ลุคแรก! เจ้าหญิงเคทเสด็จออกงาน หลังหายจากอาการแพ้ท้องทายาทคนที่ 3 (มีคลิป)

หลังจากเจ้าหญิงเคททรงครรภ์และมีอาการแพ้อย่างรุนแรงเหมือนกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งคลื่นไส้และอาเจียนมากกว่าผู้หญิงทั่วไป จึงเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกพระราชกรณียกิจที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้ดัชเชสไม่สามารถออกมาพบปะประชาชนได้เป็นเวลาเดือนกว่า

แต่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา ชาวอังกฤษก็ปลื้มใจที่เจ้าหญิงเคทปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนพร้อมกับลุคที่งามสง่าตามแบบฉบับของพระองค์เองอีกครั้ง

เจ้าหญิงเคท พร้อมด้วยเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าชายแฮรี่ เสด็จฯพร้อมกันเพื่อพบปะเด็กๆ ในสังกัดกองทุนพระอุปถัมภ์ ณ สถานีรถไฟแพดดิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สหราชอาณาจักร และทรงพาเด็กๆ ท่องเที่ยวไปยังเขตชนบทในอังกฤษอีกด้วย

เจ้าชายแฮรี่ เจ้าชายวิลเลี่ยม และเจ้าหญิงเคท

1

เจ้าหญิงเคทเสด็จฯเพื่อพบปะเด็กๆ ในสังกัดกองทุนพระอุปถัมภ์

1

เจ้าชายแฮรี่ (ภาพบน) และเจ้าชายวิลเลี่ยม (ภาพล่าง) เสด็จฯเพื่อพบปะกับเด็กๆ ในสังกัดกองทุนพระอุปถัมภ์

โดยดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงสวมฉลองพระองค์เดรสของ Orla Kiely สีชมพูอ่อนสุภาพ พิมพ์ลายดอกไม้ กิมมิกเป็นผ้าสีดำมีโบเล็กๆคาดตรงเอวซึ่งเย็บติดมากับชุด ราคาของเดรสตัวนี้อยู่ที่ 139 ปอนด์ หรือประมาณ 6,115 บาท ตอนนี้เดรสตัวดังกล่าวได้ sold out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รองพระบาททรงเลือกแบบหุ้มส้นสีดำจากแบรนด์ Tod’s Suede Pumps ในราคา 335 ปอนด์ หรือประมาณ 14,739 บาท หนังรองเท้ามีความนิ่ม ทันสมัย และทำโดยช่างฝีมือที่ชำนาญในอิตาลี ส่วนกระเป๋า เจ้าหญิงเคททรงเลือกกระเป๋าทรงคลัตช์ของ Mulberry รุ่น Bayswater ทรงสวมนาฬิกาจาก Cartier Ballon Bleu และคอมพลีตลุคด้วยต่างหูเพชรจาก Kiki McDonough

 

เจ้าชายวิลเลี่ยม เจ้าหญิงเคท และคุณหมีแพดดิงตัน

ทั้งสองพระองค์จับมือทักทายกับหมีแพดดิงตัน

 

ดัลเชสทรงเต้นรำอย่างอารมณ์ดีกับหมีแพดดิงตัน

 

คลิปเจ้าหญิงเคททรงเต้นรำกับคุณหมีแพดดิงตัน ณ สถานีรถไฟแพดดิงตัน 

Isn’t this just adorable? The Duchess has a dance with Paddington Bear at Paddington Station From BBC News.

A post shared by Catherine Duchess Of Cambridge (@katemidleton) on


หลังจากเจ้าหญิงเคททรงหายประชวรจากการแพ้ท้องแล้ว ประชาชนชาวอังกฤษคงสบายใจและชื่นใจไปตามๆกัน เพราะพระองค์พระพักตร์แจ่มใส แถมยังเต้นรำกับหมีแพดดิงตันอย่างอารมณ์ดี ส่วนเรื่องลุคของเจ้าหญิงเคท พระองค์ทรงวางตัวในเรื่องนี้แบบไม่มีที่ติอยู่แล้ว ฉลองพระองค์เดรสสีสุภาพส่งให้พระสิริโฉมมากจริงๆ


 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@katemidleton , @royaladdicted2

คลิป : IG@katemidleton

 

โยคะกระชับมิตร แอน ทองประสม ชวนคนไทยใจดี บริจาคช่วยมูลนิธิรามาธิบดี 1.5 ล้านบาท

ถ้าพูดถึงข้อดีของคนไทย แน่นอนว่าคนไทยใจดีและใจบุญ พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาสเสมอ ดังเช่น แคมเปญ “SHARE (ส่งต่อ) = CARE (ห่วงใย)” จัดขึ้นโดย มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร ได้เปิดให้คนไทยจิตใจดีมาร่วมบริจาคผ่าน เฟซบุ๊กของมูลนิธิรามาธิบดีฯ

แอน ทองประสม, ผศ. นพ.ธงชัย พงศ์มฆพัฒน์ กรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ และชูเรส คามาล ศรีนิวาส แห่งครีโยคะ เอเชีย

รวมถึงยังได้ 3 ดาราจิตอาสา ที่มีผลงานเด่นประดับวงการไว้มากมาย อย่าง แอน ทองประสม, ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมโครงการส่งต่อความห่วงใยครั้งนี้ด้วย ซึ่งทั้งสามคนยังได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมพิเศษกับผู้บริจาคในแคมเปญนี้ในรูปแบบที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน

โดยวันนี้ แพรวดอทคอมจะพาไปชมกิจกรรมพิเศษของเจ้าหญิงวงการบันเทิง แอน ทองประสม สาวสวยมากความสามารถ ที่ได้เชิญชวนผู้บริจาคจนได้ยอดสะสมหัวใจเข้ามายังมูลนิธิรวม 318,545 ดวง โดยเงินบริจาค 5 บาท เท่ากับหัวใจ 1 ดวง ฉะนั้นจำนวนเงินบริจาคทั้งหมดรวม 1,592,725 บาท เรียกว่าคนไทยใจงามที่อยากช่วยเหลือผู้คนและสังคมให้ดีขึ้นมีมากทีเดียว

สำหรับกิจกรรมพิเศษระหว่างแอนและผู้บริจาคก็คือ การฝึกโยคะ ซึ่งถ้าหากใครติดตามสาวแอนตามโซเชียลมักจะต้องเห็นแอนเล่นโยคะบ่อยๆ แต่จะเล่นเดี่ยว หรือกับคนไม่เยอะเท่ากิจกรรมครั้งนี้มาก่อน ซึ่งการเล่นโยคะแอนมองว่าเพื่อส่งต่อสุขภาพดีให้แก่ผู้บริจาค โดยได้คัดผู้ร่วมบริจาคผ่านแคมเปญนี้มาจำนวน 10 คน พร้อมเพื่อนผู้ติดตาม จัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นอกจากนี้ยังมีคุณครูจากครีโยคะมานำสอนโยคะ โพสท่าแบบง่ายๆ เพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย และสามารถนำกลับไปฝึกต่อที่บ้านได้เองอีกด้วย

เรียกว่างานนี้ได้ทั้งบุญ สุขภาพที่ดี และได้มิตรภาพระหว่างคนไทยด้วยกันเองเลยละ..

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: พับบลิค ฮิต

มาลี เปิดตัว “เครื่องดื่มน้ำอัลมอนด์” ใหม่ ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพในช่วงกินเจ

ต้อนรับเทศกาลกินเจ กับทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว เปิดตัว “เครื่องดื่มน้ำอัลมอนด์ ตรามาลีนิวเทรียนท์” ใหม่ มาพร้อมคุณภาพอัดแน่นคับกล่องจาก “เมล็ดอัลมอนด์” เกรดพรีเมี่ยมส่งตรงจากประเทศออสเตรเลีย อุดมด้วยไขมันดี HDL ช่วยดักจับไขมันเสีย ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ วิตามินบีรวม บำรุงสมองช่วยให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ วิตามินอีช่วยบำรุงผิวพรรณสดใส และแคลเซียมสูงกว่านมวัว 2 เท่า ไม่เติมน้ำตาล ความหวานที่ได้มาจากน้ำตาลจากดอกมะพร้าว ไม่มีโคเลสเตอรอล ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ปราศจากส่วนผสมนม และถั่วเหลือง
รสชาติอร่อย ใน 2 สูตร ได้แก่ สูตรต้นตำรับ เหมาะสำหรับช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ และสูตรผสมน้ำผึ้ง
กลิ่นวานิลลา
ขนาด 180 มล. ราคากล่องละ 25 บาทมีจำหน่ายแล้วที่เซเว่น-อีเลฟเว่นทุกสาขา และจะพร้อมวางจำหน่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ มาลียังส่งโปรโมชั่น “สุขภาพดี แฮปปี้ลุ้นรับแสน” ลุ้นรับรางวัลที่ 1 โทรศัพท์มือถือซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 พลัส รางวัลที่ 2 สมาร์ทวอช การ์มิน โฟร์รันเนอร์ และรางวัลที่ 3 กระเป๋าเฮลท์ธีบายอัลมอนด์ เพียงซื้อ “เครื่องดื่มน้ำอัลมอนด์ ตรามาลีนิวเทรียนท์” รสใดก็ได้ขนาด 180 มล. ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา แล้วเก็บใบเสร็จไว้ หลังจากนั้นส่ง SMS พิมพ์ ALM ตามด้วยหมายเลขใบเสร็จ 10 หลักมาที่ 4712010 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2560 เท่านั้น

MCM ผุดโปรเจ็คท์สุดพิเศษ ชวนร่วมครีเอตกระเป๋ารุ่น Patricia ในสไตล์ตัวเอง

MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูได้เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1976 ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว และถึงแม้จะถือกำเนิดมาจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความหรูหรา ความประณีต และสุนทรียภาพ แต่ตัวแบรนด์เองก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัยเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของยุคปัจจุบัน เหมาะสำหรับลูกค้าของแบรนด์ซึ่งให้นิยามตัวเองว่าเป็นคนเมืองที่ทันสมัย มีสไตล์เป็นของตัวเอง ชื่นชอบความหรูหรา แต่ก็ให้ความสำคัญกับการใช้งานที่คงทนเช่นกัน

กระเป๋าสตรีสุดคลาสสิกอย่างรุ่นแพทริเซีย (Patricia) ก็ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นไอคอนิกที่ถือกำเนิดตั้งแต่ช่วงริเริ่มของแบรนด์ และยังคงทยอยผลิตออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย ดีไซน์แตกต่างกันออกไปในแต่ละยุคสมัย จวบจนถึงทุกวันนี้

โดยกระเป๋ารุ่น Patricia นี้ แรกเริ่มเดิมทีมีชื่อเรียกว่า แพทตี้ (Patty) ซึ่งเป็นกระเป๋าชนิดครอสบอดี้ (Crossbody) อันมีรูปร่างที่โดดเด่น เรียบหรู ดูมีเอกลักษณ์ และในยุคสมัยต่อๆ มากระเป๋า Patty นี้ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Patricia ในขณะที่ยังคงความคลาสสิกไว้ นอกจากนี้กระเป๋ารุ่น Patricia ยังผลิตออกมาทั้งหมด 2 ขนาดด้วยกัน คือ ขนาดเล็ก (Small) และขนาดมินิ (Mini)

เป็นที่ทราบดีว่า MCM รังสรรค์เครื่องหนังทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน ซึ่งกว่าจะมาเป็นกระเป๋า Patricia นี้ ใช้ระยะเวลาในการทำกว่า 36 ชั่วโมง ด้วยช่างฝีมือชั้นเยี่ยมชาวเยอรมัน แม้ว่าภายนอกจะดูเรียบง่าย แต่ก็ต้องใช้ความชำนาญอย่างยิ่งในการนำมาบรรจบกันของรูปลักษณ์อันสมบูรณ์แบบ อีกทั้งการใช้สอยที่สะดวกสบาย

“การทำกระเป๋า Patricia ขึ้นมาแต่ละชิ้นนั้นต้องใช้อุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจงมาก จึงทำให้ใช้เวลาพอสมควรในการผลิตออกมาแต่ละชิ้น” กล่าวโดยช่างฝีมือที่ประจำอยู่ ณ เมือง Apolda ในประเทศเยอรมนี

“นอกจากนี้แล้วยังต้องใช้เทคนิคการตัดที่พิเศษ พร้อมทั้งทักษะการเย็บ และอุปกรณ์ที่สำคัญอื่นๆ อย่างเช่น มีดชนิดพิเศษ ไม้บรรทัด กรรไกร และเส้นด้ายสำหรับการเย็บด้วยมือ ซึ่งกระบวนการในการรังสรรค์กระเป๋าแต่ละใบนี้เปรียบเสมือนกับการสร้างผลงานศิลปะแต่ละชิ้นอย่างบรรจง และเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์อันสุดประณีตของทางแบรนด์ MCM”

หากพูดถึงรูปลักษณ์อันโดดเด่นของกระเป๋า Patricia ที่ประกอบไปด้วยจุดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายสะพายข้าง (Adjustable Shoulder Strap) ที่สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ตัวล็อกลอเรล  (Laurel) ด้านหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ MCM ที่นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังเปิด – ปิดสะดวก ช่องบรรจุของภายในทั้งหมด 2 ช่อง ช่องซิปทางด้านหลังสำหรับใส่ของกระจุกกระจิก และป้ายหนังแท้ประทับตราโลโก้แบรนด์ MCM ที่ห้อยอยู่ทางด้านข้าง

ความหมายและแรงบันดาลใจภายใต้ตัวล็อกลอเรล (Laurel Lock)

หากสังเกตที่ตัวล็อกของกระเป๋าจะพบว่าเป็นโลโก้แบรนด์ MCM อันประกอบไปด้วยตัวอักษร MCM และพวงใบลอเรลประดับริบบิ้นด้านล่างที่ใครหลายคนต่างก็คุ้นตา สะท้อนให้เห็นถึงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ และไม่นานหลังจากที่ถูกนำมาใช้ในช่วงยุค 70 สัญลักษณ์นี้ก็ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ของเหล่านักเดินทางที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ

ถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ MCM ได้นำเสนอภาพลักษณ์อันสดใหม่ของแบรนด์ โดยมาพร้อมกับโปรเจ็คท์สุดพิเศษที่มีชื่อเรียกว่า Made to Order: Patricia ซึ่งเปิดตัวไปเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำโปรเจ็คท์สุดพิเศษนี้ มาให้สำหรับเหล่าคุณสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่คุณจะสามารถร่วมสร้างสรรค์กระเป๋าใบใหม่ในสไตล์ของคุณเอง และมีเพียงใบเดียวในโลก

ขั้นตอนในการสร้างสรรค์กระเป๋าใบใหม่นี้ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด เนื่องจากสามารถทำผ่านแอพพลิเคชั่น พิเศษในไอแพ็ด ที่ในขณะเดียวกันจอภาพก็จะทำการโชว์ นอกจากนี้ยังมีถาดใส่อุปกรณ์ที่จัดวางวัสดุจริงให้ผู้ใช้ได้สัมผัสและเลือกสีก่อนที่จะตัดสินใจในที่สุด

ตัวแผ่นหนังมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน คือ แผ่นหนังลายวิเซโต้ (Visetos Pattern) หนังวัวชนิดไม่เรียบ (Park Avenue) และหนังวัวชนิดเรียบ (Vachetta) ที่มาพร้อมโทนสีที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษ หรือการสแตมป์ชื่อลงบนแผ่นหนังที่ห้อยประดับอยู่ด้านข้าง ซึ่งสามารถเลือกทำได้ถึง 4 ตัวอักษรด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นอีกหนึ่งจุดเด่นคือการเลือกประดับสติ๊กเกอร์คริสตัล หรือแม้กระทั่งเลือกติดหมุดรอบๆ ตัวกระเป๋าก็สามารถทำได้เช่นกัน

โปรเจ็คท์สุดพิเศษนี้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ร้าน MCM ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M ภายใต้คอนเซ็ปต์ป็อปอัพสโตร์แห่งแรกในเมืองไทย


 

 

พระราชดำรัสนี้ ชั่วชีวิตไม่มีวันลืม บันทึกความทรงจำ วินัย พันธุรักษ์ ถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙

ตราตรึงไว้ในความทรงจำ ศิลปินรุ่นใหญ่ วินัย พันธุรักษ์ วงดิอิมพอสซิเบิ้ล เล่าความทรงจำที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมเผยพระราชดำรัสที่ไม่มีวันลืม

วินัย พันธุรักษ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เชื่อว่าความฝันอันสูงสุดของประชาชนชาวไทยทุกคนคือ การที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ซึ่งทุกคนที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านับเป็นบุญที่สุดในชีวิต ขณะที่วินัย พันธุรักษ์ นักร้องและนักดนตรีแห่งดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีชื่อดังยุค 70 ได้เปิดเผยถึงความโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลายครั้ง ตั้งแต่เริ่มวงดิอิมพอสซิเบิ้ล จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึง 3 ปีซ้อน

วินัย พันธุรักษ์ นักร้องและนักดนตรีแห่งดิอิมพอสซิเบิ้ล

โดยศิลปินอาวุโส วินัย พันธุรักษ์ ได้เล่าถึงวินาทีแห่งความประทับใจที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตว่า การได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในหลวงรัชกาลที่ ๙ นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2512 เมื่อวงดนตรีดิอิมพอสซิเบิ้ลชนะเลิศประเภทวงดนตรีอาชีพ ในการประกวดสตริงคอมโบถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งในวันนั้นได้รับเหรียญพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังมีรูปถ่ายเก็บไว้อย่างดีเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต

ทั้งนี้ในปี 2546 ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการทูลเกล้าฯถวายเครื่องดนตรี ซึ่งในครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสกับพวกเราชาวสมาคม นอกจากดูแลศิลปินแล้ว ยังต้องดูแลนักดนตรีด้วย แม้จะเป็นการรับสั่งเพียงสั้นๆ แต่ก็ทำให้จดจำไม่เคยลืม


ข้อมูล : www.siamdara.com

พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ

รวมภาพความสง่างาม พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงม้านำซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 ต.ค. 60) มีประชาชนจำนวนมากได้ไปเฝ้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนครั้งที่ 2

ประชาชนทุกคนต่างก็มีความปลาบปลื้มใจกับความสง่างามของพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ตำแหน่งผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ที่ทรงม้ามาร่วมนำซ้อมริ้วขบวนที่ 6 ในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

อีกทั้งพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ยังทรงลงรายละเอียดในการปฏิบัติทุกขั้นตอน ตั้งแต่ทรงฝึกกำลังพลในแถว และทรงตรวจเครื่องแต่งกายทั้งของกำลังพลและม้าเพื่อให้สมพระเกียรติ ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กรุงเทพมหานคร

แพรวดอทคอม จึงรวบรวมภาพพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ขณะทรงร่วมฝึกกำลังพลและทรงม้านำซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีมาให้ชมความสง่างามกัน

 

ขอบคุณรูปภาพจาก : Royal World Thailand

‘ได้แฟนเด็ก แต่ระวังเป็นเด็กของคนอื่น’ เช็คเลย ดวงวันที่ 17 ตุลาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : โครงการที่วางแผนไว้ หรือแผนการณ์ที่เตรียมไว้ บริวารและคนใกล้ชิดจะทำให้เดือดร้อน จนท่านลังเลสับสน ไม่รู้จะไปทิศไหนดี ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดเดินเข้ารกเข้าพงไปเลย

การเงิน : ติดขัด เพราะช่วยเหลือบริวาร คนรอบข้างมากเกินไป

ความรัก : วันนี้มีความสุขดี แต่ให้ระวังความจู้จี้ขี้บ่น การกดขี่ข่มเหง หรือกดดันคนรักในสิ่งที่ท่านคาดหวังและปรารถนาจะทำให้ครอบครัวร้าวฉานได้ คนโสด  แต่งงานช้า เพราะท่านมักเปรียบเทียบคนที่มีอยู่กับคนอื่นตลอดเวลา

สุขภาพ : เกี่ยวข้องกับอวัยวะช่วงขาและข้อต่างๆ เช่น โรคเก๊า และอัมพฤกษ์

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : เอ…ช่วงนี้เหมือนผู้ใหญ่จนถึงบริวาร ให้ความรักและเมตตาเอ็นดูท่านมากมาย วันนี้ก็เช่นกันจะเป็นที่ปรึกษาและสอนงานธุรกิจของครอบครัวให้ท่านเองเลยทีเดียว

การเงิน  : จะประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ผู้ใหญ่ผู้หญิงให้การสนับสนุน

ความรัก :  วันนี้อาจมีผู้ใหญ่มาขออยู่ด้วย หรือครอบครัวท่านเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ก็ได้รับการดูแลอย่างดี คนโสด พ่อแม่แนะนำให้รู้จัก เจอกันปุ๊บแต่งงานเลย

สุขภาพ : เกี่ยวกับการหมุนเวียนของเลือดไม่ดี ทำให้เป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านจะได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับงานในสถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวยามราตรี หรืองานที่เกี่ยวกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือคนอื่น จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน

การเงิน : หมดไปกับการทำบุญและช่วยเหลือญาติพี่น้อง

ความรัก : วันนี้จะมีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว แต่ท่านรู้สึกอึดอัด เพราะต้องอยู่ภายใต้สายตาผู้ใหญ่ที่มีกฎระเบียบเคร่งครัด คนโสด ระวังท่านอาจได้เป็นแม่ก่อนแต่งนะจ๊ะ

สุขภาพ :  ระวังโรคภูมิแพ้ หรือไซนัส โพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านที่เปิดธุรกิจส่วนตัวที่บ้าน เช่น ค้าขาย ร้านอาหาร หรือร้านเสริมสวย เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับงานอย่างมาก ได้รับความรักความเมตตาจากผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงานก็ให้การยอมรับ

การเงิน : โชคลาภมาจากครอบครัว จะหมดไปกับการซื้อข้าวของให้ตัวเองโดยไม่จำเป็น

ความรัก : วันนี้ท่านโชคดีได้ครอบครัวเลี้ยงดูให้สุขสบาย อยากเปิดธุรกิจที่บ้านหารายได้ก็ส่งเสริมสนับสนุน หายากนะ คนโสด ท่านรักเดียวใจเดียว เพราะฉะนั้นพอได้เจอเด็กๆๆ มองโลกในแง่ดี อาจมีโครงการแต่งงานกันเลย

สุขภาพ : ดูแลตัวเองหน่อย ไม่สบาย ก็ควรไปหาหมอ ไม่ควรซื้อยามากินเอง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านอาจถูกดึงตัว หรือถูกซื้อตัวไปทำงานที่ใหม่ โดยให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หากไป ท่านก็ยังต้องพิสูจน์ความสามารถให้เขาเห็นด้วย แต่สบายอยู่แล้ว ผ่านฉลุย

การเงิน :  อย่าเชื่อคนง่าย เพราะจะถูกหลอกด้วยคำพูดที่ดูมีหลักการ

ความรัก : วันนี้จะมีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ระวังถูกใส่ร้ายป้ายสีจากคนที่ไม่หวังดี จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน คนโสด มีแฟนเด็กที่เอาการเอางานด้วย แต่ระวังจะเป็นเด็กของคนอื่นนะคะ ดูดีๆ

สุขภาพ : ทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ระวังอาหารเป็นพิษ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านได้งานที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร และที่ดิน อาจเป็นนายหน้า ซึ่งท่านต้องลุยคนเดียว เพราะหากร่วมหุ้นร่วมทุนกับคนอื่นแล้วความคิดเห็นสวนทางกันตลอด

การเงิน :  กล้าได้กล้าเสียจนน่ากลัว อาจมีหนี้สินได้

ความรัก :  วันนี้พวกท่านจะขัดแย้งกัน เพราะมีความคิดเห็นสวนทางกันตลอด โดยที่ต่างคนต่างยึดทิฐิมานะ สถานการณ์ไม่ซีเรียส ยังพอปรับจูนทัศนคติกันได้ คนโสด ลุ่มหลงในความรักมาก

สุขภาพ  : เครียด ระวังไมเกรนถามหา

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านสามารถเคลียร์เรื่องเงิน หรือผลประโยชน์ที่เป็นผลตอบแทนจากผลงานของท่านลงตัว จากงานนี้ท่านสามารถรับเป็นที่ปรึกษาให้กับคนอื่นได้ด้วยเลย

การเงิน : เงินทองหลั่งไหลได้มาจากการสร้างสรรค์ผลงาน

ความรัก : ผู้หญิงโดดเด่นในเรื่องเงินมาก ท่านจึงอาจต้องช่วยเหลือดูแลคนในครอบครัว คนโสด ท่านมีเสน่ห์ล้นเหลือ สวยและรวยมากค่ะ มีแต่คนเข้ามาจีบ เลือกดีๆ ละ

