กระแทกใจเหล่าฮิปสเตอร์ “Boston Club” แว่นตาทำมือสไตล์วินเทจแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น

แว่นตาสไตล์วินเทจเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วงนี้ นั่นก็คงเป็นเพราะผลพวงของกระแสวินเทจที่รู้สึกว่าจะเข้าไปอยู่ในทุกวงการเลยจริงๆ โดยเฉพาะวงการแฟชั่นบ้านเราที่ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตามที่มีความเป็นวินเทจจะขายดีมากๆ และที่กำลังจองคิวขึ้นเป็นฮ็อตไอเท็มก็คงจะเป็นเจ้าแว่นตาสไตล์วินเทจนี่แหละ

ถ้าพูดถึงแว่นตาสไตล์วินเทจ แบรนด์แรกที่เรานึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้น “บอสตัน คลับ” (Boston Club) แบรนด์แว่นตาทำมือสุดประณีตจากญี่ปุ่น ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1984 ที่เมืองซาบาเอะ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Japanese Tradition” ผ่านแรงบันดาลใจหลักที่มาจากค่านิยมอันคลาสสิกของชาวอังกฤษในสมัยนั้น ผนวกกับผลงานศิลปะร่วมสมัยของชาวญี่ปุ่นในยุค 80 จึงเป็นที่มาของชื่อแว่นแต่ละรุ่นที่สื่อถึงกลิ่นอายความเป็นอังกฤษชนได้อย่างดี

1

ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ทรงแว่นอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์โบราณ ควบคุมการผลิตโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี ประกอบกับการเลือกใช้วัสดุคุณภาพ อาทิ เลนส์แว่นอะคริลิกคุณภาพสูง ผ่านนวัตกรรมการเคลือบกันรอยขีดข่วนที่ทันสมัย กรอบแว่นผลิตจากวัสดุพิเศษอย่าง “แอซีเทต” มีความยืดหยุ่นและทนทานเป็นอย่างดี กรอบแว่นโลหะที่ทำจากนิกเกิล อัลลอย รวมถึงไทเทเนียมที่ผ่านการเคลือบสี มีแรงยึดเกาะสูง ไม่หลุดร่อน และแป้นจมูกที่ออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายเปลือกหอย รองรับการสวมใส่โดยไม่ทำให้เจ็บ

โดยแว่นตารุ่นเด่นของ “บอสตัน คลับ” (Boston Club) ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ได้แก่ รุ่นแดเนียล (Daniel) อีฟ (Eve) โอเว่น (Owen) ริชาร์ด (Richard) และรุ่นที่เพิ่งได้รับรางวัลแว่นตายอดเยี่ยมจากเวที International Optical Fair Tokyo ประเทศญี่ปุ่น อย่างรุ่นเรย์มอนด์ (Raymond) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีดีไซน์ของสีเลนส์และกรอบแว่นที่แตกต่างกันออกไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างครบครัน รวมถึงเลนส์สายตาที่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้คนสายตาผิดปกติได้สัมผัสกับงานฝีมือสุดประณีต

 

daniel

แดเนียล (Daniel) ราคา 11,800 บาท

กรอบแว่น : ไทเทเนียม

ขาแว่น : ไทเทเนียม + แอซีเทต

สีกรอบแว่น/ขาแว่น – สีเลนส์ : สีดำ/สีทอง – สีเทา 

eve

eve-1

อีฟ (Eve) ราคา 8,600 บาท

กรอบแว่น : อัลลอย

ขาแว่น : แอซีเทต

สีกรอบแว่น/ขาแว่น – สีเลนส์ : สีทองวินเทจ – สีเหลือง

owen owen-1

โอเว่น (Owen) ราคา 11,000 บาท

กรอบแว่น : แอซีเทต

ขาแว่น : แอซีเทต + อัลลอย

สีกรอบแว่น/ขาแว่น – สีเลนส์ : สีดำ – สีฟ้า

richard richard-1

ริชาร์ด (Richard) ราคา 11,800 บาท

กรอบแว่น : ไทเทเนียม

ขาแว่น : ไทเทเนียม

สีกรอบแว่น/ขาแว่น – สีเลนส์ : สีทอง – สีน้ำตาล

raymond raymond-1

เรย์มอนด์ (Raymond) ราคา 11,800 บาท

กรอบแว่น : ไทเทเนียม + แอซีเทต 

ขาแว่น : แอซีเทต

สีกรอบแว่น/ขาแว่น – สีเลนส์ : สีดำ – สีเทา

ราคาอาจจะแรงใช้ได้ แต่บอกเลยว่าของเขามีคุณภาพจริงๆ เป็นฮ็อตไอเท็มที่เราอยากจะแนะนำมากๆ โดยเฉพาะถ้าใครเป็นสาวกก็ไม่ควรพลาดเลยแหละ ส่วนถ้าถามว่ามีขายที่ไทยไหม บอกเลยว่ามีเยอะมาก หาซื้อได้ที่ร้านแว่นตา ตามศูนย์การค้าชั้นนำของไทยเลยจ้า

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : boston club

สกินแคร์

ใช้ดีเลยบอกต่อ ชี้เป้า 10 สกินแคร์ หน้าขาวกระจ่างใส

สาวๆหลังไมค์ถามหากันมาเยอะเหลือเกินสำหรับสกินแคร์ ว่าตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด ช่วยแนะนำหน่อย อยากได้ตัวที่ช่วยให้หน้าไบร์ท ขาวกระจ่างใส ซึ่งแพรวไม่อยากให้สาวๆรอนาน เดี๋ยวจะบำรุงหน้าไม่ทันปีใหม่เอา จึงคัดสรรตัวท็อป 10 ชิ้นโดนใจ ใช้แล้วปลื้มสุดๆจนอยากแชร์ต่อ

โดยได้รับการการันตีว่าเริดจริงอะไรจริง ทั้งจากเหล่าแพรวนิสต้า เมคอัพอาร์ติสต์ ซูเปอร์โมเดล และบิวตี้บล็อกเกอร์ อาทิ ทิวากร โสภาอัศวภรณ์, เจตประวิทย์ ตรีพิทักษ์, พิชญ์สินี ตันวิบูลย์, แพรวเพชร กาญจน์เกียรติกุล, ณัฐกฤตา เกษรมาศมณี และธนฤทธิ์ แสงสิน กับการร่วมประกาศผลสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงาม Praew Iconic Beauty 2016 ซึ่งกูรูทั้ง 7 ท่านไม่ได้มโนเต้าขึ้นมาเองนะคะ แต่ได้ร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าเอาตัวเข้าแลกกันเลยทีเดียว เพื่อให้ได้ที่สุดของผลิตภัณฑ์คุณภาพมาฝากแฟนแพรวทุกคน พร้อมแล้วไปเล็งกันเลยว่าตัวไหนเตะตา สะกิดใจกันบ้างสำหรับหมวดสกินแคร์กับที่สุดในด้านการบำรุงให้ใบหน้ามีออร่าสว่างใส

 

235490305

guerlain : Orchidèe Impèriale The Eye Serum

เซรั่มเติมเต็มความชุ่มชื่นอย่างเข้มข้น ปรับให้ผิวรอบดวงตาดูกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ขึ้น แก้ปัญหาผิวรอบดวงตาที่ร่วงโรย และช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ ด้วยสารสกัดจากพลังแห่งธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื้อครีมบางเบา ให้ความรู้สึกเบาสบาย ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ควรค่าแก่การครอบครองด้วยผลลัพธ์ที่ดีเลิศ


สกินแคร์

SK-II : Genoptics Aura Essence

ผิวเปล่งประกายมีออร่ากว่าที่เคยด้วยนวัตกรรมล่าสุด เพื่อผิวเปล่งประกายเจิดจรัส จากการรวมพลังของพิเทร่าเข้มข้น และ GenOptics Aura Complex ช่วยลดจุดด่างดำที่มองเห็นและมองไม่เห็น เผยผิวออร่ากระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ ดูเปล่งประกายเจิดจรัส พิเศษด้วยดรอปเปอร์ดีไซน์ใหม่ เพียงหนีงหยดก็เพียงพอต่อการใช้แล้ว บอกเลยผิวใสขนาดนี้…ไม่ต้องง้อเมคอัพกลบความหมองคล้ำ


bsc-vit-c-anti-pollution-2

BSC COSMETOLOGY : Expert White Vit-C Concentrate Anti-Pollution Plus

ชีวิตของสาวยุคใหม่ต้องเจอทั้งมลภาวะ ความเครียด ไหนจะปาร์ตี้แฮ้งเอ๊าต์ยามค่ำคืน โชคดีที่มีตัวช่วยเติมเต็มให้ผิวสวยใส “Expert White Vit-C Concentrate Anti-Pollution Plus” ขวดนี้ เอสเซ้นส์วิตามินซีเข้มข้นที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำหน้าด้วย “3-O-Ethyl Ascorbic Acid” อนุพันธ์วิตามินประสิทธิภาพสูง ไม่เสื่อมสลายง่าย ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ลบความหมองคล้ำ คงความชุ่มชื่นให้ผิวดูสดใสตลอดวัน ความเก๋ไก๋อยู่ที่แพ็คเกจจิ้งที่จำลองขวดทดลองจากห้องวิทยาศาสตร์ ใช้สะดวก เพียงแค่บีบ กด หยด วอร์มบนมือแล้วทาทั่วใบหน้า เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งช่วงเช้าและก่อนนอน


fsb_2016

Jeunesse : Luminesce Flawless Skin Brightener

ผิวหน้าใสๆเพราะผ่านแอพพลิเคชั่นฟรุ้งฟริ้งในกล้อง แต่หันกลับมามองกระจกทีไรรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก รีบช่วยชีวิตผิวด้วยสกินแคร์คุณภาพเริดที่ช่วยทั้งบำรุงและปกป้องไปพร้อมๆกัน “Flawless Skin Brightener” ครีม
บำรุงเนื้อเจลสีขาวมุกที่ผสานส่วนผสมชั้นดีหลากชนิดไว้ด้วยกัน ทั้ง “Niacinamide” ที่มีคุณสมบัติของวิตามินบี 3 ช่วยลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำ ฝ้า กระ ผสานกับ “Transemic Acid” ช่วยป้องกันผิวจากแสงยูวี พร้อมปรับโทนผิวกระจ่างใสให้เรียบเนียนเสมอกัน ไฮไลท์คือสารสกัด “Tremella fuciformis” ที่ได้จากดอกเห็ด ช่วยเติมเต็มผิวให้อิ่มฟูและคงความชุ่มชื้นอย่างยาวนาน ส่องกระจกอีกที…คราวนี้รอดละ!


 image1

 JW (DREAM SKIN) : Horse Placenta Cream

เมื่อเพื่อนสาวถามถึงผิวพรรณที่ดีขึ้นหลังจากเกิดอาการแพ้พังสิวเห่อมาหลายเดือน ก็ต้องออกปากบอกว่า…ได้ครีมรกม้าเนื้อละมุนนุ่มๆ “JW HORSE PLACENTA CREAM” นี่แหละที่ช่วยชีวิตผิวไว้ JW (Dream Skin) คิดค้นนวัตกรรมจากประเทศเกาหลีที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรงด้วยสเต็มเซลล์สกัดบริสุทธิ์จากรกม้า ซึ่งมีความสมดุลคล้ายกับผิวของมนุษย์ ช่วยคืนความชุ่มชื่นให้ผิว ลดสิวผดและอาการอักเสบของผิว รอยแดงต่างๆก็จางลง ผสานกับสารสกัดจากดอกไม้พื้นบ้านของเกาหลีอย่าง “Pulsatilla Koreana” ที่มีคุณสมบัติพิเศษโดดเด่นในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียว “Usnea barbata Lichen” ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลอบประโลมผิวที่แพ้จากการใช้สารเคมีหรือสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง จึงได้ผิวที่เนียนนุ่มเปล่งปลั่ง บอกเลยว่า…เริด


 pack_ad

Boo Yong : Whitening AA Flower Cream

เติมเต็มผิวให้ชุ่มฉ่ำราวกับผิวของสาวเกาหลี บำรุงและปรนนิบัติผิวอย่างดีด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างดอกไม้สีขาวในทุกเช้าและก่อนนอน “Whitening AA Flower Cream” ครีมดอกไม้ขาวสูตรลับโบราณของแดนเกาหลีที่รวมพลังธรรมชาติจากราชินีดอกไม้ขาว 7 ชนิด อาทิ ดอกโสมเกาหลี ดอกบัว ดอกลิลี่สีขาว ดอกคาโมมายล์ ดอกกุหลาบขาว ดอกเลมอนบาล์ม และดอกจัสมิน ผสานกับสารสกัด “Alpha Arbutin” และ “Actiwhite” จากฝั่งยุโรป รวมเป็นคุณสมบัติที่ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง กักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิว พร้อมๆกับช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และความหมองคล้ำ เผยผิวขาวใสสุขภาพดี


 s1830231-main-zoom

LANEIGE : Brightening Sparkling Water Capsule Mist

สเปรย์น้ำแร่ที่มาในรูปแบบของแคปซูลซึ่งอุดมด้วยคุณค่า ช่วยเติมความชุ่มชื่น ฟื้นฟูผิวที่แห้งและผิวที่เหนื่อยล้าด้วยอนุภาคขนาดเล็ก ให้พลังงานผิวด้วยกลิ่นหอมสดชื่น  ทำให้ผิวกระจ่างใส ขจัดคราบโปรตีนที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ปกป้องเซลล์ผิวสำหรับเก็บกักความชุ่มชื้น มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดอาการบวมและเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เนื้อเยื่อ และฟื้นฟูตัวกรองผิวภายในให้ช่วยขจัดคราบโปรตีนที่ตกค้างจากสิ่งรุกรานผิวต่างๆ วิธิใช้ก็แสนง่าย เพียงนำแคปซูลที่ให้มา 2 เม็ดใส่ลงไปในขวดน้ำแร่ ปิดฝาขวดให้แน่นแล้วเขย่าจนเม็ดแคปซูลละลายจนหมด และฉีดพรมทั่วทั้งใบหน้าตามต้องการ รับรอง…สดชื่นมาก ไม่มีเว่อร์!! แถมช่วยให้เมคอัพติดทนด้วยนะคะ


s-l1000

INFINITY KOSÉ : Perfective White XX

เปิดสปอตไลต์ให้ผิวดูสดใสไร้กังวลอีกต่อไป จัดการปัญหาจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมออย่างตรงจุดด้วยไวเทนนิ่งเซรั่มที่มอบการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก พร้อมเนรมิตผิวให้กลับมาขาวเปล่งปลั่งอย่างไร้ที่ติ ด้วยส่วนผสมของสารความงามหลัก 2 ชนิด คือ Kojic acid และ Allantoin ที่ช่วยจัดการกับปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม เนื้อสัมผัสบางเบา ซึบซาบดี เกลี่ยลงบนผิวได้อย่างเรียบลื่น และมอบผิวที่เปล่งปลั่งกระจ่างใส นอกจากบำรุงผิวให้สวยเนียนแล้ว ยังเป็นผู้พิทักษ์ผิว ป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายอีกด้วย

 whitening_essence_p

CRYSTAL JEMMY : Kaori Nefertari Whitening Essence P

ต้องมอบมงกุฎงามๆให้ “Kaori Nefertari Whitening Essence P” ที่ครองตำแหน่งพลังความกระจ่างใสไว้ได้ 2 ปีซ้อน ด้วยส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์สูตรพิเศษที่ช่วยมอบความชุ่มชื่น คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวเนียนนุ่มและมีความยืดหยุ่น พร้อมช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอยแห่งวัย คงความสวยสมวัยไว้เนิ่นนาน ส่วนด้านเนื้อสัมผัสก็เริดมาก เพราะ
ทั้งบางเบา ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย และยังแห้งเร็ว เรียบเนียนสนิทไปกับผิวทันทีที่ทา จะลงเมคอัพหรือทาสกินแคร์ทับอีกชั้นก็ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว เพราะแบบนี้…จึงเป็นไวเทนนิ่งที่ครองใจอยู่เสมอ


 wp-1465293819780

VICHY Laboratoires : Ideal White Sleeping Mask

เผยผิวเนียนเด้งตามเทรนด์ด้วยมาสก์บำรุง เพื่อผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ และมอบความชุ่มชื่นเพียงข้ามคืน ด้วยสูตร Paraben-Free และเป็นสูตรที่มีโอกาสการเกิดการแพ้ได้ต่ำ ใครที่ผิวแพ้ง่ายก็สบายใจไร้กังวลได้เลยค่ะ เนื้อเจลสีชมพูนุ่มนิ่ม มีความยืดหยุ่น มีเม็ดบีดส์เล็กๆกระจายตัวอยู่ทั่วเนื้อมาสก์ เวลาทาลงผิวค่อยๆนวดให้เม็ดบีดส์แตกตัวลงสู่ผิว จากนั้นทิ้งเนื้อมาสก์ไว้บนผิวแล้วเข้านอนได้เลย แค่เนี้ย ง่ายนิดเดียว ให้ผิวเปล่งปลั่งเพียงข้ามคืน!

 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ข้อมูลและรูปภาพ : นิตยสารแพรว ฉบับ 892 ปักษ์ 25 ตุลาคม 2559 

ขั้นตอนรับฟรี! การ์ดที่ระลึกผนึกแสตมป์ในหลวง ร.9 จำนวน 9,999,999 ดวง”

ไปรษณีย์ไทยจัดทำ “แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี รัชกาลที่ 9” รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ในฐานะทรงเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” ในราคาชุดละ35 บาท พร้อมแจกฟรี “การ์ดที่ระลึกผนึกแสตมป์ในหลวง รัชกาลที่ 9” จำนวน 9,999,999 ดวง” เปิดลงทะเบียนรับฟรีตั้งแต่ 7 พ.ย. นี้! 

คำกล่าวถวายอาลัยและสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้อ้างอิงถึงรางวัลระดับโลกต่างๆ ที่มีการทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ในฐานะทรงเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” ซึ่งไม่เพียงอุทิศพระองค์สร้างประโยชน์สุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศเท่านั้น หากยังทรงเป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจ และแนวทางการพัฒนาอันยั่งยืนให้แก่ประชาคมโลกด้วย

ไปรษณีย์ไทยจึงจัดทำ แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นการรวม 7 รางวัลสำคัญที่องค์การระหว่างประเทศได้ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อสดุดีในพระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพอันเป็นประจักษ์ถึงพระเกียรติคุณที่แผ่ไพศาลไปทั่วสากล อาทิ

รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ที่ถวายโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), รางวัล Agricola ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประประชาชาติ (FAO), รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นต้น

ตราไปรษณียากรที่ระลึกพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ชุดที่ 2 นี้ ทำในรูปแบบเจ็ดเหลี่ยม และใช้เทคนิคพิเศษอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะการปั๊มดุนนูนและพิมพ์สีโลหะให้ภาพดูเสมือนจริงมากที่สุด

ซึ่งดวงแสตมป์ทั้งเจ็ด เป็นชนิดราคา 5 บาท พิมพ์คละแบบอยู่ในแผ่นเดียวกัน ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ในราคาชุดละ 35 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ หรือทางเว็บไซต์ www.postemart.com

แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี “รัชกาลที่ 9”

แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี “รัชกาลที่ ๙”
แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี “รัชกาลที่ ๙” ประกอบภาพพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ จากนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล

แจกฟรี การ์ดที่ระลึกผนึกตราไปรษณียากร ในหลวงรัชกาลที่ 9
จำนวน 9,999,999 ดวง 

การ์ดที่ระลึกผนึกแสตมป์ในหลวง

นอกจากประชาชนจะสามารถซื้อ แสตมป์ชุดรวมรางวัลโลก นานาชาติสดุดี รัชกาลที่ 9 เก็บไว้เป็นที่น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ไปรษณีย์ไทยยังจัดทำ “การ์ดที่ระลึก” ซึ่งผนึกตราไปรษณียากร พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จำนวน 9,999,999 ดวง แจกฟรีอีกด้วย

โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับฟรี การ์ดที่ระลึกผนึกแสตมป์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผ่านทางเว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องใช้ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง เพื่อไปรษณีย์ไทยจะได้นำส่งบัตรภาพฯ ตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และระบุหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อการแจ้งข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อบัตรภาพฯชุดพิเศษนี้ 1 ใบ 

สำหรับประชาชนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากร
คลิกที่ลิงค์นี้ >>>  www.stamprama9.thailandpost.com

แจกการ์ดที่ระลึกผนึกแสตมป์ในหลวง


เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : ไปรษณีย์ไทย

ภาพหาดูยากของคุณพลอย – คุณใหม่ เจนเซน ถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารแพรวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ข่าวการกลับมาเมืองไทยของคุณพลอยไพลิน เจนเซน ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีบุตรชายทั้งสองคนเดินทางมาด้วยนั้น สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ประชาชนชาวไทยไม่น้อย

หลังจากคุณพลอยไปใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างเช่นสามัญชนที่ต่างประเทศหลายปีที่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่คุณพลอยออกสื่อให้ประชาชนชาวไทยได้เห็นอีกครั้ง แพรวจึงถือโอกาสรวบรวมภาพถ่ายแฟชั่นย้อนไปในช่วง 10 ปีที่แล้วของคุณพลอย – พลอยไพลิน  เจนเซน และคุณใหม่ – สิริกิติยา  เจนเซน ที่เคยให้เกียรติถ่ายแฟชั่นขึ้นปกให้กับนิตยสารแพรวมาฝากชาวไทยทุกคนค่ะ

โดยภาพเซตแรกรวบรวมมาจากนิตยสารแพรว ฉบับที่ 649 ปักษ์วันที่ 10 กันยายน 2549 เป็นการถ่ายแฟชั่นคู่ของคุณพลอยและคุณใหม่ ซึ่งเป็นฉบับฉลองขึ้นสู่ปีที่ 28 ของนิตยสารแพรวพอดี ซึ่งได้รับเกียรติพิเศษจากสองนางแบบกิตติมศักดิ์มาร่วมถ่ายแฟชั่น ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยคอนเซ็ปต์ของแฟชั่นเซตนี้เราตั้งใจถ่ายคุณพลอยและคุณใหม่ให้เป็นเจ้าหญิงสวย งามสง่าด้วยชุดราตรี พร้อมเครื่องประดับและมงกุฎเพชร แน่นอนว่าออกมาสวยงามเลอค่าแบบที่ตั้งใจไว้จริงๆค่ะ

ส่วนภาพเซตที่สองเป็นการถ่ายแฟชั่นเดี่ยวของคุณใหม่ในนิตยสารแพรว ฉบับที่ 606 ปักษ์วันที่ 25 พฤศจิกายน 2547 ในคอนเซ็ปต์ Young Pretty Lady โดยการถ่ายแฟชั่นครั้งนี้เน้นความสดใส นอกจากภายในภาพจะเต็มไปด้วยความสดใสของคุณใหม่แล้ว สีสันคัลเลอร์ฟูลของสถานที่ที่เราพาคุณใหม่ไปถ่ายทำก็สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เรียกได้ว่าการถ่ายแฟชั่นสนุกสนานและน่าจดจำมากเลยทีเดียว จนภาพที่ออกมาสวยสมใจทุกคน โดยเฉพาะคุณใหม่ที่มีความเป็นมืออาชีพไม่ต่างจากนางแบบเลยทีเดียว เอาเป็นว่าจะสวยงามขนาดไหนตามไปชมได้เลยค่ะ

 

21

คุณพลอย – พลอยไพลิน เจนเซน และคุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซน ขึ้นปกถ่ายแฟชั่นคู่ให้กับนิตยสารแพรว ฉบับที่ 649 ปักษ์วันที่ 10 กันยายน 2549

1 2 3 4 5 6 7 8 9

มีต่อหน้าถัดไป

ไอเดียเลือก กระโปรงดำคลุมเข่า เข้ากับรูปร่าง แต่งแล้วสวยสุภาพแถมดูดี

กระโปรงดำคลุมเข่า แต่งยังไงให้ดูดี มาดูกันเลย 

กระโปรงดำคลุมเข่า จัดเป็นแฟชั่นที่ผู้หญิงควรมีติดตู้ แม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงฟิลลิ่งทะมัดทะแมงชอบใส่กางเกงเป็นชีวิตจิตใจ แต่ในบางงานสำคัญ ต้องการความเป็นทางการและสุภาพ กระโปรงก็เป็นตัวเลือกสำคัญที่ควรนำมาแต่ง 

กระโปรงสีดำคลุมเข่า จัดเป็นชิ้นแต่งกายคลาสสิก ทางการ สุภาพ ที่ควรมีติดตู้ไว้ เพราะสามารถนำมาแมทช์เข้ากับเสื้อท่อนบนได้หลากสไตล์ เปลี่ยนไปตามแต่ลุคที่ต้องการ

แบบทางการ เลือกแมทช์กับเสื้อสุภาพ มีปกเช่นเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อคอปิดมีแขน อย่างในช่วงเวลานี้ เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ควรแต่งกายสุภาพเพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด เสื้อที่ควรใส่ควรเป็นสีดำ มีแขน มีปกหรือเสื้อคอปิด และไม่ควรมีลูกเล่นเผยผิวเจาะเว้าใดๆ ที่ดูหวือหวา กระเป๋าควรเลือกเป็นสีดำ รองเท้าแคทชูวส์หุ้มส้นสีดำ

กึ่งลำลองและลำลอง นอกจากแต่งในวันสุภาพ กระโปรงสีดำคลุมเข่ายังหยิบมาแต่งในวันอื่นๆ ได้เหมือนกัน ต้องการลุคที่สนุกขึ้น เพิ่มความเก๋ให้กระโปรงสีดำคลุมเข่าด้วยเสื้อแบบเก๋ๆ มีลูกเล่นดีเทล สีไหนก็ได้ แบบไหนก็ได้ตามต้องการ แล้วเติมกระเป๋า รองเท้า แอ๊กเซสซอรี่ส์จี๊ดๆ เข้าไป

BLACK SKIRT FOR ANY SHAPE

เมื่อกระโปรงสีดำคลุมเข่าเป็นชิ้นคลาสสิกที่ควรมีติดตู้ไว้ และสามารถเก็บยิงยาวใส่ได้อีกนาน เราก็ควรเลือกแบบกระโปรงยาวคลุมเข่าสีดำที่เหมาะกับรูปร่างเรามากที่สุด
%e0%b8%9c%e0%b8%ad%e0%b8%a1หุ่นผอมบาง จริงๆ คนรูปร่างนี้ไม่ต้องกังวลสักเท่าไหร่ สามารถใส่กระโปรงได้ทุกสไตล์ เว้นแต่ว่าผอมมาก กระโปรงคลุมเข่าสีดำ ถ้าไม่เลือกให้ดีจะยิ่งทำให้ดูผอมเข้าไปใหญ่ ควรเลือกแบบกระโปรงทรงเอพองสักเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบมีการจับจีบ ควรเลือกแบบจีบกว้าง หลีกเลี่ยงกระโปรงทรงตรงหรือแบบที่สอบจนเกินไป

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7

ส่วนสูงแบบมินิ ความยาวกระโปรงคลุมเข่าไม่ควรยาวจนถึงกึ่งกลางหน้าแข้ง เพราะจะยิ่งจะทำให้ขาดูสั้นลงไปอีก ถ้าจะเลือกใส่กระโปรงยาวให้เลือกแบบยาวไปเลยจะดีกว่า

%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%9a

สาวอวบ สะโพกใหญ่ แม้สีดำจะช่วยอำพรางให้ใส่แล้วดูเพรียวลงได้ก็จริง แต่ถ้าเลือกรายละเอียดชุดผิด กระโปรงพองเกินไป มีจีบระบายเยอะๆ ก็ไม่เหมาะ ควรเลือกกระโปรงแบบเรียบทรงเอ หรือกระโปรงทรงตรงไม่รัดรูป หากอยากเลือกแบบมีดีเทลลูกเล่น เช่นระบาย ให้เลือกระบายที่ชายกระโปรงที่มีความกว้างของระบายไม่มาก หรือแบบกระโปรงจับจีบให้เลือกแบบจีบเล็กไม่กว้าง อย่างกระโปรงพลีท เลือกแบบจีบเล็กๆ

เห็นไหมค่ะว่าไม่ยากเลย ที่จะดูดี ดูสุภาพแถมดูแพง ด้วยกระโปรงสีดำคลุมเข่า

เรื่อง : Lynlry_praewnista

ภาพ : Polyver,NET-A-PORTER,Pinterest

 

 

How To: ทำง่ายกว่าที่คิด 4 ทรงผมสุภาพเรียบร้อย by Pearypie

เพจเฟซบุ๊คของแพรี่พาย @pearypiemakeupartist บิวตี้บล็อกเกอร์และเมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังได้โพสต์แนะนำทรงผมสุภาพเรียบร้อย ในครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากช่างผมคนดัง น้องดุล @Alexandul ผู้ที่สร้างสรรค์ผมสวยๆ ให้เซเลบริตี้และดารามากมาย ปกติน้องดุลจะมี signature เป็นทรงลอนมหาสมุทร ผมสวยดูหนานุ่มโยกลอนออกมาดูหรูหราราคาแพงของหลาย ๆ คนก็มาจากการหวีลอนของน้องเขา รอบนี้ได้น้องมาช่วยกันเกล้า เก็บ และแชร์เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ กับทรงผมสุภาพเรียบร้อยที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ไม่รู้จบ เพื่อให้สาว ๆ ได้มีทางเลือกในการแต่งกายสุภาพมากขึ้น แพรหวังว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ให้ได้บ้างในทางใดทางนึงนะคะ

ทรงแรก 

14717065_1129825390428603_6402973731054460658_n

แสกกลางธรรมชาติ ตามแบบฉบับสาวไทยแท้ๆ สมัยก่อนเลย โชว์ผมเงางามสุขภาพดี ในกรณีที่ไม่อยากมัดให้เกิดรอย และชอบที่จะปล่อยผมเป็นชีวิตจิตใจ แต่จะปล่อยเฉยๆ เวลาโดนลมก็จะรู้สึกรำคาญ รู้สึกต้องเอามือมาทัดหูตลอด แล้วนอกเหนือจากนั้นไม่อยากเปิดหน้าผากเพราะกังวลเหม่ง เทคนิคง่ายๆ ในการทำทรงนี้ให้สวยและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ในนี้แล้ว !

Step :

  1. แสกกลาง
  2. แบ่งผมหน้าหลัง ให้เริ่มแบ่งจากบริเวณหูลงมาตรงๆ จะได้ตำแหน่งที่สวยพอดี ผมก้อนหลังเก็บขึ้นไว้ข้างบนก่อนนะ
  3. ยีช่อหน้าเล็กน้อยให้กลุ่มผมยึดเกาะกันไม่ลื่นหลุดจากช่อ ไม่ต้องยีใหญ่มาก (ถ้าใช้แป้งสำหรับใส่ผมหรือสเปรย์ช่วยก็จะไม่ต้องยีเยอะ)
  4. หวีช่อที่เพิ่งยีให้ด้านนอกไม่ยุ่งเหยิง แล้วค่อยๆ รวบไปด้านหลังต่ำลงตรงท้ายทอย ใช้หนังยางรัดผมจากทั้งสองข้างเอาไว้ แล้วปล่อยผมก้อนใหญ่ข้างบนลงมาคลุมเอาไว้ เสร็จแล้ว เท่านี้เองก็ได้ผมแสกกลางดูเรียบร้อยและไม่ตกลงมาปรกหน้าเปียกเหงื่อ จะสวิงมุมไหนก็ไม่ยุ่งเหยิงอีกต่อไป

ทรงสอง

14523014_1129825403761935_4721248007409519998_n

ทรงนี้สำหรับคนที่ชอบวอลลุ่มเล็กน้อย ไม่ชอบเห็นโคนลีบแบนค่ะ ถ้าฝึกทำบ่อยๆ ช่วงขั้นตอนการบิดสามารถสร้างเส้นความลึกตื้น ฟุ้งมากน้อยได้อีก ซึ่งจะยิ่งทำให้ได้วอลลุ่มที่ Perfect ยิ่งขึ้นค่ะ เรียบร้อยอ่อนหวานสุดๆ

Step :

  1. แสกผม(ใครชอบแสกกลางก็ทำได้นะคะ) แบ่งผมช่อหน้าและหลังจากหูเหมือนเดิมค่ะ
  2. ผมช่อหน้ายกขึ้นแล้วยีเบาๆ เฉพาะโคนให้ไม่ฟีบแบน
  3. หวีผมด้านหน้าให้เรียบขึ้นหน่อย แล้วค่อยๆ บิดออกทั้งแต่หน้าผากมาจนถึงหลังหู ติดกิ๊บยึดเอาไว้ จากนั้นค่อยๆ ดึงให้พองตั้งขึ้นตามระดับความพอใจ แนะนำให้พ่นสเปรย์เพื่อให้อยู่ทรงนานขึ้นนะคะ
  4. ผมที่ทิ้งตัวอยู่บนบ่าอย่าปล่อยให้ตรงทื่อ ม้วนปลายเข้าหากรอบหน้าเล็กน้อย แล้วใช้หวีสางเบาๆ จะได้ไลน์ผมที่ช่วยเสริมกรอบหน้าให้ดูหวานขึ้น

ทรงสาม

14670830_1129825420428600_5808343294086722384_n

ดูเรียบร้อยแต่มีกลิ่นอายความเท่ ทรงนี้จะช่วยเสริมให้ศรีษะดูโปร่งยาวขึ้นและไม่มีเส้นผมรกใบหน้า

Step : 

  1. ไดร์ยกโคนผมด้านหน้า เน้นตรงกลางให้แสกผมหายไปนะคะ ทรงนี้ต้องการความโปร่ง เป่าให้โคนตั้งๆ หน่อยจะได้ไม่ต้องยีเยอะ
  2. ใช้มือสางผมต่างหวี โกยผมไปด้านบนประมาณกลางกระหม่อม ยึดไว้ รีบติดกิ๊บ
  3. ทำขั้นตอนที่2 อีกครั้งกับผมที่เหลือทั้ง 2 ข้าง สางไปทีละช่อเล็กๆ
    **ในการโกยผมให้พยายามพาขึ้นไปสูงนิดนึงจะได้สร้างเส้นนำสายตาสูงขึ้น เสริมสง่าราศรีให้กะโหลกของเรา
  4. ทำสลับกันซ้ายขวา ลงมาจนสุดท้ายทอย แค่ทับกันง่ายๆ ผมก็จะดูเหมือนถูกสานเก็บอย่างดี
  5. เมื่อสุดท้ายทอยแล้ว ดึงปอยผมออกมา 1 เส้น พันรอบผมที่เหลือแทนหนังยาง
  6. Tips ในการเก็บปลายของเส้นผมที่ใช้มัด ให้พันรอบกิ๊บดำตัวเล็กจนสุดปลาย แล้วเหน็บกิ๊บซ่อนไว้อีกทีค่ะ นอกจากจะช่วยซ่อนปลายผม ยังทำให้ผมลื่นหลุดยากกว่าการติดกิ๊บปกติด้วย** ตอนโกยผมไปติดกิ๊บ พยายามทำให้เป็นร่องนิ้วมือ จะช่วยให้ดูมีวอลลุ่มสวยกว่าแบบเรียบๆ ทรงนี้ทำเสร็จฉีดสเปรย์นิดหน่อยก็อยู่ได้ทั้งวันเลย

ทรงสี่

ทรงผมสุภาพเรียบร้อย

เป็นทรงที่เรียบร้อยและเป็นที่นิยมสำหรับการสวมใส่ชุดไทยจิตลดา เพราะเรียบร้อย ไม่มีดีเทลเยอะ อีกทั้งการเก็บผมไปทั้งหมดทำให้โชว์ลำคอระหง ไม่ร้อน ดูอ่อนหวานและดูเด็กค่ะ ประโยชน์สารพัดและวิธีทำก็ไม่ยากเลย

Step : 

  1. แบ่งผมแสกกลาง
  2. จับช่อจากด้านหน้าสุด แล้วบิดออก เก็บไปด้านหลังใบหู เก็บบิดง่ายๆเลยค่ะ แล้วติดกิ๊บให้ดีๆก็พอ ทำเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง
  3. มัดรวมช่อผมทั้งหมดเข้ากัน
  4. แบ่งผมหางม้าแล้วถักเปียแยกกัน จะได้ 2 เปีย ฉีกเส้นเปียแต่ละอันให้ฟุ้งพองออกนิดหน่อย อย่าให้แน่นมาก ถ้าชอบมวยใหญ่ก็ต้องให้พองมากๆ
  5. ไขว้เส้นเปียทั้งสองลงไปเป็นเกลียว
  6. ขมวดเปียเป็นมวยขึ้นไปตรงท้ายทอย ติดกิ๊บ ซ่อนปลาย** สำหรับช่วงเวลาอื่นๆ สามารถประยุกต์ให้ดูสดใสขึ้นโดยการแซมดอกไม้หรือเครื่องประดับเล็กๆ ก็ดูเป็นทรงน่ารักๆ ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ: @pearypiemakeupartist
(ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย)


บทความบิวตี้อื่นๆ ที่น่าสนใจ
รวมแบบทรงผมและการแต่งกาย สง่างาม ถูกกาลเทศะ ไปสักการะพระบรมศพ
How to เปียผมเกล้า 3 สไตล์ ทำได้ด้วยตัวเอง
How To รวบผมทรงดอกไม้แบบครึ่งศีรษะ 6 สไตล์
ไอเท็มย้อนวัย ผูกผมด้วยโบสีดำ แสดงความอาลัยและดูเรียบร้อย

ไอ–ดี นำทีมคนดัง มอบความรู้ดูแลสมอง – สายตา

Brain & Eyes Exhibition by I-DEE (เบรน แอนด์ อายส์ เอ็กซ์ฮิบิชั่น บาย ไอ-ดี) กิจกรรมโรดโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อให้ความรู้พร้อมอบสุขภาพสายตา และสมองดี

ทั้งนี้ภายในงาน คุณสลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์ พร้อมด้วย คุณสมบัษร ถิระสาโรช แบรนด์แอมบาสเดอร์แบรนด์ไอ-ดี ก็ควงเหล่าคนดังไปร่วมมอบสุขภาพดีกัน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี    

idee-2

โดยเริ่มต้นความสนุกคู่สุขภาพดี ที่จังหวัดเชียงใหม่ นำทีมด้วยสาวคารม & สุขภาพดี “กาละแมร์ – พัชรศรี เบญจมาศ” เฮลท์ตี้กูรู บุกแชร์เคล็ดลับบำรุงสมองและสายตาจากการทำงานหนัก แถมชวน 2 หนุ่มสุดกรี๊ด “สกาย – วงศ์รวี นทีธร” และ “เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาโชว์มินิคอนเสิร์ต อีกด้วย

idee-1โดยที่ทั้งสาม ยังมาร่วมแจมกับชาวเชียงใหม่ ในการทดสอบสมรรถภาพสายตาและสมองภายในนิทรรศการภาพ ทั้งเส้นทางสุดวกวน, ภาพหลอกตาแบบ 3 มิติ ฯลฯ ก่อนจะต่อกันที่ จังหวัดอุดรธานี ที่ครั้งนี้ ได้คนดังอย่าง “เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารส” แชร์เคล็ดลับ “สมองดี – ตาเฉียบคม” ในแบบฉบับพระเอกดัง นอกจากนั้นภายในงาน ยังได้รับเกียรติจาก เภสัชกรณัฐภัทร ดวงจินา มาร่วมให้ความรู้การดูแลสุขภาพสมอง – สายตา อย่างง่ายๆ พร้อมด้วยเหล่าคนดัง อาทิ ศรเทพศรทอง กองทองมณีโรจน์,     สุธาวัลย์ ตราชู, ณฐภัทร สุวรรณโน ฯลฯ มาร่วมภายในงาน โดยมี อ้น – ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับหน้าที่พิธีกร

แถมท้ายด้วยการแจก “ตือบุ๊ค” ที่ พี่ตือ – สมบัษร ถิระสาโรช ขนมามอบให้น้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา พร้อมแจกลายเซ็นต์ที่มาร่วมงานด้วยตนเอง

         

 

 

 

 

 

 

นับถือหัวใจ 3 หน้าที่ยิ่งใหญ่ ผู้ปิดทองหลังพระ

นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่่ทำให้คนไทยร่ำไห้กันทั้งแผ่นดิน จากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น หลายคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะใจจดจ่อเฝ้ารอขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชที่จะมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

บรรยากาศช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 ตุลาคม 2559
บรรยากาศช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 ตุลาคม 2559

ในช่วงเช้ามืดของวันถัดมา ความโศกเศร้าของผู้คนก็ยังไม่จางหายไปไหน หลายคนปักหลักอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช และอีกหลายคนก็มาประจำรอเวลาส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยที่หน้าพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้ามืดนั้นจึงได้เห็นเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ปิดทองหลังพระต่างมารวมตัวกันทำหน้าที่ของตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้านในการเคลื่อนพระบรมศพให้เกิดความเรียบร้อยที่สุด

ภาพนี้ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ ตี 3 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธากรุงเทพมหานครกำลังปรับพื้นผิวถนนที่รถยนต์พระที่นั่งจะเสด็จเข้าสู่ภายในพระบรมมหาราชวัง
ภาพนี้ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ ตี 3 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธากรุงเทพมหานครกำลังปรับพื้นผิวถนนที่รถยนต์พระที่นั่งจะเสด็จเข้าสู่ภายในพระบรมมหาราชวัง

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธา กรุงเทพมหานคร

ในช่วงที่ทุกคนอยู่ในภาวะโศกเศร้ากับการเสด็จสวรรคตของพระองค์ ช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ตุลาคม ไปจนถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ตุลาคม บรรดาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานโยธากรุงเทพมหานคร กำลังช่วยกันปรับระดับพื้นผิวถนนกันอย่างแข็งขัน บรรยากาศเวลานั้นแม้จะมีคนมากมายช่วยกันทำ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงของการพูดคุยของผู้คนในบริเวณนั้นเลย เพราะทุกคนตั้งใจและต่างรู้ดีว่าหน้าที่นี้จะเป็นการทำเพื่อถวายงานให้กับพระองค์เป็นครั้งสุุดท้าย และในที่สุดทุกอย่างก็เสร็จสิ้นก่อนรุ่งเช้า

เจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งทุกเขตจะมีการเวียนมาทำหน้าที่กันทุกวันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
เจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งทุกเขตจะมีการเวียนมาทำหน้าที่กันทุกวันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

พนักงานดูแลความสะอาด

อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญที่น่ายกย่องก็คือ บรรดาพนักงานที่จะต้องดูแลความสะอาดบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ไปจนถึงถนนราชดำเนิน และท้องสนามหลวง ด้วยจำนวนของประชาชนที่มามากมาย ปัญหาขยะจึงมีมากขึ้นในทุกๆ วัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ พนักงานทุกคนก็ยังทำงานกันด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส และมุ่งมั่นกับหน้าที่ของตัวเอง แม้ว่าในสายตาของบางคนอาจเป็นจุดเล็กๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่มีพวกเขาความสะอาดเรียบร้อยจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ดังนั้น หากใครที่เดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง ถ้าช่วยเรื่องการคัดแยกขยะให้ถูกต้องได้ หรือทานอาหารที่มีเหล่าจิจอาสามาแจกอย่างพอเพียงก็จะเป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการลดจำนวนขยะ และภาระให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสะอาดลงได้บ้าง

img_5816

ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง

ในช่วงเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ประชาชนเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ จำนวนคนยิ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในวันแรกต้องบอกว่าทั้งทหาร ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังทำงานกันหนักมาก ทั้งในเรื่องการจัดแถวให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อความรวดเร็วให้ผู้ที่อยากเข้าไปถวายน้ำสรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สามารถเสร็จทันภายในเวลาเที่ยงตรง พอตกช่วงบ่ายเป็นต้นมา ก็เป็นหน้าที่ของเหล่าทหารและตำรวจ ที่ต้องจัดระเบียบของประชาชนที่มานั่งอยู่ริมถนนให้มีความเรียบร้อยจนกว่าพิธีจะเสร็จสิ้น จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังคงต้องคอยดูแลกันอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นข้อห้ามต่างๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกทุกครั้ง ในฐานะที่เราเป็นคนไทยควรจะปฏิบัติตามเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามนั่งในบริเวณพื้นผิวจราจร ไปจนถึงการห้ามถ่ายรูปขณะขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน

ตำรวจจากสำนักพระราชวังที่มาช่วยกันดูแลความเรียบร้อยก่อนขบวนเสด็จเดินทางมา
ตำรวจจากสำนักพระราชวังที่มาช่วยกันดูแลความเรียบร้อยก่อนขบวนเสด็จเดินทางมา

หน้าที่ผู้ปิดทองหลังพระ จริงๆแล้วเราสามารถทำกันได้ทุกคน อย่างน้อยก็คือการทำตามกฏระเบียบและดูแลวินัยของตัวเองให้ดีที่สุด และในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่จะมีการเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปเคารพพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น นอกจากเรื่องการแต่งตัวที่เหมาะสมแล้ว ข้อห้ามสำคัญอย่างเรื่องการถ่ายรูปและเซลฟี่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องงดเช่นเดียวกัน ถ้าทุกคนทำได้เพียงเท่านี้ก็เป็นการช่วยแบ่งเบางานให้กับเจ้าหน้าที่ได้ไม่น้อย

บรรยากาศในช่วงสายของวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ประชาชนเริ่มทยอยต่อแถวเข้าไปถวายน้ำสรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์
บรรยากาศในช่วงสายของวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ประชาชนเริ่มทยอยต่อแถวเข้าไปถวายน้ำสรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

 

 

 

NEW YORK halloween 2016 

NEW YORK Halloween 2016 

กลั้นน้ำตาไม่อยู่…รายการพิเศษ “ธ สถิตในดวงใจ”

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเกิดเป็นรายการพิเศษ “ธ สถิตในดวงใจ” ที่จะออกอากาศวันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ เวลา 19.30-20.30 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3

ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้เกือบตลอดรายการ ทั้งพิธีกรดำเนินรายการอย่าง ไตรภพ ลิมปพัทธ์ และเหล่าแขกรับเชิญที่ร่วมมาเล่าเรื่องราวความรู้สึกที่อยู่ในใจ ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “พ่อ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในวันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน 2559 นี้ประเดิมเทปแรกพบกับ น้องเดียร์-ภัคชุดา โอวาทวรพร ตัวแทนคนไทยที่ให้สัมภาษณ์ความรู้สึกที่มีต่อพ่อหลวงกับสื่อต่างประเทศ จนเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วโลกที่มาพร้อมกับเพื่อนสาว อ้อย-นาฏยา ประคองทรัพย์ โดยจะมาเล่าเรื่องราวความรู้สึกที่ตนได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอย่างละเอียด

และในวันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน 2559 พบกับนักแสดง 4 หนุ่ม 4สาว ในชื่อตอน “สานรอยพ่อ” นำโดย วิลลี่ แมคอินทอช, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, หมอก้อง-พันตรีนายแพทย์สรวิชญ์ สุบุญ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา, ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน, ปู-มินดา นิตยวรรธนะ ที่จะมาพูดถึงความรู้สึกที่อยู่ในใจและเรื่องราวที่คุณผู้ชมไม่เคยทราบที่ไหนมาก่อน

ธ สถิตในดวงใจ

t03

ธ สถิตในดวงใจ

t04

t05

t06


เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : Thai TV3

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตมีดีมากกว่าแค่กินเพื่อสุขภาพและพอกหน้าใส แต่ยังช่วย..

จะยุคไหน ใครๆ ก็อยากมีผิวหน้ากระจ่างใสชวนมอง เพราะผิวพรรณที่ดีถือเป็นพื้นฐานสำคัญของความงามบนใบหน้า ไม่ต่างไปจากผืนผ้าใบชั้นดีที่รอศิลปินลงสีแต่งแต้มเป็นงานจิตรกรรมชิ้นงาม ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงทุกยุคทุกสมัยต่างเสาะแสวงหาและคัดสรรกลเม็ดเด็ดมาเพิ่มความสวยให้ตัวเอง ง่ายที่สุดคือ การหยิบฉวยของใกล้ตัวอย่างวัตถุดิบในครัวมาบำรุงผิวอย่าง โยเกิร์ต ที่เชื่อกันว่า หากนำมามาสก์หน้าแล้วจะทำให้ผิวหน้าใสได้ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ หมอบอย – นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ Beauty Artist มีคำตอบ

ตามหลักฐานจากบันทึกโบราณพบว่า “โยเกิร์ต” มีต้นกำเนิดมาจากหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่าที่มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคนม ทั้งในตุรกี มองโกล อินเดีย อิหร่าน และบัลแกเรีย ส่วนสาเหตุที่ทำให้นมกลายเป็นโยเกิร์ต ส่วนใหญ่เกิดจากเมื่อพวกเขาทิ้งนมไว้ในภาชนะที่มีจุลินทรีย์ชนิดดีบางชนิด เช่น ชนเผ่าโบราณในบัลแกเรียนิยมเลี้ยงแกะเป็นอาชีพ จึงมักบรรจุนมในถุงหนังแกะหิ้วไปไหนมาไหน ซึ่งเชื่อว่าในหนังแกะมีจุลินทรีย์บางชนิดอยู่ ทำให้เกิดกระบวนการหมักจนได้นมที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลวและมีรสชาติเปรี้ยว แถมยังเป็นการถนอมอาหารให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้นด้วย ปัจจุบันโยเกิร์ตทำมาจากนมที่ผ่านกระบวนการหมักกับจุลินทรีย์ Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricusซึ่งจะช่วยย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมให้กลายเป็นกรดแล็กติก โยเกิร์ตจึงเป็นอาหารประเภทโพรไบโอติกส์ คือ ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ และช่วยให้กระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหารดีขึ้นด้วย

ในเมื่อโยเกิร์ตมีส่วนประกอบที่ดีต่อร่างกาย แล้วทำไมเราจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อบำรุงผิวหน้าได้ล่ะครับ…เพื่อความกระจ่าง ผมขอตอบว่า โยเกิร์ตมีส่วนช่วยให้หน้าใสได้จริง เพราะในโยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่ผลิตกรดแล็กติก ซึ่งเป็นสารเอเอชเอตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ในการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ช่วยลดความหมองคล้ำและริ้วรอยตื้น ๆ ได้ ทำให้ผิวหน้าดูกระชับสดใสขึ้น นอกจากนี้โยเกิร์ตยังช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดรอยไหม้และอาการคันบนผิวที่เกิดจากแสงแดดได้ด้วย โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ในการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตคือ การเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาตินำมาพอกให้ทั่วใบหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ลองมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ตสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้มีผิวหน้าเปล่งปลั่งกระจ่างใสได้ง่าย ๆ แต่ประโยชน์ของโยเกิร์ตยังไม่หมดแค่นี้ หลายคนอาจยังไม่ทราบ
ว่าโยเกิร์ตยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับร่างกายได้อีกหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น…

ขจัดรังแค
สำหรับใครที่มีปัญหารังแค มีอาการคันศีรษะจากรังแค ลองหมักผมด้วยโยเกิร์ต เพราะโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่จะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดรังแค และยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ ลดปัญหาหนังศีรษะแห้งจนเกิดรังแค แถมโบนัสพิเศษช่วยบำรุงผมให้เงางามมีน้ำหนักอีกด้วย เพียงนำโยเกิร์ตมาชโลมให้ทั่ว

เนื่องจากผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ก่อนนำมาใช้พอกหน้าหรือหมักผม ควรทดสอบให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ด้วยการนำโยเกิร์ตมาทาบางๆ ที่บริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วล้างออก หากไม่มีผดผื่นแพ้ก็สามารถใช้กับผิวหน้าและหนังศีรษะได้

ลดกลิ่นปาก
หลายคนคงเคยประสบปัญหามีกลิ่นปาก ทำให้เสียความมั่นใจ นอกจากต้องหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีแล้ว ลองกินโยเกิร์ตเป็นประจำ เพราะจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตจะทำหน้าที่ช่วยลดปริมาณไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้ นอกจากนี้โยเกิร์ตคุณภาพดียังอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนช่วยเคลือบฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง และป้องกันคราบเหลือง ทำให้ฟันขาวสะอาดมากขึ้นด้วย สุดท้ายจัดได้ว่าเป็นประโยชน์สูงสุดของโยเกิร์ตเลยก็ว่าได้ นั่นคือ

ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
เพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการทำลายเชื้อโรค ดังนั้นการกินโยเกิร์ตทุกวันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไปจนถึงระบบเซลล์ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประโยชน์ส่วนหนึ่งของโยเกิร์ตเท่านั้นนะครับ เห็นถ้วยเล็ก ๆ แบบนั้น ความจริงมีประโยชน์อัดแน่นเต็มไปหมด แถมยังพลิกแพลงนำไปใช้งานได้หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่บำรุงให้สวยตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก หากร่างกายแข็งแรงแล้ว ผิวพรรณที่ดีก็ไม่ยากเกินเอื้อม นี่แหละเคล็ดลับความงามแบบทำหนึ่งให้ได้สอง

เพราะความงามคือศิลปะและรสนิยมนั่นเองครับ

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 891 ปักษ์ 10 ตุลาคม 2559 (THE LIST เข้าใจความงามอย่างมีสไตล์)
ภาพ : pexels.com


บทความบิวตี้อื่นๆ ที่น่าสนใจ
กลุ้มใจหนักมาก อดอาหาร แล้วทำไมยังอ้วนอีก!!
จริงหรอ? ปากกระจับได้รูป เมคอัพช่วยได้ ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม!!
แซ่บระเบิด! นางแบบพลัสไซส์ ส่งแฟชั่นสุดจี๊ด แรงบันดาลใจแด่สาวอวบ
10 เคล็ดลับเปลือยหน้าสด สวยสตรองไร้เครื่องสำอาง
หงุดหงิดง่าย ผิวแห้งเหี่ยว นมถั่วเหลืองช่วยได้!! แถมสวยอ่อนเยาว์ขึ้น
เสริมจมูกอย่าไร้สติ!! อ่านก่อนปลอดภัย 2 สัญญาณเตือนดั้งทะลุ
กู๊ดบายกลิ่นตัวแรงแฝงความอับชื้น…ผิวสุขภาพดีวันฝนพรำ

ประวัติศาสตร์จารึก 1 ธ.ค. 59 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชดำรัสรับทรงราชย์

ตามที่ได้มีการถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงการกราบบังคมทูลอันเชิญเสด็จขึ้นทรงราชย์ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 1 ธันวาคม 2559 นั้น เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติไทยของการผลัดแผ่นดินเข้าสู่รัชกาลที่ 10 โดยสมบูรณ์

นับตั้งแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในตอนท้ายของการแถลงในคืนนั้นว่า “ขอพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ทรงพระเจริญ นั่นคือธรรมเนียมตามหลักที่ว่า “แผ่นดินจะไม่ว่างเว้นพระเจ้าแผ่นดิน” แม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งหมายถึงว่าเป็นการนับเป็นวันที่ 1 ปีที่ 1 ในรัชกาลที่ 10 แล้ว

king_of_thailand1

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังจากการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาจนวันนี้ที่ครบปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) ความโศกเศร้าเสียใจก็ยังมิจางหายไป เช่นเดียวกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงได้รับการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระยุพราช” (องค์พระรัชทายาท) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ก็ทรงโทมนัสไม่ต่างจากคนไทย ที่ผ่านมาจึงยังไม่มีประกาศการเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 เนื่องจากพระองค์มีพระประสงค์ที่อยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิมไปก่อนในช่วงเวลานั้น

จนกระทั่งวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 คณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการนำความเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ทำหน้าที่ประกาศต่อที่ประชุมว่ามีการแต่งตั้งองค์พระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาล จากนั้นที่ประชุมก็พร้อมเพรียงกันเปล่งคำถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” และในวันนี้ 1 ธันวาคม 2559 ประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในขณะนี้ ได้เข้าเฝ้าพร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร, นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ประมุขฝ่ายตุลาการ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 10 และในกาลนี้พระองค์มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ว่า…

king_10_thailand

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาดังกล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ว่าเป็นไปตามประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

king_10

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ประทับราบหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบถวายบังคม และทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียน แพ และทรงกราบราบ

บัดนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการกราบบังคมทูลอันเชิญเสด็จขึ้นทรงราชย์ สืบราชสันตติวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตรย์รัชกาลที่ 10 แล้ว

king_10_thailand_1

ขอสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร…ทรงพระเจริญ

รวม 6 ราชสกุลเก่าแก่ของไทย…ร่วมน้อมเกล้าฯถวายความอาลัย “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ราชสกุลเก่าแก่ของไทยร่วมน้อมเกล้าฯถวายความอาลัย “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ราชสกุลเก่าแก่ของไทยมีหลากหลายตระกูล และนับเป็นการจารึกประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของเหล่าผู้สืบเชื้อสายแห่งราชวงศ์จักรี ที่ต่างมารวมตัวกันเพื่อร่วมน้อมเกล้าฯถวายความอาลัยในฐานะพระญาติของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” มีราชสกุลอะไรบ้างไปดูกันเลย

ราชสกุลยุคล

screen-shot-2016-10-31-at-5-48-29-pm

screen-shot-2016-11-01-at-1-09-50-pm

หญิงแอร์ – ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล และหญิงน้อย – ม.ร.ว.นิภานพดารา ยุคล

screen-shot-2016-10-31-at-5-49-12-pm

 ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล และ ม.ร.ว.นิภานพดารา ยุคล

ภาพ : yingair,yingnoyyugala

ราชสกุลดิศกุล

screen-shot-2016-10-31-at-5-23-20-pm screen-shot-2016-11-01-at-9-39-02-am-copyรวมตัวกันในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพและถวายภัตตาหารเช้า นำโดย ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และ ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล screen-shot-2016-10-31-at-5-21-07-pm-copyม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาscreen-shot-2016-11-01-at-9-43-57-am-copy3 พี่น้อง ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์

untitled-1

ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล พร้อมบุตรธิดา

ภาพ : kwan_irobot,kaew_auradis,thegong

ราชสกุลกฤดากร

screen-shot-2016-10-31-at-5-24-34-pm-copy screen-shot-2016-10-31-at-5-25-16-pm

ส่วนหนึ่งของราชสกุล “กฤดากร” น้อมเกล้าฯถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตมวาร

เรื่องราวดีๆที่ยังไม่ถูกบอกต่อ “ข้าวผัดไข่ดาวของในหลวงรัชกาลที่ 9” ผู้เป็นต้นแบบแห่งความเรียบง่าย

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ความโศกเศร้าของชาวไทยไม่ได้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลา ยังระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยอยู่เสมอ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบให้กับเราในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความเรียบง่าย ประหยัด การรู้จักใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

วันนี้แพรวได้มีโอกาสนำคลิปวิดีโอของกระทรวงพลังงานมาเผยแพร่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งตามเสด็จไปที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี พ.ศ.2527

“วันหนึ่งพระองค์เสด็จฯเขาค้อเปิดอนุสาวรีย์ พอเปิดอนุสาวรีย์เสร็จ พระองค์ท่านก็ขอกลับไปที่พระตำหนักเพื่อจะทรงเปลี่ยนฉลองพระบาท เพราะเดี๋ยวจะไปดูงานในป่าในดง เราก็ไม่ได้ทานข้าว ไม่มีใครทานข้าว ตอนนั้นบ่ายสองโมงแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนฉลองพระบาทสัก 20 นาที น่าจะพุ้ยข้าวกันทัน ก็รีบวิ่งไปที่ห้องอาหารที่เตรียมไว้ ปรากฏว่าพวกที่ไม่ได้ตามเสด็จเขาทานกันหมดแล้ว ในนั้นจึงเหลือข้าวผัดติดก้นกระบะ กับมีไข่ดาวทิ้งแห้งไว้อยู่ ๓ – ๔ ใบ เราก็ตัก เห็นมีข้าวอยู่จานหนึ่งวางไว้ มีข้าวผัดเหมือนอย่างเรา ไข่ดาวโปะใบหนึ่ง มีน้ำปลาถ้วยหนึ่งวางอยู่ เพื่อนผมก็จะไปหยิบมา มหาดเล็กบอกว่า “ไม่ได้ๆ ของพระเจ้าอยู่หัว ท่านรับสั่งให้มาตัก” ดูสิครับ ตักมาจากก้นกระบะเลย ผมนี่แทบน้ำตาไหลเลย ท่านเสวยเหมือนๆกันกับเรา…

2132

“ท่านสามารถสั่งให้พ่อครัวแม่ครัวทำใหม่กี่จานก็ได้ แต่ท่านไม่ทำ คิดว่าการต้องไปปรุงกับข้าวใหม่ก็เท่ากับเป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน พระจริยวัตรของพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน ให้รู้จักการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและพอเพียง ทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันเราล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน เช่น แค่ข้าวผัด 1 จานก็สิ้นเปลืองพลังงานเท่ากับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงครึ่งลิตร”

เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องราวดีๆของพระองค์ท่านที่ยังไม่ได้ถูกนำมาเล่าหรือบอกต่อ และนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่อคุณอ่านหรือดูคลิปวิดีโอนี้จบ เราหวังว่าทุกคนจะได้อะไรกลับไปบ้าง พระองค์ท่านไม่เพียงแต่ประทานคำสอน แต่ยังทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่างอีกด้วย

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ที่มา : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, กระทวงพลังงาน, youtube : chart50

ภาพ : คุณ PSXU, healthandcuisine

คนดัง

ความดีก็มีไม่น้อย 6 คนดัง ลุคภายนอกดูขัดใจ แต่มุุ่งมั่นช่วยเหลือสังคมสุดตัว

ในชีวิตคนเรามีหลายเรื่องเป็นบทเรียนราคาแพงให้ได้เรียนรู้อยู่ก็มาก ซึ่งเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่เหมาะกับยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค ยุคที่รับสารได้รวดเร็วแบบนี้เลยก็คือเรื่อง อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใครแค่เพียงภายนอก หรือแค่มุมด้านเดียวที่ได้เห็น เพราะแต่ละคนนั้นมีหลายมุมให้น่าค้นหา น่าเรียนรู้ บางคนภายนอกอาจดูหยิ่ง หรือพูดจาโผงผาง แต่หากได้เรียนรู้นิสัยหรือตัวตนจริงๆเข้าแล้ว ก็อาจเจอมิตรแท้หรือเพชรแท้ที่ใครคนนั้นก็ได้

สำหรับ 6 คนดัง ในวงการบันเทิงที่แพรวได้ยกมา มีทั้งพิธีกรคนเก่ง นักร้อง นักแสดง ซึ่งแต่ละคนก็มีภาพลักษณ์ มีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือด้านเนื้อในส่วนของจิตใจที่มีมุมคิดดี ทำดี เพื่อคนอื่นและสังคม

กาละแมร์ – พัชรศรี เบญจมาศ

คนดัง คนดัง คนดัง คนดัง คนดังเริ่มที่พิธีกร นักเขียนคนดัง กาละแมร์ – พัชรศรี ที่หากมองแค่เพียงภายนอก หรือฟังแค่การพูดจาสไตล์พิธีกรตามรายการต่างๆ เธอก็อาจจะดูปากคอเราะร้ายหรือดูหยิ่งๆไปบ้าง แต่จริงๆแล้วกาละแมร์เป็นผู้หญิงที่น่าคบคนหนึ่งเลย เพราะนอกจากความเก่ง ความสามารถที่ช่วยผลักดันสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน โดยเฉพาะสาวโสด สาวทำงาน ให้มีพลังหันมารู้จักรักและดูแลตัวเองแล้ว อีกมุมของกาละแมร์ที่มีใจสาธารณะ เป็นจิตอาสา คอยช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด อย่างการเป็นตัวตั้งตัวตีเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าสีดำและรองเท้าหุ้มส้นให้แก่คนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ เพื่อช่วยให้เขาได้เฝ้าสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามที่หวัง หรือทำอาหาร ทำเครื่องดื่มไปแจกผู้ป่วย ญาติ เจ้าหน้าที่ แพทย์ และพยาบาลที่โรงพยาบาล หรือมีมุมศึกษาธรรมะเพื่อนำมาปรับใช้ในการใช้ชีวิต ก็เป็นเรื่องที่ย้ำให้รู้ว่าคนเรามีด้านดีด้านอื่นๆให้ได้เรียนรู้อีกมาก

ปู – ไปรยา ลุนด์เบิร์ก

คนดัง คนดัง คนดัง คนดัง คนดังเติบโตขึ้นอย่างสง่างาม สำหรับปู – ไปรยา ที่ตอนนี้กลายเป็นไอดอลยุคใหม่ให้คนหันมาใช้ชีวิตช่วยเหลือสังคมแบบสาวปูกันมากขึ้น ซึ่งก็ลบภาพสาวเซ็กซี่ที่มักมีข่าวคราวกับผู้ชายของปูในสมัยก่อนไปได้อย่างหมดจด อย่างที่หลายคนได้เห็นการทำงานเพื่อสังคมของสาวปูมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในโครงการ UNHCR ช่วยเหลือเด็กน้อยปากแหว่งเพดานโหว่ บริจาคของและถ่ายแบบแฟชั่นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือแม้กระทั่งกับเหตุการณ์สูญเสียพ่อหลวงของแผ่นดินไทย สาวปูก็ยังไปเป็นจิตอาสาช่วยตักอาหารแจกร่วมกับประชาชนคนอื่นๆด้วย เรียกว่าไม่ได้มีแค่มุมสวย เซ็กซี่ เป็นซุป’ตาร์แค่ในวงการบันเทิงเลยละ

มิน – พีชญา วัฒนามนตรี

คนดัง คนดัง คนดัง คนดัง คนดังมาทางฝั่งนางเอกสาวมิน – พีชญา ที่ดูเหมือนจะมีแต่กระแสข่าวดราม่าด้านลบโจมตีตลอด อย่างล่าสุดกับกรณีที่มีคนออกมาเผยว่า สาวมินขอลัดคิวเพื่อเข้าไปเฝ้าสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 จนสาวมินต้องออกมาชี้แจงเรื่องจริงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ไม่มีการลัดคิวหรือแซงคิวใดๆทั้งนั้น สาวมินเพียงเข้าไปแจกพัดในแถวตามที่พี่ทหารเปิดทางให้ ซึ่งอาจทำให้ใครที่เห็นเกิดความเข้าใจผิดจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต จริงๆแล้วสาวมินก็มีหลายมุมให้แฟนๆได้เห็นเหมือนกันนะ เพราะนอกจากเธอจะมาช่วยแจกพัด แจกยาหม่องให้แก่ประชาชน แม้ตัวเองจะป่วยจากการทำงานหนักจนถึงขั้นเกือบเป็นลมแล้ว อีกมุมที่มักจะเห็นเลยก็คือสาวมินเป็นคนรักครอบครัว มักพาครอบครัวไปเที่ยว ไปทำบุญเสมอ นอกจากนี้เธอยังเป็นนักแสดงที่ตั้งใจ ขยันทำงาน และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคอีกด้วย

โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์

คนดัง คนดัง คนดัง คนดัง

คนดังพักเบรกมาทางหนุ่มๆกันหน่อย สำหรับโตโน่ – ภาคิน ที่มีทั้งกระแสข่าวดีและไม่ดีวิ่งตีคู่สูสีกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะข่าวดราม่ากับเหล่าสาวๆ อย่างเรื่องเกาะกระแสข่าวคู่จิ้นกับนักแสดงสาว แพท – ณปภา เพื่อเรียกฐานแฟนคลับ หรือพูดกับแฟนๆว่ายังไม่พร้อมคบสาวคนไหน แต่ก็มีข่าวว่ากำลังศึกษาดูใจกับผู้หญิงออกมา จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนพูดอย่างหนึ่ง กระทำอย่างหนึ่ง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วโตโน่ไม่ได้มีแค่ด้านนี้ เพราะด้านความกตัญญูที่โตโน่ตั้งใจทำงาน ขยันอดออมจนใช้หนี้ที่บ้านให้คุณแม่หมดได้สำเร็จ หรือมุมพี่ชายดูแลน้องสาว ก็น่าภูมิใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ใครหลายคนได้ไม่น้อย รวมถึงงานช่วยเหลือสังคมที่โตโน่เป็นทูต WAP (World Animal Protection) ช่วยเหลือสัตว์ป่าก็น่านำมาพูดถึง เพื่อให้คนหันมาดูแลและไม่ทำร้ายสัตว์กันมากขึ้น

ต้นหอม – ศกุนตลา เทียนไพโรจน์

คนดัง คนดัง คนดังดีเจต้นหอม สาวผู้รวยนิสัยเฮฮา เห็นเป็นสาวสายฮาแบบนี้ แต่ก็เป็นคนที่มีความคิดดีในการใช้ชีวิตเหมือนกันนะ เพราะถ้าใครได้ติดตามดีเจต้นหอมในช่วงที่เลิกรากับหนุ่มแทค จะรู้เลยว่าเธอมีทัศนคติและมุมมองในการใช้ชีวิตที่ดี โดยนำข้อคิดต่างๆมาปรับใช้โดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และอีกมุมหนึ่งเลยก็คือ สวย ฮา จิตอาสาก็มีเช่นกัน เพราะสาวต้นหอมยังได้เชิญชวนเหล่าแฟนคลับไปทำบุญ บริจาคเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเลี้ยงอาหารเด็กๆที่สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร และยังไปช่วยแจกอาหารที่สนามหลวงอีกด้วย

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

คนดัง คนดัง คนดัง คนดังหลังจากมีภาพรัศมีแขช่วยอุ้มคนเป็นลมในขณะที่กำลังยืนตากแดดร้องเพลงสรรเสริญถวายพ่อหลวงที่สนามหลวง จนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเอ็มวีร้องเพลงตามที่ตั้งมั่นไว้แต่แรก แต่ก็ทำให้รัศมีแขได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่พบเห็นมากทีเดียว ซึ่งรัศมีแขเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เพราะมองว่าการช่วยคนนั้นสำคัญกว่า ซึ่งตัวเขาก็ถือว่าเป็นลูกของพ่อหลวงเช่นกัน หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตารัศมีแขมาบ้างจากในซีรี่ส์อย่าง Club Friday the Series ที่รัศมีแขรับบทเป็น เอ็นจอย ผู้มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน แต่ชีวิตจริงไม่ได้เป็นดั่งที่แสดง รัศมีแขเป็นตัวอย่างในด้านการพยายาม ไม่ย่อท้อต่อปัญหาดราม่าที่เข้ามาในชีวิต ตั้งแต่เรื่องสีผิวที่มักจะโดนคนมองด้วยสายตาเหยียด แต่รัศมีแขก็เลือกโฟกัสแต่สิ่งที่ดี และเป็นตัวของตัวเอง ทำเพื่อตัวเองและเพื่อสังคมแทน เรียกว่าจิตใจดีงามสุดๆ

 


เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ : IG @kalamare, prayalundberg, minpechaya, mootono29, djtonhorm,rusameekae

แบรนด์แฟชั่นไทยผนึกกำลัง ลด แลก แจก แถม! ขอมีส่วนร่วมกับการไว้อาลัยพ่อของแผ่นดิน

น้ำใจของคนไทยมีอยู่ทุกที่จริงๆ แม้แต่วงการแฟชั่นไทยดีไซเนอร์ของเราเองก็ขอมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม เพื่อไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อย่างที่รู้กันว่าตามท้องตลาดในตอนนี้เสื้อผ้าสีดำเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปเยอะมาก ถึงขนาดขาดตลาดเลยก็ว่าได้ บ้างก็มีการขึ้นราคาจนทำให้เสื้อสีดำมีราคาแพง กลายเป็นปัญหาใหญ่ในการเอาเปรียบผู้บริโภค จนคนบางกลุ่มไม่มีกำลังซื้อ ทำให้มีกลุ่มจิตอาสาหลายๆกลุ่มเข้ามาเป็นตัวกลางช่วยในเรื่องนี้ บ้างก็มีการรับบริจาคเสื้อผ้าสีดำ บ้างก็นำเสื้อไปแจกคนยากไร้จริงๆ ให้พวกเขาได้มีโอกาสใส่เสื้อสีดำเพื่อไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเหล่าแบรนด์แฟชั่นไทยของเราหลายๆแบรนด์ก็ไม่อยู่นิ่ง ขอมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมโดยการออกมาลด แลก แจก แถม ให้เสื้อสีดำมีราคาถูกลง เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จะมีแบรนด์ไหนบ้างไปดูกันค่ะ

เริ่มที่แบรนด์ issue ที่ตอนนี้กลายเป็นแกนนำใหญ่ของวงการแฟชั่นไทยไปซะแล้ว เพราะนอกจากจะรวมพลออกมาช่วยเหลือสังคมโดยการแจกข้าวและน้ำให้กับประชาชนที่ท้องสนามหลวงแล้ว issue ยังได้จัดโครงการ “รักพ่อรักแผ่นดิน” โดย 10 เปอร์เซ็นต์ของสินค้าทุกชิ้นจะนำไปร่วมสมทบทุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมไว้อาลัย แถมยังจัดสินค้าลดราคาพิเศษอย่างหมวกและเสื้อสีขาว – ดำในราคาหลักร้อย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลายคนก็ให้การตอบรับดีมากๆ จนสินค้าผลิตแทบไม่ทันเชียวละ

1 2-1 3-1 4 6

แม้แต่แบรนด์ดังอย่าง MILIN เองก็จัดโปรโมชั่นสินค้าลดราคากันถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยคอลเล็คชั่นที่ลดราคาส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าสีขาว – ดำ ทั้งเสื้อผ้าที่สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ ไปเที่ยว ไปทำงาน แต่ถ้าไปที่หน้าร้านอาจจะไม่เจอนะคะ เพราะที่หน้าร้านสินค้าบางรุ่นหมดไวมาก แนะนำให้เข้าไปช็อปในเว็บไซต์จะดีกว่า

9 10

นอกจากนี้ทางแบรนด์ MILIN ยังได้ทำริบบิ้นไว้อาลัยแจกฟรีกันอีกด้วย โดยสามารถเข้ามารับได้ที่หน้าร้านทั้ง 3 สาขาตามรูปนี้เลยค่ะ ไม่ใช่แค่แบรนด์ MILIN เท่านั้นที่แจกริบบิ้นไว้อาลัย แต่แบรนด์ผู้หญิงอย่าง Kloset ก็ร่วมแจกกับเขาด้วย ส่วนคุณผู้ชายที่รู้สึกว่าทำไมมีแต่ริบบิ้นสไตล์ผู้หญิงแจกล่ะ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะทาง Painkiller แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายก็ทำริบบิ้นไว้อาลัยดีไซน์เรียบๆที่เหมาะกับผู้ชายมาแจกด้วยเช่นกันค่ะ

11

12

13

ในเมื่อแบรนด์อื่นๆเขาลดราคาเสื้อผ้าก็แล้ว แจกริบบิ้นไว้อาลัยก็แล้ว แบรนด์ดังอย่าง Vatanika มีหรือจะน้อยหน้า แถมยังออกแคมเปญเด็ดๆมาให้ได้ชื่นชมกันอีกด้วย โดยแจ้งในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมว่าได้จัดทำกระโปรงทรงสอบสีดำสำหรับผู้ที่มีความประสงค์เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถเข้าไปรับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ร้าน Vatanika ซึ่งจะแจก 1 คนต่อกระโปรง 1 ตัว แน่นอนว่างานนี้มีคนเข้าไปต่อคิวรับกระโปรงฟรีกันเพียบ! แต่ทางแบรนด์เขาก็ขอสงวนสิทธิ์ให้กับคนที่ไม่มีกำลังซื้อจริงๆเท่านั้นนะจ๊ะ

14

ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่เรานำมาพูดไม่หมด นอกจากจะนำสินค้ามาลดราคาแล้ว บอกเลยว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนก็ตาม มักจะจัดดิสเพลย์หน้าร้านเป็นเครื่องแต่งกายสีขาว – ดำ และยังวางจำหน่ายเครื่องแต่งกายกลุ่มนี้มากขึ้น รวมถึงในโซเชียลเองก็จะเน้นนำเสนอขายสินค้าสีขาว – ดำ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้นด้วย

15

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : issuethailand, asavagroup, milin, VATANIKA, kloset, painkiller_atelier

5 เรื่องความทรงจำส่งท้าย ก่อนปิดตำนาน 62 ปี นิตยสารสกุลไทย

62 ปีจะว่านานก็นาน แต่คนเราเมื่อมีพบก็ต้องมีจาก เช่นเดียวกับนิตยสารผู้หญิงที่มีอายุยาวนานอย่าง นิตยสารสกุลไทย ที่ประกาศหยุดตัวลงไปก่อนหน้านี้ว่าในฉบับที่ 31 ตุลาคม 2559 จะเป็นฉบับส่งท้ายก่อนที่จะปิดตำนานอย่างถาวร

หากใครที่เป็นแฟนนิตยสารสกุลไทย คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นนิตยสารที่มีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องของเนื้อหาภายในเล่ม และการนำเสนอภาพปกนิตยสาร ที่ทำให้คนจดจำได้มาโดยตลอด 62 ปี แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีจุดยืนเป็นของตัวเอง พร้อมไปกับการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีสาระประโยชน์

14502714_1174888129224115_7348920126456667531_n

จากวันแรกจนถึงวันนี้ นิตยสารสกุลไทย ได้สร้างความทรงจำไว้มากมาย ซึ่งผู้อ่านที่เป็นแฟนนิตยสารเล่มนี้ก็คงไม่มีวันลืมเช่นเดียวกัน

นิตยสารสกุลไทยฉบับแรก
นิตยสารสกุลไทยฉบับแรก
  1. นิตยสารสกุลไทยวางแผงครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน  2497 วางจำหน่ายในราคาเล่มละ 3 บาท เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ในยุคแรกๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยจุดยืนที่ต้องการเป็นนิตยสารเพื่อผู้ที่รักการอ่านอย่างแท้จริง
  2. นางแบบคนแรกที่ขึ้นปกให้กับนิตยสารสกุลไทยคือ คุณปรุง ศิริพร
  3. นิตยสารสกุลไทย เป็นนิตยสารผู้หญิง แบบรายสัปดาห์ ที่มีเนื้อหาโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของสารคดีและนวนิยาย ซึ่งที่นี่เรียกว่าเป็นแหล่งรวมนักเขียนชื่อดังระดับประเทศที่ได้ฝากผลงานเขียนลงตีพิมพ์ไว้เช่น กฤษณา อโศกสิน,ว.วินิจฉัยกุล,โสภาค สุวรรณ และศรีฟ้า ลดาวัลย์ รวมถึงยังเป็นที่ฝึกฝนของนักเขียนใหม่ในยุคนั้น ให้เป็นนักเขียนระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง สมชาย กรุสวนสมบัติ,กนกวลี พจนปกรณ์ และชมัยภรณ์ แสงกระจ่าง อีกด้วย
  4. นางแบบคนที่ขึ้นปกส่งท้ายคือ มิว นิษฐา จิรยั่งยืน แต่ด้วยเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่9 จึงเปลี่ยนภาพปกเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแทน วางแผงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นฉบับที่ 3237 จำหน่ายในราคา 55 บาท
  5. ในสกุลไทยฉบับสุดท้ายเล่มนี้ จึงมีความพิเศษคือเป็นปกซ้อนปกครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ซึ่งเนื้อหาภายในเล่มได้มีการรวมพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนกระดาษอาร์ตมันสี่สี ๔๘ หน้า พร้อมบทร้อยแก้วและร้อยกรอง น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัยจากศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ๙ ท่าน ส่วนภาพปก มิว นิษฐา จิรยั่งยืนที่อยู่ภายในอีกชั้น จะมีเรื่องพิเศษ “อัญเชิญชื่นฉ่ำไว้ในทรงจำ” รวมเรื่องราวตลอด ๖๒ ปีของสกุลไทย “ในความทรงจำ” ในวาระอำลาสกุลไทยจากแผงหนังสือ และยังคงมีนวนิยายและคอลัมน์ต่างๆ พร้อมบทความอำลาสกุลไทยจากใจนักเขียน ทั้งหมดรวม 220 หน้า
    นิตยสารสกุลไทย ฉบับสุดท้าย
    นิตยสารสกุลไทย ฉบับสุดท้าย

    น่าใจหายทุกครั้งที่ได้ยินว่านิตยสารที่เคยอยู่ยืนยาวมานานต้องปิดตัวลง  ต่อไปนิตยสารสกุลไทยคงจะไม่มีปรากฏให้เห็นบนแผงหนังสือที่เคยอยู่มานานถึง 62 ปีแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าคงจะอยู่ในใจของผู้อ่านทุกคนตลอดไปเช่นเดียวกัน

ข้อมูล/ภาพ : FB สกุลไทยรายสัปดาห์

ดาราผนึกพลังโซเชียล แห่ช่วยเหลือชาวนา แชร์สนั่นรับออกแบบโลโก้ ทำเว็บฟรี!

อีกเรื่องราวดีๆในสังคมไทยที่ทำให้เห็นถึงความรักและความสามัคคีของคนในชาติ หลังสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำขั้นสุด จนชาวนาผุดไอเดียขายข้าวเอง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ล่าสุดทั้งดาราและองค์กรต่างๆผนึกกำลัง แห่ช่วยเหลือชาวนา ด้วยการรับออกแบบโลโก้ให้ฟรี สร้างเพจร้านค้าบนเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ให้ฟรี บ้างก็อาสาเป็นช่องทางรับฝากขายข้าว โดยการใช้สื่อออนไลน์ของตนเองที่มีผู้ติดตามเยอะ

อาทิ สถาบันสอนศิลปะและการออกแบบ RGB Art&Design Room ของคุณนพดล โสวจันทร์ ที่ร่วมกับ
คุณไตรภัค สุภวัฒนา นักเขียนการ์ตูนและนักวาดภาพประกอบ ที่ประกาศรับออกแบบโลโก้ ตราสัญลักษณ์ และตัวการ์ตูนแมสคอตให้ชาวนาที่จะขายข้าวเอง เพื่อนำไปพิมพ์หรือผลิตเองต่อไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมไปถึงบริษัทไอคิวซ์อีเล็กดีไซน์ จำกัด ซึ่งยินดีสร้างเพจร้านค้าบนเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ให้ฟรี (ช่องทางการติดต่อขอรับออกแบบโลโก้ฟรี หรือสร้างเพจร้านค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เลื่อนไปที่ล่างสุดของบทความค่ะ)

นอกจากนี้ยังมีนางเอกสาว “จั๊กจั่น – อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” ที่ใช้โพสต์ลงอินสตาแกรมรับออกแบบโลโก้ให้ชาวนาฟรีว่า “ชาวนาคนไหนยังไม่มีโลโก้ติดถุงข้าวขาย ส่งรายละเอียดมาตามที่จั่นบอกไว้ในภาพนะคะ เฉพาะใต้ภาพนี้นะคะ จะได้ไม่ตกหล่น จั่นกับน้องคลับจั่นจะทำให้ค่ะ พี่ๆชาวนาที่เดือดร้อน ฝากร้าน ฝากเบอร์ติดต่อขายข้าวใต้ภาพนี้ได้เลยค่ะ ร้านอื่นขอความกรุณางดฝากนะคะ ขอช่วยพี่ๆชาวนาก่อน”

ด้านพระเอกหนุ่ม “ป๋อ – ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ก็ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีกำลังกระจายข่าวสารเป็นอีกทางช่วยประสานงาน ทั้งรับฝากขายข้าวและช่วยหาช่องทางการขนส่งข้าวในราคาถูกว่า “ใครช่วยหาช่องทางการส่งในราคาถูกหน่อยสิครับ ไม่งั้นราคาก็ต้องไปผูกกับค่าส่งไปรษณีย์ ซึ่งก็จะทำให้เป็นผู้บริโภคต้องซื้อข้าวแพงอยู่ดี ช่วยกันคิดคนละนิดคนละหน่อยนะ ช่วยๆกัน เดี๋ยวก็ดีเองครับ”

“ขนส่งข้าวผ่านรถทัวร์ รถไฟ รถตู้ ก็ดีนะครับ ค่าขนส่งน่าจะถูกลง ผู้บริโภคจะได้ไม่ต้องจ่ายแพงมากครับ แต่เน้นคุณภาพนะครับ กรุณาอย่าหลอกลวงเจือปนของไม่ดี เพราะจะทำให้ค้าขายแบบนี้ได้ไม่นานครับ รับฝากชาวนาขายข้าวเอง”

 

แห่ช่วยเหลือชาวนา ออกแบบโลโก้ฟรี

แห่ช่วยเหลือชาวนา

แห่ช่วยเหลือชาวนา ออกแบบโลโก้ฟรี
ภาพ : IG@jakjaan_akhamsiri
rice02
ภาพ : IG@poh_natthawut
rice03
ภาพ : IG@poh_natthawut
rice04
ภาพ : IG@poh_natthawut

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม

ช่องทางติดต่อขอรับออกแบบโลกโก้ฟรี คลิก
จั๊กจั่น >> IG@jakjaan_akhamsiri
ป๋อ>> IG@poh_natthawut
RGB art&design room>> FB@ Tae Noppadon 
นักเขียนการ์ตูนและนักวาดภาพประกอบ >> FB@ไตรภัค 
บริษัท ไอคิวซ์อีเล็กดีไซน์ จำกัด >> Line id : icuteweb