หลังจากละคร สลักรักในแสงจันทร์ (Love In The Moonlight) จากช่อง One31 จบลงอย่างสวยงามมาพร้อมกระแสโซเชียลถล่มทลาย นอกจากพล็อตโรแมนติกเข้มข้น ละครเรื่องนี้ยังแจ้งเกิดคู่เคมีใหม่อย่าง ‘เพิร์ล ศัจกร’ และ ‘พีค ภีมพล’ ที่โคจรมาพบกันครั้งแรก
ก่อนเข้าวงการบันเทิง ชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง
พีค “ตอนเรียนม.ปลายโรงเรียนชายล้วน ผมชอบลงรูปในอินสตาแกรม แล้วจู่ๆ ก็มีพี่ผู้กำกับท่านหนึ่งมาเห็นและทักมาชวนไปแคสต์ติ้ง ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจด้านนี้เลย เพราะตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร จึงปฏิเสธแต่สุดท้ายพี่เขาก็ทักผ่านเพื่อนของผมคนหนึ่ง แล้วชวนให้ผมกับเพื่อนไปแคสต์ด้วยกันสองคน พอไปถึงก็ได้เจอพี่ผู้กำกับ ก็นั่งคุยกันเฉยๆ ไม่มีการแสดงอะไร ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากนั้น เขาก็ติดต่อมาบอกว่าอยากให้มาร่วมโปรเจกต์หนึ่ง ผมก็คิดแค่ว่า ถือเป็นการลองไปทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นอาชีพ แล้วเปลี่ยนชีวิตเราไปขนาดนี้”
เพิร์ล “ของผมนี่คนละเรื่องเลยครับ เพราะก่อนเข้าวงการ ผมเป็นนักกีฬาเต็มตัว ซ้อมเทนนิสแทบทุกวัน บางวันก็มีแข่งต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ ตอนนั้นตั้งใจมากว่าอยากเป็นนักเทนนิสอาชีพ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมได้เข้าวงการคือ มีพี่นักแสดงท่านหนึ่งไปเห็นผมตอนแข่งเทนนิส เขาก็ชวนให้ไปลองแคสต์ แต่ผมยังอยู่ในช่วงแข่งขัน จึงไม่ได้โฟกัส กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มแข่งน้อยลง เพราะต้องโฟกัสเรื่องเรียนมากขึ้น จึงเริ่มคิดว่าอยากลองทำอย่างอื่นดูบ้าง ก็เลยคุยกับพี่คนเดิม เขาแนะนำให้ลองไปเรียนการแสดง เราก็รู้สึกว่าเป็นอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจดี จนกระทั่งได้มาลองทำอาชีพนี้ก็รู้สึกว่าชอบครับ จึงตัดสินใจเดินเส้นทางสายนี้อย่างจริงจัง”
เพราะอะไรถึงชอบงานแสดง
เพิร์ล “สำหรับผม การแสดงคือความจริงที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวที่รู้ดีว่าไม่ใช่ของจริง แต่สำหรับตัวละครแล้ว ทุกอย่างในโลกของเขาล้วนเป็นความจริง เวลานักแสดงสวมบทบาท เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในโลกอีกใบ และฉากนั้นก็มักเกิดเมจิกบางอย่าง ทั้งจากตัวละครที่เราเล่นเอง จากการปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ ซึ่งบางครั้งในชีวิตจริงอาจไม่มีวันได้เกิดขึ้น แต่ในงานแสดงสิ่งนี้เกิดขึ้นได้เสมอ มันมหัศจรรย์มากครับ
พีค “ผมว่าการแสดงอยู่กับเราตั้งแต่เด็ก เราซึมซับผ่านหนัง ละคร เพลงแบบไม่รู้ตัว เมื่อก่อนก็เคยมองว่าการแสดงเป็นเรื่องง่าย ได้กระโดด ต่อย ตี ดูเท่ แต่พอได้ลองทำแล้วไม่ง่ายเลย ผมจึงอยากทำให้ดีขึ้นในทุกโปรเจกต์ จึงกลายเป็นความท้าทายใหม่ในทุกครั้งที่ได้แสดง รู้ตัวอีกที ผมก็มีแพชชั่นกับงานนี้ไปแล้ว รู้สึกรักและเห็นคุณค่าในการแสดงเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน”
จำ First Impression ที่เจอกันครั้งแรกได้ไหม
พีค “จำได้ครับ เราเจอกันตอนออดิชั่นละครเรื่องสลักรักในแสงจันทร์ ตอนเห็นเขาครั้งแรก ดูนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยถามอะไร และจำได้ว่าตอนจับมือกันในซีน มือเขาหนามาก (หัวเราะ)
เพิร์ล “ส่วนผมไม่ได้สังเกตอะไรเยอะครับ เพราะวันนั้นไปออดิชั่น ตื่นเต้น ก็เลยโฟกัสแค่บท แค่ทักทายกันตามปกติ และรับรู้ว่าคนนี้คือพีค
แล้วเริ่มสนิทกันตอนไหนคะ
เพิร์ล “เริ่มสนิทตอนรู้ว่าได้เล่นเรื่องนี้ด้วยกันครับ เพราะหลังจากคอนเฟิร์มตัวละคร ทุกคนมีเวลาเตรียมงานค่อนข้างน้อย จึงต้องมาเจอกันแทบทุกวัน ผมว่าพีคเป็นคนนิสัยง่ายๆ ทำงานก็ง่าย ตอนแรกที่ยังทำงานด้วยกันก็ยังเกร็ง จำได้เลยว่าซีนแรกต้องถ่ายที่วัดท่าไม้ แล้วต้องปีนต้นมะม่วงด้วย (หัวเราะ) บวกกับยังจับทางคาแรคเตอร์ไม่ถูก ยังไม่รู้วิธีเข้าหาตัวละคร ก็ยังต้องไปปีนบนต้นไม้อยู่อย่างนั้น
พีค “แล้วเป็นการออกกองวันแรกด้วย ไม่ได้มีแค่เราแต่มีพี่ๆ ทำงานหลายคนจึงรู้สึกเกร็ง และเป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มแสดง จึงยังไม่รู้ว่าคาแรคเตอร์จะไปทิศทางไหน เพราะตอนเปิดกล้อง เรายังเห็นภาพไม่เยอะ แต่ผมรู้สึกว่า พอเล่นละครด้วยกัน เราสองคนคลิ๊กกันง่าย เพราะนิสัยเหมือนกันตรงที่สบายๆ อะไรก็ได้ มีเรื่องให้คุยกันเยอะ ทั้งเรื่องหนัง เพลง มายเซ็ต แทบไม่ต้องปรับจูนกันเลย เพราะก่อนหน้านี้เราเวิร์กช็อปกันเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นซีนสำคัญ เช่น ซีนเจอกันครั้งแรก ฉากเลิฟซีน ซีนที่ต้องทะเลาะกัน ซึ่งตอนเวิร์กชอปก็มีมวลความเขินและเกร็งบ้าง”
การเล่นละคร Boy’s love ท้าทายยังไงบ้าง
พีค “ผมเคยเล่น BL มาก่อนหน้านี้ แต่ก็ห่างหายไปมากและยุคนั้นยังไม่ได้แข่งขันสูงขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้กดดันว่า ต้องเด่นหรือดังกว่าใคร แค่ทำการแสดงของเราให้เต็มที่ ไม่ได้จำแนกว่า การแสดง BL ต้องต่างจากละครทั่วไป ถ้าดูผลงานตัวเองแล้วชอบ แฟนคลับชอบ ก็โอเคแล้วครับ จึงไม่รู้สึกกดดันเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่าคาดหวังไหม ก็คาดหวังอยู่นะ ทั้งพีค เพิร์ล ทีมงาน ผู้กำกับ ทุกคนคาดหวังให้ผลงานประสบความสำเร็จและมีคนรักละครของเรา เราจึงตั้งใจทำมาก ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะคาดหวังครับ”
เพิร์ล “ของเพิร์ลก็รู้สึกเหมือนกันครับ ขึ้นชื่อว่า BL ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต่างจากละครทั่วไป แล้วตอนแรกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในวงการ BL มันใหญ่แค่ไหน แข่งขันกันประมาณไหน จนได้เริ่มถ่าย เริ่มโปรโมท ไปเดินสายหลายงาน ได้เจอเพื่อนๆ หลายคน ได้เห็นว่ามีรางวัลสำหรับ BL เยอะมาก แต่ก็มีกดดันบ้างว่าคนดูจะชอบหรือเปล่า เวลาเจอแรงกดดันหรือกำลังเครียด ผมก็จะคุยเล่นกับพีค พอได้คุย ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ความกดดันก็ค่อยๆ หายไป
พีค “สำหรับพีค ถ้าเจอเรื่องกดดันหรือเครียดมากๆ จะถอยออกมาก่อน แล้วหายใจเข้า-ออกลึกๆ ซึ่งช่วยได้เยอะ ทำให้เราใจเย็น เห็นภาพรวม และเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่า และสุดท้ายมันก็ผ่านไป สักพักก็ลืมแล้ว ฉะนั้นเวลามีอะไรก็จงให้เวลากับมัน ไม่ต้องไปเร่งหาทางออก สุดท้ายชีวิตเราก็ต้องเดินหน้าต่อไปอยู่ดี
เพิร์ล “เดินหน้าไปเจอกับความเครียดเรื่องใหม่ หยอกๆ” (หัวเราะ)
รู้สึกประทับใจอะไรอีกฝ่ายบ้าง
พีค “เพิร์ลเป็นแนวช็อตฟีล ตั้งแต่อยู่ในวงการมาเกือบ 10 ปี ไม่เคยเจอใครช็อตได้เก่งเท่าเขา ไม่รู้ว่าในตัวมีกระแสไฟฟ้ากี่โวลต์ แต่มันคือคาแรกเตอร์ของเขา คือเพิร์ลเป็นคนจริงใจ บางทีก็จริงใจเกิน คิดอะไรก็พูดแบบนั้น บางทีก็ไม่คิด พูดไปก่อน (หัวเราะ) แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่แฟนคลับชอบ
“อีกอย่างคือฃอยู่ด้วยแล้วสบายใจ สงบ ไม่วุ่นวาย ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกกันตรงๆ ไม่ต้องเดาว่าเขาเป็นอะไร การอยู่ด้วยกันของเราจึงราบรื่นมาก”
เพิร์ล “ด้วยความที่เราทำงานด้วยกัน ทั้งตอนโปรโมต ตอนถ่ายละคร หรือเวลาสัมภาษณ์ ผมได้เห็นหลายมุมของเขา รู้สึกประทับใจว่าเขาอยู่ในวงการมานาน และประสบการณ์ก็หล่อหลอมให้เขาอยู่เป็น (หัวเราะ) คือเขาทำงานเก่ง ผมได้เรียนรู้จากเขาเยอะเลยครับส่วนนิสัยของเขาเป็นคนสบายๆ อยู่ด้วยแล้วสบายใจโรแมนติก ใช้อารมณ์นำพา ค่อนข้างติสต์ สุดท้ายคือชอบสไตล์การแต่งตัวของเขา เพราะเท่ดี (ยิ้ม)
คิดว่าจุดแข็งของอีกฝ่ายที่เติมเต็มจุดอ่อนของเรา มีอะไรบ้าง
พีค “เพิร์ลเป็นซัพพอร์ตเตอร์ที่ดีมาก เพราะบางครั้งผมก็ไม่รู้จะเข้าสังคมยังไง รู้สึกว่า อยู่ของเราแบบนี้ก็สบายแล้ว ก็เพราะฉะนั้นการมีเพิร์ลอยู่ด้วย ช่วยนำพาให้เราไปเจอคนใหม่ๆ
เพิร์ล “อย่างที่พีคบอกว่า ผมพูดก่อนคิด (หัวเราะ) บางครั้งพีคก็จะสะกิดว่า อันนี้ไม่ต้องพูดนะ (หัวเราะ) เหมือนช่วยกรองสิ่งที่ผมพูดให้ดียิ่งขึ้น”
อยากลองเล่นบทบาทแบบไหนอีกคะ
เพิร์ล “อยากลองเล่นบทที่ตัวละครมีปัญหาเกี่ยวกับร่างกาย จิตใจ หรือสมอง ถ้าได้เล่นบททางจิตก็จะยิ่งดีเลยครับ อยากให้ตัวละครมีปมที่ผิดปกติ รู้สึกน่าสนใจมาก แล้วก็อยากไปเจอคนที่มีอาการแบบนั้นจริงๆ เพราะอยากเข้าใจในตัวเขา น่าจะเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ อีกอย่างผมอยากลองทำงานเบื้องหลังด้วย ทั้งเขียนเรื่อง ทั้งกำกับ”
พีค “ผมอยากรับบทที่หลากหลายขึ้น เปลี่ยนลุคผมไปเลยก็ได้เอาให้เซอร์ไพรส์คนดูว่า ‘เฮ้ย พีคเล่นบทนี้ก็ได้ด้วยเหรอ’ อาจจะมีหนวดก็ได้นะ (หัวเราะ)
เพิร์ล “เคยเล่นเป็นชาวสวนแล้วยัง”
พีค “ยังเลย อาจจะเป็นอะไรแบบนั้นก็ได้ หรือเป็นบทที่พลิกคาแรกเตอร์ให้ชาเลนจ์ตัวเอง ได้ฝึกสกิล แอคติ้งมากขึ้น เรื่องเส้นทางในวงการ ผมว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ลอง อย่างละครเวที ผมเคยเล่นแล้ว แต่ก็อยากลองเล่นเวทีใหญ่ๆ ได้ร้องเพลง เรื่องงานเพลงก็อยากทำ ผู้กำกับก็อยากลองเป็น ถ้ามีโอกาสก็อยากทำให้หมดเลยครับ”
ถ้ามีแฟนคลับที่เพิ่งรู้จักเพิร์ล-พีค อยากให้เขาเห็นอะไร
พีค “ตอนนี้มีคนใหม่ๆ เข้ามารู้จักเราเยอะนะครับ ผมก็อยากรู้จักทุกคนเหมือนกันนะครับ อยากรู้ว่าแฟนคลับเป็นคนยังไง ชอบอะไร ทำอะไร แล้วก็อยากให้เขามารู้จักเราด้วยว่าเพิร์ลกับพีคเป็นคนแบบไหน ด้วยความที่เวลาเราอยู่ด้วยกัน เราจะเล่นตลกใส่กัน มันมีมวลบางอย่างที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมก็อยากให้แฟนใหม่ๆ ได้มาลองสัมผัสมวลแบบนี้ไปพร้อมกับเรา”
เพิร์ล “ใช่ๆ คือช่วงหลังๆ เราเจอแฟนคลับเยอะขึ้น แล้วเราสังเกตว่ากฎแห่งแรงดึงดูดมันทำงานจริงๆ นะ เหมือนแฟนคลับหลายคนมีนิสัยใจคอคล้ายๆ กับพวกเรา เหมือนที่เขาบอกว่า ‘แฟนคลับก็คือตัวศิลปิน’ แบบโดนเส้นเดียวกัน (หัวเราะ) เพราะงั้นถ้ามีคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันแล้วเข้ามาเจอเรา ก็อยากให้เปิดใจลองทำความรู้จักกันเยอะๆ”
อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ
พีค “อยากขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ขอบคุณตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ ขอบคุณที่เข้ามาทำให้เราได้รู้จักกัน ได้มีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตของผมมาก ผมหวังว่าทุกคนจะมีความสุข เหมือนกับทุกครั้งที่ผมมีได้เจอทุกคน”
เพิร์ล “ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตกันมาตลอด เวลาเห็นพี่ๆ โพสต์ถึงเรา ก็รู้สึกว่า เขาคิดถึงเราขนาดนี้เลยเหรอ บางคนก็บ่นคิดถึงทุกวัน เหมือนแม่ที่บอกคิดถึงเราทุกวัน (หัวเราะ) รู้สึกดีมากที่มีคนรักเราแบบนี้”
เรื่อง Prince ภาพ อิทธิศักดิ์