KISS OF LIFE เสิร์ฟเอนเนอร์จีตัวมัมซัมเมอร์! แฮปปี้เยือนบ้านเกิด ‘นัตตี้’

หน้าฝนเมืองไทยฮอตกว่าปกติ! ก็ประเทศเราเพิ่งได้ต้อนรับสี่สาวฮอตตัวมัมเกาหลี “คิสออฟไลฟ์” (KISS OF LIFE) #KISSOFLIFE จูลี่ (Julie), นัตตี้ (Natty), เบลล์ (Belle) และ ฮานึล (Haneul) กับงาน “2026 คิสออฟไลฟ์ เอเชีย แฟนมีตติ้ง ทัวร์ <เดจาวู> อิน แบงคอก” (2026 KISS OF LIFE ASIA FANMEETING TOUR <DEJA VU> IN BANGKOK) #KIOF_DEJAVU_inBKK เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา จัดโดยเจ้าภาพฝ่ายไทย โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) ของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ผู้ได้รับความไว้วางใจเสมอมาจากต้นสังกัด เอสทู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (S2 Entertainment) และ วันเดอร์ (WONDER) ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมสร้างตำนานอีกหนึ่งฉากใหญ่ ซึ่งไหนว่าครั้งนี้จะมาแบบสบายๆ ไหงทำเกินสเกลไปมาก ศิลปินเอ็นจอยอาหารไทยชาร์จพลังด้วยข้าวเหนียวมะม่วง-กะเพราหมูสับ-ส้มตำ-ผัดไทย เสิร์ฟเพอร์ฟอร์แมนซ์เต็มแรง ส่งเอเนอร์จีความดีดความเด้งสมเป็นควีน K-POP เจน 5

มาไทยบ้านเกิดNattyหนนี้ สาวๆ จูบชีวิต KISS OF LIFE ยังมีอีเวนต์พิเศษในชื่องานว่า “Shopee x KISS OF LIFE 2nd Single Album [Who is she] FANSIGN EVENT IN BANGKOK” #ShopeexKISSOFLIFEFansign ซึ่งผู้จัด 411 Entertainment จับมือกับ Shopee แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสิร์ฟกิจกรรมแฟนไซน์ครั้งแรกในประเทศไทยของพวกเธอ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 กันด้วย จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็ถึงคิวงานแฟนมีตติ้ง #KIOF_DEJAVU_inBKK เปิดเวที KISS OF LIFE มาในธีมนักสืบสาวพราวเสน่ห์ เซ็ตติ้งบนเวทีคงคอนเซ็ปต์ออฟฟิศนักสืบ ซึ่ง 4 สาว ได้แก่  นั่งประจำโต๊ะทำงานแบบตัวมัม เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น สาวๆ เปิดตัวด้วยเพลง ‘Midas Touch’ ที่มีท่าเต้นสุดแซ่บตามสไตล์จูบชีวิต แค่เพลงแรกสาวๆ ก็ร้องเต้นใส่เต็มสุดๆ ไทยคิสซี่เองก็ไม่ยอมแพ้ ร้องเพลงดังประหนึ่งเป็นเมมเบอร์ลับของ KISS OF LIFE เสิร์ฟต่อเนื่องด้วย ‘Sticky’ เพลงซัมเมอร์สุดไวรัล และแน่นอนว่าชีจูบทั้งเลื้อย ทั้งทเวิร์กกันได้สุดสะใจ

ถึงเวลาทักทาย ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร พิธีกรเจ้าประจำขอเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ เพื่อวอร์มอัพ พอเห็นแฟนบอยมากันเยอะมาก เลยขอเช็กพลังเสียงเริ่มจากแฟนบอย แฟนเกิร์ล และแฟนๆ ทั้งฮอลล์ตามลำดับ ผลคือไทยคิสซี่ทั้งเฮลั่นทั้งกรี๊ดสนั่นมากแบบไม่ทำให้ผิดหวัง ถ้านี่ไม่ใช่ศิลปินกับแฟนคลับที่ศีลเสมอกันที่สุด เอเนอร์จีดีดสู้มือกันเวอร์ ไม่ว่าสาวๆ KISS OF LIFE จะทำอะไร ไทยคิสซี่พร้อมใจซัพพอร์ตกรี๊ด แถมร้องเพลงตามสมกับเป็นประเทศที่เปลี่ยนทุกงานให้เป็นตู้คาราโอเกะขนาดใหญ่ จน นัตตี้ ต้องขอเล่าว่าเมมเบอร์ทุกคนเฝ้ารอที่จะมาสนุกกับแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งเพื่อนๆ ดีใจมาก บอกมาที่นี่เหมือนมีนัตตี้ 50 คนไปเลย

สาวๆ แนะนำตัวทีละคนพร้อมโชว์พูดไทยรัวๆ โดย เบลล์ บอกว่าเฝ้ารอข้าวเหนียวมะม่วงและกระเพราหมูสับมากๆ Natty เลยแอบเผาว่า เบลล์ กินไป 3 จานแล้ว กินทุกวันเลย ฝั่งน้องเล็ก ฮานึล ก็ตั้งตารอหม่ำอาหารไทยเหมือนกัน โดยเลิฟผัดไทยกับเบนโตะมากๆ พร้อมยืนยันด้วยการพูดเป็นภาษาไทยว่า “อร่อยมากๆ” ส่วน จูลี่ รอเจอเอเนอร์จีของคิสซี่ชาวไทย ก่อน นัตตี้ จะปิดท้ายว่าไทยคิสซี่ที่อยู่ที่นี่ทุกคนคือคิงและควีน

หลังจากพูดคุยกรุบกริบ KISS OF LIFE ก็จัดเซอร์ไพรส์จู่โจมคิสซี่แบบไม่ทันตั้งตัวกับเพลงไทยที่ Natty หยอดสปอยล์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเฉลยในงานเรียบร้อยว่าคือเพลง ‘HULA HULA’ ของ 5 สาว2005 ทิวา Hula Hula แค่อินโทรขึ้น ไทยคิสซี่ก็พากันกรี๊ดไม่ไหว ทีมปีลึกได้ยินแค่ 1 วินาทีก็รู้แล้วว่า KISS OF LIFE จัดเพลงมาได้ถูกจริตมาก ขนาดเกิดไม่ทันยังสนุกไปด้วยแบบไม่มูฟออน ชีจูบเลือกเพลงได้ถูกต้องเหมาะควรกับดีเอ็นเอของพวกเธอจริงๆ สาวๆ ทุกคนสดใสเปล่งประกายกันมากเวอร์ในเพลงพิเศษเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แล้วร้องไทยชัดเป๊ะไม่ใช่แค่นัตตี้ด้วย รู้เลยว่าเมมเบอร์ทุกคนตั้งใจเตรียมและซุ่มซ้อมกันมาดีขนาดไหน ไม่ใช่แค่มายืนร้องเฉยๆ แต่ดีไซน์โคโรกราฟมาอย่างเริ่ด ตบท้ายเซอร์ไพรส์ฮูลาฮูล่า บุกลงไปหาแฟนๆ เต้นโต้คลื่นทะเลส่ายสะบัดเอวหวานให้ดูตรงหน้าแบบระยะเผาขน หัวใจจะวายไปตามๆ กันทั้งฮอลล์ 

ถัดมาในช่วงพูดคุยและ Q&A สาวๆ มีโอกาสได้เล่าที่มาการเลือกเพลง ‘HULA HULA’ ด้วยว่าเพราะ จูลี่ มาจากฮาวาย แล้วทะเลไทยก็สวยมาก เลยตัดสินใจเลือกเพลงนี้ ทำถูกและทำถึงจริง จากนั้นเข้าสู่ช่วง Identity ที่มีการหยิบโพรไฟล์นักสืบของสาวๆ มาพูดคุยกัน ทำให้แฟนๆ ได้รู้ซีเคร็ตหลายเรื่องจากสาวๆ สนุกสนาน ถึงเวลาสลับโหมดไปที่สเตจเพอร์ฟอร์แมนซ์ รอบนี้สาวๆ เลือกเพลงเดบิวต์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนได้รู้จัก KISS OF LIFE นั่นก็คือเพลง ‘Shhh’ ที่เหมือนพาไทยคิสซี่ย้อนเวลากลับไปสู่วันที่ได้ค้นพบรุกกี้ประสบการณ์ 10 ปีนั่นเอง ซึ่งโชว์ในเวทีแฟนมีตติ้งครั้งนี้ทำให้เห็นสาวๆ เติบโตขึ้นมาก สวยเฟิร์มออร่าแรง และความแซ่บก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับแล้ว

พักเบรกมาเล่นเกมสนุกๆ กันบ้าง 4 เกมในงานประกอบด้วย เกมทายเพลงคูณสาม เกมทายท่าทาง เกม Relay Drawing Game และเกม Lollipop soap challenge ที่เรียกเสียงหัวเราะให้แฟนๆ เยอะมาก สาวๆ มีเซนส์วาไรตี้ รับส่งกันได้เข้าขากันดี และเล่นเกมแบบไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายผลออกมา เบลล์ คือผู้ชนะ ได้ถ่ายภาพเดี่ยวร่วมกับคิสซี่ทั้งฮอลล์เป็นรางวัล ส่วนNattyผู้มีคะแนนน้อยสุดต้องโดนทำโทษด้วยการทำชาเลนจ์ Boom Shakalaka ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นบทลงโทษจริงไหม เพราะนัตตี้ดูชอบและแฮปปี้มาก

เมื่อช่วงท้ายของงาน #KIOF_DEJAVU_inBKK มาถึง สาวๆ ได้เปิดใจถึงไทยคิสซี่ วันนี้มีช่วงเวลาที่สนุกมาก งานแฟนมีตติ้งครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ KISS OF LIFE และ KISSY เลย ถึงตรงนี้Nattyสปอยล์อีกแล้ว ครั้งหน้าจะกลับมาพร้อมคอนเสิร์ตนะ เอาแล้ว อะไร? ยังไง? ต้องรอติดตามกัน!! ปิดท้ายด้วย ‘Who is she’ ขาดไม่ได้จริงๆ เพลงนี้ ผลงานคัมแบ็กล่าสุดที่มิวสิกวิดีโอใกล้ครบ 41 ล้านวิวบนยูทูบ เพอร์ฟอร์มก็ไปสุดมากจนเรียกว่าต้องได้เห็นด้วยตาเนื้อกันสักครั้งในชีวิต สาวๆ เด้งระเบิดยิ่งกว่าลูกชิ้นปลาเติมบอแรกซ์ ร้องเต้นเอเนอร์จีล้น ไม่สนสเกลแฟนมีตติ้ง

ทว่างานยังไม่จบแค่นั้น สาวๆ KISS OF LIFE เซอร์ไพรส์อีกยกด้วยช่วงอังกอร์ที่ระหว่างรอมีเกมหมูหมากาไก่สุดครีเอต ให้ตะโกนเรียกชื่อเมมเบอร์แต่ละคน เป็นชาเลนจ์ที่แฟนๆ พร้อมใจเล่นกันทั้งฮอลล์อย่างสนุกและเสียงดังคึกคักสุดๆ ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงเอเนอร์จีผู้ชมก็ยังไม่อ่อม ไม่แผ่วเช่นกัน สี่สาวจูบชีวิตตอบแทนด้วยอังกอร์เพลง ‘Think Twice’ และ ‘Painting’ ก่อนจะลาเวทีลาไทยคิสซี่จบแฟนมีตติ้งครั้งนี้ไปอย่างสวยงามแฮปปี้เอนดิ้ง ใจฟูกันทั้งศิลปินและแฟนคลับ ซึ่งผู้จัด โฟร์วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ตั้งใจดันหลังสาวๆ KISS OF LIFE และเสิร์ฟความฟินให้กับไทยคิสซี่เต็มที่ ผลงานครั้งต่อไป “โฟร์วันวันฯ” จะสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ใดๆ มาเสิร์ฟแฟนๆ ชาวไทยอีก รอติดตามได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดีย @411ent ทุกแพลตฟอร์ม กดกระดิ่งเปิดแจ้งเตือนรอไว้เลย!!

Club Med

เปิดลิสต์เทรนด์เที่ยว 2569 ! ปักหมุด Club Med พิกัดใหม่ที่ต้องไปเช็กอิน

คลับเมด (Club Med) ผู้นำระดับโลกด้านการพักผ่อนระดับพรีเมียมออลอินคลูซีฟ ประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งและสร้างผลกำไรที่มั่นคงต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและเสถียรภาพโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม ความหลากหลายของกลุ่มรีสอร์ต เอกลักษณ์ของแนวคิดการพักผ่อนแบบรวมทุกอย่าง ตลอดจนการบูรณาการกลยุทธ์ดิจิทัลและกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนวัตกรรม

สำหรับผลการดำเนินงานระดับโลกครั้งสำคัญในปี 2568 คลับเมดทำมูลค่าทางธุรกิจแตะ 2,222 ล้านยูโร เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ในขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 241 ยูโร หรือเติบโตร้อยละ 5 ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการเจาะตลาดระดับบน โดยในปีนี้มียอดต้อนรับผู้เข้าพักจากทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 1.4 ล้านคน และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 75.8 เพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เมื่อแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์พบว่ากลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาเติบโตสูงสุดที่ร้อยละ 10 ตามด้วยกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน ซึ่งเป็นกลุ่มหรูหราเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และกลุ่มรีสอร์ตริมทะเลเติบโตร้อยละ 4

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก หรือ ESAP คลับเมดประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยมูลค่าทางธุรกิจที่เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยได้ต้อนรับผู้เข้าพักมากกว่า 300,000 คน สู่รีสอร์ตทั้ง 10 แห่งในภูมิภาค ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากยอดจองที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 21 ของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาในประเทศญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างน่าประทับใจถึงร้อยละ 20 ของเรือสำราญหรูอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง คลับเมด 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เด่นชัดของตลาดต่อการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และทริปในฝัน

ขณะที่ตลาดประเทศไทยมีการเติบโตอย่างน่าประทับใจเช่นกัน โดยมูลค่าทางธุรกิจในไทยขยายตัวขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของทั้งการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางไปต่างประเทศ การเติบโตส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 23 ในกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์สกีระดับโลก นอกจากนี้ยังพบกระแสความสนใจในจุดหมายปลายทางใหม่ที่ประเทศจีน โดยเฉพาะภูมิภาคลี่เจียงที่กำลังกลายเป็นพิกัดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภูเขา รวมถึงแหล่งสกีชื่อดังอย่างยา布ลี่และเป่ยดาหู สำหรับตลาดในประเทศนั้น คลับเมด ภูเก็ต ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของยอดขายภายในประเทศ ในขณะที่มัลดีฟส์ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางต่างประเทศระดับพรีเมียมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทย

เทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออก (ESAP)

“Whycation” เที่ยวแบบมีเป้าหมาย… ให้ใจนำทาง

หมดยุคของการเที่ยวตามรีวิวว่าต้องไป “ที่ไหน” (The Where) แต่คนยุคนี้ถามตัวเองก่อนว่า “ไปเพื่ออะไร” (The Why) นักเดินทางหันมาเน้นคุณค่าทางอารมณ์ อยากไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว การพักผ่อนแบบออลอินคลูซีฟจึงตอบโจทย์ที่สุด เพราะคุณไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะกินอะไร เดินทางอย่างไร ทำให้มีเวลาโฟกัสกับ “เป้าหมาย” ของทริปได้อย่างเต็มอิ่ม

“Sports Tourism” เมื่อสนามแข่ง… คือจุดหมายปลายทางยอดฮิต

เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงกีฬามาแรงแซงทุกโค้ง! ไม่ใช่แค่การไปดูแข่งกีฬา แต่เป็นการที่นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปเพื่อ “เล่น” และ “ฝึกซ้อม” ในสนามที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกีฬาที่กำลังฮิตไปทั่วโลกอย่าง ‘พาเดล’ (Padel) ซึ่งคลับเมดเป็นผู้บุกเบิกจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง Club Med Padel Cup 2.0 ในปีนี้ ใครเป็นสายสปอร์ตเลิฟเวอร์บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะที่นี่เปรียบเสมือนสโมสรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีกิจกรรมให้เลือกกว่า 20 ประเภท!

“Hushpitality” นิยามใหม่ของความหรูหราที่สงบและไร้กังวล

ความเหนื่อยล้าจากการทำงานทำให้เกิดเทรนด์ “Hushpitality” หรือการมองหาความสะดวกสบายขั้นสุดชนิดที่ “ไม่ต้องคิดหรือตัดสินใจอะไรเลย” (Zero-decision travel) แค่ก้าวเท้าเข้ารีสอร์ตก็มีอาหารเลิศรสรออยู่ มีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลเด็ก ๆ มีความบันเทิงและกิจกรรมเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ โดยไม่ต้องกังวลกับคำถามที่ว่า ‘โปรแกรมต่อไปคืออะไร’ อีกต่อไป

ปักหมุด Club Med พิกัดใหม่ที่ต้องไปเช็กอิน

คลับเมด (Club Med) กำลังเร่งขับเคลื่อนการเติบโตในระดับโลก ผ่านแผนยุทธศาสตร์การเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่และการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยโครงการทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งจุดหมายปลายทางที่กำลังจะเปิดตัวเหล่านี้ จะช่วยตอกย้ำคำมั่นสัญญาของแบรนด์ในการมอบความสุขและอิสระแห่งการพักผ่อน (l’Esprit Libre) ในทำเลที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดทั่วโลก

คลับเมด แอฟริกาใต้ บีช แอนด์ ซาฟารี (เปิดบริการกรกฎาคม 2569)

รีสอร์ตแห่งใหม่บนชายฝั่งดอลฟิน (Dolphin Coast) ที่พร้อมมอบ 2 ประสบการณ์คู่ขนานในจุดหมายเดียว โดยเปิดตัวโรงเรียนสอนโต้คลื่น (Surf School) แห่งแรกของแบรนด์ พร้อมซาฟารีลอดจ์ขนาด 80 ห้องพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮลูฮลูเว (Hluhluwe Game Reserve) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสความงามของมหาสมุทรอินเดีย และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าแห่งแอฟริกา (Big Five)

คลับเมด บอร์เนียว มาเลเซีย (เปิดบริการพฤศจิกายน 2569)

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรีสอร์ตหรูที่ผสานแนวคิดความยั่งยืน โดยที่นี้จะเป็นรีสอร์ตริมหาดขนาดใหญ่แห่งแรกของคลับเมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับมาตรฐานอาคารเพื่อความยั่งยืน BREEAM ระดับสากล  รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติโคตาคินาบาลูเพียง 90 นาที มีห้องพักรวม 400 ห้อง พร้อมโซน Exclusive Collection ระดับพรีเมียม มอบประสบการณ์พักผ่อนท่ามกลางป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์และวิวทะเลจีนใต้สีครามอันงดงาม

คลับเมด เกาะสมุย, ประเทศไทย (เปิดให้บริการปี 2571)

ร่วมสัมผัสประสบการณ์รีสอร์ทริมชายหาดระดับ Exclusive Collection แห่งแรกของคลับเมดในประเทศไทย รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใสที่จะเป็นดั่งสวรรค์แห่งการพักผ่อนอันเงียบสงบ โดดเด่นด้วยหน้าหาดส่วนตัวที่ยาวกว่า 200 เมตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกิจกรรมกีฬาทางน้ำและกิจกรรมและมุมพักผ่อนสังสรรค์  ที่นี่พร้อมมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราเหนือระดับและการเข้าถึงวิถีชีวิตแบบชาวเกาะ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก

คลับเมด ทรอมบล็อง, แคนาดา (เปิดให้บริการปี 2571)

รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาโลเรนเชียนส์ (Laurentians) พร้อมนำเอาความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านรีสอร์ทภูเขาของคลับเมด มาสู่หนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ ตลอดทั้งสี่ฤดู ในด้านการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านพักตากอากาศสไตล์อัลไพน์ชาเลต์ร่วมสมัย โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์อันมีชีวิตชีวาเข้ากับบรรยากาศที่หรูหราและอบอุ่นน่าพักผ่อน เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว พักผ่อนระดับพรีเมียมแบบรวมทุกอย่าง ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันอบอุ่นและมีชีวิตชีวาของรีสอร์ทสไตล์ภูเขา

คลับเมด ซาน ซิคาริโอ, อิตาลี (เปิดให้บริการปี 2571)

รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมทางเข้าสู่ลานสกีในเขตเวียลัตเตอา (Vialattea) ที่มีเส้นทางสกีระยะทางรวมกว่า 400 กิโลเมตรได้โดยตรง โดยตัวรีสอร์ทพร้อม เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในสองฤดูกาลหลัก เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวและนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ การพักผ่อนบนภูเขาในระดับท็อปคลาส รวมถึงตอบโจทย์ผู้ที่รักการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน

คลับเมด มูซันดัม, โอมาน (เปิดให้บริการปี 2571)

รีสอร์ทระดับเอ็กซ์คลูซีฟแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรตูมูซันดัม ประเทศโอมาน โดยจะเปิดให้บริการห้องพักสุดหรูจำนวน 300 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่คือการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของโอมานมาผสมผสาน เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมระดับโลกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกีฬาทางน้ำ โปรแกรมการดูแลสุขภาพ (Wellness) และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ท่ามกลางทัศนียภาพอันน่าทึ่งของฟยอร์ดและทิวเขาในภูมิภาคแห่งนี้

คลับเมด มานาโด, อินโดนีเซีย (เตรียมเปิดให้บริการปี 2572)

รีสอร์ทแห่งใหม่ในจังหวัดซูลาเวซีเหนือ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่จุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า โดยที่นี่พร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่เหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพัก ทั้งการท่องเที่ยวบนบกและการสำรวจโลกใต้ท้องทะเล

Dua Lipa เปล่งประกายในไฮจิเวลรี่ Bvlgari ระหว่างงานฉลองวิวาห์ที่ปาแลร์โม

ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเมืองปาแลร์โม ประเทศอิตาลี ค่ำคืนแรกของการเฉลิมฉลองวิวาห์ระหว่าง Dua Lipa และ Callum Turner เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม พร้อมการปรากฏตัวของเจ้าสาวคนดังในลุคที่สะท้อนทั้งความร่วมสมัยและความหรูหราเหนือกาลเวลา

สำหรับงาน Welcome Soirée ซึ่งจัดขึ้น ณ Piazza Croce dei Vespri นักร้องสาวอย่าง Dua Lipa และ Global Brand Ambassador ของ Bvlgari เลือกสวมเครื่องประดับชั้นสูงจากเมซงอิตาเลียนชื่อดัง ถ่ายทอดความสง่างามที่กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน

ชิ้นเด่นของลุคนี้คือสร้อยคอ Serpenti High Jewelry ผลงานชั้นสูงที่รังสรรค์จากทองคำ Pink Gold 18 กะรัต ประดับออนิกซ์ เพชรพาเว่ และแทนซาไนต์ทรงหยดน้ำที่โดดเด่นอยู่บริเวณหัวงู สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่น Serpenti ซึ่งช่วยเพิ่มมิติแห่งความลึกลับ เย้ายวน และสง่างามให้กับลุคของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ความโดดเด่นยังต่อเนื่องไปยัง Serpenti Secret Watch นาฬิกาไฮจิวเวลรี่ที่ซ่อนหน้าปัดเวลาไว้ภายในงานออกแบบรูปงูอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวเรือนทองคำขาว 18 กะรัตประดับเพชรเต็มพื้นที่ พร้อมมรกตสีเขียวที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับรายละเอียดอันประณีต

ขณะที่ข้อมืออีกข้างถูกตกแต่งด้วย Bulgari Tubogas Watch หนึ่งในผลงานระดับไอคอนของแบรนด์ ซึ่งผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับและเรือนเวลาเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการประดับอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็นเพอริดอต รูเบลไลต์ ซิทริน อเมทิสต์ สเปสซาร์ไทต์ และสวิสบลูโทแพซ สร้างสีสันที่โดดเด่นท่ามกลางลุคเรียบหรูของเธอ

ปิดท้ายด้วยต่างหู Serpenti High Jewelry จากทองคำขาวและทองคำเหลือง 18 กะรัต ประดับทับทิมทรงหยดน้ำจำนวน 4 เม็ด พร้อมเพชรพาเว่ที่ช่วยเพิ่มประกายให้กับทุกการเคลื่อนไหว

ในส่วนของแฟชั่น Dua Lipa เลือกสวมเดรสสั่งตัดพิเศษจาก Bottega Veneta ที่โดดเด่นด้วยเทคนิคการถักหนัง Intrecciato อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ พร้อมกระเป๋า Andiamo คู่ใจ ถ่ายทอดความเรียบหรูร่วมสมัยในแบบฉบับอิตาเลียนได้อย่างลงตัว


ภาพ: BACKGRID และ BVLGARI

Girls' Love

สนับสนุนพลังความหลากหลาย ผ่านซีรีส์ Girls’ Love

ซีรีส์ดราม่าเข้มข้นจากค่าย FRT Entertainment ของ มุก – วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์    เปิดตัวอีพีแรกกับ Uncut Version ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก ในงาน   “OPEN SEMESTER: Shades เด็กเรียบร้าย” ที่ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์   พร้อมกระแสตอบรับที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ทำเอาทีมนักแสดงและผู้จัดเป็นปลื้มอย่างมาก  

“Shades เด็กเรียบร้าย” นำแสดงโดย มุก – วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์, ปุยฝ้าย – ธราทิพย์ ใบแสง, พลอย – จุฑามาศ ปกรณ์วรวงศ์, โอปอล์ – กุลวิภา งามสุขเกษมศรี, มิ้นท์ – เบญจณี วัชรวสุนธรา, นิกี้ – วรินทร์รัตน์ ยลประสงค์, อิ๊งค์แลนด์ – ลดามณี รัตนพรวารีสกุล, ซู – นันท์นิชา แซ่หวง และนักแสดงอีกมากมาย รวมถึง พั้นรักแมว – พันธิตา บุญชวน คอลเลคชั่นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ SHEEP ที่มาร่วมสร้างสีสันในฐานะนักแสดงรับเชิญพิเศษของเรื่องนี้อีกด้วย

 โดยSHEEP แบรนด์เคสสัญชาติไทย    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์การเติบโต ของซีรีส์ Shadesเด็กเรียบร้าย” ที่กำลังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมร่วมสนับสนุน ส่งต่อพลังความหลากหลาย  ผ่านเรื่องราวที่เข้าถึงผู้ชมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากSHEEP เป็นสปอนเซอร์แล้วยังได้สนับสนุนอุปกรณ์แก็ดเจ็ตไอเทมจากแบรนด์ อาทิเคสไอโฟน,เคสไอแพค ,แมคบุ๊คเคส  ฯลฯ   เพื่อให้นักแสดงใช้ในการถ่ายทำอีกด้วย      โดยการสนับสนุนของSHEEPครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้ากับโลกแห่งความบันเทิงได้อย่างลงตัว

ภายในงาน นายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนซีรีส์เรื่องนี้ ได้นำช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับมุก-วรนิษฐ์และทีมนักแสดง พร้อมรับชมอีพีแรกไปพร้อมกับแฟนคลับที่มาร่วมให้กำลังใจ

ตลอดการรับชมเสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดดังสนั่นโรงภาพยนตร์ในทุกฉากสำคัญ โดยเฉพาะฉากเคมีของนักแสดงที่เรียกเสียงฟินจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี สร้างความประทับใจให้กับทีมงาน นักแสดงหลายคนรวมถึงมุกเจ้าของค่าย ถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความปลื้มใจไว้ไม่อยู่

นอกจากนี้บริเวณงานยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่พร้อมใจกันจัดซุ้มแสดงความยินดี ช่อดอกไม้ ของขวัญแทนใจ รวมถึงฟู้ดทรัคและอาหารเพื่อซัพพอร์ตทีมนักแสดงอย่างเต็มที่ ขณะที่เหล่านักแสดงก็ร่วมแจกลายเซ็น ถ่ายภาพ และพบปะสัมผัสทักทายแฟน ๆ อย่างเป็นกันเองตลอดงาน

เริ่มสตาท์ความปังกับ ความรักความสัมพันธ์และเฉดสีของความรู้สึก กับซีรีย์ “Shades เด็ก เรียบ ร้าย” เวอร์ชั่น Uncut    ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.00 น. ทาง YouTube : FRT Entertainment     เริ่มวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา     ปักหมุดรอความเข้มข้นในอีพีต่อไปกันได้เลย

สมศักดิ์ศรีทายาทตระกูลโฮ เปิดเบื้องหลังวิวาห์ในฝันของ หมิง ซี และมาริโอ โฮ

หลังจากใช้เวลาร่วมกันกว่า 9 ปี ในที่สุด หมิง ซี ซูเปอร์โมเดลชาวจีน และ มาริโอ โฮ ทายาทตระกูลโฮแห่งมาเก๊า ก็ได้เฉลิมฉลองความรักอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศราวเทพนิยาย ณ Mont Saint-Michel ประเทศฝรั่งเศส

นอกเหนือจากการเป็นงานวิวาห์ของหนึ่งในคู่รักที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของเอเชีย งานครั้งนี้ยังกลายเป็นที่พูดถึงในวงการแฟชั่นและเวดดิ้งระดับโลก จากการผสานแฟชั่นชั้นสูง ศิลปะการจัดงาน การออกแบบดอกไม้ และรายละเอียดของคู่บ่าวสาวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Mont Saint-Michel มรดกโลกอายุกว่าพันปี ฉากหลังของพิธีวิวาห์ในฝัน

รายละเอียดที่ทำให้งานแต่งครั้งนี้พิเศษกว่างานวิวาห์ทั่วไป คือการเลือก Mont Saint-Michel เป็นสถานที่จัดพิธี

โดยเกาะประวัติศาสตร์และมรดกโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยมหาวิหารสไตล์กอทิกที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือผืนน้ำ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่งดงามที่สุดของประเทศ

สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าฉากหลังของพิธีแต่งงาน แต่ยังช่วยเพิ่มความขลังและความทรงพลังให้กับช่วงเวลาสำคัญของคู่บ่าวสาวอีกด้วย

เบื้องหลังงานวิวาห์โดย The Wedding Co. Hong Kong

งานทั้งหมดถูกดูแลโดย The Wedding Co. Hong Kong เวดดิ้งแพลนเนอร์ชื่อดังที่อยู่เบื้องหลังงานแต่งระดับลักชัวรี่ของคู่รักทั่วเอเชีย

ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การวางลำดับพิธี การออกแบบประสบการณ์ของแขก ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างการ์ดเชิญ การจัดโต๊ะอาหาร และองค์ประกอบของแต่ละงานย่อย ทุกส่วนถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเรื่องราว

แม้แต่งานเลี้ยงต้อนรับ พิธีวิวาห์ และงานเลี้ยงอาหารค่ำ ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงอยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกันอย่างกลมกลืน

ดอกไม้สีชมพูท่ามกลางมหาวิหารหินโบราณ

หนึ่งองค์ประกอบที่สร้างภาพจำให้กับงานครั้งนี้คือการออกแบบดอกไม้โดย Tulipina Design สตูดิโอจัดดอกไม้ระดับโลก

ภายในมหาวิหารถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้เฉดสีชมพู พีช ม่วงอ่อน และครีม ที่ทอดยาวไปตามทางเดินและแท่นพิธี ราวกับสวนดอกไม้กำลังผลิบานอยู่ภายในสถาปัตยกรรมหินอายุนับศตวรรษ

ความน่าสนใจอยู่ที่การเลือกใช้สีสันอ่อนหวานตัดกับโครงสร้างหินสีเทาของมหาวิหาร จนเกิดเป็นภาพที่ทั้งโรแมนติกและน่าประทับใจ

ขณะเดียวกัน พื้นที่สำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำก็ได้รับการออกแบบอย่างละเอียดเช่นกัน โต๊ะอาหารสีขาวถูกตกแต่งด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล เชิงเทียนแก้ว เครื่องแก้วคริสตัล และสายไข่มุกที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง สะท้อนถึงความหรูหราแบบร่วมสมัยที่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง

การ์ดเชิญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่จัดงาน

ตั้งแต่ก่อนวันงาน แขกผู้มีเกียรติก็ได้สัมผัสถึงความพิเศษผ่านการ์ดเชิญที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ

การ์ดแต่ละชิ้นประดับด้วยภาพวาดของ Mont Saint-Michel ลวดลายดอกไม้สีพาสเทล และรายละเอียดปั๊มฟอยล์สีทองอย่างประณีต พร้อมแยกกำหนดการสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับ พิธีวิวาห์ และงานเลี้ยงอาหารค่ำไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีอยู่ในทุกองค์ประกอบของงาน

4 ลุควิวาห์จากแบรนด์ระดับโลก

สำหรับวันสำคัญ หมิง ซี เลือกถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 ลุคจากห้องเสื้อชั้นสูงระดับโลก

ลุคแรกสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับมาในเดรสสีฟ้าอ่อนจาก Dior ที่โดดเด่นด้วยงานปักและรายละเอียดสามมิติทั่วทั้งชุด เติมความอ่อนหวานด้วยโบว์สีดำบริเวณคอ

สำหรับพิธีวิวาห์ เธอเลือกสวมชุดแต่งงานสั่งตัดพิเศษจาก Dior ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานเซรามิกของ Magdalene Odundo โดยนำมาตีความใหม่เป็นชุดเจ้าสาวเปิดหลังอันสง่างาม โดดเด่นด้วยรายละเอียดกระดุมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง และโครงสร้างด้านหลังที่ถูกออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายปีก

หลังเสร็จสิ้นพิธี เธอเปลี่ยนสู่ลุคสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำในชุดวินเทจจาก Chanel คอลเล็กชั่นโอต์ กูตูร์ปี 1989 ซึ่งตรงกับปีเกิดของเธอพอดี อีกทั้งงานเลี้ยงยังจัดขึ้นที่เมืองโดวิลล์ เมืองต้นกำเนิดของ Chanel เรียกว่าเป็นรายละเอียดที่ยิ่งทำให้ชุดดังกล่าวมีความหมายมากยิ่งขึ้น

ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยเดรสลูกไม้สีขาวจาก Givenchy ที่เติมความร่วมสมัยและความสนุกสนานให้กับบรรยากาศปาร์ตี้

เครื่องประดับที่มีคุณค่า

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากชุดสุดอลังการจากบรรดาแบรนด์ระดับโลกแล้ว หมิง ซี ยังเลือกสวมเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งสร้อยคอเพชร Graff น้ำหนักรวม 52 กะรัต พร้อมต่างหูเพชรเข้าชุด

ขณะที่ลุคงานเลี้ยงอาหารค่ำ เธอเลือกสวมสร้อยไข่มุกเซาท์ซีสีขาวของ แองเจลา เหลียง คุณแม่สามี ร่วมกับต่างหูเพชรจาก Graff และนาฬิกาไข่มุกจาก Patek Philippe

ว่ากันว่าเครื่องประดับเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับธรรมเนียมเจ้าสาวตะวันตกอย่าง “Something New, Something Old และ Something Borrowed” ซึ่งสื่อถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต การระลึกถึงอดีต และการส่งต่อความรักจากคนในครอบครัว

งานวิวาห์ของ หมิง ซี และมาริโอ โฮ กลายเป็นหนึ่งในงานแต่งแห่งปี ซึ่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่บอกเล่าเรื่องราวของความรัก ครอบครัว และความทรงจำ ผ่านงานออกแบบที่งดงามในทุกมิติ


ภาพ Instagram @mingxi11

CSNP คัมแบ็กพร้อมซิงเกิล ‘All Night’ สลัดลุคเดิมสู่ความเท่ที่โตขึ้น

CSNP หรือ สมาร์ท ชิษณุพงศ์ คัมแบ็กพร้อมซิงเกิล ‘All Night’ สลัดลุคเดิม สู่ความเท่แบบโตขึ้น พร้อมชวนทุกคนอ้อนไปด้วยกันทั้งคืน

CSNP หรือ สมาร์ท ชิษณุพงศ์ ศิลปินหนุ่มจากค่าย GRAND IVORY RECORD สลัดลุคเดิมสู่ความแปลกใหม่กับ ซิงเกิล ‘All Night’ ที่ชวนแฟน ๆ มาติดหูกับบีทดนตรีที่มีความเป็นป็อปมากขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งสไตล์ฮิปฮอปที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านงานภาพใน MV และเนื้อหาเพลงที่พูดถึงการอยากอยู่กับคนโปรดไปตลอดทั้งคืน จนไม่อยากให้ถึงตอนเช้า ผนวกกับลูกเล่นการพ้องเสียงคำว่า ‘All Night’ และ ‘อ้อนหน่อย’ ที่ทำให้เพลงนี้มีทั้งความเท่และน่ารักอย่างลงตัว

IG @csnp_21

CSNP เผย “เพลงล่าสุดของผมคือ All Night ครับ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอยากอยู่ด้วยกันทั้งคืนกับคนพิเศษของเรา ไม่อยากให้เช้าครับ โดยคำว่า All Night กับคำว่า อ้อนหน่อย เป็นการเล่นคำพ้องเสียงที่เป็นอีก 1 ลูกเล่นครับ เพื่อจะให้คนฟังรู้สึกติดหู บวกกับให้ฟิลความอยากอ้อน ผมว่าเป็นอะไรที่เท่และน่ารักไปพร้อม ๆ กัน ประมาณว่า อยากอยู่กับเธอทั้งคืน ถ้าต้องการให้อ้อน เราก็จะอ้อนเธอทั้งคืนครับ 

“ส่วนตัวผมชอบ MV มาก เพราะทุกอย่างทั้ง Mood ใน MV เสื้อผ้า ตลอดจนเมคอัพนั้น ทำออกมาดีมาก ๆ ครับ เรียกได้ว่า ฉากส่งชุด ชุดส่งผม ผมส่งหน้า หน้าส่งคน คนส่งของ อีกทั้งผมยังมีการปรับลุคเป็นผมทอง เสื้อผ้าสไตล์สตรีท ผสมกับ Work Wear ที่ทำให้ลุคโดยรวมดูโตขึ้นด้วย

“ซึ่งพวกเราตั้งใจทำมาก ๆ ครับ และเนื้อหาของเพลงก็  Relates กับทุกคนได้ง่าย เพราะมันต้องมีสักครั้งนึงแหละครับ ที่เราอยากจะอยู่กับใครสักคนจนถึงเช้า 

“ส่วนดนตรี จริง ๆ ผมอยากให้เพลงฟังง่ายขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นสไตล์ของตัวเราไว้อยู่ครับ ยิ่งท่อนแร็ปก็จะใส่ความต้องการของตัวเราลงไป เพื่อให้ซิงค์ไปกับเนื้อหาของเพลงและดูมีความโหยหาอยู่ในนั้น ซึ่งเพลงนี้นอกจากค่าย ก็มีพี่โปรดิวเซอร์คนเดิมของผม และพี่ ๆโปรดักชั่น MV ทีมเดิม จากเพลง Low Batt ครับ ซึ่งผมรู้สึกมีความสุขกับการทำงานนี้มาก ๆ ครับ ขอฝากเพลง All Night ไว้ด้วยนะครับ สามารถฟังได้บน streaming ทุกแพลตฟอร์มเลยครับ และส่งท้ายด้วย TikTok Challenge สำหรับทุกคนครับ อย่าลืมมาเต้นกันเยอะ ๆ น้า ส่วน MV เพลงอยู่ในช่องทาง YouTube: Grand Ivory Record นะครับ let’s gooooo”

  • Digital Editor : Minim
  • เรื่อง : กษมา นาคินทร์
  • ภาพ : Vorason Dvi-vardhana

‘โบกมือลาโลกใบที่สอง สู่โลกใหม่ที่แข็งแรง ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 8-14 มิถุนายน 2569

‘อำลาโลกใบที่สอง สู่อิสรภาพที่สดใส’

ดวงรายสัปดาห์ 8-14 มิถุนายน 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์ที่สองของเดือน ดูเหมือนชาวอาทิตย์จะสวมวิญญาณหญิงเก่งและแกร่ง มุ่งมั่นกับการทำงานหาเงินมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้าง มีความเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณจะสตรองจนได้รับการไว้วางใจให้บุกเบิกโครงการสำคัญๆ มูลค่าหลักร้อยล้านพันล้าน แม้ด้วยความสามารถของคุณจะทำได้ก็จริง แต่ก็อย่าประมาทในเรื่องการตัดสินใจ เพราะหากคุณขาดสติ ประกอบกับบริวารไม่ซื่อสัตย์ จะเป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้

การเงิน  :   คุณจะให้ความสำคัญกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่มาจากบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสที่คุณจะลงทุนเพิ่มอีกแบบกล้าได้กล้าเสียเลย หากเป็นเช่นนั้นก็คงต้องพร้อมที่จะรับผลที่จะกลับมาด้วย เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าชาวอาทิตย์จะให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว จะบอกว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็คงไม่ผิดนัก เป็นผู้หญิงเก่งในสายตาของคู่ครอง คนโสด  เช่นกันค่ะ ชาวอาทิตย์สนใจเงินมากกว่าความรักล่ะค่ะ สัปดาห์นี้ไม่มีเวลาจริงจัง แค่แตะๆ พอให้กระชุ่มกระชวยก็พอแล้ว  

 สุขภาพ  :  หากคุณให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าการดูแลตัวเอง ก็ต้องระวังโรคภัยทั้งหลายจะตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคทางสมองและหัวใจ  หากมีปัญหาอยู่แล้วยิ่งต้องระวังจะโกโซบิ๊กนะคะ รวมถึงโรคอ้วน ขาดสารอาหาร ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นเรื้อรัง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวจันทร์มาพร้อมกับความคิดและจินตนาการมากมายพร้อมจะปลดปล่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในสายงานที่เกี่ยวกับการครีเอทีฟ เช่น งานบันเทิง ดนตรี ศิลปิน นักเขียน ดีไซเนอร์ สถาปัตย์ฯ  บิวตี้ ฯลฯ ด้วยแล้ว มีโอกาสดีๆ รออยู่ เพราะเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้ผลงานของคุณจะไปเข้าตาผู้ใหญ่จนได้รับความไว้วางใจให้บุกเบิกงานใหญ่ แม้ว่าคุณจะทำได้ดี แต่ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่รวดเร็วแบบขาดสติ รวมทั้งบริวารที่มีโอกาสไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้เกิดความผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าเป็นไปได้    

การเงิน  :  ชาวจันทร์ก็ยังมีความสุขกับการกินหรูอยู่สบาย แต่สัปดาห์นี้รายได้จะมาแบบไม่แน่นอนค่ะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะใจใหญ่ ใจกล้า ลงทุนแบบเสี่ยงๆ แล้วพอได้มา ส่วนหนึ่งก็นำไปลงทุนใหม่ ที่เหลือก็ใช้ไปกับการกินและเที่ยว แต่ไม่มีส่วนที่นำไปเก็บเลย ซึ่งจริงๆ แล้วควรนำเงินไปเก็บมากกว่าจะลงทุนแบบเสี่ยงๆ  

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ดูเหมือนคุณจะมีความคิดร้อยแปดพันประการอยู่ในสมอง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้ที่คู่ครองคุณจะปรับตัวไม่ทัน จนมีโอกาสที่จะเกิดปากเสียงกันได้ง่ายมาก คนโสด  จริงๆ ชาวจันทร์นั้นมีเสน่ห์อยู่แล้ว ยิ่งสัปดาห์นี้ได้อิทธิพลของเทพพระศุกร์มาด้วย เสน่ห์คูณสองเลยทีเดียว แต่กว่าจะลงตัวแบบคบจริงจังได้นั้นไม่ง่ายเลย

สุขภาพ  :  กินหรูอยู่สบายก็ควรระวังเรื่องน้ำหนักที่จะมาพร้อมกับไขมัน ความดัน เบาหวาน เต็มพิกัด นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องความเครียด ปวดศีรษะ ไมเกรน ยิ่งหากมีประวัติว่าเคยมีปัญหาทางสมองและโรคหัวใจอยู่แล้ว สัปดาห์นี้อย่าประมาท  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวอังคารนั้น หากพูดถึงในภาพรวมคุณจะทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน เช่น โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน งานขาย พิธีกร ฯลฯ หากภายใน 7 วันนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในภาวะที่ไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน กลัวการตัดสินใจผิดพลาด ดังนั้น คุณก็จะใช้ความสามารถที่มีอยู่ พยายามพลิกแพลง หรือปรับกลยุทธ์ในการทำงานให้รัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันตัวเองจากความผิดพลาดใดๆ ทั้งปวง  ก็ขอให้เชื่อเซ้นส์ตัวเอง

การเงิน  :   สัปดาห์นี้ชาวอังคารหาเงินเก่ง หาเงินง่าย แล้วก็ใช้เงินเก่งมากด้วย  นอกจากนั้นยังพร้อมจะหยิบยื่นให้คนอื่นง่ายๆ ด้วย ก็ต้องระวัง มีโอกาสที่จะต้องเสียเงินอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวอังคารอารมณ์อ่อนไหวและโรแมนติกมาก แต่ก็มีโอกาสที่จะหันหาใครให้โรแมนติกไม่ได้แล้ว ถึงกระนั้นคุณก็ยังลังเลไม่สามารถตัดสินใจให้เด็ดขาดกับความรักความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ได้ คนโสด มีความลังเลสูง ไม่กล้าตัดสินใจลงเอยกับใครง่ายๆ อาจเพราะเคยผิดหวังมาแล้วก็เลยกลัวซ้ำรอย

สุขภาพ  :   กระดูกและฟันจะมีปัญหาจึงควรไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นมีโอกาสที่คุณจะบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีที่ต้องระวังเรื่องมดลูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สัปดาห์ใหม่ของชาวพุธนี้มีโอกาสที่จะมาพร้อมอีโก้กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครกำลังทำงานหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจกับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนสนิท ภายใน 7 วันนี้ควรระวังอีโก้ของคุณเลย เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะมีทิฐิมานะสูงมาก เชื่อมั่นในตัวเอง ตัดสินใจโดยไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะเกิดการขัดแย้งจนงานสะดุดหยุดลงกลางคัน พร้อมกันนั้นก็ยังจะถูกใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ร่วมงาน แล้วหากคุณพลาดจะถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมทันที   

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณขยันและทำงานหนัก มีโอกาสได้เงินปันผล หรือโบนัส แต่หากเป็นงานสีเทาๆ ดำๆ ก็ต้องระวังมีความเสี่ยงที่จะสูญทั้งเงินและชื่อเสียงเลย   

ความรัก  :   สำหรับชาวพุธที่เพิ่งจะเข้าหอสดๆ ใหม่ๆ ยังฉลองฮันนีมูนกันอยู่ สัปดาห์นี้อยากให้คุณตั้งสติมีเวลาเป็นของตัวเอง พิจารณาว่าคู่ของคุณโสดร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า เหมือนเขายังไม่ค่อยใสเท่าไหร่นะ  คนโสด เช่นกัน หากคุณกำลังพบรักในสถานที่เที่ยว หากจะจริงจังก็ให้พิจารณาก่อนว่า เขามีใครอยู่หรือเปล่า เพราะเหมือนคุณกำลังเป็นโลกใบที่สองเลย

สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้ควรระวังเลือดลมจะมีปัญหา เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะหน้ามืดเป็นลมได้เลย ณ ตรงนี้ยังรวมถึงประจำเดือนที่จะมาไม่ปกติด้วย นอกจากนั้นยังต้องระวังจะเกิดบาดแผลจากของมีคมและความร้อน

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวพฤหัส คุณมาถึงจุดที่ต้องยั้งตัวเองไว้บ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายช่างทุกแขนง งานเพื่อมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์คิดค้น นักพูด นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ เพราะมีความเป็นไปได้ว่า ภายใน 7 วันนี้คุณจะได้รับโอกาสดีจากผู้ใหญ่ผู้หญิงให้ทำงานชิ้นใหญ่ ซึ่งคุณก็ปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า แต่นับว่ายังเป็นช่วงไม่ดีของคุณ จะมีปัญหาขลุกขลักตลอดๆ เช่น  เอกสารทางราชการเกิดความผิดพลาด ถูกใส่ร้ายป้ายสี ทางที่ดีคุณควรหาเพื่อนที่ไว้ใจได้มาร่วมงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะหนักไปในทางงานบุญมากกว่างานจ้าง ซึ่งผลบุญจะส่งเสริมให้ผู้ใหญ่ผู้หญิงสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องเงิน แต่ก็ต้องระวังอย่าออกตัวให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นสัญญาค้ำประกัน ไม่ว่าจะบ้าน หรือรถ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบเอง

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวนะคะ โดยคุณจะเตรียมพร้อมจัดแจงสถานที่และอาหารอย่างเต็มที่เลย  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักที่แท้จริงสักที ซึ่งคุณก็จะให้ความสำคัญกับเขามากจนแทบจะเรียกว่าบูชาเลยก็ว่าได้

สุขภาพ   :   ออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้วค่ะ หากทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ จะมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ตึงร้าวไปหมด ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือหากไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องพบหมอทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน นอกจากนั้นยังต้องระวังโรคหัวใจ และสายตาด้วย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   ชาวศุกร์ก็ยังอยู่วนๆ อยู่ในสายที่ดินที่นาที่สวน ผลิตผลทางการเกษตร ออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอทอป ฯลฯ อยู่นะคะ แต่หากภายใน 7 วันนี้ใครที่กำลังคิดจะทำโปรเจกต์เกี่ยวกับเอ็นเทอร์เมนท์ เช่น ดนตรี คอนเสิร์ต นักร้อง สถานบันเทิงเริงรมย์ แอลกอฮอล์อยู่ละก็ มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่เวิร์คด้วยประการทั้งปวง มีความเสี่ยงที่จะไปต่อไม่ได้ สำหรับสัปดาห์นี้น่าจะพุ่งตรงไปทางสายการเกษตรอย่างเดียวจะดีกว่า

การเงิน  :  หากคุณมีรายได้จากงานบันเทิงมีโอกาสขาดมือ หรือธุรกิจไปต่อไม่ได้ แต่สำหรับรายได้จากที่ดินที่นายังมีโอกาสที่จะทำรายได้ให้คุณต่อไป

ความรัก :   สำหรับชาวศุกร์ที่กำลังมีปัญหาเรื่องชู้สาว การนอกใจกันอยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะจบสิ้นความสัมพันธ์ ขณะเดียวกันคุณก็มีโอกาสได้พบคนใหม่ที่รักคุณอย่างแท้จริง คนโสด ข่าวดีสำหรับชาวศุกร์ที่อยู่ในโลกใบที่สอง เพราะคุณกำลังจะมีโอกาสได้ก้าวสู่โลกใบที่หนึ่งที่แข็งแรงแล้ว  

 สุขภาพ  :  ชาวศุกร์ที่เป็นนักดื่ม นักเที่ยวต้องระวังตัวให้มากๆ นะคะ อย่าประมาท ดื่มไม่ขับกลับรถสาธารณะ นอกจากนั้นควรรับประทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ มีความเสี่ยงที่คุณจะขาดสารอาหาร

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวเสาร์ก็อยากให้คุณก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง เป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้มีโอกาสที่คุณจะถูกขอร้องหรือขอยืมตัวให้ไปรับงานใหม่ ซึ่งเป็นงานที่ต้องเดินทางไปพบปะผู้คนจากหลากหลายวงการอยู่ตลอดเวลา โดยที่คุณจะหันไปหน้าไปหาใครไม่ได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนที่คุณไว้ใจได้ก็ชิ่งไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ควรคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ ทบทวนชั่งน้ำหนักเหตุและผลให้ดี แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้

การเงิน  :  มีโอกาสเสียเงินให้กับคนรัก หรือบุคคลที่รักอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ภายในสัปดาห์นี้หากจะเซ็นสัญญาหรือรับปากทำงานใดๆ ที่เกี่ยวกับผลตอบแทนก็ควรพิจารณาให้ดี เพราะมีโอกาสพลาดพลั้งเสียเปรียบได้ง่ายๆ

ความรัก  :   ชาวเสาร์ท่านใดที่กำลังโหยหาความรัก ขาดความอบอุ่นอยู่ สัปดาห์นี้คุณจะรู้สึกเข้มแข็งขึ้น ไม่มาก็ไม่รอ ฉันอยู่คนเดียวได้ คนโสด  โปรดระวังมิตรใหม่ที่จะเข้ามาทำความรู้จักในช่วงนี้ คาดว่าจะไม่เหมาะสมกับคุณด้วยประการทั้งปวง เพราะมาตรฐานสัปดาห์นี้สูง

สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้คาดว่าระบบขับถ่ายจะมีปัญหา ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูงมาก  นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องสภาพจิต ไม่ควรคิดฟุ้งซ่าน กังวล หรือเก็บเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคิด มีความเสี่ยงที่จะเป็นจิตซึมเศร้าได้   

LPM Bangkok ชวนเช็กอิน ‘Rosé Week’ เทศาลฉลองรับซัมเมอร์สไตล์เฟรนช์ริเวียรา

มิถุนายนนี้ สายกินและสายคอนเทนต์ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องบินไปไกลถึงฝรั่งเศส ก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศลักชัวรีแบบไม่เร่งรีบสไตล์โกตดาซูร์ได้แล้ว เพราะ La Petite Maison (LPM) ร้านอาหารสไตล์ French-Mediterranean ระดับเวิลด์คลาส กำลังจะยก “Rosé Week” เทศกาลเฉลิมฉลองสุดซิกเนเจอร์ประจำปีที่จัดขึ้นพร้อมกันทุกสาขาทั่วโลก มาให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

LPM Bangkok ชวนเช็กอิน ‘Rosé Week’ เทศาลฉลองรับซัมเมอร์สไตล์เฟรนช์ริเวียรา

ดื่มด่ำวิถีเฟรนช์ริเวียรา ผ่านแก้วไวน์และมื้ออาหารที่ทอดยาว

แก่นแท้ของ Rosé Week คือการเฉลิมฉลองความสุขแบบเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ลองจินตนาการถึงภาพการนั่งล้อมวงรับประทานอาหารกลางวันแบบสบายๆ ร่วมกับคนรู้ใจ ท่ามกลางห้องอาหารที่โปร่งสบาย อบอวลด้วยแสงธรรมชาติ พร้อมจิบไวน์โรเซ่สีชมพูละมุน นี่แหละคือวิถีชีวิตที่งดงามในแบบฉบับฝรั่งเศสตอนใต้ที่ LPM อยากให้ทุกคนมาสัมผัส แถมความพิเศษในปีนี้ ตัวเล่มเมนูอะลาคาร์ตยังมาในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชันสีชมพูสุดน่ารักที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

ไฮไลต์เมนูพิเศษห้ามพลาด: Seafood Rosé Pairing Menu

สำหรับเลิฟเวอร์อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทางร้านได้รังสรรค์คอร์สพิเศษ Seafood Rosé Pairing Menu (ราคา 2,600 บาทต่อท่าน) ที่เน้นสไตล์การแชร์ริ่งเพื่อแบ่งปันความอร่อยร่วมกัน โดยดึงวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาจับคู่กับไวน์โรเซ่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

  • Appetizers เรียกน้ำย่อย: เริ่มต้นด้วยความสดจัดเต็มกับ Seafood Tower อาหารทะเลสดใหม่ และ Avocado and Tuna Tartare with Guacamole จานเด็ดที่ส่งตรงแรงบันดาลใจมาจากสาขาฮ่องกง ตามด้วย Sweet Corn Salad with Pomegranate and Herbs สลัดข้าวโพดหวานตัดรสเปรี้ยวสดชื่นจากทับทิม
  • Mains จานหลัก: สัมผัสเสน่ห์ของแคว้นโพรวองซ์อย่างพาสต้าเส้นสด Homemade Tagliolini Pasta with Lemon and Sea Urchin ที่ผสานรสอูมามิเข้มข้นของหอยเม่นเข้ากับความหอมของเลมอน รวมถึงเมนูย่างหอมกรุ่นอย่าง Marinated Baby Chicken และ Grilled Tiger Prawns กุ้งลายเสือย่างซอสพริกเขียวและผักชี
  • Desserts ของหวาน: ปิดท้ายมื้อด้วยความฟินสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิกอย่าง Vanilla Cheesecake with Berry Compote และ French Toast กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมเครื่องเทศ

เอาใจ Wine Lovers กับแพ็กเกจที่เลือกฟินได้ตามใจชอบ

นอกจากอาหารจานเดี่ยวแล้ว คุณยังสามารถยกระดับมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือกเครื่องดื่มที่หลากหลาย

  • Wine Pairing Flight (990 บาท): ลิ้มลองไวน์โรเซ่คัดสรร 3 ชนิด (ขนาดแก้วละ 125 มล.) มีทั้ง Sakuna Rosé 2024 จากไทย, Rosa dei Frati จากอิตาลี และ Whispering Angel จากฝรั่งเศส
  • Rosé Wine Free-Flow (1,400 บาท): ดื่มด่ำกับ Whispering Angel 2024 ไวน์โรเซ่ยอดนิยมระดับโลกจากโพรวองซ์แบบไม่อั้น

สำหรับใครที่แพลนเดทหรืออยากนัดตี้กลุ่มเพื่อนไปคอนเทนต์ชิคๆ เทศกาล Rosé Week จะจัดขึ้นเพียง 6 วันเท่านั้น (8 – 13 มิถุนายน 2569) แต่ถ้าใครพลาดช่วงนี้ไป ตัวร้านป๊อปอัพของ La Petite Maison Bangkok จะยังคงเปิดให้บริการยาวๆ ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ค่ะ แนะนำว่าให้รีบจองโต๊ะล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ก่อนที่ที่นั่งเต็ม


Heartopia × Butterbear เปิดตัวโกลบอลคอลแลปส์อย่างเป็นทางการวันนี้ พร้อมคอนเทนต์ลิมิเต็ดในเกมและอีเวนต์ออฟไลน์ที่กรุงเทพฯ

เกมมือถือแนว Life Simulation อิสระสูงที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่าง Heartopia ประกาศเปิดตัวคอลแลปส์กับน้องเนย Butterbear IP สุดฮอตจากประเทศไทย เปิดตัวโกลบอลคอลแลปส์อย่างเป็นทางการ โดยคอลแลปส์ครั้งนี้ได้เริ่มขึ้นภายในเกมแล้ววันนี้ พร้อมจัดอีเวนต์ออฟไลน์แบบจำกัดเวลาที่ CentralWorld กรุงเทพฯ ผ่านคอนเทนต์ลิมิเต็ดในเกม ไอเทมดิจิทัลคอลแลปส์ และประสบการณ์เช็กอินในโลกจริง เพื่อสร้างทริปเมืองเล็ก ๆ สุดฮีลใจที่เชื่อมต่อระหว่างโลกของเกมและชีวิตจริง

Heartopia เป็นเกมมือถือแนว Life Simulation ที่มีหัวใจหลักอยู่ที่อิสระในการใช้ชีวิต การเยียวยาความรู้สึก และการเข้าสังคมอย่างอบอุ่น เกมได้มอบเมืองเสมือนจริงให้ผู้เล่นได้ใช้ชีวิตในอุดมคติตามจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตกปลา ทำอาหาร ทำสวน สร้างบ้าน แต่งตัว เลี้ยงสัตว์ รวมถึงการพบปะเพื่อน ๆ เข้าร่วมกิจกรรม และร่วมกันสร้างเรื่องราวของเมืองเล็ก ๆ ในแบบของตัวเอง นับตั้งแต่เปิดให้บริการ Heartopia มียอดดาวน์โหลดในตลาดต่างประเทศทะลุ 30 ล้านครั้ง และยังคงเชื่อมต่อผู้เล่นรุ่นใหม่จากหลากหลายพื้นที่ ผ่านเอกลักษณ์ของเกมที่ผสานทั้งอิสระ ความฮีลใจ การเข้าสังคม และความสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับคอลแลปส์ครั้งนี้ Heartopia ได้คอลแลปส์กับ Butterbear ซึ่งเป็น IP ปรากฏการณ์ที่ถือกำเนิดในประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในระดับสากล ด้วยภาพลักษณ์ที่น่ารัก อบอุ่น และเต็มไปด้วยความรู้สึกของการอยู่เคียงข้าง ทำให้น้องเนยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์สบาย ๆ ที่ Heartopia ต้องการถ่ายทอด ผ่านโกลบอลคอลแลปส์ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายหวังจะพาเสน่ห์สุดฮีลใจของน้องเนยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมือง Heartopia พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รู้จักและสัมผัส Heartopia ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของคอนเทนต์ภายในเกม คอลแลปส์ครั้งนี้จะมาพร้อม 2 เกมเพลย์หลักและไอเทมดิจิทัลลิมิเต็ดอีกมากมาย ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมกิจกรรมลิมิเต็ด「น้องเนยผจญภัยรอบเกาะ」ทอยลูกเต๋าเพื่อเดินทางไปตามแผนที่เมือง สะสมเหรียญกิจกรรมคุกกี้ และนำไปแลกรับเฟอร์นิเจอร์ซีรีส์ร้านขนมปังน้องเนย อีโมตคอลแลปส์สุดพิเศษ และรางวัลลิมิเต็ดอื่น ๆ เกมเพลย์ในรูปแบบบอร์ดเกมที่เล่นง่าย ผสานเข้ากับจังหวะการออกสำรวจเมืองของ Heartopia ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมกิจกรรมและสะสมไอเทมพิเศษได้อย่างสบาย ๆ

ขณะเดียวกัน กาชาธีมคอลแลปส์「น้องเนยสารพัดลุค」ก็จะเปิดให้เล่นพร้อมกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ธีมหลัก ได้แก่ เชฟขนม และ ตะลุยชิม ผู้เล่นสามารถใช้บัตรงานแสดงในการสุ่มรับไอเทม และมีโอกาสได้รับชุดคอสตูมธีมน้องเนยแบบลิมิเต็ด พาหนะคอลแลปส์ใหม่ รถเข็นช็อปปิ้งน้องเนย รวมถึงวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ธีมร้านเบเกอรี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวด้วยชุดลิมิเต็ด ขับรถเข็นสุดน่ารักเที่ยวไปรอบเมือง หรือสร้างร้านขนมปังสไตล์น้องเนยในบ้านของตัวเอง ผู้เล่นก็สามารถพาน้องเนยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเมือง Heartopia ได้ในแบบของตัวเอง

ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลด Heartopia เพื่อเข้ามาทำความรู้จักกับชีวิตอิสระในเมือง ระบบสร้างบ้าน และการเล่นร่วมกับเพื่อน ๆ ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป น้องเนยจะเดินทางเข้าสู่เมือง Heartopia อย่างเป็นทางการ และร่วมเปิดทริปคอลแลปส์ลิมิเต็ดไปพร้อมกับผู้เล่นทุกคน: https://tap.io/ivpPTIp

สำหรับอีเวนต์ออฟไลน์คอลแลปส์ Heartopia จะจัดกิจกรรม “บ้านใหม่ของน้องเนยในกรุงเทพฯ” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ CentralWorld ชั้น 1 โซน Eden 1 โดยเปิดให้เข้าร่วมวันละ 2 รอบ ได้แก่ 11:00 – 15:00 น. และ 16:00 – 20:00 น. ภายในงานจะนำเสนอคอนเซ็ปต์ “มาเช็กอิน Heartopia ไปกับน้องเนย” พร้อมพื้นที่ประสบการณ์หลากหลายโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดลงทะเบียนเข้าเมือง โซนเช็กอินหลัก จุดถ่ายรูปกับรถเข็นน้องเนย โซนทดลองเล่นเกม โซนกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ เฟรมโฟโต้บูธคอลแลปส์ และจุดแลกรับของรางวัล

ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับการ์ดภารกิจพิเศษ ทำภารกิจในเมือง เช่น ถ่ายรูปเช็กอิน ร่วมสนุกกับกิจกรรม ทดลองเล่นเกม และสะสมแสตมป์ เพื่อปลดล็อกสิทธิ์ถ่ายโฟโต้บูธคอลแลปส์ลิมิเต็ด พร้อมรับของที่ระลึกภายในงาน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีของรางวัลสุดพิเศษมากมาย อาทิ กล่องสุ่มน้องเนย พวงกุญแจตุ๊กตาน้องเนย แม่เหล็กติดตู้เย็นน้องเนย ตุ๊กตา Annie จาก Heartopia กล่องสุ่มน้องแมวจาก Heartopia และแม่เหล็กติดตู้เย็น Heartopia โดยของรางวัลมีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน

โกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ภายในเกมเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์แบรนด์ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์ เกมและไลฟ์สไตล์ รวมถึงผู้เล่นและพื้นที่เมืองเข้าด้วยกัน Heartopia หวังว่าการคอลแลปส์กับน้องเนย ซึ่งเป็น IP ที่ได้รับความรักจากผู้คนในประเทศไทย จะช่วยนำอิสระในการใช้ชีวิต ความอบอุ่นของการเข้าสังคม และความรู้สึกฮีลใจจากในเกม มาสู่ประสบการณ์ในโลกจริง เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสความสุขของการ “เช็กอินเข้าเมือง Heartopia” ทั้งในเกมและนอกเกม

ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป โกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสะสมชุดลิมิเต็ดในเกม ขับรถเข็นน้องเนยออกสำรวจเมือง หรือเดินทางมาร่วมกิจกรรมลิมิเต็ดที่ CentralWorld กรุงเทพฯ และถ่ายโฟโต้บูธสุดพิเศษ ผู้เล่นทุกคนสามารถใช้วิธีของตัวเอง เริ่มต้นชีวิตในเมือง Heartopia แสนฮีลใจไปพร้อมกับน้องเนยได้แล้ววันนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโกลบอลคอลแลปส์ Heartopia × Butterbear ได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ทางการของ Heartopia:

Official Website: heartopia.xd.com/th

Facebook: facebook.com/HeartopiaTH

Instagram: instagram.com/heartopia_th

TikTok: tiktok.com/@heartopia_th

Discord: https://discord.gg/heartopia


T-BEAUTY

T-BEAUTY ยุคแฟนด้อมครองเมือง! 6 แบรนด์ไทยคุณภาพปัง

T-BEAUTY ยุคแฟนด้อมครองเมือง! 6 แบรนด์ไทยคุณภาพปัง ที่มีคนดังและฐานแฟนคลับสุดแกร่งอยู่เบื้องหลัง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ T-BEAUTY อาจไม่ใช่การเปิดตัวส่วนผสมใหม่หรือนวัตกรรมล่าสุด แต่เป็นการที่เราได้เห็นแบรนด์ความงามไทยหันมาจับมือกับศิลปินและนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่หลิงหลิง คอง,เบ็คกี้ อาร์มสตรอง, พีพี กฤษฏ์, ซี-นุนิว, เก่ง-น้ำปิง ไปจนถึงเฉินเจ๋อหย่วน

แน่นอนว่าไม่มีแฟนด้อมไหนทำให้สินค้าที่ไม่ดีประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว แต่ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยตัวเลือกและผลิตภัณฑ์คุณภาพใกล้เคียงกันมากขึ้น พลังของแฟนคลับกลับกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ไทยเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

เพราะสิ่งที่มาพร้อมกับศิลปินหนึ่งคนไม่ได้มีแค่ชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงกลุ่มแฟนด้อมที่พร้อมร่วมฉลองทุกความสำเร็จ ตั้งแต่การสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย การเข้าร่วมอีเวนต์ ไปจนถึงการสนับสนุนสินค้าที่ศิลปินเลือกเป็นตัวแทน

เมื่อโปรดักต์ปังมาเจอกับแฟนด้อมที่พร้อมเปย์ พร้อมซัพพอร์ต และพร้อมสร้างกระแสให้ทุกแคมเปญ เราจึงชวนไปส่อง 6 แบรนด์ T-BEAUTY ที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังของความงามและพลังของแฟนคลับสามารถเติบโตไปด้วยกันได้จริง

#01
HER HYNESS X LINGLING KWONG

HER HYNESS ไม่ได้เลือกหลิงหลิงเพราะเธอกำลังดัง แต่เลือกเพราะเธอคือภาพสะท้อนของแบรนด์ในเวอร์ชั่นที่มีชีวิตจริง แถมยังมาพร้อมอิทธิพลความนิยมที่ขยายไกลเกินกว่าตลาดในประเทศ การแต่งตั้ง BRAND AMBASSADOR คนแรกของแบรนด์จึงไม่ใช่แค่การคว้าตัวดาวเด่นแห่งยุค แต่ยังเป็นหมากสำคัญที่ช่วยพา HER HYNESS จากแบรนด์สกินแคร์ไทยที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก้าวสู่การเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงในระดับภูมิภาคมากขึ้น

HERO PRODUCT: HER HYNESS UV ADAPT HYA WATER SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดเนื้อสัมผัสบางเบา ฉ่ำสบายผิวราวกับสกินแคร์ แต่ยังให้การปกป้องแดดประสิทธิภาพสูง และยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือเมื่อหลิงหลิงเผยว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อยู่ก่อนรับตำแหน่ง BRAND AMBASSADOR

#02
BIOACTIVE+ X BECKY ARMSTRONG

การเลือกเบ็คกี้ อาร์มสตรอง มาเป็น PRESENTER ของ BIOACTIVE+ ไม่ได้เป็นเพียงการร่วมงานกับนักแสดงหญิงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการเลือกตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการดูแลตัวเองอย่างสมดุล อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและฐานแฟนคลับทั้งในประเทศและต่างประเทศของเธอ ยังช่วยเสริมการรับรู้แบรนด์และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HERO PRODUCT: BIOACTIVE+ CONCENTRATED LIQUID COLLAGEN

คอลลาเจนชนิดน้ำพร้อมดื่มที่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่นของแบรนด์ โดดเด่นด้วยคอลลาเจนเข้มข้นในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย ผสานการพัฒนาสูตรเพื่อการดูแลผิวให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และเสริมการบำรุงจากภายใน

#03

SRICHAND × ZEE-NUNEW

SRICHAND × ZEE-NUNEW คือความคลาสสิกกับความร่วมสมัยสามารถเดินไปด้วยกันได้ SRICHAND การเลือกซี-นุนิว เป็นพรีเซ็นเตอร์จึงไม่ใช่แค่การเติมความสดใหม่มุ้งมิ้งให้แบรนด์ แต่ยังเป็นการเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านสองศิลปินที่มีทั้งอิทธิพลและฐานแฟนคลับเหนียวแน่น จนช่วยให้แบรนด์อายุกว่า 70 ปีถูกพูดถึงอีกครั้งในสายตาคนรุ่นใหม่

HERO PRODUCT: SRICHAND SUNLUTION HYBRID SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดตัวเด่นที่ SRICHAND ใช้รุกตลาด SUN CARE ด้วยจุดขายเรื่องการผสานการปกป้องแสงแดดเข้ากับการบำรุงผิวในหนึ่งเดียวอมเนื้อสัมผัสบางเบาที่เหมาะกับอากาศเมืองไทย

#04

JOURNAL × PP KRIT

JOURNAL เลือกพีพี กฤษฏ์ เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงศิลปินที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นหนึ่งในคนดังที่ทรงอิทธิพลด้านสไตล์มากที่สุดของยุค การร่วมงานครั้งนี้จึงช่วยเติมภาพลักษณ์ความพรีเมียมและความน่าปรารถนาให้กับแบรนด์ได้อย่างลงตัว พร้อมพา JOURNAL เข้าไปอยู่ในเรดาร์ของผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น 

HERO PRODUCT: JOURNAL BODY OIL

บอดี้ออยล์เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมมอบกลิ่นหอมติดผิวในแบบฉบับของแบรนด์ หนึ่งในสินค้าขายดีที่ JOURNAL วางให้เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา

#05

BEAUTILAB × KENG–NAMPING

BEAUTILAB เลือกเก่ง–น้ำปิงในฐานะพรีเซนเตอร์เพราะแคมเปญของแบรนด์ไม่ได้ทำงานแค่ในระดับการรับรู้ แต่ทำงานผ่าน ‘โมเมนต์’ บนไลฟ์และโซเชียลที่คนดูมีส่วนร่วมจริง ความน่าสนใจของทั้งคู่ไม่ใช่แค่เพียงภาพลักษณ์ที่โดนใจคนยุคใหม่และเมคอัพลุคที่สวยเข้าเทรนด์ แต่คือ ‘เคมีระหว่างกัน’ ที่ทำให้คอนเทนต์มีแรงดึงดูดพอจะทำให้ผู้ชมอยู่ต่อ และแปรไปเป็นการพูดถึงสินค้าในจังหวะเดียวกัน

HERO PRODUCT: BEAUTILAB A2P CONCEALER & CORRECTOR

คอนซีลเลอร์และคอร์เรคเตอร์ที่กลายเป็นตัวหลักของแคมเปญ ด้วยการแก้ตาคล้ำและความหมองแบบเนียนไปกับผิว เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย และถูกหยิบมาใช้ซ้ำในคอนเทนต์ของแบรนด์จนกลายเป็นภาพติดตา

#06
MIZUMI × CHEN ZHEYUAN

การดึงเฉินเจ๋อหย่วนขึ้นแท่น BRAND AMBASSADOR ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ MIZUMI ในวันที่ T-BEAUTY เริ่มถูกจับตามองในระดับสากล เพราะนอกจากฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งทั่วเอเชียแล้ว เสน่ห์ในแบบอบอุ่น จริงใจ และเข้าถึงง่ายของเขายังสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างลงตัว จนกลายเป็นตัวแทนสำคัญที่ช่วยพา MIZUMI ไปทำความรู้จักกับผู้บริโภคนอกประเทศไทยมากขึ้น

HERO PRODUCT: MIZUMI UV AQUA LOCK SERUM SPF50+ PA++++

กันแดดเซรั่มรุ่นใหม่ที่ MIZUMI เลือกใช้เปิดตัวแคมเปญของเฉินเจ๋อหย่วน ชูจุดเด่นเรื่องการเติมชุ่มชื้นควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดด พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบาที่ออกแบบมาให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบเอเชีย

  • BEAUTY EDITOR TALK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

มิติใหม่แห่งค่ำคืนเหนือจินตนาการ ใจกลาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อศิลปะแห่งการสังสรรค์มาบรรจบกับความสร้างสรรค์ใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ในค่ำคืนที่เปลี่ยนความธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำเหนือจินตนาการร่วมสัมผัสประสบการณ์ลุ่มลึกผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และมุมมองที่สะท้อนว่า “Every drink should reflect your style” 

Monkey Shoulder ชวนเหล่าลูกค้าที่ไม่เคยหลับไหลมาร่วมเปิดประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษในงาน “Stir Up The Unexpected Night” ณ Aether Bangkok ชั้น 44 ใจกลางเมือง

บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยพลังงานความสนุก เสียงเพลง และประสบการณ์เหนือระดับที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เริ่มต้นต้อนรับผู้มาเยือนด้วยเครื่องดื่มแก้วพิเศษต้อนรับแขกอย่าง “Monkey Old Fashioned” ก่อนจะนำเข้าสู่กิจกรรมสุดสร้างสรรค์กับมุมออกแบบแก้วทัมเบลอร์เฉพาะบุคคล ที่เปิดโอกาสให้แขกในงานได้ดีไซน์แก้วทัมเบลอร์ในสไตล์ของตัวเอง ภายใต้แนวคิด “Every drink should reflect your style” 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างคุณ “เต่า-เผ่าทอง ไดกิ้นส์” มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมส่งต่อความหลงใหลและพลังขับเคลื่อนอันเต็มเปี่ยมของแบรนด์ให้กับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นกันเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น คือการจับมือกับ “คุณอ๋อง” จาก Find The Locker Room และ “คุณฟิล์ม” จาก สิริมหรรณพ ที่มาร่วมสะบัดขวดรังสรรค์ สูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตบท้ายด้วยความสนุกจากไลน์อัพดีเจสุดเท่ ทั้ง DJ Esof, DJ Ohmlettes, DJ Riothuntt และ DJ Sinnamon ที่มาร่วมสร้างสีสันบรรยากาศให้ครึกครื้น ตื่นเต้น และสนุกสนานมากขึ้ ให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วย ช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังตบเท้ามาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต, อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล และ ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร

“The Soul of Caribbean Journeys” ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเกาะสวรรค์

“The Soul of Caribbean Journeys” ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเกาะสวรรค์

เมื่อกลิ่นอายทะเลสีเทอร์ควอยซ์แห่งหมู่เกาะเติกส์และเคคอส (Turks & Caicos Islands) เดินทางไกลมาถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องอาหาร เทรเดอร์ วิคส์ (Trader Vic’s Bangkok) ณ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท (Anantara Riverside Bangkok Resort) ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งพิเศษกับ “The Soul of Caribbean Journeys” การเดินทางผ่านรสชาติและวัฒนธรรมแห่งแคริบเบียน ผ่าน 3 ประสบการณ์สุดพิเศษตลอด 5 วัน โดย เชฟโอลิวิเยร์ ฮิลตัน (Chef Olivier Hilton) เชฟผู้สร้างชื่อเสียงให้กับ Alexandra Resort รีสอร์ตชั้นนำแห่งหมู่เกาะเติกส์และเคคอส ระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2569

เริ่มต้นกันที่ 10 มิถุนายน กับ “The Soul of Caribbean Cooking” คลาสสอนทำอาหารแบบใกล้ชิดที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เทคนิค เคล็ดลับ และสูตรอาหารซิกเนเจอร์จากเชฟโอลิวิเยร์ด้วยตัวเอง ผ่านการลงมือปรุงอาหารแคริบเบียนที่สะท้อนสีสันและความหลากหลายของวัฒนธรรมบนหมู่เกาะเขตร้อน เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่รักการทำอาหารและผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการกิน ในราคา 1,699++ บาทต่อท่าน

ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 10 – 13 มิถุนายน กับ “Rasta Soul Meets Tiki” มื้อค่ำสุดพิเศษที่เชื้อเชิญนักชิมร่วมออกเดินทางผ่านรสชาติแห่งแคริบเบียน โดยเชฟโอลิวิเยร์ได้รังสรรค์เซ็ตเมนู 5 คอร์ส ราคา 1,799++ บาทต่อท่าน พร้อมเสิร์ฟคู่กับ Mai Tai ค็อกเทลซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่อของเทรเดอร์ วิคส์ จำนวน 1 แก้ว นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายเมนูให้เลือกสรร ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรมเกาะสวรรค์ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น เครื่องเทศ และเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานจากวงดนตรีสดสไตล์ละติน

ปิดท้ายเทศกาลในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 กับ “Casa Latina Sunday Brunch” บรันช์สุดคึกคักที่รวบรวมเชฟสายละตินชั้นนำของกรุงเทพฯ มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์แห่งรสชาติในงานเดียว นำโดย เชฟโอลิวิเยร์ ฮิลตัน ร่วมด้วย เชฟอันเดรส (Chef Andre) จาก Nomada Bangkok, เชฟเบโต้ (Chef Beto) จาก La Lupita Bangkok, เชฟคาร์ลอส (Chef Caros) จาก SEEN Bangkok, เชฟมานูเอล (Chef Manuel) จาก Anantara Riverside Bangkok และเชฟบรายัง (Chef Brayang) จาก Trader Vic’s Bangkok ที่จะร่วมกันนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ หลากหลายเมนูย่างสไตล์ละติน และเมนูพิเศษเฉพาะวันเดียวเท่านั้น เพลิดเพลินกับดนตรีสด บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง และกิจกรรมสำหรับครอบครัว โดยมีแพ็กเกจให้เลือกตั้งแต่ราคา 2,800++ บาทต่อท่าน

รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์และน้ำผลไม้, ราคา 3,800++ บาทต่อท่าน รวมไวน์ เบียร์ ค็อกเทล น้ำผลไม้ และซอฟต์ดริงก์แบบไม่อั้น, ราคา 5,500++ บาทต่อท่าน รวมแชมเปญ Perrier-Jouët Grand Brut พร้อมเครื่องดื่มพรีเมียมแบบไม่อั้น และเด็กอายุ 5–11 ปี รับประทานฟรี เมื่อมาพร้อมผู้ปกครองที่ชำระค่าบริการ

“The Soul of Caribbean Journeys” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2569 ณ Trader Vic’s Bangkok อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 0 2431 9488 หรืออีเมล [email protected]

ร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งรสชาติแคริบเบียนที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรม และจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่าน 3 ประสบการณ์สุดพิเศษที่พร้อมพานักชิมและนักเดินทางทางรสชาติไปสัมผัสเสน่ห์ของหมู่เกาะแคริบเบียนแบบใกล้ชิดกว่าที่เคย

Kida Motokuni

Kida Motokuni คุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

ทำความรู้จัก Kida Motokuni คุณหมอความงามสุดหล่อที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

หากคุณสงสัยว่าคุณหมอหน้าหล่อคนนี้คือใคร ขอเล่าย่อๆ ให้ฟังว่า

หนึ่ง เขาเป็นเจ้าของคลินิกความงาม THE BEAUTE CLINIC  ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านชิบูย่า ย่านเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในกรุงโตเกียว

สอง เขาคือคุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น และในบรรดาแวดวงหมอความงามด้วยกัน เขามียอดผู้ติดตามในอินสตราแกรมสูงที่สุดกว่า 2 แสนคน
สาม นอกจากการเป็นหมอ เขายังมีความฝันอยากทำงานในวงการบันเทิงในเมืองไทย

ก่อนจะมาเปิดคลินิก เส้นทางการทำงานของคุณหมอเป็นอย่างไรคะ

“หลังจากเรียนจบที่ Osaka Medical University ผมทำงานเริ่มจากดูแลแผนกกุมารเวชที่ Toranomon Hospital จากนั้นก็เบนเข็มมาทำงานในคลินิกความงามราว 5 ปี เริ่มจากรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแพทย์ที่ Shinagawa Beauty Clinic และเป็นผู้อำนวยการแพทย์ที่ BIANCA CLINIC  ก่อนตัดสินใจเปิดคลินิก THE BEAUTE CLINIC ของตัวเองที่ชิบูย่า เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วครับ

“คลินิกของผมมีแนวคิดว่า Love Yourself เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเข้ารับบริการ หลายคนไม่พอใจใบหน้าตัวเอง พวกเขาอยากจมูกโด่งขึ้น ตาโตขึ้น หรือหน้าเล็กลง แต่เมื่อมองลึกลงไป หลายคนเพียงต้องการความมั่นใจ หรืออยากได้รับการยอมรับมากขึ้น ผมจึงตั้งคำถามว่า ความสวยที่แท้จริงคืออะไร สำหรับผม ความงามไม่ได้เกิดขึ้นจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากจิตใจ เมื่อเรารักตัวเอง ความมั่นใจและเสน่ห์จะสะท้อนออกมาเอง นี่คือแก่นของคำว่า Love Yourself”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลคนไข้อย่างไร จนขึ้นชื่อว่าจองคิวยากที่สุดคะ 
 “จุดเด่นของผมคือการรักษาด้วยสารเติมเต็ม ไม่ใช้วิธีผ่าตัดเลยครับ หลายคนอาจคิดว่าสารเติมเต็มเปลี่ยนใบหน้าได้ไม่มาก แต่ผมพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า ที่จริงเทคนิคนี้สามารถปรับรูปหน้า เสริมจมูก หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่จริงผมไม่ได้ต่อต้านการศัลยกรรมนะครับ แต่การผ่าตัดมีความเสี่ยง และเมื่อลงมือผ่าแล้ว หากเกิดความผิดพลาดจะแก้ไขได้ยาก คนไข้บางคนถึงขั้นไม่มีความสุขเมื่อมองใบหน้าตัวเอง ในขณะที่การใช้สารเติมเต็ม เป็นหัตถการที่สามารถปรับแก้หรือคืนสภาพได้ เพราะสารเติมเต็มจะคงสภาพได้ราวๆ 1-2 ปี (ขึ้นกับการดูแลตัวเอง) ผมมองว่านี่เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้คนไข้มีความสุขกับผลลัพธ์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสารเติมเต็มเองก็มีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้หรือผลข้างเคียงเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”

เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา คุณหมอวางแผนการรักษาอย่างไร

“สิ่งแรกที่ผมจะถามคือคนไข้คาดหวังอะไร และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองในแบบไหน เพราะผมให้ความสำคัญกับพื้นฐานและมุมมองชีวิตของพวกเขามาก ทุกคนมีเหตุผลที่เข้ามารักษาแตกต่างกัน จากนั้นจึงแนะนำแนวทางการปรับรูปหน้า โดยไม่มากเกินความจำเป็น”

เทรนด์ความงามของสาวญี่ปุ่นเป็นอย่างไรคะ

“เน้นความน่ารักครับ สาวๆ กำลังฮิตหน้ากลม แก้มกลม คางสั้น ไม่ต้องดูสวยจัดๆ แล้วก็เน้นเรื่องงานผิว ที่ต้องสวย เรียบเนียน ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ฮิตของคนทั้งโลกนะ”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลตัวเองอย่างไรคะ   

“เดิมทีสภาพผิวผมมีปัญหา เพราะผมเป็นผู้ชายผิวจึงมันง่าย และแต่ก่อนก็มีความเชื่อว่าถ้าอยากผิวดีต้องโบกครีมเยอะ ครีมจึงอุดตันรูขุมขน สิวก็ยิ่งขึ้น ผมเปลี่ยนสกินแคร์มาหลายครั้ง จนกระทั่งเจอสูตรที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ โปรดักส์ที่ผมใช้จะมีอยู่ 3 ตัวหลัก ๆ ได้แก่ โฟมล้างหน้าจากแบรนด์ Skin Amure ที่ชอบแบรนด์นี้เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังคิดค้นขึ้น และการใช้โฟมล้างหน้าที่เป็นฟอง จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินได้ จากนั้นก็จะใช้เซรั่ม และตบท้ายด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีซึ่งเป็นของแรนด์ Skin Amure เช่นกันครับ”

เรื่องส่วนใหญ่ที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้สกินแคร์คืออะไรคะ

“สำหรับคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ผิวต้องชุ่มชื่นไว้ก่อนจึงทาครีมเยอะ แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายครับ เพราะหน้าจะยิ่งมันและสิวขึ้นง่ายกว่าเดิม ส่วนอีกหนึ่งความเชื่อคือ มาส์กหน้าทุกวันแล้วผิวจะดี ที่จริงวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว เพราะผลิตภัณฑ์ยิ่งเข้าไปอุดตัน หากผิวมัน ความถี่ในการมาส์กควรอยู่ที่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็พอและให้มาส์กเฉพาะวันที่ออกแดดจัด แนะนำว่า ในมาส์กควรมีสารบำรุงผิวอย่างอย่าง Glutathion ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และ Tranexamic acid ที่ช่วยลดความหมองคล้ำด้วย

“อย่างสาวไทยผิวมัน เป็นสิวง่าย สิ่งที่คุณควรทำคือ ตอนเช้าให้ล้างหน้าด้วยโฟม และใช้ สกินแคร์ที่ช่วยลดความมัน เช่น วิตามินซี ตอนกลางคืนให้ใช้เรตินอลหรือวิตามินเอ หากสิวขึ้นเยอะแนะนำให้กินวิตามินเอเสริม สิ่งสำคัญที่สุดคืออาหารครับ ผมแนะนำให้กินบลูเบอร์รี่, อะโวคาโด, แซลมอน จะดีกับผิว ควรงดของทอด  สำหรับครีมกันแดดควรทาซ้ำทุกๆ  2-3 ชั่วโมง ผมแนะนำให้ฉีดสเปรย์กันแดด ผมเองก็พกตลอดเวลา”

แอบขอนอกเรื่องค่ะ คุณหมอหล่อขนาดนี้ เคยมีแมวมองชักชวนเข้าวงการไหมคะ

“เคยครับ อย่างที่ญี่ปุ่นเคยมีคนชวนผมทำงานสายวงการบันเทิงเหมือนกัน แต่ผมยังไม่เคยตอบรับเพราะบทบาทของผมคือหมอ แต่ก็อยากชาเลนจ์ตัวเองในสายเอนเตอร์เทนเมนต์เหมือนกันนะ จึงเป็นเหตุผลที่มาเมืองไทย เพราะอยากลองทำงานวงการบันเทิงที่นี่ จะเป็นนักแสดงหรือนายแบบก็ได้ครับ เพราะผมคิดว่า นอกจากความเป็นหมอ ผมยังมีความเป็นอาร์ติสในตัวเองด้วย ผมชอบเรื่องแฟชั่น หากใครสนใจ ติดต่องานได้นะครับ

“ผมมาเมืองไทยบ่อยมาก เพราะชื่นชอบคนไทย คนที่นี่หน้าตายิ้มแย้ม มีความสุข ต่างจากคนญี่ปุ่นที่เคร่งเครียด  ผมชอบเวลาที่คนไทยพูดคำว่า ไม่เป็นไร มันคล้ายคลึงกับแนวคิด love yourself ของผม เพราะก่อนที่เราจะรักอะไรได้ เราต้องรักตัวเองให้เป็นครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากรู้จักวัฒนธรรมและมายด์เซ็ตของคนไทยมากขึ้น

“นอกจากงานบันเทิงผมคิดว่า ตลาด T- Beauty ในเมืองไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งผมเองก็มีแพลนจะทำธุรกิจเครื่องสำอาง และอยากร่วมงานกับแบรนด์ไทยด้วย”

ถ้าอยากรู้จักคุณหมอ Kida เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ IG @Dr.Kida

  • เรื่อง : Fai
  • ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ
Dazzle Me

Dazzle Me เปิดตัว “Barbie x Dazzle Me Collection” ชวนแฟนๆ กรี๊ด “ตี๋ตี๋ – ป๋อ”

Dazzle Me แบรนด์เครื่องสำอางที่โดดเด่นด้านความสนุก เทรนดี้ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ “Barbie x Dazzle Me Collection” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงาน BARBIE X DAZZLE ME ‘Dazzling Party’ with TeeteePor นับเป็นคอลเลคชั่นลิขสิทธิ์ลาย Barbie หนึ่งเดียว ที่ผสานความเป็นไอคอนระดับโลกเข้ากับความสดใสของเมคอัพยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

คอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความมั่นใจ ความสนุก และความเป็นตัวเองในแบบของ Barbie ผ่านดีไซน์แพ็กเกจจิ้งสุดน่ารักและไอเท็มเมคอัพที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะ Get A Grip! Matte Setting Spray Oil Control+ Set ไอเท็มไฮไลต์ของแบรนด์ ที่ช่วยล็อคเมคอัพให้ติดทนนาน พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

คอลเลคชั่น Barbie x Dazzle Me ยังมาพร้อมไอเท็มเมคอัพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งลุคงานผิวและงานปาก อาทิ Hello Mello Lip & Cheek Palette พาเลตต์มัลติยูสที่ใช้งานได้ทั้งแก้มและริมฝีปาก, Peptide Power Tinted Lip Balm ทั้งเนื้อโกลว์และแมตต์ พร้อม SPF50+ PA++++ ที่ช่วยบำรุงและปกป้องริมฝีปาก, Better Than Filter HD Invisible Powder แป้งเนื้อบางเบาที่ช่วยเบลอผิวให้เรียบเนียน และ Lock & Pop! 3D Curl-ing Iron Mascara ที่ช่วยยกขนตาให้ดูงอนเด้งโดดเด่นตลอดวัน โดยทุกไอเท็มถูกออกแบบภายใต้ดีไซน์ Barbie สุดไอคอนิก สะท้อนความสนุกและความมั่นใจในแบบฉบับของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

เพื่อฉลองการเปิดตัว Dazzle Me ได้จัดงานอีเว้นท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Siam Square One ชั้น 3 ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยมีศิลปินชื่อดัง “ตี๋ตี๋ – ป๋อ” มาร่วมสร้างสีสันภายในงานอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมพิเศษสำหรับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบนเวที การสัมภาษณ์ รวมถึงกิจกรรม Lucky Fan ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ร่วมโมเมนต์พิเศษกับศิลปิน

Dazzle Me เปิดตัว “Barbie x Dazzle Me Collection” ในงาน BARBIE X DAZZLE ME ‘Dazzling Party’ with TeeteePor ชวนแฟนๆ สัมผัสความน่ารักสุดไอคอนิก พร้อมใกล้ชิดศิลปินสุดฮอต “ตี๋ตี๋ – ป๋อ”

ภายในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นโลกของ Barbie ใจกลางสยาม ด้วยบรรยากาศสีชมพูสุดไอคอนิก พร้อมมุมถ่ายรูปสุดคิวต์ที่จัดเต็มทั่วพื้นที่ ให้แฟนๆ ได้เก็บโมเมนต์สุดพิเศษและสร้างคอนเทนต์กันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง โยชิ, จัสมิน และ สยาโม มาร่วมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับงาน เพิ่มความสนุกและความน่าสนใจให้กับอีเว้นท์ตลอดทั้งวัน

ทั้งยังมีกิจกรรมสำหรับผู้โชคดี 20 คน ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมงานแบบใกล้ชิด พร้อมถ่ายภาพ เล่นเกมส์กับศิลปินบนเวที และลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Polaroid พร้อมลายเซ็นศิลปิน และ PR Box จากคอลเลคชั่น Barbie

Dazzle Me ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ผ่านการผสานโลกของ Beauty, Pop Culture และ Entertainment เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างทั้งกระแส ความสนุก และการมีส่วนร่วมในทุกแคมเปญ


Mod Girl Is Back แฟชั่นยุค 60s กลับมาอีกครั้งผ่าน LEMONADE ของ aespa

หลังสร้างภาพจำในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปแห่งโลกอนาคตด้วยลุคไซไฟ สีเมทัลลิก และสไตล์ Y3K มานานหลายปี ล่าสุด aespa กลับสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ด้วยมิวสิกวิดีโอ LEMONADE ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่โลกของ Mod Fashion อันโดดเด่นในช่วงทศวรรษ 1960

ไม่ว่าจะเป็น เดรสทรง Shift Dress สีเหลืองสด ทรงผม Bouffant ที่เซ็ตให้มีวอลุ่มสูง รวมถึงเมคอัพดวงตาที่เน้นขนตาหนาเป็นแพ ล้วนเป็นดีเทลที่ชวนให้นึกถึงภาพจำของหญิงสาวยุค Swinging Sixties และนอกจาก aespa จะหยิบแฟชั่นวินเทจมานำเสนอแล้ว ก็ยังนำจิตวิญญาณของ “Mod Girl” กลับมาตีความใหม่ให้เข้ากับผู้หญิงยุคปัจจุบัน

Mod Fashion ไม่ใช่แค่แฟชั่นย้อนยุค แต่คือสัญลักษณ์ของผู้หญิงรุ่นใหม่

หากย้อนกลับไปในยุค 1960s Mod Fashion ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงตัวตนและหลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ ของสังคม

เสื้อผ้าทรงตรงอย่าง Shift Dress กลายเป็นทางเลือกใหม่แทนชุดที่เน้นสัดส่วนและความเป็นผู้หญิงแบบดั้งเดิม ขณะที่กระโปรงสั้น เมคอัพดวงตาโดดเด่น และทรงผมที่ดูสนุกสนาน ล้วนสะท้อนภาพของหญิงสาวที่กล้าแสดงออกและมีอิสระในการกำหนดตัวตนของตนเอง

โดยในยุคนั้นมี Twiggy นางแบบชื่อดัง เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ท้าทายมาตรฐานความงามแบบเดิมๆ

Mod Girl ในปี 2026

การกลับมาของ Mod Fashion ใน LEMONADE เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วงการแฟชั่นกำลังมองย้อนกลับไปยังยุค 60s อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเดรสทรง A-Line สีสันสดใส รองเท้า Mary Jane หรือเมคอัพดวงตาแบบ Graphic Eye ที่เริ่มปรากฏบนรันเวย์และในวัฒนธรรมป๊อปมากขึ้น

ส่วนสิ่งที่ทำให้การหยิบ Mod Fashion กลับมาใช้ในครั้งนี้น่าสนใจกว่าการรีไววัลทั่วไป คือการเชื่อมโยงเข้ากับข้อความของเพลง

เนื้อหาของ LEMONADE พูดถึงการไม่ปล่อยให้เสียงวิจารณ์หรือความวุ่นวายจากภายนอกมากำหนดคุณค่าของตัวเอง การยืนหยัดในตัวตน และการเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของหญิงสาวยุค Mod

ดังนั้น จึงทำให้ลุคแฟชั่นของ aespa ไม่ได้เป็นเพียงการอ้างอิงอดีต แต่เป็นการนำแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระของผู้หญิงกลับมาเล่าใหม่ผ่านภาษาของ K-pop


ภาพ: SMTOWN, @twiggylawson

Dua Lipa

จาก Bianca Jagger ถึง Dua Lipa กับลุคเจ้าสาวที่โลกแฟชั่นกำลังพูดถึง

หากมีหนึ่งลุคเจ้าสาวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นการปรากฏตัวของ Dua Lipa ในวันเข้าพิธีวิวาห์กับนักแสดงหนุ่ม Callum Turner ที่กรุงลอนดอน เพราะแทนที่จะเลือกชุดเดรสเจ้าสาวแบบดั้งเดิม นักร้องสาวกลับปรากฏตัวในชุดสูทและกระโปรงสั่งตัดพิเศษจาก Schiaparelli ซึ่งชวนให้นึกถึงหนึ่งในลุคเจ้าสาวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่นอย่าง Bianca Jagger

จาก Bianca Jagger ถึง Dua Lipa กับลุคเจ้าสาวที่โลกแฟชั่นกำลังพูดถึง

ผลงานจาก Schiaparelli ภายใต้การออกแบบของ Daniel Roseberry มาในรูปแบบเบลเซอร์สีงาช้างเข้ารูป ประดับกระดุมสีทองเอกลักษณ์ของเมซง จับคู่กับกระโปรงทรงอสมมาตรและบัสติเยร์สีบลัชตกแต่งลูกไม้ พร้อมถุงมือสีขาว รองเท้าจาก Christian Louboutin และหมวกปีกกว้างผลงานของ Stephen Jones ซึ่งช่วยเติมกลิ่นอายความหรูหราแบบยุค 70 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Huty23676 005

แรงบันดาลใจของลุคนี้ย้อนกลับไปเมื่อปี 1971 เมื่อ Bianca Jagger เข้าพิธีวิวาห์กับ Mick Jagger ที่เมืองแซงต์-โทรเปซ์ โดยเลือกสวมชุด Le Smoking ของ Yves Saint Laurent แทนชุดเจ้าสาวแบบดั้งเดิม ลุคดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแฟชั่นเจ้าสาวไปตลอดกาล และยังคงถูกอ้างอิงในโลกแฟชั่นมาจนถึงปัจจุบัน

การเลือกสวมชุดสูทของ Dua Lipa ลุคนี้สะท้อนมุมมองของเจ้าสาวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนผ่านการแต่งกาย และเลือกนิยามความสง่างามในแบบของตัวเอง หลายสื่อแฟชั่นมองว่าลุคนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส “Skirt Suit Bride” ที่ผสมผสานความสง่างาม ความมั่นใจ และความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

เช่นเดียวกับที่ Bianca Jagger ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับเจ้าสาวเมื่อกว่า 50 ปีก่อน วันนี้ Dua Lipa ก็กำลังพิสูจน์ว่าแฟชั่นเจ้าสาวในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เดรสสีขาวฟูฟ่องอีกต่อไป แต่สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่อย่างแท้จริง


เปิด แผนธุรกิจ ปี 2569 เดินหน้าขยายตลาดบุกกรุงเทพฯ

เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาบริการพร้อมเดินหน้าขยายสาขาและฐานลูกค้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ

คลาสคลินิก (Class Clinic) คลินิกเสริมความงามชั้นนำระดับประเทศ เดินหน้าสร้างการเติบโตครั้งสำคัญในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 6 ของการดำเนินธุรกิจ ด้วยความร่วมมือกับ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ในการนำนวัตกรรมความงามระดับโลกเข้ามาเสริมศักยภาพการให้บริการ พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งขยายตลาดสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานบริการความงามของไทย

จากจุดเริ่มต้น คลาสคลินิก ที่จังหวัดขอนแก่น เพียง 6 ปี คลาสคลินิก เติบโตอย่างก้าวกระโดดมีสาขาครอบคลุม 30 แห่งทั่วประเทศ ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 300% ต่อปี โดยมีจุดแข็งสำคัญจากการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใส ให้กล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ให้ลูกค้ากลับบ้าน และการคัดสรรนวัตกรรมที่มีคุณภาพ สร้างมาตรฐานบริการที่ลูกค้าไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง คลาสคลินิก และ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ นับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการและภาพลักษณ์แบรนด์คลาสคลินิก ผ่านการนำเทคโนโลยียกกระชับ Ultraformer III และผลิตภัณฑ์ Lorient Filler จาก พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่กระแสตอบรับจากตลาดยังเป็นไปในทิศทางที่ดีตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการจริง ด้วยยอดจองล่วงหน้ากว่า 200 เคส ซึ่งยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อนวัตกรรมและแบรนด์คลาสคลินิกได้อย่างชัดเจน

นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพารากอนแคร์ ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “ทางพารากอนแคร์มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จและการเติบโตที่ก้าวกระโดดของคลาสคลินิก การส่งมอบเครื่อง Ultraformer III จำนวน 26 เครื่อง เพื่อกระจายไปยังทุกสาขาทั่วประเทศในครั้งนี้ ซึ่งพารากอนแคร์มองเห็นถึงความมุ่งมั่นของคลาสคลินิกที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความงามให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรม”

นายภัทรเมธี  พรหมพิทักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท คลาส เวชกรรม คลินิก จำกัดกล่าวว่า “ความร่วมมือกับ พารากอนแคร์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคลาสคลินิกในการยกระดับมาตรฐานบริการความงามของไทย จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากประสบการณ์จริงของผู้บริหารที่มีความสนใจด้านความงามและเคยใช้บริการคลินิกมาก่อน จึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่อยากเข้าถึงนวัตกรรมที่ดี มีคุณภาพ และราคาเหมาะสม เราจึงยึดแนวคิด ‘ของดี ราคาเข้าถึงได้’ ในการคัดเลือกเทคโนโลยี Ultraformer III ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเมืองไทย และสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์อย่างชัดเจน รวมถึงสะท้อนความตั้งใจของคลาสคลินิกที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมความงามคุณภาพสูงได้ในราคาที่เหมาะสม และนอกจากนี้ยังมี Lawrence Filler ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานระดับสากล”

 ในด้านแผนธุรกิจปี 2569 คลาสคลินิกตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 1,000 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งและศักยภาพของตลาดความงามในประเทศไทย ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมเดินหน้าขยายสาขาเชิงรุกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อรองรับทั้งกลุ่มลูกค้าที่ย้ายมาทำงานในเมือง และเพิ่มการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใหม่มากยิ่งขึ้น  พร้อมกันนี้ บริษัทยังวางแผนเดินหน้าการตลาดแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสื่อสารจุดแข็งของแบรนด์ในเรื่องความโปร่งใสและมาตรฐานบริการ การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ผลลัพธ์จริง ตลอดจนการต่อยอดกิจกรรมสื่อสาร    แบรนด์จากการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ของคลาสคลินิกในช่วงต้นปี 2569  ซึ่งมี หมอลำลูกทุ่งคนดัง แอน อรดี, ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์ และ เดนิส เจลีลชา คัปปุน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน สังกัดช่อง 3 เป็นพรีเซนเตอร์  ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์และสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง

นางสาวกุลจิรา สนใจ กรรมการ บริษัท คลาส เวชกรรม คลินิก จำกัด กล่าวว่า  “ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของคลาสคลินิก ทั้งในมิติของการขยายตลาด การยกระดับบริการ และการลงทุนด้านการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของเรา คือการทำให้คนทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงความงามและนวัตกรรมที่ดีได้ในราคาที่เหมาะสม เราทุ่มเทกับการคัดสรรเทคโนโลยีและดูแลรายละเอียดในทุกสาขาด้วยตัวเอง เพื่อให้คลาสคลินิกเป็นคลินิกของคนมีคลาสตามสโลแกนที่ตั้งไว้”

 ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่คลาสคลินิกทั้ง 30 สาขาทั่วประเทศ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage ของคลาสคลินิกทุกสาขา  Facebook: Classclinic  #ClassClinic #คลาสคลินิก

G’nite x Benzilla ถ่ายทอด “การหลับที่มีคุณภาพ” ผ่านคาแร็คเตอร์กระต่ายสามตา SUGA

ในยุคที่ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง “การหลับ” กลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่และวัยทำงานจำนวนมาก ทั้งจากความเครียดสะสม ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และพฤติกรรมที่ทำให้สมองยังคงทำงานแม้ถึงเวลาพักผ่อน ส่งผลให้หลายคนเผชิญกับภาวะ “ร่างกายอยากหลับพักผ่อน แต่สมองไม่หยุดคิด”

แบรนด์ G’nite จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้าง Night Routine ที่ง่ายและเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นแคปซูล ช็อต กัมมี่ หรือเจลลี่  เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ช่วยให้การผ่อนคลายก่อนนอนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

ล่าสุด G’nite สร้างสรรค์แคมเปญ G’nite x Benzilla ที่จับมือกับศิลปินดังแห่งวงการสตรีทอาร์ต Benzilla หรือ คุณ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข เจ้าของคาแร็คเตอร์ LOOOK มนุษย์ต่างดาวสามตาสุดฮ็อต ถ่ายทอดออกมาเป็นไอเทมสุด Exclusive

G’nite x Benzilla ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สะท้อนการเดินทางสู่การนอนหลับที่ดี ผ่านคาแร็คเตอร์ SUGA ที่พาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งความฝันอันสงบ และการตื่นพร้อมรับวันใหม่อย่างสดชื่น พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวหลังจากวันอันแสนวุ่นวาย SUGA กระต่ายสามตาออกเดินทางสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ปล่อยวางความเหนื่อยล้าและล่องลอยเข้าสู่ดินแดนแห่งความมืดที่สงบ ผ่อนคลาย และอ่อนโยน

G’nite x Benzilla ถ่ายทอด “การหลับที่มีคุณภาพ” ผ่านคาแร็คเตอร์กระต่ายสามตา SUGA

G’nite ไม่ได้มองการหลับเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของวัน แต่คือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในวันถัดไป ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าการพักผ่อนที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ยั่งยืน แบรนด์จึงมุ่งสื่อสารอย่างเข้าใจผู้บริโภคในโทนที่จริงใจ ไม่เร่งเร้า แต่ชวนให้ทุกคนกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นผ่าน “การหลับที่มีคุณภาพ” ในทุกคืน

นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้สะดวก ทั้งในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จะทำให้การดูแลการนอนหลับไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Daily Routine ที่ใครๆ ก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายในทุกคืน

สำหรับใครที่สนใจไอเทมสุด Exclusive แคมเปญ G’nite x Benzilla สามารถทำตามเงื่อนไขง่ายๆ ดังนี้

  • ซื้อแฮนดี้เฮิร์บกัมมี่ครบ 4 กล่อง คละรสได้ (ประกอบไปด้วย จีไนท์ กัมมี่ รสชาติใดก็ได้ ขั้นต่ำ 2 กล่อง) รับฟรี! ปลอกหมอนคอตตอนแท้ 100% 1 คู่ มูลค่า 799 บาท (จำนวนจำกัด 100 กล่อง)
  • ซื้อแฮนดี้เฮิร์บกัมมี่ครบ 2 กล่อง คละรสได้ (ประกอบไปด้วย จีไนท์ กัมมี่ รสชาติใดก็ได้ ขั้นต่ำ 1  กล่อง) รับฟรี! ผ้าปิดตาซาติน 1 ชิ้น มูลค่า 299 บาท (จำนวนจำกัด 500 กล่อง)

ตามไปพบกับ G’nite x Benzilla ได้ที่ 7-Eleven (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) และ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์

ตั้งแต่วันนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด คนรัก G’nite และเจ้า LOOOK อย่าพลาด! กันนะคะ