โกคยองพโย

รู้จัก โกคยองพโย พระเอกเกาหลีเวตลก ที่ตกแฟนคลับด้วยความแปลก

กลายเป็นคลิปไวรัลที่กำลังโด่งดังในขณะนี้เลยสำหรับ คลิปนักแสดงเกาหลี โกยองพโย (Ko Kyung Pyo) พระเอกจากซีรีส์ Frankly Speaking ที่สามารถพูดชื่อเต็มของจังหวัด กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้อย่างคล่องแคล่วจนกลายเป็นที่ชื่นชม

และจากเหตุการณ์ข้างต้น แพรว เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากรู้จักกับนักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีคนนี้แล้ว วันนี้เราเลยจึงพาทุกคน ไปรู้จักให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีทักษะด้านการแสดงแล้ว หนุ่มคนนี้ก็ยังนิสัยน่ารักมากๆ รับรองว่าความน่ารักสะดุดใจของเขา สามารถทำให้คุณตกหลุมรักหนุ่มคนนี้ได้อย่างแน่นอน

1.ประวัติ

คยองพโย เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 1990 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยคอนกุก

2.เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงตลก

แม้ว่าหลายคนจะรู้จักเขาจากบท ซอนอู ในซีรีส์ระดับตำนาน Reply 1988 แต่จริงๆ ผลงานที่ทำให้เราได้รู้จักกับเขาคือ นักแสดงตลก ใน Saturday Night Live Korea ซีซั่น 3 หลังจากนั้นเขาได้แสดง Don’t Dare to Dream ซึ่งได้กระแสตอบรับรับจนทำให้เขาได้รับรางวัล New Star Award  จาก SBS Drama Awards

Saturday Night Live Korea
Saturday Night Live Korea
Ko Kyung Pyo
Reply 1988

3.เจ้าพ่อมีม

หลายครั้งที่แฟนๆ ของเขามักพูดว่า พระเจ้าให้รูปร่างหน้าตาเขามาแต่ลืมบอกวิธีใช้ คยองพโย เป็นคนที่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้ดี อาจจะดีเกินไปจนหลายครั้งภาพของเขาถูกทำเป็นมีมในอินเทอร์เน็ต และอีกอย่างหนึ่งคือเขาไม่กลัวที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ เรามักจะเห็นพระเอกคนอื่นจำกัดลักษณ์ภายใต้เซฟโซน แต่กับคยองพโยไม่ใช่ เห็นได้จากทรงผมนั้น ที่กล้าที่จะเปลี่ยนเสมอ แม้บางครั้งจะตลกมากก็ตามที

โกคยองพโย
โกคยองพโย

4.ชื่นชอบการร้องเพลง

นอกเหนือจากงานแสดงแล้ว คยองพโย ยังมีความสามารถด้านการร้องเพลง โดยเขาเคยมีผลงานเพลงประกอบละครไว้ถึง 2 เรื่องคือ เพลง I Wake Up Because of You เพลงประกอบซีรีส์ My Cute Guys และ เพลง Lalala เพลงประกอบซีรีส์ Track from Strongest Deliveryman 

ในงานประกาศรางวัล คยองพโย แสดงความชื่นชอบในดนตรี คลิปนี้กลายเป็นไวัล แฟนๆ บอกว่า “สนุกเกินคนร้อง”

5.ระบายความเครียดด้วยการวาดภาพ

เขาชอบวาดรูปแม้ว่าจะไม่เคยเรียนศิลปะแบบจริงจัง เขาบอกว่าการวาดภาพทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ขณะที่ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบที่ดีในการดูแลสุขภาพจิตใจเท่านั้น แต่ยังรู้สึกถึงความสำเร็จจากการสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง เขาได้รับอิทธิพลการวาดภาพมาจากคุณแม่ และแรงบันดาลใจจากการไปชมนิทรรศการศิลปะ และเขาชอบภาพประกอบของผู้กำกับภาพยนตร์ ทิม เบอร์ตัน ซึ่งเขาบอกว่าแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ขันอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับรายนี้

6.มักเน่ในกลุ่มเพื่อนทหาร

ในปี 2021 คยองพโย ตัดสินใจเข้าเป็นทหาร แม้อายุเขาจะสามารถผ่อนผันได้ แต่เขาตัดสินใจที่จะรับใช้ชาติเลย ทำให้เขาได้พบกับมิตรภาพข้ามรุ่น เขาเป็นน้องเล็กในกลุ่มคนดังที่เข้ารับการเป็นทหารในปีนั้น โดยกลุ่มของเขาประกอบด้วย จูวอน,แทยัง และ แดซอง วง BIGBANG ซึ่งนอกจากเขาจะได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ ซึ่งเป็นช่วงที่แม่ของเขาป่วยแล้ว คยองพโยยังได้คำแนะนำดีๆหลายอย่าง

โกคยองพโย

7.เคยลดน้ำหนักได้มากถึง 15 กิโลกรัม

ในซีรีส์เรื่อง Incarnation of Jealousy คยองพโย เปลี่ยนาพลักษณ์ตัวเองใหม่นั่นทำให้เขาต้องลดน้ำหนัก แต่เขามีวิธีที่แตกต่างจากคนอื่นเล็กน้อย เขาออกกำลังกายด้วยการวิ่งวันละ 3-4 กิโลเมตร โดยเขาวิ่งก่อนแล้วค่อยเดินเพื่อนเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ในส่วนของการควบคุมอาหาร เขาบอกว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนอาหารเลย และเขาไม่ได้ลดคาร์โบไฮเดรต เพราะถ้าไม่กินร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่เป็นอันตราย เขาเลือกวิธีบาลานซ์ตัวเองนั่นทำให้เขาทำได้สม่ำเสมอและสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 15 กิโลกรัม

Incarnation of Jealousy

8.ท่องชื่อเต็ม กรุงเทพมหานคร ได้

ในซีรีส์ Frankly Speaking คยองพโย  รับบท ซงกีแบค ผู้ประกาศข่าวที่มีความสามารถรอบตัว โดยเขาสามารถพูดชื่อเต็มของจังหวัด กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้อย่างคล่องแคล่ว ถึงแม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็ยาวแบบที่คนไทยปกติก็ยังไม่นิยมพูดกัน

rankly Speaking

The Touch Group ฉลองปีที่ 12 สุดปัง เดินหน้าตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความงาม

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 เรียบร้อยแล้ว สำหรับ The Touch Group (เดอะ ทัช กรุ๊ป) หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจศูนย์สุขภาพและความงาม ภายใต้การดูแลของ คุณกวินภัสร์ สิทธิปีติพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมด้วย คุณปริตา ชีววรกิจ, คุณรภัสวินท์  สิทธิปีติพัชร์ และ คุณจูน – กษมา ศิลาชัย ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกันทั้งหมด 10 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานานกว่าทศวรรษ The Touch Group ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวให้กับทุกคนแบบ Personalized ด้วยโปรแกรมที่พร้อมให้บริการมากกว่า 100 โปรแกรม ซึ่งมุ่งส่งมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุด รวมถึงมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความงามที่ถือเป็น Global Trend ในปัจจุบัน ด้วยแนวคิดการดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก เพราะการมีสุขภาพดีถือเป็นรากฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี บวกกับยุคนี้หลายคนดำเนินชีวิตด้วยความเร่งรีบ ทำให้ดูแลสุขภาพได้ไม่ดีเท่าที่ควร ความเจ็บป่วยต่างๆ จึงเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพจากภายใน ปัญหาการนอนหลับ ความเจ็บป่วยเรื้อรัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือออฟฟิศซินโดรม ดังนั้นการดูแลสุขภาพให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และการวางแผนดูแลสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

ดังนั้น The Touch Group จึงได้ออกแบบโปรแกรมการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพในระยะยาว (Longevity) และดูแลป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เพื่อไม่ให้สายเกินไป พร้อมมุ่งเน้นการรักษาและการดูแลสุขภาพ โดยเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
และในปี 2567 นี้ The Touch Group มี Big Project ที่อยากให้ทุกคนสุขภาพดีไปด้วยกัน คือแผนการขยายสาขา the touch wellness ทั้งกทม และปริมณฑล

อีกทั้งด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ The Touch Group ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพผิวอย่าง Dr.Touchh สกินแคร์ที่ร่วมคิดค้นโดยแพทย์และผู้ชำนาญของ The Touch Clinic โดดเด่นด้วยการคัดสรรสารสกัดที่การันตีด้วยรางวัลระดับโลก ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด และผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยไร้สารอันตรายต่อผิว ได้แก่ Melasma 3D Serum ช่วยป้องกันและแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบตรงจุด และช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส, 3D Nano Serum ช่วยลดการอักเสบของผิว ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง และช่วยเติมคอลลาเจน, Touch Sunscreen The Total Shield SPF50 PA+++ ครีมกันแดดสะท้อนรังสี UVA และ UVB ช่วยคุมมัน ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว พร้อมช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใสขึ้นสีผิวไม่ดร็อป ไม่เทาระหว่างวัน

นอกจากนี้ The Touch Group ยังพัฒนากลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ Dr.Touchh อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการเปิดตัว Feminine Cleanser ช่วยปรับสมดุล pH-Balance กระตุ้นคอลลาเจน ลดการสะสมของแบคทีเรีย โดยยึดคอนเซ็ปต์การช่วยแก้ปัญหา คืนความมั่นใจและสุขภาพที่ดีให้กับจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง พร้อมให้ความสำคัญกับการคัดเลือกส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพและอ่อนโยนต่อผิว

