ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : เป็นเรื่องของการแย่งชิงผลประโยชน์ วันนี้วันแม่ แต่ท่านอาจถูกบังคับหรือถูกกดดันให้ทำงานให้เสร็จก่อนที่จะไปทำธุระส่วนตัว หรือไปกับครอบครัว

การเงิน : อย่าดื้อรั้นที่จะลงทุน เพราะอาจผิดโผทำให้เกิดภาระหนี้สิน

ความรัก : วันนี้อาจมีปากเสียงกันได้ ด้วยเหตุจากการแย่งชิงผลประโยชน์ คนโสด ความรักชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จริงจัง ท่านรักที่จะหว่านเสน่ห์ไปเรื่อย

สุขภาพ : หากไปไหนโปรดระวังตัวเบอร์สูงสุด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คิดค้นงานใหม่ๆ ที่มีความท้าทาย มีความเสี่ยงสูง และค่าตอบแทนก็สูงตามไปด้วย หรือมีโอกาสถูกซื้อตัวไปทำงานที่อื่นด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิม ตัดสินใจให้รอบคอบ

การเงิน : ใจใหญ่ ชอบเสี่ยง หมุนเงินเก่ง ระวังนิดนะคะ

ความรัก :  วันนี้สมกับเป็นวันแม่ เพราะท่านรักครอบครัวมาก มีโครงการไปไหว้แม่หรือพาแม่ไปเที่ยวกัน คนโสด จะโดดเด่น แต่งตัวปราณีตพิถีพิถัน ดังนั้นจึงสะดุดตาคนไม่ยาก

สุขภาพ : มีโอกาสเป็นภูมิแพ้ และผิวหนังอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  เป็นวันหยุดก็จริง แต่ท่านยังต้องเดินทางไปติดต่องาน แล้วไม่ได้ทำงานคนเดียว บริวารก็ต้องมาทำงานด้วย เพราะฉะนั้นควรดูแลบริวารให้ดี เลี้ยงดูปูเสื่อให้เต็มที่ แล้วจะทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข

การเงิน :  ท่านใช้เงินเกินตัวเรื่องการลงทุนและเรื่องความรัก แต่ก็ยังได้พ่อแม่เป็นที่พึ่งอยู่

ความรัก : วันนี้แอบมีเบื่อกันบ้าง แต่อย่าปล่อยอารมณ์นั้นให้อยู่นาน ชวนกันไปเที่ยวดีกว่าหยุดยาวแบบนี้ คนโสด รักง่ายหน่ายเร็วเหมือนกันนะ ท่านเลือกที่จะเลิกมากกว่าจะปรับตัว

สุขภาพ : พกยาอม ยาดม ยาหม่องไปเที่ยวด้วยนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านอาจได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่ไม่มีความถนัด เพราะฉะนั้นจึงต้องตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่ ด้วยความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ จะทำให้ผลงานออกมาสำเร็จอย่างน่าทึ่ง

การเงิน   : ได้ผลตอบแทนที่ดีเกินคาด แต่อยากให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มาแบบถูกต้อง

ความรัก : วันนี้อย่าเพิ่งขัดใจนะคะ ท่านอาจถูกใส่ร้ายป้ายสีจากคนที่ไม่หวังดี อาจทำให้ทะเลาะกันเสียบรรยากาศวันหยุดหมด คนโสด ตามใจคนรักมากมาย เพราะเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้มีท่านคนเดียว

สุขภาพ : ระวังการทานอาหารที่ไม่สะอาด อาจทำให้อาหารเป็นพิษได้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้ผู้ที่อยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะศิลปินจะประสบความสำเร็จ งานตรึม มีคนให้ความช่วยเหลือสนับสนุน และมีชื่อเสียง

การเงิน :  หาเงินคล่อง มีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ แต่ระวังด้วย

ความรัก : วันนี้จะได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว มีความสุขกายสบายใจ คนโสด กำลังตกหลุมรักใครหรือเปล่าคะ

สุขภาพ : ระวังโรคที่มาพร้อมความอ้วน เช่น ไขมัน โรคหัวใจ เบาหวาน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : แม้เป็นวันหยุด แต่ท่านขอรับอาสาเจ้านายไปทำงาน ขอให้ระวังความมั่นใจเบอร์สุดของท่านจะทำให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสีจากเพื่อนร่วมงานได้ เพราะฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับการเลือกบริวารที่ดีเข้ามาร่วมงาน

การเงิน : สนใจที่ตัวงานมากกว่าเงิน

ความรัก : วันนี้ควรให้คู่ครองช่วยบริหารเงิน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของท่าน จึงจะสามารถบริหารจัดการได้ คนโสด วันนี้งานมาก่อนค่ะ

สุขภาพ  :  ระวังอุบัติเหตุที่มาจากการทำงาน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : สามารถทำงานได้หลากหลาย สามารถประกอบอาชีพได้มากกว่าสองอาชีพขึ้นไป

การเงิน : ร่ำรวยๆ มีโชคลาภจากการเสี่ยงโชคด้วย มีเกณฑ์ได้รับมรดก

ความรัก : สั้นๆ ค่ะ ราบรื่น คนโสด รักเดียวใจเดียว เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการคบยาวนิด

สุขภาพ : เป็นอะไรไม่ค่อยไปหาหมอหรอกท่านน่ะ เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยหาย ไปหาหมอเถอะ

ครอบครัววรรธนะสิน

สะใภ้มโนรู้ไว้ หล่อแค่ไหนก็ไม่อวย! เลี้ยงลูกชายสไตล์แม่ปิ่น หนุ่มบ้านวรรธนะสินต้องเป็น “สุภาพบุรุษ”

กรี๊ดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนลูกทั้ง 3 คนของครอบครัววรรธนะสินเริ่มโตเป็นหนุ่มกันแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังคอยดูแลหนุ่มๆ บ้านนี้ก็มีแค่ผู้หญิงคนเดียว นั่นก็คือ ปิ่น – เก็จมณี เธอเป็นภรรยาของแร็พเปอร์รุ่นเก๋า เจ – เจตริน และเป็นคุณแม่ของ 3 หนุ่ม 3 เจ้า

Exclusive Talk เลยขอต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยความอบอุ่น พูดคุยสบายๆ กับ ปิ่น – เก็จมณี คุณแม่คนสวยของลูกๆ เห็นดูเป็นสาวสมัยใหม่แบบนี้ แต่เรื่องการเลี้ยงลูกชายถึง 3 คน คุณแม่ปิ่นก็มีบางเรื่องที่ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษเหมือนกัน

ปิ่น - เก็จมณี

ลูกชาย 3 คนเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว 3 สไตล์เลย แต่ละคนมีเรื่องที่ทำให้หนักใจบ้างไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : (หัวเราะ) ก็มีตลอดค่ะ ตามประสาเด็กผู้ชาย ก็อาจจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงอะไร เราก็มีวิธีการสั่งสอนและลงโทษตามวิธีของเรา คือเราเน้นให้ลูกๆ เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่มีความสนุก แต่ต้องไม่เกินพอดี และต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง

เรื่องหลักๆ ที่สอนลูกๆ ทั้ง 3 คน เน้นที่เรื่องอะไรเป็นพิเศษ

แม่ปิ่น – เก็จมณี : เรื่องที่ปิ่นเน้นย้ำตลอดเวลาคือ ต้องรู้จักแบ่งปันกันและกัน รวมถึงต้องรู้จักแบ่งปันผู้อื่น อีกอย่างก็คือ “การให้เกียรติผู้หญิง” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย เพราะหากผู้ชายรู้จักให้เกียรติผู้หญิงแล้ว ปัญหาอื่นๆ ก็จะไม่ตามมา ส่วนอีกเรื่องนึงคงเป็นเรื่อง “ยาเสพติด” แต่ก็ไม่ถึงขนาดไม่ให้รู้จัก คือจะให้รู้จักว่าคืออะไร แต่ไม่ให้ลองค่ะ สุดท้ายก็คือ “ไม่ให้โกหก ไม่ให้โกง” อันนี้ก็เน้นย้ำกันภายในครอบครัวอยู่เสมอ หากทำผิดแล้วยอมรับ ไม่โกหก ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมากกว่าการพยายามปิดบังว่าตัวเองทำผิดด้วยการโกหก

เจ้านาย แม่ปิ่น เจ้าสมุทร

พฤติกรรมของลูกชายที่เริ่มโตเป็นหนุ่ม ตอนนี้ทั้ง 3 คนเป็นอย่างไรบ้าง ยังอ้อนคุณแม่เหมือนเดิมไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ก็ยังมีบ้างค่ะ ปกติเราจะคุยกันก่อนนอน มันก็จะเหมือนเป็นช่วงเวลา Quality Time คุยกันแบบนี้ทุกวัน เราก็สนิทกัน พอสนิทปุ๊บ การเปิดอกพูดคุยกันก็จะง่ายขึ้น เพราะเขาก็กล้าที่จะคุยกับแม่

เคยดูจากบทสัมภาษณ์ว่าแม่ปิ่นบอกลูกเสมอว่าไม่ให้หลงตัวเอง เพราะอะไรถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ใช่ค่ะ เรื่องนี้ปิ่นเน้นมากเลยละ คือเราก็รู้สึกภูมิใจที่มีคนรักลูกของเรานะ แต่ถ้ามีลูกคนไหนมาทำแอ๊ค ทำเท่ ก็จะร่วมกันโห่ เพราะบ้านเราจะไม่สอนลูกให้หลงตัวเอง รวมถึงสอนให้ลูกชายมีความเป็นสุภาพบุรุษ พร้อมกฎ 3 ข้อ คือ “ห้ามแย่งของกิน ห้ามแย่งของเล่น และห้ามแย่งผู้หญิง” เป็นกฎหลัก

ครอบครัววรรธนะสิน

เดี๋ยว 3 เจ้าไปเรียนเมืองนอกกันหมดแล้ว เตรียมรับมือกับความเหงาไว้อย่างไรบ้าง

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ทำใจกันอยู่ทุกวันนะคะ ทั้งปิ่นทั้งเจ แต่จริงๆ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องพบเจอเมื่อลูกๆ โตขึ้น ถามว่าเศร้าไหม คิดถึงไหม ตอบได้เลยว่าคิดถึงแน่นอน แต่ปิ่นกับเจไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงลูกแบบพ่อแม่รังแกฉัน อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับที่จะให้เขาไปเรียนรู้สิ่งดีๆ ทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของเขาเองด้วย

เริ่มเห็นพรสวรรค์ของลูกๆ ตั้งแต่ตอนไหนว่าใครถนัดทำอะไร

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ช่วงที่พอเขาเริ่มโต เราก็เริ่มสังเกตว่าลูกแต่ละคนจะมีความถนัดต่างกันไป อย่างเช่น เจ้านายน่าจะเป็นสายวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือแร็พเปอร์ ส่วนเจ้าขุนเป็นเด็กที่มีพลังงานสูงมาก อาจจะเป็นทางด้านสายกีฬา ส่วนคนสุดท้องนี่ อยากให้เขาทำอะไรแตกต่างไปจากคนในครอบครัว อาจจะไปเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ รวมทั้งไปเป็นนักพูดในอนาคต ก็อาจจะเป็นไปได้นะ (ทำหน้าคิดนิดนึง)

แล้วเรื่องค่ายเพลง Jay Midi คิดว่าจะให้เจ้าขุนกับเจ้าสมุทรมาเป็นศิลปินเบอร์ต่อไปหรือเปล่า

แม่ปิ่น – เก็จมณี : อันนี้ต้องแล้วแต่คุณพ่อและความสนใจของลูกๆ เลยค่ะ

เจ้านาย - จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน

ชีวิตครอบครัวตอนนี้เรียกว่าใครเห็นก็ต้องรู้สึกอยากเป็นแบบนี้บ้าง สำหรับตัวแม่ปิ่นเอง ตอนช่วงที่ยังโสด เคยวาดภาพครอบครัวในฝันของตัวเองไว้บ้างไหม

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ปิ่นเชื่อว่าทุกคนอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตา มีลูกและสามีเป็นคนดี ทำความดีคืนให้โลกที่เราอยู่ พอมีครอบครัวจริงๆ ปิ่นก็ยังคงทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ ครอบครัวเราทำกิจกรรมเยอะมาก พาลูกๆ ไปช่วยแจกของน้ำท่วม ไปบริจาคของให้ผู้ที่ด้อยโอกาส ล่าสุดก็พาลูกๆ มาร่วมช่วยผู้ลี้ภัยกับ UNHCR ในแคมเปญ Namjai for Refugees ปิ่นว่าการให้เขามาทำอะไรแบบนี้ เขาก็จะซึมซับได้และคิดเป็นว่าเกิดมาแล้วเราต้องรู้จักช่วยเหลือและแบ่งปันนะ

เจ้าสมุทร เจ้านาย

ปิ่นอยากให้เขาเข้าใจใน “บทบาทของผู้ให้และเห็นคุณค่าของการได้รับโอกาส” ครอบครัวของปิ่นโชคดีที่เราได้รับโอกาสดีๆ มากมายจากสังคม และเราต้องไม่ลืมที่จะแบ่งปันโอกาสนั้นให้แก่คนที่กำลังเดือดร้อนหรือต้องการโอกาส สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโอกาสและการถูกช่วยเหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการมากที่สุด เพื่อเยียวยาความโหดร้ายและมีโอกาสมีชีวิตที่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองในการดูแลตนเองและครอบครัว อย่างโครงการนี้ปิ่นมองว่าผู้ลี้ภัยเขาไม่ได้กลับบ้านมานานเป็น 30 ปี เราเทียบความเจ็บปวดของพวกเขาไม่ได้เลย และถ้าเรามีโอกาส เราต้องช่วยเยียวยาบาดแผลของพวกเขา

เจ้านาย แม่ปิ่น เจ้าสมุทร

ครอบครัวอบอุ่นขนาดนี้ แม่ปิ่นคิดว่าอะไรคือหัวใจที่ทำให้ความสุขเกิดขึ้นได้กับทุกคน

แม่ปิ่น – เก็จมณี : ปิ่นว่าตัวเราเองก็สำคัญ เพราะเราเป็นทั้งภรรยาของสามี และเป็นแม่ของลูกๆ สำหรับตัวปิ่นเองพยายามเป็นทั้งสองบทบาทนี้ให้เต็มที่ที่สุด เราต้องมีความรัก ความเข้าใจให้ลูกๆ และสามี เราต้องเป็นที่พึ่งพิง ที่ปรึกษา เป็นทุกอย่างให้พวกเขาได้ และที่สำคัญที่สุดเลยคือ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำความดี เป็นผู้ให้ ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือโลกที่เราอยู่ให้เขาเห็น วันนึงถ้าพวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะรู้สึกอยากทำ อยากช่วยเหลือ ขอแค่ให้พวกเขามีตรงนี้อยู่ในใจบ้าง คนเป็นแม่ก็มีความสุขแล้วค่ะที่เห็นลูกๆ เป็นคนดี

 

นี่แหละความสุขแบบครอบครัววรรธนะสิน ใครอยากเข้าไปเป็นลูกสาวบ้านนี้ ต้องรู้ใจแม่ปิ่นให้มากๆ นะจ๊ะ อิๆ

 

เรื่อง : SRIPLOI

ภาพ : Myo Duangporn

 

สวยเป๊ะทั้งนอก-ในแค่จับคู่ชุดชั้นในกับชุดเจ้าสาว 6 แบบนี้ให้เข้ากัน

แม้ ชุดชั้นใน จะอยู่ด้านใน แต่เจ้าสาวห้ามมองข้ามเด็ดขาดนะคะ เพราะการที่คุณเลือกใส่ชุดชั้นในที่เข้ากันกับชุด เจ้าสาว จะยิ่งทำให้สาวๆ เกิดความมั่นใจมากขึ้นเมื่อสวมใส่ แต่ปัญหาก็คือชุดเจ้าสาวมีหลายแบบ แต่แบบไหนจะเหมาะกับชุดชั้นในแบบใดใช่ไหมคะ มาค่ะ! ตามเรามาดูกันเลย เพราะวันนี้เราจับคู่มาให้หมดแล้วว่าจะใส่ท่อนบน-ท่อนล่างแบบไหนคู่กับชุดเจ้าสาวทรงไหนถึงจะเข้ากันได้ดี

วันสำคัญต้องสวยทั้งข้างนอกและข้างใน เลือก ชุดชั้นใน ที่เข้ากันกับชุด เจ้าสาว รับรองว่าสวย มั่น ได้เต็มที่

Ball Gown คู่ Corset

เริ่มแรกที่ชุดชั้นในแบบ Corset กับจุดเด่นที่อยู่ตรงรูปทรงที่เป็นโครงเหล็ก เวลาใส่แล้วจะรู้สึกกระชับเป็นพิเศษ และการที่ด้านหลังเป็นเชือกเชือกที่สามารถปรับขนาดให้เข้ากับสรีระได้ ชุดชั้นในแบบนี้จึงเข้ากันสุดๆ กับชุดเจ้าสาวทรง Ball Gown เพราะเนื่องจากเป็นชุดเจ้าสาวที่เน้นการเข้ารูป ในช่วงบน โดยเฉพาะบริเวณเอวที่ว่ากันว่ายิ่งคอดยิ่งดี พอจับคู่ใส่ด้วยกันแล้วจะทำให้แลดูเอวเล็กลงแบบบวกๆ ผลพลอยได้อีกทางคือ ความมั่นใจบริเวณหน้าอกที่ไม่หล่นลงมาแน่นอน ใส่คู่กันเมื่อไหร่ มั่นใจได้เต็มร้อยจ้า

บอลกราววว

Mini Dress ต้องแมทซ์กับ Bustier

ก่อนอื่น เราอยากให้ว่าที่เจ้าสาวทำความเข้าใจในรูปแบบของ Mini Dress ก่อนนะคะว่า ส่วนใหญ่แล้วจะมีด้วยกัน 2 แบบที่นิยมคือ ชุดมินิเดรสแบบเข้ารูปพอดีตัวและสั้นเหนือเข่า กับแบบมินิเดรสกระโปรงสั้นแต่บาน ซึ่งชุดชั้นในที่เหมาะกับแต่ละแบบก็ต่างกันไปค่ะ

ในกรณีที่คุณเลือกชุดมินิเดรสแบบแรก ชุดชั้นในที่เหมาะก็คือ Bustier ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงตัวเสื้อที่เหมือนผ้ารัดเอวช่วยเก็บหน้าท้องได้อย่างแนบเนียน พร้อมโครงเหล็กใต้อกที่ช่วยเสริมความอึ๋มได้ในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าเลือกมินิเดรสแบบที่สองคุณอาจหยิบเอา Corset มาใส่คับคู่กับกางเกงในตัวจิ๋วตามถนัด แต่ถ้าจะให้น่ารักๆ แนะนำให้เลือกชุดสุดเซ็กส์แบบที่ชั้นในมาพร้อมสายรัดถุงน่อง รับรองว่านอกจากสาวๆ จะมั่นใจว่าสวยเป๊ะ ยังได้ลุคน่ารักๆ อีกด้วย

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

Bodysuit และ Body Wrap High แนบเนื้อคู่ Mermaid

เอาใจสาวๆ ที่อยากโชว์หุ่นอันเพรียวบางในชุดเจ้าสาวทรง Mermaid ด้วยชุดชั้นใน 2 แบบนี้ที่เราขอแนะนำคือ ชุดชั้นในสไตล์ Bodysuit ที่ช่วยกระชับทุกสัดส่วนให้เป๊ะ หรือหากในตัวชุดเจ้าสาวมีบราซับอกให้อยู่แล้วให้เลือกชุดชั้นในแบบ Body Wrap High เป็นกางเกงในเอวสูงที่เก็บหน้าท้องได้อย่างแบนราบ นอกจากนี้ขากางเกงชั้นในที่เว้าสูงยังช่วยไม่ให้เห็นขอบกางเกงชั้นใน ทีนี้สาวๆ หมดปัญหากังวลใจไปได้เลย มั่นใจเต็มที่แบบสุดๆ ได้ทุกสถานการณ์

แถมให้อีกนิดถ้าคุณจะเลือกใส่แบบสองชิ้นตามถนัด เช่นถ้าชุดด้านบนเป็นเกาะอกก็ให้เลือกชั้นในแบบเกาะอก แต่ที่ต้องใส่ใจมากกว่าคือ กางเกงในที่ต้องมองแล้วไม่สะดุดตาที่ขอบ เช่นกางเกงในสุดเอ็กซ์อย่าง T-Back ที่สายด้านหลังคาดเป็นรูปตัวที มีส่วนเว้าที่ก้น เวลาใส่ชุดจึงไม่เห็นขอบกางเกงชั้นในอย่างแน่นอน คอนเฟิร์มจ้า

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

เมอเมดดด

ใส่ A-line สวยด้วย Slimming Bodysuit

ความเป็น A-line คือทรงกระโปรงที่ค่อยๆ บานออกตั้งแต่สะโพกลงไปในลักษณะรูปตัว A จึงสามารถใส่กางเกงชั้นในแบบไหนก็ได้ แต่ด้านบนนี่สิมีความหลากหลายและเป้นสิ่งท้าทายให้เลือกเสื้อชั้นในที่ต้องเข้ากันได้ดี เพราะสาวบางนางก็เลือกเอไลน์แบบด้านบนเป็นเกาะอก บางนางเลือกแบบมีสาย ทั้งสายสปาเก๊ตตี้ คล้องคอหรือแบบแขนกุด หากเลือกเกาะอกแบบตัดตรงควรจับคู่กับบราที่เป็นเกาะอกทรงตรง แต่ถ้าชุดด้านบนเป็นสายคล้องคอ ก็ต้องใส่บราที่คล้องคอเช่นกัน เพื่อที่จะได้ดูแนบเนียนไปกับชุด แต่ถ้าชุดมีลักษณะเป็นแขนธรรมดาทั่วไป สาวๆ ก็สามารถหยิบชุดชั้นในตัวโปรดมาใส่ได้เลยเพียงเท่านี้ออกมาดูดี แบบไม่มีที่ติเลยจ้า

เอไลน์-อกตรง

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

Sheath สวยต้อง Nubra

สบายๆ กันบ้างที่ชุดเจ้าสาวทรง Sheath เป็นชุดตรง ไม่มีขอบเอว ไม่รัดรูป และกระโปรงทิ้งตัวลงมาอย่างหลวมๆ ด้วยดีไซน์ที่เรียบชุดนี้จึงมีลูกเล่นที่เกาะอกในรูปแบบต่างๆ ทั้งเกาะอกทรงตรง ทรงหัวใจ เชื่อว่าสาวๆ คงอยากได้บราที่ใส่ได้ทุกแบบทุกทรง ที่สำคัญไร้สายและช่วยดันทรงหน้าอกได้อีกด้วย คงจะหนีไม่พ้น Nubra หรือเรียกกันตรงๆ ก็คือซิลิโคนแปะหน้าอก ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงกาวที่แปะไว้ด้านในของซิลิโคนช่างแน่นหนา แถมยังช่วยดันทรงให้ดูอึ๋มขึ้น พร้อมกับโชว์หลังสวยๆ ไร้สายเสื้อในได้อย่างมั่นใจกันไปเลยจ้า

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

Empire เป๊ะเวอร์ด้วย Push-Up Bra

ปิดท้ายกันที่ชุดเจ้าสาวทรง Empire มีลักษณะขอบเอวที่ค่อนข้างสูง หรือที่เรียกว่ากระโปรงเอวสูงนั้นเอง เหมาะกับคนที่มีขนาดหน้าอกเล็ก เพราะทรงนี้จะช่วยให้สาวๆ ดูอวบอิ่มขึ้นมา แนะนำให้จับคู่กับ Push-Up Bra บราที่มีฟองน้ำช่วยดันทรงหน้าอก แถมยังมีสายบางสีใสช่วยยึดเกาะที่ด้านหลัง มั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีทางหลุดแน่นอนคอนเฟิร์ม !

ชุดชั้นใน เจ้าสาว

อ่านจบแล้วพอจะได้ไอเดียการจับคู่ชุดชั้นในกับชุดเจ้าสาวกันบ้างไหมคะสาวๆ หรืออาจนำไปมิกซ์แอนด์แมทซ์ท่อนบน-ท่อนล่างตามใจชอบก็ไม่ผิดนะจ๊ะ เพื่อที่วันแต่งงานจะได้สวยเป๊ะแบบไม่มีสะดุดเลยจ้า

เรียบเรียงข้อมูล : http://shop.nordstrom.com/c/bandeau-bra?origin=leftnav

มารยาทต้องรู้ 10 ประโยคไม่ควรพูดในงานแต่งคู่รักเพศเดียวกัน

ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ จะเปิดกว้างมากขึ้น ถึงขนาดว่ามีคู่รักเพศเดียวกันประกาศตัวแต่งงานกันอย่างกว้างขวาง แต่สำหรับในสังคมไทย อาจยังเป็นเรื่องใหม่ที่ทำให้บรรดาแขกวางตัวไม่ถูกเมื่อถูกเชิญไปร่วมงาน แต่นั่นไม่สำคัญเท่าตอนที่ตัดสินใจไปยินดี คุณจะรู้มารยาทแค่ไหนว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่บ่าวสาวที่คุณเรียกว่า ‘คู่รักเพศเดียวกัน’ ตรงหน้า

แพรว Wedding สรุปมาบอกให้รู้กับ 10 สิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจว่า เป็นมารยาทที่ควรรู้ว่าอย่าได้เปิดปากพูดออกไปต่อหน้าเจ้าภาพในงานแต่งงานเด็ดขาด

ภาพจาก : www.theguardian.com

1. ‘ใครเป็นผัว-ใครเป็นเมีย’ แม้ในสภาวะปกติคุณอาจจะเคยพูดแซวเล่นกับเพื่อนเก้งกวางด้วยประโยคนี้ แต่เมื่อถึงวันแต่งงาน อย่าได้นึกครึมใจส่งมุกนี้ไปเด็ดขาด เพราะอย่าลืมนะคะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องลับๆ ของสองคนถ้าเขาจะแบ่งบทบาทหรือสลับกันบ้างก็เป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว และอย่าลืมว่า ในงานแต่งงานมีคนมากมาย ควรไว้หน้ากันบ้าง

2. ‘นี่แต่งกันจริงจังป่ะ’ โอ๊ย…คุณคะ ไม่แต่งแล้วเขาจะเสียเงินตั้งมากมายจัดงานเพื่ออะไร การถามคำถามประเภทนี้นอกจากจะไม่คิดแล้ว ยังเสมือนเป็นการดูถูกความรักของคนทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว ก็ลองคิดดูสิคะว่าจะจริงจังไหมที่ถึงขนาดจัดงานระดับประกาศให้โลกรู้ แล้วคุณยังเสียมารยาทถามแบบนี้ได้ไง

