TWS ชวนสร้างโมเมนต์สุดพิเศษในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

เตรียมล็อกคิวเปิดรับพลัง Boyhood Pop และโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ 6 หนุ่ม TWS ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ 26 ก.ย. นี้

ถึงเวลาที่ 42 ชาวไทย (42 (ซาอี) ชื่อแฟนคลับ) จะได้ไปสร้างความทรงจำสุดพิเศษแบบ “24/7” กับ TWS (ทูอัส) บอยกรุ๊ปมาแรงจากค่าย PLEDIS Entertainment ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากแฟน K-POP ทั่วโลก หลังจากประกาศทัวร์อย่างเป็นทางการ ก็ไม่พลาดที่จะปักหมุดแลนดิงไทยแลนด์ ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย “2026 TWS TOUR ’24/7:FOR:YOU’ IN BANGKOK” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 18:00 น. ณ ไอเดีย ไลฟ์, บราโว่ บีเคเค งานนี้แฟนๆ ชาวไทยเตรียมโดนตกเพิ่มไปกับโชว์สุดพิเศษ โปรดักชันเต็มรูปแบบ และเสน่ห์เกินห้ามใจของทั้ง 6 หนุ่ม ที่พร้อมแท็กทีมมาเติมความสุขและสร้างโมเมนต์สุดฟินกับทุกคนแบบใกล้ชิดที่สุด

TWS ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 6 คน ได้แก่ ชินยู (SHINYU), โดฮุน (DOHOON), ยองแจ (YOUNGJAE), ฮันจิน (HANJIN), จีฮุน (JIHOON) และ คยองมิน (KYUNGMIN) โดยชื่อวงย่อมาจาก “TWENTY FOUR SEVEN WITH US” หมายถึง การอยู่เคียงข้างแฟนๆ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันทุกช่วงเวลา พวกเขาพร้อมถ่ายทอดพลังแห่งวัยรุ่นผ่านแนวดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกขนานนามว่า “Boyhood Pop” ด้วยเสน่ห์สดใส สนุก และเต็มไปด้วยพลังแห่งการเติบโต ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในศิลปิน K-POP รุ่นใหม่ที่ถูกจับตามองและได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้

หลังจากเดบิวต์อย่างเป็นทางการ TWS ก็กวาดกระแสนิยมทันทีด้วยเพลง “plot twist” จากอัลบั้มเปิดตัว “Sparking Blue” ที่สามารถติดชาร์ต Billboard Global 200 ต่อเนื่องนานถึง 8 สัปดาห์ พร้อมคว้าอันดับ 1 บนชาร์ตประจำปีของ Melon แพลตฟอร์มสตรีมมิงชั้นนำของเกาหลีใต้ อีกทั้งผลงานทั้ง 5 ชุดของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มเดบิวต์, มินิอัลบั้มชุดที่ 2 “SUMMER BEAT!”, ซิงเกิลแรก “Last Bell”, มินิอัลบั้มชุดที่ 3 “TRY WITH US” และมินิอัลบั้มชุดที่ 4 “play hard” ต่างก็มียอดขายทะลุครึ่งล้านชุดทั้งหมด ตอกย้ำความนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเพลง “OVERDRIVE” ที่สร้างกระแสฟีเวอร์และได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย จนกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตขวัญใจมหาชนและแดนซ์ชาเลนจ์ที่ใครๆ ก็ต้องเต้นตามกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์สุดฮอตแห่งปี  ก่อนที่อัลบั้มล่าสุด “NO TRAGEDY” จะสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายสัปดาห์แรกทะลุ 1.1 ล้านชุด กลายเป็นอัลบั้มล้านแตกชุดแรกของวง พร้อมได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งการติดโผ NME 100 ประจำปี 2568 และได้รับเลือกให้เป็นศิลปิน K-pop เพียงกลุ่มเดียวใน Rolling Stone Future 25 ประจำปี 2569

สำหรับงาน “2026 TWS TOUR ’24/7:FOR:YOU’ IN BANGKOK” เปิดจำหน่ายบัตรในราคา VIP PACKAGE 6,900 (บัตรยืน) / 5,900 (บัตรยืน) / 4,900 / 3,900 / 2,900 บาท บัตรทุกราคาจะได้รับบัตรแข็งและโปสเตอร์ที่ระลึก นอกจากนี้ ผู้ถือบัตร VIP PACKAGE ยังจะได้รับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์เข้าชม Soundcheck รวมถึงลุ้นเป็น 1 ใน 30 ผู้โชคดีที่จะได้รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย โดยงานนี้จะเปิดจำหน่ายบัตรรอบ 42 MEMBERSHIP PRESALE ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00 – 18:00 น. ผ่านทาง www.imethai.com เท่านั้น ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการซื้อบัตรรอบพรีเซล จำเป็นต้องสมัครสมาชิก 42 MEMBERSHIP (GLOBAL) และลงทะเบียนเข้าร่วมการจำหน่ายบัตรล่วงหน้า (42 MEMBERSHIP PRESALE) ผ่านทาง Weverse ให้เสร็จสมบูรณ์ ภายในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 13:00 น. – 14 มิถุนายน 2569 เวลา 13:00 น. เท่านั้น จึงจะสามารถเข้าร่วมซื้อบัตรในรอบพรีเซลได้ และจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรรอบทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง www.imethai.com สำหรับบัตรทุกราคา และ www.fantopia.io สำหรับบัตรราคา 4,900 / 3,900 / 2,900 บาท เท่านั้น

Lei Jun

จากแฟนคลับ Tesla สู่คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด! Lei Jun แห่งอาณาจักร Xiaomi

ในโลกธุรกิจอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เล่ย จุน (Lei Jun) คือผู้ปลุกปั้น Xiaomi จากแบรนด์สมาร์ทโฟนราคาประหยัด จนกลายเป็นอาณาจักรเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก แต่มีอีกหนึ่งมุมที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เล่ย จุน เคยยกให้ซีอีโอของ Tesla อย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นทั้งไอดอลและแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ในการทำธุรกิจ กระทั่งวันนี้ เขากลับพารถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองก้าวขึ้นมาเป็นคู่ปรับคนสำคัญ และเปลี่ยนสถานะของทั้งคู่จาก “แฟนบอยกับไอดอล” สู่การเป็น “คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด” แห่งยุค

ย้อนกลับไปในปี 2013 ยุคที่ Xiaomi เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 3 ปี เล่ย จุน ได้เดินทางไปยังซิลิคอนแวลลีย์ และทริปนั้นเองที่กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดครั้งใหญ่เมื่อเขาได้พบกับ อีลอน มัสก์ ซึ่งเล่ย จุน เคยให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจในครั้งนั้นไว้ว่า

คนส่วนใหญ่ในซิลิคอนแวลลีย์มักคิดทำซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่ทำเงินได้เร็ว แต่มัสก์กลับเลือกทำในสิ่งที่ยากและเสี่ยงมหาศาลอย่างรถยนต์ไฟฟ้า, จรวด และพลังงานแสงอาทิตย์ มัสก์เป็นคนที่บ้าบิ่นมากในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับผม เขาคืออัจฉริยะที่มองเห็นอนาคตก่อนใคร สิ่งที่เขาทำไม่ใช่แค่การสร้างธุรกิจเพื่อผลกำไร แต่เขากำลังแก้ปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติในอีก 100 ปีข้างหน้า” วิสัยทัศน์นี้เองที่จุดประกายให้ เล่ย จุน หันมามองการทำธุรกิจในมุมใหม่ ว่าซอฟต์แวร์และระบบอินเทอร์เน็ตสามารถพลิกโฉมได้ไกลกว่าที่เขาคาดคิด”

หลังจากทริปนั้น เล่ย จุน กลายเป็นคนจีนกลุ่มแรกๆ ที่ควักเงินซื้อ Tesla Model S มาขับ และทำหน้าที่เป็นสาวกตัวยงที่คอยเขียนบล็อกชื่นชมวิสัยทัศน์ของมัสก์บนโลกโซเชียลอยู่เสมอ ในฐานะบริษัทที่ไม่ได้แค่อยากผลิตรถยนต์ แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อพลังงาน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ โลกของ EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในเดือนมีนาคม 2021 เล่ย จุน ช็อกวงการด้วยการประกาศว่า Xiaomi จะสร้างรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเอง โดยพร้อมลงทุนสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ เพราะมองว่ารถยนต์ในอนาคตจะไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือสมาร์ทโฟนคันใหญ่ที่มีล้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Xiaomi เชี่ยวชาญที่สุดผ่านระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human x Car x Home”

Xiaomi SU7
Xiaomi SU7

และการเปิดตัว Xiaomi SU7 ก็พิสูจน์ว่างานนี้พวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ ซีดานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์กลายเป็นหมัดเด็ดที่ส่งมาถล่ม Tesla Model 3 โดยตรง ซึ่งในวันนี้ Xiaomi สามารถสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการขึ้นแท่นรถเก๋งไฟฟ้าพรีเมียมอันดับ 1 ในจีน โค่นแชมป์เก่าอย่าง Tesla Model 3 ได้สำเร็จ โดยชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีระบบปฏิบัติการ HyperOS ที่เชื่อมต่อสมาร์ตโฟนและ IoT ได้อย่างลื่นไหล มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม เล่ย จุน ยังคงชื่นชม อีลอน มัสก์ อยู่เสมอ ล่าสุดทั้งคู่มีโอกาสได้พบกันระหว่างที่ อีลอน มัสก์ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ร่วมกับคณะผู้แทนทางธุรกิจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในงานเลี้ยงต้อนรับระดับรัฐพิธีอันทรงเกียรติ ณ มหาศาลาประชาชน (Great Hall of the People) ซึ่งเล่ย จุน ได้เดินถือสมาร์ทโฟนตรงเข้าไปหามัสก์เพื่อขอถ่ายรูปเซลฟี่คู่กันด้วยตัวเองอย่างเป็นกันเอง

เหตุการณ์นี้ถูกสื่อต่างประเทศและชาวเน็ตนิยามว่าเป็น “การสลับบทบาทครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 13 ปี” ะจากวันแรกในปี 2013 ที่ เล่ย จุน เป็นเพียงผู้เดินทางไปศึกษา Tesla วันนี้เขากลับมายืนในฐานะผู้สร้างสมาร์ทอีวี ที่กำลังเขย่าบัลลังก์ของ Tesla  ถือเป็นการก้าวขึ้นมากระทบไหล่ไอดอลในฐานะคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีที่สุดบนเวทีโลก

เหตุการณ์นี้ถูกสื่อต่างประเทศและชาวเน็ตนิยามว่าเป็น “การสลับบทบาทครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 13 ปี” เพราะจากวันแรกในปี 2013 ที่เล่ย จุน เป็นเพียงผู้เดินทางไปศึกษาดูงานของ Tesla วันนี้เขากลับมายืนในฐานะคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีที่สุดของ Tesla

มองต์เฟลอ

มองต์เฟลอ เผยเสน่ห์แฟชั่นรักษ์โลกผ่านคอลเล็คชั่น TRÈS CHÉRIE จาก POEM x CHERRY KHEMUPSORN

ในวันที่ “ความยั่งยืน” กลายเป็นมากกว่าเทรนด์ แต่คือแนวคิดสำคัญของการใช้ชีวิตยุคใหม่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่าย “มองต์เฟลอ” (Mont Fleur) น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งกำเนิดแหล่งน้ำใต้ดินธรรมชาติ เดินหน้าส่งต่อแนวคิดการดูแลโลกอย่างสมดุล ผ่านการร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก ในงานเปิดตัว “TRÈS CHÉRIE” คอลเล็คชั่นล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่น POEM x CHERRY KHEMUPSORN ที่ถ่ายทอดความงามร่วมสมัยผ่านมุมมองของแฟชั่นที่อ่อนโยนต่อโลกอย่างละเมียดละไม

“TRÈS CHÉRIE” ถือกำเนิดจากการพูดคุย แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และร่วมกันออกแบบระหว่าง “ฌอน–ชวนล ไคสิริ” ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์แบรนด์ POEM กับ “เชอรี่–เข็มอัปสร สิริสุขะ” จนกลายเป็นคอลเล็คชั่นที่เปรียบเสมือน “จดหมายแห่งความรู้สึก” ถ่ายทอดเสน่ห์ของหญิงสาวฝรั่งเศสผู้เรียบโก้ งดงามอย่างเป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยอิสรภาพทางความคิด ผ่านกลิ่นอาย French New Wave และปรัชญาแห่งความงามแบบ Effortless Beauty

มองต์เฟลอ

ความพิเศษของคอลเล็คชั่นนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงความงามของงานดีไซน์ แต่ยังสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีการตัดเย็บที่ช่วยลดการสูญเสีย ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณค่า ผ้าค้างสต็อกจากอุตสาหกรรมแฟชั่น (Deadstock) ที่ถูกนำกลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง การเลือกใช้ผ้าทอพื้นถิ่นจากโคราช เกาะยอ และน่าน รวมถึงการใช้เส้นใยฟางข้าวและหนังวีแกน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่ไร้กาลเวลา

มองต์เฟลอ ถ่ายทอดเสน่ห์แฟชั่นรักษ์โลกผ่าน TRÈS CHÉRIE คอลเล็คชั่นล่าสุดจาก POEM x CHERRY KHEMUPSORN

ภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งศิลปะ แฟชั่น และแรงบันดาลใจ ผ่านแฟชั่นโชว์ที่สะท้อนเสน่ห์สไตล์ French Beauty อันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ในโอกาสนี้ผู้บริหาร SPC นำโดย “นายบุญชัย โชควัฒนา” ประธานกรรมการ พร้อมด้วย “นางชัยลดา ตันติเวชกุล” รองกรรมการผู้อำนวยการ “นายเพชร พะเนียงเวทย์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพฉลองการเปิดตัวคอลเลกชัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความงาม ความรัก และความอ่อนโยนต่อโลก