และด้วยเทรนด์สุขภาพทั่วโลกกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น The Touch Group จึงทุ่มเทการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเม็ดฟู่ที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเกี่ยวกับการช่วยลดน้ำตาลในเลือดและการดูแลรูปร่าง

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ The Touch Group ยังเดินหน้าเข้าสู่โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงธุรกิจความงาม ด้วยการเปิดตัวโปรเจ็กต์ “The Touch Agent” จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ด้วยแนวคิดที่ว่า “ธุรกิจนี้คือโอกาส” ขยายทีมงานตัวแทนขาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ใช้บริการแล้วชื่นชอบ อยากบอกต่อผลิตภัณฑ์และบริการ  หรือผู้ที่สนใจเป็น Agent (ตัวแทนขายอิสระ) ในสายสุขภาพและความงาม The Touch Group ก็เปิดโอกาสให้มาร่วมงานด้วยกัน พร้อมซัพพอร์ตผู้ร่วมงานด้วยระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย เพื่อส่งมอบโอกาสดีๆ ให้กับคนที่สนใจอาชีพนี้ เรียกว่าเดินหน้าตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความงามแบบเต็มกำลังจริงๆ

ค้นหานิยามความ ‘คลาสสิก’ ผ่านกระเป๋า VSLING BAG จาก VALENTINO

เมื่อกระเป๋า VALENTINO GARAVANI VSLING BAG  ขึ้นชื่อว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สะท้อนกลิ่นอายความคลาสสิก ซึ่งผสมผสานเรื่องราวของเมซง และเน้นย้ำถึงมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา

หากให้เลือกกระเป๋าที่สามารถใช้ได้ทุกวัน และคุ้มค่ากับราคา ความ ‘คลาสสิก’ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ดีไซน์นี้ก็ไม่มีวันตกเทรนด์แน่นอน เช่นเดียวกับกระเป๋า VSLING BAG ที่มาในรูปทรงเหมาะสำหรับการใช้งาน มาพร้อมซิลูเอตอันโดดเด่นด้วยรูปทรงรอบด้านที่ไร้รอยต่อและงานหัตถศิลป์ที่ถูกรังสรรค์ด้วยความประณีต สามารถใช้งานได้ทั้งแบบถือและแบบสะพายข้าง อีกทั้งกระเป๋า VSLING BAG มาในดีไซน์เรียบง่าย สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เปรียบเหมือนเพื่อนคู่กายสำหรับชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด  กฎเกณฑ์ และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นในทุกสถานการณ์

เอกลักษณ์ที่ไม่ควรมองข้าม

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของกระเป๋ารุ่นนี้คือ VLogo Signature ด้วยเอกลักษณ์เรียบหรู สะดุดตา มีความทันสมัยโดยได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70 ตลอดจนรูปทรงและขนาดที่กระทัดรัด รวมกันเป็นองค์ประกอบที่งดงาม สัญลักษณ์ที่แปรผันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนภาพจำ โดยผสมผสานกับอีกหนึ่งเอกลักษณ์อันยาวนานของเมซงในด้านงานหัตถศิลป์ อย่างอักษรตัว “V” ที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด โดยในคอลเล็คชั่นล่าสุดมีให้เลือกตั้งแต่สีสันสดใสไปจนถึงสีนู้ดและสีดำคลาสสิก


เปิดรั้วโรงเรียนชนชั้นสูง แม็กซ์ตัน ฮอลล์

เปิดรั้วโรงเรียนชนชั้นสูง แม็กซ์ตัน ฮอลล์ พร้อมทำความรู้จักตัวละครและความสัมพันธ์สุดร้อนแรง ในซีรีส์ Maxton Hall – The World Between Us

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ รูบี้ (Harriet Herbig-Matten) และเจมส์ (Damian Hardung) ใน Maxton Hall – The World Between Us (Maxton Hall – โลกที่ขวางระหว่างเรา) ซีรีส์ออริจินัลจากเยอรมันเรื่องใหม่ ที่สร้างจากนวนิยายขายดีที่ได้รับรางวัล “Save Me” จากปลายปากกาของนักเขียน Mona Kasten ผลิตโดย UFA Fiction

เมื่อรูบี้ค้นพบความลับอันน่าตกใจในโรงเรียนไฮโซแม็กซ์ตัน ฮอลล์โดยบังเอิญ เจมส์ โบฟอร์ต ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองจึงต้องรับมือกับนักเรียนทุนผู้มีไหวพริบอย่างรูบี้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นักเรียนเจ้าเสน่ห์ก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อปิดปากรูบี้ให้สนิท และแม้ว่าทั้งสองจะมาจากต่างโลก แต่ในไม่ช้าพวกเขาจะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน

ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักสมัยใหม่ระหว่างเด็กหนุ่มชนชั้นสูงและเด็กสาวชนชั้นคนกลาง ในโลกแห่งความเย้ายวนใจ ศักดิ์ศรี ความลับ และดราม่า Maxton Hall – The World Between Us กำกับโดย Martin Schreier (Dreamfactory) และ Tarek Roehlinger (A State of Emergency)

รูบี้ เบลล์ นำแสดงโดย (Harriet Herbig-Matten (Bibi & Tina: Einfach Anders)
รูบี้ใฝ่ฝันที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และทุนการศึกษาจากวิทยาลัยชั้นนำอันทรงเกียรติ แม็กซ์ตัน ฮอลล์ ก็ช่วยให้เธอเข้าใกล้ความฝันของเธอมากขึ้นแม้ว่าตัวเธอจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโลกของคนรวยเลยก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม รูบี้จะไม่ยอมให้อะไรหรือใครมาทำให้เธอไขว้เขวไปจากเป้าหมาย โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนร่วมชั้นที่หยิ่งผยองและมีสิทธิพิเศษ ซึ่งรูบี้จงใจหลีกเลี่ยงอยู่ตลอด แต่เมื่อเธอจับได้ว่าลิเดีย โบฟอร์ตตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รูบี้จึงกลายเป็นจุดสนใจของเจมส์ พี่ชายของลิเดียโดยไม่รู้ตัว และจู่ๆ โลกที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอก็เริ่มสั่นคลอน

เจมส์ โบฟอร์ต นำแสดงโดย (Damian Hardung (How to Sell Drugs Online (Fast))
เจมส์เป็นทายาทบริษัทแฟชั่น เขาโหยหาที่จะได้รับอิสรภาพจากมอร์ติเมอร์ พ่อจอมบงการของเขา เพื่อหลีกหนีจากบรรยากาศกดดันในบ้านโบฟอร์ต เจมส์จึงใช้เวลาไปกับงานปาร์ตี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้หญิง และกีฬา เขาต้องเผชิญหน้ากับรูบี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของลิเดียน้องสาวฝาแฝดที่เขารัก แต่เมื่อรูบี้ปฏิเสธที่จะยอมอยู่ใต้การบงการของเขา โลกของเจมส์ผู้โด่งดังและมีอิทธิพลก็กลับตาลปัตร และนำเขาไปสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก

ลิเดีย โบฟอร์ต นำแสดงโดย (Sonja Weißer (Tatort)
เมื่อมองแวบแรก ลิเดียดูเหมือนเป็นหุ่นเชิดคนสำคัญที่สมบูรณ์แบบของกลุ่มบริษัทแฟชั่นโบฟอร์ต เธอสวยสง่าเสมอ เกรดดีระดับเฟิร์สคลาส ภาพลักษณ์ที่ไม่เคยสั่นคลอน และความสนใจหลงใหลในแฟชั่น แต่ลิเดียถูกพ่อของเธอตัดสิทธิ์ที่จะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเมื่อเธอตกหลุมรักครูคนหนึ่งเข้า และถูกจับได้ และเธอก็ขู่ว่าจะทำให้ครอบครัวโบฟอร์ตตกอยู่ในข่าวอื้อฉาวครั้งใหญ่

เอมเบอร์ เบลล์ นำแสดงโดย (Runa Greiner (Suck Me Shakespeer)
เอมเบอร์เป็นเจ้าของบล็อก “Bellbird” และในฐานะช่างตัดเสื้อเจ้าความคิด เธอมักจะแสดงผลงานของเธอในโลกออนไลน์ เอมเบอร์มั่นใจในตนเองและไม่หวั่นไหวไปกับความเห็นของคนอื่น เธอพร้อมให้ความช่วยเหลือและแนะนำรูบี้พี่สาวของเธอเสมอ แต่เมื่อเธอถูกดึงดูดเข้าสู่วงสังคมของเจมส์และค่อย ๆ ห่างเหินจากครอบครัว เอมเบอร์ก็เริ่มรู้สึกกังวลเรื่องรูบี้

อลิสแตร์ เอลลิงตัน นำแสดงโดย (Justus Riesner (Loving Her)
อลิสแตร์คือหัวใจของกลุ่มของเจมส์ เขาเป็นมิตรและภักดี แต่ความสัมพันธ์ลับกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งทำให้เขารู้สึกกดดัน เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ต่อสาธารณะ แต่คู่ของเขายังไม่พร้อม อลิสแตร์ก็จำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องยากลำบากหลังจากที่เจมส์จับได้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่

ลิน หวาง นำแสดงโดย (Andrea Guo (Der Schwarm)
ลินเป็นเพื่อนสนิทของรูบี้ที่แม็กซ์ตัน ฮอลล์ ในฐานะลูกสาวผู้สดใสของคู่รักศิลปินชาวเอเชีย เธอใฝ่ฝันที่จะเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ด ลินเป็นคนตรงไปตรงมาและคอยอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ เธอคือคนที่ทำให้ชีวิตในโรงเรียนของรูบี้ไม่ขื่นขมเกินไปนัก และมักจะพูดถึงความงี่เง่าของเพื่อนร่วมชั้นที่เธอไม่ชอบให้รูบี้ฟังอยู่ตลอด

โดยซีรีส์ Maxton Hall – The World Between Us (Maxton Hall – โลกที่ขวางระหว่างเรา) สามารถรับชมได้ที่ Prime Video ในกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก สตรีมพร้อมกันทั้งหมด 6 ตอน ในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้


TAG Heuer และ Kith ร่วมคืนชีพ Formula 1 สิบเฉดสีวินเทจน่าสะสม

TAG Heuer และ Kith ร่วมกันนำเสนอ TAG Heuer Formula 1 Series 1 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1986 อีกครั้ง ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ใช้ชื่อ TAG Heuer ด้วยสีสันอันโดดเด่นและการออกแบบที่แสนท้าทาย นาฬิกาเรือนนี้จึงกลายเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักสะสมมือใหม่ ร่วมถึง Ronnie Fieg ผู้ก่อตั้ง Kith แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

คอลเล็กชันใหม่นี้ประกอบด้วย TAG Heuer Formula 1 นาฬิกาอันเป็นที่รักใน 10 เฉดสีสะดุดตา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นที่โดดเด่นในอดีตของ TAG Heuer แต่ปรับแต่งให้เข้ากับยุคปัจจุบันผ่านการผสมผสานสีสันที่โดดเด่นและมีความแปลกใหม่ มาในขนาด 35 มม. และยกระดับวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นกระจกคริสตัลพลาสติกในรุ่นดั้งเดินเป็นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ และสายนาฬิกาได้รับการอัพเกรดจากพลาสติกเป็นยางคุณภาพดี แม้ว่าจะมีการปรับแต่งให้ทันสมัยขึ้นแต่ก็ยังคงไว้ด้วยดีไซน์และจิตวิญญาณของรุ่นดั้งเดิม

โดยยังคงใช้แม่พิมพ์แบบเดียวกับที่ใช้กับชิ้นส่วนตัวเรือนที่ผลิตในปี 1986 ดังนั้นเอกลักษณ์ของนาฬิกาจึงแทบไม่มีความแตกต่างจากรุ่นดั้งเดิมที่นักสะสมตกหลุมรักเมื่อหลายสิบปีก่อน นอกจากนี้ ยังได้หลอมรวมโลโก้ของทั้งสองแบรนด์โดยผสมผสานระหว่าง Kith และ Heuer บนหน้าปัด สายนาฬิกายางและฝาหลัง ซึ่งบนหน้าปัดยังประกอบด้วยคำขวัญของ Kith ว่า “Just Us” เพื่อให้เกียรติต่อมิตรภาพอันแน่นแฟ้นกับ Fieg

จุดเด่นของคอลเล็กชันนี้คือ โมเดลที่ใช้ร่วมกันระหว่าง TAG Heuer และ Kith ซึ่งผลิตออกมาเพียง 1,350 เรือนเท่านั้น นาฬิกาขอบหน้าปัดสีดำสุดคลาสสิก โดยเน้นเฉดสีแดงซึ่งเป็นการจับคู่โทนสีอันเป็นอมตะและยากที่จะปฏิเสธ

นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมสายนาฬิกาสตีลและหน้าปัดสีเปลือกไข่ ชวนให้นึกถึงรุ่นที่มีการเคลือบสีจากโมเดลในปี 1986 ผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานอย่างประณีตระหว่างคุณสมบัติสมัยใหม่เข้ากับรูปลักษณ์ที่สวยงามแบบวินเทจ

นอกจากนี้ TAG Heuer ยังได้นำเสนอนาฬิกาสุดพิเศษสองรุ่น โดยแต่ละรุ่นมีจำนวนจำกัดเพียง 825 เรือน โดยแต่ละเรือนมาในสีน้ำเงินและเขียวสดใส ทั้งบนขอบหน้าปัดและสายนาฬิกาพร้อมตัวเรือน PVD สีดำและหน้าปัดสีดำ รุ่นแรกจะเปิดตัวภายในร้านเฉพาะในไมอามี ในวันที่ 3 พฤษภาคม ตามด้วยการเปิดตัวทั่วโลกในวันที่ 6 พฤษภาคม

นาฬิการุ่นใหม่ทั้งหมด 10 เรือน มาในรูปแบบทั้งสายนาฬิกาสตีลและสายนาฬิกายาง โดยนาฬิกาเจ็ดเรือนเป็นนาฬิการุ่นพิเศษสำหรับ Kith โดยเฉพาะ และแต่ละเรือนสะท้อนถึงร้านค้าในเครือข่ายทั่วโลก นาฬิกาเหล่านี้โดดเด่นด้วยสีสันสดใส: สีแดงสไตล์รถสปอร์ต; สีดำและสีเหลือง; สีเขียว สีเหลือง และสีแดง; สีครีม; และสีดำด้าน ผลิตออกมาเพียงสีละ 250 เรือน

สำหรับรุ่นพิเศษเฉพาะของ Kith ยังมีสายนาฬิกาแบบสตีลสองแบบมาพร้อมขอบหน้าปัดสีน้ำเงินและอีกรุ่นหนึ่งเป็นสีเขียว สินค้ามีจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 350 เรือน โดย TAG Heuer Formula 1 | Kith ทุกเรือนจะถูกจัดแสดงภายในกล่องสะสมระดับไฮเอนด์ที่ช่วยขับสีสันให้สดใส ซึ่งบรรจุนาฬิการุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นทั้ง 10 เรือน ด้วยนาฬิกา TAG Heuer Formula 1 รุ่นดั้งเดิม ของ TAG Heuer ที่ได้ทำให้นักสะสมจำนวนนับไม่ถ้วนหลงรักนาฬิกา ตอนนี้พวกเขาได้รับเชิญให้กลับมาหลงใหลโมเดลนาฬิกาอันโดดเด่นและมีสไตล์อย่างไม่น่าเชื่อนี้อีกครั้ง


ฮันโซฮี

ฮันโซฮี ถูกโจมตีไม่หยุด ชาวเน็ตไม่เชื่อ มีชื่อติดมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส!

จากพี่สาวเกาหลีที่หลายคนชื่นชอบ แต่ตอนนี้ นางเอกเกาหลี ฮันโซฮี กำลังเผชิญหน้ากับทัศนคติแง่ลบของเหล่าชาวเน็ตเกาหลี หลังจากเกิดประเด็นดราม่าเรื่องความรักเพราะประกาศคบหากับ รยูจุนยอล ทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สาม แม้ความจริงจะเปิดเผยและทั้งคู่ได้เลิกรากันแล้ว แต่นักแสดงสาวก็ยังถูกโจมตี

ฮันโซฮี

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ โซฮี ได้ไปออกรายการกับ พัคซอจุน เพื่อโปรโมทผลงาน Gyeongseong Creature โดยการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้เธอได้พูดถึงสาเหตุที่เธอเข้าวงการบันเทิง

โซฮีบอกว่าเธอเรียนมัธยมปลายที่ศึกษาเกี่ยวกับด้านศิลปะ และวางแผนว่าจะไปเรียนต่อด้านนี้ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศฝรั่งเศส โดยการยื่นขอวีซ่านี้เธอต้องมีเงินในบัญชี 60 ล้านวอน แต่ในเวลานั้นเธอไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น

นักแสดงสาวได้ตัดสินใจ รับเล่นโฆษณา แคร็กเกอร์ RITZ และทำให้รู้ว่าเธอสามารถทำเงินได้ถึง 20 ล้านวอน ต่อโฆษณาหนึ่งตัวนั่นเธอเข้าสู่วงการนางแบบโฆษณา

อย่างไรก็ตามชาวเน็ตไม่เชื่อสิ่งที่เธอพูดออกมาพวกเขาบอกว่า ตามข้อมูลสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศฝรั่งเศส ผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าเรียน ต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 9.6 ล้านวอน ซึ่งขัดกับสิ่งที่เธอพูดออกมา

ฮันโซฮี

ทั้งนี้หลังจากหัวข้อถกเถียงจนบานปลาย 9ato Entertainment  ต้นสังกัดของโซฮีได้ออกมาเปิดเผยว่า“คำพูดทั้งหมดที่ ฮันโซฮี พูดถึงการตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศสเป็นเรื่องจริง แต่ มันยากที่จะเปิดเผยรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงเนื่องจากมันเป็นเรื่องส่วนตัว”

“Deadpool & Wolverine เดดพูล & วูล์ฟเวอรีน” เตรียมออกไปมันแบบแพ็คคู่ในโรงภาพยนตร์ 24 กรกฎาคมนี้

พร้อมหรือยังกับความมันสุดเดือดของสองซูเปอร์ฮีโร่แห่งปี “Deadpool & Wolverine เดดพูล & วูล์ฟเวอรีน”
ซึ่งล่าสุด Marvel Studios ส่งสองโปสเตอร์ใหม่พร้อมตัวอย่างฉบับเต็มมาเรียกน้ำย่อย ก่อนฉายจริง
24 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

“Deadpool & Wolverine เดดพูล & วูล์ฟเวอรีน” กำกับโดย Shawn Levy นำแสดงโดย Ryan Reynolds, Hugh Jackman, Emma Corrin, Morena Baccarin, Rob Delaney, Leslie Uggams, Karan Soni และ Matthew Macfadyen อำนวยการสร้างโดย Kevin Feige, Ryan Reynolds, Shawn Levy, Lauren Shuler Donner และมี Louis D’Esposito, Wendy Jacobson, Mary McLaglen, Josh McLaglen, Rhett Reese, Paul Wernick, George Dewey and Simon Kinberg ร่วมเป็นทีมผู้อำนวยการสร้าง สร้างสรรค์ความมันผ่านบทภาพยนตร์โดย Ryan Reynolds, Rhett Reese, Paul Wernick, Zeb Wells และ Shawn Levy

เตรียมพบกับ “Deadpool & Wolverine เดดพูล & วูล์ฟเวอรีน” ที่สุดของคู่ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทั่วโลกรอคอย
จาก Marvel Studios บนจอยักษ์ 24 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดงาน “บุญมาร์เก็ต” งานแฟร์ใจฟูทั้งผู้ให้ และผู้รับ 1-7 พ.ค.นี้

ครั้งแรกของ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในการจัดกิจกรรมระดมทุนนอกสถานที่ในรูปแบบตลาดนัดการกุศล ที่ทุกท่านจะได้ช้อปของดี และได้ทำบุญไปพร้อมกัน ในงาน “บุญมาร์เก็ต”งานแฟร์ที่จะทำให้ใจฟูทั้งผู้ให้และผู้รับ ในงานนอกจากจะได้ช้อปสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกการกุศล และอิ่มอร่อยกับร้านดังกว่า 20 ร้านแล้ว ยังมีบูธร้านค้าของศิลปิน ดารา ที่จะหมุนเวียนกันมาให้แฟน ๆ ได้กระทบไหล่อย่างใกล้ชิด เช่น น้ำพริกป้าแว่น โดย ษา วรรณษา ทองวิเศษ นักแสดงสาวเจ้าบทบาท, ร้านก๋วยก๋วย หมี่ขยุ้มไก่ฉีกน้ำพริกน้ำย้อย                โดย โต๋นแตร์ ทินกร ภูวศักดิวงศ์ ศิลปินค่ายเพลง Rising Entertainment, น้ำพริกปุยแสบปาก โดย        ปุยฝ้าย AF หรือ ภัทณชา วิภัทรเดชตระกูล นักร้องนักแสดงมากความสามารถ, ข้าวเกรียบอะไรซ์ Brandnew Field Good โดย เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ นักแสดงหนุ่มนิสัยดีและภรรยานักร้องเสียงดีวา นิว-นภัสสร ภูธรใจ, ร้านสีตอง by เชฟซีตรอง แชมป์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ และร้าน Ying’s โดย
อร-อรอุมา สิทธิรักษ์ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และ เชฟบอล-สุชาติ ใจฉ่ำ มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ เป็นต้น พร้อมร่วมลุ้นกล่องสุ่มบุญกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ รพ.รามาธิบดี งาน “บุญมาร์เก็ต” จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 7 พ.ค.นี้ ณ ลานโปรโมชั่นหน้าร้านยูนิโคล่ ชั้น 1 เซ็นทรัล เวสต์เกต

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวถึงที่มาและความพิเศษของงาน “บุญมาร์เก็ต” ว่า “มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดกิจกรรมระดมทุนนอกสถานที่ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน  ‘บุญมาร์เก็ต’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์และการดำเนินโครงการต่างๆ ไปยังสาธารณะเป็นวงกว้าง ภายในงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารที่กำลังเป็นที่นิยม รวมถึงของที่ระลึกการกุศลน่ารักน่าใช้จากมูลนิธิ หรือจะร่วมบริจาคเงินก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า นอกจากนี้เพื่อสนับสนุนพันธกิจด้านสร้างเสริมสุขภาพ จึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีผ่านรามาแชนแนล จัดรายการในงานบุญมาร์เก็ตเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ที่มาร่วมงาน ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสายบันเทิงในการให้ความสุขจากดาราศิลปินจิตอาสา เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ผู้เข้ามาร่วมงานอีกด้วย สำหรับรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ รพ. รามาธิบดี

“ทั้งนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ มุ่งหวังว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้คนในสังคมตระหนักถึงคุณค่าแห่งการให้ และความสุขที่เกิดจากการให้ อิ่ม ฟิน ช้อป ครบจบในงานเดียว ทั้งยังสร้างความจดจำที่มีต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’ ด้วยเช่นกัน”

ตลอดทั้ง 7 วันของการจัดงาน มูลนิธิรามาธิบดี ฯ ได้คัดสรรร้านเด็ดเจ้าดังมาให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อย เช่น หมูกระด้งเบคอนทอดน้ำปลา, เจ๊พริก กุยช่ายตลาดพลู, ยำวุ้นเส้นโบราณ, ถั่วเทพ อร่อยขั้นเทพ, J-JAN ขนมอร่อยหลังการบินไทย, กาละแมบ้านคุณย่า by ของฝากย่าปู, สิงโตขนมไทย, ติ๋มปลาสลิด, อุไรรัตน์ เชียงใหม่ เป็นต้น รวมทั้งจัดกิจกรรมน่าสนใจมากมาย และพิเศษ!  จัดเต็มในช่วงวันหยุด ด้วยความบันเทิงจากศิลปิน ดาราจิตอาสาจากช่อง 3 ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยวันแรกใน พุธ ที่ 1 พ.ค. นี้

  • 13.15 – 14.00 น. พูดคุยกับดาราจิตอาสาจากที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน                               พิ้งค์พลอย-ปภาวดี ชาญสมอน และ บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์
  • 14.00 – 15.00 น. พูดคุยบนเวทีในหัวข้อ “หยุด!! พฤติกรรมทำเชื้อดื้อยา” โดย                       ภญ. นันทพร เล็กพิทยา หัวหน้างานเภสัชกรรมคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  และคุณแม่สายสตรอง แพท ณปภา ตันตระกูล ผู้ดำเนินรายการ
  • 16.00 – 16.30 น. พิธีกรชวนศิลปินดาราที่มาออกร้านร่วมประชาสัมพันธ์งานบนเวที และชวนร่วมกิจกรรม “กล่องสุ่มบุญ”
  • 16.30 – 18.00 น. ศิลปิน จากค่าย SPICYDISE และ Butter อาทิ NAP A LEAN  Darran  JKA  Nonnie Markpoom

เสาร์ที่ 4 พ.ค.   

  • 13.00 – 15.00 น. โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ และ ป๊อป ฐากูร 2 นักแสดงจากละคร “ลมเล่นไฟ” ร่วมจำหน่ายเสื้อยืดการกุศล “หัวใจอินฟินนิตี้” และชวนร่วมกิจกรรม “กล่องสุ่มบุญ” 
  • 17.00 – 18.00 น. สนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินจากค่าย MUZIK MOVE นำทีมโดย  หนู มิดด้าม (ตัวจริง) มิสทีน วริญาภรฆ์ และ บอส ธปณัฐ
  • 18.00 – 19.00 น. เอาใจเอฟซีสายวาย พบกับนักแสดงสุดฮอตซีรีส์ดังช่อง VIU เรื่อง Close Friend3 SojuBomb

อาทิตย์ ที่ 5 พ.ค.

  • 13.00 – 15.00 น. หมอดูคนดัง อาจารย์ไวท์เปิดดวง หมอดูโอปป้า ที่จะมาร่วมทำนายทายทักแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมด้วย พร้อมด้วย ดีเจ-พิธีกรชื่อดัง แคน อติรุจ กิตติพัฒนะ
  • 16.00 – 17.00 น. โชว์การทำอาหาร  โดย เชฟซีตรอง แชมป์ MasterChef อาหารไทย

นอกจากนี้ในงานยังมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษาคณะแพทย์ฯ และสาระความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยคณะแพทย์จาก รพ.รามาธิบดี อีกด้วย ส่วนในวันที่ 2 – 3 และ 6 – 7 พ.ค. ชวนมาร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ วันละ 4 รอบ ตลอดทั้งวัน

ร่วมเป็น “ผู้ให้” ที่สุขใจยิ่งกว่า ในงาน “บุญมาร์เก็ต” 1-7 พฤษภาคมนี้ ที่ลานโปรโมชั่นหน้าร้าน  UNIQLO ชั้น 1 เซ็นทรัล เวสต์เกต และติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION

คำว่าให้ไม่สิ้นสุด

เทิร์นสายสู่ Quiet Luxury เปิดกระเป๋า The Row ใบโปรดของ เจสสิก้า จอง

จากเจ้าแม่ Chanel ‘เจสสิก้า จอง‘ ขอเทิร์นสายมาจับเทรนด์ฮิต Quiet Luxury! เปิดดีเทลกระเป๋าใบโปรดสุดมินิมอลจาก The Row

อย่างที่รู้กันดีว่า ‘เจสสิก้า จอง’ โปรดปรานไอเท็มจาก Chanel เป็นไหนๆ เพราะหากซูมดูกระเป๋าในรูปภาพจากอินสตาแกรมของเธอก็พบว่าแบรนด์ที่ใช้บ่อยลงมาจาก Hermès คือชาเนลนั่นเอง ไม่ว่าจะรุ่นฮิตหรือแรร์ไอเท็ม รับรองว่าต้องอยู่ในคลังแสงของเจสสิก้าเป็นที่เรียบร้อย

แต่ดูเหมือนช่วงนี้เทรนด์ Quiet Luxury กำลังมาแรง หากเทียบแล้ว Hermès ก็จัดเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่า ‘รวยไม่ตะโกน’ เพียงแต่เราคุ้นเคยกับหน้าตาของกระเป๋ามานาน ทำให้เห็นปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากแบรนด์อะไร แต่เลื่อนอินสตาแกรมไปเรื่อยๆ ก็พบแบรนด์ใหม่ที่ช่วงนี้เจสสิก้าหยิบกระเป๋ามาใช้บ่อยไม่แพ้กัน นั่นคือ Half Moon Bag จาก The Row

แน่นอนว่าเมื่อ The Row ถือเป็น Quiet Luxury หัวใจในการออกแบบจึงเน้นที่ความเรียบง่ายเป็นหลัก ซึ่งแบรนด์สามารถตีโจทย์แตกจนขอปรบมือให้ แถมยังสร้างเอกลักษณ์ด้วยความโมเดิร์นที่เพิ่มลงไปบนทุกไอเท็มเช่นเดียวกับ Half Moon Bag กระเป๋าทรงพระจันทร์ ดีไซน์สี่เหลี่ยมโค้งมน ดูทันสมัย มีให้เลือกทั้งหมด 2 เฉดสีนั่นคือ Black และ New Ivory เหมือนกับเจสสิห้า ราคาในเว็บไซต์อยู่ที่ $1,390 หรือประมาณ 53,000 บาท แอบกระซิบว่าไม่ใช่แค่เจสสิก้าที่ใช้กระเป๋าใบนี้นะคะ แต่ Kendall Jenner, Hailey Bieber และ Emily Ratajkowski ก็สะพายเช่นกัน


รูปภาพ: @jessica.syj และ The Row

เช็คลิสต์ 3 ศิลปิน K-POP ผู้ทรงอิทธิพลผลักดัน Local Fashion Brand

เมื่อ 3 ศิลปิน K-POP ลิซ่า, เจนนี่ และคาริน่า ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลผลักดัน Local Fashion Brand อยู่เสมอ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าศิลปิน K-POP ในยุคนี้เป็นแรงผลักดันให้กับหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ‘แฟชั่น’ ที่เห็นได้จากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างเลือกไอดอลที่มีภาพลักษณ์ตรงคอนเซ็ปต์มาเป็นตัวแทน แน่นอนว่ามูลค่าการเซ็นสัญญาแต่ละครั้งคงมหาศาล ทำให้การดึงศิลปินระดับท็อปมาเป็นหน้าตาให้กับ Local Fashion Brand เล็กๆ จึงเป็นเหมือนความฝัน แต่ก็มีศิลปินหลายคนที่คอยผลักดันสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ

ลิซ่า BLACKPINK

เริ่มต้นด้วยสาวน้อยที่เราคุ้นเคย ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ถ้าติดตามเธอตั้งแต่เริ่มต้นจะเห็นว่าเจ้าลิซของเรามักหาโอกาสนำเสนอแฟชั่นแบรนด์ไทยอยู่ตลอดทั้งในอีเวนต์หรือชีวิตประจำวันอย่างแบรนด์ SRETSIS ที่ถือเป็นแบรนด์โปรดของเธอ อีกทั้งโอกาสสำคัญอย่างซิงเกิลแรกเพลง ‘LALISA’ เจ้าลิซก็ใส่ความเป็นไทยอย่างเต็มที่ทั้งคอสตูมชุดไทยโมเดิร์นสีทอง หรือครั้งรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติชชั้น MBE จากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เธอก็เลือกสวมใส่ชุดที่ออกแบบโดย ASAVA

เจนนี่ BLACKPINK

ถ้าพูดถึงเรื่องแฟชั่น ชื่อ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ต้องห้ามตกหล่น เพราะสไตล์ที่โดดเด่นของเธอทำให้เข้าตาใครหลายคนจนถูกยกย่องเป็นแฟชั่นไอคอนไปโดยปริยาย แต่ถึงแม้ว่าเธอจะมีชื่อเสียงมากเพียงใด บ่อยครั้งนักที่เจนนี่มักหยิบแฟชั่นไอเท็มจากแบรนด์ Local มาสวมใส่อยู่เสมอ หรือ อย่างลุคล่าสุดในงานเปิดตัวคอลเล็คชั่น ‘Jentle Salon’ ของ Gentle Monster ที่โตเกียว มินิเดรสที่เธอสวมใส่ก็มาจาก Her Praha แฟชั่นแบรนด์เล็กๆ สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากที่เธอสวมใส่แบรนด์ก็กลายเป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืน

คาริน่า aespa

คนสุดท้าย ‘คาริน่า aespa’ ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแฟชั่นของประเทศไทยกับเดรสผ้าฝ้ายที่เจ้าของร้านถึงกับออกปากว่าตอนนี้ผลิตไม่ทัน เนื่องจากออเดอร์ที่ล้นทะลักเข้ามา ต่อด้วยครั้งที่เธอไปเยือนประเทศเวียดนาม คาริน่าก็ได้อุดหนุนชุดว่ายน้ำจาก XITA แบรนด์จากประเทศเวียดนามอีกด้วย


เปิดตัว PRIMA l HELLO KITTY จากตัวการ์ตูนยอดฮิต สู่คอลเลคชั่นเครื่องประดับสุดคิ้วท์แห่งปี

PRIMA เอาใจสาวกคนรักคิตตี้ เปิดตัว Hello Kitty ตัวการ์ตูนยอดฮิตระดับตำนานสุดน่ารักจาก SANRIO ที่ทุกคนประทับใจ ซึ่งได้รับเชิญเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับแบรนด์ PRIMA กับคอลเลคชั่นพิเศษ PRIMA | HELLO KITTY ที่โดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษ ใช้การแทงลายเส้นไหมและการขัดแต่งเงาซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ PRIMA โดยแต่ละชิ้นงานล้วนเป็นงานแฮนด์เมดที่ใช้ความชำนาญของช่างฝีมือไทย รังสรรค์เป็นชิ้นงานที่มีความประณีต ผสานกับความน่ารักสดใสของคิตตี้ สู่เครื่องประดับสุดคิ้วท์ โดยมีลวดลายการออกแบบที่ใช้เอกลักษณ์ต่างๆ ของ Hello Kitty นำมาออกแบบเป็นเครื่องประดับหลากหลายดีไซน์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ PRIMA ได้แก่ เครื่องประดับทองคำ 99.9% เครื่องประดับเพชร 9K  และงานประติมากรรมสุวรรณศิลป์ ซึ่งมาพร้อมแพคเกจจิ้งครบเซ็ต ที่ออกแบบอย่างพรีเมี่ยม น่ารักสะดุดตา เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาสาวกเฮลโล คิตตี้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวอย่างแน่นอน

พบกับคอลเลคชั่น PRIMA | HELLO KITTY ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน PRIMA ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ : Prima Thailand

Tipco Super Fruit Makeover

น้องฉัตร ชวนสาวๆ มาสะบัดแปรงผิวสวยฉ่ำรับซัมเมอร์ เปลี่ยนลุคคุณเป็นคนใหม่ ในเวิร์คชอป “Tipco Super Fruit Makeover”

ทิปโก้ จับมือกับ น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ เมคอัพอาร์ติสชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมจัดกิจกรรมเวิร์คชอปสุดเอ๊กซ์คลูซีพ “Tipco Super Fruit Makeover” ผิวสวยฉ่ำรับซัมเมอร์ เปลี่ยนลุคคุณเป็นคนใหม่ จากเคล็ดลับการดูแลความงามจากภายในด้วย ทิปโก้ ซุปเปอร์ฟรุต เอสเซนส์ น้ำทับทิมสกัดเข้มข้น 100% และทีมงาน CHAT Makeup Artist มาช่วยจับมือสะบัดแปรงเปลี่ยนลุคให้สาวๆ ที่ได้รับคัดเลือกจากกิจกรรม Super Fruit Makeover ทั้งหมด 20 คน พร้อมแนะนำเทคนิคการแต่งหน้าเทรนด์ปี 2024 โชว์ผิวสวยฉ่ำโกลว์แลดูสุขภาพดีแบบไม่มีกั๊ก ณ Audrey Cafe des Fleurs ชั้น 8 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

น้องฉัตร ชวนสาวๆ มาสะบัดแปรงผิวสวยฉ่ำรับซัมเมอร์ เปลี่ยนลุคคุณเป็นคนใหม่ ในเวิร์คชอป “Tipco Super Fruit Makeover”

น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ ได้เผยเคล็ดลับการดูแลผิวในงานเวิร์คชอปครั้งนี้ว่า “การทำอาชีพเป็นช่างแต่งหน้าจะทำงานไม่เป็นเวลา บางวันทำงานตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ หากมีงานงานเช้าทีมงานต้อง สแตนบายแต่งหน้ากันตั้งแต่ ตี 3 ตี 4 ถ้ารับงานเจ้าสาวก็จะต้องแสตนบายจนจบงานก็มี ทำให้บางวันเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ไม่สดชื่น แต่โชคดีมีตัวช่วยที่ช่วยบูสต์พลังความสดชื่นอย่าง ทิปโก้ ซุปเปอร์ฟรุต เอสเซ้นส์ น้ำทับทิมเข้มข้น ที่ช่วยได้เยอะมากจริงๆ ยิ่งดื่มตอนเช้าก่อนทำงานยิ่งสดชื่นสุด ๆ และชอบตรงที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าของเซลล์ผิวด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีจากธรรมชาติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัยให้กับเซลล์ในร่างกายได้ และยังเป็นเกราะป้องกันมลพิษต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย และน้องฉัตรเชื่อว่าการที่จะมีผิวสุขภาพดีนั้น จะต้องดีมาจากภายใน ดังนั้น ทิปโก้ ซุปเปอร์ฟรุต เอสเซนส์ จึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับของฉัตรที่ช่วยในการดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอกครับ”