3. ‘จะมีลูกเมื่อไร / จะมีลูกกันยังไง’ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนที่เป็นเพศเดียวกันแต่งงานกันจะสามารถมีลูกได้แบบธรรมชาติได้ยังไง ต่อให้คู่รักตรงหน้าใจกว้างและคุณอาจเคยได้ยินมาว่าเขาวางแผนจะมีลูกกันก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้องที่จะเสียมารยาทถามคำถามนี้ออกไป ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องจี้ใจดำถึงความกังวลใจที่เขาทั้งคู่ยังถกกันไม่จบหรือหาทางออกไม่ได้ หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ ความคิดเรื่องนี้อาจเคยเป็นประเด็นในการทะเลาะของสองคนตรงหน้า แล้วคุณดันไปพูดย้ำอีก ทีนี้บรรยากาศพังเลยนะ

ภาพจาก : www.livescience.com

 

4. ‘พ่อแม่ว่ายังไงเนี่ย’ ถึงจะสงสัยซะเหลือเกินว่าจัดงานแต่งขนาดนี้พ่อแม่ของทั้งคู่มีความเห็นยังไง แต่มันเรื่องอะไรของคุณละคะที่จะไปซอกแซกถามถึงพ่อแม่ว่าจะคิดเห็นเช่นไร แหม..ง่ายๆ เลยนะ ต่อให้พ่อแม่ของไม่เห็นด้วย แต่จัดงานแล้วก็แปลว่าเค้าทั้งคู่มุ่งมั่นจะอยู่เคียงข้างกัน เรื่องใดๆ ในครอบครัวของเขาก็อย่าไปยุ่งเลยค่ะ ทำหน้าที่แขกไปร่วมยินดีก็พอ โอเคนะ

5. ‘ญาติคนนั้นไม่มาหรอ’ การถามถึงญาติพี่น้องในครอบครัวของทั้งคู่อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะถามกับคู่แต่งงานทั่วไป แต่สำหรับคู่รักเพศเดียวกัน บางทีการได้ยินการถามถึงอาจทำให้รู้สึกจี๊ดใจได้ หากญาติที่คุณถามถึงรังเกียจคนที่เป็นรักร่วมเพศก็เลยไม่มาร่วมงาน โดยอาจยังทำใจไม่ได้ ไม่ยอมรับหรืออะไรก็ตามแต่ ฉะนั้นทางที่ดี เมื่อคุณไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของครอบครัวนี้ ก็แค่ยิ้มเข้ากล้องกับพูดแสดงความยินดีกับทั้งคู่ก็พอ

6. ‘ขอบคุณที่เชิญมานะ ฉันตื่นเต้นสุดๆ ในที่สุดก็ได้เห็นงานแต่งงานเกย์ซักที’ แม้จะรู้สึกว่าช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจหรือเซอร์ไพร้ส์สุดๆ ในชีวิตที่ได้มีโอกาสร่วมงานแต่งงานของคู่รักเก้งกวาง แต่ก็เก็บไว้ในใจดีกว่าพูดออกมาแบบนี้ไหม เพราะคนฟังจะรู้สึกเป็นตัวประหลาดได้ในทันที แถมการย้ำคำว่างานแต่งงานเกย์ เหมือนเป็นการพูดประชดแนวเสียดสียังไงแปลกๆ นะ เราว่า

ภาพจาก : havana-live.com

7. ‘พนันเลยว่าดีเจต้องเล่นเพลง (รายชื่อเพลงโปรดชาวสีม่วง) แน่ๆ’ การไปร่วมงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันก็รู้อยู่แล้วว่ามีความพิเศษที่คู่บ่าวสาว (ที่บางครั้งไม่สามารถระบุว่าเป็นบ่าว-บ่าวหรือสาว-สาว) แต่คุณก็ไม่ควรสนุกปากเล่นทายชื่อเพลงหรือเดาเหตุการณ์ให้คนทั้งงานร่วมคิดไหมว่าจะมีเพลงชาติชาวเก้งกวางเปิดในงานนี้ไหม แม้จะเป็นเรื่องสบายๆ ไม่น่าคิดมาก แต่งานแบบนี้ความรู้สึกอ่อนไหวเกิดขึ้นได้มากกว่างานปกตินะคะ ดังนั้นประโยคพูดเล่นๆ ของคุณอาจทำเอาคนได้ยินสะอึกได้นะ

8. ‘ใครเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วใส่ชุดอะไรยังไงกันหรอ’ นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่คุณอาจมีความใคร่รู้ แต่บอกเลยค่ะ ไม่ต้องพูด เพราะจะยิ่งเป็นการเปิดประเด็นที่ไม่ใช่ประเด็น คุณมีหน้าที่เป็นแขกในงานและชื่อชมสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ต้องพูดเสียงดังสงสัยจนดูเหมือนว่างานแต่งครั้งนี้ช่างน่าสนใจกว่างานไหนยิ่งนัก เพราะจริงๆ แล้วงานแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันก็คือความสุขของคนสองคนที่มีพิธีแลกแหวน ฉลองสมรสไม่ต่างจากี่คุ้นเคยหรอกค่ะ

ภาพจาก : www.pbs.org

9. ‘สงสัยจังว่าใครจะเป็นคนพาบ่าวสาวเข้าสู่พิธีการหรือส่งตัวนะ’ นี่ก็เป็นอีกประโยคที่คุณไม่ต้องพูดออกมาหรอกค่ะ เพราะแม้คุณจะเป็นคนที่รู้ธรรมเนียมหรือเชี่ยวชาญพิธีการงานแต่งมานักต่อนัก แต่ของแบบนี้ไม่พูดก็ไม่ผิด และงานพิธีบางอย่างก็แค่รอให้เกิดแล้วเป็นผู้ชมและร่วมยินดีก็พอ การพูดประโยคพวกนี้ออกมาสื่อถึงอาการอยากรู้อยากเห็นที่ออกจะเกินจำเป็น และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้คนได้ยิน โดยเฉพาะคู่รักที่เป็นเจ้าภาพจะยิ่งรู้สึกไม่ดีนะคะ

10. ‘ดีใจด้วยนะ ชั้นน่ะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกคู่รักร่วมเพศเลยนะ’ ประโยคสุดท้ายที่ขอเตือนว่าเป็นมารยาทที่ไม่ควรพูด แม้จะเป็นการแสดงความดีใจหรือยินดีจากใจจริงก็ตาม ก็แหม…ลองดูรูปประโยคสิคะ ต่อให้คุณจะออกตัวว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยก็เถอะ แต่ฟังๆ ดูแล้ว มันก็ออกจะแปลกๆ หน่อย หรือคุณว่าไม่จริง

10 ประโยคที่ว่าให้ฟัง ลองตรองให้ดีก่อนเปิดปากพูดอกไป เพราะแม้คุณจะไม่คิดอะไร แต่คนฟัง ได้ยินแล้วมีจี๊ดโดยที่คุณอาจคาดไม่ถึง และอาจทำให้ความรู้สึกมีความสุขของทั้งคู่ในวันสำคัญของชีวิตถูกลดทอนลงโดยรู้เท่าไม่ถึงการ ฉะนั้นอ่านละระลึกให้ดี ก่อนจะเสียมารยาททำบรรยากาศงานแต่งแห่งรักของทั้งคู่พังทลายนะคะ

ภาพเปิด : http://mrster.com/

ชาตินี้ไม่มีวันลืม นัท มีเรีย ซึ้งในน้ำพระทัย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เล่าเรื่องแม่ป่วยโรค ALS

ชาตินี้ไม่มีวันลืม นัท มีเรีย ซึ้งในน้ำพระทัย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เล่าเรื่องแม่ป่วยด้วยโรค ALS

“ถ้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯอีกครั้ง นัทอยากจะกราบบังคมทูลว่านัทโชคดีและมีบุญเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นประชาชนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งพ่อแม่ เป็นที่พึ่งของประชาชน”

นอกจากนัท มีเรีย จะมีประสบการณ์ใกล้ชิดพระองค์ท่านในฐานะศิลปินที่ได้ทำงานถวายแล้ว ในส่วนของคุณแม่ (จินดา เต็งมีศรี) ก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

“คุณแม่ป่วยเป็นโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษา มีเพียงยาที่ช่วยประคองอาการ เราเคยทดลองรักษาด้วยการทำสเต็มเซลล์ แต่ไม่ได้ผล อาการของโรคนี้คือผู้ป่วยจะไม่มีแรง ซึ่งคุณแม่ของนัทเองก็มีอาการเซลล์ประสาทไขสันหลังเสื่อมอยู่แล้ว ทำให้ร่างกายไม่ค่อยมีแรงเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการขยับปาก การกลืน การรับประทานอาหาร และยังรวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่สามารถบีบรัดเองได้ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงหัวใจและสมอง

“หลังจากนัทดูแลอาการป่วยของคุณแม่ได้ประมาณ 3 ปีกว่า พี่ตุ๊ก – เดือนเต็ม สาลิตุล แนะนำว่าให้ลองขอพระราชทานเป็นคนไข้ในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เพราะพี่ลินดา ค้าธัญเจริญ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถอยู่แนะนำมา นัทจึงเขียนจดหมายเล่าถึงอาการป่วยของคุณแม่ส่งไปทางกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ จากนั้นทางกองราชเลขาฯได้ติดต่อพูดคุย เช็กประวัติ อาการ และการรักษาที่ผ่านมา ซึ่งอาการป่วยของคุณแม่ถือว่าเป็นเคสที่ค่อนข้างยาก

“วันแรกที่ทราบว่ามีพระมหากรุณาธิคุณรับคุณแม่นัทเป็นคนไข้ในพระองค์ นัทดีใจมากๆ เป็นความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้…(เสียงเครือ) เพราะสำหรับคนป่วยนั้น การเป็นคนไข้ของพระองค์ท่านจะทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ ซึ่งกำลังใจนี้ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ทำให้คุณแม่ของนัทสู้มาจนถึงวันนี้

“ตอนที่นัทบอกคุณแม่ว่าพระองค์ทรงรับเป็นคนไข้ของพระองค์ แม้จะพูดไม่ได้ แต่ท่านสื่อสารผ่านทางสายตา พอนัทถามว่าแม่ดีใจไหม แม่ก็กะพริบตา ตลอดระยะเวลาที่รักษา ทางกองราชเลขาฯก็จะแจ้งข่าวตลอดว่าพระองค์ทรงทราบเรื่องแล้วนะ ทรงอ่านรายงานผลการรักษาของคุณแม่ทุกฉบับ

“เมื่อถึงวันสำคัญต่างๆ อย่างวันปีใหม่ วันแม่ นัทจะเขียนการ์ดขอบคุณส่งไปถวายพระองค์ท่านเสมอ เวลาสวดมนต์ไหว้พระก็จะขอพรให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ

“พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนของพระองค์จริงๆ”

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 839 (10 สิงหาคม 2557) คอลัมน์ เรื่องพิเศษ

สวยและรวยมาก… ด้วย 4 Beauty Products จากทองคำ

ทองคำ หลักทรัพย์เลอค่าที่ผู้คนปรารถนามาทุกยุคสมัย

และในวันที่โลกรุ่มรวยด้วยนวัตกรรมล้ำๆ กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบคุณสมบัติของแร่ทองคำว่ามีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน ขับสารพิษ และช่วยเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่…

ทองคำจึงกลายเป็นส่วนผสมสุดเริดที่แบรนด์บิวตี้ต่างจัดมาไว้ในผลิตภัณฑ์ของตัว

แต่ท่ามกลางโปรดักส์บิวตี้ผสมทองมากมาย มีชิ้นไหนเป็นที่ยอดนิยม สมควรแก่การสอยบ้าง เช็กลิสต์สิจ๊ะ

LA PRAIRIE CELLULAR RADIANCE PERFECTING FLUIDE PURE GOLD

LA PRAIRIE CELLULAR RADIANCE PERFECTING FLUIDE PURE GOLD

งานผิวเรืองรองด้วยสกินแคร์ผสม “บูสติ้ง โกลเด้น เปปไทด์” เปปไทด์ผสมทองคำที่มีคุณสมบัติเสริมประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนในผิว พร้อมอณูทองคำบริสุทธิ์ที่ช่วยสะท้อนแสงให้ผิวหน้าแลดูเปล่งประกาย โดย “La Prairie” ใช้ส่วนผสมเลอค่านี้ผสมผสานกับ “Lotus Japonicus” ดอกบัวในตำนานของชาวเอเชียที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสร้างเมลานิน จึงกลายเป็นสุดยอดไอเท็มที่เสริมสร้างผิวใหม่ให้เปล่งประกายเรืองรอง

PETER THOMAS ROTH 24K GOLD MASK PURE LUXURY LIFT & FIRM MASK  

PETER THOMAS ROTH 24K GOLD MASK PURE LUXURY LIFT & FIRM MASK

อยากสัมผัสมาสก์จากทองขนานแท้ แนะนำชิ้นนี้ ไอเท็มเด่นของแบรนด์ “Peter Thomas Roth” ที่มีจำหน่ายใน Sephora ได้ไอเดียมาจากหน้ากากทองคำของพระนางคลีโอพัตราแบบเต็มๆ เป็นเนื้อมาสก์ชนิดเจลสีทองอร่าม ผสมทองคำ 24K เก๋ตรงให้ความรู้สึกอุ่นสบายบนผิว มาสก์ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที ผิวเฟิร์มกระชับสดใสจะมาเยือน

GUERLAIN L’OR PURE RADIANCE FACE PRIMER

GUERLAIN L’OR PURE RADIANCE FACE PRIMER

มีอณูของแผ่นทองคำผสมกันแบบชัดๆ ให้เห็นแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ต้องยกให้เมคอัพเบสสุดหรูจาก “Guerlain” ที่มอบประสบการณ์ความเย็นสบายผิวด้วยเนื้อเจลใสบางเบา เติมความชุ่มชื่นให้ผิวไปพร้อมกับความกระจ่างใสที่ได้แบบเต็มอิ่มเต็มอารมณ์จากส่วนผสมทองคำ 24K กระจายแสงผิวให้สว่างเป็นประกาย สร้างออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ

ARTISTRY SUPREME LX REGENERATING CREAM

ARTISTRY SUPREME LX REGENERATING CREAMหมุนนาฬิกาย้อนวัยด้วยครีมบำรุงที่มีจุดขายในการปรับจังหวะชีวภาพของผิวให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต จึงเป็นการเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ที่ขาดไม่ได้คือส่วนผสมจากทองคำ 24K ที่อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ ฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยได้ระดับน้องๆ “Photoshop”

 

เรื่อง : Padcha

“รมย์รวินท์” ชวนคู่แม่ลูกคนดัง กระชับผิวสวย เด้ง ฉลองวันแม่

การมีใบหน้าอ่อนเยาว์ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกๆ วัยต้องการ รมย์รวินท์ คลินิก จึงถือโอกาสเดือนแห่งวันแม่ จัดงาน Romrawin to Mom, with Lift & Love” (รมย์รวินท์ ทู มัม วิธ ลิฟต์ แอนด์ เลิฟ) เปิดตัว 5 โปรแกรมยกกระชับ สำหรับทุกเพศทุกวัย และอัพเดทวิธีดูแลให้ผิวสวยสมวัย ณ รมย์รวินท์ คลินิก สาขาสยามพารากอน ชั้น 2 โซน นอร์ท เมื่อเร็วๆ นี้

บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตให้เสมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแม่ โดยมีสองผู้บริหารหญิงเก่ง พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล และ ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน คอยต้อนรับเหล่าคู่แม่-ลูกคนดัง อาทิ มยุรา ยุวจรัสกุล, มิลิน ยุวจรัสกุล, ภูมิพัฒน์ – โสภิณ รองรัตน์ และ ลูกชาย ไตตั้น ธนกฤษ – แอสตั้น ภูริพัฒน์ รองรัตน์ ฯลฯ มาร่วมอัพเดทความรู้เรื่องการดูแลผิวหน้าตามช่วงอายุอย่างถูกต้อง

ฟื้นฟูผิวให้แลดูกระชับ อ่อนเยาว์ เพื่อตัวคุณได้แล้ววันนี้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 080-153-9000 หรือ www.facebook.com/romrawinclinic

หยุดยาวนี้ พาแม่ช็อป ชิม ชิล กับ 11 โปรโมชั่นเด็ดเพื่อแม่ งานนี้ลูกต้องเปย์

วันแม่ปีนี้ ลูกๆ หลายคนมีแพลนพาแม่เที่ยวกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีลูกๆ อีกส่วนหนึ่งที่ไม่รู้จะพาแม่ไปไหนดี ออกต่างจังหวัดก็กลัวจะไกลไป จะพาคุณแม่ไปตะลุยก็คงจะเหนื่อยน่าดู มาค่ะ ไม่ต้องคิดให้ปวดสมอง แพรวรวบรวมที่ช็อป ชิม ชิล พร้อมโปรโมชั่นเด็ดๆ ไม่ต้องเดินทางไกล มาให้เลือกกันอย่างจุใจ งานนี้แม่แฮ็ปปี้แน่นอนจ้า

ต้อนรับวันแม่ “เลอ สปา” ชวนคุณลูกควงแขนคุณแม่มานวดผ่อนคลาย พบกับโปรโมชั่น Mom & Me สุดคุ้มตลอดเดือนสิงหาคม 2560 นี้ ในบรรยากาศแสนสงบและเป็นส่วนตัว ณ เลอ สปา โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
แพ็คเกจ Mom & Me นวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันมะลิ 60 นาที และนวดทรีตเมนต์บนใบหน้า 30 นาที ราคา 3,300 บาทสุทธิ ต่อท่าน หรือราคา 6,000 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน

พาแม่เอนกายกับที่พักสุดชิล “โรงแรมเอสเคป” พร้อมส่งโปรโมชั่นสุดแรง! แพ็คเกจงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 จองก่อนคุ้มกว่า! ลดเพิ่มอีก 10%* จากราคาขายในงานไทยเที่ยวไทย ตั้งแต่วันที่ 21 – 31 สิงหาคม นี้เท่านั้น! ลดสูงสุดถึง 55%* จัดไปอย่าให้เสียจ้ะคุณลูก
ชวนแม่กินให้พุงกาง ทานฟรีบุฟเฟ่ต์วันแม่แห่งชาติ (คุณแม่ 1 ท่านต่อ 1 โต๊ะ) ณ ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ในวันแม่ที่ 12 สิงหาคม 2560 เพื่อตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่จากผู้หญิงคนสำคัญ กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันหลากหลายเมนู หรือดินเนอร์ซีฟู้ดที่มีปูทะเลรสเลิศมากถึง ชนิด เนื้อนุ่มสดใหม่และรสชาติแสนหวาน และอาหารทะเลปิ้งย่างบาร์บีคิวหลากหลายประเภท ณ ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก ปิดท้ายด้วยของหวานสุดพิเศษกับมาการองรสมะลิ ที่มอบให้ทุกโต๊ะจำนวน 1 กล่อง พิเศษสำหรับวันแม่ประจำปี 2560 เท่านั้น

ชวนแม่ชมนิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมพระเกียรติในหัวข้อ “ยิ้มของไทย ในใจชาวโลก” รวบรวมพระฉายาสาทิสลักษณ์ในพระอิริยาบถแย้มพระสรวลของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่คนทั้งโลก ในงาน “พาราไดซ์ พาร์ค แม่ฟ้าแห่งสยาม ความงามของแผ่นดิน” จัดแสดง ณ “ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา

นอกจากนี้ยังเชิญชวนชาวไทยร่วมเขียนการ์ดสีขาวเพื่อตั้งปณิธานสืบสานความดีถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับสินค้าดีมีคุณภาพจากโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ โครงการในพระราชดำริ และศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่ยกขบวนมาให้ช็อปกันอย่างจุใจ พร้อมด้วยอีกหลากหลายกิจกรรม เช่น การจุดเทียนชัยถวายพระพร การแสดงจากวงสุนทราภรณ์ การแสดงจากสถาบันภายในพาราไดซ์ พาร์ค การประกวดแม่สาวลูกสวย การเดินแบบการกุศล Kid D Runway Mom เพื่อสมทบทุนสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท ฯลฯ

ร่วมเฉลิมพระเกียรติแม่ของแผ่นดินในงาน “พาราไดซ์ พาร์ค แม่ฟ้าแห่งสยาม ความงามของแผ่นดิน” ได้ในระหว่างวันพุธที่ 9 – วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์

พาแม่ชิล ชมให้เพลิน ในสยามเจมส์ เฮอริเทจ (SIAMGEMS Heritage) พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้อัญมณีไทย นำเสนอด้วยสื่อผสมและโดมภาพยนตร์ 360° ที่ทันสมัยที่สุดเเห่งแรกของไทย จัดแคมเปญพิเศษต้อนรับวันแม่ เพียงควงคุณแม่มาเยี่ยมชมสยามเจมส์ เฮอริเทจ ก็ได้สิทธิ์เข้าฟรีทั้งครอบครัว อีกทั้งยังมีจุดถ่ายภาพน่ารักๆ ให้คุณแม่และคุณลูกได้มีภาพความประทับใจร่วมกันอีกด้วย ควงคุณแม่มาชมความงดงามของอัญมณีและเครื่องประดับอันทรงคุณค่าได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 สิงหาค 2560 เวลา 12.00 น. – 17.00 น. ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม กรุงเทพฯ 

พาแม่เพลิน ฟังเสียงดนตรีอันไพเราะในงาน LIVE IN THE MOMENT (ลีฟ อิน เดอะ โมเม้นท์) ปลุกสายใยแห่งความผูกพันระหว่างแม่ลูกให้ดังก้องทั่วดิ เอ็มโพเรียม กับครั้งแรกของโลกที่นำศิลปะ ดนตรี และเสียงหัวใจรวมไว้ด้วยกัน สร้างสรรค์โดยศิลปินที่น่าจับตามอง คุณโอ๊ต มณเฑียร นักวาดภาพรุ่นใหม่ไฟแรง และ คุณโจนัส เดปท์ นักเปียโนชื่อดังชาวเบลเยียม ที่จะมาทำให้ลูกได้รับรู้ถึงเสียงความรักของหัวใจแม่เหมือนเมื่อคราวที่ยังอยู่ในครรภ์ ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงาน โสตทัศนศิลป์ ผ่านภาพและเสียง ในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคมนี้ เวลา 11.00 น. – 19.00 น. ที่อี สเปซ ชั้น G ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ตเมนต์สโตร์

10 ปี นัท มีเรีย ไม่เคยได้ยินเสียงคุณแม่ แต่ยังจดจำคำบอกรักครั้งเก่าได้ไม่ลืม

“วันแม่ปีนี้ ก็เป็นปีที่ 10 แล้ว ที่แม่ยังนอนป่วยอยู่ ทุกๆวันคาดหวังให้แม่หายดี อยากได้ยินเสียงพูดดังลั่นบ้านเหมือนเมื่อก่อน อยากมีคนมาเจ้ากี้เจ้าการให้ต้องกินโน่นกินนี่ ทุกๆ วันก็ยังคงบอกรักแม่ ถึงแม้แม่จะไม่สามารถตอบคำว่ารักกลับมา แต่คำว่ารักของแม่ยังคงก้องอยู่ในความรู้สึกของลูกเสมอมา”

ข้อความสุดซึ้งที่ปรากฏนี้คือโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรมของนักแสดงสาวชื่อดัง นัท มีเรีย เบนเนเดดตี้ ลูกสาวคนเก่งของ “คุณแม่จินดา” ที่ถ่ายทอดความรักและความเจ็บปวดเป็นตัวอักษรเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

แม้เป็นข้อความสั้นๆ แต่กลับบีบหัวใจเป็นอย่างยิ่ง จึงมีแฟนๆ เข้าไปให้กำลังใจ นัท มีเรีย เป็นจำนวนมาก

“คุณแม่จินดา -นัท มีเรีย”

สำหรับอาการป่วยของ“คุณแม่จินดา” นั้น นัทได้เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารแพรวฉบับ 839 ว่า

“คุณแม่ป่วยเป็นโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษา มีเพียงยาที่ช่วยประคองอาการ เราเคยทดลองรักษาด้วยการทำสเต็มเซลล์ แต่ไม่ได้ผล อาการของโรคนี้คือผู้ป่วยจะไม่มีแรง ซึ่งคุณแม่ของนัทเองก็มีอาการเซลล์ประสาทไขสันหลังเสื่อมอยู่แล้ว ทำให้ร่างกายไม่ค่อยมีแรงเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการขยับปาก การกลืน การรับประทานอาหาร และยังรวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่สามารถบีบรัดเองได้ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงหัวใจ และสมอง

ครั้งวันวานของคุณแม่จินดาและนัท

“หลังจากนัทดูแลอาการป่วยของคุณแม่ได้ประมาณ 3 ปีกว่า พี่ตุ๊ก – เดือนเต็ม สาลิตุล แนะนำว่าให้ลองขอพระราชทานขอเป็นคนไข้ในสมเด็จฯ เพราะพี่ลินดา ค้าธัญเจริญ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จฯ อยู่ แนะนำมา นัทจึงเขียนจดหมายเล่าถึงอาการป่วยของคุณแม่ส่งไปทางกองราชเลขาในสมเด็จพระนางเจ้าฯ จากนั้นทางกองราชเลขาได้ติดต่อพูดคุย เช็คประวัติ อาการ และการรักษาที่ผ่านมา ซึ่งอาการป่วยของคุณแม่ถือว่าเป็นเคสที่ค่อนข้างยาก

“นัท”นักแสดงสาวมากฝีมือ

“ตอนที่ทราบว่าพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับคุณแม่นัทเป็นคนไข้ในพระองค์ นัทดีใจมากๆ เป็นความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้…(เสียงเครือ) เพราะสำหรับคนป่วยนั้น การเป็นคนไข้ของพระองค์ท่านจะทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ ซึ่งกำลังใจนี้ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ทำให้คุณแม่ของนัทสู้มาจนถึงวันนี้

“นัทบอกคุณแม่ว่าพระองค์ทรงรับเป็นคนไข้ของพระองค์ แม้จะพูดไม่ได้ แต่ท่านสื่อสารผ่านทางสายตา พอนัทถามว่าแม่ดีใจไหม แม่ก็กะพริบตา ตลอดระยะเวลาที่รักษา ทางกองราชเลขาฯก็จะแจ้งข่าวตลอดว่าพระองค์ทรงทราบเรื่องแล้วนะ ทรงอ่านรายงานผลการรักษาของคุณแม่ทุกฉบับ

“เมื่อถึงวันสำคัญต่างๆ อย่างวันปีใหม่ วันแม่ นัทจะเขียนการ์ดขอบคุณส่งไปถวายพระองค์ท่านเสมอ เวลาสวดมนต์ไหว้พระก็จะขอพรให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ

“พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนของพระองค์จริงๆ”

เอาใส่ใจและคิดถึงคนอื่น แม่นิด สร้างลูกคุณภาพ แต้ว นางเอกขวัญใจมหาชน

สมบัติใดจะล้ำค่าเท่าคำสอนจากบิดา-มารดา ซึ่งถือเป็นพรอันประเสริฐนำทางให้แสงสว่างสดใสกับชีวิตของลูกๆ เช่นเดียวกับ แม่นิด รวงทอง ผู้เป็นที่รักและเคารพของนางเอกดัง “แต้ว-ณฐพร” ที่บอกว่าคำสอนสำคัญความสุขของตัวเราและคนรอบข้างต้องรู้จักเอาใจใส่และให้คิดถึงคนอื่นด้วย

