พี-เอกภพ ต๊ะตา

จากสายนักร้องสู่สายนักแสดง ทำความรู้จัก พี-เอกภพ ต๊ะตา

จากสายนักร้องสู่สายนักแสดง ทำความรู้จัก พี-เอกภพ ต๊ะตา พระเอกใจถึงจากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่น่าจับตามองในเวลานี้ สำหรับหนุ่มหน้าใส “พี-เอกภพ ต๊ะตา” กับการขึ้นแท่นเป็นพระเอกซีรีส์วายเรื่องแรกในชีวิต “KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo” Chapter 2 ที่กำลังออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. จากโปรเจกต์ Viu Original โดยค่ายผู้ผลิต 9NAA PRODUCTION (ก้าวหน้า โปรดักชั่น) และไม่แปลกที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักหนุ่มคนนี้มากก่อน แต่บอกเลยว่าถ้าได้รู้จัก คุณจะหลงไหลในความน่ารักและความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากนี้หนุ่มพียังเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบรนด์วง 7 Moment จากค่าย Rising Entertainment ที่เพิ่งเดบิ้วต์เพลงแรกที่ชื่อ พอดีที่ดีพอ และกำลังจะปล่อย MV เร็วๆนี้

พี-เอกภพ ต๊ะตา

หนุ่ม “พี-เอกภพ” เข้าวงการบันเทิงมาได้ 4 ปี จากสายงานโฆษณา แต่ด้วยจังหวะชีวิตกลับได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้เปลี่ยนสายมาเอาดีทางด้านซีรีส์วาย และนั่นก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญกับซีรีส์เรื่องแรกที่ต้องเดินทางไปถ่ายทำที่ญี่ปุ่นตลอดทั้งเรื่อง และยังต้องรับหน้าที่เป็นตัวแทนนักแสดงในการขึ้นเวทีที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประชาสัมพันธ์ซีรีส์เป็นภาษาญี่ปุ่น รวมถึงต้องแบ่งเวลาไปถ่ายซีรีส์ทำให้แทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนเพราะด้วยข้อจำกัดของเวลาและสถานที่ถ่ายทำ แต่เขาคนนี้ก็ทำให้ผู้กำกับอย่าง “ผ้าแพร-คชาภรณ์ รูปช้าง” และทีมงานถึงกับเอ่ยปากชมถึงสปิริต! โดยเฉพาะฉาก NC ที่ลงทุนแก้ผ้าจริง ถอดหมดแบบ 100% เพื่อให้ได้ฉากที่ดูสมจริงที่สุด

แต่ด้วยซีรีส์เรื่องนี้เพิ่งเปิดโปรเจกต์ไปได้ไม่นาน ก็ถูกทาบทามงานภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องใหม่ทันที ที่กำลังเตรียมตัวเปิดกล้องเร็วๆนี้อีกอย่างละเรื่อง ที่จะฉายทั้งในไทยและต่างประเทศในปีหน้า

“พี- เอกภพ” เปิดใจว่า“ก้าวแรกในชีวิตของผมเริ่มต้นจากการเดินสายแคสงานโฆษณาครับ ปีแรกแคสประมาณ 50 กว่าตัว ไม่ได้เลยสักงาน จนปีต่อมาก็แคสโฆษณาเหมือนเดิมประมาณ 100 กว่าตัว จนได้โฆษณาชิ้นแรก ตอนนั้นดีใจมากแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเข้ามาอีกเลย (แอบเสียใจพอสมควร) ซึ่งตอนแรกก็ท้อครับเลยคิดว่าจะกลับไปทำงานกับที่บ้านถอดใจแล้ว”

พี-เอกภพ ต๊ะตา

“จนเมื่อเดือน มีนาคม ปีที่แล้วผมก็ได้มีโอกาสไปแคสซีรีส์ของทาง บริษัท ๙ หน้า โปรดักชั่น จำกัด ที่กันตนา ในตอนนั้นก็คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะเดินทางสายนี้(ถ้าไม่ผ่าน) แต่พอผลออกมาก็ได้เข้ามาเป็นนักแสดงในค่ายของพี่แก๊ปเปอร์ ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ทุกท่าน หลังจากนั้นพี่แก๊ปเปอร์ก็ได้พานักแสดงในค่ายไปรู้จักกับ พี่ท็อป วงศ์พัฒน์ เจ้าของค่ายเพลง Rising Entertainment จนได้มีโอกาสทำวงบอยแบรนด์โปรเจกต์พิเศษ ชื่อวง 7 MOMENT ซึ่งในปีที่แล้วก็ได้ปล่อยเพลงออกมาเป็นซิงเกิ้ลแรก ชื่อเพลง พอดีที่ดีพอ ส่วนในปีนี้ไม่เกินกลางปีก็จะมีซิงเกิ้ลที่สองตามออกมาครับ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ”

ประวัติ พี เอกภพ ต๊ะตา

ชื่อนามสกุล : เอกภพ ต๊ะตา

วันเกิด : 1 ธันวาคม

สัญชาติ : ไทย

ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร

การศึกษาในไทย : ปริญญาตรี สาขาผู้ประกอบการธุรกิจ มหาวิทยาลัย STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY

การศึกษาในญี่ปุ่น : ปริญญาตรี สาขาวิศวะยานยนต์ มหาวิทยาลัย NAKANIHON AUTOMOTIVE COLLEGE

ความสามารถพิเศษ : ทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย

ทักษะด้านดนตรี : เปียโน ร้องเพลง ฟลูต เครื่องดนตรีไทยเกือบทุกชนิด

ทักษะด้านกีฬา : เทควันโด้ ฮับคิโด้ มวยไทย

Instagram : ekkapoppp

Facebook : tata ekkapop

Aesop จัดงาน “A sensorial preview of Aesop's time-honoured skin care formulations”ก่อนเปิดตัว Signature Store ที่ทองหล่อ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Aesop จัดงาน “A sensorial preview of Aesop’s time-honoured skin care formulations”ก่อนเปิดตัว Signature Store ที่ทองหล่อ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Aesop จัดงาน “A sensorial preview of Aesop’s time-honoured skin care formulations”ก่อนเปิดตัว Signature Store ที่ทองหล่อ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซึ่งในงาน “A sensorial preview of Aesop’s time-honoured skin care formulations” Aesop ได้เนรมิตสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ ณ JWD Art Space ให้กลายเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้วัฒนธรรมและแสดงผลงาน Installation ร่วมด้วยกิจกรรม Skincare Workshop อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของการดูแลผิวในแบบฉบับของตัวเอง และให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองไลน์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง “Immaculate Facial Tonic” โทนเนอร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวที่ต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในเมือง และต้องการการป้องป้องและบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

Aesop จัดงาน “A sensorial preview of Aesop’s time-honoured skin care formulations”ก่อนเปิดตัว Signature Store ที่ทองหล่อ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยเร็วๆ นี้ Aesop จะกลับมาอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิด Aesop Signature Store ณ ทองหล่อ ซอย 13 โดยนับเป็น Signature Store แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังคงคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมรอบด้านของกรุงเทพมหานคร โดยผสมผสานความเป็นหนึ่งเดียวกันของศิลปะ ประเพณี และความทันสมัยเข้าด้วยกัน ทำให้ Aesop Signature Store แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่แฝงแนวคิดอันละเอียดอ่อนไว้ได้อย่างน่าค้นหาและแยบยล

Aesop (เอสอป) เป็นแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสร้างสรรค์ เพื่อการดูแลรักษาผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผสมผสานระหว่างส่วนผสมจากธรรมชาติและการสังเคราะห์ส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัย ซึ่ง Aesop นั้นเชื่อว่าวิทยาศาสตร์มีสิ่งดีๆ ที่สามารถมอบให้กับผิวของมนุษย์ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่การดูแลผิวและส่งเสริมสุขภาพผิวในแบบของตัวเอง อีกทั้งยังออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับมลภาวะหลากหลาย มีบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบในรูปแบบขวดยาวิทยาศาสตร์สีชา จึงมีส่วนช่วยปกป้องวิตามินบำรุงจากแสง UV รวมทั้งการตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนก็ทำให้ Aesop เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ยิ่งไปกว่านั้นในทุกขั้นตอนการผลิตที่ได้เฟ้นหาส่วนผสมอย่างพิถีพิถัน ก็เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ความต้องการของผิวและมีคุณภาพมากที่สุด


Coussin de Cartier

จากโลกแห่งเรือนเวลาสู่จิวเวลรี่ Coussin de Cartier การสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

คาร์เทียร์ (Cartier) เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ Coussin de Cartier (คุซแซง เดอ คาร์เทียร์) ถ่ายทอดทักษะและความเชี่ยวชาญของเมซง จากโลกแห่งเรือนเวลาสู่จิวเวลรี่

เรือนเวลา Coussin de Cartier เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2022 ในฐานะประดิษฐกรรมแรกบนโครงสร้างตาข่ายทอรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขอบโค้งมนประดับอัญมณีแบบพาเว่เต็มทั้งเรือน ตัวเรือนมอบผิวสัมผัสความยืดหยุ่นตามแรงกด   พร้อมแรงสะท้อนกลับอย่างนุ่มนวลขณะสวมใส่

โครงสร้างที่ยืดหยุ่นเป็นเอกลักษณ์นี้ ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นจิวเวลรีอันงดงาม ในรูปแบบแหวนและกำไลฝังเพชรแบบพาเว่เต็มวง ดูเลอค่าสะกดสายตา โดยทั้งแหวนและกำไลต่างก็ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ
Coussin de Cartier เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันแปลกใหม่แก่ผู้สวมใส่

ช่างฝีมือของเมซงกลั่นกรองความเชี่ยวชาญออกมาเป็นผลงานที่โดดเด่น ด้วยการจินตนาการโครงสร้างตาข่ายถักขึ้นใหม่ ผสานรูปทรง ความยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน ทองคำที่ถักทอประสานกันอย่างซับซ้อน ผ่านการแต่งผิวทีละช่องอย่างละเมียดละไมด้วยมือ เพื่อความยืดหยุ่นและเปล่งประกาย ก่อนนำไปฝังเพชรด้วยกรรมวิธีใหม่ที่ทำให้เกิดประกายเมื่อแสงตกกระทบ แม้ตัวเรือนจะโค้งมน


หอมกรุ่น ลิ้มรสชาติเข้มของ อาหารแนวเสียบไม้ที่ เดน คูชิ ฟลูโลร

เดน คูชิ ฟลูโลริ สาขากรุงเทพฯ ร้านดังจากโตเกียวแนว “เสียบไม้” หนึ่งในร้านอาหารแนะนำจาก MICHELIN Selected ในมิชลินไกด์ประเทศไทยปีล่าสุด พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครั้งใหม่กับเมนู Spring Season ในเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2567

พบเมนูไฮไลท์ อาทิ ซุปใสหอยตลับลาย ทานคู่กับกราแตงหอมใหญ่ชุ่มชีสและโมจิเผือก, ไก่พื้นเมืองฝรั่งเศสอบด้วยสับปะรดและใบเตย, ข้าวหน่อไม้ญี่ปุ่นอบในหม้อดิน ท๊อปด้วยหมูสามชั้นตุ๋นราดซอสมะขาม, มูสอะโวคาโดท๊อปด้วยคาเวียร์ กระเจี๊ยบเขียวซอยและซอสพลัม, ปอเปี๊ยะสดชิ้นพอดีคำ โดยใช้ผักห่อกุ้งลายเสือและซอสทาร์ทาร์ เพิ่มสีสันด้วยดอกไม้ทานได้ ทานคู่กับซอสแก้วมังกร, ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมกุ้งซากุระกรอบ

โดย Den Kushi Flori มีเอกลักษณ์จากการนำจุดเด่นของอาหารฝรั่งเศสมาผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ในสไตล์ innovative นอกจากจะปรุงด้วยความใส่ใจและพิถีพิถันจากเชฟชื่อดังแล้ว ยังมีความโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นและทวีปยุโรป รวมถึงการเฟ้นหาวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากประเทศไทย แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติและคอนเซ็ปต์ออริจินัลจากร้านที่ญี่ปุ่น


คิสออฟไลฟ์

คิสออฟไลฟ์ จัดเต็มโชว์ 7 เพลงพร้อมโมเมนต์ฟินใจ ปฐมฤกษ์ปี 2024

คือความคุ้มค่าของตาเนื้อ คือเต็มอิ่มหัวใจทุกวินาทีจริงๆ สำหรับแฟนมีตติ้งครั้งแรกที่ประเทศไทยของ “คิสออฟไลฟ์” (KISS OF LIFE หรือชื่อย่อKIOF) เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่แต่เดบิวต์มาเป็นตัวมัมเรียบร้อยทั้งสี่สาว จูลี่ (Julie), นัตตี้ (Natty), เบลล์ (Belle) และ ฮานึล (Haneul) รุกกี้ปีศาจที่กวาด 9 รางวัลมาครองแบบฉ่ำๆ หลังเดบิวต์เพียงไม่ถึงหนึ่งปี ศิลปินในสังกัด เอสทู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (S2 Entertainment) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งขนเอเนอร์จี ความน่ารัก แต่เผ็ดแซ่บ มาร้อง-เล่น-เต้น-โชว์ 7 เพลงฉ่ำเกินสเกลแฟนมีตติ้งในงาน “คิสออฟไลฟ์ ‘เดียร์ คิสซี่’ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง อิน แบงคอก” (KISS OF LIFE ‘DEAR KISSY’ 1st Fan Meeting in Bangkok) #KISSOFLIFE_DEARKISSY_BKK ให้เหล่าคิสซี่ (KISSY ชื่อแฟนคลับของพวกเธอ) ได้ฟินครบรสกันแบบจุกๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ผลงานทำถึงอีกครั้งโดยผู้จัด โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) ของบิ๊กบอส กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ

คิสออฟไลฟ์

เกาะเกี่ยวใจ ไม่มูฟออนกันง่ายๆ ตั้งแต่สเตจแรกกันไปเลย เมื่อคิสซี่เข้าประจำที่กันเรียบร้อย บนเวทีเริ่มตรงเวลา 17:00 น. เป๊ะๆ ด้วย VCR ปลุกความตื่นเต้นก่อตัวเต็มสปีด สี่สาวระเบิดต่อมความคิดถึงด้วยเพลงแรก ‘Bad News’ เรียกเสียงกรี๊ดต้อนรับอย่างล้นหลาม เปิดฉากงานแฟนมีตติ้งสมมงตัวมัม โดยมี ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับไมค์ทำหน้าพิธีกร ร่วมด้วย เจเบบี้ฟู้ด (ศิรส มหาวัฒนอังกูร) รับหน้าที่ล่ามของงาน ก่อนจะให้สาวๆ ได้ทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ “สวัสดีค่ะ พวกเรา KISS OF LIFE ค่ะ” จูลี่ นัตตี้ เบลล์ ฮานึล แนะนำตัวอย่างน่ารักและเป็นกันเอง หลังจากไม่ได้เจอกันนาน มีเรื่องราวมากมายที่ต้องอัปเดตกันหน่อย สาวๆ จูบชีวิตเลยมาบอกเล่าผ่านพาดหัวข่าวเก๋ๆ KIOF NEWS ดังเช่นพาดหัวข่าวแรก คุยกันถึงเรื่องที่อินมากในช่วงนี้ ทั้งสี่สาวตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ากำลังอินกับการ “คัมแบ็ก” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 เมษายนนี้ กับ 1st Single Album [Midas Touch] มังเน่ฮานึลยังเสริมอีกว่าช่วงนี้อินกับ “คิสซี่” ด้วย ได้ใจไปเต็มๆ

หลังจากที่สี่สาวจูบชีวิตตอบทุกข่าวเล่าทุกความจริงกันเรียบร้อยแล้ว ก็บูสต์เอเนอร์จีเต็มสูบให้เหล่าคิสซี่ด้วยเพลงที่ทุกคนรอคอยจะได้ดูสดๆ เป็นบุญตาสักครั้ง กับ ‘Nobody Knows’ ที่มาพร้อมออร่าและเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดปัง ทำเอาผู้ชมตายเรียบกับท่าแมลงก้นกระดกจึ้งสุดใจ ต่อเนื่องด้วยเซอร์ไพรส์ไฟลุกพึ่บกับแดนซ์เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่มาทั้ง ‘Pink Venom’ ของรุ่นพี่ BLACKPINK และ ‘Freaky Deaky’ (by Tyga, Doja Cat) เตรียมมาให้คิสซี่ไทยโดยเฉพาะสุดอิ่มหนำฉ่ำใจ

ขึ้นชื่อว่างานแฟนมีตติ้งทั้งที จะขาดพาร์ตเกมที่เติมเต็มอรรถรสความสนุกไปไม่ได้ งานนี้สาวๆ KISS OF LIFE จัดมา 4 เกมฟินๆ เริ่มจาก LOOK AT ME, REMOVE PAPER BY DANCE, WHO’S THE SPY? และ FIND ME – THE SONG IN THE SONG แต่ละเกมล้วนโชว์ให้เห็นถึงไหวพริบและความน่ารักเฉพาะตัวของเมมเบอร์จูบชีวิตแต่ละคนเป็นอย่างดี แถมผู้ชนะในแต่ละเกมยังขอโดนทำโทษไปกับผู้แพ้ด้วย ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะเกมไหนๆ คนได้กำไรที่สุดก็คือเหล่าคิสซี่นั่นเอง

ไม่เพียงแค่ศิลปินที่มอบพลังงานดีๆ ให้แฟนคลับ เพราะฝั่ง คิสซี่ เองก็มีของขวัญเตรียมไว้ให้ถึง 4 โปรเจกต์ด้วยกัน เริ่มด้วย VCR อัดแน่นไปด้วยความรักและแรงซัพพอร์ต ซึ่งไม่ว่าวันไหน คิสออฟไลฟ์ ก็จะได้รับพลังบวกและกำลังใจจากแฟนๆ อยู่เสมอ และแน่นอนป้ายสโลแกนต้องมา “KIOF ♡ KISSY 꽃길만 걷자” สื่อความหมายลึกซึ้งว่า KIOF ♡ KISSY มาเดินบนเส้นทางที่โรยด้วยดอกไม้กันเถอะ ทำเอาสาวๆ อินไปกับข้อความที่พวกเธอเห็นแล้วกรี๊ดบวกเก็ตทันที ก็เส้นทางก่อนหน้านี้ของเมมเบอร์แต่ละคน กว่าจะมาเป็น KISS OF LIFE นั้นไม่ใช่ง่ายๆ เลย

นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์ฉลองวันเกิดล่วงหน้าให้แก่สองสาวผู้เกิดในเดือนมีนาคม คือ จูลี่ และ เบลล์ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งกลั้นไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ สี่สาวร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มหลังจากได้รับความรักจากคิสซี่ไทยอย่างท่วมท้น ขนาด ฮานึล ผู้ไม่เคยร้องไห้ยังบอกว่าไม่คิดเลยว่าตัวเองจะร้องไห้ เพราะก่อนเดบิวต์เคยคุยกันว่าฮานึลเองไม่ค่อยร้องไห้กับสถานการณ์แบบนี้ แต่คิสซี่ไทยก็ทำถึง ปลุกต่อมน้ำตาแห่งความสุขของน้องเล็กให้ไหลออกมาได้ เบลล์ ก็เป็นอีกคนที่ไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้ แต่เพราะแฟนๆ ทุกคนส่งพลังมาให้เยอะมากจนสัมผัสได้ “พวกเราจะตอบแทนความรักของทุกคนด้วยดนตรีและโชว์ดีๆ ต่อไป รักนะคะ”

ก่อนจากกันสี่สาวจูบชีวิตบอกลาแฟนๆ ด้วยเพลงเดบิวต์อย่าง ‘Shhh’ และ ‘Bye My Neverland’ ซึ่งชวนให้นึกถึงเส้นทางฝ่าฟันของพวกเธอ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทุกคนเป็น KISS OF LIFE ได้อย่างเต็มภาคภูมิจริงๆ แฟนมีตติ้ง #KISSOFLIFE_DEARKISSY_BKK ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ขออังกอร์ต่อเวลาแห่งความสุขกันอีกนิด ปิดท้ายของจริงกันที่เพลง ‘Says It’ พร้อมคลื่นทะเลดวงดาวสีแดงโดยผู้ชมในฮอลล์ อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่แฟนคลับจัดให้สาวๆ ในครั้งนี้ โดยทั้งสี่เมมเบอร์เผยความรู้สึกที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคิสซี่ไทยอย่างสุดซึ้ง ถึงแม้จะไม่ใช่การมากรุงเทพฯ ครั้งแรก แต่ก็เป็นการมาพร้อมแฟนมีตติ้งครั้งแรก และน่าจะเพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้สาวๆ ปล่อยพลัง ความรัก และแพชชัน จัดเต็มแบบไม่มีกั๊กเลย

นัตตี้ “ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ด้วยนะคะ” จูลี่ “วันนี้ดีใจมากๆ เลยที่ได้เจอคิสซี่ตัวจริง และได้มาแสดงด้วยกันแบบนี้ มีความทรงจำดีๆเยอะเลย ในอนาคตเราก็จะมาหาบ่อยๆ รอกันอีกไม่นานนะคะ” ฮานึล “หลังจากเดบิวต์มีแต่เรื่องดีๆ มีความสุขทั้งนั้นเลย ต้องขอบคุณคิสซี่ และขอบคุณที่ทำให้วันนี้มีแต่ความสุขนะคะ” เบลล์ “ในอนาคตพวกเราก็จะมาเมืองไทยบ่อยๆ และเรามาเดินบนเส้นทางที่มีแต่ดอกไม้ไปด้วยกันนะคะ” สมเป็นสาวช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียด ยืนยันอีกทีไปเลยว่าอินจริงกับข้อความบนป้ายสโลแกนของแฟนคลับล้านเปอร์เซ็นต์!!!!

ความฟินยังไม่หมด! ผู้จัด “โฟร์วันวันฯ” ตบท้ายความพิเศษของ #KISSOFLIFE_DEARKISSY_BKK ให้กับผู้ชมโซนบัตร 4,900 และ 5,900 บาท ด้วยเบเนฟิต Goodbye Session ที่มี 4 สาว KISS OF LIFE จูลี่-นัตตี้-เบลล์-ฮานึล มายืนอำลา สบตาก่อนกลับบ้าน เก็บเกี่ยวโมเมนต์สุดคุ้มจนหยดสุดท้ายกันไปเลย *** โปรแกรมเกาหลีเกาใจสถานีถัดไปจะเป็นงานอะไร?! *** ติดตามได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent เฟซบุ๊ก www.facebook.com/fouroneoneent เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) https://x.com/411ent อินสตาแกรม https://instagram.com/411ent และยูทูบ https://www.youtube.com/411ent กดกระดิ่งเปิดแจ้งเตือนทุกแพลตฟอร์มรอไว้เลย!!!

เคียร่า (KIERA)

ศิลปินคลื่นลูกใหม่ เคียร่า (KIERA) สาวลูกครึ่ง 4 เชื้อชาติ วัย 19 ปี

เปิดตัว เคียร่า (KIERA) สาวลูกครึ่งลุคอินเตอร์ 4 เชื้อชาติ สวย เท่ ทรงพลัง Talent รอบด้านศิลปินหญิงเดี่ยวเบอร์แรก แห่ง “BDLMD ENTERTRAINMENT”

เคียร่า (KIERA)

ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายเพลงที่น่าจับตามองสำหรับ “BDLMD ENTERTRAINMENT” ค่ายเพลงน้องใหม่ ที่มีความชัดเจนเรื่องสไตล์เพลง Hip Hop T-pop โดยได้เปิดตัว 7 มังกรสาวแสนซน Girl Group ศิลปินกลุ่มแรกของค่ายอย่างวง “MINDY” มาแจกความสดใสกันไปแล้ว ล่าสุดเอาใจสาย Hip Hop อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวศิลปินหญิงเดี่ยวคนแรกของค่าย “เคียร่า ฌานิศา แซลบ์” สาวลูกครึ่ง 4 เชื้อชาติ (ไทย-ฝรั่งเศส-ลาว-ออสเตรเลีย) วัย 19 ปี

“เคียร่า เปิดตัวการเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวคนแรก ในสไตล์ Hip Hop R&B ที่โดดเด่นทั้งการเต้นด้วยสเตประดับตัวมัม และเสียงร้องที่เท่เป็นเอกลักษณ์ โชว์แร็ปร้อนระอุ จากการเริ่มฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่ 3 ขวบ บวกกับความฝันอยากเป็นศิลปินตั้งแต่เด็ก ที่ขับเคลื่อนให้เธอก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว เคียร่า มาพร้อมคาแรคเตอร์สวย สับ แบบฉบับ Hip Hop Girl กับลุคอินเตอร์ เก๋ เท่ กระแทกใจสาย Hip hop Street ทรงพลังด้วย Dance Performance ที่แข็งแรง ครบเครื่องความเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวสายเต้น ที่พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็น 1 ในศิลปิน Icon of Dance ที่น่าจับตามองแห่งปี บวกกับความสามารถรอบด้าน ทั้งการแต่งเพลง เล่นดนตรี วาดภาพ ถ่ายแบบ เดินแบบ ดีไซน์เนอร์ และเจ้าของแบรนด์ Fashion Brand “KIERA SELBE” โดยเธอเตรียมมาโชว์ของเขย่าใจแฟนเพลงผ่านซิงเกิลแรก สาย Hip Hop เตรียมรับแรงกระแทกสุดร้อนแรงจากเธอกันได้เร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน #KIERAselbe #BDLMD

ช่องทางการติดตาม
IG : kiera.officialth และ bdlmd_official
Youtube,Facebook : BDLMD ENTERTRAINMENT
TikTok : kieraselbe383
X : kiera.officialth และ BDLMD_OFFICIAL

BANOBAGI เปิดตัว “BLACK MASK” ใหม่ ตัวช่วยผิวเนียนนุ่มเหมือนแป้งต๊อก สวยฉ่ำสไตล์เกาหลี

ไอเท็มใหม่ “BANOBAGI Black Mask” หรือ “มาสก์ดำ บาโนบากิ” มาสก์คุณหมอจากเกาหลี ตัวช่วยผิวเนียนนุ่มเหมือนแป้งต๊อก สวยฉ่ำสไตล์เกาหลี มีให้เลือกถึง 4 สูตร ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวยอดฮิต พร้อมช่วยแก้ Pain Point ของผิวคนไทยในทุกสูตร ได้แก่

  • BANOBAGI Black Mask Acne Detoxy ดูแลผิวเป็นสิว ผิวมันมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย เข้มข้นด้วยสารสกัด Triple Acne Clear, Willow Bark, LHA, Anti Sebum P Complex และ Charcoal ช่วยลดสิวและฟื้นคืนผิวสวยเนียนใส
  • BANOBAGI Black Mask Baby Face เข้มข้นด้วย Broccoli, Witch Hazel, Peony และ Korean Fermented Rice สารสกัดBaby Face Booster ประสิทธิภาพสูง ช่วยบูสคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวฟูนุ่มเด้ง ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ
  • Black Mask White Lasting ผสานคุณค่าวิตามินและสารบำรุงเข้มข้นด้วย White Lasting Complex 7 ชนิด ได้แก่ Kakadu Plum, Tranexamic, Yuzu, Vitamin C, Arbutin, Blue Balloon และ Niacinamide 50,000 ppm ช่วยจัดการผิวหมองคล้ำ และจุดด่างดำสะสม ให้ผิวแลดูกระจ่างใสกว่าที่เคย
  • Black Mask Shiny Glow คิดค้นและวิจัยจาก รพ. บาโนบากิ ประเทศเกาหลี เข้มข้นด้วยสารสกัด 8 ชนิด Phyto-Glow Complex, Hyaluron, Pomegranate, Mulberry, Fig และ Ginkgo ช่วยเติมความชุ่มชื้น เพิ่มความฉ่ำโกลว์ให้ผิวเงาสวย

สำหรับงานเปิดตัว “416 ต๊อกต๊อกผิว” ภายใต้ธีมที่รวมความพิเศษของมาสก์บาโนบากิเข้าไว้ด้วยกันในงานเดียวได้แก่ การเปิดตัว Black Mask 4 สูตรใหม่สุดปัง การปรากฏตัวแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ คุณมดดำ คชาภา ตันเจริญ Brand Ambassador BANOBAGI และการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ BANOBAGI Black Mask หนุ่ม ๆ “PROXIE” ศิลปิน T-pop น้องใหม่ของเมืองไทยที่แท็คทีมมาด้วยกัน 6 คน


ดีแคทลอน เปิดสโตร์โฉมใหม่เสริมศักยภาพ ภูเก็ต ดันสู่ World-Class Sport Destination สวรรค์ของคนรักกีฬา

ดีแคทลอน เปิดสโตร์โฉมใหม่เสริมศักยภาพ ภูเก็ต ดันสู่ World-Class Sport Destination สวรรค์ของคนรักกีฬา

มร.ดีเรน เชตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแคทลอน ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว ดีแคทลอน สาขาภูเก็ต Experience Store โฉมใหม่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กีฬาทุกประเภทให้เลือกอย่างครบครัน พร้อมจัดแคมเปญพิเศษ “Decathlon SUMMER Underwater World” เพื่อร่วมส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของ จ.ภูเก็ต ตอบโจทย์ชาวภูเก็ตและกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบกีฬาโดยเฉพาะกีฬาทางน้ำ สร้างสรรค์ Soft Power ครั้งใหม่ของไทยที่ผสานศักยภาพด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นหนึ่งเดียวกับสังคมคนรักกีฬาในภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจากนายเลิศชาย หวังดีตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต, นายดำรง ไชยเสนาผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต, คุณอำนวย ทองสม อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวภูเก็ต พร้อมด้วยเหล่านักกีฬาที่มีชื่อเสียงและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาร่วมงานอย่างคับคั่ง


เคที่ เพอร์รี่

5 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ! ของ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เคที่ เพอร์รี่  (Katy Perry)

ประสบความสำเร็จจนแทบจะเรียกได้ว่าในตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเธอแน่นอน สำหรับนักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เคที่ เพอร์รี่  นอกเหนือจากเรื่องงานเพลง และแฟชั่นที่ล้ำสมัยแล้วก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เธอยังไม่ค่อยได้เปิดเผยมากนัก ซึ่งหากไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ก็คงไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้ ซึ่งวันนี้คัด 5 เรื่องเด็ดๆ ของสาวคนนี้มาให้ได้อ่านกัน จะสนุกขนาดไหนไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ

ชื่อของเธอเป็นชื่อในวงการเท่านั้น

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าชื่อ  Katy Perry  เป็นแค่ชื่อที่ใช้ในวงการเท่านั้น  เพราะเธอมีชื่อ-นามสกุลจริงตามบัตรประชาชนเธอชื่อว่า “Katheryn Elizabeth Hudson” (แคเทอรีน เอลิซาเบธ ฮัดสัน) ส่วน “เพอร์รี่” มีที่มาจากชื่อกลางของคุณแม่ ซึ่งสาเหตุที่ใช้ชื่อนี้ก็อาจคล้ายๆ กับคนดังหลายคนที่ไม่อยากมีชื่อซ้ำกับเหล่าคนดังในอดีต ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเธอชื่อ “เคที่ ฮัดสัน” ก็จะไปคล้ายกับ “เคท ฮัดสัน” ดาราดังในวงการภาพยนตร์ ซึ่งชื่อนี้โด่งดังมานานนั่นเอง

เคที่ เพอร์รี่

รอยสัก 7 แห่ง

นักร้องสาวชาวอเมริกันมีรอยสักหลายแห่งอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของเธอ เธอมีรอยสักคำว่า “พระเยซู” ตรงข้อมือข้างซ้าย ซึ่งน่าจะเป็นการสื่อถึงความเชื่อทางศาสนาของเธอ ส่วนตรงแขนซ้ายก็มีการสักภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ไหลไปตามสายธาร” เธอยังทำรอยสักรูป “สตรอว์เบอร์รี่”ตรงเท้าซ้าย และ “สะระแหน่”ตรงเท้าขวาด้วย ส่วนตรงข้อมือขวาก็มีรอยสักรูป “ดอกบัว” ส่วนข้อเท้าขวามีรอยสักรูป “ดอกซากุระ” ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ เธอก็ทำรอยสักรูปตัวการ์ตูน “เฮลโหล คิตตี้” เอาไว้ตรงนิ้วกลางข้างขวาอีกต่างหาก

เคที่ เพอร์รี่

แม่ของเธอเคยเดทกับ “จิมมี่ เฮนดริกซ์”

ศิลปินสาวเล่าว่าก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลก คุณพ่อ-คุณแม่เคยใช้ชีวิตโลดโผนแบบคนทั่วไป คุณพ่อของเธอเคยติดยาแอลเอสดี ขณะที่คุณแม่เคยเดทกับตำนานเทพกีตาร์ผู้ล่วงลับ จิมมี่ เฮนดริกซ์  แต่หลังจากที่พวกท่านได้รู้จักกับพระเจ้า พวกท่านก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง นั่นคือการตัดสินใจเลี้ยงดูเธอ

นักร้องสาวผู้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้

ก่อนที่จะโด่งดังเป็นพลุแตกเธอถูกค่ายเพลงเมินถึง 3 ค่าย เริ่มจาก Islands Records ตอนที่เธอไปแอลเอ ครั้งแรก ตามด้วย Columbia Records ทั้งที่อุตส่าห์ได้เซ็นสัญญาทำอัลบั้มแต่ไม่เคยได้วางขาย ในปี 2008 เธอเป็นนักร้องในสังกัด Capitol Records เธอบอกว่าพวกเขาพยายามเปลี่ยนให้เธอเป็นคนอื่นแต่เธอก็ยืนหยัดที่จะเป็นตัวของตัวเอง ถึงจะเจออุปสรรคแต่เธอยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยเธอบอกว่าเธอต้องการเอาชนะที่หลายคนชอบพูดว่า “มันจะไม่ได้ผล” ให้ได้

เคยเขียนเพลงให้นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์

Katy Perry เป็นนักเขียนเพลงที่เก่งมากๆ เธอมีส่วนร่วมกับเพลงทุกเพลงของเธอ นอกจากนี้เธอยังเขียนเพลงให้คนอื่นด้วย โดยที่เด่นๆ ก็มีอย่างเช่น “Black Widow” ของ อิ๊กกี้ อซาเลีย, “Get on Your Knees” ของ นิคกี้ มินาจ, “I Do Not Hook Up” กับ “Long Shot” ของ เคลลี่ คล้าร์กสัน, “Passenger” ของ บริตนี่ย์ สเปียร์ส, “Rock God” ของ เซเลน่า โกเมซ ฯลฯ

ภาพจาก katyperry

URANUS2324

เปิดกอง URANUS2324 หนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย

นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) ของค่ายหนังมาแรง“เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ” ร่วมกับ บริษัท GM Generates ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งปล่อยภาพ ยานอวกาศ และสถานีอวกาศ ขนาดเทียบเท่าของจริง สร้างความฮือฮาจนกลายเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกโซเชียล ทั้งแฟนคลับไทย และต่างประเทศต่างตั้งตารอคอยชมความอลังการที่จะเกิดขึ้นในหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทยเรื่องนี้

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มีนาคม 2567 ทางกองภาพยนตร์ “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) ได้ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของซีนสถานีอวกาศและยานอวกาศอีกครั้ง โดยได้เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์เก็บภาพบรรยากาศกองถ่ายกับเบื้องหลังสุดตื่นตาของซีนอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ณ สตูดิโอมนตรี ซ.ลาดพร้าว 101 โดยมี 2 นักแสดงนำสุดฮอต ‘ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ’ ที่รับบท ‘ลิน’ ในชุดอวกาศสุดเท่ โชว์โหนสลิงถ่ายซีนสำคัญ พร้อมด้วย ‘เบคกี้ รีเบคก้า แพทริเซีย อาร์มสตรอง’ ที่ในเรื่องรับบท ‘แคท’ นักกีฬาฟรีไดรฟ์ แม้ในซีนนี้เจ้าตัวจะไม่ได้ร่วมเข้าฉาก แต่ก็มาซัพพอร์ตให้กำลังใจไม่ห่าง

ผู้บริหารไฟแรงแห่งบริษัทเวลเคิร์ฟ ‘บอส คีตะวัฒน์ ชินโคตร’ เผยถึงความเป็นมาของการสร้าง ยานอวกาศขนาดจริงในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เราตั้งใจมาก ๆ ในการเนรมิตสร้างยานอวกาศขนาดเท่าของจริง สเกล ดีเทลรายละเอียดทุกองค์ประกอบที่เราสร้างก็มีการรีเสิร์ชข้อมูลมาอย่างดี ซึ่งเราก็เองได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากสเปซทีเอช และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือที่รู้จักในชื่อจีสด้า เพื่อความสมจริง ซึ่งโปรดักชันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ก็ได้แรงบันดาลใจในการสร้างอิงมาจากข้อมูลจริงของ สถานีอวกาศลูนาร์เกตเวย์ (Lunar Gateway) ขององค์การนาซา (NASA) ที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้วย โดยที่ผ่านมาเราเดินทางไปร่วมงานเทศกาลหนังในหลายประเทศและก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงภาพยนตร์ต่างชาติเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าหากภาพยนตร์เราได้เผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลกแล้วจะสามารถต่อยอดอะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการหนังไทยได้แน่นอน”

ด้านผู้กำกับอย่าง ‘เจมส์ ธนดล นวลสุทธิ์’ เล่าเพิ่มเติมว่า “อย่างที่บอกไปว่ายูเรนัส2324 นับเป็นหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีความคาดหวังว่าหนังฝีมือคนไทย จะทำได้ยิ่งใหญ่เท่าของต่างประเทศไหม จะทำได้ถึงจริง หรือสมจริงรึเปล่า ก็อยากจะบอกเลยว่าเราเต็มที่มาก ๆ อยากให้ทุกคนรอติดตามและเป็นกำลังใจให้กับหนังไทยด้วย มั่นใจว่าหากทุกคนได้ดูแล้วจะไม่ผิดหวัง และจะรู้สึกภูมิใจไปกับเราที่สร้างหนังฟอร์มใหญ่ฝีมือคนไทย ทั้ง โปรดักชัน ซีจี ต่าง ๆ จะเป็นอีกหนึ่งซอฟท์พาวเวอร์ของวงการภาพยนตร์ไทย ที่จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และแอบหวังลึก ๆ ว่า หนังเรื่องนี้จะเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมหนังไทยพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าเทียบเท่าสากลได้”

สำหรับภาพยนตร์ ยูเรนัส2324 ได้ถ่ายทำไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็น พร้อมจะทะยานขึ้นอยู่อวกาศในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศและอีกหลายประเทศ ภายในกลางปีนี้

Central x Made by Legacy Summer Fest Flea Market

วินเทจมาร์เก็ต Central x Made by Legacy Summer Fest Flea Market

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล แฟชั่นเดสติเนชันของเมืองไทย เอาใจแฟชั่นนิสต้าที่กำลังมองหาไอเทมสำหรับทริปซัมเมอร์’24  ด้วยการจับมือกับ “Made by Legacy” (เมดบายเลกาซี่) คอมมูนิตี้คนรักของวินเทจ งานคราฟต์ และเสียงเพลงผ่านรูปแบบของกิจกรรม ‘Flea Market’ ได้ฟีลตลาดนัดสุดชิคในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เนรมิตวินเทจ มาร์เก็ต Central x Made by Legacy “Summer Fest” Flea Market จัดเต็มสินค้าแฟชั่นกว่า 1,000 แบรนด์พร้อมเหล่าเซเลบริตี้และอินฟูลเอนเซอร์ ที่มาร่วมแบ่งปันความหลงใหลในศิลปะ แฟชั่น งานฝีมือ อาหารนานาชาติ ดนตรี และไลฟ์สไตล์ ร่วมด้วยพันธมิตรแอปสตรีมมิงระดับโลก “Spotify” สนุกไปกับ AI แมตซ์สไตล์ให้กลายเป็นเพลงกับ Spotify Exclusive Central Playlist พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงแบบอัปบีตจากดีเจตัวท็อป สร้างสีสัน จังหวะสนุกๆ และประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของห้าง

Central x Made by Legacy Summer Fest Flea Market

ภายในงาน ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร ห้างเซ็นทรัล คุณศิริพร ลิจุติภูมิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารสินค้าลักชูรี, Young Fashion และนาฬิกา และคุณสเตฟาน จูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วย กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล ดาราหนุ่มสายแฟฯมาเช็คอินสร้างสีสันเพิ่มความฮอตให้ซัมเมอร์นี้ โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญใหญ่ Central Summer Fest ที่จัดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกท่านได้ช้อปปิ้งพร้อมอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ และแฮงเอาต์สนุกๆ แบบหาไม่ได้ที่ไหนเพราะเป็นการรวบรวมความสนุกจากหลากหลายไลฟ์สไตล์ ทั้งจากวงการรีเทล วงการศิลปะวินเทจ และวงการเพลง พร้อมร่วมค้นหาไอเทมการแต่งกายเก๋ๆ ในสไตล์ที่เป็นคุณ เป็นเดสติเนชันแห่งซัมเมอร์ ให้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสไตล์ มาช้อปสนุกกันได้ที่แผนกแฟชั่น ห้างเซ็นทรัล และมี 3 ไฮไลท์เพื่อสายนักช้อป คือ

1. The No.1 Fashion Destination พบกับอาณาจักรสินค้าแฟชั่นที่คัดสรรจากทุกหมวดหมู่ให้ครบครันและครอบคลุมตอบโจทย์ลูกค้าทุกสไตล์ ด้วยแนวคิด Contemporary Fashion พร้อมนำเสนอไอเทมสุดอินเทรนด์และมีให้ช้อปที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น อาทิ Moschino, Vivienne Westwood, Maje, Sandro, Samo Ondoh, Staccato โดย 5 สินค้าตัวท็อปช่วงซัมเมอร์ได้แก่ 1. เสื้อยืด และกางเกงยีนส์  2. รองเท้า และรองเท้าแตะลำลอง 3. เครื่องประดับ 4. ชุดชั้นใน-ชุดว่ายน้ำ 5. นาฬิกาแฟชั่นสีสันสดใส

พลาดไม่ได้กับ Summer Market มุมพิเศษที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังมาให้ช้อปสะดวกในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง เสื้อผ้าสตรี ชุดว่ายน้ำ รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับสตรี ของแต่งบ้าน และแกดเจ็ต อาทิ Shisedo, Tom Ford, Weekend Begin, Sue, Fitflop, Havaianas, Stuff Factory, Passa, Pearly Bath, Pho-neticsymbol, Happening & Co., Samo Ondoh และ Bang & Olufsen เป็นต้น

2. Your Source of Inspiration and Enjoyment นอกจากจะช้อปได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ลูกค้ายังได้อัปเดตเทรนด์และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ผ่านทางวินโดว์ดิสเพลย์ของห้างเซ็นทรัล ที่เป็นเสมือนกระจกสะท้อนเทรนด์ต่างๆ ซึ่งสำหรับ Central Summer Fest ครั้งนี้ ตกแต่งในสไตล์ชนเผ่า (Tribal) ด้วยสีสันสดใส ทั้งสีเขียว สีแสด สีฟ้า และสีชมพู หยิบเอาวัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมาเนรมิตห้างเช่นเคย รวมทั้งยังฟังเพลงจาก “Spotify” ที่สร้าง Playlist พิเศษช่วงซัมเมอร์ให้ลูกค้าห้างเซ็นทรัลได้ฟังกันชิล ๆ รวมถึงกิจกรรม Interactive ผสมผสานดนตรีเข้ากับแฟชั่น โดยลูกค้าสามารถหยิบไอเทมเสื้อผ้ามาทดลองสวมใส่หน้ากระจก จากนั้น AI จะเลือกแทร็กเพลงให้เข้ากับสไตล์การแต่งกายของคุณ เพิ่มโมเมนต์แห่งความสุข ให้แชร์ความสนุกบนโซเชียลด้วยกัน ผ่านแฮชแท็ก#CentralSummerFest

3. The Best Offers with Engaging Gamification พิเศษตลอดแคมเปญ ห้างเซ็นทรัลมอบเอ็กซ์คลูซีฟโปรโมชันด้วยส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมขนแบรนด์ชั้นนำหมุนเวียนมาอัดดีลที่คุ้มที่สุด และเมื่อช้อปครบ 2,000 บาท รับทันทีคูปองเงินดิจิทัลมูลค่า 100 บาท และเมื่อช้อปครบ 20,000 บาท รับเพิ่มอีกต่อกับพัดลมพรีเมียมสุดคูลรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันไว้ดับร้อน นอกจากนี้ ยังลดออนท็อปได้ด้วยคะแนนเดอะวัน  (The1) รับส่วนลดเพิ่ม 12.5% เป็นต้น

ช้อปสนุกตลอดซัมเมอร์กับ Central Summer Fest ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางสุดสะดวกของห้างอย่าง Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Personal Shopper โทร. 1425 หรือจะช้อปผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซที่ไลน์ Central Chat & Shop, Facebook หรือ TikTok : Central Department Store ครบครัน เติมเต็มประสบการณ์การช้อปได้อย่างไร้รอยต่อ

Pierpaolo Piccioli ประกาศอำลาตำแหน่ง ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง Valentino

ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการแฟชั่น เมื่อ Pierpaolo Piccioli ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนประกาศอำลาตำหน่ง ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ หลังจากสร้างสรรค์ผลงานให้กับ Valentiono มานานถึง 25 ปี

ทั้งนี้ Piccioli ได้โพสต์ความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @pppiccioli เป็นภาษาอิตาลี โดยมีใจความว่า

“ไม่ใช่ทุกเรื่องราวจะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด บางเรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปแบบนิรันดร์และส่องประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า แข็งแกร่ง ฉันอยู่กับบริษัทนี้มา 25 ปีแล้ว และ 25 ปีที่ได้อยู่ร่วมกับผู้คนที่ถักทอเรื่องราวอันสวยงามของฉัน และของพวกเรา ทุกสิ่งมีอยู่และยังคงดำรงอยู่ ขอบคุณผู้คนที่ฉันได้พบ ผู้ที่ฉันได้ร่วมงานด้วย ผู้ซึ่งฉันได้แบ่งปันความฝันและสร้างสรรค์ความงดงาม สร้างสรรค์บางสิ่งที่เป็นของทุกคน ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และจับต้องได้ มรดกแห่งความรัก ความฝัน ความงาม และความเป็นมนุษย์นี้ ฉันได้พกติดตัวมาด้วย วันนี้และตลอดไป” 

นอกจากนี้ Piccioli ยังได้กล่าวขอบคุณวาเลนติโน การาวานี, จานคาร์โล จิแอมเมตติ และทีมงานของเขาอีกด้วย

Pierpaolo Piccioli ร่วมงานกับ Valentino มาตั้งแต่ปี 1999 ร่วมกับ Maria Grazia Chiuri อดีตเพื่อนร่วมงานของเขา หลังจากออกแบบเครื่องประดับให้กับ Fendi มาเกือบทศวรรษ เขาได้สร้างสรรค์ผลงานให้กับ Valentino มานับไม่ถ้วน อีกทั้งยังได้รับรางวัลใหญ่มาแล้วอย่าง ดีไซเนอร์แห่งปีจากเวที Fashion Awards ในปี 2022

เป็นเรื่องที่น่าจับตามองมาว่าใครที่จะได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้แทน Piccioli ส่วนเส้นทางใหม่ของเขาจะเป็นอย่างไร และจะไปอยู่กับแบรนด์ไหนต่อก็คงต้องติดตามกันต่อไป


เปิดตัว ‘ปิ่นโตฮับ’ ศูนย์รวมอาหารสตรีทฟู้ดจากร้านดังในตำนานทั่วไทย

กลุ่มดุสิตธานี เอาใจฟู้ดดี้ส์ที่รักการกินเมนูเด็ดจากร้านดัง กับครั้งแรกของการปักหมุด 21 ร้านในตำนานทั่วไทย พาเหรดทุกเมนูที่ห้ามพลาดมาอยู่บน “ปิ่นโตฮับ” (PintoHub) ซึ่งเป็นศูนย์รวมอาหาร “สตรีทฟู้ด” เจ้าดังที่จะเสิร์ฟแบบพร้อมรับประทาน โดยสามารถสั่งพร้อมกันหลายเมนูได้ง่าย ๆ ในครั้งเดียวผ่านแอปพลิเคชัน “แกร็บ ฟู้ด” (Grab Food) หรือเลือกซื้อที่หน้าร้านจาก 10 จุดบริการทั่วกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงอาหารแนวสตรีทฟู้ดเจ้าดังได้อย่างรวดเร็ว และยังมีส่วนช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กอีกด้วย

สำหรับร้านอาหารที่อยู่ใน “ปิ่นโตฮับ” จะเป็นเป็นการรวบรวมจานซิกเนเจอร์ของร้านดังจากทั่วประเทศไทยที่ทุกคนนึกถึง นำเสนอเมนูเด็ดเป็นตำนานที่สามารถสั่งได้ง่าย ๆ จากที่บ้านนั้น อาทิ ข้าวพระรามลงสรง จากร้านอาแปะ ซึ่งขายมานานกว่า 60 ปี และมีเพียงไม่กี่ร้านในประเทศไทยที่จำหน่ายเมนูนี้ ผัดหมี่โบราณ จากร้านบ้านยี่สาร โดยเชฟ ตุ๊กตาผู้มีดีกรีเป็นแม่ครัวจากรั้ววัง และดำเนินกิจการร้านอาหารไทยมานานเกือบ 20 ปี ข้าวซอยไก่ จากร้านข้าวซอยซอกกำแพงดินในจังหวัดเชียงใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ข้าวซอยลุงปัน ผู้รับช่วงต่อในการปรุงสูตรต้นตำรับสไตล์จีนฮ่อ หรือจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา จากร้านเจ๊เฮียงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ซึ่งปั้นลูกชิ้นปลาสด ๆ ลูกต่อลูก จนกลายเป็นตำนานความอร่อยของย่านโบ๊เบ๊มานานกว่า 50 ปี นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดจากร้านดังอีกมากมายที่ท่านสามารถสั่งได้ในครั้งเดียว อาทิ ขาหมูเลิศรส, ก๋วยจั๊บกำลังภายใน, น่ำเทียน, เส็งบะหมี่ปูแปลงนาม, ไวกิ้งเป็ดย่าง, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, โจ๊กสดใส, ครัวจงจิต, ผัดไทยประดู่ 28 เป็นต้น

ใครที่นึกถึงรสชาติอันเป็นตำนานของจานไหน หรืออยากลิ้มลองความอร่อยดูสักครั้งแบบไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ สามารถสั่งทุกเมนูเด็ดได้ง่าย ๆ ผ่าน “ปิ่นโตฮับ” ที่อยู่ใน “แกร็บฟู้ด” ซึ่งจะส่งอาหารพร้อมรับประทานถึงหน้าบ้านทันที จากจุดให้บริการในการกระจายสินค้า 10 แห่งในกรุงเทพฯ เช่น เยาวราช, ประตูน้ำ, สามย่าน, พระราม 3, รัชดาภิเษก, ศาลาแดง, สุทธิสาร, สขุมวิท, และศรีนครินทร์  นอกจากนี้  ปิ่นโตฮับ ยังเตรียมพร้อมที่จะเปิดร้านปิ่นโตฮับ ที่เป็นร้านอาหารจานด่วน ที่สถานีให้บริการน้ำมัน ปตท สุทธิสาร ในเร็วๆ นี้  รวมถึงยังวางแผนที่จะขยายจุดให้บริการในการกระจายสินค้าไปยังต่างจังหวัดครอบคลุม 50 แห่งทั่วประเทศไทยในปีหน้า

ติดตามความเคลื่อนไหวของ ปิ่นโตฮับ อาทิ โปรโมชั่น ร้านใหม่ที่เข้าร่วม หรือรายละเอียดของเมนูเด็ดได้จากโซเชียลมีเดียของ ปิ่นโตฮับ ทั้ง Facebook, Instagram และ TikTok หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “แกร็บ ฟู้ด” เพื่อเริ่มสั่งได้ทันทีที่ https://www.grab.com/th/download/ ทั้งระบบ Android และ IOS

เปิดตัวกระเป๋า Signature ดีไซน์ใหม่จาก GENTLEWOMAN

GENTLEWOMAN แบรนด์แฟชั่นที่สนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนได้เผยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่และมั่นใจอยู่เสมอ ด้วยดีไซน์ที่หลากหลาย ทันสมัย แปลกใหม่ และน่าตื่นเต้น ตอบโจทย์ผู้หญิงสมัยใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างลงตัว และกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนผ่านแฟชั่น และสไตล์การแต่งตัวอย่างไร้ขอบเขต

พบกับ “GENTLEWOMAN Dumpling Bag” ในคอนเซ็ปต์ร้านเกี๊ยวสุดแฟนซีที่เสิร์ฟเกี๊ยวพรีเมี่ยมในรสชาติต่างๆที่ถูกถ่ายทอดผ่านกระเป๋าทั้ง 8 สี ตั้งแต่สีดำ ครีม ฟ้า ชมพู ม่วง เขียว แดง และเงิน ตัวกระเป๋าเป็นผ้าไนลอนน้ำหนักเบา พร้อม Signature เชือกด้านข้างของกระเป๋าที่สามารถรูดออกเป็นทรงเกี๊ยวได้ ให้สาว ๆ สนุกไปกับการแมตช์เป็น Everyday Bag ตอบโจทย์ Lifestyle ที่เร่งรีบในยุคสมัยใหม่ ที่ถึงแม้จะเร่งรีบแค่ไหน ก็จะขาดรสชาติและสีสันไปไม่ได้

ช่อง 3 เปิดตัว Merchandising จากละคร เพื่อการโปรโมท มัดใจผู้ชม และเพิ่มรายได้

ช่อง 3 เปิดตัวน้ำหอมชุด ‘เซนส์ ออฟ เทวพรหม เพอร์ฟูม คอลเลกชัน’ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากแนวคิดของละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” ที่ถูกนำมาต่อยอดด้วยการดึงจุดเด่นของละครมาโปรโมทให้ผู้ชมได้รู้จักละครมากขึ้น โดยใช้กลิ่นและความหอมจากในละครเป็นตัวเชื่อมกับผู้ชม เปิดโอกาสให้แฟนละครสามารถสัมผัสได้ถึง ‘กลิ่น’ ของละคร การนำ Merchandising จากละครมาโปรโมทพร้อมไปกับละครเป็นแนวทางการโปรโมทใหม่ที่จะทำให้ละครได้รับความน่าสนใจ น่าติดตาม และเกิดความผูกพันกับผู้ชม รวมถึงการขายสินค้าก็เป็นการสร้างรายได้ให้กับละครเพิ่มขึ้นอีกด้วย

คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บมจ. บีอีซี เวิลด์ ได้กล่าวถึงการเปิดตัวน้ำหอมชุด ‘เซนส์ ออฟ เทวพรหม เพอร์ฟูม คอลเลกชัน’ นี้ว่า “น้ำหอมชุดนี้เกิดมาจากการรวมกันของ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ หรือ Creativity และ ‘การสร้างรายได้’ หรือ Commercial โดยเป็นการใช้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในละครมาต่อยอดธุรกิจด้วยการผลิตเป็นสินค้าตัวใหม่ที่มีความเกี่ยวพันกับละคร ออกมาจำหน่ายภายใต้ภาพลักษณ์ของละครชุด เรื่อง ดวงใจเทวพรหม ที่มีถึง 5 เรื่องภายใต้จักรวาลดวงใจเทวพรหม”

น้ำหอมชุด ‘เซนส์ ออฟ เทวพรหม เพอร์ฟูม คอลเลกชัน’ มี 5 กลิ่น ที่มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ตามละครแต่ละเรื่อง ได้แก่ LAORCHAN “ลออจันทร์” การบอกเล่าพื้นเพความเป็นตระกูลเก่าแก่ของทั้งเทวพรหมและจุฑาเทพผ่านกลิ่นไม้ที่มีความสุขุม หรูหรา ผสานกับกลิ่นที่เพิ่มความน่าค้นหาของไม้กฤษณาและไอริสตามเส้นเรื่องลออจันทร์และภูธเนศรวมถึงความลึกลับของพญานาค ส่วน KWANRUETAI “ขวัญฤทัย” สื่อมาจาก ความจิตใจดี เปิดกว้าง ของฉัตรเกล้าและขวัญฤทัย ตัวละครหลักในเรื่อง ถูกเล่าผ่านกลิ่นที่โปร่ง สดชื่น เปิดเผย อย่างอิตาเลี่ยนเบอร์กามอท นำมาเล่าคู่กับกลิ่นดอกไม้ ป่าไม้ ใบไม้สด และกลิ่นของสายน้ำ ทำให้ได้สัมผัสถึงความสดชื่นและพลังของความรัก ต่อด้วย JAIPISUT “ใจพิสุทธิ์” บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของรณจักรและใจพิสุทธิ์ผ่านกลิ่นอายของดอกกุหลาบที่เป็นตัวแทนของความรัก นำมาผสานกับความสดใสของผลไม้ที่บอกเล่าถึงบุคลิกที่ร่าเริง ตัดกับกลิ่นปลายของอำพันทะเลเพื่อเพิ่มมิติและความน่าค้นหา และ มาถึงกลิ่น DUJUPSORN “ดุจอัปสร” จะเป็นแนวโน้ตไม้และถั่วตองก้า สื่อสารถึงตัวตนของอศิร ชายผู้สุขุมนุ่มลึก และมะลิที่บอกเล่าความสดใสอันแฝงไว้ด้วยความหอมที่คาดไม่ถึงของดุจอัปสร ผสานด้วย metallic notes เพื่อสื่อสารรักที่บริสุทธิ์ที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะมีวันที่สมใจ และกลิ่นสุดท้าย กับ PONCHEEWAN “พรชีวัน” กลิ่นที่บอกเล่าความสดชื่นของอากาศที่ยุโรป เพราะเรื่องนี้ใช้สถานที่ถ่ายทำที่เมืองนอก ควบคู่ไปกับบุคลิกร่าเริงของชีวัน ผสานกลิ่นโปร่งสะอาดของไวโอเล็ตและเจราเนียม เพื่อเผยตัวตนความสุขุมของสรุจที่เล่าผ่านองค์ประกอบไม้แซนดัลวู้ดและเวอร์จีเนียซีดาร์วู้ด

“การตลาดแบบ Merchandising เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ แบรนด์ C3 (ซี-ทรี) มาจาก Channel 3 Shop โดย ซี-ทรี จะเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากละครช่อง 3 เพื่อให้ลูกค้าและแฟนละครได้ช้อปปิ้งกันตลอดทั้งปี การตลาดแบบ Merchandising นอกจากจะเป็นการตลาดแบบใหม่ของช่อง 3 แล้ว ยังเป็นวิธีการที่

เราสร้างให้เกิดการจดจำละคร สร้างความผูกพันกับตัวละคร ซึ่งถือเป็นการโปรโมทละครรูปแบบใหม่ และที่สำคัญการมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องกับละครก็เป็นการต่อยอดรายได้ของธุรกิจ โดยใช้ “ละคร” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ช่อง 3 มีอยู่ มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีความพรีเมี่ยม สามารถใช้ได้ตลอดไปถึงแม้ละครจะจบ แต่สินค้านั้นยังสามารถใช้ต่อไปได้ เรียกว่าเสริมทั้งอรรถรสการรับชมละครและเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับละคร โดยทั้งสองอย่างจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน Merchandising จึงเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง ที่ทั้งส่งเสริมละครทำให้ผู้ชมอยากจะดูละครและนักแสดงจากเรื่องนั้นมากขึ้น และละครจะส่งเสริม Merchandising ให้มีคุณค่ามากกว่าที่เป็นแค่สิ่งของเฉย ๆ”

ไอคอนสยามทุ่มงบจัดมหาสงกรานต์เฟสติวัลระดับโลก 10-21 เม.ย. 2567

ไอคอนสยาม จับมือภาครัฐและเอกชน ยกระดับจัดงาน “ไอคอนสยาม มหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๗” ให้เป็นเทศกาลเฟสติวัลระดับโลก  ขานรับเทศกาลสงกรานต์ขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ด้วยแนวคิด “THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION: รื่นเริงมหาสงกรานต์ สานต่อตำนานมรดกโลก” เชิดชูเอกลักษณ์ไทยผสมผสานการละเล่นและวัฒนธรรมบันเทิงร่วมสมัย อัดแน่นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จัดยิ่งใหญ่เต็มทุกพื้นที่ในไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 10-21 เมษายน 2567 นี้  ชูไฮไลต์มากมาย อาทิ

  • ขบวนแห่นางสงกรานต์มโหธรเทวี 7 วันกับ 7 นางเอกและศิลปินชื่อดัง นำโดย แอฟ ทักษอร, พาย รินรดา, เบลล่า ราณี, เบ็คกี้ รีเบคก้า, ใหม่ ดาวิกา และเดียร์น่า ฟลีโป พร้อมอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญกับ “มินนี่ ณิชา” ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทยหนึ่งในสมาชิกวง (G)I-DLE โด่งดังไกลระดับสากล ที่จะมาแปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์นำความวิจิตรงดงามของไทยปรากฏสู่สายตาชาวโลก
  • เสริมสิริมงคลสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์จำลอง ที่อัญเชิญมาจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ขอพรและสรงน้ำเนื่องในวันปีใหม่ไทย
  • สนุกสนานรื่นเริงกับการละเล่นสาดน้ำสงกรานต์สุดมหัศจรรย์ที่ Water Splash Landmark ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งเดียวในไทย ภายใต้มาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ตลอดจนความสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง
  • นอกจากนี้ชวนสนุกกับกิจกรรมสาวน้อยตกน้ำออนไลน์ จาก TikTok Shop และความรื่นเริงต้อนรับเทศกาลสงกรานต์อีกมากมายจากเมืองสุขสยาม 
  • พบกับโปรโมชั่น THAICONIC Songkran Celebration ช็อปฉ่ำใจ กับโปรสุดเบิกบานรับสงกรานต์ เพียงซื้อสินค้าและบริการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ครบตามเงื่อนไข รับเสื้อลายดอกคอลเลคชั่นพิเศษ ผลงานการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เอก ทองประเสริฐ

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหาสงกรานต์ของประเทศไทย  “ไอคอนสยามมหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๗”ตั้งแต่วันที่ 10 – 21 เมษายน นี้ ณ ไอคอนสยาม ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานได้ทาง www.iconsiam.com หรือ Facebook: ICONSIAM

“MIDO” อวดโฉม 6 คอลเล็คชั่นน่าสะสมแห่งปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Inspired By New Visions’

 MIDO Novelties Presentation 2024 งานเปิดตัวเรือนเวลาไฮไลท์คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2024 เผยโฉม 6 คอลเล็คชั่นดีไซน์ล่าสุดที่จะถูกวางจำหน่ายในปีนี้ ที่ผสมผสานกลิ่นอายสไตล์วินเทจเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย ถ่ายทอดสู่เรือนเวลาที่โดดเด่นด้านงานดีไซน์และฟังก์ชั่นที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ 6 คอลเล็คชั่นเรือนไฮไลท์ประจำปี 2024 ภายในงาน “MIDO Novelties Presentation 2024” ประกอบด้วย คอลเล็คชั่น “มัลติฟอร์ต ทีวี บิ๊ก เดท” (Multifort TV Big Date) ที่ต่อยอดความสำเร็จหลังจากการเปิดตัวในปี 2023 ที่ผ่านมา

โดยครั้งนี้มาพร้อมกับ 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ ‘มัลติฟอร์ต ทีวี บิ๊ก เดท โรส โกลด์ พีวีดี’ (Multifort TV Big Date – Rose Gold PVD) มาในกรอบตัวเรือนสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์สุดหรูเข้ากับสายนาฬิกายางสีน้ำตาลเข้มเข้ากันได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าปัดมีการไล่เฉดสีน้ำตาลไปจนเป็นสีดำเข้มบริเวณขอบได้อย่างสวยงาม และ ‘มัลติฟอร์ต ทีวี บิ๊ก เดท แบล็ก พีวีดี’ (Multifort TV Big Date – Black PVD) ที่มีตัวเรือนสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำเข้มทั้งกรอบตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีล มาพร้อมกับหน้าปัดไล่เฉดสีในโทนสีดำที่ตัดกับสีของหมุดบอกเวลา เข็มนาฬิกา และตัวเลขวันที่ในโทนสีส้มอันเป็นสีเอกลักษณ์ของมิโดได้อย่างงดงาม

โดยทั้ง 2 ตัวเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเสริมกลไกให้แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็กด้วย ด้านหน้าปัดมีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Big Date) ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมเข็มนาฬิกาและหมุดบอกเวลาที่ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย โดยบริเวณด้านหลังตัวเรือนแสดงให้เห็นกลไกอันทรงพลังผ่านกระจกใสสุดโดดเด่น 

นอกจากนี้มิโดยังเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับนาฬิกาจากตระกูลคอลเล็คชั่นมัลติฟอร์ต ทีวี ที่ตอบโจทย์เหล่าหญิงสาวที่มีสไตล์ด้วยขนาดตัวเรือนใหม่กับคอลเล็คชั่น “มัลติฟอร์ต ทีวี 35” (Multifort TV 35) มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาดหน้าปัดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 มิลลิเมตร

โดยหน้าปัดตัวเรือนถูกตกแต่งด้วยเปลือกหอยมุกแท้โทนสีขาวสุดหรู (Mother of pearl)  พร้อมเพชรน้ำงามจำนวน 6 เม็ด ที่ถูกจัดวางแทนหมุดบอกเวลาตรงตำแหน่ง 1, 2, 4, 5, 7, 8, 10 และ 11 นาฬิกา เพิ่มความหรูหราได้อย่างลงตัว  ด้านบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ถูกแทนด้วยช่องแสดงวันที่ (Date) ส่วนเข็มนาฬิกาถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย พร้อมการขับเคลื่อนตัวเรือนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 72 (Caliber 72) ที่มีบาลานซ์สปริงผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก และสามารถสำรองพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมง

ซึ่งในตระกูลมัลติฟอร์ต ทีวี 35 รุ่นใหม่นี้ นอกจากหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวแล้วยังมีรุ่นหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีฟ้าประดับเพชร รุ่นตัวเรือนและสายสีโรสโกลด์ หน้าปัดสีน้ำตาลให้ลุคหรูหรา พร้อมตัวเลือกหน้าปัดสีดำและน้ำเงินไล่เฉด ที่มาพร้อมสายสแตนเลสแท้สีเงินที่ให้ลุคสมาร์ทแต่มีระดับ

ถัดมาที่คอลเล็คชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ จีเอ็มที สเปเชียล อีดิชั่น” (Ocean Star GMT Special Edition) นาฬิกาดำน้ำดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ได้เฉลิมฉลองครอบรอบ 80 ปี กับคอลเล็คชั่นโอเชี่ยน สตาร์ (Ocean Star) มาในตัวเรือนที่มีการติดตั้งฟังก์ชัน GMT ที่เหมาะสำหรับนักเดินทาง ในหน้าปัดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.5 มิลลิเมตร แสดงเวลาสองไทม์โซนที่แตกต่างกัน ได้แก่ เวลาของเมืองที่เดินทางมา (Home Time) และเวลาของเมืองที่เดินทางมาถึง (Local Time)

สำหรับรุ่นสเปเชียล อีดิชั่นครั้งนี้มาในดีไซน์หน้าปัดสีน้ำเงินเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยการตกแต่งบริเวณหมุดบอกเวลาในรูปทรงฟันปลาฉลามอันแหลมคม พร้อมกรอบเบเซิลอลูมิเนียมสีน้ำเงินเข้มที่สามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง ด้านตัวหมุดบอกเวลาและเข็มนาฬิกาเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย มีช่องบอกวันที่ (Date) ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านทรงกลาสบ็อกซ์

โดยตัวกลไกขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) สามารถสำรองพลังได้สูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพิ่มความแข็งแรงทนต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสายนาฬิกา 2 สไตล์ ได้แก่ สายแสตนเลสสตีลแบบถักที่มีตัวล็อคแบบพับได้ พร้อมส่วนต่อขยายสำหรับทำกิจกรรมดำน้ำ และสายนาโต้สีน้ำเงินเข้มที่มีความทนทานสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และความสามารถในการกันลึก 20 บาร์ / 200 เมตร

ต่อมาที่คอลเล็คชั่น “มัลติฟอร์ต แพทริโมนี  พาวเวอร์ไวด์” (Multifort Patrimony Powerwind) นาฬิกาดีไซน์สไตล์วินเทจที่ถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยตัวเรือนหน้าปัดวงกลมสแตนเลสสตีลขัดซาตินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร เข้าคู่กับสายสแตนเลสสตีลแบบถักให้ลุคที่ดูคลาสสิกเรียบโก้

โดยคอลเล็คชั่นนี้มีสีหน้าปัดที่หลากหลายสามารถเลือกเสริมลุคได้ตามความชอบ ได้แก่ สีเงิน, สีดำแอนทราไซต์, สีน้ำเงิน และสีเขียว บนหน้าปัดตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาถูกแทนด้วยช่องแสดงวันที่ (Date) ตัวเข็มนาฬิกาและหมุดบอกเวลาถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกลาสบอกซ์ที่เป็นซิกเนเจอร์ และบริเวณด้านหลังตัวเรือนเผยโชว์กลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) สามารถสำรองพลังได้สูงสุด 80 ชั่วโมง  พร้อมความสามารถในการกันลึก 5 บาร์ / 50 เมตร

คอลเล็คชั่นถัดมา “มัลติฟอร์ต เอ็ม ฟรีซ” (Multifort M Freeze) เรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตมาในตัวเรือนหน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดไล่เฉดสีฟ้าที่ชวนให้นึกถึงความเย็นยะเยือกของน้ำแข็งบนพื้นผิวขัดลายซาตินแนวตั้งชวนให้นึกถึงลวดลาย Côtes de Genève ด้านเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมง เข็มนาที และหมุดบอกเวลาถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย ส่วนกระจกหน้าปัดผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน

มาพร้อมกระจกใสบริเวณหลังตัวเรือนที่โชว์ให้เห็นถึงกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) อันโดงดัง ที่สามารถสำรองพลังได้สูงสุด 80 ชั่วโมง ผสานกับบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก พร้อมความสามารถในการกันน้ำลึก 10 บาร์/ 100 เมตร

ปิดท้ายที่คอลเล็คชั่น “คอมมานเดอร์ เลดี้” (Commander lady) สะท้อนเอกลักษณ์ความเฟมินีน สู่เรือนเวลาดีไซน์เหนือกาลเวลาที่มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีเหลืองทองที่โดดเด่น มีขนาดหน้าปัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 มิลลิเมตร พร้อมการตกแต่งหน้าปัดด้วยการขัดซันเรย์ซาตินรูปทรงเกลียวในโทนสีแชมเปญสุดหรู

โดยมีช่องบอกวันที่ (Date) ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 72 (Caliber 72) ที่มีบาลานซ์สปริงผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก และสามารถสำรองพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการกันน้ำลึก 5 บาร์/ 50 เมตร


“Colors of Buriram” โชว์นิทรรศการผ้าไทยเทียบชั้นมหาอำนาจวงการแฟชั่นโลก

จังหวัดบุรีรัมย์ สร้างเซอร์ไพรส์ร่ายมนต์สะกดคนเข้าชมงาน ตะลึงความงดงามนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Colors of Buriram เชิดชูภูมิปัญญาชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเรียงเรื่องราวอารยธรรมเส้นทางสายไหมในวันวาน สู่งานหัตถศิลป์พื้นถิ่น บอกเล่าวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านลวดลายอันวิจิตรบรรจงบนพื้นผ้าทอนานาชนิดและงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าหลากหลายชิ้นงาน สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวบุรีรัมย์ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานมากกว่า 20,000 คน ตลอดระยะเวลา 3 วัน  

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า  งาน “Colors of Buriram” เป็นการจัดนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567   สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทอดพระเนตรนิทรรศการ กระบวนการทอผ้าและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไหม (เป็นการส่วนพระองค์) ณ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษบ้านนาโพธิ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (กลุ่มผ้าตุ้มทอง) ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ และที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์ หลังเสด็จกลับแล้ว จังหวัดบุรีรัมย์จึงมีการจัดงาน Colors of Buriram ต่อเนื่องอีก เป็นระยะเวลา 3 วัน คือวันที่ 19 – 21 มีนาคม 2567

“ความสำเร็จของงาน “Colors of Buriram” ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมใจของชาวบุรีรัมย์กว่า 3,000 คน  บนพื้นที่ 6,000 กว่าตารางเมตร หรือขนาดเท่า 1 สนามฟุตบอล จัดในโดมติดแอร์ขนาดมหึมา บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์  มี Exhibition Wall นิทรรศการผ้า ที่จัดแสดงและงานหัตถกรรมผ้า 2,000 กว่าชิ้น ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอ โดยเฉพาะผ้าไหมของชาวบุรีรัมย์ที่มีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ถักทอด้วยความประณีต ออกแบบและตัดเย็บสวยงาม เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ผ้าไทยใส่ให้สนุกให้คงอยู่คู่กับชุมชนและชาวบุรีรัมย์  สืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย และสนับสนุนกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

งานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจมากกว่า 20,000 คน ร่วมเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมไทยที่ละเอียดอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ ตระหนักถึงศักยภาพและความสามารถในการผลิตและจำหน่ายสินค้าชุมชน ที่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีเหล่านักแสดง, เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ท็อปต้นๆ ของเมืองไทย มาร่วมสร้างสีสันประชันความสวยงามอลังการ ได้แก่ อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม, ป้าตือ สมบัษร, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม รวมทั้ง สยาม แยปป์ แนวรุกสุดหล่อ นักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 19 ปี จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดยอดทีมแชมป์ไทยลีก 8 สมัย โดยเป็นครั้งแรกกับการผนึกความเป็นเมืองกีฬาและวัฒนธรรมนำเสนอการแต่งกายด้วยผ้าไหมลายผ้าพระราชทานผสมผสานกับผ้าไทยลวดลายเอกลักษณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบุรีรัมย์ เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดแฟชั่นของคนรุ่นใหม่และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผ้าไหมไทยในเวทีโลกอีกด้วย

ภายในงานมีการจัดแสดง-จำหน่าย ของดีของขึ้นชื่อมากมาย และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ กิจกรรมสาธิต การเขียนผ้าบาติก, การเขียนทอง, การทอเสื่อกกยกขิด, มัดหมี่ลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”, การปักผ้า (นกกะเรียน), การย้อมสีธรรมชาติ และงานผ้าอีโค ปริ้นต์ เป็นต้น รวมทั้งลายผ้าพระราชทานตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ทำให้เกิดการจุดพลังการขับเคลื่อนงานหัตถกรรมในทุกมิติ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้ร่วมสมัย คนนิยมใส่ผ้าไทยมากขึ้น จนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างครบวงจร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4466-651