ผู้หญิงมีสตอรี่ ซินดี้-สิรินยา อีกมากลุคที่ไม่ได้มีเพียงนางแบบมาดนางพญา

ผู้หญิงมีสตอรี่ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ

กำลังมีผลงานละครเรื่อง ลิขิตรัก The Crown Princess รับบทเป็น เจ้าฟ้าหญิงโมนา (นางร้าย) อยู่ในตอนนี้สำหรับนางแบบตัวแม่ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ ที่เริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการถ่ายโฆษณา ประกวดเวทีนางงามจนคว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ ประจำปี 2539 ไปได้และเดินสายอยู่ในวงการเดินแบบมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นนางแบบระดับท็อปมาจนถึงปัจจุบัน

ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา

แม้ในละครจะมีความร้าย แต่ถ้าติดตามในโลกโซเชียล ซินดี้กลับมีกลุ่มแฟนคลับสาวๆ รุ่นใหม่เพิ่มขึ้นมามากทีเดียว เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่สวย สง่าในชุดสวยสไตล์เจ้าหญิงในเรื่อง ผสมกับผลงานการเดินแบบ ถ่ายแบบที่ผ่านๆ มา รวมถึงออกรายการเรียลลิตี้บนหน้าจอโทรทัศน์ ก็ทำให้สาวซินดี้จัดอยู่ในกลุ่มนางแบบตัวแม่ นักแสดงสาวรุ่นใหญ่ขึ้นแท่นไอดอลของใครหลายคนไปโดยปริยาย

ซินดี้-สิรินยา

วันนี้ แพรวดอทคอ จะมาพูดถึงอีกมุมหนึ่งของสาวซินดี้ ที่ไม่ใช่มีเพียงผลงานด้านการแสดง เดินแบบ ถ่ายแบบเท่านั้น เพราะในด้านหนึ่ง ซินดี้ยังเป็นผู้หญิงที่สนับสนุนในการจัดตั้งแคมเปญเรียกร้องสิทธิสตรีอีกด้วย อย่างในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เธอก็ได้อัดคลิปวิดีโอออกมาแสดงความคิดเห็นว่า นอกจากจะรณรงค์ให้ผู้หญิงแต่งตัวปกปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการโดนลวนลามแล้ว ทำไมถึงไม่ปลูกฝังให้ผู้ชายรู้จักให้เกียรติเพศหญิง เพราะถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลสำคัญ หรือผู้หญิงแต่งตัวเรียบร้อยแค่ไหนก็ยังเจอกรณีผู้ชายลวนลามบ่อยครั้งอยู่ดี รวมถึงยังเป็นกระบอกเสียงจัดแคมเปญพูดคุยเรื่อง “ผู้หญิงกับการคุกคามทางเพศ” อีกด้วย ซึ่งก็ทำให้ผู้หญิงหลายชื่นชอบในความคิดและกล้าแสดงออกนี้

ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา

นอกจากนี้ เห็นภาพลักษณ์ของสาว ซินดี้-สิรินยา บนแคทวอล์คดูลุคมาดนางพญา แต่ความจริงเธอยังมีมุมน่ารักๆ ในแบบฉบับผู้หญิง และคุณแม่ลูกสองด้วย

โดยสาวซินดี้ได้จัดทำช่องทางให้แฟนๆ ได้ติดตามเธอผ่าน Youtube Chanel ในนาม Cindy Sirinya Bishop ซึ่งจะมีเรื่องราวต่างๆ ที่มีประโยชน์ เผยให้เห็นไลฟ์สไตล์ของเธอ นำมาแชร์ มาแนะนำให้กับสาวๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการเป็นนางแบบว่าควรเริ่มฝึกอย่างไรหากสนใจเส้นทางนี้ ทริคการแต่งหน้า ทริคสร้างความมั่นใจ

ซินดี้-สิรินยา

รวมถึงไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ใช้ชีวิตกับครอบครัวแบบเรียบง่ายที่มีทั้งความฝรั่งและไทยผสมกัน ซึ่งจะมีสามีลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น ไบรอน บิชอพ และลูกๆ น้องเลล่า คาเมน-น้องเอเดน วิลเลียม มาเติมความน่ารักสดใสเข้ามา โดยความพิเศษของคลิปวิดีโอทั้งหลายนี้คือ สาวซินดี้จะพูดเป็นภาษาอังกฤษที่ฟังง่าย ศัพท์ไม่ยาก ทำให้หลายคนที่มาติดตามได้ฝึกทักษะภาษาเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการมารู้จักสาวซินดี้เพิ่มขึ้นด้วย เป็นอีกหลากหลายมุมเลยที่ทำให้ซินดี้มีเสน่ห์ และน่าติดตามมากเชียวล่ะ ซึ่งความน่ารักของซินดี้และครอบครัวแบบเรียบง่ายจะเป็นอย่างไร ให้รูปภาพด้านล่างนี้เป็นคำตอบแล้วกัน

ซินดี้-สิรินยา
ซินดี้-ไบรอน
ซินดี้-สิรินยา
น้องเลล่า คาเมน-น้องเอเดน วิลเลียม

ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา ซินดี้-สิรินยา

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @cindysirinya

10 สิ่งห้ามพลาดในงาน Great and Good Friends สัมพันธ์ 200 ปี ไทย-สหรัฐอเมริกา

อีกหนึ่งนิทรรศการดีๆ ที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ งานนิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ Great and Good Friends (เกรท แอนด์ กู๊ด เฟรนด์ส เอ็กซิบิชั่น) จัดขึ้นโดย สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปีความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบการจัดแสดงของขวัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลที่ 9 และที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระมหากษัตริย์ไทย ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง

นิทรรศการนี้เป็นการแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1818 เป็นต้นมา รวมทั้งสิ้น 79 ชิ้น ที่หาชมได้ยากและบางชิ้นไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน โดยภายในงานนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน เริ่มจากชั้น 2 เป็นโซนจัดแสดงความสัมพันธ์ 100 ปีแรก และชั้น 1 โซนจัดแสดงความสัมพันธ์ 100 ปีหลังจนถึงปัจจุบัน เราจึงรวบรวมไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดในการเข้าชมงานครั้งนี้

 10 สิ่งห้ามพลาดในงาน Great and Good Friends สัมพันธ์ 200 ปี ไทย-สหรัฐอเมริกา
ภาพจดหมายจากพระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค)
ภาพจดหมายจากพระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค)
  1. จดหมายจากพระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) เขียนถึงประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร ในปี พ.ศ.2361 เพื่อติดต่อด้านการค้ากันทางจดหมายเป็นครั้งแรกระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยเขียนเป็นภาษาโปรตุเกส ซึ่งเป็นภาษาทางการทูตที่ใช้ในราชอาณาจักรไทยสมัยนั้น ส่งผ่านกัปตันเรือชาวอเมริกันนายสตีเฟน วิลเลียมส์ ที่นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนน้ำตาลที่กรุงเทพฯ นี่เองที่ถือเป็นจุดกำเนิดแห่งมิตรภาพของสยามและสหรัฐอเมริกา มาจนถึงทุกวันนี้
ภาพร่างสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์
ภาพร่างสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์

 

ภาพร่างสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์
ภาพร่างสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์
  1. สนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ เป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่กรุงรัตนโกสินทร์ลงนามกับสหรัฐอเมริกาและเป็นฉบับแรกที่ประเทศในทวีปเอเชียลงนามกับสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2376 ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับพระราชลัญจกรรูปไอราพต เป็นการให้สัตยาบันอย่างสมบูรณ์ พร้อมกันกับรัฐสภาสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีมาร์ติน แวน บิวเรน โดยต้นฉบับม้วนหนังสือที่มีความสูงกว่าสามเมตรครึ่ง ถูกเก็บรักษาไว้ที่องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จนถึงทุกวันนี้ และได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้
ภาพเครื่องถมทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  1. เครื่องถมทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นงานศิลปหัตถกรรมไทยดั้งเดิมที่มีมาอย่างน้อยตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มอบให้แก่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ ในปี พ.ศ.2399 ซึ่งเครื่องถมทองเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันประทับใจเมื่อได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้ชมความงดงามของเครื่องถมทอง ตลอดจนเครื่องยศต่างๆ ของผู้คนในราชสำนัก การให้เครื่องถมทองเป็นของขวัญหมายถึงทรงเชื้อเชิญแขกเมืองให้มายังราชสำนักสยามนั่นเอง
ภาพเหมือนประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน
  1. ภาพเหมือนประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ชิ้นนี้สันนิษฐานว่าเป็นผลงานของเรมบรันต์ พีล ของขวัญจากประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2399 ซึ่งผลงานปัจจุบันถูกเก็บไว้ที่กรมศิลปากร งานนี้ยกผลงานจริงมาให้ชมกันอย่างใกล้ชิด 
ภาพจดหมายตอบกลับเรื่องพระราชทานช้างเผือก
  1. จดหมายตอบกลับเรื่องพระราชทานช้างเผือก จากอับราฮัม ลินคอร์น ที่ขึ้นต้นหัวจดหมายด้วยคำว่า Great and Good Friends ถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชสาส์นไปยังประธานาธิบดีเจมส์ บูแคนัน โดยมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานช้างหนึ่งคู่เพื่อ “ไว้ให้สืบพืชพันธุ์ในทวีปอเมริกา” หลังจากพระองค์ทรงทราบว่าไม่มีช้างอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อพระราชสาส์นไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี. ซี. นายอับราฮัม ลินคอล์น ที่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ปฏิเสธอย่างสุภาพ ในปี พ.ศ.2405 โดยชี้แจงว่า “ภูมิอากาศของสหรัฐอเมริกาไม่เหมาะแก่การขยายพันธุ์ช้าง” ถึงแม้ไทยจะไม่ได้ส่งช้างคู่นั้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังสหรัฐอเมริกา แต่น้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสารตอบกลับอันสุภาพจากประธานาธิบดีลินคอล์นก็ได้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ทั้งสองประเทศมีต่อกัน
ภาพจดหมายตอบกลับเรื่องพระราชทานช้างเผือก
  1. นิตยสาร TIME ปกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงพระราชปฏิสันถารกับผู้คนที่มารอรับเสด็จ ในปี พ.ศ.2474 เมืองสการ์โบโร รัฐนิวยอร์ก พระราชดำรัสของพระองค์ในครั้งนั้นทำให้อเมริกันชนยกย่องชื่นชมพระองค์ และสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น หนังสือพิมพ์หลายฉบับรวมทั้งนิตยสารไทม์ซึ่งตีพิมพ์ทั่วประเทศ ลงข่าวการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของพระองค์ ซึ่งทำให้ประเทศสยามกลายเป็นที่รู้จักไปทุกหนแห่งในสหรัฐอเมริกา 
ภาพกล่องบุหรี่ประดับอักษรพระปรมาภิไธย
  1. กล่องบุหรี่ประดับอักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ในสมัยรัชกาลที่ 8 ช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดเหตุการณ์กองทัพญี่ปุ่นบีบให้รัฐบาลไทยประกาศสงครามต่อสหรัฐอเมริกา แต่ไทยไม่ส่งคำประกาศดังกล่าวแก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างสองประเทศ หลวงประดิษฐ์มนูธรรมผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ส่งกล่องบุหรี่ทองประดับอักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ มอบให้ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ เพื่อแสดงความขอบคุณผ่านทางเจ้าหน้าที่สำนักบริการด้านยุทธศาสตร์ในไทย สื่อถึงความปรารถนาดีของประเทศไทยในการมุ่งให้เกิดสันติภาพ แม้จะเป็นเพียงของขวัญเพียงเล็กน้อย แต่กล่องใส่บุหรี่ทองใบนี้สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ไทยไม่ต้องเป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
ภาพฉลองพระองค์ครุย
  1. ฉลองพระองค์ครุย ของขวัญที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประทานแก่สถาบันสมิธโซเนียน ในปีพ.ศ.2490 ฉลองพระองค์ครุยนี้มอบให้เพื่อเจริญความสัมพันธ์ทางการทูต ขณะทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา เป็นสิ่งของมีค่าทางความสัมพันธ์อีกชิ้นหนึ่งซึ่งมีความเปราะบาง เนื่องจากเป็นงานปักถักด้วยเส้นทองอันละเอียดอ่อน จึงเป็นสิ่งยากมากที่นำมาจัดแสดงโชว์ เพราะอาจจะทำให้เกิดการชำรุดได้ง่าย

 

  1. นิทรรศการเหมือนจริงผ่าน Google Arts & Culture นิทรรศการนี้มีการนำสื่ออินเทอร์เนตเข้ามาผสมผสานในการชมนิทรรศการผ่านช่องทางใหม่ๆ ผ่านการคิดค้นมาให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับทุกวัย สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาชมหรือต้องการชมซ้ำอีกครั้ง ซึ่ง Google Arts & Culture สามารถรับชมภาพเสมือนจริงได้ทั้งนิทรรศการ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับของขวัญจัดแสดงโชว์อย่างละเอียด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ https://artsandculture.google.com/partner/queen-sirikit-museum-of-textiles

 

 

  1. ห้องกิจกรรม และโซนภาพศิลปะ pixel art ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบัน ห้องนี้จะสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ไทยและสหรัฐอเมริกาที่มีมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม การเป็นอยู่ การดำเนินธุรกิจการค้า โดยสื่อผ่านกิจกรรมสลับภาพความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา ผ่านรูปแบบเกมส์จับคู่ มุมถ่ายภาพสนุกๆ และมุมภาพศิลปะแบบ pixel art ที่เป็นการสร้างภาพจากจุดเล็กๆ จนกลายเป็นภาพขนาดใหญ่ด้วย post-it 3M สีสันต่างๆ พร้อมประทับตราสัญลักษณ์ ให้ทุกคนที่มาร่วมชมนิทรรศการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมแสดงความคิดเห็นของคำว่า friendship is หรือ ความหมายของความสัมพันธ์ในความคิดส่วนตัวคืออะไร แปะลงไปให้เต็มพื้นที่ก็จะกลายเป็นภาพจับมือกัน เพื่อสื่อถึงมิตรภาพอันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกานั่นเอง

 

สิ่งของทั้ง 79 ชิ้นภายในงานถูกยกนำมาจัดแสดงทั้งหมด ถือว่างานนี้ได้รวบรวมของที่หาชมได้ยากมาไว้ในที่เดียว รับรองว่ามาแล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน โดยงานนิทรรศการ Great and Good Friends จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 150 บาท ผู้สูงอายุ 80 บาท นักเรียน นักศึกษา 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าฟรี เปิดทุกวัน 9.00 น. – 16.30 น. งานมีจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561

*รูปภาพทั้งหมดจาก https://www.greatandgoodfriends.com/ โซนชั้น 1 สามารถถ่ายภาพได้

อัพเดทกันยาวๆ กับเทรนด์ แฟชั่นชุดแต่งงาน 2018 – 2019

ว่าที่เจ้าสาวที่มีแผนจะแต่งงานปลายปีนี้ หรือปีหน้า มาอัพเดท แฟชั่นชุดแต่งงาน ในปี 2018 – 2019 กันก่อน

ความสวยงามต้องมาพร้อมกับความทันสมัย แพรว wedding เลยอยากให้เจ้าสาวของเรามีทั้งสองอย่างนี้รวมอยู่ในลุคชุดแต่งงานในวันสำคัญ และนี่คือ แฟชั่นชุดแต่งงาน ที่เราอัพเดทมาให้ทั้งในปีนี้ไปจนถึงปีหน้า เรียกได้ว่าใช้วางแผนความงามกันได้แบบยาวๆ เลย

เวลเจ้าสาวสไตล์ Dramatic Veils

ไม่ใช่เจ้าสาวทุกคนที่จะเลือกใส่เวลในวันแต่งงาน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เวล ก็เป็นสิ่งที่เจ้าสาวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและเลือกที่จะสวมใส่ในวันแต่งงาน แต่อาจจะเพิ่มสีสันให้กับผ่าม่านผืนยาวด้วยการเพิ่มดีเทล หรือเติมรายละเอียดต่างๆ ให้ดูมีสไตล์มากขึ้น เพื่อที่จะช่วยดึงดูดความสนใจในวันแต่งงาน เพราะฉะนั้นเวลที่เต็มไปด้วยกิมมิกอันโดดเด่นจึงดูเหมือนว่ากำลังจะได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งคำว่า “dramatic veils” ถูกใช้เป็นคำค้นหาเพิ่มมากขึ้นถึง 213 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 2017 เป็นต้นมา และเวลที่เต็มไปด้วยรายละเอียดต่างๆ อันน่าทึ่งนั้น ก็เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวที่สวมชุดแต่งงานแบบเรียบง่าย เพื่อที่จะช่วยดึงความโดดเด่นของเวลให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น แถมยังดูสวยงามไปด้วยกันได้ดีกับชุดแต่งงานสไตล์เรียบง่ายอีกด้วย ซึ่งเวลที่ได้รับความนิยมในปีนี้นั้นก็มีทั้ง เวลที่ชายผ้าประดับด้วยลูกไม้, เวลลายดอกไม้ หรือเวลที่ประดับไว้ด้วยดีเทลอันโดดเด่นต่างๆ และแน่นอนว่าเวลสีขาวนั้นเป็นสีมาตรฐานที่สวยงามไม่เคยเปลี่ยนแปลง

