สำรวจหนัง Dior Gravity ผ่านกระเป๋าเมนเซนเจอร์ใบใหม่ของ อาโป ณัฐวิญญ์

เป็นถึง House Ambassador ทั้งทีไม่มีพลาด! อาโป ณัฐวิญญ์ กับกระเป๋าหนัง ‘Dior Gravity’ ใบใหม่จากคอลเล็คชั่น Fall 2024

ได้เวลาเจาะไอเท็มใหม่อีกครั้งเมื่อดิออร์เปิดตัววัสดุหนัง ‘Dior Gravity’ ที่ออกแบบโดย Kim Jones และประทับลวดลาย Dior Oblique ที่เป็นเอกลักษณ์ของเฮาส์ โดยในคอลเล็คชั่น Fall 2024 ได้ใช้วัสดุดังกล่าวมาครีเอทเป็นไอเท็มหลายชนิดตั้งแต่กระเป๋า รองเท้า และเข็มขัด

แน่นอนว่าตัวแทนอย่าง House Ambassador ของ Dior อย่าง ‘อาโป ณัฐวิญญ์’ ก็ไม่มีพลาด หยิบไอเท็มใหม่มาใส่อวดโฉมโดยในลุค Fall 2024 ของเขา ไอเท็มที่โดดเด่นที่สุด ต้องยกให้กับ Dior Hit the Road Messenger Bag ที่ทำมาจากหนัง Dior Gravity ในรูปทรงกระเป๋าเมสเซนเจอร์ อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเต็มรูปแบบ จุของได้เยอะ และมีฝาปิดพร้อมประดับลาย CD ปั๊มลาย Christian Dior โดยรวมแล้วกระเป๋าใบนี้ให้ความสตรีท รับรองว่าหยิบใช้ได้ใน Everyday Look แน่นอน สนนราคาประมาณ 130,000 บาท


ภาพ: @apo555 และ Dior.com

So Hot! ลุคเกินต้านของ 5 สาว VIIS และความปังจัดเต็มในซิงเกิ้ลล่าสุด

#PraewDigitalCover เป็นอีกหนึ่งเกิร์ลกรุ๊ปที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ทุกครั้ง ครั้งนี้มาพร้อมกับซิงเกิ้ลล่าสุด “Mirror Mirror” จาก VIIS (วิส) “ปลายฟ้า – ปลายฟ้า ศิระอาชา, ธารา – อนันต์ธารา กิ๊บสัน, ซอนญ่า พราว บีสัน, เชียร์ – กชพรรณ กิจไกรลาศ และ อะตอม – ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส” ที่มาพร้อมลุคสุดร้อนแรง ใน #PraewDigitalCover พร้อมด้วยพัฒนาการด้านการร้อง เต้น และเสน่ห์แบบจัดเต็ม

พูดถึงผลงานล่าสุด “Mirror Mirror” หน่อยค่ะ

เชียร์    “Mirror Mirror เป็นเพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่ Toxic ที่เขาต้องการให้เราเปลี่ยนตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วถ้าเขารักเราจริง เขาต้องรักที่เราเป็นเรา ซึ่งตรงกับเนื้อเพลงท่อนที่ว่า ‘บอกว่ารักฉันจริง แต่ให้เป็นเหมือนใคร มันก็คงไม่ใช่ OK’

อะตอม            “ซึ่งถ้าดูจากผลงานก่อนหน้านี้ก็จะเป็น Barbie (Oops Oops) , ร้ายก็ได้ (Don’t Mind) , เล่นไม่คิด (Thoughless) จะเป็นแนวกำลังเริ่มมีความรัก แต่ตอนนี้อัพเกรดแล้ว ก็จะมีความดุขึ้น มีความโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น”

จากเพลงแรกจนถึงเพลงล่าสุด คิดว่า VIIS เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ธารา    “โดยรวมเติบโตขึ้น อย่างตอนเพลง Barbie (Oops Oops) ตอนนั้นพวกเรายังเป็นเฟรชชี่ แต่ตอนนี้โตขึ้นเป็นซีเนียร์ ขึ้นมานิดนึงค่ะ”

ซอนญ่า            “คิดว่าลุคโตขึ้นด้วยค่ะ ทั้งการแต่งตัว หน้า ผม และยังคงคอนเซ็ปต์เต้นแข็งแรงเก็บทุกบีท” (หัวเราะ)

เชียร์    “ใช่ค่ะ และเข้าใจความรักหลายรูปแบบมากขึ้นด้วย”

ถ้าในมุมส่วนตัว แต่ละคนคิดว่าตัวเองโตขึ้นในมุมไหนบ้าง

ซอนญ่า          “มีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ (ยิ้ม) พอเราผ่านมาหลายสเตจ มีเพลงเยอะขึ้น เราก็มีประสบการณ์มากขึ้น ก็เลยมีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ”

เชียร์    “คิดว่าน่าจะมีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไปค่ะ” (ยิ้ม)

ธารา    “น่าจะเป็นเรื่อง Mindset รู้สึกว่าตัวเองมี Mindset โตขึ้น Positive ขึ้นกว่าเดิมค่ะ

อะตอม “ของหนูนอกจากอายุแล้ว ก็น่าจะเป็นพลังค่ะ (หัวเราะ) เหมือนเราโตขึ้นตามเพลง เป็นเด็กที่มีพลังพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ”

ปลายฟ้า          “ของหนูเหมือนอะตอมเลยค่ะ ปีนี้เป็นปีที่โตขึ้นด้านความคิด และจัดการเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น อย่างตอนนี้เรียนจบแล้ว ก็โฟกัสกับงานได้เต็มที่มากขึ้น และพัฒนาตัวเองเรื่องงานได้เต็มที่ขึ้นด้วยค่ะ”

ในการทำงานแต่ละคนช่วยเหลือกันอย่างไรบ้างคะ

ซอนญ่า            “ในการทำงาน หนูคิดว่าแต่ละคนมีเอเนอร์จี้ที่ต่างกัน คอยช่วยเหลือกัน อย่างหนูเอง เป็นคนที่คอยทำให้เสียงดังค่ะ” (หัวเราะ)

เชียร์    “การทำงานหนูรู้สึกว่าพวกเราทั้ง 5 คน มีเรื่องเสริมและช่วยกันเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ การซ้อมเต้น การไปโชว์ ทุกอย่างเลยค่ะ”

ขอ 1 คำ แทนความตัวเอง

ซอนญ่า            “เสียงดัง! (หัวเราะ) หนูเป็นคนเสียงดังค่ะ”

ปลายฟ้า          “อืม… คำว่า พูดไม่รู้เรื่อง ค่ะ” (หัวเราะ)

เชียร์    “หมวยเล็ก แล้วกันค่ะ ดูจำง่าย และเข้ากับลุคหนูด้วย”

ซอนญ่า          “หมวยเล็ก เข้ากับพี่อะตอมมากกว่าอีก”

อะตอม (รีบตอบ) “งั้นหนูขอคำว่า หมวยเล็กค่ะ” (หัวเราะ)

ซอนญ่า          “เชียร์เหมือนการ์ตูนปุ๊กก้า”

เชียร์    “งั้นคำว่า ปุ๊กก้าค่ะ” (หัวเราะ)

อยากให้ VIIS ฝากอะไรถึงแฟนคลับหน่อยค่ะ

อะตอม “ขอบคุณที่ติดตามพวกเราทั้ง 5 คนนะคะ เราจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ จะทำให้ทุกคนดีใจและภูมิใจในตัวพวกเรานะคะ”

เชียร์    “อยากบอกว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอทุกคน ไม่ว่าจะเป็นงานไหนก็ตาม ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ”

  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • Digital Editor & Style : Minim
  • Art Director: Voravat
  • Story : รินรดา นีราณิชกุล
  • Fashion Writer : Mild Wipada
  • เสื้อผ้า : Kloset / PENNYPINCHER

‘Chai Jia Chai’ รังสรรค์อาหารจีนโอมากาเสะ ช่วยแผ่นดินไหวในไต้หวัน ในงานดินเนอร์การกุศล ‘Helping Hands for Taiwan’

“Chai Jia Chai” (ไชย เจีย ชัย) ร้านอาหารจีนกวางตุ้งไฟน์ไดนิ่ง ที่นำเสนอในรูปแบบโอมากาเสะแห่งแรกในประเทศไทย ชวนนักชิมร่วมดินเนอร์การกุศล “Helping Hands for Taiwan: Earthquake Relief Charity Dinner” ที่พาคนรักอาหารจีนออกเดินทางไปกับเมนูรสเลิศล้ำถึง 9 คอร์ส พร้อมส่งต่อน้ำใจช่วยบรรเทาภัยแผ่นดินไหวในไต้หวัน เมื่อเร็วๆ นี้

บรรยากาศมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Helping Hands for Taiwan: Earthquake Relief Charity Dinner” ณ Chai Jia Chai ร้านอาหารจีนกวางตุ้งไฟน์ไดน์นิ่งในกรุงเทพฯ ที่นำโดยเชฟชาวไต้หวัน อบอวลไปด้วยความรื่นรมย์ อบอุ่น และความร่วมใจกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไต้หวัน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 ซึ่งนับเป็นมหันตภัยครั้งรุนแรงที่สุดของไต้หวันในรอบ 25 ปี สร้างความเสียหายให้กับผู้คนนับล้าน รวมถึงร้านค้า โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ล้วนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายในการบูรณะสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 22.7 พันล้านบาทไทย) และโปรเจกต์ดินเนอร์การกุศลของ Chai Jia Chai ครั้งนี้ ก็ได้เปิดโอกาสให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่อาศัยในไทย ได้ร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้ ผ่านกิมมิกอาหารจีนกวางตุ้ง “โอมากาเสะ” ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน และจะมอบรายได้ทั้งหมด (หลังหักค่าใช้จ่าย) ให้กับรัฐบาลไต้หวัน เพื่อสนับสนุนการบรรเทาภัยพิบัติฟื้นฟูชีวิตและชุมชนใน ฮวาเหลียน (Hualien) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ความพิเศษของค่ำคืนนี้ รังสรรค์โดย ‘เชฟไช่ ชื่อ เหวย’ (Chef Tsai Shih Wei) เชฟชาวไต้หวันผู้มีประสบการณ์ในร้านมิชลินมากว่า 23 ปี แห่งร้าน Chai Jia Chai ได้เผยด้านใหม่ของอาหารจีน (Cantonese Cuisine) ในสไตล์ไต้หวัน และนำเสนอในรูปแบบ “โอมากาเสะ” สุดครีเอทีฟ กับเมนูอันเลิศล้ำ 9 คอร์ส เมนูที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันนี้ จะพานักทานท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งรสชาติของ “ไต้หวัน” ทั้งยังเผยให้เห็นทั้งมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยและอนาคตอันน่าตื่นเต้นของอาหารไต้หวัน แต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและประเพณีท้องถิ่นอันเป็นที่รัก นำมาตีความใหม่ด้วยสัมผัสความทันสมัย รวมถึงหยิบยกเมนู “สตรีทฟู้ด” อันโด่งดังของไต้หวันมาผสานเทคนิคการปรุงอาหารชั้นเลิศแบบกวางตุ้ง ที่จะทำให้ทั้งงานอบอวนไปด้วยรสสัมผัสและกลิ่นอายของไต้หวันอย่างแท้จริง

คอร์สแรก เริ่มต้นการผจญภัยคอร์สอาหารจีนโอมากาเสะ กับเมนูเรียกน้ำย่อย 3 อย่าง ได้แก่ “สลัดกุ้งแลงกูสทีน” สดชื่นกับสลัดผลไม้ตามฤดูกาลและผักย่าง ออนท็อปด้วยกุ้งหวานฉ่ำ และคาเวียร์ Prunier “Osciètre”  “อกเป็ดรมควันกับไข่ปลากระบอก” อกเป็ดรมควัน 14 วัน เนื้อนุ่มละมุน จับคู่กับ ไข่ปลากระบอก หรือ Mullet Roe อาหารชนชั้นสูงของไต้หวัน และ “โรลปลาหมึกราดซอสห้ารส” ปลาหมึกนุ่มยัดไส้กล้วย กระเทียม ผักชี และพริกไทย เคลือบด้วยซอสห้ารสแบบดั้งเดิม เพิ่มความอร่อยเข้มข้น

คอร์สที่สอง ซิมโฟนีแห่งเนื้อสัมผัสและรสชาติ “หมี่กรอบหอยนางรม” (Oyster Crispy Rice Noodles) หอยนางรมสดจากทะเลไทยบนเส้นหมี่กรอบ โรยหอมเจียวหอมกรุ่น ปลาแห้ง และคาเวียร์ Prunier “Osciètre” ให้รสสัมผัสอันแตกต่างแต่ลงตัว

คอร์สที่สาม สัมผัสประวัติศาสตร์กับ “ซุปสี่สหาย” (Four Gods Soup) ซุปรสเข้มข้นของการผสานส่วนผสมต่าง ๆ อาทิ เคียมซิก เม็ดบัว และลูกเดือย ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ขณะที่รังนก หอยเชลล์แห้ง และตังกุย เพิ่มความซับซ้อนของรสชาติ ชุ่มช่ำด้วยประวัติศาสตร์

คอร์สที่สี่ “กระเพาะปลาตุ๋นกับหมู” (Braised Fish Maw with Pork) ลิ้มลองเมนูแห่งความหรูหรา ผ่านความนุ่มละมุนของเนื้อหมูสามชั้นกับกระเพาะปลาเนื้อพรีเมี่ยม ตุ๋นในน้ำซอสเข้มข้นกลมกล่อม พร้อมเห็ดทรัฟเฟิลดำและเผือก

คอร์สที่ห้า คั่นระหว่างมื้อด้วยPalate Cleanser ผลไม้เชื่อมและชะเอมเทศที่ให้รสสัมผัสที่น่าแปลกใจแต่แสนอร่อย เข้ากันอย่างลงตัวกับความหวานของลูกพรุนอบแห้ง มะเขือเทศ และเถาเจียว หรือน้ำตาลดอกท้อ (peach gum)

คอร์สที่หก ความสุขของคนรักเนื้อกับ “เนื้อสันใน A5 ตุ๋น” (Braised A5 Fillet) เนื้อสันในวากิว A5 จากคาโกชิม่าละลายในปาก ยกระดับด้วยน้ำซอสเนื้อวัวสไตล์ไต้หวันรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้จีนดองและหน่อไม้ สร้างสรรค์คำที่หรูหราและน่าจดจำ

คอร์สที่เจ็ด “ข้าวต้มล็อบสเตอร์” (Lobster Porridge) ดื่มด่ำกับแก่นแท้ของความหรูหราด้วยเมนูสุดพิเศษ ข้าวต้มล็อบสเตอร์เนื้อเนียนนุ่ม เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่หรูหราและอบอุ่น ชูรสชาติความหวานของล็อบสเตอร์ไทยได้อย่างลงตัว

ปิดท้ายด้วยของหวานสุดพิเศษฝีมือเชฟชื่อดังอย่าง เชฟคณิน บุญตันบุตร เชฟขนม จาก “Potong” (โพทง) ร้านอาหารไทย-จีนชื่อดังและได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว ที่มาร่วมสร้างสรรค์ขนมหวานในงานนี้ เพิ่มประสบการณ์การรับประทานให้เหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย ด้วยเมนูขนมหวานซิกเนเจอร์ ‘Famous’ (คอร์สที่แปด) และ‘Petit Four’ (คอร์สที่เก้า) ที่นำเอาผลไม้เมืองร้อน ได้แก่ สับปะรด มะพร้าว และมะม่วง มาสร้างสรรค์เป็นของหวานตบท้ายที่สดชื่นและน่าประทับใจ ปิดท้ายมื้อค่ำเพื่อไต้หวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากอาหารอันเลิศล้ำแล้ว เชฟไช่ยังได้จับคู่อาหารกับค็อกเทลสุดพิเศษจาก “เกาเหลียง” (Kaoliang) และ “คาวาลาน (Kavalan) เครื่องดื่มอันโด่งดังและเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวัน ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับอาหารแต่ละคอร์สอีกด้วย

เชฟ ไช่ ซื่อ เหว่ย กล่าวว่า “ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับการสนับสนุนอันล้นหลามที่เราได้รับสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำ ‘Helping Hands for Taiwan’ ในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ร้านอาหารของเรามีส่วนร่วมในการบรรเทาทุกข์ที่ฮวาเหลียน การได้เห็นน้ำใจอันเอื้อเฟื้อของแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ทำให้ผมมีความหวังอย่างมากสำหรับอนาคต ความสำเร็จของงานเลี้ยงอาหารค่ำ “Helping Hands for Taiwan” นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแขกผู้มีเกียรติจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย การมีส่วนร่วมของท่านเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของงานเลี้ยงครั้งนี้ และแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโลกที่มีต่อไต้หวันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

“Chai Jia Chai” อัญมณีแห่งไฟน์ไดน์นิ่งตั้งอยู่ในกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท 31 เมื่อก้าวผ่านประตูสู่ “Chai Jia Chai” ซึ่งมีความหมายว่า “บ้านเชฟไช่” นักชิมจะได้สัมผัสกับดินแดนแห่งความอร่อยอันแสนสงบและอบอุ่น กับสไตล์การตกแต่งโมเดิร์น คลาสสิก ที่เชื่อมโยงกับสไตล์อาหารจีนยุคใหม่ของร้าน ฝีมือการรังสรรค์โดยเชฟผู้มีวิสัยทัศน์อย่าง ‘เชฟไช่ ชื่อ เหวย’ด้วยประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในการฝึกฝนฝีมือในครัวมิชลินสตาร์ทั่วโลก สู่เมนูอาหารเลิศรสที่เป็นงานศิลปะแห่งรสชาติ และสร้างบทใหม่ให้กับอาหารจีนกวางตุ้ง ด้วยการนำเสนอในรูปแบบโอมากาเสะแห่งแรกในประเทศไทย


MET GALA 2024

ชมลุคเหล่าคนดัง สวม Burberry ในงาน Met Gala 2024 รังสรรค์โดย Daniel Lee

แม้งานจะลงไปแล้วสำหรับ Met Gala 2024 แต่หลายคนยังคงพูดถึงลุคต่างๆ ของเหล่าคนดังที่ไปร่วมงาน โดยปีนี้คนดังฝั่งไทยอย่าง ไบร์ท วชิรวิชญ์ ก็ได้รับเชิญไปร่วมเดินพรมแดงในฐานะ Burberry เจ้าภาพแขกในงาน Met Gala 2024 นอกจากนี้ยังมีเซเลบริตี้คนอื่นๆ ที่ใส่โททัลลุคของแบรนด์อีกด้วย

ชมลุคเหล่าคนดัง สวม Burberry ในงาน Met Gala 2024 รังสรรค์เครื่องแต่งกายโดย Daniel Lee

ไบร์ท วชิรวิชญ์ สวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าจอร์จเจ็ตจับจีบสีดำ ตกแต่งด้วยงานปัก tonal bullion เสื้อกล้ามตาข่ายสีทอง และกางเกงทักซิโด้สีดำพร้อมแถบ tonal bullion พร้อมรองเท้าโลฟเฟอร์หัวเหลี่ยมสีดำ และต่างหูรุ่น Hollow Spike สีเงิน โดยการออกแบบชุดของไบร์ทได้รับแรงบันดาลใจมาจากราชวงศ์ ขุนนางอังกฤษ อีกทั้งเสื้อแจ็คเก็ตยังมีดีเทลด้วยงานปักซึ่งทำด้วยมือโดยใช้ระยะเวลานานกว่า 100 ชั่วโมง

แบรี่ คีโอแกนสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสูทผ้ากำมะหยี่สีมะกอก เสื้อกั๊กผ้ากำมะหยี่ และกางเกงขายาวผ้ากำมะหยี่ในเฉดสีเดียวกันทั้งชุด ทับเชิ้ตผ้าไหมป๊อปลินจับจีบพร้อมโบว์ที่คอและปลายแขนจับจีบ พร้อมสวมรองเท้าหนังออกซ์ฟอร์ดสีดำ และหมวกไหมพรมสีดำ

ชิโอมา นันดิ สวมชุดเดรสเจอร์ซีย์สีแซนด์สโตนประดับด้วยระบายและคริสตัลลายดอกไม้ พร้อมด้วยขนแกะ คู่กับกางเกงทักซิโด้สีแซนด์สโตนเช่นเดียวกัน และรองเท้ารุ่น Bay Sandal ทำจากขนสัตว์และหนัง

ฮี คองสวมชุดเดรสตาข่ายประดับหมุดสีทอง พร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงรุ่น Ivy Shield ทำจากหนังนัปป้าสีดำ คู่กับกระเป๋ารุ่น Mini Knight ที่ประดับด้วยคริสตัลโทแพซ และต่างหูห่วงรุ่น Thorn Triple สีทอง

โจดี้ เทิร์นเนอร์-สมิธ สวมชุดเดรสทูลสีชอล์ก ประดับด้วยงานปักด้วยมือพร้อมด้วยดอกไม้ขนนกผ้าออร์แกนซ่าไหมสีไอวอรี่ และตาข่ายที่ประดับด้วยไข่มุกคริสตัล

ลูอิส แฮมิลตัน สวมเสื้อโค้ทขนสัตว์สีดำ ปักลวดลายดอกไม้แบบบูลเลียง ภายในมีการปักคำพูดจากบทกวี ‘The Gardener’ โดย อเล็กซ์ วาร์ตัน พร้อมชุดสูทไหมกระดุมสองแถวสีดำ และรองเท้าบูทหนังสีดำรุ่น Saddle

ลิตเติ้ล ซิม สวมเสื้อโค้ทหนังถักด้วยลายดอกไม้สีครีมคู่กับเสื้อเชิ้ตป็อปลินไหมสีขาว เสื้อกั๊กผ้าไหมผสมขนสัตว์สีครีม ผ้าไหมถักลายดอกไม้สีครีม และกางเกงผ้าไหมผสมขนสัตว์สีครีม สวมคู่กับรองเท้าบูทหนังรุ่น Chelsea Stride  กระเป๋าหนังรุ่น Rocking Horse ต่างหูสีทองรุ่น Shield แหวนรุ่น Thorn Cuban Chain แหวนรุ่น Shield Infinity และแหวนรุ่น Horse Sphere Pavé สีทอง 

ลิลลี่ โดนัลด์สัน สวมชุดเดรสสีทองประดับพู่และปักเลื่อม พร้อมด้วยคลัทช์โลหะสีทองรุ่น Shield

นาโอมิ แคมป์เบล สวมชุดเดรสสีอะควาที่ประดับด้วยเลื่อมและพู่

โรแบร์โต้ โบเล่ สวมเสื้อแจ็คเก็ตคู่กับกางเกงผ้าขนสัตว์ และเสื้อเชิ้ตซาตินสีฟินช์ที่ประดับด้วยหมุดทองเหลือง สวมรองเท้าหนังสีดำรุ่น Cobble 


