เปิดถังป๊อปคอร์น CHANEL ราคาเกือบล้าน! ของ เจนนี่ BLACKPINK

ไม่เสียชื่อแฟชั่นนิสต้าตัวแม่! แค่โพสต์รูปก็มีไอเท็มที่น่าจับตา เมื่อ ถังป๊อปคอร์น CHANEL ที่ เจนนี่ BLACKPINK ถือราคาเกือบล้าน

กระแสยังต่อเนื่องมาเรื่อยๆ หลังจาก เจนนี่ BLACKPINK โพสต์วีดีโอบนอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมแคปชั่น CALLING ALL PRETTY GIRLS ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นคัมแบคซิงเกิ้ลใหม่ที่กำลังปล่อยในอนาคต หลังจากนั้นไม่นานเธอก็โพสต์รูปภาพอีกครั้ง จนมีแฟนคลับหลายคนสังเกตเห็นไอเท็มแสนน่ารักที่ซ่อนอยู่ในภาพ นั่นคือถังป๊อปคอร์น POPCORN MINAUDIERE ที่เช็คราคาคร่าวๆ แล้วเกือบล้านเลยค่ะ!

โดยถังป๊อปคอร์น POPCORN MINAUDIERE มาจากรันเวย์ Fall/Winter 2024 เป็นงานผลงานเรซินสีดำ-ขาว ตกแต่งด้วยข้อความว่า ‘Pop Coco’ ซึ่งข้าวโพดคั่วที่อยู่ด้านบนฝาปิดประดับด้วยไข่มุกเทียมเคลือบสีทองสร้างเอฟเฟกต์แบบ 3 มิติ สำหรับขนาดของกระเป๋าอยู่ที่ 16 ซม. x 11 ซม. นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยโลโก้ Double C ที่เราคุ้นตา และแม้กระเป๋าจะมีเพียงช่องเดียวแต่รับรองว่าสามารถใส่ของจุกจิกที่เรามีได้จุใจแน่นอน และถังป๊อปคอร์นใบนี้ยังใช้งานได้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นคลัทช์ สะพายไหล่ หรือ Crossbody ส่วนราคารีเซลบางแห่งก็ $23,250 หรือประมาณ 750,000 บาท และมีสูงไปจนถึง $26,000 หรือประมาณ 850,000 บาทเลยทีเดียว


ภาพ: @jennierubyjane และ chanel.com

ข้อมูล: bagaholicboy.com

อเล็กซ์ เรนเดลล์

เส้นทางรัก 7 ปี จากเพื่อนสู่แฟน ! อเล็กซ์ เรนเดลล์ & เจนนี่

ครั้งแรก อเล็กซ์ เรนเดล พระเอกหนุ่มสายธรรมชาติเปิดใจเล่าวินาทีขอแฟนสาวนอกวงการแต่งงาo เล่าเส้นทางความรักกว่า 7 ปีที่พัฒนาจากเพื่อนสู่แฟน พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์จริงหรือไม่ที่ไม่รับงานละครกว่า 2 ปี เพราะเตรียมออกจากวงการบันเทิง

อเล็กซ์ เรนเดลล์

ในฐานะที่พี่เบนซ์เห็นน้องมาตั้งแต่เด็กๆเลยรู้สึกยังไง ?

เบนซ์ : ตื่นเต้นแล้วก็ดีใจ จริงๆก็แอบดูเขามาเรื่อยๆว่าเขาเป็นยังไงบ้าง คบกับใครบ้าง โอเคมั้ย แต่พอเราเห็นรูปแฟนเขามันจะมีความรู้สึกบางอย่างว่าคนนี้น่าจะโอเค คนนี้น้องฉันน่าจะแฮปปี้นะ พอได้ข่าวเขาขอแต่งงาน ฉันเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ดีใจมากเลย มีความรู้สึกยินดีกับเขา การตัดสินใจของน้องน้องไม่ใช่คนปุ๊ปปั๊ปตัดสินใจ เขาจะคิดละเอียดถี่ถ้วน เขารู้ว่าคนนี้โอเคแล้วนะกับชีวิตเขา ยินดีล่วงหน้าขอให้มีความสุขมากๆ

ไปเจอกับว่าที่คุณภรรยาคนนี้ได้ยังไง ?

อเล็กซ์ : รู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว ผมเป็นเด็กบางกอกพัฒนา เขาจะเป็นเด็ก ISB  ตั้งแต่สมัยเรียน 2 โรงเรียนนี้ก็จะมีการแข่งขันด้วยกัน ก็จะเป็นเพื่อนกันทุกวันนี้ก็จะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน จะรู้ว่าเขาคือใครตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว พอตอนโตไปเห็นรูปใน IG ก่อนแล้วช่วงนั้นเขาโสดด้วย มันเป็นรูปที่เขาอยู่อยู่ในสระว่ายน้ำแต่ตัวเขาไม่เปียก เราก็มองแล้วก็งงว่าทำไมตัวไม่เปียก อันนี้คือจุดแรก เราก็เลยลองกดเข้าไปดูคนนี้น่าสนใจเลยกดไลค์รัวๆหลายๆรูป แล้วก็ไปดูว่าเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีแล้วก็บังเอิญมาเจอแล้วก็ได้มารู้จักกัน

อเล็กซ์ เรนเดลล์

ไปปิ๊งเขาตรงไหน ?

อเล็กซ์ : วันแรกที่เจอ ผมยังไม่ได้มีเจตนาอะไรมากขนาดนั้น แล้วก็ไปกับเพื่อนผู้ชายด้วย เวลาเราไปกับเพื่าอนผู้ชายจะเป็นโหมดกวนๆสนุกๆหน่อย แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรถึงขนาดนั้น แต่พอเริ่มคุย เราก็ยังไม่เคยคบกับผู้หญิงแบบนี้ เขาจะดูแมนๆ ตรงไปตรงมา เลยขอแลกไลน์กับเขาจากนั้นก็เจอกันแล้วก็เจอกันบ่อยขึ้นๆ 

ปกติเราเจอแต่คนในวงการบันเทิง อันนี้เขาเป็นคนนอกวงการ ต่างกันมั้ย ?

อเล็กซ์ : ผมว่าต่าง ถ้าเราเป็นคนในวงการทั้งสองคนไม่ว่าเราจะไปไหนความสปอตไลท์มันมาโดยอัตโนมัติจะเป็นแฟนคลับของฝั่งผู้ชายหรือของผู้หญิงต้องมีอยู่บ้าง แต่พอเป็น 2 คนแล้วจะมีรีแอ็คอีกแบบนึง มันจะเป็นอีกแบบนึง คนนี้คือใครมากับใคร คนจะไม่ได้เข้ามาหาเราขนาดนั้น มันก็จะได้พื้นที่ส่วนตัวที่รู้สึกว่าเป็นข้อดี 

คบกันมา 6-7 ปี ตั้งใจปิดไหม ?

อเล็กซ์ : ไม่ได้ถึงกับตั้งใจปิด บางทีมีพี่ๆนักข่าวถามเราก็ตอบว่ามีคนคุยอยู่มาตั้งแต่แรกแล้ว เราก็พยายามจะให้ข้อมูลที่น้อยที่สุดด้วยอย่างเช่นตัวเลข 7 ปีก็ไม่เคยบอก เพิ่งมาบอก ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าถ้าเราให้อะไรไปที่เป็นข้อมูลชัดเจนมันจะเป็นประเด็นได้ เราพยายามตอบแบบกลางๆ ให้หลีกเลี่ยงพวกข้อเท็จจริงทั้งหลาย เขาจะได้ไม่มีอะไรไปเขียนได้ พอทำแบบนั้นความเป็นส่วนตัวมันก็มากขึ้น หลังๆพี่นักข่าวเขาก็จะไม่ถามลึก ส่วนเรื่องรูปเราก็ลงบ้าง ด้วยงานของเราที่มันอยู่กับโทรศัพท์เยอะต้องเช็คโน่นเช็คนี่เยอะเวลาอยู่กับเขาจะเป็นโหมดพักผ่อนจะไม่ได้จับโทรศัพท์เท่าไหร่ เลยไม่ได้ลงมากขนาดนั้น รู้สึกอยากลงค่อยลง ทั้งคู่ไม่ได้มีนิสัยอัพเดทชีวิตผ่านโซเชียลทุกวัน

แต่แฟนไม่ได้ติดอะไรที่ไม่ค่อยลงรูป ?

อเล็กซ์ : ไม่ติด ผมติดที่เขาไม่ลงมากกว่า ผมลงแล้วเขาไม่ลง ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยแล้วเราก็ถ่ายรูปให้เขาเยอะมากเลย แต่เราก็งงว่าแรงที่เราใช้ถ่ายรูปให้คุณทำไมคุณถึงไม่ลงในโซเชียลบ้าง

คุยกันนานมั้ยกว่าจะตกลงเป็นแฟนกัน ?

อเล็กซ์ : ถ้ากลับไปคิดว่าวันไหนที่เราตัดสินใจเป็นแฟนกันจริงๆคือผมยังไม่มีวันนั้นในความทรงจำ มันเป็นความสัมพันธ์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เราเคย มันเหมือนเราสนิทกันมารู้อีกทีเขาไม่รับสาย เราเริ่มคิดว่าเราไปทำอะไรมาหรือเปล่าวะ เราเริ่มรู้แล้วว่ามันคืออาการที่เรารู้สึกดีกับคนนี้แล้วมันก็ค่อยๆแข็งแรงขึ้น มันไม่ได้มีโมเมนท์ที่ขอเป็นแฟนหรือโมเมนท์ที่มีดอกไม้หรือสวีทในช่วงแรกเท่าไหร่เลย มันเป็นการค่อยๆไม่รีบๆ มารู้อีกทีเรารู้จักกันมาเป็นปีแล้ว มันเป็นฟีลอย่างนั้นมากกว่า 

จีบยังไง วันนึงที่เราชอบกันแล้ว ?

อเล็กซ์ : ในช่วงที่เราโสดเราก็มีคุยตามประสาคนโสด แล้วเราก็จะมีเรื่องเล่าที่เป็นประโยคเด็ดเพื่อแสดงความฉลาดของเรา แต่พอเราแสดงความฉลาดกับคนนี้เขาไม่เล่นด้วย เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีเราก็ต้องเอาใจๆกับเขา อาจจะมีสวีทบ้างมีพูดคุยกันสนุกสนาน อาจจะไม่ใช่คำพูดที่สวีท อาจจะเป็นการเล่นกับเขาเป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด ตรงนี้สำคัญ ถ้าเราปล่อยตัวเราเองได้ 100% จริงๆ พอเราเข้าปีที่ 6 ปีที่ 7 มันปล่อยได้เต็มที่จริงๆ ตรงนี้เป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนสองคนไม่เห็นว่าจะมีปล่อยแบบนี้ได้กับใครแล้ว ก็ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว

รายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร

เห็นว่า 6-7 ปีที่คบกันมาไม่มีเรื่องทะเลาะกันเลย ?

อเล็กซ์ : ก็มีทะเลาะกันแต่เมื่อเราเทียบจากสิ่งที่ได้ยินจากคนนั้นคนนี้เราก็รู้สึกว่าเราเป็นคู่ที่พูดกันแมนๆได้ อาจจะมีทะเลาะเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ถือว่าน้อยมากๆ ใน 7 ปีนี้ที่หนักจริงๆ อาจจะมีครั้งสองครั้งที่จำได้ ที่เหลือก็คืออาจจะมีเถียงกันนิดนึงแต่ไม่หนักมาก 

เรื่องที่ทะเลาะน่าจะเป็นเรื่องที่อเล็กซ์งอแง ?

อเล็กซ์ : ก็ด้วย(หัวเราะ) ส่วนมากจะเป็นเรื่องของเวลาที่เจอกัน ผมจะทำงานค่อนข้างเยอะแต่เขาจะเข้าใจมากๆ จำคำพูดของผู้ใหญ่ที่เล่าให้ฟังว่าทำงานแบบนี้อย่ากลายเป็นคนที่โตขึ้นมาไม่มีครอบครัวสำเร็จทางด้านการงานแต่ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก แล้วคำพูดนี้มันติดกับเรามาหลายปีมาก ถ้าเราอยากมีอนาคต อยากจะมีครอบครัว เราต้องใส่เวลาเจอเขาในตางรางของเราจริงๆและให้ความสำคัญจริงๆ อันนี้ช่วยได้เยอะมาก 

เตรียมการขอแต่งงานยังไง ?

อเล็กซ์ : คิดมาหลายปีแล้วอยู่ในใจของเราแต่ไม่ได้พูดให้ใครฟัง แต่คุยกันสองคนมันก็ถึงจุดที่ต้องคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมก็จะมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนว่าเพื่อครอบครัว เพื่อตัวเอง และเพื่อคุณ เพื่อครอบครัวก็คือสร้างบ้านให้ครอบครัวเก็บเงินให้พ่อแม่เราอยู่ถึงวันสุดท้ายได้อย่างสบายจริงๆ หลังจากนั้นขอจัดการเรื่องบริษัทเรื่องงานประมาณปีนึง แล้วก็มาถึงจังหวะนี้ เพราะการมีครอบครัวมันต้องเสียสละครั้งใหญ่ไปตลอดชีวิตอีกรอบนึง เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องอิ่มก่อน พอเราอิ่มแล้วก็พร้อมจะมี ด้วยจังหวะอายุด้วยที่คบกันมาซักพักนึงแล้ว เลยคิดว่าเป็นจังหวะชีวิตที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่อยากไปรีบอะไรมาก

ไปขอแต่งงงานที่ไหน ?

อเล็กซ์ : ที่เลคหลุยส์ แคนาดา เป็นสถานที่ที่พี่สาวไปแต่งงานที่นี่ พี่สาวไปแต่งงานที่โตรอนโต แล้วเราก็ยกไปทั้งครอบครัว เราก็แพลนว่าเราจะไปทริปแล้วเขาเป็นคนที่ชอบทะเลสาบมาก แล้วทะเลสาบนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก เราก็ไปพักกันที่นี่พอจัดงานแต่งเสร็จเราก็ไปเที่ยวกันสองคนเลยคิดว่าด้วยจังหวะอะไรหลายๆอย่างเป็นจังหวะที่ดี

วางแผนการขอแต่งงานยังไง ?

อเล็กซ์ : ไม่ง่ายเลย เรื่องแหวนเรื่องอะไรเป็นเรื่องใหม่มาก เกรดของแหวน ไซส์ของแหวน ไซส์เพื่อนแอบลองให้มาหลายปีแล้ว แอบได้ไซส์มา วันแรกที่เห็นเพชรผมตกใจมากเลยนะ กะรัตมันเดาไม่ออกมันเหมือนเม็ดข้าว มันเล็กนิดเดียว คือในความรู้สึกเกรดที่ดีที่สุดน่าจะสำคัญกว่าไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในความรู้สึกผม แล้วด้วยตัวเรือนเขาไม่ได้ใหญ่เราอยากได้อะไรที่เหมาะกับตัวเขา แต่ขบวนการเอาไปแคนาดาก็ไม่ได้ง่าย เราบินไปต่างหาก เราฝากแหวนแม่ไปก่อน พอเราบินไปผมใส่ไว้ในกระเป๋าสูทกับตัวเองตลอด ผมต้องใส่เป็นถุงกระสอบเล็กๆ เวลาเล่าให้เพื่อนฟังเขาจะบอกว่าไม่มีความโรแมนติกอะไรเลย โมเมนท์ที่กลัวมากที่สุดคือตอนเราไปสนามบินแล้วเราต้องถอดเสื้อแล้วเข้าไปในนั้น มันจะหายมั้ย พอไปถึงปุ๊ปเขาตื๊ดๆขึ้นมาอันนี้คืออะไร แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็ไม่อยากใส่กล่องเพราะมีคนทักมาว่าเดี๋ยวเขาจะรู้

ไปขอที่ทะเลสาบไม่คิดว่ามันจะตกน้ำหรอ ?

อเล็กซ์ : ก็คิดอยู่ครับ ไป 4 วัน เราก็คิดในใจว่าเราเอาวิวที่สุด เราเอาฟีลลิ่งที่สุด เราไม่มีช่างภาพ ไม่มีกำหนดการ ไม่มีเวลาดี เราก็คิดว่าใน 4 วันนี้ต้องขอจะวันไหนยังไม่รู้ ไม่ได้คิดว่าจะพูดอะไรให้มันเป็นฟีลลิ่งล้วนๆ ให้เป็นโมเมนท์ที่ดีล้วนๆ ถ้าเอาช่างภาพมามันจะระแวงความเซ็ต วันสุดท้ายก็ขึ้นเรือไปเป็นเรือพายตอนประมาณ ตี 5 ครึ่ง แล้วก็นั่งห่างกันเหลือเกิน เขาก็นั่งนู่น เรานั่งอยู่ข้างหลัง จะขยับไปข้างหน้าเรือก็โยกแถมใส่เสื้อชูชีพอีก ชูชีพสีแดงแป๊ดเลย นึกในใจว่าเราจะถ่ายรูปแต่งงานกันโดยมีเสื้อชูชีพไม่ได้นะ เลยบอกเขาว่าถ่ายเซลฟี่กันหน่อยมั้ยถอดชูชีพรูปจะได้สวยๆ แล้วโมเม้นท์นั้นก็มาด้วยตัวของมันเอง อันนี้คือขากลับแล้ว เราก็เห็นแล้วว่านั่งท่องเที่ยวที่นี่ก็เริ่มมา ถ้าเราไปขอบนบกทุกคนก็จะปรบมือเพราะผมเคยเห็นผมเคยไปเวนิสผมเคยเห็นทุกคนปรบมือ มันจะเขินไปหมด พอกลับมาคิดแล้วก็คิดว่าตัดสินใจถูกไม่ได้วางแผนเอาแบบเฟรชๆเลย

พูดยังไง ขอยังไง ?

อเล็กซ์ : เราก็พูดออกมาตามที่คิดตอนนั้นเลย ก็พูดออกมา เขาก็งง แล้วก็ตกลงกัน ไม่ได้มีคำพูดอะไร ตอนหลังเขามาบอกผมว่านึกว่าจะมีสปีชพูดยาวๆ เราก็เพิ่งมารู้ว่าขอแต่งงานต้องพูดเยอะๆหรอ ผมว่ามันเป็นโมเมนท์ที่เขาบอกผมมาตั้งนานแล้วว่าเขาอยากได้เซอร์ไพร์สแต่พอเขาโดนเซอร์ไพร์สจริงๆเขาก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ได้มีคำพูดหวานอะไรขนาดนั้น แต่มันแค่นิดเดียวเอง ก็ลองสวมแหวนแล้วก็ลุ้นแทบตาย ปรากฎว่าหลวม(หัวเราะ) 

ว่าที่ภรรยาเขาว่ายังไงบ้าง ?

อเล็กซ์ : เขาก็งงเพราะว่าจริงๆเราคุยกันไว้แล้วว่ากลับจากทริปนี้เดี๋ยวจะเริ่มคุยกัน มันเป็นแผนที่เราวางเอาไว้ว่าเพื่อให้เขาไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นบนทริปนี้ 

ร้องไห้เหมือนในละครเลยใช่ไหม ?

อเล็กซ์ : ไม่ได้ร้อง แต่ว่าตอนที่เรากลับไปที่โรงแรมแล้วเราเฟซไทม์ ครอบครัวผมอยู่ที่แคนาดาเหมือนกันแต่อยู่อีกเมืองนึงแล้วครอบครัวเขาอยู่ที่กรุงเพทฯแล้วเราก็เฟซไทม์ทั้งสองฝั่งแล้วเราเห็นรีแอ็คของคนอื่นอันนี้เริ่มมา เราเห็นความยินดี ความต้อนรับครอบครัวสมาชิกใหม่ของทั้งสองฝ่ายมันกินใจเรา

แพลนแต่งงานเมื่อไหร่ ?

อเล็กซ์ : มกราคมช่วงกลางๆเดือน ตอนนี้กำลังสรุปรายละเอียดที่แน่ชัดอยู่ ด้วยความที่ทุกอย่างบีบนิดนึงช่วงนี้ 

มีเวลาเตรียมมั้ยหรือว่าให้แฟนเป็นคนจัดการ ?

อเล็กซ์ : จริงๆเรื่องรายละเอียดของงานคิดว่าทางแฟนน่าจะมีภาพในใจที่ชัดเจนกว่าเรา ผมจะดูแลเรื่องเพื่อนเจ้าบ่าวจะเที่ยวที่ไหนดี ใส่ชุดอะไรดี ตอนนี้ชุดเยอะมาก ชุดพ่อชุดพี่ชาย เสาร์อาทิตย์เราก็จะไปเป็นครอบครัววัดโน่นวัดนี่ ก็สนุกสนานน่าตื่นเต้นดี 

ตื่นเต้นหรือเปล่า?

อเล็กซ์ : ตื่นเต้นนะครับ พอมานั่งลิสต์แขกที่เราเชิญมา รู้สึกดีใจที่จะได้เจอกับทุกคนที่เราอาจจะไม่ได้เจอกันนาน แล้วก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เราเป็นเรา วันนี้เราอาจจะไม่ได้คุยกับเขามานานแล้ว แล้วเราจะได้ถือโอกาสนี้เข้าไปเอาการ์ดไปให้เขา ได้ชวนเขามา รู้สึกดีใจที่จะได้กลุ่มเพื่อน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานแต่งงานตื่นเต้นมาก

เวลาที่เรามีวันสำคัญเราต้องอยากได้อะไรที่พิเศษในงานของเรา ?

อเล็กซ์ : ของผมมีอย่างเดียวเลยคือพิธีรดน้ำสังข์ ผมไปงานแต่งแล้วรู้สึกว่าเวลาที่เพื่อนหรือผู้ใหญ่มารดน้ำสังข์ได้พูดอะไรนิดๆหน่อยๆ มันเป็นโมเมนท์ที่ซึ้ง ด้วยความที่เราไปเชิญผู้ใหญ่หลายๆท่านที่เรากำลังจะไปชวนแล้วเราไม่มีเวลาดูแลทุกๆคน นี่เป็นโมเมนท์เดียวที่จะได้มองตากับเพื่อนจริงๆ ก็เลยขอแค่นี้ ไม่ได้เยอะเป็นร้อยๆคนแต่เฉพาะคนที่มางานหมั้นในตอนเช้า

คุณเจนนี่มีความต้องการอะไรพิเศษมั้ย ?

อเล็กซ์ : เขาก็อยากได้ดอกไม้เท่าที่ฟังเขา เขาก็จะมีภาพในหัวว่ามีดอกไม้ ผมก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง ก็สกรีนให้เขาช่วยเขาคิด ด้วยความที่เราทำออแกไนซ์เราทำอีเว้นท์ด้วย 

วางแผนไว้จะจัดกี่ที่ ?

อเล็กซ์ : ตอนนี้แน่ๆที่กรุงเทพฯแต่พอมาดูแขกก็เลยคิดว่าอาจจะหาอีกทีที่ไม่ถึง 50 คน ที่เราจะจัดเฉพาะแค่เพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว ครอบครัว แต่ว่ายังไม่รู้รายละเอียดจะเป็นยังไง

แต่งแล้วมีทายาทเลยไหม?

อเล็กซ์ : ก็หนึ่งในแผนแน่นอนด้วยอายุของผมกับเขาพอเรามาคำนวนดูแล้ว สมมติเรามีวันนี้เลยกว่าเขาจะเรียนจบเราก็ 60 กว่าแล้ว เราทำค่ายมาเราเห็นโมเมนท์ผู้ปกครองกับเด็กเราอยากมีโมเมนท์แบบนี้ เราอยากมีแรง ไม่ใช่กลับมาเหนื่อยๆแล้วไม่มีแรง เราอยากจะใช้เอเนอจี้กับเขาได้ ก็รีบ แต่ก็ยังไม่ได้วางไทม์ไลน์อะไรขนาดนั้น จริงๆคิดว่าอยากมีซัก 2 กำลังดี ผู้หญิงคนนึง ผู้ชายคนนึง มีมากกว่านั้นก็ได้ แต่อยากมีมากกว่าหนึ่ง

จะไม่รับงานละครแล้วจริงหรือเปล่า ?

อเล็กซ์ : ก็ยังอยากแสดงยังอยากเล่นอยู่ แต่ว่าด้วยชีวิตของเรามันเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะช่วงโควิดเราทำองค์กรด้วย พอเปิดโควิดมามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทำให้อะไรหลายๆอย่างในองค์กรมันหนักกว่าเดิม มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าเดิม ต้องดูแลคนมากกว่าเดิม ช่วงนั้นเล่นละครไปด้วยทำงานไปด้วยรู้สึกว่ามันไม่ได้ดีซักอย่างเลย ตรงนี้ไม่มีเราก็ไปต่อไม่ได้ มันถึงจุดที่เราอยากจะเลือกเล่นมากกว่าเดิมด้วย ไม่ได้รับมา 2 ปีแล้ว 

ลิ้มรสประสบการณ์อาหารสไตล์ Progressive Asian @GAGGAN AT LOUIS VUITTON

GAGGAN AT LOUIS VUITTON เปิดเมนูใหม่รับฤดูใบไม้ร่วง ที่เชฟ Gaggan Anand ได้คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ของฤดูกาลนี้ จากท้้งในและต่างประเทศมาบรรจงสรรค์สร้างเป็นอาหารในสไตล์ Progressive Asian ที่ยังคงผสมผสานทั้งความเป็นอินเดีย ไทย และฝรั่งเศส ให้เข้ากันอย่างลงตัว สดใหม่ และเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์

Quail

โดยอาหารจานใหม่ ที่เป็นซิกเนเจอร์ประจำฤดูกาลนี้ คือ “Quail” เนื้อนกกระทาส่วนอกที่หมักด้วยเครื่องเทศเชตตินาด ราดด้วยซอสที่ทำจากนกกระทาและฟัวกราส์ เสิร์ฟพร้อมองุ่นเคียวโฮย่างได้รสหวานฉ่ำตัดกับเนื้อนกกระทารสเข้มข้น อร่อยล้ำจนยั้งไม่อยู่

อีกหนึ่งเมนูเอกลักษณ์ ที่จะพาคุณเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ลิ้มรสอาหารจากหลากหลายดินแดนทั่วโลก อันเป็นแนวคิดของเชฟ Gaggan ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำอาหารระดับโลกซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา spirit of travel ของเมซงได้อย่างกลมกลืน คือ เมนู World Map ที่เสิร์ฟมาในภาชนะทรงกลมประดับแผนที่โลก เมื่อเปิดออกจะประกอบไปด้วยอาหาร 3 จาน เริ่มต้นจานแรกด้วยยุโรปกับ ‘Carrot Waffle’ ผ่านจินตนาการใหม่ของเชฟ Gaggan ที่จะทำให้คุณลืมรสชาติวาฟเฟิลแบบเดิมๆ ต่อด้วยจานที่จะพาคุณกลับมายังทวีปเอเชียด้วย ‘Tartlet’ ที่ให้รสชาติแบบยุโรปผสมญี่ปุ่น ผ่านการผสมผสานกันของทูน่า แฮม และหัวหอม ก่อนจะเดินทางกลับมามายังประเทศไทยด้วย ‘Tom Yum Paper’ ต้มยำกุังของไทยที่นำเสนอใหม่ในรูปแบบแห้ง ให้ความกรุบกรอบ ผสมรสเปรี้ยวอมหวาน ด้วยกุ้งเต้น ดอกไม้แห้ง และส้มโอเชื่อม

Sago

อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่ชื่นชอบมาก คือเมนูใหม่ประจำ ฤดูกาล จาก “Bites of India” นั่นคือ Sago
ที่ตกแต่งด้วยสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง มาพร้อมรสชาติเข้มข้นตราตรึง ด้วยเป็นเมนูที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก shakarkandi ki chaat ทำจากมันหวานคลุกกับเครื่องเทศเสิร์ฟพร้อมชัทนีย์หวาน กลายเป็นขนมทานเล่นที่เหมาะกับอากาศที่เย็นลงในฤดูใบไม้ร่วง

Fire Paturi

นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเด่น อันเป็นผลงานสร้างชื่อของเชฟ Gaggan อีกหลายเมนู ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนส่วนผสมใหม่ในฤดูกาลนี้ เช่น Fire Paturi ปลากะพงสดที่นำมาหมักกับขมิ้นเหลืองผักชีลาวและสมุนไพร ห่อใบตอง ที่มาพร้อมการแสดงจุดไฟเผาปลากันสดๆ จนได้ความหอมคลุ้งชวนทาน

Cold Curry

หรือเมนู “Cold Curry” เปิดประสบการณ์การรับประทานแกงกะหรี่จากแบบร้อนดั้งเดิม ให้กลายเป็นแบบเย็นในแบบที่ไม่เคยทานมาก่อน ด้วยหอยเชลล์ตัวเป้งเนื้อเด้งสดฉ่ำ ที่มาพร้อมเครื่องแกงแยกส่วนแบบเย็น ที่ต้องคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันก่อนรับประทาน กลายเป็นแกงกะหรี่นิยามใหม่ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ผู้รับประทานไม่มีที่สิ้นสุด

อาจพูดได้ว่า หลากหลายเมนูใหม่ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วงที่ Gaggan at Louis Vuitton นี้ เต็มไปด้วยสีสัน แห่งฤดูกาล แรงบันดาลใจใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กับการเปิดประสบการณ์การรับรสในรูปแบบใหม่ๆ ที่นอกจากอร่อยถูกปากแล้ว ยังเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พาคุณหลุดออกจากกรอบ และสร้างบทสนทนาได้ไม่รู้จบ

สำหรับเมนูใหม่ประจำฤดูกาล ที่ Gaggan at Louis Vuitton จะมีให้เลือกทั้ง มื้อกลางวัน 11 คอร์สและมื้อค่ำ 17 คอร์ส ที่ร้านอาหารแห่งแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


Gaggan at Louis Vuitton ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์
โทร. +66 61 413 6295

‘Gucci Blondie’ แรงบันดาลใจยุค 70s สู่การตีความใหม่ใน Cruise 2025

เปิดตำนาน Gucci Blondie กระเป๋ารุ่นไอคอนิคปี 1970 ที่ได้รับการตีความใหม่อีกครั้งในคอลเล็คชั่น Cruise 2025

ยุค 1970S

หากพูดถึงโชว์ Gucci คอลเล็คชั่น Cruise 2025 หนึ่งไอเท็มที่น่าจับตามองคงตกเป็นของกระเป๋า Gucci Blondie ที่ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์หรือคอแฟชั่นน่าจะจำไอเท็มสุดไอคอนิคชิ้นนี้ได้ ย้อนกลับไปเมื่อยุค 1970 โลโก้โค้งมนแบบใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมชื่อเรียก ‘Gucci Blondie’ และกระเป๋ารุ่นดังกล่าวถือเป็นรุ่นแรกที่มีประดับสัญลักษณ์นี้ด้วยหนังกลับ ซึ่งเป็นวัสดุที่แบรนด์มักใช้ในยุคนั้น เพราะสะท้อนถึงแฟชั่นสบายๆ แต่ยังคงความหรูหรา จนกระทั่งในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2003/2004 ชื่อ “Blondie” จึงถูกนำมาใช้เป็นชื่อกระเป๋าอย่างเป็นทางการนั่นเอง

Cruise 2025: Gucci Blondie

กระเป๋า Blondie ประดิษฐ์อย่างพิถีพิถันจากวัสดุระดับพรีเมียมที่เลือกมาเพื่อคุณภาพ ความทนทาน และความทันสมัย ​​หนึ่งในนั้นคือ ‘Cuoio Toscano’ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความนุ่มและสัมผัสที่หรูหรา อีกทั้งยังได้รับการยอมรับว่าใช้การบำบัดด้วยสารเคมีเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ และเมื่อยิ่งใช้ไปนานๆ เสน่ห์ของหนังจะยิ่งชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ยังมี GG Monogram Canvas วัสดุร่วมสมัยเหนือกาลเวลา ที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานแต่ไม่ลดทอนความนุ่มนวล แคนวาสผืนนี้ประดับด้วยหนัง Cuoio Toscano เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปร่างของกระเป๋า และใช้เทคนิค jacquard ซึ่งเป็นการทอแบบผสมผสาน เน้น GG Monogram โดยใช้ด้ายหลากสีสันมาสร้างเอฟเฟ็กต์สามมิติ

อีกทั้งกระเป๋ายังรุ่นหนังกลับทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเป็นกระเป๋ารุ่นแรกที่มีโลโก้ GG ทรงมนในช่วงทศวรรษ 1970 โดยวัสดุหนังกลับจะได้รับการประดับด้วยโลโก้ Blondie ทองเหลืองเคลือบอีนาเมล และสุดท้าย Gucci Blondie ยังนำเสนอในผ้าแคนวาสและตกแต่งด้วยหนัง Cuoio Toscano สีน้ำตาลหรือสีดำ


ภาพและข้อมูล: Courtesy of Gucci

QUADLIPS แจกความสดใสผ่านซิงเกิ้ล CHECKLIST

เรียกว่าได้ใจแฟนๆ ไปเต็ม กับพลังความน่ารักสดใสของ “QUADLIPS”  4 สาวตัวแทนจาก 4 ประเทศ จาก AKB48 Group Global Project  ฮินะ จาก SKE48 (ญี่ปุ่น) , เฟนี จาก JKT48 (อินโดเนเซีย), โคล MNL48 (ฟิลิปินส์), เฟม จาก BNK48 (ไทย)” 

และล่าสุดกับเพลง “CHECKLIST” ซิงเกิลที่ 3 ที่มาพร้อมความสดใสแบบจัดเต็ม กับเพลงจังหวะสนุกปลุกพลังความมั่นใจ ชวนทุกคนให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ พร้อมความท้าทายในการทำงาน โดยเฉพาะท่าเต้นอัพสกิล จนต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนัก มาพร้อมลุคสาวสวยสุดเท่ ในคอนเซปต์บาสเกตบอล

“Quadlips” กล่าวว่า “ขอบคุณแฟนๆทุกคนที่คอยติดตามและชื่นชอบผลงานของเราในนาม Quadlips กันต่อเนื่อง  สำหรับซิงเกิล3 ‘CHECKLIST’  เป็นอีกหนึ่งเพลงที่พวกเราชอบมากๆ และตั้งใจทำมากๆเช่นกัน เพลงนี้พวกเราทั้ง 4 คน เหมือนเป็นตัวแทนความสดใส คอยส่งพลังเอนเนอร์จีความมั่นใจ เชียร์อัพให้ทุกคนออกมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ลุกขึ้นสู้ต่อเพื่อเป้าหมายสำคัญในชีวิต  มีความแปลกใหม่กว่าเพลงก่อนๆ ทั้งดนตรีและการเต้น เพลงนี้ถือว่าท้าทายมากๆ โดยเฉพาะการเต้นจะมีความยากขึ้น เราต้องออกกำลังกายกันเพิ่มขึ้น และซ้อมกันหนักขึ้นพอสมควร เพื่อให้ทุกคนได้เห็นเพอร์ฟอร์มที่สมบูรณ์  

ส่วนใน MV เพลงนี้เรายังคงเป็นธีมกีฬา ที่มาในคอนเซปต์บาสเกตบอล ลุคเสื้อผ้าก็จะมีดีเทลของบาสเกตบอลเท่ๆ เข้ากับเพลงด้วย  ถ่ายทำกันที่สนามบาสเกตบอล เป็นสตอรี่ที่พวกเราคอยเชียร์อัพ คอยให้กำลังใจนักบาสเกตบอล สลับกับซีนเพอร์ฟอร์มด้วย ภาพสวยมากๆ ล่าสุดเราเพิ่งปล่อย MV Dance Version ออกมาด้วย  อยากฝากให้ติดตามกัน และหวังว่าจะมีโอกาสได้ไปเพอร์ฟอร์มในที่ต่างๆ ให้ทุกคนได้เห็นกันเยอะๆ นะคะ”

QUADLIPS

มิน-พีชญา

มุมมืดชีวิตนักแสดง มิน-พีชญา สูญเสียตัวตน แยกชีวิตจริง-การแสดง ไม่ได้

นับๆดูเป็นเวลา 18 ปี แล้วที่แฟนๆ ได้รู้จักกับนางเอกสาวมากความสามารถเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทย มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ที่มีผลงานโด่งดังเป็นที่พูดถึงไม่ว่าจะเป็น เรือนซ่อนรัก,ปิ่นอนงค์,หยกเลือดมังกร,บ้านทรายทอง,สองนรี ฯลฯ ซึ่งทุกบทบาทมินทุ่มเทอย่างสุดชีวิต รวมถึงผลงานล่าสุดกับช่องวัน 31 “เกมรักปาฏิหาริย์”ประกบคู่พระเอก“ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ” ร่วมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ นก-สินจัย, แซม-ยุรนันท์, ท็อป-จรณ, เพลงขวัญ- นัตยา, นาน่า-ศวรรยา, ต้อม-พลวัฒน์, แทค-ภรัณยู ฯลฯ กำกับโดย เหมี่ยว–ปวันรัตน์ นาคสุริยะ โดยผู้จัดมากฝีมือ “ปุ๊ย ผอูน จันทรศิริ

เป็นนักแสดงอิสระมากี่ปีแล้ว?

“ประมาณ 3 ปี ตั้งแต่โควิด จริงๆ มีละครเข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งตอนปีแรกต้องไปสวัสดีปีใหม่ทุกท่านเลย เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่าเราไม่น่ารัก เราแฮปปี้กับทุกค่าย แต่เราเลือกได้แค่เรื่องเดียว ก็เลยมาเป็นนักธุรกิจกลับไปช่วยครอบครัว เพราะที่บ้านมีโปรเจ็กต์ที่มันยังไม่มีคนไปเติมเต็ม ซึ่งมันต้องเป็นสายเลือดก็ต้องเข้าไปช่วย พอเป็นนักแสดงอิสระ บทจะส่งมาเยอะมาก แต่เราต้องดูพื้นที่ที่เราอยากจะอยู่ว่าเราเข้าไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าบทมาเป็นแอ๊กชั่นบู๊ก็ไม่ใช่ ต้องเป็นอะไรที่รู้สึกว่าเรามองเห็นตัวเอง อย่างมีซีรีส์หญิงหญิงติดต่อมา อ่านแล้วนึกภาพไม่ออก แต่ไม่ใช่วันนี้นึกไม่ออกแล้ววันหน้าจะนึกไม่ออกนะคะ อาจเป็นบริบทของตัวละครตัวนั้นที่ติดต่อมาแล้วเราอ่าน เราไม่เข้าใจ มองไม่เห็น ตีความเชิงลึกไม่ได้ ไปไม่ถึง แสดงว่าบทนี้เขามีเจ้าของอื่น เราไม่ได้ปิดกั้น รู้สึกน่าสนใจ มีความท้าทาย แค่เราอาจมองแล้วคิดภาพไม่ออกเฉยๆ บทนี้อาจยังไม่เหมาะกับเรา”

มิน-พีชญา

แล้วทำไมถึงตัดสินใจรับเรื่องนี้?

“จริงๆ คุยกับพี่ป้อน (นิพนธ์ ผิวเณร) ไว้เรื่องนึงแล้ว พอดีเรื่องนั้นยังไม่ลงตัว พี่ป้อนเลยบอกว่าบทเรื่องนี้น่าสนใจ ลองดูมั้ย ฟังพล็อตก็เลยรู้สึกว่าใหม่ดี อยากเล่นอะไรที่ยังไม่เคยเล่น และเรื่องนี้มีความซีรีส์ แต่ยังมีความละครด้วย มินชอบการแสดงอยู่แล้ว และอยากร่วมงานกับช่องวันด้วย เป็นบ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดง มีละครเวทีด้วย เพราะมินก็เคยร่วมงานกับพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ก็เลยสนใจลองมาคุย แล้วมาฟังบทฟังเรื่อง พี่เหมี่ยว (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) เป็นผู้กำกับฯ พี่ปุ๊ย (ผอูน จันทรศิริ) เป็นผู้จัด ทุกคนมีความเป็นนักแสดงมืออาชีพ และพอเราเข้ามามันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ”

มิน-พีชญา

เรื่องนี้แปลกใหม่สำหรับเรายังไงบ้าง?

“ช่วงหลังมินติดซีรีส์ ดูของต่างประเทศเยอะ และเรื่องนี้จะมีกลิ่นความเป็นซีรีส์นิดนึง ถ้าเป็นเกาหลีก็จะมีความคล้ายเรื่อง The Glory นิดๆ เป็นความแก้แค้นผสมกับเป็นคนใสๆ และอยู่ๆ พัฒนากลายเป็นตัวละครที่มีความแค้น แต่ก็กลับมาเหมือนคนปกติ แต่ข้างในเต็มไปด้วยความอยากค้นหา สงสัย ไม่เข้าใจ และแค้นด้วย”

มินปรับมายด์เซ็ตทางการแสดงใหม่ด้วย?

“ใช่ค่ะ ปรับเยอะเลย เพราะมินมาจากผู้ใหญ่สอนว่าเข้ามาในกองถ่ายจะต้องเป็นตัวละครตัวนั้น พูดง่ายๆ ลงจากรถมาต้องเป็นตัวนั้น หรือในภาษาการแสดงเรียกว่า Method Acting ซึ่งมันค่อนข้างกลืนพลังงานเรา และหลายคนก็ป่วยเป็นซึมเศร้าเพราะแบบนี้เหมือนกัน เพราะเวลากลับบ้านเราเป็นตัวนั้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในการแสดงมันไม่จำเป็นต้องเล่นตลอดเวลาแบบนั้น อย่างที่เราเห็นดาราฮอลลีวู้ดบางคนกลายเป็นตัวนั้นแล้วดิ่งไปเลย ซึ่งครั้งแรกที่มินถ่ายทีเซอร์ มินหยุดร้องไห้ไม่ได้ เป็นฉากที่แม่หล่นลงมาตายต่อหน้า ตอนนั้นดิ่งมาก พอสั่งคัตกว่ามินจะหยุดร้องไห้ได้เกือบ 1 นาที พี่เหมี่ยวเดินมาจับมือแล้วบอกหยุดร้อง เป็นอย่างนี้ไม่ดีนะ ไม่ดีทั้งกับการแสดงและชีวิตส่วนตัวด้วย”

ตอนที่เป็นรู้สึกยังไงที่เราเอาเขาไม่ออก?

“มันอิน ร้องไห้แล้วอยู่ในอารมณ์นั้นนานๆ แล้วมันหยุดไม่ได้ จะสะอึกสะอื้น หายใจไม่ทัน พอเจอพี่เหมี่ยวเขาก็บอกว่าไม่ดีนะ ต้องเอาตัวเองกลับมา ตั้งแต่เริ่มเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่มินเล่นแบบเก็บพลังแล้วปล่อย มินรู้สึกว่าพลังงานข้างในมันอัดแน่นกว่ามากๆ จากที่ตัวเองรู้สึกว่าตอนเล่นอินเนอร์มันแรง แต่มินรู้สึกว่าเรื่องนี้แรงกว่า”

ตอนเอาไม่ออก มันมีผลเสียกับชีวิตยังไงบ้าง?

“ร่างกายอักเสบ เป็นฝีอยู่ตรงกลางอก เกิดจากความเครียด เราเครียดตลอดเวลา ก่อนนอนก็ยังเป็นตัวละครนั้นไม่รู้ตัว และมันไม่ออกไป มีผลกระทบกับความสัมพันธ์คนในครอบครัว บรรยากาศอึมครึม ไม่สดใส ปกติมินจะเป็นคนร่าเริงและค่อนข้างตลก แต่ถ้าช่วงนั้นถ่ายละคร คนรอบๆ จะสังเกตว่าเรานิ่งๆ เงียบๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเรา เพราะเราอินอยู่ในการแสดงมากๆ”

ตัวละครตัวไหนที่เราสลัดไม่ออก?

“เรื่อง สองนรี ตัวละครชื่อหนึ่ง คือตัวที่ป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย ตอนเล่นมันมีความบ้า มีความหิวความรักแบบรุนแรง เป็นเด็กขาดความรักรุนแรง แล้วเขาต้องการจากทุกคน ซึ่งต่างจากชีวิตเราที่พ่อแม่รัก มีเพื่อนเยอะ แต่ช่วงนั้นที่เล่นเป็นหนึ่ง เราจะรู้สึกตาขวาง เห็นอะไรก็โหยหา อิจฉา อยากได้ มีความคิดเชิงลบอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่ได้คุยกับใครนะ เพราะรู้ว่าอันนี้ไม่ใช่เรา”

แสดงว่าในหัวจะมี หนึ่ง กับ ตัวเรา สู้กันอยู่?

“ใช่ ช่วงนั้นถ่ายหนักมาก และช่วงเวลาที่เป็นมินน้อยกว่าเป็นหนึ่ง ช่วงเป็นมินคืออาบน้ำ ล้างหน้าแล้วหลับ ไม่มีสติด้วย (ยิ้ม) ตอนนั้นรู้เลยผิดปกติ กำลังอินอยู่มากๆ แต่เรากลับชอบช่วงนั้น เพราะพอกลับเข้ากองแล้วมันอินมาก ไม่ต้องคิด เล่นได้แบบเข้าปุ๊บก็เป็นตัวนั้นเลย

จริงๆ เรื่องนั้นได้รางวัลเยอะอยู่นะ แต่ก็ต้องแลกกับชีวิตส่วนตัวส่วนนึงที่ต้องแยกทางกันไป ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามีวิธีเล่นอีกแบบที่ไม่ใช่ Method Acting ซึ่งพอมาเรื่องนี้ก็เล่นอีกแบบนึงเลย ทำให้บรรยากาศกองดีมาก ทุกคนในกองน่ารักและสนิทกันทุกคน”

พอต้องเปลี่ยนวิธีในการแสดง ต้องเริ่มศึกษาใหม่เลยไหม?

“ใช่ค่ะ แรกๆ งง อย่างร้องๆ ไห้อยู่แป๊บนึงก็หัวเราะ คือมันต้องกลับมาเป็นตัวละคร ต้องเรียบเรียงใหม่ ก็จะมีการขอทำสมาธิแป๊บนึง (ยิ้ม) เหมือนฝึกถอดโหมดฝึกจิตให้มีความไวในการถอดมากขึ้น ต้องมีสติมากขึ้น ช่วงแรกเริ่มเรื่องเราวิ่งไปเช็กจอตลอดเวลา เพราะกังวลว่ามันใช่ไหม แต่ทุกคนชมและปรบมือให้ ก็ใจชื้น มีกำลังใจว่ามาถูกทาง เพราะเราแอบเปลี่ยนทักษะของเรา พัฒนาหลังจากที่พี่เหมี่ยวพูด เรื่องนี้ทำการบ้านและเวิร์กช็อปเยอะจริงๆ ดีใจมากที่ได้เวิร์กช็อปเยอะ เพราะเวลาถึงหน้างานไม่ต้องรอให้สนิทกัน ด้วยมันสนิทกันตั้งแต่ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ เหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ทางการแสดงของเราเลยค่ะ เพราะปกติมินก็มากับการเอาตัวรอดได้ค่อนข้างดี แก้ปัญหาหน้างานได้ แต่พอมาเจออะไรที่มีให้เราเตรียมการบ้านด้วย งานมันออกมาละเอียดกว่าเดิมเยอะมากเลยค่ะ”

เรื่องนี้ได้ร่วมงาน ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เป็นอย่างไรบ้าง?

“น่ารักค่ะ ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี สนิทกันพอสมควร ตอนแรกต่างคนต่างคิดว่าแต่ละคนจะต้องหยิ่ง ฟิล์มบอกว่าฉันเจอเธอครั้งแรก เธอจะมาเป็นนางพญา ส่วนมินก็คิดว่าถ้าเจอฟิล์มเขาต้องหยิ่งแน่ๆ เพราะเป็นพระเอกตัวใหญ่ของช่อง แต่พอเจอกันเหมือนคนเพี้ยนสองคนอยู่ด้วยกัน ก็ตลกดีค่ะ

เวลาทำงานเรามืออาชีพ แต่เวลาเล่นก็คือพักเลยค่ะ เราค่อนข้างเหมือนกัน ขี้บ่น ขี้หิว ขี้ง่วง (หัวเราะ) บางวันเราถ่ายเยอะ ถ้าไม่ได้รีแล็กซ์เลยก็จะเครียด วิธีรีแล็กซ์ก็คือบ่นใส่กัน แกล้งกัน คุยเรื่องหมาคุยเรื่องแมว นอกกองคือเฮฮามาก แต่ในพาร์ตการแสดงนี่ฟาดใส่กันไม่ยั้ง”

ละครเรื่องนี้เป็นดราม่าเกือบทั้งหมด?

“เป็นแนวสืบสวนค้นหาความจริงด้วย ถือเป็นแนวใหม่สำหรับมิน เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นแนวกุ๊กกิ๊ก แต่อันนี้ไม่ร้องไห้ก็หน้าตึง บทค่อนข้างยาก จะมีเรื่องกฎหมาย การสืบสวน สนุกตรงที่ต้องไปหาหลักฐาน มีเรื่องการเดิมพันชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้อง มีคนตาย ยิ่งใกล้ความจริงท้ายๆ เรื่องยิ่งสนุกมาก มินว่ามันมีความเป็นซีรีส์สูงกว่าเป็นละครไทย”

คุ้มค่ากับสิ่งที่เรารอคอยไหม กว่าจะตัดสินใจรับในฐานะนักแสดงอิสระ?

“มันคุ้มตั้งแต่มินได้เจอเรื่องนี้แล้ว ทั้งผู้กำกับฯ และนักแสดงทุกคน คุ้มตั้งแต่เราได้เจอกันแล้ว ที่เหลือเป็นกำไร”

การเป็นนักแสดงอิสระ ก่อนจะรับเรื่องนี้ มันท้าทายกับชื่อเสียงที่เราสร้างมายังไง?

“มันไม่ได้ท้าทายชื่อเสียงที่เรามีมาหรอก และมินก็ไม่ได้ยึดติดกับชื่อเสียง มินว่ามันท้าทายกับเราที่เล่นมาเยอะแล้ว แล้วกลัวจะเบื่อ เวลาเล่นละครเรื่องหนึ่งนาน 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าเราต้องอยู่กับบทนั้นแล้วเราเบื่อ ไม่ชอบ มันจะทำให้เราหมดพลังงานไปเลย มินก็เลยพยายามหาอะไรที่นอกจากรู้สึกว่าบทจะดีแล้ว เราต้องเอ็นจอยด้วย คิดดูสิวันปิดกล้องมินแอบขึ้นรถมาร้องไห้เลย มันผูกพัน”

แสดงว่าเราก็อยากเล่นให้คนดูจำด้วย?

“คือมินอยากเล่นแล้วอยากให้แฟนคลับได้เห็นคุณภาพในสิ่งที่มินอยากเล่น มากกว่าการที่เล่นไปเรื่อยๆ แล้วเล่นตลอดเวลาค่ะ”

เรื่อง นนทพร สุทธิพิบูลย์

ภาพ ช่องวัน 31

Neulbom Garden

รู้จัก Neulbom Garden จากภัตตาคารอาหารยอดฮิตสู่สถานผีดุแห่งเกาหลีใต้

ทำความรู้จัก “นึลบมการ์เดน” Neulbom Garden จากภัตตาคารอาหารยอดฮิตสู่สถานที่โคตรหลอนที่สุดแห่งเกาหลีใต้ ที่มาของภาพยนตร์สยอมขวัญแห่งปี  “Spring Garden บ้านผีกินคน”

นอกจากจะโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ในการสร้างกระแส Pop Culture สุดทรงพลังสู่สายตาชาวโลกแล้ว “เกาหลีใต้” ยังขึ้นชื่อเรื่อง “ความหลอน” ที่โด่งดังไม่แพ้กันกับ “3 อันดับสถานที่ผีดุที่สุดในเกาหลี” ที่คนขวัญอ่อนอย่าคิดเข้าใกล้เด็ดขาด ซึ่งเป็นที่มาของ “Spring Garden บ้านผีกินคน” ภาพยนตร์สยองขวัญแห่งปีที่เล่าเรื่องราวความสยองของหนึ่งในสถานที่สุดเฮี้ยนที่กำลังรอให้ผู้ชมเข้ามาท้าพิสูจน์ ถ้าคุณกล้าพอ!

 Neulbom Garden

“โรงพยาบาลจิตเวชกนจีอัม”

นี่คือสถานที่สุดหลอนที่คนเกาหลีว่ากันว่าในช่วงที่โรงพยาบาลแห่งนี้เปิดให้บริการ มันมักจะมีเหตุการณ์ประหลาดอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเกิดเหตุโศกนาฏกรรมสุดเลวร้ายขึ้น เมื่อผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้โรงพยาบาลต้องปิดตัวลง กลายเป็นสถานที่รกร้างให้คนมาพิสูจน์ความเฮี้ยน ซึ่งในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้ถูกทุบทิ้ง หลงเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าที่ยังคงถูกพูดถึงมาจนทุกวันนี้

“บ้านผีสิงยองด็อก”

มีเรื่องเล่าว่ามันตั้งอยู่บนพื้นที่หลุมศพของเหล่าทหารและนักเรียนที่ตายในช่วงสงครามเกาหลีที่มีศพเกลื่อนมากมาย จนในปี 1980 มีพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งได้มาสร้างบ้าน ณ บริเวณแห่งนี้ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างปกติจนกระทั่งพบกับเหตุการณ์เลวร้าย เมื่อผู้เป็นพ่อได้พบศพภรรยาของตนเองแขวนคอตายอยู่ที่ห้องใต้ดิน ครอบครัวนี้จึงต้องย้ายออกไปและทิ้งบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นบ้านร้าง เชื่อกันว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าของบ้านก็มักจะเกิดเหตุให้มีอันเป็นไปทุกราย!

“นึลบมการ์เดน”

อดีตภัตตาคารอาหารที่ได้รับความนิยม แต่แล้ววันหนึ่งกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลูกสาวเจ้าของร้านเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ด้วยความโศกเศร้าจึงทำให้ผู้เป็นพ่อฆ่าตัวตาย จากนั้นไม่นานผู้เป็นแม่ก็เสียชีวิตลง และในเวลาต่อมาก็มีคนซื้อร้านมาทำกิจการหลายต่อหลายครั้ง แต่เปิดได้สักพักก็มักจะมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นจนต้องปิดตัวลงกลายเป็นสถานที่รกร้างในที่สุด

เรื่องเล่าของ “นึลบมการ์เดน” นั้นเรียกได้ว่ามีมากมายหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของลูกค้ารายหนึ่งที่ได้สั่งออร์เดอร์กับพนักงานหญิงในร้าน แต่เวลาล่วงเลยไปนานอาหารยังไม่มาเสิร์ฟเสียที ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินไปสอบถามกับพนักงานอีกคน แต่ก็ได้รับคำตอบที่ทำเอาชวนขนหัวลุก เพราะร้านนี้…ไม่เคยมีพนักงานผู้หญิง

คำบอกเล่าจากคนที่เคยสัญจรผ่าน “นึลบมการ์เดน” ว่าเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองมาจากชั้น 2 ซึ่ง ณ ตอนนั้น มันคือตึกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ในระหว่างที่เขาขับรถและมองไปที่กระจกหลัง เขาก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังวิ่งตาม เขาตกใจสุดขีด และพยายามหนีสุดชีวิต แต่ยิ่งขับหนีเท่าไหร่เส้นทางมันก็พาให้เขาวนมากลับมาเจอ “นึลบมการ์เดน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความโด่งดังของ “นึลบมการ์เดน” ได้ดึงดูดให้รายการต่างๆ อยากมาสัมผัสความเฮี้ยน ณ สถานที่จริงแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือรายการล่าท้าผีรายการหนึ่งของเกาหลีที่ต้องเจอดีแบบคาดไม่ถึง เมื่อในระหว่างการถ่ายทำ สุนัขที่อยู่ในบริเวณนั้นก็เห่าหอน วิ่งวุ่นเหมือนเจออะไรบางอย่าง และจู่ๆ ทีมงานหลายคนก็มีพฤติกรรมแปลกๆ ทั้งกินอาหารแบบมูมมาม หัวเราะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ หรือแม้กระทั่งบอกว่าตัวเองคือวิญญานของคนที่เคยเสียชีวิตอยู่ที่นี่

ล่าสุด จากสถานที่สุดหลอนในตำนานได้กลายมาเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ “Spring Gardenบ้านผีกินคน” ที่การันตีความเฮี้ยนโดยผู้กำกับ “คูแทจิน” หนึ่งในโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ไทยหลอนระดับนานาชาติ “ร่างทรง (The Medium)

หนังบอกเล่าเรื่องของ “โซฮี” หญิงสาวที่ได้รับมรดกชิ้นสุดท้ายเป็นอาคารแห่งหนึ่ง หลังจากการตายอย่างปริศนาของสามี เธอต้องเผชิญหน้ากับอาคารอาถรรพ์ที่เต็มไปด้วยปริศนาและผู้คนรอบข้างที่ไม่น่าไว้ใจ ยิ่งค้นหาคำตอบเท่าไร เธอก็ยิ่งต้องเจอกับความสยองที่พร้อมจะเอาชีวิตเธอสถานเดียว

คอหนังผีเตรียมสัมผัสความหลอนขั้นสุดของ 1 ในสถานที่เฮี้ยนติด Top 3 ของเกาหลี “Spring Garden บ้านผีกินคน” ในโรงภาพยนตร์

MICHELIN Key

ปักหมุด โรงแรม 58 แห่งในไทยคว้ารางวัล ‘MICHELIN Key’ โรงแรมที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

มิชลินประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักทั่วไทยที่คว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ หรือ ‘MICHELIN Key’ จากการคัดสรรและจัดอันดับในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมทั้งสิ้น 58 แห่ง โดยมีโรงแรมที่พักได้รับรางวัล ‘3 กุญแจมิชลิน’ 8 แห่ง, รางวัล ‘2 กุญแจมิชลิน’ 19 แห่ง และ รางวัล ‘1 กุญแจมิชลิน’ 31 แห่ง  โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก

สำหรับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ เป็นการคัดสรรและจัดอันดับโดยทีมผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ จากการเข้าพักในสถานประกอบการโรงแรมที่พักต่างๆ มากกว่าหนึ่งครั้งโดยไม่เปิดเผยตัวตน ทั้งยังเป็นอิสระจากแบรนด์สินค้าหรือบริการ, การจัดอันดับดาวด้านการท่องเที่ยว และจำนวนรางวัลที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จึงถือเป็นบรรทัดฐานสากลใหม่ โดยมีเป้าหมายมุ่งตอบโจทย์นักเดินทางด้วยการแนะนำโรงแรมที่พักที่มีความโดดเด่นในแนวคิดด้านบริการ, มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีมาตรฐานบริการในระดับสูงมาก

กุญแจมิชลิน 1 ดอก: ประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษ

โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้เป็นเพชรเม็ดงามที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีความแตกต่างโดยนำเสนอความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครหรือสิ่งที่ดีที่สุดในประเภทเดียวกัน ทุ่มเทให้บริการเป็นพิเศษและมอบประสบการณ์ที่ดีมากกว่าสถานประกอบการที่อยู่ในระดับราคาเดียวกัน

กุญแจมิชลิน 2 ดอก: ประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม

โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้มีความโดดเด่นและพิเศษเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน จนกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม เป็นโรงแรมที่พักที่มีจุดเด่น อัตลักษณ์ และเสน่ห์เฉพาะตัว ดำเนินงานด้วยความภาคภูมิใจและใส่ใจในรายละเอียด มีดีไซน์หรือสถาปัตยกรรมที่สวยงามเตะตา ทั้งยังเหนือกว่าด้วยการมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น

กุญแจมิชลิน 3 ดอก: ประสบการณ์การเข้าพักเหนือชั้นที่น่าจดจำ

โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้มอบประสบการณ์ที่ให้ความตื่นตาตื่นใจและความรื่นรมย์ ให้ทั้งบริการและความสะดวกสบายชั้นเยี่ยมอย่างมีสไตล์และโก้หรู ถือเป็นโรงแรมที่พิเศษโดดเด่นที่สุดในโลกและเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองสำหรับการเดินทางสุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของการให้บริการชั้นยอดในทุกองค์ประกอบ จึงทำให้การเข้าพักเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำในความทรงจำและตราตรึงในใจของนักเดินทางตราบนานเท่านาน

พบกับ รายชื่อและข้อมูลโรงแรมที่พักทั้งหมดในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ มีให้เข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของ ‘มิชลิน ไกด์’ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งยังสามารถสำรองโรงแรมที่พักผ่านช่องทางดังกล่าวได้โดยตรงในราคาตลาดที่ดีที่สุด  นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางตลอดการเข้าพัก ‘มิชลิน ไกด์’ ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางโดยเฉพาะของตนเองคอยให้บริการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักซึ่งได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ต่อด้วยการประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักในเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2567


Levi’s®

จากเทคนิคเก่าแก่ที่สืบทอดต่อมา สู่คอลเล็คชั่น Levi’s® “Made in Japan”

Levi’s® ยกย่องเชิดชูผลงานของธรรมเนียมและงานฝีมืออันเป็นเลิศที่สืบสานมายาวนานหลายทศวรรษนี้ ผ่านคอลเล็คชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 “Made in Japan” ที่นำเสนอผ้าเดนิม Selvedge ระดับพรีเมียจากญี่ปุ่น ถ่ายทอดงานฝีมือชั้นสูง เทคนิคเก่าแก่ รวมถึงศาสตร์และศิลป์แห่งเดนิมอันแท้จริงด้วยซิลูเอตใหม่และคลาสสิก

คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 “Made in Japan” สานต่อความร่วมมือกับโรงงานผู้ผลิตเดนิมชั้นนำระดับโลกอย่าง Kaihara Denim Mill ที่ตั้งอยู่ในฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงงานที่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดอันไร้ที่ติและการอุทิศตนทุ่มเทอย่างไม่ลดละต่อการสืบสานธรรมเนียมการผลิตเดนิม รวมถึงการใช้เครื่องทอผ้า shuttle loom แบบเก่า เทคนิคการย้อมด้วยเชือกภายในโรงงานที่ไม่เหมือนใครของ Kaihara Denim Mill ทำให้พวกเขาได้เฉดสีอินดิโกเดนิมที่สวยงาม เมื่อมองเดนิมชั้นยอดนี้ใกล้ ๆ จะได้เห็นผิวสัมผัส ความล้ำลึก และคาแรกเตอร์ของเนื้อผ้าได้อย่างชัดเจน

ความโดดเด่นของคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 “Made in Japan” คือการแปรเปลี่ยนยีนส์สีน้ำเงินที่เป็นกางเกงเน้นประโยชน์ใช้สอยทั่วไปให้กลายเป็นผลงานศิลปะอย่างแท้จริงโดยการใช้ผ้าระดับพรีเมียมที่เสริมด้วยซิลูเอตและการฟอกสีที่จะยิ่งสวยขึ้นทุกครั้งเมื่อสวมใส่ ไฮไลท์สำหรับสุภาพสตรี ได้แก่ กางเกงยีนส์ Plank Straight ตัวใหม่ที่มาพร้อมผ้าเดนิมพรีเมียมสุดเพอร์เฟกต์เพื่อเล่นกับสัดส่วน รูปร่าง และจับคู่กับเสื้อหลากหลายรูปแบบได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ High Rise Boyfriend มอบความรู้สึกของการสวมใส่แบบสบาย ๆ ด้วยทรง relaxed fit ที่ทั้งคลาสสิกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน ทางด้านสุภาพบุรุษ Levi’s นำเสนอกางเกงขายาวอย่างกางเกงยีนส์รุ่น 1980s 501® ทรงคลาสสิกที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบและ Wide Pleat Crop กางเกงคลาสสิกตัวใหม่ทรงขากว้าง ดีเทลจับจีบด้านหน้า แม้ว่าเดนิมของฤดูกาลนี้เป็นสีน้ำเงิน แต่การฟอกทำให้เกิดเฉดสีที่สวยงามหลากหลายแตกต่างกัน โดยเสื้อผ้าแต่ละชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้มาพร้อมรายละเอียดสุดพิเศษไม่ซ้ำใครอย่าง backpatch, ป้ายด้านในที่ได้แรงบันดาลใจจากฮิโนมารุ (ธงชาติญี่ปุ่น) และเซอร์ไพรส์ที่แอบซ่อนอยู่บน indigo tab

คอลเล็คชั่น Made in Japan ยึดมั่นอยู่บนรากฐานของผ้าเดนิม selvedge ระดับพรีเมียมที่ผสมผสานงานฝีมือชั้นสูงเข้ากับการตกแต่งอันพิถีพิถันเหนือกาลเวลา นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับซิลูเอตทรงคลาสสิกและการสำรวจค้นหาทรงใหม่ ๆ ด้วยการใช้ธรรมเนียมการตัดเย็บที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน


ไฟลท์นี้ถืออะไร? ซูมอิน 3 กระเป๋าของเหล่าเซเลบริตี้เยือน Paris Fashion Week

พาซูมอิน 3 กระเป๋าจาก 3 เซเลบริตี้ ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก – คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส – แพต ชญานิษฐ์’ ที่ใช้ขณะเดินทางไปยัง Paris Fashion Week

สัปดาห์แห่งแฟชั่นหรือที่เรียกกันทั่วโลกว่า Fashion Week เดินทางมาถึงเมืองใหญ่สุดท้ายอย่าง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่จัดงาน ณ เเมืองนี้ก็ยังคงน่าจับตามองเช่นเดิม รวมถึงเซเลบริตี้ไทยที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ซึ่งแฟนคลับและคอแฟชั่นหลายคนจะพากันจับตามองเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะ เสื้อผ้า หรือไอเท็มที่น่าสนใจ แพรวจึงรวบรวม 3 นักแสดงมาซูมอินกระเป๋าที่ใช้เดินทางครั้งนี้กัน!

เริ่มต้นด้วย คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2025 ของ Dior สำหรับการเดินทางครั้งนี้ กระเป๋าะพายหลัง Midium Dior Caro เป็นไอเท็มถูกเลือก

โดยใบนี้มาจากคอลเล็คชั่น Cruise 2025 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและหรูหรา รังสรรค์ขึ้นจากหนังแกะสีดำที่เสริมด้วยการเดินด้ายลาย Macrocannage พร้อมกับฝาพับปิดประดับสัญลักษณ์ซิกเนเจอร์ CD ทำจากโลหะเคลือบทองสไตล์แอนทีค เมื่อเปิดออกจะเผยให้เห็นช่องหลักแบบรูดปิดขนาดใหญ่ และยังมีกระเป๋าแบบมีฝาปิดขนาดเล็กอีก 2 จุดที่จัดเก็บสิ่งของจำเป็นชิ้นเล็กๆ ได้อย่างครบครัน กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดกลางใบนี้มาพร้อมกับหูจับเคลือบทองและสายปรับได้เพื่อความสะดวกสบาย ส่วนราคาอยู่ที่ 140,000 บาท

คนที่สองใบเฟิร์น พิมพ์ชนก แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ LOEWE ซึ่งเธอได้เดินทางไปถึงกรุงปารีสเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏลุคแรกก่อนชมโชว์ด้วยโททัลลุคสุดแคชชวลที่โดดเด่นโดยกระเป๋าสะพายใบใหญ่จากคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2024 ที่มีชื่อว่า ‘Flamenco purse in mellow nappa lambskin’ ขนาดใหญ่ มาในดีไซน์จับจีบได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของกระเป๋า Flamenco โดยมีรายละเอียดสำคัญ เช่น ปมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ด้านข้างและโซ่โดนัท ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ด้วยสัดส่วนที่หนาขึ้น ราคาประมาณ 102,000 บาท

และสุดท้าย แพต ชญานิษฐ์ ที่คิวทองไม่แพ้กันสำหรับแฟชั่นวีคครั้งนี้ ล่าสุดแพตได้รับเชิญจาก Christian Louboutin ให้ไปร่วมชมโชว์ Paris is Louboutining โดยแอร์พอร์ตลุคครั้งนี้เธอได้ถือกระเป๋า สุดไอคอนิก ‘Paloma’ รังสรรค์จากผ้าเดนิม Toile Denim สีน้ำเงิน เสริมด้วยการตกแต่งของดีเทลหมุดคลาสสิก Loubinthesky และเมทัลลิกในเฉดสีกันอย่างหรูหรา ราคาประมาณ 65,000 บาท


ภาพ: Instagram @chayanitpat, @baifernbah และ@kimmy_kimberley

KATSEYE

วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก KATSEYE น้องใหม่ภายใต้ค่ายยักษ์ใหญ่ HYBE

“Touch” เพลงไวรัลจากวงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก “KATSEYE” น้องใหม่ภายใต้ค่ายยักษ์ใหญ่ HYBE x Geffen Recordsที่เชื่อว่าหลายคนกำลังซ้อมเต้นตามอยู่ในตอนนี้ ฮิตไปถึงไอคอนสุดคิวท์แห่งยุคอย่าง “Butter Bear” ต้องขอโชว์สเต็ปบนโซเชียลมีเดียไปก่อนหน้านี้จนทำให้มีโอกาสสุดพิเศษที่ทั้งสองได้เจอกันผ่าน Zoom เริ่มต้นด้วยการทักทายที่ “Butter Bear” โชว์กระดาษเขียนข้อความถึง “KATSEYE” ว่า“Hi KATSEYE, My name is Butter Bear. I want to show you my popstar dance moves ka :)”ก่อนจะโชว์สเต็ปความเป๊ะตามฉบับดาราสาว ทำเอาเหล่าพี่สาว “KATSEYE” ออกอาการใจเหลวไปตาม ๆ กัน จนต้องขอเอ่ยปากชมว่านี่คือ Pop Star ตัวจริง!เรียกได้ว่าผลัดกันเรียกรอยยิ้มและความใจฟูกันแบบเต็มเลเวล!

KATSEYE

ซิงเกิลชวนฝัน “Touch” ที่เป็นกระแสไวรัลอยู่ในตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงท่อนฮุกสุดติดหูพร้อมโยกตัวตามอย่างแน่นอนนี่คือซิงเกิลในเดบิวต์ EP ของ “KATSEYE” อย่าง “SIS (Soft Is Strong)” ผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อที่แน่วแน่ และความสัมพันธ์ในแบบฉบับของพวกเธอทุกคนจะได้สัมผัสได้ถึงความมั่นใจ ความกล้า และความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกคนนึกถึงความรักอันซับซ้อนที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านบทเพลง
นอกจากนี้ใน EP “SIS (Soft Is Strong)” ยังมีซิงเกิลไฮไลท์อื่น ๆ อย่าง “Debut” , “My Way”, “I’m Pretty” และ “Tonight I Might”

นอกจากนี้ทุกคนสามารถรับชมเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังเส้นทางการเป็นเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก ที่ใช้ระยะเวลายาวนานกว่าหนึ่งปีผ่านสารคดี “Pop Star Academy: KATSEYE” ที่จะทำให้รับรู้ถึงเส้นทางการเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
รวมถึงโปรแกรมการฝึกฝนสุดเข้มข้นจากHYBE และGeffen Records ซึ่งซีรี่ส์นี้ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่างNadia Hallgrenและอำนวยการสร้างโดยHYBE, Interscope Films และ Boardwalk Pictures รับชมได้แล้ววันนี้ทาง Netflix

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดแคมเปญ THE MALL LIFESTORE FASHION VISION รวมแบรนด์แฟชั่นชื่อดังในศูนย์ฯ กว่า 500 แบรนด์ 

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ปักหมุดแลนด์มาร์คของ FASHION & SPORTS LIFESTYLE DESTINATION คิกออฟแคมเปญแฟชั่นใหญ่กับงาน “THE MALL LIFESTORE FASHION VISION” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แฟชั่น ทุกกลุ่มลูกค้า ชวนอัพเดทเทรนด์แฟชั่นและรวบรวมแฟชั่นไอเท็มสุดฮอต คอลเลกชั่นสุดพิเศษให้กับนักช้อปสายแฟจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในศูนย์การค้ารวมกว่า 500 แบรนด์  พร้อมเปิดตัวรายการแฟชั่น The Style ID ผ่าน VLOG โดยได้แฟชั่นนิสต้าชื่อดัง พลอย หอวัง มาร่วมครีเอทลุคใหม่ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ตลอดทั้งปี รวมทั้งจัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษช้อปในศูนย์ฯ รับ CASH COUPON ส่วนลดร้านค้าในศูนย์ฯ มากมาย งานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้  – 30 ตุลาคม 2567 ที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช

หลังจากที่ปรับโฉมใหม่ของศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิและบางแคไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยได้คัดสรรและเพิ่มหลากหลายแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในศูนย์การค้ากว่า 500 แบรนด์ดัง มาเป็นคีย์แม็กเน็ตเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งให้กับกลุ่มลูกค้าไม่หลุดทุกเทรนด์ FASHION & SPORTSรวมทั้งสนุกกับการอัพเดทคอลเลกชั่นใหม่ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ส่วนตัวลงตัวกับทุกจังหวะของชีวิต

ครีเอทลุคมั่น อันลิมิตทุกสไตล์กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง

ช้อปไอเท็มฮิตนำเทรนด์กับสุดยอดแบรนด์แฟชั่นหลากสไตล์ให้อัพเดททุกซีซั่น ไม่ว่าจะเป็น AMERICAN EAGLE, ANELLO, ALDO, BIRKENSTOCK, CATH KIDSTON, CC DOUBLE O, CHARLES & KEITH, CPS CHAPS,  FITFLOP,  GENTLEWOMAN, GQ, H&M, HLA CONCEPT STORE, JASPAL, JELLY BUNNY, KEDS, LYN, LYN  AROUND, MANGO, MATCHBOX, MC JEANS, MISTY MYNX, PANDORA, POMELO, SARIN, SMILEYHOUND, SOS – SENSE OF STYLE, STEVE MADDEN, UNIQLO, URBAN REVIVO

ไอเท็มคูลๆ คู่ใจสายไลฟ์สไตล์แอคทีฟ กับแบรนด์สปอร์ตและไลฟ์สไตล์ รวมมาให้ครบทั้ง ADIDAS, ANTA, ARI FOOTBALL, CONVERSE, CROCS, DECATHLON, DICKIES, FAIRTEX, FOOT LOCKER, FOOTGEAR, JD SPORTS, NEW BALANCE, PUMA, REV RUNNR, ROOKIE USA, SKECHERS, THE NORTH FACE, VANS, WAKINGBEE, WARRIX, XOLO

แบรนด์แฟชั่นใหม่ๆที่มาเปิดที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ 

  • AMERICAN EAGLE  แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ผู้นำด้านกางเกงยีนส์ ด้วยการผลิตผ้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่พร้อมสไตล์ที่หลากหลายและเหมาะสำหรับทุกคนในราคาคุ้มค่า ได้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ชั้น M
  • DECATHLON  ร้านสินค้าและอุปกรณ์กีฬา จากฝรั่งเศส มาตรฐานยุโรป มาพร้อมภายใต้คอนเซ็ปต์ PLAY DAILY – Convenient Store ที่คัดเลือกสินค้ากีฬา ออกกำลังกายเด็ดๆ และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมกับบริการที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าทั้งหมดกว่า 70 ชนิดกีฬาอย่างครบวงจร ได้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ชั้น M และบางกะปิ ชั้น 1
  • NEW BALANCE  แบรนด์รองเท้ากีฬา และไลฟ์สไตล์สัญชาติอเมริกัน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยการออกแบบและการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าสวมใส่สบาย และระบายอากาศได้ดี มีครบทั้งสนีกเกอร์ เสื้อผ้า ไปจนถึง Accessories ต่างๆ ได้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ชั้น M และบางกะปิ ชั้น 1
  • POMELO  แฟชั่นชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเป็น localize ทั้งในเรื่องของขนาด แบบและวัสดุที่ใช้ เนื้อผ้าที่เหมาะกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อคนเอเชียครบครันด้วยไอเท็มมาใหม่ทุกสัปดาห์ ช่วยอัพเดทสไตล์ของคุณให้สดใสเสมอและสนุกสนานไปพร้อมกัน ได้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 1, บางแค ชั้น G และบางกะปิ ชั้น M

KEY BRAND HIGHLIGHT แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อินเทรนด์ให้แฟชั่นนิสต้าเลือกช้อป

  • FOOT LOCKER  ร้านสินค้ากีฬาและไลฟ์สไตล์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ยกทัพสินค้าสตรีทแฟชั่น และรองเท้าพรีเมียมมาในราคาที่ดีที่สุด โดยเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สายไลฟ์สไตล์ สตรีทและสินค้าบาสเกตบอล รวมถึง สินค้า Exclusive ที่มีจำหน่ายเฉพาะ Foot Locker เท่านั้น (ชั้น 1 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ)
  • GENTLEWOMAN  ร้านแฟชั่นขวัญใจสายแฟ เสื้อผ้าและแอ็คเซสซอรี่ที่มาพร้อมกับสไตล์ที่หลากหลายแรงบันดาลใจที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยดีไซน์ที่บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจและมีดีเทลรายละเอียดที่สดใหม่ สนุกสนาน เสริมสร้างความมั่นใจ และความโดดเด่นให้กับผู้หญิงทุกคนในแบบฉบับของตัวเองในทุกโอกาส ได้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 2, บางแค ชั้น M และบางกะปิ ชั้น M
  • JD SPORTS  ร้านมัลติแบรนด์สัญชาติอังกฤษ ผู้นำการจำหน่ายรองเท้าผ้าใบและสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Nike, Adidas, Jordan, New Balance, Hoodrich, Lacoste และอีกหลายแบรนด์ดัง เอาใจสายสตรีทแวร์และคนรักแฟชั่นทั้งหลายให้เลือกช้อปกันได้อย่างเต็มที่ พร้อมให้ทุกคนมาเช็คอินความเป็นแฟชั่น ได้แล้ววันนี้ที่ JD Sports เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 2 และ บางแค ชั้น M
  • MANGO  พบกับ New Concept Store มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการตกแต่งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน สัมผัสบรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลายราวกับหลุดไปอยู่เมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่พร้อมให้คุณสนุกกับการช้อปปิ้ง เท่านั้น (ชั้น M เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ)
  • URBAN REVIVO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสัญชาติจีน หลากหลายสไตล์ นำเสนอเทรนด์แฟชั่นระดับไฮสตรีทพร้อมสวมใส่ให้กับลูกค้าทั้งผู้หญิงและผู้ชายในราคาที่เหมาะสม เลือกช้อปได้ที่ ชั้น M เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ 

นอกจากนักช้อปจะได้ช้อปเพลิดเพลินกับแบรนด์แฟชั่นต่างๆแล้ว ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ยังได้เปิดตัว “THE STLYE ID” อัพเดตเทรนด์แฟชั่นผ่าน VLOG ที่เต็มไปด้วยไอเดีย การ Mix&Match สุดเทรนดี้ โดยได้ “คุณพลอย หอวัง” นักแสดงและแฟชั่นนิสต้าชื่อดัง จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ must-have items ที่แฟชั่นนิสต้าต้องมี และพาคุณไปครีเอทลุคการแต่งตัวที่มาแรง พร้อมแชร์เคล็ดลับและเทคนิคการเลือกเสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ทุกโอกาส รวมถึงแฟชั่นคอนเท้นท์อัพเดทเทรนด์แฟชั่นให้ได้อินไม่มีเอ้าท์เทรนด์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์

ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ได้ ร่วมกับ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ช้อปแบบอันลิมิต

ผู้ถือบัตรเครดิต UOB หรือบัตรเครดิต TMRW ที่มียอดใช้จ่ายในศูนย์ฯ สะสมสูงสุด 9 ท่าน (ยอดสะสมขั้นต่ำ 80,000 บาท ขึ้นไป ยกเว้นร้านอาหารในศูนย์ฯ) รับบัตรกำนัลห้องพัก 3 วัน 2 คืน จากโรงแรมชื่อดัง มูลค่าสูงสุด 59,350 บาท รวมทั้งหมด 9 รางวัล ของรางวัลเป็นไปตามลำดับยอดสะสมใช้จ่ายสูงสุด 

ลำดับที่ 1 โรงแรม VANA BELLE, A LUXURY COLLECTION RESORT, KOH SAMUI ห้องพัก Jungle Pool Suite
พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 59,350 บาท ,ลำดับที่ 2 และ 3 โรงแรม SHERATON SAMUI RESORT ห้องพัก
Superior พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน  มูลค่า 26,600 บาท , ลำดับที่ 4 และที่ 5 โรงแรม CHIANG MAI
MARRIOTT HOTEL ห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน  มูลค่า 23,000 บาท ,ลำดับที่ 6 โรงแรม
COURTYARD BY MARRIOTT PHUKET TOWN ห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน  มูลค่า 16,000 บาท
,ลำดับที่ 7 และ 8 โรงแรม HILTON SUKHUMVIT BANGKOK ห้องพัก King Deluxe Room พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2
ท่าน  มูลค่า 10,807 บาท ,ลำดับที่ 9 โรงแรม INTERCONTINENTAL CHIANG MAI THE MAE PING ห้องพัก Classic
พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 10,600 บาท

ช้อปร้าน Fashion & Sports ในศูนย์ฯ

  • สมาชิก M CARD ช้อป ครบ 2,500 บาท ขึ้นไป รับ CASH COUPON 200 บาท 
  • ผู้ถือบัตรเครดิต UOB หรือบัตรเครดิต TMRW ช้อปครบ 3,000 บาท ขึ้นไป รับ CASH COUPON 300 บาท

ช้อปทุกร้านค้าในศูนย์ฯ

  • ผู้ถือบัตรเครดิต UOB หรือบัตรเครดิต TMRW ช้อปครบ 8,000 บาท ขึ้นไป รับ CASH COUPON 900 บาท พร้อมรับเพิ่ม กระเป๋าผ้า Clutch Bag 13 นิ้ว ลาย Snoopy & Woodstock มูลค่า 950 บาท             

พิเศษ เฉพาะเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

 – สมาชิก M CARD ช้อป Fashion & Sports ในศูนย์ฯ ครบ 1,000 บาท ขึ้นไป รับกระเป๋า SHOPPING TOTE มูลค่า 150 บาท                                                     

– ติดตามคลิปรีวิวอินฟลูสายแฟใน TIKTOK เพื่อรับช้อปปิ้งโค้ดสำหรับแลกรับ CASH COUPON มูลค่า 500 บาท  เป็นส่วนลด สำหรับช้อปร้านแฟชั่นและสปอร์ต 3,000 บาท ขึ้นไป/คูปอง  

**สอบถามรายละเอียดเงื่อนไขที่ศูนย์การค้า

****บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี****

ชวนแฟชั่นนิสต้าอัปเดทเทรนด์ใหม่ๆ สนุกกับการแต่งตัว ครีเอททุกลุค อันลิมิตทุกสไตล์ กับงาน “THE MALL LIFESTORE FASHION VISION” งานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช

เปิดวาร์ป…เตรียมพบกับงานทอล์คยิ่งใหญ่แห่งปี “WWD x SIAM PIWAT GLOBAL FASHION SPOTLIGHT” ปักหมุดประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก

วงการแฟชั่นสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ “สยามพิวรรธน์” จับมือกับสื่อแฟชั่นระดับโลก “WWD” และพันธมิตรอย่าง “ธนาคารกสิกรไทย” จัดงาน WWD x SIAM PIWAT GLOBAL FASHION SPOTLIGHT ในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 ที่สยามพารากอน ซเวทีนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้นำและผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมแฟชั่นจากทั่วโลก ถือเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมพลังความแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำพัฒนาโครงการระดับโลก ที่สร้างแพลตฟอร์มให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นและลักซ์ชัวรี่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สำหรับ WWD (Women’s Wear Daily) เป็นผู้นำกระแสในวงการแฟชั่นมายาวนานกว่า 100 ปี และเป็นแหล่งข่าวหลักที่ผู้บริหารระดับสูง นักออกแบบ และผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นต่างไว้วางใจ นำเสนอข่าวธุรกิจระดับโลกและเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นทุกวัน จึงไม่แปลกที่ WWD กลายเป็นสื่อที่ได้รับความเชื่อถือในวงการลักซ์ชัวรี่และค้าปลีก 

มาถึงไฮไลต์ที่น่าสนใจในงาน WWD x SIAM PIWAT GLOBAL FASHION SPOTLIGHT โอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพในฐานะ Global Fashion Destination แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานเสวนาจัดขึ้นภายใต้ธีม SOUTH EAST ASIA – LUXURY’S NEW FUTURE ประกอบด้วยหัวข้อ Building Brands for  a Global Consumer เจาะลึกแนวคิดการสร้างแบรนด์เพื่อเจาะตลาดแฟชั่นระดับโลก กับดีไซเนอร์ชื่อดัง คุณวรรณศิริ คงมั่น Co-Founder and Co-Creative Director ของ BOYY แบรนด์แฟชั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากบนเวทีโลก คุณลี ซาง บอง (Lie Sangbong) ดีไซเนอร์ชื่อดังจากเกาหลีใต้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ LIE SANGBONG และเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาแฟชั่นดีไซเนอร์คนแรกของเกาหลี และ คุณ Octo Cheung Yan Yu, Vice President จากแบรนด์แฟชั่นสุดหรูที่ก่อตั้งในฮ่องกง Shanghai Tang ซึ่งมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์จีนรูปแบบใหม่

และหัวข้อที่ 2 พูดคุยเรื่อง Adapting to the New Luxury Landscape การปรับตัวสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของตลาดลักซ์ชัวรี่ โดยมีวิทยากรคือ คุณสุวดี พึ่งบุญพระ และ คุณโอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้ก่อตั้ง พีพี กรุ๊ป ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำ และสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ Luxury Fashion จากทั่วโลกในประเทศไทย และคุณ Emmanuelle Kouakou, Managing Director, Piaget Southeast Asia  & Oceania แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์

ปิดท้ายด้วยการเสวนาในหัวข้อ South East Asia’s Power of Global Influence ที่จะมีอินฟลูเอนเซอร์แบรนด์ดัง มาพูดคุยเรื่องพลังของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอิทธิพลระดับโลก อาทิ  Heart Evangelista เซเลบชื่อดังจากฟิลิปปินส์ คุณใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ Gucci Brand Ambassador และ Friend of Bulgari และ คุณอาโป ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ House Ambassador จากแบรนด์ดิออร์ และ Global Brand Ambassador of Piaget

เตรียมพบกับงานทอล์คครั้งสำคัญ ที่จะมาเปลี่ยนโฉมอนาคตโลกแฟชั่นใน WWD x SIAM PIWAT GLOBAL FASHION SPOTLIGHT สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ สยามพารากอน ไอคอนสยาม และ ONESIAM

#SiamPiwat #WWD #THEVISIONARYICON #SouthEastAsia #LuxuryNewFuture

OOTD in Milan! 3 คอสตูม ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ ขณะร่วมทริปสุดพิเศษกับ GUCCI

อย่างเป็นที่รู้กันว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา “กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” Gucci Brand Ambassador ได้เดินทางไปยังเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2025 ซึ่งนอกจากภารกิจสำคัญครั้งนี้ เขายังได้ล่องเรือและเพลิดเพลินไปทัศนียภาพอันแสนงดงาม ณ Lake Como ทั้งนี้แพรวจึงนำ 3 OOTD (Outfit of the day) ของเขามาฝากทุกคนกัน รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน

OOTD 1

เริ่มต้นด้วยลุคแรก “กลัฟ” ในโททัลลุคจาก Gucci ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวสีดำ ผสานความหรูหรา ไว้ด้วยความแคชชวล ตามแบบฉบับของ Gucci

OOTD 2

“กลัฟ” สวมเสื้อแจ็กเก็ตโดดเด่นด้วยผ้าวูลสีกรมท่าพร้อมแขนเสื้อหนัง มาพร้อมลายปัก Gucci script และแถบสีขาวดำบนข้อมือช่วยเสริมลุค จับคู่กับกางเกงขายาวสีดำ และคอมพลีทลุคด้วยรองเท้า Horsebit Loafer สีดำ

OOTD 3

และลุคสุดท้าย “กลัฟ” เลือกแมตช์ OOTD ลุคนี้ด้วย เสื้อแจ็กเก็ตผ้า GG ไนลอนแจ็คการ์ดน้ำหนักเบาสีดำเสริมกลิ่นอายซัมเมอร์แบบอิตาลี พร้อมกางเกงยีนส์ขายาว ปิดท้ายด้วยรองเท้า Gucci Ace Sneaker โดดเด่นด้วยแถบ Web หนังบุสีเขียวแดงและแท็กโลหะ Maxi ‘Ace’ ด้านบนของเชือกผูก

ณิชา - ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ และ พีพี - กฤษฏ์ อำนวยเดชกร L’Oreal Paris Spokespersons

ณิชา และ พีพี ร่วมโชว์ ‘เลอเดฟิเล่ ลอรีอัล ปารีส ครั้งที่ 7’ พร้อม เจมีไนน์ และ เบคกี้ นั่งฟร้อนโรว์ ณ กรุงปารีส

ลอรีอัล ปารีส ร่วมแสดงพลังแห่งคุณค่าและความเท่าเทียมที่ทุกคนคู่ควร ผ่านแฟชั่นโชว์สุดตระการตา เลอเดฟิเล่ ลอรีอัล ปารีส ครั้งที่ 7 เปิดเทศกาลปารีสแฟชั่นวีคปี 2024 ในฐานะพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการ พร้อมพา ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ และ พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร L’Oreal Paris Spokespersons ลัดฟ้า ร่วม Walk Your Worth เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความงามในแบบของตัวเองที่กรุงปารีส พร้อมด้วย เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ Friend Of L’Oreal Paris Thailand และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง แขกรับเชิญคนพิเศษของแบรนด์ร่วมชมโชว์รันเวย์สุดพิเศษ ณ โรงแสดงละครโอเปร่า แห่ง ปารีส (THE OPÉRA DE PARIS) เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

เลอเดฟิเล่ ลอรีอัล ปารีส ได้เนรมิตพื้นที่โรงละครโอเปร่า แห่ง ปารีส อันมีชื่อเสียงระดับโลก หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงปารีส ให้เป็นโชว์รันเวย์สุดอลังการ โดยได้ตัวแทนลอรีอัล ปารีส จากหลากหลายประเทศ, ดีไซเนอร์แถวหน้าของวงการแฟชั่น, กูรูความงามจากทุกมุมโลก มาร่วมฉลองพลังของผู้หญิง และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างแรงบันดาลใจในอนาคตให้กับผู้ชมภายในงาน

ณิชา ปรากฏตัวบนรันเวย์ในลุคสุดสตรอง ด้วยเมคอัพจาก ลอรีอัล ปารีส ทั้งรองพื้นผสมสารกันแดด L’Oreal Paris Infaillible 32H Fresh Wear Foundation กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนานตลอดวัน เพิ่มความโดดเด่นด้วยลิปสติกเนื้อแมตต์ L’Oreal Paris Infallible Matte Resistance พร้อมขนตาเรียงเส้นสวย มีวอลลุ่มด้วย L’Oreal Paris Panorama Mascara ที่รังสรรค์เมคอัพลุคของณิชาให้สะกดทุกสายตาบนรันเวย์

พีพี ได้เตรียมผิวก่อนขึ้นโชว์บนรันเวย์ ด้วยสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวโกลว์ กระจ่างใส ทั้ง L’Oreal Paris Glycolic Bright Serum พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย L’Oreal Paris Glycolic Day Cream สูตรใหม่ SPF 30 ผสานไนอาซินะไมด์ ปิดท้ายด้วยเซรั่มกันแดดเนื้อบางเบา L’Oreal Paris UV Defender Invisible Serum เติมเต็มลุคของพีพี ให้เปล่งออร่าทุกช็อตบนรันเวย์

