาปิดมาด้านหน้าและตัวล็อกตรงกลาง แต่มีความซับซ้อนกว่า ทั้งการออกแบบเลเยอร์ของกระเป๋าให้ดูมีความแพรวพราว ลดความเป็นทางการลงไป และด้วยการเลือกใช้หนังแบบพรีเมียมอย่างหนังลูกวัวที่มีความนุ่มหรือหนังกลับที่ดูมีสไตล์ เหมาะกับการแมตช์คู่กับการแต่งตัวสไตล์โบโฮที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนั้นเป็นอย่างดี
ไม่ใช่แค่นั้น หากแต่กระเป๋า PS1 ยังกลายเป็นที่ต้องตาของฝาแฝดนักแสดงและสไตล์ไอคอนคนดังของยุคนั้นอย่าง Ashley และ Mary-Kate Olsen ที่หยิบมาถือบ่อย ๆ ส่งผลให้กระเป๋ารุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการสุด ๆ ในช่วงนั้น จนเกิดกระเป๋ารุ่นน้องที่ตามมาติด ๆ เป็น PS11 ที่มีดีไซน์เป็นทางการกว่า แต่บอกเลยว่าดังไม่แพ้กัน
ด้านแบรนด์ Alexander Wang ก็มี Rocco Duffle กระเป๋าใบอ้วนที่มีความเท่เหลือเกินจากลุคที่ดูสมบุกสมบัน โดยตัวกระเป๋าทำมาจากหนังที่หนาและหนักกว่ากระเป๋าใบอื่น ๆ ที่เคยเห็นในช่วงนั้น แถมประดับหมุดโลหะขนาดใหญ่ที่ด้านใต้กระเป๋า แต่กลายเป็นกระเป๋าที่เหล่าโมเดล Off-duty ถือกันจนชินตาในแฟชั่นวีคช่วงนั้น เช่นเดียวกับฝั่งคนดังระดับเอลิสต์มากมายที่ถูกปาปารัซซี่ถ่ายภาพพร้อม It-bag ใบนี้
ข้ามมาฝั่งยุโรป ในเวลาไล่เลี่ยกันก็มี กระเป๋า Alexa จากแบรนด์ Mulberry ที่มีดีไซน์และความโด่งดังคล้ายกับ PS1 ทั้งการหยิบรูปทรงมาจากกระเป๋าทำงานของผู้ชาย และใช้หนังเนื้อสัมผัสนุ่มในการทำเหมือนกัน หากแต่มีความเป็นเฟมินีนกว่า โดยกระเป๋าใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์โบโฮอันโดดเด่นของ Alexa Chung นางแบบสาวและสไตล์ไอคอนคนดัง จึงได้ตั้งชื่อกระเป๋าตามชื่อเธออีกด้วย ทำให้ทั้งคนและกระเป๋าขึ้นแท่นเป็นไอคอนิกในโลกแฟชั่นไปด้วยกันเลยทีเดียว

ในซีซั่นต่อ ๆ มาเราก็เริ่มได้เห็นแบรนด์หรูอื่น ๆ เติมสายสะพายยาวให้กับกระเป๋ารุ่นดังของตัวเอง เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานแบบครอสบอดี้ อย่างกระเป๋า Speedy ของ Louis Vuitton, Galleria ของ Prada, Lady Dior ของ Dior นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าครอสบอดี้สไตล์ใหม่ ๆ อย่างกระเป๋า Trio จาก Celine หรือกระเป๋า Antigona จาก Givenchy ที่มาพร้อมแนวมินิมัล เรื่อยไปจนถึงแนวโบฮีเมียนอย่าง Jackie 1961 จาก Gucci รวมถึงแนวหรูหราเน้นโชว์ความประณีตของงานปักด้วยมือเป็นลวดลายสุดสวยงามอย่างกระเป๋ารุ่น D-Lite จาก Dior

สำหรับซีซั่นนี้ เทรนด์ที่จะมาแรงแบบตะโกนในหมวดหมู่กระเป๋าคือ หนังกลับ รวมถึงดีเทลอย่างงานจับระบายหรือ Fringe ก็กลับมาหวนคืนสู่กลิ่นอายโบฮีเมียนอีกครั้ง อย่างที่ปรากฏให้เห็นในแบรนด์ Bottega Veneta, Prada, Dior, Valentino และ Isabel Marant เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจากการเป็น “เทรนด์” ที่หมายถึงความนิยมที่คงอยู่ได้เพียงไม่กี่ซีซั่น สู่การเป็นที่นิยมตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบันของกระเป๋าครอสบอดี้นั้น ไม่ได้เกิดจากแบรนดิ้งและคนดังเท่านั้น แต่เป็นเพราะความเหมาะสมในการใช้งานที่เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนส่วนมาก ที่เร่งรีบและมีความพยายามจะ Multi-tasking มากขึ้น
เมื่อเราต้องการให้มือว่างจากการถือกระเป๋า ก็เพียงคล้องไว้กับไหล่แล้วจับพาดลงมาบนตัว ทำให้สามารถหยิบของใช้ได้อย่างสะดวก ส่วนมือที่ว่างอยู่ก็กดสมาร์ตโฟน ถือแก้วกาแฟชิค ๆ ไปพร้อมกันได้อีก
นี่แหละแฟชั่นที่มาพร้อมฟังก์ชัน