งานแต่งแบบเทพนิยายกับฉากหลังพระราชวังแวร์ซายส์ของคุณแอน & คุณเกซ @ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

คุณแอน-ไปรยารัฏฐ์ และคุณเกซ-จิรพลวัสส์ คือคู่รักที่มีเรื่องราวความรักยาวนานกว่า 12 ปี “แอนเป็นผู้หญิงที่มีลุคเป็นสาวเปรี้ยวดูโฉบเฉี่ยว แต่จริงๆ แล้วเป็นสาวหวานและเรียบร้อยมากๆ” คุณเกซเล่าถึงความประทับใจในตัวคุณ
แอนที่ทำให้ขอคุณแอนเป็นแฟน “ส่วนแอนประทับใจพี่เกซที่เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นที่ปรึกษาให้กับแอนได้ทุกเรื่อง คบกับเขาแล้วเราอุ่นใจเราจะสามารถฝากชีวิตไว้กับเขาได้” คุณแอนกล่าวถึงความประทับใจในตัวเจ้าบ่าวด้วยรอยยิ้ม

โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

เมื่อทั้งสองได้ฤกษ์วันสำคัญจึงเริ่มวางแผนดูสถานที่จัดงาน และลงเอยที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ด้วยความที่ทั้งคุณแอนและคุณเกซทำางานที่กรุงเทพฯ จึงตัดสินใจจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์เพื่อเข้ามาดูแลการวางแผนงานแต่งงานทั้งหมดเพื่อความสะดวกของเจ้าบ่าวเจ้าสาว คุณแอนเล่าว่าโจทย์ที่ให้กับทางเหล่าเวดดิ้งแพลนเนอร์ไปพัฒนาเป็นไอเดีย คืองานแต่งงานแบบเทพนิยายโดยมีฉากหลังคือพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส ทว่าท่ามกลางเวดดิ้งแพลน
เนอร์หลายเจ้าที่ได้คุยกันทั้งสองยังคงหาสไตล์ที่ถูกใจไม่เจอ จนมาพบกับคุณต้น เศกสกล จาก Seaksakol Wedding Planner ซึ่งหลังจากการคุยไอเดียในครั้งแรก คุณเศกสกลก็สามารถครีเอทออกมาเป็นคอนเซ็ปต์และธีมงานที่ถูกใจทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวและยังดึงความเป็นตัวตนของทั้งคู่ออกมาได้อย่างลงตัว

ช้อตสำคัญของงานคือการลอดซุ้มกระบี่ของคู่บ่าวสาวเพื่อเป็นการต้อนรับเจ้าสาวเข้าสู่ครอบครัวทหารอากาศ ช่างภาพสามารถจับโมเม้นต์ ณ ขณะที่เจ้าบ่าวมองเจ้าสาวด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักเหนือเกินคำพูด เป็นภาพที่บ่งบอกว่า 12 ปีของทั้งคุณเกซและคุณแอนนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นต่อจากนี้

The Details : Beautiful Fairytale

Venue : โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว
Wedding Planner : บริษัท เศกสกล 1982 จำกัด (โทร. 08-5713-7813)
Wedding Dress & Suit : Debutante (ไอจี : @debutante_bkk)
Makeup & Hair : คุณอิงค์ (ไอจี : @inkpinkbrush)
Photo : Vokeng Photographer (โทร.08-6656-0409)
คมกฤษณ์ สวนใคร้ (โทร.09-0325-5995)

วทานิกา

ประชันความแซ่บ! ซินดี้-เจนี่-ญาญ่า เผยออร่าเซ็กซี่ในแฟชั่นโชว์ ‘วทานิกา’ ส่งความร้อนแรงไปทั่วรันเวย์

วทานิกา คัมแบ็กอีกแล้วววว กลับมากี่ครั้งก็ยังคงความสวยเริ่ด เต็มไปด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและเป็นที่จับตามอง โดยครั้งนี้วทานิกาเปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ สปริง/ซัมเมอร์ 2018 ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2018 (BIFW 2018) ก็สร้างความฮือฮาด้วยโชว์ที่แสนจะเพลิดเพลินรับหน้าร้อน รันเวย์ถูกแปลงโฉมให้เป็นซานโตรินี ประเทศกรีซ เสียงคลื่น เสียงเพลงที่ประกอบในการเดินแบบ ทำให้กลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลลอยฟุ้งขึ้นมาเลย แถมงานนี้ยังได้นางแบบและนักแสดงตัวแม่มาสับขาเดินแบบให้อีกด้วย ทั้งซูเปอร์โมเดล ซินดี้ สิรินยา ตัวแม่สุดแซ่บ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และนางเอกสาวสวย ญาญ่า อุรัสยา

ซึ่งคอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2018 นี้ได้แรงบันดาลใจมากจากท่วงท่าของหญิงสาว อันแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่แอบซ่อนอยู่ พลังที่ส่งออกมาภายใต้ความเย้ายวนชวนมองนั้น มีความหมายมากกว่าแค่การเคลื่อนไหว แต่เป็นความพิเศษที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ความโดดเด่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพลิ้วไหว ได้ถูกนำมาสร้างเป็นความแปลกใหม่ในคอลเล็คชั่นนี้ ด้วยการผสมผสานวัสดุที่มีความคลาสสิกกับวัสดุที่มีความทันสมัย จนเกิดเป็นซิลูเอตใหม่ที่ตอกย้ำความอ่อนหวาน แต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับผู้หญิงในแบบของ VATANIKA

อย่างเช่น Geometric Mesh พู่ไหมสั่งทอพิเศษ ผ้าลูกไม้ชั้นสูงและผ้าไหมซาติน เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้คำนิยามกับคำว่า Ready to Wear ที่มีความหรูหรา ทันสมัยและสนุกมากขึ้นด้วยเทคนิคการจับเดรปจากช่างฝีมือชั้นสูง ผ่านผ้าลูกไม้สุดหรูมาขึ้นโครงจับเดรปเป็นกางเกงขาสั้นพอดีเข่าหรือกระโปรงสั้นสุดเปรี้ยว รวมทั้งนำซิกเนเจอร์พีซมาเพิ่มลูกเล่นปรับโครงสร้างดีไซน์ด้วยการใช้วัสดุ Geometric Mesh ผสมกับผ้าไหมซาติน

นอกจากนี้ยังนำเสนอแม็กซี่เดรสด้วยโครงเสื้อแบบ Hoodie กลายเป็น Hooded Maxi Dress ของยุค 2018 แต่ที่ต้อนรับฤดูร้อนนี้ได้ฮ็อตที่สุดคงเป็นชุดว่ายน้ำคัตติ้งสุดเซ็กซี่ นำผ้า Neoprene มาแต่งด้วยซิปปรับระดับได้และประดับลูกไม้ชั้นดี อ่อนหวานแต่แข็งแกร่งผ่านสีดำ สีขาว สีเงินเมทาลิคและสีแดงลายทางที่เป็นสีหลักในคอลเล็คชั่นนี้

 

 

วทานิกา คอลเล็คชั่นใหม่ สปริง/ซัมเมอร์ 2018

 

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

วทานิกา

 


ภาพ : แพรวดอทคอม

 

‘ปากหวานมากถึงมากที่สุด พูดกับใครคนนั้นแทบละลาย’ ดูดวงรายวัน 24 มีนาคม 2561

ดูดวงรายวัน ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันนี้ท่านจะถูกผู้ใหญ่ทาบทาบไปทำงานของครอบครัว ที่เกี่ยวกับการรีโนเวทบ้านและอาคาร หรืองานช่าง เป็นงานเพื่อส่วนรวม ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสังคมในอนาคต

การเงิน :  ทำงานเพื่ออุดมคติ เพราะฉะนั้นจึงอาจมีอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น

ความรัก : วันนี้ท่านอยู่ด้วยกันแบบรักในอุดมคติ ถูกใจกันก็จูงมือไปอยู่ด้วยกันเลยจนไม่ทันได้ศึกษานิสัยใจคอกันให้ลึกซึ้ง จึงมีเหตุให้ไม่เข้าใจกันบ่อยๆ  คนโสด ท่านได้เจอคนที่อ่อนวัยกว่า ที่มีจิตใจดีซึ่งท่านก็จูงมือมาอยู่ด้วยเลย ระวังความผิดหวังไว้บ้างนะคะ

สุขภาพ :  พกยาอม ยาดม ยาหม่องไปด้วย เพราะอาจมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ความสามารถด้านการเจรจาสื่อสารก็ยังอยู่กับท่าน แต่วันนี้จะหนักไปในการเดินทางติดต่อประสานงานตามสถานที่ต่างๆ ระวังความเชื่อมั่นในตัวเองจะทำให้ท่านดื้อ ไม่ฟังใคร

การเงิน  : กล้าได้กล้าเสียจนน่ากลัว ทุ่มเงินก่อนแล้วค่อยศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง หากได้กำไรก็ได้เท่าตัว แต่หากเสียก็หมดตัว

ความรัก : วันนี้ท่านระวังเรื่องคำพูด อาจพูดจาจู้จี้จุกจิกเกินไป และคิดถึงแต่ความถูกต้องของตัวเอง แต่ไม่คิดถึงเหตุผลระหว่างกัน คนโสด เจ้าชู้นะคะ ปากหวานมากถึงมากที่สุด พูดกับใครคนนั้นแทบละลาย

สุขภาพ : อาจมีปัญหาเรื่องทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ จนถึงระบบย่อยอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  ระวังทิฐิมานะและความเชื่อมั่นที่สูงสุดขีดของท่าน จะทำให้เพื่อนร่วมงานแอบแทงข้างหลัง หรือกำลังเลื่อยขาเก้าอี้ท่านอยู่ ซึ่งท่านก็หนีไปไหนไม่ได้ด้วย เพราะเหมือนถูกภาระอะไรสักอย่างผูกมัดไว้ มีทางเดียวคือลดๆ ความเป็นตัวเองลงบ้างจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข

การเงิน :  มีปัญหาเรื่องหนี้สินที่ทำให้ท่านไม่สบายตัว

ความรัก :  วันนี้อาจมีปัญหาเรื่องมือที่สามเข้ามาวุ่นวายในครอบครัว ซึ่งแต่ละคนก็ไปไหนไม่ได้ด้วย เพราะมีสัญญาผูกมัดต่อกันไว้ คนโสด โรแมนติก พิถีพิถันในการเลือกมากจนเลือกผิดไปนิด ไปชอบคนที่เขามีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ  :  ระวังของมีคมทุกประเภท

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาผลงาน ความดีความชอบ อาจเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงยามราตรี ซึ่งท่านก็สามารถเอาชนะคู่แข่งมาได้อย่างงดงาม

การเงิน :  ร้อนเงิน ต้องเร่งหารายได้ทุกวิถีทาง จนอาจไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้องโดยไม่รู้ตัว อ้อ วันนี้ไม่มีลาภลอยหรือดวงทางเสี่ยงโชคนะคะ

ความรัก  : วันนี้ท่านมีความเป็นผู้นำสูงจึงอยากให้คู่ยอมตามใจท่านทุกอย่าง แล้วอยากได้อะไรก็ว่ามาท่านยอมให้ทุกอย่างเช่นกัน คนโสด วันเสาร์ไปปาร์ตี้ที่ไหน ระวังตัวระวังใจนิดนะคะ

สุขภาพ :   ระวังตัวหน่อยนะคะ อาจได้รับบาดเจ็บจากของมีคมและไฟ อยู่ห่างๆ ไว้เป็นดี

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  เก็บปากเก็บคำพูดไว้หน่อยก็ดีนะคะ เพราะท่านจะเกิดความขัดแย้งไปทุกภาคส่วน เตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเข้ามาจากทุกด้านด้วยความสงบ ต่อให้สู้ วันนี้ก็ไม่ชนะค่ะ

การเงิน :  ท่านกำลังเจรจาปัญหาเรื่องหนี้สิน ซึ่งวันนี้ไม่เป็นผลค่ะ

ความรัก  :  วันนี้ท่านคุยอะไรกันก็มีปัญหาตลอดเวย์ อยู่ห่างๆ กันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ คนโสด ท่านสับสน ลังเล ตัดสินใจไม่ได้ ก็ปล่อยไป เพราะดูแล้วมีแต่ขัดแย้งกัน

สุขภาพ :  อย่าเครียดนะคะ ระวังไมเกรนถามหา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นสร้างสรรค์งานใหม่ในเวลาอันใกล้นี้ โดยมีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้สติปัญญา และความจำ กับต้องพลิกแพลงและใช้กลยุทธ์ต่างๆ จนไปถึงเซ้นส์

การเงิน :  ช่วงแรกต้องใช้เงินไปในการทำงาน ซึ่งจะค่อยๆ เก็บกินได้ระยะยาว ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการกิน ดื่ม เที่ยว รวมถึงการเสี่ยงโชค

ความรัก :  ต่างคนต่างก็มีโลกส่วนตัวสูงเข้าถึงได้ยาก วันเสาร์แล้วไปเที่ยวกันดีกว่า ละลายช่องว่างเหล่านั้น คนโสด ยังศึกษากันอยู่ อีกนานกว่าท่านจะตัดสินใจเลือกใครสักคน

สุขภาพ :  ส่วนมากไม่ค่อยป่วย แต่ควรระวังอวัยวะตั้งแต่สะโพกลงไปจนถึงต้นขา อาจบาดเจ็บจากการเดินทาง การยืน และเดินเป็นเวลานาน                                                                                                 

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านกำลังอยู่ในภาวะที่จะต้องตัดสินใจก่อนที่จะลงมือกระทำอะไรบางอย่าง เพราะท่านพยายามเรียกร้องขอความเห็นใจแล้ว ไม่ได้รับการตอบรับ ขอให้ใช้วิธีสายกลางนะคะ

การเงิน :  ระวังจะสูญเงินไปกับความใจอ่อนของตัวเอง ในเรื่องที่เกี่ยวกับการเดินทาง เข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ

ความรัก :  วันนี้ชีวิตรักอาจมาถึงจุดที่เบื่อหน่ายซึ่งกันและกัน ก็ลองไปเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวกันบ้าง หรือหากเป็นธรรมะสายแข็งก็ชวนกันไปปฏิบัติธรรม วันนี้วันพระด้วย คนโสด วันนี้ทำใจหน่อยค่ะว่า คนที่ท่านเล็งๆ อยู่ไม่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ : วันนี้วันพระหาโอกาสไปวัด สวดมนต์ ใจจะได้สงบขึ้นค่ะ ไม่ต้องเครียด

มาถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา ตามรอยแม่หญิงการะเกดกันเถอะจ่ะ ออเจ้าจ๋า

มาถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา ตามรอยแม่หญิงการะเกดกันเถอะจ่ะ ออเจ้าจ๋า … ด้วยกระแสละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่กำลังดังเปรี้ยงปร้างอยู่ในขณะนี้ มั่นใจเลยว่าบ่าวสาวหลายคู่อยากจะมีภาพสวยๆ ประหนึ่งตนเองเป็นแม่หญิงการะเกดกับคุณพี่หมื่นที่อยุธยาแน่นอน แพรว Wedding เลยขอนำภาพตัวอย่างของคู่บ่าวสาวที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาให้ชมกัน โดยเป็นภาพที่ถ่ายกับวัดและโบราณสถานที่ให้ภาพออกมาสวยงามเป็นที่น่าประทับใจ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นที่นิยมของคู่รักในการเดินทางไปถ่ายภาพก็อาจด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักประมาณ 50 กิโลเมตร และเดินทางได้ง่ายไม่ว่าจะขับรถส่วนตัวหรือรถสาธารณะก็ได้ทั้งนั้นแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่เดี๋ยวก่อนงานนี้ไม่ใช่ว่าไปถึงแล้วจะตั้งกล้องแล้วถ่ายกันได้เลยนะ เพราะการถ่ายพรีเวดดิ้งตามสถานที่โบราณสถานนั้นต้องทำหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่กันก่อนนะจ๊ะ

ซึ่งการถ่ายภาพในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น ต้องเข้าไปกรอกเอกสารขออนุญาติถ่ายภาพก่อน โดยสามารถติดต่อไปยังบริเวณวัดที่เราจะเข้าไปถ่ายได้ สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยก็คือ สำเนาบัตรประชาชนของคู่บ่าวสาว บัตรประจำตัวช่างภาพ ซึ่งอาจจะเป็นนามบัตรหรือที่อยู่ติดต่อก็ได้ค่ะ และควรยื่นเอกสารอย่างน้อย 3-5 วันก่อนเข้าถ่าย ดังนั้นจะเดินดุ่มๆ แล้วไปตั้งกองถ่ายภาพภายในนั้นไม่ได้นะจ๊ะ และในการถ่ายทำแต่ละครั้ง เมื่อทางเจ้าหน้าที่เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทางคู่บ่าวสาวจะต้องจ่ายเงินค่าบำรุงรักษาในราคา 1,000 บาท นอกจากนี้ในแต่ละกองถ่ายภาพพรีเวดดิ้งจะมีวิทยากรคอยแนะนำถึงข้อควรปฎิบัติ และเขตพื้นที่หวงห้ามซึ่งจะต้องมีวิทยากรคอยพาไปทุกครั้ง ถ้าเข้าไปเองแบบไม่มีวิทยากร ครั้งหน้าจะไม่สามารถเข้าไปถ่ายได้นะคะ (ผลเสียอาจจะตกไปอยู่ที่ช่างภาพท่านอื่นๆ!) นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องปฎิบัติคือ วางตัวให้มีมารยาท ไม่ถ่ายภาพหรือแสดงกิริยาที่เกินงาม เพราะเป็นสถานที่อนุรักษ์และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยอีกด้วย

ตามที่เราบอกไปข้างต้น อาจจะดูมีกฎระเบียบมากสักนิด แต่คู่บ่าวสาวก็ควรปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะคะ หรือถ้าจะให้ดีลองมองหาช่างภาพเวดดิ้งที่เป็นคนในท้องถิ่นดูก็ได้ เพื่อที่ช่างภาพจะได้ให้แนะนำและการปฎิบัติตัวให้กับบ่าวสาวได้อย่างถูกต้อง และช่วงนี้กระแสแม่นายการะเกดกำลังมา หลายๆ คนก็กำลังแห่กันใส่ชุดไทยไปถ่ายรูป ซึ่งก็ถือเป็นจังหวะที่ดีของคู่บ่าวสาวนะคะ เพราะจะได้ไม่ต้องใส่ชุดไทยยืนเด่นกันอยู่แค่สองคน แต่ข้อเสียก็จะอาจจะไปตกอยู่ที่ช่างภาพ ที่ต้องคอยหลบหลีกมุมไม่ให้ติดฝูงชนกันเอาเองเนอะ

ว่าแล้วก็มาชมภาพตัวอย่างกันเลย

พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา

ขอบคุณภาพจาก :  Clubart Studio

พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยา พรีเวดดิ้ง จ.อยุธยาขอบคุณภาพจาก : เอกอัมริน Sweet house Wedding Studio

เห็นภาพสวยๆ ไปแล้วก็อย่าลืมรีบวางแผนติดต่อสถานที่ หาช่างภาพที่ถูกใจ แล้วออกไปถ่ายรูปกันเถอะจ่ะออเจ้าจ๋า เพราะกระแสกำลังมาแรง ถ้าไม่มีรูปสวยๆ จะไม่เจ๋งนะเจ้าคะคุณพี่

Read More : สวนน้ำและสวนสนุกสุดฟัน ถ่ายพรีเวดดิ้ง ให้ปังในราคาไม่ถึงหมื่น

เปิดประสบการณ์ความอร่อยกว่า 50 ร้านดัง ในเทศกาลอาหารที่สุดแห่งปี

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี! SINGHA FOOD FESTIVAL2 หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับ“สิงห์ ฟู้ด เฟส” ครั้งแรกในช่วงปลายปีที่แล้ว กลับมาครั้งนี้สิงห์เดินหน้าต่อ จัดเต็มความอร่อย รวบรวมร้านอาหารยอดนิยมทั่วประเทศกว่า 50 ร้าน ให้เหล่าสาวกสิงห์ได้สัมผัสกับรสชาติที่เหนือกว่ากับเฟสติวัลอาหารสุดอินเทรนด์

เพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีแนวหน้าของเมืองไทย PALMY, STAMP, THE PARKINSON, P.O.P , TATTO COLOUR และ MILD พร้อมเหล่าดีเจจาก Kolour ร่วมสร้างสีสันความสนุกสุดมัน พร้อมกิจกรรมและเซอร์ไพรส์ในงานอีกมากมาย

ในงานนี้มีเซเลบริตี้และคนดังจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ตั้งแต่วันที่ 23-25 มีนาคมนี้ ที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปพบกับร้านอาหารอินเทรนด์ สุดฮอตทั่วกรุงเทพมากมายกว่า 50 ร้าน แบ่งเป็น 3โซนด้วยกัน

เริ่มต้นด้วยโซนแรกกับร้านดังใน ตำนาน Food Legend อาทิ โอวกี่ หมูสะเต๊ะ, เป็ดย่าง ตงเพ้ง, กุยช่าย ตลาดพลู, ข้าวขาหมูตรอกซุง, ก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ, ตี๋ใหญ่หอยทอด

มาต่อที่โซนที่สองกับ ร้านอาหารดังออนไลน์ Food Idol อย่าง Potate, หมูกรอบอากง, ร้านเจ๊โป๊ะ, เรื่องของมัน, กุ้งอบเศรษฐี, นานาหอยครก, Bloc 26 Takoyaki, พอฎีเรซิพี, CREPE PHORN, SUGAR’s Burger by Sugartal café, Hotto Bun, ต้องตา ปูดอง, ผัดไทยอร่อยจริง, Chimp Tim, Kinza Gyoza, ปังเด็ด, กล้วยกล้วย, VIP ส้มตำ Club, JJANG, ข้าวต้มแห้งเฮียหนวด, Spaghetti Hose 789, ฉอเล้ง หมี่กระเฉด

ต่อด้วยโซนที่สาม ร้านน้องใหม่มา แรง Food Debut อย่าง เขียวไข่กา, Caramel Aholic, ม่าหยองชีส, หมาล่า, Shizen Thailand food, ครัวซองต์ไส้ไหล, Artwin เกี๊ยวเรนโบว์ชีส, บางกรอก, The Conando by นัน สุนันทา, Fattory by เชฟเซฟ, มะม่วงเบาหญิงแพน, ตู้กับข้าวคุณแม่ by ทอม, แม่มาพาชิม ทะเลเผา, K & A Steak House, BK SALSA & NACHOS BY BOYPIYA, Life and Kuisine, ผู้ชายขายไข่ by คุณเบย์ และ ไก่ในหิน รับรองว่างานนี้ฟู้ดเลิฟเวอร์อิ่มฟินกลับบ้านไปตามๆกันอย่างแน่นอน

จ้อย เอ็งว่ากระไรนะ ! ไอ้เหลืองไก่คู่กายตายแล้วรึ

ดับก่อนดัง ไอ้เหลือง ไก่คู่กายของ จ้อย เด้ดสะมอเร่ ที่ใต้ถุนเรือนพี่หมื่น หลังถูกตัวเงินตัวทองกิน

กระแสละครบุพเพสันนิวาสฟีเวอร์ ไม่ได้ทำให้พระเอก..และ นางเอก โด่งดังอย่างสุดขีดเท่านั้น แต่ความฮ็อตยังเผื่อแผ่ไปถึงนักแสดงสมทบ,นักแสดงประกอบ รวมไปถึง ไอ้เหลือง ไก่คู่กายของ จ้อย บ่าวของพี่หมื่น รับบทโดย โมสต์- วิศรุต หิมรัตน์

โดยโมสต์- วิศรุต โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว แต่กลับไม่มีใครจำเขาได้ จนมาเล่นละครเรื่องบุพเพสันนิวาสเขาก็ดังเป็นพลุแตก แต่ในขณะที่ โป๊ป จับคู่กับ เบลล่า,ปั้นจั่น กับ มะปราง,หลุยส์ กับ ซูซี่” แต่ โมสต์ ถูกจับคู่จับ ไก่ ไม่ใช่แค่แตกต่างแต่ยังขโมยซีนสุดๆ

โมสต์- วิศรุต หิมรัตน์

นักแสดงหนุ่มเปิดเผยว่ารู้สึกดีใจมากๆกับกระแสตอบรับที่ล้นหลาม ขนาดไก่ยังดังไปด้วย ที่ผ่านมาก็เห็นคนนำภาพมาตัดต่อเยอะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะรู้ตัวหรือยังว่ามันดังขนาดนี้
ทั้งนี้ดาราหนุ่มยังเปิดเผยอีกว่าจริง ๆ แล้วละครเรื่องนี้ใช้ไก่ไปเยอะมาก เปลี่ยนไปหลายตัวเลย เพราะทีมงานเอาไก่ไว้ที่ใต้เรือนหมื่นสุนทรเทวา แต่ถูกตัวเงินตัวทองที่อยู่ละแวกนั้นขึ้นมากิน พอกินไปทีมงานก็ต้องหามาเปลี่ยนใหม่เลยทำให้ไม่ค่อยคุ้นเคย แต่ก็โชคดีที่ได้พี่ๆนักแสดงรอบข้างมาช่วย

