ปัสสาวะเป็นเลือด เสี่ยงภัยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

เตือน ‘ปัสสาวะเป็นเลือดหรือผิดปกติ’ อย่าชะล่าใจอาจเสี่ยง ‘มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ’

ใครที่มีอาการ ปัสสาวะเป็นเลือด อย่าชะล่าใจ ไม่ว่าจะปัสสาวะปนเลือดสดหรือมีสีน้ำตาลคล้ำ ปัสสาวะปนลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพบแพทย์เพื่อค้นหาความผิดปกติ เพราะอาจเสี่ยงเป็น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ได้

ซึ่ง ปัสสาวะเป็นเลือด คือการที่มีเม็ดเลือดแดงปนมากับปัสสาวะ ถ้าเลือดมีปริมาณมากพอจะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ อาจมีลักษณะเป็นเลือดสด สีน้ำตาลคล้ำ สีแดงจางคล้ายน้ำล้างเนื้อ หรือเป็นลิ่มเลือด โดยเฉพาะลิ่มเลือดถ้าเกิดในปริมาณมากจะนำไปสู่การอุดตันของท่อปัสสาวะทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้ ถ้ากรณีเลือดที่ออกมามีปริมาณเพียงเล็กน้อยมักจะพบปัสสาวะมีสีเหลืองใสปกติ ต่อเมื่อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงจะพบเม็ดเลือดแดงที่อาจปนมาในปัสสาวะเป็นจำนวนที่มากเกินค่าปกติ ซึ่งกรณีนี้มักตรวจพบเจอจากการตรวจสุขภาพประจำปีโดยอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ได้

สาเหตุของการมีเลือดออกในปัสสาวะนี้ สามารถพบได้ตั้งแต่โรคนิ่วในระบบปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ต่อมลูกหมากโต การบาดเจ็บของอวัยวะในระบบปัสสาวะ ภาวะเลือดออกง่าย จนไปถึงมะเร็งในระบบปัสสาวะ ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ที่ปัสสาวะเป็นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยก็จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะพบมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากยิ่งขึ้น กรณีที่ปัสสาวะเป็นเลือดควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการนำปัสสาวะไปตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หากพบเม็ดเลือดแดงมากกว่า 3 ตัวจะเป็นการยืนยันว่ามีภาวะเลือดออกในปัสสาวะจริง จากนั้นจะมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อตรวจดูทางเดินปัสสาวะส่วนบน ได้แก่ ไตและท่อไต ด้วยเอกซเรย์ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน ร่วมกับการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy) เพื่อตรวจดูเยื่อบุบริเวณทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะ หากมีมะเร็งกระเพาะปัสสาวะก็จะสามารถตรวจพบก้อนเนื้อจากการส่องกล้องดังกล่าว ในกรณีพบก้อนเนื้อบริเวณเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะแพทย์จะทำการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาว่ามีลักษณะเป็นมะเร็งหรือไม่

หากพบว่ามีมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ จะได้รับการรักษาโดยวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกของมะเร็งว่าลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ โดยถ้ามะเร็งยังอยู่ภายในชั้นเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ กล่าวคือยังไม่ลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ การรักษาคือการผ่าตัดผ่านทางกล้องส่องกระเพาะปัสสาวะเพื่อตัดก้อนมะเร็งของจากเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ (TUR-BT : Transurethral Resection of Bladder Tumor) ซึ่งการผ่าตัดดังกล่าวจะทำการผ่าตัดผ่านกล้องโดยใส่อุปกรณ์ผ่านทางท่อปัสสาวะ ทำให้ไม่มีแผลหลังผ่าตัด และอาศัยการพักรักษาที่โรงพยาบาลค่อนข้างสั้น หลังผ่าตัดผู้ป่วยยังสามารถปัสสาวะทางท่อปัสสาวะปกติได้ แต่ถ้ามะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างและลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเอากระเพาะปัสสาวะและต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงออก ร่วมกับการทำช่องปัสสาวะเทียมทางหน้าท้องแบบถาวร หรือการนำลำไส้มาทำเป็นกระเพาะปัสสาวะเทียม นอกจากนี้การได้รับการรักษาร่วมได้แก่ การใส่ยาเคมีบำบัดในกระเพาะปัสสาวะ การใส่วัคซีนเชื้อวัณโรคชนิดเชื้อเป็นในกระเพาะปัสสาวะ การให้เคมีบำบัดทางเส้นเลือด การฉายแสง ก็มีบทบาทในลดอัตราการเกิดเป็นโรคซ้ำ และเพิ่มโอกาสการหายของโรคได้

สำหรับผู้ที่ยังไม่พบสาเหตุของการมีเลือดปนในปัสสาวะจากการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น แพทย์จะมีการนัดตรวจปัสสาวะเพื่อติดตามเป็นระยะ หากพบว่ามีเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น หรือยังมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดเป็นๆ หายๆ อาจจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เช่น มีประวัติสูบบุหรี่ หรือมีการสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ เป็นต้น

การพบเลือดในปัสสาวะ อาจเป็นภาวะที่นำไปสู่โรคร้าย เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ แต่ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ ฉะนั้นการรีบมาพบแพทย์หากอาการผิดปกติรวมถึงการหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง งดการสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ อาหารหรือเนื้อสัตว์แปรรูป หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส จะทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งร้าย และมีสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง

ข้อมูล: สถาบันมะเร็งแห่งชาติกรมการแพทย์
ภาพ: Pexels


เปิดตัวเมนูใหม่ ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์ เลส ที่โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ

โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ เปิดตัวเมนูใหม่ที่ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส คุณจะได้พบกับอาหารไทยต้นตำหรับ รสชาติเข้มข้นเสิร์ฟมาในรูปแบบทันสมัย และเมนูที่เชฟตั้งใจรังสรรค์นำความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย และอาหารตะวันตกมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ไปพร้อมกับชมวิวสุดร่มรื่นเขียวชะอุ่มของถนนวิทยุจากชั้น 2

เชฟวรนุช ยาสุขแสง Senior Sous Chef  นำแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การทำอาหารไทยมากว่า 15 ปี ในโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศไทย และความหลงใหลในรสชาติ และความพิเศษของอาหารท้องถิ่นในแต่ละภาคจนเกิดเป็นเมนูใหม่ในครั้งนี้

ลิ้มลองอาหารไทยรสชาติเข้มข้นนานาชนิด อย่างแกงคั่วปูนิ่มใบชะพลู แกงเผ็ดเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่  ข้าวยำสมุนไพรกุ้งย่างที่เชฟจะมาปรุงให้คุณถึงโต๊ะอาหาร และยังมีเมนูอาหารทั้งคาว และหวานที่ผสมผสานระหว่างอาหารไทย และอาหารตะวันตกได้อย่างลงตัวตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส อย่างไข่เจียวปูเมโทรกะทะร้อน ที่นำไข่เขียวปูทอดจนกรอบมาทานคู่กับโพรชุตโต้แฮมอบกรอบ และพริกฮาลาเปญโญ เสิร์ฟพร้อมซอสพริก เบอร์เกอร์ไก่ย่างกอและ ที่นำไก่ย่างกอและตามแบบฉบับของภาคใต้มาเสิร์ฟในรูปแบบเบอร์เกอร์ ทานคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ และของหวานอย่างฮันนี่โทสต์น้ำผึ้งป่า  เมนูเอาใจคนชอบทานขนมหวานด้วยการนำฮันนี่โทสต์มาเสิร์ฟคู่กับขนมไทยอย่างฝอยทอง

ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส พร้อมให้บริการเมนูอาหารอะลาคาร์ททุกวัน ตั้งแต่ 12.00 น. – 17.00 น.

สมาชิก IHG One Rewards รับส่วนลด 20% และพ้อยท์ ในแคมเปญ IHG Dining Privilege สำหรับการสั่งอาหาร และเครื่องดื่มแบบไร้แอลกอฮอล์

ปู-ไปรยา

ชีวิตคุณนายเศรษฐีในต่างแดน ปู-ไปรยา มีความสุข ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เรียบง่าย

หลังจากเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มนักธุรกิจที่รวยระดับเศรษฐีไปเมื่อปีที่แล้ว ในที่สุด ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก ได้ตัดสินใจลงหลักปักฐานที่ ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร โดยเมื่อไม่นานมานี้เธอและสามีได้ซื้อคฤหาสน์หลังงามมาปรับปรุงเพื่อเป็นเรือนหอสำหรับทั้งคู่ และแม้ว่าจะตัดสินใจอย่างนั้นแต่เธอยืนยันว่าจะเดินทางมาประเทศไทยบ่อยๆ เช่นเคย

 ปู-ไปรยา

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา นักแสดงสาวได้ให้สัมภาษณ์ ถึงชีวิตที่หลังสมรสในงานเปิดตัว  A SECRET COLLAGEN 

ชีวิตหลังแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง?

