แชร์ไอเดียแต่งตัวโทนขาว – ดำ คีพลุคยังไงให้สุภาพ คลาสสิก ไม่ดูป้า

ในโลกแห่งแฟชั่น Black & White ยังคงมีความคลาสสิกอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่ายเข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัวแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของโทนแฟชั่นขาวดำคือการแสดงออกถึงความสุภาพ แต่หากใครที่ไม่อยากให้ลุคการแต่งดำขาวดูจำเจเกินไป ก็ลองใส่ไอเดียเข้าไปอีกนิด ก็จะทำให้การแต่งกายคุมโทนนั้นดูมีสไตล์ไม่เหมือนใคร

ณรากุญ คูสุโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหาร แบรนด์ คอลเลคทีฟ (COLLECTIVE) และ เดรส รูม (DRESS ROOM) มัลติลาเบลสโตร์สินค้าแฟชั่น ศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดาแนะเทคนิคการแต่งคุมโทนแบบมีสไตล์ว่า “สำหรับการแต่งกายของหนุ่มๆ สาวๆ ในช่วงนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงความเรียบร้อย ถูกต้อง เหมาะสม และสุภาพ ด้วยโทนสีดำและสีขาว ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเหมือนใส่ชุดเดิมอยู่ตลอดเวลา แต่หากเรารู้จักมิกซ์กันอย่างลงตัว ก็จะทำให้เราดูโดดเด่นขึ้นได้

เริ่มต้นด้วยลุค Lacy Lace หยิบกางเกงขายาวมาแมตช์กับเสื้อแขนยาวสีดำ ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยคอเสื้อทรงสูงที่เพิ่มความสง่าให้กับลำคอ ลุคนี้แม้จะดูเรียบง่ายจากสีดำทั้งตัว แต่ยังคงความอ่อนหวานจากงานปักลูกไม้บริเวณลำคอของเสื้อเช่นเดียวกับชายกางเกงที่เพิ่มดีเทลลูกไม้ปักทำให้สะดุดตา สามารถแมตซ์กับคลัทช์ลายหนังงูสีดำให้ลุคนี้ดูเท่ห์ขึ้น

1

ถ้าหากอยากเปรี้ยวขึ้นมาอีกนิดในสไตล์ Tube Top ก็เพียงเปลี่ยนเสื้อตัวในเป็นเสื้อเกาะอกสีดำ และตัดด้วยสูทคลุมสีขาวก็ได้ลุกใหม่ขึ้นมาทันที

 

ส่วนสาวๆ ที่ชื่นชอบสไตล์เดรสตัวเดียว จะเลือกเป็นแบบที่คลาสสิกตลอดกาลอย่าง Little Black Dress เดรสสั้นตัวเดียวก็เอาอยู่ แต่ลองมองหาเดรสที่มีดีไซน์เพิ่มเติมเข้ามาอีกนิด เช่น การยกปกคอ และการอัดทรงกระโปรงให้โค้งพอง เพื่อเพิ่มมิติให้กับรูปร่างเวลาสวมใส่จับคู่กับกระเป๋าคลัตช์เก๋ๆสักใบ ก็ออกงานสังคมแบบกึ่งทางการได้แล้ว

1

ส่วนถ้าเป็นวันชิลๆ จะใส่เป็นเดรสผ้าฝ้ายยาวทรงโอเว่อร์ไซส์ ที่เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยระบายเส้นไหมบริเวณอก ใส่กับรองเท้าหนังดีไซน์ทรงนักเรียนและเติมความเก๋ด้วยหมวกปีกกว้างถือกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมก็เปลี่ยนลุคเป็นสาวแนวได้ทันที

 

Kimono ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับสาวๆ ในวันชิลๆ ด้วยลุคเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเท่และคงความเรียบร้อย ด้วยเสื้อคลุมทรงกิมโมโน พร้อมกางเกงโอเว่อร์ไซส์พื้นขาวปักลายเส้นสีดำ สวมทับเสื้อยืดคอกลม ใส่คู่กับรองเท้าคัทชูสาน จะไปลุยที่ไหนก็เต็มที่ได้ทั้งวัน

1

สำหรับหนุ่มๆ แนวมินิมอล แต่ไม่อยากดูธรรมดาเกินไป ก็ลองเปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตสีขาวพื้นๆ ทั่วไป มาเป็นเสื้อที่เพิ่มลูกเล่นมากขึ้น เช่น มีการขลิบลายเส้นสีโมโนโทนบริเวณปกคอและปลายแขนทั้งสองข้าง หรือจะลองเพิ่มดีเทลอีกนิดด้วยการนำเนคไทปลายตัดสีดำมาผูกหลวมๆ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งกับเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อโปโลและแมตช์เข้ากับรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ดูสบายๆ แต่ยังไม่ทิ้งสไตล์


 

หนุ่มๆ สาวๆ คนไหนที่มองหาวิธีแต่งการโทนขาวดำไม่ให้ซ้ำใคร ลองหยิบเอาไอเดียนี้ไปใช้ปรับใช้กันได้ หรืออยากหาอินสไปเรชั่นใหม่ๆ ในการแต่งตัว แวะไปที่ COLLECTIVE และ DRESS ROOM มัลติลาเบลสโตร์สินค้าแฟชั่นแห่งล่าสุด ที่ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา ได้เลย รับรองมีสินค้าให้เลือกเพียบ

 

 

คัดมาแล้ว! ไอเท็มสีดำควรสอยจาก “Dior” แมตช์ลุคได้ทุกโอกาส

มาอีกแล้วกับไอเท็มโทนสีเรียบๆ ที่แพรวดอทคอมจะนำมาเสนอให้สาวๆ ทุกคนได้เลือกกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้แนะนำเสื้อผ้าและกระเป๋าโทนสีสุภาพ อย่าง สีดำ ขาว เทา กรม น้ำตาลไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงไอเท็มสีดำที่ช่วงนี้จำเป็นยิ่งกว่าสิ่งใด อย่างที่เคยเมาท์กันว่านอกจากเสื้อผ้าเราจะเป็นโทนสีดำแล้ว ความสุภาพที่ต้องคุมโทนทั้งลุคก็ต้องอาศัยไอเท็มอื่นๆ เข้าช่วย การเลือกแมตช์กระเป๋าและรองเท้าก็ควรไปในทางเดียวกันด้วย

วันนี้แพรวดอทคอมเลยจะมาเสิร์ฟไอเท็มสีดำของ Dior ทั้งกระเป๋าและรองเท้า มาให้ดูกัน ใครถูกใจแบบไหนก็พุ่งตัวไปช็อปได้เลย

มาเริ่มกันที่กระเป๋ารุ่นยอดฮิต Lady Dior

1

1

กระเป๋ารุ่น FLAP BAG

1

กระเป๋ารุ่น DiorAddict

 

 

กระเป๋ารุ่น Dior Oblique

 

 

ต่อไปก็รองเท้าสีดำหลากสไตล์

 

Sandal

 

 

DiorAmour

 

1

1

สนีกเกอร์

1

 

รองเท้าบู๊ต

1

 

1

1

1

เป็นไงกันบ้าง เลือกแทบไม่ถูกเลย ดูแล้วเพลินตาทุกไอเท็มจริงๆ ทั้งกระเป๋าและรองเท้าดีไซน์ดูดี น่าใช้ไปหมด แต่ก็ควรเลือกใช้ให้เข้ากับโอกาส เพราะอย่างรองเท้าบางดีไซน์ก็เหมาะกับชีวิตประจำวันมากกว่าออกงานหรือเข้าร่วมงานเชิงพิธีการ ส่วนกระเป๋าที่แนะนำในวันนี้ก็สามารถใช้ได้กับหลายโอกาส เพราะดีไซน์เรียบง่าย ถึงจะแอบมีลูกเล่นเล็กๆ แต่ก็ไม่ฉูดฉาด สะพายไปไหนก็เวิร์ก รับรองไม่มีเสียลุคแน่นอน

ถ้าสาวๆ ชอบไอเท็มชิ้นไหนก็เดินไปช็อปได้ที่ Dior ทุกสาขา หรือสั่งผ่านเว็บออนไลน์ก็แล้วแต่สะดวกเลยจ้า


 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Dior

 

 

Romantic Route

เปิดเส้นทางโรแมนติกที่จะทำให้ทริปนี้มีแต่ความรัก ROMANTIC ROUTE @AUSTRIA & SWITZERLAND

Romantic Route ณ สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย สองประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกัน มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกันมาก ตั้งแต่สภาพภูมิอากาศ เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล มีจำนวนประชากรแปดล้านกว่าใกล้เคียงกัน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง (เทือกเขาแอลป์) และทะเลสาบ โดยประชากรต่างสร้างบ้านเรือนเรียงรายไปตามเชิงเขาและริมทะเลสาบ ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง

Romantic Route

คราวนี้ผมจะชวนท่านผู้อ่านไปขับรถเที่ยวใน Romantic Route เส้นทางถนนลอยฟ้าสองสายบนยอดเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงามตระการตา โดยถนนสองสายนี้ต่างมีชื่อเสียงติดอันดับได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถนนเส้นหนึ่งอยู่ในออสเตรีย ส่วนอีกเส้นอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ครับ