แชร์สกินแคร์รูทีนและบิวตี้ไอเท็มชิ้นโปรดของนางเอกสาว คิมจีวอน (Kim Ji Won)

แชร์สกินแคร์รูทีนและบิวตี้ไอเท็มชิ้นโปรดของนางเอกสาว คิมจีวอน (Kim Ji Won)

#PraewCelebLook แชร์สกินแคร์รูทีนและบิวตี้ไอเท็มชิ้นโปรดของนางเอกสาว คิมจีวอน (Kim Ji Won) @geewonii แต่ละชิ้นเหมาะกับ Everyday Look มาก อาทิเช่น ชิ้นเด็ดที่กำลังเป็นกระแสอย่างตลับลิปบาล์มเนื้อแมตต์ของ AOU แบรนด์เมคอัพจากเกาหลีใต้ มีเนื้อสัมผัสที่เบาบางใช้ได้แบบ 2-in-1 เป็นได้ทั้งลิปและบลัชออน เกลี่ยง่าย ซึ่งสีที่คิมจีวอนป้ายยาเอาไว้คือสี 04 COLD BALM มีความชมพูอมแดงตุ่นๆ สวยมาก สีผู้ดีสุดๆ

บิวตี้ไอเท็มชิ้นโปรดของนางเอกสาว คิมจีวอน (Kim Ji Won)

SKINCARE ROUTINR

  • Dr.G Brightening Peeling Gel
  • Round Lab Dokdo Toner
  • CosRx Hydrium Centella Aqua Soothing Ampoule
  • Etude Soonjung Director’s Moisture Sun Cream SPF50+ PA++++

LIP & CHEEK

  • AOU FLOOFY MATTE BALM Tinted Balm Blusher for Lips and Cheeks #04 Cold Balm

LIP

  • HERMES Rouge Hermes, Satin lipstick, #13 Beige Kalahari

เปิดคอสตูมกุหลาบยักษ์ ‘บิว วราภรณ์’ อินฟลูฯไทยหนึ่งเดียวใน Met Gala

เก็บตกอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ด้วยกันอีกครั้งกับอินฟลูเอนเซอร์ตัวแทนจากประเทศไทย ‘บิว-วราภรณ์‘ หรือที่เหล่าผู้ชมรู้จักกันในนาม ‘แจ้’ หรือ ‘ภรรยาพี่ธนิน’ ซึ่งเธอได้รับหมายเชิญจาก TIKTOK และ TIKTOK Thailand ให้เข้าร่วม Met Gala Creator Watch Party งานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นเพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์คนพิเศษมาร่วมรับชมบรรยากาศภายในงาน Met Gala 2024 แบบเรียลไทม์

อย่างที่คอแฟชั่นรู้กันดีว่าธีมงานจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้คือ ‘Sleeping Beauties: Reawakening Fashion’ และมีเดรสโค้ดเป็น ‘The Garden of Time’ แจ้ของเราจึงไม่รอช้า รีบตรงดิ่งไปหาดีไซเนอร์คู่ใจ ‘คุณนุ๊กนิก’ จาก T AND T ทันที ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยออกแบบชุดเจ้าสาวให้เธอมาแล้ว หลังจากได้รับโจทย์ ทางทีมงานก็เริ่มทำการบ้านอย่างหนัก จนได้ข้อสรุปว่าจะครีเอทคอสตูมเป็นเดรสกุหลาบสีม่วงซึ่งเป็นเฉดสีที่เธอไม่ค่อยได้สวมใส่เท่าไหร่นัก

โดยเดรสที่เราเห็นอยู่นี้เสร็จสมบูรณ์ด้วยเวลา 3 วันเต็มๆ จากนำพักนำแรงจากทีมงานที่ช่วยกันรังสรรค์เดรสเลเยอร์ 2 ชั้น ข้างในโดดเด่นด้วยกระโปรงทรงบอลลูนและแขนตุ๊กตา ส่วนข้างนอกคลุมด้วยผ้าตาข่ายประดับดอกกุหลาบสีแดงอีกชั้นเพื่อเพิ่มความฟู่ฟ่องและโดดเด่น ทั้งนี้ยังมาพร้อมกระเป๋าดอกกุหลาบเข้าเซ็ต แน่นอนหากกวาดตาดูคร่าวๆ กิมมิกของลุคนี้คือเจ้า ‘ดอกกุหลาบ’ ที่เรียงรายอยู่บนชุดมากกว่า 100 ดอกนั่นเอง ซึ่งทั้งหมดต้องใช้มือในการขดผ้าเพื่อขึ้นรูปทรง เรียกได้ว่าเป็นรายละเอียดที่ประณีตจริงๆ ขอปรบมือให้ความสามารถของเหล่าทีมงานที่สามารถเสกลุคสุดอลังการนี้ให้เสร็จทันภายในระยะเวลาอันสั้น

หากใครอย่างเห็นชุดเต็มๆ ของแจ้ หรือฟังดีเทลต่างๆ ผ่านดีไซเนอร์ตัวจริง อย่าลืมไปดูกันใน Tiktok @bewvaraporn นะคะ


รูปภาพ: Instagram @bewvaraporn

ส่องประกายทั่วงาน เหล่าคนดังสวมใส่ Tiffany & Co. เข้าร่วมงาน Met Gala 2024

ส่งท้ายลุคสุดจึ้งบนพรมแดง Met Gala 2024 ของเหล่านักแสดง และคนดังที่สวมใส่เครื่องเพชรล้ำค่าจากแบรนด์จิวเวลรี่สุดหรู Tiffany & Co.

ส่องประกายทั่วงาน เหล่าคนดังสวมใส่ Tiffany & Co. เข้าร่วมงาน Met Gala 2024

เริ่มกันที่ลุคของ Jennifer Lopez เธอสวมใส่สร้อยคอ ต่างหู กำไลข้อมือ แหวนแพลตตินัม และเยลโลว์โกลด์ประดับเพชร และ แหวน Jean Schlumberger by Tiffany Bird on a Rock ในการทำหน้าที่ประธานร่วม (Co-Host) งาน MET GALA 2024 ที่มหานครนิวยอร์ก

ขณะที่ Jeff Goldblum นักแสดงมากความสามารถ สวมใส่เข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany และนาฬิกา Tiffany Cocktail เข้าร่วมงาน Met Gala 2024 

ส่วน Gabrielle Union สวมใส่ต่างหู Paloma Picasso for Tiffany & Co. Archives, เข็มกลัด Elsa Peretti® Starfish, กำไลข้อมือแพลตตินัมประดับทัวร์มาลีนสีเขียวและเพชร, กำไลข้อมือแพลตตินัมประดับโอปอลสีดำและเพชร แหวนแพลตตินัม และแหวนแพลตตินัมประดับบลูไซเปรียน

ด้านนักร้อง และนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง Dua Lipa สวมใส่สร้อยคอแพลตตินัมและเยลโลว์โกลด์ 18k ประดับเพชร ต่างหูและแหวนแพลตตินัมประดับเพชร และสร้อยคอ Elsa Peretti® Diamonds by the Yard®

ปิดท้ายด้วยลุคที่น้อยแต่มากเรียบแต่โก้ของ Kaia Gerber ที่สวมใส่จี้ ต่างหู และแหวนแพลตตินัมประดับมอร์แกนไนต์และเพชร


“55 ปี LION FAM RUN ชวนกันรักษ์โลก” งานวิ่งฉลองครบรอบสุดยิ่งใหญ่ของ ไลอ้อน ประเทศไทย

ปิดฉากไปแล้วอย่างสวยงาม กับ “55 ปี LION FAM RUN ชวนกันรักษ์โลก” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา งานวิ่งที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบการดำเนินธุรกิจของ “ไลอ้อน ประเทศไทย” ที่ยืนหยัดเคียงคู่ครอบครัวคนไทยมาตลอด 55 ปี และสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรคนดีที่ยึดมั่นในการดําเนินธุรกิจคู่คุณธรรม พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เพื่อดูแลผู้บริโภคและโลกด้วยความใส่ใจเสมอมาและตลอดไป

กิจกรรมนี้เรียกได้ว่า ปิดเกาะลอย อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเปิดฟลอร์ให้กับเหล่าบรรดาสายวิ่งทั้งมือสมัครเล่น และสายวิ่งมืออาชีพตบเท้าเข้ามารวมพลังกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกว่า 1,400 ชีวิต

เปิดสนามกันแต่เช้ามืดเวลา 04.00 น. ให้เกียรติกดปุ่มเปิดงานโดย นายนพรัตน์ ศรีพรหม นายอำเภอศรีราชา และ นายสายชล ศีติสาร กรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด

เวลา 05.00 น. เริ่มปล่อยตัวนักวิ่งตามระยะเส้นทาง เริ่มจาก Mini Marathon 10 กิโลเมตร ตามด้วย Fun Run
5 กิโลเมตร และเส้นทางวิ่งพิเศษ Family Run ระยะทาง 3 กิโลเมตร กับ 3 ฐานกิจกรรม ที่มุ่งสร้างการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมสนุกได้ เก็บคะแนนเพื่อรับรางวัล

แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ก็ไม่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อเหล่าบรรดาสายวิ่งแม้แต่น้อย ทุกคนมีร่างกายที่ฟิตมาอย่างดีมาพร้อมใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดี  ในบรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มมิตรภาพ และเสียงกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจตลอดเส้นทาง 

สิ้นสุดการแข่งขันในเวลา 08.30 น. แล้วเราก็ได้ผู้ชนะเลิศในระยะทาง Mini Marathon 10 กิโลเมตร ระยะทาง
Fun Run 5 กิโลเมตร และเส้นทางวิ่งพิเศษ Family Run ระยะทาง 3 กิโลเมตร ที่ได้รับเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษให้กับ สายวิ่งที่จัดพร็อพแฟนซีมาอย่างเต็มยศ เพื่อมาร่วมสร้างสีสันในงานนี้อีกด้วย

อีกความความภูมิใจของไลอ้อน ประเทศไทย กับงานวิ่งที่มุ่งเน้นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น เสื้อวิ่งรักษ์โลกที่ใช้ในการแข่งขัน เส้นใยผลิตจากขวดพลาสติก PET เหรียญรางวัลและโล่รางวัล ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล งาน ECO DESIGN อีกสิ่งที่เป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจที่จะร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน

ไลอ้อน ประเทศไทย มุ่งมั่นในการร่วมส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทยในทุกมิติ ดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ซึ่งรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้ บริษัท ไลอ้อนได้มอบให้กับสาธารณประโยชน์แก่องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี รวม 6 แห่ง 

ติดตามชมภาพบรรยากาศงานวิ่ง “55 ปี LION FAM RUN ชวนกันรักษ์โลก” พร้อมกิจกรรมดี ๆ ที่ไลอ้อนจัดขึ้น
ในครั้งต่อไปได้ทาง FB : LionFamilyThailand และ www.lion.co.th

โรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ

RUN YOUR RACE พัฒนาสู่ความสำเร็จ โรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ

ต้องบอกว่าเป็นทายาทที่หล่นใต้ต้นสุด ๆ สำหรับ โรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ ที่นอกจากหน้าตาจะหล่อถอดแบบคุณพ่อพีท ทองเจือ ยังมีความรักความชอบ เรื่องการแข่งรถเหมือนกันอีกด้วย

อดีตคือทายาท…วันนี้นักแข่งเต็มตัว

“ผมชอบรถ เพราะซึมซับจากคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก ผมเริ่มแข่งรถโกคาร์ตตอนอายุ 7 ขวบ ก่อนหน้านั้นเคยขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก พอคุณแม่ปรามว่าอันตรายจึงเปลี่ยนมาขับโกคาร์ต และเริ่มแข่ง ตอน 8 ขวบ ทั้งที่ฝรั่งเศสและทั่วเอเชีย รายการที่ได้แชมป์คือ Rotax Max Challenge 3 ปีรวด คือ 2018 – 2020 ซึ่งเป็นรายการแข่งรถโกคาร์ตอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย จากนั้นผมก็หันมาฝึก การแข่งรถเซอร์กิต เริ่มซ้อมจริงจังตอนอายุ 13 พออายุ 14 ซึ่งสามารถทำใบขับขี่แข่งรถได้ก็เริ่มแข่ง เซอร์กิตจริงจังตั้งแต่นั้น

“ส่วนโกคาร์ตตอนนี้ผมหยุดไปแล้ว เพราะหากมาทางสายโกคาร์ต เป้าหมายคือการแข่ง F1 ซึ่งเป็นรายการที่ยากจะเข้าถึง ในโลกมีคนแข่งไม่ถึง 30 คน และค้างอยู่ที่จำนวนนี้มาเป็นสิบปีแล้ว ด้วยหลายปัจจัย คุณพ่ออยากให้ผมลองแข่งสายแรลลี่ อย่างรายการ World Rally Championship ที่ยากกว่า F1 เพราะต้องขับเข้าป่าด้วยความเร็วสูง โดยมีแค่เนวิเกเตอร์ที่คอยนั่งบอกทางไปกับเรา Run Your Race อีกคน ที่ยากเพราะไม่รู้เลยว่าเราจะไปโผล่ตรงไหนของป่า เนินอยู่ตรงไหน ทางอาจแคบ ลื่น อันตราย เป็นรายการที่ ผมยังไม่เคยลอง จึงตั้งเป้าว่าอยากแข่งรายการนี้ให้ได้ครับ“ส่วนอีกรายการที่อยากลงแข่งคือ DTM (Deutsche Tourenwagen Meisterschaft หรือ German Touring Car Championship) การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประเภท ทัวริ่งคาร์ เป็นรายการใหญ่ที่ขับซูเปอร์คาร์แข่งกัน ดูน่าสนุกดี ผมชอบซูเปอร์คาร์นะ แต่เรื่องขับคงรอให้โตกว่านี้หน่อย ผม อยากขับปอร์เช่ อาจไม่แรงมาก แต่มีประสิทธิภาพ แม้ในรุ่น เล็ก ๆ ก็สู้รถรุ่นใหญ่แบรนด์อื่นได้ ขับแล้วรู้สึกดี (ยิ้ม) ถ้า เป็นตอนนี้ผมอยากขับ BMW ซีรี่ส์ 2 และ 3 ที่เรียกกันว่า รถไม่นิ่ง และสไตล์คนขับส่วนใหญ่ก็จะไม่เรียบร้อย เหมาะกับ ใครที่ชอบความเร็ว”

สำคัญที่มายด์เซต

“ตอน 7 ขวบผมแข่งประเภทแรลลี่แล้วรถคว่ำ เนวิเกเตอร์ ข้อมือหัก ส่วนผมไม่เป็นอะไรมาก การแข่งรถต้องเจอเหตุการณ์ แบบนี้อยู่แล้ว อย่างโกคาร์ต ความที่เป็นรถโล่ง ๆ ไม่มีสายคาด ตัวเราอาจกระเด็นออกมาตอนไหนก็ได้ ผมเคยเห็นนักแข่ง หลุดออกจากรถไปนอนสลบตรงสนาม แม้เคยผ่านอุบัติเหตุมา ผมก็ไม่กลัวนะ เพราะสำหรับผมเรื่องนี้อยู่ที่ตัวเรามากกว่า อย่างเวลาขับ ถ้ารู้ว่าแซงไม่พ้น ผมไม่เสี่ยง เพราะมีสิทธิ์ ที่รถจะหมุนหรือชน ไม่คุ้มที่จะต้องหยุดแข่ง“เพราะฉะนั้นมายด์เซตของนักแข่งสำคัญมาก เรื่องยาก คือต้องใจเย็น มีสติ ยิ่งเราลน พยายามจะไปให้เร็วขึ้นอาจ ยิ่งช้า เหมือนต้องแข่งกับตัวเอง นิสัยนักแข่งจะแสดงออกมา ตอนขับรถครับ ถ้าคนไหนลน ไม่นิ่ง รถที่ขับก็จะไม่นิ่ง ตัวผมเองก็ยังต้องฝึกอีกมาก อย่างเวลาขับแต่ละรอบควรจะนิ่ง แล้วไปปรับความเร็วในรอบถัดไป สมมติว่ารอบแรกความเร็ว 100 ก็ควรรักษาไว้ให้เสถียร พอวนในสนามอีกครั้งค่อยปรับ เป็น 100.5 รอบต่อไปเป็น 101 ต้องคุมระดับความเร็ว ไม่งั้น อาจเกิดอันตราย”

โรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ

ความภูมิใจของแชมป์

“ผมเพิ่งได้แชมป์ Superrace Championship ที่เกาหลี ดีใจมาก โดยผมเป็นคนไทยคนแรกที่ไปแข่งที่นั่น ในรถรุ่น Radico ไม่มีหลังคา น้ำหนักรถอยู่ที่ 800 กิโล ใช้เครื่อง มอเตอร์ไซค์ ถ้าบิดแรงก็อยู่ที่ความเร็ว 230 หลายคนอาจคิด ว่าเป็นรถเล็ก ไม่เร็ว แต่ที่จริงมีความแรงเหมือนโกคาร์ต ขนาดใหญ่

“การชนะแต่ละครั้งรู้สึกดีนะ เหมือนเราเก่งขึ้น แต่ ผมไม่ใช่แนวดีใจแล้วปล่อยจอย คิดว่าตัวเองเก่งสุดแล้วหยุด ซ้อม การแข่งรถไม่ควรเป็นแบบนั้น ซึ่งเวลาซ้อมคุณพ่อจะคุม ตลอด ตั้งเป้าเลยว่าต้องขับได้กี่รอบ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ใน แต่ละวัน (หัวเราะ) คุณพ่อจะมีเทคนิคแนะนำให้ด้วย คอย เตือนว่าให้ใจเย็น แข่งให้จบ ให้สนุก แค่นั้นพอ

โรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ

“ที่สำคัญคือต้องพัฒนา ผลักดันตัวเองไปข้างหน้า เรื่อย ๆ”

ทะเล สวนดีกุล

หนุ่มตี๋หน้าใส ทะเล สวนดีกุล ผู้หลงรักการแสดงและเสียงดนตรี

ต้องบอกว่าตอนนี้วงการบันเทิงไทยเต็มไปด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพจริงๆ แต่ละครมีมีทั้งผลงานและแฟนคลับในปนระเทศและนอกประเทศเป็นจำนวนมาก และหนึ่งคนที่ แพรว จะมาแนะนำให้รู้จักในวันนี้คือ ทะเล สงวนดีกุล ศิลปินและนักแสดงชายชาวไทย ที่นอกจากจะมีแฟนคลับเหนียวแน่นแล้ว ยังมีทั้งผลงานแสดงและเพลงออกมาเป็นกระแสให้ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง

ทะเล เกิดเมื่อวันที่  9 กันยายน พ.ศ. 2538 โดยที่มาของชื่อ “ทะเล” คือการที่คุณพ่อของทะเลเคยทำรีสอร์ทที่เกาะเสม็ด จึงตั้งชื่อว่าทะเล จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสอง[2] วิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดียจาก วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ทะเลยังมีช่องสตรีมเกมของตัวเองชื่อว่า “LAYYO” ผ่านทางแพลตฟอร์ม Facebook

ผลงานเพลงแสดง สายลับจับแอ๊บ, YYY มันส์เว่อร์นะ, Close friend โคตรแฟน ตอน ชาตินี้พอ, Switch On เกมรักสลับมิติ, Sing Again รักอีกครั้ง, War of Y The Series และ Start up  ส่วนผลงานเพลง  แอบอยากรู้, แพ้ความอ่อนแอ, แต่ได้เป็นคนสุดท้ายที่คิดถึงเธอฯลฯ  รวมถึงโปรเจ็กต์งานเพลงอย่าง Be My Boyfriends ที่เป็นอีก บทพิสูจน์ความสามารถ

ทำความรู้จัก ทะเล สวนดีกุล ผู้หลงรักการแสดงและเสียงดนตรี

ทะเล สวนดีกุล

อินกับการร้องเพลง จนมีเพลงแรกในชีวิต

“ผมคลุกคลีอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่เซนต์คาเบรียล เป็น นักดนตรีในวงโยธวาทิต เล่นเครื่องดนตรีฟลูต พอจบมาก็เว้นว่างไป ถ้ามีโอกาส ชอบร้องคาราโอเกะ ร้องเพลงในห้องน้ำและตอนขับรถ ยิ่งช่วงนี้ได้กลับมาอินกับ เสียงดนตรีเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสได้เล่นซีรี่ส์เรื่อง Sing Again รับบทเป็น นักดนตรีและร้องเพลงด้วย ก่อนที่พี่ฟองเบียร์ (ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม) จะชักชวน ให้เข้าค่าย Baked Brownie ในเครือมิวสิคมูฟ “ซิงเกิ้ลแรก แอบอยากรู้ เขียนโดยพี่ฟองเบียร์ แต่งมาจากเรื่องราวของผม แนวเพลงเป็นสไตล์ร็อคช้า ๆ ซึ่งผมมีส่วนร่วมหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ ไอเดียเอ็มวี เรื่องดนตรี จนถึงเรื่องราวที่ต้องการจะเล่าในเพลง เกี่ยวกับคนที่ คิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ บรรยากาศที่ผ่านไปแล้ว แต่ไม่สามารถกลับไปอยู่ในช่วงเวลา นั้นได้อีก”

ทะเล สวนดีกุล

แพสชั่นเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ

 “ปัจจุบันผมมีหลากหลายบทบาท ทั้งร้องเพลง แสดง สตรีมเมอร์ และ ทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง @doppio.bkk ทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน เป้าหมาย ของผมเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามจังหวะของชีวิต ไม่หยุดนิ่ง พร้อมปรับให้เข้ากับ Find My Passion สถานการณ์อยู่เสมอ อย่างตอนที่มีโอกาสทำเพลงก็วางเป้าหมายระยะสั้น ตั้งใจ ทำให้สุดทั้งแนวเพลงช้าเพลงเร็วสลับกันไป หรือเรื่องการแสดง ผมเล่นซีรี่ส์มา ค่อนข้างหลากหลาย ก็อยากลองเล่นภาพยนตร์ดูบ้าง อยากมีโอกาสได้ลองทำ หลาย ๆ อย่าง เพื่อจะได้มีประสบการณ์หลาย ๆ ด้านครับ

“ตอนนี้ชอบงานทั้งหมดที่ทำมา ไม่ว่าจะเป็นการแสดง สตรีมเมอร์ หรือ การทำแบรนด์ โดยเฉพาะการร้องเพลงที่พยายามฝึกฝนอยู่ตลอด อยากให้งาน ออกมาดีขึ้น มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ

“ยอมรับว่าการทำหลายอย่างผมค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการจัดการเวลา ต้อง ใช้วิธีจดว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน ใช้ความชอบเล่นเกมมาปรับใช้กับชีวิตว่า มีภารกิจอะไร ต้องทำอย่างไร ต้องทำให้หมดภายในวันไหน เมื่อทำเสร็จก็ ขีดออก เพื่อจะได้รู้ว่าภารกิจนี้ทำเรียบร้อยแล้วและไม่ลืม

“สำหรับแพสชั่นในชีวิตด้านอื่น อย่างมุมมองความรัก พอโตขึ้นก็เปลี่ยน ไปเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน ตอนนี้ผมขอแค่ใครที่เคมีตรงกัน เข้าใจ เข้ากันได้ ไม่ต้องฝืน ก็โอเคแล้วครับ เพราะในวัยนี้ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ หลายอย่าง อยากได้คนที่เป็นเซฟโซนให้กันได้ จะได้ช่วยเป็นกำลังใจ เป็น แพสชั่นในการใช้ชีวิตให้พัฒนาขึ้นในทุก ๆ วัน

“สำหรับคติประจำใจของผมคือ ‘แพสชั่นเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ’ เมื่อทำไป สักพักแล้วเกิดเบื่อก็หยุดพัก ไปทำสิ่งที่มีความสุขมากกว่า เมื่อกลับมามีแพสชั่น ในเรื่องเดิมค่อยกลับมาทำใหม่ อย่าไปกดดันตัวเอง

“อย่างผมเคยเล่นซีรี่ส์ เวลาทำซ้ำ ๆ แล้วเกิดความรู้สึกเบื่อก็ลองไปออกงาน อีเว้นต์ ร้องเพลง ไลฟ์สตรีมเกม ทำให้แพสชั่นในการแสดงค่อย ๆ กลับมา มี แรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำงานต่อไป”

คลอเดีย คิม

ภายใต้ร่างสาวอวบ บ๊กดงฮี คือ คลอเดีย คิม สาวสวยหุ่นเซ็กซี่แห่งเกาหลีใต้

ทำเอาเกือบจำไม่ได้ นักแสดงสาวหุ่นเซ็กซี่แห่งเกาหลีใต้ คลอเดีย คิม  ภายใต้ร่าง สาวอวบ บ๊กดงฮี ซีรีส์กระแสแรงล่าสุด The Atypical Family 

เรียกว่าเป็นการแปลงโฉมครั้งใหญ่ที่ทำเอาแฟนคลับเกือบจำไม่ได้เลยสำหรับ นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ คลอเดีย คิม (Claudia Kim) ซึ่งเคยรับบท นากินี จากภาพยนตร์ดังเรื่อง Fantastic Beasts ที่ล่าสุดฉีกลุคสาวสุดเซ็กซี่มารับบท บ๊กดงฮี ฮี ซีรีส์กระแสแรงล่าสุด The Atypical Family 

คลอเดีย คิม (Claudia Kim) ซึ่งเคยรับบท นากินี จากภาพยนตร์ดังเรื่อง Fantastic Beasts

The Atypical Family  บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวเหนือธรรมชาติที่สูญเสียความสามารถพิเศษเพราะโรคในปัจจุบัน ละครเรื่องนี้กำกับโดย โชฮยอนทัก จาก “SKY Castle” และเขียนบทโดยจูฮวามีจาก “Marriage, Not Dating” และคังอึนคยองจาก “Dr. โรแมนติก.”

คลอเดีย คิม 

โดยภาพโปรโมทละครล่าสุดที่แฟนๆ ต่างเซอร์ไพร้ส์คือ คลอเดีย คิม ในร่างสาวอวบน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม ซึ่งแตกต่างจากาพสาวสวยสวยหุ่นเซ็กซี่แห่งเกาหลีใต้ที่หลายคนคุ้นตา สำหรับสาเหตุที่ บ๊กดงฮี ที่รับบทโดย คลอเดีย ต้องมีการแปลงโฉมครั้งใหญ่ก็เพราะว่า เธอเป็นอดีตนางแบบรันเวย์แต่ต้องเกษียณหลังน้ำหนักเพิ่มขึ้น เธอไม่เพียงสูญเสียงานเท่านั้นแต่ยังสูญเสียความสามารถในการบินด้วย

The Atypical Family 
The Atypical Family 

ทั้งนี้นักแสดงสาวได้เปิดเผยว่า “บกดงฮีเป็นเหมือนตัวละครที่ใครๆ ก็ชื่นชม แม้ว่าเธอจะมีความขัดแย้งและความเครียดภายใน แต่เธอก็ไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น แต่พยายามที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นด้วยความมั่นใจของเธอเอง”

เมื่อถูกถามถึงความพยายามในการแต่งหน้าแบบพิเศษครั้งแรกของเธอ เธอกล่าวว่า “กระบวนการนี้ท้าทายกว่าที่ฉันคิดไว้ แต่หลังจากที่ได้เห็นว่าบกดงฮีแสดงออกมาอย่างไรในฉากต่างๆ ฉันรู้สึกขอบคุณในฐานะนักแสดงที่ตัวละครของฉันได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบจากทีมงานเทคนิคพิเศษทุกๆ คน”

Tina’s ร้านอาหาร Fine Dining สไตล์นิวออร์ลีนส์แห่งแรกในไทยใจกลางสาทร

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Tina’s ร้านอาหาร Fine Dining สไตล์ นิวออร์ลีนส์ แห่งแรกในไทย ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ทุกเมนูของ Tina’s เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจจากอาหารท้องถิ่นของชาวใต้แห่งรัฐลุยเซียนา ซึ่งผสมผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส สเปน แอฟริกัน อเมริกันพื้นเมือง อิตาลี และแคริบเบียนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้แขกทุกคนได้สัมผัสและเพลิดเพลินไปกับรสชาติที่ไม่เหมือนใครตามแบบฉบับชาวนิวออร์ลีนส์แท้ๆ

ร้าน Tina’s ถูกเนรมิตขึ้นอย่างหรูหราในซอยสวนพลูย่านสาทร โดยเชฟเดวิด คลีแลนด์ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมายาวนานกว่าสองทศวรรษ ร้านแห่งนี้เปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำวัยเด็กของเชฟ ด้วยแรงบันดาลใจจากคุณแม่ผู้เป็นชาวนิวออร์ลีนส์โดยกำเนิด และการเติบโตขึ้นมาในเมืองลาฟาเยตต์ รัฐลุยเซียนา ทำให้เชฟเดวิดมีความมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันเมนูอาหารท้องถิ่นอันมีเอกลักษณ์แสนพิเศษนี้ให้ชาวไทยได้ร่วมลิ้มลอง

เดวิด คลีแลนด์ ผู้เป็นทั้งหัวหน้าเชฟและผู้ก่อตั้งร้าน Tina’s กล่าวว่า “ที่ Tina’s เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความเป็นเลิศ เกิดจากความรัก’ โดยแนวคิดนี้แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของตัวตนและการดำเนินงานของเรา เนื่องจากร้าน Tina’s แห่งนี้เป็นเสมือนอนุสรณ์แทนความรำลึกถึงคุณแม่ของผมที่เพิ่งจากไป ท่านเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบ และเป็นภาพสะท้อนทางจิตวิญญาณของชาวนิวออร์ลีนส์โดยแท้ ที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศสู่โต๊ะอาหารของท่าน ให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อถักทอมิตรภาพอันยืนยาวไปพร้อมกับเมนูอาหารที่ปรุงด้วยหัวใจ” 

“เราตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารนิวออร์ลีนส์แบบต้นตำรับ ด้วยการผสมผสานเทคนิคและรสชาติอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของอเมริกาตอนใต้เข้าไว้ด้วยกัน ไม่เพียงเท่านั้น ภายในร้านยังตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์นิวออร์ลีนส์ดั้งเดิม เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้ก้าวข้ามไปมากกว่าแค่การรับประทานอาหาร แต่ยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ชั้นเลิศในรูปแบบของไฟน์ไดนิ่ง ที่สอดแทรกเรื่องราวของมรดก ประเพณี และความหลากหลายทางวัฒนธรรมไว้ในอาหารทุกจาน”

อาหารจานเด็ดของร้าน Tina’s คงหนีไม่พ้น “Shrimp and Grits” กุ้งผัดซอสสไตล์ลุยเซียนา ที่ถูกนำมาจับคู่กับเบคอนและพาร์เมซานกริทเค้ก ที่แสนจะกรุบกรอบ เช่นเดียวกับ “Jambalaya” ข้าวผัดสไตล์ลุยเซียนาที่ผสมผสานทั้งข้าวเมล็ดสั้น กุ้ง ไก่ ไส้กรอกอันดูอิล สมุนไพร มะเขือเทศ และเครื่องเทศต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้น แขกผู้มาเยือนยังสามารถอิ่มเอมไปกับเมนูบัตเตอร์มิลค์บิสกิต เคียงด้วยชีสครีโอลพิเมนโต้รมควันตกแต่งด้วยแยมพริกสด ที่เปรียบเสมือนกับการรวมหัวใจและจิตวิญญาณของลุยเซียนาไว้ในชามเดียว อีกทั้งยังมี “Gumbo” เมนูที่ทำจากกุ้ง เป็ด และไส้กรอกอันดูอิล เสิร์ฟคู่กับข้าวหุงสดใหม่ หรือจะเลือกเป็น “American prime bone-in ribeye” เนื้อริบอายติดกระดูกน้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม ราดด้วยเนยผสมเครื่องเทศรมควัน เสิร์ฟพร้อมกับซอสโฮมเมด 4 ชนิด ได้แก่ซอสครีโอลแบร์เนส ซอสครีมฮอแลนเดซ ซัลซ่าสมุนไพร และวูสเตอร์ซอสโฮมเมดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Tina’s

“นิวออร์ลีนส์ เป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลทางด้านอาหารจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส สเปน แอฟริกัน อเมริกันพื้นเมือง อิตาลี และแคริบเบียน ทำให้วัฒนธรรมการกินถูกผสมผสานเข้าไปในครัวท้องถิ่นจนกลายเป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้น อาหารทุกจานจึงเปี่ยมล้นไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และกลิ่นอายแห่งความอุดมสมบูรณ์ของเมืองนี้” เชฟเดวิด กล่าวทิ้งท้ายถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูอาหารของ Tina’s

เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเลิศสไตล์นิวออร์ลีนส์ใจกลางกรุงเทพมหานครได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Tina’s เปิดให้บริการทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.30 – 23.30 น. 

ลิซ่า-ลลิษา

ทำไม ลิซ่า-ลลิษา ถึงได้รับเลือกเป็นผู้โบกธงในการแข่งรถ Formula 1 ?

นับนิ้วกันแทบไม่ไหวกับประโยคที่ว่า “คนไทยคนแรก” สำหรับศิลปินสาวชาวไทยมากความสามารถ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่ล่าสุดไปเขย่าวงการ Formula 1 ด้วยการไปโบก ธงตราหมากรุก (Checkered Flag) ในการแข่งขัน Miami Grand Prix ฤดูกาล 2024 ที่สนามไมอามี อินเตอร์เนชันแนล ออโตโดรม ไมอามี ฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ลิซ่า-ลลิษา
ลิซ่า-ลลิษา

สำหรับธง Formula 1 มีความสำคัญอย่างยิ่งในสนามแข่ง เราจะเห็นว่ามีธงเหล่านี้กระจายอยู่รอบๆ สนามเพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสารกับนักแข่งในสนาม ขณะที่ผู้ขับขี่กำลังควบคุมความเร็ว ก่อนจะพัฒนาเป็นแผงสัญญาณไฟ โดยธงเหล่านี้มีหลากหลายสีซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน

แม้จะมีคนดังเคยได้รับเชิญให้เป็นผู้โบกธงในการแข่งรถ Formula 1 แต่ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ได้ต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงอย่างแท้จ อาทิ ราชาลูกหนัง เปเล่, เซเรนา วิลเลียมส์, เดวิด เบ็คแฮม,ทอม ฮอลแลนด์, จัสติน บีเบอร์, วิล สมิธ, โคลอี เกรซ มอเรตซ์,ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ,มารายห์ แครี  ต่างก็เคยทำหน้าที่โบกธงให้กับรถที่เข้าเส้นชัยในการแข่งขัน

22

ทั้งนี้ลิซ่าถือเป็นศิลปิน K-POP คนแรก และยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับหน้าที่นี้ โดยมีการเปิดเผยต่อมาว่า การทำหน้าที่นั้นต้องได้รับคำแนะนำ จากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) โดยผู้ที่โบกธงจะถูกคัดเลือกจากโปรไฟล์ หรือ การมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน

ลิซ่า-ลลิษา

ในกรณีของ ลิซ่า มาในฐานะพาร์ทเนอร์กับทีม Red Bull Racing เนื่องจากทาง TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาสุดหรูของ “เฟรเดอริค อาร์โนลต์ ” ประธานกรรมการบริหาร TAG Heuer ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของทีม Red Bull Racing  ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ ลิซ่า เพิ่งเข้าร่วมการเปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดของนาฬิกา TAG Heuer อย่าง Formula 1 | Kith

ลิซ่า-ลลิษา

‘สัปดาห์ที่พลิกโผ คนที่ใช่จะกลายเป็นไม่ใช่ ส่วนคนของคนอื่นจะเป็นของคุณซะงั้น ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 6-12 พฤษภาคม 2567

‘คนที่ใช่จะกลายเป็นไม่ใช่ ส่วนคนของคนอื่นจะเป็นของคุณซะงั้น ใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 6-12 พฤษภาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   สัปดาห์ต้นเดือนแบบนี้ มีโอกาสที่คุณจะเกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หรือได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนทำงานหรือนักธุรกิจทางด้านสิ่งพิมพ์ นักประพันธ์ นักแต่งเพลง ฯลฯ  หากรับงานเขามาเนิ่นนานแล้วยังทำไม่เสร็จสักที ท่านว่า สัปดาห์นี้คาดว่าน่าจะจบงานปิดจ็อบได้แล้วล่ะ! นอกจากนั้นสัปดาห์นี้ควรเข้าหาผู้ใหญ่ผู้หญิงไว้ เพราะท่านจะช่วยให้งานลื่นไหลอย่างสวยงาม

การเงิน  :   งานเสร็จเมื่อไหร่ คุณได้รับทรัพย์ก้อนใหญ่แน่ แต่ตอนนี้พยายามประทังชีวิตไปก่อน หรือหากไม่ไหวจริงๆ ให้ไปขอพึ่งบารมีผู้ใหญ่ผู้หญิง ท่านจะช่วยคุณได้  ทางที่ดีพยายามทำงานให้เสร็จเร็วๆ ดีกว่า เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีงานปังๆ รอคุณอยู่

ความรัก  :   สัปดาห์นี้คาดว่าเรื่องเงินใหญ่จะกว่าครอบครัว แต่จริงๆ แล้วก็คือเรื่องเดียวกันนั่นล่ะ ยิ่งหากบ้านใดมีลูกที่กำลังอยู่ในวัยเรียนด้วยแล้ว คุณพยายามทำงานหาเงินมากขึ้น เพื่อเตรียมไว้สำหรับลูกๆ เปิดเทอมนี่ล่ะ  คนโสด เป็นสัปดาห์ที่คุณจะให้ความสำคัญกับเรื่องเงินมากกว่าความรัก เดินหน้าหาเงินมากกว่าจะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ อาจเพราะคุณมั่นใจแล้วว่า คนรักคุณไม่ไปไหนแล้ว  

สุขภาพ  :  รักจะทำงานหนักก็ต้องพยายามดูแลตัวเองด้วย เพราะมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบ ทั้งระบบประสาท คือปวดศีรษะ ไมเกรน รวมถึงระบบย่อยอาหาร เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้  ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ นอกจากนั้นหากคุณเพิ่งผ่าตัดในช่องท้อง หรือผ่าคลอด ยิ่งต้องระวังมากขึ้น ไม่ควรยกของหนัก เพราะมีโอกาสที่แผลผ่าตัดจะอักเสบได้

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานบันเทิง ครีเอทีฟ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สถาปนิก ดีไซเนอร์ ฯลฯ หากคุณกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำดีอยู่ ก็อาจต้องเผื่อใจไว้หน่อย เพราะคาดว่าสัปดาห์นี้จากความสุขจะกลายเป็นร้อนรุ่ม เกิดแรงกดดันบีบคั้นมาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งบรรยากาศในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน จนถึงเจ้านาย แต่ขอบอกว่า หากกล้าที่จะออกมาจากเซฟโซน คุณจะได้พบโลกกว้างที่มีโอกาสก้าวหน้ามากกว่าเดิม

การเงิน  :  หากคุณกำลังหมดเงินไปกับการเอ็นเทอร์เทน สังสรรค์ กิน-ดื่ม เที่ยว อย่างเพลิดเพลิน อยากเตือนว่า สัปดาห์นี้ยอดต่างๆ ที่คุณเคยรูดบัตรไว้กำลังจะดาหน้าเข้ามาจนเงินไม่พอจ่ายนะคะ แต่เป็นไปได้ว่าจะสร้างความรำคาญใจให้ไม่นาน เพราะเดี๋ยวคุณขยับตัวนิดหนึ่งก็มีเงินเข้ามาแล้ว

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ความเนื้อหอมก็ยังคงอยู่ ยังไม่หลุดจากความหึงหวง การมีมือที่สามอยู่นะคะ แล้วเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสถูกจับได้ด้วยสิ เพราะฉะนั้นทำอะไรก็ควรแนบเนียนหน่อย  คนโสด  ก็ยังคงมีโอกาสที่คุณจะไปยุ่งกับแฟนคนอื่นอยู่ แต่สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าเขาจะคือคนของคุณล่ะ เพราะคาดว่าจะได้พบกับคนที่ใช่แล้วสิ!  

สุขภาพ  :   หากคุณกำลังเอ็นจอยทั้งกินและดื่ม แต่ เอ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว แต่ยังมีความเครียดปนๆ อยู่ด้วย ดังนั้น จึงต้องระวังน้ำหนักที่จะตามมาอย่างไม่คาดคิด นอกจากนั้นอย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา มีความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับงานราชการ  รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินการธนาคาร ประกัน วงการแพทย์และสาธารณสุข หากคุณกำลังรู้สึกถึงความมั่นคงในการทำงานหรือธุรกิจดีอยู่ ก็ควรตื่นได้แล้ว เพราะในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาดาหน้าเข้ามาจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ซึ่งมีโอกาสที่จะไปถึงขั้นที่งานหรือธุรกิจไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว ทางที่ดีควรใช้สมองและสติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นแล้ว สุดท้ายแล้วคุณนั่นล่ะที่จะผิดหวัง เสียใจ จนถึงขั้นท้อแท้ต่อโชคชะตาเลยทีเดียว

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณมีการวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ประหยัด อดออม ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า แต่สัปดาห์นี้ต้องระวังเลยเชียว อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่มีหลักการและเหตุผล เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกหลอก จนถึงขั้นหมดตัวเลยทีเดียว

ความรัก  :  ผลของสัปดาห์ที่แล้วก็มีโอกาสที่จะส่งผลมาถึงสัปดาห์นี้ แม้คุณจะพยายามปรุงแต่งและปรับปรุงตัวเองเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่กลายเป็นความกดดันทั้งคุณและคู่   จนที่สุดแล้วมีความเสี่ยงที่ชีวิตคู่ของคุณจะไปต่อกันไม่ได้ คนโสด  หากความรักของคุณอยู่ในหมวดที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ จริงใจ จนต้องใช้เวลาในการศึกษาดูใจกันนานๆ คาดว่าสัปดาห์นี้ คุณจะไม่ได้ในจุดนั้น

สุขภาพ  :  ต้องระวังความเครียด เพราะเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะซีเรียสและจริงจังกับทุกๆ เรื่อง จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ทั้งปวดศีรษะ ไมเกรน ปวดท้อง โรคกระเพาะ  อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ รวมถึงโรคเก่าที่กำลังเป็นอยู่ก็เป็นไปได้ที่จะกลายเป็นโรคเรื้อรัง รักษายาก

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  เทพพระพุทธ เทพประจำวันเกิดสัปดาห์นี้สถิตอยู่กับคุณ นั่นหมายถึงว่า คุณมีโอกาสที่จะได้ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน หรืองานขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานใหม่ หรือนักธุรกิจมือใหม่ ที่เพิ่งเปิดร้านเปิดกิจการ ก็คงต้องใช้อำนาจของเทพพระพุทธให้เป็นประโยชน์ เพราะเป็นไปได้ว่าเส้นทางสายนี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียแล้ว มีโอกาสที่เจ้านายหรือหัวหน้างานจะมองไม่เห็นผลงานของคุณ รวมถึงเพื่อนร่วมงานหรือร่วมหุ้นก็มีโอกาสชิงลาออก ทิ้งงานไปโดยไม่บอกล่วงหน้าด้วย  แต่หากคุณอดทนก้าวข้ามผ่านไปได้ ผลที่ได้รับกลับมานับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :   ระวังจะสูญเงินให้กับคนใกล้ชิด คนรัก อย่างเต็มใจด้วยสิ ทางที่ดีหากมีใครมาชักชวนให้ไปร่วมขบวนการส่อไปในทางไม่โปร่งใส ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียชื่อ

ความรัก  :  ต้องหนักแน่นหน่อยนะ เพราะยิ่งรักกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีมารมาทำลายให้คุณแตกหักกันได้ง่ายๆ ฉันใดฉันนั้น เพราะสัปดาห์นี้ ไม่คุณก็คู่มีโอกาสถูกเม้ามอยว่า แอบมีกิ๊ก แล้วหากคุณไม่หนักแน่น มีโอกาสที่คุณจะเป๋ไปได้ง่ายๆ เลย  คนโสด  หากคุณกำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจคนที่หมายปองอยู่ ก็อยากบอกว่า เขายังไม่ใช่คนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้ปัญหาของคุณน่าจะอยู่ที่ ฟัน  นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ของหมักดอง รสจัด

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายสารพัดช่าง หรือนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักค้นคว้าทดลอง ที่กำลังสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง ดนตรี บันเทิง พิธีกร พริตตี้ สถานบันเทิง จนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับการแก่งแย่งแข่งขันต่อสู้ ทั้งผลประโยชน์ และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง หากไม่เหนียวพอ มีโอกาสที่งานหรือธุรกิจจะสะดุดหยุดลงกลางคัน

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณมีอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อสังคมมากกว่าจะทำเพื่อธุรกิจของตัวเอง แต่ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่าน จึงเป็นไปได้ที่คุณจะเปลี่ยนจุดยืนมาทำในสิ่งเทาๆ แล้วมีโอกาสได้เงินดีด้วยสิ

ความรัก  :   หากคุณเป็นคนรักประเภทที่บูชาความรักเป็นที่ตั้ง สัปดาห์นี้เหนื่อยหน่อยนะ เพราะจะมีปัจจัยภายนอกมาทำให้คุณสั่นไหวจนถึงขั้นเตียงสะเทือนเลยทีเดียว  คนโสด เช่นกันค่ะ สำหรับคนที่บูชาความรักเป็นที่หนึ่ง สัปดาห์นี้อาจต้องหนักแน่นนิดหนึ่ง เพราะจะมีเรื่องเทาๆ เข้ามากระทบใจจนเป๋ไปเลย  

สุขภาพ   :   ออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้ว หากคุณนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เพราะจะเริ่มปวดตึงที่คอ บ่า ไหล่ ก่อนอันดับแรกแล้วจะลามลงหลังไปที่เอว สะบัก เพราะฉะนั้นจึงควรหาหมอนวดมากดจุดคลายเส้นบ้างก็ดี

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าผลจากความรู้ความสามารถของคุณที่สะสมมา มีโอกาสได้รับการโปรโมทแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ใช่ว่าพรมแดงจะทอดยาวให้นั่งเก้าอี้นั้นอย่างสวยงาม เพราะเป็นไปได้ที่คุณจะต้องเข้าไปแย่งชิงกับอีกหลายๆ คน แล้วหากคุณปรารถนาที่จะคว้าตำแหน่งนั้นอย่างแรงกล้าโดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรม เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาดาหน้าเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขัดแย้งกับบุคคลอื่น  ทางที่ดีควรใจเย็นๆ ใช้สมองและสติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะสุดท้ายแล้วคุณเองนั่นล่ะที่จะผิดหวัง เป็นทุกข์ จนถึงขั้นท้อแท้กับโชคชะตาเลย  

การเงิน  :  คุณก็ยังมีความสามารถในการหาเงินอยู่ และมีโอกาสที่จะได้รับรางวัลจากการทำงานด้วย สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะประหยัดมากขึ้นอีก มีการทำแผนการใช้จ่ายเงินอย่างรัดกุมมากขึ้น

ความรัก :   หากคุณเคยล้มเหลวหรือผิดพลาดกับชีวิตคู่มาแล้ว แม้คุณจะพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่อย่างไรคุณก็อดคาดหวังกับชีวิตคู่ครั้งนี้ไม่ได้ จนกลายเป็นเครียดทั้งคุณและคู่ คนโสด  หากใครที่ผ่านการอกหักมาแล้วหลายครั้ง คราวนี้มีเฮ เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้พบกับคนที่ใช่ แต่อาจไม่ได้ใช่กับคุณคนเดียว เพราะคู่แข่งเต็มเลย

สุขภาพ  :   อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกรวยไตและกระเพาะปัสสาวะ ในกรณีรุนแรงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในกระแสเลือด

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้คุณมีทั้งอำนาจและเมตตาอยู่กับตัวเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำ ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ เป็นไปได้ว่าคุณจะโดดเด่นในเรื่องของความกล้าได้กล้าเสีย บู๊ ดุดัน ห้าวหาญ ไม่แพ้ผู้ชาย ขณะเดียวกันคุณก็ปกครองลูกน้อง โดยใช้หลักธรรมาภิบาล เมตตาประดุจสมาชิกในครอบครัว แต่ก็อย่าประมาท เพราะหากคุณอยู่ในภาคบู๊ดุดันจนลืมตัว มีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย บริวารจากที่รักคุณก็จะเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นไม่ซื่อสัตย์ จนทำให้งานหรือธุรกิจผิดพลาดได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น  

การเงิน  :  จริงๆ คุณชอบความเสี่ยง กล้าที่จะลงทุน แล้วก็โชคดีทุกครั้งเสียด้วย แต่ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะนุ่มนวลมีเมตตาขึ้น ไม่ฟาดจุกๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้ว

ความรัก  :   สัปดาห์นี้ดูเหมือนคุณจะบาลานซ์ความเป็นตัวเองได้ดี ระหว่างความแรงกับการปลง เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะค้นพบแล้วว่า ความสุขที่แท้จริงของคุณก็คือ ลูก นั่นเอง คนโสด ยินดีด้วยนะคะ เพียงแค่คุณคิดที่จะลดความแรงร้อนในตัวลง เป็นไปได้ว่าคนที่จริงใจก็กำลังจะปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

สุขภาพ   :   โรคผู้สูงอายุถามหาแล้วค่ะ เช่น พวกกระดูกพรุน อัลไซเมอร์ ปวดเนื้อเมื่อยตัว ยิ่งหากมีปัญหาในเรื่องของสมองและหัวใจอยู่แล้วยิ่งต้องระวังมากขึ้นด้วย

โบตั๋น แห่ง บางกอกคณิกา

บทสนทนาตัวตนหลังกองถ่าย โบตั๋น แห่ง บางกอกคณิกา ซีรีส์ที่สะท้อนสิทธิสตรี เพื่อนหญิงพลังหญิง

บทสนทนาตัวตนหลังกองถ่าย คุยกับ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร หรือ โบตั๋น แห่ง บางกอกคณิกา พลังหญิงสู่ลุกขึ้นสู้เพื่อการกอบกู้ศักดิ์ศรี กับความฝันสูงสุดอยากนำพาในสังคมดีขึ้น

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ออกอากาศในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้แล้ว สำหรับ บางกอกคณิกา ละครร้อนแรงที่จะมาเรียกเรตติ้งจากผู้ชมของ oneD ORIGINAL ทางช่องวัน 31 โดยผลงานชิ้นนี้บอกเล่าเรื่องราวของ 3 นางคณิกา ที่ถูกด้อยค่าในสังคม และพยายามพาตัวเองทำตามฝันที่อยากเป็นอิสระ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายอย่าง

ล่าสุด แพรว ได้มีโอกาสสัมภาณ์ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร ซึ่งรับบทเป็นหนึ่งในดอกไม้งาม โบตั๋น แห่งหอบุปผชาติ โดยเธอบอกว่าผลงานชิ้นนี้ถือเป็นความฝันของเธอที่อยากจะนำพาในสังคมดีขึ้นผ่านอาชีพนักแสดงที่เธอรัก

โบตั๋น แห่ง บางกอกคณิกา

สานฝันที่อยากจะนำพาในสังคมดีขึ้น ผ่านอาชีพนักแสดงที่รัก

“จุดเริ่มต้นที่ได้มาร่วมในโปรเจกต์นี้คือ “พี่ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร” เรียกให้เข้าคุย เขาถามว่าเราอยากทำอะไร หรือ มีโปรเจกต์อะไรบ้างไหม ตอนแรกก็คิดว่าพี่ป้อนอาจจะอยากชวนเขียนบท เพราะก้อยก็เคยเขียนบทมาก่อน แต่สุดท้ายพี่เขาถามว่าเรามีแพชชั่นสูงสุดคืออะไร ก้อยตอบไปว่าชอบการแสดงที่สุด เขาถามต่อว่าอยากเล่นบทแบบไหน ก้อยบอกว่าอยากเล่นเกี่ยวกับ ความรัก มิตรภาพ หรืออะไรก็ตามที่เป็นความเอ็มพาวเวอร์ หรือ บทที่นำพาในสังคมดีขึ้น ก้อยค่อนข้างอิน หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ จึงได้รับการติดต่อให้มาเล่นเรื่องนี้ ยิ่งได้รู้เนื้อเรื่อง ยิ่งสนใจ ก้อยพูดตรงๆ เป็นบทที่น่าเล่น ไม่บ่อยเลยที่เราจะได้มีโอกาส บวกกับก้อยเองไม่เคยเล่นละครพีเรียดมากก่อนเลยรู้สึกเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทาย แต่ใดๆ คือก้อยรู้สึกว่าสิ่งที่มากกว่านั้นคือ เป็นงานที่ Live Up สังคม คนที่ดูจะรู้สึกถึงความเท่าเทียมของการเป็นมนุษย์ เลยไม่รู้สึกติดขัดกับการรับบทเป็นโสเภณี อีกอย่างหนึ่งก้อยรู้สึกว่าเป็นบทที่น่าจะทำให้ก้อยเติบโตขึ้นด้วย”

โบตั๋น นักสู้แห่งหอบุปผชาติ

“ถ้าให้พูดถึงตัวโบตั๋น ถ้าไปรบโบตั๋นคือตัวบู๊ เป็นคนที่เอาตัวรอดได้ดีโดยใช้สัญชาตญาณดิบ เปรียบเทียบกับหมาจรจัดที่อยู่ริมถนนมีอันตรายเยอะแต่ต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ แล้วเวลาที่มีใครเข้ามาเราจะมีภาวะระวังสูงพร้อมที่จะตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพราะว่าชีวิตเจอมาเยอะ แต่ขณะเดียวกันถ้าใครพร้อมที่จะรักเขาหรือเลี้ยงเขา เขาสามารถที่จะถวายชีวิตให้กับคนนั้นได้เลย”

ทีมพาวเวอร์พัฟเกิร์ล

“ทั้ง อิงฟ้า และ ชาร์เลท เป็นนักแสดงที่เก่งมาก อย่างอิงฟ้า แม้จะเป็นผลงานแรกแต่เขามีของมาก ส่วนชาร์เลทคือถึงจะเป็นน้องเล็กแต่คือทั้งเก่งและมีประสบการณ์สูง สิ่งที่ก้อยมองว่าเราทั้งสามเข้ากันได้อย่างกลมกล่อมเพราะเรามีเลือดนักสู้เหมือนกัน แต่แค่มันอยู่กันคนละเฉด”

“สำหรับครั้งแรกที่เจอกับความรู้สึกงง แต่เข้าใจว่าเป็นปกติของคนที่ไม่เคยรู้จักหรือสนิทกัน แต่โชคดีที่เราทั้งสามคนได้มีการเวิร์คช็อปร่วมกันก่อนแสดงจริง พอจูนติดมันรู้สึกดีมากเลยที่พอเราหันไปเห็น กุหลาบและเทียนหยดแล้วรู้สึกอ่อนไหวในแบบที่ตัวละครควรจะรู้สึกอีกอย่างก้อยว่าตัวจริงของเราทั้งสามคนไม่ได้ต่างกันมากเลย ทำงานกันง่าย คุยกันง่าย”

ซีนดราม่าที่สุด

“จริงๆ มีซีนดราม่าเยอะมากค่ะ เอาแค่ตอนแรกชีวิตของการเป็นโสเภนีเราต้องโดนกระทำชำเรา แล้วโบตั๋นเป็นประเภทเลือกแขกไม่ได้ จะวิตถารแค่ไหนได้หมด แต่พอเราไปเล่นจริงมันกลัวมาก คือมันไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงคนไหนในโลกต้องมาเจอ แต่ด้วยอาชีพของเขาเลือกไม่ได้”

“ถ้าถามความตรากตรำของการเล่นเรื่องนี้ก้อยว่ามันเข้มข้นจริงๆ มันต้องสู้กับการโดนกดทับของสังคม ว่าอาชีพนี้ถูกมองว่าเป็นชนชั้นต่ำสุดของประเทศนี้ ไม่มีสิทธิ์อะไรในร่างกายตัวเองเลย รวมถึงการจะมีความรักก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการแต่งงานกับโสเภณีเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย”

สุดท้ายในขณะที่ก้อยบอกว่าสิ่งที่อยากสื่อในละครเรื่องนี้คือการที่ผู้หญิงถูกกดทับในสังคม ในขณะเดียวกันอีกด้านก็มองว่าเราเชิดชูคนทำอาชีพนี้หรือเปล่า?

“ก้อยว่ามันอยู่ที่เรา เราจะเลือกเสพมุมไหน คือเราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าอาชีพนี้มีอยู่จริง แม้ว่าพอไปตรวจสอบแล้วจะไม่พบก็ตาม คือมันเป็นไปไม่ได้เพราะเราทุกคนเห็นด้วยตาว่ามันมีอาชีพนี้ การทำละครเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเราเชิดชู คือถ้าคุณดูละครนี้แล้วได้สิ่งนั้นไปก็ต้องถามตัวเองคุณดูละครเรื่องนี้ด้วยแง่มุมไหนอยู่ แต่ถ้าดูแล้วรู้สึกว่านี่คือปัญหาของสังคม แล้วมีการแก้ไขปัญหา จะอยู่อย่างไรให้มีคุณภาพที่สุด หรือ อยู่ร่วมกันได้ดีที่สุด นั่นคือจุดสำคัญมากกว่าหรือเปล่า”

TAG Heuer Formula 1 | Kith

ซูมอิน TAG Heuer Formula 1 | Kith นาฬิกาเรือนล่าสุดของ ลิซ่า ลลิษา

รีบซื้อก่อน Sold Out แพรวพาไปซูมอิน TAG Heuer Formula 1 | Kith นาฬิกาเรือนล่าสุดของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ที่ใส่ไปร่วมงานเฉลิมฉลองเปิดตัว  TAG Heuer Formula 1 | Kith ซึ่งจัดขึ้นที่ ไมอามี, รัฐฟลอริดา

TAG Heuer จัดป๊อปอัพเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้กับการเปิดตัว TAG Heuer Formula 1 | Kith ซึ่งตรงกับช่วง Miami Race Week โดย TAG Heuer ครองพื้นที่ใจกลาง Palm Court ของ Miami Design District ด้วยการจัดแสดงรถแข่ง Oracle Red Bull Racing Formula 1 RB20 ที่ประดับด้วยโลโก้ KITH HEUER สำหรับการแข่งขัน Formula 1 Miami Grand Pix 2024 ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ 

นอกจากการปรากฏตัวของนักแข่ง Checo Pérez (เซร์ฆิโอ เปเรซ) จากทีม Oracle Red Bull Racing แล้ว นักร้องสาว ลิซ่า BLACKPINK ยังปรากฏตัวพร้อมสวมใส่นาฬิกาคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้ร่วมกันระหว่าง TAG Heuer และ Kith ซึ่งผลิตออกมาเพียง 1,350 เรือนเท่านั้น

นาฬิกาขอบหน้าปัดสีดำสุดคลาสสิก โดยเน้นเฉดสีแดงซึ่งเป็นการจับคู่โทนสีอันเป็นอมตะและยากที่จะปฏิเสธ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมสายนาฬิกาสตีลและหน้าปัดสีเปลือกไข่ ชวนให้นึกถึงรุ่นที่มีการเคลือบสีจากโมเดลในปี 1986 ผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานอย่างประณีตระหว่างคุณสมบัติสมัยใหม่เข้ากับรูปลักษณ์ที่สวยงามแบบวินเทจ


Tiffany Céleste จิวเวลรี่ชั้นสูง แรงบันดาลใจจากเทหวัตถุในโลกทัศน์

Tiffany & Co. เปิดตัว Blue Book 2024: Tiffany Céleste สุดยอดคอลเล็คชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูง แรงบันดาลใจจากเทหวัตถุในโลกทัศน์ของ Jean Schlumberger

Tiffany Céleste สุดยอดคอลเล็คชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงล่าสุดของแบรนด์ งดงามเหนือพรรณนา นับเป็นการเฉลิมฉลองให้กับจินตนาการอันไร้ขอบเขตและความหลงใหลในความลึกลับของจักรวาลของ Jean Schlumberger ดีไซเนอร์ระดับตำนานของแบรนด์

คอลเล็คชั่นจิวเวลรี่ดังกล่าวเป็นคอลเล็คชั่น Blue Book ลำดับที่สอง ฝีมือการออกแบบโดย Nathalie Verdeille ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ประจำแผนกจิวเวลรี่และไฮจิวเวลรี่ของ Tiffany & Co. ซึ่งได้นำดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว กาแล็กซีอันไกลโพ้น ตลอดจนโลกในจินตนาการในโลกทัศน์ของสุดยอดดีไซนเนอร์มาตีความนำเสนอในรูปแบบใหม่

Blue Book 2024: Tiffany Céleste ของ Tiffany & Co. จะทยอยเปิดตัวในสามฤดูตลอดปี 2024 โดยจะเริ่มด้วยคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ ตามด้วยฤดูร้อน และปิดท้ายด้วยฤดูใบไม้ร่วง

คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลินำเสนอการตีความใหม่ของจักรวาลในโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Jean Schlumberger ผ่านชิ้นงานในหกธีม ได้แก่ Wings, Arrow, Constellation, Iconic Star, Ray of Light และ Apollo 

ธีม Wings เป็นสัญลักษณ์แห่งการโบยบินและจินตนาการ ซึ่งภาพเงาของปีกอันเป็นเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ระดับตำนานได้แปลงร่างเป็นชิ้นงานส่องสว่าง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยเพชรและแซฟไฟร์

ธีม Ray of Light ได้รับแรงบันดาลใจจากเข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany ระดับตำนานของแบรนด์ ซึ่งออกแบบเลียนแบบแสงอาทิตย์สีทอง โดยมีสปิเนลสีแดงที่ชวนให้นึกถึงลำแสงที่สุขุมแต่ก็ละเอียดอ่อน

หนึ่งในชิ้นงานที่สวมใส่ได้หลากหลายที่สุดในธีมดังกล่าว คือสร้อยคอสุดพิเศษที่สามารถสวมใส่เป็นมงกุฏได้ ซึ่งเป็นชิ้นงานที่ไม่ได้รวมไว้ใน Tiffany Blue Book มานานหลายปีแล้ว

ธีม Iconic Star ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพร่างและชิ้นงานในอาร์ไคฟ์ของ Tiffany & Co. ที่ Jean Schlumberger ใช้สำรวจภาพเงาของดวงดาวในฐานะสัญลักษณ์ของจักรวาล ในขณะที่ธีม Constellation ต่อยอดมนต์เสน่ห์แห่งดวงดาวของดีไซเนอร์ระดับตำนาน ประกอบด้วยลวดลายที่มีองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงกลุ่มดาวบนท้องฟ้า ธีมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเฉลิมฉลองให้กับโลกทัศน์เกี่ยวกับโลกเบื้องบนของ Jean Schlumberger

ธีม Apollo นำเข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany Apollo มาตีความใหม่ ให้ขับเน้นเพชรสีเหลืองและสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Tiffany & Co. ในขณะที่ธีม Arrow ได้รับแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบของเข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany Trophée de Vaillance ในปี 1941 โดยช่างฝีมือของ Tiffany & Co. ได้พัฒนารูปทรงพิเศษ เลียนแบบรูปทรงสามเหลี่ยมของปลายลูกศร ประดับมรกตโคลอมเบียอันทรงคุณค่าที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ

สำหรับ Blue Book 2024: Tiffany Céleste จะเปิดตัวในงานเฉลิมฉลองจิวเวลรี่ชั้นสูงของ Tiffany & Co. ในฤดูใบไม้ผลินี้


We’re Worth It

นิยาม We’re Worth It คุณค่าที่เราทุกคนคู่ควร มุมมองบุคคลในสังคม

นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ ลอรีอัล ปารีส ผู้นำด้านความงามระดับโลก ซึ่งเล็งเห็นถึงคุณค่าของความงามในทุกมิติ ได้เนรมิตให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นงานอีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี รวมคนบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไปจนถึงผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายสาขาอาชีพ และผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 คน มาร่วมแสดงจุดยืนที่ชัดเจนถึง ‘We’re Worth It คุณค่าที่เราทุกคนคู่ควร’ พร้อมโชว์โดรนแสงสีสุดตระการตาเป็นครั้งแรก ณ River Park ICONSIAM

ท่ามกลางคนดังที่มาร่วมงานคับคั่ง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร รวมทั้ง เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ Friend of L’Oreal Paris มาร่วมเป็นกระบอกเสียงและชวนให้ทุกคนตั้งคำถามถึงนิยามของคุณค่าในแบบของตัวเอง ร่วมด้วยศิลปิน นักแสดง ที่ตบเท้าเข้าร่วมโชว์ ‘Walk Your Worth’ 

พร้อมทีมนักแสดงจาก GMMTV เลิฟ ภัทรานิษฐ์, มิลค์-พรรษา, วิว-เบญญาภา, เอิร์ท-พิรพัฒน์, มิกซ์-สหภาพ และ ละครเรื่องดวงใจเทวพรหม อย่าง, แบม-สราลี, ญดา-นริลญา, จูเนียร์-กาจบัณฑิต เสริมทัพด้วย Worth It Squad อย่าง ซินดี้-สิรินยา, ปอย-ตรีชฎา, โยชิ รินรดา, และ นางเอกร้อยล้านคนล่าสุด แต๋ว-อุษา (จากภาพยนตร์เรื่องหลานม่า) 

กว่า 50 ปีที่ ลอรีอัล ปารีส ริเริ่มสร้างสรรค์ข้อความสุดไอคอนิกอย่าง “คุณค่าที่คุณคู่ควร” ในโฆษณาเป็น
ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เพื่อยกย่องคุณค่าและความงามในผู้หญิงทุกคน นับจนถึงวันนี้สโลแกนคุ้นหูได้ถูกปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น จนกลายมาเป็น “คุณค่าที่เราทุกคนคู่ควร” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในสังคมซึ่งมีความแตกต่างทั้งภูมิหลัง, อาชีพ, เพศ, การศึกษา และ วัย ให้มีความภูมิใจในคุณค่าของตัวเองอย่างถึงที่สุด

นิยามของ ‘คุณค่าที่เราทุกคนคู่ควร’ ในมุมมองของบุคคลที่มีบทบาทอันหลากหลายในสังคม

ด้าน ชมพู่, คุณณิชา และคุณพีพี Spokespersons – L’Oreal Paris Thailand กล่าวว่า “ในฐานะคนบันเทิง คุณค่าที่เราทุกคนคู่ควร คือการที่เรามองเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง จึงอยากส่งเสริมให้ทุกคนภูมิใจในบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ไปจนถึงคนทำงานเบื้องหลังอย่าง โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, คนเขียนบท, ช่างแต่งหน้า, ช่างทำผม, ช่างถ่ายภาพ ล้วนมีส่วนขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมบันเทิงก้าวไปข้างหน้าอย่างสวยงาม”

We’re Worth It

เจมีไนน์-นรวิชญ์ – Friend of L’Oreal Paris Thailand กล่าวว่า “ในมุมมองของศิลปินคนรุ่นใหม่ ความเป็นตัวเองคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนมองเราด้วยความชื่นชมและรักในสิ่งที่เป็นตัวเราเอง โดยที่เราไม่ต้องพยายามที่จะเป็นให้เหมือนกับคนอื่น ๆ เพียงแค่เราภูมิใจในตัวเอง ทุกอย่างก็จะออกมาดีเสมอ”

We’re Worth It

นอกจากนี้ คุณซินดี้-สิรินยา นักแสดงและนางแบบผู้ริเริ่มแคมเปญ “Don’t Tell Me How to Dress”,
คุณปอย-ตรีชฎา นักเคลื่อนไหวทางสังคม และ คุณแต๋ว-อุษา นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องหลานม่า กล่าวว่า “อยากร่วมเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับสิ่งที่ลดทอนคุณค่าของตัวเอง เช่น คำดูถูก การข่มเหงหรือรังแกผู้อื่นให้รู้สึกด้อยค่า ทั้งทางออนไลน์และในชีวิตจริง เพราะทุกคนมีคุณค่า และไม่ควรมีใครมาทำลายคุณค่าในตัวเรา”

ในปีนี้ “L’Oréal Paris Worth It” ยังคงเดินหน้าคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ด้วยการบริจาคเครื่องสำอางกว่า 30,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 7.9 ล้านบาท ให้กับองค์กรและมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาในสังคม ตามเจตจำนงของแบรนด์ที่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีคุณค่า และให้พวกเธอมีพลังที่จะต่อสู้และโอบกอดคุณค่าในตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