หมั่นสังเกตตัวเองให้ดี โรคแพนิคอาจใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

ในปัจจุบันนี้โรควิตกกังวลอาจเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่ใครหลาย ๆ คนคิด เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือเหตุการณ์ทางสังคมในทุกวันที่มีความกดดันสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนก่อให้เกิดความเครียดได้ง่าย

โดยหนึ่งในประเภทของโรควิตกกังวลที่เรามักจะได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ‘โรคแพนิค’ นั่นเอง แม้ว่าโรคแพนิคจะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ควรสังเกตลักษณะอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ดี เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างราบรื่น

ทำความรู้จักกับโรคแพนิค

โรคแพนิค คือโรควิตกกังวลประเภทหนึ่งซึ่งเกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่สามารถส่งผลต่อการระบบทำงานส่วนอื่น ๆ บนร่างกายได้มากมาย โรคแพนิคแสดงอาการออกมาได้หลากหลายอย่างร่วมกัน เช่น หัวใจเต้นแรง, มือเท้าสั่น, ตัวชา, หายใจถี่ หรือท้องไส้ปั่นป่วน เป็นต้น

ซึ่งอาการของโรคแพนิคนี้ยังอาจทำให้ผู้ป่วยตื่นกลัวและวิตกกังวลเป็นอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือสร้างความลำบากในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

โรคแพนิคมีอาการอย่างไร

อาการของโรคแพนิคนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังคาดเดาได้ยากว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นก่อนที่จะรู้จักกับแนวทางการดูแลตนเองหรือวิธีรักษาโรคแพนิค ในหัวข้อนี้เราจะพามาดูกันก่อนดีกว่าว่าโรคแพนิคมีอาการอย่างไรบ้าง

อาการของโรคแพนิค

  • หัวใจเต้นแรงหรือเร็ว ใจสั่น
  • เจ็บแน่นบริเวณหน้าอก
  • หายใจถี่ หายใจติดขัด
  • ตัวสั่น มือเท้าสั่น
  • ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้
  • เหงื่อออกมาก
  • วิงเวียนศีรษะ มึนงง จะเป็นลม
  • ชาตามปลายมือและปลายเท้า
  • รู้สึกหวาดกลัวทุกอย่าง หรือกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับตนเอง

สาเหตุของโรคแพนิค

โรคแพนิคเป็นโรคที่หลาย ๆ คนมักเข้าใจกันเพียงแค่ว่าเป็นโรคที่เกิดจากความวิตกกังวล แต่ความจริงแล้วโรคแพนิคนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่

  • สารเคมีในสมองขาดความสมดุลจากความผิดปกติของฮอร์โมน
  • ผู้ที่มีญาติหรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคแพนิค จะมีโอกาสเป็นโรคแพนิคได้มากกว่าคนทั่วไปเนื่องจากกรรมพันธุ์
  • เกิดจากการเสพหรือใช้สารเสพติด
  • เกิดจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนควบคุมความความทรงจำที่มีชื่อว่า ‘Amygdala’ ที่ส่งผลต่อความกลัวโดยตรง
  • มีความเครียดสะสมจากการดำเนินชีวิต
  • เคยผ่านเหตุการณ์หรือได้รับประสบการณ์เลวร้ายในอดีต
  • ถูกกระตุ้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เผชิญหน้ากับความกดดัน, วิตกกังวล, ขาดการออกกำลังกาย, พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือทำงานด้วยคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ๆ

ตรวจวินิจฉัยโรคแพนิคได้อย่างไร

การที่จะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตนเองเป็นโรคแพนิคนั้นการสังเกตอาการด้วยตนเองหรือคนใกล้ตัวเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่พอ แต่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยแพทย์จะมีการวินิจฉัยโรคแพนิคในผู้ป่วย ดังนี้

  • เกิดอาการแพนิคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการใช้สารเสพติด, การใช้ยาบางชนิด หรือมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นต้น
  • เกิดอาการแพนิคขึ้นบ่อยครั้งโดยที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้
  • มีความรู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวเป็นระยะเวลาเกินหนึ่งเดือนแม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมานานแล้วก็ตาม