สุขภาพ : ใส่ใจเรื่องอาหารการกินหน่อย ระวังอ้วน แล้วไม่สวย โรคภัยเบียดเบียนด้วย

แต่งงานทั้งทีต้องมีเอวกับ 11 ชุดแต่งงานมีเข็มขัดคาดจากแบรนด์ดัง

เทคนิคอย่างหนึ่งที่จะทำให้เจ้าสาวเอวหนาหรือแม้แต่สาวที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีเอวอยู่ตรงไหนได้มีเอวสมใจในวันแต่งงาน คือการหาเข็มขัดมาคาดไว้ ซึ่งถ้าไม่รู้ว่าเข็มขัดแบบไหนจะเหมาะกับคุณ ต้องเส้นเล็กเส้นใหญ่ มีคริสตัลประดับไหม ลองปรึกษากับดีไซเนอร์คู่ใจที่คุณวางใจให้ช่วยออกแบบ ชุดแต่งงาน ให้ดูสิคะ เพราะเข็มขัดที่ว่าควรไปได้ดีกับเนื้อผ้าของชุด

แต่ถ้าเพื่อความมั่นใจว่าแบบที่ว่าไว้สวยงามแน่นอน และอยากมีตัวอย่างไปให้ดีไซเนอร์ได้คิดตาม ลองมาดู ชุดแต่งงาน 11 ชุดต่อไปนี้ที่แพรว wedding หามาฝากจากเวทีแฟชั่นชุดเจ้าสาว Fall 2018 Bridal Fashion รับรองว่าสวยทุกชุด

Catherine Deane
Lakum
Carolina Herrera
Inbal Dror
Carolina Herrera
Danielle Frankel
Azul by Liancarlo
Amsale
Lazaro
Carolina Herrera
Zuhair Murad

Kalm Bangsaen Hotel อยากเที่ยวใกล้กรุงหรือพักเติมพลังชีวิตก็ได้หมดถ้าต้องการ

แม้จะเพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่ขับรถชั่วโมงนิดๆ คุณก็สามารถมาพักผ่อนเติมพลังให้เต็มได้ที่ Kalm Bangsaen Hotel โรงแรมน้องใหม่ริมหาดบางแสน แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดชลบุรีที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมายในทุกยุคสมัย

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ทะเลบางแสนจะสวยงามเหรอ จะน่าเล่นหรือเปล่า ถึงจะไปเมื่อไหร่ก็ได้แต่ถ้าทะเลไม่สวยก็ต้องคิดซะหน่อย แต่สำหรับ แพรว wedding ขอบอกว่า บางแสนทะเลสวย สะอาดและมีที่สวยๆ สงบๆ ให้คุณได้พักสมองอย่างแท้จริง ยิ่งเมื่อคุณก้าวเข้ามาที่นี่ Kalm Bangsaen Hotel รับรองว่าได้เติมพลังอย่างที่หวังเต็มๆ แม้เท้าไม่เหยียบน้ำทะเลก็เถอะ

Kalm Bangsaen Hotel โรงแรมสไตล์โมเดิร์นแห่งใหม่ริมหาดบางแสน ตั้งอยู่บนถนนเลียบหาดวอนนภา ซึ่งห่างจากตัวเมืองบางแสนเพียง 3 กิโลเมตร มีห้องพักให้บริการจำนวน 21ห้อง 4 รูปแบบ ได้แก่

Sea View ห้องพักที่มองเห็นทะเลสวยๆ ให้คุณได้นั่งสวยๆ ริมระเบียงจิบกาแฟทอดสายตาไปได้ไกลอย่างที่ชอบ

Pool Access ห้องพักที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว เพียงเปิดประตูห้องออกไปก็หย่อนตัวลงแช่น้ำได้สบายๆ พร้อมมองฟ้ากว้างจินตนาการได้เรื่อยๆ

Partial Sea View ห้องพักที่มอบความเป็นส่วนตัวด้วยมุมมองที่คุณเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมทะเลแสนสงบหรือทิวทัศน์เมืองของบางแสน

Pool View  ห้องพักที่เติมเต็มมุมมองของคุณในวันพักผ่อนแบบสบายๆ

ภายในห้องพักตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายและยังสามารถชมวิวสัมพัสกลิ่นอายทะเลสวยๆได้อย่างเต็มอิ่ม ห้องพักแต่ละยูนิตได้รับการออกแบบให้เอียงทำมุมตามแนวโค้งหันหน้าออกสู่ทะเลเพื่อเปิดรับวิวทิวทัศน์ในองศาที่ต่างกัน โดยห้องพักแต่ละชั้นมีลักษณะสับหว่างเหลื่อมซ้อนกันพร้อมมุมระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบไม่ซ้ำกัน ในราคาเริ่มต้นที่ 2,000- 3,500 บาท

นอกจากนี้ Kalm Bangsaen Hotel ยังมีสระน้ำเกลือให้บริการตั้งแต่เช้าจนถึง 21.00 น. ที่คุณยังสามารถนั่งเล่นรับลมทะเลพัดมาเย็นๆ และถ้าหิวเมื่อไหร่ละก็ ห้องอาหาร K Bar and Bistro ที่บริเวณล๊อบบี้พร้อมให้บริการตั้งแต่ 7.00 -11.00 น. และ 17.00 – 23.00 น.

วีคเอนนี้ถ้าว่างหรือหาที่เปลี่ยนอารมณ์สบาย ให้  Kalm Bangsaen Hotel เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของคุณนะคะ

ติดต่อ : Kalm Bangsaen Hotel ซอย 10 ถนนบางแสนล่าง ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โทร. 038-383-258 เฟชบุ้ก : Kalm Bangsaen Hotel

3 แรงบันดาลใจกับ 27 แบบดอกไม้ติดหน้าอกสร้างความต่างที่เป็นคุณ

แรงบันดาลใจสำหรับทำ ดอกไม้ติดหน้าอก ให้กับหนุ่มๆ หรือคนสำคัญในงานมีเพียบนะคะ อย่าได้คิดแค่ว่ามีแถมในแพ็กเกจแบบไหนก็ตามนั้น เพราะจะทำให้ธีมงานที่อุตส่าห์คิดกันหัวแทบแตกไม่สมบูรณ์แบบ วันนี้แพรว wedding ก็เลยหาไอเดียมาฝากกับเทคนิคสร้างสรรค์ดอกไม้ติดหน้าอกที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจาก…

เทคนิคในการสร้างสรรค์อย่างแรกคือ…ลองดูค่ะว่า ดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งงานของคุณส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ชนิดไหน จากนั้นบอกกับทางโรงแรมหรือเจ้าของสถานที่ให้เอาดอกไม้ชนิดเดียวกันนั้นมาทำเป็นดอกไม้ติดหน้าอกสำหรับเจ้าบ่าวและแขกคนสำคัญในงาน

เทคนิคที่สองคือ…หากดอกไม้ที่ว่าดูธรรมดาเกินไป งั้นลองหาลูกไม้แห้งมาแต่งเติมลงคู่กับดอกไม้ดอกเล็กๆ อย่างยิปโซ ก็สวยงามไม่แพ้ดอกไม้สด

เทคนิคที่สามคือ นำเอาก้านสมุนไพรหรือกิ่งก้านของต้นไม้รู้ทรงสวยแปลกตามาประดับจับช่อเป้นดอกไม้ติดหน้าอก โดยคุณอาจเลือกใบไม้เล็กๆ มาแซมหรือหาริบบิ้นมาพัน แบบนั้นก็เก๋ไก๋นะคะ

ถ้า 3 เทคนิคนี้ยังไม่ช่วยให้คิดออก มาเห็นภาพไปกับเราด้วยตัวอย่างดอกไม้ติดหน้าอกที่เราหามาฝากกัน ดูเสร็จแล้ว อย่าลืมออเดอร์นะคะ รับรองถ่ายรูปออกมาสวยงามน่าจดจำแน่นอนค่ะ

Project Nine ๙ ต่อไป

9 ผู้กำกับ นำชีวิต 9 บุคคลผู้สืบสานศาสตร์พระราชา ถ่ายทอดผ่าน “Project Nine ๙ ต่อไป”

เป็นโปรเจ็คท์ที่ดี ที่ไม่ว่าคนทำงานอะไรหรือเป็นใครก็ควรค่าแก่การได้ชม แพรวดอทคอมกำลังหมายถึงโปรเจ็คท์จากค่ายดัง GDH ในชื่อ “Project Nine ๙ ต่อไป” ที่ได้รวม 9 ผู้กำกับ 11 นักแสดง รวมถึง 9 บุคคลต้นแบบในเมืองไทยมาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตในแง่มุมต่างๆ ซึ่งชีวิตของพวกเขาล้วนมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวข้อง  