มองต์เฟลอ

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ร่วมเติมเต็มความสมบูรณ์ของงาน คือ “มองต์เฟลอ” น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งกำเนิดแหล่งน้ำใต้ดินธรรมชาติ ที่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก พร้อมส่งต่อแนวคิดการดูแลโลกอย่างสมดุล ผ่านผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิด “Natural – Healthy – Sustainable” ได้อย่างชัดเจนและสอดคล้องกับเทรนด์ ESG (Environmental, Social, Governance) ในปัจจุบัน มองต์เฟลอยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง “Mont Fleur Elite Oxygenated Mineral Water” ในรูปแบบกระป๋องอะลูมิเนียมที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และขวดน้ำแร่ที่พัฒนาฝา “Tethered Cap” ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะที่จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมและยังลดการสูญหาย เพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล

มองต์เฟลอ

เพราะไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นหรือการใช้ชีวิต ความงามที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก แต่คือสิ่งที่เราเลือกส่งต่อให้กับโลกในทุกวัน เช่นเดียวกับ “TRÈS CHÉRIE” ที่ถ่ายทอดความอ่อนโยนผ่านงานออกแบบ และ “มองต์เฟลอ” ที่คัดสรรความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% เพื่อร่วมสร้างสมดุลระหว่างความงาม การใช้ชีวิต และความยั่งยืนให้โลกใบนี้ต่อไปอย่างงดงามในระยะยาว


BEAUTY EDITOR TALK

ถอดรหัสลุคพรมแดง EP.2 CANNES FILM FESTIVAL 2026

คนไทยไม่ตายกล้องสด EP.2 : ถอดรหัสลุคพรมแดง CANNES FILM FESTIVAL 2026 ที่ยิ่งซูมยิ่งสวย

หลังสร้างไวรัล ‘คนไทยไม่ตายกล้อง GETTY’ จากแฟชั่นวีคมาแล้ว คนดังชาวไทยยังคงสร้างแรงกระเพื่อมต่อบนพรมแดง CANNES FILM FESTIVAL อีกหนึ่งเวทีที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดของกล้องและแฟลชระดับโลก

เพราะพรมแดง CANNES คือพื้นที่ที่กล้องซูมสามารถเก็บได้ตั้งแต่เท็กซ์เจอร์ผิว ความเงาบนใบหน้า ไปจนถึงรอยต่อของรองพื้น เมคอัพจึงต้องถูกออกแบบให้รองรับทั้งแฟลชและเลนส์ระยะใกล้โดยเฉพาะ ผิวที่ฉ่ำเกินอาจสะท้อนแสงจนใบหน้าดูแบน ขณะที่รองพื้นที่หนาเกินไปก็จะยิ่งเผยเท็กซ์เจอร์ชัดขึ้นเมื่ออยู่บนกล้องสด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลุคของคนไทยปีนี้ถึงถูกพูดถึงอย่างมาก เพราะหลายคนสามารถบาลานซ์ทั้งงานผิว มิติของใบหน้า และความเงาของเมคอัพได้ดี จนภาพที่ออกมายังดูสวย คม และมีชีวิต เรียกว่ากดปุ๊บสวยปั๊บ แทบไม่ต้องร้องขอชีวิตจากการรีทัชใดๆ คนไทยโครงหน้าดี ช่างหน้าก็ฝีมือถึง จะให้กล้องสดซูมโหดแค่ไหน สุดท้ายก็ยังรอด…นางเริดตรงนี้!”

#01
BAMBAM  KANPIMUK (@bambam1a
)

ความเนี้ยบแบบ K-POP ที่ออกแบบมาสู้กล้องสด

“ลุคของแบมแบมสะท้อนความละเอียดแบบ K-POP GROOMING ได้ชัดมาก โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ บนใบหน้าให้ยังดูคมชัดแม้ถูกถ่ายด้วยเลนส์ซูมระดับ GETTY IMAGES ทั้งกรอบหน้า คิ้ว และดวงตาถูก DEFINE ไว้อย่างพอดี ขณะที่ผิวถูกคุมให้เป็น SATIN-MATTE ที่ไม่สะท้อนแฟลชจนเสียมิติ อีกหนึ่งรายละเอียดที่ถูกพูดถึงคือริมฝีปากที่ดูอิ่มเต็มและสุขภาพดี ช่วยให้ภาพรวมของลุคยังดูสดใส อ่อนเยาว์ และมีความ POLISHED แบบ K-POP STAR แม้จะอยู่บนกล้องสดก็ยังหล่อในทุกดีเทล”

#02
CHOMPOO ARAYA (@chomismaterialgirl)
สวยไม่ต้องฉ่ำ ยังไงก็คือสวย!

“ลุคของชมพู่ปีนี้ถูกพูดถึงในมุมของความสง่าแบบ TIMELESS HOLLYWOOD BEAUTY มากกว่าความแฟชั่นจัด ซึ่งเป็นไดเรคชั่นที่ฉลาดมากสำหรับพรมแดง CANNES เพราะกล้องสดจะยิ่งขยาย TEXTURE และความเงาบนผิวชัดกว่าปกติ เมคอัพอาร์ทิสต์เลือกผิวแบบ SOFT-MATTE ที่ยังมีมิติ แทนการลงผิวฉ่ำจัด ทำให้เวลาโดนแฟลช โหนกแก้ม กรอบหน้า และสัดส่วนของใบหน้ายังชัดโดยไม่เกิดความมันสะท้อนเกินจำเป็น เป็นลุคที่พิสูจน์ว่า ‘ผิวแพง’ บนพรมแดง ไม่ได้แปลว่าต้องโกลว์ฉ่ำเสมอไป”

#03
BECKY REBECCA (@beccca)

ผิวโปร่งแสงเบาใสแต่สู้กล้อง

“เบคกี้ในปีนี้ดูเติบโตเป็นสาวสะพรั่งขึ้น พร้อมออร่าของความเป็น GLOBAL STAR ที่ชัดเจนขึ้นมาก ภาพของเบคกี้จากพรมแดง CANNES ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วด้วยฐานแฟนคลับจำนวนมหาศาลและสวยรอดทุกรูป แม้จะเป็นกล้องสดหรือภาพแคนดิด ใบหน้าก็ยังดูละมุน และมีออร่าแบบไม่แข็ง จุดสำคัญอยู่ที่งานผิวแบบ TRANSLUCENT SKIN ที่ยังเผยความเป็นผิวจริงอยู่ภายใต้เมคอัพ เทคนิคการวางบลัชสูงบริเวณช่วงกลางหน้า รวมถึงงานตาโทน SOFT ROSE ช่วยดึงความสดใสให้ใบหน้าดูเฟรชอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสำคัญมากสำหรับกล้องสดที่มักดึงความเหนื่อยล้าบนใบหน้าออกมาได้ง่ายกว่าปกติ”

#04
KENG HARIT (@harit_keng)

น่าหลงใหลแบบไทยแท้

“สิ่งที่หลายคนพูดถึงเก่ง หฤษณ์ คือภาพของความเป็น ‘ผู้ชายไทย’ ที่ชัดเจนมาก ทั้งโครงหน้า คาแรกเตอร์ และโทนผิวสีน้ำผึ้งที่ไม่ได้ถูกปรับให้ขาวเกินจริง จนหลายคนมองว่าเป็นเสน่ห์แบบ THAI LEADING MAN ที่เริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ทีมเมคอัพเลือกเก็บงานผิวให้ยังดูเป็น SKIN มากกว่า LAYER ของรองพื้น ทำให้เมื่อโดนแฟลช ผิวยังคงดูมีมิติและสุขภาพดี ยิ่งรวมกับโครงหน้าคมและทรงผมเปิดหน้า ยิ่งช่วยให้ลุคนี้ขึ้นกล้องสดได้อย่างมีเสน่ห์กลมกล่อม”

This image has an empty alt attribute; its file name is S__58597385_0-819x1024.jpg

#05
GEMINI NORAWIT @gemini_nt

หล่อสะอาดแบบลูกรักกล้องสด

“จุดเด่นของลุคเจมิไนน์คือความคลีนสะอาดตาที่ดูสมบูรณ์แบบจนหลายภาพเผลอให้ความรู้สึกเหมือนแฟชั่นแคมเปญมากกว่าภาพจากงานอีเวนต์ สิ่งที่ทีมกรูมมิ่งทำได้ดีมากคือการควบคุมเท็กเจอร์ผิวและความเงาเฉพาะจุด โดยไม่ทำให้ผิวดู MATTE หนาจนเกินธรรมชาติ อีกหนึ่งจุดที่ช่วยส่งลุคนี้มากคือทรงผมแบบเปิดหน้า ที่เซตให้เห็นช่วงหน้าผากและกรอบหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นทรงที่ช่วยดึง BONE STRUCTURE ให้เด่นขึ้นบนกล้อง ให้ใบหน้าดูคม โปร่ง และมีความ LEADING MAN ENERGY ชัดเจนบนพรมแดง”

BEAUTY TIPS TO SURVIVE RAW CAMERAS
เพราะเมคอัพที่สวยในชีวิตจริง อาจไม่รอดบนกล้องสดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเจอแฟลชแรงและเลนส์ซูมระดับ Getty Images นี่คือเทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้เมคอัพยังดูสวย คม และมีมิติ แม้ถูกถ่ายแบบไม่มีฟิลเตอร์หรือรีทัชก็ยังสวยรอดปลอดภัย

TIPS#01
เซ็ตใต้ตาแบบเบามือ

ใต้ตาเป็นจุดที่กล้องสดจับคราบและความแห้งได้ง่ายที่สุด ยิ่งลงแป้งหนักยิ่งเห็นเท็กเจอร์ชัด เทคนิคคือใช้คอนซีลเลอร์บางแต่ปกปิดดี แล้วเซ็ตแป้งเฉพาะจุดที่เกิดรอยพับจริง เพื่อให้ใต้ตายังดูเป็นผิวเมื่อโดนแฟลช
MUST-TRY PICKS :
• L’ORÉAL PARIS TRUE MATCH RADIANT SERUM CONCEALER
• GIORGIO ARMANI POWER FABRIC + ULTRA LONGWEAR SETTING POWDER

TIPS#02
อย่าปล่อยกรอบหน้าโล่งเกินไป
แฟลชมักทำให้ใบหน้าดูแบนกว่าปกติ โดยเฉพาะลุคเปิดหน้า ช่างแต่งหน้าพรมแดงจึงมักเติมเงาบางๆ ช่วงไรผมและขมับ เพื่อช่วยให้หน้าดูมีมิติโดยที่กล้องไม่เห็นรอยคอนทัวร์ชัด
MUST-TRY PICKS :
• MAKE UP FOR EVER ARTIST COLOR CRAYON CREAMY MULTI-USE STICK
• CATHY DOLL HAIR LINE CUSHION

TIPS#03
ปัดบลัชสูงช่วยยกหน้า
ตำแหน่งของบลัชมีผลกับโครงหน้าบนกล้องมากกว่าสี การปัดสูงช่วงหน้าแก้มไปทางขมับ จะช่วยให้หน้าดู LIFTED และสดใสขึ้น เวลาถูกถ่ายด้วยกล้องสดหน้าจะดูไม่ตกและไม่เหนื่อย
MUST-TRY PICKS :
• SUQQU  BLURRING COLOR BLUSH
• YSL BEAUTY MAKE ME BLUSH BOLD BLURRING BLUSH

TIPS#04
เลือกลิปที่ยังสะท้อนแสงได้
ลิปแมตต์แห้งเกินไปอาจทำให้หน้าดูแข็งเมื่อขึ้นกล้อง ลิปเนื้อ SATIN หรือ SHINE บาง ๆ จะช่วยให้ปากดูอิ่ม สุขภาพดี และทำให้ภาพรวมของหน้าดูสดขึ้นทันทีเมื่อเจอแฟลช
MUST-TRY PICKS :
• L’OREAL PARIS HYALURON TINT LIP STAIN SERUM
• DIOR ADDICT GLASS LIPSTICK

  • BEAUTY EDITOR TALK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA
X Æ A-12

น่ารักผู้ละลายหัวใจคนทั้งโลก X Æ A-12 ลูกชายคนที่ 13 ของ อีลอน มัสก์

เมื่อพูดถึง อีลอน มัสก์ (Elon Musk)  เจ้าพ่อเทคโนโลยีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยยนตรกรรมสุดล้ำและโปรเจกต์อวกาศเหนือจินตนาการ ใครเลยจะคาดคิดว่าอาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้กลับไม่ใช่เทคโนโลยีชิ้นไหน แต่เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารัก เจ้าของชื่อสุดล้ำอย่าง X Æ A-12 หรือที่คนทั้งโลกเรียกกันด้วยความเอ็นดูว่า “ลิล เอ็กซ์” (Lil X) ลูกชายคนที่ 13 ของ Elon Musk กับศิลปินสาว Grimes

ชื่อจริงสุดล้ำที่หน้าตาเหมือนสมการคณิตศาสตร์มากกว่าชื่อคน

X Æ A-12 คือชื่อจริงกลายเป็นประเด็นถกเถียงตั้งแต่เจ้าหนูน้อยลืมตาดูโลกว่ามันอ่านออกเสียงอย่างไร ซึ่ง Elon Musk ได้เคยเฉลยคำอ่านว่า “เอ็กซ์-แอช-เอ-ทเวลฟ์” โดยที่มาของชื่อนี้เป็นการผสมผสานไอเดีย

 X: หมายถึง ตัวแปรที่ยังไม่รู้ค่า (The unknown variable) ในทางคณิตศาสตร์

 Æ: เป็นการสะกดแบบเอลฟ์ของคำว่า Ai ซึ่งหมายถึงความรัก และ/หรือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

A-12: มาจากชื่อเครื่องบินรบ Archangel-12 ซึ่งเป็นเครื่องบินสอดแนมรุ่นโปรดของอีลอนและกริมส์ เป็นเครื่องบินที่ไม่มีอาวุธ ไม่มีการป้องกัน มีเพียงความเร็วที่ยอดเยี่ยม เป็นการต่อสู้ในแบบที่ชาญฉลาดและไม่รุนแรง นอกจากนี้อีกความหมายหนึ่งตัว A ยังสื่อถึง Archangel ซึ่งเป็นเพลงโปรดของกริมส์อีกด้วย

น่ารักขโมยซีน ความสดใสเกินต้านทาน

ภาพลักษณ์ของ Elon Musk คือนักธุรกิจผู้จริงจังและคาดเดายาก แต่เมื่อมี Lil X อยู่ในเฟรม ความสดใสตามวัยในขณะที่คุณพ่อกำลังพรีเซนต์โปรเจกต์เปลี่ยนโลก ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปกลายเป็นโมเมนต์สุดน่ารักที่ละลายใจผู้คน

ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและแข็งกร้าว ยังจำนนให้กับความน่ารักของเจ้าหนู Lil X เราจึงได้เห็นโมเม้นต์ประวัติศาสตร์ที่พ่อใหญ่ทรัมป์สวมบทคุณลุงใจดี นับเป็นภาพที่คาดไม่ถึงที่จะได้เห็นมุมนุ่มละมุนแบบนี้จากบุคคลระดับผู้นำระดับโลก

ไอคอนรุ่นเยาว์

ตอกย้ำความน่ารักระดับโลก ด้วยกระแสไวรัลล่าสุดเมื่อ Lil X ได้ติดตามคุณพ่อซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนร่วมเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ปรากฏตัวในลุคสุดคิวต์ด้วยเสื้อแจ็กเก็ตผ้าไหมสไตล์จีน พร้อมสะพายกระเป๋าคาดไหล่สีน้ำตาลรูปหน้าเสือ ภาพถ่ายแฟชั่นเซตนี้ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ของจีนจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และพลังความเอ็นดูก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังช้อปปิ้งในพริบตา เมื่อสื่อท้องถิ่นรายงานว่า “กระเป๋าหัวเสือแฮนด์เมด” ชิ้นนี้ ผลิตโดยบริษัท ย่าเสี่ยวชี แฮนด์เมด (Yaxiaoqi Handmade) ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และทันทีที่ภาพถูกเผยแพร่ สินค้าดังกล่าวก็ถูกแฟนๆ รุมกระหน่ำซื้อจน Sold Out ขายหมดเกลี้ยงบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่างเถาเป่า (Taobao) ภายในคืนเดียว

X Æ A-12

พลังแห่งความไร้เดียงสาไร้พรมแดนน่าติดตามเหลือเกินว่าในอนาคต หนุ่มน้อยขวัญใจชาวเน็ตคนนี้จะเติบโตขึ้นมาแต่งแต้มสีสันให้โลกใบนี้ในรูปแบบไหนต่อไป

ภาพจาก GettyImages

The Spirits of Maritime Crossing: วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026

เวนิส เมืองแห่งสายน้ำและศิลปะ กำลังต้อนรับผลงานจากศิลปินไทย อาเซียน และศิลปินนานาชาติอีกครั้ง กับนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing: วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026”

โดยมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ One Bangkok ผสานความร่วมมือภาครัฐและเอกชน จัดแสดง ณ Palazzo Rocca Contarini Corfù ระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 2 สิงหาคม 2569 ในฐานะหนึ่งใน Collateral Events ของมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ พร้อมด้วยตัวแทนศิลปิน

สิ่งที่น่าสนใจของนิทรรศการนี้ คือการใช้ “ทะเล” และ “กระแสน้ำ” เป็นภาษากลางในการเล่าเรื่อง เพราะสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่เป็นพื้นที่ของการเดินทาง การค้าขาย การย้ายถิ่น การพลัดถิ่น การพบกันของผู้คน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ภายในนิทรรศการรวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 30 ชิ้น จาก 20 ศิลปินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศิลปินนานาชาติ ครอบคลุมทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม วิดีโอจัดวาง และศิลปะการแสดงสด โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ทำหน้าที่ภัณฑารักษ์

ระหว่างเดินดูงาน ผมรู้สึกว่านิทรรศการนี้ไม่ได้ชวนเรามอง ‘ผลงานศิลปะ’ ทีละชิ้นเท่านั้น แต่เหมือนค่อย ๆ พาเราเข้าไปฟังหลายเสียง หลายความทรงจำ และประวัติศาสตร์ของผู้คนที่ไหลมาบรรจบกันกลางเมืองเวนิส

ผลงานของ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์
ผลงานของ อง เคียน เผิง ศิลปินชาวสิงคโปร์ 
ผลงานของมาร์ธา เอเทียนซา ศิลปินชาวฟิลิปปินส์

ผลงานของศิลปินทั้ง 20 ท่าน ได้แก่ มารีน่า อบราโมวิช (เซอร์เบีย), เรืองศักดิ์ อนุวัฒน์วิมล (ไทย), อาราห์มายานี (อินโดนีเซีย), มาร์ธา เอเทียนซา (ฟิลิปปินส์), นฎียะฮ์ บามาดาจ (มาเลเซีย), อแมนดา คูแกน (ไอร์แลนด์), เล เฮียน มินห์ (เวียดนาม), ยาสมิน ไจดิน (บรูไน), อง เคียน เผิง (สิงคโปร์), พิเชษฐ กลั่นชื่น (ไทย), ต่อลาภ ลาภเจริญสุข (ไทย), พิมดาว พานิชสมัย (ไทย), ศรชัย พงษ์ษา (ไทย), เชียว ซ่ง (ลาว), วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ (ไทย), โซ ยู นเว (เมียนมา), สวานนี่ (เมียนมา), อเล็กซานเดอร์ ทิโมทิช (เซอร์เบีย), สัมโบเลียพ โทล (กัมพูชา) และ ภาราดา วิรัสวีร์ (ไทย)

ผลงานของ ศรชัย พงษ์ษา ท่ามกลางบรรยากาศของ Palazzo Rocca Contarini Corfù
พิเชษฐ กลั่นชื่น ขณะทำการแสดงสด เบื้องหน้าคือหนึ่งในผลงานของ ภาราดา วิรัสวีร์

บรรยากาศวันเปิดงาน เริ่มต้นด้วยบทสนทนาอันเปี่ยมแรงบันดาลใจ โดยคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ และศิลปินเจ้าของผลงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากทั้งอิตาลีและประเทศไทย ที่ได้ร่วมชมศิลปะ และ Live Performance ที่สะกดห้วงเวลานั้น ให้เต็มไปด้วยเรื่องราว ความรู้สึก และบทสนทนา 

อแมนดา คูแกน ศิลปินชาวไอร์แลนด์ กับ มัดหมี่ – พิมดาว พานิชสมัย 
ต่อลาภ ลาภเจริญสุข กับผลงาน Spiritual Spaceship Orbit

อีกหัวใจที่ถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน คือสถานที่จัดงานอย่าง Palazzo Rocca Contarini Corfù อาคารโกธิกเวนิส ริม Grand Canal หรือ “ถนนใหญ่กลางน้ำ” ของเมืองเวนิส การดูนิทรรศการในครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ฟังบทสนทนาระหว่างศิลปะโลกตะวันออก กับสถาปัตยกรรมแห่งโลกตะวันตก

The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026 จัดขึ้นพร้อมกับมหกรรม เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61 ซึ่งเปรียบได้กับโอลิมปิกแห่งวงการศิลปะ เป็นช่วงเวลาที่ศิลปิน และคนรักศิลปะจากทั่วโลกมารวมตัวกัน และเป็นโอกาสสำคัญที่งานศิลปะจากประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนจะได้แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ลุ่มลึก งดงาม และร่วมสมัยไม่แพ้ใครบนเวทีโลก

  • เรื่อง: ปารัณ เจียมจิตต์ตรง
  • ภาพ: สิทธิศักดิ์ น้ำคำ
MANGO

Hailey Bieber ถ่ายทอดสไตล์ Californian Girl ผ่านแคมเปญใหม่ของ MANGO

ลอสแองเจลิสในฤดูร้อนอาจไม่เคยดูน่าหลงใหลเท่านี้มาก่อน เมื่อ MANGO เปิดตัวแคมเปญ Summer 2026 ภายใต้ชื่อ “Craft Your Own Story” พร้อมดึง Hailey Bieber (เฮลีย์ บีเบอร์) ไอคอนแฟชั่นแห่งยุค มาเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ใช้ “การแต่งตัว” ถ่ายทอดตัวตนได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

Hailey Bieber ถ่ายทอดสไตล์ Californian Girl ผ่านแคมเปญใหม่ของ MANGO

“แฟชั่นไม่ใช่เพียงสิ่งที่คุณสวมใส่ แต่มันคือภาษาที่คุณใช้บอกโลกว่าคุณเป็นใคร” ประโยคเปิดของแคมเปญครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่ tagline สวยๆ แต่คือแนวคิดที่ MANGO อยากส่งต่อให้ผู้หญิงยุคใหม่ ที่เชื่อว่าความมั่นใจเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง

และถ้าจะมีใครสักคนที่สะท้อนพลังของผู้หญิงแบบนั้นได้ดีที่สุด ชื่อของ เฮลีย์ บีเบอร์ คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ เธอไม่ใช่คนที่แต่งตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่กลับกลายเป็นคนที่ทุกสายตาหยุดมอง สไตล์ของ เฮลีย์ คือความ effortless ที่ดูแพงโดยไม่ต้องพยายาม เป็นการผสมกันระหว่างความสบาย ความเรียบง่าย และความมั่นใจในแบบ Californian girl ที่ทั้งโลกหลงใหล

คอลเล็คชั่น Summer 2026 นี้จึงเหมือนการเปิดประตูเข้าสู่ตู้เสื้อผ้าของเธอ ตั้งแต่ micro shorts ทรงคลีนที่ให้ความรู้สึกมั่นใจแบบไม่ต้องปรุงแต่ง, crop tops ที่บาลานซ์ความเซ็กซี่กับความมินิมัลได้อย่างลงตัว, outerwear โอเวอร์ไซส์ที่ดู relaxed แต่ยังคงโครงสร้างที่เฉียบคม ไปจนถึง mini dress ที่ให้ฟีลเหมือน “ตื่นมาก็สวยเลย”

ทุกลุคถูกเล่าผ่านโทนสีแดงและน้ำเงินสด ที่ให้ความรู้สึกเหมือนแสงแดดยามบ่ายของ LA ที่อบอุ่น สดใส และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายามมากเกินไป แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของแคมเปญนี้ อาจไม่ใช่เสื้อผ้า แต่คือ “อารมณ์” ที่มันส่งออกมา ภาพของ เฮลีย์ ใน campaign ไม่ได้ดูเหมือนแฟชั่นที่ถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ หากกลับให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เห็นช่วงเวลาจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังใช้ชีวิตในเมืองที่เธอรัก ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสายตา ทุกท่วงท่า สะท้อนความคิดเดียวกันว่า ฤดูร้อนที่ดี ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นช่วงเวลาที่เราได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ก็พอ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา MANGO เคยร่วมงานกับผู้หญิงระดับตำนานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Claudia Schiffer, Naomi Campbell, Kate Moss, Penélope Cruz, Scarlett Johansson, Kaia Gerber และ Kendall Jenner ซึ่งแต่ละคนต่างเป็นภาพแทนของผู้หญิงในยุคของตัวเอง และวันนี้ เฮลีย์ บีเบอร์ ก็กำลังกลายเป็นภาพแทนของผู้หญิงยุคใหม่เช่นกัน ผู้หญิงที่ไม่ได้แต่งตัวเพื่อเป็นเหมือนใคร แต่แต่งตัวเพื่อสะท้อนสิ่งที่ตัวเองรู้สึก

บางที “Craft Your Own Story” อาจไม่ใช่แค่ชื่อแคมเปญ แต่อาจเป็นคำชวนให้เรากลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า ในทุกเช้าที่เราเลือกเสื้อผ้าสักชุดขึ้นมา เรากำลังอยากเล่าเรื่องอะไรให้โลกฟัง เพราะฤดูร้อนที่ดีที่สุด อาจเป็นฤดูร้อนที่เราได้ค้นพบตัวเองในเวอร์ชันใหม่อีกครั้ง


GucciCore การหลอมรวมของสตรีท เทเลอริ่ง และความหรูหรา

ครั้งนี้ Gucci เลือกพาแฟชั่นโชว์ Cruise 2027 กลับคืนสู่มหานครนิวยอร์ก พร้อมเปลี่ยน “ไทม์สแควร์” ให้กลายเป็นรันเวย์ขนาดยักษ์กลางมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ภายใต้ชื่อ “GucciCore” คอลเล็คชั่นล่าสุดจาก Demna ซึ่งถือเป็น Cruise Collection ครั้งแรกของเขาหลังการเดบิวต์ในฐานะ Artistic Director

สำหรับ Gucci แล้ว นิวยอร์กไม่ใช่เพียงเมืองแฟชั่น แต่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตสู่ระดับโลก ย้อนกลับไปในปี 1953 แบรนด์ได้เปิดบูติกแห่งแรกนอกประเทศอิตาลี ณ เมืองแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ Gucci กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยอเมริกัน

ก่อนโชว์เริ่มขึ้น จอขนาดมหึมารอบไทม์สแควร์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโลกของ Gucci ผ่านวิดีโอคอลลาจที่ผสมทั้งฟุตเทจจริงและโฆษณาสมมติ ตั้งแต่ Gucci Acqua, Gucci Gym, Gucci Automobili ไปจนถึง Palazzo Gucci Hotel ราวกับ Demna กำลังขยายความหมายของ Gucci ให้กลายเป็นจักรวาลที่ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้คน

สำหรับเสื้อผ้าของ GucciCore ถือเป็นการตีความ แฟชั่นสไตล์นิวยอร์ก ผ่านสายตาของ Demna เขานำผู้คนหลากหลายกลุ่มบนท้องถนนมาครีเเอทเป็นลุคแฟชั่น ตั้งแต่นักธุรกิจในสูทลายทาง หญิงสาวสังคมในโค้ตตัวใหญ่ ไปจนถึงลุคสตรีตที่จับคู่เดนิมหลวมเข้ากับงานเทเลอริ่ง ไปจนถึงเหล่าสุภาพสตรีชั้นสูงในชุดราตรีและสูทกางเกงที่ดูสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ

Demna ยังเล่นกับแนวคิด “ความหรูหราที่ใช้งานได้จริง” ผ่านงานออกแบบที่ทั้งโดดเด่นและสวมใส่ได้ในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ผ้าพันคอทรงโอเวอร์ไซส์ที่ตัดเย็บจากหนังเนื้อนุ่ม ไปจนถึงเสื้อโค้ตสองด้านจากผ้าเทคนิคัลและผ้าหนังแกะ ที่เติมกลิ่นอายหรูหราแบบร่วมสมัยขณะที่ลาย Web Stripe อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci ก็ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นเสื้อเกาะอกเรียบง่าย แต่ยังจดจำได้ในทันที

ขณะเดียวกัน เสื้อผ้าสำหรับงานกลางคืนก็ได้นำเสนอใหม่ในแบบฉบับของ Demna ผ่านเลื่อมลายหนังจระเข้ งานปักลูกปัดระย้า และงานตกแต่งแบบขนนกที่ช่วยเพิ่มสัมผัสแบบกูตูร์ให้กับเสื้อผ้าผู้ชายได้อย่างน่าสนใจ ส่วนเสื้อผ้าชั้นนอกกลับถูกบุด้วยขนแพะและผ้าหนังแกะ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเรียบโก้กับความฟุ่มเฟือยในแบบที่เขาถนัด

ส่วนแอ็กเซสเซอรี่ยังเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็คชั่น โดยนำ Horsebit สัญลักษณ์คลาสสิกของแบรนด์มาตีความใหม่เป็นรายละเอียดบนรองเท้าบู๊ตส้นสูง กระเป๋าหนังเฉดสีเข้มและโทนอัญมณีช่วยเพิ่มเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา ขณะที่กระเป๋าคลัตช์สายคล้ายนาฬิกาและกระเป๋าสะพายทรงนิ่มขนาดใหญ่ ก็ช่วยเติมภาพของชีวิตประจำวันให้คอลเล็กชั่นนี้ดูสมบูรณ์และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น

GucciCore จึงเป็นเหมือนภาพทั้งหมดจากผลงานก่อนหน้าของ Demna ทั้ง La Famiglia, Generation Gucci และ Primavera ที่นำมารวมไว้เข้าด้วยกัน


ภาพ Courtesy of Brand

‘จันทร์ซ่อนรัก ระวังความจะแตก เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 18-24 พฤษภาคม 2569

‘จันทร์ซ่อนรัก ระวังความจะแตก เช็กเลย!!’

