ถอดรหัสเสื้อผ้า สีสัน และชีวิตที่ถูกสร้างใน FRANKENSTEIN

ละเอียดยิบทุกดีเทล! เผยความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในเครื่องแต่งกาย จิเวลรี่ และเมคอัพ ใน FRANKENSTEIN ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัล Best Costume Design และ Best Makeup & Hairstyle มาถึง 3 เวทีระดับโลก

สมกับความตั้งใจสำหรับ FRANKENSTEIN ปี 2025 ภาพยนตร์แนว Drama / Sci-Fi / Horror โดย Guillermo del Toro ที่นำวรรณกรรมคลาสสิก ค.ศ. 1818 ของ Mary Shelley มาตีความใหม่ เพื่อถ่ายทอดทั้งความโดดเดี่ยวของมนุษย์และอมนุษย์ได้อย่างทรงพลัง

ล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถคว้า 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่ Best Production Design, Best Costume Design และ Best Makeup & Hairstyle จากเวทีอันทรงเกียรติอย่าง Academy Awards 2026 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ยังเคยได้รับจาก BAFTA และ Critics Choice Awards มาแล้วเช่นกัน ซึ่งหากใครได้ชมภาพยนตร์นี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ฉากหลัง คอสตูม เมคอัพ และทรงผมยังรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเหมือนที่ กิเยร์โม เดล โตโร ให้ความสำคัญขององค์ประการในการสร้างภาพยนตร์ไว้ว่า

“โต๊ะตัวหนึ่งมีสี่ขา คือ การออกแบบงานสร้าง การถ่ายทำ เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้าทำผม สี่ส่วนนี้จึงต้องทำงานประสานกันเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์”

Frankenstein: The Anatomy Lesson

ด้วยเหตุที่กวาดรางวัล เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยมมาถึง 3 เวทีระดับโลก แพรว จึงอยากชวนทุกคนมาสำรวจ 7 ดีเทลที่เหล่าทีมงานเบื้องหลังได้ใส่ลงไปในผลงานชิ้นนี้ด้วยกัน

1. “ผมไม่อยากให้คุณเห็นภาพย้อนยุคสีจืดชืด”

ภาพยนตร์แนวพีเรียดส่วนใหญ่ ผู้ชมมักคุ้นชินกับโทนภาพสีชืด หรือไร้สีสัน แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อ เคท ฮอว์ลีย์ (Kate Hawley) ได้ให้สัมภาษณ์ในสารคดี Frankenstein: The Anatomy Lesson ไว้ว่า “กิเยร์โมไม่อยากได้สไตล์ย้อนยุคเชยๆ จะต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” ดังนั้นทั้งกิเยร์โม และเคท จึงกำหนดสีประจำตัวละครขึ้น ซึ่งนอกจากจะเติมชีวิตชีวาให้ภาพยนตร์แล้ว สียังทำหน้าที่สื่อความหมายอีกด้วย

โดย 3 สีหลักที่ใช้แทนตัวละครแบ่งเป็น สีแดงของวิกเตอร์และแคลร์ สีน้ำเงินของฮาร์แลนเดอร์ และวิลเลียม รวมถึงสีเขียวของเอลิซาเบธ ซึ่งเคทได้ให้ความหมายของพาเลตต์นี้เพิ่มเติมว่า เป็นสามสีที่เปรียบเสมือนสี “แบตเตอรี่” ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในห้องทดลองที่ใช้สร้าง The Creature

2. สีแดง = ความรักและความแค้น

นอกจากเลือดสีชาดที่เราเห็นจนชินตาในภาพยนตร์เรื่องนี้ สีแดงยังแฝงอยู่ในสองตัวละคร นั่นคือ Claire ผู้เป็นแม่ และตัวละครเอกอย่าง Victor Frankenstein แน่นอนว่าสีแดงในที่นี้นั้นหมายถึงความรัก แต่อีกนัยหนึ่งยังทำหน้าที่เป็นขั้วตรงข้ามอย่าง ความแค้น ที่กดทับอยู่ภายในตัวละคร และค่อยๆ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการสร้างอสุรกาย

ไม่เพียงเท่านั้น สีแดงยังถูกเน้นย้ำผ่าน “ถุงมือสีเลือดนก” ของวิกเตอร์ ที่นอกจากจะแฝงสัญญะถึง มือที่เปื้อนเลือดแล้ว ถุงมือคู่นี้ยังสื่อถึงแม่ ผู้ให้กำเนิดชีวิต เช่นเดียวกับเขาที่ให้กำเนิดอสุรกาย

3. 4 บุคคลต้นแบบ

แม้วิกเตอร์ในห้องทดลองจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหรือเลือดตลอดเวลา แต่หากสังเกตคอสตูมของเขาจะเห็นว่า เขาแต่งตัวมีรสนิยมอยู่เสมอ ซึ่งนั่นเป็นร่องรอยของพื้นเพเดิมในฐานะชนชั้นสูงที่ไม่เคยเลือนหาย

นอกจากนี้ทั้ง กิเยร์โม และเคท ยังได้แรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครและคอสตูมนี้จาก 4 คนดัง ทั้ง  Mick Jagger ร็อคสตาร์ยุค 70s และ Rudolf Nureyev นักบัลเล่ต์ชื่อดัง ที่นำความชิคและความร่วมสมัยของทั้งคู่มาเสริมลุคให้กับวิกเตอร์ พร้อมทั้งยังผสาน “ภาวะศิลปิน” ในยามหมกมุ่นกับผลงานของตน ผ่านอิทธิพลจาก Francis Bacon และ Pablo Picasso เพื่อขับเน้นมิติความเป็นอัจฉริยะผู้คลุ้มคลั่งให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

4. รักที่ไม่เป็นปกติ

หนึ่งในตัวละครที่ผู้คนพูดถึงคอสตูมเยอะที่สุด คือ เอลิซาเบธ ที่หลายครั้งเธอจะปรากฏตัวในเดรสลวดลายแปลกตาทั้งหิน เซลล์เลือด และซิลลูเอตคล้ายปีกแมลงปีกแข็ง ซึ่งดีเทลเหล่านั้น เคท ได้นำความหลงใหลในธรรมชาติของตัวละครมาตีความและถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า

สำหรับคอสตูมโทนสีเขียวที่เธอโปรดปราน นอกจากจะสื่อถึงธรรมชาติและบ่งบอกถึงความร่ำรวยแล้ว ในยุควิกตอเรียน “สีเขียว” ยังแฝงนัยของความรักที่ผิดธรรมชาติอีกด้วย

โดยความหมายดังกล่าวเชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Oscar Wilde นักเขียนหนุ่มผู้มีความรักต่อเพศเดียวกัน ซึ่งเขามักใช้ “ดอกคาร์เนชั่นสีเขียว” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชุมชนรักร่วมเพศของปารีส มากลัดไว้ที่ปกเสื้อเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

ด้วยเหตุผลนี้ สีเขียวของเอลิซาเบธจึงสามารถสื่อได้ถึงความรักที่เธอมีต่ออสุรกาย เป็นความรู้สึกที่เบี่ยงเบนไปจากกรอบของธรรมชาติและบรรทัดฐานของสังคม

5. ชุดแต่งงานผ้าพันแผล

ชุดแต่งงานของ Elizabeth Harlander นับเป็นหนึ่งผลงานที่ท้าทายสำหรับทีมออกแบบ โดยพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากชุดพื้นเมืองแถบสวิสเซอร์แลนด์ – เยอรมัน ผสานเข้ากับดีเทลที่สะท้อนถึงผ้าพันแผลและโครงกระดูกของ The Creature

6. สร้อยแมลงปีกแข็ง Tiffany & Co.

หนึ่งในไอเท็มไอคอนิก นั่นคือ สร้อยคอแมลงปีกแข็งสีน้ำเงิน เคท ฮอว์ลีย์ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สร้อยคอเส้นนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญขณะเธอไปเยี่ยมชมคอลเล็คชั่นอาร์ไคฟ์ของ Tiffany & Co. โดยสร้อยดังกล่าวเป็นผลงานของ Louis Comfort Tiffany ซึ่งเข้ากับคาแร็คเตอร์เอลิซาเบธที่มีความผูกพันกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับอีกมากมาย เช่น สร้อยคอเพชร เข็มกลัด และจี้ไม้กางเขนสีแดง ที่ครีเอทขึ้นมาใหม่สำหรับตัวละครโดยเฉพาะ

7. สง่างามในความอัปลักษณ์

Mike Hill ช่างแต่งหน้าเทคนิคพิเศษ ออกแบบ The Creature ภายใต้แนวคิด อสุรกายในความสวยงาม ด้วยการประกอบชิ้นส่วน42 ชิ้นอย่างประณีต พร้อมรายละเอียดเส้นผมที่ไล่เฉดสีทั้ง สีน้ำตาลอ่อนสลับเข้มแกมสีขาว เพื่อสะท้อนร่างจากหลายศพที่ วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ นำมาสร้างใหม่


ข้อมูล: The Credits, Vogue, Harper Barzaar, Variety, Frankenstein: The Anatomy Lesson และ ประวัติศาสตร์มีสี