คิ้วต์มาก! Canmake เปิดตัวคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ เติมความสดใสให้ซีซั่นนี้

ซัมเมอร์นี้ รวมไอเท็มเด็ดตัวว้าว ChocoBerry Bloom Beauty! Limited Edition Collection 2024 จาก Canmake มาฝาก อาทิ

  • MERMAID SKIN GEL UV (C03) กันแดดตัวดังสูตรใหม่ฉ่ำว้าวกว่าเดิม มีไนอาซินาไมด์ ช่วยลดเม็ดสีเหลือง ปรับความกระจ่าง เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • MELLOW DEW LIP MASK ลิปมาสก์ให้ริมฝีปากสวยอิ่มน้ำแค่ข้ามคืน ‘ตัก-เกลี่ย-นอน’ 3 ขั้นตอนบำรุงล้ำลึก ฟีลลิ่งสุดฟิน
  • CREAMY TOUCH LINER (12,13,14) เติมเต็มซัมเมอร์นี้ให้สดใสกับอายไลน์เนอร์โทนสีสตรอเบอร์รี่สุดคาวาอิ
  • PLUMPUKU CORDINATE EYES (03,04) พาเล็ตต์อายแชโดว์ที่คิดขึ้นมาเพื่อการสร้างดอลลี่อายโดยเฉพาะ! เสกใต้ตาอวบอิ่ม ลดอายุ เพิ่มความคิ้วท์ ด้วยปลายนิ้ว
  • MUCHI PURU TINT (04,05) ลิปทินท์เนื้อนุ่มเย็นสดชื่น ให้ริมฝีปากอวบอิ่มฉ่ำวาวได้ทุกวันโดยไม่ต้องพึ่งฟีลเลอร์! มาพร้อม 2 สีใหม่สุดน่ารักที่จะทำให้คุณอยากหยิบใช้ตลอดเวลา
  • PERFECT MULTI EYES (05,08) ตัวช่วยให้เรื่องการแต่งตา ครบจบ 3 ฟังก์ชันในตลับเดียวเป็นได้ทั้ง อายไลเนอร์, อายแชโดว์ และที่เขียนคิ้ว มอบ Finish Look น่ารักเป็นธรรมชาติ หรือจะสวยแกลมก็ทำได้

วิน-ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล

หนุ่มตาหวาน ดาเมจเกินต้าน วิน-ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล

คว้าใจแฟนๆไปเต็มๆจนเป็นที่จับตามองหลัง “Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์” จากออริจินีลซีรีส์ จาก Viu (วิว) ที่ออกอากาศแล้วทาง Viu Application ทำเอาแฟนซีรีส์สะดุดตาสุดๆในลุคหนุ่มติสท์ เจ้าเสน่ห์ ผู้เงียบขรึมของ วิน รับบทโดย (วิน – ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล)

แม้ในเรื่องจะพูดน้อยแต่ หนุ่มวิน เพราะใช้สายตาสื่อสารออกมาได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะรัก สนุก อายหรือโมโห เขาก็แสดงออกทางสายตาได้อย่างไม่มีที่ติ บอกเลยถ้าใครเผลอมองนัยน์ตาหวานละมุนที่พร้อมโปรยเสน่ห์ของ วิน ศุภวิชญ์ แล้วล่ะก็เป็นต้องตกหลุมรักแน่นอน

ซึ่งโปรไฟล์ของ หนุ่มวิน ต้องบอกเลยว่าเขามาพร้อมกับความสามารถหลายด้านที่เกินคาดมากจริงๆ

ชื่อ : ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล
ชื่อเล่น : วิน
เกิดวันที่ : 21 สิงหาคม 2003
ส่วนสูง : 168 cm
น้ำหนัก : 55 kg
ภูมิลำเนา: กรุงเทพมหานคร
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล
กีฬาที่ชอบ : เข้ายิม เทนนิส ฟุตบอล
ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง
ผลงานการแสดงล่าสุด : Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์

วิน-ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล

ใครที่อยากทำความรู้จัก หนุ่มวิน ตามไปส่องไลฟ์สไตล์ของเขาคนนี้ได้ที่ Instagram : @wiinsp

สามารถติดตามผลงานกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb ทุกวันพุธ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application และ https://www.viu.com/

เปิดวาร์ปโฉมใหม่ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” แลนด์มาร์คแห่งความสุขของทุกคน

ชาว กทม. ฝั่งตะวันตก…ตามมาปักหมุดแลนด์มาร์คแห่งความสุขกันได้เลยค่ะ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” คัมแบ็กแล้วพร้อมกับโฉมใหม่ โดยจัดงาน “THE MALL LIFESTORE BANGKAE GRAND OPENING CELEBRATION” อย่างยิ่งใหญ่

สำหรับโฉมใหม่สุดจึ้ง! ของ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” โดดเด่นด้วยการเติมเต็มความรื่นรมย์ของธรรมชาติให้กับการใช้ชีวิตยุคใหม่ พร้อมจัดเต็มความฟินเอาไว้อย่างครบครัน ขึ้นแท่น New Destination ที่ตอบโจทย์ความต้องการและความสะดวกสบายของผู้คนทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจนฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” ซึ่งจะมอบความฟินจุกๆ ทั้งช้อป ชิม ชิล จอย ให้กับทุกคนผ่าน 7 LIFE WONDERS มหัศจรรย์แห่งการใช้ชีวิตทั้ง 7 มิติ ได้แก่

1. LIFE WONDER OF NATURE นอกจากแอร์เย็นฉ่ำ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” ยังช่วยชาร์จพลังให้กับทุกคนด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ ซึ่งเนรมิตขึ้นตามพิกัดต่างๆ อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นซิกเนเจอร์อย่างน้ำตกสุดอลังการ บ่อปลาท่ามกลางสวนสวย สนามเด็กเล่น หรือ PET PLAYGROUND ในบรรยากาศร่มรื่น

2. LIFE WONDER OF DINING ขอบอกเลยว่าสายกินต้องปักหมุด! เพราะที่นี่ถือเป็น FOOD DESTINATION HUB แห่งใหม่ ซึ่งมัดรวมความอร่อยเริ่ดเอาไว้แบบละลานตากว่า 500 ร้านดัง โดยเฉพาะโซน GOURMET EATS ที่ถือเป็นสวรรค์ของเหล่าอีทเลิฟเวอร์

3. LIFE WONDER OF ENTERTAINMENT จอยๆ กับหลากหลายความบันเทิง ซึ่งตอบโจทย์ผู้คนทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจนฯ เช่น SF CINEMA, JOYLIDAY, FITNESS FIRST, MEGA HARBORLAND เรียกว่าพิกัดเดียวเอาอยู่

4. LIFE WONDER OF FASHION & COMPLETION ช้อปฟินสุดๆ กับกว่า 1,000 แบรนด์ในศูนย์ฯ และกว่า 10,000 แบรนด์ในห้างฯ ที่ครบครันทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะการรวมตัวของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำและแบรนด์บิวตี้ขึ้นชื่อมากมาย รวมถึงสินค้ากลุ่มไอที ซึ่งครบจบในพิกัดเดียว ตอบโจทย์คนยุคใหม่สุดๆ     

5. LIFE WONDER OF JAPAN JOY จอยๆ สไตล์แจเปนได้ที่ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” กับหลากหลายแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ทั้งร้านอาหารและแบรนด์แฟชั่น โดยเฉพาะร้านอาหารที่ขอบอกเลยว่าเหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่ 

6. LIFE WONDER OF EXCITEMENT แชร์พื้นที่แห่งความสนุกด้วยกิจกรรมหลากหลายและอีเว้นต์ต่างๆ ที่จัดขึ้น ณ MCC HALL หรือลานกิจกรรมจุดต่างๆ เพื่อมอบความสุขให้กับทุกคน 

7. LIFE WONDER OF PET PARADISE เหล่าทาสต้องรัก! กับพิกัดเอาใจเจ้านายสี่ขา ไม่ว่าจะเป็น PET PLAYGROUND ในบรรยากาศสวนสีเขียว หรือโซนช้อปปิ้งข้าวของสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงยังสามารถพาน้องๆ ใส่รถเข็นแล้วไปชิลด้วยกันได้เลย 

เชื่อว่าหลายคนที่ส่องโฉมใหม่ของ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” แล้วคงเกิดอาการอยากพุ่งตัว ขอบอกเลยว่าไม่ต้องลังเลใจใดๆ รีบตามมาเช็คอินความสุขให้ครบทุกมิติกันได้เลยค่ะ เพราะช่วงนี้ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” จัดเต็มโปรโมชั่นมอบความสุขแบบมหาศาล ทั้งห้างฯและศูนย์ฯ สินค้าเคาน์เตอร์ปกติ ลดสูงสุด 50% รวม Power Mall, Gourmet Market รับ Cash Voucher รวมสูงสุด 1,800 บาท พิเศษ! วันนี้ – 21 เม.ย. 2567 ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ รับ Cash Voucher  รวมสูงสุด 600 บาท เมื่อช้อปครบตามกำหนด และตั้งแต่วันนี้ – 8 เม.ย. 2567 ช้อปภายใน Gourmet Market 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดเงินสด 700 บาท หรือ รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ 200 บาท และ ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 21 เม.ย. 2567 ช้อปในศูนย์ฯ ครบ 3,000 บาท  รับบัตรกำนัลมูลค่า 500 บาท โดยสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.themallgroup.com และ Facebook : The Mall Group

HESÉ (เฮเซ่) ชวนเริ่มต้นสร้างพื้นฐานผิวดีจากธรรมชาติ ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ START-RIGHT SET

เชื่อว่าทุกคนเป็นเจ้าของผิวสุขภาพดีอย่างยั่งยืนได้ในแบบฉบับของตัวเอง แค่เพียงเริ่มต้นจากพื้นฐานผิวที่แข็งแรง อันเป็นรากฐานของความมั่นใจและเสริมให้ตัวตนของคุณยิ่งชัด และใช่ ยิ่งกว่าเดิม… ไม่ว่าเขา (HE) หรือเธอ (SHE) จึงเกิดเป็นความมุ่งมั่นในการคัดสรรสารสกัดจากธรรมชาติที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยคุณสมบัติทรงพลังในการดูแลลึกถึงกลไกของผิวชั้นใน พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย พร้อมรับมือทุกสภาวะ และต่อยอดตัวตนในแบบที่ใช่ ตามสโลแกน Enhance Your True Skin ของ HESÉ (เฮเซ่) ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ HESÉ Start-Right Set กับ 3 ขั้นตอนง่ายๆ สู่จุดเริ่มต้นของการดูแลผิวที่แข็งแรง