สลับมาที่ฟร้อนโรว์กับลุคของ เจมีไนน์ ที่เผยผิวเนียนใส บำรุงทุกขั้นตอนด้วยสกินแคร์ ทั้งเซรั่มเติมผิวฉ่ำน้ำ L’Oreal Paris Hyaluron Serum ตามด้วยครีมบำรุงให้ผิวหน้าอิ่มเด้งด้วย L’Oreal Paris Hyaluron Cream พร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวีด้วย L’Oreal Paris UV Defender Invisible Resist

ด้าน เบคกี้ มาในลุคสวยแกลม ด้วยเมคอัพงานผิวอย่าง L’Oreal Paris Infaillible 32H Fresh Wear Foundation เนื้อบางเบา สบายผิว ทัชอัพด้วยแป้งไฮบริด L’Oreal Paris Infaillible 24H Fresh Wear Powder ฟินิชลุคด้วยลิปสติกแมตต์ L’Oreal Paris Infallible Matte Resistance แม้อยู่ตรงฟร้อนโรว์ ก็เรียกความสนใจจากช่างภาพได้ไม่น้อย

เชื่อว่าการกลับมาของแฟชั่นโชว์ เลอเดฟิเล่ ลอรีอัล ปารีส สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ครั้งที่ผ่านมา เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนพลังของผู้หญิงทุกคนทั่วโลก พร้อมกับการร่วมฉลองคุณค่าในตัวเองจากแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกมากมายทั้ง Kendall Jenner, Leïla Bekhti, Alia Bhatt, Marie Bochet, Cindy Bruna, Viola Davis, Jane Fonda, Luma Grothe, Liya Kebede, Aja Naomi King, Eva Longoria, Andie MacDowell, Aishwarya Rai, Bebe Vio และ Yseult


“ชีคเคาะห์ มาห์รา” พระธิดาเจ้าผู้ครองรัฐดูไบ ทรงเปิดแบรนด์บิวตี้ โปรดักส์ไลน์แรกชื่อ Divorce (หย่า)

“เจ้าหญิงมาห์รา” พระธิดาเจ้าผู้ครองรัฐดูไบ ทรงเปิดแบรนด์บิวตี้ โปรดักส์ไลน์แรกชื่อ Divorce (หย่า)

หลังจาก “เจ้าหญิงมาห์รา – ชีคเคาะห์ มาห์รา บินท์ โมฮัมเหม็ด อัล มัคตูม (Shaikha Mahra Mohammed Rashed Al Maktoum)” หนึ่งในพระธิดางของ “ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม” เจ้าผู้ครองนครดูไบ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่ติดอันดับโลก และยังเป็นรองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทรงประกาศหย่าพระสวามี “ชีค มานา อัล มัคตูม” เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะทรงอภิเษกเสกสมรสกันได้เพียงปีเดียว

ล่าสุด เจ้าหญิงมาห์รา ทรงเปิดตัวแบรนด์ความงามของพระองค์เองชื่อ MAHRA M1 (mahram1.official) โดยโปรดักส์ไลน์แรกของแบรนด์มีชื่อว่า Divorce หรือที่แปลว่า “หย่า” สำหรับโปรดักส์ของแบรนด์ในไลน์ Divorce ตัวแรกที่ออกมาคือ น้ำหอม ‘DIVORCE’ By Mahra M1 ตามด้วยสเปร่ย์ดูแลผิวและเส้นผม Hair & Body Spray- DIVORCE รวมถึงเครื่องสำอางก็มี Glitter Powder- DIVORCE เชื่อว่าต้องมีไอเท็มเด็ดๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ แน่นอน แฟนคลับเจ้าหญิงตั้งตารอเลย

Photo: mahram1.official


สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา แนะจังหวะเพลง Rockstar ของ 'ลิซ่า' เหมาะสำหรับทำ CPR

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา แนะจังหวะเพลง Rockstar ของ ‘ลิซ่า’ เหมาะสำหรับทำ CPR

เมื่อเร็วๆ นี้ เพลง Rockstar ของ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” สามารถคว้ารางวัล ‘MTV Video Music Awards 2024’ หรือ ‘VMAs 2024’ ในรางวัล “Best K-Pop” ไปได้ นอกจากนี้ ทาง สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association) ยังแนะว่า เพลง Rockstar เหมาะสำหรับนำมาใช้ในการ CPR ปั้มหัวใจช่วยชีวิตคนอีกด้วย เพราะมีจังหวะ 120 บีทต่อนาที เท่ากับจำนวนครั้งที่ควรปั๊มหัวใจต่อ 1 นาที

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา แนะจังหวะเพลง Rockstar ของ ‘ลิซ่า’ เหมาะสำหรับทำ CPR

โดยทางสมาคมฯ ได้โพสต์เนื้อหาไว้ว่า “เพลง ROCKSTAR ของ ลิซ่า ซึ่งชนะรางวัล Best K-POP ใน MTV VMAs 2024 เป็นเพลงที่มีจังหวะ120 bpm เหมาะสำหรับการทำ CPR แบบ Hands-Only (การปั้มหัวใจด้วยมือ) หากผู้ใดเห็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่หมดสติ ให้รีบโทร 911 และกดปั้มหัวใจช่วยชีวิตเบื้องต้น บริเวณกลางหน้าอกอย่างหนักตามจังหวะ”

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา

ข้อมูลและภาพ: American Heart Association
ภาพ: lalalalisa_m


สามย่านมิตรทาวน์ ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่ จัดเต็มคอนเซ็ปต์ Hi 5… Hi Mitr เปย์ความสุขสุดฉ่ำยาวถึงสิ้นปี

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เปิดฉากความสนุกสนานครั้งใหม่ ฉลอง 5 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ Hi 5… Hi Mitr จัดเต็มกิจกรรมตอบโจทย์ 5Mitr 5 Community มาเซย์ไฮกันได้แบบไร้ขีดจำกัด ประเดิมความสุขแบบจัดเต็ม จับมือมิวสิคพาร์ตเนอร์ Muzik Move ผู้นำด้าน Music & Entertainment ฉลองครบรอบ 5 ปีสามย่านมิตรทาวน์ จัดงาน “Samyan Mitrtown Muzik Market ครั้งที่ 3” ภายใต้คอนเซ็ปต์ สนุกแบบรักษ์โลก ยกขบวนศิลปินมาเปย์ความสุขให้แก่ชาวมิตรแบบสุดฉ่ำ พร้อมเตรียมเสิร์ฟความสุขอย่างต่อเนื่องกับหลากหลายกิจกรรมยาว ๆ ไปตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี

ธีรนันท์ กรศรีทิพา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจ รีเทล เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) เผยว่า “งานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ สามย่านมิตรทาวน์ตั้งใจสร้างสรรค์แคมเปญสุดพิเศษ เพื่อให้เป็นคอมมูนิตี้แห่งความสุข สนุก และหลากหลาย สำหรับทุกคน ด้วยการรวมตัวของ 5 Mitr 5 Community ได้แก่ MitrFood มัดรวมความอร่อยไว้ที่เดียว MitrSale ช้อปมันสะใจทั้งศูนย์ MitrMusic ทุกแนวดนตรีมาเซย์ไฮที่นี่ MitrPlay เปิดพื้นที่ให้แสดงตัวตนมาซน กันให้สนุก และ MitrFest ฉลองวันเกิด 5 ปี แฮปปี้กันแบบยาว ๆ ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงข้ามปี เป็นการตอกย้ำความสำเร็จในคอนเซ็ปต์ ‘คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้’ รวมทั้งต่อยอดสู่การเป็น Creative Placemaking Space หรือ ‘พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคน’

กิจกรรมไฮไลท์ของการฉลอง 5 ปี ของสามย่านมิตรทาวน์ประเดิมกันไปแบบจัดเต็มถึง 2 วัน ในวันที่ 20 – 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ด้วย “Samyan Mitrtown Muzik Market ครั้งที่ 3” จัดเต็มกับฟรีคอนเสิร์ต จากกว่า 10 ศิลปินดังจากค่าย Muzik Move นำทีมโดย อิ้งค์-วรันธร, ETC, Indigo และศิลปินอีกมากมาย ยกทัพมามอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ สายบันเทิง ส่วนสายช้อปสายรักษ์โลก ยังได้ร่วมคว้าถุงผ้าไปละลายทรัพย์กับ Artist Market และ Second Hand Goods ร้านค้าของมือสองสุดเก๋จากศิลปิน และยังได้อินเทรนด์กับครั้งแรกของตู้สุ่มไอเทมรักษ์โลก Giant Gasha-Song จากโปรเจกต์ #MuzikMoveYourFeeling ลุ้นรับ Recycle Keychain 10 แบบจากศิลปินที่ชื่นชอบ แถมความอิ่มอร่อยกับกาแฟและเครื่องดื่มจาก Muzik Move Café by Groundwork ที่มี Barista Guest หนุ่มหล่อจากบ้าน Muzik Move มาคอยต้อนรับ พร้อมมอบส่วนลด 20% สำหรับคนที่นำแก้วมาเอง

พิเศษสุดด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หาไม่ได้จากงานไหน กับครั้งแรกที่เหล่าศิลปินดังพร้อมใจกันสลัดมาด นักร้องมาสวมบทบาทเป็นนายแบบนางแบบร่วมรันเวย์แฟชั่นโชว์เสื้อคอลเลกชันพิเศษ Samyan Mitrtown 5th Anniversary ผลงานการออกแบบของศิลปิน 2 วง 2 สไตล์ อย่าง “Serious Bacon” ที่นำแรงบันดาลใจมา จากเลข 5 ตามจำนวนปีของสามย่านมิตรทาวน์ มาสร้างสีสันและรูปทรงให้คล้ายกับโลโก้ของวง พร้อมฝาก ลายมือชื่อวง ที่ตั้งใจออกแบบให้เหมือนลายมือของเด็ก 5 ขวบ เพื่อเชื่อมโยงกับอายุของสามย่านมิตรทาวน์ นั่นเอง และอีกหนึ่งผลงานจาก “Indigo” ที่สะท้อนถึงสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งถือเป็นใจกลางแห่งความรักที่ สัมผัสได้ ทั้งความอบอุ่น ความรัก และรอยยิ้ม จากครอบครัว เพื่อน ทุกเพศทุกวัย โดยมีเหล่าศิลปินร่วม แคตวอล์กกัน อย่างคับคั่ง อาทิ เบล วริศรา, TALAY-ทะเล สงวนดีกุล, บอส ธปณัฐ, Serious Bacon, ONEONE, ALIZ, ZOLAR และ Home Run Band รวมถึงแฟชั่นโชว์คอลเลกชัน Muzik Move x Smileyhound ซึ่งแฟน ๆ ที่ถูกใจ สามารถจับจองเสื้อยืด Collection พิเศษนี้ได้ภายในงาน

สำหรับใครที่ร่วมกิจกรรมแรกแล้วยังไม่หนำใจ ต้องไม่พลาดกับอีกหลากหลายอีเว้นต์ดีต่อใจ ไม่ว่าจะเป็น MitrSale ช้อ
ปมันส์สะใจทั้งศูนย์ฯ ตั้งแต่ 20 ก.ย. – 31 ต.ค. 2567 ฉลอง 5 ปีกับสุข 5 ต่อ ในราคาเริ่มต้น เพียง 5 บาท,
Halloween 2024 กิจกรรมที่จะเปลี่ยนภาพจำฮาโลวีนแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล ด้วยการชวน เหล่ามิตรมาขนหัวลุกไป
กับ การรวมพลของเหล่าคนเล่าเรื่องผีนำโดย ป๋อง กพล ที่จะมาชวนปลุกความหลอนไปกับต้นไม้ปริศนาในอุโมงค์
ใต้ดินตั้งแต่วันที่ 17 – 31 ต.ค. 2567 ต่อด้วย “Secondhand Market” เทศกาลปล่อยของแห่งปี งานดีที่ชวนมามิกซ์
แอนด์แมชสินค้ามือสองจากเหล่าคนดังในเดือน พ.ย. 2567 จากนั้นไปอิ่มหมีพีมัน กันแบบจุกๆ ในงาน All-Day All-
Night Food Fest ครั้งแรกของการจัดเทศกาลอาการ รวมร้านดัง พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตลอด 5 วัน ตั้งแต่ 27 พ.ย.
ถึง 1 ธ.ค. 2567 ตั้งแต่ ตี 5 ถึง 5 ทุ่ม ก่อนต้อนรับเดือนสุดท้ายของปี ด้วยกิจกรรม Light Up X’mas Tree
Celebration 2025 จุดประกายมหัศจรรย์แห่งความสุข พร้อมชมโชว์พิเศษจาก Bowkylion และกิจกรรมฉลองปีใหม่
ในวันที่ 12 ธ.ค. 2567 ปิดท้ายด้วยการกลับมาของลานนมสามย่าน ซิกเนเจอร์อีเวนต์ แหล่งแฮงค์เอ้าท์ปาร์ตี้สายคลี
น ดื่มนมชมฟรีคอนเสิร์ต 5 วันกับ 7 ศิลปินดังพร้อมชนนมฉลองข้ามปี ตั้งแต่ 27 – 31 ธ.ค. 2567

ใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมดี ๆ ฉลองครบ 5 ปีแบบไม่เหมือนใครของสามย่านมิตรทาวน์ ที่จะจัดขึ้นต่อเนื่องกันยาวๆ ให้ได้จุใจจากวันนี้จนถึงสิ้นปี