อาจจะคุ้นเคยกับผลงานค่าย GDH ที่มักจะสร้างภาพยนตร์จับกลุ่มวัยรุ่น ครอบครัว ที่มีทั้งสาระและความบันเทิง แต่ครั้งนี้ทางค่าย บริษัทจีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ได้ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย และบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่นจำกัด ผลิตรายการ “Project Nine ๙ ต่อไป” รายการที่ได้นำเรื่องราวของ 9 บุคคลต้นแบบในรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกันมาถ่ายทอด ซึ่งพวกเขาต่างน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในการทำงานและการดำรงชีวิต ซึ่งการทำงานครั้งนี้ส่วนสำคัญคือ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนนำไปพัฒนาตนเอง และเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โปรเจ็คท์ “Project Nine ๙ ต่อไป” ออนแอร์ทุกวันเสาร์ ในเดือนตุลาคมนี้ เวลา 15.00 น. และ 21.45 น. ทางช่อง GMM25 ซึ่งปัจจุบันได้ออกอากาศไปแล้ว 2 เรื่อง คือ

Project Nine ๙ ต่อไป : ตอน อนาคตของแพทย์

อนาคตของแพทย์ เรื่องราวของ อ.ดร.นพ.กิติพงศ์ สุนทราภา แพทย์ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 กับความหวังในการพัฒนาวิธีการใหม่เพื่อรักษาโรคมะเร็ง ถ่ายทอดโดยนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ และซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ซึ่งแพทย์ผู้นี้เปรียบเสมือนเบื้องหลังแพทย์อีกที ที่มุ่งมั่นทำงานวิจัยผลิตยารักษาโรคเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคต่างๆ แม้จะเหนื่อย อยากหยุด หรือแม้กระทั่งวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต เขาก็ต้องทำงานต่อ เพราะมีคนป่วยรออยู่จำนวนมาก และแม้จะอยากหยุด แต่เมื่อนึกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักทุกวัน ก็ทำให้เขาได้พลังทำงานต่อ โดยอาคารที่ทำก็อยู่ใกล้อาคารเฉลิมพระเกียรติครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยประทับอยู่

Project Nine ๙ ต่อไป : ตอน ผู้พึ่งตนเอง

เพราะผู้พิการไม่ได้อยากจะเป็นผู้พิการ และอยากช่วยเหลือตนเอง ฉะนั้นจึงต้องช่วยเขาให้ช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อจะทำให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม นี่เป็นพระราชดำรัสส่วนหนึ่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของสมจิตร ดวงตาคำ ชายพิการผู้ไม่ย่อท้อ ดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง ถ่ายทอดโดยนฤเบศ กูโน และต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ความคิดของต่อเปลี่ยนไปว่า ผู้พิการช่วยเหลือตัวเอง รวมถึงช่วยเหลือสังคมได้มากกว่าที่คิด ซึ่งคุณสมจิตรยังชำนาญทั้งปลูกผัก งานฝีมือ จนเป็นแหล่งสร้างรายได้ ที่มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้อีก 7 เรื่องราวก้าวต่อไปที่จะได้ชม พร้อมได้รับแรงบันดาลใจและพลังงานบวก มีดังนี้

ตอน นำคนกล้าคืนถิ่น ถ่ายทอดชีวิตของ ดร.เกริก มีมุ่งกิจ โดยเมษ ธราธร และเต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้นำโครงการคนกล้าคืนถิ่น ศูนย์ปฏิบัติการวนเกษตร ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิต

ตอน สานต่ออาชีพพระราชทาน ถ่ายทอดชีวิตของปฏิวัติ อินทร์แปลง โดยทรงยศ สุขมากอนันต์, ท็อปแท็ป – ณภัทร โชคจินดาชัย และแพรวา – ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์

ตอน สาธิตชีวิตพอเพียง ถ่ายทอดชีวิตของไมค์ – ภิรมย์พร นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง โดยยงยุทธ ทองกองทุน และแพต – ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช ซึ่งใครที่คุ้นเคยกับนักร้องลูกทุ่งคนนี้บนเวที มีผลงานเพลง ออกงานต่างๆ อีกมุมของเขาก็มีชีวิตเรียบง่าย พอเพียงตามแบบในหลวงรัชกาลที่ 9

ตอน เพราะ “น้ำ” คือหัวใจ ถ่ายทอดชีวิตของ ม.ล.อภิชิต วุฒิชัย ที่ได้นำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ โดยได้ผู้กำกับ บาส – นัฐวุฒิ และนักแสดง ไอซ์ซึ – ณัฐรัตน์ มาร่วมถ่ายทอด เรื่องนี้ได้ยกกองไปถ่ายทำตามลุ่มแม่น้ำสำคัญต่างๆ เช่น ลุ่มแม่น้ำบางปะกง จังหวัดปราจีนบุรี

ตอน พิทักษ์ทรัพย์คู่บ้านคู่เมือง ถ่ายทอดชีวิตของ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน โดยเสือ – พิชย, กุ๊กไก่ – ภาวดี และข้าวปั้น – ธีธัช

ตอน นักผจญ (สาธารณ) ภัย ถ่ายทอดชีวิตของอาจารย์ชาติชาย ไทยกล้า โดยกอล์ฟ – ปวีณ และมาร์ช – จุฑาวุฒิ

ตอน คำฝากฝังจากในหลวง ร.๙ ถ่ายทอดชีวิตของคุณครูเรียม สิงห์ทร โดยเอส – คมกฤษ และปิงปอง – ธงชัย ซึ่งคุณครูเรียมทิ้งชีวิตสบายในเมืองกรุง 33 ปีแล้ว ขึ้นมาสอนหนังสือเด็กบนดอยที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งเรื่องราวแต่ละเรื่องจะเป็นเช่นไร ได้รับแรงบันดาลใจ ได้มุมมองในการปรับใช้ในชีวิตอย่างไร ติดตามที่ช่อง GMM25


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @thanapob_lee @gdh559club @sindy_pwoong @pitchaya_j #ProjectNine๙ต่อไป #๙ต่อไป

10 Black Look สไตล์ “ติ๊ก – กัญญารัตน์” นางเอกหน้าหวานยุค 90

ติ๊ก – กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ นางเอกฝีมือดีที่ได้สร้างผลงานชิ้นโดดเด่นไว้มากมาย ด้วยงานละครทำให้คนหลงรักเธอจากหลากหลายบทบาท อย่างในละครเรื่องผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง ในบทผู้กองฉวีผ่อง หรือจะเป็นเรื่องปีกมาร ที่โชว์ฝีปากกล้าปะทะกับแม่สามีได้อย่างดุเดือดในบทของศลัยลา ซึ่งตอนนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นเธอในงานละครกันแล้ว แต่หน้าที่พิธีกร ผู้จัดฯ หรืองานเบื้องหลังก็ไม่น้อย

ถ้าใครได้ติดตามดูจะทราบว่ารายการเซย์ไฮ (Say Hi) ที่สาวติ๊กเป็นผู้จัดฯและพิธีกรได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เป็นรายการท่องเที่ยวที่จะพาไปรู้จักญี่ปุ่นในมุมต่างๆ รวมถึงพาแฟนรายการไปเที่ยวประเทศอื่นนอกจากญี่ปุ่นด้วย

บ่อน้ำพุร้อน ประเทศนิวซีแลนด์

ในอินสตาแกรมของนางเอกคนนี้ก็จะเห็นภาพเธอออกท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ การออกหน้ากล้องในแต่ละครั้งก็สำคัญไม่น้อย การแต่งตัวต้องดูดี น่าเชื่อถือ สวยงามตามท้องเรื่อง และจากที่ดูในรายการก็เห็นแต่ชุดสวยๆ ที่สาวๆ สามารถนำมาแมตช์ตามได้เลย และในช่วงเดือนตุลาคมที่เราต้องใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ ทางแพรวดอทคอมก็แอบไปส่องสาวติ๊กมา บอกเลยว่าเธอก็เป็นอีกคนที่ใส่เสื้อผ้าโทนดำค่อนข้างบ่อย เพราะงั้นวันนี้เราจะเลือก Black Look ของติ๊ก – กัญญารัตน์มาให้สาวๆ ได้ดูกัน 

1

ไปเมืองนอกอากาศหนาวกว่าบ้านเรามาก เสื้อผ้าต้องให้ความอบอุ่นและมิดชิด แต่ก็ต้องดูไม่เชย ซึ่งสาวติ๊กเลือกแมตช์ได้ดีเลย

1

อีกลุคที่ต้องอยู่กับความหนาวให้ได้ ลุคนี้เธอเลือกหมวกเบเร่ต์มาทำให้ดูคิวต์ น่ารักลงตัวมาก