  • ปลุก การทำงานลึกถึงกลไกชั้นในของผิว สร้างสมดุล พร้อมปลอบประโลมผิวให้แข็งแรงด้วย REVITALIZING AND SPOT SOLUTION ESSENCE
  • ปรับ โครงสร้างของผิวและกระบวนการทำงานของผิวให้กลับมาสมบูรณ์ได้ตามธรรมชาติ ให้ผิวแลดูกระจ่างใสด้วย ADVANCED BRIGHTENING INTENSIVE SERUM
  • ปกป้อง เสริมเกราะป้องกันให้แก่ผิว พร้อมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ด้วย ULTRA SUN PROTECTION SPF50+ PA++++

ยืนหนึ่งรักษ์โลก! ซูมอิน 4 กระเป๋า PRADA Re-Nylon ของเหล่าคนดัง

ถ้าพูดถึงกระเป๋า PRADA เรียกว่า Re-Nylon คงเป็นอีกรุ่นที่กลายเป็นไอคอนิก เพราะไม่ว่าออกดีไซน์ไหนมาก็ฮิตติดลมบนไปหมด เช่นเดียวกับ 4 รุ่นที่กำลังจะพูดถึง เมื่อเหล่าเซเลบริตี้ทั่วเอเชียเลือกมาเป็นคีย์ไอเท็มของลุค ความน่าสนใจจะอยู่ตรงไหน และสามารถแมตช์เข้ากับลุคอะไรได้บ้าง ‘แพรว’ ขอพาทุกคนไปดูพร้อมๆ กัน

Re-Nylon triangle logo-plaque shoulder bag

ออร่าความหล่อทำให้ลายตาไปหมด เมื่อทั้ง Global Brand Ambassador และศิลปิน นักแสดงจากประเทศไทยพากันอัพลุคเพิ่มความเท่ด้วย Prada Re-Nylon triangle logo-plaque shoulder bag กระเป๋าดีไซน์เท่ที่ถูกครีเอทมาให้เข้ากับหลายลุคไม่ว่าจะวันจัดเต็ม หรือแมตช์เข้ากับเสื้อเชิ้ตธรรมดา ก็สามารถเอาอยู่ ปัจจุบันราคาในเว็บไซต์มือสองอยู่ที่ $2,156 ส่วนในเว็บไซต์ออฟฟิเชียลแบรนด์ Out of Stock เป็นที่เรียบร้อย

กระเป๋าเป้สะพายหลังหนัง Saffiano และ Re-Nylon

สายแบกต้องเป็นใบนี้กระเป๋าเป้สะพายหลังหนัง Saffiano และ Re-Nylon ที่ครีเอทมาเพื่อจุของโดยเฉพาะ เพราะมากับช่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่สองช่อง และมีเฉดสีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือ ดำและน้ำเงิน ความพิเศษของใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากปี 80 จนพัฒนามาเป็นกระเป๋าที่เราเห็นในปัจจุบัน ราคา 90,000 บาท

Re-Nylon Prada Re-Edition 1978

มาที่ฝั่งผู้หญิงกันบ้างเริ่มต้นใบแรกด้วย ‘Re-Nylon Prada Re-Edition 1978’ กระเป๋าทรงบักเก็ตสีสันสดใสมีทั้งสีแดง, เบจ, เขียว, ชมพู และขาว โดยเป็นสไตล์ดั้งเดิมที่นำมา Re-Edition ตกแต่งด้วยดีเทลหนังและฮาร์ดแวร์โลหะ สามารถใช้งานแบบถือด้วยมือหรือสะพายไหล่ด้วยสายแบบถอดได้ ราคา 59,000 บาท

Prada Re-Edition 1978 medium Re-Nylon and Saffiano leather two-handle bag

และสุดท้าย Prada Re-Edition 1978 medium Re-Nylon and Saffiano leather two-handle bag กระเป๋า No.1 ขอเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่มาในดีไซน์สุดวินเทจผสมผสานด้วยวัสดุผ้าไนลอนและหนังสาเฟียโนในโทนสีคลาสสิกอย่างสีดำ, กรมท่า, น้ำตาล และเบจ เมื่อพกดีไซน์แสนเรียบง่ายมาแบบนี้รับรองว่าจะลุคมินิมอล คูลๆ หรือสีสันสดใสก็ไม่มีหวั่น และหากใครอยากเพิ่มความสนุกให้กับไอเท็ม ลองหยิบพวงกุญแจตุ๊กตาคิวต์ๆ มาห้อยดูนะคะ เพราะตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์!


ข้อมูล: PRADA

'ซงฮายุน' เผยไอเท็มที่เธอพกติดตัวเป็นประจำ เวลาที่ไม่แต่งหน้า

‘ซงฮายุน’ เผยไอเท็มที่เธอพกติดตัวเป็นประจำ เวลาที่ไม่แต่งหน้า

นาทีนี้ดูเหมือนว่า ‘ซงฮายุน’ (Song Ha-yoon) จะเป็นนางร้ายที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ตั้งแต่รับบทบาท ‘จองซูมิน’ เพื่อนรักใส่หน้ากากที่จ้องจะหักหลังนางเอกในซีรีส์ Marry My Husband ทำให้เธอเป็นนางร้ายหน้าสวยที่ผู้ชมหมั่นไส้และถูกพูดถึงไม่น้อย และก็อย่างที่เห็นว่าความหน้าใสผิวโกลว์เปล่งปลั่ง เมคอัพลุคไหนก็สวยฉ่ำของเธอมันช่างน่าดึงดูด แต่เธอเผยว่าความจริงแล้วเธอไม่ชอบแต่งหน้า

โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม เผยคลิปที่เธอได้ให้สัมภาษณ์ Harper’s Bazaar Korea เกี่ยวกับหัวข้อ “#อะไรอยู่ในกระเป๋าของซงฮายุน?”ซึ่งคลิปดังกล่าว ซงฮายุน ได้เปิดเผยสิ่งของในกระเป๋าของเธอ มีเครื่องนวดหน้า เธอบอกว่า “มันทำให้ฉันลดไข้ได้ดีมาก ถ้าฉันปวดหัว ฉันจะกดมันลงบนหัวแบบนี้ แล้วพอตื่นเช้าก็จะนำมานวดโหนกแก้มด้วย” นอกจากนี้ เธอยังโชว์แว่นตาสองอันที่เธอชอบใส่ โดยบอกว่า ปกติฉันไม่ค่อยแต่งหน้า ดังนั้น ฉันจึงมักจะใส่แว่นตาแฟชั่นที่ช่วยปกปิดหน้าสดได้ และฉันมักจะสวมแว่นสายตาเวลาเรียนหรืออ่านหนังสือ”

สำหรับบิวตี้ไอเท็มชิ้นที่เธอพกติดตัวคือ “ฉันพกที่ดัดขนตาติดตัวไปไหนมาไหนด้วยความมั่นใจ” และเธอยังเผยถึงมาส์กชิ้นโปรด และบอกเคล็ดลับผิวดีว่า “เธอไม่ชอบมาส์กในตอนเย็นหรือก่อนนอน เพราะต้องการให้ผิวได้พักผ่อนจากมลภาวะที่เผชิญมาทั้งวัน และเลือกจะทาสกินแคร์ให้บางเบาที่สุด และเธอจะมาส์กหน้าหลังล้างหน้าในตอนเช้า เพื่อให้ผิวซึมซับได้ดี แลดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา”

ภาพ: hayoonsong1202


Gourmet Theatre ครั้งแรกกับการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มแบบ ‘Chef’s Table on the Move’

Gourmet Theatre ครั้งแรกกับการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มแบบ ‘Chef’s Table on the Move’

เตรียมพบกับประสบการณ์อาหารแบบ ‘Chef’s Table on the Move’ ครั้งแรกในไทย ที่จะมาเขย่าวงการอาหารในกรุงเทพฯ ด้วยการรวมเชฟแถวหน้าร่วมรังสรรค์เมนูอาหารรสเลิศ พร้อมค็อกเทลจากบาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย ในงาน Gourmet Theatre อีเวนต์แสดงการทำอาหารจากฮ่องกง ที่จะมาเสิร์ฟความอร่อยแบบไฟน์ไดนิง

การรับประทานอาหารคอร์สพิเศษจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติอาหารแบบเชฟเทเบิลสุดพิเศษจากความร่วมมือระหว่างเชฟระดับแนวหน้า ทั้งกรุงเทพฯ ฮ่องกง และไต้หวัน พร้อมดื่มด่ำกับค็อกเทลที่คัดสรรโดยมิกโซโลจิสต์จากบาร์ชั้นนำ 30 มีนาคม 2567 นี้ เตรียมพบกับประสบการณ์น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ นี้ในงาน Gourmet Theatre คอร์สพิเศษ ที่จะมาลบภาพครัวแบบป๊อปอัพเล็ก ๆ เพราะงานนี้รวมเชฟกว่า 10 ชีวิต ที่จะมายึดครองครัวสุดทันสมัยและครบครัน ที่ The Food School

Gourmet Theatre เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2563 ในฮ่องกง เป็นอิเวนต์การรับประทานอาหารที่มาพลิกวงการคอร์สหรู ด้วยการรวม 5 เชฟชั้นนำ ขึ้นไปบนชั้น 37 ของ One Island East ใน Taikoo Place ร่วมกันเปลี่ยนบรรยากาศอาคารสำนักงาน ให้กลายเป็นร้านอาหารชั้นเลิศที่คึกคักอย่างคาดไม่ถึงในคืนเดียว

และในปี 2567 นี้ Gourmet Theatre พร้อมแล้วที่จะเดินทางสร้างปรากฏการณ์อาหารใหม่ ๆ ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยเลือก กรุงเทพมหานคร ที่ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุดิบและวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายเป็นแห่งแรก พร้อมจับมือกับ The Food School เปลี่ยนโฉมโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสนามทำอาหารแบบอินเทอร์แอคทีฟ ต้อนรับเหล่าเชฟชั้นนำ และผู้ที่หลงใหลในอาหารระดับไฮเอนด์ 

Gourmet Theatre Bangkok จะจัดขึ้นเพียงคืนเดียวเท่านั้น โดยแบ่งออกเป็น 2 คอร์สหลัก ภายใต้ธีม
A GastroNOM and Beyond (9,899 บาท) ครองพื้นที่ชั้น 2 และ 3 ของ The Food School ให้นักกินได้เลือกเพลิดเพลินกับประสบการณ์การทำอาหารที่หลากหลาย ทั้งสเตชันจากเชฟชั้นนำที่จะมาเสิร์ฟอาหารจานพิเศษ สเตชัน
ที่รังสรรค์เมนูจากความร่วมมือของเชฟแบบ Four Hands (เชฟ 2 คน) และ Six Hands (เชฟ 3คน) และป๊อปอัพบาร์ 