Romantic Route

Start @Austria

เราเริ่มต้นเส้นแรกในประเทศออสเตรียกันครับ ถนนนี้ชื่อว่า กรอสกล็อคเนอร์ ไฮ อัลไพน์ (Grossglockner High Alpine Road) มีระยะทางราว 50 กิโลเมตร สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 ได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านวิศวกรรมมาจนปัจจุบัน ถนนบนยอดเขากรอสกล็อคเนอร์เปิดให้ใช้ผ่านได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ตั้งแต่ เวลา 6 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม แต่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันและเวลานั้นๆ ด้วย ถ้าเป็นวันที่อากาศไม่ดี มีพายุหิมะ ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางก็อาจปิด ทำให้ขึ้นไปไม่ได้ ทั้งนี้ผู้ใช้ทางก็ต้องทำใจในกรณีที่มาถึงแล้วเจอด่านปิด (ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางตั้งขวางถนนอยู่) ซึ่งจะเก็บเงินค่าผ่านทางรวมกัน ทั้งรถ คนขับ และผู้โดยสาร

เมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้รับตั๋วพร้อมเอกสารแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บนเส้นทางซึ่งพิมพ์อย่างดี แต่จากประสบการณ์ของผมกว่าสิบครั้งที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ ไม่เคยเจอทางปิดเลย มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ผมต้องจอดรถรออยู่ตรงหน้าด่าน รอเวลาเจ้าหน้าที่เคลียร์ถนนเปิดเส้นทางอยู่นานพอสมควร เนื่องจากมีพายุหิมะตกหนักในตอนกลางคืน

กรอสกล็อคเนอร์ (Grossglockner High Alpine Road)
ถนนทางขึ้นยอดเขากรอสกล็อคเนอร์ในเดือนตุลาคม

ถนนเส้นนี้เริ่มต้นจากปากทางแยกถนนใหญ่สาย 311 ที่เมืองบรูค (Bruck) เรื่อยไปจนสุดทางบรรจบกับสาย 100 ที่เมืองลินซ์ (Lienz) โดยระหว่างทางมีทางแยกให้แวะไปเยี่ยมชมธารน้ำแข็งและยอดเขาสูงกรอสกล็อคเนอร์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในออสเตรียได้ด้วย

เมื่อเราขับรถมาจากเมืองบรูคจนถึงด่านเก็บเงินนั้น สภาพถนนมีลักษณะเป็นถนนเล็กๆ ผ่านกลางหุบเขาสูงที่มีสีเขียวเข้มด้วยป่าสนหนาทึบสองข้างทาง จนเมื่อผ่านด่านเก็บเงินไปแล้ว ถนนจะค่อยๆ ลาดชันสูงขึ้น แต่ไม่มากจนทำให้รถมีอาการอืด นับเป็นความฉลาดของวิศวกรผู้สร้างทางที่ทำถนนไว้ไม่ให้ชันมาก ป้องกันปัญหารถอาจลื่นไถลหากเจอกับหิมะบนถนนเมื่อขับขึ้นไปสูงๆ บนยอดเขา

รถผมค่อยๆ ไต่ความสูงของภูเขาอย่างช้าๆ ขึ้นไปไม่เร็วนัก ตลอดสองข้างทางยังคงมืดครึ้มไปด้วยป่าไม้ทึบ จนเมื่อขึ้นสูงต่อไปอีกสักพัก พ้นโค้งใหญ่เบื้องหน้าแล้ว ถึงจะมองเห็นยอดเขาใหญ่สีขาวโพลนดูเด่นเป็นสง่า โดยมียอดเขาบริวารดูสูงต่ำลดหลั่นกันไป โดยต่างถูกหิมะปกคลุมจนขาวไปทั่วเช่นกัน ทุกยอดที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้นสว่างขาวโพลนจากหิมะ แถมสว่างเพิ่มขึ้นอีกจากแสงแดดที่สาดส่องลงมาช่วยสะท้อนความขาวนั้นให้วาววับจับตายิ่งขึ้น น่าแปลกที่จากด้านล่างนั้นเราจะมองไม่เห็นยอดเขาสูงใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ จนกว่าจะพ้นโค้งที่กล่าวมาแล้ว และไม่ว่าที่เชิงเขาด้านล่างอากาศจะมืดครึ้มสักเพียงใด พอขึ้นมาถึงจุดนี้เป็นเจอแดดส่องสว่าง ทำให้เกิดความสวยงามสุดจะบรรยายเช่นนี้ทุกครั้ง (ความสูงตรงจุดนี้เกินกว่า 2 กิโลเมตร)

ตลอดระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรบนยอดเขากรอสกล็อคเนอร์จัดที่จอดรถข้างทางไว้ให้จอดชมวิวได้ตลอดทาง ทั้งยังจัดให้มีศูนย์แสดงประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ รวมถึงแสดงพันธุ์สัตว์และพืชพรรณที่มีอยู่บนยอดเขา ซึ่งยอดเขานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ที่ทอดตัวยาวกินพื้นที่หลายประเทศเป็นระยะทางนับพันกิโลเมตร

ถนนบนยอดเขากรอสกล็อคเนอร์นี้ยังมีถนนทางแยก เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะใชัเป็นทางลัดเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับทางเดิม (มีด่านเก็บเงินตั้งขวางอยู่เช่นกัน) แต่ในครั้งนี้ผมจะขับต่อไปจนสุดทาง เพื่อชมธารน้ำแข็งกับยอดเขากรอสกล็อคเนอร์อย่างใกล้ชิด สภาพถนนช่วงนี้จะเป็นถนนบนเขาสูง ต้นไม้ใหญ่จึงมีให้เห็นน้อยลง มองไปทางไหนเห็นแต่เหวลึกและทะเลภูเขากับความขาวของหิมะบนยอด บางจุดมีน้ำตกเล็กๆ ที่เกิดจากการละลายของหิมะอยู่ข้างทาง รวมถึงเหวด้านข้างเบื้องล่างไกลลึกลงไปลิบๆ มีเขื่อนขนาดใหญ่พอสมควรตั้งอยู่ น้ำในเขื่อนนั้นเป็นสีเขียวใสสวย

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางและแวะจอดถ่ายรูป รวมถึงช็อปปิ้งในร้านขายของที่ระลึกบนจุดชมวิวที่มีหลายแห่งไปไม่นาน ถนนก็นำมาถึงยอดเขากรอสกล็อคเนอร์และธารน้ำแข็ง (เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในออสเตรีย มีความสูง 3,798 เมตร) ที่จอดรถบนยอดเขาตรงนี้เป็นที่จอดรถในร่ม ไม่เก็บค่าจอด มีที่ให้จอดได้มากพอ ผมจอดรถและลงไปเดินชมวิวกันท่ามกลางความหนาวเหน็บ ตรงจุดนี้มีร้านอาหารเล็กๆ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกด้วย

ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier)
ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ

ตรงจุดชมวิวธารน้ำแข็งแห่งนี้ ถ้าใครอยากลงไปสัมผัสธารน้ำแข็งในแบบใกล้ชิด ก็สามารถลงลิฟต์ที่มีบริการอยู่ตรงนั้นไปสัมผัสความหนาวเย็นของธารน้ำแข็งได้ แต่ผมไม่เคยลงไปครับ เนื่องจากผู้ที่จะลงไปเดินบนน้ำแข็งนั้นควรจะสวมใส่เสื้อผ้า รวมถึงรองเท้าที่มีความหนาเป็นพิเศษ อีกทั้งอากาศบนยอดเขาสูงบริเวณนี้ค่อนข้างหนาวจัดและลมพัดแรงมาก สำหรับท่านที่จะไปขับรถเที่ยวบนถนนเส้นนี้ สามารถเลือกบรรยากาศได้ว่าอยากได้แบบไหน ระหว่างหิมะ ขาวๆ ฟูๆ บนถนนเปียกๆ (เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน) หรือป่าไม้มีสีเหลืองและสีแดงสวยงามมาก แต่บนถนนจะแห้ง ไม่มีหิมะแล้ว (เดือนกันยายน – ตุลาคม)

โอเบอราล์ปพาส (Oberalp Pass)
ทิวทัศน์จากจุดชมวิวโอเบอราล์ปพาส

เข้าสู่ Switzerland

ตามผมไปกันต่อบนถนนสาย 19 ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระยะทางราว 160 กิโลเมตร มีชื่อว่า ฟัวร์คาพาส (Furka Pass) เป็นถนนลอยฟ้าบนเทือกเขาสูง มีความสูงถึง 2.5 กิโลเมตรเหนือระดับทะเล เป็นถนนที่ได้รับการกล่าวขานจากนักขับรถทั่วโลกถึงความสวยงามของทิวทัศน์ระหว่างทางที่ดูสวยแปลกตา ปนไปกับความน่าหวาดเสียวของเหวลึกด้านข้างถนน

The Gletscher Belvedere Hotel
โรงแรมบนยอดเขา (The Gletscher Belvedere Hotel)

ถนนฟัวร์คาพาสสายนี้เคยใช้เป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์แอ๊คชั่นสายลับสุดยิ่งใหญ่ของฮอลลีวู้ด เรื่อง เจมส์ บอนด์ 007 ตอน โกลด์ฟิงเกอร์ นำแสดงโดยดาราพระเอกต้นตำรับของ เจมส์ บอนด์ คือ ฌอน คอนเนอรี่ เส้นทางของถนนสาย 19 นี้เริ่มจากเมืองใหญ่บนเส้นทางนี้ คือ เมืองคัวร์ (Chur) ไปจนถึงเมืองบริก (Brig) มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางลัดเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มิเช่นนั้นต้องขับรถอ้อมขึ้นไปจนถึงทางเหนือของประเทศ เสียทั้งระยะทางและเวลาเพิ่มขึ้นอีกมากทีเดียว