“ตอนนี้เริ่มทำบ้านที่แอลเอแล้ว แต่ก็ยังบินไปบินมาที่ประเทศไทย ส่วนคุณสามีก็ทำงานหนักมาก ไปดูไบและอินเดียบ่อย เหมือนต่างคนต่างบินแต่ก็ชินแล้วเพราะตั้งแต่คบกันก็เป็นแบบนี้ เป็นคู่ที่อินกับงาน แต่ก็จะมาเจอกัน 2-3 สัปดาห์  บินไปเจอกันสักที่ พวกวันเกิด วาเลนไทน์ คริสต์มาส ตรุษจีน ต้องเจอกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนของโลกก็ต้องบินไปเจอกัน เราก็จะให้ความสำคัญตรงนั้น เป็นข้อตกลงทั้งคู่เลย วันเกิดปูเขาก็ต้องมา วันเกิดเขาปูก็ไป ตรุษจีนปูก็ไปอยู่กับครอบครัวเขา วาเลนไทน์เขาก็บินไปแอลเอ”

อยู่ที่นั่นปูทำอะไรบ้าง?

“ส่วนชีวิตแม่บ้าน ก็ทำค่ะ อยู่แอลเอทำอาหาร จะปลูกสวนผัก เลี้ยงหมา 4 ตัว เลี้ยงไก่เพื่อเก็บไข่สด ปูอินกับการปลูกผัก มีสวนกุหลาบ แล้วก็ทำอาหาร”

 ปู-ไปรยา

ค่อนข้างแตกต่างจากที่หลายคนคิดไว้?

“ปูแฮปปี้มากแบบนี้  ปูเชื่อว่าถ้าปูหยุดทำงานเลยมันก็ไม่ใช่ปู หยุดทำงานแล้วช้อปปิ้งแบบนี้เหรอ เบื่อตาย ทำงานดีแล้ว ซึ่งจริงๆ เวลาที่เราอยู่ด้วยกันเป็นเดือน ปูก็ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ แต่ปูรู้สึกว่าเงินที่เขาหามาเขาเหนื่อยมากปูไม่อยากจะเป็นภาระเขา”

แล้วเรื่องทายาท?

“อาจจะต้องแป๊บหนึ่ง แต่อย่างที่บอกปูไม่ได้กลัว ปูแต่งงานในวัยที่สมควรแต่ง มีลูกก็ในช่วงเวลาเร็วๆ นี้ แต่ว่าตอนนี้ปูอยากช่วยสามีทำงานจริงๆ ปูรู้สึกว่าเราเป็นคนมีความสามารถ แล้วครอบครัวเขาก็ทำงานกันหนักมาก เราได้รับเกียรติเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา เรามีมือ มีสมอง มีชื่อเสียง ก็ควรจะใช้มันให้ถูก เป็นสะใภ้ที่ทำงาน”

แล้วฝั่งครอบครัวเขามีถามถึงเรื่องนี้ไหม?

“ครอบครัวเขาค่อนข้างสมัยใหม่ค่ะ เราก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีเลย แต่ปูว่าในยุคนี้เรามีในวันที่พร้อม แต่ก็มีการวางแผนไว้ แต่ ณ เวลานี้อย่างที่เห็น คิวงานปูถึงปลายปี งงมากแต่งงานแล้วงานเยอะขึ้นกว่าเดิม พอบินกลับไปแอลเอได้พัก ได้ทำสวน ชิลๆ ทำอาหาร เลี้ยงหมา เพราะอยู่ไทยเหนื่อยมาก อยู่โน่นเลยไม่อยากทำอะไรแล้ว (หัวเราะ) ”

ดูเหมือนงานตอนนี้จะเยอะกว่าเมื่อก่อนอีก?

“ก่อนปูทุกข์มาก เพราะปูกลัวว่างานจะหาย แต่พอตอนนี้ละมือกลับมีงานเยอะ ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องเหนื่อย จากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้รู้สึกว่าพอแล้ว เราก็ไปงานเมืองนอกว่า 6-7 ปี ติดแล้ว ณ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ ปูคิดอย่างเดียวว่าถ้าเหตุการณ์เป็นอีกแบบหนึ่ง ก็คุยกับพี่ๆ ที่สนิทกันว่าพรุ่งนี้เราคงอยู่โรงพยาบาลกัน คงไม่ได้มานั่งกินข้าวกัน ก็คิดในใจว่าให้มันจบๆ เถอะ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย บางทีอะไรที่ยากมากไม่ต้องทำก็ได้ อะไรที่มันใช้เราจะไม่ต้องดิ้นรน ก็เหมือนความรักของปู เมื่อก่อนดิ้นรนแทบตาย ก็จะไม่เจอ พอหยุดดิ้นรนก็เจอ งานก็ทำแบบไม่คาดหวัง ไม่กดดัน ไม่แข่งขัน จะได้ทำแบบมีความสุข”

เผยโฉม 5 กระเป๋าเดนิม ‘แฮริน NewJeans’ ในแคมเปญใหม่ DENIM DIOR OBLIQUE

ซูมอิน 5 กระเป๋าที่ปรากฏอยู่ในแคมเปญ HAERIN IN DENIM DIOR OBLIQUE เหมาะเจาะสำหรับคนรักไอเท็มเดนิม

คอไอเท็มเดนิมไม่ควรพลาดกระเป๋าจากแคมเปญ ‘HAERIN IN DENIM DIOR OBLIQUE‘ ที่ยกกองไปถ่ายทำถึงนิวยอร์ก โดย ‘มาเรีย กราเซีย คิวริ’ นำบรรดา “ชุดเก่ง” ในตู้เสื้อผ้าที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีมารังสรรค์ด้วยสิ่งทอรุ่นพิเศษ ด้วยผ้าเดนิมทอขึ้นลายในตัว (jacquard denim) ผ่านกรรมวิธีฟอกสีไล่ลำดับความเข้ม และน้ำหนักเฉดโทนอย่างต่อเนื่อง ละมุนตาจากฟ้าเข้มจนถึงขาวซีด ซึ่งเป็นการหลอมรวมระหว่างคุณภาพทางงานฝีมือ วัสดุกับความกล้าทางการสร้างสรรค์

สำหรับไอเท็มที่น่าจับตามองในแคมเปญนี้คงเป็นกระเป๋าทั้ง 5 รุ่นที่แฮรินถืออยู่ซึ่งตัดเย็บด้วยวัสดุรุ่นใหม่ที่ประกาศ “ความเป็นดิออร์” อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Dior Book Tote หรือกระเป๋าอานม้า Saddle ยอดนิยม ไปจนถึง Dior Toujours และ East-West กับ Mini Vanity จากคอลเล็คชั่น 30 Montaigne

Dior Book Tote

เริ่มต้นด้วย Dior Book Tote ที่มาในรูปแบบ Jacquard Denim พร้อมจะตะโกนความเป็นดิออร์ออกมาดังๆ สำหรับกระเป๋าใบนี้มีทั้งหมด 3 ไซส์ให้เลือกตั้งแต่เล็ก, กลาง และใหญ่ เรียกได้ว่าใครถนัดใช้ไซส์ไหนสามารถเลือกได้ตามความต้องการได้เลย

Saddle

ใบต่อมาถือเป็นอีกทรงฮิตของ Dior กับกระเป๋าอานม้าหรือที่เรียกว่า Saddle ซึ่งครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบของเดนิมและตกแต่งด้วยอะไหล่สีทอง เป็นความคลาสสิกที่แสนหรูหราเย้ายวนใจ สำหรับการนำเลือกทำไปแมตช์ลุคก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเดนิมจัดเป็นไอเท็มที่เบสิก หยิบไปจับคู่กับเสื้อผ้าเพลนๆ หรือคัลเลอร์ฟูลก็เอาอยู่แน่นอน

Dior Toujours

ใบที่สามเอาใจสายแบก เพราะมีช่องเก็บสัมภาระข้างในที่กว้างขวางเหมาะสำหรับการเน้นใช้งานจริง แต่เรื่องดีไซน์ก็ไม่ต้องกังวลเพราะลวดลาย Dior Oblique ที่ปรากฏอยู่ก็สร้างความสะดุดตาอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมีชาร์มอักษร Dior สีทองช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับไอเท็มอีกด้วย

Dior East-West

เดินทางมาถึงใบที่สี่กับ Dior East-West ที่นำเสนอความหรูหราเหนือกาลเวลา กระเป๋าตัดเย็บจากผ้าแจ็คการ์ดสีน้ำเงินและเน้นย้ำลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แผ่นปิดมีตัวล็อคซีดีโลหะสีทองโบราณ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตราประทับขวดน้ำหอม Christian Dior และกระเป๋าใบนี้มีสายโซ่แบบถอดได้ พร้อมช่องหนังที่ช่วยให้ถือได้สะดวก สะพายไหล่หรือสะพายข้างก็ได้

Dior Mini Vanity

สุดท้ายขอปิดด้วยกระเป๋าใบจิ๋ว Dior Mini Vanity ที่สามารถเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นได้ แม้เห็นว่าเป็นใบเล็กแบบนี้แต่ข้างในจุของได้เยอะพอสมควรทั้งกระเป๋าสตางค์ ลิปสติก โทรศัพท์ และของจำเป็นอื่นๆ ไม่ว่าจะโอกาสสำคัญหรือชีวิตระจำวัน กระเป๋าใบนี้ก็ใช้ได้แน่นอน


รูปภาพและข้อมูล: Dior

รวมลุคคนดังสวมใส่ Balenciaga ร่วมเดินพรมแดงคานส์ และ งาน Women In Motion Award 2023

ใกล้สิ้นสุดลงแล้วแล้วสำหรับ Cannes Film Festival 2024 หรือ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปีครั้งที่ 77 โดยหนึ่งในไฮไลท์ของทุกปีคือลุคของเหล่าคนดัง และเซเลบริตี้ที่มาร่วมเดินพรมแดง ซึ่งแต่ละคนก็จัดเต็มสวมใส่เสื้อผ้า และจิวเวลรี่จากแบรนด์หรูมาประชันกัน รวมถึงอีกหนึ่งงานสำคัญอย่าง Women In Motion Award ซึ่ง Kering เป็นเจ้าภาพ 

ครั้งนี้แพรวจึงได้รวมลุคคนดังจากแบรนด์ Balenciaga มาให้ดูกันว่าพวกเขา และเธอสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเล็คชั่นไหนกันบ้าง

รวมลุคคนดังสวมใส่แบรนด์ Balenciaga ร่วมเดินพรมแดงคานส์ 2023

Camille Rowe สวมเดรส Balenciaga ลุคที่ 2 จากคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 24 ขณะเข้าร่วมพรมแดงของภาพยนตร์เรื่อง “Horizon: An American Saga”

Lily Gladstone สวมชุดเดรสแบบคัสตอม Balenciaga ขณะเข้าร่วมพรมแดงของภาพยนตร์เรื่อง “Kinds of Kindness” 

Isabelle Huppert สวมชุดเดรสแบบคัสตอม Balenciaga ขณะเข้าร่วมพรมแดงของภาพยนตร์เรื่อง “Horizon: An American Saga”

Rebecca Patricia Armstrong สวมเดรส Balenciaga ลุคที่ 80 จากคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 24 ขณะเข้าร่วมพรมแดงของภาพยนตร์เรื่อง “Oh, Canada”

Demi Moore สวมเดรส Balenciaga ลุคที่ 3 จากคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 24 ขณะเข้าร่วมงาน Chopard Trophy

Annabelle Wallis สวมแม็กซี่เดรส  Balenciaga จากคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ 24 ขณะเข้าร่วมพรมแดงของภาพยนตร์เรื่อง The Apprentice

François-Henri Pinault สวมทักซิโด้แบบคัสตอมจาก Balenciaga

Amelia Gray สวมลุคที่ 50 ชุดเดรสเกาะอกสีดำ แมชต์คู่กับถุงมือยาว และรองเท้าส้นสูง Knife 110 mm จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นกูตูร์ครั้งที่ 52

Camille Rowe สวมลุคที่ 71 ในรูปแบบคัสตอม ชุดเดรสผ้ากำมะหยี่ แมชต์ด้วยกระเป๋าคลัชต์ดีไซน์สุดเก๋ Knife Shoe และรองเท้าส้นสูง Knife 110 mm จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2024

Diane Kruger สวมลุคที่ 14 สูททรงเทเลอร์ และกระโปรงสี น้ำเงินสว่าง จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นกูตูร์ครั้งที่ 52

Elsa Zylberstein สวมลุคที่ 12 ชุดเดรสผ้าพลีทพิมพ์ลายดอกไม้ จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นฤดูร้อน 2024

Iris Knobloch สวมลุคที่ 12 ชุดเดรสผ้าพลีทสีขาว จาก Balenciaga ในรูปแบบคัสตอม จากคอลเล็คชั่นฤดูร้อน 2024

Isabelle Huppert สวมชุดจาก Balenciaga ลุคที่ 16 จากคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 2024

Jia Zhangke สวมทักซิโด้แบบคัสตอมจาก Balenciaga    

Maria Bakalova สวมลุคที่ 77 จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นฤดูร้อน 2024

Nadine Labaki สวมชุดราตรีแบบคัสตอมจาก Balenciaga  

Rebecca Dayan สวมลุคที่ 62 ในรูปแบบคัสตอม จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2024

Sebastian Stan สวมลุคที่ 11 จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นกูตูร์ครั้งที่ 52

Uma Thurman สวมลุคที่ 39 ในรูปแบบคัสตอม จาก Balenciaga คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2024


Booking.com เผยถึงโอกาสเติบโตของการเดินทางอย่างยั่งยืนในปี 2567

Booking.com ได้เผยข้อมูลสำคัญจากรายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2567 ซึ่งรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เดินทางกว่า 31,000 คนจาก 34 ประเทศและดินแดน โดยรายงานฉบับนี้เผยถึงทัศนคติ สิ่งที่ผู้เดินทางให้ความสำคัญ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางอย่างยั่งยืนของผู้คนทั่วโลกและนักท่องเที่ยวชาวไทย แม้ผลการสำรวจประจำปีนี้ยังคงสะท้อนถึงความต้องการในการออกเดินทางอย่างยั่งยืนและความตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งชุมชนท้องถิ่นในหมู่ผู้เดินทางทั่วโลกเหมือนเช่นเคย แต่ข้อมูลใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าผู้เดินทางอาจมีภาวะเหนื่อยหน่ายต่อประเด็นความยั่งยืนซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะพวกเขายังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการเลือกและวางแผนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น

ในปัจจุบันผู้เดินทางรู้สึกว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนไม่ใช่ ‘ความรับผิดชอบ’ ของพวกเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่พวกเขาเชื่อว่าการสนับสนุนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการเดินทาง จะทำให้พวกเขามองเห็นบทบาทและมีส่วนร่วมในการแก้ไขผลกระทบจากการเดินทางได้ดีมากยิ่งขึ้น

  • 84% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่า พวกเขาต้องการทำให้จุดหมายปลายทางที่พวกเขาไปเยือนดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่เดินทางกลับ (เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีที่แล้ว)
  • 50% ของผู้เดินทางชาวไทยคิดว่าตัวเองมีศักยภาพในการแก้ไขผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีต่อสังคม และชุมชนท้องถิ่นที่พวกเขาเดินทางไปเยือน
  • อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางชาวไทย (39%) มองว่ารัฐบาลมีบทบาทและศักยภาพมากที่สุดในการแก้ไขผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในขณะที่ 46% เชื่อว่าผู้ให้บริการด้านการเดินทางเป็นฟันเฟืองและกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
  • นอกจากนี้ 42% ของผู้เดินทางชาวไทยมองว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของการเดินทางและการท่องเที่ยว
  • ที่พักที่ได้รับการรับรองว่ามีแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ดึงดูดผู้เดินทางชาวไทยถึง 63% และความสม่ำเสมอในการตรวจสอบมาตรฐานความยั่งยืนถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเลือกตัวเลือกที่พักที่ได้รับการรับรองเหล่านี้
  • 78% ของผู้เดินทางชาวไทยเห็นพ้องกันว่าเว็บไซต์การจองที่พักและการเดินทางทั้งหมดควรมอบป้ายสัญลักษณ์สำหรับรับรองที่พักที่มีแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในมาตรฐานเดียวกัน
  • อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เดินทางที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมที่พักต่าง ๆ ได้รับการรับรองว่าเป็นที่พักรักษ์โลกหรือที่พักที่มีแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนลดลงจนเหลือ 56% (ลดลงจากปีที่แล้ว 26%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในการสื่อสารที่เรียบง่าย ชัดเจน ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายโดยไม่คำนึงถึงลำดับความสำคัญในประเด็นอื่น

รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2567 ยังระบุอีกว่า ผู้เดินทางชาวไทยถึง 94% ยืนยันว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนมีความสำคัญต่อพวกเขา ขณะที่ 30% รู้สึกว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้นนั้นสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งที่พิจารณาเป็นอันดับแรกเมื่อวางแผนหรือจองทริปการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางชาวไทยจำนวน 46% รู้สึกเบื่อหน่ายกับการรับรู้เรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาวะโลกร้อนอยู่ตลอดเวลา

ด้วยเหตุนี้ การร่วมมือกันของผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย เพราะการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนมากขึ้นยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญ

  • เมื่อพูดถึงอนาคต 85% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่า พวกเขาต้องการเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า และ 58% จะรู้สึกผิดเมื่อตัดสินใจเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนน้อยกว่า
  • เมื่อพูดถึงแรงจูงใจของผู้ที่ต้องการเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้น 18% ของผู้เดินทางชาวไทยจะเดินทางอย่างยั่งยืนเพราะพวกเขาเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ

ในทางกลับกัน ความรู้สึกผิดหวังที่เกิดขึ้นในการเลือกเดินทางอย่างยั่งยืนอาจค้านกับความตั้งใจอันดีเหล่านั้น แง่มุมใหม่ที่ Booking.com ได้จากสำรวจเป็นครั้งแรกในปีนี้ เผยให้เห็นว่า ผู้เดินทางบางกลุ่มไม่ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของพวกเขา

  • 57% ของผู้เดินทางชาวไทยรู้สึกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้นไม่อาจย้อนกลับคืนได้ และการตัดสินใจเลือกการเดินทางของพวกเขาไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
  • 46% ของผู้เดินทางชาวไทยรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ได้ไปท่องเที่ยวมีค่าเกินกว่าจะให้ความสำคัญกับการเดินทางอย่างยั่งยืนเป็นอันดับแรก
  • ผู้เดินทางชาวไทยเกินกว่าครึ่ง (56%) เชื่อว่าแม้พวกเขาจะเลือกเดินทางอย่างยั่งยืน แต่หากจุดหมายปลายทางหรือสถานที่ต่าง ๆ ที่พวกเขาไปเยือนไม่ได้นำแนวทางด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง สิ่งที่พวกเขาเลือกก็ไร้ซึ่งประโยชน์

แม้ความกังวลจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้เดินทางที่เลือกเดินทางอย่างมีความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสังคมรู้สึกว่าประสบการณ์การเดินทางเพื่อความยั่งยืนช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางของพวกเขา

  • ผู้เดินทางชาวไทย 79% ยอมรับว่าพวกเขาเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเมื่อได้เดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้น ส่งผลให้พวกเขานำแนวทางเหล่านี้กลับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย
  • ในขณะที่ผู้เดินทางชาวไทย 80%รู้สึกว่าการได้พบเห็นและเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนระหว่างการเดินทางจุดประกายให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
  • ผู้เดินทางชาวไทยได้นำแนวทางการปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนเข้ามาปรับใช้ในการเดินทาง โดย 96% เลือกเข้าร่วมทัวร์หรือกิจกรรมเพื่อสัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น และวิถีชุมชนที่แท้จริง 97% เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็กหรือร้านค้าอิสระ อีกทั้ง 95% วางแผนการเดินทางเพื่อให้สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้

เพราะในปัจจุบันสิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทางอย่างยั่งยืน คือ การทำให้ผู้เดินทางมั่นใจอยู่เสมอว่าตัวเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกที่สามารถเข้าถึงและเลือกสรรได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องเข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือด้วย เราจึงเชื่อว่าการให้ข้อมูลความรู้ การแสดงและตรวจสอบมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ รวมถึงการรับรองที่เชื่อถือได้จากพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เดินทางอย่างแท้จริง แม้ว่าสัญญาณของความเบื่อหน่ายในหมู่ผู้เดินทางจะเป็นสิ่งที่น่ากังวล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องเตือนให้เราเดินหน้าไปสู่เป้าหมายสูงสุดของเราในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนท้องถิ่น และจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้ในท้ายที่สุดผู้เดินทางสามารถร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงการเดินทางสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง” Danielle D’Silva ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of Sustainability ของ Booking.com กล่าว


แกะบิวตี้ไอเท็มเสกลุค 'Rihanna' ให้โกลว์สวยดูมีมิติ

แกะบิวตี้ไอเท็มเสกลุค ‘Rihanna’ ให้โกลว์สวยดูมีมิติ

#PraewCelebLook พามาแกะบิวตี้ไอเท็มที่ช่วยเสกเมคอัพลุคของ ‘Rihanna’ ให้โกลว์สวยดูมีมิติ ซึ่งหนึ่งในนี้มีไอเท็มใหม่ล่าสุดที่จะแอบมาป้ายยาด้วย จะเป็นชิ้นไหนไปดูกัน

“ฉันต้องการสร้างไฮไลท์สำหรับทุกสีผิว เป็นชิมเมอร์ที่มีเฉดสีเข้ากัน ฉันชอบทา Demi’Glow คู่กับ Killawatt Highlighter เพื่อให้ลุคดูมีมิติมากขึ้น” Rihanna

Beauty Items: FENTY BEAUTY

และนี่คือไฮไลท์ชิ้นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับทุกสีผิว Fenty Beauty Demi’Glow Light-Diffusing Highlighter ไฮไลท์รุ่นลิมิเต็ด มีให้เลือก 9 เฉดสี ครอบคลุมทุกโทนผิว ช่วยเพิ่มความสวยให้ผิวมีออร่ายิ่งขึ้น ด้วยการเน้นลุคงานผิวธรรมชาติแต่สวยเปล่งประกาย เนื้อไฮไลท์ละเอียด นุ่มละมุน เกลี่ยง่ายกลืนไปกับผิว และมีความโปร่งเบาบางสุดๆ สารสกัดจาก Butterfly Lavender ช่วยลดการเกิดริ้วรอยและคราบ ทำให้ฟินิชลุคผิวดีมีความเป็นธรรมชาติ


FRED FORCE 10

FORCE 10 เผยโฉมอีกครั้งบนคอร์ตดินของการแข่งขันเทนนิส ROLAND-GARROS

Force 10 เผยแคปซูลคอลเล็คชั่นในปี 2024 หลังจากการเปิดตัวรุ่น Force 10 Roland-Garros เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมาด้วยสีสันประจำการแข่งขันเฟรนช์ โอเพน หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนามการแข่งขันเทนนิสโรลองด์-การ์รอส (Roland-Garros) สร้อยข้อมือสุดไอคอนิคของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน (The Sunshine Jeweler) ในปีนี้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันใหม่สไตล์ปารีเซียงและจิตวิญญาณของการแข่งขันเทนนิสระดับตำนาน

คอลเล็กชัน FORCE 10 เผยโฉมอีกครั้งในปี 2024
บนคอร์ตดินของการแข่งขันเทนนิส ROLAND-GARROS

โดยแคปซูลคอลเล็คชั่นนี้ FRED ได้ผสมผสานความไอคอนิคของสร้อยข้อมือ Force 10 และความสุนทรีของการแข่งขันออกมาได้อย่างหรูหราทว่าเรียบง่ายและลงตัว สองบักเคิลสีเหลืองทองอร่ามสะท้อนความรักในแสงสว่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน

โดยชิ้นแรกประดับด้วยแซฟไฟร์ซีลอนสีน้ำเงินถึง 18 เม็ด เฉดสีสดใสที่ตั้งใจเลือกมาเพื่อเป็นตัวแทนสีสันของท้องทะเลที่ FRED หลงรักและสีของสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเส้นขอบฟ้าอันไกลสุดสายตาซึ่งนำสู่ชัยชนะในการแข่งขันของโรลองด์ การ์รอส ส่วนบักเคิลอีกชิ้นนั้นเกลี้ยงเกลาเข้ากับลุคเรียบโก้ ทว่าเปล่งประกายไปด้วยแสงของดวงอาทิตย์และลูกตบที่ทรงพลัง โดยด้านข้างของทั้งสองบักเคิลสลักด้วยโมทิฟลายลูกเทนนิส ส่วนด้านข้างประดับด้วยโกเมนสีส้มแมนดารินเสมือนเฉดสีพื้นของคอร์ตเทนนิส เป็นดั่งความเชื่อมโยงระหว่างคู่สีประจำการแข่งขันและ FRED

สายสร้อยข้อมือ Force 10 รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันในปีนี้ยังสลักด้วยเครื่องหมาย RG บริเวณปลายเส้นพร้อมเคเบิลเฉดสีใหม่ที่ถักทอสีส้มดั่งดินเผา สีขาว และสีน้ำเงินเข้าด้วยกัน ตัวสร้อยข้อมือสีสดนี้ยังคงเอกลักษณ์ในการถอดสลับปรับเปลี่ยน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีอิสระในการเลือกสีสันและจับคู่วัสดุกับตัวสายหรือบักเคิลอีกนับพันชิ้นในคอลเล็คชั่น Force 10 ได้อย่างสนุกสนานตามใจปรารถนาที่เหนือกระแสนิยมและกาลเวลาเสมอ

สำหรับ การแข่งขันเทนนิสโรลองด์-การ์รอส ถือเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วกันว่าเป็นงานใหญ่ที่ไม่ควรพลาดชม ในการแข่งขันปี 2023 มีผู้ชมเข้าร่วมมากกว่า 630,000 คน และออกอากาศในอีก 220 ประเทศทั่วโลก เป็นการยืนยันว่าทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการแข่งขันกีฬานานาชาติระดับเฟิร์สคลาส โรลองด์-การ์รอสซึ่งจัดโดยสหพันธ์เทนนิสฝรั่งเศสนั้นเป็นทัวร์นาเมนต์แกรนด์สแลมรายการเดียวที่เล่นบนคอร์ตดิน และเป็นหนึ่งในสนามที่เก่าแก่และเลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขันเทนนิส


BEC MUSIC

ส่องพรมแดง ช่อง 3 เปิดค่ายเพลง BEC MUSIC เอาใจสาย T-POP

ช่อง 3 จัดงานใหญ่ เปิดตัวค่ายเพลง BEC MUSIC เอาใจสาย T-POP ภายใต้ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัดมหาชน เตรียมปั้น “นักแสดง” ก้าวสู่คำว่า “ศิลปิน” งานนี้สนั่นวงการบันเทิงด้วย RED Carpet Party ต้อนรับขบวนแขกรับเชิญสุดอลังการ ทั้งดารานักแสดง และผู้จัดละครเข้าร่วมงานกว่า 100 ชีวิต พร้อมกับเปิดตัวศิลปินเดี่ยว และ Girl Group นำทีมบริหารค่ายเพลงโดย “คุณดิว” ปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้บริหาร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)      

 BEC MUSIC

ค่ายเพลง BEC MUSIC ถึงจะเป็นค่ายเพลงน้องใหม่ แต่ได้ออกผลงานมาแล้วหลายซิงเกิลโดยนำดารานักแสดงในสังกัดที่มีความสามารถด้านงานเพลงมาจับไมค์ ผลิตงานเพลงแนว T-POP ที่กำลังเป็นกระแสนิยม เอาใจตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ซึ่งมีศิลปินที่ได้เปิดตัวและมีงานเพลงไปแล้วถึง 3 คน การันตีด้วย 5 ซิงเกิลยอดนิยมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากแฟนเพลง เริ่มตั้งแต่ ปี 2565 ได้นำนางเอกสาวตัวแม่ “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” มาพลิกบทบาทครั้งสำคัญ สวมวิญญาณ “ศิลปิน” ปล่อยซิงเกิล “BABYBOO” และ “100%” เปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่ได้เป็นเพียงนางเอกละคร และทำให้หลายคนต้องอึ้ง!ไปกับความสามารถในการเต้นที่มีทักษะสูง รวมไปถึงการร้องเพลงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของ “แต้ว” ต่อมาในปี 2566 ได้ปล่อยผลงานเพลง “แฟนผมน่ารัก” และเพลง “แนะนำให้เป็นแฟนเรา” ของนางเอก “โบว์ เมลดา สุศรี” ออกมาขยี้ใจคนมีความรัก ทำให้ทั้งสองเพลงได้รับความสนใจจนกลายเป็นเพลงฮอตฮิตติดชาร์ตในทุกคลื่นวิทยุ และคว้ารางวัลจากเวทีประกาศผลงานเพลงหลากหลายเวที ในฐานะนักแสดงที่มีผลงานเพลงยอดวิวสูงลิ่ว

มาถึงปัจจุบันในปี 2567 ค่ายเพลง BEC MUSIC ได้ตอกย้ำความปังอีกครั้ง โดยนำยูทูบเบอร์สาวยอดนิยม “เก๋ไก๋ สไลเดอร์” หรือ “เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์” นางเอกป้ายแดงคนล่าสุด มาจับไมค์ปล่อยเพลงรัก
สุดเก๋ไก๋สมชื่อ ในเพลง “ขอจองพี่ไว้ก่อน” พร้อมท่าเต้น “กดไลก์รัว ๆ” ที่ถูกใจคนฟังจนเกิดกระแสความนิยมในโซเชียล และเป็นไวรัลไปทั่ว Tiktok ในชั่วพริบตา สรุปว่าทั้ง 3 ศิลปิน แต้ว, โบว์ และ เก๋ไก๋ ทำถึง ประสบความสำเร็จในระดับที่ดีมาก จากผลงานทั้ง Single, Music Video, Short VDO ส่งให้ยอดวิวและสตรีมรวมกันมากกว่า 100 ล้านวิว BEC MUSIC จึงเป็นอีกหนึ่งค่ายเพลงที่ได้สร้างสีสันและความคึกคักให้กับวงการเพลงในเวลานี้

ทั้งหมดจึงนำไปสู่ความพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้สนั่นวงการบันเทิง ด้วยการจัด SHOWCASE เปิดตัวค่ายเพลงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2567 ชั้น 5 SPHERE Hall เอ็มสเฟียร์ สุขุมวิท และได้เปิดตัวศิลปินเบอร์แรง! อย่าง “โบว์ เมลดา, อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม, เก๋ไก๋ ณัฐธิชา, ริว วชิรวิชญ์, สมิธ ภาสวิชญ์ รวมถึง 5 สาว “Girl Group” Candy / Ami / Lisa / Neeya และ Jayna ซึ่งทั้งหมดจะมีผลงานเพลงออกมาวาดลวดลายให้เป๊ะปัง! ไม่ธรรมดาในเร็ว ๆ นี้  

ในวันเปิดตัว BEC MUSIC คราคร่ำไปด้วยแขกพิเศษมากมายที่ต่างทยอยเข้าร่วมเดินพรมแดง
RED Carpet Party ในธีมสุดหรู Black & White Night Party นำโดยผู้บริหาร ช่อง 3 คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์, คุณยุ้ย อรอุมา มาลีนนท์, คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย, คุณภาศรี ทรรพสุทธิ รวมถึง 3 ผู้ประกาศข่าวมากฝีมืออย่าง
สรยุทธ สุทัศนะจินดา, ไบรท์ พิชญทัฬห์ และ กิตติ สิงหาปัด

ส่วนทางด้านผู้จัดละคร อาทิ แอน ทองประสม, เมย์ ปทิดา, อ้อม พิยดา, แหม่ม ธิติมา, ชุดาภา, นก จริยา, ดา หทัยรัตน์, ก้อง ปิยะ, ป้าแจ๋ว ยุทธนา, นก ฉัตรชัย, แม่หนู สรวงสุดา, ต้น ณฐนนท์, ต้อง จุลวุฒิ, กฤษณ์ ศุกระมงคล, ปิ่น ณัฏฐนันท์, ไก่ อรรควุฒิ, แป๊บ ยุวบูรณ์, โดนัท มนัสนันท์, แก้ว บุญจิรา, กอล์ฟ ฉลองบุญ, กู๊ด เฉิดบุญ 3 พี่น้อง ภักดีวิจิตร ตามมาด้วย อาร์ต พลังธรรม, ต่าย นัฐฐพนท์, เป็ป ณพสิทธิ์, บีบี เอกนรี, แอ๊ะ สมรักษ์,อาร์ม วิบูลย์, อุ๊ พัชนี, หงษ์ ธัญนิธิ, ปู ปริศนา, เอ ศุภชัย และ ติ๊ก กัญญารัตน์ ทั้งยังมีแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายจากหลากหลายวงการ

สำหรับด้านนักแสดงของ ช่อง 3 ที่ยกขบวนเข้าร่วมงาน อาทิ โป๊ป ธนวรรธน์, เกรท วรินทร, เจมส์ มาร์,
อาเล็ก ธีรเดช, เด่นคุณ, มีน พีรวิชญ์, จูเนียร์ กาจบัณฑิต และ ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์, ไอซ์ ภาณุวัฒน์, อเล็กซ์ เรนเดลล์, เดี่ยว สุริยนต์, หลุยส์ สก๊อตต์, เพื่อน คณิน, ภณ ณวัสน์, เต้ย พงศกร, อู๋ กิตติภณ, เพ็ชร ฐกฤต, ยูโด ธรรม์ธัช,
ตี๋ ธนพล, เป็นไต๋ นัฐนิช, ป๊อบ ฐากูน, วุตม์ สุรินทร, เฟริสท์ ภาราดา, ปอม ภาสกร, บ้าน ณคุณ, แฟรงกี้ วีรภัฎ,
เฟรนด์ พีระกฤตย์, สิงโต สกลรัฐ, เฟิสท์ เอกพงศ์, อ๋อง สิทธานต์, เต้ ชยพัทธ์, แก๊ป จักริน, มิล ศรุต, เบิร์ด กิตติธัช, เพ้นท์ กฤตกานต์, ส่วนด้านนักแสดงหญิง อาทิ เชอรี่ เข็มอัปสร, แต้ว ณฐพร, ญาญ่า อุรัสยา, น้ำตาล พิจักขณา,
พาย รินรดา, แมท ภีรนีย์, หลิงหลิง คอง, ออม กรณ์นภัส, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, น้ำฟ้า ธัญญภัสร์, แจ็คกี้ ชาเคอลีน,
นุ่น รมิดา, ซีน ภัสธรากรณ์, เดียร์น่า ฟลีโป, น้ำหนึ่ง, ลีน่า ลลินา, วิปครีม ดิศกุล, เคท มาริลิน, มุก สิรินรัตน์,
เดียร์ ปฤสยา, มิ้นท์ นวินดา, เอนจอย ธิดารัตน์, แน๊ตตี้ นาตาชา, เบสท์ ชนิดาภา, มายด์ ฑาริกา และ ลิตา คาลิยา เป็นต้น

และแก๊งพระ-นางจากละคร “ดวงใจเทวพรหม” นำทีมมาโดยหนุ่ม กลัฟ คณาวุฒิ, เทศน์ ไมรอน,
จ็อบ ธัชพล, มีน นิชคุณ, จีน่า ญีนา, ญดา นริลญา, มิ้นท์ รัญชน์รวี, อุ้ม อิษยา, เดนิส เจลีลชา, ติ๊ต๊ะ ชญานิศ,
เกี๊ยก วัทธิกร, ปีเตอร์แพน  ทัศน์พล, ป๊อบ ธัชทรและหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ งานนี้ทำหน้าที่พิธีกรคู่กับ ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ เรียกว่าเป็นการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่อีกหนึ่งงานของวงการบันเทิงเลยทีเดียว

ติดตามผลงานของค่าย BEC MUSIC ว่าศิลปินคนต่อไปจะเป็นใคร? และมาลุ้นไปด้วยกัน #BECMusicShowcase#BECMusic

หลิวอี้เฟย

ใสอะไรขนาดนี้ เปิดเคล็ดลับผิวสวยฉบับ นางเอกจีน หลิวอี้เฟย (Liu Yi Fei)

เบื้องหลัง นางเอกจีนวัย 36 ปี หลิวอี้เฟย (Liu Yi Fei) โชว์ผิวสวยพิสูจน์ความใส พร้อมเปิดเคล็ดลับดูแลผิวหน้าเด้งดูอ่อนกว่าวัย

เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่ปี 2002 จนตอนนี้อายุ 36 ปี แล้วสำหรับหลิวอี้เฟย (Liu Yi Fei) นักแสดงหญิงชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากบท มู่หลาน ในภาพยนตร์เรื่อง MULAN 2020 โดยนอกจากความสามารถด้านการแสดงของเธอจะเป็นที่ยอมรับแล้ว เรื่องความสวยของเธอก็ยืนหนึ่งจนได้ฉายาว่า “สวยระดับนางฟ้า”

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ หลิวอี้เฟย วัย 36 ปี ได้เผยผิวหน้าสวยให้แฟนๆ ได้เห็นกันใน Weibo ซึ่งลุคที่แต่งออกมาในครั้งนี้เกือบจะเรียกว่าเผยหน้าสดให้เห็นกันเลยก็ว่าได้ ทำเอาแฟนๆ ที่เข้ามาชมภาพนี้ ต่างชื่นชมในการดูแลผิวหน้าของเธอเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลิวอี้เฟย เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นถึงเรื่องการดูแลผิวหน้าของตัวเองว่า เธอจะใช้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นในการล้างหน้า โดยน้ำอุ่นจะอยู่ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เพราะจะช่วยในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน และยังช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีส่วนการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะช่วยกระชับรูขุมขน และทำให้ผิวสดชื่น เธอยังบอกอีกว่า ในตอนเช้า เธอจะชอบเอาหน้าจุ่มน้ำแร่เย็นๆชโลมที่ใบหน้าเพื่อลดรอยบวมแดง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย

หลิวอี้เฟย

ภาพจาก https://weibo.com/liuyifeiofficial

The Sympathizer ซีรีส์แนวระทึกขวัญและการเสียดสีข้ามวัฒนธรรม ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่ได้รับรางวัล Pulitzer Prize ของ เวียต ธาน เหวียน

The Sympathizer ออริจินัลลิมิเต็ดซีรีส์ความยาวเจ็ดตอนของ HBO ที่ได้พัคชานอุค (Park Chan-wook) และ ดอน แม็คเคลลาร์ (Don McKellar) มารับตำแหน่งโชว์รันเนอร์และผู้อำนวยการสร้างร่วม นำแสดงโดย ฮวา เซวียนเต (Hoa Xuande), เฟร็ด เหวียน คาน (Fred Nguyen Khan), ต่วน เล (Toan Le), ฟานซิน (Phanxine), วี เล (Vy Le), กี่ ดเวียน (Ky Duyen), เกี่ยว ชินห์ (Kieu Chinh), ดุย เหวียน (Duy Nguyen), อลัน ทรอง (Alan Trong) รวมทั้งแซนดร้า โอห์ (Sandra Oh) ผู้ชนะรางวัลเอ็มมี่ และ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ที่จะมาสร้างสีสันในหลากหลายบทบาทอีกด้วย

ซีรีส์ The Sympathizer ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ของ เวียต ธาน เหวียน (Viet Thanh Nguyen) เป็นซีรีส์แนวระทึกขวัญและการเสียดสีข้ามวัฒนธรรม ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ของสายลับคอมมิวนิสต์ลูกครึ่งฝรั่งเศส-เวียดนามในช่วงท้ายของสงครามเวียดนามและชีวิตใหม่ของเขาในฐานะผู้ลี้ภัยในลอสแอนเจลิสสถานที่ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่าการเป็นสายลับของเขานั้นยังไม่สิ้นสุด 

ซีรีส์ที่ได้พัคชานอุค (Park Chan-wook) มารับตำแหน่งโชว์รันเนอร์ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้เขียนบท และผู้กำกับ (ตอนที่ 1–3), ดอน แม็คเคลลาร์ (Don McKellar) รับหน้าที่โชว์รันเนอร์ ผู้อำนวยการสร้างและผู้เขียนบท รวมถึง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) ในบทบาทผู้อำนวยการสร้างและนักแสดง พร้อมด้วยทีมผู้อำนวยการสร้าง อาทิ ซูซาน ดาวนีย์ (Susan Downey), อแมนด้า เบอร์เรล (Amanda Burrell) จากทีม Downey, นิฟ ฟิชแมน (Niv Fichman) จาก Rhombus Media, คิม ลี (Kim Ly), รอน ชมิดท์ (Ron Schmidt) และผู้เขียนนวนิยาย เวียต ธาน เหวียน (Viet Thanh Nguyen) รวมทั้ง จีซุน แบค (Jisun Back) จาก Moho Film นอกจากนี้ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้เฟอร์นันโด เมแรลลีส (Fernando Meireilles) มารับหน้าที่ผู้กำกับซีรีส์ตอนที่ 4 และ มาร์ค มันเดน (Marc Munden) ผู้กำกับซีรีส์ตอนที่ 5–7, ทีมเขียนบทประกอบด้วย มาร์ค ริชาร์ด (Mark Richard), นาโอมิ อิซึกะ (Naomi Iizuka), เมแกน ฮวง (Maegan Houang), อันชูลี เฟลิเซีย คิง (Anchuli Felicia King) และ ที โฮ (Tea Ho) ซีรีส์ The Sympathizer เป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันของ HBO, A24 และ Rhombus Media ร่วมกับ Moho Film และ Cinetic Media


ยลโฉม ‘Serpenti Aeterna’ สร้อยคอที่ขึ้นชื่อว่าล้ำค่าสูงสุดแห่ง BVLGARI

เต็มไปด้วยความหมายและความล้ำค่า ‘Serpenti Aeterna’ สร้อยคอเพชรที่ใช้เวลารังสรรค์กว่า 2,800 ชั่วโมง

BVLGARI ช่างอัญมณีแห่งโรมัน เผยโฉม “Aeterna” คอลเลกชั่นไฮจิวเวลรีใหม่ล่าสุด ผสานจิตวิญญาณแห่งวิสัยทัศน์เป็นหนึ่งเดียวกับเมืองอันเป็นนิรันดร์ แหล่งที่มาของแรงบันดาลใจไม่มีที่สิ้นสุด ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปีของบุลการี อุทิศความสามารถแห่งโรมันเมซง (Roman Maison) ในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ที่เดินหน้าตีความซึ่งจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยมาอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดผ่านการผสมผสานแนวคิดบุกเบิกอันไร้ซึ่งพรมแดนและงานหัตถศิลป์ระดับ Hi-end นี้ ล้วนเป็นผลงานที่เฉลิมฉลองให้กับอัญมณีอันน่าอัศจรรย์จากการหล่อหลอมภายใต้พระแม่ธรณี (Mother Earth) เป็นเวลายาวนานนับหลายสหัสวรรษ จากชิ้นส่วนอันล้ำค่าแห่งความเป็นนิรันดร์อันเป็นดั่งหลักฐานถึงอดีตและสัญญาแห่งอนาคต บุลการีนำเสนอผลงานชิ้นเอกที่ไม่เคยสร้างสรรค์มาก่อนอย่าง สร้อยคอเซอร์เพนติ เอเทอร์นา (Serpenti Aeterna) ที่ใช้ความสามารถและความชำนาญยาวนานกว่า 2,800 ชั่วโมง ถือเป็นผลงานศิลปะอันล้ำค่าสูงสุดเท่าที่เคยรังสรรค์มาของบุลการี

Serpenti Aeterna

โดยสร้อยคอ ‘Serpenti Aeterna‘ เป็นดั่งตัวแทนอันสมบูรณ์แบบของจิตวิญญาณที่เป็นหัวใจสำคัญของบุลการี เผยการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และความสวยงาม อันเป็นคุณค่าที่มักกำหนดนิยามให้กับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ชิ้นงานอันแสนพิเศษนี้จึงถือเป็นผลงานแห่งศิลปะอันล้ำค่าสูงสุดเท่าที่เคยรังสรรค์มา

สร้อยคอเส้นนี้ใช้เวลากว่า 2,400 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ซึ่งมอบความตระการตาไว้ด้วยความบริสุทธิ์ผ่านเพชรน้ำงามร่วมกับสัญลักษณ์แห่งความเป็นนิจนิรันดร์ ที่พวกเขาได้ตอกย้ำความโดดเด่นในความสามารถของเมซงเพื่อผลักซึ่งพรมแดนใหม่ ๆ และสร้างสรรค์ซึ่งความน่าประหลาดใจ โดยการเฉลิมฉลองช่วงเวลาอันสำคัญนี้ได้นำเสนอผ่านการมอบให้เพชรนั้นรับบทบาทนำ แทนที่จะเป็นบรรดาอัญมณีสีเหมือนที่หลาย ๆ คนคาดคิดถึง 

อีกทั้งยังทลายกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ในการประดิษฐ์รังสรรค์​เครื่องประดับอัญมณีที่บุลการีได้เข้าถึงโปรเจกต์นี้ด้วยความกล้าหาญ กับการนำเพชรดิบกว่า 200.00 กะรัต มาตัดเจียระไนเพื่อสร้างสรรค์เป็นเพชรทรงหยดน้ำถึงเจ็ดเม็ด หนักรวม 140 กะรัต ที่แต่ละเม็ดนั้นเป็นตัวแทนของแต่ละปีแห่งประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และแทนที่จะให้ความสำคัญกับจำนวนกะรัต แต่บุลการีได้มอบหัวใจอันดับแรกให้กับความสวยงามของการจัดวางและความสมดุล โดยเติมเต็มด้วยความท้าทายพิเศษ ที่เพชรทรงหยดน้ำเหล่านี้ล้วนถูกโอบล้อมไปด้วยโครงร่างซึ่งทำจากแพลทินัมที่ดูราวกับเกลียวคลื่นสามมิติอันคดเคี้ยวเย้ายวนใจ พร้อมทั้งประดับตกแต่งอย่างกลมกลืนด้วยเพชรบาแกตต์คัตโดยใช้เวลากว่าห้าเดือน โครงสร้างอันเย้ายวนใจและลื่นไหล พร้อมด้วยความยืดหยุ่นของงูที่เลื้อยขดจรดด้านหลังของสร้อยคอนั้นยังเผยให้เห็นสัญลักษณ์อันเป็นไอคอนิก รวมถึงความสำคัญของการรังสรรค์ตัวเกี่ยวซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผลงานมาสเตอร์พีซอันเป็นตัวแทนของการถือกำเนิดใหม่อย่างนิจนิรันดร์ให้ได้กลายมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง


ภาพและข้อมูล: BVLGARI

สายคาเฟ่ต้องมา! “มายด์ – ณภศศิ” พาชิล @ The Summer Coffee สาขาสยามพารากอน

ขอบอกเลยว่าการเช็คอินพิกัดช้อปปิ้งระดับโลกอย่าง “สยามพารากอน” รอบนี้ของเซเลบสาวสุดชิค “มายด์ – ณภศศิ” สาวก Cafe Hopper ต้องตามมาเลยค่ะ เพราะเธอจะพาไปปักหมุดความฟินกันที่พิกัดชิลแห่งใหม่อย่าง The Summer Coffee ซึ่งเป็นร้านกาแฟสุดฮ็อตจากอยุธยาที่มาเปิดสาขาใหม่สุดจึ้ง ณ ชั้น G สยามพารากอน เพื่อเอาใจสายชิลอย่างทั่วถึง

โดย The Summer Coffee สาขาสยามพารากอน มาพร้อมกับเริ่ดแบบจัดเต็ม ซึ่งสะดุดตาตั้งแต่การตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้านที่ให้บรรยากาศสนุกสนาน แต่ยังคงกลิ่นอายตามแบบฉบับของสาขาดั้งเดิมเอาไว้ เรียกว่าถ่ายรูปมุมไหนก็เก๋ อีกทั้งยังดีงามด้วยพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งมีที่นั่งรองรับเหล่าสายชิลถึง 2 ชั้นเลยทีเดียว 

ที่เริ่ดมากๆ อีกอย่างคือ The Summer Coffee สาขาสยามพารากอน ถือเป็น Official Shop ที่รับรองว่าถูกใจคอกาแฟอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้เลือกเยอะแล้ว ที่นี่ยังมีบาร์กาแฟทั้ง Speed Bar และ Slow Bar รวมถึงมีกาแฟรูปแบบต่างๆ ให้เลือกช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟ, กาแฟแคปซูล, Cold Brew หรือ Drip Bag ซึ่งสำหรับใครที่ซื้อเป็นของขวัญ ที่นี่ก็มีบริการเขียนการ์ดให้ด้วยค่ะ   

นอกจากนี้ The Summer Coffee สาขาสยามพารากอน ยังเล่นใหญ่ด้วยการมีสเตชั่นทำกาแฟที่คุณสามารถลงมือชงเองได้ ซึ่งหากใครซื้อเมล็ดกาแฟ ก็สามารถชงแล้วชิมกันได้เลย

สำหรับเมนูพิเศษห้ามพลาด! ซึ่งมีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น คือกาแฟปั่น Summer Frosty Coffee ที่ใช้เมล็ดเบลนด์พิเศษเพื่อการปั่นโดยเฉพาะ ใครเป็น Coffee Lover ขอบอกเลยว่าต้องลอง

เรียกว่าเริ่ดสุดๆ ตอบโจทย์ทั้งคอกาแฟและสายคาเฟ่ หรือหากใครอยากนั่งพักชิลๆ หลังช้อปปิ้ง ก็ตามมาเช็คอิน The Summer Coffee สาขาสยามพารากอน กันที่ชั้น G ได้เลยค่ะ 

อีกก้าวสำคัญของ SIRIVANNAVARI ในการปรากฏบนพรมแดงคานส์

ผลงานประจักษ์เสื้อผ้าแบรนด์ไทย SIRIVANNAVARI โดยครีเอทีฟไดเรคเตอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ปรากฏบนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) ครั้งที่ 77 ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ถูกเลือกใส่โดยเซเลบริตี้ระดับโลก

ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ SIRIVANNAVARI  ในการสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในบรรดานักแสดงในวงการภาพยนตร์ระดับโลก

Amy Jackson นางแบบและนักแสดงสาวชาวอังกฤษ ผู้มีผลงานน่าจับตามองทั้งในวงการบอลลีวู้ดและฮอลลีวู้ดหรือที่รู้จักดีในฐานะคู่หมั้นสาวของ Ed Westwick หรือ Chuck Bass แห่ง Gossip Girl ที่เพิ่งขอแต่งงานไปเมื่อต้นปี

ล่าสุดในค่ำคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา Amy Jackson ร่วมเดินพรมแดงพรีเมียร์ภาพยนตร์ เรื่อง Horizon: An American Saga ของเควิน คอสเนอร์  ในชุดราตรีสีดำ ผ้าไหมออแกนซ่า ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI คอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2024-2025 

โดยชุดราตรีนี้เนรมิตความสง่างามให้กับสุภาพสตรีด้วยผ้าไหมอันหรูหรา แขนเสื้อเปิดไหล่ถูกรังสรรค์ให้เป็นรูปทรงโค้งตามธรรมชาติ โอบกอดลำตัวดั่งปราการปกป้องความเปราะบางของสตรี  ส่วนกระโปรงตัดเย็บด้วยเนื้อผ้ามัวเร่ แนบกับสรีระดุจงานประติมากรรมอันทรงคุณค่า เหมาะสมอย่างยิ่งกับนักแสดงสาวมากความสามารถ ผู้คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย

ต่อมาคือลุคของ นักแสดงเจ้าบทบาทชาวฝรั่งเศส  Elsa Zylberstein  ที่มีผลงานทั้งภาพยนตร์ ทีวีซีรีส์และละครเวที การันตีด้วยรางวัลมากมาย ได้เฉิดฉายบนพรมแดงในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง Emilia Perez ในชุดเดรสสีแดงสไตล์กูตูร์ อีกหนึ่งลุคหรูจากคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2024-2025  มีไฮไลท์ที่งานจับเดรปทั้งตัว คัตติ้งรูปหัวใจบริเวณอกประดับด้วยงานปักอันประณีต รังสรรค์ให้ชุดราตรีนี้ดูมีความทันสมัยและโดดเด่นไม่เหมือนใคร


สง่าดุจเจ้าหญิง เปิดดีเทล 3 ชุดแต่งงานอลังการ ‘แก้มบุ๋ม ปรียาดา’

ดีเทลแน่นทุกลุค! เปิดรายละเอียด 3 ชุดเจ้าสาวสุดอลังการของ ‘แก้มบุ๋ม ปรียาดา

ชื่นมื่นกันถ้วนหน้ากับงานวิวาห์ที่ผ่านมาระหว่าง ‘แก้มบุ๋ม ปรียาดา’ กับ ‘พีท กันตพร หาญพาณิชย์’ ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ โดยภายในงานมีแขกคนสำคัญและคนดังมากมายมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ซึ่งแต่ละคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่างานในวันนี้สวยมากๆ ราวกับอยู่ปราสาทใต้ท้องทะเลตามธีมที่วางไว้ ซึ่งแน่นอนว่ามีปราสาทแล้วเจ้าหญิงจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าสาวของเรานั่นเอง ที่ปรากฏตัวในสามลุคที่อลังการชนิดกินกันไม่ลง

เริ่มต้นด้วยลุคหน้าแบคดรอป แก้มบุ๋ม ปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวทรง Princess A-line จาก Milan Bridal Couture & Wedding Studio โดยมีเนคไลน์เป็นทรงเกาะอกแบบโค้งเว้าเป็นเคิร์ฟบริเวณหน้าอก และช่วงตัวตัดเป็นแบบคอร์เซ็ทให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน

ภาพรวมสีของชุดจะเป็นสี Nude Ivory โดยโครงชุดใช้ผ้า Tulle เนื้อบางเบาสีแชมเปญนู้ดตัดกับดอกไม้ที่ประดิษฐ์แฮนด์เมดสีขาวอ้อฟไวท์นับพันนับหมื่นดอก เป็นดอกลอยแบบสามมิติ หลากหลายขนาด และหลากหลายรูปทรง จัดวางร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างงดงามรอบตัวชุด สื่อถึงความเป็นเจ้าสาวในลุคที่อ่อนหวาน อ่อนโยน และอ่อนเยาว์ ราวกับเจ้าหญิงในหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์

ชุดนี้มีความระยิบระยับ ด้วยการปักมุก เลื่อมลูกปัดเสริมเพิ่มแต่งเข้าไปในเกสรของดอกไม้แต่ละดอกอย่างละเอียดละออ เมื่อต้องแสงก็จะยิ่งงดงาม ดูโรเมนติกมากยิ่งขึ้น เสริมกิมมิกที่ช่วงแขน เป็นปลอกแขนดีเทลฟุ้งๆ ประดับด้วยดอกเดซี่ดอกเล็กๆปักคริสตัล Swarovski เม็ดจิ๋ว กระจายอยู่ทั่วทั้งแขน ยิ่งเพิ่มทำให้ชุดนี้มีความหวานละมุน น่ารัก เสริมความมั่นใจ และดูเป็นสไตล์ของคุณแก้มบุ๋มที่สุด

ส่วนชุดต่อมาเรียกว่าอลังการที่สุด ตัดเย็บและออกแบบโดย Milan Bridal Couture & Wedding Studio เช่นกันซึ่งทางร้านได้ลงความเห็นว่าชุดนี้เป็น Masterpiece of the year

โดยชุดดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟแชนเดอเรีย ในห้อง The Hall of Mirrors ในพระราชวังแวร์ซาย ก่อนนำมาถ่ายทอดลง ชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์ สีขาว Off-White หางยาวอลังการกว่าสามเมตร หรูหราด้วยงานปักแฮนด์เมดทั้งชุด เลเยอร์ระบายริ้วทวิสรอบตัว เป็นทรงกลีบดอกทิวลิปทับซ้อนกันอย่างงดงาม

ลายปักของชุด ประดับด้วยวัสดุอะไหล่ปักหลากชนิด โดยเฉพาะ Crystal และ Diamond จาก Swarovski สุดตระการตานับหลายหมื่นเม็ด ลงบนผืนกระโปรงทั่วทั้งชุด ไปจนถึงงานปักบนผ้าซีทรูบริเวณคอ เป็นทรงสร้อยเพชรระย้า ทำให้ชุดนี้มีน้ำหนักถึง 29 กิโลกรัม เป็นชุดที่หรูหรา และอลังการที่สุดแห่งปีจริงๆ

และลุคนี้จะขาดไม่ได้ด้วยเวลยาวอลังการกว่า 5 เมตร ซึ่งถูกทำขึ้นเป็นพิเศษด้วยการวาด และปักขึ้นสะดึงเป็นโลโก้ ชื่อของคุณแก้มบุ๋ม และคุณพีท (Kambum~Peace) พร้อมลายปักเป็นเชิงรอบชายเวลทั้งหมด เพิ่มความงดงามและลงตัวให้กับชุดเจ้าสาวชุดนี้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

และชุดสุดท้ายใน After Party บอกเลยว่าเด่นไม่แพ้ใครเพราะมากับมินิเดรสเข้ารูปพร้อมคอร์เซ็ตที่อวดสรีระแสนสง่างามของเจ้าสาว อีกทั้งยังประดับด้วยไข่มุกทั้งตัวตรงตามคอนเซปต์งาน แม้เห็นดีเทลแน่นขนาดนี้แต่ใช้เวลารังสรรค์เพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่ชุดนี้เป็นผลงานจาก Gift Ratree Studio


ภาพ: aistudio.wedding, narakorn photography, milanweddingbkk และ Gift Ratree Studio

ข้อมูล: milanweddingbkk

แกร็บฟู้ด ปั้นซับแบรนด์ ‘Only at Grab’ คว้าร้านในกระแส อัดสื่อออฟไลน์-ออนไลน์ มัดใจสายกิน

แกร็บฟู้ด (GrabFood) เปิดเกมบุกเดินหน้าเขย่าตลาด ทุ่มงบดันซับแบรนด์ “Only at Grab” เจาะกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ชู 3 ไฮไลท์ “ABC” รุกขยายร้านเด็ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั่วประเทศ (Acquisition) อัดสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์หวังสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด (Brand Visibility) คว้าคุณอิ๊งค์และเจมิไนน์-โฟร์ท สร้างคอนเทนต์-เอนเกจเมนต์กับผู้ใช้บริการ (Content & Consumer Engagement) พร้อมส่งแคมเปญใหญ่ “ร้านเด็ดทั่วไทย สั่งได้ Only at Grab” ขนทัพร้านดังที่อยู่ในกระแสนำทัพโดย SOURI หนึ่งนมนัว Emily’s ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ขนมไข่เตาถ่าน HAAB The Cheesecake Factory ข้าวโซอิ สุกี้ช้างเผือก โกเบนซ์ข้าวต้มแห้ง และอีกมากมาย มาพร้อมส่วนลดสูงสุด 30% และโปรฯ ส่งฟรี 0 บาท หวังมัดใจสายกิน

จุดเด่นของ Only at Grab คือการสร้างประสบการณ์สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้เฉพาะที่Grab เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การสรรหาร้านเด็ดร้านดังซึ่งกำลังเป็นที่นิยม (Exclusive Merchant) การนำเสนอเมนูพิเศษและการทำคอลแลบบอเรชันของร้านสุดฮิปต่างๆ (Exclusive Menu) รวมไปถึงการนำเสนอดีลและส่วนลดพิเศษ (Exclusive Deal) ปัจจุบันเรามีร้านอาหารจากทั่วประเทศภายใต้ซับแบรนด์ Only at Grab กว่าหลายพันร้านและยังคงสรรหาร้านใหม่ ๆ ที่อยู่ในกระแสมาเอาใจผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เราทุ่มงบเพื่อโหมทำกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ ‘ร้านเด็ดทั่วไทย สั่งได้ Only at Grab’ 


โค้งสุดท้ายแล้ว กับ เมนูคลายร้อน เทศกาล ข้าวแช่ เอส แอนด์ พี มาพร้อมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้

พิเศษ เอส แอนด์ พี จำหน่ายชุดข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้เซตใหญ่ ราคาชุดละ 298 บาท สำหรับช่องทาง S&P Delivery 1344 จำหน่ายชุดข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้เซตเล็ก ราคาชุดละ 198 บาท และ ชุดข้าวแช่ชุดเล็กเหมาะสำหรับรับประทานคนเดียว ราคา 148 บาท ข้าวแช่ เอส แอนด์ พี บรรจุในกล่องอาหารพร้อมทาน สะดวกรับประทานได้ทุกที่ อร่อย ชื่นใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม นี้เท่านั้น ไม่อยากให้พลาดความอร่อยสดชื่นกันนะ

“โรงพยาบาลของกลุ่ม BCH” และ “เมดีซ กรุ๊ป” เปิดตัวศูนย์การจัดเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน CELL HARVESTING CENTER

บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสถาบันการฝากเก็บ คัดแยก เพาะเลี้ยง และวิจัยสเต็มเซลล์แบบครบวงจร พร้อมรางวัลการันตีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล  จำกัด (มหาชน)กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์  กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช และกลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เป็น กลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย มีทั้งหมด 14 สาขาในประเทศไทย และ 1 สาขาในต่างประเทศ ที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อการเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจการบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่การเปิดตัว ศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และครบวงจร ยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง การบริการทางการแพทย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยนวัตกรรมซึ่งเป็นเทรนด์ของเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อให้ได้การฝากเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงทุกช่วงวัย ซึ่งมูลค่าของตลาดนี้ในระดับโลกถือว่าประเมินค่าไม่ได้ เพราะทุกคนสามารถฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกันของตัวเองได้

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผู้คนในโลกปัจจุบันกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากวิกฤติด้านสุขภาวะที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม มลพิษเช่นPM 2.5 อัตราผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ไปจนถึงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 และเชื้อโรคกลายพันธุ์ชนิดใหม่อย่างมากมาย เมดีซ กรุ๊ป ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในทั่วโลก และได้ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาถึง 14 ปี เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสุขภาพให้กับคนทั่วโลก มุ่งมั่นนำเสนอทางเลือกใหม่ที่จะทำให้ผู้คนสามารถมีชีวิตอันยืนยาวและใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิมได้

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในส่วนของบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช และกลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เป็น กลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย มีทั้งหมด 14 สาขาในประเทศไทย และ 1 สาขาในต่างประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจการบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บริษัทมุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทันสมัยและครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ  โดยพันธกิจหนึ่งของบริษัทฯเรา คือ เราจะร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ความสำเร็จร่วมกัน เราจะมอบความไว้วางใจในด้านการบริการสุขภาพเพื่อให้โรงพยาบาลของเราเป็นหนึ่งในใจผู้ป่วยและวันนี้เมื่อเราร่วมมือกับ เมดีซ กรุ๊ป ในการจัดตั้งศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ยิ่งเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของเราในการดูแลคนไข้ได้อย่างรอบด้าน