ครีมอาบน้ำ แจ๊บส์

ซัมเมอร์นี้ไม่หลบร้อน! สาดความสดชื่นด้วย ครีมอาบน้ำ และผ้าเช็ดทำความสะอาดสูตรเย็นจาก แจ๊บส์

ซัมเมอร์นี้ไม่ต้องหนีร้อนอีกต่อไป เตรียมมาสาดความสดชื่นด้วย “แจ๊บส์ ครีมอาบน้ำ คูลลิ่ง เฟรช เมนทอล” และ “ผ้าเช็ดทำความสะอาดสูตรเย็น แจ๊บส์ รีเฟรชชิ่ง ไวพส์ คูลลิ่ง เฟรซ” 2 ไอเท็มสุดคูลสูตรเมนทอลที่มาช่วยเติมความเย็นสดชื่นให้กับผิวได้ตลอดทั้งวัน และยังช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย มอบความรู้สึกเย็นสดชื่นผ่อนคลายทุกครั้ง หลังใช้ทันที ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสภาวะอากาศร้อน หรือทำกิจกรรมหนักแค่ไหนรับรองเอาอยู่

divana…Sustainability Luxury เมื่อการ “เปลี่ยน” กลายเป็นจังหวะของโอกาส

divana…Sustainability Luxury เมื่อการ “เปลี่ยน” กลายเป็นจังหวะของโอกาส

divana ก้าวสู่ปีที่ 25 ในฐานะแบรนด์สินค้าและบริการด้านเวลเนสอันดับต้นๆ ของไทย ท่ามกลางการยอมรับทั้งคุณภาพ และบริการระดับโลก บวกกับวิสัยทัศน์เชิงบวกของผู้บริหาร ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา ทำให้ divana ฝ่าทุกอุปสรรคมากว่า 2 ทศวรรษ ต้องยกเครดิตนี้ให้หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง คุณตง–ธเนศ จิระเสวกดิลก ที่จะนำพา divana ก้าวสู่ปีที่ 25 อย่างยั่งยืน

บทเรียนจากวิกฤต
“วิกฤตโควิดที่ผ่านมาเป็นช่วงหนึ่งที่เราต้องเผชิญกับความท้าทาย เพราะก่อนหน้านั้น divana เปิดให้บริการด้านสปาเป็นหลักทำให้ลูกค้า ประมาณ 80-90% เป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะ ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ที่เหลือเป็นคนไทย ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวปีแรกๆ เราตั้งใจจะเจาะตลาดยุโรป แต่จริตของแบรนด์เราไปตรงกับลูกค้าแถบเอเชีย เพราะด้วยโอกาสที่เขาได้มาเมืองไทยบ่อยกว่า จึงกลายเป็นว่าเขาครอบครองพื้นที่ได้เยอะกว่า

“จริงๆ แล้วตอนนั้นเรามีการเตรียมพร้อมในระดับหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าสถานการณ์จะมาเร็ว แรง และนานขนาดนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ถือว่าเราโชคดีคือ ผมกับตี๋ (พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ divana) ได้มีโอกาสไปเป็น mentor ให้กับกลุ่มนักธุรกิจ SCB SME ที่มาขอคำปรึกษากับธนาคาร เราเป็นเหมือนตัวเชื่อมแล้วนำประสบการณ์เป็นแชร์ให้พวกเขาได้ทราบ นอกจากนี้เรายังช่วยในส่วนของภาคการศึกษาในเรื่องการสร้าง eco-system ของstartup thai (ระบบนิเวศทางธุรกิจ) รวมถึง lifelong learning (รุปแบบการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต) ทำให้เราได้อัพเดทความรู้ ข้อมูล มองเห็นเทรนด์ของโลก และทำให้ทราบว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อโควิดระบาด มายด์เซ็ตของเราก็พร้อมสำหรับการปรับตัว

“เราทราบทันทีว่า หลังจากโควิด โลกจะเปลี่ยน วิธีการใช้ชีวิตเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแน่นอน ฉะนั้น divana ก็ต้องเปลี่ยน เราจึงวางแผนเลยว่า จะไม่เน้นแต่กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเหมือนในอดีต แต่จะเน้นกลุ่มคนที่เรียกว่า global citizen หรือพลเมืองโลก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ของที่เขาใช้ เครื่องดื่มที่กิน ไม่ได้มีผลกระทบแค่ตัวเขาใช่ไหม แต่มีผลกระทบถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว เช่น ธรรมชาติ ทำให้เวลาที่จะตัดสินใจใช้หรือทำอะไร เขาจะใส่ใจมากขึ้น และที่สำคัญ การที่เขาจะห่วงใยหรือดูแลตัวเอง จะไม่ใช่แค่มิติทางด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้มีทั้งความเครียดจากปัญหา รวมไปถึงเรื่องของอารมณ์ต่างๆ ด้วย จึงต้องดูแลเรื่องการบาลานซ์ และสร้างคุณค่าของชีวิตในเรื่องจิตวิญญาณด้วย

“ฉะนั้นกลุ่ม global citizen เป็นใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ ผู้สูงอายุ, Gen X, GenY, รวมทั้งกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ อย่าง กลุ่ม Millennials หรือ Gen Alpha ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของสังคม ธรรมชาติ และคนรอบข้างมากขึ้น เพราฉะนั้นเวลาเขาจะทำอะไรหรือกินอะไร ก็มองว่าทำร้ายธรรมชาติ หรือทำร้ายคนรอบข้างไหม ทำให้เกิดปัญหามลภาวะอะไรไหม นั่นคือกลุ่มคนที่เราต้องการจะโฟกัส

“ดังนั้นจะเห็นว่าเทรนด์ของ divana ตั้งแต่เริ่มต้นมาจนปัจจุบัน เราให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง มาโดยตลอด หนึ่ง เรื่องของสุขภาพ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพคือ พื้นฐานของการใช้ชีวิต ถือเป็นความจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก สอง ในเรื่องของธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่าธรรมชาติคือยารักษาที่ดีที่สุด เราจึงให้ความสำคัญกับการนำสมุนไพรหรือพลังและคุณค่าจากธรรมชาติมาใช้ และสุดท้าย hospitality คือการต้อนรับและบริการ ซึ่งเป็นพื้นฐานของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว thainess hospitality จึงเป็นจุดแข็งของเรา”

It’s Time to Re-brand
“ช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราคือ ต้องรัดเข็มขัดกับทุกอย่าง ขณะเดียวกันเราก็ต้องเพิ่มรายได้ให้มากที่สุด และทุกคนต้องทำทุกหน้าที่ให้ได้เยอะที่สุด แต่มี 2 เรื่องที่เราไม่สามารถลดหรือตัดทอนได้เลย คือ เรื่องของคน เพราะเป็นหัวใจสำคัญ เราต้องดูแลและประคองพนักงานทุกคนให้ไปด้วยกันให้ได้ และเรื่องของนวัตกรรม เพราะทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยต่อยอดให้กับแบรนด์เราเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต

“เราจึงตัดสินใจ re-brand ครั้งใหญ่ ลงทุนกับการปรับแบรนด์เพื่อให้มีความแข็งแรง โดยเฉพาะการเข้าไปสู่เทรนด์ของความยั่งยืนหรือ sustainability มากขึ้น เราจึงมอบหมายให้มืออาชีพ คือบริษัทออกแบบดีไซน์ระดับโลกสัญชาติสแกนดิเนเวียน อย่าง jjd ซึ่งมีความถนัดในเรื่องของ sustainability ให้มาช่วยทำ positioning ของ divana ให้ก้าวสู้ความเป็น sustainability luxury branding อย่างเต็มตัว

“สำหรับมิติของความ Luxury หลายคนอาจจะนึกถึงฝรั่งเศส ที่มีความหรูหรา ทุกอย่างมลังเมลือง หรือไม่ก็แบบอิตาลี ที่เน้นแฟชั่น และดีไซน์ที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟ แต่ divana มองภาพลักชัวรี่ในแบบของสวิตเซอร์แลนด์ คือ หนึ่ง มีวิธีคิดหรือวิธีการใช้ชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ เละเข้าถึงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี สอง ความเคารพในตัวเอง เมื่อตัดสินใจทำหน้าที่อะไรแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุดในชีวิต และสาม คือความยั่งยืน ไม่ฟุ่มเฟือย หรือทิ้งอะไรโดยเปล่าประโยชน์ เราจะนำไปรีไซเคิล หรือ re-use ไหม่ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสิ่งนั้นให้มากที่สุด

“เรื่องของงานดีไซน์ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เราเน้นความเป็น universal สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น คือมีความ Simple และ Humble โดยถ่ายทอดออกมาเป็น symbolic design ที่เป็นวงกลม 3 วง เปรียบเหมือนวงปีของต้นไม้ ต้องการสื่อถึง Longevity Life หรืออายุยืนแบบมีคุณภาพของผู้คน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของแบรนด์ divana เพราะเราต้องการให้คนรอบข้างของเราทุกคนมีชีวิตที่มีความสุข มีสุขภาพที่ดีในทุกๆ วัน ทั้งในมิติของร่างกาย จิตใจ รวมถึงเรื่องของจิตวิญญาณ และที่สำคัญทุกเช้าที่เikตื่นขึ้นมาจะรู้เลยว่า วันนี้เราจะทำประโยชน์อะไรให้กับสังคม หรือธรรมชาติได้อย่างไร

“ส่วนเรื่องของกลิ่นหอม ปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับ plant based ingredient หรือสารสกัดต่างๆ ที่มาจากธรรมชาติ 100% เราได้เนรมิตกลิ่นหอมใหม่ภายใต้คอนเส็ป Phenomenon Collection ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นกลิ่นหอม 8 กลิ่นพิเศษจากธรรมชาติ ที่มอบ 8 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์และให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ได้แก่ North Star ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง อบอุ่น, Sunrise ให้ความรู้สึกรีเฟรช ฟื้นฟูพลัง ลดความเหนื่อยล้า, Full Moon ให้ความรู้สึกโรแมนติก หลงใหล น่าจดจำ, Snowdrop ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เสริมสร้างจินตนาการ, Rainbow ให้ความรู้สึกถึงการเปล่งประกายของความหวังและความฝัน, Moss Garden ให้ความรู้สึกถึงการฟื้นฟูร่างกาย เติมเต็มจิตวิญญาณ, Aurora ให้ความรู้สึกลึกลับ ทรงคุณค่าและทรงพลัง สุดท้ายคือกลิ่น Glacier ให้ความรู้สึกสนุกสนาน มีชีวิตชีวา

“แม้วันนี้ divana จะมีการปรับเปลี่ยน แต่เรายังเก็บซีรี่ส์กลิ่น Signature Collection ทั้ง 8 กลิ่นคลาสสิกจากพืชพรรณธรรมชาติของเราที่อยู่กันมากว่า 20 ปี ประกอบด้วย Pitta Ginger Olive, Pasuta Papaya, Amrita Jasmine, Prana Lemongrass, Queen of the night, Raya Vedic Rose, Amethyst Lavendar และ Emerald Verte”

Divana Wellness Atelier
“ความเปลี่ยนแปลง และการรีแบรนดิ้งทั้งหมดนี้ เราทำมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มเปิดประเทศ รวมทั้งการเปิดตัวเฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของ Ddivana ที่ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ที่ที่ทำให้วันนี้ผู้คนได้เห็นความเป็น Sustainable Luxury อย่างเต็มตัว ซึ่งที่มาของแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้ โดยเอ็มสเฟียร์ ถือเป็นศูนย์การค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ เราจึงได้จับจองพื้นที่ตรงนี้แล้วสร้างเป็น Divana Wellness Atelier โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ แฟล็กชิปสโตร์ที่เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ Divana ทั้งหมด ส่วนที่สอง เราทำเป็น Whole Food Cafe เพราพยายามต่อยอดคำว่า sustainability ในทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะสารสกัด สารประกอบเพื่อทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และลดการเกิด Waste ให้น้อยที่สุด

“ส่วนที่ 3 DIY Station เราจะมีคลาสสำหรับทำเวิร์กช็อป หรือกิจกรรมพิเศษขึ้นมาทุกอาทิตย์ เมื่อเดือนที่แล้ว เราทำกิจกรรมเวิร์กช็อป ที่เรียกว่า self love เพราะเรามองว่าคนในยุคนี้โหยหาในเรื่องของการเติมเต็มคุณค่าทางจิตใจให้กับตัวเอง โดยที่เราเชิญนักเปิดไพ่มาตอบทุกคำถามที่ค้างคาใจ อย่าง เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนนอนหลับแห่งโลก เราจัดกิจกรรมการทำ miracle roller essential oil ลูกกลิ้งน้ำมันหอมระเหย ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ

“ทำให้ Divana Wellness Atelier เป็นที่รู้จักตั้งแต่วันเปิดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าดีมากๆ เช็คลิสต์ของเราติ๊กถูกทุกข้อเลย เพราะ หนึ่ง สิ่งที่เราสื่อสารออกไป ลูกค้าเข้าใจและมีความสุข ถือเป็นที่ที่สามารถสร้าง wellness activity ให้เขาได้ สอง เราได้กลุ่มที่เป็น global citizen จริงๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen A มากันเยอะมาก คือเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้ลูกค้าได้ทดลองผลิตภัณฑ์และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

“ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นที่มาที่เราจะเริ่มต้นประกาศว่า Divana กำลังเข้าสู่ Sustainable Luxury Branding อย่างเต็มตัว”


ถึงเวลาพักร้อน! สำรวจไอเท็มรับซัมเมอร์ผ่านคอลเล็คชั่น Dioriviera

เมื่อซัมเมอร์เดินทางมาถึงก็เหมือนเป็นสัญญาณแห่งการพักร้อน ‘Dioriviera’ จึงนำเสนอไอเท็มแห่งการเดินทางหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่สู่จุดหมายปลายทางการพักผ่อนในฝัน

คอลเล็คชั่นเครื่องแต่งกายลำลองสำหรับการเดินทางพักผ่อน Dioriviera โดย ‘มาเรีย กราเซีย คิวริ’ มีหัวใจสำคัญเป็นผ้าพิมพ์ลายจิตรกรรม toile de Jouy (ตวล เดอ ฌูย) ซึ่งได้นำกลับมาดัดแปลง และพัฒนาใหม่สู่แพรพรรณหลากเนื้อสัมผัส รองรับงานออกแบบลวดลายใหม่ยกผืนสำหรับตัดเย็บ และสรรค์สร้างผลงานต่างรูปลักษณ์จนกลายเป็นที่รู้จัก และจดจำในฐานะสัญลักษณ์ประจำ House of Dior

โดยคอลเล็คชั่นล่าสุด “ตวล เดอ ฌูย” ได้รับการออกแบบลวดลายใหม่ถึงสองรุ่น ประกอบไปด้วย Toile de Jouy Sauvage (ตวล เดอ ฌูย โซวาจ) ตั้งชื่อตามความหรูหราของพงไพรธรรมชาติ และ Toile de Jouy Soleil (ตวล เดอ ฌูย โซเลย์) สะกดสายตาด้วยลวดลายดวงอาทิตย์กับหมู่ดาวบริวาร ร่วมกับลูกเล่นสีสันสดใสรื่นรมย์สายตาจากน้ำเงินกรมท่าสู่สีส้มปะการัง จากสีเขียวน้ำทะเลสู่สีชมพูนวลแป้ง และสีเหลืองมะนาว เพื่อนำมาใช้ตัดเย็บเครื่องแต่งกายหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นเดรส, กระโปรง, เสื้อกระดุมหน้า และเสื้อแขนกุด

ผ้าพิมพ์ลายใหม่ทั้งสองรุ่นจะยังมอบความครบครันให้กับลุคการแต่งกายชายหาดผ่านเครื่องประดับหลากสไตล์ ทั้งผ้าคลุมไหล่แบบปอนโช, ผ้าปูรองนั่งแบบฟูตาห์ และผ้านุ่มแบบปารีโอ รวมถึงผ้าพันคอทอไหม ซึ่งยังเพิ่มตัวเลือกด้วยงานพิมพ์ลายตารางฟันสุนัขหรือ houndstooth (ฮาวน์ดสูทูธ) อันทรงแบบฉบับแล้ว ก็ยังมาปรากฏบนกระเป๋าถือ ทั้งรุ่น Lady D-Lite กับ Dior Book Tote bags และกระเป๋าสาน Lady D-Joy นอกจากนี้ยังมีรองเท้าหนังสาน Dior Sun กับ Dway รองเท้าแตะยกพื้นตกแต่งโลโก้สัญลักษณ์ Christian Dior

สำหรับสายกิจกรรมหรือรักการแต่งบ้าน Dioriviera ยังนำเสนอ เสื่อโยคะ, ร่ม และเก้าอี้ชายหาด ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ ตกแต่งบ้าน, ภาชนะประจำโต๊ะอาหาร และหมอนปักอีกด้วย


นับถอยหลัง! ไปจอยในงาน “FANSLAND MUSIC FESTIVAL”

นับถอยหลัง! ไปจอยในงาน “FANSLAND MUSIC FESTIVAL” 4-5 พฤษภาคมนี้ ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-8 เมืองทองธานี

“ไอมี่ไทยแลนด์” ผู้จัดสายทุ่ม พร้อมเปย์หนักทุกฟังก์ชัน แสง สี เสียง สมสโลแกน “We’re all gonna make it!” กับงานมิวสิคเฟสติวัลแห่งปีรวมศิลปินชื่อดังฝั่งเกาหลี และฝั่งไทยเอาไว้มากที่สุด ในงาน “FANSLAND MUSIC FESTIVAL” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 พฤษภาคมนี้ ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-8 เมืองทองธานี

เตรียมพบกับปรากฎการณ์ทางดนตรีที่จะทำให้เห็นถึงคำว่าคุ้มค่าทุกนาทีมีอยู่จริง! ไลน์อัพศิลปินอัดแน่นเกือบ 70 ชีวิตที่จะมาสาดความสนุกแบบจุใจทั้ง 2 วัน วันละกว่า 6 ชั่วโมง ตัวพ่อ ตัวแม่ สายแดนซ์มาครบ ประเดิมวันแรก 4 พฤษภาคม โอปป้าตัวพ่อที่แค่เห็นชื่อก็การันตีความมันส์สะท้านเวที “PSY” HEAD LINER ตามมาด้วยต่อแม่ ตัวมัม “SISTAR19 , HYOLYN และเหล่ารุ่นน้องสุดฮอตอย่าง HENRY LAU และ 8TURN พร้อมแท็กทีมศิลปินไทย อย่าง “WIN METAWIN (วิน เมธวิน) , BUS because of you i shine, DICE และ LKYN มามอบความสนุก

ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม ก็ปังไม่แพ้กัน ศิลปินเบอร์ต้นของเมืองไทย “BILLKIN & PP KRIT” (บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ และพีพี-กฤษฎ์)  HEAD LINER นำทัพศิลปินดัง “TAEMIN, CHANYEOL,24KGOLDN, EDISON CHAN&3CORNERZ, DREAMNOTE, PRETZELLE และศิลปินน้องใหม่แกะกล่องวง GEN1ES จากรายการเซอไววัลชื่อดัง CHUANG ASIA มาระเบิดความร้อนแรงให้เวทีลุกเป็นไฟ

สำหรับงาน “FANSLAND MUSIC FESTIVAL” เปิดให้จับจองบัตรแล้ว บัตร 1 วัน ราคา 4,500 บาท และ 2 วัน  6,000 บาท ซื้อบัตรได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

Fansland – https://fansland.io/bsc/launchpad/fansland2024

Fantopia – https://fantopia.io/events-tickets?eventsKey=s81m7r7s

Damai – https://detail.damai.cn/item.htm?id=773358428382

Ticketmelon – https://www.ticketmelon.com/event/fanslandmusicfestival

ทาดาโอะ อันโดะ x บุลการี ยลโฉม 4 เรือนเวลาผ่านห้วงฤดูกาล

นับเป็นความร่วมมือเชิงศิลป์ครั้งแรก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในคอลเล็คชั่น เซอร์เพนติ ทูโบกาส (Serpenti Tubogas) โดยการ เฉลิมฉลองชั่วขณะแห่งความหรูหรางดงามของธรรมชาติ ที่เป็นแนวคิดอันเป็นที่รักยิ่งสำหรับสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) นำเสนอผ่านความโดดเด่นของอเวนจูรีนสีเขียว ไทเกอร์สอาย รวมทั้งเปลือกหอยมุกสีขาว หรือสีชมพู ซึ่งวันนี้ได้ตีความมาสู่โฉมหน้าของนาฬิการูปทรงงูอันเป็นไอคอนิกของบุลการี และแสดงออกถึงเหลือบสีที่เปลี่ยนแปลงไปของผืนป่าตลอดการผันเปลี่ยนของฤดูกาลต่างๆ

ทาดาโอะ อันโดะ x บุลการี ยลโฉม 4 เรือนเวลาผ่านห้วงฤดูกาล

ฤดูร้อน (natsu) ความเข้มข้นแห่งเฉดสีเขียวชอุ่มของผืนป่าที่อาบไปด้วยแสงอาทิตย์ นำเสนอผ่านความมีชีวิตชีวาของหินอเวนจูรีนสีเขียวกึ่งโปร่งแสงเล็กน้อยที่เสริมเสน่ห์ด้วยมิติของแสงสลัวที่ปรากฏบนหน้าปัดอันโดดเด่นสะกดสายตา ทั้งยังตัดอย่างสวยงามกับตัวเรือนและสายสร้อยข้อมือที่ทำจากเยลโลว์โกลด์และสตีล

ฤดูใบไม้ร่วง (aki) ใบไม้ก็ดูคล้ายกับลุกไหม้ และที่นี่ไทเกอร์สอายได้เข้ามามอบซึ่งแสงเรืองรองสีทองอันอบอุ่นให้กับงูอันเป็นไอคอนิก ที่บรรจบกับความรุ่มรวยของโรสโกลด์ ทั้งยังย้ำความโดดเด่นด้วยรูเบลไลต์สีชมพูบนเม็ดมะยม

ฤดูหนาว (fuyu) ความสวยงามอันเย็นยะเยือกของธรรมชาติก็ได้ถูกเผยออกมา ผ่านสัญลักษณ์ของการประดับมุกด้วยเปลือกหอยมุกสีขาว กับเหลือบสีรุ้งอันเรืองรองที่เติมเต็มอย่างสวยงามโดยตัวเรือนและสายสตีลอันแพรวพราว

ฤดูใบไม้ผลิ (haru) ได้ประกาศถึงการถือกำเนิดใหม่ของพลังงานแห่งชีวิต กับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในญี่ปุ่นพร้อมดาดาษไปด้วยซากุระบาน ท่ามกลางป่าแห่งต้นดอกซากุระอันเป็นภาพวิจิตรงดงามที่บรรจุอยู่ภายในนาฬิการุ่นผลิตจำนวนจำกัดของ เซอร์เพนติ ซึ่งถ่ายทอดผ่านเฉดสีต่าง ๆ อันละเอียดอ่อนของการประดับมุกด้วยเปลือกหอยมุกสีชมพูอ่อนหวาน

ผลงานรุ่นใหม่สู่คอลเล็คชั่น เซอร์เพนติ ทูโบกาส เหล่านี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูกาลต่าง ๆ และพร้อมเปิดตัวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 2025 โดยแต่ละรุ่นผลิตจำนวนจำกัดนี้ยังบรรจุภายในกล่องที่ออกแบบและรังสรรค์ขึ้นพิเศษ พร้อมทั้งลายเซ็นของทาดาโอะ อันโดะ อันเป็นรายละเอียดที่แสดงออกผ่านฝาหลังของตัวเรือนนาฬิกาแต่ละเรือน มากไปกว่านั้น ยังมีเซ็ตของนาฬิการวมทั้งหมดสี่รุ่นบรรจุอยู่ภายในกล่องสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกจำนวนยี่สิบเซ็ต ที่จะนำเสนอสำหรับเหล่านักสะสมและผู้ที่หลงใหลในผลงานสร้างสรรค์นี้ด้วย


คิมจีวอน (Kim Ji Won)

คิมจีวอน (Kim Ji Won) นางรองสู่นางเอกเรตติ้งสูงสุดขวัญใจชาวเกาหลี

กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่สร้างประวัติศาสตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Queen of Tears ผลงานล่าสุดของพระเอกค่าตัวแพง คิมซูฮยอน  กับนางเอกสาว คิมจีวอน ที่ล่าสุดสร้างสถิติใหม่ให้กับช่อง TVN ด้วยการทำเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศไปถึง  24.850 % ล้มแชมป์เก่า ซีรีส์ Crash Landing on You ผลงานของ ฮยอนบิน และ ซนเยจิน ซึ่งสถิติ 21.683 %

คิมจีวอน Queen of Tears

โดยที่ผ่านมา 5 ซีรีส์เรตติ้งสูงสุดตลอดกาล ช่อง tvN มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1 Queen of Tears 24.850 %

อันดับ 2 Crash Landing on You 21.683 %

อันดับ 3 Reply 1988 18.803 %

อันดับ 4 Goblin 18.680 %

อันดับ 5  Mr. Sunshine 18.129 %

ขณะเดียวกันถ้าพูดถึง 5 ซีรีส์เรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของช่องเคเบิ้ลทีวี Queen of Tears รั้งอันดับ 3 เป็นรอง The World of the Married 28.371  และ Reborn Rich 26.948 %  อันดับหนึ่งและสองตามลำดับ

คิมจีวอน (Kim Ji Won) จากนางรองสู่นางเอกเรตติ้งสูงสุดขวัญใจชาวเกาหลี

อีกหนึ่งเรื่องที่กลายเป็นปรากฏการณ์คือ การที่นางเอกของเรื่องนี้  คิมจีวอน  หรือ พี่สาวฮงแฮอิน กลายเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างสุดขีด งานพรเซนเตอร์เข้าแบบไม่พัก รวมถึงมีกองทัพสื่อและแฟนคลับจำนวนมากมาให้กำลังใจเธอหน้าที่จัดงานเลี้ยงปิดกล้อง ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำเอาเจ้าตัวเกือบน้ำตาไหล

คิมจีวอน  (Kim Ji Won)
คิมจีวอน  (Kim Ji Won)

กว่าที่จะประสบความสำเร็จไม่ง่าย คิมจีวอน เข้าวงการบันเทิงโดยเริ่มจากการถ่ายแบบโฆษณา มีผลงานเข้าตาและเป็นที่จดจำของแฟนๆ หลายตัวไม่ว่าจะเป็น โฆษณามือถือ LG’s Lollipop 2 ร่วมกับ Big Bang, ขนมเค้ก Tous Les Jours  กับ พระเอกดัง วอนบิน ร่วมถึงได้ร้องเพลง Pick A Star From The Sky โฆษณาของผลิตภัณฑ์ OranC จนกลายเป็นไวรัล

โฆษณามือถือ LG’s Lollipop 2

นอกจากนี้ยังเคยปรากฏตัวในมิวสิควิดีโอเพลง Gossip Boy ของ YOUNHA ทั้งยังเดินสายร่วมกับเธอในฐานะ JessicaK และมีผลงานเพลงประกอบซีรีส์ต่างๆ ออกมาอีกหลายชิ้น

คิมจีวอน เคยร่วมแสดงในซีรีส์ดังหลายเรื่อง อาทิ บท ราเชล ในผลงาน The Heirs วุ่นรักทายาทพันล้าน, รับบท นางรอง ในเรื่อง Descendants of the Sun ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ หลังจากนั้นก็ได้ขึ้นแท่นนางเอกในเรื่อง Arthdal ​​​​Chronicles , Lovestruck in the City  และ My Liberation Notes ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่มีกระแสที่มากมายเท่าผลงานล่าสุด Queen of Tears ที่เพิ่งลาจอไปหมาดๆ

 Descendants of the Sun ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ
Descendants of the Sun ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