ดวงรายสัปดาห์ 18-24 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับชาวอาทิตย์ ผู้มีหัวใจของการบริการ เป็นจิตอาสา ขึ้นสัปดาห์ใหม่นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในแวดวงศิลปะวัฒนธรรม ความบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ งานเย็บปักถักร้อย งานฝีมือต่างๆ รวมถึงวงการอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีสินค้าและบริการของเด็กๆ ด้วย ซึ่งคุณสามารถบริหารและจัดการงานได้อย่างเป็นระบบระเบียบ แต่หากจะให้ดีกว่านี้ควรลดอีโก้ตัวเองลงบ้าง พร้อมกับเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของบุคคลอื่นด้วย ไม่เช่นนั้นคุณจะถูกอิจฉาริษยาใส่ร้ายป้ายสี จนส่งผลเสียต่อหน้าที่การงานได้อย่างกะทันหัน   

การเงิน  :  สำหรับจิตอาสาอย่างคุณ ย่อมเห็นความสำคัญของผลของงานมากกว่าผลของเงิน ดังนั้น สัปดาห์นี้คุณจึงตั้งใจทำงาน หากได้เงินมา เป็นไปได้ว่าคุณจะนำไปซื้อขนมนมเนย ของกระจุกกระจิกมากกว่าจะซื้อสมบัติที่มีค่า แต่หากมีพวกมาขอยืมเงินไปลงทุน หรือกู้เงินไปกลบหนี้ ต้องปฏิเสธเลยนะคะ เพราะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้คืน

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์ก็ยังคงให้ความสำคัญกับงานอยู่เช่นเดิม ดังนั้น คุณจึงต้องการให้คนที่อยู่ด้วยเข้าใจ และช่วยเหลือในช่วงนี้ที่คุณต้องไปทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องลูก  คนโสด  ไม่เหงาแล้วค่ะสัปดาห์นี้ ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะรักเก่ากลับมาอีก แต่ก็ขอให้เชื่อใจชาวอาทิตย์ว่าหากรักใครแล้วไม่มีวันเปลี่ยนใจ แม้จะแค่สัปดาห์นี้เท่านั้นก็เหอะ

 สุขภาพ  :  มีความเสี่ยงจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวจากการปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หักโหมทำงานหนัก นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องเลือดลม มีโอกาสหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ วูบได้ง่ายๆ จึงควรรับประทานอาหาร ผัก และผลไม้ ที่ช่วยบำรุงเลือด  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับชาวจันทร์มีโอกาสที่จะขึ้นสัปดาห์ใหม่อย่างร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือในรอบ 7 วันนี้ต้องเกี่ยวข้องกับวงการนักกฎหมาย ทนายความ ทหาร ตำรวจ นักจิตวิทยา นักประวัติศาสตร์  นักค้นคว้า วิจัย หากคุณมีสไตล์การทำงานที่ slow but sure แม่นยำ แต่ล่าช้า ซึ่งอาจใช้ไม่ได้กับสัปดาห์นี้ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขัดแย้งกับผู้ร่วมงาน แล้วจากอีโก้ของคุณก็จะไม่ยอมถอย จนกลายเป็นการปะทะที่รุนแรงจนถึงขั้นงานไปต่อไม่ได้ ผลจากตรงนี้จะทำให้คุณถึงกับท้อแท้ต่อโชคชะตาเลยทีเดียว ดังนั้น จึงควรนิ่ง ใจเย็น ค่อยๆ แก้ไขปัญหา อย่าใช้อารมณ์โดยเด็ดขาด

การเงิน  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวจันทร์ควรจะประหยัดอย่างยิ่งเลย เพราะคาดว่าจะมีรายจ่ายก้อนใหญ่เข้ามา จนคุณต้องใช้ความสามารถทั้งแรงกายแรงใจ พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้เงินมา  

ความรัก  :  สัปดาห์ที่แล้วแค่เห็นต่าง แต่สัปดาห์นี้ลงมือตีกันเลยค่ะ ประเด็นสำคัญเลยคือ เรื่องชู้สาว มีโอกาสที่คุณจะได้โลกใบที่สองโดยไม่รู้ตัว   คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์ไม่เหมาะกับใครทั้งนั้นล่ะค่ะ เพราะมีโอกาสที่จะเป็นความรักที่ลึกลับซับซ้อน แบบจันทร์ซ่อนรัก ที่น่ากลัวคือ มีโอกาสโดนจับได้ด้วยสิ

สุขภาพ  :  ชาวจันทร์ต้องระวังทั้งกายและใจเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเครียด เพราะจะส่งผลให้ปวดศีรษะ ไมเกรน ความดันขึ้น รวมถึงระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ อาหารเป็นพิษ นอกจากนั้นยังเสี่ยงที่จะหกล้ม เท้าแพลงด้วย  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่แล้ว แต่ชาวอังคารที่อยู่ในแวดวงสายช่างทุกประเภท รวมถึงงานเพื่อมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย นักการทูต งานในสายศาสนา งานบุญ ฯลฯ ยิ่งต้องระวังตัวหนักขึ้นกว่าเดิมนะคะ เพราะมีโอกาสสูงมากที่ในรอบ 7 วันนี้งานที่ค้างคาอยู่อาจไม่ได้ดำเนินการต่อค่ะ ต้องกลับไปคิดใหม่เลย  

การเงิน  :   สัปดาห์นี้คุณน่าจะหมดเงินไปกับการทำบุญ งานสีดำ หลายงาน แม้กระทั่งสัมมาอาชีพก็น่าจะเป็นงานบุญเสียส่วนใหญ่ หรือหากใครมาบอกบุญก็ควรพิจารณาให้ดี เพราะเดี๋ยวนี้มารศาสนามีเยอะ ระวังจะถูกหลอก

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่ชาวอังคารจะวางเฉยกับความรักความสัมพันธ์ นิ่งสงบราวนักบวช จนแม้จะเลิกหรือแยกกันอยู่ คุณก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว คนโสด ก็เช่นกัน คุณเริ่มวางเฉยกับความรัก คนรัก หรือหากเพิ่งอกหักก็เริ่มทำใจได้ ก็ยังนับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่คุณยังคงเชื่อมั่นในรักแท้อยู่  

สุขภาพ  :   ก็ยังคงมีอาการของออฟฟิศซินโดรมอยู่ หากไม่รีบรักษา ไม่ว่าจะแพทย์แผนปัจจุบันหรือแผนไทย สัปดาห์นี้มีโอกาสที่อาการจะรุนแรงขึ้น นอกจากนั้นยังมีอาการวัยทองเข้ามาร่วมด้วย เช่น กระดูกพรุน กระดูกเปราะ คงต้องเสริมแคลเซียมด่วนๆ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวพุธก็ยังมีโอกาสที่จะอยู่กับการบุกเบิกงานใหม่ รวมถึงงานเก่าที่คั่งค้างมานานก็สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานทางด้านการบริหารจัดการ การติดต่อประสานงาน รวมถึงการให้บริการรับเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานต่างๆ เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้ใช้คุณสมบัติของชาวพุธในเรื่องของการเจรจา ไม่ว่าจะต่อรอง ประนีประนอม หรือไกล่เกลี่ย เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน  :  รายได้จากงานใหม่อย่าเพิ่งหวัง เพราะต้องรอให้ผลงานออกก่อน ส่วนรายจ่ายที่ไม่ต้องรอก็น่าจะมาจากการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ  

ความรัก  :  ชาวพุธสัปดาห์นี้รับผิดชอบและเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ดีมากๆ แต่ต้องระวังช่วงนี้คู่ครองและบริวารจะนำปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจมาให้นะ คนโสด สำหรับสัปดาห์นี้ชาวพุธยังไม่ลงเอยกับใครง่ายๆ ต้องผ่านเช็กลิสต์ที่ตั้งไว้ครบทุกข้อ เพราะหากรักแล้วคบยาว

สุขภาพ   :   กระแสแอโรบิกมาแรง สำหรับชาวพุธหากจะไปเต้นแอโรบิกก็ควรระวังเข่าด้วย มีโอกาสปวดร้าวตั้งแต่สะโพกลงมา รวมถึงช่วงหลัง ต้องหยุดเต้นไปหลายวันเลย ที่สำคัญหากมีปัญหาทางด้านหัวใจอยู่ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงที่โรคหัวใจจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ชาวพฤหัสจ๋า อย่าเพิ่งหมดแรงกันก่อนน้า สัปดาห์นี้ความกดดัน ความคาดหวังต่างๆ ที่เจ้านายมีต่อคุณมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นความเมตตาเอ็นดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานศิลปะ ศิลปิน นักร้อง นักแสดง นักดนตรี รวมถึงความสวยความงาม ในรอบ 7 วันนี้หัวใจของคุณจะมีแต่การบริการอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สามารถทำงานได้ทุกตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้วคุณก็ทำได้ดีด้วย สามารถไปยืนอยู่แถวหน้าของงานนั้นๆ จนทุกคนอิจฉา ดังนั้น จึงต้องระวังคนใกล้ชิดที่จะเปลี่ยนท่าทีมาแทงข้างหลังคุณ

การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินจากชื่อเสียงและความสำเร็จ รวมถึงจากความสิเน่หา ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ได้เงิน แต่ต้องทำด้วยตัวเอง อย่าร่วมหุ้นร่วมทุน  

ความรัก  :  นับเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้รับการชื่นชมจากคนในครอบครัวว่า เก่งทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้าน ซึ่งคุณก็ควรยินดีน้อมรับไว้นะคะ อย่าออกตัวแรง เพราะเดี๋ยวจะขัดใจกันเสียเปล่าๆ     คนโสด  เสน่ห์มาเต็มๆ ค่ะสัปดาห์นี้ แล้วคุณก็รักง่ายหน่ายเร็วเสียด้วย ก็พยายามใช้โอกาสทองนี้ให้เต็มที่ที่สุดนะ

สุขภาพ   :   งานหนัก เดทเยอะ ก็ต้องระวังโรคอ้วนจะมาเยือน  แล้วตามด้วยลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะ ท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนั้นหากจะเดินทางไปนอกสถานที่ก็ต้องดูแลความสะอาดด้วย ทั้งอาหาร ที่พัก และสถานที่สาธารณะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะติดเชื้อไวรัสกลับมาบ้านด้วย   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวศุกร์จะร้อนแรงขึ้น  แอคทีฟขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเฟรชชี่ เช่น พนักงานใหม่ นักธุรกิจหน้าใหม่ ที่อยู่ในวงการงานช่างทุกประเภท รวมถึงงานเพื่อมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อชาวโลก นักกฎหมาย นักบวช นักการทูต เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณควรเตรียมรับมือกับแรงกระแทกที่จะเข้ามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ก็อยากบอกว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่หากคุณอดทนจนสามารถก้าวข้ามผ่านจุดนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้ม

การเงิน  :  รายได้ขึ้นอยู่กับความขยันในการทำงาน ทั้งสีขาวดำนัวๆ ไป หากเลือกได้ สัปดาห์นี้ขอให้ทำเพื่อมวลชนล้วนๆ จะได้ผลตอบแทนดีเกินคาด แต่หากคุณเข้าไปยุ่งกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง มีโอกาสที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ความรัก :   สัปดาห์นี้เป็นทีของชาวศุกร์ที่จะได้สามีแห่งชาติ แขวนกุญแจรถนิ่งๆ อยู่กับบ้านอยู่กับครอบครัว ดังนั้น คุณจึงควรหูหนักใจนิ่ง หากมีใครมาปล่อยคลิปว่า คู่คุณแอบไปเที่ยวกับกิ๊ก คนโสด  ตรงกันข้ามค่ะ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่ชาวศุกร์จะเจ้าชู้ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับใคร แถมแย่งชิงอีกต่างหาก    

 สุขภาพ  :  ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะคะ หากหลังขดหลังแข็งนั่งทำงานอยู่ท่าเดิมนานๆ เส้นคอ บ่า ไหล่จะตึงเป๊ะ ต้องลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือไม่ก็หาหมอนวดเก่งๆ มาคลายเส้นบ้าง นอกจากนั้นสำหรับนักดื่ม นักเที่ยวก็ควรป้องกันตัวเองให้ดี ดื่มไม่ขับ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของชาวเสาร์ต้องบอกว่าจูงมือมากับผู้ใหญ่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักการศึกษา ติวเตอร์ โค้ชชิ่ง เทรนเนอร์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในช่วง Back to School  นี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้งานทางด้านการบริการ เช่น อาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็กๆ ได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดี รวมถึงยังได้ศึกษางานกับปรมาจารย์ที่เก่งจากหลากหลายสาขา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำงานให้กับคุณ