นักแสดงหญิงแห่งปี “แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์” นางเอกดังจากละครฮิต “นาคี” กวาดรางวัลในฐานะนักแสดงนำหญิงยอมเยี่ยมควบคู่กับรางวัลขวัญใจมหาชนมาอย่างมากมาย ซึ่งความสำเร็จที่เห็นนอกเหนือจากการพัฒนาตนเองแล้ว เบ้าหลอมที่ทำให้ “แต้ว” เป็นที่รักและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างในวันนี้ก็เพราะคำสอนจาก แม่นิด รวงทอง เตมีรักษ์ นั่นเอง

“คุณแม่นิด–รวงทอง เตมีรักษ์”

“แพรวดอทคอม” ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณแม่ของนักแสดงสาวคนดัง ที่ตอนนี้มีชื่อเสียงดังไกลทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งคุณแม่ได้เล่าให้ฟังว่า “แต้ว” เป็นคนที่ไม่เคยนำความลำบากใจมาให้คุณแม่เลย ตั้งแต่เด็กเป็นคนมีเหตุผลเสมอ

“น้องแต้วเป็นเด็กที่มีเหตุผลมาก จะว่าดื้อหรือไม่ดื้อ ถ้าเขาเข้าใจแล้วมันก็ไม่ยาก สำหรับคำสอนของแม่ แม่คิดว่าในเรื่องของความสุขและจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราและให้คิดถึงคนอื่น แต่ไม่ขนาดที่ว่าเคี้ยวเข็ญ เพราะจากที่ดูๆแล้ว ‘พี่แต้ว’ มีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่เขาเป็นตัวของตัวเอง ฟอร์มตัวเป็นตัวเขา เป็นสิ่งที่แม่ภูมิใจมาก”

ความรักความผูกพันระหว่างแม่-ลูก

กับวันแม่แห่งชาติที่จะถึงนี้ “แต้ว” มีเกริ่นๆเรื่องเซอร์ไพร้ส์บ้างไหม?

“จริงๆเราไม่ได้โฟกัสว่าวันไหนเป็นวันพิเศษ เพราะทุกวันเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นในวันพิเศษคือวันที่เราจะมีความสุขด้วยกัน ที่มีเวลาให้กันมากๆ”

อาหารโปรดฝีมือคุณแม่ของ “แต้ว” คืออะไร?

“จริงๆแม่ไม่ได้มีโอกาสทำอาหารมากหรอกนะคะ แต่เมื่อตอนเด็กๆเราอยู่ในกลุ่มคนมอญ คุณย่าทวดเป็นมอญ คุณพ่อเป็นคนเชื้อสายมอญ เราอยู่ในแวดวงของคนมอญเลยทานอาหารมอญบ่อย เมนูที่ทานประจำก็คือ กุ้งผัดแตงกวา”

ชาวนครพนมแห่ชมแต้วรำ “แต้ว” หลายหมื่นคน

ตอนนี้ “แต้ว” โด่งดังสุดขีดจากบท “เจ้าแม่นาคี” คุณแม่ได้เห็นความสำเร็จในวันนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?

“คือเป็นธรรมดาของแม่ทุกคน ถ้าสมมุติว่าลูกมีความสุขมีความสำเร็จ เราก็มีความสุขไปด้วย และแม่มีความรู้สึกว่า แม้วันนี้เราจะประสบความสำเร็จสุดๆ แต่ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่ง “แต้ว” ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าเขาทำเต็มที่ ผลงานออกมาเป็นยังไง แม่ก็ยินดีกับเขาทุกงานค่ะ”

สุดท้ายอยากบอกอะไรกับ “ลูกแต้ว” บ้าง?

“จริงๆเราให้พรกันอยู่เรื่อยๆ ก็เอาเป็นว่าอยากจะให้ลูกมีความสุขในเรื่องของการใช้ชีวิต เรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของความสัมพันธ์กับคนที่อยู่รอบๆตัว ถ้าเกิดว่าจิตใจเขามีความสุขใน 3 เรื่องนี้ แม่รู้สึกว่าสุขภาพเขาก็จะดีมากด้วยค่ะ”


 

8 เรื่องบนเตียงห้ามยอมเด็ดขาด

แม้อารมณ์จะกระเจิงด้วยแรงเล้าโลม แต่มาดามขอเตือนให้คงสติมั่นเสมอ เพราะบางครั้งอารมณ์ที่กระฉูดอาจทำให้เผลอใจยอมฝืนความรู้สึกปฎิบัติกิจกามบางอย่างที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เพราะบาง เรื่องบนเตียง ที่อีกฝ่ายร้องขอเป็นสิ่งไม่ควรยินยอมพร้อมใจกระทำโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่าคำขอบางอย่างอาจส่งผลลบตามมาแบบไม่รู้ตัว

8 เรื่องต่อไปนี้ มาดามขอให้ทำเสียงแข็งใจแข็งใส่ และเตือนตัวเองไว้ว่าห้ามยอมเด็ดขาด

1. อย่ายอมถ้าเขาขอ…ประตูหลัง

ถ้าใจคุณไม่พร้อม สติไม่ได้อยาก ก็อย่าให้คำว่า “รัก” มาบังตาจนยอมฝืนตัวเองคุกเข่าให้เขาเข้ามาที่ประตูหลังเด็ดขาด เพราะหลังจากที่ทำไปแล้วคุณจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ไหนจะกลัวความสกปรก โรคติดต่อ สารพัดจะกลัว และที่สำคัญประตูหลังไม่ใช่ช่องทางมีเซ็กส์แบบปกติ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เขาทำก็เอ่ยปากเซย์โนไปเลยอย่าลังเล

2. อย่ายอมถ้าเขาขอให้ดูดนิ้ว…เท้า

แม้ในความจริงบริเวณหน้าเท้าจะเป็นจุดสยิวอีกจุดที่ทำให้หลายคนเกิดอารมณ์ก็เถอะ แต่สำหรับบางคน (โดยเฉพาะในสังคมไทย) ความคิดที่มีเกี่ยวกับเท้ายังคงจำกัดเพียงแค่อวัยวะล่างสุดที่ใช้เดินเท่านั้น

3. อย่ายอมให้เขายึดพื้นที่ซอกคอทำคิสมาร์ก

รอยดูดไม่ได้ทำให้คุณดูดีและไม่ได้บ่งบอกว่าคุณมีเจ้าของ ตรงข้ามคือรอยที่โดนดูดเหมือนโดนซ้อมมากกว่า ลองนึกดูว่าถ้าเดินเข้าประชุมแล้วเจ้านายเห็นรอยช้ำที่ซอกคอ คุณจะโดนมองแบบไหนบ้าง ถ้าเขาหรือเธอจะขอประทับรอยจริงๆ จงอย่ายอมและบอกปัดเลี่ยงไปซะเถอะ คุณอาจสุขีเมื่อโดนดูด แต่รู้ไว้เลยว่าคนที่มองเข้ามาไม่ได้คิดว่ามันคือร่องรอยศิลปะหรอกนะ

4. อย่ายอมเลียรูทวาร

กล้าจริงหรือที่จะใช้ลิ้นวนรอบทวารให้อีกฝ่าย เพราะถ้าคุณเป็นคนที่มีรสนิยมการมีเซ็กส์แบบปกติ มาดามเชื่อว่าหัวข้อนี้ทำใจลำบากอย่างยิ่ง ฉะนั้นถ้าใจไม่กล้า ถ้าฝืนจริต จงบอกเขาไปตรงๆ อย่าได้กลัวอีกฝ่ายจะโกรธ ดีกว่ามานั่งขยะแขยงทีหลัง

5. อย่ายอมให้ใส่โซ่ แส้ กุญแจมือและสาดน้ำตาเทียน

อารมณ์ที่โดนพันธนาการไว้ ขยับตัวไปไหนไม่ได้แรกๆ อาจจะตื่นเต้น แต่คุณไม่มีทางรู้ใช่ไหมว่าเวลาที่อีกฝ่ายเกิดอารมณ์พีคมากๆ ความรุนแรงในการพันธนาการและบทบาทสมมติที่แสดงอยู่จะเพิ่มทวีในระดับไหน คุณจะโดนมากกว่าน้ำตาเทียนหรือแส้ฟาดตัวหรือเปล่า รู้แบบนี้ ยังจะยอมอีกหรือ

6. อย่ายอมให้ถ่ายคลิปชักภาพนิ่ง

เรื่องนี้มาดามพูดแล้วพูดอีก แต่บางคนก็ยังคงคิดว่าแค่ถ่ายภาพเล่นๆ เดี๋ยวก็ลบออกไปแล้ว แต่ภาพหลุดทั้งหลายก็มาจากที่คุณลบแล้วทั้งนั้นแหละ เอาเป็นว่ากันไว้ดีกว่าแก้ อย่าได้ยอมให้เขาชักภาพทุกชนิดเก็บไว้เด็ดขาด

7. อย่ายอมกินยาปลุกเซ็กส์

หนุ่มสาวบางคู่ริอยากลองอารมณ์พีคๆ ที่เป็นผลมาจากยาปลุกเซ็กส์ด้วยความเชื่อว่า จะทำให้มีเซ็กส์ได้สนุกขึ้น กล้าทำนั่นนี่มากขึ้น และช่วยทำให้เซ็กซี่ยิ่งขึ้น แต่บอกเลยนะว่า ยาปลุกเซ็กส์ร้ายกาจกว่าที่คิด ฉะนั้นแล้วอย่าได้ยอมเทคยาตามแรงยุแรงเชียร์ของอีกฝ่ายเด็ดขาด

8. อย่ายอมให้ปล่อยในแถมไม่ใส่ถุง

ปิดท้ายด้วยเรื่องห้ามยอมสุดคลาสิคที่ถือว่าทำยากมากถึงมากที่สุด เพราะด้วยความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนคิด ไม่ว่าจะเป็นหลั่งนอกไม่ท้องหรอก หลั่งในกินยาคุมฉุกเฉินก็ได้ อะไรประมาณนี้ บวกกับคำหวานที่ล่อลวงให้ติดกับทำเอาหลายนางป่องเรียบร้อยและบางรายติดโรคโดยไม่รู้ตัว ฉะนั้นถ้ารู้ว่าไม่พร้อมอย่าได้ยอมให้ปล่อยใน และแม้เขาจะดูสะอาดสะอ้านไม่มีแนวโน้มมั่วเซ็กส์ก็ควรให้ใส่ถุง ของแบบนี้ไว้ใจได้ที่ไหน

8 เรื่องห้ามยอมเด็ดขาดที่มาดามแถลงไปแล้ว ขอให้จำไว้ให้มั่น ทำตามอย่าได้ยอม แล้วคุณเองจะสบายกาย สบายใจและหรรษากับเซ็กส์แบบไร้กังวล

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : www.lehmiller.com

เรื่องเล่าจากลูกสาวคุณข้าหลวงผู้ใหญ่ เผยเบื้องหลังคอลเล็คชั่นกระเป๋าจากผ้าไหมมัดหมี่ฉลองวันแม่

พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้วนะสาวๆ มีของขวัญให้คุณแม่กันหรือยัง ถ้ายังไม่มีวันนี้แพรวดอทคอมจะขอนำเสนอกระเป๋าคอลเล็คชั่นที่ให้อารมณ์ความเป็นวันแม่สุดๆ เพราะแบรนด์พญาเขาเลือกใช้ผ้าไหมมัดหมี่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงสวมใส่และผลักดันมาตลอดเข้ามาเป็นตัวหลักในคอลเล็คชั่นนี้ด้วย แต่ก่อนจะเปิดโฉมกระเป๋าให้ได้เห็นกันเต็มๆ เราไปดูก่อนว่าทำไมคอลเล็คชั่นนี้ถึงเกิดขึ้น

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้มีการส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์การทอผ้าไหม หัตถศิลป์อันวิจิตรของไทยไว้ และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 นี้  จิรยง อนุมานราชธน ในฐานะครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งแบรนด์พญา (PHYA) ผู้สร้างสรรค์ผลงานการดีไซน์กระเป๋าหนังคุณภาพเยี่ยม จึงได้หยิบเอาผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาผสมผสานเข้ากับผืนหนังวัวที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี ถ่ายทอดเป็นกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นมาตา (Mata) และนัดดา (Nadda) ซึ่งได้จัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวไป

แนวคิดหลักในการออกแบบกระเป๋าดีไซน์พิเศษครั้งนี้ “แรงบันดาลใจหลักของการทำกระเป๋าสองรุ่นนี้มาจากการที่ดิฉันได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯทรงให้การสนับสนุนงานหัตถศิลป์ไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่สืบทอดมรดกไทย ดิฉันจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่องานช่าง และรักษาความวิจิตรที่ปรากฏบนงานศิลปะไทยเอาไว้ จึงเกิดเป็นไอเดียในการออกแบบกระเป๋ารุ่นมาตา ที่มีความหมายว่าแม่ และรุ่นนัดดา ที่มีความหมายว่าหลาน โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานหัตถกรรมอันเลื่องชื่อของไทย และผืนหนังวัวคุณภาพเยี่ยมจากประเทศอิตาลี ให้ออกมาเป็นกระเป๋าดีไซน์หรูที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน”

สำหรับการออกแบบกระเป๋ารุ่นมาตา (Mata) และนัดดา (Nadda) ทางทีมดีไซน์ได้ใช้เทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงและประณีตในทุกขั้นตอน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่มีความเบาและอ่อนนุ่ม นำมาตัดเย็บเข้ากับโครงของกระเป๋าที่ทำจากหนังวัว ดังนั้น การวางลวดลายและแพตเทิร์นของผ้า จึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของทีมช่างฝีมือ การคำนวณและตัดเนื้อผ้ามาเย็บเข้ากับประเป๋า เช่นกัน เพื่อให้ผ้าไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป กระเป๋าจึงจะคงรูปความงดงามตามแบบงานหัตถศิลป์ของไทยและความทันสมัยของสากลนิยม

มาตา (Mata) กระเป๋าที่ใช้เทคนิคการผลิตขึ้นตามแบบโครงของกระเป๋ารุ่นนาตาลี กระเป๋าหนังแกะลายควิลต์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าไทยรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีของทางแบรนด์ โดยการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ในโทนสีม่วงอมชมพู ที่ลวดลายมีความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ประดับด้วยสายสะพายโซ่สีเงิน ที่สามารถใช้เป็นกระเป๋าถือ หรือสะพายข้าง หรือจะสะพายแล่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้

 

นัดดา (Nadda) กระเป๋าใบเล็ก ดีไซน์กะทัดรัด ที่ใช้เทคนิคการออกแบบตามโครงกระเป๋ารุ่นลิฟ กระเป๋ารุ่นล่าสุดจากแบรนด์พญา (PHYA) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการเย็บประกบหนังสองชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งในรุ่นนัดดานี้ทางทีมออกแบบได้นำผ้าไหมมัดหมี่ที่มีลวดลายสีม่วงตัดกับสีฟ้ามาเย็บประกบลงบนแผ่นหนังด้านบน จากนั้นจึงเย็บตัดขอบด้วยหนังสีฟ้า กลายเป็นกระเป๋าถือทรงบ็อกซี่ที่มีดีไซน์หรูหราและสง่างามอย่างลงตัว

ซึ่งกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นมาตา (Mata) และนัดดา (Nadda) ทางแบรนด์พญา (PHYA) ได้ผลิตขึ้นมาเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น และรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าทั้งสองรุ่น ทางแบรนด์จะมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและอนุรักษ์งานหัตถศิลป์อันเป็นมรดกของไทยสืบไป

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร บุตรสาวของท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาร่วมพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการทอผ้าไหม หนึ่งในงานหัตถศิลป์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า “ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่ (ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร) จะเล่าให้ฟังตลอดว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงแม้พระองค์จะทรงเจริญพระชันษาในต่างประเทศ แต่พระองค์ทรงรักความเป็นไทยมาก ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมไทยมาตั้งแต่ยังเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร แล้วหลังเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก พระองค์ทรงออกแบบฉลองพระองค์ต่างๆด้วยพระองค์เอง โดยทรงศึกษาจากพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และทรงใช้ชื่อพระตำหนักต่างๆในวังมาตั้งเป็นชื่อฉลองพระองค์ที่ทรงออกแบบด้วย และทุกครั้งเวลาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวบ้านแต่งตัวด้วยผ้าไหมที่ทอขึ้นเองอย่างสวยงามมาเฝ้าฯรอรับเสด็จ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมและอนุรักษ์การทอผ้าไทยของแต่ละชุมชนเอาไว้ จึงเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และมีการสืบสานศิลปะการทอผ้าไทยมาจนถึงทุกวันนี้”

ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร (ซ้ายมือ)

d

เทคนิคการมิกซ์แอนด์แมตช์การแต่งตัวกับผ้าไทย

นำโดยแม่ลูกคู่ซี้อย่าง คุณแม่บุศรา และลูกสาวคนสวย ผึ้งมธุนาฏ ซอโสตถิกุล

ด้วยความที่ลูกสาวโตมาในรั้วโรงเรียนจิตรลดา ซึ่งจะคุ้นชินกับความเป็นไทยอยู่แล้ว และเวลาคุณแม่ไปรับไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนจะพาแวะร้านจิตรลดา เลือกซื้อสินค้าหัตถศิลป์มาใช้ตลอด โดยเฉพาะผ้าไทย “จริงๆ ผึ้งเห็นคุณแม่ใส่ชุดผ้าไหมไทยมาตั้งแต่ผึ้งยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังเห็นคุณแม่ใส่ชุดผ้าไหมไปทำงานทุกๆวันอังคาร เพราะที่ออฟฟิศของคุณแม่ (การบินไทย) ส่งเสริมให้พนักงานสวมใส่ชุดไทย หรือแม้กระทั่งโอกาสพิเศษต่างๆ คุณแม่ก็จะเลือกสวมใส่ชุดไทยออกงานตลอด จนทำให้เราซึมซับเวลาเข้าวัดทำบุญ ผึ้งก็จะหยิบผ้าซิ่นผ้าไหมมานุ่ง นอกจากจะสุภาพเรียบร้อยแล้ว ยังมีความสวยงามไม่แพ้ชุดดีไซน์โมเดิร์นในปัจจุบัน อีกอย่างชุดผ้าไทยหรือผ้าฝ้ายสามารถสวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์อีกด้วย”

ด้านคุณแม่ยังสาว น้ำผึ้ง-จารุวรรณ โชติเทวัญ ที่ควงคู่มากับลูกสาววัยน่ารัก น้องญาร่า-ธันยพัต ภัคดีมงคลโรจน์ เผยว่า “แม้ลูกสาวจะยังเด็ก แต่ก็พยายามปลูกฝังให้ลูกรักความเป็นไทย จะคอยสอนให้ลูกรู้จักศิลปะไทย ยกตัวอย่างเช่น ผ้าไหมไทย ว่าเป็นการทอผ้าที่มีลวดลายสวยงามด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้าน เป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดกของชาติที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้”


 

ของขวัญชิ้นนี้แพรวดอทคอมมองว่าเหมาะกับคุณแม่สุดๆเลย เพราะการดีไซน์และแรงบันดาลใจที่ตั้งใจทำออกมาเป็นพิเศษเฉพาะเพื่อวันแม่ ถ้าไม่มอบให้คุณแม่เป็นของขวัญวันแม่ก็ช้าไปแล้วนะ อิๆ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูในช็อปของแบรนด์พญาได้เลยจ้า

 

 

10 ราชาศัพท์ต้องใช้ให้ถูก ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 60

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 การโพสต์ข้อความเพื่อถวายพระพรชัยมงคล จุดประสงค์ก็คือเพื่อแสดงความจงรักภักดี แต่ทั้งนี้ก็อาจจะมีที่เราสับสนใช้ผิดกันอยู่บ้าง

10 ราชาศัพท์นี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ให้ถูกต้อง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 รู้เอาไว้จะได้ไม่ใช้กันแบบผิดๆนะ ซึ่งความรู้ที่แพรวดอทคอมนำมาฝากกันวันนี้ ก็ต้องขอบคุณไปยังผู้เขียน “คุณทิวสน ชลนรา” เจ้าของบล็อกที่มักนำเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ที่อนุญาตให้ทางแพรวดอทคอมนำข้อมูลนี้มานำเสนอด้วย

๑. การกล่าวถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

ณ เวลานี้ ต้องใช้ว่า ”สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙” หรือย่อ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙” หรือแบบกล่าวถึงพระอิสริยยศว่า “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙”

๒. การพูด-เขียน “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ” ต้องวรรคเสมอ

คำว่า “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ” เป็นคำลงท้ายที่ ณ เวลานี้ ใช้แก่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น (และจะใช้กับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว) ขอให้พึงสังเกตทุกครั้งที่เขียนคำนี้ หลังด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม จะต้องวรรคทุกครั้ง เพราะเป็นคำสองคำมาใช้รวมกัน แต่ทั้งนี้ก็มีความสับสนและใช้ผิดกันบ่อยๆ เช่น

ตัวอย่างที่พบเขียนผิดแบบแผน เช่น
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ – ผิดเพราะใช้สองคำรวมกัน
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ – ผิดที่วรรคผิด (วรรคหลังด้วยเกล้า) สื่อความหมายผิด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า – ผิดอย่างมาก เพราะนำสองคำรวมกันแล้วต่อด้วยสรรพนาม

ควรทราบว่า ที่ถูกจะต้องพูดหรือเขียนว่า…
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
(เคาะวรรค หรือพูดวรรค หลัง กระหม่อมเสมอ)
ซึ่งแปลเข้าใจง่ายๆว่า
“ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม” –> แปลว่า คุ้มหัวเรา…
“ขอเดชะ” –> แปลว่า ขอบุญญาบารมีจากเจ้านาย
รวมความได้ว่า ขอบุญญาบารมีจากเจ้านาย (คำเรียกพระบรมวงศานุวงศ์) คุ้มหัวเราให้มีความสุขความเจริญ

การเขียนคำลงท้ายที่ถูกต้อง ให้ใช้ว่า
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ (เคาะวรรคหลังกระหม่อมเสมอ)
ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง/นางสาว/…..(อย่าใส่ชื่อเล่น หรือนามแฝง)
หรือข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท…..ห้ามใส่เฉพาะชื่อบริษัท เพราะบริษัทและหน่วยงานองค์กรไม่มีชีวิต ไม่สามารถพูดได้ มีแต่บุคคลหรือคณะบุคคลเท่านั้นที่สามารถกล่าวถวายพระพรชัยมงคลได้

๓. ต้องใช้ “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” ไม่ใช่ “ทีฆายุโก…” และไม่ใช่ “ฑี…”

“ทีฆายุ โก…” เป็นคำที่ใช้สำหรับ (เพศชาย) ฉะนั้น สำหรับ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ต้องใช้ “ทีฆายุกา” และควรระวังอย่าเขียนผิดเป็น “ฑีฆา” (ฑ-นางมณโฑ) ที่ถูกจะต้องเป็น ท-ทหาร (ทีฆ ทีฆา = ยาว) และเขียนโดยเคาะเป็น ๒ วรรค แบบนี้…“ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี”…จึงจะถูกต้องตามแบบแผน และควรทราบว่า เมื่อใช้คำว่า “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” แล้ว ก็ไม่ต้องใช้คำว่า ทรงพระเจริญ เพราะมีความหมายเดียวกัน

๔. คำว่า “อายุ” ต้องใช้ “พระชนมพรรษา” ไม่ใช่ “พระชนมายุ”

คำว่า พระชนมพรรษา (พฺระ-ชน-มะ-พัน-สา) แปลว่า อายุ เป็นคำราชาศัพท์ สำหรับพระราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์ และพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เท่านั้น โดยใช้ว่า มีพระชนมพรรษา หรือ ทรงเจริญพระชนมพรรษา เช่น ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา

รวมไปถึงคำถวายพระพรชัยมงคลต้องใช้คำว่า “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน” ไม่ใช่ “มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน” หรือ “มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน”

๕. ต้องใช้ “เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา…” ไม่ใช่ “เนื่องในวโรกาส…”

การกล่าวถึงการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาว่า “เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา” ซึ่งใช้ผิด เพราะคำว่า “วโรกาส” มีธรรมเนียมการใช้เฉพาะเมื่อ “ขอโอกาส” จากพระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์ กล่าวคือ หากจะขอโอกาสพระมหากษัตริย์ ใช้ราชาศัพท์ว่า ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส เมื่อขอโอกาสจาก สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใช้ราชาศัพท์ว่า ขอพระราชทานพระราชวโรกาส

เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงให้โอกาส ใช้ราชาศัพท์ว่า พระราชทานพระบรมราชวโรกาส เมื่อสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้โอกาส ใช้ราชาศัพท์ว่า พระราชทานพระราชวโรกาส

ดังนั้น ในกรณีอื่นๆ นอกจากการ “ขอโอกาส” และการ “ให้โอกาส” แล้ว จะไม่ใช้คำว่า “วโรกาส” แต่ให้ใช้ว่า “โอกาส”

สำหรับปี ๒๕๖๐ เมื่อจะกล่าวถึงศุภวาระนี้อย่างถูกต้องครบถ้วน ให้ใช้ว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐

๖. ต้องใช้คำว่า “ถวายพระพรชัยมงคล” ไม่ใช่ “ถวายพระพร”

คำว่า “ถวายพระพร” เป็นคำที่พระสงฆ์ใช้เมื่อถวายพระพรพระราชวงศ์ สำหรับเราทั้งหลายซึ่งเป็นสามัญชน เดิมให้ใช้ว่า “ถวายชัยมงคล” แต่ปัจจุบัน เนื่องเพราะหลายกิจกรรมผู้แสดงความจงรักภักดี มีทั้งพระสงฆ์และสามัญชน จึงให้ใช้คำว่า “ถวายพระพรชัยมงคล” โดยเน้นไปที่การทำกิจกรรมหรือคำกล่าว ส่วน “ถวายพระพร” ใช้แต่กับรูปประโยคว่า “ลงนามถวายพระพร” เท่านั้น

๗. ไม่มีธรรมเนียมการใช้คำว่า “น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล”

คำว่า “ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” ซึ่งรูปประโยคนี้ใช้ผิด ควรทราบว่าปกติเราจะไม่ใช้คำว่า “น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล” เพราะคำว่า น้อมเกล้าฯ ถวาย หรือ ทูลเกล้าฯ ถวาย มีธรรมเนียมใช้กับการถวายสิ่งของ เท่านั้น เช่น ถ้าของนั้นยกได้ ก็ใช้ว่า ทูลเกล้าฯ ถวาย หากของหนัก ยกไม่ได้ ใช้ว่า น้อมเกล้าฯ ถวาย

คำว่า “ทูลเกล้าฯ ถวาย” แม้จะเขียนย่อ เวลาอ่านต้องอ่านเต็มว่า “ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย” เช่นเดียวกันกับคำว่า “น้อมเกล้าฯ ถวาย” ต้องอ่านเต็มว่า “น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย” และควรทราบว่า ต้องมีคำว่า “ถวาย” อยู่ด้วยเสมอ หากใช้รูปประโยค “ทูลเกล้าฯ” หรือ “น้อมเกล้าฯ” แบบนี้ผิดแบบแผนการใช้ ตามที่สำนักพระราชวังเคยมีหนังสือเวียน แจ้งไปยังสื่อมวลชนทุกแขนง

๘. ต้องใช้คำว่า “แสดงความจงรักภักดี” อย่าใช้ผิดเป็น “ถวายความจงรักภักดี”

คำว่า “เพื่อถวายความจงรักภักดี” เป็นการใช้คำผิด และอาจทำให้คนจำไปใช้ผิดๆด้วย ที่ถูกต้องใช้คำว่า “เพื่อแสดงความจงรักภักดี” หรือ “เพื่อแสดงพลังความจงรักภักดี”

ควรทราบว่า “ความจงรักภักดี” จะนำมาถวายกันไม่ได้ หรือยกให้กันไม่ได้ เพราะเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคล เป็นนามธรรม จึงควรทราบว่าการใช้คำว่า “ถวายความจงรักภักดี” เป็นการใช้คำไม่ถูกต้องตามหลักการใช้คำราชาศัพท์
ที่ถูกต้องจะต้องใช้คำว่า “แสดงความจงรักภักดี” เช่น “ประชาชนต่างออกมาเฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อแสดงความจงรักภักดี” หรือ “ขอเชิญร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี” หรือ “มีความจงรักภักดี” แบบนี้จึงจะถูกต้องตามแบบแผนการใช้

๙. คำว่า “พระชนม์พรรษา” แบบนี้ เขียนผิด ที่ถูกต้องเขียนว่า “พระชนมพรรษา”

คำว่า “พระชนม์” อ่านว่า พระ-ชน แปลว่า อายุ จะ ใช้ต่อเมื่อเป็นคำโดดๆ แต่จะใช้ในรูปประโยคอื่นๆ เช่น ทรงพระชนม์ (ยังมีชีวิตอยู่), เจริญพระชนม์ (เติบโตขึ้น), สิ้นพระชนม์ (สิ้นอายุ) เป็นต้น ส่วนคำว่าอายุ สำหรับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต้องใช้คำว่า “พระชนมพรรษา” โดยอ่านออกเสียงว่า พฺระ-ชน-มะ-พัน-สา หากเขียนว่า “พระชนม์พรรษา” จะออกเสียงว่า พฺระ-ชน-พัน-สา ซึ่งผิดระเบียบแบบแผนทั้งการใช้และการออกเสียงครับ

๑๐. ภาพถ่ายสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ใช้ราชาศัพท์ว่า “พระฉายาลักษณ์” ไม่ใช่ “พระบรมฉายาลักษณ์” ไม่ใช่ “พระรูป”

และควรทราบว่า…การทำภาพ พร้อมข้อความถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อมีพระฉายาลักษณ์แล้ว ไม่ต้องใส่ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์

และต้องระวัง ใช้คำให้ถูกต้อง อย่าใช้ผิดว่า พิธี “จุดเทียนชัย” หรือ “จุดเทียนชัยถวายพระพร” ซึ่งสำนักพระราชวังแจ้งว่าใช้ผิด ที่ถูกจะต้องใช้คำว่า “จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ทิวสน ชลนรา

Fairytale Wedding งานแต่งเทพนิยาย ในชีวิตจริง

ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนๆ หรือผ่านมากี่ปีก็เถอะ แต่งานแต่งงานสไตล์เทพนิยายไม่เคยหลุดออกจากฝันสาวๆ เลยสักนิด วันนี้แพรว Wedding เลยไปเสาะหา งานแต่งแบบเทพนิยาย มาฝากกันอีกสักงาน พร้อมไอเดียอื่นๆ ที่เชื่อล้านๆ เปอร์เซนต์ว่า จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้จัดงานแต่งงานในฝันของคุณได้ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

เริ่มกันที่ ‘การ์ดเชิญ’ กันก่อนเลย กับรูปแบบที่คุณจะพลาดไม่ได้สองอย่างคือ การมีตราประทับปิดซองหรือที่เรียกแบบโบราณๆ ว่า ประทับครั่งนั่นแหละค่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้นิยมกันมากไม่เฉพาะเะียงแค่ธมเจ้าชายเจ้าหญิงเท่านั้น แต่สำหรับในครั้งนี้ งานแต่งงานของเจ้าชายเจ้าหญิงคุณต้องไม่ลืมกิมมิคนี้เด็ดขาด ส่วนตัวการ์ดใส่รายละเอียดปราสาทลงไปจากเทคนิคการทำไดคัท เลเซอร์คัทอะไรก็ว่าไป แต่ต้องไม่ใช่การ์ดเชิญเรียบๆ เด็ดขาด ก็แหม…เจ้าชายเจ้าหญิงคือคนพิเศษนี่คะ

ต่อด้วยการนำ ‘รถม้า’ มาเป็นส่วนหนึ่งในงานแต่งงานค่ะ เพราะเราเชื่อเลยว่า รถม้าจากในเทพนิยายคือสิ่งแรกๆ ที่เจ้าสาวทั้งหลายจะต้องนึกถึง ถ้าคุณมีงบประมาณมากหน่อยก้อาจจะหารถม้าจริงมาตั้งไว้ในงานหรือเปิดตัวบ่าวสาวปังๆ มากับรถม้า แต่ถ้างบน้อยก็เอารูปทรงรถม้ามาเป็นส่วนประกอบการตกแต่งในงานก็ไม่ว่ากันค่ะ

‘เค้กแต่งงาน’ ต้องอลังการค่ะ คุณจะมาเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงที่มีเค้กแต่งงานเล็กๆ ไม่ได้เชียวค่ะ ถ้าอยากจะมีงานแต่งงานสวยงามราวเทพนิยาย เพราะไฮไลท์เด็ดของงานนี้ที่หลายคนโฟกัสก็คือเค้กนี่แหละค่ะ แต่จะทำยังไงให้เค้กแต่งงานเข้ากันกับงานนี้ก็ต้องไม่พ้นเค้กที่ตกแต่งให้มีอารมณ์ของปราสาท อาจเป็นการจำลองปราสาทในนิทานที่ชอบมาเป็นเค้กแต่งงานไซต์มินิแค่นี้ก็ให้อารมณ์ Fairytale Cake แล้วค่ะ

ต่อด้วยการตกแต่งงานโดยภาพรวมที่ต้องทุ่มค่ะ บอกเลยว่างานนี้ต้องทุ่ม ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สุดอลังการ เก้าอี้สุดหรูหรือแม้แต่เรื่องการจัดไฟที่ต้องให้อารมณ์โรแมนติคสุดๆ โดยเลือกโทนสีนุ่มละมุ่นแต่ดูหรูหราอย่าสีชมพูอ่อน พีช ส้มอ่อน ครีม และใส่ความวิบวับกลิตเตอร์ลงไป แบบนี้ก็ทำให้ภาพรวมทั้งงานหรูหราและเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเทพนิยายได้อย่างสมจริงมากขึ้น

ปิดท้ายด้วยของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ขาดไม่ได้ จะมีอะไรบ้าง ไปดูค่ะ

ปิดท้ายด้วยชุดเจ้าสาวและกลุ่มเพื่อนสาวที่ย้ำตรงนี้ว่า ไม่ต้องฟูฟ่องและเป็นชุดเจ้าสาวสไตล์เจ้าหญิงขนาดหนัก แต่ต้องมีอะไรบางอย่างที่ให้ความฟูๆ พองๆ เพ้อๆ สักหน่อบ รักรองว่างานนี้เป็นงานแต่งของเจ้าหญิงสมใจแน่นอน

ไม่ว่าจะเกาะติดจอใด อยู่ในอารมณ์ไหน เติมความสนุกทุกหน้าจอ ด้วย M&M’S®

กลับมาอีกครั้งกับแคมเปญสุดพิเศษจาก M&M’S® แบรนด์ช็อกโกแลตเพื่อคนรักสนุกระดับโลก คู่หูความอร่อยหน้าจอของใครหลายๆ คน  มาคราวนี้ M&M’S® ให้มากกว่าแค่ความอร่อย อีกทั้งเติมความสนุกให้ล้นทะลุจอ ด้วยแคมเปญ M&M’S® Screen Bite Awards 2017 กิจกรรมชิงรางวัลสุดพิเศษเพื่อคนรักสนุกผ่านหน้าจอ ซึ่งเชิญชวนผู้ที่ชอบดูหนัง ละคร ซีรีส์ หรือเรื่องสนุกอื่นๆ ผ่านจอ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ มาสนุกให้ได้เรื่อง เพียงเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนจอ แล้วบันทึกภาพหรือวิดีโอรีแอคชั่นเด็ดโดยมี M&M’S® ประกอบฉาก จากนั้นคลิก www.screenbiteawards.com เพื่ออัพโหลดไฟล์ประชันกับผู้ร่วมสนุกจากประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ทั้งนี้การประกวดมี 3 ประเภท คือ ประเภทน่ารักโรแมนติค ประเภทฮาขำขัน และประเภทอึ้งจากความเจ๋ง ให้เลือกส่งประกวดตามถนัด โดยรางวัลใหญ่สุดพิเศษสำหรับผู้ชนะที่ได้รับผลคะแนนโหวตสูงสุด คือแพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมตั๋วเข้าชม ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สำหรับ 2 ท่าน

 แคมเปญ M&M’S® Screen Bite Awards 2017 ในประเทศไทย เปิดตัวผ่าน Facebook Live ตอกย้ำความสนุกผ่านจอ โดยมี ซาร่า นลิน โฮเลอร์ นักร้อง นักแสดงและพิธีกรสุดฮา เจ้าของฉายาเจ้าแม่มุกแป้กเจ้าเสน่ห์ ที่มาติวเข้มการเล่นให้ได้เรื่องกับแคมเปญ M&M’S® Screen Bite Awards 2017 พร้อมตัวอย่างรีแอคชั่นสำหรับทั้งสามประเภทการร่วมประกวด ที่ทั้งฮาทั้งแป้กตามสไตล์ซาร่าที่ใครเห็นเป็นต้องแชร์ “โอกาสเล่นสนุกแล้วได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรี หาไม่ได้ง่ายๆ นะคะ อยากจะบอกทุกคนว่า ไม่ว่าจะเกาะติดจอใด อยู่ในอารมณ์ไหน เติมความสนุกทุกหน้าจอ ด้วย M&M’S® ค่ะ” ซาร่ากล่าว คลิกดูวิดีโอติวเข้มการเล่นสนุกให้ได้เรื่องโดยสาวซาร่าได้ที่นี่ https://youtu.be/BrpUrsmNcCQ

เพลิดเพลินกับกิจกรรมหน้าจอ พร้อม M&M’S®ในมือ เพื่อร่วมสนุกกับ M&M’S® Screen Bite Awards 2017 ได้แล้ววันนี้ !

ติดตามแคมเปญได้ที่ www.screenbiteawards.com และ www.facebook.com/mmsthailand

ให้วันแม่ปีนี้ พิเศษกว่าปีไหนๆ ด้วย Central D.I.Y. Gift Card Mother’s Day

Happy Mother’s Day ให้วันแม่ปีนี้ พิเศษกว่าปีไหนๆ ด้วยบัตร Central D.I.Y. Gift Card Mother’s Day ลายพิเศษเฉพาะปีนี้เท่านั้น! มีให้เลือกถึงทั้งหมด 3 ลาย ไม่ว่าจะเป็น Happy Mother’s Day, I love you Mom และ Jasmine(มูลค่าขั้นต่ำ 1,000บาท ขึ้นไป)  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค. 60 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.central.co.th

มีจำหน่ายที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์
(ยกเว้นสาขาเซน, แจ้งวัฒนะ, พระราม 2, พระราม 3, สีลมคอมเพล็กซ์, ฟิวเจอร์พาร์ค, รามอินทรา, อีสต์วิลล์, พัทยา บีช และเฟสติวัล สมุย)

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ

ช่างแต่งพระพักตร์คู่พระทัย “พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ” ผู้อยู่เบื้องหลังพระสิริโฉมอันงดงาม

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงโปรดให้ “ฟูก – ภูวษา พรธรรมฉัตร” เป็นช่างแต่งพระพักตร์ประจำพระองค์ เรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพระสิริโฉมอันงดงามในการออกงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆมากมาย ทั้งยังได้รับความไว้วางพระทัยให้แต่งพระพักตร์ในการตามเสด็จร่วมงานปารีสแฟชั่นวีค และดูแลพระสิริโฉมอันงดงามเพื่อถ่ายแบบขึ้นบนหน้าปกนิตยสารชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ

บอกเลยว่าด้วยฝีมือที่ประณีตบรรจง รวมทั้งใส่ใจทุกรายละเอียด คุณฟูกจึงกลายเป็นช่างแต่งหน้าให้คนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา นักแสดงตัวแม่ต่างก็เคยผ่านฝีมือคุณฟูกมาหมดแล้ว และด้านล่างนี้คือผลงานบางส่วนที่คุณฟูกแต่งพระพักตร์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

เติมภาพ

 

ทรงพระเจริญ

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีนารีรัตน์ #parisfashionweek2015 ทรงพระเจริญ

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จแฟชั่นโชว์ HERMES

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

Hermes show #เลอค่าฟ้าจรดทราย

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

จักทูน จักเทิด จักเลิศ จักล้ำ จะคูณ จะค้ำ จะนำ จะหนุน พระองค์ พระเอื้อ พระคง พระคุณ น้อมนำ น้อมหนุน น้อมบุญ น้อมบาท เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในวันอาทิตย์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๐ ปีนี้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

HRH PRINCESS SIRIVANNAVARINARI VUITTON SHOW S/S 2017

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

HRH PRINCESS SIRIVANNAVARINARI LOUIS VUITTON S/S 2017 SHOW

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

HRH PRINCESS SIRIVANNAVARIRATANA #CHANEL SHOW S/S 2017

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯเสด็จทอดพระเนตร ELLIE SAAB SHOW

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯเสด็จงานแฟชั่นโชว์ Dior #Paris Fashion Week SS 2017

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

ทรงพระเจริญ 🙏 วันประสูติ 8 มกราคม

A post shared by ธำรงรัตน์ วรารักษ์(ฟูก) (@fookie_beauty) on

 

ภาพจาก IG : fookie_beauty
เรียบเรียง : PP_แพรวดอทคอม

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก…เล่าถึงท่านชิ้น-หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ (ตอนที่29)

หม่อมเจ้าการวิก ในห้วงยามที่สงครามโลกในเอเชียใกล้จะสิ้นสุดลง

หม่อมเจ้าการวิก ในห้วงยามที่สงครามโลกในเอเชียใกล้จะสิ้นสุดลง หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ  สวัสดิวัตน์ ได้เตรียมเดินเดินทางเข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทย แต่ทางอังกฤษสงสัยว่า จะทรงได้รับการต้อนรับจากเสรีไทยในเมืองไทยหรือไม่ เพราะสถานะความเป็นเจ้าของท่าน กับผู้นำเสรีไทยในเมืองไทย ที่เคยเป็นฝ่ายเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อพ.ศ.2475

ผมขอย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ในปีพ.ศ.2488 ซึ่งในปีนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นความหวังของคนทั่วโลกที่อยากจะเห็นความสงบสุขกลับคืนมาอีกครั้ง แต่กว่าจะบรรลุถึงจุดนั้นมิใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว ทรัพยากรอันมีค่ารวมถึงชีวิตของมนุษยชาติต้องถูกสังเวยในเปลวเพลิงแห่งสงครามเหลือนับคณา…

เย็นวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2488 คณะซาวันนา (SAVANA) นำโดยทศ (หัวหน้าคณะ) จีริดนัย (ช่างวิทยุ) และบุญส่ง (ผู้ช่วย) ได้รับคำสั่งให้ขึ้นเครื่องบินลิเบอเรเตอร์ (B-24) เพื่อกระโดดร่มเข้าเมืองไทยที่ภูกระดึง จังหวัดเลย โดยมีเสนาะ ประโพธ และเทพ พร้อมสมาชิกเสรีไทยในประเทศจำนวนหนึ่งมารอรับ

ก่อนหน้านั้น ทางอังกฤษพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะติดต่อกับไทยหรือให้ไทยส่งคนมาติดต่อ จนตอนหลังถึงตัดสินใจเลือกหาบุคคลที่อาสาเข้ามาประเทศไทยเพื่อติดต่อกับ ‘รู้ธ’ (นายปรีดี) หลังจากที่ทราบว่า ทางอเมริกันติดต่อไทยได้แล้ว และกำลังจะส่งนายทหารอเมริกันเข้าไทย แต่ทาง S.O.E. ลอนดอนไม่ยินยอมให้กิลคริสต์ ซึ่งเคยทำงานในสถานทูตอังกฤษที่กรุงเทพฯและพูดไทยได้เข้ามา เพราะระแวงว่าทหารฝรั่งในกองกำลัง 136 มีความชอบพอลำเอียงต่อคนไทยและเชื่อคนไทยง่ายๆ ปู่จุดกับกิลคริสต์จึงต้องเสียเวลาค้นหานายทหารอังกฤษที่มีคุณสมบัติเหมาะสม คือต้องเป็นคนอังกฤษ มีสุขภาพดีพอจะกระโดดร่มได้ รู้จักเมืองไทยและสถานการณ์ในประเทศพอควร และต้องมีความรู้ทางทหารพอที่จะพิจารณาแผนการทางทหารในระดับสูงได้ ทั้งกับฝ่ายไทยและกองบัญชาการสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตร (SEAC) จนกระทั่งเดือนมกราคม พ.ศ.2488 จึงได้พลจัตวา วิกเตอร์ เจคส์ (VICTOR JACQUES) ซึ่งเคยมีสำนักงานทนายความที่มีชื่อเสียงอยู่ในกรุงเทพฯหลายปี ความสามารถทางทหารเคยได้รับเหรียญกล้าหาญ (MILITARY CROSS) ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึง 3 ครั้ง เป็นผู้อาสา กว่าจะทำเรื่องโอนตัวกันเสร็จ ผู้แทนทหารอเมริกันคือ พันตรี ดิ๊ก กรีนเลย์ และร้อยเอก จอห์น เวสเตอร์ ก็ได้เดินทางเข้ามาเมืองไทยแล้ว

ต่อมาทางอังกฤษตกลงให้ฝ่ายไทยส่งคณะผู้แทนไทยออกมาเจรจากับกองบัญชาการทหารสูงสุดในแคนดี้โดยไม่อิดออด โดยส่งเครื่องบินทะเลสองลำมารับคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วยนายดิเรก ชัยนาม (หัวหน้าคณะ) พลโท หลวงชาตินักรบ (สุข ชาตินักรบ) เสนาธิการทหารบก นายถนัด คอมันตร์ และพลพรรคในประเทศอีก 8 คน ที่เกาะเต่า (ทางเหนือของเกาะสมุย) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยมีจุ๊นเคงร่วมทางมาด้วย และพลพรรคทั้งแปดนั้นได้ถูกส่งไปรับการอบรมแบบพวกช้างดำ โดยใช้ชื่อรหัสว่า ‘ช้างสีน้ำตาล’(BROWNS) คณะผู้แทนไทยอยู่ในแคนดี้ 4 วันก็เดินทางกลับโดยเครื่องบินทะเล มีประพฤทธิ์ซึ่งเป็นนักวิทยุมือดีคนหนึ่งของกลุ่มช้างเผือกร่วมทางกลับเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยด้วย

เมื่อพลจัตวา เจคส์ เดินทางถึงกัลกัตตาเมื่อต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2488 แล้ว ปู่จุดก็กำหนดตัวบุคคลที่จะส่งเข้าประเทศไทย เพื่อติดต่อกับหัวหน้าขบวนการเสรีไทยอีก 2 คน คือ พันตรี ฮอบบส์ (นายเหนื่อย) และเสรีไทยอีกคนหนึ่งที่เหมาะสมคือ ท่านชิ้น หรือพันตรี หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ เนื่องจากท่านทรงเป็นทหารอาชีพ จบวิชาทหารจากโรงเรียนวูลวิช (WOOWICH) อยู่ในหน่วย ROYAL HORSE ARTILLERY ในอังกฤษ และรับราชการในกองทัพบกไทย แต่ว่ามีข้อกังขาอยู่ประการหนึ่งคือ ท่านทรงเป็นเชษฐาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาการทหารรักษาพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในระยะที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง และทรงปกป้องพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักภักดี ทำให้คณะราษฎรไม่พอใจที่ทรงขัดขวางการดำเนินการ

เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงมีเรื่องขัดแย้งกับคณะราษฎรถึงขนาดที่ทรงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติและเสด็จฯมาประทับอังกฤษ ท่านชิ้นได้ตามเสด็จมาด้วย แล้วการที่หัวหน้าเสรีไทยในประเทศก็เป็นบุคคลสำคัญในบรรดาผู้นำคณะราษฎร จึงเกรงว่าอาจเกิดความรังเกียจ ทางกองกำลัง 136 จึงส่งวิทยุถามมาว่าขัดข้องหรือหากจะส่งท่านเข้ามาด้วย

‘รู้ธ’ ตอบกลับมาทันทีว่า ยินดีที่จะเสด็จมาติดต่อด้วยพระองค์เอง เพราะขบวนการต่อต้านมีเจตนาสำคัญเพียงประการเดียวที่จะรักษาเอกราชของชาติไทย และยึดความสามัคคีเป็นหลักใหญ่ คนไทยทุกคนไม่ว่าเป็นใคร ถ้าเป็นผู้รักชาติย่อมถือว่าเป็นคณะเดียวกัน แต่ปู่จุดยังไม่มั่นใจ จึงแอบส่งวิทยุถามความเห็นส่วนตัวของป๋วย ป๋วยตอบว่าเขาเชื่อในความจริงใจนายปรีดี

ต่อมาท่านชิ้นได้ขอให้ส่งวิทยุในนามของท่านถึงนายปรีดีโดยตรง ทรงขอบใจที่ยินดีต้อนรับ ซึ่งทรงปรารถนาจะร่วมงานเพื่อรับใช้ชาติด้วย แต่ขอถามว่าจะปฏิบัติอย่างไรต่อพระสหายของท่านที่ต้องโทษการเมืองอยู่ในเวลานั้น นายปรีดีตอบกลับมาว่า จะรีบหาทางปลดปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร (พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ ภายหลังทรงได้รับเลื่อนเป็น ‘สมเด็จ กรมพระยา’) ตลอดจนออกกฎหมายนิรโทษกรรมทันทีที่มีโอกาสทำได้ เมื่อทุกฝ่ายตกลงทำความเข้าใจกันในปัญหาขัดข้องใจต่างๆกันเป็นที่พอใจแล้ว ปู่จุดก็เตรียมการที่จะส่งนายทหารทั้งสามคนเข้าประเทศไทย

ก่อนที่นายทหารผู้ใหญ่ทั้งสามจะเข้ามานั้น ปู่จุดได้ทูลทาบทามท่านชิ้นให้เตรียมตัวด้วยการฝึกกระโดดร่ม แต่ท่านรับสั่งว่า ยินดีที่จะเข้าไทยโดยไม่ต้องกระโดดร่มได้ไหม ทรงยอมรับตรงๆว่ากลัว (ท่านนึกว่าท่านกลัวอยู่องค์เดียว) และขอให้เจรจาขอเครื่องบินทะเลไปส่งแทน

ปู่จุดทูลว่า ไม่แน่ใจว่าจะได้ ด้วยทางฝ่ายกองทัพอากาศไม่สู้เต็มใจให้เอาไปใช้เพื่อส่งคนเข้าประเทศ เพราะเครื่องบินทะเลเสี่ยงอันตรายมากกว่าใช้เครื่องลิเบอเรเตอร์ เนื่องจากบินช้า หากเผชิญกับเครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่นก็จะไม่มีทางสู้หรือหนีทัน แต่ท่านก็แย้งว่า ในเมื่อกองทัพอังกฤษยินยอมให้เครื่องบินทะเลรับส่งคณะผู้แทนรัฐบาลไทยแล้ว เหตุใดจึงขัดข้องที่จะพานายทหารทั้งสาม ซึ่งนับว่าอาวุโส เพราะวัยเกินกว่า 40 ปีทั้งสิ้นเล่า (ท่านชิ้นเองขณะนั้นชันษา 44 ปี) ปู่จุดจึงทูลว่าจะลองขอดู แต่จะได้หรือไม่ก็ไม่อาจทราบ แต่ว่าทั้งพลจัตวา เจคส์ และพันตรี ฮอบบส์ กระโดดร่มได้ ฉะนั้นขอให้ท่านไปฝึกกระโดดร่มเพียงสองครั้ง เพื่อพร้อมที่จะเดินทางได้ทั้งสองวิธี

หม่อมเจ้าการวิก ทรงสเก็ตช์องค์เอง ในการรับ-ส่งวิทยุ

ท่านชิ้นทรงบ่นกระปอดกระแปดว่า ถ้าท่านพลาดพลั้งแข้งขาหักเข้าเมืองไทยไม่ได้ ท่านจะยิงปู่จุด และขู่เข็ญอีกว่า หากท่านเข้าเมืองไทยได้โดยไม่ต้องกระโดดร่มละก็น่าดู ในที่สุดท่านก็ทรงยอมไปฝึก โดยพันโท ฮัดสัน (HUDSON) และผมไปกระโดดเป็นพี่เลี้ยงที่เมืองเจสซอร์ (JESSORE) ใกล้กัลกัตตา เมืองนี้.oปัจจุบันมีสนามบินใหญ่ชื่อดัมดัม (DUM DUM)

พันโท ฮัดสันผู้นี้เป็นเพื่อนสนิทของท่าน ซึ่งเขายอมให้ท่านเคี่ยวเข็ญทุกอย่าง ชื่อของเขาเป็นชื่อยี่ห้อสบู่ที่ดังพอสมควร เพื่อนๆเลยเรียกว่า ไอ้โซฟี่’ หรือไอ้สบู่ เขาเป็นผู้มีอัธยาศัยอ่อนโยนคล้ายผู้หญิงนิดๆ แต่ความเป็นจริงเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุด เคยกระโดดร่มลงไปช่วยรบกับเยอรมันที่ฝรั่งเศสแล้วถูกจับ แต่แหกคุกออกมาได้

เขาเดินเท้าหนีออกจากฝรั่งเศสเพื่อลงเรือในโปรตุเกสข้ามกลับอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายในการหลบหนี ด้วยการเดินเท้าหลายร้อยกิโลเมตร ต้องปลอมตัวเป็นชาวบ้าน และเขาพูดภาษาฝรั่งเศสได้ดีทำให้เขาเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย