ซูมอิน 8 ดีเทลน่าสนใจของ Royal Pop จาก AP × Swatch
ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นแบรนด์นาฬิกาลักชัวรี่ ยอมปล่อยหนึ่งในดีไซน์ไอคอนิกที่สุดของตัวเองออกมาคอลแลบกับแบรนด์อื่น แต่ล่าสุด Audemars Piguet หรือ AP กลับหยิบดีไซน์ไอคอนิครุ่น Royal Oak ในเวอร์ชั่นที่ playful กว่าที่เคย ผ่าน “Royal Pop” คอลเล็คชั่นใหม่ที่ทำร่วมกับ Swatch ซึ่งหยิบกลิ่นอายของ Royal Oak มารีเฟรชใหม่ด้วยสีสันแบบ Pop Art ดีไซน์พ็อกเก็ตวอทช์ และลูกเล่นที่ทำให้คอลนี้ดูใกล้โลกแฟชั่นมากกว่านาฬิกาลักชัวรี่แบบเดิมๆ พร้อมซ่อนดีเทลสนุกๆ เอาไว้เต็มเรือนแบบที่ยิ่งซูมก็ยิ่งน่าสนใจ
ซูมอิน 8 ดีเทลน่าสนใจของ Royal Pop จาก AP × Swatch
1.จาก Royal Oak สู่ “พ็อกเก็ตวอทช์” ที่สไตลิ่งได้หลายแบบ

สิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของคอลเล็คชั่นนี้ คือการหยิบ Royal Oak ซึ่งปกติเป็นสปอร์ตวอทช์ระดับไอคอน มาตีความใหม่ในรูปแบบพ็อกเก็ตวอทช์ พร้อมสายคล้องหนังลูกวัวที่สามารถนำไปสไตลิ่งได้หลายวิธี ทั้งคล้องคอ ห้อยกระเป๋า หรือแม้แต่ตั้งโต๊ะ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ขยับเข้าใกล้โลกแฟชั่นและแอ็กเซสเซอรี่มากขึ้น
2. เล่นกับ “เลข 8” แบบมีความหมาย

เลข 8 ถูกใช้เป็นหัวใจหลักของคอลเล็คชั่นนี้ ตั้งแต่นาฬิกา 8 รุ่น สกรู 8 ตัว ไปจนถึงขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Oak เหมือนเป็นการคารวะดีไซน์ดั้งเดิมของ AP แต่เล่าใหม่ในเวอร์ชันที่ฉีกภาพเดิมของ Royal Oak
3. สีสันแบบ Pop Art ที่ไม่เล่น safe


Royal Pop เป็นคอลเล็คชั่นที่ใช้สีได้ bold มาก ทั้งชมพูตัดแดงเชอร์รี่ เขียวมะนาวตัดฟ้า หรือกรมท่าตัดส้ม ทุกคู่สีให้ฟีลเหมือนงานดีไซน์ยุค 80s ที่ทั้งสนุก มีสีสัน และมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นชัดเจน ขณะเดียวกันก็ยังไม่หลุดจากความลักชัวรี่
4. ลาย Petite Tapisserie ยังอยู่ครบ

แม้ภาพรวมจะดูสนุกขึ้น แต่ดีเทลสำคัญของ Royal Oak ยังถูกเก็บไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะลาย Petite Tapisserie บนหน้าปัด ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของ AP มาตั้งแต่ปี 1972 ทำให้คอลนี้ยังมีความรู้สึกของ Royal Oak อยู่เต็มๆ แม้จะถูกรีเฟรชใหม่ก็ตาม
5. กลไก SISTEM51 เวอร์ชั่นไขลานครั้งแรก

อีกจุดที่สายวอทช์น่าจะชอบ คือการใช้กลไก SISTEM51 แบบ hand-wound หรือไขลานด้วยมือ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของระบบกลไกชื่อดังจาก Swatch ที่สำรองพลังงานได้ถึง 90 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ช่วยต้านสนามแม่เหล็ก ทำให้คอลนี้ไม่ได้มีแค่แฟชั่น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและเทคนิคการทำนาฬิกา
6. กระปุกลานที่ “เปลี่ยนสี” เพื่อบอกพลังงานสำรอง

หนึ่งในดีเทลที่คิดมาดีมาก คือ Barrel Drum หรือกระปุกลานที่เปลี่ยนสีได้ หากเห็นสีเทาจะหมายถึงพลังงานใกล้หมด แต่ถ้าเป็นสีทองแปลว่าไขลานเต็มแล้ว เป็นลูกเล่นที่ใช้งานได้จริง และเพิ่มความสนุกในการใช้งานไปพร้อมกัน
7. ตัวเรือน Bioceramic ที่ให้สัมผัสต่างจากนาฬิกาทั่วไป
Royal Pop ใช้วัสดุ Bioceramic ซึ่งเป็นการผสมระหว่างเซรามิกและวัสดุ biosourced ทำให้ตัวเรือนมีผิวสัมผัสที่เนียน เบา แต่ยังแข็งแรง จุดนี้เป็นเสน่ห์ของ Swatch มานาน และยิ่งเข้ากับคอลเล็คชั่นสีสดแบบนี้มาก เพราะช่วยให้สีดูแมตช์และมีมิติมากขึ้น
8. ดีเทลเล็ก ๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้มีมิติมากขึ้น

ตั้งแต่เสียง “คลิก” ตอนถอดตัวเรือนออกจากคลิป ไปจนถึงการที่ตัวเรือนสามารถถอดเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ ทุกอย่างในคอลนี้ถูกออกแบบให้รู้สึก interactive มากขึ้น ไม่ใช่แค่นาฬิกาที่ใส่ดูเวลา แต่เป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความสนุกแบบเดียวกับแฟชั่นไอเท็มหรือ gadget ดีไซน์ดี ๆ ในยุคนี้