ถนนลอยฟ้าบนเขาสูงชนิดที่มีชื่อต่อท้ายว่า Pass นั้น มีอยู่บนถนนหมายเลข 19 เส้นนี้ให้เราได้ผจญภัยถึง 2 แห่งทีเดียว นั่นคือ โอเบอราล์ปพาส (Oberalp Pass) ระยะทางสั้นกว่าและมีความสูงน้อยกว่า (2,046 เมตร) โดยจะถึงก่อน เมื่อเดินทางมาตามทิศทางจากเมืองคัวร์ กับถนนฟัวร์คาพาส (2,436 เมตร) ถนนซึ่งนักท่องเที่ยวผู้นิยมการขับรถส่วนใหญ่จากทั่วโลกฝันจะมีโอกาสมาขับรถบนเส้นทางนี้ เพื่อสัมผัสความหวาดเสียวและชื่นชมทัศนียภาพที่สวยแปลกตากันสักครั้งหนึ่งในชีวิต

Romantic Route

ถนนสาย 19 เส้นทางนี้จะมีรถไฟขบวนพิเศษที่เรียกว่า Car Shuttle Train คอยวิ่งให้บริการขนส่งรถยนต์และรถอื่นๆ วิ่งลอดอุโมงค์รถไฟใต้ภูเขาแห่งนี้ในช่วงเวลาที่ถนนปิด (เพราะหมดฤดูร้อน) อยู่ 2 ช่วง คือ บนโอเบอราล์ปพาส ระหว่างสถานีเซดรุน (Sedrun) ถึงสถานีแอนเดอร์แมตต์ (Andermatt) กับอีกช่วงหนึ่งอยู่บนฟัวร์คาพาส ระหว่างสถานีเรียล์ป (Realp) ถึงสถานีโอเบอร์วาลด์ (Oberwald) ทำให้นักเดินทางสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนัก

สถานีรถไฟเรียล์ป (Realp Railway Station)
หน้าสถานีรถไฟเรียล์ป

จากทางแยกที่เมืองคัวร์ เราขับตามป้ายบอกทางมาเพียงไม่กี่กิโลเมตร แล้วแยกออกจากทางออโต้บาห์น ตรงนี้ถนนเริ่มจะเล็กลงเหลือเพียงสองเลน และค่อยๆ ไต่ขึ้นสู่เขาสูง เริ่มคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามภูเขาแล้ว เพียงแต่ยังไม่มากเท่าไรนัก ถือเป็นโอกาสวอร์มอัพเตรียมความพร้อมและสมาธิให้ดี ก่อนจะเข้าสู่ถนนลอยฟ้าอันแรกของเส้นทางโอเบอราล์ปพาส ผ่านสถานีรถไฟที่เมืองเซดรุน จากนั้นวิ่งต่อไปไม่ไกล ถนนจะลดระดับความสูงลงเข้าสู่เมืองแอนเดอร์แมตต์ เมืองนี้ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากเป็นทางแยกของจุดตัดเชื่อมระหว่างภาคเหนือกับภาคใต้ และภาคตะวันออกกับภาคตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์

ถนนออโต้บาห์นสายใหญ่สาย A2 วิ่งมาจากเมืองบาเซิลและลูเซิร์นนั้น มาสุดที่ยอดเขาสูงใหญ่ตรงเมืองนี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอุโมงค์ลอดใต้ภูเขาสูงชื่อ เซนต์กอตธาร์ด (St. Gotthard) ซึ่งสร้างไว้ให้ใช้ได้ทั้งรถยนต์และรถไฟ (แยกช่องอุโมงค์กัน) อุโมงค์สำหรับรถมีความยาวเกือบ 17 กิโลเมตร ครองตำแหน่งอุโมงค์รถยนต์ยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก ในขณะที่อุโมงค์รถไฟเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน มีความยาวกว่า 57 กิโลเมตร พร้อมกับได้ชื่อว่าเป็นอุโมงค์สำหรับรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก (ออโต้บาห์น A2 สายนี้วิ่งลงใต้ต่อไปจนถึงเมืองมิลานในอิตาลี)

เมื่อพ้นออกจากเมืองแอนเดอร์แมตต์ไม่ไกล ถนนก็จะไต่กลับขึ้นเขาสูงอีกครั้ง เริ่มเข้าสู่ช่วงแรกของถนนลอยฟ้าฟัวร์คาพาส ถนนบนเขาช่วงนี้ดูค่อนข้างแคบและคดเคี้ยว (แต่กว้างพอให้รถใหญ่แล่นสวนทางกันได้) ขับเรื่อยต่อไปจนถึงเมืองเรียล์ป ที่มีสถานีรถไฟขบวนพิเศษคอยให้บริการสำหรับนักเดินทางที่ไม่อยากขึ้นไปเสียวบนถนนลอยฟ้าฟัวร์คาพาส กับในช่วงของการปิดเส้นทางเมื่อหมดฤดูร้อน เพราะจะมีน้ำแข็งปกคลุมจนถนนใช้งานไม่ได้ ด้วยการบรรทุกรถยนต์และรถอื่นๆ ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ พาวิ่งลอดอุโมงค์ฟัวร์คาใต้ภูเขาสูงแห่งนี้ไปจนถึงสถานีโอเบอร์วาลด์ ซึ่งพ้นเขตถนนลอยฟ้าฟัวร์คาพาสแล้วนั่นเอง

แอนเดอร์แมตต์ (Andermatt)
ลงเขาไปยังเมืองแอนเดอร์แมตต์

ถนนเส้นนี้เมื่อพ้นออกจากเขตเมืองเรียล์ปแล้ว ยังคดเคี้ยวไต่ขึ้นสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงไปถึงจุดสูงสุดบนเส้นทางในระดับความสูงเกือบ 2.5 กิโลเมตรเหนือระดับทะเล แล้วจึงเปลี่ยนเป็นทางราบวิ่งเลียบลัดเลาะไปตามโค้งเขา โดยมีด้านหนึ่งเป็นผนังของภูเขาสูง กับอีกด้านหนึ่งเป็นเหวลึกมาก มองเห็นด้านล่างอยู่ไกลลิบๆ ชวนเสียวสุดๆ

ภาพของเทือกเขาสูงตระหง่านสีน้ำเงินเข้มสลับซับซ้อน มีสีขาวของหิมะปกคลุมอยู่บนยอดทอดตัวเรียงรายโดยรอบด้านนั้น บอกเลยว่าถ้าไม่รู้สึกกังวลกับเหวลึกด้านข้างถนนแล้ว การขับรถบนเส้นทางฟัวร์คาพาสนี้จะเป็นการขับรถที่สร้างความสุขและเพลิดเพลินมากทีเดียว แต่จะมัวเพลินกับวิวสวยงามรอบตัวมากนักก็ไม่ได้ ถ้าอยากชมวิวสวยๆ นี้ชัดๆ หรืออยากถ่ายรูปเมื่อไร มองหาที่จอดตรงจุดที่เขาทำไว้ให้ดีกว่าครับ

สกีติดล้อ (Roller Skis)
Roller Skis หรือสกีติดล้อ คือกีฬายอดนิยมของชาวสวิส

ผมขับต่อเรื่อยไป จนเมื่อพ้นจากสถานีรถไฟโอเบอร์วาลด์ซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างของฟัวร์คาพาสแล้ว ถนนก็ลดระดับลาดลงสู่พื้นราบครับ ทั้งนี้ท่านขับรถกลับทิศทางกันกับที่กล่าวมาแล้ว (โดยเริ่มจากเมืองบริก) ต้องใช้เวลาขับรถอยู่ชิดขอบถนนทางด้านที่เป็นเหวลึกนานมากกว่าขับมาทิศทางนี้ อีกอย่างที่สำคัญมากคือ ไหล่ทางของถนนช่วงนี้ไม่มีราวเหล็ก กันรถตกถนน (Barrier) กั้น มีแต่เพียงแท่งหินแกรนิตสี่เหลี่ยมปักอยู่ห่างๆ เป็นระยะเท่านั้น

จากประสบการณ์ของผมที่เคยขับทิศทางนี้มาแล้ว บอกตามตรงว่าเวลาเจอรถใหญ่แล่นสวนทางมาแต่ละครั้งนั้นเสียวสุดๆ เลยครับ ถนนสาย 19 นี้เปิดให้วิ่งช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน และถนนลอยฟ้าช่วงบนยอดเขาสูงของฟัวร์คาพาสและโอเบอราล์ปพาสจะปิด โดยผู้ใช้ทางต้องนำรถของตัวเองไปเสียเงินขึ้นบนรถไฟซึ่งวิ่งลอดอุโมงค์ใต้ภูเขาเพื่อเดินทางต่อ แทนการขับรถไปบนยอดเขาสูงเอง

ท่านใดสนใจก็ลองมาขับตามเส้นทางที่ผมแนะนำได้ครับ

 

เรื่องและภาพ : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 915

 

 

 

‘เข้าใจนะ!!! วันนี้งานเป็นหลัก รักเป็นรอง’ เช็คเลย ดวงวันที่ 21 ตุลาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว จะเป็นงานสงเคราะห์หรือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือเกี่ยวพันกับต่างประเทศ ก็คงต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