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าหลายคนสงสัยทำไมต้องถือไก่ไปไหนมาไหนด้วย หนุ่ม โมสต์ เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนเจ้านายต้องมีไก่เอาไว้ประดับบารมี และเวลาไปไหนก็เอามาตีกันเป็นธรรมเนียมของคนสมัยก่อนนั่นเอง

ข้าวแช่ชาววัง

ชวนชิมดับร้อน ข้าวแช่ชาววัง เมนูไทยสุดคลาสสิก พิกัดใกล้ BTS พร้อมพงษ์

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ผสมกับช่วงนี้กระแสนิยมความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น ละคร ชุดไทย สถานที่ท่องเที่ยวอิงประวัติศาสตร์ไทย ฯลฯ กลับมาได้รับความสนใจมากอีกครั้ง วันนี้ แพรวดอทคอม เลยจะขออิงกระแสพาแฟนๆ เดินทางไปชิม “ข้าวแช่ชาววัง” เมนูไทยสุดคลาสสิก เพื่อดับกระหายคลายร้อน รวมถึงสูดกลิ่นมะลิ เครื่องอาหารไทยกัน 

เช้านี้แพรวดอทคอมเดินทางไปลง BTS พร้อมพงษ์ เพื่อไปเยือนห้องอาหารสยาม ที รูม ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซึ่งโรงแรมนี้ถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นโรงแรมแมริออท มาร์คีส์แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ในส่วนของห้องพัก ห้องสวีท สถานที่จัดเลี้ยง ห้องประชุมสัมมนา พื้นที่ใช้สอยกลางแจง สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ห้องอาหารที่มีความหลากหลายที่เรากำลังจะไปชิม ข้าวแช่ชาววัง กันตอนนี้ก็ล้วนมีความหรูหรา อำนวยไปด้วยความสะดวกเต็มพื้นที่เลย ซึ่งต้องบอกว่า ชาวต่างชาติมาพักเยอะมาก…ก

ข้าวแช่ชาววัง
มีสาวไทยแต่งชุดไทยรอต้อนรับบริเวณห้องอาหารสยาม ที รูม ด้วยนะ บรรยากาศอิ่มเอมความเป็นไทยมาก…ก
ข้าวแช่ชาววัง
สำรับข้าวแช่ชาววังเตรียมพร้อม

ส่วนห้องอาหารสยาม ที รูม ที่มีเซตข้าวแช่ชาววังรอเราอยู่นั้น ได้ผสมผสานระหว่างความเลิศรสของสไตล์อาหารไทยและอาหารตะวันตกเอาไว้ แต่ละพื้นที่ในห้องอาหารนี้จึงมีการแบ่งเป็นโซนขนมอบ (Pastry) สดใหม่ อาหารไทยต้นตำรับ และมีบริการชายามบ่าย ซึ่งได้ใบชาชั้นดีจากแหล่งผลิตชาที่ขึ้นชื่อจากบนเทือกเขาตอนเหนือของประเทศไทยเรานั่นเอง

ข้าวแช่ชาววัง
เชฟอ้น-อนุกูล พูลพิพัฒน์

ดับกระหายคลายร้อนกับเมนู ข้าวแช่ชาววัง หรือ ข้าวแช่เสวย

สำหรับเมนูที่เหมาะกับช่วงหน้าร้อนอย่าง “ข้าวแช่ชาววัง” หรือ “ข้าวแช่เสวย” ที่เราเลือกมาทานที่นี่ เป็นสูตรลับที่สืบทอดมาจากครอบครัวของเชฟชื่อดัง เชฟอ้น-อนุกูล พูลพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญตำรับอาหารไทย เคี่ยวกรำการครัวมาตั้งแต่เล็กด้วยอยู่ในครอบครัวที่รักในการทำอาหารไทยทั้งคาวหวานมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย โดยเชฟอ้อนได้นำข้าวแช่ชาววังสูตรต้นตำรับชาวมอญ ที่นิยมทานในรั้วในวังมาปรุงอย่างพิถีพิถันให้เราได้ทาน (แต่ต้องบอกก่อนนะว่า ที่นี่จะมีให้ทานเฉพาะมื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.00-16.30 น. ตลอดเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2561 นี้เท่านั้น)

ข้าวแช่ชาววัง
หน้าตาน่ากินไหมจ๊ะ
ข้าวแช่ชาววัง
ข้าวมีสองสี น่ากินและน่าถ่ายรูปมากๆ
ข้าวแช่ชาววัง
ส่วนของข้าวจะมีความนิ่มที่พอดี เมื่อทานเข้ากับน้ำและเครื่องเคียงจะกลมกล่อม ไม่ขาดไม่เกิน เชฟอ้นบอกว่า เขาใส่ใจกับเรื่องข้าวมากๆ

กินแล้วก็ต้องรู้ประวัติไปด้วย ข้าวแช่ เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ โดยแต่เดิมนั้นชาวมอญจะทำข้าวแช่ในช่วงสงกรานต์ เพื่อบวงสรวงเทวดาและถวายพระในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ต่อมาชาววังได้รับวัฒนธรรมการกินแบบชาวมอญและมีการปรุงแต่งให้วิจิตรบรรจงยิ่งขึ้น ในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเผยแพร่สูตรลับ “ข้าวแช่ชาววัง” หรือ “ข้าวแช่เสวย” ทำให้เป็นที่นิยมในช่วงรัชสมัยนั้น และยังคงรักษาเอกลักษณ์วิถีข้าวแช่จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการหุงข้าวด้วยกรรมวิธีพิเศษ อีกทั้งน้ำลอยดอกไม้และการอบควันเทียน รับประทานกับเครื่องเคียงรสโอชา เช่น

ข้าวแช่ชาววัง
ทานเล่นเติมความสดชื่นก่อนประเดิมข้าวแช่ 
ข้าวแช่ชาววัง
เครื่องเคียงทั้งหลาย

“ลูกกะปิ” ที่โขลกกะปิผสมเนื้อปลาย่าง ตะไคร้ กระชาย หัวหอม กะทิ ปั้นเป็นก้อนพอคำชุบไข่กับแป้งทอดให้เหลือง “หอมแดงยัดไส้” เป็นหอมแดงที่สอดไส้ไก่ผัดกับเครื่องหอม ก่อนนำมาชุบไข่และแป้งลงทอด “พริกหยวกสอดไส้” นำพริกหยวกมาคว้านเมล็ดยัดไส้หมูสับปรุงรสแล้วนำไปนึ่ง ก่อนห่อด้วยไข่ตาข่ายดูหรูหรา “เนื้อฝอย หมูฝอย” เนื้อต้มสุกฉีกเป็นเส้นผัดให้กรอบคลุกเคล้าน้ำตาลมะพร้าว รวมไปถึง หัวไชโป๊วผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน และผักสด ผลไม้สด อีกด้วย

ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง ข้าวแช่ชาววัง

ข้าวแช่ชาววัง

และวิธีรับประทานที่ถูกต้อง จะไม่ตักเครื่องเคียงใส่ลงไปในชาม เพื่อไม่ให้ข้าวแช่ขุ่นหรือเป็นมัน แต่จะตักเครื่องเคียงเข้าปากและตามด้วยข้าว ทานสะอาดหมดจดตั้งแต่เริ่มยันจบ ตามด้วยผักแกล้มเสริมรสชาติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ส่วนใครที่สนใจอยากมาทานข้าวแช่ชาววัง สูตรลับของเชฟอ้อนที่ห้องอาหารสยาม ที รูม (Siam Tea Room) นี้ ในส่วนของราคานั้น ราคาชุดละ 480++ บาท หรือสั่งกลับบ้านในราคาชุดละ 555++ บาท นะจ๊ะ

ข้าวแช่ชาววัง
ส่วนตัวชอบกิมมิกที่มีดอกมะลิเข้ามา …กลิ่นหอม คลายร้อน เหมาะดีนะ
ข้าวแช่ชาววัง
เซตต่อคนหน้าตาจะประมาณนี้นะจ๊ะ ใครอยากดับร้อนช่วงนี้ จัดเลยจ้า..!

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: จักรพงษ์ นุตาลัย

ISSUE

จากกรุงศรีอยุธยาสู่บางกอก ‘แม่มะลิ พี่แย้ม’ จัดเต็มนั่งฟร้อนโรว์ชมแฟชั่นโชว์ ISSUE 2018

ถึงแม้ในละครบุพเพสันนิวาสจะไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกัน แต่นอกจอแม่มะลิกับพี่แย้มก็ควงคู่กันออกงานนะจ๊ะ ที่เก๋ไปกว่านั้นคือเดินทางจากกรุงศรีอยุธยามานั่งฟร้อนโรว์ชมแฟชั่นโชว์ แบรนด์ ISSUE ณ บางกอกแบบชิคๆ โดยงานนี้เป็นงานแฟชั่นโชว์ บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2018 (BIFW 2018)  เป็นการผนึกกำลัง “วันสยาม” ของ 3 ศูนย์การค้า สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งปรากฏการณ์แห่งแฟชั่นวีคนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 11 แล้ว

ภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้ คนดังมากมายเข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ต้องฮือฮาอย่างหนัก เพราะแบรนด์ไทยสุดยูนีคอย่าง ISSUE ได้เนรมิตรรันเวย์ให้กลายเป็นชายหาด และขนทัพนางแบบ นายแบบอวดโฉมคอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2018 กันคับคั่ง แถมการเปิดตัวโชว์ก็ทำให้คนดูเซอร์ไพร้ส์และเรียกเสียงปรบมือตั้งแต่เริ่มแรก เพราะเปิดตัวด้วยนางแบบไร้หัว จากนั้นก็สร้างปริศนาให้กับผู้ชมโชว์ มีคำถามว่านางแบบนั่งได้อย่างไร ในเมื่อบนรันเวย์ไม่มีเก้าอี้ ถือเป็นการจัดโชว์ที่ทำให้ผู้ชมสนุกและดูเพลินมากจริงๆ

โดย ซูซี่ – สุษิรา และ นุ่น – รมิดา สองนักแสดงจากละครดังอย่างบุพเพสันนิวาสก็ได้เข้าชมโชว์ พร้อมแต่งองค์ทรงเครื่องมาแบบจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นล่าสุดจาก ISSUE งานนี้สาวอโยธยาก็ไม่แพ้ใคร สวยกันคนละสไตล์ สลัดภาพในละครจนหมด อย่างสาวนุ่นที่รับบทเป็น อิแย้ม จากบ่าวของแม่นายการะเกด ก็กลายเป็นคุณหนูสวยหวาน ละมุน มีความแพงมากกก ส่วนแม่มะลิ ที่นานๆ จะยิ้มให้แฟนละครได้เห็น ก็มาในลุคสดใส ร่าเริงด้วยเดรสสีแดงเพลิง เรียกได้ว่าส่งพลังความเซ็กซี่ออกมาจากอินเนอร์ล้วนๆ เอาเป็นว่าเรามาชมลุคของทั้งคู่กันดีกว่า เชื่อว่าแฟนๆ ต้องรู้สึกแปลกตา แต่รับรองว่างามมากเจ้าค่ะ

 

พี่แย้ม และ แม่มะลิ  ในแฟชั่นโชว์  แบรนด์ ISSUE

 

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

 

 

ชมความสวยของแม่มะลิกับพี่แย้มไปแล้ว ก็มาดูความอลังการของโชว์จาก ISSUE กันบ้าง โดยคอลเล็คชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวการล่องเรือจากน่านน้ำเอเชียตะวันออกสู่ตะวันตก จนเกิดเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ระหว่าง 2 ทวีป สะท้อนผ่านลวดลาย สีสัน และโครงเสื้อ ใช้ชื่อคอลเล็คชั่นว่า “THE INVISIBLE” สำหรับซีซั่นนี้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุค 70s มีสไตล์แบบโรแมนติก โบอีเมียนที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของอิชชู่ ส่วนเฉดสีผสมผสานระหว่างสีแตงโม , สีเขียวหยก และสีเหลืองอมน้ำตาล (ขิงแห้ง) ทำให้คอลเล็คชั่น SS 2018 สมบูรณ์และมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

