RunAway

ซีรีส์ GL สยองขวัญเรื่องแรก! คุยเบื้องหลัง “RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” กับ 3 นักแสดง มิวสิค – ปลายฟ้า – เปียโน

“RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” กลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าจับมอง เพราะถือเป็นครั้งแรกในวงการซีรีส์ Girl Love ที่นำเสนอเรื่องราวสยองขวัญ สั่นประสาท ไปพร้อมกับความรัก ซึ่งเนื้อเรื่องสร้างจากนิยายชื่อดัง โดยเจ้าของนามปากกา zonlicht ที่ทำให้เหล่านักอ่านบนโซเชียลหลอนตามกันมาแล้ว

มิวสิค – ปลายฟ้า – เปียโน (จากซ้ายไปขวา)

สำหรับเวอร์ชั่นซีรีส์มี 3 นักแสดงอย่าง มิวสิค – แพรวา สุธรรมพงษ์ รับบท วินรวีร์ แสงชูเดช (วิน), ปลายฟ้า – ปลายฟ้า ศิระอาชา รับบท บุญนิสา นพอารักษ์ (บุญ) และเปียโน –ณิชาพัชร์ น้ำทรัพย์อนันต์ รับบท จอมขวัญ นรกานต์กุล (ขวัญ) มาถ่ายทอดเรื่องราวของ วินรวีร์ หญิงสาววัย 27 ปี ผู้ถูกวิญญาณร้ายในอดีตชาติตามอาฆาต ก่อนได้รับความช่วยเหลือจาก บุญ ลูกสาวร่างทรงแห่งตำหนัก “พ่อปู่ทองอิน” ซึ่งทั้งคู่มีเวลาเพียง 168 ชั่วโมงเท่านั้น ที่จะคลายปมกรรมเก่าเพื่อให้วินมีชีวิตรอด

ก่อนที่หลายคนจะตามไปเอาใจช่วยตัวละคร เราขอพาทุกคนมาพูดคุยกับ 3 นักแสดงนำ “มิวสิค – ปลายฟ้า – เปียโน ” ถึงเบื้องหลังของซีรีส์ RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า

สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจร่วมโปรเจ็กต์

เปียโน: หนูเคยพูดไว้ว่า ถ้าได้แสดงภาพยนตร์หรือซีรีส์ อยากเล่นแนวสยองขวัญ เพราะรู้สึกว่าท้าทาย และดราม่าจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์ค่ะ

ปลายฟ้า: หนูก็มีความฝันว่า อยากเล่นหนังผีมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกันค่ะ ซึ่งบทที่อยากแสดงคือ ผี แต่เรื่องนี้กลับได้เล่นเป็น คนปราบผี เฉยเลย (หัวเราะ) อาจจะสลับบทบาทกับบทที่ฝันไว้นิดหน่อย แต่ก็สนุกดี ถือเป็นโอกาสที่ได้เจอเพื่อนใหม่ด้วย

มิวสิคสำหรับหนูที่คัมเอาท์ว่าชอบผู้หญิงมานานแล้ว ในฐานะนักแสดงเลยอยากแสดงบทที่เล่าถึงความรักในแบบที่เรามองเห็น รวมถึงเรื่องนี้ก็ถ่ายทอดทั้งพาร์ทอดีตและปัจจุบัน ทำให้รู้สึกว่า เนื้อเรื่องค่อนข้างมีมิติ เลยเป็นอีกเหตุผลที่เข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ค่ะ

ความแตกต่างระหว่างคาแร็คเตอร์และตัวตนจริง

เปียโนเปียโนกับจอมขวัญ ไม่เหมือนกันเลยค่ะ  โดยเฉพาะนิสัยของจอมขวัญที่เจ้าคิดเจ้าแค้น พูดจายียวน และเอาแต่ใจ ถึงแม้ชีวิตจริงหนูก็มีมุมเอาแต่ใจบ้าง (หัวเราะ) แต่ทุกครั้งที่เข้าฉากก็รู้สึกว่าต้องใช้เอเนอร์จี้เพื่อเข้าถึงคาแร็คเตอร์ค่อนข้างเยอะค่ะ

มิวสิค: ถ้าตามคำบรรยายของตัวละคร วินรวีร์ ต่างกับตัวตนจริงของหนูหมดเลย ทั้งอายุ 28 ปี สูง 160 เซนติเมตร ทำให้ช่วงแรกกังวลมาก แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่า ถ้าเราพัฒนาให้เป็นตัวละครได้สมจริง โดยไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกับคำบรรยาย คงเป็นอีกผลงานที่น่าภูมิใจมากๆ

ปลายฟ้าส่วนหนู หากมองแค่ภายนอกอาจดูเหมือนกัน แต่เมื่อแสดงจริงๆ ก็ได้รู้ว่า เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ (หัวเราะ) ด้วยบุคลิกของบุญ ที่อายุประมาณ 27-28 ปี รวมกับเบื้องหลังของตัวละครที่เสียคนรักไปเยอะมากๆ และกลายเป็นเสาหลักครอบครัว เลยทำให้บุญดูโตกว่าวัย ซึ่งความเป็นจริง หนูอายุยังไม่ถึง 25 ปีเลย อีกทั้งบุญยังค่อนข้างสุขุม ตรงข้ามกับหนูที่อยู่นิ่งไม่ได้ ทำให้เวลาแสดงต้องมีสติ และใช้สมาธิมากเป็นพิเศษ

ความท้าทายของซีรีส์

เปียโนท้าทายตั้งแต่ครั้งนี้เป็นซีรีส์เรื่องแรกของหนูค่ะ รู้สึกว่าทุกอย่างใหม่มาก ถึงขั้นที่ไม่รู้เลยว่า จบเสียงผู้กำกับสั่งแอคชั่นแล้ว เราเล่นได้เลยมั้ย หรือต้องรอสัญญาณอะไรก่อน รวมถึงศัพท์บางคำอย่าง Keep Roll ที่เขาพูดกันหมายความว่าอะไร กว่าจะเข้าใจก็ต้องใช้เวลาหน้ากองเรียนรู้กันไป 

สำหรับการแสดง ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน เพราะจอมขวัญค่อนข้างมีปม และมิติค่อนข้างเยอะ เช่น นิสัย คำพูด หรือท่าทาง ที่เราจะไม่แสดงออกในชีวิตจริง หนูเลยเรียนคลาสแอคติ้งส่วนตัวเพิ่ม เพื่อทำความเข้าใจคาแร็คเตอร์ และสื่อสารออกมาให้ครบถ้วนมากที่สุด

ปลายฟ้าการแสดงเป็นสิ่งท้าทายที่สุดค่ะ แม้ปกติจะชอบดูหนังอยู่แล้ว แต่เมื่อมาแสดงเอง กลับไม่เข้าใจเลยว่า การแสดงคืออะไร ทั้งที่ตอนเวิร์คช็อป คุณครูก็บอกไว้แล้วว่า การแสดง คือ การใช้ชีวิต ซึ่งจังหวะที่ได้ยินก็ยังไม่เข้าใจว่า เข้าไปใช้ชีวิตในฉากเป็นแบบไหน จนเล่นมาถึงคิวที่ 5 ก็เริ่มรู้ว่า เราแค่ต้องรู้ว่าตัวละครเป็นแบบไหน และขับเคลื่อนด้วยจุดประสงค์อะไร พอถึงเวลาเข้าฉาก เราอาจลืมไปด้วยซ้ำว่ากำลังแสดงอยู่ เพราะในตอนนั้น เรากำลังใช้ชีวิตอยู่จริงๆ

มิวสิค: ตั้งแต่ก่อนเปิดกล้อง หนูกังวลใจค่อนข้างเยอะว่า เรามองภาพวินเป็นแบบไหน และควรดึงตัวละครออกมาอย่างไร พอถึงช่วงถ่ายทำก็มีบางครั้งที่เผลอลืมไปว่า ถ้าเป็นวิน เขาควรแสดงออกยังไง หรือบางทีตอนเข้าฉาก ก็คิดมากเกินไป หนูเลยต้องฝึกดีลกับความรู้สึกตัวเองอยู่ตลอด และพยายามปล่อยใจให้ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อจะได้เป็นตัวละครอย่างธรรมชาติที่สุดค่ะ

ความประทับใจของกันและกัน

เปียโน: พอมีทุกคนมาฟังก็เขินเหมือนกันนะ (หัวเราะ) หนูประทับใจที่เรามีความเป็นทีมเวิร์คกันมากๆ ค่ะ ทุกคนคอยสอน และช่วยเหลือกันตลอด อย่างตอนเข้าฉากกับพี่มิวสิค เขาจะส่งอารมณ์ให้หนูเข้าถึงตัวละครของตัวเองได้เก่งมาก หรือบางครั้งหนูก็ปรึกษาเขาว่าบทนี้ พูดประมาณนี้ได้มั้ย ส่วนพี่ปลายฟ้า เขาค่อนข้างตลก อยู่ด้วยแล้วผ่อนคลาย เลยทำให้รู้สึกว่า ทุกคนมีแต่พลังงานดีๆ ส่งถึงกันค่ะ

ปลายฟ้าถึงหนูจะชอบพูด แต่จริงๆ ขี้อายค่ะ ซึ่งมิวสิคกับเปียโนเขาทำให้หนูกล้าที่จะเล่นด้วย อย่างตอนเจอกันครั้งแรกทั้งสองคนน่ารักมาก สัมผัสได้ถึงเอเนอร์จี้บวก ทำให้เรารู้สึกว่าคุยเล่นได้

คราวที่เข้าฉากด้วยกัน มิวสิคแสดงเก่งและสมบาทมาก เขาสามารถทำให้หนูรู้สึกสงสาร จนอยากปกป้องวินรวีร์ ส่วนเปียโน ก่อนเข้าซีนเขามักไปทำสมาธิ ซ้อมบทคนเดียวอยู่เสมอ เลยรู้ได้เลยว่าเขาตั้งใจกับซีรีส์เรื่องนี้มากๆ

มิวสิค: ความประทับใจเยอะมาก น่าจะพูดไม่หมดภายในวันเดียว อย่างเปียโน เขาเอเนอร์จี้ดีมาก อาจจะเพราะเขาทำการบ้านกับตัวละครนี้มาหนัก เวลาที่ผู้กำกับสั่งแอคชั่น น้องจะเข้าถึงตัวละครได้เต็มที่ทุกครั้ง ทำให้เราเชื่อว่า เปียโนคือจอมขวัญจริงๆ ส่วนปลายฟ้า ในเรื่องหนูต้องพึ่งพาเขาเยอะมาก ซึ่งเขาก็สามารถเป็นความสบายใจให้วินรวีร์ในโมเมนต์นั้นได้เสมอ

หลายคนอาจกังวลว่า การที่เรามาเล่นซีรีส์ด้วยกันเป็นครั้งแรก จะมีความตะกุกตะกักบ้างหรือเปล่า แต่หนูรู้สึกว่าบรรยากาศการทำงานดีมากๆ ยิ่งได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ก็ยิ่งรู้สึกว่า เคมีของพวกเราเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดไว้ (ยิ้ม) 

สิ่งที่อยากให้ทุกคนติดตามใน “RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” 

ปลายฟ้าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องความรัก ความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการยึดถือความถูกต้องมากกว่าความสุขส่วนตัวด้วย รับรองว่าคนดูจะได้ข้อคิดและอุทาหรณ์กลับไปแน่นอน

มิวสิคนอกจากเนื้อเรื่องที่ปลายฟ้าบอกแล้ว อยากให้ทุกคนลองสังเกต แสง มุมกล้อง การส่งภาพบรรยากาศ ที่หนูค่อนข้างเชื่อใจพี่ๆ ทีมงานว่า จะสามารถถ่ายทอดอีกมิติหนึ่งของซีรีส์ Girl Love ออกได้เป็นอย่างดีค่ะ

เปียโนอย่างที่พี่มิวสิคบอกเลยค่ะ ถ้าใครเคยเห็นผลงานของกันตนาหรือพี่โอ๊ต วทัญญู จะเห็นว่า Mood & Tone ที่ใช้ค่อนข้างเรียล และความที่เป็นซีรีส์สยองขวัญด้วย หนูเลยรู้สึกว่า จะไม่เหมือนกับซีรีส์ Girl Love ที่เคยดูมาแน่นอน 

แอบสปอยล์ว่า ตอนจบค่อนข้างพีค ทุกคนต้องไปลุ้นกันเองนะคะ (ยิ้ม)

หลังอ่านบทสัมภาษณ์จบแล้ว อยากดู “RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” กันต่อหรือยังคะ? สามารถติดตามความเข้มข้นของทั้ง 3 ตัวละครต่อได้ใน ทุกวันอังคาร เวลา 22:30 น. #ดูทีวีกด33ดูออนไลน์ที่3Plus และชมย้อนหลังได้ทาง Youtube : GROW ENTERTAINMENTนะคะ


นักแสดง
มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์
ปลายฟ้า ศิระอาชา
เปียโน-ณิชาพัชร์ น้ำทรัพย์อนันต์

Digital Editor : Minim
Interview : Mild
Photo : ธนายุต วิลาทันครับ
Ass. Photo : ภัครพล จรลักษณ์
MakeUp : @ozsila_makeup @arumxm
Hair : @binn_hairstylist
ชุด : @thesrt_studio

maison KEEPS เปิดตัว “The Refined Hair Accessories” พร้อม ‘วิว–เบญญาภามา’ ในฐานะมิวส์

maison KEEPS เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับการแต่งลุค ด้วยการเปิดตัว The Refined Hair Accessories ซึ่งเป็น ไลน์แอ็กเซสซอรีผมระดับพรีเมียมครั้งแรกของแบรนด์ โดยได้ “วิว–เบญญาภามา” มารับบทบาทเป็นมิวส์ผู้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคอลเล็คชั่นนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

maison KEEPS เปิดตัว “The Refined Hair Accessories” พร้อม ‘วิว–เบญญาภามา’ ในฐานะมิวส์

สำหรับคอลเล็คชั่นเปิดตัวนี้ maison KEEPS เลือกเล่าเรื่องความงามผ่านคอนเซปต์ “Little Big Details”—รายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างอย่างยิ่งใหญ่ ดีไซน์เรียบง่ายที่ผสานดีเทลเฉพาะตัวและ DNA ของแบรนด์ ช่วยให้การแต่งตัวสนุกขึ้น พร้อมเพิ่มเสน่ห์ให้โททัลลุคในแบบที่มองเห็นได้ทันที

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ The Refined Hair Accessories คือการเลือกใช้ Acetate วัสดุพรีเมียมชนิดเดียวกับที่ใช้ทำขาแว่นและนิยมนำมาใช้ในงาน High-End Jewelry จุดเด่นของวัสดุชนิดนี้คือความแข็งแรง เหนียว ไม่เปราะง่าย สามารถหนีบผมได้แน่น ไม่ลื่น ไม่หลุด และยังให้ผิวสัมผัสที่สวยงาม สมกับเป็นงานพรีเมียมที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตในทุกรายละเอียด

ด้วยดีไซน์ที่ใส่ใจการใช้งานจริง พร้อมรูปทรงที่สามารถจับคู่ได้กับทั้งลุคเรียบเท่ มินิมัล หรือสไตล์หวานก็ได้ จึงทำให้คอลเล็คชั่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็น ของขวัญช่วง Season of Gifting ที่กำลังจะมาถึง ไม่ว่าจะมอบให้คนพิเศษหรือเลือกใช้เองเพื่อเติมสไตล์ให้ลุคประจำวัน


H&M Studio

H&M Studio เปิดตัวคอลเล็คชั่น Holiday 2025 หรูหรา แกลม และเจิดจรัส

คอลเล็คชั่น H&M Studio Holiday 2025 เฉลิมฉลองจิตวิญญาณสุดยั่วยวนและโอ่อ่าแห่ง New Romantics ด้วยสไตล์หรูหราแต่ก็ดุดัน เสน่ห์แฟชั่นยุค 1980 ผสมผสานเข้ากับรสนิยมร่วมสมัยอย่างประณีต เกิดเป็นไอเทมสะดุดตา ตั้งแต่เดรสระบายโอเวอร์ไซซ์และเบลเซอร์ไหล่คม ไปจนถึงลูกไม้ปักลายจุดสุดดรามาติก ลายพิมพ์ดอกไม้โทนเข้ม และหนังฟอกวินเทจ รวมถึงเมชประดับกลิตเตอร์โปร่งแสง เป็นการตีความเทศกาลวันหยุดในแบบ “หลีกหนีความจริง” เปิดพื้นที่ผู้สวมใส่ได้แสดงตัวตนและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

โทนสีของคอลเล็คชั่นเน้นความหรูหราแต่ละเมียดละไม โดยใช้เฉดสีดำ น้ำตาลช็อกโกแลต เบอร์กันดีเข้ม เบจ ขาว และเหลืองแอซิด ทำให้วัสดุคัดสรร ซึ่งสะท้อนกลิ่นอายอดีต แต่ยึดโยงมาสู่ปัจจุบัน ตั้งแต่หนังฟอก ทาฟเฟตาเนื้อบาง ซีควินโปร่งแสง คอตตอนหนานุ่ม แจ็กการ์ด ไปจนถึงผ้าเมช โดดเด่นยิ่งขึ้นในไอเทมสำคัญ อย่างทักซิโด้สีดำที่มาพร้อมเบลเซอร์ตัดสั้น จับคู่กับกางเกงเอวสูงผ่าหลัง หรือเสื้อคลุมเมชปักลายจุดสีดำคอระบายสูงและชายระบายฟูฟ่อง สวมทับเดรสแขนกุดทรงพิเศษอัดจีบ จนกลายเป็นชิ้นเดียวที่ใส่ได้สองลุค และหากต้องการช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุด เดรสเกาะอกเมชประดับซีควินโทนเบจ ก็พร้อมสร้างความ “ว้าว” ด้วยการรูชทั่วเรือนร่างอย่างวิจิตร

หัวใจของซีซันนี้ยังคงเป็นเสื้อเชิ้ต โดยเชิ้ตทักซิโด้สีขาวคลาสสิกตีความใหม่ด้วยคอเปิดกว้างและไหล่เว้า ขับเน้นเครื่องประดับชิ้นเด่นให้โดดเด่นขึ้นมา ขณะที่เชิ้ตระบายคอสูงก็หยิบรายละเอียดบิบทักซิโด้และปลายแขนตลบลึกมาใช้ในรูปแบบร่วมสมัย ส่วนเสื้อคลุมชั้นนอกนั้นนำเสนอผ่านโค้ตวูลลายตารางโอเวอร์ไซซ์สีน้ำตาล-ดำทรงยาวผูกเข็มขัด พร้อมผ้าพันคอแยกชิ้น และแจ็กเก็ตหนังฟอกทรงครอปแรงบันดาลใจจากเทรนช์โค้ต

นอกจากนี้ เครื่องประดับยังช่วยผลักดันลุคให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่รองเท้าส้นเตี้ยซาตินสีดำประดับโบว์ขนาดใหญ่ บู๊ตน้ำตาลช็อกโกแลตทรงหลวมพับลงมา ถุงมือลูกไม้พร้อมชายระบาย สร้อยหลายชั้น ไปจนถึงหมวกเบเรต์จากกำมะหยี่เดนิมวอช 

“ปลายยุค 1970 ถึงต้นยุค 1980 คือช่วงเวลาที่แฟชันท้าทายกรอบเดิมๆ เชื่อมอดีตเข้ากับอนาคต เพื่อสรรค์สร้างสิ่งใหม่สำหรับปัจจุบัน คอลเลกชัน Holiday 2025 ของ H&M Studio นี้ก็ถ่ายทอดจิตวิญญาณแบบเดียวกัน พร้อมชูความฟู่ฟ่าของยุคนั้นให้โดดเด่น ดังนั้นดีไซน์จึงมีซิลูเอตที่เฉียบคมและเล่นกับวอลุ่ม แต่ไม่เน้นความเพอร์เฟกต์จนสวยไร้ที่ติ ทั้งหมดนี้ออกแบบให้เป็นตู้เสื้อผ้าครบชุด เพื่อให้แต่ละคนได้ตีความงานปาร์ตี้ในแบบของตัวเอง” Kathrin Deutsch ดีไซเนอร์ประจำคอลเลกชัน H&M Studio กล่าว


เปิดความสำเร็จ “ธนาคารขยะตำบลท่าสะอ้าน” ภายใต้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และชุมชน

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และชุมชนตำบลท่าสะอ้าน จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับประกาศเกียรติคุณจากโครงการ “สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก” (Low Emission Support Scheme: LESS) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ตอกย้ำความสำเร็จ “ธนาคารขยะตำบลท่าสะอ้าน” จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับโครงการ “สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก” (Low Emission Support Scheme: LESS)  ถือเป็นโมเดลการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ลดขยะ – ลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการรับซื้อและจำหน่ายขยะรีไซเคิล สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 30,000กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนความร่วมมือเอกชน รัฐ ชุมชน มุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

นายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูได้ทำงานกับชุมชนท่าสะอ้านในการจัดการขยะมากว่า 2 ปี ภายใต้โครงการ “พลังบ้านปู ฟื้นฟูทะเลไทย” โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก นายสนชัย แดงมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน และทีมงานท้องถิ่นทุกท่าน โดยเฉพาะในการจัดตั้ง ‘ธนาคารขยะตำบลท่าสะอ้าน’ เราเข้าไปร่วมสร้างระบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง มีชุมชนและหน่วยงานภาครัฐเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อน เป็นการพัฒนากลไกการจัดการของเสีย (WASTE) และการลดก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Mitigation Mechanism) ในระดับชุมชนที่สามารถขยายผลไปพื้นที่อื่น ๆ ได้อีกด้วย”

นอกจากโครงการธนาคารขยะแล้ว ภายใต้โครงการ “พลังบ้านปู ฟื้นฟูทะเลไทย” บริษัทฯ ได้ติดตั้งทุ่นตาข่ายดักขยะจำนวน 9 จุด และ มอบนวัตกรรมทุ่นดักขยะจำนวน 1 เครื่อง พร้อมจัดตั้งธนาคารขยะในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ท่าสะอ้าน บางตีนเป็ด และสนามจันทร์  จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้สามารถ ลดขยะหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำได้กว่า 18,029 กิโลกรัม และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 52,723 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

สำหรับการที่ชุมชนบางปะกงได้รับใบประกาศเกียรติคุณ จากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) นั้น เนื่องจาก LESS มีแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการดำเนินกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกย่องผู้ทำความดีโดยการมอบใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition: LOR) เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงาน ชุมชน และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์และประเมินทางเทคนิควิชาการ และนำมาผนวกกับแนวคิดการให้การสนับสนุน จาก “ผู้ให้” ในภาคองค์กรหรือธุรกิจ ไปสู่ “ผู้รับ” ในสังคมและชุมชน

ทวีคุณความน่ารัก! ALO จัดกิจกรรม Puppy Yoga เอาใจคนรักเจ้าตูบ

หยุดความน่ารักไว้ไม่ไหว! เมื่อ ALO แบรนด์แฟชั่นและชุดออกกำลังกายระดับลักชัวรี่ ร่วมกับ Puppy Yoga BKK จัดกิจกรรม Puppy Yoga ต้อนรับฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ด้วยชุดโทนสีใหม่ Winter Frost พร้อมความน่ารักและบรรยากาศสุดอบอุ่นจากลูกสุนัขพันธุ์ Cocker spaniels โดยมีศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์อย่าง ดาว พิมพ์ทอง, ปริม นฎกร และ เมย์ ปวีณ์สุดา เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

สำหรับเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นล่าสุดได้ที่ร้าน ALO ทุกสาขา พร้อมติดตามรายละเอียดได้ที่ Line Official Account: @alothailand

ดิสโก้ยุค 80s! เผยลุค FENDI โทนสีอัญมณีของ Joseph Chang

FENDI นำเสนอคอลเล็คชั่น Pre-Collection Spring/Summer 2026 ร่วมกับ Joseph Chang นักแสดงชาวไต้หวัน โดยคอลเล็คชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายดิสโก้ในยุค 1980s ที่มีชีวิตชีวา ถ่ายทอดความสนุกแบบปาร์ตี้ผ่านเลเยอร์โทนสีอัญมณีและซิลูเอตเท่แบบ Boyish ผสานงานฝีมืออันประณีต

โจเซฟสวมเสื้อแจ็คเก็ตแคชเมียร์ทับเสื้อเชิ้ตอ็อกซ์ฟอร์ดและเสื้อกั๊กสีฟ้าน้ำทะเล จับคู่กับกางเกงกำมะหยี่สีเบอร์กันดี รองเท้าบู๊ตเชลซีหนังสีน้ำตาล และกระเป๋า FENDI Baguette Soft Trunk ลาย ‘Falena’ การผสมผสานสีสันและวัสดุ สร้างสรรค์ลุคสุดเท่ได้อย่างลงตัว

อีกลุคหนึ่ง โจเซฟสวมเสื้อเชิ้ตอ็อกซ์ฟอร์ดสีเทอร์ควอยซ์ พร้อมแจ็คเก็ตเดนิมคอร์ดูรอยสีดำแต่งดีเทลขนเชียร์ลิงสีขาว และกางเกงยีนส์ฟอกสีอ่อน เสริมด้วยสนีกเกอร์ FENDI Fit และกระเป๋า FENDI Flux Backpack หนังเรียบผสาน FF Nylon เติมบรรยากาศสบาย ๆ ให้กับลุคอันโดดเด่น


Courtesy of Fendi

สำรวจ Poirot Fine Dining ห้องอาหารระดับ MICHELIN Guide Thailand 2025

แพรวพาสำรวจ Poirot ห้องอาหารสไตล์ยุโรปแบบ Fine Dining แห่ง InterContinental Khao Yai Resort ที่ได้รับการคัดเลือกให้ติดใน MICHELIN Guide Thailand 2025 อย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนมาตรฐานด้านรสชาติ การนำเสนอ และประสบการณ์การรับประทานอาหารในระดับสากล

สำหรับห้องอาหารถูกออกแบบเป็นตู้รถไฟสุดไอคอนิก โดย Bill Bensley ให้บรรยากาศหรูคลาสสิกแต่ร่วมสมัย เหมาะสำหรับดินเนอร์มื้อพิเศษ ทริปพักผ่อนแบบลักชัวรี และการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ

ไฮไลต์ที่ทำให้ Poirot ไม่เหมือนใคร ด้วยห้องอาหาร Fine Dining ในธีมตู้รถไฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่นเขาใหญ่ในแนวคิด Farm-to-Table สู่การรังสรรค์เมนูยุโรปร่วมสมัย คุมรสชาติด้วยเทคนิคคลาสสิกระดับสากล  พร้อมด้วยการให้บริการทั้ง À la carte และ Seasonal Set Menu

ดังนั้นทุกจานจึงเน้นความเรียบ หรู ละเอียด และบาลานซ์รสชาติอย่างมีชั้นเชิง เหมาะกับทั้งนักชิมตัวจริง และผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์ Fine Dining ครั้งพิเศษ

Crabe Royal – เนื้อปูคาริบเบียน เสิร์ฟพร้อมกัวคาโมเลและมะม่วงสุก
Bisque de Crevettes – ซุปบิสก์กุ้งเข้มข้น หอมบรั่นดี รสลึกแบบยุโรปแท้
Filet Mignon de Bœuf (Wagyu MB 5/6) – สเต๊กเทนเดอร์ลอยน์ เสิร์ฟกับซอสไวน์แดงและคาเวียร์
Loup de Mer – ปลากะพงทะเล กับซอส Beurre Blanc และครัสต์มะพร้าว–ซิตรัส

สำหรับใครที่อยากสัมผัสอาหารชั้นเลิศพร้อมประสบการณ์สุดพิเศษสามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 044-082-039 และ [email protected]


365mc Thailand ครบรอบ 1 ปี พร้อมฉลองสถิติครบ 10,000 LAMS ครั้งแรกในไทย

365mc Thailand โรงพยาบาลดูดไขมันเฉพาะทางชั้นนำจากเกาหลี ฉลองครบรอบ หนึ่งปีแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศความสำเร็จที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูดไขมันระดับนานาชาติ ด้วยการทำสถิติ “ครบ 10,000 LAMS” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากผู้รับบริการจำนวนมาก ตลอดจนมาตรฐานการรักษาและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกันนี้ 365mc Thailand ยังประกาศแผนเปิด สาขาใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลอดปีที่ผ่านมา 365mc Thailand ได้สร้างปรากฏการณ์ด้านการดูดไขมันเฉพาะทาง ด้วยการก้าวข้ามสถิติที่ศูนย์บริการด้านความงามทั่วไปต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะเข้าถึง นั่นคือการทำหัตถการด้วยระบบ LAMS ครบ 10,000 LAMS (LAMS ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การดูดไขมันมีความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยง แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และช่วยให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ) ภายในปีแรกของการเปิดให้บริการ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ 365mc ต้นตำรับจากประเทศเกาหลีใต้


Dr. Namchul Kim (ดร. คิม นัมชอล) ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ 365mc กล่าวว่า “การทำสถิติครบ 10,000 LAMS ในปีแรกถือเป็นหลักไมล์สำคัญ เราขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่มอบความไว้วางใจ และนี่คือเหตุผลที่เราจะเดินหน้าด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้นในทุกวัน”


พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 365mc Thailand กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จนี้มาจากมาตรฐานของงานบริการของเรา 365mc เราพร้อมไปด้วยทีมแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมจากศูนย์หลักในประเทศเกาหลี เสริมด้วยทีมพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านรูปร่าง เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเพิ่มบริการ After Care แบบครบวงจร การดูแลแผล, โปรแกรมกระชับสัดส่วน, การติดตามผลรายบุคคล และคำปรึกษาด้านโภชนาการ เพื่อให้ผลลัพธ์ยั่งยืนและปลอดภัย รวมถึงการสื่อสารแบรนด์ ผ่านกิจกรรมการตลาด, เคสรีวิวจริง และแคมเปญที่ช่วยสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ 365mc เป็นผู้นำในตลาดการดูดไขมันระดับพรีเมียม”

พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการแถลงเปิด สาขาใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยเน้นการให้บริการ “Premium Wellness Experience” แบบครบวงจร เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองหาการดูแลรูปร่างแบบพรีเมียม การเปิดสาขาภูเก็ตถือเป็นก้าวสำคัญสู่การขยายเครือข่ายในประเทศไทย และเป็นหัวใจสำคัญของเป้าหมายระยะยาวของแบรนด์ในการก้าวสู่ความเป็น Medical Aesthetic Hub ของเอเชีย อีกทั้งในปี 2026 ยังมีการขยายทีมแพทย์เฉพาะทางให้เพิ่มมากขึ้น, การพัฒนาโปรแกรมหลังดูดไขมันแบบเฉพาะบุคคล, การจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในไทย และการวางรากฐานขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ Medical Aesthetic Hub ต่อไป


คิมยูจอง

การเดินทางสู่ด้านมืดของจิตใจ ของ นักแสดงมากความสามารถ คิมยูจอง

นักแสดงมากความสามารถ คิมยูจอง ที่เคยฝากผลงานในแนวคอเมดี้และโรแมนติกไว้อย่างมากมาย ได้พลิกบทบาทครั้งสำคัญมารับบท แพคอาจิน ในซีรีส์แนวจิตวิทยาสุดดาร์กเรื่อง “Dear X” ที่ดัดแปลงจากเว็บตูนต้นฉบับ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากความสนใจในเนื้อเรื่องที่เข้มข้น และการได้พูดคุยกับผู้กำกับที่ช่วยยืนยันถึง วิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ในการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถเข้าถึงผู้ชมในยุคปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง

ก่อนหน้านี้คุณเคยรับบทบาทที่แตกต่างจาก Dear X ทั้งแนวคอเมดี้และโรแมนติก อะไรคือแรงผลักดันให้คุณเลือกที่จะรับบทแนวจิตวิทยาสุดดาร์กเช่นนี้

ฉันคุ้นเคยกับเว็บตูนต้นฉบับอยู่แล้วและรู้สึกสนใจในเนื้อเรื่องนี้ทันที สิ่งที่ทำให้ฉันตัดสินใจรับบทนี้ในที่สุดคือการได้พูดคุยกับผู้กำกับซึ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าเรามีมุมมองที่ตรงกันสำหรับซีรีส์ฉบับคนแสดงเรื่องนี้และเราสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่จะสามารถเข้าถึงผู้ชมในยุคปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้งค่ะ

คุณได้นำแง่มุมไหนจากเว็บตูนต้นฉบับมาถ่ายทอดตัวละครของคุณบ้าง

เนื่องจากบุคลิกของอาจินถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนในเว็บตูนต้นฉบับ ฉันจึงใช้เวลาคิดว่าจะถ่ายทอดเธอในฉบับคนแสดงให้ออกมาอย่างครบถ้วนได้อย่างไร ฉันอยากแสดงให้เห็นถึงความเย็นชา ความว่างเปล่า และการแสดงออกที่ละเอียดอ่อนแต่ลึกลับของเธออย่างชัดเจนโดยไม่ทำให้มันดูเกินจริง

คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนสังคมในปัจจุบันอย่างไรและผู้ชมสามารถเรียนรู้อะไรจากแพคอาจินได้บ้าง

ในความคิดของฉัน เรื่องนี้สะท้อนถึงแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศีลธรรม ความสัมพันธ์ ความปรารถนา และความสุดโต่งที่ตัวละครเต็มใจจะก้าวไปให้ถึง ผ่านการต่อสู้และการเติบโตของพวกเขา ซีรีส์เรื่องนี้ยังชวนให้ผู้ชมได้ย้อนมองตัวเอง ฉันไม่คิดว่าผู้ชมจะได้บทเรียนเรื่องศีลธรรมจากแพคอาจิน แต่พฤติกรรมของเธอจะชวนให้เราตั้งคำถามถึงวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่น อาจินมักจะก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่ถือว่ายอมรับได้ และไม่เคยหันกลับมาทบทวนการกระทำของตัวเอง ในแง่หนึ่ง เรื่องราวของเธออาจเป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ตามมา

ความท้าทายที่สุดในการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้หรือระหว่างการถ่ายทำคืออะไร

แพคอาจินเป็นตัวละครที่แม้แต่ฉันเองก็ไม่สามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ทั้งหมดเช่นกันค่ะ ตอนที่พวกเราเริ่มถ่ายทำครั้งแรก ฉันทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้กำกับเพื่อทำความเข้าใจตัวละครให้ดียิ่งขึ้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งฉันก็ตระหนักว่าฉันต้องใช้ความไม่แน่นอนนั้นให้เป็นประโยชน์ ฉันเริ่มเข้าถึงตัวละครด้วยสัญชาตญาณมากขึ้น โดยแสดงออกตามอารมณ์ของตัวเองในขณะนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรักษาอารมณ์ของเธอให้สมดุล พร้อมกับถ่ายทอดความวิตกกังวลของเธอออกมาได้อย่างแนบเนียน การมีสมาธิกับตัวละครต้องอาศัยความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความท้าทายที่สุดคือการรักษาระยะห่างจากความรู้สึกที่ถูกครอบงำโดยตัวละครที่ฉันแสดง นั่นคือ แพคอาจิน

หลังจากที่ถ่ายทำ Dear X เสร็จ คุณต้องทำอย่างไรเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ หรือมีช่วงไหนที่คุณรู้สึกเหมือนตัวเองยังติดอยู่ในบทบาทนั้นบ้างไหม

หลังจากจบโปรเจกต์แต่ละเรื่อง ฉันมักจะใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อผ่อนคลาย ฉันชอบเดินทางหรือแค่ใช้เวลาเงียบๆ คนเดียวเพื่อคลายเครียด ฉันคิดว่านั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงสามารถไปทำอย่างอื่นได้โดยไม่ต้องจมอยู่กับประสบการณ์เดิมๆ ค่ะ

คุณอยากจะบอกอะไรกับแฟนๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง หลังจากที่พวกเขาได้ดู Dear X ทาง HBO Max

ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะสะท้อนความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่ขอขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของอาจินซึ่งเป็นตัวละครที่ไม่สามารถเข้าใจ รัก หรือเกลียดได้ ฝากติดตามและสนับสนุนพวกเราต่อไป รวมถึงสามารถสตรีม Dear X ได้ทาง HBO Max นะคะ

ถ้าคุณต้องเลือกฉากหรือลักษณะเด่นอย่างเดียวของตัวละครที่คุณแสดงที่อยากให้ผู้ชมจดจำไม่มีวันลืม สิ่งนั้นคืออะไร

แม้เธอจะดูเย็นชาและห่างเหิน แต่ฉันเชื่อว่าแพคอาจินเป็นคนที่มีบาดแผลลึกอยู่ภายใน ฉันหวังว่าผู้ชมจะเข้าใจว่าถึงแม้เธอจะโหดเหี้ยม แต่เธอก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีข้อบกพร่องและพร้อมจะทำทุกอย่างจนถึงขั้นสุดโต่งเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการค่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว คุณอยากให้แพคอาจินประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

ฉันไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ค่ะ ฉันอยากให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญและไตร่ตรองแล้วค่อยตัดสินใจเองหลังจากดูเรื่องนี้จนจบค่ะ

ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในกองถ่ายคือช่วงไหน

ฉากบนดาดฟ้าตอนจบของตอนที่สาม ฉากอาจินและพ่อของเธอเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดสำหรับฉัน เราถ่ายทำฉากนั้นนานหลายวันและมันเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ มันเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะแยกตัวเองออกจากอารมณ์ของอาจินและฉันก็รู้สึกหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็รู้สึกถึงความเข้มข้นและแรงดึงดูดที่ทำให้ฉันหลงใหลในการแสดงตั้งแต่แรก

คุณอยากให้ผู้ชมได้อะไรจากการดูซีรีส์เรื่องนี้บ้าง

ด้วยความที่ถูกกีดกันจากความสัมพันธ์และอารมณ์ของมนุษย์ ความเป็นจริงของแพคอาจินจึงโหดร้ายและการรับบทเป็นเธอ ทำให้ฉันตระหนักว่าความเห็นอกเห็นใจมีความสำคัญเพียงใดในฐานะมนุษย์ ฉันหวังว่าผู้ชมจะชื่นชมซีรีส์เรื่องนี้และตีความตัวละครในแบบของตัวเอง และหวังว่าเนื้อเรื่องจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมมีเมตตาและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นค่ะ

คุณจะสรุป Dear X ในสามคำว่าอย่างไร

โหดร้าย (cruel) ลึกลับ (mysterious) และ ภาพลวงตา (façade)

มื้ออาหารแห่งชัยชนะ

มื้ออาหารแห่งชัยชนะ ยุทธศาสตร์โภชนาการที่ขับเคลื่อนทัพนักกีฬาไทย

พลังแห่ง Eat with Purpose มื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals) ที่ทำหน้าที่เป็นอาวุธลับและพลังขับเคลื่อนสำคัญ ของ ทัพนักกีฬาไทย

นักกีฬาดาวรุ่งทีมชาติไทย “มินต์” “ชมพู่” และ “จิมมี่” แท็กทีมคู่หูคนดัง “กาน” และ “เฟย” พาทัวร์ “Ajinomoto Victory Canteen” หรือ ศูนย์โภชนาการหลักสำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในงาน The Victory Night ที่จับมือกันมาสร้างความคึกคักให้กับค่ำคืน ด้วยกิจกรรมแข่งทำข้าวปั้นพลังงานสุดมัน โดยมีเชฟนานา–มารีน่า และนักโภชนาการมืออาชีพ มาอัปเดตเคล็ดลับการดูแลสุขภาพดีที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ ‘กินดี มีสุข’ พร้อมเสริมทัพการสื่อสารของบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “ใส่สุดทุกคำไฟท์สุดทุกเกม” ในการสนับสนุนการแข่งขันซีเกมส์ ผ่านกลยุทธ์โภชนาการที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันที่จะมาถึง

อาหารอร่อยเต็มรสชาติ ณ แคนทีนสำหรับนักกีฬา

ชวนสัมผัสวิถีชีวิตของนักกีฬาทีมชาติไทยในมุมต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม ‘Victory Buddy Tour’ โดยมี 3 นักกีฬาทีมชาติไทย มินต์–รมิตา เตรณานนท์ นักคาราเต้ / ชมพู่–กชพร ประทุมสุวรรณ นักยิงธนู และ จิมมี่-พิฆเนศ สุขหยิก นักกีฬาคิกบ็อกซิ่ง นำทัวร์แคนทีนกับ “กาน-ชัชนันท์ และเฟย-ภัทร” อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ตรงด้านอาหารและโภชนาการสำหรับนักกีฬา ในการเสริมสมรรถนะให้ไฟท์สุดทุกเกมการแข่งขัน โดย “Ajinomoto Victory Canteen” นำเสนอ ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals)’ เมนูพิเศษ ที่พลิกโฉมอาหารยอดนิยมให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ด้านโภชนาการ ภายใต้แนวคิด ‘เรากินเพื่ออะไร?’ (Eat with Purpose)’ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์เพื่อสุขภาพ ที่มีเมนูอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักกีฬา

เคล็ดลับสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการ

เชฟชื่อดัง นานา-มารีน่า จงเลิศเจษฎาวงศ์ ร่วมกับ คุณจิดาภา ศรีชวนะ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการกินอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย โดยใช้แนวคิด ‘เรากินเพื่ออะไร?’ (Eat with Purpose)’ คุณจิดาภา เล่าว่า “ช่วงนี้นักกีฬาหลายคนกำลังเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมแข่งขันซีเกมส์ โภชนาการคือหัวใจสำคัญ ที่ควรโฟกัสการกินตามกิจกรรม เช่น ‘กินเพื่อฟื้นฟู (Hard Day) – ฟื้นฟูร่างกาย เติมพลังหลังใช้ร่างกายหนัก’ ซึ่งช่วยฟื้นฟูไกลโคเจนและความแข็งแรง โดยแนะนำให้บริโภคอาหารโปรตีนสูงก่อนการแข่งขันหรือหลังการฝึกซ้อม นักกีฬาสามารถปรับมื้ออาหารให้เข้ากับเป้าหมายด้านสุขภาพและสมรรถภาพของตนเองได้ โดยปรับสมดุลระหว่าง ‘กินเพื่อสมดุล (Easy Day) – มื้อเบา รักษาความบาลานซ์’ และ ‘กินเพื่อเตรียมพร้อม (Moderate Day) – สะสมพลังงาน เตรียมซ้อมแข่งวันต่อไป’ เพื่อสะสมพลังงาน รวมไปถึงการเสริมด้วย aminoVITAL® (อะมิโนไวทัล) ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากความเชี่ยวชาญด้าน ‘AminoScience’” เชฟนานา เสริมว่า “ตัวอย่างจากเมนูกินเพื่อฟื้นฟู คือ หมูตกครก ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีนและโซเดียมเพื่อทดแทนอิเล็กโทรไลต์ที่สูญเสียไป พร้อมด้วยวิตามินและใยอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีโดยรวม สำหรับการฝึกซ้อมที่เข้มข้น แนะนำให้เพิ่มคาร์โบไฮเดรตเพื่อเติมพลังงาน ในขณะที่ Power Ball หรือข้าวปั้นพลังงานสไตล์ไทย ๆ ยังเป็นตัวเลือกของว่างที่รวดเร็ว ง่าย และอร่อยอีกด้วย”

ไฮไลต์พิเศษ: กาน–เฟย ร่วมสนุกในเกมแข่งทำข้าวปั้นพลังงาน

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงานคือกิจกรรมแข่งทำข้าวปั้นพลังงาน ที่สองหนุ่ม “กาน–เฟย” จับคู่ร่วมทีมกับเหล่านักกีฬาเลือดใหม่ โชว์ความเป็นทีมเวิร์กในการทำเมนูสุดครีเอท กานและเฟย เล่าว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมแคนทีนอาหารของนักกีฬาทีมชาติ และได้เห็นว่าวัน ๆ หนึ่งนักกีฬากินอะไรกันบ้าง พอได้ลองชิมแล้วก็รู้เลยว่าเมนูต่าง ๆ ถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งดีต่อสุขภาพ และมีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน ในฐานะแฟนกีฬา เราดีใจมากที่ได้มาเจอนักกีฬาทีมชาติอย่างใกล้ชิด และได้ทำข้าวปั้นพลังงานร่วมกัน วันนี้ถือเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ดี ๆ ที่ทำให้ทุกคนเห็นว่า อาหารสุขภาพก็อร่อยได้และนำเอาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันแบบกินดีมีสุข พวกเราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน ตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุด คนไทยทุกคนพร้อมส่งแรงเชียร์ให้อย่างเต็มที่ครับ”

ช่วงท้ายของงาน โค้ชมุก-สโรชา ริ้วรุจิเรข โค้ชโปโลน้ำหญิงและอดีตนักกีฬาทีมชาติ ได้ร่วมแบ่งปันโมเมนต์แห่งแรงบันดาลใจ เชิญชวนทุกคนมาร่วมกันส่งกำลังใจและแรงเชียร์อย่างเต็มที่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนศึกซีเกมส์ “ดีใจมากๆ ที่อายิโนะโมะโต๊ะเข้ามาสนับสนุนด้านโภชนาการที่ถูกต้องให้กับนักกีฬา เพราะ Ajinomoto Victory Canteen ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์โภชนาการ แต่เป็นพื้นที่ที่เราได้พบนักกีฬา ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด สำหรับนักกีฬาจะมีพีระมิดสำคัญอยู่ 4 ด้าน คือ โภชนาการ การพักผ่อน สภาพจิตใจ และการฝึกซ้อม ซึ่งอาหารเป็นพื้นฐานที่เชื่อมโยงและสนับสนุนทุกด้าน โภชนาการที่ดีจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมพลัง และสนับสนุนให้เรามุ่งไปสู่ผลงานที่ดีที่สุดค่ะ”

Schwarzkopf Professional Thailand

ครั้งแรก Schwarzkopf Professional Thailand จัดแฮร์โชว์ระดับโลก มุ่งสู่ผู้นำแฮร์โปรเฟสชั่นและแฮร์แฟชั่นเทรนด์

Schwarzkopf Professional Thailand ผู้นำแฮร์โปรเฟสชั่นและแฮร์แฟชั่นเทรนด์ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจและการทำสีผมเพื่อผลงานอันทรงคุณค่า ล่าสุดได้รังสรรค์คอลเล็คชั่นสุดพิเศษ โดยทีมครีเอทีฟโชว์ระดับโลกที่ Schwarzkopf Professional ผนึกกำลังกับคอมมูนิตี้ทั่วทุกมุมโลก จัดงาน “FOR EVERY INSPIRATION. FOR EVERY YOU.” เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม The Ritz-Carlton, One Bangkok, Grand Ballroom เพื่อเฉลิมฉลองแรงบันดาลใจด้านสีผมยุคใหม่ และล้ำสมัยเหนือกาลเวลาด้วย 4 ธีมหลัก

Schwarzkopf Professional Thailand

พร้อมเปิดตัวคอลเล็คชั่นไอคอนิก POP ICON LOOKS ที่รังสรรค์ด้วยผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมชั้นนำอย่าง IGORA ROYAL ที่เป็นโชว์เปิดตัวโดย 4 Schwarzkopf Thailand Color Ambassadors นำโดย คุณ อารตี จันทร์เกตุ , คุณอรไพลิน วงศ์ประเสริฐ , คุณเอริตรา ขุนอาจ และ คุณประสิทธิ์ เชื้อหงษ์ ที่นำเทรนด์ล่าสุดมาเผยที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก

Schwarzkopf Professional Thailand

ตามด้วย Vintage Glamour และ Dee Punky ถ่ายทอดความแหวกแนว หลุดจากกรอบเดิมๆ โดย Ms. Dee Parker Attwood Schwarzkopf National Ambassador Australia&New Zealand ที่มากความสามารถ โดยเธอคว้ารางวัลทั่วโลกตลอดอาชีพการเป็นช่างทำผมมาอย่างมากมาย  

Schwarzkopf Professional Thailand

อีกไฮไลท์ที่ส่งตรงจากมิลานคือโชว์ Noise Collection ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Seeing Sound, Hearing Time” นิยามความลึกซึ้งผ่านทรงผมที่ชวนสนุกไปกับจินตนาการจากแรงบันดาลใจของ Museum of Contemporary Art Tokyo by Ryuichi Sakamoto ที่ทีม PROVI Shanghai Artist  นำมาถ่ายทอด ชวนหลบหนีความวุ่นวายของเมือง พาร่างกายและหัวใจไปใช้เวลาเงียบๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ไม่ต้องการคำอธิบาย เปลี่ยนเสียงให้กลายเป็นแสง เปลี่ยนจังหวะให้กลายเป็นภาพ และเปลี่ยนความเงียบให้กลายเป็นจินตนาการที่น่าหลงใหล 

Schwarzkopf Professional Thailand

ปิดท้ายด้วยที่สุดแห่งความภาคภูมิใจเพื่อทุกไลฟ์สไตล์คนเอเชีย ผลงานล่าสุด “Essential Looks Asian Edition Autumn Winter 2025” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของช่างผมและลูกค้าเอเชียโดยเฉพาะ โชว์นี้ถูกออกแบบอย่างประณีต ประกอบด้วย 3 ไลฟ์สไตล์เทรนด์ ได้แก่ Effortless Edge , Boldly Stylish และ Her Chapter ถ่ายทอดโดยทีมนักสร้างสรรค์ระดับโลก อาทิ Mr.Robbie Liu , Mr.Rafi Cheng Ms.Carol Dai ซึ่งบุคคลเหล่านี้รู้จักกันในวงกว้างระดับโลกที่ได้ออกเดินทางแสดงผลงานทั่วโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา และปิดท้ายโชว์ด้วยนางแบบกว่า 6 คนที่ร่วมเดินโชว์ผลงานในรูปแบบ live demo และ finale walk เพื่อจบโชว์อย่างงดงามและน่าประทับใจ

ครั้งแรก Schwarzkopf Professional Thailand จัดแฮร์โชว์ระดับโลก มุ่งสู่ผู้นำแฮร์โปรเฟสชั่นและแฮร์แฟชั่นเทรนด์

งานครั้งนี้ผสานศิลปะ แสง สี และการออกแบบโชว์ร่วมสมัยผ่าน motion graphic , visual art และการสาธิตสไตลิ่งผมบนเวที ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นฮับทั่วโลก ทั้งมิลาน ลอนดอน เบอร์ลิน ออสเตรเลีย โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ว่า Schwarzkopf Professional คือผู้ขับเคลื่อนมาตรฐานสีผมระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ช่างผมรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีสากล

Schwarzkopf Professional Thailand

ในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.สมศักดิ์ ชลาชล Honorable Advisory President of Schwarzkopf Professional Thailand กล่าวถึงการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีผมไทยด้วยมุมมองระดับสากล และ คุณธัชทิพย์ ไตรทิพย์ General Manager – Henkel Consumer Brands Thailand ผู้ย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์ในการสนับสนุนช่างผมไทยผ่าน Schwarzkopf Professional Customer Centric Model ที่คุณคือหัวใจของเราเพื่อการพัฒนาส่งเสริมคุณสู่ความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

ช่วงท้ายของงานปิดท้ายด้วยวิดีโอ “PARTNER IN CRAFT” เพื่อขอบคุณและเป็นเกียรติกับช่างผมทุกท่านที่ร่วมเดินทางกับแบรนด์ Schwarzkopf Professional พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ศิลปินผมทั่วประเทศ “เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด” และก้าวไปสู่มาตรฐานระดับโลกไปด้วยกัน

Schwarzkopf Professional Thailand

Playerไม่อาจห้ามรัก

ไอซ์, มีมี่, เกรซ, หนิงหนิง ซีรีส์ Player ไม่อาจห้ามรัก

พร้อมเสิร์ฟความละมุน กับแฟชั่นเซ็ตพิเศษจาก “ไอซ์, มีมี่, เกรซ และ หนิงหนิง” นักแสดงจาก ซีรีส์ Player ไม่อาจห้ามรัก

ฟินสุดๆ กับ เมื่อ Heart Pop Studioพร้อมเสิร์ฟซีรีส์ “Player ไม่อาจห้ามรัก” ที่ดัดแปลงจากนิยายของ SIIX โดยเป็นผลงานแสดงเกิร์ลเลิฟเรื่องแรกของ “ไอซ์ – อมีนา กูล ประกบคู่กับนักแสดงน้องใหม่ มีมี่ – เหมือนฝัน แบ้สกุล ร่วมด้วย เกรซ – เกรซ ฮาร์เปอร์ และ หนิงหนิง – มาริกา แพร่เกียรติเจริญ” ที่แม้จะคาแรคเตอร์ต่างกัน แต่กลับเป็นเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว

ICE

ไอซ์ – อมีนา กูล

IG @ice_amena

MEMI

มีมี่ – เหมือนฝัน แบ้สกุล

IG @memibae

GRACE

เกรซ – เกรซ ฮาร์เปอร์

IG @thegraeharperr

NINGNING

หนิงหนิง – มาริกา แพร่เกียรติเจริญ

IG @ningningmari

  • Digital Editor : Minim
  • ช่างภาพ : ณัฐวรรธน์ ไทยเสน
  • สไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ
  • ผู้ช่วยช่างภาพ : ภัครพล จรลักษณ์
  • เสื้อผ้า : Landmee ชั้น 3 Central Embassy , Sretsis Line ID : @Sretsis , Disaya

‘เลือกผิด ชีวิตเปลี่ยนเป็นโลกใบที่สองทันที ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 24 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2568

‘เลือกผิด ชีวิตเปลี่ยนเป็นโลกใบที่สองทันที’

ดวงรายสัปดาห์ 24 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   เป็นสัปดาห์ปลายชนต้นเดือนที่ชาวอาทิตย์ต้องทำใจร่มๆ ให้มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้คำพูด ไม่ว่าจะติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน จนถึงงานขาย เพราะมีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะลุยงานแบบไม่สนใจหน้าอินทร์ หน้าพรหม ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่คำพูดของคุณจะไม่ถูกใจใครหลายคนเข้า จนเกิดฟีดแบคที่แรงมาก ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนคุณรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด อยากลาออกไม่รู้วันละกี่รอบ ดังนั้น จึงควรใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำ เพราะการตัดสินใจที่ขาดสติ จะทำให้งานหรือธุรกิจผิดพลาดได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน  :  ก็ยังอยู่กับการให้แบบไม่รู้จบ ดังนั้น จึงมีโอกาสที่เงินจะขาดมือจนถึงร้อนเงินได้ แต่พอถึงปลายสัปดาห์คุณก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสี่ยงโชค หรือลงทุนในธุรกิจที่มีความท้าทายอยู่ ซึ่งก็นับว่าไม่ผิดหวังด้วยสิ  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้จะบอกว่าความสัมพันธ์ของชาวอาทิตย์ปะปนอยู่ด้วยความลังเลและโลเลสูงมาก เป็นไปได้ว่าจะจับได้ว่าคู่ครองมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจเสียแล้ว เมื่อเธอทำได้ ฉันก็ทำได้ อย่างนั้นเลย  คนโสด  ต้องระวัง อย่าสับสน ดูดีๆ เพราะหากคุณเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยนเป็นโลกใบที่สองทันที  

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์ต้องระวังฟันจะมีปัญหา ทำลายความสุขในการรับประทาน หากให้ดีควรไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องสมองและอารมณ์เชิงลบต่างๆ  เช่น หึงหวง โกรธ แค้น โมโห เพราะจะทำให้ปวดศีรษะไมเกรนได้

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สัปดาห์รอยต่อระหว่างเดือนเก่ากับเดือนใหม่นี้ หากชาวจันทร์ที่กำลังตัดสินใจไม่ไปต่อกับงานเดิมและพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้ทำงานหรือทำธุรกิจร่วมกับผู้หญิง อาจเป็นเพื่อนสนิท หรือญาติสนิทก็ได้ ในงานที่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการแสดงออก เช่น งานในวงการบันเทิง นักแสดง นักเขียน นักดนตรี ดีไซเนอร์ จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ มีความเป็นไปได้ด้วยว่าคุณจะได้เข้าแข่งขัน ไม่ว่าจะประกวด หรือประมูล ซึ่งคุณคาดหวังชัยชนะมากจนสามารถทำได้ทุกอย่าง โดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องระวังให้มาก อาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้  

การเงิน  :  สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของคุณยังไม่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นจึงยังไม่ควรใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเกินตัว เพราะจะยิ่งเพิ่มภาระมากขึ้นไปอีก ปลายๆ สัปดาห์คาดว่าจะมีเงินรางวัลตอบแทนความขยันของคุณน้า   

ความรัก  :  ก็ยังไม่ดีขึ้นนะคะ สำหรับสัปดาห์นี้น่าจะมาจากเพื่อนผู้หญิง หรือคนสนิทที่จะเป็นประเด็นให้ความสัมพันธ์ของคุณยิ่งแย่ลงไปอีก  คนโสด  ก็ยังอยู่ที่ชาวจันทร์ผู้อกหัก สำหรับสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีผู้หญิงเข้ามาช่วยดูแลหัวใจ แล้วก็ไม่แน่ว่า คุณอาจเลือกเธอคนนี้ก็ได้  

สุขภาพ  :  ชาวจันทร์คงต้องดูแลทั้งกายใจให้มากเป็นพิเศษ ทั้งไข้หวัด ปอดบวม เลือดจาง รวมถึงโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยไว้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องใจและอารมณ์ด้วย ไม่ควรทำตัวให้ว่าง เพราะมีโอกาสที่คุณจะคิดฟุ้งซ่าน จนกลายเป็นซึมเศร้าได้

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   มีโอกาสสูงมากที่ชาวอังคารจะก้าวขึ้นเดือนใหม่กับความกดดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่ได้รับไฟเขียวจากผู้ใหญ่ให้เริ่มต้นงานหรือธุรกิจที่ตัวเองอยากทำมานานแล้ว ยิ่งต้องระวัง เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้ คุณจะทำงานภายใต้ความกดดันและความคาดหวังของผู้ใหญ่ท่านนั้น แม้ว่าคุณจะพยายามพิถีพิถัน ละเอียดกับงานมากเป็นพิเศษเพียงใด แต่ก็จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามา จนคุณผิดหวัง เสียใจ ถึงกับท้อแท้ต่อโชคชะตาเลยทีเดียว  เพราะฉะนั้นจึงควรใจเย็นๆ ตัดสินใจด้วยสติ อย่าวู่วามเด็ดขาด เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะเสียใจก็คือ คุณ 

การเงิน  :   นับว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่ให้การส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน แต่ก็ต้องแลกด้วยความเหนื่อยยากสายตัวแทบขาดก็ว่าได้ จึงเป็นสัปดาห์ที่คุณประหยัดมาก จัดวางระบบระเบียบได้ดี แต่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินสินบน ส่วย หรือฮั้ว เพราะเสี่ยงที่คุณจะล้มละลาย  

ความรัก  :  อาจเป็นเพราะคุณกดดันกับงานจึงส่งต่อมาที่ครอบครัว จึงเป็นสัปดาห์ที่คุณมีโอกาสเปรียบเทียบครอบครัวอื่นกับครอบครัวตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ แล้วก็กดดันคนของตัวเองให้ทำเหมือนครอบครัวอื่น ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่คู่คุณสามารถซัพพอร์ตได้ทุกอย่าง   คนโสด สัปดาห์นี้คุณจะเจ้าชู้ เลือกมาก นอกจากนั้นยังชอบเปรียบเทียบคนใหม่กับคนเก่า และเอาแต่ใจตัวเป็นที่หนึ่ง  

สุขภาพ  :   ความเครียดเข้ากันดีกับของแซ่บ เครียดมากก็แซ่บมาก เมื่อแซ่บบ่อยๆ ความอ้วนก็บังเกิด จึงต้องระวังทั้งโรคที่จะมาจากความเครียด และโรคที่จะมาจากความอ้วน อยากเตือนว่า สัปดาห์นี้ไม่ได้มาแบบธรรมดา เพราะฉะนั้นก่อนจะเครียดหรือจะแซ่บ คิดก่อน  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับชาวพุธก็ยังอยู่กับสัปดาห์แห่งการเรียนรู้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังนอนอยู่บ้านเฉยๆ หรือใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ยังไม่หมดไฟในการเรียนรู้ รวมถึงกลุ่มของครูบาอาจารย์ โค้ชชิ่ง เทรนเนอร์ ติวเตอร์ ฯลฯ ด้วย เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือผลประโยชน์อย่างบ้าคลั่ง จนถึงถูกบังคับให้ทำงานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายด้วยความอึดอัด คับข้องใจ แต่ใดๆ ก็ตามต้องระวังการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง จนสถานการณ์เลวร้ายลงจนยากจะแก้ไข

การเงิน  :  สัปดาห์นี้หากคุณทำธุรกิจร่วมกับใครเริ่มไม่เวิร์ค ควรทำคนเดียว แล้วใจเย็นๆ อย่าโหมลงทุนหนัก ควรหาข้อมูลก่อนจะตัดสินใจลงทุน เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก  :  มีโอกาสที่ความคิดเห็นจะไม่ตรงกันหลายเรื่องเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใหญ่ในบ้าน และเรื่องของศักดิ์ศรีที่จะเป็นประเด็นให้คุณมีปากเสียงกันรุนแรง ใช้คำพูดชนิดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน  คนโสด  เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีมากกว่ารักแท้ ซึ่งคนๆ นั้นที่จะแย่งชิงกันน่าจะเป็นผู้ใหญ่

สุขภาพ   :  หากเดินทางไปในสถานที่ไม่คุ้นเคยต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ทั้งอาหาร ที่พัก หรือการใช้สถานที่สาธารณะ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะติดเชื้อ หรือภูมิแพ้ นอกจากนั้นในดวงยังอาจมีการผ่าตัดในช่องท้อง เช่น ลำไส้ หรือไส้ติ่ง  หรือถูกของมีคมบาด

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับชาวพฤหัสมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเดือนใหม่ด้วยการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือทำธุรกิจที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร สื่อมวลชน งานส่งเสริมการขายทุกประเภท นับเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีม หัวหน้าโครงการ หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน แต่ก็ควรระวังอีโก้ของคุณให้ดี เพราะหากยึดแต่ความคิดเห็นของตัวเอง ไม่สนใจความรู้สึกของสมาชิกในทีม เป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดการขัดแย้งอย่างรุนแรง จนถึงขั้นงานหรือธุรกิจไปต่อไม่ได้ 

 การเงิน  :  ก็ยังอยู่กับการให้อย่างไม่มีเงื่อนไข แม้คุณจะสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองโดยไม่สะดุดก็ตาม แต่ระวังช่วงปลายสัปดาห์จะเกิดข้อผิดพลาดจนขาดสภาพคล่อง  

ความรัก  :  พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้จากความเครียดที่ต้องรับภาระทั้งงานและครอบครัว จะทำให้คุณวี๊ดง่ายมาก จนกระทบต่อความสัมพันธ์กับคู่ครอง คนโสด หากกำลังโหมงานหนัก อารมณ์แปรปรวน ก็ยังไม่ควรมีความรัก เพราะมีความเสี่ยงที่จะทุกข์เพิ่มขึ้นอีก

 สุขภาพ   :   โหมงานหนักต้องระวังโรคเก่าๆ จะกลับมา ซึ่งสัปดาห์นี้ดวงคุณยังไม่ค่อยดี เพราะฉะนั้นจึงมีความเสี่ยงว่าโรคเดิมๆ ที่หายไปแล้วจะกำเริบหนักกว่าเก่า   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับชาวศุกร์ควรก้าวเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนอย่างระมัดระวัง แม้ว่าคุณกำลังเป็นลูกรักของเจ้านาย หรือเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน จนเกิดความมั่นใจอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานก็ตาม แต่เพราะดวงในสัปดาห์นี้ของคุณไม่ดี จึงมีโอกาสที่จะผิดโผได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ต้องระวังเอกสารทางราชการจะเกิดความผิดพลาด  กลายเป็นแพะรับบาป หรือทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดคดีความทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้ใหญ่ที่นับถือด้วย

การเงิน  :  มีโอกาสเสียเงินกับการดูแลผู้ใหญ่ในบ้าน ขณะเดียวกันความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณจะเป็นแต้มบุญให้คุณสามารถหารายได้ได้อย่างไม่สะดุด ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรค้ำประกันหรือเป็นนายหน้าให้ใครกู้ยืมเงิน เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะรับผิดชอบแทน 

 ความรัก :   มีโอกาสที่สัปดาห์นี้ผู้ใหญ่จะเป็นประเด็นให้คุณไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วต่างคนต่างก็อีโก้แรง ไม่ยอมกัน จนมีความเสี่ยงว่าจะไปจบที่เรื่องหึงหวง ไม่ไว้วางใจกัน   คนโสด  เป็นไปได้ที่จะได้พบคนที่เป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี นอกจากนั้นความคิดและทัศนคติยังตรงกันอีกด้วย   

สุขภาพ  :   สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือสายตา ตระกูลต้อกำลังจะมาเยือนแล้ว นอกจากนั้นช่วงขา จนถึงกระดูกสันหลังก็มองข้ามไม่ได้ มีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สู้ต่อไปค่ะชาวเสาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา หรือสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก มีความเป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้จริงๆ คือช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลของคุณทีเดียว ผู้ที่เป็นหัวหน้าก็จะมีความสามารถในการนำพางานและทีมงานไปสู่ความสำเร็จ แต่ระหว่างทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะคะ ต้องเหนื่อยประหนึ่งสายตัวแทบขาดเลยล่ะ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปทำงานเทาๆ อีกด้วย    

การเงิน  :  มีโอกาสสร้างรายได้ให้กับตัวเองอย่างมั่นคง ส่วนจะมากแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับความขยันของตัวเองเลย แต่หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานหรือธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง ระวังจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ความรัก  :   หากคุณกำลังต้องการสามีแห่งชาติ สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะได้คนๆ นั้น มีโอกาสได้ใช้เวลาครอบครัวอยู่ด้วยกันเต็มๆ  คนโสด  น่าจะเป็นสัปดาห์ที่คุณมีโอกาสได้ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับเด็กบ่อยมาก ก็ระวังจะหลงรักเด็กเข้าล่ะ ยิ่งเจ้าชู้อยู่

 สุขภาพ   :  จริงๆ คุณก็ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองมาเป็นอย่างดี แต่มีโอกาสพลาดตอนปลาย สัปดาห์ที่เริ่มเข้าบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากไฟไหม้ และของมีคม จึงไม่ควรประมาท

คาซึยะ คาเมนาชิ

ศิลปินผู้เชื่อมใจแฟนทั่วเอเชีย คาซึยะ คาเมนาชิ

ศิลปินผู้เชื่อมใจแฟนทั่วเอเชีย คาซึยะ คาเมนาชิ กลับมาอีกครั้ง! กับแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TALK to ME Fan Meeting ASIA TOUR 2026 in Bangkok”

เตรียมสัมผัสช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นและความสุขสุดพิเศษ เมื่อศิลปินระดับท็อปของญี่ปุ่น คาซึยะ คาเมนาชิ (Kazuya Kamenashi) เตรียมกลับมาพบแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง กับกิจกรรมแฟนมีตติ้งในรูปแบบเอเชียทัวร์ครั้งแรก “Kazuya Kamenashi “TALK to ME” Fan Meeting Asia Tour 2026” โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกในการจัดแฟนมีตติ้งอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ภายใต้มหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย “JAPAN EXPO THAILAND 2026” จัดโดยบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด และจะออนทัวร์ไปยังประเทศต่างๆในเอเชีย

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ในการมาเยือนประเทศไทยอย่างท่วมท้นในปี 2025 ในงาน Celebrate 10th Anniversary JAPAN EXPO THAILAND 2025 ซึ่งแฟนคลับไทยและต่างชาติต่างหลั่งไหลมารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ทำให้ในปี 2026 นี้ คาซึยะ คาเมนาชิจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่แฟนๆ รอคอย กับแฟนมีตติ้งที่จะพูดคุยใกล้ชิดพร้อมกิจกรรมสุด Exclusive ร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำร่วมกันอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองกับแฟนคลับพร้อมรับฟัง Live Music แบบจัดเต็ม!

คาซึยะ คาเมนาชิ

“Kazuya Kamenashi “TALK to ME” Fan Meeting Asia Tour 2026 in Bangkok” วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 Central Pulse, centralwOrld ชั้น 7 บัตรราคา 5,500 / 4,000 / 3,000 บาท

เปิดจำหน่ายบัตร: วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ช่องทางจำหน่ายบัตร: เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://thaiticketmajor.com และ Call Center 02-262-3456

จัดโดย G-Yu Creative / Sync Circle

🎌 JAPAN EXPO THAILAND 2026 – 11 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น โดยJAPAN EXPO THAILAND ก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Japan Thai United as One – ญี่ปุ่นไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว” รวบรวมความเป็นญี่ปุ่นในทุกมิติทั้งวัฒนธรรม ดนตรี แฟชั่น อาหาร เกม และเทคโนโลยี Soft Power จากญี่ปุ่นสู่ใจกลางกรุงเทพฯ

📍 ระหว่างวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์ 2569

📍 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เต็มอิ่มตลอด 3 วัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

🌟 “คาซึยะ คาเมนาชิ” ศิลปินผู้เชื่อมใจแฟนทั่วเอเชีย

คาซึยะ คาเมนาชิ เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง KAT-TUN ได้โลดแล่นในวงการบันเทิง อย่างหลากหลายในฐานะ นักร้อง นักแสดง และพิธีกร ด้วยบุคลิกอันอบอุ่นและความเป็นมืออาชีพ ทำให้สามารถครองใจแฟนๆ ได้อย่างยาวนาน และหลังการยุบวง KAT-TUN ในปี 2025 เขาก็ได้เริ่มทำกิจกรรมในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว

มีผลงานโดดเด่นมากมาย อาทิ ซีรีส์ Gokusen 2, Nobuta wo Produce, Tatta Hitotsu no Koi, Yamato Nadeshiko Shichi Henge, และภาพยนตร์ Joker Game, P to JK, Stigmatized Properties รวมถึงการเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาในรายการ Going! Sports & News ทางสถานี Nippon Television ตั้งแต่ปี 2010 จนปัจจุบัน

นอกจากนี้ คาเมนาชิยังได้รับรางวัล Best Jeanist Award ติดต่อกันถึง 5 ปี และเข้าสู่หอเกียรติยศในปี 2010 รวมถึงรางวัล JAPAN EXPO THAILAND AWARD 2025 – THAI-JAPAN LEGENDARY ARTIST AWARD ซึ่งเขาคือชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้

ในปี 2026 นี้ แฟนคลับชาวไทยเตรียมพบกับบรรยากาศสุดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเพลงจากใจศิลปินในดวงใจ กับ “Kazuya Kamenashi “TALK to ME” Fan Meeting in Bangkok 2026” ที่จะสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำไม่รู้ลืม

ติดตามรายละเอียดการจองบัตร และอัปเดตข่าวสารงาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ได้ที่

🌐 www.japanexpothailand.com

🌐 www.gyucreative.com

📱 Facebook: https://www.facebook.com/gyucreative/

📸 IG: @gyucreative

🐦 Twitter: @GyuCreative

💬 Line: @GyuCreative

#GYUCREATIVE #ジーユークリエイティヴ #JapanExpoThailand2026 #เจแปนเอ็กซ์โปไทยแลนด์2026 #TALKtoMEBKK_2026 #KazuyaKamenashiAsiaTour2026 #แฟนมีตคาเมนาชิ #ญี่ปุ่นครบจบที่นี่ #งานญี่ปุ่นแห่งปี #มหกรรมญึ่ปุ่นระดับเอเซีย

ภูมิปัญญาแห่งครามไทย เสวนาสะท้อนวัฒนธรรมบนเวที Kraam International Symposium 2025

ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแก่วงการผ้าไทย เมื่อ Kraam International Symposium 2025 ได้จัดงานวิชาการระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด แนวคิด “HANDS ACROSS CULTURE” เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาช่างทอท้องถิ่นสู่มุมมองสากล สนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

สำหรับในวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงร่วมบรรยายในงานเสวนา เพื่อผลักดันภูมิปัญญาผ้าครามไทยให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีโลก ทรงร่วมบรรยายในงานเสวนา ร่วมกับ Heart Evangelista นักแสดงและแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมกับ Hanan Besovic แฟชั่นคอมเมนเตเตอร์เจ้าของบัญชี @ideservecouture ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเจาะลึก และร่วมแนะเคล็ดลับการใช้ “การเล่าเรื่อง”  เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับผู้คนทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงความจริงใจ การสร้างตัวตนที่น่าเชื่อถือ และการใช้อารมณ์ขันเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจในอุตสาหกรรมแฟชั่น รวมถึงบทบาทของโซเชียลมีเดียในการกำหนดทิศทางความเข้าใจต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทยในสายตาชาวโลก

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเผยว่า “สำหรับข้าพเจ้า สมเด็จย่าคือซอฟต์พาวเวอร์” พร้อมทรงเล่าถึงแรงบันดาลพระทัยจากสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างด้านสไตล์ที่พระองค์ดำเนินรอยตามเสมอ เมื่อเสด็จฯ ไปต่างประเทศ พระองค์จะทรงผสมผสานเสน่ห์ของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัยของตะวันตก และทรงรู้สึกปลื้มพระทัยทุกครั้งเมื่อมีผู้ชื่นชมความงดงามของผืนแพรพรรณไทย ซึ่งสะท้อนคุณค่าและวัฒนธรรมของชาติสู่สายตาชาวโลก

Hanan Besovic ได้เห็นพ้องกับคำกล่าวของท่านที่ว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือราชินีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก” หลังได้ชื่นชมพระฉายาลักษณ์และฉลองพระองค์อันวิจิตร ทั้งจากฝีมือดีไซเนอร์ไทยและผลงานร่วมสร้างสรรค์กับกูตูริเยร์ระดับตำนาน Pierre Balmain ซึ่งล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้วงการแฟชั่นไทยพัฒนาผลงานระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานยังเปิดพื้นที่โซน Kraam Market ที่คัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าครามและงานคราฟต์กว่า 22ร้านค้า มาให้ผู้ร่วมงานได้เลือกชมและเลือกซื้อ พร้อมกันนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการ Global Forum on Arts & Craftsmanship Hands Across Culture ที่จัดแสดงผลงานออกแบบชุดผ้าครามสุดตระการตาโดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง SIRIVANNAVARI, ISSUE Thailand, JANESUDA และ WISHARAWISH อีกด้วย


Oriental Princess

Oriental Princess เปิดตัวสาขาต้นแบบแห่งแรกที่ “สีลมคอมเพล็กซ์”

Oriental Princess ผู้นำด้านความงามจากสารสกัดธรรมชาติแห่งดินแดนตะวันออก เดินหน้าสู่ยุคใหม่ของความงามที่สะท้อนความอ่อนโยนและยั่งยืน ด้วยการปรับโฉมร้านรูปแบบใหม่ New Look, New Vibes ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Oriental Blossom Garden” โดยมีสาขาสีลมคอมเพล็กซ์ เป็น สาขาแรกและสาขาต้นแบบ (Prototype Store) ของแบรนด์ ด้วยดีไซน์ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติแบบตะวันออก ผสานเข้ากับความโมเดิร์นร่วมสมัย สื่อถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Oriental Princess ที่งดงามอย่างมีรสนิยม และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ในยุค Clean Beauty ความงามที่ใส่ใจทั้งคุณและโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

Oriental Princess

ไม่ใช่เพียงการปรับภาพลักษณ์ร้าน แต่คือการสร้างประสบการณ์ร้านรูปแบบใหม่ที่ครบทุกมิติ ตั้งแต่บรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่โปร่ง โล่ง สบายตา ไปจนถึงการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกหมวดความงาม ทุกโซนในร้านได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวขณะเลือกซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็น Facial Care, Body Care, Hair Care, Perfumery, Home Fragrance, Sunscreen, for MEN และ Gift ซึ่งทั้งหมดจัดเรียงอย่างมีแนวคิด เพื่อสะท้อนตัวตนและความงามในแต่ละหมวดอย่างชัดเจน พร้อมนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบใหม่สำหรับกลุ่มสินค้า Makeup โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ลูกค้าสามารถ ทดลองสีสันจริง หยิบ จับ และเลือกช้อปผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ

Oriental Princess

Oriental Princess เปิดตัวสาขาต้นแบบแห่งแรกที่ “สีลมคอมเพล็กซ์” ปรับโฉมร้านสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ในยุค Clean Beauty

Oriental Princess

อีกหนึ่งไฮไลต์ของสาขานี้คือ ห้อง Skincare Expert Consulting Room พื้นที่บริการพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญ มาพร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์ผิวขั้นสูงด้วยระบบ AI Skin Analyzer ซึ่งสามารถตรวจวิเคราะห์ผิวได้ลึกถึงระดับชั้นใต้ผิวภายในเวลาเพียง 5–10 นาที ผ่านระบบกล้อง AI และเทคโนโลยีสเปกตรัมแสง 8 ชนิด มอบผลที่แม่นยำระดับสากล พร้อมให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ตรงจุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สะท้อน Vision ของแบรนด์ ที่มุ่งส่งมอบพลังความงามจากธรรมชาติ และเป็นอีกก้าวของการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งในยุคใหม่ของ Oriental Princess ทุกองค์ประกอบของร้านตั้งใจสร้างความงามที่ยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนดูดีในแบบของตัวเองอย่างมั่นใจ และมีส่วนร่วมในการดูแลโลกไปพร้อมกัน

Oriental Princess

ร้าน Oriental Princess สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ไม่เพียงแต่เป็นต้นแบบของการออกแบบร้านในอนาคต แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกแห่งความงามที่ยั่งยืน เพราะ Oriental Princess เชื่อมั่นว่า ความงามที่แท้จริง คือความงามที่เติบโตไปพร้อมกับความใส่ใจ ทั้งต่อตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ 

Oriental Princess

ร่วมสัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ในทุกมิติความงามที่ร้าน Oriental Princess สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ ได้แล้ววันนี้


เจฟ ซาเตอร์

สองชุดผสานไทย–โกธิก จากแรงบันดาลใจจักรวาลของ เจฟ ซาเตอร์

อีกหนึ่งไฮไลท์บนเวที “Miss Universe 2025” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโชว์ของ เจฟ ซาเตอร์ นั้น สะกดคนดูได้ทั่วทั้งฮอลล์ ซึ่งสองลุคสุดจึ้งของ เจฟ ซาเตอร์ บนเวทีจักรวาลในครั้งนี้ มีดีเทลที่ไม่เหมือนใคร โดยจับความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้ดาร์ก ลึก และทรงพลังในแบบโกธิก ก่อนพาเราทะยานสู่แรงบันดาลใจระดับกาแล็กซีที่สะท้อนธีม Universe อย่างเต็มตัว กลายเป็นสองลุคที่ทั้งเฉียบ คม และสะกดทุกสายตา

สองชุดผสานไทย–โกธิก จากแรงบันดาลใจจักรวาลของ เจฟ ซาเตอร์

ในโปรเจกต์ครั้งนี้ สไตลิสต์ Unseenup  เลือกหยิบแรงบันดาลใจจาก “ความเป็นไทย” มาตีความใหม่ในแบบที่ร่วมสมัยขึ้น โดยเฉพาะ “รวงข้าว” ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของวิถีไทย จึงนำมาเชื่อมโยงเข้ากับกลิ่นอายแบบโกธิก กลายเป็นบุคลิกของลุคแรกที่ทั้งเข้ม ดราม่า แต่ยังคงเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างชัดเจน

สำหรับงานดีไซน์ในลุคนี้ คุณอัพเป็นผู้ออกแบบโครงเสื้อผ้าด้วยตัวเองทั้งหมด โดยให้แบรนด์ SeaSongCalm Bangkok ปักลวดลาย “รวงข้าว”ลงบนตัวเสื้อ โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปักชุดโขนจากในวัง เป็นผู้ปักขึ้นมา ทำให้ลุคนี้มีความประณีตระดับงานช่างไทยดั้งเดิมแฝงอยู่ในทุกฝีเข็ม  ขณะที่กางเกงเป็นงานดีไซน์ที่ออกแบบเอง ส่วนเครื่องประดับคุณอัพเลือกแมทช์ด้วยสายสังวาล ที่ออกแบบโดยแบรนด์ SARRAN by Sarran Youkongdee ช่วยเติมความงามแบบไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งลุคที่โดดเด่นไม่แพ้กันใน รอบไฟนอล ซึ่งชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจาก “จักรวาล” เนื่องจากต้องการสะท้อนภาพรวมของการประกวดครั้งนี้ คุณอัพตั้งใจให้เป็น Galaxy ทั้งหมด  สะ้อนผ่านงานปักบริเวณปลายแขนเสื้อและช่วงเอว  ที่สื่อถึงความระยิบระยับของดวงดาวบนเวทีนี้

 

ลุคนี้จึงเป็นเหมือนการเดินทางจากความเป็นไทยในลุคแรก ไปสู่มิติที่ใหญ่ขึ้น โลก กาแล็กซี และจักรวาล ผ่านรายละเอียดที่ทั้งล้ำสมัยและเต็มไปด้วยพลังเฉพาะตัว


ฟาติมา มิสเม็กซิโกตัวเต็งที่คว้ามง Miss Universe 2025 แบบไม่มีพลิกโผ

เวที Miss Universe 2025 ที่ประเทศไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะการเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด ครั้งที่ 74  ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มฮอลล์ และเป็นไปตามคาด ผลไม่พลิกโผ ไม่หักปากกาเซียน สำหรับผลการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2025 โดยผู้ที่คว้ามงกุฎไปครอบครองคือ ฟาติมา บอช เฟอร์นันเดซ (Fátima Bosch Fernández) มิสยูนิเวิร์ส เม็กซิโก นั่นเอง

ฟาติมา มิสเม็กซิโกตัวเต็งที่คว้ามง Miss Universe 2025 แบบไม่มีพลิกโผ

สำหรับประวัติของ ฟาติมา บอช เฟอร์นันเดซ นั้น เธอเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2000 ที่เมืองวิลยาเอร์โมซา รัฐตาบัสโก เม็กซิโก ดินแดนที่เต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติและวัฒนธรรม เธอเติบโตมาด้วยความอ่อนโยน มีความเห็นอกเห็นใจ และมีความผูกพันแน่นแฟ้นต่อชุมชนบ้านเกิด ตั้งแต่วัยเด็ก เธอเป็นเด็กหญิงที่สดใส สนใจผู้คนรอบข้าง และมีสายตาที่มองเห็นความงามในสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวเสมอ

แต่ชีวิตในวัยเด็กของฟาติมาก็มีบททดสอบไม่น้อย เมื่ออายุเพียงหกขวบ ฟาติมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น (ADHD) และ ไฮเปอร์แอคทิวิตี ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทำให้การศึกษาในวัยเด็กเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นและความศรัทธา เธอได้เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ ค้นพบความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นภายในตนเอง

เมื่ออายุ 16 ปี ฟาติมาตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อที่รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์ครั้งนั้นช่วยเปิดโลกของเธอให้กว้างไกล ทำให้ภาษาอังกฤษของฟาติมาสมบูรณ์แบบขึ้น

เส้นทางนางงามของ Fátima เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2018 เมื่อเธอคว้าตำแหน่ง Flora Tabasco 2018 ในฐานะตัวแทนเมือง Teapa การประกวดครั้งนั้นไม่เพียงเปิดประตูสู่เส้นทางใหม่ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนในเม็กซิโกรู้จักเธอในฐานะหญิงสาวที่งดงามทั้งรูปลักษณ์และจิตใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของ Fátima เติบโตอย่างต่อเนื่อง เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ส่งเสริมการยอมรับตนเอง การเคารพความแตกต่าง และการใช้แพลตฟอร์มความงามเพื่อสื่อสารเรื่องที่มีความหมายอย่างแท้จริง

หลังจากนั้นเธอได้ศึกษาต่อในสาขาแฟชั่นและการออกแบบเครื่องแต่งกาย (Fashion and Apparel Design) ที่มหาวิทยาลัยอิเบโรอเมริกานา (Universidad Iberoamericana) ในเม็กซิโกซิตี้ และต่อด้วยการศึกษาที่สถาบันนูโอวา อะคาเดเมีย ดี เบลเล อาร์ติ (NABA – Nuova Accademia di Belle Arti) ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ด้วยความหลงใหลในแฟชั่นที่ยั่งยืน ตอนนี้เธอจึงสร้างสรรค์งานออกแบบใหม่ ๆ ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยผสมผสานศิลปะเข้ากับจุดมุ่งหมาย

นอกเหนือจากความพยายามอันกล้าหาญในการประกวดแล้ว ฟาติมายังใช้เวลามากกว่าเก้าปีในการเป็นอาสาสมัครต่อสู้กับมะเร็งในเด็ก จัดกิจกรรมขับรถบรรทุกของเล่นคริสต์มาสประจำปีที่โรงพยาบาลเนื้องอกวิทยาในตาบัสโก ผ่านความคิดริเริ่มทางสังคมของเธอ รูตา โมนาร์กา (Ruta Monarca) และ โคราซอน มิกรานเต (Corazón Migrante) เธอผสมผสานการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สนับสนุนผู้อพยพ และส่งเสริมสุขภาพจิตและความหวัง

ในปี 2025 ฟาติมาได้รับตำแหน่ง Miss Universe Mexico ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจในการคว้ามงกุฎระดับชาติครั้งแรกให้กับรัฐตาบัสโก ด้วยแพลตฟอร์มของเธอ เธอตั้งเป้าที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นยอมรับความแตกต่าง และนำพาด้วยความเห็นอกเห็นใจ เชื่อว่าความงามที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ความเมตตา ความดีงาม และแสงสว่าง