การเงิน : ทำธุรกิจร่วมหุ้นในครอบครัว โอเคเลย

ความรัก : วันนี้ท่านกับคู่จะร่วมกันทำธุรกิจของครอบครัวด้วยกัน ซึ่งอาจต้องแบ่งงานกันให้ชัดเจน เพราะจะมีผู้ใหญ่เข้ามาตรวจตราดูแล คนโสด มีคนมาชอบ แต่อย่ารีบเทใจ ขอให้จำความผิดหวังที่ผ่านมาเป็นบทเรียนนะคะ

สุขภาพ : ระวังเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โดยเฉพาะไต และกระเพาะปัสสาวะ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : แม้จะเป็นวันเสาร์ แต่ท่านเข้าสู่โหมดชิงดีชิงเด่น แข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายทุกด้าน

การเงิน  : อาจได้รับเงินรางวัลจากเกียรติยศชื่อเสียง แต่ให้ระวังการคบเพื่อนจะทำให้หมดตัวได้

ความรัก :  วันนี้ระวังจะมีเรื่องมือที่สาม อาจเป็นคนหวังดี แต่ประสงค์ร้ายเข้ามายุแยงให้พวกท่านผิดใจกัน หรืออาจเป็นกิ๊กก็ได้ อย่าวางใจ คนโสด คนที่เข้ามาวันนี้ยังไม่ค่อยจริงใจ หวังแต่ผลประโยชน์

สุขภาพ : ระวังเกิดอุบัติเหตุ หรือทะเลาะชกต่อยกัน ที่สำคัญเมาอย่าขับนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  วันนี้ผู้หญิงจะมีความเป็นผู้นำสูงมาก ลุยงานทุกรูปแบบ ไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะฉะนั้นก็ให้ระวังจะถูกเพื่อนร่วมงานหมั่นไส้ แล้วอาจใส่ร้ายป้ายสีท่านได้

การเงิน : หมุนเงินเก่ง ชอบความเสี่ยงมากมาย ลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย โชคเป็นของท่านเสียด้วยสิ

ความรัก : วันนี้ผู้หญิงหาเงินเก่ง เป็นเสาหลักให้ครอบครัว เพราะฉะนั้นงานมาก่อน ความรักเป็นรอง เข้าใจนะ คนโสด ขอถูกใจมากกว่าความถูกต้องค่ะ

สุขภาพ :  ระวังตัวด้วยนะคะ จะเกิดอุบัติเหตุได้อย่างไม่คาดคิด

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : หงุดหงิดๆ ท่านกับหุ้นส่วน ก็ยังคงมีความคิดเห็นขัดแย้งกันตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องงานด้านต่างประเทศ จนอาจลุกลามไปถึงเป็นคดีความ ฟ้องร้องกันเลยทีเดียว

การเงิน : จะดีก็ต่อเมื่อท่านมีบริวารที่ดี รู้ใจ

ความรัก : วันนี้จริงๆ แล้วชีวิตรักจืดชืดมานานแล้ว เพียงแต่ที่ต้องอยู่ด้วยกันเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ก็ควรพากันไปท่องเที่ยวบ้าง จะได้ไม่เบื่อกันไปกว่านี้ คนโสด วันนี้คนที่ท่านชอบไม่ได้มีท่านคนเดียว ก็ต้องแข่งกันหน่อย

สุขภาพ : ไปไหนพกยาดมไปด้วย อาจเวียนศีรษะ หน้ามืด ได้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านที่อยู่ในวงการนักคิดนักเขียน นักประพันธ์ จะได้รับมอบหมายให้สร้างผลงานชิ้นใหม่ ซึ่งท่านตั้งใจทำอย่างมากมาย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง แต่จะค่อยๆ มา

การเงิน :  จะดี ก็ต่อเมื่อผลงานได้รับความสำเร็จแล้ว

ความรัก :  วันนี้ลำพังท่านเองเก็บเงินไม่อยู่ ต้องให้คู่มาช่วยดูแลหรือเป็นผู้จัดการให้จึงจะเวิร์ค  คนโสด ท่านชอบการแข่งขันเพื่อเอาชนะ ตื่นเต้นดี

สุขภาพ : ระวังเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเสีย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านอาจได้รับงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตกแต่ง เป็นสถานที่ใกล้น้ำ หรือทำธุรกิจเกี่ยวกับขายเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ สถานความงาม ให้ระวังความใจอ่อน ขี้สงสาร การมองโลกในแง่ดีจะทำให้ท่านถูกหลอกได้

การเงิน :  ท่านช็อปกระจายละคะวันนี้ อาจเป็นพวกของแต่งบ้าน ของแต่งตัว ยิ่งได้เพื่อนไปด้วย ไม่หมดกระเป๋าไม่กลับบ้าน

ความรัก : วันนี้ท่านอาจมีข่าวดีเกี่ยวกับรักความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิง อาจเป็นแม่กับลูกสาว หรือกับแฟนสาวก็ได้ คนโสด คุยกันถึงโครงการแต่งงานละ

สุขภาพ  :  เสี่ยงต่อการประสบภัยในการทำงาน จนมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง ปวดกล้ามเนื้อ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : หากท่านยังกลัว หรือยังกังวล ที่จะทำงานของครอบครัวควบคู่กับงานประจำ ขอบอกว่า เลิกกลัวได้เลย เพราะท่านทำแล้วร่ำรวยๆ ขอแนะว่า ควรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการขาย

การเงิน : จะได้เงินจากธุรกิจของครอบครัวนะ

ความรัก :  วันนี้ท่านกับคู่มีการทำธุรกิจร่วมกัน หรือมีการตกลงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง คนโสด มีเสน่ห์มากมาย สวยและรวยมากด้วยค่ะท่าน

สุขภาพ : โรคอ้วนถามหาแล้วค่ะ

ถวายงานครั้งสุดท้าย คุณใหม่ – สิริกิติยาผู้อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างพระเมรุมาศ

คุณใหม่ – สิริกิติยา รับหน้าที่ผู้อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างพระเมรุมาศ ถวายงานครั้งสุดท้าย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เมื่อเร็วๆนี้ได้มีภาพของคุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซ่น พระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ปรากฏออกมาในโลกโซเชียล โดยภาพที่ออกมานั้นเป็นภาพในขณะที่ คุณใหม่ กำลังลงสีบนรูปปั้นซึ่งเป็นหนึ่งในปฏิมากรรมที่จะถูกนำมาประดับพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือเป็นการถวายงานครั้งสุดท้ายเพื่อทูลกระหม่อมตา สร้างความซาบซึ้งให้กับผู้ที่ได้เห็นภาพนี้เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับคุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซ่น เป็นพระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กับ ปีเตอร์ แลดด์ เจนเซน และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ศึกษาวิชาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สาขาการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังสำเร็จการศึกษา คุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซ่นได้ทำงานด้านแฟชั่นโดยเป็นฝ่ายฝึกงานของ โยจิ ยามาโมโตะ นักออกแบบชาวญี่ปุ่น และทำงานกับHermes โดยเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาคุณใหม่เดินทางกลับมาเมืองไทยและบรรจุเข้ารับราชการที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร หลังจากได้ฝึกงานที่หน่วยงานดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2559

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ไม่นานคุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซ่น ซึ่งปัจจุบันบรรจุเข้ารับราชการที่สำนักสถาปัตยกรรม ในสังกัดกรมศิลปากร และเป็นหนึ่งในทีมจัดสร้างพระเมรุมาศ ได้เฝ้าละอองพระบาทรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรความคืบหน้าของการก่อสร้างพระเมรุมาศ


ภาพจาก คุณ La Verite

งานแต่งโรแมนติกกับแพ็กเกจแต่งงานสุดคุ้ม @ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับงานแต่งงานที่ดีที่สุด ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ที่ทีมงานทุกคนพร้อมรังสรรค์งานเฉลิมฉลองสุดโรแมนติกด้วยการบริการที่เป็นเลิศ โดยจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแต่งงานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ห้องจัดเลี้ยงไปจนถึงห้องพักสำหรับคู่ฮันนีมูน เราพร้อมจะทำให้งานแต่งงานในฝันของคุณกลายเป็นจริง

โรงแรม JW Marriott ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก บนถนนสุขุมวิทเลี้ยวเข้าตึกจอดรถในซอยสุขุมวิท 2 รับรองรถได้ได้ 200 – 300 คันถ้าเต็มสามารถไปจอดรถที่ตึกตรงข้ามได้ชื่อตึกเพลินจิตเซ็นเตอร์มีสะพานเชื่อมมาที่โรงแรมเดินถึงกันได้

ด้วยพื้นที่จัดงานมี 15,000 ตารางฟุต โรงแรมตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพ บริการวางแผนแต่งงานผ่านการรับรองการจัดการรายละเอียดของกิจกรรมของคุณทั้งหมดที่ห้องแกรนด์บอลรูมของ ที่สามารถจุคนได้ถึง 600 ท่าน ในราคาแพ็กเกจเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งแสนบาท

ติดต่อ

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ซ.สุขุมวิท 2 โทร. 0-2656-7700

Website : www.jwmarriottbangkokhotel.com

ไอเดียสมุดอวยพรสุดชิคเป๊ะปังไม่ซ้ำใคร!