 

แฟชั่นโชว์จาก ISSUE

 

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE

ISSUE


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@noonrami , @susiroo

 

ตีตั๋ว เช็คอิน เตรียมพุง ออกเดินทางไปพบกับความอร่อยที่ร้าน Ping’s Hotpot ชาบูหม้อไฟสไตล์จีน

ฮัลโหลลลลลล กลับมาเจอกันอีกแล้วนะจ๊ะ ช่วงนี้เราไม่ค่อยสบาย เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เลยต้องหาอะไรร้อนๆ ซดให้คล่องคอกันสักหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่จะช่วยทำให้เราดีขึ้นนั้นก็คือ ชาบู นั่นเอง ฮ่าๆ จริงๆ แล้วมันเป็นข้ออ้างของคนอยากกิน เอาล่ะ จะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาทุกคนทะยาน ออกเดินทางโดยไฟลท์พิเศษ โดยสายการบิน Ping’s Hotpot ที่จะทำให้คุณ ได้รับความประทับใจ และอิ่มเอม ขั้นสุดแน่นอน จุดหมายปลายทางของเรานั้นอยู่ ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ที่ตั้งของร้าน Ping’s Hotpot เดินทางง่าย อยู่ใจกลางเมือง จะขึ้นรถ ลงเรือ ต่อบีทีเอส ก็สะดวกจริงๆ หิ้วท้องมาอย่างเดียวได้เลย


สำหรับบรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก เน้นโทน สีดำแดง ด้านในมีห้องสำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือ จะมาเป็นหมู่คณะ ก็สะดวก แต่ต้องเสียค่าบริการห้องด้วยนะจ๊ะ

Ping’s Hotpot ชาบู หม้อไฟสไตล์จีนแต๋จิ๋ว หนึ่งในร้านอาหารเครือ ปิงส์ เรสเตอรองท์ กรุ๊ป ชาบูระดับพรีเมี่ยม เมนูที่นี่มีทั้งแบบ a la carte และแบบเซตเมนู

เดินทางด้วย Economy class อิ่มแบบเบาๆ เหมาะสำหรับ 1-3 ท่าน
จัดหนักกับ Business Class เหมาะสำหรับ 4-6 ท่าน

ความพิเศษของที่นี่คือ มีน้ำซุปให้เลือกถึง 7 แบบไม่ว่าจะเป็น ซุปออริจินอล (หอมน้ำซุปไก่ รสชาติเข้มข้น ) , ซุปยาจีน (ใครอยากชูกำลัง ต้องเลือกอันนี้) , ซุปต้มยำน้ำข้น และน้ำใส (น้ำซุปต้มยำ สไตล์ไทย รสชาติจี๊ดจ๊าด ถึงเครื่องต้มยำ) , ซุปพริกไทยดำ (ซดแล้วโล่งคอ โล่งจมูกแน่นอน) ปิดท้ายด้วยน้ำซุปหมาล่า (รสชาติเผ็ดร้อน ทานแล้วปากชา เอาใจคนชอบรสจัด)

อาหารลงโต๊ะพร้อมแล้วเราก็ไม่รอช้าสิจ๊ะ ลุยเลย เซ็ตเมนูวันนี้ สวยและรวยแบบเรา ก็ต้องเลือกแบบ Business Class สิคะ จะเหลือเหรอ (อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันไป ฮ่าๆ)  น้ำซุปที่เลือกคือ ซุปออริจินัล และ ซุปต้มยำน้ำข้น ส่วนอาหารเซ็ตนี้ประกอบด้วย

รวมมิตรเนื้อหมูระดับพรีเมี่ยมไม่ว่าจะเป็น เบคอน พอร์คชอป และ คุโรบูตะ

เนื้อริบอายพรีเมี่ยม นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย

เซตอาหารทะเล ประกอบด้วย กุ้งแม่น้ำ ปลาหมึกสด แซลม่อน แมงกระพรุน หอยเชลล์ หอยนางรม และ กระเพาะปลา

ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นกุ้ง ฮือก้วย อย่างดี

เส้นนานาชนิด เส้นโซะบะ เส้นหมี่ วุ้นเส้น บะหมี่ ชอบเส้นไหนก็จัดเลย

ยัง ยังไม่หมด ยังมี ติ๋มซำ อย่าง เสี่ยวหลงเปา และ ขนมจีบกุ้งเนื้อแน่น กัดเข้าไปมีแต่กุ้งเน้นๆ

ปิดท้ายด้วยของหวานกับ แป๊ะก๋วยรังนก หอม หวานชื่นใจ

อิ่มพุงกางจริงๆ กับมื้อนี้ เป็นการเดินทางที่ได้รับบริการยอดเยี่ยม จนต้องยก 5 ดาวให้เลย ของสดใหม่ คุ้มค่า เรียกได้ว่าอิ่มครบทั้งคาว หวาน จบในมื้อเดียวจริงๆ  หากใครอยากมาลองทานแบบเราแล้วล่ะก็ ตีตั๋ว เช็คอินกันได้ที่ Ping’s Hotpot โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ไม่ลองไม่รู้นะ

 

 

 

เชอรี่-เข็มอัปสร

เชอรี่-เข็มอัปสร ไม่ทำสารเคมีกับเส้นผมนาน 2 ปี อดทนครั้งนี้เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ไว้ผมยาวมานานหลายปี จนวันหนึ่ง เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนลุคเป็นสาวผมสั้น เปิดตัวในงานแฟชั่นโชว์ THE INVISIBLE ISSUE Spring/Summer 2018 ใครที่คิดว่าเชอรี่หั่นผมสั้นเพื่อเตรียมพร้อมรับซัมเมอร์เร็วก่อนใครหรือเปล่า แพรวดอทคอมบอกเลยว่า มีเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่านั้นเยอะ!

ใสใสใบหน้าดูเด็กยิ่งขึ้น สำหรับ สาวเชอรี่-เข็มอัปสร ที่การหั่นผมสั้นครั้งนี้นอกจากจะได้รับเสียงชมว่า น่ารัก สวยใส หน้าเด็กขึ้นต่างๆ แล้ว อีกเสียงหนึ่งที่ต่างชื่นชมเลยก็คือ ที่มาของการลุกขึ้นมาตัดผมสั้นมากหลังจากไว้ผมยาวตรงมานานหลายปี เป็นเพราะสาวเชอรี่ต้องการนำผมของตัวเองบริจาคไปทำวิกผมมอบให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งนั่นเอง โดยผู้ที่มาตัดผมให้สาวเชอรี่เป็นช่างทำผมระดับเทพนามว่า คุณก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา หรือ “ก้อง ไฮฟ์ ซาลอน” เจ้าของธุรกิจร้านทำผมชื่อดัง Hive Salon นั่นเอง

เชอรี่-เข็มอัปสร

เชอรี่ กับ คุณก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา เจ้าของธุรกิจร้านทำผมชื่อดัง Hive Salon

ต้องบอกก่อนว่า การจะบริจาคเส้นผมของตัวเองให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้นั้น ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำได้ แต่เจ้าของเส้นผมต้องหมั่นดูแลผมเป็นอย่างดี ไม่ควรมีการนำสารเคมีเข้าสู่เส้นผมบ่อยๆ อย่างการทำสี ดัดผม ยืดผม ซึ่งหากเส้นผมที่เคยผ่านกระบวนนี้มาก็ต้องไม่แห้งเกินไป ถึงจะบริจาคได้ และในเรื่องความยาวของเส้นผมก็ต้องยาวตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นไป ทั้งนี้การบริจาคเส้นผม ควรสระ ทำความสะอาดและเป่าผมให้แห้งสนิทก่อนบริจาคด้วย เมื่อนำไปบริจาคแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการนำไปทำวิกผมเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป

 เชอรี่-เข็มอัปสร อดทนไม่ให้ผมทำสารเคมีนาน 2 ปี เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง 

โดยสาวเชอรี่เผยเรื่องนี้ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “เป็นความตั้งใจอย่างหนึ่งที่อยากทำมาแสนนาน แต่ติดตรงที่ผมทำสารเคมีมาตลอด เลยไม่เคยสบโอกาส จนคราวนี้เตรียมตัวล่วงหน้าเกือบ 2 ปี เลิกทำสีผมและไม่ปล่อยให้สารเคมีใดๆ มากล้ำกลาย แต่การไม่ได้เปลี่ยนทรงผมมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ดูเหมือนต้องใช้ความกล้าที่จะก้าวข้ามความเคยชินพอสมควร ที่เลือกจะให้มีวันนี้เกิดขึ้นจริงๆ ขอบคุณน้อง @gonghivesalon24 ที่วันนี้ยอมตามใจพี่นะจ๊ะ ♥️♥️♥️”

เชอรี่-เข็มอัปสร

ก่อนตัดผม ผมยาวมากจริงๆ

เชอรี่-เข็มอัปสร

ตัดผมออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนำไปบริจาคทำวิกผมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

นอกจากนี้เมื่อหั่นผมสั้นแล้ว สาวเชอรี่ยังประเดิมร่วมงานแฟชั่นโชว์แบรนด์ ISSUE ในคอลเล็คชั่น THE INVISIBLE ISSUE Spring/Summer 2018 ซึ่งมาในลุคผมดำสั้นตัดกับชุดเดรสสีแดง ดูสดใส เปล่งประกาย กลายเป็นสาวมั่น ลุคเปรี้ยว มีความมั่นใจไปเลย โดยสาวเชอรี่ยังได้เปิดใจทิ้งท้ายเสริมอีกว่า

เชอรี่-เข็มอัปสร

สดใส แต่ยังมีมาดนางพญา สไตล์เชอรี่-เข็มอัปสร

“สมใจ ♥♥♥ ได้ให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพราะคนที่เป็นที่รักของเชอรี่หลายต่อหลายคนป่วยด้วยโรคนี้ การได้อยู่ใกล้ชิดดูแลผู้ป่วยทำให้รู้ว่า ความสวยงามมั่นใจและการได้ใช้ชีวิตอย่างปกติเป็นแรงใจที่ดีมากๆ อย่างหนึ่ง ที่จะสามารถเอาชนะโรคร้ายนี้ได้ ไม่เฉพาะแต่ผู้ที่จะได้รับวิกผมนี้เท่านั้น แต่นี่เป็นสิ่งแทนแรงใจที่ส่งให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกๆ คนที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้ มีกำลังใจที่จะเอาชนะให้กลับมาหายเป็นปกติได้ มีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง ทั้งยังได้ลดการใช้น้ำอีกด้วย ทุกวันนี้เชอรี่เรียนรู้ที่จะใช้ทรัพยากรต่างๆ เท่าที่จำเป็นให้มากขึ้น จากเดิมที่เราไม่ค่อยได้สนใจในเรื่องเหล่านี้ หลังจากที่ได้มาทำเรื่องเกี่ยวกับป่าไม้ ทำให้รู้ว่าทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตของพวกเราในทุกๆ วัน เชอรี่ตั้งใจที่จะเรียนรู้และลงมือทำ ได้บ้างยังไม่ได้บ้าง ก็จะเรียนรู้และทดลองทำต่อไป 😊♥♥♥ ” 

เรียกว่า ยังคงคอนเซ็ปต์สวยทั้งภายในและภายนอกจริงๆ

เชอรี่-เข็มอัปสร

ดวงตาเป็นประกาย วาววับ

เชอรี่-เข็มอัปสร

ทำความดีให้คนอื่น ให้กับสังคม หน้าตาก็จะผุดผ่องเช่นนี้แหละจ้า

เชอรี่-เข็มอัปสร

ยิ้มมีความสุขแบบเชอรี่

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ข้อมูลเพิ่มเติม: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รับบริจาคเส้นผมเพื่อทำวิกผมให้ผู้ป่วยมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษา
ภาพ: IG @cherrykhemupsorn

คู่รักสร้างธุรกิจ

คู่รักสร้างธุรกิจ เคน-เอสเธอร์ จับมือเปิดร้าน Kenesthercafe ย่านรังสิต

เรียกว่าเพิ่มเลเวลมองอนาคตร่วมกันไปอีกระดับหนึ่ง เมื่อคู่รักคนดังพัฒนาเป็น คู่รักสร้างธุรกิจ สำหรับ เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ได้มาจับมือร่วมกันเปิดร้านคาเฟ่ บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ภายใต้ชื่อร้านว่า Kenesthercafe (K+E Cafe) โดยพิกัดตั้งอยู่ในโครงการ Market Place รังสิต คลอง 1