1

เสื้อเชิ้ตสีดำจับแมตช์กับเสื้อสูทลายทางสีเข้มก็ได้อยู่นะ มีความเท่และเรียบร้อยในลุคเดียว

1

ลุคนี้สาวติ๊กก็คุมโทนเป็นสีดำอีกแล้ว แต่จะดูชิลกว่าลุคก่อนหน้านี้ เพราะเสื้อสเวตเตอร์และกางเกงขาบาน บวกกับรองเท้าผ้าใบ ทำให้ดูสบายขึ้น ไม่มีเลเยอร์เยอะ

1

ลุคนี้ดูผ่านๆ ก็อาจจะเป็นลุคสีดำแบบทั่วๆ ไป แต่ถ้ามองไปทีละไอเท็ม ดีไซน์และดีเทลไม่ธรรมดา อย่างเสื้อก็มีความลูกไม้เก๋ๆ ขนาดเพิ่มผ้าพันคอกับแว่นกันแดดเข้าไปยังดูไม่เยอะเลย

1

ลุคน่ารักๆ สไตล์สายเกาก็มี เป็นการนำเอี๊ยมสีดำมาแมตช์กับเสื้อแขนยาวลายจุด ด้วยสีขาวของจุดทำให้เป็นลุคที่แต่งออกมาแล้วสดใสมาก ถึงแม้เสื้อผ้าจะเป็นโทนดำก็ตาม

1

ลุคนี้ให้ความรู้สึกเหมือนสปอร์ตเกิร์ลออกมาจ๊อกกิ้งในยามเช้า ด้วยเสื้อฮู้ดตัวยาว เลกกิ้ง และรองเท้าผ้าใบ ดูแล้วผ่อนคลายสบายตา

1

มาลุคที่แต่งอยู่ไทยกันบ้าง สาวติ๊กก็ยังคงคอนเซ็ปต์สุภาพเรียบร้อยในแบบของตัวเองไว้ เสื้อแขนยาวสีดำมีกระดุมกับกางเกงขายาวลายทาง สะพายกระเป๋าสีเหลืองก็ได้ลุคโทนดำที่ไม่ซ้ำแล้ว

1

งานชิคโย่วๆ สาวติ๊กก็แต่งได้ เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงขายาวสีดำอาจจำเจไป ก็เลือกกางเกงสีดำริมแดง บวกกับกระเป๋าและรองเท้าที่มีสีแดงโดดออกมาหน่อย ก็ได้ลุคที่ดูสนุกขึ้นแล้ว

1

ลุคนี้เด่นด้วยกางเกงลายทางสีขาวดำ นี่อาจเป็นไอเท็มที่ดีที่ทำให้ลุคโทนสีดำดูไม่มืดจนเกินไป ใช้สีขาวเข้ามาเบรกมาแซมหน่อยก็ดูดีไปอีกแบบ

1

จะแต่งเสื้อผ้าโทนสีดำให้ออกมาดูดีและสุภาพนั้นไม่ยากเลย เพราะตัวสีเองก็เป็นสีที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาสอยู่แล้ว เพียงแค่เลือกดีไซน์ที่ไม่หวือหวา เน้นงานเรียบๆ แบบมีกิมมิกนิดหน่อย ก็ทำให้ Black Look ของเราไม่น่าเบื่อแล้ว อย่างสาวติ๊กเองก็แมตช์เสื้อผ้าสีดำได้หลากหลายลุค ถึงจะเป็นสีดำเหมือนกัน แต่ก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป สาวๆ ลองนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองดูนะจ๊ะ

 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@tik_kanyarat

 

เฟม – ชวินโรจน์ วัยรุ่นในรัชกาลที่ ๙ ภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมี

เฟม – ชวินโรจน์ ดาราวัยรุ่น ภูมิใจส่งต่อคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผ่านผลงานภาพยนตร์ของขวัญ เผยชีวิตโชคดีมาก เพราะครอบครัวและงานที่ผ่านเข้ามาทำให้เด็กรุ่นใหม่อย่างตนมีโอกาสได้รู้จักและซึมซับเรื่องราวในหลายๆ ด้านของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มากกว่าคนวัยเดียวกัน

ภาพยนตร์เรื่องของขวัญ ตอน เมฆฝนบนป่าเหนือ โดยผู้กำกับ มะเดี่ยว – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

จะดีแค่ไหนหากผลงานที่เราสร้างสรรค์ก่อเกิดประโยชน์ให้แก่ผู้คนมากมาย คำบอกเล่าของเฟม – ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล นักแสดงวัยรุ่นวัย 19 ปี ที่แม้จะอ่อนวัย แต่เขากลับมีประสบการณ์ในงานแสดงมากว่า 8 ปีแล้ว

เฟมแจ้งเกิดในวงการตอนอายุ 11 ปี จากภาพยนตร์เรื่องดัง บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) คู่กับพอลล่า เทเลอร์ สาวฮ็อตขวัญใจหนุ่มๆ และวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กชายในวันนั้นกลายเป็นหนุ่มน้อยที่กำลังจะก้าวสู่วัยบรรลุนิติภาวะในไม่ช้านี้

เฟม – ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล

ล่าสุดเฟมได้เล่นภาพยนตร์ครั้งที่ 2 ในชีวิต กับบทนำในภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ “ของขวัญ” ตอน เมฆฝนบนป่าเหนือ ของค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเฟมเผยว่า รู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะนอกจากจะได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เทิดพระเกียรติแล้ว ยังได้ส่งต่อสิ่งดีๆ “คำสอนของพ่อ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ผ่านผลงาน ทั้งยังเผยอีกว่า รู้สึกชีวิตโชคดีมาก เพราะครอบครัวและงานที่ผ่านเข้ามาทำให้เด็กรุ่นใหม่อย่างผมมีโอกาสได้รู้จักและซึมซับเรื่องราวในหลายๆ ด้านของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มากกว่าคนวัยเดียวกัน

เฟม รับบท แก๊ป นักศึกษาหัวหน้าค่ายปลูกป่า

ที่ผ่านมาปรากฎตัวในรายการ ละคร รวมถึงล่าสุด ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติบ่อยๆ?
“ครับ ก่อนหน้านี้เป็นพิธีกรในรายการศาสตร์พระราชา ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ร่วมแสดงในละครพิเศษ เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์ และกล้องของพ่อ”

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้?
“ดีใจ เหมือนเป็นหนังสั้นซึ่งทำถวายพระองค์ท่าน และยังได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ดูฟรี อีกอย่างหนึ่งเหมือนกับเราได้บอกต่อ ได้ส่งต่อเรื่องราวดีๆ ได้ส่งต่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต ซึ่งเราทำออกมาเพื่อให้คนได้รับรู้ถึงสิ่งที่พระองค์ต้องการจะสอนคนไทย สอนให้เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้”

นักแสดงหนุ่มให้สัมภาษณ์ หลังคืนจอเงินในรอบ 8 ปี

ความรู้สึกต่อบทบาทที่ได้รับ?
“ในเรื่องรับบทเป็นแก๊ป ผู้นำ เป็นประธานค่าย ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาที่ตั้งใจไปปลูกป่า กับชาวบ้านที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน คือไม่อยากให้ทำ เพราะกระทบกับอาชีพและการทำมาหากินของเขา ซึ่งผู้ชมจะได้แง่คิดเกี่ยวกับความอดทน การเสียสละ และความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่ดี”

คิดว่าอะไรยากที่สุดในเรื่อง?
“สิ่งแรกที่น่าจะท้าทายเลยคือ ใช้เวลา 4 วันในการถ่ายทำเรื่องนี้ โดยสถานที่คือหมู่บ้านแม่สะป๊อก จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากถ่ายในพื้นที่ห่างไกล ความสะดวกสบายก็ไม่มีสักเท่าไหร่ ซึ่งระหว่างการเดินทางเราก็ได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ หลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการได้ปลูกป่าจริงๆ การให้คำแนะนำในการเดินทาง รวมถึงการแนะนำถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่จริงๆ เราก็ได้รู้และซึมซับไป ถือเป็นโมเมนต์ที่สนุกและได้ประสบการณ์เยอะด้วย”

งานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง ของขวัญ

ระหว่างที่ถ่ายหนังไปด้วย เราได้นึกถึงพระองค์ท่านในมุมไหนบ้าง?
“อย่างแรกเลย ระหว่างทางที่เราเดินทางไปโลเกชั่น เราได้เห็นการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะพื้นดินจะขรุขระ ทางจะลาดชัน แต่เรายังเห็นป้ายโครงการหลวงตลอดเส้นทาง ซึ่งตอนที่เราเห็นป้ายโครงการหลวงแม่สะป๊อก เราแปลกใจ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี ในมุมมองเรารู้สึกเลยว่าไม่ว่าราษฎรจะอยู่ไกลแค่ไหน ทุรกันดารแค่ไหน พระองค์ท่านก็สามารถไปได้ทุกที่ อีกอย่างจากการที่ได้ไปถ่ายทำ เฟมได้รับรู้มาว่าแม้สิ่งที่พระองค์ท่านให้เราไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความรู้ สิ่งที่พัฒนาไปเป็นประโยชน์และสามารถต่อยอดได้จริงๆ ซึ่งหลังจากที่มีโครงการหลวง ชาวบ้านก็มีอาชีพและสร้างรายได้ให้ตัวเองได้ และด้วยความที่เราได้ไปเห็นกับตาตัวเอง เราจึงรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ท่านมากๆ ครับ”

สุดท้าย จากเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจอะไรบ้าง?
“ได้ข้อคิดเกี่ยวกับความอดทนและเสียสละ ตั้งแต่เราจำความได้ เราเปิดดูข่าวในพระราชสำนัก เราจะได้ยินข่าวการทำโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่าน แม้ผมอาจจะเกิดไม่ทันในช่วงที่พระองท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ โดยทราบถึงเรื่องนี้ผ่านการบอกเล่าจากครอบครัวที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก รวมถึงการทำงานที่ทำให้เราได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านในมุมต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางให้ผมอยากที่จะอดทนและเสียสละได้แบบที่พระองค์ท่านทำครับ”

 

แต่งหน้าโทนสุภาพ

How to แต่งหน้าโทนสุภาพสไตล์น้องฉัตร ช่างแต่งหน้าฝีแปรงมหัศจรรย์

ช่วงนี้สาวๆ หลายคนคงหาวิธีแต่งหน้าโทนสุภาพกันอยู่ เพื่อให้เข้ากับชุดไทยจิตรลดาสีดำ หรือชุดเดรสสีดำทรงอื่นๆ ที่ดูสุภาพ และการทำทรงผมเกล้าเก็บที่เรียบร้อยนั้น ใบหน้าก็ต้องดูสุภาพเช่นเดียวกัน จะมาฉูดฉาดปากแดงแรงไปเลยหรือแต่งแนวไฮแฟชั่นคงไม่ได้ แต่ครั้นจะไม่แต่งเลยก็คงไม่ได้เช่นกัน เพราะชีวิตประจำวันต้องพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ฉะนั้นจึงควรแต่งหน้าแบบพอดีๆ ไม่ปล่อยให้หน้าโทรมหรือแต่งเข้มจนเกินงาม

ซึ่ง แพรวดอทคอม ได้หยิบคลิปเทคนิคสอนแต่งหน้าโทนสุภาพสไตล์ น้องฉัตร – ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังอันดับต้นๆ ของไทย หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า ช่างแต่งหน้าฝีแปรงมหัศจรรย์ มาฝากเผื่อเป็นไอเดียให้สาวๆ นำไปลองแต่งตามดูค่ะ (เลื่อนไปด้านล่างมีคลิป How to ค่ะ)

How to : 

  • ลงครีมบำรุงเพื่อสมดุลผิวและผิวไม่มันระหว่างวัน
  • เกลี่ยรองพื้นแบบบางเบา
  • ลงแป้งรันเบอร์ R21 (สำหรับสาวๆ ผิวขาวนะจ๊ะ) สูตรป้องกันแสงสีฟ้าด้วยแปรงแต่งหน้ารัน
  • ใช้หัวแปรงเล็กกับจุดพิเศษหรือจุดที่ต้องการปกปิด เช่น ใต้ตา
  • เลือกเมคอัพโทนสีน้ำตาลสำหรับแต่งหน้าโทนสุภาพ
  • เบลนด์อายแชโดว์ด้วยโทนสีน้ำตาล ถ้าชอบชิมเมอร์ก็เลือกแบบผสมชิมเมอร์สีอ่อนๆ เกลี่ยทับก็ได้
  • ไม่ใส่ขนตาปลอมให้ดูหนาจนเกินงาม แต่ปัดให้งอนเด้งเรียงเส้นสวยก็พอ
  • เขียนคิ้วให้สวยธรรมชาติ ไม่เปลืองเวลา ด้วยบล็อกสติ๊กเกอร์เขียนคิ้ว Browit_by_nongchat เขียนคิ้วเองง่ายๆ เหมือนมีน้องฉัตรมาเขียนให้เลย
  • ทัชอัพด้วยแป้งรันอีกครั้งเพื่อความละมุนของสีเมคอัพ
  • กรีดอายไลเนอร์เส้นเล็กๆ ชิดขอบตาบน
  • ปัดแก้มสีส้มอมน้ำตาลแนว Warm Tone สวยละมุน ให้พวงแก้มระเรื่อ ดูอบอุ่น
  • ทาลิปสติกบนริมฝีปากด้วยสีส้มน้ำตาลตุ่นๆ หรือสีอิฐ จะทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ไม่ดูซีดจนเกินไป

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพจาก IG : nongchat

รอยยิ้มของพ่อ ความอบอุ่นที่ลูกไม่มีวันลืม

คนไทยมักจะคุ้นชินกับภาพในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงงานหนัก เสด็จฯไปตามชนบท ป่าเขาต่างๆ เพื่อพัฒนาพื้นที่นั้นๆ ให้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเรื่องราวระหว่างที่พระองค์เสด็จฯไปตามที่ต่างๆ มักจะมีผู้ติดตามมาเล่าให้ฟังเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เป็นผู้มีพระราชอารมณ์ขัน ที่เต็มไปด้วยพระเมตตา มองโลกในแง่บวก และต้องการลดช่องว่างระหว่างพระองค์กับประชาชน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เล่าว่า ครั้งหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯไปเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ รถวิ่งไปบนทางที่วิ่งแทบไม่ได้ บนก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ ในลำธารที่เต็มไปด้วยก้อนหิน แต่พระองค์ยังมีพระราชอารมณ์ขันและรับสั่งว่า วันนี้แล่นไปทางดิสโก้ เพราะทุกคนที่นั่งในรถเหมือนเต้นดิสโก้ไม่มีผิดเลย 

แม้ว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะทรงมีพระราชอารมณ์ขัน สื่อต่างชาติก็ยังเคยสัมภาษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า ทำไมไม่ค่อยเห็นพระองค์แย้มพระสรวลเลย พระองค์ทอดพระเนตรไปทางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ แล้วรับสั่งว่า นี่ไง รอยยิ้มของเรา ช่างเป็นคำตอบที่กินใจเหลือเกิน แม้ภาพที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แย้มพระสรวลจะเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ แต่ถ้าลองค้นดูแล้ว ก็จะพบว่าพ่อแย้มพระสรวลให้เราเสมอ

วันนี้แพรวดอทคอมจะรวมภาพรอยแย้มพระสรวลของพ่อมาให้ชาวไทยได้ชมกัน เผื่อจะช่วยคลายความเศร้าที่ทุกคนยังคงรู้สึกอยู่ในตอนนี้ได้บ้าง

 

 


 

ภาพ : www.pinterest.com

 

ต้นแบบศิลปิน ป๊อปปี้ รอง 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ – ต้น ธนษิต พาชมนิทรรศการระลึกถึงในหลวง ร.9

ทำงานในแวดวงบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง พิธีกร หรือคนทำงานเบื้องหลัง ถ้าหากถามถึงไอดอลหรือบุคคลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแนวต่างๆ หนึ่งในบุคคลต้นแบบคงต้องมีพระมหากษัตริย์อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านนี้อย่างครอบคลุมแน่นอน 

สำหรับหนึ่งสาวหนึ่งหนุ่ม ป๊อปปี้ – บุญยิสา จันทราราชัย เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2555 พิธีกรรายการ Poppy’s Like ในปัจจุบัน และนักร้องหนุ่มเสียงดีจากบ้าน AF ต้น – ธนษิต จตุรภุช ก็เป็นส่วนหนึ่งของคนทำงานในแวดวงบันเทิง ที่ได้รับรู้เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ล่าสุดทั้งคู่ได้พาไปชม 3 นิทรรศการสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” เพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 และร่วมแสดงความอาลัยพระองค์ท่านในฐานะองค์อัครศิลปิน และพระมหากรุณาธิคุณในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ภายในนิทรรศการมีทั้งภาพแนววิจิตรศิลป์ และภาพแสดงพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศ นอกจากพระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพแล้ว พระองค์ท่านยังทรงเชี่ยวชาญในการล้างฟิล์มอัดขยายภาพขาวดำและภาพสีอีกด้วย ซึ่งทั้งคู่ยังได้ชมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ซึ่งเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นรัชกาล กลางรัชกาล จนถึงปลายรัชกาลผ่านสายพระเนตรของพระองค์ ซึ่งสาวป๊อปปี้ได้เผยว่า เธอในฐานะตัวแทนคนไทยทั้งประเทศรู้สึกปลาบปลื้ม และรู้สึกว่าเป็นบุญที่ได้ชมภาพของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง 

นอกจากนี้อีก 2 นิทรรศการ หนุ่มต้นได้พาไปชม คือ นิทรรศการดิน น้ำ ป่า ฟ้า แรงบันดาลใจจากพ่อ ยังได้ 45 ศิลปินรังสรรค์ 90 ผลงาน ซึ่งเป็นนิทรรศการที่นำเสนอการตีความ เพื่อการศึกษา สืบสาน ส่งมอบพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน เพื่อสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้แก่เด็ก เยาวชน และพสกนิกรชาวไทย

และนิทรรศการพระราชาในดวงใจ ที่จัดแสดงผลงานศิลปกรรมทรงคุณค่าหาชมยากจากฝีมือศิลปินชั้นนำของไทยในหลายยุคสมัย ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นผลงานและของสะสมที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยแฟนๆ ยังสามารถชมบรรยากาศในนิทรรศการนี้ได้ผ่านรายการ Smart News บันเทิง วันที่ 16 – 17 ตุลาคม นี้ เวลา 8.30 น. – 9.00 น. ทาง True4U ช่อง 24 ซึ่งเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น ยิ่งเรียนรู้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดจริงๆ

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ข้อมูลและภาพ: True4U

CustomFit

แค่แตะก็เหมือนมียิมอยู่ในมือ!! ฟิตเนส เฟิรส์ท เปิดตัว CustomFit เวอร์ชั่นล่าสุด เอาใจคนรักการออกกำลังกาย

ฟิตเนส เฟิรส์ท นำโดย มร. มาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ กรรมการบริหาร และคุณอรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแอปพลิเคชั่นสุดล้ำ CustomFit เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมฟังก์ชั่นภาษาไทยและฟีเจอร์สุดล้ำ ที่ผนวกเฮลตี้ไลฟสไตล์และดิจิทัลไลฟสไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ที่มาพร้อมแนวคิด “แค่แตะก็เหมือนมียิมอยู่ในมือ” ที่พร้อมจะทลายทุกขีดจำกัดให้สามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลาได้แบบไร้ข้อจำกัด ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหรืออัพเกรดแอปพลิเคชั่น CustomFit ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ทาง App Store และ Google Play

ฟลุ๊ค-จิระ เปิดใจพาเจ้าสาวชาวลาว แอปเปิ้ล กราบในหลวง รัชกาลที่ ๙ เผยสุดซึ้งต่างชาติแต่หัวใจไทยเหมือนกัน

เปิดปากให้สัมภาษณ์ ฟลุ๊ค-จิระ ครั้งหนึ่งชีวิต! พาว่าที่เจ้าสาวชาวลาว กราบในหลวง รัชกาลที่ ๙ บันทึกความทรงจำเก็บไว้บอกต่อลูกหลานด้วยความภูมิใจ ด้านไฮโซ แอปเปิ้ล สีสะเหงียน โพสต์ซึ้ง จะรักและหวังดีกับเมืองไทยเท่าผืนแผ่นดินแม่

คู่รักสายบุญ

ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ เราได้เห็นภาพถ่ายในชุดแต่งงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อคุ่รักคู่หนึ่งได้แต่งชุดพื้นเมืองไปกราบสักการะในหลวง รัชกาลที่ ๙ ณ บริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยต่อมาได้ทราบว่าทั้งสองคนคือว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวป้ายแดง นักร้อง/นักแสดงชาวไทย  ฟลุ๊ค-จิระ ด่านบวรเกียรติ และ แอปเปิ้ล สีสะเหงียน เซเลบริตี้คนดังจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โดยในภาพนี้สาว แอปเปิ้ล สีสะเหงียน ได้เผยข้อความสุดซึ้งในฐานะคนต่างชาติที่มาอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอย่างลุกซึ้ง โดยกล่าวว่า“อาจจะไม่มีใครรู้ว่าภาพนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเราสองคน ที่อยากจะขอกราบพระองค์ท่านครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นภาพที่เปิ้ลและพี่ฟลุคจะใส่กรอบและแขวนไว้ที่บ้านว่าเราคือ คนในรัชกาลที่ ๙ ก่อนแต่งงานเราไปกราบในหลวง ร.๙ และได้เก็บภาพที่ระลึกที่จะไม่มีอีกแล้วในชีวิตนี้ ในความรู้สึกสำหรับเปิ้ลภาพนี้มีความหมายมากๆ ท่านทรงเมตตาและอบอุ่นต้อนรับคนลาวตัวเล็กๆคนนี้ไว้เป็นสะใภ้แต่งเข้าบ้านใหญ่หลังนี้ ต่อจากนี้กำลังจะแต่งงานแล้ว เปิ้ลก็ต้องอยู่ในแผ่นดินของพระองค์ท่าน จะรักและหวังดีกับแผ่นดินไทยนี้ให้เท่าเทียมกันกับแผ่นดินลาวที่เปิ้ลเกิดมา จะนำคำสอนของพระองค์เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตคู่ ขอกราบแนบแผ่นดินของพระองค์ ฝากตัวเป็นลูกท่าน ด้วยความเคารพ ขอบคุณพี่ฟลุคที่ทำให้เปิ้ลได้รู้จักในหลวง ร.๙ ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวของพระองค์ท่านให้ฟังมาตลอด ขอบคุณที่ถ่ายทอดความรู้สึกยิ่งใหญ่นี้ให้เปิ้ล เราสองคนจะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ต่อไปให้ลูกของเราทั้งสองคน พระองค์จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป”

ฟลุ๊ค – แอปเปิ้ล

ขณะที่หนุ่ม ฟลุ๊ค ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวขณะไปร่วมงานแจกบทสวดมนต์ที่โรงพยาบาลศิริราชฯโดยกล่าวว่า “จริงๆอย่าไปเรียกว่าภาพพรีเวดดิ้งเลยครับจริงๆเราตั้งใจวันนั้นอยากให้แฟนของผมแต่งชุดลาวเต็มยศเพื่อแสดงความเคารพสูงสุดของพ่อหลวงของเราก็เลยตั้งใจที่จะไปถ่ายภาพนั้นเป็นที่ระลึกอยากใส่กรอบเอาไว้ที่บ้าน ในอนาคตลูกเราได้เห็นจะได้ภูมิใจว่าเราเป็นคนในรัชกาลที่๙ สามารถไปบอกกับรุ่นลูกรุ่นหลานได้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง”

พรีเวดดิ้่งเจ้าบ่าวไทย-เจ้าสาวลาว

นอกจากนี้นักแสดงหนุ่มยังได้โพสต์เพิ่มเติมโดยกล่าวว่า “ภาพนี้เป็นภาพที่เราสองคนตั้งใจที่จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีความเมตตากับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนก็ตาม ผมกำลังจะแต่งงานกับแอปเปิ้ล ผมได้พาว่าที่ภรรยาของผมไปกราบพระองค์หน้าวังด้วยชุดประจำชาติลาวตามแบบประเพณีดั้งเดิม ผมอยากให้แอปเปิ้ลรัก และรู้สึกแบบเดียวกับประชาชนคนไทยทุกคน เราอาจจะมีสิ่งที่ชอบแตกต่างกัน แต่เรามีคนที่เรารักและเคารพคนเดียวกันครับ แม้ว่าวันนี้จะไม่มีพระองค์ท่านอีกแล้ว แต่คำสอนของพระองค์จะคงอยู่ติดตัวพวกเราทั้งสองไปยังชั่วลูกชั่วหลานต่อไปตราบนานเท่านาน . วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐”

อย่างไรก็ตามทั้งคู่เตรียมจัดพิธีแต่งงานที่ประเทศไทยในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖o ซึ่งจะเป็นธีม ๓ ประเทศคือ ไทย-จีน-ลาว ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