จัดงานแต่งงานสุดเจ๋งทั้งที แต่จะใช้ สมุดอวยพร ธรรมดาๆได้ยังไงกันคะ เพราะสมุดอวยพร ถือว่าเป็นสื่อกลางที่แขกผู้มีเกียรติได้ส่งความปรารถนาดีผ่านตัวอักษารให้คู่บ่าวสาว และเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆที่ควรค่าแก่การรักษาไว้

จริงๆ แล้วสมุดอวยพรที่ใช้ในงานนอกจะมีลักษณะเป็นแบบรูปเล่มแล้ว ก็ยังมีอีกหลายไอเดีย ที่จะทำให้งานของคุณดูเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะเรามีไอเดียชิคๆ ที่จะทำให้สมุดอวยพรของคุณพิเศษกว่าใคร รับรองว่าประทับใจจนใครๆ ก็อยากเซ็นแน่นอนค่ะ

1 2 3 5 8 10 สมุดอวยพร

คัดมาให้ใส่กับ 10 ชุดแต่งงานสไตล์มินิมอล สวยเรียบแต่ไม่จำเจ

แพรว wedding เชื่อว่าเดี๋ยวนี้บ่าวสาวที่แต่งงานอายุน้อยลงแยะ และความต้องการในการเลือกชุดแต่งงานก็เปลี่ยนไป ชุดที่แบบว่าใหญ่โตฟูฟ่องอาจไม่ใช่ภาพแรกของความเป็นเจ้าสาวเสมอไป แต่กลายมาเป็นชุดแต่งงานสไตล์มินิมอล เรียบง่ายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองมากขึ้น

ความที่ไม่ต้องใส่สุ่มเดินให้ลำบาก ความที่ไม่ต้องมองหาลูกไม้ลายสวยเสมอไป กลายมาเป็นหัวใจหลักของชุดเจ้าสาวเช่นเดียวกับ 10 ชุดแต่งงานต่อไปนี้ที่เราคัดมาให้คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วงล่าสุด แต่ละชุดมีจุดเด่นต่างกันแต่ลงตัวสุดๆ เมื่อจับคู่กับเครื่องประดับที่คัดมาอย่างดี จึงทำให้ตอบโจทย์ตวามต้องการกับเจ้าสาวได้ทุกคน

Lela Rose
Reem Acra
Bliss by Monique Lhuillier
Amsale
Viktor & Rolf
Pronovias
Azul by Liancarlo
Carolina Herrera
Liancarlo
Laure de Sagazan

พระเมรุมาศ เสร็จสมบูรณ์ 100% ละเมียดละไมไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

ทีมช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ถอดรื้อนั่งร้าน พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง หลังจากเสร็จสมบูรณ์100% และเตรียม เปิดให้ประชาชนเข้าชม2-30 พ.ย.นี้

ภายหลังที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค.2560 พระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ที่ใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสร็จสมบูรณ์ 100%ทีมช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร จึงได้ถอดรื้อนั่งร้านออก โดยในช่วงเย็นวันเดียวกัน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีมีกำหนดตรวจเยี่ยมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ โดยทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เชิญศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และช่างภาพอาสาสมัครชั้นนำของประเทศไทยจำนวน 25 คน เข้าบันทึกภาพพระเมรุมาศและอาคารประกอบที่จัดสร้างแล้วเสร็จ เพื่อนำภาพมาจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับประชาชน บันทึกประวัติศาตร์ของชาติ และจะมีการคัดเลือกภาพส่วนหนึ่งมาจัดทำโปสการ์ดแจกประชาชนที่จะมาร่วมชมนิทรรศการพระเมรุมาศ หลังพระราชพิธีต่อไป

ทั้งนี้รองนายกยังเผยว่าสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ การก่อสร้างครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้แต่รอยข่วนของช่างยังไม่มี ทุกอย่างสมบูรณ์ มั่นคง สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมกันทุ่มเท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ผลงานถึงออกมาได้อย่างที่ทุกท่านได้เห็น

ในส่วนความพร้อมอื่นๆนั้นรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มั่นใจทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศได้เตรียมการสำหรับซ่อมแซมหากพบว่าจุดใดมีปัญหา ส่วนเรื่องน้ำและไฟฟ้า มีมาตรการรองรับไว้ทั้งหมดยืนยันจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วม เพราะได้ลอกท่อบริเวณโดยรอบไว้แล้ว เราเคยรับฝนหนักๆ มาแล้วไม่มีปัญหา จึงมั่นใจทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตามจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ อาคารประกอบและนิทรรศการหลังเสร็จพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดวันที่ 2 พ.ย. นี้ ในเวลา 07.00 น.


ขอบคุณภาพจาก อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ

คุณทองแดง คุณโจโฉ

ทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย ประติมากรรมคุณทองแดง คุณโจโฉ ประดับบนฐานชาลาชั้นบนสุด

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งตอนนี้พระเมรุมาศได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด นายชิน ประสงค์ ข้าราชการบำนาญ กรมศิลปากร ได้ออกแบบและสร้างประติมากรรม คุณทองแดง คุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรักของในหลวง รัชกาลที่ ๙ จนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน

เพื่อนำไปประดับตั้งอยู่บนฐานชาลาชั้นบนสุด นั่นคือ ด้านซ้ายและด้านขวาของพระจิตกาธาน ซึ่งแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อสุนัขทรงเลี้ยง โดยประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ เป็นประติมากรรมเสมือนจริง ตัดทอนลักษณะสมจริงตามธรรมชาติบางประการออกไป เช่น รายละเอียดเส้นขน แต่คงไว้ซึ่งความรู้สึก ลักษณะนิสัยของสุนัขทรงเลี้ยงที่สื่อออกมา

และเหตุที่ว่าทำไมประติมากรรมของคุณทองแดงและคุณโจโฉมีลักษณะที่ตรงข้ามกันนั้น ก็เพราะว่าคุณทองแดง เป็นสุนัขพันธุ์ตะวันออก คือสุนัขไทยพันทาง เพศเมีย ประดับด้านซ้ายของพระจิตกาธาน ขณะที่คุณโจโฉ เป็นสุนัขพันธุ์ตะวันตก (บ็อกเซอร์) เพศผู้ ประดับด้านขวาของพระจิตกาธาน ฉะนั้น การปั้นประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉจะมีลักษณะตรงกันข้าม โดยคุณทองแดง ปั้นลายเส้นให้ออกมานุ่มนวลเพื่อสื่อถึงความเป็นเพศแม่ รู้คุณ จงรักภักดี ดั่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เคยมีรับสั่งว่าถึงแม้คุณทองแดงจะได้เป็นสุนัขพิเศษแล้ว แต่ทุกครั้งที่เข้าหาแม่มะลิซึ่งเป็นแม่นม คุณทองแดงจะมีลักษณะอ่อนน้อม ส่วนคุณโจโฉ ตั้งใจให้เป็นงานประติมากรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะตะวันตก ลักษณะเด่นของคุณโจโฉจะคาบไปป์ มีความองอาจ สง่า และฉลาด

ข้อมูลและรูปภาพ : กรมศิลปากร สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ / kingrama9

กวาง-อรการ เผยยึดคำสอนในหลวง ร.9 ทำงานสื่อมวลชน ไม่ระวังสารอาจปลิดชีพคนๆหนึ่งได้

หลายคนอาจจะรู้จัก คุ้นหน้าคุ้นตา กวาง-อรการ จิวะเกียรติ มากขึ้นจากกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์ที่ผ่านมา ด้วยชื่อของผู้ประกาศข่าวสาวหน้าสวยคนนี้ตกเป็นจำเลยมือที่สามของคู่รักคนดัง สงกรานต์-แอฟ ทักษอร ซึ่งเธอก็ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ 

วันนี้ แพรวดอทคอม คงไม่ได้มานั่งพูดถึงประเด็นเก่า เพราะเรื่องปัจจุบันในด้านการทำงานสื่อมวลชนของสาวเก่ง กวาง-อรการ จิวะเกียรติ ในฐานะหนึ่งในทีมผู้ประกาศข่าว Smart News ทางช่อง True4U นั้นน่าสนใจกว่า ด้วยความที่ทำงานคลุกคลีอยู่ในวงการสื่อมวลชนมานาน จากบทบาทนางเอกมีผลงานละครแล้วผันตัวมาตั้งใจสอบเข้าเป็นผู้ประกาศข่าว การจะทำงานที่ต้องนำเสนอข้อมูลจริงๆ ต่อคนดูจำนวนมากให้สำเร็จไปได้ด้วยดี จึงเป็นเรื่องที่สาวกวางพึงระมัดระวังและตั้งใจเสมอ ซึ่งเธอก็ได้น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงมีพระดำรัสต่อคนทำงานสื่อมวลชนมาปรับใช้ในการทำงานของเธอตลอดด้วย

ผู้ประกาศสาว กวาง-อรการ ได้เผยว่าจะยืนยันทำหน้าที่ในเส้นทางของตนเองให้ดีที่สุดว่า 

“กวางมีโอกาสได้ทำรายการที่เกี่ยวกับพระราชดำรัสหรือคำสอนของพระองค์ท่านหลายครั้ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่กวางนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานก็คือ การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ซึ่งกวางเองอยู่ในเส้นทางของสื่อมวลชนและพระองค์ท่านเคยพระราชทานเอาไว้ว่า คนที่ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เปรียบเหมือนฟองอากาศที่ไปอุดตันเส้นเลือดและอาจจะปลิดชีพคนๆ หนึ่งได้เลย สิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่กวางยึดถือในการทำงานมาโดยตลอด ทุกๆ วันที่มาอ่านข่าวหรือทำหน้าที่ของสื่อมวลชน กวางพยายามที่จะตรวจสอบและเสาะหาข้อเท็จจริงต่างๆ อย่างรอบครอบมากที่สุดในการนำเสนอ เพื่อให้เราทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้ดีที่สุด และเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ชมด้วยเช่นกัน”

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: True4U, IG @orakwang

ครั้งแรกในรอบ 200 ปี สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชสมบัติ

สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า กษัตริย์พระองค์ที่ 125  สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชบัลลังก์เบญจมาศ ในวันที่ 31 มี.ค.2019

จากซ้าย สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ,เจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร,เจ้าหญิงมะซะโกะ มกุฎราชกุมารีและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

เมื่อกลางปีที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายการสละราชบัลลังก์ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นกษัตริย์พระองค์ที่ 125   สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนม์ 83 พรรษา ซึ่งทรงมีพระประสงค์สละราชบัลลังก์เบญจมาศ เนื่องจากเห็นว่าพระองค์ทรงอยู่ในวัยชราภาพ ทำให้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงนับเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์แรกของประเทศญี่ปุ่นในรอบเกือบ 200 ปี ที่ทรงมีพระราชประสงค์สละราชบัลลังก์ นับตั้งแต่สมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ สละราชบัลลังก์ เมื่อปี ค.ศ.1817

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ พระองค์ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนขอประชาชนชาวญี่ปุ่น

และเมื่อเร็วๆนี้ เอเอฟพี ได้รายงานเพิ่มเติมว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น อาซาฮีชิมบุน อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาล ซึ่งระบุว่า นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ จะต้องประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. ก่อนที่จะประกาศวันอย่างเป็นทางการ ขณะที่พระโอรสองค์ใหญ่ เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารซึ่งมีพระชนมายุ 57 พรรษา จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิเหนือบัลลังก์เบญจมาศในวันที่ 1 เม.ย. ปี 2019 ซึ่งก็คือวันถัดไปนั่นเอง

ราชวงศ์ญี่ปุ่น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 มีการเปิดเผยว่าหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนถือเป็นสื่อเจ้าแรกที่ออกมาระบุวันสละราชสมบัติ แต่โฆษกสำนักพระราชวังญี่ปุ่นยืนยันกับเอเอฟพีว่า “ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องนี้” และปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่มีการกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะซึ่งมีพระชนมายุ 83 พรรษาเคยมีพระราชดำรัสไว้ว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกโล่งใจอย่างยิ่งที่สมเด็จพระจักรพรรดิจะได้ทรงมีวันหยุดพักผ่อน ในขณะที่พระชนมายุมากแล้ว”

เติมดีเทลให้ชุดแต่งงาน กับ 10 ชุดสวยพร้อมมุกเม็ดงามสุดเลอค่า

นอกจากลูกไม้เนื้อดีที่เหล่าดีไซเนอร์เลือกใช้มาประดับบนชุดแต่งงานกันมาทุกยุคแล้ว ยังมีวัสดุที่จะช่วยเพิ่มความเลอค่าให้กับชุดแต่งงานของคุณอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ ไข่มุก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมุกแท้ มุกเทียม เราบอกเลยว่า มองเข้าไปเมื่อไหร่ก็ให้อารมณ์หวานที่ดูละมุน แถมยังมีความกรุ่นในความหวานและน่าทะนุถนอมอีกด้วย

วันนี้ แพรว wedding จัดมาให้กับ 10 ชุดเจ้าสาวที่ใช้ไข่มุกมาประดับ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแขน ลำตัว ผ้าคลุมไหล่ หรือแม้แต่ปูเต็มๆ บนลำตัว บอกเลยว่าสวยงามไม่แพ้ผ้าลูกไม้เนื้อดีแม้แต่น้อย

Victoria Kyriakides
Alexandra Grecco
Gracy Accad
Alexandra Grecco
Victoria Kyriakides
Alexandra Grecco
Viktor & Rolf
Lela Rose
Carolina Herrera
Alexandra Grecco
แม่ชีหนิง

แม่ชีหนิง สึกออกมาก็แซ่บเลย ลุยถ่ายแบบสวย เฉี่ยว เปรี้ยวได้แม้ไร้ผม

สำเร็จไปอีกหนึ่งความตั้งใจดี ตั้งใจจริง จิตกุศลของแม่ชีหนิง “หนิง – ปณิตา ธรรมวัฒนะ” กับการร่วมอุปสมบทในโครงการบวชพุทธสาวิกาศีล 10…199 ชีวิตถวายพ่อ ที่เสถียรธรรมสถาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปเมื่อวันที่ 13 ต.ค.60 ที่ผ่านมา

A post shared by Panita Tumwattana (@ningpanita) on

ล่าสุด เมื่อวาน (18 ต.ค.60) ถึงกำหนดการลาสึกของแม่ชีหนิง เจ้าตัวได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมไว้ว่า

“อีกหนึ่งความตั้งใจของการบวชครั้งนี้ เพื่อตอบแทนบุญคุณแม่ แม่เลี้ยงลูก 4 คนเพียงคนเดียว แม่ไม่มีลูกชาย เคยพูดไว้นานมากว่าจะบวชให้ ไม่มีโอกาสซักที ….ทุกสิ่งที่เป็นทางโลกที่ดีที่สุดทุกอย่างแค่ขอให้แม่บอกเราเราจะรีบทำทันทีและในวันนี้ได้ทำสิ่งสุดท้ายที่ตั้งใจที่จะทำให้แม่ครบแล้วในหน้าที่ของลูกที่ควรจะตอบแทนบุญคุณ กตัญญูและกตเวทิตา ไม่เคยเห็นแววตาแม่มีความสุขขนาดนี้ พูดกับตัวเองว่า ตายก็ไม่เสียชาติเกิดละ #เรื่องราวที่ดีที่สุดที่อยากแชร์#ฉันเกิดในแผ่นดินของรัชกาลที่๙#70ปี70ล้านความดีอนุสาวรีย์มีชีวิตถวายพ่อ”

และหลังจากสึกเสร็จเรียบร้อย สาวหนิงก็ลุยงานถ่ายแบบกับก๊วนเพื่อนซี้อย่าง เป้ย ปานวาด, กระแต ศุภักษร, เมย์ พิชญ์นาฏ ต่อเลยทันที ต้องยอมรับเลยว่าแม้สาวหนิงจะไร้ผม แต่ความสวยเฉี่ยวกับโดดเด่นไม่เป็นรองใคร โดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าแรงๆ แค่เมคอัพสุภาพโทนสีส้มน้ำตาลหรือสีอิฐก็ดูเปรี้ยวสวยสะกดตาแล้ว

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม.
ภาพ IG : nan_pattanahirun / ppanward

กาแกน มาลิค พระเอกแดนภารตะเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่อินเดีย

กาแกน มาลิค พระเอกดังของแดนภาระตะเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในอินเดีย

ภาพจากเรื่อง หนุมาน สงครามมหาเทพ

กาแกน มาลิค พระเอกชื่อดังของอินเดีย ซึ่งมีผลงานเป็นที่รู้จักมากมายไม่ว่าจะเป็นหนุมาน สงครามมหาเทพ,พระพุทธเจ้า ฯลฯ ซึ่งเคยเดินทางมาเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดได้ได้ส่งข้อความผ่านแฟนเพจ India Actors Thailand FC.เป็นจดหมายแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร ซึ่งแฟนคลับได้แปลเป็นภาษาไทยออกมาโดยมีข้อความว่า

“ในฐานะของพุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาประเทศของคุณอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้ผมชื่นชมวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก พระพุทธองค์ทรงนำทางสู่ความสุขอันแท้จริง โดยถ่ายทอดผ่านพระสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระองค์ ผมได้รับประสบการณ์จริงจากประเทศที่สวยงามแห่งนี้ ทั้งความเมตตาและการต้อนรับที่ดีตลอดเวลาที่ผมมาเยือนที่นี่

ผมศรัทธาในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อย่างที่ทราบกันว่าพระองค์คือกษัตริย์แห่งเหล่ากษัตริย์ทั้งปวง ในตลอดรัชสมัยการครองราชย์ 70 ปี พระองค์มีบทบาทสำคัญในการเป็นพุทธอัครศาสนปถัมภกและยังมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความเป็นพุทธศาสนิกชนให้ประชาชนของท่านนอกเหนือจากการพัฒนาทางด้านอื่นๆ พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น โครงการชัยพัฒนา โครงการฝนหลวงพระราชทานและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ยังเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่พระองค์เสด็จสวรรคต ผมก็ยังเห็นความอาลัยและความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระองค์มาจากทั่วโลกอย่างไม่ขาดสาย

กาแกน มาลิค พระเอกแดนภารตะ

เพื่อให้ชาวอินเดีย ได้แสดงความอาลัยเพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์ และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ ผมได้จัดงาน “ถวายความอาลัยแก่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ขึ้น สถานที่จัดงานคือ Deshpande Hall เมือง Nagpur ประเทศอินเดีย ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 18.00 น. (เวลาอินเดีย) โดยงานจะเป็นการถวายความอาลัยและความเคารพพระองค์ที่สวรรคต ขอให้พระองค์ทรงบรรลุความสุขสูงสุดของพระนิพพาน”