โดยให้แขกผู้มีเกียรติ ได้เคลื่อนตัวไปชิมเมนูพิเศษจากเชฟแต่ละคนได้ในแต่ละสเตชัน ตามคอนเซปต์ ‘Chef’s
Table on the Move’ ซึ่งแต่ละสเตชันสามารถรองรับได้ครั้งละ 20 คน พร้อมเวลาในการดื่มด่ำอาหารรสเลิศอีก 30 นาที ก่อนจะย้ายไปสเตชันถัดไป  รวมแล้วแต่ละคนจะได้ลิ้มลอง 9 – 10 คอร์ส พร้อมด้วยเครื่องดื่มมากมาย อาทิ ค็อกเทล และสาเกระดับพรีเมียม

Stage #1 ของ Gourmet Theatre ยึดพื้นที่ชั้น 2 ของ The Food School แบ่งออกเป็น 5 สเตชัน โดย 3 สเตชันจะมอบประสบการณ์การอาหารสุดพิเศษ ได้แก่

สเตชันแรก คอร์สพิเศษแบบ Four Hands Dinner จากความร่วมมือของ 2 เชฟชาวไทย “เชฟหนุ่ม” วีระวัฒน์ตริย
เสนวรรธน์จาก Samuay & Sons ร้านอาหารไฟน์ไดนิงในอุดรธานี และ “เชฟแบล็ค” ภานุภนบุลสุวรรณจากร้าน Blackitch Artisan Kitchen ร้านอาหารไฟน์ไดนิงในเชียงใหม่

อีกหนึ่งสเตชัน ลิ้มลองคอร์สสุดเอ็กซ์คลูซิฟในรูปแบบ Six Hands Dinner ที่รังสรรค์เมนูจากเชฟถึง 3 คน ได้แก่
เชฟชาวไทยมากฝีมืออย่าง เชฟไพศาลชีวินศิริวัฒน์ และ “เชฟจิ๊บ” กัญญารัตน์ถนอมแสงจากร้านแก่น (KAEN) ร้าน
อาหารไฟน์ไดนิงในขอนแก่น ซึ่งจะร่วมกับเชฟชื่อดังจากมาเก๊า เชฟ Tam Kwok Fung แห่ง Chef Tam’s Seasons ผู้คว้ารางวัล Chef of the Year 2023 จาก Black Pearl Restaurant Guide

และสเตชันที่เรียกว่าเป็นหนึ่งไฮไลต์ของเวทีนี้ รังสรรค์โดยเชฟ Barry Quek จาก Whey ร้านอาหารรางวัล 1 ดาวมิชลิน จากเกาะฮ่องกง ที่จะมาแสดงฝีมือแบบเต็มรูปแบบ เสิร์ฟเมนูสไตล์ยุโรปที่ได้แรงบันดาลใจจากสิงคโปร์

ระหว่างเพลิดเพลินกับเมนูรสเลิศ ดื่มด่ำไปกับค็อกเทลบาร์อีก 2 สเตชัน ที่จะมาสร้างสรรค์เครื่องดื่มคู่มื้อพิเศษ โดย
CMYK แห่งฉางชา ผู้คว้ารางวัล DRiNK Awards Best Bar 2022 จากประเทศจีน และ Bar Us ในกรุงเทพฯ บาร์ค็อกเทลที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Discovery

สำหรับ Gourmet Theatre Stage #2 จะใช้พื้นที่ชั้น 3 ของ The Food School แบ่งออกเป็น 4 สเตชันอาหาร และ 1 สเตชันสำหรับสาเกโดยเฉพาะ

สเตชันแรก รังสรรค์โดย “เชฟตาม” ชุดารีเทพาคำเชฟหญิงไทยมาแรงจากร้านบ้านเทพา (Baan Tepa)
ร้านอาหารไฟน์ไดนิง รางวัล 2 ดาวมิชลินในกรุงเทพฯ อีกหนี่งสเตชัน ครองโดย เชฟชาลีกาเดอร์จากร้านวรรณยุค (Wana Yook) ร้านอาหารไฟน์ไดนิง รางวัล 1 ดาวมิชลินในกรุงเทพฯ

ใน Stage นี้ ยังได้พบกับคอร์สสุดเอ็กซ์คลูซิฟจาก เชฟ Ryogo Tahara จากร้าน Logy ร้านอาหารรางวัล 2
ดาวมิชลินในไทเป และ เชฟ May Chow จากร้าน Little Bao ในฮ่องกง ผู้คว้ารางวัล เชฟหญิงยอดเยี่ยมจาก
Asia’s 50 Best Restaurants 2017 ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ แบบ Four Hands Dinner ร่วมกันเป็นครั้งแรก

ในขณะที่อีกสเตชันครองโดยเชฟ Susumu Shimizu จากร้าน Den Kushi Flori ร้านอาหารญี่ปุ่นรางวัล 2
ดาวมิชลิน ชื่อดังจากโตเกียว และ เชฟ Alex Peng จากร้าน Akame ในไต้หวัน ร้านอาหารที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Discovery ทั้งคู่จะมาร่วมมือกันสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ที่ผสมผสานความเทคนิคและความเชี่ยวชาญด้านอาหารฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองของไต้หวัน

ในฝั่งเครื่องดื่ม พบกับ Elliot Faber ผู้เชี่ยวชาญด้านสาเกขั้นสูงจากฮ่องกง ผู้ก่อตั้ง Sake Central อีกทั้งได้รับ
รางวัลอันทรงเกียรติ Sake Samurai มาเปิดสเตชันร่วมกับเชฟชื่อดัง เชฟ Dylan Jones และ “เชฟโบ” ดวงพรทรงวิศวะ จากร้าน เออ (Err Urban Rustic Thai) นำเสนอการจับคู่สาเกที่คัดสรรมาอย่างดี คู่กับเครื่องดื่มไทยรสชาติเข้มข้น

งานนี้นอกจากรวมฝีเชฟระดับแนวหน้าที่มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ ยังขับเคลื่อนในเรื่องของแนวปฏิบัติด้านการจัดหาที่ยั่งยืน (Sustainable Sourcing) สนับสนุนผลผลิตตามฤดูกาล และนวัตกรรม ซึ่งหลักการเหล่านี้ ยังแผ่ขยายไปถึงทีมงาน สถานที่ และงานกิจกรรมให้ได้มาตรฐานด้วย

ด้วยความพร้อมของ The Food School ที่มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครันและทันสมัย ในบรรยากาศเปิดโล่ง แต่ยังคงเป็นส่วนตัว ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ ‘Chef’s Table on the Move’ ซึ่งพื้นที่นี้ยังช่วยให้เหล่าเชฟและบาร์เทนเดอร์ ได้สามารถทลายกำแพงข้อจำกัด เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างเชฟ และเชื่อมต่อกับผู้รับประทานอาหารได้อย่างไร้ขอบเขต

ด้าน กวินว่องกุศลกิจ ผู้บุกเบิกธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ และกรรมการบริหารของ The Food School กล่าวว่า “ที่ The Food School ภารกิจของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การสอนศิลปะการทำอาหารเท่านั้น” แต่เรายังมุ่งเน้นไปที่ชุมชน การทำงานร่วมกัน และความคิดสร้างสรรค์ ผลักดันให้นักเรียนสามารถพัฒนากรอบความคิดในฐานะผู้ประกอบการในอนาคตได้”

“ซึ่ง Gourmet Theatre ก็ได้ยึดถือหลักการเดียวกันนี้ เราเลยรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ผนึกกำลังร่วมกัน รวบรวมเชฟจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย เน้นใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และเปลี่ยนประสบการณ์การรับประทานอาหารให้เป็นการเฉลิมฉลองที่เหนือคำว่าอาหารรสเลิศไปอีกขั้น”

Gourmet Theatre BKK จัดขึ้นที่ The Food School ตึก E โครงการบล็อก 28 จุฬาลงกรณ์ซอย 7
เวลา 18:00 – 22:30 น. บัตรราคา 9,899 บาท ต่อท่าน สามารถซื้อบัตรได้แล้วที่ Eventpop 

Stage #1: https://www.eventpop.me/e/17245/gourmet_theatre_bangkok_stage1
Stage #2: https://www.eventpop.me/e/17247/gourmet_theatre_bangkok_stage2 


Chilli Fest กลับมาเป็นปีที่สอง พร้อมมอบความเผ็ดร้อนอีกครั้งที่โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ

Chilli Festเทศกาลอาหารรสจัดที่เผ็ดร้อนที่สุดของไทยจะจัดขึ้นอีกครั้งที่ Urban Oasis ของโรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 นี้ พร้อมเมนูอาหารรสจัดจ้านจากร้านอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ และเชฟระดับดาวมิชลิน กิจกรรมความบันเทิง โชว์ไฟ การแข่งขันรับประทานพริกที่น่าตื่นเต้น และอีกมากมาย นอกจากนี้ในปีนี้เทศกาล Chilli Festเพิ่มความพิเศษด้วยดินเนอร์ห้าคอร์สโดยเชฟระดับตำนานอย่าง เชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เข้ามาด้วย

เมนูอาหารใน Chilli Fest

ผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดห้ามพลาดเมนูอาหารรสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมจากทั่วโลก ตั้งแต่เมียนมาร์ อินเดีย จีน เกาหลีใต้ ปากีสถาน เม็กซิโก มาเลเซีย สเปน และที่ขาดไปไม่ได้ ไทย เชฟชื่อดังมากความสามารถจากร้านอาหารในกรุงเทพฯ จะส่งมอบเมนูเด็ดในบรรยากาศสบาย ๆ ในสวน ราคาเริ่มต้นเพียง 120 บาทต่อจานเท่านั้น และยังมีตัวเลือกอาหารเผ็ดที่ทำจากพืชสำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เชฟและร้านอาหารที่จะมาร่วมนำเสนออาหารจานเด็ดในงาน ประกอบไปด้วย