แฟชั่นชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานสไตล์งานปัก

ไม่ใช่แค่เวลเท่านั้นที่ได้รับการเมคโอเวอร์ให้ทันสมัยขึ้น แต่ชุดแต่งงานก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงจากสไตล์เรียบง่ายสีขาวมาเป็นอะไรที่ดูโมเดิร์นและมีรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเจ้าสาวมากขึ้น และจากผลการค้นหาข้อมูลชุดแต่งงานตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบว่า “ชุดแต่งงานแบบปัก” หรือ “embroidered bridal wear” เป็นเทรนด์ในการค้นหามากที่สุด ซึ่งคำค้นหานี้เพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการค้นหาชุดแต่งงานในสไตล์อื่นๆ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชุดแต่งงานแบบปักด้วยมือให้เป็นลวดลายต่างๆ หรือการประดับดอกไม้ในสไตล์เจ้าสาว ส่วนเทรนด์ชุดแต่งงานอีกหนึ่งสไตล์ในปี 2018 ที่กำลังได้รับความนิยมคือ ชุดแต่งงานสไตล์จัมพ์สูทหรือแบบกางเกง ที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีดีเทลของความเป็นความสาวมากขึ้น

เสื้อคลุมเจ้าสาว

ตั้งแต่ Bridal Fashion Week ไปจนถึงงานแต่งงานคนดังอย่าง เซเลน่า วิลเลียมส์ ดูเหมือนว่าโมเม้นต์ของ เสื้อคลุมเจ้าสาว กำลังจะเป็นที่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น เพราะจากสองงานดังกล่าวทำให้คำว่า “wedding capes” ถูกใช้ค้นหามากขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเสื้อคลุมเจ้าสาวถือเป็นอีกหนึ่งแอคเซสซอรี่ที่ดูทันสมัย และช่วยเพิ่มเลเยอร์ให้กับลุคและชุดแต่งงานดูน่าสนใจยิ่งขึ้นทันทีที่สวมใส่

เทรนด์ชุดแต่งงานในปี 2019!!

ชุดแต่งงานแบบเผยช่วงไหล่สุดเย้ายวน หรือแม้กระทั่งชุดแต่งงานแบบมีแขนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันสวยงาม ซึ่งชุดแต่งงานทั้งสองสไตล์นี้เป็นเทรนด์ใหม่ของชุดแต่งงานที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในปี 2019!! ในขณะที่ชุดแต่งงานที่มีช่วงแขนเสื้อแบบพองฟูนั้นกำลังครองโลกของแฟชั่นไปเมื่อเร็วๆ นี้ สังเกตได้จากรันเวย์ชุดแต่งงานที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ที่เริ่มเผยแฟชั่นในสไตล์นี้มากขึ้นในโลกของเจ้าสาว ซึ่งดูเหมือนกับว่าโลกแห่งแฟชั่นชุดแต่งงานอาจจะหมุนกลับไปสู่เทรนด์สไตล์วินเทจที่เน้นการดีไซน์ชุดแต่งงานให้มีดีเทลในช่วงแขนเสื้อและช่วงไหล่ให้เต็มไปด้วยกิมมิกอันโดดเด่น

แหวนสไตล์ Stacks Rings

เรียบเก๋ไม่เหมือนใครกับการใส่แหวนซ้อนกันสไตล์ Stacks Rings เทรนด์สุดฮิตที่ว่าที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด แถมยังช่วยเพิ่มความเท่และมีสไตล์ให้กับแหวนหมั้นวงสวยที่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรือนเรียบโก้ประดับเพชรแบบธรรมดาอีกต่อไป ด้วยการอัพเกรดแหวนหมั้นให้มีสไตล์ขึ้นมาอีกนิด ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะต้องสวมแอคเซศซอรี่อย่างแหวนแต่งงานติดนิ้วนางข้างซ้ายไว้เสมอ และเมื่อปีที่ผ่านมาแหวนสไตล์ Stacks Rings ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่สาวๆ และนั่นไม่เว้นแม้กระทั่งกับแหวนแต่งงาน ที่ว่าที่เจ้าสาวหลายคนมักจะเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์แหวนแต่งงานเข้ากับแหวนวงอื่นๆ เพื่อใส่ในชีวิตประจำวัน แถมแหวนสไตล์นี้ยังเหมาะมากหากหนุ่มๆ กำลังมองหาของขวัญสุดเก๋ให้แฟนสาวสักชิ้นในวันสำคัญหรือวันครบรอบอีกด้วย

ว่าแล้วก็ไปอัพเดท 14 แบรนด์ชุดแต่งงานระดับอินเตอร์ที่น่าจับตามองในปี 2018 กันต่อเลย

ข้อมูลจาก Etsy

ภาพ naeemkhan.com, vogue.com, brides.com, bhldn.com, pinterest.com, boards.weddingbee.com

Louis Vuitton cruise 2019

รับเทียบเชิญ! ญาญ่า ชมแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton cruise 2019 กระทบไหล่คนดัง

อีกครั้งกับการได้รับเทียบเชิญร่วมชมแฟชั่นโชว์แบรนด์ดัง สำหรับนางเอกสาวญาญ่า-อุรัสยา กับโชว์ของ Louis Vuitton cruise 2019 ที่คราวนี้ได้กระทบไหล่ซุป’ตาร์ไม่น้อย

เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 พ.ค.) แบรนด์ดังระดับโลก Louis Vuitton ได้จัดแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ประจำฤดูกาล ณ Fondation Maeght พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีอายุกว่า 5 ทศวรรษ ในประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่านอกจากโชว์จะเป็นจุดดึงดูดให้ผู้คนชมการไลฟ์สดผ่านทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลของ Louis Vuitton เป็นจำนวนหลักแสน และชมย้อนหลังอีกเกือบล้านครั้งแล้ว แขกที่ได้รับเทียบเชิญไปร่วมชมโชว์ในครั้งนี้ก็ถูกจับจ้องจากแฟนๆ ไม่ต่างกัน เพราะงานแฟชั่นโชว์ระดับแนวหน้า คนดังจากทั่วโลกต้องมาเข้าร่วมอยู่แล้ว และไม่ผิดคาดว่าตัวแทนจากฝั่งไทยที่ได้ร่วมชมโชว์ในปีนี้ก็คือนางเอกมากความสามารถ ญาญ่า-อุรัสยา

Louis Vuitton cruise 2019
ของขวัญต้อนรับจากหลุยส์ วิตตอง ที่สาวญาญ่าปลื้มสุดๆ

สาวญาญ่าได้รับเชิญในฐานะ Friend of Louis Vuitton เรียกได้ว่าโกอินเตอร์ไม่หยุดเลยจริงๆ และสำหรับลุคในครั้งนี้ก็มีความแตกต่างจากปีก่อนไม่น้อย เพราะคราวนี้มาในลุคสปอร์ตๆ เท่ๆ แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของสาวหวานด้วยโทนสีของชุดกับสีเหลืองพาสเทล ส่วนไอเท็มอื่นๆ อย่างกระเป๋าและรองเท้าก็เข้ากันได้ดี

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2017 ญาญ่า–อุรัสยา เสปอร์บันด์ นางเอกสาวสวยคนเก่งของไทย ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมชม แฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Collection Cruise 2018 ณ กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว ทั้งนี้ยังได้นั่งฟร้อนต์โรว์เพื่อชมโชว์อีกด้วย ส่วนในปีนี้ลุคของเธอจะโดนใจกันไหม ตามมาส่องเลย

 

ญาญ่า ชมแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton 2019 cruise กระทบไหล่คนดัง

 

Louis Vuitton cruise 2019
ญาญ่า–อุรัสยา

 

Louis Vuitton cruise 2019
แฟนคลับถึงกับกรี๊ด เพราะหนุ่มเซฮุนจากวง EXO นักร้องดังจากเกาหลีใต้ แชะภาพคู่น้องญ่า

 

Louis Vuitton cruise 2019
งานนี้มีแต่สาวๆ อิจฉาญาญ่าที่ได้กระทบไหล่หนุ่มเซฮุน

 

ญาญ่าและนักแสดงฮอลลีวู้ด เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี

 

ญาญ่าร่วมเฟรมกับ Sophie Turner (กลาง) และ Laura Ruth Harrier (ขวา)

 

เมื่อคนดังแห่งเอเชียทั้ง เซฮุน เรนนี่ หยาง และญาญ่า มารวมตัวกัน

 

เป๊ะแค่ไหน ถามใจดู งานนี้กินกันไม่ลง

ปีนี้สาวญาญ่าก็มาในลุคเซฟๆ ที่ไม่ได้ฉีกกฎอะไร แต่ก็ยังคงความสวยหรู ดูดี มีคลาสไว้ได้อย่างเฉียบขาด


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Twitter

หนูแหม่ม-สุริวิภา

หนูแหม่ม-สุริวิภา เปิดเผยถูกถอดจากพิธีกรเพราะไม่เซ็กซี่

พิธีกรมืออาชีพ หนูแหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา เปิดเผยเหตุถูกปลดจาก ศึก 12 ราศี เพราะไม่ผ่านเงื่อนไขของรายการที่ต้องการพิธีกรเฟรชและเซ็กซี่มากกว่า

หนูแหม่ม-สุริวิภา

อีกหนึ่งอาชีพที่เฟื่องฟูมากๆ ในยุคนี้คือ ผู้ดำเนินรายการ เพราะเมื่อมีรายการออกมามากมายทั้งทางทีวีและอินเทอร์เนต ก็ย่อมต้องมีผู้ดำเนินรายการด้วย ดังนั้นเราจึงได้เห็นคนรุ่นใหม่แจ้งเกิดมากมาย แถมแต่ละคนยังมีความถนัดเฉพาะตัวและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ไม่เหมือนในอดีตที่ผู้ดำเนินรายการมีไม่กี่คนเท่านั้น แต่ถึงจะอย่างนั้นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงจะน้อยแต่ก็อุดมไปด้วยคุณภาพ เช่นเดียวกับพิธีกรมืออาชีพ “พี่หนูแหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา” เธอคิดเห็นถึงเรื่องนี้เหมือนกันและได้ติดตามผลงานของน้องๆ หลายคนด้วย โดยเฉพาะ “แบม-ปีติภัทร คูตระกูล” ซึ่งเธอถึงกับบอกว่าเป็นคนที่มีไหวพริบและแก้ไขสถานการณ์ได้ดีมากๆ

โดยในงาน Exclusive Meet & Eat ร่วมรับประทานอาหารพร้อมเปิดตัว 2 รายการอาหารสุดเด็ด “เมนูเมียสั่ง My wife rules Thailand” และ “เชฟทัวร์ ครัวติดดิน street chefs” พี่หนูแหม่มยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ช่วงนี้แฟนๆ ไม่ค่อยได้เห็นเธอผ่านทางหน้าจอถี่เหมือนเดิม อีกทั้งล่าสุดเธอได้ออกจากการเป็นพิธีกรรายการ ศึก 12 ราศี ซึ่งหลังจากที่ออกได้ไม่นานนักทางรายการก็ได้สาวฮ็อต “ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา” มาทำหน้าที่ตรงนี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ “พี่หนูแหม่ม” อธิบายว่า

หนูแหม่ม-สุริวิภา
ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา

“เนื่องจากว่าทางสถานี อันนี้เป็นคำตอบจากทางผู้จัดฯ นะ ทางสถานีต้องการเปลี่ยนรูปแบบบางจุด เลยมาเปลี่ยนที่พิธีกรผู้หญิง เพราะเขารู้สึกว่าอยากได้ที่มันเฟรช ที่มันเซ็กซี่ (หัวเราะ) เราไม่ผ่านเงื่อนไข พอพูดคำว่าเซ็กซี่ก็เลยต้องจอด เป็นเรื่องที่สถานีต้องการเปลี่ยน เรารู้สึกยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้นได้ง่ายมาก บางคนอาจจะรู้สึกตกใจ เป็นอะไรไป เพราะว่าพวกเราโบราณ พวกเรายึดติด พิธีกรสมาคมชมดาวต้องเป็นคู่นี้ รายการนี้ต้องเป็นคู่นี้ นั่นเป็นเพราะพวกเรายึดติด จริงๆ รูปแบบของคนรุ่นใหม่เขาไม่แคร์หรอก จะเปลี่ยนเอาใครออก เอาใครเข้า เขาไม่ได้สน เขาจะดู เขาจะเช็คดวง เราเองเลยรู้สึกว่าเราสบายด้วยซ้ำ เพราะว่าเราทำเหมือนเดิมอยู่ทุกครั้ง เราเปลี่ยนทำอย่างอื่นบ้างก็ได้ เราไม่น้อยใจเลย ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้าที่จะเป็นเราก็เป็น “พี่สุ่ย-พรนภา” มาก่อน”

เมื่อถามถึงผลงานล่าสุดรายการ “เมนูเมียสั่ง My wife rules Thailand” ออกอากาศตอนบ่ายโมง วันพุธ – พฤหัสบดี ช่อง 7 สี กระแสตอบรับเป็นอย่างไร แตกต่างจากการที่ทำก่อนหน้านี้หรือเปล่าเธอบอกว่า “ไม่เลย ไม่แตกต่าง เพราะว่าเราทำรายการกลางวันก็เยอะอยู่ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เป็นรายการที่เป็นประเภทสั้นๆ อันนี้แค่ครึ่งชั่วโมง รายการค่อนข้างสั้น แต่ก็แบ่งเป็น 2 วัน เพราะฉะนั้นการทำงาน ฟีดแบ็กเนี่ยคือแม่จะชอบมาก เพราะว่าเขาจะไม่ต้องนอนดึก ไม่ต้องตั้งตารอดูลูก เปิดมาบ่ายโมงมีเวลาให้ผู้ใหญ่ทำโน่นนี่ เขาก็จะทักว่านี่ไงๆ แม่ก็แฮ็ปปี้มาก”

หนูแหม่ม-สุริวิภา

“พี่หนูแหม่ม” ยังบอกอีกว่ารายการทีวีเดี๋ยวนี้แตกต่างจากแต่ก่อน เดี๋ยวนี้มาไวไปไว ซึ่งเธอก็ยอมรับอย่างหนึ่งว่าตอนแรกๆ เครียดเหมือนกันเพราะเคยทำแต่รายการที่มีอายุ 10 ปี ขึ้นไป แต่มาถึงยุคนี้มาไวไปไวสัญญามีทั้ง 3 เดือน และ 6 เดือน เป็นอะไรที่สั้นมาก

“เมื่อก่อนนะ เวลาเปลี่ยนพิธีกรคนจะตื่นฮือเป็นข่าว แต่เดี๋ยวนี้การเปลี่ยนเป็นปกติมาก จะยกตัวอย่างให้ฟังเมื่อก่อนรายการหนึ่งรายการ จะเปลี่ยนสถานี หรือจะย้ายเวลา หรือจะเปลี่ยนพิธีกรก็จะเป็นเรื่องใหญ่มาก พวกเราไปยึดติดกับอายุ เมื่อก่อนเราเคยเป็น พอมายุคดิจิทัลมาใหม่ๆ มาขอเราเซ็นสัญญา 3 เดือน 6 เดือน เราไม่รับนะ ตอนดิจิทัลมาใหม่ๆ เราไม่รับงานเลย เพราะทุกคนมา 3 เดือน 6 เดือน หมดเลย เราเลยตกใจว่าทำไม เราไม่เคยทำงานที่อายุมันสั้นแบบนี้ ทำไมไปไวมาไว เราเคยทำรายการที่มัน 10 ปีหมดเลย ก็กลับมานอนคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้ แต่พอดิจิทัลมันเริ่มรันของมัน รายการไหนที่เปิดมาพอไม่ใช่ก็ถอด ไม่ใช่ก็ถอยหรือบางทีก็รีรัน เราก็อ๋อ รูปแบบมันเปลี่ยนไป การดูของคนก็เปลี่ยนไป ช่องที่เยอะขึ้น มันมีผลกับการใช้ชีวิตของพวกเราแบบไหน มันเกี่ยวเนื่องกันหมดเลย มานั่งคิดดูว่าจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เป็นซีซั่นสิง่าย ฉันเองจะได้ไปไหนก็ได้”

“เมื่อก่อนถ้าเราทำรายการประจำจะไปต่างประเทศไม่ได้เลย ซึ่งค่อนข้างยากมาก จะต้องสต็อกถ่ายไว้ เราเองเลยรู้สึกว่า ขอบคุณนะที่ทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นในช่วงที่เรากำลังอายุเยอะมากขึ้น พอหลังๆ มา 3 เดือนเหรอได้ 3 เดือนนะแฮ็บปี้ ยกตัวอย่างรายการหนึ่งเราไปทำ เซ็นสัญญา 6 เดือน แล้วมันไม่ใช่เพราะว่าเป็นรายการสด เป็นรายการเช้า เรานะกลับบ้านมานอนก็ไม่ได้ ไม่หลับแล้ว จะบอกเลิกก็ไม่ได้ เพราะด้วยกฎกติกาและมารยาทห้ามบอกเลิกกับผู้จ้างจนกว่าผู้จ้างจะเป็นคนบอกเลิกเอง”

หนูแหม่ม-สุริวิภา

“เพราะฉะนั้นอย่าตกใจเวลาใครมาบอกเลิกเรา บางทีเราอาจจะอยากเลิกแล้วก็ได้แต่ด้วยจรรยาบรรณของการทำงาน เราห้ามเด็ดขาด และเมื่อถึงเวลาผู้ว่าจ้างอยากจะบอกเลิก มันแฮ็บปี้ทั้งสองฝ่าย ใช่หรือเปล่า เดี๋ยวนี้เราต้องถามว่าเป็นซีซั่นหรือเปล่า 13 เทปนะเราแฮ็บปี้ ปีหนึ่งกี่ครั้ง สองครั้ง โอเคอย่าเยอะกว่านั้นนะ (ยิ้ม) มีรายการที่เราไปทำพอผู้บริหารใหม่มา เขาขอปรับผังใหม่ทั้งหมด เขาขอเริ่มใหม่เรานี่รีบไปถามเลยว่าเอารายการออกด้วยเลยไหม”

“เขาบอกเอาออกด้วยครับ เราเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวทั้งตึกเลย โอปอล์ (ปาณิสรา อารยะสกุล) เลี้ยงขนมคนทั้งตึกเลย เพราะว่าลูกเขาจะต้องไปเรียนแล้ว แล้วเขาต้องไปส่งลูก เขาบอกว่าหนูกำลังจะต้องขาดช่วงวัยในการไปส่งลูก จะต้องกลายเป็นหน้าที่พี่โอ๊ค (สมิทธิ์ อารยะสกุล) แน่เลย แล้วหนูก็จะหายไปจากหน้าลูกตอนเช้า นั่นคือเขากังวล ส่วนเราเองพอเสร็จรายการกลับบ้าน มันนอนใหม่ไม่ได้แล้วทั้งปิดม่านก็แล้ว ที่ปิดตาก็แล้ว มันนอนไม่ได้ เพราะเราตื่นไปแล้ว ถึงได้รู้ว่าถ้ารายการสดตอนเช้าไม่ต้องจ้าง(หัวเราะ) เราไม่ได้ตื่นสายแต่เราตื่นตี 4 ไม่ไหว”

อย่างไรก็ตาม “พี่หนูแหม่ม ”ยังได้บอกว่า ชีวิตทำรายการมาเกือบทุกรูปแบบแล้ว ตอนนี้เน้นเอาสนุกแล้ว แต่ยังเลี้ยงชีวิตเราได้ก็พอ


ภาพจากรายการ : เมนูเมียสั่ง My wife rules Thailand

‘ดราม่าแรง! ทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจ แต่เสียแรงเปล่า เพราะเขาไม่เห็นคุณค่า’ ดูดวงรายวัน 29 พฤษภาคม 2561

ดูดวงรายวัน 29 พฤษภาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : วันนี้จินตนาการท่านเลิศล้ำมากจนยากที่ใครจะตามทัน จึงเหมาะกับงานที่มีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรืองานที่ต้องเดินทางประสานงานกับบุคคลอื่นตามสถานที่ต่างๆ ควรเก็บอารมณ์ตัวเองให้ดี เพราะจะเป็นหนทางปิดบังพลังแห่งปัญญา จนอาจเกิดความเสียหายขึ้นในภายหลังได้

การเงิน :  จะหมดไปกับการช่วยเหลือคนอื่น และเข้าสังคม ระวังถูกโกง

ความรัก :  วันนี้ท่านรักและผูกพันกับครอบครัวอย่างอบอุ่น แต่ให้ระวังทิฐิและความมั่นใจในตัวเองจะทำให้เกิดการขัดแย้ง เพราะท่านไม่ชอบให้คู่มาจำกัดความคิดอิสรภาพของตน คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามมาก กว่าจะพบรักแท้ก็ต้องลองผิดลองถูก ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย

สุขภาพ : อาจมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระบบย่อยอาหาร ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  วันนี้แม้ท่านจะถูกห้ามไม่ให้ออกไปไหน แต่ท่านก็อดไม่ได้จะต้องเดินทางไปติดต่องานข้างนอก เพื่อเตรียมตัวลงทุนในธุรกิจหรือกำลังจะปรับปรุงกิจการที่ทำอยู่ แม้วันนี้เป็นวันพระใหญ่ แต่ท่านก็จะถูกดึงให้เข้าไปเกี่ยวกับสถานบันเทิงหรืองานบริการ

การเงิน  :  ควรระวังคำพูดในการติดต่อประสานงาน โดยเฉพาะเรื่องเงินและผลประโยชน์ ก่อนที่จะเซ็นสัญญา เพราะมีโอกาสผิดพลาด และถูกเอาเปรียบได้

ความรัก :   ความรักของท่านอาจเริ่มจากการถูกบังคับให้แต่งงานกัน หากท่านรักแล้วก็รักจริง แต่หากเบื่อก็เบื่อเลย  คนโสด วันนี้ระวังมือที่สามจะเข้ามาหลอกให้รัก เมื่อได้ผลประโยชน์ก็ตีจาก

สุขภาพ : วันหยุดนี้ บิ๊กคลีนนิ่งก่อนไปเวียนเทียนนะคะ เพราะโรคภูมิแพ้และหวัดเรื้อรังกำลังถามหาแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : วันนี้ท่านต้องใช้วาจาคำพูดในการติดต่อประสานงาน ซึ่งท่านต้องใช้การประสานกันระหว่างความสตรอง กล้าชนทุกสถานการณ์ กับความนุ่มนวลอ่อนไหวในทางศิลปะ บันเทิงเริงรมย์ งานจึงจะประสบความสำเร็จ

การเงิน :  ท่านใจใหญ่  หากท่านช่วยเหลือคนก็จะหยิบยื่นจนมากเกินไป

ความรัก : วันนี้ผู้หญิงมีภาวะผู้นำสูง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจในครัวเรือน สามารถส่งเสริมหน้าที่การงานของสามีได้อย่างดีเลย คนโสด หากท่านเป็นผู้ชาย ผู้หญิงที่ท่านพบวันนี้ ทั้งสตรอง ทั้งสวยรวยเสน่ห์ เรียกว่าครบองค์เลยทีเดียว

สุขภาพ : ช่วงนี้ออกงานชุก  เดทบ่อย ระวังน้ำหนักขึ้นพรวดๆ นะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ ในสิ่งที่ต้องการให้ได้ แม้จะได้มาโดยไม่ถูกต้องชอบธรรมนัก เพราะฉะนั้นควรระวังจะเกิดปัญหาและอุปสรรคที่ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน แม้ท่านสู้ก็ไม่ชนะ

การเงิน : วันนี้วันพระ ท่านจะหมดไปกับการทำบุญ และช่วยเหลือคนอื่น

ความรัก : ท่านอาจต้องใช้ศาสนาเข้ามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพราะท่านอาจเจอกับมรสุมรักครั้งใหญ่ แต่เดี๋ยวก็ผ่านไป คนโสด ท่านพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจคนที่ท่านหมายปอง แต่เสียแรงเปล่า เพราะเขาไม่เห็นคุณค่า

สุขภาพ : ระวังตัวเบอร์สูงสุดนะคะ วันนี้วันพระควรไปวัด สวดมนต์ เวียนเทียน เพื่อให้ใจสงบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้ท่านต้องใช้ความคิดทบทวนและชั่งน้ำหนักหาเหตุผลประกอบการตัดสินใจ ต้องเลือกระหว่างงานราชการ กับงานที่ต้องเดินทางติดต่อประสานงานตลอดเวลา ซึ่งท่านทำได้ดีทั้งคู่

การเงิน : ควรระวังคำพูดในการติดต่อประสานงาน โดยเฉพาะเรื่องเงินและผลประโยชน์ ควรคิดให้รอบคอบก่อนลงนาม หรือเซ็นเอกสาร เพราะมีโอกาสผิดพลาดสูง

ความรัก :  วันนี้มาถึงจุดที่ท่านต้องเลือกแล้วล่ะ ระหว่างงานกับครอบครัว เพราะแม้ท่านจะทำทั้งหมดเพื่อครอบครัว แต่เวลาที่มีให้ครอบครัวก็หายไป ทำอย่างไรที่จะไม่ต้องเลือก ใช้วิธีทางสายกลาง คนโสด จะมีเด็กโลกสวยมาจีบ แต่ท่านขี้เบื่อ แม้จะถูกใจอย่างไร หากท่านเบื่อก็ไม่ไปต่อเหมือนกัน

สุขภาพ : ดูแลเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะอย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้ราบเรียบ ราบรื่น ไม่ค่อยมีอุปสรรคมากนัก ผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด และคนรักให้การสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนท่านกล้าลุย กล้าชน แต่ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรควรใช้เหตุผลทบทวนให้ดี เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

การเงิน :  จะโชคดีในการทำธุรกิจร่วมกับคนรักหรือเพื่อน ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน

ความรัก :  ท่านอาจเข้าหุ้นกับคู่ทำธุรกิจ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลืออย่างดี แต่ระวังวันนี้ท่านเอาใจยากเดาใจลำบาก เดี๋ยวก็ขยัน เดี๋ยวก็ขี้เกียจ เตรียมรับมือไว้หน่อย คนโสด ท่านเอาใจยากเดาใจลำบาก อาจมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยจัดการให้

สุขภาพ :  ท่านจะเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรส จนน้ำหนักตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระวังด้วยค่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านต้องเดินทางติดต่องานตลอดเวลา พอท่านคล้อยหลังก็มีผู้จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ท่าน แต่วันนี้ไม่มีใครสามารถตามจินตนาการท่านได้ทัน เพราล้ำลึกมาก เหมาะกับการทำธุรกิจส่วนตัว หรือโครงการพิเศษมากกว่าจะทำงานประจำ

การเงิน :  ระวังถูกหลอกเรื่องรัก และการลงทุน ท่านจะปรนเปรอมากมาย

ความรัก :  วันนี้ชีวิตรักได้ดำเนินมาถึงจุดที่เบื่อหน่าย อาจมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ขอให้ท่านลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยว ไปไหว้พระ หรือทำงานก็ได้ จะทำให้ช่วยยืดเวลาออกไปได้บ้าง คนโสด  ระวังจะมีมือที่สามมาแย่งคนรักของท่านไปอย่างเนียนๆ

สุขภาพ : ระวังเกิดบาดแผลจากของมีคม ทำให้เกิดบาดแผลต่างๆ ตามร่างกาย

อาเจียว Twins ลั่นระฆังวิวาห์กับแฟนหนุ่มดีกรีคุณหมอพร้อมงานแต่งงานสุดหรู!!

อาเจียว Twins หรือ จิลเลียน ชุง เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนหนุ่มดีกรีคุณหมอแล้ว ในบรรยากาศ งานแต่งงาน สุดหรู พร้อมชุดแต่งงานน่ารักปนเซ็กซี่!!

หลังจากที่เปิดตัวความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มสุดหล่อชาวไต้หวันดีกรีคุณหมอ Michael Lai เมื่อเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้ว และประกาศหมั้นกันอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ฤกษ์จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่าน โดย งานแต่งงาน จัดขึ้นที่โรงแรม Millennium Biltmore Hotel ลอสแอนเลลิส, ประเทศสหรัฐอเมริกา

อาเจียว Twins

โดยบรรยากาศงานแต่งงานของทั้งคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นของแขกที่ล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวและเพื่อนสนิทของทั้งคู่ประมาณ 100 คนซึ่ง โดยมีรายงานว่าทั้งคู่ได้รับผิดชอบทั้งค่าเดินทางและค่าที่พักให้กับแขกทุกคนที่เชิญมา โดยคาดว่าน่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 3.37 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน!! ซึ่งนี้ไม่ใช่การจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการของทั้งคู่นะจ๊ะ เพราะบ่าวสาวจะจัดงานแต่งงานขึ้นอีกครั้งที่ฮ่องกง ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้อีกด้วย (อย่างไม่เป็นทางการ ยังไงก็รอติดตามกันนะจ๊ะ)

ส่วนบรรยากาศภายในงานนั้นก็เต็มไปด้วยดอกไม้ในเฉดสีชมพูปนม่วงพาสเทลเต็มไปทั้งห้องบอลรูมที่ช่วยเสิรมให้บรรยากาศของงานนั้นทั้งอบอุ่นและดูโรแมนติก แถมงานนี้แก๊งเพื่อนเจ้าสาวก็เป็นถึงคนดังของเกาะฮ่องกงทั้ง Charlene Choi, Joey Yung and Yumiko Cheng ที่สวมชุดเดรสคอวีที่แมตช์เข้ากับชุดเจ้าสาวได้เป็นอย่างดี  ซึ่งชุดของแต่งงานของจิลเลียนนั้น ก็เป็นของแบรนด์ Jenny Packham กับชุดแต่งงานแบบคอวีแบบซีทรู พร้อมช่วงแขนที่เล่นระบายเข้ากับกระโปรงที่ฟูฟ่องได้เป็นอย่างดี

และงานนี้เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงแห่งฮ่องกง อัลเบิร์ต หยัง (Chairman of Emperor Group) ยังได้สัญญาว่าจะจ่ายเงินให้กับงานแต่งงานของจิลเลียนทั้งหมด พร้อมทั้งมอบของขวัญเป็นบ้านในเซี่ยงไฮ้มูลค่า 28 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และยังบอกอีกว่าจะจ่ายเงินค่างานแต่งงานที่ฮ่องกงให้กับทั้งคู่อีกด้วย

ส่วนแผนหลังแต่งงานของบ่าวสาวนั้น ตามรายงานบอกว่าจิลเลียนจะย้ายไปที่ไต้หวันหลังจากแต่งงาน แต่ไมเคิลนั้นก็กังวลว่าจิลเลียนจะเกิดอาการโฮมซิก เขาจึงได้ตัดสินใจว่าจะเป็นการดีกว่าที่เขาจะเดินทางไปมาระหว่างไต้หวันและฮ่องกง แต่ถึงอย่างไร แพรว wedding ก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ ^^

ตามไปส่องชุดแต่งงานจากแบรนด์ Jenny Packham Spring 2018 เพิ่มเติมกันได้เลย

ภาพ www.8days.sg, www.herworld.com, www.asiaone.com, entertainment.toggle.sg, forums.hardwarezone.com.sg

รวมลิสต์สถานที่ขอพรเรื่องลูก ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง

สถานที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ที่ให้คุณ ขอพรเรื่องลูก ได้สมใจหวัง

บ่าว-สาวข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันไปหมาดๆ หรือคู่ที่แต่งงานกันมานานแล้วก็ตาม สเต็ปต่อมาของการใช้ชีวิตคู่คือการวางแผนอนาคตสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ โดยมีลูกเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลายคู่ที่แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงยิ่งอยากที่จะมีลูกเข้ามาช่วยเติมต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์ แต่การมีลูกสำหรับบางคนไม่ใช่เรื่องที่จะมีกันง่ายๆ เลยนะคะ บางคู่พึ่งหมอ พึ่งวิธีวิทยาศาสตร์ก็แล้ว แต่ลูกน้อยเอ๋ยยย ก็ไม่มาหาพ่อกับแม่สักที ถ้าวิธีทางการแพทย์ก็ยังไม่ได้ผล ลองมาดูวิธีทางความเชื่อในการ ขอพรเรื่องลูก กันบ้างไหมคะ เผื่อใช้สองวิธีนี้ควบคู่กันไปอาจจะได้ผลก็ได้น้า ใครจะไปรู้ -3-