“กินเจ แบบไม่จำเจ” กับเมนูอาหารเจร้านดังใจกลางกรุง

ใครว่าอาหารเจหาทานยาก ไม่อร่อย มีแต่มันๆ กินแล้วอ้วน เราขอบอกว่าคุณคิดผิด วันนี้เราจะพาไปส่องเมนูอาหารเจใจกลางกรุง จากร้านดัง กับ เทศกาลอาหารเจ “Vegetarian Delights” ที่อีทไทย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และฟู้ดลอฟท์เซ็นทรัลชิดลม ซึ่งรวมสารพัดอาหารเจ…มาไว้ในที่เดียว รับรองว่ากินเจปีนี้ อร่อยไม่จำเจแน่นอน! จะมีเมนูเจอะไรบ้างตามไปดูกันเลย

เริ่มที่ Eathai” (อีทไทย) และ Eathai Cafe (อีทไทย คาเฟ่)  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี กับเมนูเจจากร้านดังมากมาย อาทิ ครัวเจ๊ง้อ กับเมนู ซาลาเปาเห็ดรวมเจ ซาลาเปาไส้แน่นจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ที่เจ๊ง้อคัดสรรค์มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น หมี่กึงเนื้อเหนียวนุ่ม (ทำเอง) เห็ดหอม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดฟาง ที่มาพร้อมกับเครื่องปรุงและส่วนผสมหลากหลายชนิด ปรุงอย่างเชี่ยวชาญจนได้เป็นไส้เห็ดรวมเจ เข้มข้น หอม อร่อย หุ้มด้วยแป้งซาลาเปาเหนียวนุ่มที่ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจากแป้งสาลีชั้นเยี่ยมและส่วนผสมต่างๆ สูตรพิเศษเฉพาะจากร้านครัวเจ๊ง้อ…อร่อยเว่อร์, ขนมจีนน้ำยาเจ เพราะกินเจก็อร่อยจัดจ้านได้! เมนูเด็ดที่ทางร้านนำเสนอมาพร้อมรสชาติที่จัดจ้าน ด้วยน้ำยาเจเข้มข้นจากเห็ดคุณภาพเยี่ยม ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยสมุนไพรและเครื่องปรุงนานาชนิด สุดยอดวัตถุดิบตามสไตล์ครัวเจ๊ง้อ เสิร์ฟพร้อมนขนมจีนเหนียวนุ่มและผักสด อร่อย มีประโยชน์ เสริมสุขภาพดี

ร้านแชมป์บ๊ะจ่าง  กับเมนู บะจ่างเจ  จากเครื่องอัดแน่นทั้ง เกาลัด แปะก๊วย พุทราเชื่อม และเนื้อเป็ดเจพริกไทยดำ,  กานาฉ่าย ที่เพิ่มความพิเศษใส่เห็ดหอมและไม่ใส่วัตถุกันเสียสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เป็นไขเพราะทางร้านเลือกใช้น้ำมันถั่วในการทำ

ร้านต้นกล้าฟ้าใส กับเมนู พล่าฟ้าใส ส้มโอรสหวานอมเปรี้ยว คลุกเคล้าเครื่องพล่าที่อุดมไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ตะไคร้ซอย, หอมแดงซอยและใบมะกรูดซอยและยังมีดอกดาหลา ดอกอัญชันและกะหล่ำปลีม่วง รับประทานคู่กับน้ำยำรสชาติจัดจ้านเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องลอง, ลาบอะโวคาโด หั่นชิ้นอะโวคาโดพอดีคำ มาพร้อมเทมเป้ ปรุงรสปสมผสานในรูปแบบอาหารอีสาน ด้วยอะโวคาโดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ซึ่งช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือดและเทมเป้ที่อุดมไปด้วสารอาหารนานาชนิด และข้าวคั่วที่โรยในเมนูนี้ก็ทำมาจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ เมนูนี้จึงทั้งอร่อย จัดจ้านและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์เต็มๆจาน

ร้าน กินกินบะหมี่ต้มยำปู  เอาใจคนชอบรับประทานเส้น กับ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ และเกาเหลาต้มยำเจ เครื่องแน่นทั้งกุ้งหัวบุก เต้าหู้ขาว หมูสับโปรตีนเกษตร  เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ แปะก๊วยและเต้าหู้พวง  อร่อยจนลืมไปเลยว่าเป็นอาหารเจ

 ร้าน น้ำเต้าหู้ทรงเครื่องเยาวราช เมนู น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง  ทำสดใหม่ทุกวันคัดสรรวัตุดิบอย่างดีเพื่อน้ำเต้าหู้รสชาติกลมกล่อม พร้อมเครื่องให้เลือกใส่ 8 อย่าง อาทิ เม็ดแมงลัก, แปะก๊วย, สาคู, ถั่วแดง,รากบัว, มันเชื่อม, ลูกเดือและวุ้น

ร้าน Chicco Pudding  กับเมนู พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน ที่สามารถเลือกทอปปิ้งเพิ่มได้ อาทิ แปะก๊วย มะพร้าว ลิ้นจี่และลูกตาล หรือจะเลือกเป็น พุดดิ้งลิ้นจี่, พุดดิ้งลูกตาล และพุดดิ้งแปะก๊วย

กล้วยปิ้ง จากร้านจับปิ้ง ที่คัดกล้วยน้ำว้ารสดีมาปิ้งจนหอมกรุ่น  , กล้วยทอดอีทไทย จากอีทไทย ทอดจากน้ำมันมะพร้าว ได้ทั้งความอร่อยและดีต่อสุขภาพ แถมดีต่อใจอีกด้วย

ร้าน Eathai Cafe (อีทไทย คาเฟ่) เมนูยำวุ้นเส้นเจ  เลือกใช้วุ้นเส้นอย่างดีเหนียวนุ่ม ยำคลุกเคล้ากับเห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำที่คัดแต่ดอกใหญ่ๆ และกุ้งเจ ปลาหมึกเจจากเยาวราช เพิ่มความอร่อยด้วยแปะก๊วย รสชาติเมนูนี้ครบ 4 รส ทั้งเปรี้ยว-เผ็ด-เค็ม-หวาน อร่อยแซ่บๆ พร้อมด้วยประโยชน์มากมาย, เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง เต้าหู้อ่อนหั่นเป็นสามเหลี่ยมทอดจนได้สีสวย ราดด้วยเครื่องน้ำแดงที่มีส่วนผสมจาก เห็ดหอม แปะก๊วย พริก 3 สี รสชาติกลมกล่อมและหอมน้ำมันงา, ช่อม่วงไส้เห็ด  สีม่วงสวยจากดอกอัญชัญสด ไส้เห็ดหอมนำมาผัดกับน้ำตาลตโหนด ผัดเข้าด้วยกันจนหอม รสชาติกลมกล่อม ช่อม่วงจับขึ้นช่อสวยงาม ทานคู่กับผักกาดหอมและพริกขี้หนูสวนสด เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาด

มาต่อกันที่ ฟู้ดลอฟท์ สาขาห้างเซ็นทรัลชิดลม ที่ยกขบวนอาหารเจนานาชาติมาให้ได้รับประทานกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเจสไตล์จีน, เกาหลี, เวียดนาม, อินเดีย ฯลฯ ให้คุณได้เลือกอร่อยกันแบบตื่นตาตื่นใจกับหลากหลายเมนูเจ ที่ต้องลอง!

อาทิ ราดหน้าฮ่องกงเจ, เต้าหู้เสฉวนเจ,ข้าวผัดหนำเลี๊ยบเจ และผัดหมี่ซั่วเจ อร่อยแบบจีนๆ รสชาติต้นตำหรับที่คุณไม่ควรพลาด ข้าวผัดกิมจิเจ, ข้าวยำเกาหลีเจ และ ผัดวุ้นเส้นเกาหลีเจ ให้ชวนโอปป้าได้มาอร่อยกัน ขนมจีนเวียดนาม และปอเปี๊ยะสดเต้าหู้ จัดเต็มกับผักสดๆ ให้ได้อิ่มแบบสุขภาพดี งานนี้สายเฮลตี้ได้ลองเป็นต้องถูกใจ เมนูเจสไตล์อินเดีย กับเมนูข้าวหมกไก่เจ และข้าวหมกกุ้งเจ กับเครื่องเทศแน่นๆ เต็มๆคำ และเพื่อเอาใจสายเฮลตี้ในช่วงเจ ขอแนะนำเมนูเจจากร้าน “สปา ฟู้ดส์” กับเมนู ไก่กรอบซอสมะนาว, ห่อหมกทูน่าพันตะไคร้, ลาบหมูทอด, อกไก่ตุ๋นกับไวน์แดง “คอก โค แวง”, ฟิลเลต์มิยองกับบัลซามิกซอส ฯลฯ  ที่บอกเลยว่าทุกจานเป็นอาหารมังสวิรัติที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง รสชาติอร่อย จนลืมว่าเป็นอาหารเจไปเลยทีเดีย

เทศกาลกินเจปีนี้ เชิญมาอร่อยอิ่มบุญครบทั้งคาวหวาน แบบไม่จำเจกันได้ที่ Eathai” (อีทไทย) , Eathai Café (อีทไทยคาเฟ่) ที่ ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้ตั้งแต่วันที่ 19 – 28 ต.ค. นี้ พร้อมบริการเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้านคุณ !