การเงิน  :  รายได้ประจำก็จะเติบโตไปตามขั้นตอน ซึ่งสัปดาห์นี้นับเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เงินเพิ่มจากจ๊อบพิเศษ เป็นไปได้ว่าคุณจะเก็บเงินนี้เป็นทุนการศึกษาสำหรับตัวเอง หรือให้ลูกหลาน

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ในหัวใจของชาวเสาร์เป็นไปได้ว่าจะวุ่นวายอยู่แต่ผู้ใหญ่กับเด็ก จนไม่เหลือเวลาให้ใครแล้ว แม้กระทั่งคู่ครองยังอยู่ข้างหลังไกลเลย คนโสด  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะมีโอกาสกลับเป็นเด็กให้ผู้ใหญ่ได้ดูแลนะคะ ผู้ใหญ่หลายคนเลยด้วย

สุขภาพ   :   ต้องระวังปัญหาในช่องปากและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจลุกลามไปถึงระบบการย่อยอาหาร รวมถึงความเครียด การกดดันตัวเอง อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียวจะยิ่งเครียด จนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้

Cannes 2026

Cannes 2026 พรมแดงที่เต็มไปด้วยแฟชั่นชั้นสูงและจิเวลรี่ระดับตำนาน

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 79 (Cannes 2026) กลับมาทวงตำแหน่งพรมแดงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกอีกครั้ง และปี 2026 คือหนึ่งในซีซั่นที่แฟชั่นบน Croisette กลับหันมาให้ความสำคัญกับงานฝีมือมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นงานตัดเย็บระดับ Haute Couture ซิลูเอตที่สุดเนี้ยบ งานปักมือที่เต็มไปด้วยรายละเอียด หรือเครื่องประดับที่ถูกเลือกมาเพื่อเติมคาแรกเตอร์ให้แต่ละลุคดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

พรมแดง Cannes ปีนี้จึงเต็มไปด้วยภาพของความสง่างามยุคใหม่ ที่ผสมเสน่ห์แบบ Old Hollywood เข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างลงตัว หลายลุคไม่ได้โดดเด่นเพราะความอลังการ แต่ชนะด้วย งานฝีมือ และพลังของผู้สวมใส่ และนี่คือเหล่าลุคที่นิยาม Cannes 2026 ได้ดีที่สุด

Cannes 2026 พรมแดงที่เต็มไปด้วยแฟชั่นชั้นสูงและจิเวลรี่ระดับตำนาน

(Photo by JB Lacroix/FilmMagic)

Demi Moore (เดมี มัวร์) กับลุคเดรสสีแดงทรงประติมากรรมที่กลายเป็นไวรัลทันทีหลังปรากฏตัวบนพรมแดง

ชุดโดดเด่นด้วยโครงสร้างช่วงไหล่และดีไซน์ช่วงคอขนาดใหญ่ที่ดูราวกับงาน couture sculpture มากกว่าชุดราตรีทั่วไป หลายสื่อแฟชั่นต่างประเทศยกให้เป็นหนึ่งในลุคที่ embody คำว่า “Wearable Art” ได้ดีที่สุดของปีนี้ เพราะทุกมุมของชุดถูกออกแบบให้ดูเหมือนงานศิลป์เคลื่อนไหวได้

ที่น่าสนใจคือ เดมี มัวร์ เลือกสไตลิ่งที่เรียบมาก ทั้งเมคอัพโทนธรรมชาติ ผม sleek และเครื่องประดับเพชรแบบมินิมอล เพื่อให้ตัวชุดกลายเป็นจุดโฟกัสหลักอย่างสมบูรณ์

ลุคนี้ยังสะท้อนอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญของ Cannes ปีนี้ คือ “less styling, more impact” หรือการใช้แฟชั่นชิ้นเดียวที่ทรงพลังมากพอโดยไม่ต้องพึ่งองค์ประกอบอื่นมากเกินไป

ปีนี้ ชมพู่-อารยา เอฮาเก็ต เปิดตัวด้วยลุคจาก Armani Privé คอลเล็คชั่น Fall/Winter 2025-2026 ในเดรสกำมะหยี่สีดำแบบ all black ที่ดูเรียบแต่ทรงพลัง โครงสร้างชุดเน้นซิลูเอตเอวคอด พร้อมงานปักเลื่อมและรายละเอียดแบบ Haute Couture ที่ดูหรูหรา สง่างาม ตามแบบฉบับ Armani Privé

ลุคนี้โดดเด่นด้วยสร้อยคอ Le Col จาก​คอลเล็คชั่นไฮจิเวลรี่ The Power of Couture, Histoire de Style รังสรรค์จากทองคำขาวและตาข่ายลูกไม้ถักทองเส้นละเอียด ประดับเพชรรวม 662 เม็ด ถ่ายทอดงานฝีมืออันประณีตในแบบฉบับกูตูร์ชั้นสูง พร้อมเติมเต็มลุคด้วยต่างหูห่วง New Maharani จาก​คอลเล็คชั่นไฮจิวเวลรี่​ New Maharajah, Histoire de Style ตัวเรือนทองคำขาว ประดับหินคริสตัลและเพชร และแหวน Serpent Bohème โมทิฟ XL ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร เผยเสน่ห์เหนือกาลเวลาและความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Alia Bhatt (อเลีย บาตต์) ปรากฏตัวในชุดโทนพีชคอรัลที่โดดเด่นด้วยซิลูเอตเข้ารูปแบบคอร์เซ็ต และผ้าคลุมชีฟองพลิ้วไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก dupatta ผ้าพาดไหล่แบบดั้งเดิมของอินเดีย ก่อนถูกนำมาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยและเหมาะกับพรมแดงระดับโลกมากขึ้น

ที่สำคัญ ลุคนี้ยังสะท้อนพลังของแฟชั่นอินเดียยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน เพราะยังคงกลิ่นอายทางวัฒนธรรมเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ดูทันสมัยและสง่างามในแบบสากล

เธอสวมสร้อยคอ “The Golconda Rose” จาก Amrapali Jewels ซึ่งโดดเด่นด้วย rare pink coral น้ำหนักรวม 168.27 กะรัต พร้อมเพชร Golconda Type IIa ขนาด 5.53 กะรัต และเพชรเซ็ตเพิ่มเติมอีกกว่า 20 กะรัต ขณะที่ต่างหูและแหวนเพชรมาจาก Chopard

(Photo by VCG/VCG via Getty Images)

วิน เมธวิน ปรากฏตัวในลุคทักซิโด้สีดำจาก Prada พร้อมเข็มกลัด “Bird on a Rock” จาก Tiffany & Co.

ดีไซน์ Bird on a Rock ซึ่งเป็นผลงานไอคอนิกของ Jean Schlumberger ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านการสไตลิ่งแบบติดเข็มกลัดสองชิ้น จนทำให้ลุคสูทคลาสสิกดูสนุก ทันสมัย และมีมิติทางแฟชั่นมากขึ้นอย่างน่าสนใจ

โดยเฉพาะการเลือกใช้อัญมณีสีอย่าง aquamarine และ morganite ยังสะท้อนว่าแฟชั่นผู้ชายในปี 2026 กำลังเปิดรับสีสันและการแสดงตัวตนมากขึ้นกว่ายุคก่อนอย่างชัดเจน พร้อมตอกย้ำว่าเครื่องประดับไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบเสริมของ menswear อีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดเด่นสำคัญของลุคบนพรมแดงระดับโลกแล้วเช่นกัน

Sandra Hüller (ซานดรา ฮุลเลอร์) กับลุคจาก Chanel ที่ให้กลิ่นอายแฟชั่นชั้นสูงแบบฝรั่งเศสเต็มๆ แต่ยังดูร่วมสมัยและมีเสน่ห์เฉพาะตัว

ความโดดเด่นอยู่ที่แจ็กเก็ตขนนกสีขาวแต่งปลายสีดำ ที่ช่วยเพิ่มความพลิ้วไหวและทำให้ลุคดูมีมิติมากขึ้นทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ขณะที่เดรสสีขาวดำด้านในมาในทรงเรียบโก้ แต่ซ่อนรายละเอียดสุดประณีตเอาไว้ ทั้งงานตัดเย็บแบบกูตูร์และโบขนาดใหญ่บริเวณเอว ที่ช่วยเติมความคลาสสิกแบบดาราฮอลลีวูดยุคทองได้อย่างลงตัว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ซานดรา ฮุลเลอร์ เลือกแต่งลุคนี้แบบ “น้อยแต่มาก” ทั้งรองเท้าสีดำเรียบ ๆ เครื่องประดับเพชรที่ไม่แย่งซีน และเมกอัพโทนธรรมชาติ ทำให้รายละเอียดของเนื้อผ้าและงานฝีมือของชุดยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก

(Photo by Gisela Schober/Getty Images)

Gong Li (กงลี่) กลับมาสร้างโมเมนต์สง่างามบนพรมแดง Cannes 2026 อีกครั้ง กับลุคจาก Balenciaga ที่เผยเสน่ห์ความคลาสสิกแบบเหนือกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างเข้าร่วมพิธีเปิดงานและรอบพรีเมียร์ภาพยนตร์เรื่อง La Vénus Electrique ณ Palais des Festivals

ครั้งนี้ กงลี่เลือกสวมชุดราตรีปาดไหล่สีดำจากผ้าไหมซาตินเนื้อหนาพิเศษแบบดับเบิลเฟซ ดีไซน์เรียบเฉียบแต่ทรงพลังตามแบบฉบับ Balenciaga โดยจุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างของชุดซึ่งเน้นเส้นสายสะอาดตา ซิลูเอตที่ทิ้งตัวอย่างสง่างาม และงานตัดเย็บที่ดูนิ่งแต่หรูในทุกมุมมอง

(Photo by Lionel Hahn/Getty Images)

Zhou Ye (โจว เย) คืออีกหนึ่งนักแสดงจีนที่ถูกจับตามองบนพรมแดง Cannes 2026 ด้วยลุคจาก Phan Huy แบรนด์กูตูร์จากเวียดนามที่กำลังมาแรงในวงการแฟชั่นเอเชีย

ชุดโดดเด่นด้วยงานคอร์เซ็ตเข้ารูปและกระโปรงทรงบอลกาวน์ขนาดใหญ่ ที่ช่วยสร้างซิลูเอตราวกับเจ้าหญิง ขณะเดียวกันก็ยังคงรายละเอียดแบบ Haute Couture ผ่านงานปักและโครงสร้างของชุดที่ดูประณีต


เจาะบิวตี้ลุค จีซู ใน DIOR CRUISE 2027 สวยสง่าแบบ HOLLYWOOD NOIR

ท่ามกลางกระแสจับตา Dior Cruise 2027 โชว์สำคัญที่เปิดบทใหม่ของเมซงภายใต้การนำของ JONATHAN ANDERSON การปรากฏตัวของ JISOO กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของค่ำคืนทันที จีซูถ่ายทอดเสน่ห์แบบสาว DIOR ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านลุค SOFT NOIR GLAM ที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย ผิวสวยแบบ SEMI-GLOW เนียนละเอียด ดวงตาสโมกกี้โทนน้ำตาลเทาพร้อมอายไลเนอร์เฉียบคม เติมความลึกลับน่าค้นหา ขณะที่แก้มชมพูระเรื่อและริมฝีปาก ROSY NUDE ช่วยบาลานซ์ลุคให้ดูละมุนแบบ EFFORTLESS

สิ่งที่หลายคนพูดถึงคือจีซูกำลังก้าวเข้าสู่เฟสแฟชั่นที่โตขึ้นอย่างชัดเจน จากลุคหวานละมุนที่คุ้นตา สู่ภาพของหญิงสาว DIOR ที่ทั้งนิ่ง สง่า และมีพลังดึงดูดแบบ CINEMATIC BEAUTY มากขึ้นเรื่อยๆ และในค่ำคืนของ DIOR CRUISE 2027 เธอก็พิสูจน์อีกครั้งว่าเสน่ห์ของจีซูไม่ได้มีแค่ความสวย แต่คือการทำให้ทุกลุคดูน่าจดจำในแบบของเธอเอง

COMPLEXION:

  • DIOR FOREVER SKIN GLOW #1N
  • DIOR FOREVER SKIN CORRECT #1N
  • DIOR FOREVER NUDE RADIANT FILTER #00 LUMINESCENT
  • DIOR BACKSTAGE ROSY GLOW #106 POMELO
  • DIOR BACKSTAGE GLASSY GLOW STICK #034 GLAZED BUBBLE

 EYES:

  • DIORSHOW 5 COULEURS #429 TOILE DE JOUY
  • DIORSHOW LIQUID LINER #096 SATIN BLACK
  • DIORSHOW ICONIC OVERCUL #090 BLACK

LIPS:

  • ROUGE DIOR #314 GRAND BAL, VELVET

FRAGRANCE:

  • VELVET DIOR ADDICT ROSY GLOW

เรื่อง: Padcha Praewnista

จาอุน – จุนซู

สำรวจหัวใจ จาอุน – จุนซู  กับการตกหลุมรักประเทศไทยเข้าเต็มเปา

ในซีรีส์ “ยังไงก็ใช่นาย” (Never Forget Your Enemy) การปะทะกันของบทบาทอาจดูดุเดือดและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “ความผูกพัน” ระหว่างสองนักแสดงดาวรุ่งใต้ “จาอุน” (Jaun) และ  “จุนซู” (Junsu) ที่เดินทางทำกิจกรรมในประเทศไทยกับการเดินทางมาทำกิจกรรมในประเทศไทย ที่ทำให้พวกเขา ตกหลุมรักซ้ำๆ และอยากหาโอกาสกลับมาเยือนอยู่เสมอ แต่!อะไรคือสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนนี้ตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นกันนะ?

 จาอุน :  รสชาติที่มากกว่าอาหาร

สำหรับ จาอุน อาหารไทยไม่ใช่แค่เมนูบนโต๊ะ แต่คือ ประสบการณ์ เขาเคยนิยามเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยว่าเหมือนกับการค้นพบขุมทรัพย์ในทุกหัวมุมถนน ความตื่นเต้นที่ได้ลองรสชาติใหม่ๆ ตั้งแต่ความเผ็ดร้อนที่ท้าทายไปจนถึงความละมุนของของหวาน คือสิ่งที่เขามักจะหยิบยกมาเล่าด้วยแววตาเป็นประกายเสมอ

โดยจาอุนยังบอกอีกว่า “หลังจากที่มาประเทศไทย ชีวิตของผมเปลี่ยนไปมากครับ ผมมีโอกาสได้ออกไปข้างนอก ได้ไลฟ์บ่อยขึ้น และสนุกกับการถ่ายคอนเทนต์จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการทำ YouTube เพื่อเผยแพร่การท่องเที่ยว”

ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศไทยยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตในชีวิตของจาอุน “ผมคิดว่าตั้งแต่มาที่นี่ ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก ได้เจอผู้คนมากมายที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และรู้สึกดีใจที่หลายคนชอบตัวตนในมุมนั้นของผม พอซีรีส์ออนแอร์และได้รับความรักจากทุกคนมากขึ้นแบบนี้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณจากหัวใจจริงๆ ครับ”

จุนซู: ความน่ารักที่จริงใจ

ทางด้านจุนซูนักแสดงมากความสามารถที่สื่อสารได้หลายภาษา รวมถึงภาษาไทยที่เขาสามารถใช้สื่อสารได้อย่างจริงใจ สิ่งนี้สะท้อนถึงการให้เกียรติ (Respect) และความต้องการที่จะเชื่อมต่อกับหัวใจของคนไทยอย่างแท้จริง

จุนซูเผยความประทับใจที่มีต่อผู้คนว่า “คนไทยเป็นคนสบายๆ ใจเย็น และเข้ากันง่ายมากครับ ขอบคุณมากๆ ที่ส่งกำลังใจมาให้ ถ้าไม่มีการซัพพอร์ตจากแฟนๆ ผมคงมาไม่ถึงจุดนี้” นอกจากความหลงรักในวิถีชีวิตแบบไทยแล้ว เขายังทิ้งท้ายด้วยคำสัญญาที่ทำให้แฟนคลับใจละลายว่า “จากนี้ผมจะตั้งใจทำงาน เสิร์ฟความฟินให้เรื่อยๆ ขอบคุณที่ให้ความรักกับผมนะครับ ผมจะทำงานให้เยอะขึ้นและตั้งใจให้มากๆ ครับ”

การตกหลุมรักประเทศไทยของ จาอุน และ จุนซู ไม่ใช่แค่การมาตามตารางงาน แต่มันคือการเปิดหัวใจรับมิตรภาพและพลังงานบวกจากผู้คน ดูเหมือนว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ เชื่อว่าทั้งคู่พร้อมจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ด้วยความคิดถึงอย่างแน่นอน

#WeTVOriginal #ซีรีส์วายเกาหลี #NeverForgetYourEnemyยังไงก็ใช่นาย #LeeJawoon #HwangJunsu #PraewDigitalCoverxNeverForgetYourEnemy

ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana

Praew The Master ครั้งที่ 5 “The Art of Crisis Leadership”

โลกธุรกิจวันนี้ อาจไม่ได้วัดกันแค่ที่ความเก่ง แต่รวมไปถึง ความสามารถในการรับมือความไม่แน่นอน Praew The Master ครั้งที่ 5 “The Art of Crisis Leadership” กลับมาอีกครั้งกับคลาสสุดเอกซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของธุรกิจ ทายาทองค์กร และผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่จะติดอาวุธความรู้ เสริมประสบการณ์รอบด้าน สู่การเป็นผู้นำที่ชนะทุกความเปลี่ยนแปลง โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย

Praew The Master ครั้งที่ 5 “The Art of Crisis Leadership”

ตลอด 4 สัปดาห์ คุณจะได้เรียนรู้ทั้ง

  • การสร้าง Leadership Mindset ให้พร้อมรับทุกวิกฤต
  • การวาง Brand Perception ให้ธุรกิจแข็งแรงในวันที่โลกผันผวน
  • การปลุก Winning Energy เพื่อรักษาพลังผู้นำในวันที่ต้องตัดสินใจหนักที่สุด
  • พร้อมเปิดโลกคอนเน็กชั่นผ่าน Exclusive Networking และ Charity Dinner

ร่วมเติมเต็มความมั่นคงในโลกอนาคต ไปพร้อมๆ กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง เสริมสร้างคอนเน็กชั่นและกิจกรรมมากมาย ทุกวันศุกร์ที่ 12, 19 และ 26 มิถุนายน 2569

เพราะผู้นำที่ดีที่คือคนที่ “พาองค์กรผ่านวิกฤตได้”

เปิดรับเพียง 20 ที่นั่งเท่านั้น

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ:

  • Framework รับมือวิกฤตแบบผู้นำยุคใหม่
  • วิธีคิดและการตัดสินใจในภาวะกดดัน
  • เทคนิคบริหารภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์
  • วิธีสื่อสารในวันที่องค์กรเผชิญความท้าทาย
  • การรักษาพลังใจภายใต้แรงกดดัน (Mental Resilience) สำหรับผู้บริหาร
  • Networking กับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับเดียวกัน
  • Exposure และโอกาสต่อยอด Personal Branding

📌 รายละเอียด

🟢 ระยะเวลา 4 สัปดาห์​

🟢 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

🟢 ทุกวันศุกร์ที่ 12, 19 และ 26 มิถุนายน 2569

🟢 เวลา 13.00 – 18.00 น.

🟢 รวมอาหารว่างช่วงบ่ายและอาหารค่ำเวลา 18.30-20.00 น.

🟢 สถานที่ (ดูรายละเอียดในเนื้อหาหลักสูตรแต่ละสัปดาห์)

🟢 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ 20 ที่นั่งเท่านั้น

🟢 เหมาะสำหรับ : เจ้าของกิจการ กลุ่มทายาทธุรกิจ และผู้บริหารองค์กร วัย 25-40 ปี ที่ต้องการติดอาวุธผู้นำพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ไปพร้อมๆ กับสร้างคอนเน็กชั่นและพื้นที่สื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจและแบรนดิ้ง


📖 เนื้อหาหลักสูตรและวิทยากร

🗓️ Week 1 : วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน

Leadership Mindset ปรับมายด์เซต พร้อมชนะวิกฤต

📍 สถานที่ : Meeting Room 2 ชั้น 7 ICONSIAM

⏰ เวลา: 13.00-18.00 น.

  • The Iconic Formula พลิกเกมธุรกิจ สู่เดสติเนชั่นระดับโลก โดย คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด
  • Preparing People for Any Crisis ทีมไม่ล้ม แบรนด์ไม่พัง …สร้างคนสู้มรสุม โดย  คุณปัทมาวลัย รัตนพล Chief Executive Advisor ของ S&P Syndicate PCL. ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการบุคคลอันดับต้นๆ ของไทย
  • Workshop: The Skill That Shape Future Leader สร้างทักษะผู้นำยุคใหม่ โดย คุณกรกนก ยงสกุล ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ บริษัท RBL ผู้อยู่เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรและยกระดับภาวะผู้นำให้องค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

** หมายเหตุ : รายชื่อวิทยากรพิเศษเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

  • เวลา 18.30-20.00 : ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 ICONLUXE, ICONSIAM

🧑🏻‍🏫 เกี่ยวกับวิทยากร

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด


สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน ICONSIAM สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ผ่านการพัฒนาโครงการและประสบการณ์สำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการเติบโตของย่านฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เติบโตไปพร้อมกัน

คุณปัทมาวลัย รัตนพล Chief Executive Advisor ของ S&P Syndicate PCL.


ในโลกของสายงาน HR ไม่มีใคร ไม่รู้จัก คุณจี๊ด-ปัทมาวลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคนและผู้นำองค์กรระดับแถวหน้าของไทย  ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลายองค์กร ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาผู้บริหาร ทั้งด้านนโยบาย กลยุทธ์ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงธุรกิจและองค์กร S&P โดยเฉพาะด้านทรัพยากรบุคคล ผู้เชื่อว่างาน HR คือหน้าบ้านที่สำคัญขององค์กร

คุณกรกนก ยงสกุล CEO : RBL บริษัทที่ปรึกษา HR เชิงกลยุทธ์องค์กรระดับประเทศ


ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ บริษัท RBL ผู้อยู่เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรและยกระดับภาวะผู้นำให้องค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแบรนด์หรูระดับโลก โดยเน้นการออกแบบหลักสูตรเฉพาะเจาะจง ตั้งแต่ Soft Skills, Leadership, Collaboration ไปจนถึง Digital Literacy และ AI Transformation


🗓️ Week 2: วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน

Brand Perception สร้างแบรนด์แกร่ง ฝ่ามรสุม

📍สถานที่ : Langsuan Lounge ชั้น 34 Scope Langsuan

เวลา 13.00-18.00 น.

  • Building Resilient Brands In Crisis กลยุทธ์การตลาดในภาวะวิกฤต โดย ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการบริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย และหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดสำคัญของหลายองค์กรชั้นนำ
  • Perception as Power: Finding Opportunity Through Change สร้างภาพจำแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง โดย คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ SCOPE ที่สร้างปรากฏการณ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี
  • The Executive Glow-up ปรับลุคงานผิว เพิ่มความมั่นใจให้ดูดีในทุกสถานการณ์ โดย คุณณัฐจรรญ์ ศุภะเรืองวงษ์ ที่ปรึกษาด้านสกินแคร์ เมคอัพ และ Personal Color Analysis ที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย 

Special Activities:

  • เยี่ยมชมโครงการ Scope Luangsuan โดยคุณยงยุทธ
  • CEO Portrait Photo Session : ถ่ายภาพผู้บริหาร โดยทีมช่างภาพมืออาชีพของแพรว
  • เวลา 18.30-20.00 น. ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ Langsuan Lounge ชั้น 34 Scope Langsuan

🧑🏻‍🏫 เกี่ยวกับวิทยากร

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย,  ประธานกรรมการบริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย และหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เจ้าของฉายา “อัจฉริยะด้านการตลาด” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจไทยและอยู่เบื้องหลังแนวคิดสำคัญของหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาด

คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด


ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคอนโดระดับลัคชัวรี่แบรนด์ SCOPE ที่มีประสบการณ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังการปั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียมระดับ Ultra-Luxury ของเมืองไทยผ่านโครงการที่โดดเด่นทั้งงานดีไซน์และการบริการระดับเวิล์ดคลาส

คุณณัฐจรรญ์ ศุภะเรืองวงษ์ ที่ปรึกษาด้านสกินแคร์ เมคอัพ และ Personal Color Analysis ที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย 

ที่ปรึกษาด้านสกินแคร์และเมคอัพ ที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เธอเรียนจบด้านเมคอัพโดยตรงจากประเทศอังกฤษ ก่อนจะไปศึกษาต่อด้าน Personal Color ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี สำหรับคลาสครั้งนี้คุณเซ็ปจะมาให้คำแนะนำเรื่องงานผิว การเลือกใช้สกินแคร์ และเมคอัพ  เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์


🗓️ Week 3 : วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน

The Winning Energy ปลุกพลังชีวิต รับความท้าทาย

📍 สถานที่ : Common6 ชั้น 6, One Bangkok Tower 4 One Bangkok

⏰ เวลา :   13.00-18.00 น.

  • Change Your Fate, Change Your Game  ปรับพลังงาน เปลี่ยนเกมชีวิต โดยอาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักพยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์หน้าของเมืองไทย
  • Wealth Architecture Strategy ปรับกลยุทธ์การเงินส่วนบุคคลและองค์กรให้มั่งคั่งอย่างมั่นคง โดย คุณแอนนาเบล คชนันทน์ สถาปนิกการเงินผู้ดูแลทรัพย์สินให้เศรษฐีทั่วโลก
  • Potential Unlocked  ปลดล็อคศักยภาพผู้นำ ท่ามกลางแรงกดดัน โดย ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ นักจิตวิทยาเจ้าของเพจ Dr. Tong The Filter 
  • Turning Challenges into Opportunities  เปลี่ยนโจทย์ยากให้เป็นโอกาส โดย คุณทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ One Bangkok ที่สามารถดึงบริษัทชั้นนำทั่วโลกมาอยู่ใน 5 อาคารสำนักงานของ One Bangkok ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี

Special Activity: จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

  • 18.30-20.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ Common6 ชั้น 6, One Bangkok Tower 4

🧑🏻‍🏫 เกี่ยวกับวิทยากร

อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา นักพยากรณ์ชื่อดังของไทย


ด้วยประสบการณ์ในด้านโหราศาสตร์ยาวนานกว่า 30 ปี ทำให้ อาจารย์ช้าง ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักพยากรณ์แถวหน้าของเมืองไทย  เชี่ยวชาญทุกศาสตร์ทั้งฮวงจุ้ย พยากรณ์ดวงชะตา นับเป็นโอกาสดีที่จะได้เจออาจารย์ช้าง เพราะเขาไม่เปิดรับลูกค้าใหม่มานานแล้ว

คุณแอนนาเบล คชนันทน์ สถาปนิกการเงินผู้ดูแลทรัพย์สินให้เศรษฐีทั่วโลก


แอนนาเบล หรือที่รู้จักกันในอักษรย่อ  ‘ออ นอ บอ’ นักการเงินที่ดังที่สุดในนาทีนี้  เจ้าของเพจ Annabel Your Wealth Architect ที่มียอดติดตามกว่า 2.5 แสนคน เธอคือผู้ดูแลทรัพย์สินให้เศรษฐีทั่วโลก และยังเป็นเจ้าของสถิติหนังสือขายดีถึงสองเล่ม 

ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์


เจ้าของเพจ Dr. Tong The Filter  นักจิตวิทยาที่ได้รับฉายาว่า นักแกะปมชีวิต ด้วยประสบการณ์ทำคลาสบำบัดจิตใจผู้คนมายาวนานกว่า 12 ปี เขาจึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนวทางแก้ปัญหาชีวิต การทำงาน ความสัมพันธ์ ได้เป็นอย่างดี

ณทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ One Bangkok


ผู้บริหารหญิงที่คร่ำหวอดในแวดวงอาคารสำนักงานมากว่า 20 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมกะโปรเจ็คต์ One Bangkok Workplace ที่สามารถปล่อยพื้นที่ให้เช่าครอบคลุม 5 อาคารสำนักงาน บนพื้นที่กว่า 5 แสนตารางเมตร พร้อมดึงบริษัทใหญ่ระดับโลกมาได้มากมาย


COURSE PACKAGE

  • ราคาพิเศษ 60,000 / ท่าน
  • หากสมัครเป็นคู่ (2 ท่านพร้อมกัน) ราคาพิเศษ 50,000 บาท / ท่าน

สิ่งที่ท่านจะได้รับ

– อบรม 3 สัปดาห์ พร้อมดินเนอร์มื้อค่ำ 3 ครั้ง

– ภาพรวมบรรยากาศคอร์สเรียนใน website & FB ของแพรว

สมัครวันนี้ – 10 มิถุนายน 2569

📢 สนใจสมัคร คลิก

☎️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณแคท 098-226-6145

Line ID: kat_pornpimon


ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง

ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง ราคาคุ้ม จองง่าย เลือก Airlines ได้

ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง เที่ยวใกล้ เดินทางง่าย วางแผนทริปได้ในไม่กี่คลิก

ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง

การเดินทางไปฮ่องกงกลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย โดยเฉพาะการจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงที่สามารถทำได้สะดวกผ่านมือถือในไม่กี่ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเที่ยวล่วงหน้าหรือทริปด่วนสุดสัปดาห์ ฮ่องกงก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยเสมอ

หากคุณกำลังมองหาโปรโมชั่นหรืออยากเช็กราคาแบบเรียลไทม์ แนะนำให้ลองเช็กราคาตั๋วเพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งแบบไป-กลับและเที่ยวเดียว พร้อมดีลพิเศษจาก Airlines ชั้นนำ


ฮ่องกง เมืองเล็กเสน่ห์ใหญ่ แลนด์มาร์กครบ เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

ฮ่องกงเป็นเมืองที่ผสมผสานความทันสมัยและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายมู หรือสายช้อป การบินเที่ยวกรุงเทพฮ่องกงจึงตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกสไตล์

แลนด์มาร์กยอดนิยม เช่น Victoria Peak จุดชมวิวเมืองแบบพาโนรามา, Avenue of Stars ที่เต็มไปด้วยร่องรอยวงการภาพยนตร์ หรือสายมูห้ามพลาดวัด Wong Tai Sin ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพร นอกจากนี้ยังมี Hong Kong Disneyland สำหรับสายแฟมิลี่

เมื่อจุดหมายปลายทางน่าสนใจขนาดนี้ การจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงล่วงหน้าจึงเป็นตัวช่วยสำคัญให้คุณได้ราคาดี และเลือกช่วงเวลาเที่ยวได้ตรงใจมากที่สุด

สายการบินที่ให้บริการจากกรุงเทพไปฮ่องกง ครบทั้ง Full Service และ Low Cost

สำหรับเที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกง ปัจจุบันมี Airlines ให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้การจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงมีความยืดหยุ่นสูง

สายการบินยอดนิยม ได้แก่

  • Cathay Pacific Airways
  • Hong Kong Airlines
  • Thai Airways
  • Bangkok Airways
  • AirAsia
  • HK Express

แต่ละ Airlines มีจุดเด่นต่างกัน เช่น Full Service จะรวมอาหารและสัมภาระ ส่วน Low Cost จะเน้นราคาประหยัด เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมงบประมาณในการจองตั๋วกรุงเทพฮ่องกง


ช่วงเวลาไหนที่จองตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพไปฮ่องกง ราคาถูก

หากต้องการจองตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพไปฮ่องกงในราคาคุ้มค่า การเลือกช่วงเวลาเดินทางและช่วงเวลาจองถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยอ้างอิงข้อมูลจากแอป Traveloka พบว่า ช่วงที่ราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงมักถูกลง ได้แก่

  • ช่วงเดือนพฤษภาคม–กันยายน ซึ่งเป็น Low Season ของเส้นทางเที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกง
  • การเลือกบินช่วงกลางสัปดาห์ เช่น วันอังคารถึงวันพฤหัสบดี ที่มีความต้องการเดินทางน้อยกว่า
  • การจองล่วงหน้าประมาณ 1–3 เดือน เพื่อให้ได้ตัวเลือกเที่ยวบินที่หลากหลายและราคาดี

ในขณะเดียวกัน ราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงมักปรับสูงขึ้นในช่วงที่มีความต้องการเดินทางมาก เช่น

  • วันหยุดยาว หรือช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • เทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ และตรุษจีน
  • ช่วงปลายปี ซึ่งเป็น High Season ของการท่องเที่ยว

หากอยากได้ราคาตั๋วที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด แนะนำให้วางแผนล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาบินอย่างยืดหยุ่น และหลีกเลี่ยงช่วงพีค เพื่อเพิ่มโอกาสในการจองตั๋วเครื่องบินในราคาที่ดีที่สุด

จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพไปฮ่องกงที่ไหนดี เลือกให้คุ้มก่อนบิน

จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง

การจองตั๋วเครื่องบินให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ทริป ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาปัจจัยรอบด้านเพื่อให้การเดินทางราบรื่นมากที่สุด

1. เอกสารเดินทาง

ก่อนจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกง ควรตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อย โดยผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน) อย่างไรก็ตาม พาสปอร์ตควรมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ควรเตรียมเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฮ่องกง และข้อมูลที่พักเผื่อใช้ในการตรวจคนเข้าเมือง

2. ช่วงเวลาบิน

การเลือกช่วงเวลาบินมีผลต่อทั้งราคาและประสบการณ์เดินทาง เที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกงใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง หากต้องการใช้เวลาเที่ยวให้คุ้ม แนะนำเลือกไฟลต์ช่วงเช้า หรือหากอยากประหยัดงบ อาจเลือกบินช่วงกลางคืนซึ่งมักมีราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงที่ย่อมเยากว่า

3. ที่พักและแผนการเดินทาง

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงแล้ว ควรวางแผนที่พักและสถานที่เที่ยวให้สอดคล้องกัน เช่น เลือกพักในย่านใจกลางเมืองเพื่อความสะดวกในการเดินทาง และจัดลำดับสถานที่ท่องเที่ยวล่วงหน้า จะช่วยให้การบินเที่ยวกรุงเทพฮ่องกงครั้งนี้ไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางที่ไม่จำเป็น

4. ส่วนลดจากแอปท่องเที่ยวอย่าง Traveloka

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้การจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงคุ้มค่ามากขึ้น คือการใช้แอป Traveloka ซึ่งมีทั้งโปรโมชั่นเที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกง โค้ดส่วนลด และดีลพิเศษจาก Airlines ต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถจองที่พักพร้อมกันได้ในแอปเดียว ช่วยให้การวางแผนทริปสะดวก รวดเร็ว และจัดการงบประมาณได้ง่ายขึ้น


จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงบนแอป Traveloka ดีอย่างไร ครบทั้งไฟลต์และที่พักในที่เดียว

แอป Traveloka สามารถจัดการทั้งเที่ยวบินและที่พักได้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ตั้งแต่การค้นหาเที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกง ไปจนถึงการเลือกที่พักที่ตรงใจ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • ค้นหาและเปรียบเทียบราคา Airlines ได้ง่าย : ผู้ใช้งานสามารถเช็กราคาตั๋วจากหลาย Airlines พร้อมกัน เลือกได้ทั้งเที่ยวบินตรงและต่อเครื่อง
  • จองตั๋วเครื่องบินและที่พักได้ในครั้งเดียว : หลังจากเลือกเที่ยวบินกรุงเทพฮ่องกงแล้ว สามารถจองโรงแรมต่อได้ทันที มีตัวเลือกที่พักหลากหลายตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม พร้อมรีวิวจากผู้เข้าพักจริง
  • มีโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดตลอดปี : หนึ่งในข้อดีที่ทำให้หลายคนเลือกจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงผ่านแอป Traveloka คือดีลพิเศษที่มีให้ตลอด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งค่าตั๋วและค่าที่พัก
  • ระบบใช้งานง่าย จองได้รวดเร็ว : อินเทอร์เฟซของแอปถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ตั้งแต่ค้นหา เลือกไฟลต์ ไปจนถึงชำระเงิน
  • ตัวเลือกการชำระเงินหลากหลาย : รองรับทั้งบัตรเครดิต, เดบิต และช่องทางอื่น ๆ ทำให้การจองตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฮ่องกงสะดวกยิ่งขึ้น

แอป Traveloka เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักแบบครบจบในที่เดียว ทั้งสะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ได้ดีลราคาที่ตอบโจทย์มากขึ้นในทุกทริป


วางแผนดี จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงให้คุ้ม เที่ยวง่ายขึ้นทันที

การเที่ยวฮ่องกงจะง่ายขึ้นมาก หากเริ่มจากการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้ได้ราคาคุ้มค่าและเลือกเที่ยวบินได้ตรงใจ เมื่อเตรียมทั้งช่วงเวลาเดินทาง ที่พัก และแผนเที่ยวครบถ้วน จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณ ทำให้ทริปไหลลื่นมากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้แอป Traveloka ยังช่วยให้จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฮ่องกงได้สะดวกในไม่กี่ขั้นตอน พร้อมเปรียบเทียบ Airlines และจองที่พักได้ในที่เดียว ช่วยให้คุณโฟกัสกับการเที่ยวได้เต็มที่ และสนุกกับทริปได้มากกว่าเดิม


ซูมอิน 8 ดีเทลน่าสนใจของ Royal Pop จาก AP × Swatch

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นแบรนด์นาฬิกาลักชัวรี่ ยอมปล่อยหนึ่งในดีไซน์ไอคอนิกที่สุดของตัวเองออกมาคอลแลบกับแบรนด์อื่น แต่ล่าสุด Audemars Piguet หรือ AP กลับหยิบดีไซน์ไอคอนิครุ่น Royal Oak ในเวอร์ชั่นที่ playful กว่าที่เคย ผ่าน “Royal Pop” คอลเล็คชั่นใหม่ที่ทำร่วมกับ Swatch ซึ่งหยิบกลิ่นอายของ Royal Oak มารีเฟรชใหม่ด้วยสีสันแบบ Pop Art ดีไซน์พ็อกเก็ตวอทช์ และลูกเล่นที่ทำให้คอลนี้ดูใกล้โลกแฟชั่นมากกว่านาฬิกาลักชัวรี่แบบเดิมๆ พร้อมซ่อนดีเทลสนุกๆ เอาไว้เต็มเรือนแบบที่ยิ่งซูมก็ยิ่งน่าสนใจ

ซูมอิน 8 ดีเทลน่าสนใจของ Royal Pop จาก AP × Swatch

1.จาก Royal Oak สู่ “พ็อกเก็ตวอทช์” ที่สไตลิ่งได้หลายแบบ

สิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของคอลเล็คชั่นนี้ คือการหยิบ Royal Oak ซึ่งปกติเป็นสปอร์ตวอทช์ระดับไอคอน มาตีความใหม่ในรูปแบบพ็อกเก็ตวอทช์ พร้อมสายคล้องหนังลูกวัวที่สามารถนำไปสไตลิ่งได้หลายวิธี ทั้งคล้องคอ ห้อยกระเป๋า หรือแม้แต่ตั้งโต๊ะ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ขยับเข้าใกล้โลกแฟชั่นและแอ็กเซสเซอรี่มากขึ้น

2. เล่นกับ “เลข 8” แบบมีความหมาย

เลข 8 ถูกใช้เป็นหัวใจหลักของคอลเล็คชั่นนี้ ตั้งแต่นาฬิกา 8 รุ่น สกรู 8 ตัว ไปจนถึงขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Oak เหมือนเป็นการคารวะดีไซน์ดั้งเดิมของ AP แต่เล่าใหม่ในเวอร์ชันที่ฉีกภาพเดิมของ Royal Oak

3. สีสันแบบ Pop Art ที่ไม่เล่น safe

Royal Pop เป็นคอลเล็คชั่นที่ใช้สีได้ bold มาก ทั้งชมพูตัดแดงเชอร์รี่ เขียวมะนาวตัดฟ้า หรือกรมท่าตัดส้ม ทุกคู่สีให้ฟีลเหมือนงานดีไซน์ยุค 80s ที่ทั้งสนุก มีสีสัน และมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นชัดเจน ขณะเดียวกันก็ยังไม่หลุดจากความลักชัวรี่

4. ลาย Petite Tapisserie ยังอยู่ครบ

แม้ภาพรวมจะดูสนุกขึ้น แต่ดีเทลสำคัญของ Royal Oak ยังถูกเก็บไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะลาย Petite Tapisserie บนหน้าปัด ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของ AP มาตั้งแต่ปี 1972 ทำให้คอลนี้ยังมีความรู้สึกของ Royal Oak อยู่เต็มๆ แม้จะถูกรีเฟรชใหม่ก็ตาม

5. กลไก SISTEM51 เวอร์ชั่นไขลานครั้งแรก

อีกจุดที่สายวอทช์น่าจะชอบ คือการใช้กลไก SISTEM51 แบบ hand-wound หรือไขลานด้วยมือ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของระบบกลไกชื่อดังจาก Swatch ที่สำรองพลังงานได้ถึง 90 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ช่วยต้านสนามแม่เหล็ก ทำให้คอลนี้ไม่ได้มีแค่แฟชั่น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและเทคนิคการทำนาฬิกา

6. กระปุกลานที่ “เปลี่ยนสี” เพื่อบอกพลังงานสำรอง

หนึ่งในดีเทลที่คิดมาดีมาก คือ Barrel Drum หรือกระปุกลานที่เปลี่ยนสีได้ หากเห็นสีเทาจะหมายถึงพลังงานใกล้หมด แต่ถ้าเป็นสีทองแปลว่าไขลานเต็มแล้ว เป็นลูกเล่นที่ใช้งานได้จริง และเพิ่มความสนุกในการใช้งานไปพร้อมกัน

7. ตัวเรือน Bioceramic ที่ให้สัมผัสต่างจากนาฬิกาทั่วไป

Royal Pop ใช้วัสดุ Bioceramic ซึ่งเป็นการผสมระหว่างเซรามิกและวัสดุ biosourced ทำให้ตัวเรือนมีผิวสัมผัสที่เนียน เบา แต่ยังแข็งแรง จุดนี้เป็นเสน่ห์ของ Swatch มานาน และยิ่งเข้ากับคอลเล็คชั่นสีสดแบบนี้มาก เพราะช่วยให้สีดูแมตช์และมีมิติมากขึ้น

8. ดีเทลเล็ก ๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้มีมิติมากขึ้น

ตั้งแต่เสียง “คลิก” ตอนถอดตัวเรือนออกจากคลิป ไปจนถึงการที่ตัวเรือนสามารถถอดเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ ทุกอย่างในคอลนี้ถูกออกแบบให้รู้สึก interactive มากขึ้น ไม่ใช่แค่นาฬิกาที่ใส่ดูเวลา แต่เป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความสนุกแบบเดียวกับแฟชั่นไอเท็มหรือ gadget ดีไซน์ดี ๆ ในยุคนี้


พารากอนแคร์ ไทยแลนด์

พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ประกาศศักดา ยกระดับวงการความงามไทย

พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ (ParagonCare Thailand) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งต่อนวัตกรรมความงามสู่เมืองไทย พร้อมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญในฐานะ Exclusive Distributor อย่างเป็นทางการของโปรแกรม Lorient จาก Joonghun Pharmaceutical ประเทศเกาหลี ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมความงามที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากลโดยล่าสุดได้จัดงาน “Lorient Global Night 2026” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเวชศาสตร์ความงาม พร้อมมอบรางวัลขอบคุณคลินิกพาร์ทเนอร์ชั้นนำที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการดูแลความงามร่วมกับ Lorient จนเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดไทย

โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารคนสำคัญ นำโดย นายเซอค ซังยุบ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย พารากอนแคร์ กรุ๊ป, นายยอ มยอง (เอริค) ยุน  ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล (Mr.Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical)  และ นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเปิดค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมมอบรางวัลอันทรงเกียรติ Lorient Global Diamond Excellence Award ให้กับคลินิกพาร์ทเนอร์ชั้นนำผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโปรแกรม Lorient ให้เติบโตอย่างโดดเด่นในประเทศไทย ได้แก่ Aris Clinic, Bella Clinic, Class Clinic, Doctor Kong Clinic, The Tree Clinic, Star Med Clinic, SUREEPHORN Clinic และ You Desire Clinic ท่ามกลางคลินิกพาร์ทเนอร์และแขกคนสำคัญจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เกาหลี อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม รวมถึงแขกผู้มีเกียรติจากคลินิกชั้นนำของไทย อาทิ DERMATIGE AESTHETICS, V Square Clinic และ The Phu Bangkok Clinic ที่มาร่วมแสดงความยินดี และยังมีการพูดคุยบนเวที ในหัวข้อ “เบื้องหลังทางวิทยาศาสตร์ของความบริสุทธิ์ และเหตุผลที่มีความสำคัญต่อ HA Fillers” (The Cleanest Lorient: The Science Behind Why Purity Matters in HA Fillers) ซึ่งได้รวบรวมทั้งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคนิค และประสบการณ์จากคลินิก โดยเฉพาะมุมมองสำคัญด้านความปลอดภัยและความแม่นยำในการดูแลผู้บริโภค ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

ภายในงานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Café De Lorient” ถ่ายทอดนิยามความงามอันบริสุทธิ์ผ่านการเนรมิตเมือง Lorient จากประเทศฝรั่งเศสมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ โดย สะท้อนหัวใจนวัตกรรมความงามเกาหลี ผ่านเสน่ห์ของความงามแบบยุโรปเข้ากับโปรแกรม Lorient โปรแกรมที่โดดเด่นด้วยจุดเด่นเรื่องความสะอาดและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ได้สารดูแลผิวที่มีความละเอียดสูงและมีสิ่งเจือปนน้อยที่สุด ช่วยส่งต่อความมั่นใจในทุกมิติผ่านแนวคิด 3Ps ได้แก่ Purity: เน้นความสะอาดของตัวสารเพื่อประสิทธิภาพที่วางใจได้ Precision Result: มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างผิวอย่างแม่นยำ และ Perfect Tissue Integration: การออกแบบมาเพื่อให้กลมกลืนกับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการความงามที่ให้ความสำคัญกับทั้งผลลัพธ์ มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง

นายยอ มยอง (เอริค) ยุน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล  (Mr. Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical) กล่าวว่า “Lorient Global Night 2026 นับเป็นค่ำคืนที่สะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างเกาหลีและประเทศไทย ในการยกระดับมาตรฐานความงามสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Joonghun Pharmaceutical เราเชื่อเสมอว่านวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มต้นจากความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ และความไว้วางใจ Lorient จึงถูกคิดค้นและพัฒนาด้วยความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ความงามที่เหนือกว่าให้กับแพทย์ คลินิก และผู้บริโภคทั่วโลก

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดความงามที่มีศักยภาพสูง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกความงามคุณภาพ และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานระดับพรีเมียม ความสำเร็จของ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ในฐานะ Exclusive Distributor อันดับ 1 จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรไทย และเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Lorient ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย”

ด้าน นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า  “ความสำเร็จของ Lorient ในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นจากพารากอนแคร์ ไทยแลนด์เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากพลังของคลินิกพาร์ทเนอร์ทุกแห่งที่ร่วมเชื่อมั่น สนับสนุน และมอบความไว้วางใจให้พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ซึ่งคือแรงขับเคลื่อนสำคัญทำให้โปรแกรม Lorient เติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง เราจึงตั้งใจจัดงาน Lorient Global Night 2026  เพื่อเป็นค่ำคืนแห่งการขอบคุณ เฉลิมฉลอง และแบ่งปันความภาคภูมิใจร่วมกับพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้

และการมอบรางวัล Lorient Global Diamond Excellence Award ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งเกียรติยศบนเวที แต่เป็นการยืนยันถึงคุณภาพของความร่วมมือระหว่างแบรนด์และคลินิกพาร์ทเนอร์ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ Lorient ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในโปรแกรมเด่นของตลาดความงามพรีเมียม พร้อมส่งมอบมาตรฐาน ความเชื่อมั่น และประสบการณ์ความงามที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้ ขณะเดียวกัน พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ยังคงเดินหน้ายกระดับนวัตกรรมความงามจากเกาหลีสู่ตลาดในเมืองไทย ผ่านการคัดสรรโปรแกรมคุณภาพระดับชั้นนำ การสนับสนุนองค์ความรู้แก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”

Jellycore is Here! รองเท้าเจลลี่ยุค 2000s หวนคืนแฟชั่นฤดูฝน

ฤดูฝนปีนี้ดูเหมือนว่าแฟชั่นกำลังพาเราย้อนกลับไปหาไอเท็มวัยเด็กอีกครั้ง เพราะ “รองเท้าเจลลี่” กำลังกลับมาครองสตรีตสไตล์และรันเวย์พร้อมภาพลักษณ์ใหม่ จากรองเท้าโปร่งใสสีลูกกวาดในความทรงจำยุค 2000s วันนี้ถูกตีความใหม่ผ่านซิลลูเอตเฉียบคม วัสดุใสเงาวาว และร่วมสมัยมากขึ้น

ตั้งแต่รองเท้าแตะมินิมัล ไปจนถึงบู๊ตใสทรงประติมากรรม และนี่คือ 7 คู่ที่น่าหยิบเข้าตู้ที่สุดของซีซั่นนี้!

1. Jimmy Choo – Jelly Drop 50 (19,900 THB)

ความเฟมินีนที่มาพร้อมความเบาสบายในรูปแบบของรองเท้าส้นสูง TPU โปร่งแสง ดีไซน์สายไขว้โค้งรับเท้าช่วยให้ลุคดูละมุนขึ้นแบบไม่พยายามมากเกินไป ขณะที่ผิวสัมผัสเงาใสแบบเจลลี่ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ทุกลุคดูแพงขึ้นทันที เป็นคู่ที่ใส่ได้ตั้งแต่เดรสเรียบๆ ไปจนถึงลุคเดนิมวันสบาย

2. Celine – Jelly Bay Sandal in Eco Certified PVC (21,000 THB)

รองเท้าเจลลี่ที่ยังคงกลิ่นอาย Y2K แต่ถูกขัดเกลาให้ดูนิ่งและเรียบหรูขึ้นผ่านซิลลูเอตมินิมัล พร้อมดีเทล Triomphe ที่ช่วยเติมความลักชัวรี่ได้อย่างลงตัว ใส่แล้วให้ฟีล effortless chic เหมาะทั้งกับวันริมทะเลและวันฝนพรำในเมือง

3. Gucci – Women’s Sandal with Double G (22,000 THB)

ถ้าอยากให้ลุควันฝนตกดูแกลมขึ้นอีกระดับ คู่นี้ตอบโจทย์ที่สุด ด้วยดีไซน์เรียบสะอาดตาตามแบบ Gucci แต่เพิ่มจุดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์ Double G ที่ทำให้รองเท้าดูมี statement ขึ้นทันที เป็นคู่ที่แมตช์ง่ายและเติมเต็มลุคชิลๆ ได้อย่างสมบูรณ์

4. Chloé – Chloé Jelly Mules (22,500 THB)

Chloé หยิบความสนุกของรองเท้าเจลลี่ยุค 2000s มาตีความใหม่ให้ดูโรแมนติกและเฟมินีนขึ้น ผ่านดีไซน์ส้นเตี้ยและเส้นสายโค้งนุ่มละมุน ดีเทลผูกปมด้านหน้าช่วยเพิ่มความขี้เล่นแบบสาวปารีเซียง ใส่แล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากแฟชั่นยุค Y2K ที่ถูกรีเมกใหม่ในเวอร์ชันลักชัวรี่

5. Bottega Veneta – Gondola Clog (34,400 THB)


รองเท้า Clog ที่เป็นแฟชั่นพีซเต็มตัว ด้วยโครงสร้างยางขึ้นรูปน้ำหนักเบาและซิลลูเอตที่ดูโดดเด่นเกินต้าน ดีเทลคล้ายหมุดรอบรองเท้าช่วยเติมความโมเดิร์นแบบ Bottega Veneta ได้อย่างชัดเจน เป็นคู่ที่เหมาะกับสายแฟ(ชั่น)ที่รักการแต่งตัว

6. Alaïa – Invisible Thong in Satin (34,490 THB)


หนึ่งในคู่ที่นิยามคำว่า “quiet luxury” ได้ชัดที่สุด ด้วยการจับคู่ระหว่างสายผ้าซาตินบุนุ่มและพื้น TPU ใสทรงเพรียว ทำให้รองเท้าดูเบาราวกับลอยอยู่บนเท้า

7. Loewe – Emily Aqua Bootie in PVC (38,200 THB)

รองเท้าบู๊ตใสที่ให้ความรู้สึกเหมือนสวมใส่งานประติมากรรม มากกว่าเป็นแค่รองเท้า ด้วยโครงสร้าง PVC เงาวาวแบบชิ้นเดียวตามสไตล์ Loewe ยิ่งนำไปแมตช์กับถุงเท้าสีสดหรือลวดลายสนุกๆ ก็ยิ่งทำให้ลุคหน้าฝนดูมีลูกเล่นและแฟชั่นขึ้นแบบทันที

เหมือนว่าซีซั่นนี้ “รองเท้าเจลลี่” จะไม่ได้เป็นเพียงไอเท็ม nostalgia จากยุค 2000s อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในไอเท็มหลักที่ทั้งสนุก ใช้งานได้จริง และช่วยเติมความขี้เล่นให้ลุคหน้าฝนดูมีชีวิตชีวา


ภาพ: Courtesy of Brand

"ราชพัสตราสู่สากล"

นิทรรศการประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล” ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาไทย

นิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์ ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส“ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity”ถ่ายทอดคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านงานออกแบบเครื่องแต่งกาย และงานหัตถศิลป์ชั้นสูง

เปิดอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อถ่ายทอดคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูง ตลอดจนผลงานร่วมสมัยของนักออกแบบไทย รวมกว่า 200 รายการ โดยได้รับการดูแลจาก Béatrice Quette ภัณฑารักษ์ประจำคอลเลคชั่นศิลปะเอเชียและอิสลามของ Musée des Arts Décoratifs

นิทรรศการแบ่งออกเป็น 7 ห้องจัดแสดง เริ่มต้นด้วยห้อง “ปฐมบทแห่ง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส” เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ผ่านบทบาทของเครื่องแต่งกายในฐานะสื่อกลางทางวัฒนธรรมและการทูต ต่อด้วยห้อง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นชุดประจำชาติ ภายในจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สะท้อนการสืบสานและต่อยอดความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยในแต่ละยุคสมัย

อีกหนึ่งห้องจัดแสดงสำคัญ คือ ห้อง “ราชพัสตรา คุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์” ที่นำเสนอความประณีตของงานหัตถศิลป์ไทย ผ่านเครื่องใช้และของประดับตกแต่ง อาทิ กระเป๋า พัดเขียนลาย และเครื่องเบญจรงค์ ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ ห้อง “ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมงและสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ” นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดแสดงกระบวนการทรงงานและการทรงค้นคว้าร่วมกับห้องเสื้อฝรั่งเศสและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผ่านภาพร่าง ตัวอย่างผืนผ้า และงานปักประดับอันวิจิตร

นิทรรศการยังนำเสนอความงดงามของห้อง “ผ้ายกและผ้าทอพื้นถิ่น” ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าจากภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย รวมถึงห้อง “ผ้าไหมมัดหมี่ในงานแฟชั่นชั้นสูง” ที่เผยให้เห็นการนำผ้าไทยไปสู่โลกแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศส ผ่านงานออกแบบร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังจะได้ชื่นชมผลงานของนักออกแบบไทยร่วมสมัยในบทบาทของผู้สืบทอดและตีความศิลปวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่ ผ่านห้อง “ศิลปะการปักจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI” ซึ่งทรงก่อตั้งโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย ได้แก่ TIRAPAN, ASAVA, VATIT ITTHI, WISHARAWISH และ MESHMUSEUM ที่ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านมุมมองแฟชั่นร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์

ร่วมสัมผัสความงดงามและความประณีตแห่งมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านนิทรรศการ “ราชพัสตรา สู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้ จนถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส