ชวนบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.๙ พร้อมรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ขอเชิญประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันอังคารที่ ๘ สิงหาคม นี้ในกิจกรรม“M  Heart สายโลหิต สายใจ สายแห่งความผูกพัน”

กิจกรรม“M  Heart สายโลหิต สายใจ สายแห่งความผูกพัน” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในหลวง ร.๙  และจนถึงปัจจุบันภายใต้โครงการ ฯ มีโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแล้วกว่า ๓๐๐ ล้านซีซี ทั้งจากการจัดกิจกรรมพิเศษ และบริการพิเศษที่ห้องรับบริจาคโลหิต ๓๖๕ วัน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ, งามวงศ์วาน , บางแค และโคราช

และเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงขอเชิญประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล ในวันอังคารที่ ๘ สิงหาคม นี้ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น. –๑๘.๐๐ น. ที่บริเวณห้อง MCC Hall ชั้น ๔ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

พร้อมรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง ที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร รณรงค์ประชาชนปลูกดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งในเดือนตุลาคม  โดยประชาชนสามารถมารับเมล็ดพันธุ์ภายในงานหลังจากบริจาคโลหิตรวมถึงขอรับได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เดอะมอลล์ ทุกสาขา ,เอ็มโพเรียม ,เอ็มควอเทียร์ และพารากอนระหว่างวันที่ ๔-๖สิงหาคม๒๕๖๐

 

ปุ๊ก - อาภัสรา

รักนี้ยิ่งกว่าจักรวาล…แม่ปุ๊กเล่าถึงลูกชาย 2 พี่น้องต่างสไตล์ สายเลือดเดียวกัน

อยู่ในช่วงเดือนวันแม่แบบนี้ ถ้าจะให้พูดถึงครอบครัวที่มีชื่อเสียงและแสนจะอบอุ่น บ้านของคุณแม่คนสวยระดับนางงามจักรวาล “ปุ๊ก – อาภัสรา หงสกุล ก็เป็นอีกครอบครัวที่ดูแลลูกชายทั้งสองได้น่ารักมาก

ปุ๊ก - อาภัสรา

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2552 เป็นอีกครั้งที่แพรวได้เข้าไปเยี่ยมถึงบ้านของนางงามจักรวาลคนแรกของประเทศไทย “ปุ๊ก – อาภัสรา หงสกุล” พร้อมกับลูกชายสุดหล่อทั้งสองคน คือ หม่อมโจ้ – ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร และหนุ่มป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ งานนี้เลยได้เห็นภาพความอบอุ่นของสามคนแม่ลูก พร้อมเรื่องน่ารักๆ ที่คุณแม่คนสวยเล่าถึงลูกชายทั้งสองว่า ถึงจะอายุห่างกัน แต่ทั้งคู่ก็มีนิสัยบางอย่างที่คล้ายกันมากทีเดียว

ป๊อก - ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ และ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร
ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ และ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร

“ลูกชายสองคนเป็นคนใจดี อ่อนโยน และคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ มั่นใจในตัวเอง มีเหตุผล และยังชอบศิลปะเหมือนกันด้วย ปุ๊กเลี้ยงลูกแบบเป็นทั้งแม่และเพื่อน เขาเลยเชื่อใจ เราใช้หลักความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้องมาสอนลูก”

หม่อมโจ้ - ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร
หม่อมโจ้ – ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร

“ส่วนเรื่องความรัก ในฐานะแม่ก็เป็นห่วง แต่การเลี้ยงลูกต้องปล่อยให้เป็นตัวเขาเอง ปุ๊กสอนเขาเสมอเรื่องการเป็นสุภาพบุรุษ ต้องช่วยเหลือสนับสนุนกันไปในทางที่ดี”

ปุ๊ก - อาภัสรา

ทุกวันนี้เชื่อว่าแม่ปุ๊กก็คงสบายใจขึ้นแล้ว เพราะลูกชายคนโตก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปเรียบร้อย ส่วนลูกชายคนเล็กอย่างหนุ่มป๊อก สิ้นปีนี้ก็จะได้ฤกษ์ดีแต่งงานกับนางเอกสาวมาร์กี้เช่นกัน ต่อไปแม่ปุ๊กคงได้เตรียมตัวเลี้ยงหลานอีกรอบแน่นอน

และนี่อาจจะเป็นเคล็ดลับอีกอย่างของคุณแม่นางงามจักรวาลวัย 70 ก็ได้นะ เพราะชีวิตลงตัวแฮ็ปปี้มาก ลูกชายทั้งสองก็ดี แถมมีลูกสะใภ้ได้ดั่งใจอีก

 

ข้อมูลบางส่วนจากบทสัมภาษณ์คอลัมน์ Style Exclusive

นิตยสารแพรว ฉบับที่ 718 ปักษ์ 25 กรกฎาคม 2552

ภาพ : IG @pokmindset

นิตยสารแพรว ฉบับที่ 620 ปักษ์ 25 มิถุนายน 2548

 

 

 

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก ฝึกปฏิบัติการหลากรูปแบบ (ตอนที่25)

หม่อมเจ้าการวิก รสชาติชีวิตที่ได้จากการฝึก 

หม่อมเจ้าการวิก และคณะเพื่อนนายทหารเสรีไทย ยังคงฝึกปฏิบัติการต่อไปในหลากหลายวิชา ทั้งการปฏิบัติวิชาสงครามจิตวิทยา  การจารกรรม การโฆษณาชวนเชื่อ การใช้อาวุธปืนและระเบิดจริง ขณะที่ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์ กับเพื่อนอีกสองคน ได้เตรียมตัวลักลอบเข้าเมืองไทยเป็นคณะแรก

หลักสูตรของโรงเรียนนี้ พวกเราได้เรียนวิชาจารกรรมและโจรกรรมอย่างละเอียดมาก จนเกือบจะใช้ประกอบอาชีพได้ ไม่ว่าวิธีจัดระบบหน่วยสืบราชการลับ การรักษาความลับ การสะกดรอย การวางแผนและทำลายขวัญข้าศึกในประเทศที่ถูกยึดครอง การยุให้ประชาชนต่อต้านผู้รุกราน ผู้เข้าอบรมต้องฝึกหัดล้วงความลับตามจุดยุทธศาสตร์ เช่น ท่าเรือและสนามบิน ทำแผนผังและรายงานเสนอสำนักงาน ต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์ของระบบรหัสต่างๆ วิธีถอดรหัส วิธีเขียนหนังสือที่มองไม่เห็น ฯลฯ ในวิชาสงครามจิตวิทยา พวกเราต้องฝึกหัดทำใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปลุกใจประชาชนในประเทศที่ถูกญี่ปุ่นยึดครองและบั่นทอนกำลังใจของทหารญี่ปุ่น ครูผู้ฝึกสอนก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความชำนาญและผลงานดีเด่นตามเฉพาะสาขาของตนมาแล้วทั้งนั้น

คราวหนึ่งในการฝึกปฏิบัติวิชาสงครามจิตวิทยา ผมทำหนังสือพิมพ์ ‘เมฆทูต’ (เป็นตัวอักษรบรรจงภาษาไทย เหมือนขึ้นแท่นพิมพ์) และเขียนการ์ตูนประกอบ ในเล่มมีเรื่องปลุกใจคนไทย ล้อเลียนญี่ปุ่นและมีบทความแสดงว่า ทหารญี่ปุ่นถูกมอมเมาโดยนายทุนญี่ปุ่นซึ่งมุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ทางการค้า พันตรี รอย ชอบมาก ถึงกับขอเอาไว้ดูเป็นตัวอย่างแก่นักเรียนรุ่นต่อๆ มา

(พันตรี รอย ยังสอนหลักสงครามจิตวิทยาว่า ควรใช้สมอง ปัญญา ปฏิภาณและไหวพริบในการปฏิบัติงานชักจูงให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับฝ่ายเราในการต่อต้านศัตรู รู้จักการเก็บความลับ ไม่อวดเก่ง ไม่ทำตัวแปลกจากคนอื่น และพยายามอย่าใช้อาวุธแก้ปัญหาในยามคับขัน)

การปฏิบัติงานอีกคราวหนึ่ง พันตรี รอย สั่งให้พวกเราไปเขียนคำขวัญปลุกระดมขับไล่คนอังกฤษออกจากอินเดีย ตามสถานที่ซึ่งมีคนผ่านไปมามากๆ การปฏิบัติงานอย่างนี้เสี่ยงพอควร เพราะถ้าเราถูกจับขณะกำลังเขียนคำขวัญ อาจจะถูกขังฟรีคืนหนึ่ง ก่อนที่หน่วยงานต่อต้านจารกรรมจะรู้จากฤาษีครอสเล่ย์ว่า พวกเรามาฝึกปฏิบัติงาน ไม่ใช่จารชนญี่ปุ่น เพราะในอินเดียตอนนั้นมีกลุ่มต่อต้านอังกฤษที่เคยปลุกระดมแบบนี้มาแล้ว และถูกขังคุกกันไปนับร้อย มหาตมะคานธีและเยาวฮาร์ลาล เนห์รู ผู้นำสำคัญในการเรียกร้องเอกราชของอินเดียก็ถูกสั่งขังอยู่หลายปี

หม่อมเจ้าการวิก ทรงชุดนายทหารอังกฤษ

หลังได้รับคำสั่ง เที่ยงวันหนึ่งผมชวนเพื่อนอีก 2 คนไปเขียนคำขวัญบนกำแพงภัตตาคารหรูชื่อเฟอร์โป (FIRPO) ซึ่งมักมีนายทหารอังกฤษมานั่งดื่มน้ำชากันมาก ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนเชาว์ริงกี (CHOWRINGHEE) เป็นถนนสายธุรกิจสำคัญของกัลกัตตา พวกเราทั้งสามแต่งตัวปอนๆทำท่าเป็นกุลี ผมถือกระป๋องสีและแปรงทาสี อีกสองคนถือกระป๋องน้ำและผ้าขี้ริ้ว ที่กำแพงด้านข้างของร้านมีตำรวจแขกคนหนึ่งยืนทำหน้าเซ็งอยู่ เพื่อนสองคนถือกระป๋องกรากเข้าไปเช็ดถูกำแพงทำให้แกหายเบื่อ เพราะนิสัยแขกชอบดูคนอื่นทำงานอยู่แล้ว

เมื่อผมเห็นตำรวจแขกคนนี้ทำท่าสนใจ เลยพยักพเยิดกับเขาให้มีส่วนร่วมโดยช่วยถือกระป๋องสี แล้วผมเอาแปรงจุ่มสีเขียนคำว่า INDIA ก่อน เขาชอบใจมาก แสดงท่าทีเต็มใจที่จะร่วมงานด้วย จึงเขยิบเข้ามายืนใกล้ๆให้ผมจุ่มสีสะดวกขึ้น ผมเขียนคำว่า QUIT เติมลงไปข้างหน้า รวมความเป็น QUIT INDIA หมายถึงให้ฝรั่งออกไปเสียจากอินเดีย

เสร็จแล้วผมใช้ชอล์กเขียนอักษรตัวขนาดย่อมไว้ใต้คำนั้นอีกว่า WISH WE COULD (ถ้าเป็นไปได้ก็ดีน่ะสิ) เป็นการสมมติแทนความรู้สึกของทหารอังกฤษที่เบื่ออินเดียและคิดถึงบ้านเต็มทน ปรากฏว่าครูชอบใจมากที่สามารถเขียนแทนความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย

อีกคราวหนึ่ง ในขณะนั้นเกิดความขาดแคลนอาหารในกัลกัตตา มีคนอดอยากนอนรอความตายกันนับร้อย ครูรอยก็ให้ไปเขียนคำขวัญโจมตีรัฐบาลว่า เมื่อไม่สามารถปันส่วนอาหารให้ทั่วถึงคนทุกชั้นได้ก็ควรลาออกไปเสีย หลายคนใช้คำว่า ‘RATION OR RESIGN’ จงปันส่วนอาหาร ไม่ก็ลาออกไป)

พวกเรากลุ่มหนึ่งเขียนคำขวัญไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แล้วเขียนคำแถมไว้ใต้นั้นด้วยภาษาที่ไม่ควรใช้ในสังคมชั้นสูงอีกว่า ‘SHARE FOOD RAIRLY OR FUCK OFF FAST’ (จงปันอาหารอย่างยุติธรรม ไม่งั้นไสหัวไปให้พ้น)

คำว่า FUCK OFF เป็นคำหยาบมากและแสดงความสะใจได้ดี ทหารอังกฤษชอบใช้แทนคำว่า GO AWAY ซึ่งครูชอบใจเป็นพิเศษสำหรับงานนี้

กิจกรรมพรรค์นี้มีอีกครั้งที่ทำให้พวกเราพลาดท่าถูกจับติดคุกแขกคือ ครูรอยสั่งให้ไปทำจารกรรมด้วยการเขียนป้ายคำขวัญในที่แห่งหนึ่ง และห้ามนำหลักฐานประจำตัวหรือสิ่งอื่นใดติดตัวไป ยกเว้นเงินจำนวน 20 รูปี ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่สามารถเอาไปเช่าโรงแรมนอนได้ พวกเราจึงต้องหลบไปนอนกันที่สถานีรถไฟชานเมืองเล็กๆ ปรากฏว่ามีสารวัตรทหารมาตรวจและขอหลักฐาน ก็ไม่มีแสดงให้ดู พวกเราเลยถูกจับไปนอนคุกกันครบทุกคน ในข้อหาเร่ร่อนพเนจรเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แม้พวกเราจะบอกว่าเป็นคนจีนและเป็นนักเรียน ก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งพวกเราถูกสั่งห้ามบอกว่าเป็นคนไทยและอยู่ในกองกำลัง 136 เด็ดขาด มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายและความลับรั่วไหล เป็นอันว่าต้องนอนถูกเห็บกัดในคุก 1 คืน แสนทรมาน รุ่งเช้าถึงมีนายทหารมาติดต่อรับตัวกลับ มารู้ทีหลังว่าครูฝึกเขาแกล้ง เพราะอยากให้พวกเรารู้ว่า รสชาติของการติดคุกนั้นเป็นอย่างไร

ในเรื่องผลงานการปฏิบัติงานล้วงความลับที่ผมประทับใจคือ ผมจับสลากได้คำสั่งให้ไปปฏิบัติงานล้วงความลับและทำรายงานเกี่ยวกับสนามบิน ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องทำได้ยาก เพราะมีการตรวจบัตรคนเข้า-ออกเข้มงวด ทีแรกผมคิดว่าจะทำบัตรปลอมเป็นคนงานแขกเข้าไปดังที่เคยทำมาก่อนหลายหน แต่คราวนี้ไม่กล้าใช้วิธีเดิม เพราะเห็นคนงานแขกถูกตรวจค้นอย่างละเอียด และเห็นป้ายติดรั้วไว้หลายแห่ง มีข้อความข่มขวัญว่า

“ถ้าใครเข้ามาใกล้รั้วกว่า 100 หลา เราจะยิงก่อนแล้วสอบถามภายหลัง”

ผมจึงต้องเลิกล้มความคิดที่จะหาทางลอดรั้วหนามเข้าไป ได้แต่สังเกตการณ์อยู่ห่างๆรอบๆสนามบิน ไม่มีพุ่มไม้หรือพงหญ้าสำหรับซ่อนดูเหตุการณ์ มีแต่โรงงานร้างขนาดใหญ่อยู่ทางด้านตะวันออกของสนามบิน มีปล่องก่อด้วยอิฐสามปล่อง ผมเดินเข้าไปสำรวจโรงงานแล้วรู้สึกท้อใจ เพราะไม่สามารถมองเห็นอะไรมากนัก แต่ผมต้องส่งรายงานภายใน 7 วัน คิดไม่ตกว่าจะเข้าไปได้อย่างไร ขณะที่ผมเดินคอตกออกจากประตูโรงงาน พลันแหงนหน้าขึ้นไปดูปล่องโรงงาน ก็สังเกตพบว่าปล่องหนึ่งมีช่องโหว่อยู่ไม่สูงกว่าโคนปล่องนัก ผมตื่นเต้นมากรีบย้อนกลับเข้าไป และหาทางปีนขึ้นไปบนโคนปล่องจนได้ จากจุดโหว่นี้สามารถมองเห็นบริเวณสนามบินชัดเจนมาก

ผมใช้ปล่องนี้เป็นจุดสังเกตการณ์ 4 วัน บันทึกความเคลื่อนไหวและอาคารสถานที่อย่างละเอียด ได้แก่ ที่พักทหาร โรงอาหาร โรงเก็บรถดับเพลิง คลังน้ำมัน คลังอาวุธ โรงเก็บเครื่องบินทิ้งระเบิด โรงเก็บเครื่องบินขับไล่ โรงเก็บยานพาหนะ หอบังคับการ ที่ตั้งปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน รังปืนกล จำนวนปืนใหญ่ ท่าขนของจากแม่น้ำฮุกลี ฯลฯ ผมร่างแผนผังสนามบินได้ครบถ้วน และบันทึกกิจกรรมของแผนกต่างๆ นับจำนวนเครื่องบินแบบต่างๆ ได้เห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดชนิด BLENHEIM ออกไปปฏิบัติการบันทึกเวลาเปลี่ยนยาม สังเกตการณ์การตรวจคนงานเข้าออก ฯลฯ โดยผมเขียนแผนที่และรายงานอย่างละเอียดประณีต และใช้สีระบายเป็นสัญลักษณ์แต่ละแผนกด้วย

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เมื่อครบกำหนดเวลา พวกเราได้แสดงผลงานและอธิบายวิธีการหาข้อมูลในห้องเรียนกัน หลายคนมีวิธีอันน่าทึ่ง พันตรี ครอสเล่ย์ได้นำรายงานและแผนผังสนามบินที่ผมทำไปให้ผบ.สนามบินดู เมื่อเขากลับมาได้เล่าให้ฟังว่า ในห้องผบ.สนามบินนั้นมีแผนผังสนามบินแผ่นใหญ่แขวนอยู่บนผนัง มีรายงานเกือบเหมือนแผนผังที่ผมทำขึ้น รวมทั้งสีสันก็ใกล้เคียงกันมาก ท่านผบ.เห็นแล้วหน้าซีดพูดว่า “IMPOSSIBLE” และมีคำสั่งให้รีบมาอุดปล่องโรงงานร้างเสียโดยเร็ว ฟังความเก่งของผมแล้วคงต้องหารนิดหน่อย

เมื่อครบกำหนดในการฝึกอบรมที่โรงเรียนนี้แล้ว พวกเราได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนราวสัปดาห์หนึ่ง แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นจึงกลับมารายงานตัวที่สำนักงานใหญ่ของกองกำลัง 136 ในกัลกัตตา พันโท พอยน์ตันสั่งให้พวกเราเดินทางกลับมายังค่ายคารัควัสลา เพื่อซ้อมรบใหญ่ร่วมกันอีกครั้ง ที่นั่นพวกเราได้พบกับป๋วย ประทาน และสำราญ ถึงทราบว่าทั้งสามคนได้กลับจากการเดินทางโดยเรือใต้น้ำชื่อ แท็กติเชียน (TACTICIAN) ในแผนปฏิบัติการที่เรียกว่า ‘พริตชาร์ด’ (PRITCHARD) ร่วมกับไอ้เฟิ้มและร้อยโทไวท์ลอว์ และเจ้าหน้าที่ประจำเรือจำนวนหนึ่งในระหว่างที่พวกเราฝึกอบรมอยู่

เรือใต้น้ำของพวกเขาได้แล่นอยู่ในน่านน้ำบริเวณระนองและพังงาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อรอดูสัญญาณตามที่กองกำลัง 136 ได้แจ้งให้ฝ่ายต่อต้านญี่ปุ่นในประเทศไทยทำไว้ แต่ได้รับความผิดหวัง จึงต้องเดินทางกลับและไม่ได้ขึ้นฝั่งไปเหยียบผืนแผ่นดินไทย ยกเว้นไอ้เฟิ้มกับไวท์ลอว์ที่ได้ขึ้นฝั่งและไม่พบใคร จึงเก็บเอาก้อนกรวดจากริมหาดกลับมาอวดพวกเรา

ในช่วงที่ป๋วยและเพื่อนเดินทางเข้าน่านน้ำไทย ทางสวัสดิ์ ศรีสุข และจุ๊นเคง (พัฒพงศ์) รินทกุล ได้รับเลือกเข้าอยู่ในแผนกประสานงานระหว่างหน่วย (INTERSERVICE LIAISON DEPARTMENT-ISLD) ตั้งแต่ตอนที่มาถึงอินเดียใหม่ๆ หน่วยงานนี้เป็นหนึ่งในหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ (BRITISH INTELLIGENCE SERVICE) ทั้งสองได้รับคำสั่งให้ไปฝึกอบรมการสืบราชการลับ และเดินทางเข้าเมืองไทยอีกสายหนึ่งทางเรือใต้น้ำ เท็มพลาร์ (TEMPLAR) ในช่วงเวลาเดียวกัน และได้เข้าเมืองไทยที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นคณะแรก ก่อนคณะของกลุ่มช้างเผือก โดยมีหน้าที่สืบสภาพทั่วๆไปในประเทศไทย เช่น การคมนาคม ค่าครองชีพ การใช้บัตรประจำตัว สินค้าที่ขาดแคลน ความรู้สึกที่ประชาชนมีต่อทหารญี่ปุ่น กำลังทหารญี่ปุ่นในเขตปัตตานีถึงชุมพร เป็นต้น จนกระทั่งเข้ากรุงเทพฯ และถูกจับในภายหลัง

ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2486 ก่อนที่แผนการลักลอบเข้าเมืองไทยจะเริ่มขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างได้พบกันโดยบังเอิญในเมืองกัลกัตตา แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เปิดเผยว่า ตนทำอะไรที่ไหน และจะไปที่ใด เพราะถูกอบรมกันมาว่าควรเก็บเรื่องที่ควรรู้เฉพาะตัว และแยกย้ายกันไปโดยต่างฝ่ายก็ไม่รู้ว่ากำลังจะไปลอดใต้มหาสมุทรอินเดียเหมือนกัน

ที่ค่ายคารัควัสลา พวกเราออกซ้อมรบนอกสถานที่ตลอดเวลารวม 5 วัน วันสุดท้ายขึ้นเขาสิงหะและอยู่ค้างคืนบนนั้น แต่ไม่มีอะไรมาสร้างความแปลกใจอีก จากนั้นต่างแยกย้ายกันไปเข้ารับการฝึกอบรมตามศูนย์ฝึกต่างๆ รวมทั้งการฝึกใช้อาวุธปืนและระเบิด (ของจริง) รวมทั้งกระสุนส่องวิถีในสมรภูมิจำลองเหมือนจริง ทั้งนี้เพื่อให้เคยชินกับสภาพการรบที่แท้จริง

ก่อนจะจบหลักสูตร พวกเราทุกคนได้รับคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ให้เดินทางกลับมารวมกันเพื่อเตรียมตัวฝึกขั้นตอนสำคัญที่สุดสำหรับการที่จะเข้าปฏิบัติงานในเมืองไทย คือ

การกระโดดร่มจากเครื่องบิน…!

 

 

โจมตีให้ถูกที่ จุดไหนคือโซนลับ ของทั้งชายและหญิง

“ถ้าเล้าโลมไม่ตรงจุดเมื่อไหร่จะเห็นประตูสวรรค์” ปัญหานี้หนุ่มสาวหลายคนเจอกันมานักต่อนัก ก็จุดนำสยิวของแต่ละคนเหมือนกันซะที่ไหน บางจุดบนเรือนร่างไม่น่าจะพีคได้ แต่ใครจะรู้ว่านั่นแหละไฮไลต์เลยเหอะขอบอก ถ้าคุยกันแบบเป็นการเป็นงานหน่อย จุดพวกนั้นเรียกว่า “Potential Zones” ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อถูกกระตุ้นจะทำให้เกิดความตื่นตัวในอารมณ์ จึงส่งผลให้น้องชายน้องสาวคึกคักปึ๋งปั๋งนั่นเอง

เริ่มต้นที่การโจมตี 3 จุดเด็ดจากด้านหลังกันก่อน บอกเลยว่า 3 จุดต่อไปนี้ รับประกันความระทวยจนประตูสวรรค์แง้มออกมาแน่นอน เริ่มตั้งแต่ต้นคอด้านหลัง, หลังใบหูและแนวกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอว เหตุผลที่สามจุดนี้สยิวจริงเพราะความที่อยู่ด้านหลัง คุณไม่มีทางรู้เลยว่า อีกฝ่ายเอาอะไรมาสัมผัส ทำให้ใจกระเจิงนำไปก่อน ประมาณว่าแค่เอามือเปล่ามาเฉียดโดน ใจก็ระรัวไม่เป็นจังหวะ

ลีลาการโจมตีแบบนำร่องที่ถือเป็นไม้เด็ดคือใช้การนวดที่มีมานานให้เกิดประโยชน์ ด้วยเทคนิกง่ายๆ แค่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ลูบหรือนวดริมหู (โดยเว้นติ่งหูไว้เพราะเป็นจุดที่ไม่ไวต่อสิ่งเร้า ต่อให้เน้นย้ำแค่ไหนก็เสียแรงเปล่า) จากนั้นค่อยนัวเนียตามสไตล์ รับรองพีคแน่

ทีนี้มาดูจุดสยิวที่ด้านหน้ากันบ้าง ไล่ลงไปตั้งแต่หัวจรดเท้าเริ่มตั้งแต่ สันกราม, ลำคอ, เนินอก, ปลายหัวนม ลงไปที่หน้าท้องแล้วออกนอกเส้นทางนิดๆ ที่ด้านข้างลำตัวบริเวณเอวก่อนจะไต่ไล่ลงไปที่หน้าขา โดยทั้งหมดนี้ มาดามขอ Recommend อาวุธเด็ดหนึ่งเดียวที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน นั่นคือ การใช้ริมฝีปากละเลียดลงไปเบาๆ เพราะริมฝีปากควบคุมไม่ยาก สั่งได้อย่างใจ และคุณอาจเพิ่มความเร้าใจด้วยตัวช่วยอย่างน้ำแข็งหรือช็อกโกแลตเหลวเพื่อเป็นตัวนำทาง จากนั้นค่อยลงลิ้นพิฆาต อ้อ….อย่าลืมงับเบาๆ ที่ทุกจุดแบบหยอกเอินหน่อยๆ บางจุดน่ะนะ แค่ถอนหายใจกระเส่าๆ รดลงไปก็…เรียบร้อย อิอิ

อ่ะๆ อีกนิด ถ้าคุณคิดว่า จุดที่ว่ามานี้ธรรมดาเกินไป ขอให้ลองที่บริเวณรักแร้ แต่ต้องสำรวจก่อนว่าเกลี้ยงเกลาไร้เส้นขนแน่ๆ นะ ไม่ก็ข้อมือด้านใน ซึ่งเป็นจุดที่เต็มไปด้วยประสาทรับความรู้สึกที่ไวมาก บางนางโดนแตะเบาๆ ก็ทำเอาเธอขนลุกซู่ ฉะนั้นอย่าลืมลงลิ้นเลียข้อมือและเป่าเบาๆให้รู้สึกเย็นแบบวาบหวิว

แถมให้อีก 2 จุดปิดท้ายความสยิวที่บริเวณฝ่ามือและข้อพับเข่า เพราะฝ่ามือเต็มไปด้วยเส้นประสาทรับความรู้สึก ซึ่งจะกระตุ้นอารมณ์ใคร่ได้ดีอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ไม่เชื่อลองเทสต์ดูก็ได้ เช่นกำลังจับมือเดินห้างก็ใช้นิ้วโป้งลากขึ้นลงหรือเขี่ยๆ สักนิด แค่นี้ก็เกิดอาการชะงัก แต่รับรองว่าเธอจะไม่ชักมือหนีอย่างแน่นอน ส่วนข้อพับเข่า ที่แม้ตอนแรกจะรู้สึกจั๊กจี้ ไม่เกิดอารมณ์ แต่ถ้าอดทนอีกนิด มุ่งมั่นลูบไล้จากหลังโคนขามาจนถึงน่องแล้วอ้อมไปที่ข้อพับ รับรองได้ว่า จุดสยิวเหล่านี้พาคุณฟินแน่ มาดามคอนเฟิร์ม

เรื่อง : Madam Hong Hern

cr : pexels, freepik.com

สิ้นเรื่องสิ้นราว แพท-ณปภา บริสุทธิ์ อัยการยกเลิกคำสั่งฟ้องข้อหาสมคบฟอกเงิน

จากกรณีที่นักแสดงสาว แพท-ณปภา ตกเป็นข่าวขึ้นโรงขึ้นศาลในคดีฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. พบว่าสามีนักแข่งรถ “เบนซ์ เรซซิ่ง-อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช” ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันโอนเงินเข้าบัญชีของเธอ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 60 ได้มีคำตัดสินออกมาแล้ว

“แพท-ณปภา”

โดยอัยกายกเลิกคำสั่งฟ้อง “แพท” แม้ว่าเธอจะเป็นภรรยาของ “เบนซ์ เรซซิ่ง” และมีการรับโอนเงินจากสามีในช่วงเดือน เม.ย. ปี 2559-2560 จำนวนทั้งหมด 18 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งเป็นการทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคาร ในยอดเงินหลักหมื่นและหลักแสนเท่านั้น ถือเป็นพฤติกรรมเลี้ยงดูอุปการะตามปกติที่สามี-ภรรยาพึงกระทำต่อกันได้ และเป็นการโอนแบบเปิดเผย สามารถตรวจสอบได้ง่าย ประกอบกับเป็นบัญชีที่ “แพท” เปิดใช้งานตามปกติมานานแล้วและมีเงินอยู่ในบัญชีหลายล้านบาท โดยยังมีเงินคงค้างในบัญชีที่ไม่มีการเบิกถอน ทั้งยังมีปรากฏหลักฐานว่าเงินบางส่วนเป็นเงินที่ได้มาจากการรับจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าตามปกติ อัยการจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง และมีคำร้องขอให้ศาลอาญามีหมายปล่อยตัวในวันนี้

ยินดีด้วยจ้า

ภาพจาก @ pat_napapa

จับกระแสละครสะท้อนสังคมไทย 3 พล็อตละครไม่จรรโลง กราบว่าอย่ารีเมค

กระแสละครไทย ถ้าจะทำให้ได้รับการพูดถึง มีเรตติ้งพุ่งสูง 1 ใน 2 องค์ประกอบหลักคงหนีไม่พ้นนักแสดงและพล็อตละคร ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะมีค่านิยมสนับสนุนให้คนลดใช้ความรุนแรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพล็อตละครที่เห็นส่วนใหญ่และเข้าถึงคนดูได้มากนั้นมักจะมีฉากที่ใช้ความรุนแรงอย่างการตบตี ด่าทอ แย่งผู้ชายคนเดียวกัน หรือแม้แต่พระเอกข่มขืนนางเอก ก็กลับมีภาพลักษณ์ที่ทำให้แฟนละครโดยเฉพาะสาวๆ ชื่นชอบและไม่รู้สึกผิดแปลกอะไร

จริงอยู่ที่ละครทำขึ้นมาเพื่อสะท้อนสังคม คนดูสามารถแยกแยะได้ และดูละครก็เพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ไม่น้อยที่มีพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงตามแบบละคร เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติ ใครๆ ก็ทำได้ ซึ่งก็มีเสียงเสนอแนะขึ้นมาว่า ทำละครเพื่อสะท้อนสังคมไทย แล้วสังคมไทยมีเพียงแค่มุมลักษณะนี้หรือที่ควรนำมาชูโรงให้สำคัญและเรียกเรตติ้งจากแฟนๆ ซึ่งจุดนี้ถ้าจะให้กล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยก็คงไม่ได้ เพราะละครที่ขายได้ เรตติ้งกระฉูด โดนใจแฟนๆ ก็มักจะมีพล็อตเรื่องไม่จรรโลงและดูแรงเช่นนี้ แต่ละครที่ทำขึ้นมาเชิงสร้างสรรค์ ให้พลังงานบวก กระแสกลับไม่พุ่ง ไม่ปังอย่างที่คิดเอาไว้ ซึ่งถ้าจะหวังให้แนวละครในสังคมไทยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไป ผู้ผลิตก็คงต้องทำการบ้านมากขึ้น กล้าฉีกจากกฎเดิมๆ และผู้เสพละครก็ต้องเลือกเสพด้วยเช่นกัน โดยวันนี้ แพรวดอทคอม เลยนำตัวอย่าง 3 พล็อตละครไม่จรรโลง ไม่ควรนำมารีเมคมาให้ได้ชมกันตามด้านล่างนี้

1. เพื่อนเราเผาเรือน

พล็อตละครแนวเพื่อนซี้ เพื่อนรัก แต่ต้องมาแตกหักเพราะรักชายคนเดียวกัน ซึ่งก็แตกประเด็นย่อยไปได้อีก ไม่ว่าจะแย่งแฟนเพื่อน หรือแย่งสามีเพื่อนจนทำให้ครอบครัวร้าวฉาน ซึ่งแน่นอนละว่าพล็อตเรื่องแนวนี้สอนให้รู้ว่าการทำผิดศีลธรรม แย่งของคนอื่นมาเป็นของตน และไม่รู้ทันความรัก โลภ โกรธ หลง เป็นสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งก็มีละครหลายเรื่องทีเดียวที่มีพล็อตละครลักษณะนี้ รวมถึงขายฉากเรียกเรตติ้งด้วยฉากเลิฟซีนร้อนแรงหรือฉากปะทะคารมสุดเดือด เช่น

สามีตีตรา

สามีตีตรา บทประพันธ์ นาวิกา มีการนำมารีเมคใหม่ถึง 3 ครั้ง โดยเวอร์ชั่นแรกปี 2531 ได้พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท คุณชาย, จริยา แอนโฟเน่ รับบท กั้ง, รัญญา ศิยานนท์ รับบท ผึ้ง เวอร์ชั่นปี 2544 ธนากร โปษยานนท์, แอน ทองประสม, ธัญญาเรศ เองตระกูล และเวอร์ชั่นปี 2557 ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, วรัทยา นิลคูหา

น้ำเซาะทราย

น้ำเซาะทราย บทประพันธ์ กฤษณา อโศกสิน มีการนำมารีเมคถึง 7 ครั้ง และได้ทำขึ้นทั้งรูปแบบละครและภาพยนตร์ โดยเวอร์ชั่นแรกเริ่มเมื่อปี 2516 ผู้รับบท ภีม, วรรณนรี และพุดกรอง ตามลำดับ ได้แก่ กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุพรรณ บูรณะพิมพ์ และอารีย์ นักดนตรี ซึ่งเวอร์ชั่นล่าสุดปี 2560 ที่เพิ่งจบไป ได้นักแสดงนำฝีมือดี ศรราม เทพพิทักษ์, สุวนันท์ ปุณณกันต์ และโสภิตนภา ชุ่มภาณี มาแสดง

พล็อตละครไม่จรรโลงอ
เพลิงบุญ

เพลิงบุญ บทประพันธ์ กฤษณา อโศกสิน มีการนำมารีเมค 2 ครั้ง โดยเวอร์ชั่นแรกสร้างขึ้นเมื่อปี 2539 นักแสดงผู้มารับบท พิมาลา, ฤกษ์ และใจเริง ตามลำดับ ได้แก่ แอน ทองประสม, ฉัตรชัย เปล่งพานิช และบุษกร วงศ์พัวพันธ์ และเวอร์ชั่นล่าสุดปี 2560 ที่จะได้ดูเร็วๆ นี้ ได้ราณี แคมเปน, ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ มาสร้างสีสัน

2. สามคนผัวเมีย 

พล็อตละครสามคนผัวเมีย หรือมากผัว หลายเมีย ก็มีมาให้เห็นมากเช่นกัน ซึ่งตัวละครบางตัวก็ยอมเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ให้สามีพาภรรยาน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านหรือพบปะกับภรรยาหลวงได้ตามปกติ แน่นอนละว่าขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน ยิ่งเมื่อคนรักเป็นสามีของเราถูกต้องตามกฎหมายด้วย ก็จะมีการเชือดเฉือนอารมณ์ใส่กัน อย่างตบตี ด่าทอเจ็บๆ โดยจุดนี้ถ้าแฟนละครได้คิดตามและรู้ว่าไม่ควรประพฤติตามก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่อีกทางก็มักจะเน้นชมเพื่อเน้นความมัน ความสนุก หรือความสะใจมากกว่า โดยแต่ละตัวละครก็จะได้รับบทลงโทษของตัวเอง เช่น

เมียหลวง ปี 2552
เมียหลวง ปี 2560

เมียหลวง บทประพันธ์ กฤษณา อโศกสิน เรื่องนี้มีการนำมารีเมคถึง 7 ครั้งเลยทีเดียว โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามีภรรยาครอบครัวหนึ่ง คือ ดร.อนิรุทธิ์ และดร.วิกันดา ที่เพียบพร้อมด้วยฐานะ หน้าตา และชื่อเสียงทางสังคม แต่สามีเป็นคนเจ้าชู้ มีภรรยาน้อย ซึ่งฝั่งภรรยาก็รับรู้และเสียใจ จนกระทั่งมีภรรยาน้อยชื่อ อรอินทร์ เข้ามาแทรกถึงกลางบ้านกลางครอบครัว โดยเวอร์ชั่นปี 2552 ผู้ที่รับบท ดร.อนิรุทธิ์, ดร.วิกันดา และอรอินทร์ ตามลำดับ คือ ธีรภัทร์ สัจจกุล, ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ และพัชราภา ไชยเชื้อ จะเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับเสียงประทับใจมาก และเวอร์ชั่นล่าสุดคือปี 2560 ได้ทีมนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์, วรัทยา นิลคูหา และคริส หอวัง มาแสดง

3. ข่มขืนแต่คู่กัน

ส่งท้ายด้วยพล็อตละครพระเอกข่มขืนกลายเป็นวีรบุรุษ ชายผู้พิชิตใจนางเอกได้ซะงั้น ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าพล็อตละครแนวนี้พบมากทีเดียวในละครไทย และเรื่องหนึ่งก็มีการนำไปรีเมคบ่อยครั้ง ด้วยกระแสที่ทำกี่ครั้งก็ยังได้เรตติ้งที่ดี รวมถึงคว้าพระ-นางระดับพ่อเหล็ก-แม่เหล็กมาเสริมทัพด้วย จึงยิ่งได้รับความสนใจจากฐานแฟนคลับถาโถม เช่น

สวรรค์เบี่ยง
สวรรค์เบี่ยง

สวรรค์เบี่ยง บทประพันธ์ กฤษณา อโศกสิน ที่รีเมคละครมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังดังเปรี้ยงปร้าง ได้รับการพูดถึงจำนวนมาก ทั้งกระแสละคร นักแสดง และเพลงประกอบละคร แม้จะมีฉากพระเอกทำร้ายนางเอกแรงขนาดไหนก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้รีเมคมาแล้ว 5 ครั้ง อย่างเวอร์ชั่นแรกเริ่มปี 2514 นักแสดงผู้มารับบทพระ-นาง คาวี – นาริน คือ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ และนันทวัน เมฆใหญ่ เวอร์ชั่นปี 2541 คู่พระ-นาง ดนุพร – สุวนันท์ ปุณณกันต์ และเวอร์ชั่นล่าสุดปี 2551 ได้ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ประกบแอน ทองประสม ซึ่งความหล่อแต่ร้ายของเคนก็ทำให้แฟนละครเกลียดคาวีไม่ลงเลย

จำเลยรัก
จำเลยรัก

จำเลยรัก บทประพันธ์ ชูวงศ์ ฉายะจินดา มีการนำมาทำเป็นละคร 5 ครั้ง และภาพยนตร์ 2 ครั้ง ถือเป็นละครฮิตที่แฟนๆ ชื่นชอบอย่างมาก โดยละครจำเลยรักเวอร์ชั่นก่อนๆ นั้นยังไม่มีฉากตบจูบ จนกระทั่งมาปรับเพิ่มบทในเวอร์ชั่นล่าสุด คือปี 2551 ที่ได้พระ-นาง อั้ม – อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท หฤษฏิ์ ประกบคู่ แอฟ – ทักษอร เตชะณรงค์ รับบท โศรยา ซึ่งเรื่องนี้เรียกว่าสาวแอฟเปลืองตัวเลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้งฉากพระเอก (ในมาดผู้ร้าย) จับตัวมาปลุกปล้ำ ลากไปอยู่เกาะ แต่กระแสโด่งดังอย่างมาก รวมถึงเพลงประกอบละครจำเลยรักที่มีเนื้อเพลง “เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น ปรักปรำฉันเป็นจำเลยของคุณ นี่หรือพ่อนักบุญ แท้จริงคุณคือคนบาป…” ก็ติดหูกันทั่วบ้านทั่วเมือง

หลงเงาจันทร์

หลงเงาจันทร์ บทประพันธ์ สิรภัทร ที่ได้สร้างชื่อแจ้งเกิดให้สเตฟาน – สันติ วีระบุญชัย ที่รับบท ธนาคิม โด่งดังเป็นพลุแตก พร้อมกับมอบฉายาเจ๊ดันให้แก่นางเอกเจ้าน้ำตา กบ – สุวนันท์ ที่รับบท พิมพ์ชนก พร้อมประโยคในเรื่องว่า “พิมพ์ไม่สู้ค่ะ” เรื่องนี้ถือว่าบทพระเอกโหดร้ายกับนางเอกมาก คอยแกล้งและทำร้ายนางเอกสารพัด ทั้งทางกายและจิตใจด้วยความเกลียดชัง เพราะเข้าใจผิดว่านางเอกมาหลอกให้เพื่อนรักของเขารักและทิ้งเพื่อนเขาไป ซึ่งกบก็แสดงได้น่าสงสารมาก แม้พระเอกจะทำร้ายนางเอกจนคนดูเกลียดพระเอกไปเลย แต่เรื่องนี้ก็ได้นำตัวละครคุณย่าสาวกบที่แสดงโดยดวงดาว จารุจินดา มาคอยแทรกคอยสอนให้ข้อคิดในการใช้ชีวิต โดยเรื่องนี้ยังไม่มีการนำมารีเมค ซึ่งก็มีแฟนๆ บางส่วนที่ไม่อยากให้นำมารีเมค เพราะยังติดภาพเวอร์ชั่นสาวกบและสเตฟาน

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @jaruxmemories @broadcastthaitv @maker_family @nart_nada

“Valentino” ดีไซน์ลายพราง เทรนด์แห่งโลกแฟชั่น เมื่อไหร่ก็ไม่มีเอ๊าต์

วันนี้แพรวดอทดอมมีแฟชั่นไอเท็มมาอัพเดตกันอีกแล้วค่า คราวนี้เป็นแบรนด์เด่นจากหมุดร็อคสตัด อย่าง Valentino (วานเลนติโน) ที่หลายคนจะรู้กันอยู่แล้วว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์คือหมุด แต่ครั้งนี้งานของวาเลนติโนไม่ได้เน้นที่ตัวหมุด กลับออกแบบให้โดดเด่นด้วยลาย “คามูว์ฟลาจ” (Camouflage) หรือ “ลายพรางทหาร” ซึ่งเป็นลายคลาสสิกยอดฮิตตลอดกาล และไม่มีทีท่าว่าจะเอ๊าต์ได้ง่ายๆ ด้วยความเรียบจากโทนสีเขียวหลากเฉด ผสมความสนุกจากลูกเล่นของการสลับลายอย่างไร้กฎเกณฑ์ ผสานด้วยความหมายอันกล้าแกร่งจากการเป็นสัญลักษณ์ของทหาร

สร้างพลังอันแข็งแกร่งต่อยอดมาถึงงานดีไซน์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ฉีกตำราแฟชั่นเก่าๆที่แบ่งแยกเพศ ด้วยการนำสไตล์มัสคิวลีน (Masculine) ความเป็นชายจากลายทหารมาโลดแล่นในโลกแฟชั่น ทำให้สาวๆได้สนุกกับไอเท็มเด็ด อย่างการวางลายคามูว์ฟลาจลงบนรองเท้าส้นสูงให้ฟีลเซ็กซี่แบบดิบๆและไม่รู้สึกขัดเขิน ด้วยเสน่ห์ของลายคามูว์ฟลาจที่ครองใจผู้คนทุกรุ่น ทุกเพศ ทุกวัยมาอย่างยาวนาน ทำให้ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกจากหลายหลากแบรนด์ระดับตำนาน ต่างไม่พลาดที่จะเลือกมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ไอเท็มแฟชั่นเทรนด์ใหม่ เพื่อสนองความต้องการของแฟชั่นนิสต้าผู้แสวงหาความแปลกใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

 

รุ่น Rock Be

 

รุ่น Rock Be

ลายคามูว์ฟลาจถูกนำมาเล่าผ่านบริบทใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และทุกครั้งก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการแฟชั่น เกิดเป็นโทนสีหลากอารมณ์ ได้แก่ โทนสี Army Green Brush Wood (อาร์มี่ กรีน บรัช วูด) โทนสี Army Green Dark Green (อาร์มี่ กรีน ดาร์ก กรีน) และมัลติคัลเลอร์โทนสี Psychedelic (ไซเคเดลิก) ที่เกิดจากการนำสีสันแห่งคอลเล็คชั่นสปริงซัมเมอร์ของสุภาพสตรี เมื่อปี ค.ศ. 2015 มาสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งประกอบด้วยสีเหลืองเมเปิ้ล สีเขียวนกแก้ว และสีส้มเข้ม

รุ่น Uomo Camupsychedelic Rock Be

คามูว์ฟลาจกลายเป็นเทรนด์แห่งโลกแฟชั่นที่ต้องบอกว่าแฟชั่นนิสต้าตัวจริงไม่ควรพลาด โดยเฉพาะแฟชั่นนิสต้าสายสนีกเกอร์ต้องมี “ร็อครันเนอร์” (Rockrunner) คู่โปรด ในโทนสีถูกใจไว้เป็นรองเท้าผ้าใบคู่ใจไปด้วยกัน ด้วยเสน่ห์อันทรงพลังของลายเท่สุดมันที่ครองตำแหน่งความคลาสสิกตลอดกาลอย่าง คามูว์ฟลาจ ที่แบรนด์พรีเมียมระดับโลกอย่าง “วาเลนติโน” (Valentino) หยิบมาบอกเล่าด้วยบริบทใหม่ ด้วยการผสานกับหมุดร็อคสตัด ลายเซ็นสำคัญของแบรนด์ ยิ่งทำให้คามูว์ฟลาจกลายเป็นเอกลักษณ์อันเลอค่าที่ใครเห็นเป็นต้องรู้ในวินาทีแรกว่าเป็นแบรนด์วาเลนติโน

รองเท้ารุ่น Rockrunner

 

องเท้า Rockrunner และหมุด Rockstud เอกลักษณ์วาเลนติโน

นอกจากแวดวงสนีกเกอร์แล้ว คามูว์ฟลาจยังไปวาดลวดลายบนไอเท็มสำคัญอันดับต่อมาอย่างกระเป๋าสารพัดทรง ไล่ตั้งแต่กระเป๋าใส่นามบัตร กระเป๋าเงิน กระเป๋าสะพานใบใหญ่จุใจ ไปจนถึงกระเป๋าเป้เท่ๆ ด้วยทรงอมตะ เพื่อตอบโจทย์สาวกคามูว์ฟลาจทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ให้ได้สนุกกับการแต่งตัวเข้าธีมตั้งแต่หัวจรดเท้า สะท้อนตัวตนของคนพันธุ์ร็อคอย่างสร้างสรรค์และไม่มีวันเอ๊าต์

กระเป๋ารุ่น Uomo Bag คอลเล็คชั่น Spring 2017

 

 

กระเป๋ารุ่น Uomo Camupsychedelic Bag

 

กระเป๋ารุ่น Uomo Backpack

กระเป๋ารุ่น Uomo Bag

 

อยากบอกว่าฮิตจริงไรจริงนะจ๊ะ เพราะคนดังระดับโลกใส่กันเพียบ

Alex Rodriguez

Joe Jonas

Usher

Will Smith


กกก

ลายพรางอาจจะดูแมนสำหรับสาวๆไปหน่อย แต่กระเป๋าบางลายก็แต่งเป็นสไตล์สาวเท่ได้เลยนะ หรืออย่างรองเท้ารุ่นร็อครันเนอร์ ผู้หญิงอย่างเราก็ใส่ได้สบายๆ ออกแนวสปอร์ตเกิร์ลหน่อยๆ แฟชั่นมันอยู่ที่เราจะแมตช์แหละเนอะ ไอเท็มที่มีความเป็นผู้ชายก็ปรับให้เข้ากับผู้หญิงได้เหมือนกัน

ส่วนคุณผู้ชายคงยิ้มแก้มปริกับคอลเล็คชั่นนี้ไปแล้ว เพราะลายพรางบวกกับดีไซน์เท่ๆ ใส่ละหล่อโฮกไปเลยจ้าาา

 

 

 

 

กลิ่นดราม่าลอยฟุ้ง“มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2017” ปัดตกรอบแรก2คน “โฟร์”สวยคล้ายนางงามจักรวาลทำไมตกรอบ?

หลังจากเปิดตัว30สาวงามไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ถึงเวลาลงสนามจริงสำหรับการประกวดสาวประเภทสอง“Miss Tiffany’s The Reality 2017” ปีที่นี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ทางกองประกวดได้ทำรายการเรียลลิตี้ขึ้นทุกวันพุธ ออกอากาศทางช่อง Gmm 25

“องค์อินทร์ -อินทรามาศ อินทรามาศนุสรณ์”

โดยเมื่อคืนวันที่ 2 ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบแรก ในโจทย์ “การไปพบบุคลสำคัญในตอนกลางวัน” โดยผู้เข้าแข่งขันจะแบ่งออกมาเป็น 2 ทีม มีแม่ทีมเป็น “ซินดี้ บิชอพ และ “ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์”ซึ่งผลปรากฏว่าในยกแรกทีม “ปอย-ตรีชฎา”เอาชนะไปได้ทำให้หมายเลข 22 “องค์อินทร์ -อินทรามาศ อินทรามาศนุสรณ์” จ.สุรินทร์ ลูกทีม “ซินดี้”ต้องตกรอบไป

“โฟร์ -ญาดาวดี นุชประมูล”

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นเพราะกรรมการพิเศษ “วรรณพร โปรษยานนท์”ใช้สิทธิ์ตัดลูกทีมของ “ปอย” หมายเลข 16 “โฟร์ -ญาดาวดี นุชประมูล” สาวประเภทสองคนดังที่ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ในประเด็นสวยจนอ้าปากค้าง หลังจากเธอเดินทางเข้าคัดเลือกทหารเกณฑ์ที่เขตวัดธาตุทอง ตกรอบไปด้วย

“โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์”

สำหรับผู้ที่ถูกจับตามองในการประกวดครั้งนี้มาที่สุดคงหนีไม่พ้นเน็ตไอดอลคนดัง หมายเลข 28 “โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์”วัย 20ปี นักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งชาวเน็ตพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จากความสวยละมุนของเธอชนะนอนมาแน่ ซึ่งอันนี้คงต้องติดตามกันต่อไปในการตัดสินวันที่ 28 ส.ค. นี้

หมายเลข 16 “โฟร์ -ญาดาวดี นุชประมูล”
“องค์อินทร์ “โพสต์เฟซบุ๊ค

อย่างไรก็ตามภายหลังการออกอากาศเสร็จสิ้น “โฟร์ -ญาดาวดี”ได้อัพสเตตัสแสดงความรู้สึกต่อเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ค ญาดาวดี โฟร์ โดยระบุว่า “หนูไม่รู้ว่าโดนคัดออกเพราะอะไร ชุด แม่ปอยให้ใส่ชุดนี้แม่ปอยเป็นคนเลือกให้ผมและหน้าต้องแบบนี้แม่ปอยเลือกให้ การเดิน เราก็เดินดีอยู่แล้ว (ฟังจากพี่เลี้ยงที่เคยส่งตอนประกวดนางแบบและนางงามนะคะ55)โดยรวมทุกสิ่งที่แม่ปอยเลือกให้คือเพอเฟค ส่องกระจกบางทียังมโนว่าตัวเองเหมือนนาตาลี มีสยู(แม่ปอยเป็นBueatymom ทีมโฟร์ ซึ่งแม่จะดูลุคของลูกๆและเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะกับลูกๆทุกคนและโฟร์ชอบชุดที่แม่ปอยเลือกให้มาก #อ่านดีดีนะคะ)แต่กรรมการตัดสินแบบนี้. คำว่าน้ำใจนักกีฬารู้แพ้ชนะต้องมาเป็นลำดับแรก. #ปีหน้าจะกลับมาใหม่ค่ะ #ทุกข้อความทุกคอมเม้นต์ทุกแชร์โฟร์ไม่ได้ตอบแต่โฟร์เห็นและดีใจและมีกำลังใจที่จะทำมันต่อ #MTU2017 #รู้แพ้รู้ชนะ #สิ่งที่ต้อฃทำคือปรับปรุงแก้ไข. #ปีหน้าจะมาแบบดุ้งๆเลย#ปล.#ใครรู้บ้างโฟร์ออกเพราะไรงง 555ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างเราและรักเราเยอะมากดีใจมากเลยแค่นี้ก็พอแล้ว”

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 3 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 3 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ยังต้องอยู่ในบรรยากาศการแย่งชิง ตักตวง ลาภยศชื่อเสียงในที่ทำงาน ระวังเกิดการทะเลาะวิวาท

การเงิน : อย่าใช้เงินตามอำเภอใจ อย่าดื้อรั้นในการลงทุน จะเกิดปัญหาหนี้สินได้

ความรัก : วันนี้ท่านรู้สึกอยากเอาชนะ ไม่ชอบให้ใครมาหยามศักดิ์ศรี ขอเถียงขาดใจ คนโสด เร่าร้อนรุนแรง มีอารมณ์แย่งชิง ไม่คุ้มค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็เห็นท่านเป็นแค่เกมๆ หนึ่ง

สุขภาพ : ขอให้ระวังตัวสุดๆๆ อาจมีทั้งเจ็บป่วย ทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านอาสาไปทำงาน แล้วรู้จักหาแหล่งข่าวที่ดี ทำให้ผู้ใหญ่และเจ้านายปลื้ม แต่ท่านกลับไม่สนใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง แทนที่จะปิดจ็อบได้สวย กลายเป็นถูกอิจฉาริษยา

การเงิน : ท่านให้ความสนใจกับงานมากกว่าเงินหรือผลตอบแทนอื่นๆ

ความรัก :  วันนี้คู่จช่วยท่านบริหารเงินและเรื่องส่วนตัวได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องเงินที่จะช่วยให้ท่านมีฐานะและมั่นคงตลอดไป คนโสด งานมาก่อนค่ะวันนี้  

สุขภาพ : ระวังตัวเยอะๆ นะคะ เพราะจะเกิดอุบัติเหตุแบบไม่คาดคิด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  ถึงเวลาบุกเบิกงานใหม่แล้ว มีโอกาสประสบความสำเร็จ ผลงานจะสร้างชื่อเสียง นับเป็นสิ่งดีที่จะเข้ามาสู่ชีวิตหลังจากทำงานหนักมานาน

การเงิน :  ผลานสร้างชื่อ สร้างรายได้

ความรัก :  วันนี้ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวสูง ควรมีเวลาที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทัศนคติ ซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง คนโสด อดีตที่เจ็บช้ำทำให้ท่านยังกลัวกับการมีรักใหม่

สุขภาพ : ระวังโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  หากคิดอยากรับจ็อบก็ทำได้นะคะ ต้องเป็นงานที่ใช้ความสามารถพิเศษ หรือความถนัดเฉพาะตัว การใช้จินตนาการ เช่น การคิด การเขียน หรือพวกงานวิเคราะห์

การเงิน   : จะหมดไปกับการช่วยเหลือคน และเข้าสังคม

ความรัก : วันนี้ท่านยืนกรานในความเชื่อ ในอุดมคติ และในอุดมการณ์ของตัวเอง จึงต้องอาศัยการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเยอะๆ คนโสด เข้าสังคมมากกว่าสวีทหวานแหววกันสองต่อสอง

สุขภาพ : อาจเป็นหวัดเล็กๆ น้อยๆ จากสภาพอากาศเปลี่ยน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : โดดเด่นในเรื่องการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ แต่ระวังความกล้าบ้าบิ่น ไม่ยอมคน จะทำให้ท่านกลายเป็นคนแข็งในสายตาคนอื่น

การเงิน :   ใจใหญ่ ใช้เงินซื้อความสุขและเลี้ยงดูบริวารเยอะ

ความรัก : ทิฐิมานะมาแรง ยึดถือความถูกต้องของตัวเองมากกว่าเหตุผล ลดๆ ลงบ้างจะได้คุยกันรู้เรื่อง คนโสด  วันนี้โรแมนติก ฝันถึงความรัก แต่ก็เลือกสุดฤทธิ์เหมือนกัน

สุขภาพ : ระวังแพ๊คโรคหัวใจนะคะ เช่น เส้นเลือดในหัวใจตีบตัน ไขมันอุดตันเส้นเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านอยู่ไม่ติดที่ ต้องเดินทางไปติดต่อประสานงานทั้งวัน แต่ต้องระวังในการใช้คำพูดต่อรอง คิดก่อนแล้วค่อยพูด ไม่เช่นนั้นท่านจะเสียเปรียบได้

การเงิน : ระวังการทำสัญญา ดูให้รอบคอบ ท่านอาจเป็นรองได้

ความรัก : วันนี้ท่านจะสุดขั้วมากๆ คือหากรักก็ดีใจหาย หากเกลียดก็เกลียดจนตาย คนโสด หากมีใครเข้ามา ยิ่งเป็นกันเอง ไม่ถือตัว ซื่อสัตย์และให้เกียรติ ตรงเสป๊ค ท่านจะรักและทุ่มเทจนคนนั้นหลงเลยทีเดียว

สุขภาพ  :  ระวังอุบัติเหตุจากการเดินทาง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ทำงานอย่างมีความสุข จะได้รับความรัก ความเมตตาจากเจ้านาย และความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน

การเงิน : ผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ค้ำจุน แต่ท่านก็จะหมดไปกับการซื้อของที่ไม่จำเป็น

ความรัก :  วันนี้ท่านจะได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว อาจมีวาระพิเศษทำให้ทุกคนต้องมารวมกัน บรรยากาศชื่นมื่น คนโสด เสน่ห์แรงนะคะ

สุขภาพ :  ระวังระบบย่อยอาหารมีปัญหา

โชควิ่งชน 5 คนดังยอดคนดวงเฮง แจ๊คพอตถูกล็อตตารี่ชุดใหญ่ทำไงตามไปดู!

ในยุคที่เศรษฐกิจมีการแข่งขันกันแบบนี้การถูกรางวัลเล็กๆ1ซักใบ คงจะมีความสุขไม่น้อย แต่ถ้ามองในหลักความเป็นจริงก็เป็นเรื่องยากพอสมควร ยกเว้นแต่จะโชคดีจริงๆเท่านั้น ขณะที่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรถึงถูกกันที20-30ใบ ทำเอาเราได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ยิ่งล่าสุดตาร้อนผ่าวเมื่อนักแสดงสาว“ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล”ภรรยาของ “เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล”เศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทย ถูกล็อตารี่ปึกใหญ่ เห็นแล้วก็ได้แต่คิดทำไมช่วงดวงแรงขนาดนี้

นอกจาก “ตั๊ก-บงกช”แล้วจากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าคนดังหลายคนก็มีโชคเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เกิดจากความใจบุญเป็นส่วนใหญ่ จะมีใครบ้างและมีเคล็ดลับยังไงไปติดตามกัน

“ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล”

“ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล”
ช่วงนี้หมั่นทำบุญบ่อยกุศลผลบุญเลยส่งให้ดาราสาว“ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล”ได้โชคครั้งใหญ่ถูกล็อตตารี่เลขท้าย 2 ตัว 36 จำนวน 30ใบ เป็นเงิน 60,000 บาท เมื่องวดวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยดาราสาวยังแจกแจงผ่านไอจีส่วนตัวว่า จริงๆแล้วตอนที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลมาไม่ได้หวังว่าจะต้องถูก100% เพียงแค่คิดอยากจะช่วยซื้อเพราะสงสารคุณลุงคนขายเท่านั้น และไม่น่าเชื่อว่าการทำดีด้วยใจบริสุทธิ์ในครั้งนี้จะทำให้เธอได้รับทรัพย์ก้อนโตขนาดนี้ ทั้งนี้ดาราสาวสวยยังบอกอีกว่าสำหรับเงินที่ได้มาจะนำไปบริจาคต่ออีกด้วย

“เชน-ธนา ลิมปยารยะ”

“เชน-ธนา ลิมปยารยะ”
อีกคนนึงที่ได้โชคใหญ่เพราะความใจดีก็คือ “เชน-ธนา ลิมปยารยะ” อดีตนักร้องหนุ่มที่ตอนนี้ผันตัวเป็นนักธุรกิจ ที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 55 จำนวน 20 ใบ ซึ่งเขาไม่ได้มีเลขดีเลขเด็ดมาจากไหนแต่ที่ถูกก็เพราะสงสารคนขาย ทำให้บุญหล่นทับทันตาเห็นแบบนี้

“หน้ากากทุเรียน”
“ทอม Room39”ที่คำชะโนด

“ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” หรือ “ทอม Room39”
โบราณบอกไว้ว่าโชค ลาภ วาสนา เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง มักจะมาพร้อมกันๆ และยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นเมื่อ“ทอม Room39” หรือ “หน้ากากทุเรียน”ซึ่งกำลังดังความเฮงก็วิ่งชน ถูกล็อตตารี่เลขท้าย 2 ตัว 87 จำนวน 14 ใบ เมื่องวดวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวพร้อมแฟนสาวเดินทางไปกราบ “เจ้าปู่ศรีสุทโธ” ที่วังนาคินทร์คำชะโนด จ.อุดรธานี ดวงกำลังขึ้นอย่างนี้จะหยิบจับทำอะไรก็ดีไปหมด

“เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้”

“เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้”
ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามดูเหมือนว่าโชคจะวิ่งวิ่งเข้าหาอยู่เรื่อยๆเลย สำหรับพิธีกรตลก “เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้”หรือชื่อเดิม “อิม-อชิตะ สิกขมานา”ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลมานับไม่ถ้วนทั้งรางวัลเล็กรางวัลใหญ่ ซึ่งพิธีกรสาวได้เปิดเผยว่าทุกอย่างล้วนมาจากการทำบุญสร้างพระพุทธรูปทันใจ โดยเธอได้อธิษฐานว่าหากถูกรางวัลจะนำไปทำบุญทั้งหมด และจนถึงทุกวันนี้เธอยังนำเงินที่ได้จากการเสี่ยงโชคไปทำบุญต่ออยู่เรื่อยๆ จึงทำให้เธอมีดวงดีมาจนถึงทุกวันนี้

“สอง พาราด็อกซ์”

“สอง-จักรพงศ์ สิริริน” หรือ “สอง พาราด็อกซ์”
สถิติถูกล็อตตารี่7งวดติดคงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว สำหรับ “สอง-จักรพงศ์ สิริริน”มือเบส วง พาราด็อกซ์ ที่เจ้าตัวเผยว่านอกจากกิจกรรมดีๆในนามวงกับเพื่อนๆที่ทำอยู่เป็นประจำแล้ว อีกเทคนิคคือการคำนวณ3ข้อ คือ เดินวนแผงหวยให้คนขายทักเอง อย่าเลือกตัวเลขเองเด็ดขาด และ ซื้อแล้วอย่าบอกเพื่อนก็เป็นอะไรที่สำคัญ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับบุญวาวสนาในช่วงนั้นๆด้วย

เห็นแบบนี้หลายคนตาร้อนจนอยากจะวิ่งไปซื้อล็อตตารี่กันแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน!เพราะอยากบอกว่าถึงเหล่าคนดังจะรับทรัพย์เยอะขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ถูกทุกงวด ยังไงฟังไว้แล้วซื้อพอเหมาะตามกำลังทรัพย์แบบไม่เดือดร้อน น่าจะสุขกายสุขใจกว่านะ

ผิวรอบดวงตา

เผยหน้าสดหมดความโทรม 5 สกินแคร์ยอดเยี่ยม “บำรุงผิวรอบดวงตา” สว่างใส ไร้ริ้วรอย

รู้ไหมว่าในแต่ละวันกล้ามเนื้อขนาดเล็กรอบดวงตามีการเคลื่อนไหวจากการกะพริบตาเพียงอย่างเดียวมากถึงกว่า 10,000 ครั้ง ซึ่งเทียบเท่าการเดินเป็นระยะทางถึง 5 ไมล์ภายในวันเดียว โดยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขนาดเล็กที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นสาเหตุแห่งความร่วงโรยของผิวรอบดวงตา

ซึ่ง ผิวบริเวณรอบดวงตา คือส่วนที่บอบบางที่สุด และดูแก่กว่าผิวส่วนอื่นบนใบหน้าได้มากถึง 14 ปี!!! เพราะด้วยไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ของสาวๆยุคนี้ ที่ทำงานหนัก ขาดการบำรุง ปาร์ตี้เยอะแบบยอมอดหลับอดนอนกันจนชิน เชื่อได้เลยว่ามีหลายคนหนีไม่พ้นปัญหาใต้ตาบวมคล้ำเหมือนหมีแพนด้า และตีนกาถามหาอย่างแน่นอน

ฉะนั้น ถ้าไม่อยากดูโทรม ตาโบ้ ดำคล้ำละก็ ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 5–8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ผิวพรรณได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตามธรรมชาติ งดเค็มหรือกินให้น้อยลงหน่อย ยิ่งพวกอาหารที่แช่แข็งและอาหารที่มีรสเค็มถือเป็นหนึ่งสิ่งอันตรายต่อผิวรอบดวงตาของสาวๆ นั่นก็เพราะโซเดียมที่มากับเกลือจะเข้าไปดึงน้ำออกจากร่างกาย ทำให้น้ำเข้าไปคั่งอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวมนั่นเอง

นอกจากปรับพฤติกรรมการกินการนอนแล้ว ก็ไม่ควรละเลยการฟื้นฟูผิวรอบดวงตาด้วยนะคะ แพรวดอทคอมแนะว่าควรลงทุนอายครีมดีๆสักกระปุก นี่แอบคัดตัวเด็ดมาให้เลือกถึง 5 ยี่ห้อ ชอบอันไหนใช้อันนั้นเลยค่ะ รับรองต่อให้หน้าสดก็ไม่ดูโทรม กลับเปล่งปลั่ง สดใส น่ามองตั้งแต่แรกเห็น

SULWHASOO Timetreasure Renovating Eye Serum
(20 มิลลิลิตร / 8,500 บาท)

อายเซรั่มที่ช่วยปลุกความอ่อนเยาว์ผิวรอบดวงตา ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ฟื้นฟูพร้อมคืนความยืดหยุ่น เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวรอบดวงตาด้วยคุณค่าสกัดจากสนแดงอันล้ำค่า มาพร้อม Golden Eye Care Massager ซึ่งออกแบบรูปทรงคล้ายก้อนเมฆ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 10 สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมีอายุยืนยาว รวมถึงประสิทธิภาพของทองคำ 24K ที่เคลือบบนผิว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสนแดงให้ดียิ่งขึ้น โดย Golden Eye Care Massager ยังช่วยให้เซรั่มซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ด้วยฟังก์ชันทั้ง 4 ด้าน


Estée Lauder Advanced Night Repair Eye Concentrate Matrix
(15 มิลลิลิตร / 3,000 บาท)

ฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาด้วยนวัตกรรมของ 360° Matrix Technology™ ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นเบาะรองรับผิวจากผลกระทบของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ร่วมด้วยเทคโนโลยี ChronoluxCB™ ของเอสเต ลอเดอร์ ช่วยลดเลือนสัญญาณผิวที่ดูร่วงโรย ทั้งเส้นริ้วและร่องลึก ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ และรอยคล้ำรอบดวงตา เพียงใช้แอพพลิเคเตอร์ 360° ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษนวดลงบนผิวรอบดวงตาทั้งในตอนเช้าและกลางคืนเพื่อฟื้นคืนความชุ่มชื้นอย่างเข้มข้นให้ผิวรอบดวงตาที่บอบบางได้ยาวนาน ให้ผิวรอบดวงตาดูสดชื่น เปล่งประกายสดใส


LA MER The Lifting Eye Serum
(15 มิลลิลิตร / 9,900 บาท)

เซรั่มสำหรับผิวรอบดวงตา เพื่อมอบความรู้สึกกระชับอย่างรวดเร็ว ด้วยส่วนผสม Stretch Matrix Complex ผสานกับส่วนผสมจากท้องทะเลและสาหร่ายอันทรงคุณค่า เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตา ให้แลดูกระชับ ได้รูปอย่างน่าอัศจรรย์ โดยใช้แอพพลิเคเตอร์ด้านที่มีลักษณะแบน ลากผ่านผิวรอบดวงตาโดยเริ่มจากหัวตาไปยังหางตา ในทิศทางเฉียงขึ้นเพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้น ทำซ้ำเช่นเดียวกันที่บริเวณใต้คิ้ว


MAMONDE Floral Hydro Eye Gel Cream
(20 มิลลิลิตร / 900 บาท)

อายเจลเนื้อสัมผัสเย็นบางเบา ช่วยปลอบประโลมและมอบความชุ่มชื่นรอบดวงตา ให้สดใส เปล่งประกายอีกครั้ง ด้วยคุณค่าสารสกัดจากดอกนาร์ซิสซัส


DS Dermasensa Tri Effect Eye Treatment
(15 มิลลิลิตร / 1,980 บาท)

ครีมบำรุงรอบดวงตาประสิทธิภาพสูงสุดด้วยสารเปบไทด์ตัวใหม่ รวมถึงสารสำคัญ Eyeliss 5% และ Haloxyl 5% มีหน้าที่ในการช่วยลดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และถุงใต้ตา นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิว รวมทั้งความยืดหยุ่นของผิวบอบบางใต้ดวงตา

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์

Same Sex Bridal Dress ชุดแต่งงานแห่งรักไร้พรมแดนเพื่อบ่าวสาวเพศเดียวกัน

ถึงแม้คุณจะเป็นคู่รัก ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิงก็มีความฝันที่อยากจะใส่ชุดแต่งงานสวยๆ มีงานแต่งงานเก๋ๆ ไม่ต่างจากคู่รักชายหญิงทั่วไป แต่หลายคู่มักจะเจอปัญหาที่ว่าไม่รู้จะจะใส่ชุดอย่างไรดี จะใส่แบบนั้นนี้ก็กลัวว่าจะไม่เหมาะ หากคุณได้อ่านบทความนี้แล้วขอบอกเลยว่าอย่าได้กลัว เพราะเราได้รวบรวมแบบ ชุดแต่งงาน คนเพศเดียวกันมาฝากเป็นไอเดีย ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรมาดูกันได้เลยจ้า

ขอบคุณภาพจาก : www.pinterest.com

เตรียมงานแต่งอย่างไรไม่ให้กระทบกับงานประจำ

สำหรับว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายที่ต้องทำทั้งงานประจำพร้อมกับเตรียมงานแต่งไปด้วยเนี่ย แหม่! มันยุ่งคูณสองเลยนะคะ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่องานประจำก็ต้องทำ งานแต่งก็ต้องเตรียม เรามีคำแนะนำในการทำทั้งสองอย่างนี้ให้ราบรื่นไม่สะดุดมาฝากกัน

1. จัดสรรเวลาในช่วงระหว่างวันให้ดี

เวลาทุกนาทีย่อมมีค่านะคะ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เอาเวลางานมาหมกหมุ่นกับการเตรียมงานแต่งเน้อ แค่อยากจะบอกให้ลองแบ่งเวลาในช่วงพักเบรกหรือพักกลางวันมาจัดการรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ต้องใช้เวลามาก อาจจะเป็นการเช็คลิสต์ว่าสิ่งไหนทำไปแล้วบ้าง หรืออาจโทรติดตามความคืบหน้าของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเรื่องไหนที่ต้องใช้เวลาในการจัดการมาก หรือต้องคุยต้องปรึกษากันนานๆ ก็ขอให้ยกยอดไปเป็นช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์จะดีกว่านะจ้ะ

2. รู้กาลเทศะ

การแต่งงานถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและเป็นข่าวดีที่ต้องบอกต่อไปยังคนรอบข้าง แต่ควรใช้เวลาเฉพาะช่วงที่ว่างจากการทำงานหรือเวลาพักเพื่อบอกกล่าวและเชื้อเชิญเพื่อนร่วมงานจะได้ไม่รบกวนการทำงานของคนอื่น โดยเฉพาะกับหัวหน้างานหรือผู้จัดการ คุณควรจะบอกเขาอย่างมีมารยาทและแสดงให้เขาเห็นและวางใจว่าถึงแม้คุณจะอยู่ในช่วงเตรียมงานแต่ง แต่มันก็จะไม่ส่งผลกระทบกับงานประจำที่คุณทำอยู่อย่างแน่นอน

3. แบ่งหน้าที่ต่างๆ ให้คนอื่นช่วยดูแล

ถ้าต้องดูแลรายละเอียดต่างๆ สำหรับงานแต่งเพียงคนเดียว รับรองได้เลยว่าคุณจะห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งงานประจำและงานแต่งคงไปได้ไม่สวยเท่าที่ควร ลองแบ่งหน้าที่ให้กับคนที่เราไว้ใจได้ อย่างเช่น ให้เจ้าบ่าวดูแลเรื่องวงดนตรีและเครื่องดื่ม หรือให้พ่อและแม่ดูแลเรื่องการเชิญแขกผู้ใหญ่ เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยลดความกังวลในบางเรื่องและมีเวลาในการทำงานประจำได้มากยิ่งขึ้น

4. เวดดิ้งแพลนเนอร์ช่วยคุณได้

ข้อสุดท้ายนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ สำหรับบ่าวสาวที่มีงานประจำให้ทำอยู่ทุกวัน เพราะเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่มากด้วยประสบการณ์จะสามารถดูแลงานแต่งของคุณได้ตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนไปจนกระทั่งเสร็จงานเลยทีเดียว เพียงแค่บอกความต้องการของคุณ เวดดิ้งแพลนเนอร์ก็จะช่วยออกแบบงานแต่งตามที่คุณปรารถนา ไม่ต้องคอยเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำงานทำการอีกต่อไป

สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคนไหนที่ไม่ต้องขับรถไปทำงานเอง ช่วงเวลาระหว่างเดินทางก็มีค่า สามารถหยิบมือถือขึ้นมาอัพเดตลิสต์รายการต่างๆ ได้เหมือนกัน แนะนำอีกนิดว่าให้ใช้ตัวช่วยดีๆ อย่าง Wedding Planning Tools คู่มือออนไลน์ที่ช่วยให้คุณจัดงานแต่งได้ง่ายขึ้น สามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวกนะจ๊ะจะบอกให้!

ข้อมูล : www.money.usnews.com

พระเอกไม้เลื้อย“ชาคริต แย้มนาม” รักมากี่รายสุดท้ายก็จบไม่ดี

ถ้าพูดถึงตำแหน่งคาสโนว่าแห่งวงการพระเอก“ชาคริต แย้มนาม”นับเป็นอีกคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้อันดับต้นๆ นอกจากความหล่อและภาพลักษณ์ผู้ชายอบอุ่นแล้วหนุ่มคนนี้ยังเสน่ห์ปลายจวักดีทำเอาสาวๆหลายคนอยากใกล้ชิด มีดีขนาดนี้แต่ยังไงไม่รู้สุดท้ายถึงปิดฉากความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีจนมีอันต้องเสียชื่อเสียงโดยเฉพาะล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้กับนางแบบเซ็กซี่ “ตาล-สรัญญา มีธรรม”ที่คิดว่าตนเป็นสาวคนพิเศษแต่พระเอกหนุ่มโต้กลับหน้าแตกยับเยินว่าเป็นแค่คนรู้จักปกติ ทำเอาอารมณ์เดือดปุดๆจนออกมาสาปส่งพระเอกไม้เลื้อยว่าไม่แมนเลยทีเดียว

สำหรับ“ชาคริต แย้มนาม”ตั้งแต่เข้าสู่วงการบันเทิงมีความรักมาแล้วหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะจบแบบคลุมเครือ บางครั้งก็เป็นข่าวฉาว จนถูกมองว่าไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรักเพราะไม่ว่ากี่คนสุดท้ายก็จบไม่ดี

“นต-กนกรส พงศทัต”

เริ่มที่ไฮโซสาว“นต-กนกรส พงศทัต”แฟนคนแรกในวงการบันเทิง “ชาคริต”คบหากันมา10ปี จนมีโครงการวิวาห์เพราะมีข่าวว่านักแสดงหนุ่มลงทุนสร้างเรือนหอในบริเวณบ้านของ “นต”แต่ความรักก็ถูกสั่นคลอนเมื่อมีข่าวว่าเขาออกลายเจ้าชู้สานสัมพันธ์กับสาวๆในวงการที่ร่วมงานหลายคน เป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ต้องอวสานลงแบบฉาวโฉ่ด้วย

ประเด็นหนุ่มไม้เลื้อยนอกใจมีสาวคนใหม่  ไม่ใช่เพียงเท่านั้นเพราะเมื่อครั้งที่“ชาคริต”ประกาศถอนหมั้นนางเอก“จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข”สาวไฮโซก็ออกมาให้สัมภาษณ์ในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน และเคยผ่านประสบการณ์อกหักเฉกเช่นเดียวกันในเรื่องที่“ชาคริต”ออกมาพูดถึง “จักจั่น”ว่า “ฝ่ายหญิงหอบผ้ามาอยู่แล้วก็หอบผ้าไป” ว่าเป็นการพูดที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย

“จอย-ชาคริต”

เลิกกับไฮโซได้ไม่นาน “ชาคริต”ก็มีข่าวคบหาดูใจกับ “จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ”นางเอกดวงรุ่ง ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่สนิทสนมกันจากการร่วมงานในละครเรื่อง “สำเภาทอง” ความรักดูหวานชื่นแถมยังมีข่าวว่านักแสดงหนุ่มควักเงินซื้อที่ดินที่ปากเกร็ดเป็นเรือนหอด้วย แต่จะคบหาเปิดเผยขนาดนี้แต่ก็ยังมีข่าวมือที่3ออกมา แม้นางเอกสาวจะเชื่อมั่นในตัวแฟนหนุ่ม แต่สุดท้ายทนข่าวเจ้าชู้ไม่ไหวจนทำให้วิวาห์พัง

“กิ๋ง-นภมณี ไกรฤกษ์”

สาวสังคม“กิ๋ง-นภมณี ไกรฤกษ์”ระยะเวลาคบหากับหนุ่ม “ชาคริต”สั้นที่สุดแต่ดันมีข่าวเยอะมากที่สุด เมื่อเธอตกเป็นข่าวว่าไปเจอสาว “นุ่น-สินิทธา” อยู่ที่หน้าบ้าน “ชาคริต” จนมีปากมีเสียงถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่ข่าวนี้ก็ถูกปฏิเสธไป เพราะสาว”นุ่น”ยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทชาคริตเท่านั้น  แต่ท้ายที่สุดความสัมพันธ์สาว “กิ๋ง”และหนุ่ม “ชาคริต”ต้องจบในเวลารวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุ

“จักจั่น-ชาคริต”

“จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” อดีตคู่หมั้นของ“ชาคริต” ความรักของทั้งสองสปาร์คกันในกองละคร “ผู้พิทักษ์รักเธอ”ภายในเวลา 3 สัปดาห์ก็ประกาศแต่งงานกันแบบสายฟ้าแลบ แต่หลังจากนั้น5เดือนวิวาห์ที่วาดหวังไว้กลับล้มโดยฝ่ายชายประกาศถอนหมั้น ซึ่งดาราสาวเสียอกเสียใจกับความรักครั้งนี้เป็นอย่างมากเพราะถูกถามทีไรน้ำตาก็คลอตลอดยิ่งวันที่ถูกสัมภาษณ์ “จักจั่น”ถึงกับต้องแอบไปปล่อยโฮในห้องน้ำก่อนออกมาตอบสื่อมวลชนว่าสาเหตุของวิวาห์ล่มเพราะเข้ากันไม่ได้และใช้เวลาศึกษากันน้อย ส่วนเมื่อถามถึงมือที่3 เธอกลับไม่คอนเฟิร์มชัดเจนเพียงแต่บอกว่าส่วน “พี่คริต”นั้นขอไม่พูดถึง

“ไฮโซเพชร-ชาคริต”

 “เพชร- บุญญาภาณ์ เบญจรงคกุล”ไฮโซสาวเวิร์คกิ้งวูแมนที่เฉียบทั้งลุคและความคิด  ซึ่งความรักครั้งนี้ดูจะสวยงามและราบรื่น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้และเปิดไฟเขียว แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ความรักก็จืดจางลง  ไม่ใช่เพราะพระเอกหนุ่มมีพฤติกรรมเจ้าชู้ แต่เพราะฝ่ายชายยุ่งอยู่กับเรื่องงานมากเกินไป สาว “เพชร” เลยต้องถอยแม้ฝ่ายชายจะพยามง้อแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งงานนี้พระเอกไม้เลื้อยดูจะบอบช้ำสิ้นลายจนรับสารภาพว่าถูกฝ่ายหญิงหักอกเลยทีเดียว

“วุ้นเส้น-ชาคริต”

แม้ความรักที่ผ่านมาจะมีบ้างที่จบอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่แยกทางกันด้วยดี โดยเฉพาะอดีตภรรยา “วุ้นเส้น -วิริฒิพา ภักดีประสงค์”ที่แม้จะมีข่าวฉาวชงให้ผิดใจกันตลอด ทั้งคู่ก็ตบหน้าขาเมาท์ด้วยการโผจุ๊บแก้มกันแม้จะหย่ากันแล้ว เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าถึงจะเลิกรากันไปแต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีเหมือนเดิม

รู้จักคุณค่าชีวิต เปิดเรื่องคุณหญิงจำนงศรี อดีตนักข่าว และ 4 บุคคลต้นแบบ ทำดีกลับสู่สังคม

กว่าคนหนึ่งๆจะเข้าใจ รู้ซึ้งถึงคุณค่าและความหมายของการใช้ชีวิต ย่อมผ่านเรื่องราวต่างๆและประสบการณ์ทั้งดีและร้ายอันเป็นส่วนสำคัญที่ได้หล่อหลอมให้ชีวิตของเขาหรือเธอเติบโตขึ้น เป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น รู้จักให้เกียรติผู้อื่น รู้จักการดำเนินชีวิต รู้จักการบริหารจัดการชีวิตด้านการทำงาน ครอบครัว และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จแล้ว การได้หันกลับมามองคนอื่นและสังคมที่อยู่ ด้วยการเริ่มรู้จักแบ่งปันสิ่งดีๆกลับคืนสู่สังคมก็เป็นเรื่องที่มีคุณค่าต่อชีวิตไม่น้อยเลย

คุณจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

“Perfect Wealth” วารสารออนไลน์ที่ถ่ายทอดปรัชญา “When Your Wish is More Than Wealth ของบริการไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย โดยมีคุณจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ดูแล ได้ให้ความคิดในเชิงที่ว่า เพราะชีวิตไม่ได้ให้คุณค่าเฉพาะเรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่เท่านั้น แต่ยังมองไปถึงเรื่องการทำดี การช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมให้ดีขึ้นด้วย ไอเดียนี้จึงได้นำไปสู่เรื่องราวของบุคคลต้นแบบ 5 ท่าน นำทีมโดยคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ อดีตนักข่าว ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวจริงพร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ชาวแพรวดอทคอม เพราะบางท่านนั้นกว่าจะมาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเช่นปัจจุบัน ก็มีเริ่มต้นจากการเป็นชาวนาชาวไร่ แต่เมื่อชีวิตสำเร็จในขั้นหนึ่ง การได้หันกลับมาช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมให้ดีขึ้นก็ได้สร้างความสุขที่มีคุณค่าจนประเมินคุณค่าไม่ได้ให้แก่พวกเขาได้อย่างมาก 

-1-

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
: อดีตนักข่าว นักคิด นักเขียน และนักธุรกิจผู้ขับเคลื่อนทางสังคม 

ให้ความสนใจเรื่องราวที่เป็นด้านมืดของชีวิตและสังคมว่าจะทำอะไรให้เบาบางลงได้ โดยปัจจุบันคุณหญิงจำนงศรีได้อุทิศชีวิตให้กับงานด้าน “ความตาย” ให้คนเราได้มีโอกาสตายดี ด้วยทุกสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลง มีเกิด แก่ เจ็บ ตายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ในร่างกายเรา แสงที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะผ่านไป คาดเดาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แม้กระทั่งความคิด ความรู้สึกของคนเราก็ยังไม่เคยคงที่ โดยสิ่งที่อยู่กับเราตั้งแต่เกิดจนตายก็คือลมหายใจ 

คุณหญิงจำนงศรีเล่าถึงการขับเคลื่อนสังคมว่า “การทำงานขับเคลื่อนสังคมทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เกิดมาเอาเปรียบโลก รู้สึกมีความสุขและประทับใจเสมอที่พอริเริ่มงานครั้งใด จะมีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักยื่นมือเข้ามาร่วม เป็นเหมือนคลื่นน้ำใจที่ทำให้รู้ว่า ความสุข” ที่มากับ คุณค่าชีวิต เป็นความมั่งคั่งที่ไม่ต้องแสวงหา ความมั่งคั่งที่สมบูรณ์ของดิฉัน ท้ายที่สุดคือการเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพจนถึงวาระสุดท้าย

-2-

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ
: ประธานกรรมการอาวุโส หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
และประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล 

ความมั่งคั่งที่สมบูรณ์คือ ความสุขที่ได้เห็นทุกครอบครัวมีความรักใคร่ปรองดองและเกื้อหนุนกัน เพราะบ้านเป็นรากฐานสำคัญของสังคม คุณธรรมจึงเริ่มต้นจากครอบครัว นี่เป็นสิ่งที่คุณอิสระได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญ 

ครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผม คุณธรรมของแม่สร้างความรักสามัคคีให้เราพี่น้อง การใช้ชีวิตของท่านเป็นตัวอย่างของความเข้มแข็งอดทน และการเป็นผู้รับทำให้เราอยู่อย่างเป็นผู้ให้ ครอบครัวเราเองเคยเป็นชาวไร่อ้อยมาก่อน จึงเข้าใจถึงความยากลำบากของเขาได้เป็นอย่างดี ผมภูมิใจที่ธุรกิจของเราสร้างความสุขให้กับผู้อื่น หลายครั้งที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวไร่ เขาจะเล่าให้ฟังว่าชีวิตของเขาและครอบครัวพัฒนาไปอย่างไร นั่นคือช่วงเวลาที่เราได้เห็นว่าเราได้ช่วยสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงให้เขา และเราอยากทำต่อไปอีกเรื่อยๆ

-3-

คุณพิพัฒ พะเนียงเวทย์
: รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรสซิเด้นท์ ฟู้ด จำกัด
 

แม้จะเป็นนักธุรกิจ แต่มีอีกหนึ่งบทบาททางสังคมก็คือ การเป็นเหรัญญิกกิตติมศักดิ์ สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ คุณพิพัฒเล่าย้อนว่า ผมชอบว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นจากการว่ายน้ำในคลอง และมีโอกาสฝึกฝนจนเป็นนักกีฬาซีเกมส์ ถึงจะทำธุรกิจแล้วก็ไม่เคยทิ้งการว่ายน้ำ เป็นทั้งนักกีฬาและครูผู้ฝึกสอน ถึงตอนนี้อายุ 78 ปีแล้ว ก็ยังคลุกคลีอยู่กับกีฬาว่ายน้ำ ผมสร้างสระว่ายน้ำที่บ้าน เป็นสระที่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้ได้ คนในครอบครัวก็ว่ายด้วย ในทุกวันจะมีครูมาสอนว่ายน้ำ นักกีฬาก็มี ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำคือ การช่วยให้คนไม่จมน้ำ ให้มีสุขภาพดี

“ผมพบว่าเป็นมะเร็งที่ปอดก่อนหน้าช่วงโอลิมปิกที่จีนปี 2008 ไม่กี่เดือน ต้องผ่าตัดตัดปอดซ้ายทิ้งในเดือนมิถุนายน ในขณะที่โอลิมปิกเริ่มเดือนสิงหาคม ถือเป็นช่วงเวลาที่ทรหดไม่น้อย เพราะผมต้องบินกลับมาทำคีโมฉายแสงแล้วบินกลับไปใหม่”

คุณพิพัฒมองว่า การเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย เป็นผลจากการเรียนรู้และฝึกฝนเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก กีฬาสอนให้เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ ให้รู้ถึงความหมายและคุณค่าของตัวเอง “ถ้าคิดว่าทุกวันนี้คือกำไร ใช้ชีวิตทุกวันเป็นกิจวัตร และมองชีวิตอย่างเข้าใจ ไม่แสวงหา เราจะค้นพบความสุขและความสงบ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำคือการช่วยให้คนไม่จมน้ำ ให้มีสุขภาพดี เป็นความสุขที่ได้เห็นผู้คนมีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่สมบูรณ์ แค่นี้ผมก็มีความสุข”

-4-

คุณประไพ จึงเจริญพาณิชย์
: ผู้ก่อตั้งบริษัทเส้นหมี่เหรียญทอง

มุมมองที่เป็นความสุขในการทำงานตลอดระยะเวลา 40 ปีที่บริษัทเส้นหมี่เหรียญทองเติบโตมาสำหรับคุณประไพ คือ การได้แบ่งปัน การสร้างโอกาสและกระจายรายได้ให้ผู้คนจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ บริษัทเป็นต้นทางของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากิน ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจะพยายามแก้ที่บริษัทก่อน มีการพูดคุยกันเพื่อหาจุดร่วมของทุกฝ่าย นึกถึง “ใจเขาใจเรา” ถ้าบริษัทล้ม เขาก็อยู่ไม่ได้ ถ้าพวกเขาล้ม บริษัทก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน

“ตั้งแต่ก่อนจนถึงทุกวันนี้ มีร้านค้ารายหลายที่โตไปพร้อมๆกับบริษัท ตั้งแต่เริ่มเป็นรถเข็นจนตอนนี้เป็นร้านค้าใหญ่โต พนักงานของบริษัทที่เปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเรื่องที่ทำให้บริษัทภูมิใจเสมอว่า ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคนที่ตั้งใจทำมาหากิน สร้างฐานะจากความขยันหมั่นเพียรจนมีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นความสุขที่ได้แบ่งปันโอกาสและความสำเร็จให้คนไทยมีกินมีใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี”

-5-

คุณศิรินทรา จงพิพัฒนสุข
: ผู้บริหารบริษัทวัฒนาพานิชกรุ๊ป (สำราญราษฎร์)
 

เป็นผู้บริหารบริษัทวัฒนาพานิชกรุ๊ป (สำราญราษฎร์) ที่มากับปรัชญาการดำเนินงานขององค์กรที่ว่า ปัญญาประดุจดั่งอาวุธ” ซึ่งคุณศิรินทราได้ขยายธุรกิจจากวัฒนาพานิชมาถึงประภาคารเอ็ดดูเคชั่น ในเครือวัฒนาพานิชกรุ๊ป ที่อยู่คู่กับแวดวงการศึกษาของประเทศไทยมายาวนาน

“เราเชื่อว่า ปัญญาจะทำให้ทุกคนมีความมั่งคั่งที่สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง หนังสือควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น เพราะหนังสือเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ การฝึกให้คิดนอกกรอบเป็นเรื่องจำเป็น ยิ่งในปัจจุบันยิ่งจำเป็นมาก เพราะโลกเราเล็กลงเรื่อยๆ แต่ก่อนที่เราจะไป ‘นอกกรอบ’ ทุกคนควรเข้าใจเรื่อง ‘ในกรอบ’ ให้ดีก่อน ต้องมีพื้นฐานเพื่อเป็นแก่น จึงจะต่อยอดไปสู่การคิดนอกกรอบให้ดี พอแน่นในหลักการจะคิดอะไรต่อก็จะง่ายและยั่งยืน”

ได้รู้เรื่องราวจาก 5 บุคคลข้างต้นแล้ว รู้สึกได้เลยว่า แม้โลกใบนี้จะมีเรื่องราวโหดร้ายที่ทำให้ยิ้มไม่ออกกันอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังพร้อมทำและแบ่งปันสิ่งดีๆเพื่อคนอื่นและสังคมให้ดีขึ้นอยู่…

 


เรียบเรียงโดย: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: PERFECT WEALTH e-Multimedia Publication
ข้อมูลเพิ่มเติม: รับชมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/KBankPrivateBanking/PerfectWealth

สมทบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชาว จ.สกลนคร มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ มอบเงินช่วย 1 แสนบาท

สายธารน้ำใจคนไทย พร้อมไหลหลั่งเคียงบ่ากับผู้ประสบอุกทภัยที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมสูงในพื้นที่ภาคอีสาน จ.สกลนคร โดยล่าสุด มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ นำทีมโดย วิชา พูลวรลักษณ์ ตำแหน่งประธานกรรมการ ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 100,000 บาท 

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สกลนคร โดยมี ณัฐวรรณ ศรีสุราช พร้อมด้วยคณะเป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคในนาม มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ โดยมี วิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร, ดร.สุริยะ วิริยะสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร, จิราพร สุวรรณไตร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวสกลนคร เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร

 

 

“ราโด” ออกคอลเลคชั่นใหม่ ผ่านคอนเซปต์ “PORTRAITS OF TIME” ดึงเอาดีเอ็นเอคาแรคเตอร์ของแต่ละบุคคลมาเป็นหัวใจหลักในการสะท้อนมุมมอง

ราโด (RADO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีไปทั่วโลกในด้านการออกแบบนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้ง จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ “PORTRAITS OF TIME” ถ่ายทอดเรื่องราวของคอลเลคชั่นเรือนเวลาล่าสุดประจำปี 2017 ผ่านคอนเซปต์ “พอร์ทเทรตส์ ออฟ ไทม์” ที่ดึงเอาดีเอ็นเอคาแรคเตอร์ของแต่ละบุคคลที่เปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์ของเทรนด์ยุคปัจจุบัน มาเป็นหัวใจหลักในการสะท้อนมุมมอง รังสรรค์ขึ้นในรูปแบบ EXHIBITION สุดชิคกับ 4 มู๊ดแอนด์โทนที่แตกต่าง ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันโดยนักวิเคราะห์เทรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลกอย่าง ไลเดวิจ อิเดลคูร์ท (LIDEWIJ EDELKOORT) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ และวอทช์ เลิฟเวอร์ร่วมงานมากมาย

สะท้อนความเป็นผู้นำแห่งเทรนด์ในสไตล์ของตนเอง กับเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ บรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่าย
แต่แฝงไว้ซึ่งความโก้หรูตามแบบฉบับของ ราโด (RADO) ดื่มด่ำหลากเมนูยามบ่ายภายในคาเฟ่ โซนสุดชิค
ที่ตกแต่งให้เข้ากับธีมหลักของงานในวันนี้ได้อย่างลงตัว ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลท์สำคัญกับการเผยคอนเซปต์ PORTRAITS OF TIME” เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมร่วมชมพรีเซนเทชั่นสุดพิเศษที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และประเพณีของการรังสรรค์เรือนเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านสกรีนภายในโรงภาพยนตร์ไซส์มินิมอล อีกหนึ่งกิมมิคสุดชิคที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในครีเอทีฟ คอมมิวนิตี้ สเปซใจกลางเมืองแห่งนี้ ตื่นตาต่อเนื่องกับ PORTRAITS OF TIME” ในรูปแบบ Live Exhibition ที่จำลองวิถีชีวิตในหลากห้วงอารมณ์และช่วงเวลา ถ่ายทอดเรื่องราวของ 4 สไตล์ที่แตกต่างอย่าง บทกวี (POETRY), ความทรงจำ (MEMORY), ความสบาย (COMFORT) และ ดีไซน์ (DESIGN) สู่คอลเลคชั่นเรือนเวลาล่าสุดประจำปี 2017 ได้อย่างน่าประทับใจ ผลงานการวิเคราะห์เทรนด์แฟชั่นอันเลื่องชื่อโดย ไลเดวิจ  อิเดลคูร์ท (LIDEWIJ EDELKOORT) Trend Forecaster ผู้ทรงอิทธิพลของโลก โดยมีเหล่านายแบบนางแบบทำหน้าที่เป็นไลฟ์แมนเนควิน คอยโชว์นาฬิกาเรือนสวยและถ่ายทอด 4 ความเป็นตัวตนให้ได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด

 

แฟชั่น 14 ลุคที่แตกต่างของ “เชอรี่ – เข็มอัปสร” ผ่านไปกี่ปีความสวยไม่เคยเปลี่ยน

ห่างหายไปจากการเล่นละครนานมากจนหลายคนคิดถึง ช่วงนี้ละครเล่ห์ลับสลับร่างที่สาวเชอรี่เคยเล่นไว้ ก็กลับมาเปรี้ยงอีกครั้งในเวอร์ชั่นณเดชน์-ญาญ่า แต่ก็ยังมีแฟนละครอีกเยอะมากที่ย้อนกลับไปดูเวอร์ชั่นเก่า เพราะยังคิดถึงฝีมือการแสดงของนางเอกสาวเชอรี่ วันนี้แพรวดอทคอมเลยจัดมาให้หายคิดถึงกันซะหน่อยกับ 14 ลุคที่แตกต่างของเชอรี่ เข็มอัปสร ที่ยังเป๊ะไม่มีเปลี่ยนเลยจริงๆ

เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ

ชุดขาวพลิ้วๆ ฟูหน่อยๆ ดีเทลมีความหวาน ใส่คู่กับแตะสวยๆ ดูเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ก็ชุดแบบนี้กับรองเท้าแตะ จริงๆแล้วไม่ควรมาอยู่ด้วยกันนะ แต่สาวเชอรี่ก็ทำได้ แถมสวยมากด้วย


 

แมนๆ บอยๆก็มี เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์ขายาว รวบผมและใส่แว่น บวกกับท่าโพสคือเท่มว้ากกก


 

คนสวยทำความดี ดูไกลๆก็ยังสวยจ้า ชุดทำฝายที่ดูทะมัดทะแมงเข้ากับสถานที่มาก


 

ออกงานก็ขอทางการนิดนึง ชุดนี้มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ก็ดูไม่ป้านะจ๊ะ เพราะวิธีการเลือกแมตช์ชุด กระเป๋าดีไซน์เก๋ บวกกับทรงผมที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลุคนี้สวยผู้ดีสุดๆ


 

สวยสง่ามาก เป็นชุดขาวที่ดูเอลิแกนซ์ มีพลัง เริ่ดเวอร์


 

อวดทรวดทรงกันหน่อยเนอะ เป็นสาวที่หุ่นดีมากกก ความคอดของเอวและสะโพกคือสุด คอมพลีตมาก


 

เสื้อโค้ตกับกางเกงยีนส์ด้านใน และกระเป๋าขนฟูๆ สีของไอเท็มแต่ละชิ้นมีความเข้ากันได้อย่างดี เป็นลุคที่มีความเป็นผู้ดีอีกแล้ว


 

เดรสลายดอกแจ่มๆก็ไหวนะ ถึงจะเป็นเดรสที่มีความยากในการหาเครื่องประดับมาใส่ให้เข้ากัน แต่สาวเชอรี่ก็เลือกได้ดีกับต่างหูสีขาวที่สไตล์มีความพลิ้ว ทำให้แมตช์กับเดรสได้เลิศสุดๆ


 

ออกจะเซ็กซี่หน่อยๆกับเสื้อปาดไหล่ดีเทลคล้ายกลีบดอกไม้ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์สีดำขาดเข่า เพิ่มแว่นดำเข้าไปอีกนิด คือเป็นลุคที่ให้อารมณ์หลากหลายมาก จะเซ็กซี่ จะเท่ หรือโก้ก็ได้หมด


 

ทุ่งข้าวสาลีในฮอกไกโดกับสาวน้อยผู้สดใส นี่ไม่ใช่ชื่อละคร แต่ขอตั้งเป็นชื่อภาพละกัน คือดูเด็กมากกก ทั้งดีไซน์ของชุดที่แสนจะน่ารัก เดรส เสื้อคลุม และหมวก มีความญี่ปุ่น คาวาอิมาก ท่าโพสถ่ายรูปก็กำลังดี


 

นี่หรือเปล่าที่เขาพูดกันว่าสวยสมวัย ลุคนี้ดูโต ดูเป็นเชอรี่มาก มีความผู้ดีอีกแล้ว คือจะต้องพูดซ้ำๆแบบนี้ไปอีกกี่รอบค่า สวยมากจริงๆ


 

งานลุยๆ สาวเชอรี่ก็สามารถ ชุดเดินป่ามีความปกปิด ป้องกัน ปลอดภัย เอ๊ะ! นี่มันสโลแกนหรือเปล่า ฮาๆ คือจะหมายถึงว่าชุดที่เลือกช่างเข้ากับการเดินป่ามากๆ ใส่แล้วมั่นใจได้เลยว่ากลับบ้านไปจะไม่มีรอยแผลตามตัว


 

แม้ปีนี้สาวเชอรี่จะอายุ 37 ปีแล้ว แต่ลุคนี้น่ารักมากกก ดูเด็กสุดๆ กับแฟชั่นริมทะเลที่ทำให้ทะเลหวานไปเลย ชุดละมุนมาก เป็นอีกลุคที่เห็นแล้วก็ยิ้มตามเลย


 

สุดท้ายกับลุคสบายๆ ลุคนี้ออกแนวเท่พร้อมลุย เหมือนกำลังจะออกเดินทาง สีของเสื้อ กางเกง กระเป๋า รองเท้า ก็ดูสมูธไปทางเดียวกันหมด 


 

นอกจากจะได้เห็นแฟชั่นที่มีความแตกต่างของสาวเชอรี่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความสวยยังเปล่งประกายสะพรั่งสุดๆ นี่แหละไอคอนของผู้หญิงวัยทำงาน เป็นคนที่เราสามารถแต่งตัวตามได้ เป็นคนที่แต่งตัวถูกกาลเทศะ เข้ากับสถานที่ได้ดีมากๆ แพรวดอทคอมชอบทุกลุคเลยแหละ

 

 

 

เรื่อง : Hana (ฮานะ)

ภาพ : IG@cherrykhemupsorn