หมายเหตุ :
“Eathai” (อีทไทย) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บริการเดลิเวอรี่ โทร.0 2160 5995
“FoodLoft” ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7ห้างเซ็นทรัลชิดลมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0 2793 7070
หรือสั่งเดลิเวอรี่ผ่านช่องทาง Application Line Man หรือ foodpanda

 

 

 

 

ส่งพ่อครั้งสุดท้าย! เผยภาพพระแท่นยกระดับ เตรียมรองรับการเสด็จของสมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่๙

ส่งพ่อครั้งสุดท้าย! เผยภาพ พระแท่นยกระดับ เตรียมรองรับการเสด็จของสมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่๙…

น้ำตาแห่งความโศกเศร้าของประชาชนที่ได้รับรู้เรื่องการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มากมายขนาดไหน แน่นอนว่าคู่ชีวิตของพระองค์อย่าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราขินีนาถ ก็ทรงโทมนัสเช่นกัน แม้ว่าเราอาจจะไม่เคยเห็นน้ำพระเนตรของพระองค์ก็ตาม

ทั้งนี้ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่๙ ทางเพจชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ไทย ได้เผยภาพพระแท่นยกระดับที่ถูกติดตั้งกับพระเมรุมาศ ว่าเป็นแท่นยกระดับเพื่อรองรับการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙

หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระแท่นยกระดับก็เคยถูกติดตั้ง ณ พระเมรุ เช่นกัน เพื่อรองรับการเสด็จพระราชดำเนินของในหลวงรัชกาลที่๙ และพระบรมวงศานุวงศ์

ดังนั้นในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่๙ พระแท่นยกระดับที่มีภาพเผยออกมาจึงสันนิษฐานว่าน่าจะถูกนำมาใช้สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙ ที่จะมาส่งพ่อหลวงแห่งแผ่นดินวันที่ 26 ตุลาคม 2560  เป็นครั้งสุดท้าย แต่ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้อาจไม่เป็นทางการ

 

 

รวมลุคสุดชิคของพี่น้องตระกูล “ฮาดิด” งานนี้ไม่ต้องโชว์ ก็สวยเลิศได้

นี่สินะที่เขาบอกว่า คนสวยจะทำอะไรก็สวยไปหมด ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรมาแต่งตัวก็เป๊ะเว่อร์ อย่างพี่น้องตระกูลฮาดิด ที่แปลงโฉมยังไงก็ถูกจับตามมองตลอด และอย่างที่รู้กันพวกเธอได้กลายเป็นแฟชั่นไอคอนของสาวๆ ทั่วโลกไปแล้ว แต่ปกติเราจะเห็นสองพี่น้องสุดแซ่บแต่งตัวเผยผิวอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเกาะอก สายเดี่ยว หรือแม้กระทั่งเสื้อกันหนาวแขนยาวบางครั้งยังโชว์หน้าท้องเลยจ้า

ถ้าพูดถึงลุคที่ไม่เผยผิวก็มีออกมาให้เห็นค่อนข้างน้อยถ้าเทียบกับรูปที่สาวๆ มักแต่งแบบหวาบหวิว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย เพราะวันสบายๆ ของสองสาวนอกจากพวกเธอจะเลือกสายเดี่ยวหรือเกาะอกมาใส่แล้ว บางทีเสื้อยืดง่ายๆ กับยีนส์ก็เป็นลุคที่เราเห็นอยู่เรื่อยๆ หรือจะเป็นลุคจัดเต็มแต่ไม่หวือหวาก็มีออกมาเหมือนกัน วันนี้แพรวดอทคอมได้รวมลุคของพี่น้องบ้านฮาดิดที่แต่งตัวแบบไม่เน้นงานโชว์หุ่นโมเดล ไม่ต้องนุ่งน้อยห่มน้อย แต่ก็สวยชนะเลิศได้ แถมยังมีกลิ่นอายความชิคสไตล์นางแบบอยู่ในตัวอย่างเต็มพิกัด

 

เริ่มด้วยพี่สาวก่อนเลย จีจี้ ฮาดิด

 

เสื้อผ้าสไตล์นี้ที่ดูจะเป็นชุดลำลองกึ่งชุดนอนเบาๆ แต่สาวจีจี้ก็ครีเอตจนออกมาเป็นลุคชิคๆ ด้วยการเสริมไอเท็มอย่างแว่นกันแดดและรองเท้าบู๊ตสีขาวเข้าไป

 

เปรี้ยวเข็ดฟันได้แบบไม่ต้องพึ่งเสื้อผ้าโชว์สัดส่วนนะจ๊ะ เพราะแค่เลือกสีสันให้แสบแซ่บก็ได้ความเผ็ดแบบมีสไตล์แล้ว ลุคนี้เก๋มากกกก

1

ลุคนี้มีความล้ำสุดไรสุด เป็นลุคที่ให้ความเรียบโก้ แต่ด้วยสีเมทาลิคของกางเกง และแว่นสุดชิคทำให้เป็นลุคที่ความยูนีคพุ่งออกมาเลย

 

คนสวยทำอะไรก็สวย พูดแบบนี้เป็นร้อยรอบแล้ว ลุคนี้ก็ดูชิลๆ เสื้อยืดสีดำ แอบเห็นหน้าท้องนิดหน่อยพอกรุบกริบ กางเกงขาบานเล็กๆ ตรงปลาย และจีจี้เลือกกระเป๋ากับรองเท้าสีแดง เหมือนกับสีของลายเสื้อ คือเลิศเว่อร์

1

ลุคสาวเซอร์นางแบบคนนี้ก็สอบผ่าน แจ็กเก็ตหนัง กางเกงยีนส์ รองเท้าบู๊ต ส่งให้ลุคนี้เท่ขั้นสุดไปเลย

1

อีกลุคกับกางเกงยีนส์ สาวจีจี้เลือกแมตช์กับเสื้อสเวตเตอร์ ลุคนี้ค่อนข้างคุมโทน แต่ดูไม่กลืนเพราะยีนส์ที่เธอเลือกมีสีอ่อนซึ่งเข้ามาตัดกับสีดำได้อย่างลงตัว

 

ต่อกันด้วยน้องสาว เบลล่า ฮาดิด

1

เปิดตัวด้วยสีแจ่มกันเลย แต่ลุคนี้ปิดมิดชิดแบบไม่มีเห็นผิวสวยๆ ของสาวเบลล่า แต่ก็ได้ความชิคแบบโมเดลตัวท็อป เพราะสีสันระดับนี้ไม่แน่จริงก็เอาไม่อยู่หรอก

1

ครั้นจะปิดก็ปิดจริงๆ ลุคนี้ก็มิดชิดตั้งแต่คอจรดเท้ากันเลย แต่ด้วยความที่เป็นนางแบบ ถึงจะใส่เสื้อผ้าปกปิดแค่ไหน ความคอดของเอวและสัดส่วนงามๆ ก็ออกมาให้เห็นอยู่ดี

1

กรี๊ดกับลุคนี้มาก ชอบมาก เบลล่าสายหวาน น่ารัก ลูกคุณหนูผู้น่าปกป้อง ปกติจะเห็นเธอมาในลุคสาวแกร่ง เซ็กซี่สตรองซะมากกว่า พอมาเจอลุคนี้ละลายเลย ชุดเดรสสั้นพอประมาณ ดีไซน์ชิคๆ มันดีจริงๆ

1

บอกแล้วว่าถ้าไม่โชว์ความปังของหุ่น ก็ปิดเต็มแบบนี้แหละ แต่ก็ให้ความรู้สึกอีกแบบว่าแต่งอะไรก็รอดนะ ขนาดชุดง่ายๆ ธรรมดาๆ ยังเด่นเลย เสื้อฮู้ด กางเกงยีนส์ ร้องเท้าผ้าใบสีขาว ถ้าเราแต่งคงไม่เวิร์กแบบนี้แน่ๆ ฮาๆ

1

เดรสเชิ้ตก็ให้ความเท่ ลุยๆ ได้ดีเลย สาวเบลล่ามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับหมวก และรองเท้าบู๊ตสีขาวได้เข้ากันมาก รสนิยมดีเว่อร์

1

ลุคโทนฟ้าอ่อน มีความหวานพาสเทล ลุคนี้สวยนะ ดูเรียบๆ แต่ด้วยรูปร่างทำให้แอบแซ่บเบาๆ เรื่องการแมตช์ไอเท็มก็ไม่ต้องห่วง ไปได้สวยเลย

 

สาวๆ แต่งตัวแบบไม่เผยผิวก็สวยเหมือนเดิม หรือจะเป็นที่คนสวยจะใส่อะไรก็เกิด เพราะไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็น่ามองไปหมด แต่งตัวมิดชิดยังไงก็ดูไม่ป้า เพราะสองสาวฮาดิดมีรสนิยมในการแต่งตัวขั้นเทพจริงๆ ไม่มีทางเสียชื่อโมเดลแถวหน้าแน่นอน แต่ละลุคที่จับมาแมตช์กันดูเหมือนจะง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ถ้ามองให้ลึกไปถึงดีเทล ดีไซน์ของไอเท็มแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแต่งแล้วออกมาดูดีขนาดนี้ เพราะการแต่งตัวแบบไม่หวาบหวิวบางทีก็ก่ำกึ้งว่าจะเฉิ่มได้ แต่สาวๆ กลับแต่งออกมาได้ดีเว่อร์ เห็นแล้วปลื้มมมม


 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Twitter@ThailandHadid