คู่รักสร้างธุรกิจ

“เราขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มาในวันนี้นะคะ
ขอบคุณ @iparty_bkk สำหรับลูกโป่งในวันเปิดร้านอย่างเป็นทางการนะคะ
ไว้เราจะมีกิจกรรมพิเศษๆ แบบนี้อีกเรื่อยๆ ค่ะ 🎉🎈”

Grand Opening จัดงานเปิดร้านอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา สำหรับคู่รัก เคน-เอสเธอร์ ที่เปิดร้านคาเฟ่ดีไซน์น่ารัก บริการด้านเครื่องดื่มและขนม เบเกอรี่ร่วมกัน ภายใต้ชื่อร้านว่า Kenesthercafe (K+E Cafe) ซึ่งเป็นการนำชื่อของทั้งสองมาผสมกันเป็นชื่อร้าน และพิกัดตั้งอยู่ในโครงการ Market Place ย่านรังสิต คลอง 1 โดยวันเปิดร้านทางการก็ได้มีเหล่าแฟนๆ รวมถึงลูกค้าใกล้เคียงเข้ามาแวะเวียนอุดหนุนกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งแน่นอนล่ะว่า เจ้าของธุรกิจ 1 หนุ่ม 1 สาว ต่างยิ้มได้กำลังใจเพียบ

คู่รักสร้างธุรกิจ
ช่วงเปิดร้านวันแรกๆ ก่อนจัดฤกษ์เปิดร้านอย่างเป็นทางการ
คู่รักสร้างธุรกิจ
ขยันช่วยกันทำงานจ้า
คู่รักสร้างธุรกิจ เคน-เอสเธอร์ ไม่หวั่นทำกิจการร่วมกัน

ในขณะที่คู่รักหลายคู่มักจะไม่ค่อยนิยมทำธุรกิจร่วมกันสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะหันทำธุรกิจส่วนตัวของแต่ละคน แต่คู่รัก เคน-เอสเธอร์ ที่เปิดตัวศึกษาดูใจกันแต่แรกแบบไม่มีกั๊ก ก็ขอข้ามเส้นนั้น หันมาจับมือทำธุรกิจร่วมกันซึ่งจะบอกเป็นนัยๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้ของทั้งสองน่าจะมองอนาคตร่วมกันไปยาวๆ เชียวล่ะ เอาเป็นบรรยากาศร้านจะเป็นอย่างไร ไปดูภาพกันดีกว่า ขยันทำงาน เก็บเงินร่วมกันแบบนี้ แฟนๆ คงน่าจะฟินและยินดีกันไม่น้อย

คู่รักสร้างธุรกิจ

ด้านหน้าของร้าน Kenesthercafe (K+E cafe)

คู่รักสร้างธุรกิจ

ลูกโป่งก็จะมีดีเทลหวานไม่น้อย 

คู่รักสร้างธุรกิจ

ดีไซน์การตกแต่งเน้นความโปร่ง สบายๆ น่านั่ง 

คู่รักสร้างธุรกิจ

หนุ่มเคนขออัพเดทร้าน โพสต์ภาพเครื่องดื่มโปรโมตซะหน่อย 

คู่รักสร้างธุรกิจ

ด้านเค้ก เบเกอรี่ก็จะประมาณนี้ น่ากินไหมเอ่ย สาวๆ สายหวานทุกคน

คู่รักสร้างธุรกิจ

พี่เต๋อ-ฉันทวิชช์ก็ขอมาแจมร้านนี้ก่อนช่วงวันเปิดร้านทางการ

 

ปิดท้ายด้วยโมเมนต์หวานๆ ของคู่รัก เคน-เอสเธอร์

คู่รักสร้างธุรกิจ คู่รักสร้างธุรกิจ คู่รักสร้างธุรกิจ

 

 


ภาพ: IG @kenesthercafe @ken_phupoom @esthersupree

ชมพู่ อารยา

แม่ก็คือแม่..แม้แต่ควีนยังต้องเกรงใจ! เมื่อ ชมพู่ อารยา – ม้า อรนภา เหยียบรันเวย์แดร็กควีน

พนมมือสิคะจะรออะไร! ระดับตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นมาเยือนรายการ Drag Race Thailand ทั้งที แม้แต่ควีนยังต้องเคารพในความเผ็ชชชชชแซ่บของแม่เลยค่ะ ถ้าระดับ ชมพู่ อารยา และม้า อรนภา มาเหยียบรันเวย์ของเหล่าแดร็กควีนกันขนาดนี้ บอกเลยชาเลนจ์นี้ เด็ดเว่อร์

ขุ่นแม่มาแพ็คคู่ ชมพู่ อารยา และม้า อรนภา มาร่วมตัดสินว่า
ใคร! จะครีเอทลุคล้อเลียนได้เป๊ะเว่อร์กว่ากัน

และอีกนิดเดียวก็จะจบซีซั่นแล้ว เหล่าแดร็กควีนก็ผ่านด่านทดสอบสารพัดมาจนถึงสัปดาห์นี้ ที่ต้องขายของตามโจทย์ลูกค้าไม่พอ รอบรันเวย์ยังต้องล้อเลียนขุ่นแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่างชมพู่ อารยา ให้เปรี้ยงปังอีกด้วย แทบจะเรียกว่า ครบเครื่องกว่านี้ ก็บินไปประกวดนางงามจักรวาลได้แล้วค่ะ

มินิชาเลนจ์ สัปดาห์นี้เป็นการผสานความครีเอทีฟของเหล่าแดร็กควีนที่ฝังแน่นอยู่แล้วในเซลล์สมอง ให้เข้ากับโจทย์ของลูกค้าคนสำคัญอย่าง ไลน์โมบาย ด้วยการ #ขายสิคะ ผ่านคลิปวิดีโอคนละ 1 นาที ไม่เพียงพวกเธอต้องร่ายความพิเศษของผลิตภัณฑ์ซิมมือถือนี้ให้ครบ ลีลาขายของก็สำคัญ คนดูเค้าจะซื้อไม่ซื้อมันก็อยู่ตรงนี้แหละ งานนี้ควีนเลยต้องสวมวิญญาณแม่ค้าขายครีม เอ่อ แม่ค้าขายซิม พร้อมวิธีเล่าสรรพคุณสินค้า ว่าจะขายยังไงให้เริ่ด สำคัญสุดๆ เลยคือ ลูกค้าต้อง “ซื้อ” ด้วยนะจ๊ะ ซึ่งบี เอลล่า ในร่างจิ้งจกยักษ์ กับลีลาขายแบบไม่จงใจขายที่ฮาแต่น่ารัก ก็คว้าชัยชนะจากชาเลนจ์นี้ไปครอง

ในเมื่อจีบปากจีบคอขายของอย่างเดียวมันง่ายไป แม็กซี่ชาเลนจ์ พวกเธอต้องคิดการแสดง Parody หรือล้อเลียนโฆษณาของไลน์โมบายด้วย บี เอลล่าซึ่งชนะมาจากรอบมินิเลยเลือกจับคู่กับเดียริส ดอลล์ และจับคู่เฮียนาตาเลีย เพลียแคม กับแอนเน่ เมย์วอง ส่วนอมาดีว่า ได้คู่กับจาจา ผลงานรอบนี้ทีมนาตาเลียกับแอนเน่กอดคอกันทำได้น่ารัก โดยเฉพาะนาตาเลียที่ลงทุนทาหน้าเทาเป็นแมวน้ำชอบของแพง เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะ ขณะที่คู่อมาดีว่ากับจาจาได้ชุดเต่า ก็เล่นได้สมบทบาทคือทั้งอืดและไม่ฮา สุดท้ายคู่บี เอลล่า กับเดียริส ดอลล์ อาศัยความรู้ที่เรียนด้านโฆษณา แปลงร่างเป็นคู่รักปลาหมึก มาขายของได้ฮากว่าใคร เลยได้ชัยชนะไปอีกที ดีออกนะคะ! ปรบมือให้รัวๆ

รอบรันเวย์คืออะไรที่โหมกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มากๆ เมื่อเหล่าผู้เข้าแข่งขันนอกจากจะได้โจทย์สุดเปรี้ยว กับการสร้างสรรค์ชุดมาล้อเลียนความแฟชั่นนิสต้าแบบสุดโต่งของขุ่นแม่ชมพู่ ยังต้องโดนลิปซิงค์กันทุกคน! …อย่าเพิ่งตกใจ เป็นแค่การแสดงพิเศษต้อนรับขุ่นแม่กรรมการรับเชิญทั้งชมพู่ อารยา และม้า อรนภา เท่านั้น และแม้ว่าชมพู่จะไม่สบายจนเสียงห้าว แต่ก็มาร่วมตัดสินรันเวย์ด้วยสปิริตเต็มร้อยเช่นกัน

แล้วแดร็กควีนทุกคนก็ไม่ทำให้กรรมการผิดหวัง ทั้งนาตาเลีย เพลียแคม ที่ล้อชุดแต่งงานและชุดพรมแดงเมืองคานส์ แอนเน่ เมย์วองที่ล้อตั้งแต่น้ำยาปรับผ้านุ่มไปจนถึงแฟชั่นลูกแฝด บี เอลล่า ที่ล้อชุดแต่งงาน รองเท้าดิออร์ ไปยันเพลงที่แม่ชมเคยร้อง เรียกเสียงฮาจนชมพู่ต้องออกปาก “เออ นี่ชั้นก็บ้าเหมือนกันเนอะ” แต่คนที่ชนะรันเวย์นี้ก็คือ เดียริส ดอลล์ ที่ต่อยอดชุด Zac Posen อันลือลั่นให้ออกมาเป็นชุดชมพู่ได้ปังสุดๆ ส่วนอมาดีว่า ที่ตีโจทย์ไม่ตรงจุดในชุดพรมแดงใต้คอนเซ็ปต์สนามฟุตบอล กับจาจา ที่ล้อชุด Zac Posen ด้วยวัสดุรีไซเคิล แต่ดูไม่แพง ต้องกลายเป็น 2 คนที่โดนลิปซิงค์บนปากเหวกับเพลงสุดรันทด ตามด้วยตอนจบที่แม่อาร์ตเลือกตัดทั้งคู่ออกจากการแข่งขัน

มาถึงขั้นนี้แล้ว ถึงพวกนางจะแขวะ จะแซะกันมาตลอดรายการ แต่เมื่อความผูกพันมันมีมากกว่า ยังไงมิตรภาพก็จะคงอยู่เสมอนะคะ (ปาดน้ำตาแป๊บ) อย่าลืมติดตามอีก 2 ตอนสุดท้ายของ Drag Race Thailand ทาง LINE TV ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. นะจ๊ะ

บอย-ปกรณ์

บอย-ปกรณ์ หลังไมค์หา จียอน เป็นเรื่องมารยาทของการทำงาน

หนุ่มเจ้าเสน่ห์ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ชี้แจงส่งไดเร็ค หาดาราสาวเกาหลี ซอจียอน หลังจากที่เธอร่วมเกมโชว์ดาวินชี เกมถอดรหัส ที่นักแสดงหนุ่มเป็นพิธีกรอยู่

บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

ในยุคนี้นอกจากแชทไลน์แล้วเรายังสามารถส่งข้อความโดยตรงถึงคนที่อยากจะติดต่อด้วยผ่านในหลายๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์,เฟซบุ๊ค หรือ แม้แต่อินสตาแกรม ซึ่งการไดเร็คข้อความมีมานานแล้ว  แต่ที่ในช่วงนี้เริ่มคุ้นหู อาจะเป็นเพราะประเด็นร้อนจากข่าวล่าสุดของพระเอกดัง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ  นั่นเอง

จากเรื่องนี้เองทำให้หนุ่มโสดในวงการบันเทิงถูกจับตามองในเรื่องนี้ รวมถึง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ก็มีกระแสข่าวลือออกมาว่า เขาส่งไดเร็คข้อความหาสาวเกาหลี ซอจียอน ล่าสุดในงาน Unagi Pie Festa ที่จัดขึ้น ณ  เดอะมอลล์บางกะปิ พระเอกหนุ่มได้ออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาจีบ แต่ที่ส่งข้อความไปหาก็เพราะเราเป็นพิธีกรใหม่ในรายการก็อาจจะผิดพลาด เลยมีข่าวว่าเราไดเร็คข้อความไปหาจียอนในไอจี