  • Thep Nakorn:  เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหาร Le Du ซึ่งเป็นหนึ่งใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเซียหลายปีซ้อนถึงปัจจุบัน จะเข้าร่วมงานเป็นปีที่สองกับเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือจากเทพนคร และกะเพรารสจัด
  • SANEH JAAN:  ร้านอาหารหนึ่งดาวมิชลินที่ขึ้นชื่อเรื่องใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วไทยนำโดยเชฟ เชฟต้อย-พิไลพร คำหนัก จะนำเสนอผัดหมี่กะทิปากพนัง และหมูมะนาวพริกขี้หนูสวน
  • Inddee: เชฟ Sachin Poojary ที่มีประสบการณ์มากมายรวมไปถึงการทำงานที่ Taj Mahal Palace จนสามารถทำให้ห้องอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่ง Inddee ได้รับดาวมิชลินหนึ่งดวงได้ตั้งแต่ภายในปีแรกที่เปิด จะนำเสนอเมนู แป้งห่อไส้พริกบุตโจโลเกีย (Bhut Jolokia momo) เกี๊ยวแบบกลมไส้พริกขี้หนู (kanthari chili paniyaram) เนื้อหมู และบัตเตอร์นัท สควอชในเทศกาลปีนี้
  • Restaurant Avant: เชฟ Haikal Johari เอาชนะใจนักชิมด้วยเมนูฟิวชันที่ใส่ความเป็นเอเชียเข้าไปในเมนูอาหารยุโรปได้อย่างลงตัว พร้อมประสบการณ์จาก Alma ร้านอาหารหนึ่งดาวมิชลินในสิงคโปร์ หลังจากที่ห่างหายไปนาน เชฟ Haikal กลับมากรุงเทพฯ ในฐานะเจ้าของร่วมและเอ็กเซคูทีฟเชฟที่ Restaurant Avant ที่ตั้งอยู่บนชั้น 30 ของโรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ภายในงาน ฯ จะนำเสนอเมนูข้าว koshihikari ย่างใส่เมนไทโกะและมะพร้าว และกัซปาโชสับปะรดใส่มิ้นต์และโกชูจัง
  • RESTAURANT CODA BANGKOK: เชฟ แท๊ป-ศุภสิทธิ์ ก๊กผล ผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย-จีนสมัยใหม่ชื่อดังและผู้เข้าแข่งขันรายการ Iron Chef Thailand ซีซัน 9 เอาใจคนรักของเผ็ดในเทศกาลปีนี้กับเมนูฮอทดอกไส้อั่วและเบอร์เกอร์สูตรซิกเนเจอร์
  • VASO: เชฟ Álvaro Ramos ที่มีประสบการณ์จากร้าน La Terraza ระดับดาวมิชลินและ Dos Palillos ในสเปน จะนำเสนอเมนูทาปาสที่มีความจัดจ้านตามแบบฉบับของบุคลิกของเจ้าตัว อาทิ กุ้งกระเทียมสไตล์สเปน (gambas al ajillo) มันฝรั่งทอดแบบเผ็ด (patatas bravas) และ มีทบอลและมันฝรั่งแบบเส้น (albóndigas patata paja)
  • Urban Refugee Kitchen by Na Projects: Na Projects และ Urban Refugee Kitchen ก่อตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์ในการช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ในงานนี้ผู้ร่วมงานจะได้ลิ้มลองอาหารปากีสถานและสนับสนุน Urban Refugee Kitchen ไปในเวลาเดียวกันกับเมนูแบบโฮมเม้ดฝีมือครอบครัวผู้ลี้ภัย อาทิ ซาโมซาผัก ข้าวหมกกับมาซาลามะเขือยาว ข้าวหมกกับมาซาล่าเนื้อวัว และกุหลาบจามุน เพื่อนำรายได้ไปจัดหาที่อยู่อาศัย อาหารและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ให้กับผู้ลี้ภัยขณะยังพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ
  • Aromkwan: เมนูอาหารในร้านอาหารเอเชียสไตล์รมควันปิ้งย่างของเชฟ เชฟแบงค์-วิชชณุ เปรมภักตร์ ที่มีเชื้อสายมาเลย์ อินเดีย ไทย และจีน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสูตรอาหารคุณย่าที่เป็นชาวมาเลย์ ในเทศกาลนี้เชฟแบงค์จะนำเสนอเมนูที่สร้างสรรค์จากความรักในการทำบาร์บีคิวอย่าง ข้าวหมกขาหมูรมควัน อิกันบาการ์บาร์บีคิว (ikan bakar) และสลอว์สไตล์เอเชีย
  • Canes: CANES คือความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และเชฟทำอาหารตามคติพจน์ ที่ประกอบไปด้วย Cruelty-free (ไม่เบียดเบียน​สัตว์​) Altruistic (สนับสนุน​สังคมเกษตร​อินทรีย์) Natural (ใช้วัตถุดิบ​และกระบวนการ​ทางธรรมชาติ) Evolutionary (ไม่หยุดพัฒนา) และ Sustainable (ยั่งยืน รักษ์​สิ่ง​แวดล้อม) ที่กลายมาเป็นชื่อ CANES สื่อถึงไม้เท้าและสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน ในงานนี้จะนำเสนอเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือวีแกนเสิร์ฟพร้อมแคปหมูวีแกนและน้ำพริกกะเหรี่ยง
  • Lady GooGoo:  เลดี้กูกู นักชิมและเชฟชาวเมียนมาร์ที่เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลมีเดีย จะนำเสนอเมนูรสชาติเข้มข้นอย่าง ยำใบชาพม่า (BTS ย่อมาจาก Burmese tea salad) ไก่ทอดพริกสไตล์พม่า (BCFC ย่อมาจาก Burmese chilli fried chicken) และ ขนมจีน mohinga
  • Gaby, Megan & Diego: 3 เพื่อนสนิทชาวละติน Megan Leon, Gaby Espinosa และ Diego Zarco ที่ฝึกปรือทักษะการทำครัวจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯ อย่าง Gaa, 80/20, Bo.Lan, Nahm, Eat Me และ Ms. Maria and Mr. Singh จะร่วมกันนำเสนอ ค็อกเทลกุ้งสไตล์เม็กซิกัน (coctel de camarón estilo “sinaloa”) และ แป้งทอดไส้แหนมโฮมเม้ด (flauta de Chorizo “naem”)
  • Summer Palace:  ร้านอาหารจีนกวางตุ้งชื่อดังที่นำโดย เชฟ Shui Wing Yau จะนำเสนอเมนูเลิศรสสไตล์เสฉวนที่มาพร้อมลูกเล่นอย่างเกี๊ยวกุ้งรสเผ็ดใส่โหระพา ไก่ต้มในน้ำมันพริกเสฉวน และขาหมูตุ๋นใส่ซอสหมาล่า
  • ANJU: เชฟ Shim Young Dae จาก ANJU Korean Rooftop Bar รู้ฟท้อปบาร์เกาหลีแห่งแรกและสูงที่สุดในกรุงเทพฯ จะเข้าเสริมทัพ Chilli Fest ปีนี้เป็นครั้งแรกกับเมนูซิกเนเจอร์ฟิชเค้กเสียบไม้พร้อมซอสเผ็ด และไก่ทอดเกาหลี
  • Bar.Yard: ขาดไปไม่ได้กับเจ้าถิ่นอย่าง Bar.Yard รู้ฟท้อปบาร์สุดฮิตของโรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เอ็กเซคูทีฟเชฟ Lamberto Valdez Lara และทีมมอบความเผ็ดร้อนในแบบเฉพาะตัวผ่าน 4 เมนู ประกอบไปด้วย ทาโก้สันคอหมู (taco al pastor) ทาโก้เกซาบีร์เรียไส้ล็อบสเตอร์ (quesabirria) เคซาดิย่าชีสวีแกนทรัฟเฟิล (quesadilla) และของหวานคลาสสิกอย่างพุดดิ้งข้าว หรือ arroz con leche

ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่งาน Chilli-Fest

Cooking Studio ที่ Stock.Room นำเสนอเทสติ้งเมนู 5 คอร์ส รังสรรค์โดยแขกรับเชิญพิเศษ เชฟเอียน พงษ์ธวัช
เฉลิมกิตติชัย ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป เชฟเอียน เจ้าของตำแหน่งเชฟกระทะ
เหล็ก ประเทศไทย (Iron Chef Thailand) รวมถึงยังเป็น Co-Host และ Head Chef ในรายการเฮลส์คิทเช่นไทยแลนด์
(Hell’s Kitchen Thailand) ที่เพิ่งเปิดตัวไป การนำเสนอเมนูแบบดีกุสเตชันพร้อมแล้วที่จะพานักชิมทุกท่านออกเดิน
ทางไปในโลกแห่งอาหารของเชฟเอียน โดยแต่ละคอร์สได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารแต่ละแห่ง
ของเชฟทั่วโลก ดินเนอร์ที่จะเปิดโอกาสให้นักชิมได้พูดคุยกับเชฟคนดังอย่างใกล้ชิดมีที่นั่งจำกัด เสิร์ฟในราคา
2,999++ บาทต่อท่าน พร้อมบัตรเข้างาน Chilli Fest เลือกรับประทานจับคู่กับเครื่องดื่มเพิ่มได้ในราคาเพียง 1,199++
บาทต่อท่าน ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับท่านที่ทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น

การแข่งขันกินพริก

Chilli Fest เชิญนักกินเผ็ดผู้กล้ามาประลองความอึดกับการแข่งขันกินพริกชิงรางวัลใหญ่ ในงานผู้เข้าแข่งขันจะต้องกินพริกสดที่ไต่ระดับความเผ็ดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 2,400,000 สโควิลล์ (Scoville heat unit) โดยผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายจะกลายเป็นผู้ชนะ นอกจากนี้ยังมีรางวัลอันดับสองและสามด้วย การแข่งขันเปิดให้ทุกคนสามารถร่วมสนุกได้โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้า และโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ จะทำการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากผู้สมัครทั้งหมดจะแจ้งกลับต่อไป

Chilli Market

แขกที่มาร่วมงานยังสามารถเลือกช้อปผลิตภัณฑ์จากพริกตั้งแต่ ซอสพริกหลากหลายจาก That Daeng Sauce และ
Firepower Hot Sauces ไปจนถึงสินค้าดีไซน์เก๋จาก อัคระ แบงค็อก ที่รวมไปถึงเสื้อยืด กระเป๋าโท้ต หมวกบักเก็ตและ
หมวกแก๊บที่ออกแบบขึ้นสำหรับเทศกาล Chilli Fest เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมี California Ink Bangkok มาร่วมงานอีก
ครั้ง พร้อมบริการสักรอยสักรูปพริกฟรีให้กับผู้ร่วมงาน

Chilli Fest จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 นี้ที่ Urban Oasis ตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนถึง 21.00 น. บัตรเข้า
งานราคา 250 บาทมาพร้อมเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว ซื้อบัตรเข้างานล่วงหน้าราคาพิเศษเพียง 200 บาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้
ผ่านเว็บไซต์ https://bit.ly/PRChilliFest2024EN

ส่วนหนึ่งของรายได้จากงานจะนำไปสมทบทุน มูลนิธิสติ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในด้านสุขภาพและการศึกษา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/PRChilliFest2024EN หรือโทร +66 2 056 9999Facebook และ Twitter

ปวดหัวแบบไหนเรียก 'ไมเกรน'