โรคแพนิครักษาอย่างไรได้บ้าง

วิธีการรักษาโรคแพนิคนั้นสามารถทำได้ด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง เพื่อให้ยาเข้าไปปรับสารเคมีในสมองที่ผิดปกติให้กลับมาสมดุล ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องรักษาทางจิตใจ หรือที่เรียกว่า ‘จิตบำบัด’ ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งการรับการรักษาอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือการปรึกษาหมอออนไลน์นั่นเอง เนื่องจากมีความสะดวกที่มากกว่า

นอกจากนี้การจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลเองก็สำคัญเช่นกัน รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันหรือเลือกอาศัยอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคแพนิค

สำหรับผู้ที่เป็นโรคแพนิคนั้นไม่เพียงแค่ควรรู้วิธีการรักษาเท่านั้น แต่ยังควรรู้ถึงวิธีการดูแลตนเองด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดอาการโรคแพนิค หรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมซึ่งจะส่งผลให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้น

วิธีการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคแพนิค

  • ฝึกเทคนิคหรือหาวิธีการผ่อนคลายเพื่อลดระดับความเครียดที่อาจเกิดขึ้น
  • ห้ามบรรเทาอาการโรคแพนิคด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือการรับประทานยานอนหลับ เพราะจะทำให้อาการโรคแพนิครุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อหยุดรับประทาน
  • หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ สามารถออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินเล่น โยคะ หรือเต้นแอโรบิกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างหักโหม 
  • ควรงดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, เครื่องดื่มชูกำลัง รวมไปถึงน้ำอัดลมบางชนิด
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาตามขั้นตอน

สรุปโรคแพนิค

ในยุคปัจจุบันนี้ที่มีสถานการณ์อันน่ากดดันมากมายรายล้อมตัวเราอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้คนมากมายเกิดความเครียดสะสมและวิตกกังวลกับสิ่งต่าง ๆ รอบกาย จึงไม่แปลกเลยที่โรคแพนิคจะกลายมาเป็นโรคที่สามารถพบเจอกันได้มากยิ่งขึ้น 

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เนื่องจากโรคแพนิคนั้นสามารถรักษาได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งจะให้การรักษาที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายยาไปให้รับประทาน หรือการทำจิตบำบัดก็ตาม

นอกจากนี้คุณยังสามารถป้องกันโรคแพนิคแบบเบื้องต้นด้วยตัวเองได้โดยการปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดไปในทางบวกให้มากยิ่งขึ้น หรือย้ายตนเองไปอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เพื่อให้การใช้ชีวิตของคุณมีความสุขและห่างไกลความเครียด

และสำหรับใครที่กำลังมีปัญหา หรือต้องการได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่สะดวกเดินทางไปหาหมอสามารถหาหมอออนไลน์ในแอปพลิเคชัน BeDeeได้เลย แอป BeDee มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาจากเครือ BDMS ให้บริการทุกวันถึง 23.00 น. หรือสามารถทำแบบประเมินความเครียด Burnout โรคซึมเศร้า หรือประเมินความเข้มแข็งทางใจเบื้องต้นกับพยาบาล ไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลด BeDee คลิก https://bit.ly/4btcZSY

เริ่มแล้ว นิทรรศการ I AM FINE ! DIVE INTO THE LIVES OF 10 ICONIC ARTISTS

“I AM FINE !” นิทรรศการศิลปกรรมเปิดตัวหนังสือสิบศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย พร้อมคอลเลกชันของที่ระลึกน่าสะสมสุดพิเศษ ภายใต้แนวคิด “DIVE INTO THE LIVES OF 10 ICONIC ARTISTS” ให้ได้สัมผัสเรื่องราวชีวิตบนเส้นทางศิลปะ และผลงานอันทรงพลัง ผ่านตัวหนังสือที่เรียงร้อยถ้อยคำโดยตัวศิลปินเอง 10 เล่ม 10 ศิลปิน 10 แรงบันดาลใจ  เริ่มแล้ววันนี้ ถึง วันที่ 23 มิถุนายน 2567 ณ ห้อง RCB 1-2-3 ชั้น 2 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก

I AM FINE ! DIVE INTO THE LIVES OF 10 ICONIC ARTISTS นับเป็นนิทรรศการแรกที่ศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยทั้งสิบท่านร่วมกันจรดปากกาเล่าเรื่องราวการเดินทางต่อสู้เพื่อความฝันบนเส้นทางศิลปะกว่าจะมาเป็นตัวตนบนผืนผ้าใบผ่านตัวหนังสือที่จัดพิมพ์สองภาษา (ไทย-อังกฤษ) รวมทั้งบอกเล่ามุมมอง และรายละเอียดผลงานชิ้นสำคัญที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ให้ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ และผู้ที่สนใจมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ศิลปะสุดพิเศษครั้งนี้  สำหรับศิลปินทั้งสิบท่าน ได้แก่

“ประทีป คชบัว” เรื่องเล่าของเด็กบ้านช่างหล่อ สู่ศิลปินวาดภาพแนว Surrealism อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ผลงานของเขาล้วนสะท้อนเรื่องราวในใจต่าง ๆ มากมาย หลั่งไหลพรั่งพรูลงอาบผืนผ้าใบชิ้นแล้วชิ้นเล่า ตามห้วงเวลา และดูเหมือนจะร้อยเรียงเรื่อยไปไม่จบสิ้น

“วัชระ กล้าค้าขาย” ศิลปินผู้มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง ในการวาดภาพเหมือนบุคคลได้งดงามวิจิตรบรรจง ศิลปินผู้เลือกเดินทางตรงสู่เป้าหมายผ่านผลงานทางศิลปะและงานเพื่อสังคมการศึกษา ผู้ซึ่งมองว่า “ความสามารถไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้ตนเอง แต่ยังส่งต่อผู้อื่น”

“แดง บัวแสน” ศิลปินผู้มีฝีไม้ลายมือขั้นเทพคนหนึ่ง กับผลงานสอดแทรกเรื่องราวความสนุก ความทรงจำ และธรรมะ ไว้ได้อย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ใคร ๆ ต่างรอคอยที่จะได้ชื่นชมและสะสมงานชิ้นใหม่ ๆ ของเขาเสมอ “From Realism to Surrealism ศิลปะแห่งช่วงเวลา”

“ธีธัช ธนโชคทวีพร” ศิลปินผู้มีผลงานโดดเด่นด้านความต่างในสไตล์ Neo Surrealism และการใช้สัญลักษณ์มากมาย ซึ่งล้วนแสดงออกถึงความคิดในรูปแบบเสรี  มีสีสันเด่นชัดสะดุดตา และเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยประสบการณ์ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต

“ชัยณรงค์ กองกลิ่น” ศิลปินผู้ใช้ชีวิตบนผืนผ้าใบ สะท้อนมุมมองต่อโลกและสังคมผ่านฟิกเกอร์เรทีฟ (Figurative) อันทรงพลังซึ่งกวาดรางวัลมามากมายตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษา จนกลายเป็นไอดอลของหลายคน เพราะผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ในหลายรูปทรงทั้ง คน สัตว์ สิ่งของ ที่ล้วนอ้วนใหญ่กว่าปกติ สร้างความน่ารัก น่าสนใจ และน่าจดจำ เพราะสำหรับ “ชัยณรงค์” แล้ว “ศิลปะ” คือ “ความสุข”

“จงจิตร มูลมาตย์” ศิลปินลูกอีสานที่บนทางเดินศิลปะของเขาไม่ง่ายหรือสวยหรู แต่ก็ฟันฝ่าจนสามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมและเหรียญเงินจากเวทีการประกวดงานศิลปะของธนาคาร UOB ปี 2559 และปี 2561 พลิกชีวิตเข้ามาสู่วงโคจรของศิลปะพิสุทธิ์แบบเต็มตัว สร้างงานจากแรงบันดาลใจจากสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวัน

“เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์” ศิลปินที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่าประสบความสำเร็จขั้นสุดในศิลปะบนโลกออนไลน์ (NFT) ของไทย เจ้าของนามปากกา Line Censor ผลงานภาพเขียน งานปั้น งานโมเดล ขนาดเล็กใหญ่ล้วนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั้งใน และต่างประเทศ