ซอจียอน

“ก็คือเราไดเร็คไปขอบคุณเขาเฉยๆ ครับ คือจียอนมาถ่ายรายการ ดาวินชี เกมถอดรหัส ที่ผมเป็นพิธีกร เขามาเป็นพิธีกรรับเชิญ พอจบงานเราก็เลยอินบ็อกซ์ไปเฉยๆ เพราะเราไม่มีไลน์เขา แต่ก่อนหน้านี้เราก็มีการคุยกันผ่านเมนชั่นพวกสตอรี่บ้าง วันนั้นเราก็ส่งไปหาเขาว่าวันนี้ขอบคุณมาก เราเป็นพิธีกรมือใหม่ก็อาจจะพลาดไปบ้าง”

“กับจียอนเพิ่งเคยเจอกันในรายการดาวินชี เกมถอดรหัส เป็นครั้งแรกวันที่ทำงาน วันนั้นเราคุยกันแต่เรื่องงาน ไดเร็คไปขอบคุณปกติ ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ครับ เรื่องจีบไม่ได้จีบเลยครับ มันเป็นเพียงช่องทางหนึ่งในการติดต่อ”บอยกล่าว

หนุ่มบอยยังกล่าวเสริมว่าที่ไม่ขอไลน์เขาเพราะว่าเรายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นคืออย่างจียอนผมก็ชื่นชอบในผลงานเขานะ เขาตลก แต่เพิ่งได้เจอเขาตัวเป็นๆ ได้เจอเขาครั้งเดียว ทำงานเสร็จก็ไดเร็คไปขอบคุณเขา คือผมเป็นพิธีกรรับเชิญ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมก็จะขอบคุณที่ทุกคนที่มา เพราะเหมือนกับแต่ละคนที่มาเป็นอาจารย์ให้ผม เอาง่ายๆ คือไม่จีบครับ ไม่จีบแน่นอนครับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใช่สเปกนะ แต่ไม่ได้มีความคิดที่จะจีบครับ คือเขาน่ารักนะ แต่ว่าเราไม่ได้คิดเรื่องจีบเขา ก็แค่เป็นเพื่อนร่วมงานเฉยๆ”

อย่างไรก็ตามหนุ่มบอยยังยืนยันว่าไม่ได้เจ้าชู้ หรือเที่ยวหยอดใคร
“ผมไม่ได้ไปหยอดเขาผ่านการไดเร็ค ผมก็แค่ขอบคุณ กับเรื่องไดเร็คเพื่อจีบผมไม่ทำ ส่วนใหญ่ก็ไดเร็คกับเพื่อน คุยกับแฟนคลับที่รู้จักสนิทกัน บางทีเขาส่งรูปมาให้ ข้อความเราคงไม่ทำให้เขาคิดไปเอง ความจริงข้อความกับจียอนผมเปิดให้อ่านได้เลย คุยกันปกติ มันไม่มีอะไร ไม่ได้ส่งหาใครในเชิงล่อแหลม เราไม่เคยไดเร็คอะไรลักษณะนั้น คือผมคุยแต่กับคนที่รู้จักเคยเห็นหน้ากันก็ถึงจะตอบกลับไปบ้าง มีส่งอะไรให้เล็กๆ น้อยๆ”

เมื่อถูกถามว่าเป็นการเริ่มต้นจีบหรือเปล่า บอยบอกว่า”ความจริงแล้วทำงานตรงนี้เราก็ต้องระวังตัวอยู่แล้ว เอาเป็นว่าผมก็ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่เคยมีลักษณะจีบเชิงชู้สาวไม่มีครับ ถ้าถามวิธีจีบสาว คือความจริงแล้วเวลาจะจีบใครจะต้องเป็นคนที่อย่างน้อยต้องทำงานอยู่ในที่เดียวกัน เอาง่ายๆ ต้องมีความเชื่อมโยงกันนิดหนึ่งครับ ไม่ค่อยกล้าดุ่มๆ เข้าไป อายครับ คือคงไม่ถึงขั้นไดเร็คพุ่งเลย สมมุติว่าถ้าจะมีการไดเร็กไปจีบใคร ก็คงจะเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนก่อน ไดเร็คกันปกติทักทาย แต่ไดเร็คแล้วจีบเลยสำหรับผมไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่”

 

‘เช็คค่ะ อกหักเกิน 2 หรือยัง หากใช่ คนนี้ละคือตัวจริง’ ดูดวงรายวัน 23 มีนาคม 2561

ดูดวงรายวัน ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  สมกับเป็นวันศุกร์ เพราะท่านรู้สึกอยากพักหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานหนัก กับการแก่งขันแย่งชิง กดดัน เพื่อให้ได้งานติดต่อกันมาทั้งอาทิตย์แล้ว

การเงิน :  ท่านจะได้เงินพิเศษ แต่จะหมดกับการใช้จ่ายในเรื่องอาหาร ของกระจุกกระจิก

ความรัก : หากท่านตัดสินใจเลือกใครแล้วก็จะรักเดียวใจเดียว แต่ความที่ท่านเอาแต่ใจ ทิฐิสูงนี่ละที่จะเป็นอุปสรรคทำให้ชีวิตครอบครัวไม่ราบรื่น คนโสด ไม่คบใครเล่นๆ ค่ะ เอาจริงเลยทีเดียว

สุขภาพ :  อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังติดเชื้อไวรัส หรือภูมิแพ้ รวมถึงการเดินทางเปลี่ยนสถานที่ด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ความสามารถด้านการเจรจาสื่อสารก็ยังอยู่กับท่าน โดยเฉพาะเรื่องงานที่เกี่ยวกับความสวยงาม ศิลปะ ดนตรี และวงการบันเทิง แต่ระวังเพื่อนร่วมงานไว้ให้ดีจะแทงข้างหลังท่าน

การเงิน  : จะเจรจาเรื่องหนี้สินไม่ผ่าน ทรัพย์สินอาจสูญหาย หรือถูกโจรกรรม

ความรัก : วันนี้ท่านก็ยังไม่หลุดจากการลังเล สับสน แต่คงต้องรีบ เพราะมีมือที่สามเข้ามาร่วมแจมด้วยแล้ว คนโสด ผู้หญิงจะอ้อนเก่งมาก จนเกิดแย่งชิงกันเลยทีเดียว

สุขภาพ : ดูแลเรื่องอาหารการกินหน่อยนะคะ ระวังความอ้วนมาเยือน

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  ท่านมีไฟในการทำงานอย่างแรงกล้า  จึงอาจแยกตัวออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ต้องเจอกับปัญหาอีกมากมาย ซึ่งท่านก็ต้องพยายามเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์นั้นๆ

การเงิน :  อย่าใช้จ่ายเงินด้วยอารมณ์จะทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

ความรัก :  วันนี้ครอบครัวให้การดูแลรักใคร่เป็นอย่างดี เลี้ยงดูให้สุขสบาย แต่ท่านก็ยังมิวายเปรียบเทียบกับรักเก่าตลอดเวลา ทำให้ท่านไม่เต็มที่เท่าที่ควร คนโสด อกหักเกิน 2 หรือยังคะ หากใช่ คนนี้ละคือตัวจริง

สุขภาพ  :  อวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ อวัยวะในช่องท้อง เช่น มดลูก

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านอาสาไปทำงานเชิงลึก ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ด้วยดี แต่ควรระวังความเชื่อมั่นในตัวเองสูงทำให้ท่านไม่ฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงาน จึงทำให้เกิดการผูกใจเจ็บ มีโอกาสจึงใส่ร้ายป้ายสี จนท่านรู้สึกอึดอัด กดดัน ถึงขั้นอยากลาออกเลยทีเดียว

การเงิน :  เคยทำงานไม่สนใจเรื่องเงิน แต่ตอนนี้รายจ่ายเริ่มเยอะ อาจต้องถึงกับหยิบยืมแล้ว

ความรัก  : อาจเพราะท่านทำแต่งานจนไม่ได้สนใจครอบครัวมากนัก ผู้ใหญ่จึงเข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวจนอาจเกิดปากเสียงกันได้ คนโสด งานมาเป็นอันดับหนึ่งค่ะ

 สุขภาพ :   อย่าประมาท เพราะอาจได้รับบาดเจ็บและเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดในชีวิตประจำวัน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ท่านกำลังบุกเบิกเดินหน้ากับโครงการรีโนเวทอาคารสถานที่ หรืองานช่าง วันนี้อย่าเพิ่งคาดหวังมากนะคะ เพราะยัง 50-50

การเงิน :  กล้าเสี่ยง พร้อมลงทุน แต่ก็อย่าเพิ่งปล่อยเต็มร้อย

ความรัก  :  วันนี้ท่านกำลังมีโครงการที่จะปรับปรุงบ้านใหม่ แต่ค่อยๆ ทำแล้วกันนะคะ อย่าเพิ่งเดินหน้าเต็มสตรีม คนโสด วันนี้หากได้ออกงานสังคม จะมีคนเข้ามาหาท่านมากมาย ก็ดูๆ ไว้ว่าใครที่พอจะเป็นตัวจริงได้บ้าง

สุขภาพ :  เป็นภูมิแพ้ หรือผิวหนังอักเสบ อาจมีอาการคันในร่มผ้า

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านชอบงานจิตอาสาและบริการ แต่วันนี้เหมือนต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง พลิกแพลงกลยุทธ์ ซึ่งคนที่ท่านติดต่อวันนี้ก็เป็นคนที่จริงใจ สามารถคบกันได้ในระยะยาว

การเงิน :  จะเสียเงินกับการซื้อของตามอำเภอใจ เช่น อาหาร ของกระจุกกระจิก ของสวยงาม

ความรัก :  วันนี้อารมณ์ท่านขึ้นๆ ลงๆ เร็วมาก ขี้หึง เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ คนโสด เจ้าชู้นะคะ ใจเร็วด่วนได้เสียด้วย ระวังนิดหนึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงโรคที่เกิดจากการขาดแคลเซียม                 

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านใช้จินตนาการในการทำงานมากไป เพราะความไม่แน่ใจ จึงไม่กล้าเปิดเผยความคิดทั้งหมดหรือเปล่า จึงกลายเป็นว่าเกิดทัศนคติขัดแย้งกับผู้ใหญ่

การเงิน :  ควรระวังถูกหลอกให้ลงทุน ไม่ควรเซ็นสัญญากู้ยืมเงิน หรือค้ำประกันให้ใคร

ความรัก :  วันนี้ท่านอาจมีทัศนคติที่ขัดแย้งกันจนผู้ใหญ่ต้องเข้ามาไกลเกลี่ย แต่ในที่สุดแล้วท่านก็กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม คนโสด ท่านมีโอกาสได้เจอชาวต่างชาติที่อายุมากกว่า ซึ่งอาจมีแก๊ปกันบ้าง ทำให้ท่านเริ่มไม่แน่ใจว่าจะอยู่กันได้หรือเปล่า ต้องดูใจกันนานๆ ค่ะ

สุขภาพ :  ระวังหกล้ม หรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะขาและหลัง

เตรียมผิวมือเจ้าสาวให้พร้อม สวมแหวน กับ 7 แฮนด์ครีมราคาดี๊ดีที่เราคัดมาแล้ว

ช็อต สวมแหวน คือช็อตถ่ายภาพที่ทุกงานแต่งงานต้องมี แต่เหล่าเจ้าสาวหลายคนมัวแต่เสียเวลาไปดูแลผิวหน้าและหุ่นจนบางทีลืมส่วนเล็กๆของร่างกายที่สำคัญอย่างผิวมือไปซะ ยิ่งมือเป็นส่วนที่ถูกใช้งานทุกวันและอาจจะต้องเผชิญแสงแดดมากกว่าผิวหน้าซะอีก เพราะฉะนั้นถ้าขาดการดูแล รู้ตัวอีกทีผิวมือก็จะหมองคล้ำแถมเต็มไปด้วยริ้วรอยเล็กๆ เรียกได้ว่าดูแก่เกินผิวหน้าไปซะแล้ว! อย่างนี้แหละเค้าถึงได้บอกกันว่าดูอายุจริงของผู้หญิงให้ดูที่มือ! อย่ากระนั้นเลย รีบบำรุงผิวมือให้สวยเนียนกันแต่เนิ่นๆ ด้วยแฮนด์ครีมเนื้อดี คุณภาพดี ราคาน่ารักน่าคบ แถมกลิ่นหอมฝุดๆ 7 ชิ้นเด่นที่เราเลือกมาให้แล้ว มาดูกันเลยว่ามีชิ้นไหนน่าโดนบ้าง

Crabtree & Evelyn GARDENERS Overnight Hand Therapy ราคา 990 บาท

แฮนด์ครีมจากเกาะอังกฤษชื่อดังที่เนื้อครีมเข้มข้นสุดๆจากสารสกัดชีส์ บัตเตอร์แท้ๆ ทาแล้วผิวมือชุ่มชื่นยาวนาน รุ่นใหม่นี้ยังผสานส่วนผสมบำรุงผิวจากกรดอะมิโนและวิตามินอี ซี และเอฟ ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆบนผิวมืออีกด้วย

สวมแหวน

The Face Shop Daily Perfume Hand Cream กลิ่น Rose Water ราคา 169 บาท

แฮนด์ครีมเนื้อบางเบาแต่ให้ความชุ่มชื่นยาวนาน กลิ่นกุหลาบหอมเลอค่า ช่วยผลัดเซลล์ผิวมืออย่างอ่อนโยนเพื่อให้ผิวมือดูกระจ่างใสขึ้น

สวมแหวน

Innisfree Jeju Perfumed Hand Cream ราคา 150 บาท

แฮนด์ครีมเนื้ออิมัลชั่นที่บางเบาและซึมซาบเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับการใช้ระหว่างวัน มีหลากหลายกลิ่นให้เลือกซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลิ่นแนวธรรมชาติสดชื่นที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบนเกาะเจจู ประเทศเกาหลี

สวมแหวน

Aesop Body Resurrection Aromatique Hand Balm ราคา 1,050 บาท

แฮนด์ครีมชิ้นดังจากออสเตรเลียที่ใช้ส่วนผสมออร์แกนิคส์ล้วน เนื้อครีมเข้มข้น เหมาะสำหรับการปรับสภาพผิวมือที่หยาบกร้านให้กลับมานุ่มนวลอีกครั้ง

สวมแหวน

Soap & Glory Hand Food Hydrating Hand Cream ราคา 370 บาท

แฮนด์ครีมกลิ่นแนวขนมหวานหอมน่ารักน่าใช้ และยังมีส่วนผสมของแมคคาเดเมียออยล์ช่วยให้ความชุ่มชื่นและปรับสภาพผิวมือให้กระจ่างใส

สวมแหวน

The Body Shop British Rose Petal Soft Hand Cream ราคา 650 บาท

แฮนด์ครีมเนื้อบางเบากลิ่นกุหลาบอังกฤษ หอมสไตล์คุณหนูผู้ดี๊ผู้ดี สารสกัดจากกุหลาบยังช่วยเติมความชุ่มชื่นตามธรรมชาติให้ผิวมือเนียนนุ่มได้อย่างยาวนานอีกด้วย

สวมแหวน

L’Occitane Cherry Blossom Hand Cream ราคา 450 บาท

แฮนด์ครีมกลิ่นดอกเชอร์รี่ บลอสซัมหอมหวานเกินห้ามใจ เนื้อแฮนด์ครีมเข้มข้นจากส่วนผสมชีส์บัตเตอร์ ช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากความแห้งกร้านบนผิวมือ

สวมแหวน

ว่าที่เจ้าสาวเลือกชิ้นที่ชอบกันได้หรือยังคะ? เลือกได้แล้วอย่าลืมแบ่งให้คนข้างกายใช้ เพื่อช็อตสวมแหวนจะได้ภาพสวยเพราะผิวมือเนียนนุ่มกันทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวละคะ ^^

บำรุงผิวมือแล้วก็อย่าลืม บำรุงผิวหน้ากันด้วยนะคะ คลิกอ่าน 10 ออยล์บำรุงผิวเจ้าสาวให้สวยจบในชิ้นเดียว ที่นี่เลย

credit photo: 100layerscake.com

ชุดแต่งงานประดับดอกไม้แสนหวานจาก 15 แบรนด์ชุดแต่งงานชื่อดังคอลเลคชั่น Spring 2018

ว่าที่เจ้าสาวสายหวานขยับเข้ามาใกล้ๆ เพราะแพรว wedding มีแบบ ชุดแต่งงาน ที่ประดับไว้ด้วยดอกไม้สุดหวานมาฝาก แถมงานนี้บอกเลยว่าหวานอลังเหมือนยกสวนดอกไม้มาไว้บนชุดแต่งงานเชียวล่ะ แถมยังมีหลากหลายสไตล์ของลวดลายดอกไม้ให้เลือกได้ตรงตามความชอบของว่าที่เจ้าสาวแต่ละคนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ลวดลายดอกไม้จากผ้าลูกไม้สุดหวาน หรือจะเป็นการประดับดอกไม้แบบ 3D ก็ดูอินเทรนด์ไปอีกเอาเป็นว่าไปดูกันดีกว่าแบบไหนที่ถูกใจคุณว่าที่ จะได้นำไปเป็นเซฟเป็นเรฟเฟอร์เรนซ์ให้กับร้านชุดหรือดีไซเนอร์กัน

ชุดแต่งงาน

โรแมนติกสุดๆ สำหรับลุคนี้ เพราะเป็นชุดที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้แบบ 3D สุดอลัง ที่มาในชุดดีไซน์แบบเกาะอก พร้อมถุงมือซีทรูแบบยาวที่ประดับไว้ด้วยดอกไม้ที่เข้ากันกับชุดแต่งงาน เรียกได้ว่าเป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ทั้งชุดและแอคเซสซอรี่เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยชุดแต่งงานจากแบรนด์ Lela Rose ชุดนี้เป็นคอลเลคชั่น Spring 2018

อีกหนึ่งชุดจากแบรนด์ชุดแต่งงานสุดหวานจากคอลเลคชั่นเดียวกัน เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวที่อยากได้ลุคเรียบๆ ขึ้นมาอีกหน่อย แต่ยังไม่ทิ้งความหวานด้วยการประดับชุดด้วยช่อดอกไม้เล็กๆ ไว้บนชุด แต่ก็ยังคงความอินเทรน์ด้วยการปักไว้แบบ 3D และแน่นอนลุคนี้ยังคงแมตช์เข้ากับถุงมือแบบเข้าเซตกับชุดแต่งงานเหมือนเดิม

สำหรับว่าที่เจ้าสาวที่ต้องการความแปลกใหม่ให้กับชุดแต่งงาน การแมตช์เฉดสีขาวและสีครีมเข้าด้วยกันในชุดเดียวก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย และสร้างความโดดเด่นด้วยการประดับลวดลายของดอกไม้ไว้ที่บริเวณช่วงบนของชุดจนถึงบริเวณช่วงสะโพกก็ช่วยให้ชุดแต่งงานสไตล์สายเดี่ยวที่เรียบง่ายดูมีลูกเล่นขึ้นมาทันที และเพื่อไม่ให้ดอกไม้กลืนหายไปกับชุด ว่าที่เจ้าสาวอาจจะเลือกเพิ่มเฉดสีให้กับลวดลายของดอกไม้อีกสักนิด เท่านี้ก็ช่วยให้ลุคโดยรวมของชุดดูโรแมนติกแล้ว ชุดแต่งงานจากแบรนด์ YolanCris คอลเลคชั่น Spring 2018

และอีกหนึ่งชุดจากแบรนด์เดียวกันแต่เน้นไปที่งานแบบ 3D และเน้นความเรียบเก๋มากกว่าชุดแรก ด้วยชุดแต่งงานแบบสายเดี่ยวที่แมตช์เข้ากับกระโปรงทรงเอ-ไลน์ที่เน้นความพลิ้วไหวและเลกเยอร์ที่ช่วงกระโปรง พร้อมประดับด้วยลวดลายดอกไม้ในเฉดสีขาวแต่กลับไม่กลืนไปกับชุดได้เป็นอย่างดี

สำหรับเจ้าสาวสายเก๋ที่ต้องการความเป็นแฟชั่นต้องไม่พลาดแบรนด์นี้ เริ่มต้นกันที่ชุดแรกที่เก๋สุดๆ ด้วยชุดแต่งงานสไตล์คล้องคอที่ช่วงบนของชุดลงมาจนถึงเอวประดับไว้ด้วยดอกไม้สุดหวานแบบ 3D ไว้ทั่วทั้งชุด พร้อมเสริมไว้อีกประปรายที่บริเวณชายกระโปรง กับชุดแต่งงานจากแบรนด์ Viktor&Rolf คอลเลคชั่น Spring 2018

แต่ถ้าหากว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่ไม่กล้าประโคมดอกไม้เข้าไปในชุดแต่งงานขนาดนั้น แบรนด์นี้ก็ยังมีอีกหนึ่งรูปแบบชุดแต่งงานที่เรียบเก๋อีกหนึ่งชุด กับชุดแต่งงานที่ช่วงบนเป็นแบบคอกลมแขนกุด แล้วแมตช์เข้ากับช่วงประโปรงทรงเล-ไลน์ที่ประดับประดาไว้ด้วยหมู่มวลดอกไม้แบบ 3D ไว้อย่างสวยงาม

และชุดท้ายจากแบรนด์ Viktor&Rolf ในคอลเลคชั่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งชุดแต่งงานที่เจ้าสาวสายหวานที่อยากได้ลุคความเป็นเจ้าหญิงไม่ควรพลาด กับชุดแต่งงานแบบเกาะอกและกระโปรงทรงปริ๊นเซสสุดสง่างามที่ด้านบนของชุดเน้นความเรียบง่าย แล้วมาปล่อยพลังความอลังที่กระโปรงแทนด้วยดอกไม้ดีไซน์เก๋ที่ประดับไว้บนผ้าชีฟองบนช่วงกระโปรงพองฟู

สำหรับว่าที่เจ้าสาวสายมุ้งมิ้งที่อยากได้ความงดงามในคำจำกัดความที่ว่า ‘น้อยแต่มาก’ ต้องไม่พลาดชุดนี้ กับชุดแต่งงานแบบเกาะอกที่ประดับไว้ด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ สวยหวานไว้ทั้วทั้งชุด แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะต้องยกให้กับชายผ้าทูลล์ที่ลากยาวอยู่ด้านหลังชุดแต่งงานที่โปรยปรายดอกไม้ดีไซน์สวยหวานเอาไว้ทั้วทั้งผืน กับชุดแต่งงานจากแบรนด์ Oscar de la Renta

นี่คือความเรียบโก้ที่แท้ทรู กับชุดแต่งงานแบบคอวีที่เน้นความเรียบง่ายของดีไซน์และเฉดสี แล้วเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคเจ้าสาวในชุดนี้ด้วยลายผ้าที่ปริ้นต์ลวยลายดอกไม้ในเฉดสีสดใสแซมไว้ที่ช่วงเอวและชายผ้าด้านในที่ลากยาวไปกับพื้น ชุดนี้จากแบรนด์ Sachin & Babi คอลเลคชั่น spring 2018

เจ้าสาวที่ต้องการความสวยหวานปนความเซ็กซี่เราไม่อยากให้พลาดลุคนี้จริงๆ นะ กับชุดแต่งงานแบบเกาะอกทรงหัวใจที่ประดับไว้ด้วยดอกไม้สวยหวานแบบ appliquéd ที่เรียงรายตั้งแต่ช่วงบนของชุดลงมาจนถึงบริเวณสะโพก ที่ช่วงกระโปรงโดดเด่นแฝงความเซ็กซี่ด้วยเนื้อผ้าแบบซีทรู ให้ว่าที่เจ้าสาวได้โชว์เรียวขาเป็นพิเศษ ชุดแต่งงานจากแบรนด์ Francesca Miranda คอลเลคชั่น Spring 2018

สำหรับว่าที่เจ้าสาวที่ต้องการความแตกต่างของเฉดสีชุดแต่งงาน การเลือกแมตช์ลูกไม้ในเฉดสีฟ้าเทอร์คอยซ์ให้เข้ากับเฉดสีสีนู้ดของเนื้อผ้าก็ดูเข้ากันดีไม่น้อย แถมยังช่วยเสริมให้ลุคของเจ้าสาวดูสวยสง่าและโดดเด่นอีกด้วย ชุดแต่งงานจากแบรนด์ Rivini คอลเลคชั่น Spring 2018

ปังสุดพลัง! 10 รองเท้าเจ้าสาวคู่เด็ดแห่งปีจากตัวแม่แห่งวงการ

การเลือกชุดแต่งงาน หรือเครื่องประดับต่าง ๆ มักจะเป็นไอเทมลำดับแรกๆที่เจ้าสาวนึกถึงและให้ความสำคัญเมื่อตกลงปลงใจเซย์เยสกับที่รักเรียบร้อย แต่ แพรว wedding ขอนั่งยันและนอนยันตรงนี้เลยว่าอีกไอเทมหนึ่งที่เจ้าสาวทั้งหลายจะต้องให้ความสำคัญและใส่ใจในรายละเอียดไม่แพ้กันก็คือ รองเท้าเจ้าสาว  ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเทมสำคัญ ที่จะมาช่วยเสริมบุคลิกของผู้เป็นเจ้าสาวได้อย่างดี จะเป็นรองเท้าเจ้าสาวส้นสูง รองเท้าเจ้าสาวแบบหัวแหลม รองเท้าเจ้าสาวแบบแฟลต หรือแม้แต่เรื่องสีของรองเท้า ทั้งสีขาว สีเงิน สีฟ้า สีโรสโกล์ด ฯลฯ ที่จะมีบทบาทสำคัญในการอวดสไตล์ หรือรสนิยมให้กับคุณในวันแต่งงานได้ไม่น้อยไปกว่าไอเทมชิ้นอื่นเลย เพราะฉะนันห้ามมองข้ามเด็ดขาดนะคะสาวๆ

 

เอาล่ะค่ะ วันนี้เรานึกครึ้มเลยลิสต์รองเท้าเจ้าสาวตัวเด็ด 10 คู่ประจำฤดูกาลนี้จากแบรนด์ดังตัวพ่อตัวแม่มาให้ชมกัน เอาเป็นว่าถ้าเงินถึงแล้วไม่ลำบากเราก็เชียร์ให้จัด แต่ถ้าอยากประหยัดก็แค่ดูไว้เป็นแรงบันดาลใจไม่เห็นเสียหาย ว่าแล้วก็ไปยลกันเลยค่ะ

Aquazzura  , crystal-embellished sandals รุ่น “Eden”

รองเท้าเจ้าสาว

Etro , Embroidered lace and satin sandals

Aquazzura 

Gianvito Rossi , Feather trimmed patent leather pumps

Aquazzura 

Gucci , Two-tone metallic leather sandals

รองเท้าเจ้าสาว

Jimmy Choo , faux-pearl embellished flats รุ่น “Leema”

รองเท้าเจ้าสาว 

Nicholas Kirkwood  , embellished mesh sandals รุ่น “Penelope”

รองเท้าเจ้าสาว

Paul Andrew , satin and suede sandals รุ่น “Kalida”

รองเท้าเจ้าสาว

Sophia Webster , velvet sandals รุ่น “Rosalind”

รองเท้าเจ้าสาว

Tom Ford , Leather sandals

รองเท้าเจ้าสาว

Valentino , pumps รุ่น “Rockstud” 

รองเท้าเจ้าสาว

 

 

cr : harpersbazaar.com/wedding/bridal-fashion

ฉีกทุกกฏ ของการซื้อขายแลกเปลี่ยนแบรนด์เนมมือสอง กับ คุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ แห่ง Brand Off Tokyo by Money Café

Brand Off Tokyo by Money Café  ร้านซื้อขาย-แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากประเทศญี่ปุ่น กับแนวคิดธุรกิจที่ไม่ธรรมดา “Sharing Economy Sharing Happiness” ที่มองการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ของเคยรัก (Pre-owned) เป็นการส่งต่อความสุขไปให้กับคนที่ต้องการ

วันนี้เรามีแนวคิดดีๆ จากคุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ ผู้บริหารยุคใหม่ที่พร้อมฉีกทุกกฏ เดินหน้าสร้างมิติใหม่ๆ ให้วงการแบรนด์เนมมือสอง

ด้วยความที่ทางบ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงรับจำนำมานานกว่า 40 ปี คุ้นเคยกับธุรกิจที่เป็นของมือสองมาโดยตลอด สำหรับคุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ ผู้บริหาร Money Café Group ที่ฉีกกฎรูปแบบโรงรับจำนำแบบเดิมๆ ให้ดูล้ำสมัยยังคงเดินหน้าสร้างมิติใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น ไปโดนใจกับธุรกิจในรูปแบบ Sharing Economy ภายใต้ชื่อ Brand Off Tokyo ซึ่งกำลังจะทำให้แวดวงสินค้าแบรนด์เนมมือสองในเมืองไทยเปลี่ยนไป

ถ้าเราพูดถึงเรื่องอาหาร หรือยา ในญี่ปุ่น ผมจะมีความมั่นใจลึกๆว่าเชื่อถือได้ ปลอดภัย แค่ไหนคุณภาพเต็มร้อยหรือไม่  ซึ่งจริงๆความเชื่อแบบนี้ก็มักจะรวมไปถึงสินค้าหลากหลายประเภทรวมถึงของแบรนด์เนมก็ เช่นกัน

คุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพัธ์ เล่าว่า“ผมต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย แต่ที่ชอบมาที่สุดคือ ญี่ปุ่น เพราะมีอาหาร แฟชั่น รวมทั้งเรื่องช้อปปิ้งที่โดดเด่นมาก จนทำให้ได้รู้จักกับร้าน Brand Off Tokyo แถวย่าน Ginza ร้านนี้มีไอเดียในการทำธุรกิจที่ดีมากๆ สำหรับโลกยุคปัจจุบัน กับรูปแบบของ Sharing Economy ก็เริ่มสนใจ เพราะช่วงนั้นก็พยายามคิดต่อยอดธุรกิจโรงรับจำนำของที่บ้าน

อยากจะทำให้เกิดพาร์ทของธุรกิจของแบรนด์เนมมือสองประเภทอื่นๆ อย่าง กระเป๋า นาฬิกา ฯลฯ

เลยไปติดต่อ Brand Off Tokyo ประเทศญี่ปุ่น ทำ Proposal เสนอไป จำได้ว่าเขาใช้เวลาพิจารณาอยู่นานพอสมควร แต่ด้วยแบล็คกราวน์ที่บ้านเป็นธุรกิจโรงรับจำนำ ซึ่งเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกันกับแนวทางธุรกิจของเขา ในที่สุดก็ได้มีโอกาสทำธุรกิจ Brand Off Tokyo ที่เมืองไทย

ขออนุญาติถามถึง Money Café จากธุรกิจโรงรับจำนำที่มีภาพจำแบบเดิม มาวันนี้คุณได้ทำให้เกิดมิติใหม่ของโรงรับจำนำ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

ที่ผ่านมาเห็นพฤติกรรมลูกค้ามาโดยตลอด จนเราเริ่มเข้าใจว่าอะไรคืออุปสรรค ที่ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยกล้าเข้าโรงรับจำนำ อย่างแรกเลยคือ ภาพลักษณ์  ทัศนคติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถเเก้ไขได้ เราต้องสร้างเซอร์วิสใหม่ๆ และทัศนะคติที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งตลอดระยะเวลา2 ปีที่ผ่านมาเราก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าลูกค้าเริ่มเข้าใจโรงรับจำนำในอีกรูปแบบหนึ่ง และกล้าที่จะเข้ามาหาเรามากขึ้น หลายคนมาที่นี่แล้วรู้สึกเหมือนมาห้างสรรพสินค้า เราแอบดีใจมากว่า

สิ่งที่เราถ่ายทอดออกมาลูกค้า สามารถที่จะซึมซับ และเข้าใจตรงจุดนั้นได้ เพราะผมจะพูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณรู้สึกภูมิใจมากที่เราสามารถทำให้เกิดหนังสือหน้าใหม่กับอุตสาหกรรมโรงรับจำนำ

ถ้าถามว่า ทำไมถึงสนใจธุรกิจรูปแบบ Sharing Economy

“เท่าที่เซอร์เวย์ในเมืองไทยการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองได้รับความนิยม และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เราในฐานะ Brand Off Tokyo ต้องการจะแบ่งปันทัศนะคติของการ Sharing Economy และ Sharing Happiness  เพราะหลายคนมักคิดว่าธุรกิจที่จำหน่าย หรือซื้อขายสินค้าแบรนด์เนม มักจะมีหลายพาร์ทที่เราต้องเป็นห่วง เช่น ความคุ้มค่า ราคา และสภาพของสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิด Brand Off Tokyo by Money Cafe ครับ คนที่เดินเข้ามาสามารถเชื่อใจได้ ว่าคุณจะได้ของแท้กลับไปเเน่นอน100% ตามมาด้วยเรื่องราคาที่ค่อนข้างสแตนดาร์ด ซึ่งเราเป็นตัวกลาง และมีประสิทธิภาพในการทำบทบาทตรงนี้ได้ดี

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้ Brand Off Tokyo by Money Café โดดเด่น และแตกต่างจากร้านแบรนด์เนมมือสองทั่วๆ ไปว่าคืออะไร

คุณชูศักดิ์  ตอบแบบชัดเจนว่า “เรามี Specialist มาจากญี่ปุ่น ที่มาดูแลทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้า แล้วความเป็นมาตรฐานที่ไว้ใจได้ในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งข้อดีของการเป็น International Brand ทำให้เราจะมีแหล่งในการหาของที่วาไรตี้มากกว่า  บวกกับสตอรี่อันยาวนานของ Brand Off Tokyo ซึ่งเปิดมานานกว่า 25 ปี แล้วก็มีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่มีความเชื่อว่า สินค้าหนึ่งอย่างจะมีคุณค่า และถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งเป็นความคิดที่ดีมากในการทำ Sharing Economy

เรียกว่าเป็นการตอบรับในเรื่องของระบบทุนนิยมแบบใหม่เลยใช่มั้ย

“ครับ…ถ้าคุณซื้อของสิ่งหนึ่งมาแล้ววันหนึ่งเกิดอยากได้สิ่งใหม่ สิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วก็สามารถนำไปทำให้มีมูลค่าได้เช่นมาที่ Brand Off Tokyo by Money Café หรือที่ร้านไหนก็แล้วแต่ คนที่จะซื้อของชิ้นนั้นต่อจากเราไป เค้าจะรู้สึกถึงความมีคุณค่า ส่วนผู้ขายก็สามารถซื้อสินค้าชิ้นใหม่ได้ เพราะในยุคที่เป็น Globalization เราสามารถเสพข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งสินค้าต่างๆ มากมายเต็มไปหมด ดังนั้น Brand Off Tokyo by Money Café  จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับการนำของที่มีอยู่แล้วให้กลับมามีมูลค่าใหม่ เพื่อที่จะซื้อสินค้าชิ้นใหม่ ผมว่าเป็นวิธีการบริหารกิเลสของเราที่ดีทีเดียว

ทราบมาว่าตอนนี้กำลัง Renovate ร้านใหม่ด้วยใช่ไหมคะ

“ครับ เราจะใช่ชื่อว่า Brand Off by Money Café ตรงสยามสแควร์ซอย3 โดยจะแยกโซนชัดเจน ภายในร้านก็จะมีทั้งกระเป๋า จิวเวลรี่ และ ไฟน์ จิวเวลรี่ แต่เรากำลังจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ของสิ่งหนึ่งมูลค่าไม่หายไป ถ้าวันหนึ่งที่อยากจะเปลี่ยน อย่างน้อยมันก็ยังมีมูลค่า และมีคนที่มองหา รอที่จะจับจองเป็นเจ้าของ เรียกว่าเป็นการ Sharing Happiness ก็ว่าได้ ถ้าเรามีมุมมองที่เปิดกว้างทุกอย่างสามารถถูกแชร์ได้จริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่เฉพาะสินค้าแบรนด์เนม แต่รวมไปถึงสินค้าทุกๆ ประเภท เป็นการแชร์ของราคาต้นทุน ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อของได้ในราคาที่ถูกลง การศูนย์เสียทรัพยากรลดน้อยลง การลงทุนก็น้อยลง เรียกว่าเป็นการใช้เงินอย่างชาญฉลาดจริงๆ ถ้าเรารู้จักวิธีเลือกซื้อ หรือเลือกใช้ ผมเชื่อว่ามันสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้ ของเก่าเก็บบางอย่างที่คุณมีอยู่ในบ้านทุกชิ้นล้วนมีมูลค่า แค่พามาหาเราครับ

ในวันที่ 30 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2561 นี้ ทาง Brand Off by Money Café จะจัดงาน Brand Off Tokyo Market Place Sharing Economy … Sharing Happiness ซึ่งเป็นงาน รับซื้อ และขาย สินค้าแบรนด์เนม ณ โรงแรมเอ็มโพเรียม สวีท บริเวณห้าง Emporium  BTS พร้อมพงษ์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่  https://goo.gl/forms/IMzRwXQpwKLPk6G42