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : pinterest.com

1.ศาลเจ้าพ่อเสือ (ตั๊วเล่าเอี๊ย) จ. กรุงเทพมหานคร

ศาลเจ้าพ่อเสือเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะต้องมากราบไหว้ขอพรในทุกๆ ปี ซึ่งส่วนใหญ่จากการบอกต่อๆ กันมา มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอแล้วจะสมหวัง ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็นควันธูปนี่โขมงโฉงเฉงเลยทีเดียว และศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ยังเป็นที่เลื่องลือกันอีกนะคะว่าสามารถขอบุตรได้ สำหรับคนที่มีลูกยาก โดยจะขอได้ในปีละครั้งเท่านั้น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินของจีน คู่รักที่จะมาขอบุตรกันในวันนี้ก็จะเริ่มเดินทางทยอยกันมาตั้งแต่หกโมงเช้าจนเที่ยงคืนในวันนั้น ส่วนขั้นตอนพิธีก็ง่ายๆ เลยค่ะ แค่นำเจดีย์ที่ทำด้วยน้ำตาลไปไหว้ จากนั้นให้ฝ่ายชายเอาสิงโตที่ทำด้วยน้ำตาลกลับมาบูชาที่บ้าน และเมื่อมีลูกสมใจหวังแล้วก็ค่อยเอาสิงโตกลับมาคืนที่เดิมเป็น 2 เท่า แต่ก็อย่าลืมมาคืนด้วยกันน้าถ้าหากคุณสมหวัง

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : pinterest.com

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร จ. กรุงเทพมหานคร

วัดโพธิ์ในตอนนี้กำลังเป็นกระแสในการเช็คอินถ่ายรูปชิคๆ เพราะมีมุมมากมายให้คุณสามารถถ่ายรูปในสไตล์ไทยโทนที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ เรียกยอดไลค์ยอดเลิฟกันได้เยอะแน่นอน แต่ทว่าใครจะรู้ว่าวัดแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโลกนาถ พระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร อายุมากกว่า 400 ปีตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคู่รักมักจะไปขอพรเรื่องลูกกันเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ผู้ที่มาขอพรถวายตุ๊กตา และผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ กล้วยน้ำว้า สับปะรด และมะพร้าวอ่อน ที่มีความเชื่อที่ว่าเป็นผลไม้ชั้นสูงของเทวดาอันศักสิทธิ์ หากใครสามารถนำของที่กล่าวมานี้ไปถวายได้ก็จะได้บุตรสมใจในเร็ววันเร็วคืนเลยค่า

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : painaidii.com

3. วัดมังกรกมลาวาส จ. กรุงเทพมหานคร

วัดเล่งเน่ยยี่ ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของจีน มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการแก้ชง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากชีวิต นอกจากการปัดเป่าออกไปแล้วก็ยังสามารถนำสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิตคู่ได้ด้วยนะคะ อย่างการขอพรเรื่องลูกในทุกปีตั้งแต่วันที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 7 เดือน 7 ของจีน ทางวัดจะมีการฉลองวันเกิดของอาพั้ว ความพิเศษอยู่ตรงที่ ถ้าคุณอยากมีลูกแนะนำให้มาจุดธูปอธิษฐานขอพรกันกับแม่ซื้อหรือองค์อาพั้ว ที่เป็นองค์เทพเจ้าอุ้มเด็กหาได้ไม่ยากในวัดเลยค่ะ ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า แม่ซื้อจะเป็นผู้ดูแลเด็กคล้ายกับพี่เลี้ยงเด็ก เด็กแต่ละคนจะมีแม่ซื้อประจำตัว แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะไม่สามารถมองเห็นได้นะคะ เป็นความเชื่อที่เล่าต่อๆ กันมานั่นเอง หลังจากนั้นให้ขโมยขนมในงานไป 1 ชิ้น และถ้าคุณได้อุ้มลูกน้อยสมใจแล้วปีหน้าก็มาไหว้ท่าน พร้อมทั้งนำขนมมาคืนด้วยน้า นอกจากนี้ก็ยังสามารถขอพรได้กับเจ้าแม่กวนอิมปางประทานลูกหรือองค์แซ่จูเนียวได้ด้วยเช่นกันค่ะ

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : reviewthaitravel.com

4. วัดเล่งเน่ยยี่ 2 จ. นนทบุรี

มาต่อกันที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นะคะ ซึ่งอยู่ในจังหวัดที่ใกล้กลับกรุงเทพฯ นี่เองค่ะ ให้คุณตรงไปยังวิหารหลังสุดท้ายของวัด จะเป็นที่ประทับขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งสำหรับคนที่มีลูกยากก็จะนิยมมาขอพรให้มีลูก คู่รักส่วนใหญ่จะนำอาหาร ผลไม้ และขนมหวานไปถวายพระโพธิสัตว์กวนอิม แล้วทำการขอพรตามความปรารถนา ไม่เพียงแต่ขอพรเรื่องลูกเท่านั้นนะคะ ในวัดยังมีเทพเจ้าองค์อื่นมากมายให้คุณได้กราบไหว้ขอพรและแก้ชงประจำปีได้อีกด้วยค่า

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : klongmai-sampran.go.th

5. วัดบางช้างเหนือ จ. นครปฐม

หลายคนที่อยู่ในวงการพระอาจจะเคยได้ยินชื่อ หลวงปู่จ้อย ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีชื่อเสียงในเรื่องวิชาอาคมแก่กล้า ทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาบูชาวัตถุมงคลของท่านมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้วก็ตาม แต่ชื่อเสียงของท่านก็ยังคงอยู่ เพราะมีลูกศิษย์บางท่านได้ไปกราบไหว้และขอพรเรื่องอยากมีลูก ก็ได้ลูกตามที่ขอเลยค่ะ ผู้คนจึงแห่กันไปกราบไหว้ขอพรเรื่องลูกกับท่านซะเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

ขอพรเรื่องลูก
ภาพจาก : pinterest.com

6. วัดดโสธรวรารามวรวิหาร จ. ฉะเชิงเทรา

วัดหลวงพ่อโสธรมีหลายคนที่ไปขอพรเรื่องลูกในวัดแห่งนี้ และได้รับการการันตีว่าสมหวังจริงค่ะจึงขึ้นชื่ออย่างมากสำหรับคนที่มีบุตรยาก มักจะใช้วิธีการบนบานศาลกล่าว โดยการบนด้วยไข่ต้ม 99 ฟอง อันเป็นเลขมงคล เหตุที่ใช้ไข่ต้มในการบนก็เพราะว่ามีความเชื่อว่าเป็นของโปรดของหลวงพ่อนั่นเอง แต่ถ้าการบนด้วยไข่ต้มตั้ง 99 ฟอง อาจทำให้คุณลำบาก ก็สามารถใช้เพียงธูป 36 ดอก จุดบริเวณกลางแจ้ง จากนั้นให้คุณหันหน้าไปทางทิศตะวันออกของจังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอพรได้เล้ยยย

วันหยุดที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากคนที่มีบุตรยากต้องการกราบไหว้ขอพรให้ตนเองมีลูกแล้วพุทธศาสนิกชนชาวพุทธที่อยากพากันไปทำบุญขอพรก็สามารถไปกันได้ที่นี่เลย รวมสถานที่ ไหว้พระวันหยุด จูงมือคนรักไปทำบุญ เสริมบารมีกันดีกว่านะจ๊ะ

ข้อมูลจาก : parentsone.com, amarinbabyandkids.com

คลีนผิวให้เกลี้ยง

คลีนผิวให้เกลี้ยง! รวม 5 Cleansing Water สลายคราบเมคอัพหมดจด

ด่านแรกของการมีผิวสวยสุขภาพดี นั่นคือ คลีนผิวให้เกลี้ยง การทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด เกลี้ยงเกลา ปราศจากคราบเมคอัพและสิ่งสกปรกจากมลภาวะรอบตัวที่ต้องเผชิญในทุกๆ วัน นอกจากนี้เหตุผลที่สาวๆ ส่วนใหญ่เลือกใช้คลีนซิ่งวอเตอร์ เพราะมีเนื้อสัมผัสเป็นรูปแบบน้ำที่สาวๆ ไว้วางใจว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จึงไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และไม่เหนอะหนะ เหมาะมากสำหรับ ผิวแพ้ง่าย เป็นสิวเยอะ ผิวมันและผิวผสมโดยเฉพาะ วันนี้ แพรวดอทคอม เลยคัด  5 Cleansing Water ใหม่ล่าสุดมาแนะนำค่ะ

คลีนผิวให้เกลี้ยง รวม 5 Cleansing Water สลายคราบเมคอัพหมดจด

 

SULWHASOO Gentle Cleansing Water
(200 มิลลิลิตร / 1,200 บาท)
 

ทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดด้วย Micellar Water โดยไม่ทิ้งสิ่งตกค้างให้ความรู้สึกเบาสบาย พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื่นสู่ผิวด้วยเทคโนโลยีสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ด้วยการผสาน 3 พลังไมเซล่าโมเลกุล ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กช่วยสลายเมคอัพกันน้ำ ความมัน และมลภาวะเพียงขั้นตอนเดียว ขจัดสิ่งสกปรกตกค้างได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ


Corine de Farme Purity Micellar Water
(500 มิลลิลิตร /  850บาท)

มีส่วนผสมของดอกไม้และพืชที่สกัดจากธรรมชาติ เอาใจสาวๆ ที่รักในการดูแลผิวให้สะอาดหมดจดและชุ่มชื้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแม้แต่ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิว เป็นสูตรสามประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว ที่ลบเครื่องสำอางและทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างอ่อนโยน


No7 Radiant Results Revitalising Micellar Cleansing Water
(200 มิลลิลิตร / 425 บาท)

ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรไมเซล่า สำหรับผิวหน้าและรอบดวงตา ปราศจากน้ำหอม อ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย แม้เครื่องสำอางกันน้ำ ปราศจากความรู้สึกแห้งตึง ให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น และกระจ่างใส สุขภาพดี ด้วยส่วนผสมไตร-วิตคอมเพล็กซ์ (Tri-Vit Complex)
จาก No7 และโสมแดง (Red Ginseng) (เริ่มวางจำหน่ายเดือนสิงหาคม 2561)


ETUDE HOUSE Monster Oil in Cleansing Water (ขวดสีส้ม)
ETUDE HOUSE Monster Micellar Cleansing Water (ขวดสีเขียว)
( 300 มิลลิลิตร / 420 บาท) และ (700 มิลลิลิตร / 660 บาท)

ขวดสีส้ม สูตร Dual Cleansing ผสานพลังจากออยล์ และวอเตอร์ สามารถเช็ดทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย แม้เมคอัพหนัก ซึ่งออยล์จะทำหน้าที่ละลายเครื่องสำอางบนผิว และวอเตอร์จะทำหน้าที่เช็ดคราบเครื่องสำอางบนผิวอย่างอ่อนโยน เผยผิวหน้าสะอาดหมดจด โดยไม่ต้องออกแรงเช็ดนานๆ

ส่วนขวดสีเขียว ทำความสะอาดหมดจดด้วยไมเซล่าในน้ำชีวภาพและน้ำแร่ โดยดักจับและดูดซับเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก อ่อนโยน และยังช่วยปลอบประโลมผิว ด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ชาเขียว และไผ่


PHILOSOPHY Purity Cleansing Micellar Water
(200 มิลลิลิตร / 890 บาท)

เช็ดเมคอัพและสิ่งสกปรกบนใบหน้าอย่างล้ำลึก พร้อมมอบผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยคุณสมบัติของไมเซล่า โมเลกุลขนาดเล็กที่อยู่ในคลีนซิ่งวอเตอร์ ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง สามารถใช้ได้ทั้งดวงตาและริมฝีปากโดยไม่ระคายเคือง


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม

น้ำตาล-ชลิตา

นางงามถึงลูกถึงคน น้ำตาล-ชลิตา เปิดใจเกิดเป็นหนูทำอะไรก็ผิด!

นางงามถึงลูกถึงคน น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 เปิดใจเกิดเป็นหนูทำอะไรก็ผิด!

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหยิบจับทำอะไรก็ถูกติถูกติงไปหมด สำหรับนางงามถึงลูกถึงคน น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ล่าสุด เธอถูกเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ไทยรายหนึ่งออกมาเปิดเผยว่าไม่ยอมสวมเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ไทยโดยอ้างว่าโป๊จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ แต่ว่าล่าสุดเธอได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ในระหว่างมาร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกสาวงามเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ที่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โดยเธอกล่าวว่า

“ก็จริงๆแล้วที่ถ่ายวันนั้นเป็นโฆษณาแป้งค่ะ ก็ต้องเป็นงานผิว แล้วเรื่องชุดก็อยากจะถามเขาว่าเอาหลักฐานตรงไหนมาว่าตาลเป็นคนพูด เพราะว่าตาลยังไงก็ได้ อยู่ที่เขาเคลียร์กัน จริงๆ เราก็มีการจ้างสไตลิสต์อยู่แล้ว ซึ่งชุดนั้นเราก็ไม่รู้ว่ามีชุดนั้นมาให้เราใส่ เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย แล้วอีกอย่างหนึ่งเวลาที่เราถามไปว่ามีชุดอะไรแบบไหนยังไงบ้าง แต่เขาก็ไม่ตอบกลับมา เราก็ไม่รู้ว่าอะไรยังไง เพราะไม่เคยฟิตติ้งเลย”

น้ำตาล-ชลิตา

น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ 

เรื่องดิสเครดิตอันนี้ตาลก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ซึ่งเขาไปโพสต์อย่างนั้น แน่นอนว่ามันต้องเสียหาย จริงๆ เราเป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยขออะไรเลยตั้งแต่ทำงานมา พอเขาโพสต์แบบนั้นตาลก็ทักเขาไป แต่เขาก็ไม่ยอมตอบกลับมา จนแม่ขอเบอร์กับทางเจ้าของ เพื่อที่จะโทรไปคุย เขาก็บอกว่าไม่ได้มีเจตนา แล้วก็ขอโทษ แต่ก็ยังบอกว่าไม่ได้หายไปนะแต่แม่ขอไว้ ซึ่งจริงๆ แม่ไม่ได้ขอนะคะ แต่แม่บอกว่าถ้าคุณมีหลักฐานคุณเอาออกมา ถ้าไม่มีอย่าพูด ถ้าเขากล้ายืนยันว่าเขาเป็นคนส่งชุดมาให้ตาลแล้ว ตาลยินดีรับผิดเลย คือถ้าไม่มีหลักฐานตาลก็ไม่อยากให้พูดค่ะ มันเสียทั้งสองฝ่าย”

น้ำตาล-ชลิตา

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016

น้ำตาลได้บอกอีกว่าตอนนี้คู่กรณีขอโทษแล้วแต่ก็ยังมีภาพออกมาอีกทำให้ตนเลือกที่จะปล่อยผ่านส่วนจะดำเนินคดีหรือไม่นั้นเจ้าตัวถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนบอกว่า

“ตาลว่าตั้งแต่รับมงแล้ว (หัวเราะ) หนูก็โดนโพสต์แย่ๆ มาหลายเรื่อง หนูไม่ได้ทำหนูก็โดนตลอดเลยรู้สึกว่าอะไรที่มันปล่อยไปได้ก็ปล่อยไป แต่อะไรที่มันมากเกินไปที่มันไม่จริง เราก็ควรที่จะตอบโต้บ้าง เพราะเราก็เป็นคนมีจิตใจเหมือนกัน เราก็มีเรื่องจริงเรื่องไม่จริง ยังไงก็พูดออกมาตรงๆ เลย เพราะตาลก็พูดออกมาตรงๆ อยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตามน้ำตาลยังได้กล่าวเสริมว่า  “คือตาลไม่เคยพูดค่ะ ว่าไม่ใส่แบร์นไทย ตาลใส่ทุกแบรนด์ วันนี้ที่ใส่ก็แบรนด์ไทย ซึ่งมันแล้วแต่งาน ตาลไปแฟชั่นวีค ตาลไปดูของแบรนด์อะไรตาลก็ใส่ของแบรนด์นั้น เวลาที่เราไปไหนมีผู้ใหญ่ซัพพอร์ตเรา ซึ่งถือว่าดีมาก ตาลไม่เคยบอกว่าฉันใส่แบรนด์เนม ฉันไม่อยากใส่แบรนด์ไทย ตาลเป็นคนที่ใส่แบรนด์ไทยทุกแบรนด์ที่สนับสนุนมาตั้งแต่ตาลประกวดและหลังประกวด ตาลใส่ตลอดอยู่แล้ว นอกจากงานใหญ่ๆ จริงๆ ที่เราใส่ชุดแบรนด์เนม เพราะมันจะได้ดูสง่า ดูสวย ดูเข้ารูป ถามว่าชุดของแบรนด์ไทยดีไหม ดี แต่มันขึ้นอยู่กับกาลเทศะ ขึ้นอยู่กับงานด้วย”

