เปิดประสบการณ์เหนือกาลเวลากับนิทรรศการ Oyster Perpetual GMT-Master
Rolex ร่วมกับ PMT The Hour Glass เชิญชวนผู้หลงใหลในเรือนเวลาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับนิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และจิตวิญญาณของ Oyster Perpetual GMT-Master นาฬิกาเครื่องมือระดับตำนานซึ่งเติบโตเคียงข้างยุคทองของการบินพาณิชย์ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของนักเดินทางรอบโลก
เปิดประสบการณ์เหนือกาลเวลากับนิทรรศการ Oyster Perpetual GMT-Master

นิทรรศการจะจัดขึ้น ณ Siam Paragon บริเวณ Fashion Hall ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 6 – 22 มีนาคม 2026 โดยนำเสนอเรื่องราวของ GMT-Master ผ่านพื้นที่จัดแสดงในธีมต่าง ๆ ที่ร้อยเรียงพัฒนาการของเรือนเวลา พร้อมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่บอกเล่ามรดกแห่งความสำเร็จของหนึ่งในนาฬิกาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลา
สุดยอดนาฬิกาสำหรับนักเดินทางข้ามเขตเวลา

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา การเติบโตอย่างรวดเร็วของการบินข้ามทวีปได้เปลี่ยนมุมมองเรื่องระยะทางของมนุษยชาติอย่างสิ้นเชิง จุดหมายปลายทางที่เคยห่างไกลกลับกลายเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
เพื่อตอบโจทย์การเดินทางในยุคใหม่นี้ Rolex ได้เปิดตัว GMT-Master ในปี 1955 นาฬิกาที่มาพร้อมกลไกเที่ยงตรงและเข็มแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่อ่านเวลาได้มากกว่าหนึ่งเขตเวลาอย่างแม่นยำ ขอบตัวเรือนสองสีที่แบ่งสเกล 24 ชั่วโมง กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเดินทางตั้งแต่แรกเริ่ม

ด้วยความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ GMT-Master จึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งนักบิน นักสำรวจ นักแสดง ศิลปิน และนักผจญภัยระดับโลก พร้อมก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานสำคัญของนาฬิกาในวงการการบิน การสำรวจ และการเดินทางระหว่างประเทศ
จากนาฬิกาในห้องนักบิน สู่สัญลักษณ์ของผู้เดินทางทั่วโลก GMT-Master ได้กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกากลุ่ม Professional ที่สะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คนกับโลกใบนี้ ไม่ว่าจะอยู่บนผืนดิน กลางทะเล หรือเหนือผืนฟ้า
สัญลักษณ์แห่งวิวัฒนาการที่ไม่สิ้นสุด

แม้จะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของขอบตัวเรือนสองสี หน้าปัดซิกเนเจอร์ และเข็มนาฬิกาทั้งสี่ไว้ตั้งแต่ปี 1955 แต่ GMT-Master ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านวัสดุและเทคโนโลยี
ขอบตัวเรือนได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงจาก Plexiglas ในยุคแรก สู่อลูมิเนียมในปี 1959 และเซรามิกตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา ขณะที่ระบบเรืองแสง Chromalight ก็ได้รับการพัฒนาให้สว่างคมชัดยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2021 เข็มและหลักชั่วโมงถูกเคลือบสารเรืองแสงสีฟ้าที่อ่านค่าได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง
ในด้านการออกแบบ สายนาฬิกาแบบ Jubilee ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2018 ควบคู่กับสาย Oyster ขณะที่รุ่นปัจจุบันของ GMT-Master II ผลิตขึ้นในวัสดุหลากหลาย ทั้ง Oystersteel, Yellow Rolesor และทองคำ 18 กะรัต
ด้านกลไก นาฬิการุ่นนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ตั้งแต่ calibre 1036 ในปี 1955 จนถึง calibre 3285 ในปัจจุบัน โดยก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 1982 กับ calibre 3085 ซึ่งสามารถแยกการทำงานของเข็มชั่วโมงได้อย่างอิสระ และนำไปสู่การถือกำเนิดของ GMT-Master II
การเดินทางที่ยังคงดำเนินต่อไป

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางอันยาวนานของ GMT-Master และ GMT-Master II ผ่านหมุดหมายสำคัญทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนาฬิการุ่นต่าง ๆ จากคอลเลกชันปัจจุบันอย่างใกล้ชิด
ตลอดการจัดแสดง ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้เคยสวมใส่ GMT-Master และมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์การบิน รวมถึงบุคคลร่วมสมัยจากหลากหลายสาขาที่ยังคงสืบสานสถานะของนาฬิการุ่นนี้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการสำรวจและการเชื่อมต่อของมนุษยชาติ
การเดินทางจะปิดท้ายด้วยภาพยนตร์สารคดีสั้นที่ย้อนรอยความสำเร็จ และตอกย้ำตำนานของ GMT-Master — เรือนเวลาที่ไม่เคยหยุดก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา