ชี้เป้า TCP Legacy Museum จุดเช็กอินใหม่ปราจีนบุรี ที่จัดแสดงรถแข่ง Red Bull Formula 1

ชี้เป้าจุดเช็กอินใหม่ จ.ปราจีนบุรี ที่ TCP Legacy Museum แหล่งเรียนรู้ตำนานเครื่องดื่ม “กระทิงแดง (เรดบูล)” ที่โด่งดังและปลุกพลังคนทั่วโลกของกลุ่มธุรกิจ TCP เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 68 ปี เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเอเนอร์จี้ ดริงก์ ผ่านการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ให้ผู้เยี่ยมชมได้เพลิดเพลินกับการเรียนรู้จากทุกโสตสัมผัส และพบกับไฮไลต์รถแข่ง Red Bull Formula 1 ที่จัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด นับเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของปราจีนบุรีที่ไม่ควรพลาด

ร่วมย้อนประวัติความเป็นมาและความสำเร็จ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องดื่มให้พลังงาน ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ถ่ายทอดผ่านสื่อครบทุกมิติทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และเทคโนโลยีใหม่ที่นำมาสร้างลูกเล่นและสีสันความสนุกให้ผู้เข้าชมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเรียนรู้และการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์

โซนต่างๆ ใน TCP Legacy Museum จัดแสดงแบบอินเทอร์แอ็กทิฟ ประกอบด้วย 7 โซน ได้แก่

  • The Legacy: ย้อนกลับไปปี 2499 นำภาพแห่งความทรงจำที่ใครหลายคนคุ้นเคยกลับมาให้สัมผัสอีกครั้ง เริ่มต้นจากคุณเฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนขายยาและจำหน่ายยาภายใต้ชื่อ “ทีซี-มัยซิน” บุกเบิกและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของเครื่องดื่มให้พลังงานสัญชาติไทยให้ดังไกลระดับโลก
  • House of Great Brands: พบกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภครุ่นใหม่ เพลิดเพลินไปกับเทคนิค Augmented Reality (AR) ให้ผู้เยี่ยมชมถ่ายรูปหรืออัดคลิปวิดีโอเล่นกับผลิตภัณฑ์จากหลากหลายประเทศ
  • The Original: พาไปสำรวจดินแดนก่อเกิดพลังของเครื่องดื่มกระทิงแดง (เรดบูล) เรียนรู้เรื่องราวที่สะท้อนเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นเครื่องดื่มให้พลังงานในแต่ละขวด ผ่านเทคนิคอินเทอร์แอ็กทิฟ เต็มอิ่มทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เพื่อเปิดมุมมองใหม่ต่อความเชื่อที่ว่า การดื่มเครื่องดื่มให้พลังงานส่งผลต่อสุขภาพ ผ่านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องดื่มให้พลังงาน
  • Factory in Focus: เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องดื่มและระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับสากล และทันสมัย
  • TCP Sustainability: ร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นผ่านกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการจัดการน้ำยั่งยืน
  • World Record: ตื่นตาตื่นใจกับรถฟอร์มูล่าวัน ภาพประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของทีมรถแข่ง เรดบูล ฟอร์มูล่าวัน ขับโชว์บนถนนราชดำเนิน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2553
  • Legacy Shop: ช้อปปิงสินค้าที่ระลึก

นักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา และบุคคลทั่วไป สามารถเยี่ยมชม TCP Legacy Museum ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง
จ.ปราจีนบุรี (กดแผนที่เพื่อศึกษาเส้นทาง) เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 10:00 – 12:00 น. และ 14:00 – 16:00 น. ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ผู้สนใจสามารถสำรองวันที่เข้าชมล่วงหน้าได้ที่ https://tcp.com/about/tcp-legacy-museum/ รายละเอียดติดต่อ โทร. 037-239239 กด 0

TCP Legacy Museum อยู่ระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเขาใหญ่ ที่เที่ยวต่างๆ ทั้งในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ฉะเชิงเทรา และนครนายก จึงเป็นอีกจุดท่องเที่ยวใหม่ที่สามารถเข้ามาแวะชมก่อนเดินทางต่อ และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจังหวัดปราจีนบุรี


เฮนดริกส์ จิน เปิดตัว HENDRICK’S GRAND CABARET ในประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอย! เฮนดริกส์ จิน เปิดตัวจินลิมิเต็ดอิดิชันรสชาติใหม่ นำความสวยงามแบบเฟื่องฟูมาสู่ประเทศไทย กับ Hendrick’s GRAND CABARET ความสร้างสรรค์สุดวิจิตรใหม่ล่าสุดจาก Cabinet of Curiosities แหล่งรวมนักฝัน ศิลปิน และจิตวิญญาณอิสระ โดยความสร้างสรรค์ในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการดื่มเหล้าผลไม้ของชาวปารีสในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่พร้อมเชิญชวนนักล่าฝันทุกคนเข้ามาสู่เรื่องราวและประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอันน่าหลงใหลและน่าจดจำ

การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้จัดขึ้นในแบบฉบับเฮนดริกส์อย่างแท้จริง ในรูปแบบงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิชีวาที่ร้านอาหาร AESOPS Bangkok ชูแนวคิด “Long Live to Maximalism” พร้อมการแสดงเต้นอันน่าหลงใหล ภายในบรรยากาศสุดรื่นเริงไร้ขีดจำกัด งานเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มแฟชั่นชั้นนำ และกลุ่ม LGBTQA+ ที่มาร่วมความสนุกด้วยการแต่งตัวตามสไตล์ Maximalism เพื่อชิงรางวัล ‘Best Dressed Award’

เพื่อนำจิตวิญญาณของ Maximalism ออกมาให้มีชีวิตชีวามากขึ้น เฮนดริกส์ จิน ได้ร่วมมือกับศิลปินชื่อดังอย่าง ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ ‘Juli Baker and Summer ที่ร่วมออกแบบ Hendrick’s GRAND CABARET Salon ป๊อปอัพซาลอนอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับเฮนดริกส์ จิน และ Juli Baker and Summer ด้วยความโดดเด่นด้านสีสันแปลกตาตามสไตล์ของคุณป่าน ผนึกรวมกับความไม่ธรรมดาชวนฉงนของเฮนดริกส์ จิน และเพิ่มความมีชีวิตชีวาของฤดูร้อนด้วยความสดชื่นจากผลไม้เมล็ดแข็งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก GRAND CABARET ทั้งหมดนี้จึงหล่อหลอมทำให้ป็อปอัพซาลอนสไตล์บาโรกที่นำเอาจิตวิญญาณความเป็น Maximalism กลับมามีชีวิต ทั้งยังยึดมั่นในปรัชญาแห่งความเยอะ (Maximalism Philosophy) ตามแบบฉบับ Hendrick’s GRAND CABARET อีกด้วย

ย้อนกลับไปสู่ดาวเด่นประจำงาน HENDRICK’S GRAND CABARET ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวานี้ นำเสนอรสชาติที่สดใส เข้มข้นและเย้ายวน โดย HENDRICK’S GRAND CABARET ถูกรังสรรค์มาเพื่อดึงดูดจิตวิญญาณอิสระที่แสวงหาความผ่อนคลาย แต่ยังคงความสดชื่นสำหรับการนัดพบปะอันรุ่งโรจน์ การเปิดตัว HENDRICK’S GRAND CABARET ในครั้งนี้นับเป็นการเปิดตัวที่ใหญ่ที่สุดของ Cabinet of Curiosities จากเฮนดริกส์ และจะวางจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

คุณ เลสลี่ เกรซี่ (Lesley Gracie) มาสเตอร์ ดิสติลเลอร์ยอดนักสร้างสรรค์ประจำ เฮนดริกส์ จิน ได้รับแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ HENDRICK’S GRAND CABARET หลังจากการอ่านเรื่องเหล้าจากผลไม้เมล็ดแข็งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในงานปาร์ตี้สุดเก๋ในกรุงปารีสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือบรั่นดีที่ผลิตจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมจินและอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ด้วยความหลงใหลในการทดลองผสมผสานผลไม้และพฤกษาศาสตร์ที่ไม่ธรรมดาในจินของคุณเลสลี่ นี่คือครั้งแรกที่ผลไม้เมล็ดแข็งถูกเลือกมาเป็นส่วนประกอบเพื่อคงรสชาติเข้มข้นของจินไว้ โดยคุณเลสลี่นำเอาผลไม้เมล็ดแข็งที่สุกงอมมาผสมกับสมุนไพรรสหอมหวานเพื่อให้ได้รสชาติความอร่อยที่หรูหราแต่ยังเบาบางจิบง่าย เหมาะกับการเพิ่มความสดชื่นในการพบปะสังสรรค์ตามสไตล์เฮนดริกส์ จิน

คุณ เลสลี่ เกรซี่ ยังกล่าวอีกว่า “ฉันมองหาแรงบันดาลใจอยู่เสมอและในครั้งนี้ฉันค้นพบมันเมื่อตอนที่ได้อ่านสูตรการปรุงเหล้าจากผลไม้เมล็ดแข็ง อย่าง eaux de vies เหล้าที่กลั่นจากผลไม้สุกชนิดต่าง ๆ รวมถึง พีช ชแนปส์ เชอร์รี่ลิเคียวร์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่พาเราย้อนกลับไปในช่วงที่รสผลไม้เมล็ดแข็งเป็นตัวเลือกยอดฮิตในงานเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉันเลยลองหยิบเอาความน่าสนใจตรงนี้มาเล่นและได้พบว่าเมื่อเราเอารสชาติของผลไม้เมล็ดแข็งหลาย ๆ ชนิดมาผสมรวมกัน มันจะทำให้เราได้รสชาติที่เข้มข้น อีกทั้งยังได้ความรู้สึกที่สดชื่นเปล่งปลั่งและเบาสบาย และฉันก็ได้เติมสมุนไพรรสหวานที่จะช่วยดึงรสชาติของผลไม้ให้ออกมามากยิ่งขึ้น นี่คือครั้งแรกที่ฉันลองนำเอาผลไม้เมล็ดแข็งเข้ามาปรุงเฮนดริกส์ จิน ฉันรักที่จะเพิ่มมิติในรสชาติ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความสดชื่นในแบบของเฮนดริกส์เอาไว้”

คุณเชอร์เมน ทีโอ (Charmaine Thio) แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ เฮนดริกส์ จิน กล่าวเสริมว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบจินและเครื่องดื่มในประเทศไทย ที่จะได้ลิ้มรสผลงานชิ้นเอกทางพฤกษศาสตร์ชิ้นใหม่ล่าสุดจาก มาสเตอร์ ดิสติลเลอร์ ของเรา Hendrick’s GRAND CABARET ตัวใหม่นี้ มีความสดชื่น ชุ่มฉ่ำในมิติใหม่ พร้อมแอบแฝงไปด้วยเลเยอร์ของรสชาติที่ซับซ้อน สามารถจับคู่ง่าย ๆ กับโทนิคเพื่อดับกระหายและคลายร้อนในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือลิ้มลองในเมนูสุดสดชื่นด้วยการผสม Hendrick’s GRAND CABARET เข้ากับชามะนาวเย็นและน้ำโซดาเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความสดชื่นให้กับการเฉลิมฉลองในทุกช่วงเวลาและโอกาสพิเศษของคุณ”

ขวดบรรจุภัณฑ์ของ HENDRICK’S GRAND CABARET มาในเฉดสีม่วงโดดเด่นสะดุดตา อีกทั้งยังคงรูปร่างเหมือนขวดโพชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับการประดับประดาด้วยไอคอนที่ผสมผสานกันอย่างน่าทึ่ง อย่างโคมไฟระย้าสุดตระการตาที่สื่อถึงความหรูหรามากสิ่ง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จินรสใหม่นี้

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เฮนดริกส์ จิน จะร่วมมือกับร้านชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอ Hendrick’s GRAND CABARET ในเมนูสุดพิเศษที่มีความสร้างสรรค์พร้อมด้วยกลิ่นไอของความสนุกสนานตามแบบฉบับของ เฮนดริกส์ จิน ให้คุณได้ดื่มด่ำ

ข้อมูลเพิ่มเติม Instagram @hendricksgin

เปิดตัวพร้อมความปัง ประเดิมลุค Nicola Coughlan นางเอก Bridgerton ซีซั่น 3

ประเดิมลุคก่อนลงจอ ส่องเดรส Nicola Coughlan นางเอก Bridgerton ซีซั่น 3

ยิ่งใกล้วันออนแอร์ก็เริ่มตื่นเต้นไปใหญ่กับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ‘Bridgerton’ ที่ เดินทางมาถึงซีซั่น 3 แล้ว โดยเรื่องราวเสนอความรักในสังคมชั้นสูงที่มี ‘เพเนโลปี้’ เป็นตัวละครหลัก ซึ่งครั้งนี้ได้ Nicola Coughlan มาร่วมแสดง ที่เรียกว่าเธอก็สามารถตกหัวใจคนดูไปได้ตั้งแต่ภาคแรก

แน่นอนว่าเมื่อ Bridgerton SS3 กำลังจะออนแอร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทีมนักแสดงก็เริ่มโปรโมทกันอย่างเต็มที่ ล่าสุดในรอบพรีเมียร์ ณ นิวยอร์ก ทุกคนต่างมาร่วมงานในลุคจัดเต็ม เตรียมตัวรับความปังของกระแสซีซั่นนี้ โดยเฉพาะเดาวเด่นอย่าง Nicola Coughlan ที่ปรากฏตัวในเดรสเปิดไหล่สีขาวดีไซน์โมเดิร์นจาก Danielle Frankel ที่แบรนด์ customize ขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ ยิ่งแมตช์กับเมคอัพปากแดงแล้ว ลุคนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้นสุดๆ


ภาพ: Instagram @bridgertonnetflix

กลับมาแล้ว! Big Bad Wolf Books เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษสุดยิ่งใหญ่ เริ่ม 23 พ.ค. – 4 มิ.ย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับ Big Bad Wolf Books เทศกาลหนังสือที่ครองใจผู้คนทั่วโลก ที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า หนังสือที่ดีสามารถเปลี่ยนชีวิตและโลกให้ดีขึ้นได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่รวบรวมหนังสือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกพร้อมส่วนลดมากถึง 95% และในปีสุดพิเศษนี้ที่ Big Bad Wolf Books ครบรอบ 15 ปี จึงถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และจัดเต็มแบบที่ไม่ควรพลาดด้วยกองทัพหนังสือภาษาอังกฤษมากกว่า 2 ล้านเล่ม! พร้อมส่วนลดสูงสุด 95% ครอบคลุมทุกความสนใจสำหรับทุกคน ได้แก่ หนังสือเด็ก หนังสือการ์ตูน นิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิก หนังสือธุรกิจ หนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือดีไซน์ หนังสือแต่งบ้าน หนังสือรถ หนังสือแฟชั่น หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือวิทยาศาสตร์นวัตกรรม หนังสือทำอาหาร หนังสือท่องเที่ยว หนังสือภาพ หนังสือสะสมหายาก และอื่นๆ อีกมากมาย   

พลาดไม่ได้! กับโปรโมชันพิเศษแบบจัดเต็ม ได้แก่ ส่วนลดสุดพิเศษสูงสุดถึง 95% ในราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท และโปรพิเศษ “ซื้อ 5 เล่ม แถมฟรี 1 เล่ม” และกิจกรรม “Gamify with BBW” เพียงซื้อหนังสือจากหมวดหมู่พิเศษ ตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรส่วนลดใช้แทนเงินสดมูลค่า 50 – 500 บาท สำหรับใช้ในครั้งถัดไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การซื้อหนังสือให้สนุกสนานมากขึ้น

ร่วมผจญภัยในดินแดนหมาป่าที่ Big Bad Wolf Books ที่จะเติมเต็มแรงบันดาลใจผ่านหนังสือภาษาอังกฤษราคาสุดพิเศษกว่า 2 ล้านเล่ม! ได้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2567 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน ที่ The Market Bangkok ราชประสงค์ เดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์

ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมดีๆ ของ Big Bad Wolf Books ได้จากช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งเฟสบุ๊ก www.facebook.com/bbwbooksthailand  และอินสตาแกรม @bigbadwolfbooks_th

เพื่อไม่ให้พลาดมหกรรมหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก! ล็อกคิวให้พร้อมแล้วพบกัน!

ชุดไทยสุดคิวต์

ชุดไทยสุดคิวต์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงดิสนีย์ สโนว์ไวท์

ส่องดีเทล ชุดไทยสุดคิวต์ ของเจ้าสาว แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงดิสนีย์ สโนว์ไวท์

เรียกว่าสวยสะกดสายตาจริงๆ สำหรับเจ้าสาวแสนสวย แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย นางร้ายที่หลายคนรักที่ล่าสุดเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มทายาทเจ้าของโรงพยาบาล พีท-กันตพร หาญพาณิชย์ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

โดยหนึ่งในชุดแต่งงานที่สวยจนเป็นที่พูดถึงก็คือชุดหมั้นแบบเทรดิชันนอล ที่ทั้งสีและแพทเทิร์นหวานละมุนจึ้งขับสวยออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับชุดหมั้นนี้ออกแบบโดย Milan Wedding ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระจกวิเศษจาก Traditional Tale เรื่อง “สโนไวท์”เป็นชุดทรงประยุกต์นุ่งห่มสด สี Peach Fuzz ตัวเสื้อเป็นโค้งอกรูปหัวใจ ตัดเย็บด้วยลูกไม้ฝรั่งเศสประดับเพชร เพื่อความเรียบหรูและสง่างาม ในส่วนของระบายแขนผสมผสานความโมเดิร์น เน้นความทันสมัยและแตกต่าง ตัวเสื้อ ชิ้นสไบ และผ้าซิ่นปักประดับด้วยเลื่อมลูกปัดสีพีช, สีเงิน, และสีพิ้งโกลด์ เพื่อเพิ่มความละมุน หรูหรา ให้กับเจ้าสาวผู้สวมใส่ เจ้าสาวดูงดงามอ่อนหวานมากๆ

ชุดไทยสุดคิวต์
ชุดไทยสุดคิวต์

“แน๊ก-ชาลี” แทคทีม “น้องอาเธอร์” ร่วมบุกป่าผจญภัยดินแดนสัตว์ ในงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ”

กลับมาอีกครั้ง กับงานดีๆในช่วงปิดเทอม เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม , กรมป่าไม้ , องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ , สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร , บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (เอ็กโซติค) จัดงาน  “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชวนทุกครอบครัว และเหล่าคนรักสัตว์ ผจญภัยสำรวจดินแดนของสัตว์หลากสายพันธุ์ และสัตว์พิเศษหาชมยากกว่า 300 ชีวิตในเมืองโบราณ  งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

พิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค โดยได้ แน็ก-ชาลี ดาราหนุ่มฮอตในโลกโซเชียล แทคทีมหลานรัก น้องอาเธอร์ มาร่วมผจญภัยและร่วมกิจกรรมสร้างสีสันและรอยยิ้มภายในงาน โดยมี คุณศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม , คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรพันธมิตรร่วมงานอย่างคับคั่ง 

ในปีนี้ พบกับไฮไลท์สัตว์ Exotic สัตว์พิเศษที่หาชมยาก อาทิ ครั้งแรกในไทยกับ แพะแคชเมียร์ (CASHMERE GOAT) แพะโบราณ, แกะจาคอป (JACOB SHEEP) แกะโบราณ, นกยูงอินเดีย (INDIAN PEAFOWL) นกที่สวยงามและสง่างามที่สุดของโลก และเป็นราชินีของนก , กบบัดเจท (BUDGETT’S FROG) กบจอมกรีดร้อง หรือ กบฮิปโป , กิ้งก่าเคแมน(CAIMAN LIZARD) กิ้งก่าพื้นเมืองจากทวีปอเมริกาใต้ ภายในงาน  ได้จำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสำหรับสัตว์นานาชนิดพร้อมให้ความรู้การเลี้ยงสัตว์พิเศษ และสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี  โดยแบ่งโซนสัตว์พิเศษเป็น  4 โซน

1.          โซนสัตว์บก

2.         โซนสัตว์ปีก

3.         โซนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

4.         โซนสัตว์เลื้อยคลาน

ผจญภัยในดินแดนของสัตว์หลากสายพันธุ์ และสัตว์พิเศษหาชมยากกว่า 300 ชีวิต กับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ” ครั้งแรกในไทย งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี!!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook The Mall Thailand และ MCC Hall 

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน เผยตัวเลขผลลัพธ์เชิงบวก จากความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม โรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้การรับรองมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (ISO 20121)

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel) เป็นโรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้การรับรองมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (ISO 20121) มาตั้งแต่ปี 2013

ความสำเร็จและความมุ่งมั่นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้โรงแรม ดิ แอทธินีฯ ก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำในการกำหนดมาตรฐานแนวทางการปฏิบัติในอุตสาหกรรมงานบริการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมริเริ่มโครงการต่าง ๆ อีกมากมายเพื่อแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าการมอบงานบริการระดับลักซ์ชูรีก็สามารถทำไปควบคู่กันกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และยังสร้างมีเป้าหมายให้โรงแรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกในอนาคต

และต่อไปนี้เป็นตัวเลขของความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกซึ่งเกิดขึ้นจริงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจของบุคลากรในโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมในทศวรรษถัดไป

ฝีมือคนไทย ในเมืองไทย 100 เปอร์เซ็นต์

แม้ห้องพักจะผ่านการปรับปรุงมาจนงามสง่า แต่รู้ไหมว่าวัสดุหลายชิ้นในห้องเป็นการรีไซเคิลจากเฟอร์นิเจอร์เก่าให้กลับมาในรูปแบบใหม่จนแทบจำไม่ได้ ซึ่งช่วยลดการทิ้งขยะ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า แม้แต่หัวเตียงเก่าที่ดูนำไปทำอย่างอื่นไม่ได้ โรงแรมฯ ก็ออกแบบดีไซน์ใหม่ และส่งต่อให้ช่างไม้ชาวไทยแปลงโฉมเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้ง โดยกระบวนการรีไซเคิลทั้งหมดนั้นทำในประเทศไทยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

ข้าวจากชาวนาไทย 3 ตันต่อเดือน

โรงแรมฯ ซื้อข้าวหอมมะลิออร์แกนิกโดยตรงจากชาวนาในจังหวัดอำนาจเจริญประมาณ 3 ตันต่อเดือน ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถประกันรายได้ และช่วยเหลือเกษตรกรท้องถิ่นเพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงมั่นใจได้เลยว่าผู้รับประทานข้าวหอมมะลิออร์แกนิกที่โรงแรมฯ จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มที่ โดยข้าวหอมมะลิออร์แกนิกจะเสิร์ฟทั้งในร้านอาหาร งานจัดเลี้ยงต่าง ๆ รวมถึงในห้องอาหารของพนักงานโรงแรมด้วย

วัตถุดิบจากประเทศไทย 85 เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ได้ทำงานร่วมกับสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA) อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดหาวัตถุดิบจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองโดยไม่ต้องผ่านผู้ค้าส่ง สร้างราคามาตรฐานที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิต สร้างความมั่นใจให้กับชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งผู้บริโภคในโรงแรมฯ ยังได้รับประทานอาหารสดใหม่ และดีต่อสุขภาพในทุกวัน โดยร้อยละ 85 ของวัตถุดิบที่ใช้ในร้านอาหารไทย เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) คือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ส่งตรงจากเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะผักและผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งเชฟใช้เพื่อสร้างสรรค์ให้อาหารไทยแต่ละจานมีรสชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ลดขยะให้เป็น 0

โรงแรมฯ มีโครงการริเริ่มที่ชื่อ Food Rescue โดยนำเศษอาหารในครัวไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ เศษผลไม้จากการตัดแต่งจะนำไปทำเป็นแยมและน้ำส้มสายชู กระดูกจะนำไปต้มเป็นน้ำซุป เปลือกอาหารทะเลจะนำไปบดและกลายเป็นส่วนผสมของอาหารไก่ หรือเปลือกผักและผลไม้ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นน้ำยาทำความสะอาดประสิทธิภาพสูง เป็นต้น โรงแรมฯ ยังได้ร่วมมือกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) โดยกระจายอาหารส่วนเกินทั้งจากห้องอาหาร เรน ทรี คาเฟ่ และจากการประชุมต่าง ๆ ไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่ง

ลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 87.1% เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมให้เป็นหลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ทั้งในห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง ห้องประชุม และส่วนอื่น ๆ โดยหลอดไฟแบบแอลอีดีที่นำมาทดแทนนั้นมีประสิทธิภาพในการสร้างแสงสว่างที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้สูงถึง 87.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการใช้หลอดไฟแบบเดิม

ลดการปล่อยน้ำเสียได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า โดยใส่ใจกับการบำบัดน้ำเสียสำหรับนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งเพื่อปกป้องแหล่งน้ำซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจะนำกลับมาใช้ใหม่ใน หอระบายน้ำเย็น (Cooling Tower) เพื่อระบายความร้อนในเครื่องจักร ซึ่งส่งผลให้โรงแรมฯ สามารถลดการปล่อยน้ำเสียได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ลดการใช้หลอดกว่า 275,000 ชิ้น

ในปี 2012 โรงแรมฯ ใช้หลอดพลาสติกไปทั้งสิ้น 275,000 ชิ้น ซึ่งเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติกยังเป็น 1 ใน 10 ของขยะที่พบมากสุดในมหาสมุทร โรงแรมฯ ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี้ และค่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษจนสามารถแทนที่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันปริมาณการใช้หลอดกระดาษยังลดลงถึง 75.4% เมื่อเทียบกับปี 2015 เพราะโรงแรมฯ มีนโยบายมอบหลอดให้กับผู้ที่ร้องขอเท่านั้น

รีไซเคิลดอกไม้ จากการใช้ใน 200 งานต่อปี

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ได้รับความไว้วางใจให้จัดงานสำคัญทั้งการแต่งงาน และการประชุมสัมมนาเกือบ 200 งานต่อปี เพื่อทำให้ทุกการจัดงานมีความหมายยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่โรงแรมจะนำดอกไม้ซึ่งผ่านการใช้งานแล้วมาทำเป็น บุหงารำไป หรือการนำดอกไม้สดไปตากแห้งแล้วพรมด้วยน้ำมันหอมระเหย ซึ่งถือเป็นการรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้เข้าพักสามารถพบบุหงารำไปได้ทั้งในห้องพักและโถงทางเดิน โดนกลิ่นหอมจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และยังเป็นความหอมที่ปราศจากสารเคมี ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวเลขส่วนหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจริง โดยโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และดำเนินโครงการริเริ่มต่าง ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน ความทุ่มเทจากทุกภาคส่วนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ร่วม ที่นอกจากจะสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้มาใช้บริการแล้ว ยังคำนึงถึงความยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย


‘หัวใจยังซวนเซ เพราะแฟนเก่าตามมาวอแวจนวุ่นวาย จะใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!! ดวงรายสัปดาห์ 13-19 พฤษภาคม 2567

‘หัวใจยังซวนเซ แฟนเก่าตามมาวอแว จะใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 13-19 พฤษภาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   อย่าเพิ่งตกใจ หากสัปดาห์นี้จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาวุ่นวายกับการทำงานมากมายเหลือเกิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับศิลปะ ศิลปิน ความสวยความงาม วงการบันเทิง นักเขียน นักข่าว ฯลฯ ก็อย่าเพิ่งรีบถอดใจกันไปก่อนล่ะ เพราะจากทักษะความรู้ความสามารถ ฝีไม้ลายมือ การเรียนรู้งาน รวมถึงความเป็นผู้นำของคุณ ไม่ใช่แค่เอาอยู่ แต่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างชื่อเสียงให้กับผลงานตัวเองได้เนียนๆ เลย  

การเงิน  :   หากคุณกำลังเดือดร้อนถึงขั้นชักเนื้อ หรือต้องกู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองเศรษฐกิจในครัวเรือน สัปดาห์นี้ก็น่าจะพอหายใจได้คล่องขึ้น งานจะสร้างรายได้ที่ดีให้ แต่หากเป็นไปได้ควรทำคนเดียวดีกว่าร่วมหุ้นกับคนอื่น หรือจะลองเสี่ยงโชคไว้บ้างก็ดีนะ  

ความรัก  :   จะบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคู่ครอง สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องความคิดขัดแย้งกันรุนแรง หรือหากกำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ควรทำใจให้หนักแน่น ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกัน เพราะใดๆ นั้นอยู่บนพื้นฐานของความรักนั่นเอง  คนโสด สัปดาห์นี้คุณจะเนื้อหอม มีคนทักไลน์รัวๆ แต่จะเลือกใครควรพิจารณาให้ดี เพราะเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะเข้าไปยุ่งกับสัมพันธ์สวาท ซับซ้อนซ่อนรัก สุดท้ายแล้วมีโอกาสที่คุยกันไม่ลงตัว

สุขภาพ  :  หากสัปดาห์นี้มีโอกาสเดินทางออกนอกพื้นที่ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะอาดให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร เพราะมีโอกาสที่คุณจะรับประทานอาหารปนเปื้อน ทั้งสารเคมี และเชื้อโรค รวมถึงรับประทานเยอะ จนน้ำหนักขึ้น

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับชาวจันทร์สัปดาห์นี้ เริ่มต้นด้วยความสำเร็จนะคะ หากวางแผนหรือวางโครงการอะไรไว้จัดไปเลยค่ะ ซึ่งสัปดาห์นี้คุณจะโดดเด่นในเรื่องความบู๊ห้าวหาญ เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน กล้าได้กล้าเสีย ดุดัน โผงผาง เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสสูงมากที่คุณจะได้ลุยงานใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจในครอบครัวตัวเอง หรือของเพื่อน คนรัก คู่ครอง คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหาย ถึงอย่างไรควรวางแผนให้ดี เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็ว รวมถึงการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :  นั่นไง ขยับตัวนิดเดียวเงินก็เข้ามาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากการลงทุน และความเสี่ยงเพราะคุณชอบความท้าทาย ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้รับเงินพิเศษจากธุรกิจของครอบครัวด้วย ก็เก็บๆ เงินไว้ด้วยนะคะ เพราะคุณยังมีอารมณ์ใช้เงินเกินงบอยู่   

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าความเป็นผู้นำจะสิงอยู่ในตัวคุณมากมาย  ดังนั้น ตามสไตล์ของหญิงแกร่งก็จะไม่ค่อยอ่อนหวานเท่าไหร่ รวมถึงพลังเสน่ห์ที่ก็ไม่อ่อนเช่นกัน เรียกว่าจัดมาจุกๆ เลยทีเดียว คนโสด  เช่นกัน สัปดาห์นี้คุณมีพลังทางเพศสูงมาก เรียกว่าพบใครนี่คือจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย แล้วไม่แคร์ด้วยสิว่าเขาจะมีแฟนอยู่หรือเปล่า  

สุขภาพ  :   คุณพลังเยอะก็จริง แต่ก็อย่าประมาท โหมงานหนักติดต่อกัน เพราะสัปดาห์นี้มีโอกาสวูบกลางอากาศได้โดยไม่รู้ตัว สาเหตุจากเลือดน้อยหรือไหลเวียนไม่ดี ดังนั้น ควรรับประทานผักผลไม้ อาหารเสริม รวมถึงวิตามินที่จะช่วยบำรุงเลือด

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารก็เป็นอีกหนึ่งดวงที่มีโอกาสเริ่มต้นสัปดาห์อย่างดีงามนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ห้างร้าน รวมถึงผู้ที่ทำงานทางด้านช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ทดลอง วิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม ที่เกี่ยวกับการเกษตร พืชสวน ศิลปวัฒนธรรม หรือสินค้าโอทอป มีโอกาสที่ผลงานของคุณจะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

การเงิน  :   ต้องเรียกว่ายิ่งให้ยิ่งได้ หากคุณกำลังสร้างสรรค์งานเพื่อสังคมส่วนรวม โดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตัว สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะได้ทั้งเงินและกล่องเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าจะมา 2 ทาง จะมีจ็อบดีๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน เข้ามาให้คุณทำเพิ่มจากงานประจำด้วย

ความรัก  :  หากความสัมพันธ์ยังระหองระแหงกันอยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่ไม่ใช่แค่ดี แต่จะดีที่สุด ทั้งคุณเองก็ปรับตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูแลครอบครัวมากขึ้น ส่วนคู่ครองเป็นไปได้ว่าจะบอกรักคุณบ่อยขึ้น มีแอบทำเซอร์ไพร์สให้กันด้วยน้า…คนโสด  หากคุณกำลังอยู่ในช่วงดูใจ บูชาความซื่อสัตย์จริงใจเป็นอันดับหนึ่ง สัปดาห์นี้ไม่ผิดหวัง เพราะคนๆ นั้นคือคนที่ใช่  

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะออเจ้า หากทำงานที่ต้องนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ ก็ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เพราะเป็นไปได้ว่าจะปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ ร้าวมาถึงหลัง ทางที่ดีก็ควรใช้บริการนวดคลายเส้นบ้าง หรือไม่ก็พยายามยืดเส้นบ่อยๆ  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  จริงๆ แล้วคุณมีปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ สามารถเรียนรู้งานได้เร็ว มีความรับผิดชอบเป็นที่ไว้วางใจของเจ้านายและหัวหน้างาน จนทุกคน รวมถึงคนใกล้ชิดส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เลย แต่ทำไม๊ทำไม สุดท้ายแล้วสัปดาห์นี้คุณก็ยังไม่หลุดจากที่นั่งที่เจ้านายหรือหัวหน้างานมองไม่เห็นผลงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานหรือร่วมหุ้นก็มีโอกาสชิงลาออก ทิ้งงานไปโดยไม่บอกล่วงหน้า เพราะฉะนั้นจึงควรนิ่งไว้ก่อน ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดี หากเป็นไปได้อย่าเพิ่งรับงานใหม่   

การเงิน  :   จริงๆ สัปดาห์นี้มีโอกาสได้รับทรัพย์จากผู้ใหญ่ที่ตอบแทนความขยันทำงานของคุณ ก็ไม่ควรใจอ่อน เพราะคุณยังมีโอกาสสูญเงินให้กับคนใกล้ชิด คนรัก อย่างเต็มใจด้วยสิ  

ความรัก  :   ใจไม่นิ่งเลยนะคะสัปดาห์นี้ เดี๋ยวก็อยากอยู่บ้านหวานๆ กับคู่ครอง แต่เดี๋ยวก็เบื่อ ไม่อยากเห็นหน้าแล้วล่ะ ทางที่ดีอย่าคิดดังนะคะ เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะเป็นฝ่ายโหยหามากกว่าเขาโหยหาคุณ  คนโสด  สำหรับผู้ที่เคยอกหักมาแล้ว สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะเริ่มต้นใหม่ แต่หากรู้สึกเหมือนจะเบื่อๆ อยากๆ นั่นเป็นเพราะคนๆ นั้นไม่เหมาะสมกับคุณก็ได้

 สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะรับประทานมากกว่าปกติ และก็เป็นไปได้ว่า ไม่น่าจะเพราะเอ็นจอย แต่เพื่อบำบัดความเครียดและความเหงามากกว่า นอกจากนั้นยังต้องระวังประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะมาจากมดลูกมีปัญหา

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ นักประพันธ์ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย ฯลฯ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่ให้ทำงานใหม่ๆ หรือฝากงานให้ จริงๆ แล้วเพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย ณ ที่ๆ นั้นก็เมตตาเอ็นดูคุณอยู่ไม่น้อย แต่เป็นไปได้ว่า จะมีอุปสรรคและปัญหาเข้ามาให้คุณได้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งหากคุณอดทนได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :  หากคุณกำลังยุ่งอยู่กับงานเทาเงินเทา ก็ต้องบอกเลยว่า สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะพลาดพลั้งถูกคนอื่นหลอก แล้วจะเสียชื่อเสียงด้วย

ความรัก  :   จะว่าไปคุณก็ได้คู่ครองที่ดูแลกันอย่างดี เป็นเหมือนคู่ทุกข์คู่ยาก คู่เวรคู่กรรม ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไรก็ยังอยู่ด้วยกัน ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะมีปัจจัยภายนอกมาก่อกวนคุณ เป็นไปได้ว่าจะมีสาเหตุมาจากผู้ใหญ่ คนโสดมีโอกาสที่หัวใจจะยังซวนเซอยู่นะคะ สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่องแฟนเก่าที่จะกลับมาวอแว แล้วเข้ามาทางผู้ใหญ่ด้วยสิ  

สุขภาพ   :   ต้องระวังเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกจนมีความเสี่ยงที่จะวูบกลางอากาศได้เลย ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงอาการบาดเจ็บ หกล้ม ขาแพลง ฯลฯ นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ หมักดอง รสจัด เพราะมีโอกาสที่อาหารจะเป็นพิษ ท้องเสีย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจทางด้านสาธารณะประโยชน์ สาธารณกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ ซึ่งจะประสบความสำเร็จเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการเจรจาของคุณ ไม่ว่าจะทั้งต่อรอง ติดต่อประสานงาน หรือประนีประนอม

การเงิน  :  มีโอกาสที่งานสีเทาจะสร้างรายได้ให้ก้อนโต  แต่ภายในสัปดาห์นี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะหมดเงินไปกับการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสแบ่งไปทำบุญและบริจาคให้กับสังคมด้วย   

ความรัก :   หากใครที่กำลังอ่อนใจกับพฤติกรรมของคู่ครอง เช่น เจ้าชู้ เป็นนักรักท่องราตรี สัปดาห์นี้คุณจะเริ่มวางใจขึ้น เพราะเป็นไปได้ว่าเขาจะกลับมาเป็นพ่อบ้านที่น่ารัก ช่วยคุณเคลียร์ปัญหาในบ้าน คอยรับฟังสารทุกข์สุขดิบของสมาชิกในบ้าน  คนโสด  อย่าเหงาบ่อยนักนะคะ เพราะสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้วได้ง่ายมาก  

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีคิวงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ชุกมาก ทั้งเรื่องงานและส่วนตัว จึงควรระวังการดื่มและการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้น แล้วจะส่งผลกับเข่า ทำให้มีปัญหาตามมา หรือหากใครมีกิจกรรมที่ต้องยืนหรือเดินเยอะๆ ก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะปวดขึ้นมาถึงสะโพกลงไปเลย   

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์เริ่มต้นสัปดาห์แบบเชือดเฉือนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่กำลังมีโครงการโยกย้ายไปทำธุรกิจหรือทำงาน หรืออบรม เทรนงาน ขยายสาขาที่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ต้องบอกว่า ให้ระวังเพื่อนร่วมงานให้ดี เพราะพวกเขาจ้องจะแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่ จนมีโอกาสที่เจ้านายจะมองข้ามศีรษะคุณไป หรือเพื่อนที่วางใจที่สุดก็ชิงลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จนเป็นไปได้ที่คุณจะกระเด็นไปอยู่ในที่ที่ไม่อยากไป

การเงิน  :   หากจะเดินทางไปเจรจาเรื่องผลประโยชน์ สัปดาห์นี้ควรชะลอไว้ก่อน เพราะมีโอกาสขัดประโยชน์กันสูง นอกจากนั้นยังทวงหนี้ไม่ได้ ทรัพย์สินถูกขโมย ที่ร้ายกว่านั้นคือ มีความเสี่ยงที่คุณจะเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดหรือคนรักด้วยความเต็มใจ

ความรัก  :  ปลงไม่ได้แล้ว มาหยามกันให้เห็นตัวเป็นๆ แบบนี้ สัปดาห์นี้หากใครกำลังรอคู่ครองเดินทางกลับมาจากต่างแดน ก็ควรทำใจไว้หน่อย เพราะมีความเสี่ยงที่เขาจะพาใครมาด้วยอีกคน  คนโสด สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีเกณฑ์เดินทางไกลนะคะ ก็ต้องระวังคนที่อยู่ข้างหลังไว้ให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าเขาจะเหงามากจนต้องหาคนอื่นมากอดแทนคุณ  

สุขภาพ   :   ปล่อยวางค่ะ หากเขาไม่ใช่ของเราก็ไม่ใช่อยู่ดี ทุกข์ไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ซึ่งสัปดาห์นี้คุณมีความเสี่ยงที่จะไปถึงขั้นซึมเศร้า ส่วนทางกาย ระบบย่อยอาหารก็จะแปรปรวน อาหารไม่ย่อย มีโอกาสที่โรคกระเพาะและลำไส้จะถามหา

Met Gala

ย้อนชมลุคคนดังสวมชุด Balenciaga ใน MET GALA “THE GARDEN OF TIME” 

Balenciaga ร่วมเป็นเจ้าภาพและแต่งตัวให้กับแขกในงาน The Met Gala ที่ Metropolitan Museum of Art ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อระดมทุนทรัพย์ช่วยเหลือด้านหน่วยงานและบูรณาการสถาบันเครื่องแต่งกายประจำปี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2024 ที่ผ่านมา

ย้อนชมลุคคนดังสวมชุด Balenciaga ใน MET GALA “THE GARDEN OF TIME”

นักแสดง นักดนตรี และนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกต่างสวมชุด Balenciaga ที่ถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับโอกาสนี้ รวมไปถึงชุดต้นฉบับและชิ้นส่วนที่ดัดแปลงจากคอลเล็กชั่นกูตูร์และเสื้อผ้า ready-to-wear โดยสูทหรือเดรสของ Balenciaga แต่ละชุด มีความสอดคล้องกับธีมการแต่งกายของงานปาร์ตี้นี้อย่างมีเอกลักษณ์ นั่นคือ The Garden of Time ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดนิทรรศการ Sleeping Beauties: Reawakening Fashion อีกด้วย

โดยการงานออกแบบแต่ละชิ้นนั้น บางส่วนมีการอ้างอิงถึงมรดกด้านการออกแบบกูตูร์หรือสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าอื่นๆโดยตรง และบางส่วนนำวัสดุที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำมาใช้ บางส่วนถูกปะติดปะต่อจากวัตถุที่มีอยู่ ทั้งหมดคือการรักษามรดกนี้ให้คงอยู่ นอกจากนี้ยังร่วมกันแสดงผลงานฝีมือด้านกูตูร์ในช่วงศตวรรษที่ 20 และ 21 ด้วยการจัดแสดงมรดกของ Balenciaga มาตลอดหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ที่ปารีเซียงเฮ้าส์แห่งนี้เปิดทำการจนปิดตัวลง และได้กลายเป็นมรดกที่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

แบรนด์แอมบาสเดอร์ Isabelle Huppert นำเสนอชุดราตรีแห่งช่วงทศวรรษ 1930 โดยชุดราตรีนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดแต่งงานที่ออกแบบโดย Callot Seurs บรรพบุรุษของเธอ

แบรนด์แอมบาสเดอร์ Michelle Yeoh สวมชุดเดรสดีไซน์ดั้งเดิมที่ชวนให้นึกถึงการออกแบบห้องบอลรูมของ Balenciaga ในช่วงปี 1940 โดยเป็นการใช้ผ้าแกะสลักที่เชื่อมด้วยอะลูมิเนียมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์การออกแบบของ Demna

อีกทั้ง Nicole Kidman แบรนด์แอมบาสเดอร์อีกท่าน สวมชุดเดรสที่สร้างสรรค์โดย Cristóbal Balenciaga ในปี 1951

นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลอย่าง Naomi Watts สวมชุดเดรสลูกไม้ปักคริสตัลพร้อมผ้าคลุมไหล่บุนวมซึ่งเป็นการนำดีไซน์ของ Balenciaga ในปี 1961 กลับมารังสรรค์ใหม่อีกครั้ง

นักเทนนิสแชมป์โลกอย่าง Serena Williams สวมชุดกูตูร์ที่ทำจากผ้าไหมแพรแข็งเคลือบฟอยล์สีทอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการเดรปชุดเดรสของ Balenciaga ในช่วงปี 1950 โดยถูกนำมาตีความใหม่และนำเสนอผ่านคอลเล็กชั่นกูตูร์ครั้งที่ 51 ซึ่งจัดแสดงในปี 2022 ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันของแบรนด์

นักแสดงและนักเขียน Rachel Sennott สวมชุดราตรีทรงโมเดิร์นแบบคัสตอม โดยตัดเย็บจากชุดเดรสปักเลื่อมกลางศตวรรษแบบอัพไซเคิลทั้งหมดสี่ชุดและชุดคอร์เซ็ทผ้ากรอสเกรนเก่าแก่ ซึ่งตรงตามเจตนารมณ์การรักษาไว้ซึ่งความยั่งยืนของ Balenciaga

ในขณะเดียวกัน นักแสดงผู้ชนะรางวัล Michael Shannon สวมชุดทักซิโด้จากคอลเล็กชั่นกูตูร์ครั้งที่ 52 ที่นำเสนอในปี 2023 ซึ่งใช้เทคนิคการจงใจทำเนื้อผ้าให้ดูเก่าและเทคนิคการย้อมสี ซึ่งถือเป็นการยกย่องธีมของ Met Gala

ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ Demna และ CEO Cédric Charbit เข้าร่วมงานด้วยเช่นกัน โดยแต่ละคนสวมชุดสูทของ Balenciaga นักดนตรีคันทรี่ผู้ได้รับรางวัล Keith Urban สวมชุดทักซิโด้ที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษโดยใช้ผ้าวูลและผ้าซาตินสีดำ นักดนตรีที่อยู่เบื้องหลังเสียงประกอบของ Balenciaga BFRND สวมชุดเดรสกำมะหยี่ที่สั่งทำพิเศษจากวัสดุรีไซเคิล


คริสติยอง ลูบูแตง

ซูมอินรองเท้าพื้นแดง คริสติยอง ลูบูแตง ของเหล่าคนดังในงาน Met Gala 2024

เหล่าเซเลบริตี้คนดังสวมรองเท้า คริสติยอง ลูบูแตง ในงาน Met Gala ประจำปี 2024 กับธีม “Sleeping Beauties: Reawakening Fashion” เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2024 กลางมหานครนิวยอร์กที่ผ่านมา

ซูมอินรองเท้าพื้นแดง คริสติยอง ลูบูแตง ของเหล่าคนดังในงาน Met Gala 2024

Co-chairs หรือประธานร่วมคนสำคัญของงาน Met Gala ประจำปี 2024 อย่าง เซ็นเดยา (Zendaya) และแบด บันนี่ (Bad Bunny) พร้อมด้วยพิธีกรในงานพรมแดง เกวนเดอลีน คริสตี้ (Gwendoline Christie) ได้สร้างลุคพิเศษกับรองเท้า คริสติยอง ลูบูแตง (Christian Louboutin) สำหรับเมซง มาร์เจลา (Maison Margiela)

โดยคริสติยอง ลูบูแตงได้จับมือกับ จอห์น แกลลิอาโน (John Galliano) ในการออกแบบพิเศษ สำหรับคอลเล็กชั่น Artisanal 2024 จาก เมซง มาร์เจลา 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม ในช่วงสัปดาห์แฟชั่นโอตกูตูร์ ณ กรุงปารีส รวมทั้งคัสตอมพิเศษสำหรับงาน Met ให้กับเหล่าคนดัง

เปิดมาด้วย “เซ็นเดยา” คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าส้นสูงทรงพัมพ์รุ่น Tabi คัสตอมพิเศษ โดยคริสติยอง ลูบูแตง สำหรับเมซง มาร์เจลา ที่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีเขียวมรกต และรองเท้าส้นสูงหนังกิ้งก่าเทียมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “Faux-Cul” หรือชุดชั้นในของสุภาพสตรีในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ที่เน้นส่วนของด้านหลังให้ดูโดดเด่นขึ้น

ถัดมากับลุคที่สองด้วยรองเท้าซาตินสีดำรุ่น Christian Louboutin Marchavekel

ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวไปกับลุคของแร็ปเปอร์คนดังอย่าง “แบด บันนี่” ที่สวมใส่รองเท้าบู๊ตสูงระดับเข่าคัสตอมพิเศษสีดำจากหนังแพะที่ถูกออกแบบโดย คริสติยอง ลูบูแตงสำหรับเมซง มาร์เจลา

ถัดมากับพิธีกรสาว “เกวนเดอลีน คริสตี้” ปรากฏตัวพร้อมกับรองเท้าส้นสูงทรงพัมพ์คัสตอมพิเศษรุ่น Ocra Velutto เสริมด้วยที่หุ้มปลายส้นรองเท้าแบบเทียม

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเหล่าแขกคนสำคัญที่สวมรองเท้าคริสติยอง ลูบูแตงอาทิ คอลแมน โดมิงโก (Colman Domingo), ดเวน เวด (Dwayne Wade), ลอว์ โรช (Law Roach), เจเรมี โป๊บ (Jeremy Pope), ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam), เชส สโตกส์ (Chase Stokes), และ เบน แพลต (Ben Platt) กับ โนอาห์ กัลวิน (Noah Galvin)


ถอดเมคอัพลุคเหล่านางแบบเบื้องหลังคอลเล็คชั่น Cruise 2024/25

ถอดเมคอัพลุคเหล่านางแบบเบื้องหลังคอลเล็คชั่น Cruise 2024/25

หลังจบแฟชั่นโชว์พิเศษคอลเล็คชั่น CHANEL CRUISE 2024/25 ที่จัดขึ้น ณ MAMO, Centre d’art de la Cité radieuse ในเมือง Marseille เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แพรวจะพามาถอดเมคอัพลุคเหล่านางแบบเบื้องหลังรันเวย์กันว่าใช้บิวตี้เท็มตัวไหนบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมผิวถึงฟินิชชิ่งลุค

เริ่มกันที่การเตรียมผิวด้วยการลงรองพื้น  LES BEIGES WATER-FRESH COMPLEXION TOUCH ที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ดูเปล่งประกาย พร้อมปกปิดริ้วรอยจุดด่างดำด้วยคอลซีลเลอร์ LE CORRECTEUR DE CHANEL พร้อม RETRACTABLE DUAL-TIP CONCEALER BRUSH N°105 ก่อนจะเซ็ตผิวด้วย LES BEIGES HEALTHY GLOW SUN-KISSED POWDER 

ตกแต่งคิ้วด้วย TYLO SOURCILS WATERPROOF โดยใช้แปรงคิ้ว DUAL-ENDED BROW BRUSH N°207
ตามด้วยเจลปัดขนคิ้ว LE GEL SOURCILS เพื่อปรับให้เข้ากับสีของคิ้ว สำหรับบริเวณเปลือกตา ผสม OMBRE ESSENTIELLE 222 JADE FACETTÉ สองเฉดสี และ OMBRE ESSENTIELLE 224 BLÉ D’OR ANTIQUE เข้ากับ RETRACTABLE DUAL-ENDED EYESHADOW BRUSH N°200 ทาบนเปลือกตาแล้วเกลี่ยให้ตรงไปที่ขมับ ระวังไม่ให้ไม่สูงเกินไป และต้องไม่ลืมปัดมาสคาร่า LE VOLUME DE CHANEL 10 NOIR เพื่อให้ขนตางอนเด้งมีมิติยิ่งขึ้น ก่อนปิดจบลุคด้วยการทา 31 LE ROUGE 1 ROUGE BEIGE บนริมฝีปาก สีสวย อ่อนดูละมุน เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติไม่โดดจนเกินไป


RETHINK TO START “A NEW GENERATION OF INNOVATIVE AESTHETICS”

บนทางเลือกมากมายของคลินิกความงามสายหัตถการที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นดุเดือด
เหล่าบิวตี้คลินิกต่างมีตัวเลือกหลากหลายจากบรรดานวัตกรรมความงามที่คิดว่าดีที่สุด

สารเติมเต็ม NeauWay โปรแกรม Hybrid Filler คือสารเติมเต็มเจเนอเรชั่นใหม่จากประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบจากความคิดต่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า ที่น่าสนใจจนต้องอัพเดตเพราะกําลังเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้ชํานาญการที่มีแนวคิด Innovative มองการณ์ไกลถึงผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากทั่วโลกเพื่อสร้างผลงานที่สมบูรณ์แบบโดยคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

“REVIZE CLINIC เปิดเพื่อเสริมสร้างความงามไปพร้อมกับความมั่นใจ ด้วยคอนเซ็ปต์ Perfect ME “ความงามที่ฉันภูมิใจ” จากประสบการณ์ ที่ดูแลเคสด้านผิวพรรณความงามมาเกือบ 20 ปี จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดความงามมาตลอด และรู้ดีว่าการบริหารคลินิกให้ประสบความสําเร็จอย่างยั่งยืนคือการปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยตามโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หมอจึงไม่เคยพลาดอัพเดตเทรนด์ความงามใหม่ ๆ ในระดับโกลบอลเพื่อนํามาปรับใช้กับคลินิกเสมอ

“ซึ่งก่อนที่หมอจะนําผลิตภัณฑ์อะไรเข้ามาให้ผู้เข้ารับบริการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องผ่านการใช้จริงจากหมอก่อน และไม่เคยพลาดเช็กเทรนด์โลกเสมอว่ามีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ พร้อมทั้งยังลงเรียน อัพเดตเทรนด์และร่วมงานประชุมวิชาการทั้งทวีปยุโรป อเมริกา และเกาหลีใต้ อย่างสม่ำเสมอ เวลาที่เห็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนได้รับความนิยม หมอจะคุยกับคุณหมอที่เป็นวิทยากรผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แบบเจาะดีเทลตั้งแต่กระบวนการการผลิต มีความแตกต่างกับตัวอื่น ๆ อย่างไร มีงานวิจัยรองรับหรือไม่ แม้กระทั่ง ความสนใจของคนใน GEN Y และ GEN Z ที่ปัจจุบันให้ความสําคัญกับเรื่อง ภาพลักษณ์ควบคู่กับความนําสมัย หมอจะดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้มีความ สอดคล้องไหม ทั้งนี้ต้องคํานึงเสมอว่าเราอยู่ในวงการสุขภาพ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ จะ Innovative อย่างไร ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย และทําให้ ผู้เข้ารับบริการพึงพอใจ ได้รับผลลัพธ์อย่างที่ต้องการมากที่สุด

“สําหรับสารเติมเต็ม NeauWay โปรแกรม Hybrid Filler หมอรู้จักมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนที่จะเข้ามาในไทย แบรนด์นี้มุ่งเน้นไปที่การรักษาแบบ Holistic นําเทคโนโลยีด้านเครื่องมือมาใช้คู่กับสารเติมเต็ม ซึ่งส่วนผสมมีความแตกต่างจากสารเติมเต็มตัวอื่น ๆ คือมีทั้งแอมิโนแอซิดและ CaHA ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ทําให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ใช้ปริมาณสารเติมเต็มน้อยลง ที่สําคัญคือเจ็บตัวน้อยลงด้วย

“ผู้บริโภคที่กําลังมองหาคลินิกเสริมความงาม อย่างแรกที่ควรคํานึงคือ หาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนเลือกทํา และตรวจสอบชื่อแพทย์จากเว็บไซต์แพทยสภา เช็กรีวิวเรื่องความชํานาญการด้านหัตถการของแพทย์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ เป็นอีกเรื่องที่สําคัญมาก จึงควรเช็กผลิตภัณฑ์ที่จะเลือกใช้ว่าผ่าน อย.ไหม ซึ่งต้องเป็น อย.สําหรับฉีดบนใบหน้าด้วย เลือกผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจว่าฉีดแล้ว จะได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

“นอกจากตอบโจทย์ปัญหาที่เรามีแล้ว ต้องไม่มีผลข้างเคียง จึงจะเสริมสร้างความมั่นใจได้ใช่ที่สุด”


“คอนเซ็ปต์ของคลินิกเราคือ Be Your Best การเป็นเวอร์ชั่นที่สุดของตัวเองได้โดยไม่ต้องเหมือนใคร ไม่ใช่ว่าใครฉีดหน้าแล้วก็ต้องออกมาสวยแบบเดียวกันทุกคน โดยที่คลินิกแพทย์จะทําเองในทุก ๆ เคส ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์หรือ หัตถการใด ๆ ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดโดยแพทย์ที่มีความชํานาญ เพื่อผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ

“การเป็นแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมความงาม หากเราไปเช้าเย็นกลับ คลินิกอย่างเดียวก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ หมอจึงชอบไปงานประชุมวิชาการอย่าง ที่ยุโรปหรือเกาหลีใต้อย่างน้อยสักปีละครั้ง ส่วนที่เมืองไทยไปทุกเดือน เพื่ออัพเดตนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยวิธีการเลือกนวัตกรรมที่จะนํามาใช้ที่คลินิกของเรามีมาตรฐาน อยู่ที่การดูแลให้มีความปลอดภัยและได้ผล และอีกข้อคือราคาต้องจับต้องได้ เพราะหากปลอดภัย เห็นผล แต่ราคาสูง จนเกินเอื้อม ผู้บริโภคก็เข้าถึงไม่ได้

“ล่าสุดที่ประทับใจคือสารเติมเต็มจากอิตาลีตัวใหม่ ต้องเล่าก่อนว่าสารเติมเต็มในบ้านเรามีมานาน 15 – 16 ปีแล้ว ทุกตัวที่อยู่ในท้องตลาดเป็นแบบที่ใช้สาร BDDE ซึ่งมีเคสที่เกิดการอักเสบบวมได้ แต่ตัวนี้เป็นตัวเดียวที่ใช้แบบ PEG ซึ่งมีงานวิจัยว่าปลอดภัย ช่วยลดอาการแพ้ ลดบวม และไม่ทําให้ร่างกายจับว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงทําให้เรามั่นใจ ในความปลอดภัย

“ที่สัมผัสได้จากประสบการณ์ตรงคือข้อดีของการปรับรูปหน้าที่ทําให้ใบหน้ามี Definition คมขึ้น จึงทําให้คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ใช้สารเติมเต็มในปริมาณ ที่น้อยลง เช่น เคยใช้ 5 ซีซี ตัวนี้แค่ 3 ซีซีก็เอาอยู่แล้ว เพราะสามารถขึ้นทรง ได้ดี ทําให้เจ็บตัวน้อยลง แถมประหยัดงบมากขึ้น

“นอกจากนี้ที่หมอเลือกสารเติมเต็ม NeauWay โปรแกรม Hybrid Filler เพราะนอกจากจะทําหน้าที่แบบสารเติมเต็มแล้ว เขายังมีรุ่นที่มีส่วนผสมของ CaHA ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นการทํางานของไฟโบรบลาสต์ ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน ทําให้คุณภาพผิวดีขึ้น ยกกระชับขึ้นด้วย ซึ่งเทรนด์ของนวัตกรรมที่มีส่วนกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนแบบนี้กําลังมาแรงและน่าจะอยู่ไปอีกหลายปี

“ถือเป็นเทรนด์โปรดักต์ที่น่าจับตา”


“หมอใช้วิธีการบริหารคลินิกแบบ Feel Like Home” โดยหมอจะคิดว่า ทุกคนที่ตัดสินใจมาที่คลินิกเป็นเหมือนคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง โดยพยายามให้ทุกคนสบายใจและไม่มีความสงสัยในการรักษา ความรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียด คอร์สแบบที่หลายคนกังวลจึงไม่เกิดขึ้นที่คลินิก เพราะหมอเข้าใจดีว่าการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการทุกคนโดยแก้ปัญหาที่เขากังวลต้องเกิดขึ้นก่อน แล้วค่อย ๆ กําหนดเป้าหมายของการรักษาให้ตรงกัน

“การดูแลความงามให้ใครสักคน หมอมองแต่ละเคสไม่เหมือนกัน และมองว่าควรเน้นให้การดูแลความงามแบบองค์รวม โดยจะมองถึงอนาคตด้วยว่าหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร ต้องใช้นวัตกรรมจากหลายศาสตร์ร่วมกัน อาจใช้สารเติมเต็ม ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เป็นการใช้ความรู้องค์รวมเข้ามาดูแลร่วมกัน ซึ่งเรื่องนี้ ก็กลายเป็นที่บอกกันปากต่อปาก ถึงความสวยที่เกิดขึ้นในภาพรวมอย่างน่าพอใจ

“หลายครั้งเจอเคสซึ่งเขาทําที่อื่นมาก่อน เรียกว่าทําสวยมาเป็นส่วน ๆ จากหลายที่ด้วยกัน หมอต้องแก้ไขโดยวิเคราะห์ว่าจะทําอย่างไรให้ใบหน้าแต่ละส่วนที่ทํามาก่อนหน้านั้นดูกลมกลืนเข้ากันได้ในแบบของเขา ซึ่งจะทําให้ดูมีความเฉพาะตัวและสวยลงตัวขึ้น

“ทั้งนี้เวลาไปงานประชุมวิชาการ หมอจะเปิดใจให้กับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ เสมอ โดยมีเกณฑ์คือผลิตภัณฑ์นั้นต้องใช้มาทั่วโลกในระดับหนึ่ง และมีผลวิจัยระดับโลกรองรับ อย่างสารเติมเต็มจากอิตาลีตัวใหม่นี้เป็นเทคโนโลยี ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ผลิตภัณฑ์คงอยู่ได้นาน พบอาการแทรกซ้อนอย่างอาการ บวมหลังฉีดตรงบริเวณที่ทําการรักษาน้อยลง

“จากที่เคยได้ยินชื่อเสียงมาจากทางยุโรป เมื่อนํามาใช้จริงก็รู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ตรงใจตามที่ต้องการ รวมถึงเสียงตอบรับถึงความพอใจในแบบธรรมชาติ ด้วยความ ที่เจอเคสแก้มาเยอะ ต้องวิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดจากการทําอะไรมาบ้าง ซึ่งโดยมากมักเกิดจากทั้งเทคนิคการฉีดและตัวผลิตภัณฑ์ที่เลือก

“พอมาใช้สารเติมเต็ม NeauWay โปรแกรม Hybrid Filler ก็ถือว่าตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่เจอมาได้อย่างชัดเจน”

เรื่อง PADCHA_PRAEWNISTA, Lutairat Ch. ภาพ อิทธิศักดิ์ สไตลิสต์ Pangsama S.

เที่ยวญี่ปุ่น ต้องช้อป เปิดพิกัดช้อปปิ้งแบรนด์เนมสุดฟิน ต้องเช็คอิน “โตเกียว & โอซาก้า”

ช่วงนี้เห็นสายเที่ยวชาวไทยหนีร้อนไปปักหมุดที่ประเทศญี่ปุ่นกันเยอะสุด ๆ และเชื่อว่ามีสายเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังวางแผนทริปเที่ยวญี่ปุ่นกันอย่างขะมักเขม้น ซึ่งนอกจากการเที่ยวฟิน ๆ และกินของอร่อยแล้ว ญี่ปุ่นยังถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายช้อปอีกด้วย โดยเฉพาะเหล่าสาวกแบรนด์เนมที่ขอบอกเลยว่าดีต่อใจสุด ๆ เพราะนอกจากที่นี่จะรวบรวมแบรนด์หรูระดับโลกเอาไว้ให้ช้อปมากมาย แถมมาพร้อมกับราคาดีงามแล้ว ยังประจวบเหมาะกับช่วงนี้ค่าเงินเยนถูกลงมาก ๆ ทำให้การช้อปแบรนด์เนมที่ญี่ปุ่นดีต่อใจยิ่งขึ้นไปอีก

ดังนั้น Praew Survey ครั้งนี้ จึงไม่พลาดที่จะพาเหล่าสายช้อปไปเปิดวาร์ปพิกัดช้อปแบรนด์เนมฉ่ำ ๆ กันที่เมืองสุดฮอตอย่างโตเกียวและโอซาก้า งานนี้ขอบอกเลยว่าสายช้อปตัวแม่ตัวมัมทั้งหลายต้องปักหมุดกันให้ได้ค่ะ

Ginza

สตาร์ทพิกัดแรกกันที่เมืองหลวงอย่างโตเกียวซึ่งถือเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมปักหมุดช้อปกันที่ย่าน Ginza (กินซ่า) ซึ่งถือเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ของเหล่านักช้อปสายแบรนด์เนม เพราะที่นี่รวบรวมช็อปหรูของแบรนดังระดับไฮเอนด์เอาไว้แบบละลานตา เช่น Hermes, Louis Vuitton, Gucci, Prada รวมถึงยังมีห้างใหญ่อย่าง Ginza Six ที่จัดเต็มแบรนด์เนมเอาไว้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังจากต่างประเทศ หรือแบรนด์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ย่านกินซ่ายังถือเป็นพิกัดของแรร์ ใครที่กำลังตามหาไอเท็มแบรนด์เนมชิ้นลิมิเต็ด ก็มีโอกาสเจอได้ที่นี่ เรียกว่าเป็นพิกัดที่ครบเครื่องเรื่องแบรนด์เนมจริง ๆ

Omotesando

อีกหนึ่งพิกัดช้อปแบรนด์เนมฉ่ำ ๆ ของโตเกียว ก็ต้องยกให้กับย่าน Omotesando (โอโมเตะซันโดะ) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านหรูแห่งใหม่ โดยนอกจากจะเต็มไปด้วยแบรนด์ดังระดับลักซ์ชัวรี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel, Burberry, Hermes หรือ Dior อีกทั้งยังเป็นพิกัดของห้างหรูอย่าง Omotesando Hills และ Tokyo Plaza ที่อัดแน่นไปด้วยแบรนด์เนมชื่อดังแล้ว ที่นี่ยังเริ่ดด้วยบรรยากาศสุดลักซ์ชูของอาคารดีไซน์สวยโมเดิร์น ซึ่งรายล้อมไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ เรียกว่าดีต่อใจสุด ๆ จนได้รับการขนานนามให้เป็น Champs-Élysées (ช็องเซลีเซ) แห่งโตเกียวเลยทีเดียว ดังนั้นจึงปักหมุดความฟินได้ทั้งสายช้อปและสายเที่ยวเลยค่ะ

Shinsaibashi

วาร์ปข้ามไปปักหมุดช้อปไอเท็มแบรนด์เนมกันต่อที่โอซาก้าซึ่งถือเป็นเมืองยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยว แล้วเริ่มต้นความฟินกันที่ย่านช้อปปิ้งสุดฮ็อตของเมืองอย่าง Shinsaibashi (ชินไซบาชิ) ที่ละลานตาไปด้วยช็อปแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ทั้งแบรนด์ดังของญี่ปุ่นเองและแบรนด์ดังจากต่างประเทศ โดยมีตั้งแต่แบรนด์สตรีทราคาดีงามไปจนถึงแบรนด์หรูราคาจึ้งใจ รวมถึงยังมีห้างดังอย่าง Etoile Shinsaibashi และ Shinsaibashi Parco ให้เหล่านักช้อปได้เดินช้อปแบรนด์เนมกันแบบฟิน ๆ อีกด้วย สายช้อปที่ไปเที่ยวโอซาก้า ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดพิกัดนี้

Midosuji

มูฟมาจากย่าน Shinsaibashi ไม่ไกลนัก ก็จะพบกับ Shopping Street ณ ใจกลางย่านเศรษฐกิจของโอซาก้าอย่างถนน Midosuji (มิโดซุจิ) ที่รับรองว่าโดนใจนักช้อปสายแบรนด์เนมอย่างแน่นอน เพราะถนนเส้นนี้เรียงรายไปด้วยช็อปหรูของเหล่าแบรนด์ไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Fendi, Prada, Channel, Hermes, Burberry, Louis Vuitton หรือ Cartier เรียกว่าเดินช้อปยาว ๆ ได้แบบไม่มีเบื่อ หรือหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินห้างเพื่อช้อปแบรนด์ดังของญี่ปุ่น ที่นี่ก็ยังมีห้างหรูอย่าง Daimaru และ Shinsei Sogo พร้อมเอาใจสายช้อปให้ได้เดินช้อปเพลิน ๆ อีกด้วย

หลังจากป้ายยาพิกัดช้อปแบรนด์เนมให้เหล่าสายช้อปใจฟูไปเรียบร้อยแล้ว Praew Survey ก็ขอป้ายยากันต่อกับทริกดี ๆ ที่จะทำให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นของคุณทั้งฟินและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ง่าย ๆ เพียงแค่มีบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และ Krungsri Boarding Card เอาไว้ในมือ เพราะนาทีนี้ขอบอกเลยว่า “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” เลยค่ะ

ความเริ่ดของแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” คือ บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้แก่ บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส ช่วยตอบโจทย์คนรักญี่ปุ่นได้แบบจัดเต็มจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเที่ยว สายกิน หรือสายช้อป แถมเปย์ความฟินให้ตั้งแต่ช่วงวางแผนทริป ช่วงท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงช่วงกลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ยังมูฟออนจากความฟินไม่ได้ เรียกว่าครอบคลุมทุกบริการและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเลยทีเดียว

นี่คือตัวอย่างความฟินที่สายเที่ยวจะได้รับ เพียงแค่มีบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เช่น ส่วนลดหรือสิทธิพิเศษเมื่อจองบัตรโดยสารสายการบินที่ร่วมรายการ, สิทธิพิเศษเมื่อเลือกจองโรงแรม สายการบิน และบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นกับแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวที่ร่วมรายการ เช่น Klook, Traveloka, Trip.com, Agoda การใช้คะแนนสะสมแลกซื้อซิมเพื่อใช้งานที่ญี่ปุ่นในราคาพิเศษ หรือแลกสิทธิเข้าเลานจ์ภายในสนามบิน, สิทธิพิเศษเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรที่ห้างและร้านค้าพันธมิตรที่ญี่ปุ่น เช่น Takeya, Matsuya Ginza, Mitsui Outlet Group, Bic Camera นอกจากนี้ ทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นตามเงื่อนไขยังสามารถสะสมยอดเพื่อรับเครดิตเงินคืนแบบคุ้ม ๆ ได้อีกด้วย เช่น บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม และบัตรเครดิต สยาม ทาคาชิมายะ เจซีบี รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% และรับเพิ่มรวมสูงสุดอีก 5% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นตามเงื่อนไข

ส่วนใครที่มูฟออนจากความฟินได้ยาก หากตัวกลับถึงไทยแล้ว แต่ใจยังอยู่ญี่ปุ่น ก็สามารถรับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ กันต่อได้ เช่น อิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นจากแคมเปญ “กินคุ้ม หลุดโลก รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 17% ทุกมื้อ ทุกวัน ทุกร้านทั่วไทย” เมื่อใช้จ่ายตามเงื่อนไข เช่น Oishi Grand, Oishi Eaterium, Oishi Buffet, Nikuya, Shabushi, Oishi Ramen, Sushi Hana, Sushi Seki, Letao, Yamachan, Tokyo Milk Cheese Factory, Kabocha Sushi ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2567 หรือรับสิทธิพิเศษรวมสูงสุด 30% จากแคมเปญ “ปลุกระดมสายกิน! ยกขบวนบุฟเฟต์ ปิ้งย่าง ชาบู มาเป็นกองทัพ” ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ เช่น Shibuya Shabu, Neta Grill, Fuku In Town, Evaime Shabu Shabu, Yakiniku Yuu, Oshinei, Kouen Premium Buffet, Kagonoya ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2567

ความฟินจากแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” ยังขอเอาใจสายเที่ยวด้วย Krungsri Boarding Card จากธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งเป็นบัตร VISA Prepaid Card Multi-Currency ที่มีกระเป๋าเงิน E-Wallet 16 สกุลเงินต่างประเทศ และ 1 Wallet สกุลเงินบาท ที่มาพร้อมกับเรทเงินดีต่อใจ โดยเฉพาะเรทเงินเยนที่ขอบอกเลยว่าถูกมาก อีกทั้งยังใช้งานสะดวกสบาย โดยผู้ถือบัตรสามารถแลกเปลี่ยนเงินบาทจากบัญชีออมทรัพย์เป็นสกุลเงินต่างประเทศเข้าไปใน Wallet ที่อยู่ในบัตรได้ด้วยตัวเองผ่าน Krungsri Mobile Application ซึ่งสามารถแลกเงินเข้าไปในบัตรได้ตลอดเวลาและเรียลไทม์ หากมีเงินเหลืออยู่ใน Wallet ก็สามารถแลกคืนเป็นเงินบาทกลับเข้าไปในบัญชีออมทรัพย์ได้ นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นตั้งซื้อเรทที่ต้องการแลกได้ และมีแคมเปญส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำมากมายทั้งในต่างประเทศและในประเทศตลอดทั้งปี โดยเฉพาะร้านค้าชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น

สายเที่ยวคนไหนที่กำลังวางแผนทริปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ ขอแนะนำว่าต้องมี! ทั้งบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และ Krungsri Boarding Card รับรองว่าเที่ยวญี่ปุ่นฟินสุด ๆ แน่นอน ส่วนใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” ก็สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://kcc.gg/sf0n เลยค่ะ

ยูนิโคล่ เปิดตัวคอลเลคชันลิมิเต็ดเอดิชัน UNIQLO x Marimekko ฤดูร้อน 2024

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวคอลเลคชันใหม่ของ UNIQLO x Marimekko จากความร่วมมือกับมารีเมกโกะ (Marimekko) แบรนด์ไลฟ์สไตล์และดีไซน์เฮาส์จากฟินแลนด์ โดยคอลเลคชันลิมิเต็ดเอดิชันประจำฤดูร้อน 2024 นี้ โดยได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมปิกนิคที่สนุกสนานในช่วงฤดูร้อนนำเสนอไอเทมเรียบง่ายและเบาสบายจากยูนิโคล่ ที่มาพร้อมลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นของมารีเมกโกะ ด้วยเสื้อผ้าที่สดใสรับซัมเมอร์ พร้อมเติมสีสันให้กับช่วงเวลาพิเศษระหว่างครอบครัว เพื่อนๆ และคนที่คุณรักให้น่าจดจำยิ่งขึ้น พร้อมวางจำหน่ายที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

6 ลายพิมพ์ไอคอนิกจาก Marimekko

พบกับลายพิมพ์ไอคอนิกสุดสดใสรับซัมเมอร์ทั้ง 6 ลาย ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง 4 คน จากดีไซน์เฮาส์มารีเมกโกะ โดยแพทเทิร์นในคอลเลคชันนี้เป็นผลงานจากช่วงสามทศวรรษตั้งแต่ ยุค 50 ยุค 60 และ ยุค 70 ลายกราฟิกที่โดดเด่นอย่าง Melooni (เมล่อน) โดยไมยา อิโซลา และ ลาย Asema (สถานี) โดยแพนติ รินต้าที่เป็นลายเล็กๆ ซ้ำไปซ้ำมา นอกจากนี้ยังมีลาย Ruukku (กระถางดอกไม้) ซึ่งเป็นลายดอกไม้ในสไตล์ abstract ของไมยา อิโซลา เสริมด้วยลายพิมพ์ Demeter จาก คัตซึจิ วากิซากะ นอกจากลายพิมพ์ 4 ลายแรก ยังมีผลงานที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกและอารมณ์ของรินต้ากับลายคลื่น Lirinä (เสียงน้ำไหล) และลาย Galleria (แกลเลอรี่) ที่เรียบง่ายของโวคโก เอสโกลิน นูร์เมสเนียมี ซึ่งเน้นอารมณ์ความรู้สึกของคอลเลคชันนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยลายพิมพ์ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลายดอกไม้สไตล์ abstract และลายทางที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้คอลเลคชันนี้เข้ากับฤดูร้อนได้อย่างลงตัว

สร้างสีสันให้ฤดูร้อนด้วยชุดเดรส เสื้อยืด และเครื่องแต่งกายอื่นๆ

คอลเลคชันล่าสุดนี้มีชุดเดรสหลากสไตล์เหมาะสำหรับใส่ในช่วงฤดูร้อนพร้อมกับไอเทมต่างๆ ที่เข้าชุดกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมวกบักเก็ต กระเป๋าสะพายไหล่ รองเท้าสวมผ้าแคนวาส และเครื่องแต่งกายอื่นๆ อีกมากมาย โดยสินค้าไลน์อัพนี้มีทั้งสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้หญิง และพบกับชุดที่เพอร์เฟคสำหรับหน้าร้อน อย่างเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตสุดเบาสบายที่พิมพ์ลายเข้าเข้าคู่กันกับกระโปรง

คอลเลคชันลิมิเต็ด เอดิชัน UNIQLO x Marimekko ฤดูร้อน 2024

วันวางจำหน่าย:                  วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567

สาขาที่วางจำหน่าย:         พบกับสินค้าทั้งไลน์อัพได้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์

เว็บไซต์พิเศษ:                    https://www.uniqlo.com/th/th/contents/collaboration/uniqloxmarimekko/24ss/

สาขาที่วางจำหน่าย:           พบกับสินค้าทั้งไลน์อัพได้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์     

เปิดการตีความคอสตูม ‘เจนนี่ BLACKPINK’ เข้าธีม Met Gala อย่างไร?

เมื่อลุค ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ตรงธีม The Garden of Time เรามาเปิดการตีความในมุมมองเธอไปพร้อมกัน

เกิดเป็นประเด็นวิพากย์วิจารณ์บนโลกโซเชียลจนได้ สำหรับลุค ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ในงาน Met Gala 2024 ที่ผ่านมา โดยเดรสโค้ดของปีนี้คือ ‘The Garden of Time’ ที่บรรดาเหล่าเซเลบริตี้แต่ละคนต่างจัดเต็มคอสตูมในฉบับการตีความของตัวเองมา ซึ่งเจนนี่เลือกใส่มินิเดรสสีน้ำเงินจาก ALAÏA ที่มีดีเทลเป็นการจับเดรปตลอดทั้งตัว จึงทำให้เกิดความคิดเห็นหลายอย่างตั้งแต่คอสตูมปีนี้ไม่ตราตรึง ไปจนถึงไม่ตรงกับธีม

โดยในวีดีโอเบื้องหลัง เจนนี่ได้เล่าว่า “ธีม Garden of Time ทำให้เธอนึกถึง ธรรมชาติ ดอกไม้ และสีเขียว แต่เจนนี่เลือกตีความลุคของตัวเองออกมาเป็น Natural Timeless Look หรือ ธรรมชาติเหนือกาลเวลา โดยเลือกใช้ผ้าไหม Georgette และสีจากธรรมชาติ ซึ่งความพิเศษของชุดนี้อยู่ที่การใช้ผ้าผืนเดียวขนาด 13 เมตร มาตัดเย็บ ใช้เวลาทำชุดกว่า 200 ชั่วโมง อีกทั้งยังเลือกเครื่องประดับเป็น Irregular Baroque Pearls หรือไข่มุกที่เป็นรูปทรงธรรมชาตินั่นเอง”

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการตีความเดรสโค้ดที่ลึกซึ้งจริงๆ และสิ่งนี้ก็ถือเป็นสีสันและความสนุกของ Met Gala ที่ทำให้เรารูสึกเซอร์ไพรส์ไปกับลุคของเซเลบริตี้แต่ละคนว่า พวกเขาจะตีโจทย์ที่ได้มาในคอสตูมแบบไหน


รูปภาพ: @jennierubyjane

ระยิบระยับทั่วเวที! 2 คอสตูมตัวแม่ Taylor Swift ในคอนเสิร์ต The Eras Tour

ยังไปสุดทุกดีเทล! เปิด 2 คอสตูมสั่งตัดพิเศษจาก Versace ของ Taylor Swift ในคอนเสิร์ต The Eras Tour

แม่ก็คือแม่ เมื่อ The Eras Tour ยังคงเดินทางมอบความสนุกให้กับคนทั่วโลก ซึ่งล่าสุด Taylor Swift ได้ไปเยือนยุโรปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมการแสดงสุดยิ่งใหญ่ที่จัดเต็มทุกดีเทล แม้กระทั่งคอสตูมของเธอทัวร์ครั้งนี้เทย์เลอร์ปรากฏตัวในชุดบอดี้สูทและเบลเซอร์สีแดงประดับคริสตัลระยิบระยับ โดยทั้ง 2 ชุดสั่งตัดพิเศษจาก Versace

โดยชุดแรก เป็นบอดี้สูทสีส้มประดับด้วยคริสตัล อันโดดเด่นด้วยเทคนิคการออกแบบโครงสร้างของชุด ที่ทำให้รูปร่างดูเพรียวยิ่งขึ้น พร้อมดีเทลปักเลื่อมไล่ระดับลดหลั่นกันไป และตกแต่งด้วยองค์ประกอบสีเหลือบรุ้ง และชุดที่สองเบลเซอร์กระดุมสองแถว ประดับด้วยคริสตัลในโทนสี Fuchsia เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยกระดุมเมดูซ่าสีทอง ทั้งนี้ยังมาพร้อมรองเท้าบู๊ตสีเจ็บ ไล่สี ชมพู-แดง และเหลือง ถือเป็นสองชุดที่สะดุดตาแม้นั่งอยู่บนดอยยังไงก็ต้องเห็นแน่นอน!


ภาพและข้อมูล: Versace

ซนซอกกู

เบอร์เบอรี่ ประกาศแต่งตั้ง “ซนซอกกู” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์

ซนซอกกู นักแสดงหนุ่มเกาหลีมากความสามารถ ได้รับการแต่งตั้งจากแบรนด์ Burberry (เบอร์เบอรี่) ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด โดยเขาจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกครอบครัวโกลบอลของเบอร์เบอรี่

ซนซอกกู นักแสดงมากความสามารถซึ่งเป็นที่รู้จักจากซีรีส์และภาพยนตร์ โดยเขาได้มีโอกาสแสดงซีรีส์และภาพยนตร์หลายประเภท และยังได้รับบทบาทที่หลากหลายอีกด้วย

ในปี 2021 เขาได้แสดงซีรีส์ยอดนิยมของ Netflix เรื่อง ‘D.P.’ ในปีต่อมา เขาได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ในการแสดงบทบาท คุณกู ในซีรีส์เรื่อง ‘My Liberation Notes’ และได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘The Roundup’ ในงาน Korean Association of Film Critic Awards

นอกจากเขาจะได้เป็นหนึ่งในดาราที่มีชื่อเสียงที่สุดของปี 2022 แล้ว เขายังร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง ‘Army on a Tree’ ในปี 2023 อีกด้วย

โดยซนซอกกูเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของแบรนด์อย่างชัดเจน และเป็นส่วนเติมเต็มที่จะเข้ามาเป็นครอบครัวเบอร์เบอรี่ได้อย่างสมบูรณ์

“เบอร์เบอรี่เป็นแบรนด์ที่ผมชื่นชมมาอย่างยาวนาน จึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และผมตั้งตารอการเดินทางไปพร้อมกับเบอร์เบอรี่ในอนาคต” ซนซอกกูกล่าว


THE PARROT เปิด Flagship Store แห่งใหม่ แห่งแรกบนถนนสาทร

ครั้งแรกกับการเปิดตัว THE PARROT FLAGSHIP STORE แห่งใหม่และแห่งแรก บนถนนสาทร ย่านศูนย์กลางธุรกิจ
ภายใต้ชื่องาน EXCLUSIVE CRAFTSMANSHIP JOURNEY

THE PARROT แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ที่นำคาแรคเตอร์ของนกแก้ว มาเป็นแรงบันดาลใจหลักของแบรนด์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ด้วยงานพลีทดีไซน์เรียบ เก๋ แต่แฝงด้วยความน่าสนใจ เข้ากับทุกสมัยพร้อมมอบความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ ซึ่งทุกครั้งที่ผ้าพลีทเคลื่อนไหวจะเปรียบเสมือนปีกของนกแก้วที่พร้อมจะสยายและบินไปสู่ท้องฟ้า

ครั้งแรกกับการเปิดตัวร้านใหม่ ในงาน THE PARROT FLAGSHIP STORE OPENING & EXCLUSIVE CRAFTSMANSHIP JOURNEY  เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ความพิเศษของงานในครั้งนี้ สามารถสัมผัสพร้อมลองเสื้อผ้าได้ตรงใจ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากทางแบรนด์ (Personal Stylist) ช่วยแนะนำ รวมถึงมี Customized gift ที่เป็นงาน Craftsmanship ของทางร้านจากช่างฝีมือ โดยสามารถระบุอักษร เลือกแบบ สี และลวดลายเองได้อย่างสร้างสรรค์

“เพลิน” พิมสิริ นาคสวัสดิ์ ประธานบริหาร และผู้อำนวยการ  ฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ THE PARROT  กล่าวว่า คอลเลกชั่นพิเศษสำหรับงานครั้งนี้คือ  Womenswear Collection “The Symphonist” การแต่งตัวในแต่ละวันเปรียบเสมือนกับการแต่งเพลงและบรรเลงเพลงให้เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของแต่ละวัน

โดยครั้งนี้ทาง THE PARROT ได้นำเรื่องราวของแนวเพลงหลากหลายแนว มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และเชื่อมโยงในเรื่องของการ Customized อันเป็นเอกลักษณ์ มาผสมผสานเข้ากับการแต่งเพลงอย่างลงตัวจึงเป็นที่มาของคอลเลกชั่น “The Symphonist” และอีกหนึ่งคอลเลกชั่น เอาใจสายครอบครัวที่จะพลาดไปไม่ได้เลย คือ เสื้อผ้าเด็กKids’ Collection “Coterie” หรืออีกความหมายแปลว่า กลุ่มคนที่มีความชอบเหมือน หรือคล้ายกัน เป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่ทำออกมาให้ใส่ด้วยกันได้ทั้งครอบครัว มีกลิ่นอายความเป็น THE PARROT อย่างชัดเจน มีทั้งลายพิมพ์และผ้าพลีทซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ ใส่ลงไปในดีไซน์ ของคอลเลกชั่นครอบครัวครั้งนี้ด้วย

โดยร้านใหม่นี้ มีกันทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นจะประกอบไปด้วยโซน Ready to wear collection, โซนงาน Customized ต่าง ๆ ตลอดจนเสื้อผ้าเด็ก และโซน The Parrot Home Edition ที่เป็นคอลเลกชั่นใหม่อีกด้วย

นอกจากเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางแบรนด์แล้ว โซน Fabric gallery ที่รวบรวมลายพิมพ์ที่ทางแบรนด์ออกแบบมาด้วยความประณีตให้ได้เลือกชม ลูกค้าจะได้ลองเลือกสิ่งที่เป็นตัวเองมากที่สุด ตามคาแรกเตอร์ของลูกค้าแต่ละท่าน โดยสามารถนำลายผ้าที่ถูกใจไปแมทช์กับดีไซน์ชุดของ THE PARROT ให้เข้ากับสไตล์ตัวเองในแบบต่าง ๆ  รวมถึงภายในร้านยังมีงานชุดเพื่อนเจ้าสาว

โดยลูกค้าสามารถเลือกผ้าและออกแบบลายผ้าใหม่ตามตีมงาน และตัดในแบบที่ต้องการได้ มีให้เลือกสรรค์กันอย่างครบถ้วน เรียกได้ว่ามาร้านเดียวได้กลับไปครบทั้งงานสร้างสรรค์ งานฝีมือ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และเร็ว ๆ นี้ทางร้านยังมีแพลนที่จะมีโซนเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่มานั่งรอ หรือแวะมาเยี่ยมชมร้านอีกด้วย

ร้าน THE PARROT FLAGSHIP ตั้งอยู่บน ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ติดกับถนนใหญ่ บริเวณหน้าซอยนราธิวาสฯ 15 เดินทางง่าย มีจุดบริการที่จอดรถอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันถนนเส้นสาทร-นราธิวาสฯ เป็นที่ตั้งของ Urban Destination มากมาย ทำเลทอง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ ทั้งร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร Cafe และบาร์เท่ ๆ ที่มี Concept ที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป ในอนาคตแฟลกชิปสโตร์นี้จะเป็นแลนด์มาร์คสุดเก๋ จุดเช็คอินคนเมืองแห่งใหม่อย่างแน่นอน

ร้าน THE PARROT FLAGSHIP STORE ร้านเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11:00 – 20:00 น. หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ IG: @THEPARROTBANGKOK, Line@: @THEPARROTBANGKOK และ  www.theparrotbangkok.com