น้ำตาล-ชลิตา


ภาพจาก : @namtanlitaa

โมบายล์-พิมรภัส

เปิดเส้นทางฝัน “โมบายล์” ไม่ง่ายกว่าจะเป็นเซ็นเตอร์เพลงฮิตของ BNK48

ถ้าเอ่ยถึงสมาชิกของ BNK48 เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม เซ็นเตอร์คนเก่งของเพลงสุดฮิต คุกกี้เสี่ยงทาย โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค ซึ่งในวัยเพียง 16 ปี คงไม่มีใครรู้ว่ากว่าเธอจะไล่ล่าความฝันจนมาถึงจุดนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าอยากรู้ว่าเธอต้องฟันฝ่าอุปสรรคอะไรมาบ้าง แพรวดอทคอมจะเปิดเส้นทางความฝันของสาวน้อยคนนี้ให้เหล่าโอตะได้รู้กัน รับรองว่าจะต้องหลงรักเธอมากขึ้นไปอีกแน่นอน

เปิดเส้นทางฝัน “โมบายล์” ไม่ง่ายกว่าจะเป็นเซ็นเตอร์เพลงฮิตของ BNK48โมบายล์-พิมรภัส

เรื่องซนสุดๆ ของ ด.ญ.โมบายล์

สมัยเด็กๆ โมบายล์ติดเพื่อนมาก เขาทำอะไรก็ทำตาม อย่างบ้านเพื่อนเปิดร้านของชำก็ตามไปช่วยขายของ กลับบ้านดึกๆ โดนพ่อแม่ว่าตลอด คืนหนึ่งโมบายล์กับเพื่อนปั่นจักรยานไปหน้าโรงเรียน มีสุนัข หน้าตาดุตัวหนึ่งเฝ้าอยู่ ด้วยความซนพวกเราโฉบไปแบบกล้าๆ กลัวๆ ปรากฏว่ามันวิ่งไล่กวดตามมา…เราก็ต้องปั่นกันสุดชีวิตจนเกือบล้ม แต่พอหนีพ้นก็เลิกกลัว รู้สึกสนุกมากกว่า (หัวเราะ)

 

ชีวิตวัยเรียนพร้อมจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

สมัยประถมสนุกมาก…มีทั้งเพื่อนผู้ชายและผู้หญิง เพื่อนผู้ชายชอบเล่นอะไรที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น ถ้าเห็นมดเดินอยู่ก็จะพากันเดินตามมดทั้งแก๊ง (หัวเราะ) ส่วนตอนพักกลางวันชอบเล่นวิ่งไล่จับกับแก๊งผู้หญิง แล้วก็มีเรื่องที่เด็กทั่วไปต้องเจอค่ะ คือเพื่อนแบ่งกันเป็นสองแก๊ง แล้วเราอยู่ตรงกลาง เนื่องจากสนิทกับหัวหน้ากลุ่มทั้งสองฝ่าย ทั้งสองแก๊งจะพยายามแย่งชิงตัวเราเพราะอยากได้พวกเพิ่ม แต่ละแก๊งจะพูดเหมือนกันว่าอย่าไปคุยกับอีกฝ่ายนะ แต่ความที่เราอยากมีชีวิตดีๆ ก็เลือกที่จะคุยกับทั้งสองฝั่งแทน (หัวเราะ)

โมบายล์ตัดสินใจลาออกตั้งแต่เรียนชั้น ม.1 เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะตอนนั้นได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกวง BNK48 เหตุผลที่ต้องตัดสินใจ เพราะเวลาทำงานกับเวลาเรียนมักจะตรงกัน แล้วเราอยากตามฝันการเป็นนักร้อง จึงลาออกมาเพื่อซ้อมกับวงเต็มที่ แล้วเลือกเรียนการศึกษานอกระบบ (กศน.) แทน ตอนที่ตัดสินใจลาออก ที่บ้านไม่ได้ค้าน เพราะไม่อยากให้เราปล่อยความฝันนี้ไป พ่อกับแม่รู้ว่ากว่าจะได้เข้ามาอยู่ในนี้ยากมาก และเราก็อยากคว้าโอกาสนี้ไว้

 

เพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักร้อง

เพลง ท้องนาอินคอนเสิร์ต จากละครเรื่อง เพลงรักข้ามภพ ที่พี่แพนเค้ก – เขมนิจร้องค่ะ ตอนนั้นละครดังมาก นางเอกมีความฝัน หลายอย่างคล้ายกับเรา เช่น อยากเป็นนักร้อง อยากทำงานในวงการบันเทิง เป็นเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักร้องมากๆ

ไอดอลคนโปรดของ “โมบายล์”

ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ อย่างนักร้องจะเปลี่ยนคนที่ชอบไปเรื่อยๆ โดยจะดึงข้อเด่นจากคนนั้นแล้วนำมาใช้ฝึกฝน เช่น แต่ก่อนเราพูดเข้าเพลงไม่เก่ง กระทั่งได้ไปดูคอนเสิร์ตของพี่ซีดี-กันต์ธีร์ เขามีวิธีการเรียกคนดูที่เก่งมาก เราก็นำตรงนั้นมาประยุกต์ใช้ พี่หนูนา-หนึ่งธิดา ก็เป็นอีกคนที่ชอบ เพราะเก่งทั้งพากย์เสียงการ์ตูน ร้องเพลง และเล่นละครเวที ส่วนนักร้องญี่ปุ่นชอบโอฮาระ ซากุระโกะ นักร้องหญิงเดี่ยวที่เท่มาก มาในลุคผมสั้น เล่นกีตาร์โปร่งแล้วร้องเพลงไปด้วย ตอนนี้ โมบายล์ก็กำลังหัดกีตาร์อยู่ด้วยนะคะ (ยิ้ม)

 

ความเปลี่ยนแปลงเป็นแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ

เรื่องที่เปลี่ยนแปลงที่สุดตั้งแต่เป็นสมาชิก BNK48 อย่างแรกคือ การตื่นนอนค่ะ ปกติตื่นสาย พอมาอยู่ในวงเราต้องตื่นเช้ามาก บางทีตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมตัวไปออกงานเช้า แล้วก็ต้องมาซ้อมตรงเวลา สายไม่ได้เด็ดขาด เรื่องที่สองคือ ตัดสินใจย้ายจากบ้านมาอยู่ที่หอพักของบริษัท เพราะบ้านของโมบายล์ไกลจากที่ซ้อมสุดๆ เป็นครั้งแรกที่ออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก แต่ก็ไม่เหงานะ เพราะเป็นรูมเมตกับพี่ปูเป้ (หนึ่งในสมาชิกวง BNK48) ส่วนแม่ก็จะไลน์มาคุยด้วยตลอด

อีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ อดทนมากขึ้นค่ะ แต่ก่อนขี้เบื่อ เวลาทำอะไรมักจะทำไม่เต็มที่ อันไหนทำไม่ได้ก็ล้มเลิก แต่พอได้ร้องเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ เลยทำให้อยู่ด้วยกันนาน จู่ๆ ความอดทนก็เกิดขึ้นเอง เพราะเราอยากทำตามความฝัน อย่างตอนแรกโมบายล์ไม่ติดเซมบัตสึ (สมาชิกที่ได้รับเลือกให้มีส่วนร่วมในซิงเกิ้ลนั้นๆ) รอบแรกยอมรับว่าเศร้ามาก เขาจะแบ่งห้องซ้อมกันเลยว่าห้องนี้สำหรับเซมบัตสึ อีกห้องสำหรับตัวสำรอง เรารู้สึกว่า โอ้โฮ…แยกห้องซ้อมกันเลยเหรอ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีงาน แถมลาออกจากโรงเรียนแล้ว ชีวิตว่างไปเลย แต่พยายามไม่เครียดเพื่อไม่ให้ทุกอย่างแย่ลง โมบายล์คิดว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่เราชอบ ก็อยากจะทำด้วยความสุข คิดว่าเดี๋ยวมันจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้นจริงๆ

โมบายล์ซ้อมทุกวัน ทั้งซ้อมเดี่ยว ซ้อมกรุ๊ป เวลาอยู่ในตู้ปลา (BNK48 Digital Studio สตูดิโอกระจกที่สมาชิก BNK48 จะไปพูดคุยกับแฟนคลับ) ก็ปล่อยความเป็นตัวเองออกมาเลย โมบายล์ชอบแต่งคอสเพลย์ก็แต่งมาโชว์ด้วย เซอร์ไพร้ส์แฟนคลับมาก ความชื่นชอบก็เลยเพิ่มขึ้น บวกกับฝึกซ้อมอย่างหนักจนติดการคัดเลือกเซมบัตสึรอบสอง ซึ่งจะคัดโดยวัดจากยอดการจับมือ ทักษะการเต้นและร้องเพลง ที่เหนือยิ่งกว่าคือ สุดท้ายได้รับเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์หลักในการร้องเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ดีใจมาก ยิ่งทำให้มีกำลังใจขึ้นไปอีก

 

ฝันของ “โมบายล์” ในวันที่อายุ 48

คงมีครอบครัว โมบายล์อยากมีลูกนะ แต่ไม่อยากคลอดลูก เพราะกลัวเจ็บ (หัวเราะ) นอกจากนี้ก็คงเป็นผู้ใหญ่ที่แต่งตัวจัดขึ้น เพราะตอนนั้นน่าจะมีเงินเก็บเยอะแล้ว ไม่ยอมแก่แน่นอน และไปเที่ยวประเทศที่ชอบ ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่สำคัญคือยังร้องเพลงอยู่ จะร้องทุกวันเลย เพราะความฝันของโมบายล์คืออยากเป็นนักร้องนำและมีวงดนตรีของตัวเองค่ะโมบายล์-พิมรภัส

มุมที่คนไม่ค่อยรู้

ภาพลักษณ์ดูเป็นสาวหวาน แต่จริงๆ ไม่หวาน แค่ชอบแต่งตัวมีสีสัน ท่าทางก็ไม่เรียบร้อย ชอบใส่กางเกงขายาวไว้ก่อน เป็นเด็กซนแล้วก็ซุ่มซ่ามมาก ชอบเดินชนข้าวของกับสามารถทำน้ำหกได้ทุกวัน จนต้องมีทิชชูเก็บไว้ในกระเป๋าตลอด

 

เรื่องหนักที่สุดในชีวิต

โมบายล์ร้องไห้เยอะ อ่อนไหว น้ำตาไหลง่าย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องครอบครัวค่ะ ตอนเด็กๆ พ่อแม่แยกทางกันเราก็ร้อง พอโตขึ้นเริ่มเข้าใจอะไรหลายอย่าง ทำให้ผ่านมันมาได้

 

เรื่องประทับใจจากแฟนคลับ

ทุกคนดูแลโมบายล์ตลอดเลย เวลาแฟนๆ เห็นว่าเราทำหน้าเหนื่อยๆ ก็จะถามในโซเชียลว่าทำไมวันนี้เราซึม เป็นอะไรหรือเปล่า เขาเป็นห่วงเราทุกวินาทีเลย นอกจากนี้ยังตามไปเชียร์เวลาร้องเพลงที่ต่างประเทศ บินไปถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาอาจจะมีงาน แต่ก็ลางานเพื่อมาหาพวกเรา

แบบฮาๆ ก็มี ช่วงที่ย้ายเข้ามาอยู่หอพักใหม่ๆ โมบายล์ยังไม่มีไม้แขวนเสื้อของตัวเอง ยืมของพี่ปูเป้ตลอด ก็เลยมีไม้แขวนเสื้อส่งมาให้ เขียนว่า “เอาอันนี้ไปใช้นะลูก” ตลกแบบน่ารักดีอะ

 

อยากบอกแฟนคลับว่า

เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกคนดูแลเราเหมือนคุณพ่อคุณแม่เลย ปลื้มใจมาก คอยถามว่าเป็นอะไรไหม บ่นคิดถึงกันทุกวันในโซเชียล ขอบคุณที่ยังอยู่ข้างๆ กันเรื่อยมานะคะ

 

ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับเต็มของ โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค  ได้ที่นิตยสารแพรว ฉบับที่ 929 วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 (หน้า 86-89)

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

เตรียมพร้อมเสมอ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ผู้บริหารสาวเก่ง ต้องเป๊ะเรื่องแต่งตัว

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ผู้บริหารสาว ดูแลภาพลักษณ์ให้ดีเสมอ

สดใส ดูเด็กกว่าวัยเสมอ สำหรับเซเลบสาวหมวย กิฟท์-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ผู้บริหารธุรกิจ Estrella Spa และโรงแรมอนันตรา บ้านราชประสงค์ ที่ปีนี้อายุครบ 34 ปี และถึงแม้จะมีธุรกิจที่อยู่ในมือให้ดูแลจำนวนมาก แต่ตามงานสังคม หรืออีเว้นท์ต่างๆ สาวกิฟท์ก็เอ็นจอยที่จะมาร่วมงานตามโอกาสที่มีอยู่เรื่อยๆ เสมอ

หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ด้านการโฆษณาที่เอแบค (ABAC) และปริญญาโท ด้านภาษาและการสื่อสาร (ภาคภาษาอังกฤษ) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กิฟท์-ญาดา ก็ได้เข้ามาบริหารดูแลธุรกิจโรงแรมอนันตรา บ้านราชประสงค์ของครอบครัวต่อ โดยจะดูแลภาพรวมทั้งหมดของโรงแรม ทั้งยังดูแลธุรกิจส่วนตัวด้านความงามอย่าง Estrella Spa ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมตนเองนั่นเอง

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์
ครอบครัวสาวกิฟท์

คุณกิฟท์ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารแพรวว่า “ต้องบอกว่าชีวิตตอนนี้อยู่ที่ทำงานทุกวันเลยค่ะ หลักๆ คือบริหารและดูแลทุกอย่างภายใน Estrella Spa ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวที่ทำมาประมาณ 6 ปีแล้ว อยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรมอนันตรา บ้านราชประสงค์ ซึ่งเป็นโรงแรมของครอบครัวที่กิฟท์ดูแลภาพรวมอยู่เช่นกัน”

“ตอนนี้เวลาส่วนใหญ่จึงยกให้งานค่ะ เพราะเร็วๆ นี้เตรียมทำผลิตภัณฑ์ความงามของตัวเองด้วย จึงต้องทุ่มกันสุดตัว กิฟท์จึงพักอยู่ที่ โรงแรมเลย ตื่นเช้ามาเดินออกมาจากห้องก็พร้อมทำงานทันที แม้กิฟท์จะไม่ต้องเดินทางไปไหน แต่เรื่องการแต่งตัวต้องเป๊ะทุกวันนะคะ เพราะแค่ออกจากห้องพักก็ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้บริหารทันที บางวันแค่เปิดประตูห้องก็เจอลูกน้องเดินมาแล้ว กดลิฟต์ลงมาก็เจอลูกค้า ฉะนั้นทุกอย่างต้องพร้อมค่ะ (ยิ้ม)”

เรียกว่ารับหน้าที่ผู้บริหารสาวแล้ว ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายนะเนี่ย เพราะต้องเตรียมตัวให้กับภาพลักษณ์ตนเองออกมาดีพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ของสาวกิฟท์เท่าไหร่เลย เพราะปกติเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบเรื่องการแต่งตัวให้เข้ากับสไตล์ตนเองอยู่แล้ว และสนุกกับการแต่งตัว มิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่นให้กับเข้ากับสไตล์ตัวเองมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ถ้าพูดถึงลุคปัจจุบันที่ต้องอยู่ในวัยทำงาน สาวกิฟท์เผยว่า “พอช่วงเริ่มทำงาน การแต่งตัวจะนิ่งขึ้น เป็นสไตล์เรียบๆ คลาสสิก เน้นถูกกาลเทศะไว้ก่อน อาจจะหวาน เท่ เปรี้ยวได้ แต่ต้องไม่โป๊ เพราะหลักๆ คือลุคทำงาน จึงต้องสมาร์ทและดูน่าเชื่อถือ”

นับว่าเป็นทริคที่ดีให้กับสาวๆ หลายคนได้ดีทีเดียวล่ะ แพรวดอทคอม ก็ไม่พลาดนำลุคทำงานของผู้บริหารสาวมาให้ดูเป็นไอเดียกันด้วย จะน่ารัก หวาน เปรี้ยว เท่ แบบไหนไปดูกันเลย..

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

 

 


ที่มา: นิตยสารแพรว ปักษ์ 927
ภาพ: IG @yadagift

BATH & BLOOM ‘PRIDE of ASIA COLLECTION’ กลิ่นหอมอบอวนจากมวลดอกไม้แห่งเอเชีย

การเริ่มต้นและจบวันด้วยกลิ่นหอมที่สร้างความสุขถือเป็นการให้รางวัลชีวิต สาวๆ รู้หรือไม่กลิ่นดอกไม้เอเชียคือกลิ่นที่หอมกระจายได้ดีที่สุดในอากาศเมืองร้อน ราวกับธรรมชาติสร้างมาเพื่อกันและกัน

BATH&BLOOM แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายสัญชาติไทยนำเสนอ 5 กลิ่นหอมในรูปแบบดิฟฟิวเซอร์และมาสสาจออยล์ จาก 5 ราชินี ‘ดอกไม้แห่งเอเชีย’ ที่ทั้งหอมและมีความหมายดีงามอย่าง ดอกบัว/ดอกการเวก/ดอกมะลิ/ดอกลีลาวดี/ดอกชบา ที่จะมาเปลี่ยนห้องพักธรรมดาแสนจำเจให้กลายเป็นสปาหรูได้ด้วยพลังของกลิ่นหอม

คุณงามความดี / จิตใจสะอาด / มีสติ สมาธิ / เบิกบานแจ่มใส / ความศรัทธา

Lotus: Bath&Bloom Five Thai Flower Diffuser / Bath&Bloom Pride of Asia Massage Oil

กลิ่น‘ดอกบัว’ดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคย มีความหมายสื่อถึงความบริสุทธิ์และมองโลกในแง่ดี ให้กลิ่นในโทนหอมหวานละมุนละไม ให้ความสงบและสมาธิ

ความสงบร่มเย็น / กลิ่นหอมหลับสบาย / ความสุภาพ / ความเป็นกุลสตรีไทย

’การเวก’ ดอกไม้ที่มีความอ่อนช้อยแต่แข็งแกร่งเหมือนกับคาแร็คเตอร์ของผู้หญิงไทยที่มีทั้งความอ่อนหวานและกล้าแกร่งอยู่ในตัว ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนทั้งหวานและเย็นชื่นใจในเวลากลางคืนจนถึงรุ่งเช้า

ความสงบร่มเย็น / กลิ่นหอมหลับสบาย / ความสุภาพ / ความเป็นกุลสตรีไทย

Karawek: Bath&Bloom Five Thai Flower Diffuser / Bath&Bloom Pride of Asia Massage Oil

ความผูกพันธ์ / อ่อนโยน / เป็นสัญลักษณ์ของมารดา / สะอาด

‘มะลิ’ สีขาวสะอาดมีความหมายที่บริสุทธิ์และสูงส่ง สมกับเป็นดอกไม้ในพิธีสำคัญ แน่นอนคนไทยใกล้ชิดกับดอกมะลิ แต่แท้จริงกลิ่นของมะลิคือกลิ่นยอดนิยมไปทั่วโลก ด้วยความหอมหวานชื่นใจช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลิน

ความผูกพันธ์ / อ่อนโยน / เป็นสัญลักษณ์ของมารดา / สะอาด

Jasmine: Bath&Bloom Five Thai Flower Diffuser

‘ลีลาวดี’ หรือลั่นทมเป็นดอกไม้ที่หน้าตาน่ารักน่าชังแถมยังเป็นสัญลักษณ์ของการทำสปาอยู่แล้ว กลิ่นลีลาวดีในแบบของ BATH & BLOOM ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งและชุ่มชื่นหัวใจ เมื่อเปิดประตูไปสัมผัสกับกลิ่นที่อบอวนอยู่ให้ห้อง จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการต้อนรับด้วยความอบอุ่นและจริงใจ

สวยงามอ่อนช้อย / กลิ่นหอมหวาน / ความสุขในชีวิต

Frangipani: Bath&Bloom Five Thai Flower Diffuser / Bath&Bloom Pride of Asia Massage Oil

ชบาสีแดงตัวแทนของความกล้าหาญ / สดชื่น แจ่มใส / มองโลกในแง่ดี

‘ดอกชบา’ ราชินีแห่งดอกไม้เขตร้อน ผู้ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี ด้วยรูปทรงที่เบ่งบานน่ารักมีเกสรสีเหลืองชูเด่นประกอบกับสีที่สดใส ทำให้ชบากลายเป็นสัญลักษณ์ของการพักผ่อนหย่อนใจ กลิ่นของดอกชบาให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายเหมือนกำลังปูเสื่อนอนเอนกายอาบแดดอยู่ริมชายหาด

ชบาสีแดงตัวแทนของความกล้าหาญ / สดชื่น แจ่มใส / มองโลกในแง่ดี

Hibiscus : Bath&Bloom Five Thai Flower Diffuser / Bath&Bloom Pride of Asia Massage Oil

นิวอีสต์ ดับเบิลยู

แฟนคลับไทยฝันเป็นจริงคอนเสิร์ต นิวอีสต์ ดับเบิลยู คือดีงาม

ฝันเป็นจริง! ทั้ง นิวอีสต์ ดับเบิลยู และแฟนคลับชาวไทย ทุกกระแสยอมใจงานนี้ ศิลปินดีงาม โปรดักชั่นขั้นเทพ คอนเสิร์ตสุดตื่นตาตรึงใจแสงสีเสียงสุดอลัง

นิวอีสต์ ดับเบิลยู

ไม่ได้ดูคอนเสิร์ตที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแบบนี้มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่นาทีนี้ขอลุกขึ้นยืนปรบมือรัวๆ ให้เลยกับงาน “ นิวอีสต์ ดับเบิลยู คอนเสิร์ต <ดับเบิล ยู> อิน แบงคอก” (NU’EST W CONCERT <DOUBLE YOU> IN BANGKOK) ผลงานความร่วมมือระหว่างผู้จัดไทยโพรไฟล์ดี บริษัท เฟโอห์ จำกัด (Feoh Co.,Ltd.) กับ เพลดิส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (PLEDIS Entertainment) ต้นสังกัดเกาหลีฝีมือเยี่ยมของศิลปินไอดอลบอยแบนด์สุดฮ็อตพ.ศ.นี้ “นิวอีสต์ ดับเบิลยู” (NU’EST W) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 หนุ่มหล่อรอยยิ้มละลายใจมากมายความสามารถอย่าง เจอาร์ (JR) – หัวหน้าวง, อารอน (ARON), แบคโฮ (BAEKHO) และ เร็น (REN) ที่บินลัดฟ้าจากกรุงโซลมาแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

นิวอีสต์ ดับเบิลยู

โดยคอนเสิร์ตได้เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อเวลา 18:00 น. แม้ว่าช่วงก่อนหน้านั้นสภาพฟ้าฝนจะไม่ค่อยเป็นใจ แต่ด้วยระบบการจัดการที่ดีเยี่ยมของทีมงาน เฟโอห์ ยืนยันได้ดีถึงคำว่า “ผู้จัดคุณภาพ” ทำให้ผู้ชมทุกคนได้พบกับศิลปินที่รักและรอคอยอย่างตรงเวลาตามกำหนดการเป๊ะๆ แสงไฟในธันเดอร์โดมส่งสัญญาณพร้อมเสียงดนตรีและเสียงกรี๊ดจากเหล่าเลิฟ (L.O.Λ.E : ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับของนิวอีสต์) เมื่อทั้งสี่หนุ่ม เจอาร์, อารอน, แบคโฮ และ เร็น แห่งวง นิวอีสต์ ดับเบิลยู ปรากฏตัวบนเวทีในชุดสูทสีขาวสะอาดตางามสง่าราวกับเจ้าชายในเพลง ‘WHERE YOU AT’

นอกจากเสียงกรี๊ดแบบสนั่นหวั่นไหวแล้ว ยังมีเสียงผู้ชมร่วมกันร้องเพลงท่อน Where You At ซึ่งดังลั่นไม่แพ้กัน เรียกว่าเปิดเวทีแบบพลังงานมาเต็ม หลังจบเพลงเปิดตัว ไฟบนเวทีมืดลงเพื่อให้ทุกคนได้โฟกัสกับวีทีอาร์เท่ๆ ก่อนทั้งสี่จะกลับมาในเพลงจากอัลบั้มแรกๆ ของพวกเขาคือ ‘FACE’ และ ‘ACTION’ เป็นสองเพลงที่ไม่มีเลิฟคนไหนไม่รู้จัก ต่อเนื่องกันแบบจัดเต็มทั้งภาพกราฟิกสวยงามบนจอและพลุไฟชุดใหญ่ ร้อนแรงจนเสียงกรี๊ดยาวต่อเนื่องไปจนจบช่วง สี่หนุ่มสุดหล่อขอหยุดพักทักทายแฟนๆ ด้วยการพนมมือไหว้พร้อมกล่าว “สวัสดีครับ” กันอย่างน่ารัก เป็นการต้อนรับผู้ชมเข้าสู่คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ นิวอีสต์ ดับเบิลยู โดย ลีดเดอร์ เจอาร์ บอกว่า “การมีคอนเสิร์ตที่เมืองไทยเป็นความฝันของพวกเขาและวันนี้ก็ดีใจมากที่ฮอลล์ถูกเติมเต็มด้วยแฟนๆ แบบนี้”

นิวอีสต์ ดับเบิลยู
เจอาร์ ลีดเดอร์ นิวอีสต์ ดับเบิลยู

เข้าสู่ช่วงเพอร์ฟอร์มมานซ์กันต่อกับเพลงจังหวะคึกคักอย่าง ‘BEAUTIFUL GHOST’, ‘CLIMAX’ โดยทั้งสี่หนุ่มขยับออกมาแสดงที่เวทีด้านหน้าให้ได้เห็นแบบใกล้ๆ ชัดๆ ฟินๆ บ้าง ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์ด้วยการเพิ่มความเซ็กซี่เบาๆ กับ ‘OVERCOME’ และ ‘LOVE PAINT’ เพลงซึ้งๆ ที่เหล่าเลิฟพร้อมใจกันโบกกุหลาบไฟจิ๋วสีชมพูสวยงามไปทั้งฮอลล์ แล้วก็มาถึงเวทีโซโลช่วงแรก เป็นคิวของ เจอาร์ มาในชุดดำสุดเท่กับเพลง ‘WITH’ โชว์ทักษะการแร็ปแบบเต็มๆ เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพลงที่เขียนขึ้นมาเพื่อขอบคุณทุกคน และรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้มาร้องต่อหน้าคนที่อยากขอบคุณจริงๆ ต่อด้วยเวทีโซโลของ อารอน ในเพลง ‘GOOD LOVE’ มาพร้อมลีลาการร้องและเต้นที่แอบเซ็กซี่เบาๆ ในเสื้อเชิ้ตพลิ้วๆ ปลดกระดุมสองเม็ดบนไปอีก

นิวอีสต์ ดับเบิลยู
แบคโฮ

จากนั้น เร็น กับ แบคโฮ ก็กลับขึ้นเวทีร่วมแจมกับ เจอาร์ และ อารอน อีกครั้งในชุดสูทสีดำมาดเข้ม กับเพลง ‘LOOK’ และ ‘Love Without You’ สองเพลงจังหวะกลางๆ ที่มีกิมมิคในการเปิดตัวจากมุมต่างๆ ของเวทีดีต่อใจแฟนๆ ยิ่งนัก พักเบรกพูดคุยกันอีกช่วงซึ่งลีดเดอร์ขอโชว์ภาษาไทย “ดีจังเลย” หลัง แอรอน บอกว่า “โซโล่ของผมเท่ไหมครับ ผมเตรียมตัวตั้ง 2 เดือนเลยนะ ชมได้นะครับ ผมชอบให้ชมว่าเท่” เจอาร์ก็จัดให้แทนแฟนๆ ไปเลย แล้วไปต่อที่เพลง ‘VVITH’ กับ ‘Give me a shoulder’ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฮ็อตสุดๆ ช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ตนั่นคือเวทีโซโล่ของ เร็น ซึ่งมาพร้อมเปียโน เสื้อซีทรู เสื้อคลุมตัวยาวและผ้าผูกตาในเพลง ‘PARADISE’ กับไฟบนเวทีสีชมพูอมแดงให้อารมณ์ลึกลับน่าค้นหา โชว์นี้หนุ่มหน้าสวยหวานอย่างเร็นแสดงด้านเซ็กซี่ให้ได้ชม ทั้งท่าเต้นเท่ๆ ทรงพลังไปจนถึงการถอดเสื้อคลุมช่วงท้าย เหลือแค่เสื้อซีทรูตัวในให้กรี๊ดกันชนิดพื้นสะเทือน แล้วจึงส่งต่อไปที่ ‘THANKSFUL FOR YOU’ เพลงบัลลาดหวานละมุน เวทีโซโลของเมนโวคอล แบคโฮ ซึ่งมาพร้อมโปรดักชั่นสเตจที่นำเทคนิค 4D Graphics มาร่วมสร้างสรรค์ความบรรเจิด เกิดเป็นภาพแบคโฮยืนโดดเด่นอยู่บนผลึกแก้วท่ามกลางแสงไฟฟอลโลว์สีขาว สะกดทุกสายตาและหัวใจไปกับภาพงดงามที่เห็นผสานด้วยเสียงร้องสุดไพเราะทรงพลังจริงๆ

นิวอีสต์ ดับเบิลยู

ทั้งสี่กลับขึ้นเวทีอีกครั้งในชุดสีชมพูพาสเทลหวานๆ หน่อยเข้ากับคอนเซ็ปต์ช่วงเพลงน่ารักๆ ทั้ง ‘GOOD BYE BYE’, ‘ONE KIS2’ และ ‘Hello’ (2017 ver.) สองเพลงหลังเป็นการโชว์โปรดักชั่นระดับโลกที่แท้จริง เมื่อสี่หนุ่มเดินมานั่งกันคนละมุมบนเวทีกลางซึ่งออกแบบเป็นเวทีกังหัน (Propeller Turntable Stage) ซึ่งไม่เพียงยกตัวขึ้นสูงได้ แต่ยังสามารถหมุนรอบทิศ 360 องศา เรียกว่าซื้อบัตรโซนไหน ก็ได้เห็นใบหน้าหล่อๆ ของหนุ่มๆ ทั้งสี่แบบครบทุกคนเพราะจับหมุนรอบวงให้แฟนๆ ได้ฟินกันอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว ฟินกันต่อยาวๆ ไปกับเพลงน่ารักเข้ากับคอสตูมสีชมพู ตั้งแต่ ‘PRETTY’ ที่เร็นพูดชื่อเพลงเป็นภาษาไทยคำว่า “สวย” พร้อมท่าเต้นแสนน่ารัก แถมมีกุหลาบแดงประกอบการเต้นเพิ่มความน่าเอ็นดูไปอีกหลายเลเวล, ‘EMOTION’ มีกิมมิคด้วยการถือไม้เซลฟี่ถ่ายภาพตัวเองในอิริยาบถน่ารักๆ ร้องไปเต้นไป และ ‘The girl next door’ ซึ่งเร็นเล่าว่า เขารักเมืองไทยมากตั้งแต่เด็กแล้ว และฝันอยากมีคอนเสิร์ตที่ไทยมาตลอด แล้วย้ำว่า “ผมรักคุณ” พร้อมทำท่าแจกหัวใจดวงใหญ่ก่อนเข้าเพลง เรียกว่าเป็นช่วงน่ารักอิ่มเอมใจทั้งบนเวทีและด้านล่าง หันไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้มทั่วธันเดอร์โดม ถึงเวลาที่หนุ่มๆ ขออำลาไปกับเพลงความหมายดีๆ อย่าง ‘If you’ โชว์เสียงร้องเพราะๆ ของพวกเขาทั้งสี่ท่ามกลางทะเลแท่งไฟสีชมพูงดงามเกินบรรยาย

นิวอีสต์ ดับเบิลยู

คอนเสิร์ตยังจบไม่ได้ ถ้าแฟนๆ ไม่อนุญาต เจอาร์ อารอน แบคโฮ เร็น จึงกลับออกมาอีกครั้งในลุคสบายๆ กับเสื้อยืดออฟฟิเชียลประจำทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ พร้อมด้วยเพลง ‘Hey Love’ และ ‘THANK YOU’ เป็นช่วงแฟนเซอร์วิสที่ทั้งสี่เดินกระจายตัวกันไปทั่วเวทีเพื่อใกล้ชิดกับแฟนๆ ให้มากที่สุด ยื่นมือรับของขวัญมากมาย ทั้งหมวก ที่คาดผม ตุ๊กตา ซึ่งแฟนๆ ตั้งใจเตรียมมาให้ ก่อนจะอำลากันไปจริงๆ หลังแต่ละคนเปิดใจถึงความรู้สึกวันนี้ สี่หนุ่มพูดตรงกันว่า รอมานานเหลือเกินกว่าจะมีคอนเสิร์ตแรกในประเทศไทยและซาบซึ้งที่แฟนๆ ยังคงให้กำลังใจทั้งที่อยู่ห่างไกลกัน พร้อมบอกว่าจะตอบแทนด้วยการทำเพลงที่ดี มีผลงานดีๆ มาให้ติดตามกัน รวมทั้งสัญญาว่าจะขยันให้มากเพื่อจะได้กลับมาเมืองไทยอีกโดยเร็วนะจ๊ะ

กัปตันน้อด

กัปตันน้อด เผยประสบการณ์นาทีระทึก! เอาเครื่องบินลงจอดไม่ได้

อัพเดทชีวิตผู้หญิงเก่ง กัปตันน้อด -ชนันภรณ์ รสจันทน์ เจ้าของมงกุฎมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2005 เผย 13 ปี มีความสุข และคิดว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับตัวเองมาตั้งแต่แรก

กัปตันน้อด

น้อด -ชนันภรณ์ รสจันทน์

เริ่มต้นแล้วสำหรับฤดูกาลประกวดสาวงาม โดยเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ได้มีการสมัครประกวดและคัดเลือก มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ซึ่งภายในงานนี้มีสาวสวยโปรไฟล์ดีเดินทางมาสมัครเป็นจำนวนมาก ขณะที่คณะกรรมการก็เต็มไปด้วยคนสวยเช่นกัน เพราะแต่ละคนมีมงกุฎและตำแหน่งการันตี ซึ่งนอกจากจะได้ชุ่มชื่นหัวใจกับความสวยของเหล่าสาวๆ แล้ว เรายังมีโอกาสได้อัพเดทชีวิตของสาวงามหลายๆ คนที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าตามสื่อนัก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ กัปตันน้อด -ชนันภรณ์ รสจันทน์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2005 ที่ตอนนี้กลายเป็นนักบินสายการบินไทยแอร์เอเชียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเธอแย้มถึงชีวิต 13 ปี ในฐานะนักบินพร้อมเผยว่ามีความสุขและคิดว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับตัวเองมาตั้งแต่แรก ทั้งยังเล่าด้วยว่าเมื่อเร็วๆ นี้มีเหตุการ์ที่เกือบเอาเครื่องบินลงจอดไม่ได้เลยทีเดียว

กัปตันน้อด

กัปตันสาวสวยเจ้าของมงกุฎมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2005

“การเป็นนางงามกับการเป็นนักบินมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ แต่ที่ผ่านก็สามารถนำประสบการณ์จากการประกวดไปประยุกต์ใช้กับการทำงานพอสมควร นักบินเป็นงานบริการ แต่เป็นการบริการที่ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการมากเท่าไหร่ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับนักบินด้วยกันในห้องนักบิน น้อดคิดว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับตนเองมาตั้งแต่แรก จึงมุ่งมั่นที่จะมาทางนี้ เมื่อมาทำงานจึงรู้สึกสบายใจ เป็นคนชอบทางเทคนิคอล เอาความรู้และประสบการณ์จากการประกวดมาส่งเสริมการทำงานให้ดีขึ้นต่อเนื่อง ชอบดูวิวทุกที่ ที่ขึ้นบินไป ที่ผ่านมาโชคดีที่การบินราบรื่น ไม่ค่อยเจอกับอะไรที่ตื่นเต้น จนมาเมื่อเดือนก่อนเพิ่งเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่สามารถนำเครื่องลงสนามบินปลายทางได้ ต้องไปลงสนามบินสำรอง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมาก เพราะทางสนามบินสำรองมีการเตรียมการทุกอย่างเหมือนกับสนามบินปลายทางอยู่แล้ว”

กัปตันน้อด

จากนั้นได้ลองสอบถามเกี่ยวกับแง่มุมชีวิตส่วนตัวนั้นเธอไปทำอะไรอย่างไรบ้าง? ซึ่งเธอได้เล่าให้ฟังว่า“ชีวิตส่วนตัวเหมือนเดิม เหมือนตอนเป็นเด็กเลยค่ะ อยู่บ้าน เจอเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ยังคิดว่าตัวเองไม่โตเลย เหมือนเด็ก แต่ก็แฮ็ปปี้กับชีวิตตรงนี้ เพราะคิดว่าทำอะไรแล้วไม่มีความสุขก็อย่าไปทำดีกว่า การแต่งตัวก็ยังแบบเด็กๆ นะ แล้วแต่อารมณ์ หรือบางวันดูไอจี เห็นคนแต่งตัวเท่ก็ลองแต่งตาม (หัวเราะ) แต่จริงๆ น้อดเป็นผู้หญิงแหละ เพียงแค่ที่ผ่านมามีไลฟ์สไตล์แบบทอมบอย ไม่แต่งตัวไปเรียนก็ใส่เสื้อช็อปกางเกงขายาว ไม่แต่งหน้า ไว้ผมสั้น เพราะขี้เกียจทำผม ตอนนี้ห้าวน้อยลง ด้วยหน้าที่การงาน แต่ก็ยังชอบเล่นกีฬา และทำกิจกรรมลุยๆ”

อย่างไรก็ตามเมื่อถามเกี่ยวกับเรื่องความรัก น้อด ได้กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่มีแฟนค่ะ เพราะไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปเจอใคร ส่วนใหญ่เจอแต่กับกลุ่มเพื่อนเดิมๆ ดังนั้นจึงไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย จริงๆ ก็ไม่ได้มีมานานมากแล้ว น้อดว่าชีวิตตอนนี้แฮ็ปปี้มากๆ ก็คิดว่าจะประกอบอาชีพนักบินไปจนเกษียณอายุ 65 ปี”

เป็นหนุ่มแล้ว! นุสบา ปุณณกันต์ พา ปุณณ์-กันต์ พบแฟนๆ ในงานมีตติ้งครั้งแรก

นุสบา ปุณณกันต์ พา ปุณณ์-กันต์
พบแฟนคลับในงานมีตติ้งครั้งแรกในชีวิต

จัดมีตติ้งครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่อยู่ในวงการบันเทิงมา งานนี้ นุสบา ปุณณกันต์ ขอพาครอบครัวโดยเฉพาะลูกชายทั้งสอง ปุณณ์-กันต์ ออกสื่อพบปะแฟนคลับอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยภายในงานลูกชายคนโตยังมาทำเซอร์ไพร้ส์ ร้องเพลง อีกแล้ว ของศิลปิน Meyou มอบให้แฟนๆ ในงานนี้ด้วย

นุสบา ปุณณกันต์ นุสบา ปุณณกันต์

ปี 2561 นี้ นุส-นุสบา มีผลงานละครให้ได้ชมกัน 3 เรื่อง ไล่มาตั้งแต่เรื่อง เมืองมายา Live ตอน บัลลังก์มายา, เรือมนุษย์ และซิ่นลายหงส์ ซึ่งถ้านับระยะเวลาตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมาจนถึงปัจจุบันก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากทีเดียว และด้วยโอกาสอันดี เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา สาวนุสก็ได้ถือโอกาสจัดงานมีตติ้งกับแฟนคลับครั้งแรกที่โรงแรมโนโวเทลสยาม ภายใต้ชื่องาน Nus N Us “we care we share” เพื่อขอบคุณแฟนๆ ไม่ว่ารุ่นไหนที่ยังรักและคอยสนับสนุนเธอมาโดยตลอด ซึ่งในงานยังมีความพิเศษด้วยคือ การเชิญน้องๆ จากโรงเรียนสอนคนตาบอดจำนวน 50 คน มาจับคู่ร่วมทำกิจกรรมกับแฟนคลับด้วยกัน และช่วงท้ายได้มอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย

นุสบา ปุณณกันต์ นุสบา ปุณณกันต์

นุสบา ปุณณกันต์

สำหรับเรื่องราวความสัมพันธ์น่ารักๆ ระหว่างสาวนุสกับกลุ่มแฟนคลับ ที่เชิญน้องๆ ผู้พิการทางสายตามาทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสาวนุสมีแฟนคลับที่เป็นผู้พิการทางสายตาที่ติดตามผลงานเธอมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ จนกระทั่งสาวนุสแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ก็ยังคงติดต่อพูดให้กำลังใจกันเรื่อยมา จนแฟนคลับคนนี้สามารถใช้ชีวิตได้แบบคนปกติ เรียกว่าเป็นความรักที่เหนียวแน่นมากๆ รวมถึงเรื่องน่ารักกับแฟนคลับคนอื่นๆ ที่ในสมัยก่อน เรื่องโซเชียลยังไม่บูม ยังมีการเขียนการ์ด เขียนจดหมายส่งให้กัน สาวนุสก็ยังเก็บจดหมายเหล่านั้นใส่ไว้ในกล่องอย่างดีมาถึงทุกวันนี้

และเมื่อลูกชายทั้งสองออกสื่ออย่างเป็นทางการพร้อมหน้าครอบครัวทั้งที ก็ต้องขออัพเดทข่าวคราวกันหน่อยอย่าง เห็นคุณแม่เข้าวงการมีแฟนคลับที่รักมากขนาดนี้ ปุณณ์-กันต์ ที่กำลังโตและฉายแววความหล่อจะสนใจเดินตามรอยแม่หรือเปล่า

นุสบา ปุณณกันต์ นุสบา ปุณณกันต์

ปุณณ์-กัณต์ อยากจะเข้าวงการเหมือนคุณแม่ไหม?

ปุณณ์: “เป็นเรื่องของอนาคตคครับ ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสทำงานในวงการบันเทิงบ้างก็รู้สึกชอบนะครับ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็เลยกำลังเตรียมตัวตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่าก็เลยไม่ค่อยมีเวลา”

กันต์: “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมก็โอเคไม่ชอบมากครับ ผมชอบกีฬา ชอบดนตรี ผมชอบแซกโซโฟน”

นุสบา ปุณณกันต์

หลายคนลุ้นอยากให้ลูกเข้าวงการตามรอยคุณแม่?

นุส: “ดีใจค่ะ เรารักเขา ก็อยากเห็นว่าทายาทเราเวลาเข้าวงการจะเป็นยังไง วันนี้นุสเลยพาเขามาทำกิจกรรมร่วมกับพวกเรา จริงๆ แล้วนุสเองก็เป็นคนหวงลูกเหมือนกันนะ ปกติอยู่แต่บ้านเก็บลูกไว้ในกล่อง (หัวเราะ) ไม่ค่อยได้ไปงาน ไม่ค่อยพาไปไหน ส่วนหนึ่งคือ เขาวัยเรียนด้วยก็อยากให้เขาตั้งใจเรียน ผ่านช่วงนี้ไปได้ก็สบายขึ้น คงจะได้มีโอกาสเห็นเขาไปทำอะไรมากขึ้น ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและให้กำลังใจ อย่างน้อยความรักของทุกคนที่ส่งมาให้ก็มาถึงลูกเราและเป็นกำลังใจให้กับเขา หลายครั้งเวลาที่นุสพูดกับเขา เวลาที่เขาเรียนหนัก เวลาที่เขาต้องสอบ หรือเวลาที่เขาจะต้องออกไปสู้กับอะไรหลายๆ อย่างตามวัยของเขา นุสก็จะบอกเขาว่ามีแฟนๆ คอยดูเขาเป็นตัวอย่างนะ เขารู้ว่าเราตั้งใจเรียน แฟนคลับเรารุ่นๆ เขาก็จะถามเคล็บลับการเรียนว่า มีวิธีการเรียนหนังสือยังไง เขาเห็นเราเป็นแบบอย่างที่ดี เราก็ต้องทำให้เขาชื่นใจ เหมือนเป็นกำลังใจให้เขาขยันก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือ อย่างน้องๆ ที่มาในวันนี้ก็มีคุณพ่อคุณแม่อินบ็อกซ์เข้ามาว่า ช่วยบอกน้องๆ ด้วยว่าให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เหมือนเราเป็นแม่อีกคนไปเลย (หัวเราะ) ก็รับปากเขาไว้ว่าจะดูแลให้ เท่าที่เราสามารถดูแลได้”

นุสบา ปุณณกันต์
ปุณณ์
นุสบา ปุณณกันต์
กันต์

แม่หวงขนาดไหน?

ปุณณ์: “ตั้งแต่เด็กมาแล้ว (หัวเราะ) แม่ก็เป็นเหมือนเดิม เขาจะเป็นห่วงเป็นใย ไปไหนกับใคร กินข้าวหรือยัง เป็นเหมือนแม่ๆ ทุกคนที่ห่วงลูก ผมรู้ว่าที่เขาห่วงก็เพราะว่ารัก แต่ก็ไม่ค่อยหวงเท่าไหร่ จะออกแนวเซอร์ไพร้ส์มากกว่า บางทีทำงานกับเพื่อน อยู่ๆ แม่ก็โผล่มา มีแอบถามอยู่ที่ไหน ไปกับผู้หญิงหรือเปล่า”

นุส: “ก็ทั้งห่วงทั้งหวง ตอนนี้เราอยากให้เขาเรียน ทำตามสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ให้ได้ นุสเองผ่านวัยเรียนมาแล้วก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องพยายาม ตั้งใจให้ดี เพราะในชีวิตเราจะมีจุดเปลี่ยนแค่ครั้งเดียว ทุกคนมีความฝันไม่เหมือนกัน การที่เราจะไปสู้ความฝันได้ มันมีจุดเปลี่ยนแค่ช่วงเดียวในชีวิต ปุณณ์เองเขาก็มีความฝันของเขา แล้วเขาเองจะต้องใช้ความพยายามมาก ก็เลยบอกให้ผ่านช่วงนี้ ให้ตั้งใจเรียน เขาเองค่อนข้างเก่ง ดูแลตัวเองได้ดี นุสก็สบายใจในระดับหนึ่ง เหลือแค่ต้องคอยเตือน กินข้าวหรือยัง กินอะไร มีอาหารสมองไหม ต้องกินบ้างนะโปรตีน มันก็ตลกดี (หัวเราะ) มันเหมือนคนจู้จี้ มันก็มีเรื่องนั่นนี่ที่เราต้องคอยตามเก็บรายละเอียดให้เขา ด้วยเขาเป็นผู้ชาย”

นุสบา ปุณณกันต์

เรื่องสาวๆ นี่ห้ามเลยไหม?

นุส: “ตอนนี้ก็แอบส่องอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) เดี๋ยวว่าจะให้พวกน้องๆ แฟนคลับเขาช่วยส่องด้วยแทน เราก็รู้แหละ ตอนนี้จริงๆ เขาก็มีเพื่อนเยอะ แต่เขารู้ว่าหน้าที่อะไรที่ต้องมาก่อน ในห้องนอนเขา สิ่งหนึ่งที่นุชสบายใจได้คือเขาจะมีแผนการติดอยู่ข้างฝาว่า เขาจะต้องทำอะไรบ้าง แปะไว้เต็มห้องเลย เราก็เลยสบายใจว่าเขาเป็นคนที่วางแผน มีความชัดเจนในชีวิต รู้หน้าที่ของตัวเอง เรื่องสาวๆเราเลยค่อนข้างสบายใจ เพราะเขารู้ว่าตอนนี้เขาต้องทำอะไรก่อน หรือตอนนี้เขามีอยู่แต่เขาไม่ยอมบอก (หัวเราะ) ก็อาศัยเดินเซๆ งงๆ บังเอิญไปเจอ มีถามจากลูก ให้กันต์ไปสืบ พี่ชายก็ต้องติดสินบนกัน แล้วก็มีหลานสาวเวลามาที่บ้านก็บอกให้คอยหลอกถามให้หน่อย”

ปุณณ์: “อย่างที่บอกว่าตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็พักการเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อมาตั้งใจเรียนให้เต็มที่ ผมเป็นคนเลือกที่จะหยุดเอง บางทีมันก็ถึงเวลาที่เราจะต้องตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง เอาชีวิตเราก่อน เราก็ต้องสลัดบางอย่างเพื่อที่จะได้มา”

นุสบา ปุณณกันต์

จะเป็นคุณหมอตามรอยคุณปู่ไหม?

ปุณณ์: “ต้องบอกว่าตอนนี้ผมเรียนสายวิทย์อยู่ ก็เล็งไว้ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ดูไว้หลายอย่าง แต่ตอนนี้ก็เน้นสอบไว้ก่อน ก็ยังไม่บอกว่าจะเลือกอะไร เก็บไว้เป็นเซอร์ไพร้ส์”

เราเกร็งไหม เกิดมาในบ้านคนดังมีแต่คนจับจ้อง?

ปุณณ์: “ผมก็โตมาแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เจอใครก็สวัสดี ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ทำตัวปกติ ไม่ส่งผลกระทบอะไร เฉยๆ ครับ”

ส่วนเรื่องการได้มาเจอแฟนคลับของคุณแม่ ที่มีแต่คนรักคุณแม่และเอาคุณแม่เป็นแบบอย่างนี้ ลูกชายทั้งสองเผยว่า ต่างภูมิใจในตัวคุณแม่ เรียกว่าเป็นครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่นมากครอบครัวหนึ่งเลย…

นุสบา ปุณณกันต์

นุสบา ปุณณกันต์

 


ภาพ: IG @gunpunnakanta @punnpunnakanta @nusbapunnakanta @beepunnakanta

ใครบ้างจะไม่หลงรัก! ‘ดยุกแห่งซัสเซกซ์’ ไม่โสดแล้ว แต่ทำไมยังฮ็อต

ใครบ้างจะไม่หลงรัก! ‘ดยุกแห่งซัสเซกซ์’ ไม่โสดแต่ทำไมยังฮ็อต…ชั่วโมงนี้คงไม่มีเจ้าชายคนไหนถูกพูดถึงเท่ากับเจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษ หรือดยุกแห่งซัสเซกซ์อีกแล้ว ยิ่งตอนนี้อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เพิ่งจะเข้าพิธีเสกสมรสกับสาวชาวอเมริกันไปหมาดๆ แต่กระแสความฮ็อตของพระองค์ก็ไม่มีตกเหมือนเมื่อครั้งยังครองตัวเป็นโสดแม้แต่น้อย

ดยุกแห่งซัสเซกซ์หรือเจ้าชายแฮร์รี่ไม่ได้ทรงมีดีแค่รูปร่างหน้าตา หรือชาติตระกูล และทรัพย์สมบัติเท่านั้น พระองค์ยังทรงเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพระทัยงดงาม ทรงทุ่มเทให้งานการกุศล ไม่ว่าจะเป็นงานที่สืบทอดต่อมาจากพระมารดาเจ้าหญิงไดอาน่า หรืองานมูลนิธิและโครงการต่างๆที่ทรงก่อตั้งขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้เมื่อปี 2016 ยังได้มีผลสำรวจความคิดเห็นของสาวอังกฤษจำนวน 1,000 คนว่าใครคือเชื้อพระวงศ์ที่ฮ็อตสุดๆ ปรากฏว่าสาวๆส่วนใหญ่พร้อมใจกันเทคะแนนให้เจ้าชายแฮร์รี่อย่างถล่มทลาย ซึ่งตามปกติเจ้าชายทรงติดอันดับเป็นหนึ่งในลิสต์ท็อปเท็นตลอดอยู่แล้ว

ใครบ้างจะไม่หลงรัก! ‘ดยุกแห่งซัสเซกซ์’ ไม่โสดแต่ทำไมยังฮ็อต

เหตุผลที่ทำให้เจ้าชายแฮร์รี่ทรงชนะใจเหล่าสาวๆได้นั้นมีมากมายหลายข้อ เอาเฉพาะแค่รูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพระวรกายสูงโปร่งมาดแมน พระอังสากว้างผึ่งผาย ทรงพระสิริโฉมสไตล์หนุ่มอังกฤษ ชาติตระกูลอันสูงส่งห้อยท้ายด้วยคำว่ารัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล นอกจากนั้นยังทรงมีพระอุปนิสัย “แมนๆ” เป็นหนุ่มนักกีฬา รักการผจญภัย ท่องเที่ยวซาฟารี แถมยังทรงพระอารมณ์ดี ทรงแย้มสรวลร่าเริง ติดดิน ไม่ถือพระองค์ มีแต่ความสนุกสนานกับชีวิต

ส่วนอีกด้านของเจ้าชายแฮร์รี่คือ ทรงมีน้ำพระทัยดี มีเมตตา และทรงทุ่มเทให้งานการกุศล ช่วยเหลือทั้งเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาส และงานด้านการอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์และพืชพรรณสิ่งแวดล้อมของโลก

Sentebale Concert - Show
เจ้าชายซีอีโซแห่งเลโซโทและเจ้าชายแฮร์รี่ประทับบนเวทีคอนเสิร์ตคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนบาโซโท ที่พระราชวังเคนซิงตัน เมื่อ 28 มิถุนายน 2016

 

LESOTHO - UNDATED: In this undated Clarence House handout photo, Prince Harry with Mutsu at the Mants-Afe Children's Home, in Lesotho. Prince Harry has thanked the public for its generosity following his recent trip to Lesotho where he revisited community projects he worked on during his gap year. The prince returned to the southern African country last month to see first-hand how much progress had been made and to hand over items from the British Red Cross Lesotho Fund. (Photo by ROTA/Anwar Hussein Collection/Getty Images)
เจ้าชายแฮร์รี่กับมัทซู ปี 2004

ใครบ้างจะไม่หลงรัก! ‘ดยุกแห่งซัสเซกซ์’ ไม่โสดแล้ว แต่ทำไมยังฮ็อต

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 เป็นช่วงเว้นวรรค Gap Year หลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ทรงจบการศึกษาจากโรงเรียนอีตัน ขณะนั้นมีพระชันษา 20 ปี พระองค์เสด็จไปประเทศเลโซโทเป็นครั้งแรก และทรงพบกับเจ้าชายซีอีโซ ซึ่งเป็นพระอนุชาในสมเด็จพระราชาธิบดีเล็ทซีที่ 3 แห่งเลโซโท ในการเสด็จเยือนครั้งนั้นเจ้าชายแฮร์รี่เสด็จไปยังบ้านพักช่วยเหลือเด็ก Mants’ase Children’s Home เนื่องจากเลโซโทกำลังประสบปัญหามีประชากรติดเชื้อเอชไอวีสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีติดเชื้อเอชไอวีมากกว่า 37,000 คน ทั่วประเทศมีเด็กกำพร้า 360,000 คน และร้อยละ 10 ของเด็กทั้งประเทศมีสุขภาพอ่อนแอ นั่นคือครั้งแรกที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงพบกับเด็กชายมัทซู พ็อทเซ็น ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็กน้อยวัย 4 ขวบ ตัวเล็กจิ๋ว เจ้าชายทรงจูงมือเด็กชายมัทซูขณะปลูกต้นไม้ที่บ้านพักช่วยเหลือเด็ก และกลายเป็นภาพประทับใจเผยแพร่ไปทั่วโลก

ความสดใสร่าเริงของเจ้าชายแฮร์รี่ทำให้ทรงเข้ากับเด็กๆได้ดี ทรงเล่นหยอกเย้าทำท่าตลกต่างๆอย่างไม่ถือพระองค์เพื่อสร้างความสนุกสนาน จึงไม่น่าแปลกที่เด็กๆจะติดเจ้าชายมาก ไม่เว้นแม้แต่เด็กชายมัทซู ซึ่งประทับใจเจ้าชายจนถึงกับเขียนจดหมายไปหาพระองค์ในภายหลัง เพื่ออัพเดตชีวิตความเป็นอยู่หลังจากที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิที่เจ้าชายทรงก่อตั้ง และรายงานว่า “ผมโตแล้ว”

การเสด็จเยือนในครั้งนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้เจ้าชายแฮร์รี่ทรงร่วมมือกับเจ้าชายซีอีโซก่อตั้ง Sentebale ในปี 2006 เพื่อช่วยเหลือคนวัยหนุ่มสาวและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในเลโซโท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กกำพร้าที่เป็นผลมาจากเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ มูลนิธินี้เป็นการต่อยอดมาจากความสำเร็จของ British Red Cross’s Lesotho Fund ซึ่งก่อตั้งโดยเจ้าชายแฮร์รี่และเจ้าชายซีอีโซในปี 2004 และประสบความสำเร็จในการระดมเงินบริจาคได้มากมาย สามารถนำไปแบ่งสันปันส่วนให้องค์กรในชุมชนต่างๆ 18 องค์กรทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือคนหนุ่มสาวและเยาวชนที่อยู่ในภาวะอ่อนแอ

นอกจากนี้เจ้าชายแฮร์รี่ยังทรงร่วมมือกับเจ้าชายซีอีโซสร้างศูนย์ช่วยเหลือเด็ก Mamohato Children’s Centre มูลค่า 2 ล้านปอนด์ ในแถบชนบทเล็กๆแห่งหนึ่งของเลโซโท ซึ่งประชากรร้อยละ 23 ติดเชื้อเอชไอวี และเด็ก 1 ในทุก 3 คนเป็นเด็กกำพร้า ในวันนั้นเจ้าชายแฮร์รี่ทรงพบเด็กชายมัทซูอีกครั้ง ซึ่งโตเป็นหนุ่มน้อยวัย 16 ปี เจ้าชายทรงสวมกอดมัทซูอย่างแนบแน่น และทรงหยอกเย้ากระเซ้าว่า มัทซูโตแล้วนะ แถมยังทรงแกล้งดึงหมวกของเขาเล่น แน่นอนว่านั่นยิ่งทำให้มัทซูประทับใจในตัวพระองค์มากยิ่งขึ้น เขาบอกนักข่าวว่า เป็นประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

Prince Harry Meets Lesotho Choir Ahead of Sentebale Concert
เจ้าชายแฮร์รี่ทักทายกับเพื่อนเก่าวัย 16 ปี รีเลโบฮิล มัทซู พ็อทเซ็น

เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ ในการช่วยเหลือเด็กๆผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก เจ้าชายแฮร์รี่ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์แก่องค์กรการกุศลช่วยเหลือเด็กต่างๆ เช่น Well Child – องค์กรช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เจ็บป่วยรุนแรงในอังกฤษ Dolen Cymru – องค์กรการกุศลซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเวลส์และเลโซโท ฯลฯ ราวกลางปี 2007 เจ้าชายแฮร์รี่และเจ้าชายวิลเลียมทรงจัดคอนเสิร์ต Concert for Diana เพื่อรำลึกถึงพระมารดา และนำรายได้มอบให้ Sentebale กองทุน Diana, Princess of Wales Memorial Fund และ Centrepoint ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลช่วยเหลือคนเร่ร่อนอายุระหว่าง 16 – 25 ปีในอังกฤษ

นอกจากการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแล้ว เจ้าชายแฮร์รี่ยังทรงใส่ใจด้านกีฬา ในปี 2004 เจ้าชายทรงเข้ารับการฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนากีฬารักบี้ให้สมาพันธ์กีฬารักบี้ และทรงเป็นโค้ชฝึกสอนนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เด็กหันมาสนใจกีฬา นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเข้าร่วมการแข่งขันโปโลเช่นเดียวกับพระเชษฐาและพระบิดา เพื่อระดมเงินบริจาคช่วยเหลือองค์กรการกุศลต่างๆอีกด้วย

งานด้านการอนุรักษ์ก็เป็นอีกแคมเปญที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงใส่พระทัย ทรงเคยห่างหายจากแวดวงสังคมในอังกฤษนานนับเดือน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้โครงการ “500 Elephants” ในประเทศมาลาวี ทวีปแอฟริกา ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะเคลื่อนย้ายช้างหลายร้อยตัวจากพื้นที่อันตรายไปยังเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งอยู่ใจกลางของประเทศ

ข่าวว่าเจ้าชายแฮร์รี่ทรงวางองค์ติดดินมาก ทรงสวมหมวกเบสบอลและทีเชิ้ต สภาพเหมือนเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอผิวขาวทั่วไป ทรงปฏิบัติหน้าที่ขับเฮลิคอปเตอร์ ยิงยาสลบช้าง และตกค่ำก็มานั่งร้องเพลงรอบกองไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ข่าวเจ้าชายแฮร์รี่เสด็จไปทรงงานที่แอฟริกานานนับเดือนมีให้เห็นแค่นี้ เพราะเจ้าหน้าที่ที่นั่นทุกคนจะปิดปากเงียบ ไม่ยอมแพร่งพรายรายละเอียดใดๆ เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าเจ้าชายแฮร์รี่ทรงหลงใหลแอฟริกามาก และทรงถือว่าดินแดนแห่งนี้คือสถานที่หลบลี้หนีความวุ่นวายของสังคม จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นพระองค์เสด็จเยือนประเทศในแถบนี้เสมอ พร้อมกับทำงานด้านการกุศลไปด้วย

อบอุ่่น ขี้เล่น และเป็นกันเองจริงๆ สำหรับเจ้าชายพระองค์นี้ เชื่อว่าถ้าพระองค์มีทายาทคงต้องเป็นพระบิดาที่คูลสุดๆไปเลยล่ะ

ที่มา : คอลัมน์ ROYAL UPDATE จากนิตยสารแพรว ฉบับ 891 ปักษ์วันที่ 10 ตุลาคม 2559

ภาพ : Getty Images,IG@princeharryofengland

 

เจ้าแม่สายเปย์! ไคลีย์ เจนเนอร์ ซื้อกระเป๋าแบรนด์หรูเซอร์ไพร้ส์แฟนคลับ

คุณแม่สุดแซ่บ ไคลีย์ เจนเนอร์ เซอร์ไพร้ส์แฟนคลับ ทุ่มเงินหลายหมื่นซื้อกระเป๋าเป้แบรนด์ดังให้เป็นของขวัญวันเกิด 

เห็นลุคแรงและมั่นเบอร์นี้ แต่คุณแม่มือใหม่อย่าง ไคลีย์ เจนเนอร์ ก็เฟรนด์ลี่กับแฟนคลับไม่น้อย เป็นคนที่น่ารักและให้ใจกับแฟนคลับจนเป็นที่พูดถึงกันในหมู่แฟนๆ เพราะหลายครั้งเธอได้เซอร์ไพร้ส์และรับคำท้าของแฟนๆ จนทำให้หลายคนประทับใจ ล่าสุดก็ทุ่มเงินหลักหมื่นซื้อของขวัญวันเกิดให้กับ Johnny Cyrus บิ๊กแฟนของเธอ

ไคลีย์ เจนเนอร์
ไคลีย์ เจนเนอร์ และ Johnny Cyrus แฟนคลับตัวยง

โดยของวัญที่เธอเลือกให้แฟนคลับคนนี้คือกระเป๋าเป้จาก Louis Vuitton รุ่น Apollo Backpack ราคาประมาณ 64,000 บาท ถือว่าเป็นของขวัญที่นอกจากจะมีมูลค่าแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางใจอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ ทำเอา Johnny  ประทับใจและรักสาวไคลีย์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเลยล่ะ

 

เจ้าแม่สายเปย์! ไคลีย์ เจนเนอร์ ซื้อกระเป๋า Louis Vuitton  เซอร์ไพร้ส์แฟนคลับ

ไคลีย์ เจนเนอร์
แฟนคลับปลิ้มแค่ไหน ให้สีหน้าแววตาเป็นคำตอบ เห็นแล้วฟินแทน >//<

 

ไคลีย์ เจนเนอร์
ไอดอลที่ชื่นชอบซื้อของขวัญวันเกิดให้แบบนี้ จะไปไหนรอด รักแล้วก็ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก

 

ไคลีย์ เจนเนอร์
ได้มาแล้วก็ขอใช้หน่อย

เชื่อว่าแฟนคลับคนนี้ของสาวไคลีย์คงรักใครไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ก็เพราะไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบดันทำเรื่องน่ารักๆ ให้ซะขนาดนี้ มีเหรอแฟนคลับคนไหนจะไม่ซึ้งใจ บอกเลยว่าสาวไคลีย์เธอใส่ใจและรักแฟนๆ ของเธอเสมอ เพราะทุกคนคือกำลังใจที่ทำให้เธอสามารถผ่านปัญหาต่างๆ มาได้

นอกจาก Johnny จะเป็นผู้โชคดีที่สาวไคลีย์เปย์กระเป๋าให้แล้ว ก่อนหน้านี้เคยมีแฟนคลับของเธอ ชวนเธอไปร่วมงานพรอมเช่นกัน และก็ต้องทำให้หนุ่มคนนั้นประหลาดใจ เพราะสาวไคลีย์ไปร่วมงานพรอมนั้นจริงๆ บอกเลยว่าเป็นคนที่น่ารักมาก ไม่แปลกใจที่แฟนๆ จะรักเธอมากมายขนาดนี้


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : uk.louisvuitton.com , IGitsjohnnycyrus