อาการปวดหัวแบบไหนคือ ‘ไมเกรน’ พร้อมแนะวิธีเลี่ยงปวดไมเกรนด้วยตัวเองเบื้องต้น

เวลาเกิดอาการปวดหัว มักมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไมเกรน ซึ่งความจริงแล้วอาจเป็นแค่อาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อแค่นั้น แล้วอาการแบบไหนที่เรียกว่า ‘ไมเกรน’ และเมื่อมีอาการจะบรรเทาด้วยตัวเองหรือป้องกันความเสี่ยงจะเกิดอาการปวดไมเกรนได้อย่างไร มาหาคำตอบกัน

อาการปวดไมเกรน จะมีลักษณะของอาการปวดที่รุนแรง มากถึงมากจนแทบทนไม่ไหว ปวดแบบไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ต่อได้เลย ส่วนมากจะปวดแบบตุบๆ เพียงด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ นอนพักอาการก็ไม่ดีขึ้น ฯลฯ ไม่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร

ในทางการแพทย์ไม่พบสาเหตุที่แน่นอนที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน แต่จะพบว่าตัวรับรู้ในผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงศีรษะจะไวต่อความรู้สึกมากกว่าปกติ และมีผลมาจากปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่ง ปัจจัยภายใน เช่น ความเครียด การนอนพักผ่อนไม่พอ ฯลฯ ส่วนปัจจัยภายนอก เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน อากาศร้อนหรือแปรปรวน การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสม กินอาหารที่มีสารให้ความหวาน อาหารที่เป็นของหมักดอง ฯลฯ ก็มีส่วนทำให้เกิดไมเกรนได้

สำหรับ อาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง มีความต่างจากไมเกรนชัดเจน อาการปวดตึงจะปวดแน่นๆ หนักๆ ทั้งศีรษะมักร่วมกับอาการปวดท้ายทอย คอ บ่า ร้าวเข้ากระบอกตา ร้าวขึ้นศีรษะ ร้าวลงสะบัก และมักร่วมกับการเคลื่อนไหวคอไม่คล่อง บ่าและก้านคอจะหนักๆ ตึงๆ อาการจะเป็นมากเมื่อต้องใช้กล้ามเนื้อหนัก เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง หิ้วของหนัก นั่งนานโดยไม่ได้เปลี่ยนท่าทาง อาการจะเบาขึ้นเมื่อนอนพัก อาการปวดตึงส่วนใหญ่จะทำงานหรือกิจกรรมต่อได้ มักเป็นมากช่วงบ่ายๆ เย็นๆ เพราะใช้กล้ามเนื้อมาทั้งวัน

ลักษณะของอาการปวดตึง ส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างร่างกายไม่สมดุล พฤติกรรมการใช้ร่างกายที่ผิด เช่น นั่งหลังค่อม คอยื่น ไหล่งุ้มมาก โครงสร้างดังกล่าว จะส่งผลให้กล้ามเนื้อเกร็งตึงเรื้อรัง การปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อปรับโครงสร้างร่างกายให้สมดุล สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายก็จะช่วยลดอาการปวดได้

การปวดไมเกรนกับอาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อมีความเชื่อมโยงกันจะเห็นได้จาก เมื่อเป็นไมเกรนเรื้อรังมักส่งผลให้กล้ามเนื้อคอบ่า ไหล่ ตึงไปด้วย นานๆ เข้า ส่งผลให้ความรุนแรงของไมเกรนรุนแรงมากขึ้น การคลายกล้ามเนื้อ บริเวณท้ายทอย บ่า และสะบัก จะทำให้ความถี่ และความรุนแรงของการเป็นไมเกรนลดลงได้

การรักษาไมเกรน ส่วนใหญ่จะใช้ยาในการรักษา แต่ก็เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ที่สำคัญคือการดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายแบบได้เหงื่อให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยกระตุ้น งดอาหารที่เป็นปัจจัยกระตุ้น หากรู้สึกมีการเกร็งคอ บ่า ไหล่ ควรรักษาหรือคลายกล้ามเนื้อ ปรับท่าทางหรือโครงสร้างร่างกายให้สมดุล เพื่อลดความรุนแรงและความถี่ที่เป็น เป็นต้น การเป็นไมเกรนมักไม่หายขาด แต่จะพบว่าเมื่อดูแลตัวเองถูกต้องมักทำให้ความถี่ในการเป็นลดลงมาก บางเคสอาจเป็นเพียงปีละ 2-3 ครั้ง จนไม่จำเป็นต้องกินยาแล้ว

และสำหรับอากาศที่ร้อนจัด และแปรปรวนอย่างนี้ ก็ถือเป็นตัวกระตุ้นและส่งผลกระทบโดยตรงกับคนที่เป็นไมเกรนได้เช่นกัน

ข้อมูล: เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)
ภาพ: Pexels


MASTER จับมือ วิตอะเดย์ เปิดตัวเครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไบโอติน + ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece

‘MASTER’ จับมือ ‘วิตอะเดย์’ เปิดตัวเครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไบโอติน + ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece ครั้งแรกในไทย ร่วมคิดค้นสูตรโดยทีมแพทย์ชำนาญการด้านเส้นผม จาก 3M Hair Transplant By Masterpiece Hospital เข้าสู่ตลาด Functional Drink ชูจุดเด่นเป็นเครื่องดื่มวิตามินอุดมด้วยสารสกัด      6 ชนิด อาทิ ไบโอติน, ซิงค์, แอปเปิลแอนนูร์กา ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาเส้นผม ช่วยฟื้นฟูและบำรุง มีจำหน่ายแล้ววันนี้ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทั่วประเทศ และแอปพลิเคชัน 7-Delivery พร้อมวางแผนลุยโปรโมทผ่านออนไลน์ และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสู่ห้างค้าปลีกในอนาคต

นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล Group CEO MASTER  เปิดเผยถึงแนวทางการขยายโอกาสทางธุรกิจของ Group MASTER เน้นการเติบโตทั้ง Organic และ Inorganic โดยอีกหนึ่งกลยุทธ์ใช้ร่วมพันธมิตรผ่านการ Collaboration หรือ X–Strategy เพื่อสร้างแบรนด์ให้เติบโตแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมต่อยอดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน

“การขยายโอกาสทางธุรกิจของ MASTER ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ พร้อมเปิดโอกาสการเติบโตในตลาดศัลยกรรมความงาม และ Functional Drink พัฒนาเครื่องดื่มวิตามิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีปัญหาเรื่องเส้นผมโดยตรง ด้วยศักยภาพของทั้ง 2 ธุรกิจ แบบ Win–Win ทำให้เพิ่มฐานลูกค้าและเปิดประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบวิตามินดูแลเส้นผมพร้อมดื่มครั้งแรกในไทย” นายแพทย์ระวีวัฒน์ กล่าว

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MASTER กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาส
ทางธุรกิจครั้งสำคัญของ MASTER โดยล่าสุด บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรง
พยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชีย ร่วมมือ
ครั้งสำคัญ กับ บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด (General Beverage) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามิน ภายใต้
แบรนด์ VITADAY (วิตอะเดย์) ซึ่งมีความชำนาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มวิตามินครบวงจร และวันนี้พร้อมแล้วที่จะเปิด
ตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Functional Drink สำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมได้รู้จัก “เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไบโอติน +
ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece”  

สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผม ไบโอติน + ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece
เป็นการคิดค้นสูตรโดยทีมแพทย์ชำนาญการด้านเส้นผมโรงพยาบาลมมาสเตอร์พีช จากศูนย์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ
3M Hair Transplant by Masterpiece Hospital ผสานจุดแข็งของVITADAY ที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจเครื่องดื่มวิตามินมา
นานกว่า 13 ปี การันตียอดขายเครื่องดื่มวิตามินอันดับ 1 ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรสารสกัดและคุณประโยชน์
เข้มข้น พร้อมออกแบบรสชาติที่เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเชื่อมากขึ้นว่า สารอาหารที่รับประทานไม่เพียงพอ โดยผู้บริโภคไม่เพียงต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังต้องการสารอาหารที่เข้ามาเสริมในเรื่องเส้นผมด้วยเช่นกัน จากผลการสำรวจพบว่าคนไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมค่อนข้างมาก สาเหตุหลักเกิดจากกรรมพันธุ์ ช่วงอายุ รวมถึงมลภาวะที่ส่งผลต่อเส้นผม

ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าการเกิด Collaboration ร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดของตลาดศัลยกรรมความงามและตลาดวิตามินเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อผนึกความแข็งแกร่งของแบรนด์ทั้ง 2 บริษัท ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ Functional Drink เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย โดย MASTER พร้อมให้การสนับสนุน VITADAY ในทุกๆ ด้าน

นายพงศกร พงษ์ศักดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด (General Beverage) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามิน ภายใต้แบรนด์ VITADAY กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ MASTER เห็นโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทและโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มองเห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์รวมบริการศัลยกรรมความงามแบบครบวงจร

อีกทั้งยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านศัลยกรรมในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่มีชื่อว่า 3M Hair Transplant by Masterpiece ประกอบกับมีบุคลากรที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี ในการทำหัตถการ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มาใช้บริการจำนวนมาก 

ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันการแข่งขันในตลาด Functional Drink เครื่องดื่มวิตามินมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น โดยจากเทรนด์ตลาดเครื่องดื่มอาหารเสริม กลุ่มเส้นผมเป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มผิวพรรณ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นผู้ที่มีปัญหาเส้นผมค่อนข้างมาก ตั้งแต่วัยรุ่น อายุ 15-20 ปี  ไปจนถึงวัยกลางคนอายุ 21-40 ปี ซึ่งแต่ละกลุ่มมีปัญหาเส้นผมแตกต่างกัน

“VITADAY เล็งเห็นถึงปัญหาของผู้บริโภคหรือ Pain Point โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีความกังวลเรื่องเส้นผม เช่น คนที่มีปัญหาศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง จะด้วยกรรมพันธุ์ หรือธรรมชาติของผู้หญิงผู้ชาย ผมจะร่วงและบางลงตามอายุที่มากขึ้นอยู่แล้ว กับอีกกลุ่มคือ คนที่ต้องการให้ภาพลักษณ์ตัวเองดูดีขึ้น ปัญหานี้มีตั้งแต่ นักเรียน นักศึกษา ที่ชอบทำสีแล้วผมเสีย อยากผมหนาและยาวไว จนถึงวัย First Jobber และวัยทำงานที่อายุมากกว่า 30 ปี ดังนั้น VITADAY จึงร่วมพัฒนาเครื่องดื่มเสริมอาหารเกี่ยวกับเส้นผมที่ดื่มง่าย รสชาติอร่อย และยังช่วยแก้ปัญหาเส้นผมของคนเหล่านี้ด้วย ที่สำคัญถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ผ่านมายังไม่มีเครื่องดื่มวิตามินแบรนด์ใดผลิตอาหารเสริมบำรุงเส้นผมเป็นเครื่องดื่มเลย” นายพงศกร กล่าว

VITADAY เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครื่องดื่มวิตามิน ด้วยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภค หากต้องการดื่มเครื่องดื่มวิตามินต้องนึกถึง VITADAY วางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ทั้งในสื่อออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและเลือกเครื่องดื่มวิตามินประจำบ้านช่วยบำรุงสุขภาพกายและดูแลเส้นผมให้ทุกคนในครอบครัว

โดย “เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไบโอติน+ ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece”  ใน 1 ขวด มีรสชาติหวานกลมกล่อมประกอบด้วยสารสกัด 6 ชนิด มีความเข้มข้นถึง 800 มิลลิกรัม ที่เพียงพอสำหรับความต้องการต่อ 1 วัน ได้แก่ ไบโอติน, ซิงค์, สารสกัดจากหญ้าหางม้า, สารสกัดจากเมล็ดข้าวฟ่าง, แอล-เมไธโอนีน, และแอปเปิลแอนนูร์กาหรือราชินีแห่งแอปเปิล ซึ่งมีงานวิจัยรับรองจาก National Library of Medicine ในการกระตุ้นการเกิดผมใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มการเกิดใหม่ของเส้นผม คืนความแข็งแรงของเส้นผม ลดการหลุดร่วงของเส้นผมและชะลอผมหงอกก่อนวัย

สำหรับแผนการโปรโมทจากการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า ปัจจัยที่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าเกี่ยวกับเส้นผม จะเน้นเรื่องผลลัพธ์การเห็นผล โดยจะเริ่มจากส่ง “เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผมไบโอติน + ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece”  ผ่าน  Influencer และ User ที่มีปัญหาเส้นผมได้ทดลองดื่ม พร้อมแชร์ประสบการณ์และผลลัพธ์ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยในช่วงแรกเน้นโปรโมตออนไลน์เป็นหลัก และในอนาคตมีแผนกระจายสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ เช่น Makro, Lawson, BigC และ Lotus เป็นต้น

ทั้งนี้ “เครื่องดื่มวิตามินดูแลเส้นผม ไบโอติน + ซิงค์ by VITADAY x Masterpiece” บรรจุในขวดพร้อมดื่มขนาด 120 มิลลิลิตร ราคาเพียงขวดละ 35 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศไทย และแอปพลิเคชัน 7-Delivery ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ได้ทาง Facebook Fanpage: Vitaday และ 3M Hair Transplant ปลูกผมถาวร by Masterpiece Hospital

สำรวจ 5 กระเป๋า STAND OIL รุ่นฮิต ก่อนเตรียมบุกประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอย กระเป๋าแบรนด์ดังสัญชาติเกาหลี ‘STAND OIL‘ เตรียมเข้าไทย ชวนทุกคนมาสำรวจ 5 กระเป๋ารุ่นฮิต ก่อนบุก POP-UP วันพรุ่งนี้

อยากตะโกนออกมาดังๆ ว่าในที่สุดก็เข้าไทยแล้ว! หลังจากฮิตกันมาพักใหญ่กับ STAND OIL กระเป๋าสัญชาติเกาหลีดีไซน์น่ารัก สไตล์มินิมอลที่โดดเด่นทั้งรูปทรง และสีสัน ซึ่งก่อนหน้าหากใครอยากมีไว้ครอบครองก็ต้องบินหรือพรีออเดอร์มาจากประเทศเกาหลีใต้โดยเฉพาะ แต่ถึงจะยากลำบากแค่ไหน แต่ถ้าลองสังเกตกระเป๋าที่วัยรุ่นฮิตถือกันช่วงนี้ รับรองว่าเป็นยี่ห้อนี้ไปแล้วเกินครึ่งค่ะ

ไหนๆ ก็มาเปิด POP-UP Store ถึงสยามเซ็นเตอร์ แพรว จึงรวบรวม 5 รุ่นฮิตมาให้ทุกคนส่องก่อนไปสะพายของจริงกันค่ะ

เริ่มต้นด้วยรุ่นแรกที่อื้ออึงจากสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Red Velvet อย่าง ‘เวนดี้’ ที่เธอได้สะพาย ‘Fluffy Mini’ เตรียมไปอัดรายการวิทยุ ซึ่งความไวรัลเกิดจาก Outfit ของเธอที่ดูน่ารักในทุกๆ ครั้งของการปรากฏตัว ทำให้ทุกคนพากันเฝ้ารอว่าการมารายการวิทยุครั้งต่อไปของเวนดี้จะน่ารักขนาดไหน และทำให้ผู้คนเริ่มสนใจแฟชั่นไอเท็มบนตัว จนไปสะดุดกับกระเป๋า Stand Oil รุ่นนี้ ที่ทั้งดีไซน์น่ารักและราคาเป็นกันเอง

สำหรับ Fluffy Mini มีด้วยกันทั้งหมด 4 สี ตั้งแต่ ครีม, โอลีฟ, ชมพูคอตตอน และดำ โดยไฮไลท์ของกระเป๋าอยู่ที่ความนุ่มฟู และดีไซน์เรียบๆ ที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ซึ่งรุ่นหากอ้างอิงจาก Official Account ของ Stand Oil ใน Shopee จะอยู่ที่ 3,450 บาท

รุ่นต่อไปมาในดีไซน์ทรงโค้งกับ ‘Clam Bag’ ที่มีให้เลือก 5 เฉดสี ขาว, โอลีฟ, ลาเวนเดอร์, ดำ และแดง สะดุดตาด้วยหูจับแบบหนาสไตล์วินเทจ ถ้าให้พูดถึงสีที่ฮิตที่สุดของรุ่นนี้ ต้องยกให้สีแดงค่ะ เพราะสะพายออกมาแล้วน่ารักสุดๆ สำหรับราคาอยู่ที่ 3,400 บาท

และรุ่นต่อมาดีไซน์เริ่มมีความเยอะขึ้นใน ‘Chubby Bag’ กระเป๋าของสายแบกเพราะอ่านจากรีวิวของผู้ใช้งานจริงแล้ว แต่ละคนคอนเฟิร์มว่าใส่จุของได้ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งมีดีไซน์น่ารักที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋า Bowling สไตล์ย้อนยุค มี 5 เฉดสีเช่นกัน คือ ขาว, โอลีฟ, ฟ้า, ดำ และน้ำตาล

ใบต่อไปมีให้เลือก 7 สีจุกๆ นั่นคือรุ่น Post Bag กระเป๋าสะพายไหล่ทรงสี่เหลี่ยม ได้แรงบันดาลใจมาจากกล่องไปรษณีย์ ใบนี้ยังคงจุของได้เยอะ แต่ดีเทลอาจเรียบกว่าใบก่อนหน้า ราคา 3,200 บาท

และใบสุดท้าย ‘Brick Bag’ กระเป๋าดีไซน์เก๋ที่โดดเด่นด้วยสายสะพาย 2 แบบทั้งสายหนังและโซ่ สำหรับใบนี้นอกจากสายคิวต์สะพายได้แล้ว คิดว่าสไตล์เท่ๆ ก็สามารถนำไปแมตช์ลุคได้เช่นกัน มีราคาอยู่ที่ 3,850 บาท

มีรุ่นไหนที่เข้าตากันบ้างหรือยังคะ ถ้ามีแล้วต้องรีบพุ่งตัวไปรอที่ Pop-Up Store สยามเซ็นเตอร์นะคะ พอครั้งนี้แค่วันที่ 5- 28 เมษายน 2567 เท่านั้น


รูปภาพ: Stand Oil

พาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี ที่พักอาศัยรูปแบบใหม่ย่านราชเทวี

พาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี ได้พัฒนาคอนโดที่พักอาศัยรูปแบบใหม่ของกรุงเทพมหานครในย่านราชเทวี
ครอบครองพื้นที่ส่วนตัว บนจุดศูนย์กลางของมหานคร ที่สุดของการเดินทางด้วย Interchange ใจกลางกรุงเทพฯ BTS และ MRT ราชเทวี สถานีแห่งอนาคต มอบความเป็นส่วนตัวได้เหนือทุกข้อจำกัด ด้วยโครงการที่มีเพียง 264 ยูนิต พร้อมอำนวยความสะดวกได้เหนือกว่ากับอาคารที่สามารถรองรับการจอดรถได้ถึง 100%

ในทุกพื้นที่ เราออกแบบเพื่อการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ มอบการพักผ่อนอันน่าประทับใจบนชั้น 39 ด้วยมุมมองที่กว้างกว่า 270 องศา และพบมิติใหม่แห่งการชื่นชมทัศนียภาพกับจุดชมวิว (Edge of the Sky) ให้ความรู้สึกเสมือนยืนอยู่บนทองฟ้าใจกลางราชเทวี

พร้อมทั้งการออกแบบธรรมชาติที่แตกต่างและโดดเด่น หนึ่งเดียวกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยด้วยการออกแบบห้องที่มีเพดานสูงถึง 4.25 เมตร* ขยายพื้นที่ชีวิตใหม่ได้อย่างไม่จำกัดด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้งานที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ไปจนถึงพื้นที่สรรค์สร้างแรงบันดาลใจที่ เติมเต็มความรู้สึกในทุกการใช้ชีวิต

‘โลแลน’ ควงพรีเซนเตอร์ตัวท็อป ‘ซี-นุนิว / แจ็คกี้ / แก๊งหิ้วหวี’ เผยเคล็ดลับผมสวยสับ

โลแลน” จัดงาน “LOLANE TREATMENT DAY” ชวนเหล่าคนดังตัวท้อปอย่าง “ซี-นุนิว / แจ็คกี้ / แก๊งหิ้วหวี” มาเผยความลับผมสวยสับ ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องผมสวยที่ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน

โดยเริ่มความสับของงานวันแรกกับ “แก๊งหิ้วหวี” ตัวมัมแห่งวงการอินฟลูเอนเซอร์ ที่มาเผยเคล็ดลับผมสวยสับฉบับตัวแม่ ด้วยทรีตเมนต์ผมระดับตำนานอย่างโลแลน เนทูร่า ทรีตเมนต์ ที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ช่วยบำรุงผมให้สวยสุขภาพดี ต่อด้วยคู่จิ้นสุดฮอตอย่าง “ซี-นุนิว” พรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์โลแลน อินเทนซ์ แคร์ ชวนแฟนผมมาร่วมฟินกับกิจกรรมพิเศษในงาน พร้อมแชร์เคล็ดลับการบำรุงผมแบบครบทั้ง 3 สเต็ป ก่อนจะปิดท้ายความสุขแบบใจฟูกับ “แจ็คกี้ จักริน” แห่งวง TRINITY หัวหน้าแก๊งผมทำสี พรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ โลแลน พิกเซล ที่มาแชร์อินไซต์เคล็ดลับการดูแลผมแบบรู้ลึกรู้จริง ให้แฟนผมตัวจริงได้สนุกกับกิจกรรมโดนๆ ทั้งเซอร์วิสตรวจสภาพเส้นผมจากผู้เชี่ยวชาญระดับ Hair Technician ของโลแลน นำกระปุกเปล่ามากดรับทรีตเมนต์ผมฟรีเพื่อสนับสนุนการใช้พลาสติกให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเกมสนุกๆ เพื่อพิสูจน์ความเป็น “แฟนผมตัวจริง”


Mother's Instinct

ส่องดีเทลแฟชั่น 2 นักแสดง Mother’s Instinct

ส่องดีเทลแฟชั่น แอนน์ แฮทธาเวย์ และ เจสสิกา แชสเทน ในภาพยนตร์เรื่อง Mother’s Instinct

นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นแล้ว การดีไซน์ภาพและโทนสีของภาพยนตร์เรื่อง Mother’s Instinct ยังน่าสนใจ โยเฉพาะในส่วนของเครื่องแต่กายของ 2 นักแสดงนำหญิง แอนน์ แฮทธาเวย์ และ เจสสิกา แชสเทน  ที่งานนี้ได้มิตเชลล์ เทรเวอร์ส ดีไซเนอร์ที่เคยร่วมงานกับเจสสิกา แชสเทน ใน The Eye of Tammy Faye มารับหน้าที่ออกแบบคอสตูมของสองสาว โดยเขาหาแรงบันดาลใจมาจากแคตตาล็อกเสื้อผ้ายุค 60

โดยเสื้อผ้าของเซลีนที่รับโดย แอนน์ แฮทธาเวย์ เทรเวอร์สต้องการให้เธอมีความหรูหรา เน้นใช้ผ้าลินินที่เนี๊ยบไร้รอยยับใดๆ การแต่งตัวของเซลีนให้กลิ่นอายของ “ภรรยานักการเมือง” มีความอนุรักษ์นิยมเขาต้องการให้ผู้ชมรู้ว่าการเป็นแม่คือเป้าหมายเดียวในชีวิตของเธอ

Mother's Instinct

ขณะที่อลิซซึ่งรับบทโดย เจสสิกา แชสเทน เสื้อผ้าของเธอจะเต็มไปด้วยลวดลายและสีสัน เนื้อผ้าเบาบางและพริ้วไหว มีความโมเดิร์น สะท้อนความเป็นคนช่างฝันและความเป็นศิลปิน เธอไม่ใช่ผู้หญิงตามขนบแบบคนอื่นๆ

NewJeans ขึ้นแท่นทูตประชาสัมพันธ์ ต่อจาก BLACKPINK

สื่อเกาหลีใต้โดยเว็บไซต์ Koreaboo รายงาน เกิร์ลกรุ๊ป NewJeans ขึ้นแท่นทูตประชาสัมพันธ์ Incheon Main Customs ต่อจากวง BLACKPINK ในฐานะโฉมหน้าใหม่ของเกาหลี

NewJeans ขึ้นแท่นทูตประชาสัมพันธ์ ต่อจาก BLACKPINK

@mrshangkong/อินสตาแกรม

ในปี 2017 BLACKPINK ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ทูตประชาสัมพันธ์ Incheon Main Customs โดยหนึ่งในไฮไลท์คือ ป้ายต้อนรับผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินอินชอน ซึ่งจะเป็นสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะเห็นเมื่อเดินทางมาถึงประเทศเกาหลีใต้ และยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกด้วย

นอกจากป้ายต้อนรับที่สนามบินอินชอน BLACKPINK ยังถูกพบเห็นได้บนหน้าจอวิดีโอบนรถไฟฟ้า และแบนเนอร์ทั่วสนามบินอินชอน

Instiz

อย่างไรก็ตามในปี 2024 นี้ NewJeansได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตประชาสัมพันธ์คนใหม่ของ Incheon Main Customs โดยทางสนามบินอินชอนได้เปลี่ยนภาพจากสาวๆ วง BLACKPINK เป็น NewJeans ซึ่งสื่อดังกล่าวรายงานว่า เนติเซนเกาหลีรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกเธอในชุดฮันบก ซึ่งเป็นชุดแต่งกายประจำชาติเกาหลี

โดยทุกๆ 7 ปี แบรนด์แอมบาสเดอร์จะถูกเปลี่ยน โดยเริ่มจาก Girls’ Generation จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น BLACKPINK และตอนนี้คือ NewJeans เกิร์ลกรุ๊ปแห่ง K-Pop Gen 4


เตรียมเสียงให้พร้อมแล้วไปร้องเพลงของ RADWIMPS ด้วยกัน

ก่อนที่จะไปสนุก สุดเหวี่ยงกับคอนเสิร์ต  RADWIMPS WORLD TOUR 2024 “The way you yawn, and the outcry of Peace” in Bangkok ของหนุ่มๆ RADWIMPS ที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย ในวันพฤหัสบดีที่  23 พฤษภาคม 2567 ณ UOB Live เรามาทำความรู้จักตัวตนของพวกเขากับฉายาเจ้าพ่อแห่งวงการเพลงภาพยนตร์แอนิเมชัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง Yume Tourou, Zen Zen Zense, Sparkle และ Nandemonaiya บอกเลยว่าทุกเพลงในแอนิเมชันชื่อดังอย่าง ‘Your Name’ ซึ่งก็เป็นผลงานสร้างชื่อของ Shinkai Makoto และทั้ง 4 เพลงนี้ถือได้ว่า เป็นเพลงมาสเตอร์พีซเลยก็ว่าได้ ทำให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จัก และเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก

RADWIMPS เป็นอีกหนึ่งวงร็อกของญี่ปุ่น ที่ฝีไม้ลายมือในการทำเพลงนั้นไม่เป็นสองรองใคร ต่อมาพวกเขาก็ได้มีโอกาสร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ Legend of Demon Cat โดยมีเพลง Mountain Top กับ Shape of Miracle ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอีกเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าผลงานเรื่องต่อมาของ Shinkai Makoto อย่าง Weathering with You ถ้าไม่มีเพลงของ RADWIMPS ก็คงจะไม่สมบูรณ์ และในเรื่องนี้พวกเขาก็ส่งเพลง Is There Still Anything That Love Can Do? , Grand Escape, Voice Of Wind มาสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ได้อย่างลงตัว

ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และดนตรีที่ประสานกันอย่างลงตัว จึงไม่แปลกใจที่ RADWIMPS จะประสบความสำเร็จ และถือได้ว่าเป็นศิลปินแถวหน้าของวงการเพลงญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ความมีชื่อเสียงของพวกเขายังไม่หยุดแค่เพียงเท่านี้ พวกเขาได้ปล่อยเพลง Twilight โดยเพลงนี้ก็ได้เป็นเพลงประกอบโปรเจกต์ฉลอง One Piece ที่ตีพิมพ์มังงะถึงเล่มที่ 100  และฉายแอนิเมชันถึง 1,000 ตอน ก่อนที่จะปล่อยเพลงสุดซึ้งอย่าง Ms. Phenomenal ประกอบภาพยนตร์ดังอย่าง The Last 10 Years

และแน่นอนว่า เมื่อ Shinkai Makoto กลับมาพร้อมภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดอย่าง Suzume เขาก็ไม่พลาดที่จะดึง RADWIMPS มาทำเพลงให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะทั้งเพลง Kanata Haluka และเพลง Suzume feat. Toaka ก็ประสบความสำเร็จมาก เรียกว่าทำถึงสุดๆ

บทเพลงบางส่วนข้างต้นนั้น แฟนๆ จะได้ฟังกันสดๆ พร้อมเพลงฮิตและเพลงดัง เพลงในตำนานอื่นๆ ที่หาฟังสดได้ยากยิ่งการกลับมาทุกครั้งของ RADWIMPS ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังโดยเฉพาะครั้งนี้ แฟนๆ จะได้เห็นโปรดักชั่นที่จัดเต็มยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในฮอลล์สุดหรูกลางกรุงเทพฯ  โดยผู้จัดที่คุณคุ้นเคยอย่าง “อาวาลอนไลฟ์” ก่อนที่จะไปมันกันกับคอนเสิร์ตที่กำลังจะมีขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2567 ณ UOB Live ใครที่ยังไม่มีบัตรอยู่ในมือบอกเลยว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะพลาดไม่ได้ รีบไปจับจองกันได้เลย ทาง Thaiticketmajor

พบกับ 5 ผู้ทรงเกียรติ พิชิตรางวัล ROLEX AWARDS FOR ENTERPRIS ประจำปี 2023

ROLEX ประกาศรายนาม 5 บุคคลผู้ทรงเกียรติพิชิตรางวัล ROLEX AWARDS FOR ENTERPRISประจำปี 2023 สานต่อแนวคิดริเริ่มของ PERPETUAL PLANET INITIATIVE โครงการที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของผู้บุกเบิกทั้ง 5 ท่านนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและปกป้องโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นหลัง

พบกับ 5 ผู้ทรงเกียรติ พิชิตรางวัล ROLEX AWARDS FOR ENTERPRIS ประจำปี 2023

An aerial view of the Tanoé River meeting the Ehy Lagoon in the Tanoé-Ehy forest in south-eastern Côte d’Ivoire. © Rolex/Nyani Quarmyne

รางวัล Rolex Awards for Enterprise ริเริ่มขึ้นในปี 1976 เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของนาฬิกา Oyster ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือกันน้ำเรือนแรกของโลก ภายใต้โครงการดังกล่าว Rolex ให้การสนับสนุนบุคคลที่มีความโดดเด่นในการดำเนินโครงการสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่สร้างเสริมความรู้เกี่ยวกับโลกของเรา ปกป้องสิ่งแวดล้อม ช่วยรักษาถิ่นที่อยู่และสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้ดีขึ้น

รางวัลนี้ซี่งตั้งใจให้เป็นการเฉลิมฉลองเพียงครั้งเดียว แต่กลับดึงดูดความสนใจได้จากนานาชาติ จน Rolex ต้องเปลี่ยนโครงการนี้ ให้เป็นโปรแกรมที่จัดขึ้นทุกๆ สองปี และในวาระครบรอบ 48 ปีของการก่อตั้ง โปรแกรมนี้ได้สนับสนุนผู้ได้รับรางวัลไปแล้ว 160 ราย ซึ่งโครงการของบุคคลผู้ทรงเกียรติเหล่านี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมากใน 65 ประเทศ

2023 Rolex Awards Laureate Liu Shaochuang and Huerman checking camel hoof prints. This is a great way for the team to track which areas the wild camels travel through.

รางวัล Rolex Awards for Enterprise เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Perpetual Planet Initiative อันเป็นแนวคิดริเริ่ม ของ Rolex และหลอมรวมคุณค่าอันซับซ้อนของโครงการริเริ่มนี้ เป็นเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษที่ Rolex ให้การสนับสนุนนักสำรวจรุ่นบุกเบิกและบุคคลที่ได้ทลายขอบเขตความพยายามของมนุษย์ในการไขกุญแจไปสู่องค์ความรู้ทางธรรมชาติ โดย Rolex ได้สานต่อเจตนารมณ์ที่มีต่อโลกใบนี้มายาวนานผ่านการเปิดตัวโครงการ Perpetual Planet Initiative ในปี 2019 เพื่อสนับสนุนบุคคลและองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการทำความเข้าใจกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก พร้อมเสาะหาแนวทางแก้ไขที่จะช่วยคืนสมดุลกลับสู่ระบบนิเวศของเรา

A group of Ibus, elder craftswomen, preparing for the next cotton crop by cleaning and planting seeds in East Java, Indonesia. Using indigenous knowledge, farmers working for SukkhaCitta are taught how to grow cotton while regenerating the soil.

รางวัลนี้มอบให้กับโครงการที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และสุขภาพ เทคโนโลยีประยุกต์ มรดกทางวัฒนธรรม และการสำรวจ โครงการต่าง ๆ ตัดสินจากความคิดริเริ่มและผลลัพธ์โดยรวมที่น่าส่งผลต่อโลก รวมไปถึงจิตวิญญาณขององค์กรผู้สมัคร

ทั้งนี้ บุคคลผู้ทรงเกียรติห้าท่านจะได้รับการคัดเลือกในทุก ๆ สองปี แต่ละคนจะได้รับทุนสนับสนุนเพื่อดำเนินโครงการของตน และเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่ายผู้ได้รับรางวัล Rolex Laureates ซึ่งหลายคนยังคงร่วมงานกันจนถึงปัจจุบัน

สำหรับผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2023 ได้รับการคัดเลือกโดยคณะผู้เชี่ยวชาญและผู้นำที่มีชื่อเสียงระดับโลกในแต่ละสาขาจำนวน 10 คน ผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2023 และโครงการของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดหาน้ำสะอาดในเคนยาไปจนถึงการปกป้องป่าบนเทือกเขาแอนดีส ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อโครงการ Perpetual Planet

บุคคลผู้ทรงเกียรติประจำปี 2023

CONSTANTINO AUCCA CHUTAS (คอนสแตนติโน อัคคา ชูตัส)

Founder of Asociacion de los Ecosistemas Andinos and co-founder of Accion Andina, Constantino Aucca Chutas, holding small Polylepis trees only a few days before they are going to be planted by Aucca Chutas and the Quishuarani community in the Andean mountains.

นักชีววิทยาผู้ซึ่งจะขยายขนาดโครงการฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศป่าไม้ที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลางในพื้นที่สูงของเทือกเขาแอนดีส ในปี 2000 เขาได้ก่อตั้ง Asociación Ecosistemas Andinos (ECOAN) และร่วมก่อตั้ง Acción Andina ในปี 2018 และปลูกต้นไม้จำนวน 4.5 ล้านต้น มีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นมากกว่า 60 แห่ง และสร้างพื้นที่คุ้มครอง 16 แห่งในพื้นที่ภูเขาทั่วเปรูและประเทศบนพื้นที่สูงของเทือกเขาแอนดีส

BETH KOIGI (เบธ โคอิกิ)

2023 Rolex Awards for Enterprise Laureate Beth Koigi in front of Majik Water’s Atmospheric Water Generator during the installation process in Kakuma refugee camp.

ผู้ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ชาวเคนยาจะจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกักเก็บน้ำจากอากาศให้กับผู้คน 3,000 คนใน 10 ชุมชนที่ต้องการแหล่งน้ำสะอาด นับตั้งแต่ร่วมก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพในปี 2017 เครื่องกำเนิดน้ำในบรรยากาศของ Koigi ได้ผลิตน้ำสะอาดมากกว่า 200,000 ลิตรต่อเดือนให้กับผู้คนมากกว่า 1,900 คน เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์นี้สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างมหาศาล ในเคนยาซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Koigi ประชากรครึ่งหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ในขณะที่ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ประชากรครึ่งหนึ่งของโลกอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดน้ำสูง ภายในปี 2030

INZA KONE (แองซา โกเน)

Rolex Awards for Enterprise Laureate Inza Koné in the Tanoé-Ehy forest. Koné has been Director-General of the Centre Suisse de Recherches Scientifiques in Côte d’Ivoire since 2018, where part of his role is to help protect and study endangered primates in Côte d’Ivoire’s Tanoé-Ehy Forest. © Rolex/Nyani Quarmyne

นักไพรเมตวิทยาจะปกป้องผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างอุดมสมบูรณ์ในไอวอรี่ โคสต์ พร้อมทั้งปกป้องสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และลดความยากจนในพื้นที่ หลังทำงานร่วมกับผู้คนในพื้นที่มานานหลายปี ความพยายามของ Koné ส่งผลให้ป่า Tanoé-Ehy กลายเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่จัดการโดยชุมชนในปี 2021 การได้รับรางวัล Rolex Award จะช่วยให้ Koné สามารถรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอันโดดเด่นในพื้นที่ได้ต่อไป รวมถึงสนับสนุนการจัดการชุมชน และส่งเสริมการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับประชาชนในภูมิภาค

DENICA RIADINI-FLESCH (เดนิกา เรียดินี-เฟลช)

Rolex Awards for Enterprise Laureate Denica Riadini-Flesch, CEO and founder of SukkhaCitta, is changing the way that clothes are made and sold, down to how the materials are grown, whilst empowering the rural craftswomen that help to create them.

ผู้ประกอบการเพื่อสังคมคนนี้จะขยายห่วงโซ่อุปทานเสื้อผ้าจากฟาร์มสู่ตู้เสื้อผ้าในรูปโฉมใหม่ ขับเคลื่อนพลังของผู้หญิง พร้อมทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของอินโดนีเซีย หลังจากประสบความสำเร็จในอาชีพในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ Riadini-Flesch ได้ก่อตั้ง SukkhaCitta โดยทำงานร่วมกับช่างฝีมือสตรีในชนบทของอินโดนีเซียเพื่อมอบทักษะทางธุรกิจ ให้ความรู้ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม และแนะนำลูกค้าจาก 32 ประเทศ

LIU SHAOCHUANG (หลิว เสาช่วง)

2023 Rolex Awards for Enterprise Laureate Liu Shaochuang is a Chinese remote sensing specialist on a mission to save one of Asia’s last large wild animals, the wild camel.

ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจระยะไกลจะศึกษาแหล่งที่อยู่อาศัยของอูฐป่าเพื่อสร้างเขตอนุรักษ์ใหม่สองแห่ง เพื่อรักษาฝูงสัตว์ป่าสุดท้ายที่เหลืออยู่ Liu Shaochuang อาศัยความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการพัฒนายานสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารของจีน โดยจะใช้ดาวเทียมติดตามอูฐป่าในภูมิภาคทะเลทรายโกบีของจีนและมองโกเลียเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ในอนาคต


เปิดลิสต์ 9 กระเป๋าสีสันจัดจ้านต้อนรับซัมเมอร์ 2024

สีสันจัดจ้านยืนหนึ่งเท่านั้น! เปิด 9 กระเป๋ารับซัมเมอร์ 2024 ที่ทุกคนควรมีติดตู้

ซัมเมอร์ที่อากาศร้อนแบบนี้นึกถึงแฟชั่นไอเท็มแบบไหนกันคะ เดาว่าสีสันจัดจ้านคงมาเป็นอัพเดทหนึ่ง บทความนี้เราจึงพาทุกคนต้อนรับ Summer 2024 ด้วยพาเหรดไอเท็มกระเป๋าจาก LYN ที่หยิบองค์ประกอบอันจัดจ้าน ตั้งแต่สีสัน บรรยากาศ ไปจนถึงพืชพรรณต่างๆ ของเขตร้อนมาผสมผสานเข้ากับการดีไซน์กระเป๋าพร้อมนำเสนอความโมเดิร์นเอ็กโซติก แต่หรูหรามีระดับ ส่วนลายพิมพ์ได้รับแรงบันดาลใจจากพืชพรรณธรรมชาติเขตร้อน เทคนิคการสานกระเป๋าแฮนด์เมด และสีสันฉูดฉาด ช่วยเพิ่มความจัดจ้านสุดขีดให้กับทุกไอเท็ม

เติมดีกรีความร้อนแรงให้กับลุคแฟชั่นรับซัมเมอร์นี้ ด้วย Ady Shoulder Bag กระเป๋าสะพายไหล่บุลายพร้อมเท็กซ์เจอร์นุ่ม นิ่มน่าสัมผัสมีกลิ่นอายเฟมินีน มาพร้อมกับกระเป๋า Wanda Top Shoulder และ Tote มีจุดเด่นที่เป็นหูจับดีเทล ผูกที่ให้ฟีลสาวหวานช่วงฮอลิเดย์ จับคู่กับ Breza Zip Card Wallet และ Alana Short Wallet กระเป๋าสตางค์สี
คัลเลอร์ฟูลราวกับทุ่งดอกเฮลิโคเนีย

กระเป๋า Camora โดดเด่นด้วยเทคนิคสานกระเป๋าให้ฟีลลิ่งหน้าร้อนสุดผ่อนคลายพร้อมสีสันพาสเทลสดใส  ออกแบบมาให้เลือกหลายรูปทรง รวมถึงกระเป๋า Camora Small Basket มาพร้อมฟีเจอร์สายกระเป๋าโค้งมนสอดรับกับไหล่ของผู้หญิงทุกรูปร่าง ช่องใส่สัมภาระขนาดพอดีและสายกระเป๋ายาวถอดปรับได้สามารถนำมาสไตล์ลิ่งเป็นกระเป๋า ครอสบอดี้หรือกระเป๋าสะพายไหล่ รวมไปถึงกระเป๋ารุ่น Senola ที่มาพร้อมลายพิมพ์แพทเทิร์นทรอปิคอล ดึงดูดสายตา ทั้งกระเป๋า Tote ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยังมีกระเป๋าสตางค์ นำมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับเดรสยาวโทนสีสว่างสำหรับลุคปาร์ตี้ริมหาดหรือสไตล์ลิ่งเข้ากับบิกินี่สีสดใส ซึ่งจะช่วยให้วันพักผ่อนของสาวลินมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น