“อัญชลี อารยะพงศ์พาณิชย์” ศิลปินหญิงที่ก้าวเดินมาบนเส้นทางศิลปะด้วยเอกลักษณ์งานซึ่งมีจุดเด่นชัดเจน ทั้งเนื้องานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์และรูปแบบงานตาโต ที่ใคร ๆ ในวงการศิลปะ ก็รู้จัก ด้วยผลงานภาพวาดเหมือนจริงที่มีส่วนผสมของลายเส้นการ์ตูนดูแปลกตาของเธอ เข้าตาหลายแกลเลอรี่จนได้รับเชิญไปจัดแสดงร่วมกับผลงานของศิลปินหน้าใหม่จากทั่วโลกในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

“ออฟ สมิธ” ศิลปินหนุ่มผู้มีแนวคิดไม่เหมือนใครและมีผลงานโดดเด่นถึงต่างแดน หรือที่รู้จักกันในนามของ “AOF SMITH” ศิลปินที่มีความมั่นคงทางความคิด และพัฒนางานต่อเนื่องอย่างหนักหน่วง จนผลงานเป็นที่ยอมรับของนักสะสม ทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีคิวการแสดงภาพในต่างประเทศยาว ๆ ไปถึงปี 2026

“วิษณุพงษ์ หนูนันท์” ศิลปินรุ่นใหม่ที่บรรดานักสะสมต่างให้ความสนใจ และชื่อที่บรรดานักสะสมหรือคนรู้จักต่างมักเรียกเขาจนติดปากก็คือ “หนูนันท์”  ผู้ซึ่งเน้นย้ำเสมอว่า “ภาพของหนูนันท์ต้องไม่มีภาพพิมพ์ เช่นเดียวกับงานประติมากรรมงานปั้นต้องไม่มีการทำซ้ำจากจำนวนที่กำหนด งานทุกชิ้นของ “หนูนันท์” จะประณีตตั้งใจ ทุกชิ้นจะมีเรื่องราวที่สะท้อนแง่มุมบางสิ่งบางอย่างสอดแทรกเอาไว้อย่างลึกซึ้งเสมอ หากถาม “หนูนันท์” ว่า ทำไมนักสะสมถึงชอบผลงานของเค้า คำตอบที่ได้คือ “เพราะเวลาที่นักสะสมมองภาพนั้น เขาจะเหมือนได้คุยกับตัวเขาเอง” “หนูนันท์” ศิลปินที่มีนักสะสมรอคอยจับจ้องเป็นเจ้าของผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้

ภายในงานนิทรรศการ “I AM FINE !” DIVE INTO THE LIVES OF 10 ICONIC ARTISTS นอกจากจะเป็นการเปิดตัวหนังสือของศิลปินทั้งสิบท่านแล้ว ยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมหลากหลายรูปแบบให้ผู้เข้าชมได้เต็มอิ่มไปกับเรื่องราวซึ่งสะท้อนมุมมองของศิลปินหลักทั้งสิบท่าน และศิลปินรับเชิญอีกเก้าท่าน ได้แก่ อินสนธ์ วงศ์สาม ศิลปินแห่งชาติ ปี 2542 สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม), วีระพันธ์ ผลธรรมา, สนามชัย พวงระย้า, จักรี คงแก้ว, สุชาติ ม่านทอง, มาลี นารี, อำนาจ ฉลอง, คงศักดิ์ เจียมสากล และ พงษ์ภูธาร ทำดี ที่ให้เกียรตินำผลงานมาร่วมสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย

ความพิเศษที่พลาดไม่ได้อีกอย่างในงานนี้ คือโอกาสที่จะได้เลือกซื้อของที่ระลึกน่าสะสมผลงานสร้างสรรค์จากศิลปิน ที่ไม่เคยทำที่ใดมาก่อน เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่เพราะเป็นการออกแบบร่วมกันครั้งแรกของแปดศิลปินหลักที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์และสไตล์ของแต่ละคนไว้บนลวดลายถือได้ว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ดสุดคิ้วที่น่าจับจองเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้สายชอปปิงไอเทมเด็ดต้องถูกใจ เพราะสามารถเป็นเจ้าของผลงานศิลปินที่ชื่นชอบ บนของที่ระลึก เช่น แก้ว ร่ม ซองการ์ด ที่เปิดขวด และอีกมากมายในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจหนังสือสุดพิเศษของศิลปินทั้งสิบท่าน มีจำหน่ายที่งาน ในราคาเล่มละ 500 บาท ซื้อครบชุด 10 เล่ม รับส่วนลดพิเศษ 10% จาก 5,000 บาท เหลือเพียง 4,500 บาท สำหรับนักเรียน-นักศึกษา รับส่วนลดพิเศษ 40% จากราคา เล่มละ 500 บาท เหลือเพียง 300 บาท เพียงแสดงบัตรประจำตัวนักเรียน-นักศึกษา และหลังจบนิทรรศการ หากมหาวิทยาลัยใดสนใจ โดยเฉพาะที่มีสอนสาขาด้านศิลปะ สามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน inbox ระบุชื่อสถาบันและที่อยู่ มาที่เฟสบุ๊คเพจ TNC.ART ทางผู้จัดจะทยอยส่งมอบหนังสือทั้ง 10 เล่มซึ่งมีจำนวนจำกัดให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีโอกาสสัมผัสและชื่นชมผลงานของศิลปินที่ชื่นชอบต่อไป

มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะสุดพิเศษนี้ ที่งาน “I AM FINE !” DIVE INTO THE LIVES OF 10 ICONIC
ARTISTS ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 23 มิถุนายน 2567 ที่ห้อง RCB 1-2-3 ชั้น 2 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก เวลา 10.00 น
– 20.00 น.  งานนี้ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : TNC.art

หวานละมุน เปิดกระเป๋า Louis Vuitton สีฟ้าพาสเทลของ ‘คิมแทยอน’

คิมแทยอน‘ โพสต์รูปใหม่ทั้งทีแอบมาซูมอินกระเป๋า Louis Vuitton สีฟ้าพาสเทลแสนละมุนของเธอกันดีกว่า ใบที่ถืออยู่นี้ชื่ออะไรกันนะ?

แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ Louis Vuitton อย่าง ‘คิมแทยอน’ ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานไกลถึงประเทศอินโดนีเซียทั้งทีงานนี้จึงจัดเต็มลุคน่ารักๆ มาฝากแฟนๆ กัน โดยเธอเลือกใส่เป็นเสื้อเชิ้นสีขาวแขนตุ๊กตาที่เลเยอร์ทับมินิเดรสลายดอกเดซี่อีกหนึ่งชั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกระเป๋าคู่ใจดีไซน์สวยรุ่น Capucines Mini โดยกระเป๋าใบดังกล่าวปรียบได้ดั่งผลงานแห่งการสดุดีแด่ร้านแห่งแรกของหลุยส์ วิตตองที่เปิดขึ้นในปี 1854 บนถนน Rue Neuve-des-Capucines ในปารีส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรู้ความชำนาญด้านงานศิลป์ของผู้คนในย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้ ความพิเศษของกระเป๋าแต่ละใบต้องผ่านกรรมวิธีกว่า 250 ขั้นตอนจากช่างผู้มากประสบการณ์ สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 240,000 บาท ปรับปลี่ยนตามสีและวัสดุความหายาก ขอแอบกระซิบว่าสีฟ้าพาสเทลใบนี้ไม่มีของบนเว็บไซต์แล้วนะคะ!


ภาพ: Instagram @taeyeon_ss

สายฝนแห่งความสำเร็จ 3 โมเมนต์น่าจดจำของ ‘พีพี กฤษฏ์’ บนรันเวย์ Balenciaga

Talk of the Town! รวม 3 โมเมนต์น่าจดจำของ ‘พีพี กฤษฏ์‘ บนรันเวย์ Balenciaga ที่จัดขึ้นท่ามกลางสายฝน

กลายเป็นแฟชั่นโมเมนต์ที่หลายคนพูดถึง เมื่อ ‘พีพี กฤษฏ์’ โกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Balenciaga ปรากฏตัวบนรันเวย์ Spring 2025 ในลุคออลแบล็คลำดับที่ 3 ซึ่งจัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ และทันทีที่เขาปรากฏตัว #BalenciagaxPPKRIT บนทวิตเตอร์ก็ไต่ขึ้นเทรนด์อย่างรวดเร็ว อีกทั้งสื่อแฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศยังจับจ้องพีพีในค่ำคืนนี้เป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นดาวเด่นของงานนี้ก็ว่าได้

การเดินแบบครั้งแรกกับ Balenciaga

แม้หลายคนจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเริ่มแรกของการก้าวเข้าวงการ ‘พีพี กฤษฏ์’ เคยอยู่ในฐานะโมเดล ก่อนเริ่มรับงานแสดงและเป็นศิลปินแบบเต็มตัว จนวันนี้เขาได้หวนคืนรันเวย์อีกครั้งในฐานะ Global Brand Ambassador Balenciaga นำเสนอลุคที่ 3 ในคอลเล็คชั่น Spring 2025 ซึ่งทั้งนี้พีพียังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้ปรากฏตัวอยู่บนรันเวย์ของแบรนด์อีกด้วย

ความท้าทายสู่ความสำเร็จ

จากที่เห็นกันการเดินแบบครั้งนี้ไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะพีพีต้องเดินอยู่บนรองเท้าบู๊ตส้นตึกที่มีความสูงถึง 18 เซนติเมตร โดยเขาออกมาเผยว่า ก่อนเดินจริงแบรนด์ได้ส่งรองเท้ามาให้ฝึกซ้อมล่วงหน้า ซึ่งเขาก็ฝึกเดินจนชินและนำมาปรับใช้ในโชว์ที่เกิดขึ้น และอีกหนึ่งความท้าทายคงเป็นสายฝนที่โปรยลงมา หากใครได้ดูวีดีโอจะเห็นว่าฝนตกระหว่างโชว์ค่อนข้างหนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคเพราะเขาสามารถผ่านไปได้ด้วยดี และทำให้ทุกคนได้เห็นสปิริตความเป็นโมเดลที่อยู่ในตัวเขาอย่างชัดเจน

รายล้อมด้วยคนดัง

เป็นโอกาสดีๆ ของพีพีอีกครั้งสำหรับการร่วมงานระหว่าง Balenciaga เพราะเขาได้พบเจอกับคนดังมากมายตั้งแต่นางแบบอย่างคุณ BFRND ที่ดูเอ็นดูพีพีเป็นพิเศษ คุณฮ่าวหรานที่มาร่วมจอยด้วยกันในช่วง After Party หรือจะเป็นคุณมาร์ค จาคอบ Legendary Designer ระดับโลกที่มาคอมเมนต์อิโมจิหัวใจให้ สมกับการเป็นดาวเด่นของงานที่รายล้อมไปด้วยคนดังจริงๆ

รู้จัก Chin Design Locked เทคนิคเสริมคางที่เข้าใจสาวไทยของ “หมอหนึ่ง EMMA CLINIC”

“การเสริมคาง” ถือเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทุกยุคทุกสมัย ซึ่งด้วยวิวัฒนาการด้านความงามที่ก้าวไกล ทำให้คนรักสวย รักงาม มีตัวเลือกมากมาย Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว จึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “คุณหมอหนึ่ง – นายแพทย์อนันต์ จึงสุวัฒนานนท์” แพทย์ประจำเอมม่าคลีนิก มากประสบการณ์แห่ง EMMA CLINIC เจ้าของรางวัล Iconic Chin Augmentation จาก Praew Iconic Beauty 2023 พร้อมเจาะลึกเทคนิค Chin Design Locked ที่ช่วยเนรมิตคางสวยประทับใจให้สาวไทยมาแล้ว

เทรนด์อัพคางปังแบบไม่โป๊ะ

“นิยามความงามในมุมมองของหมอ หากเป็นความงามที่มีการเสริมเติมแต่งใดๆ ก็ต้องเป็นความงามที่ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่และเข้ากับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เรียกว่าเป็นตัวเองในแบบที่ดูดีขึ้น ซึ่งตรงกับเทรนด์การเสริมคางในตอนนี้ที่หลายคนเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าการเสริมคางไม่จำเป็นต้องยาวหรือยื่นจนเกินไป ที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาชื่นชอบคางที่ดูเนียนรับกับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างมิติให้กับภาพรวมของใบหน้าด้วยครับ”

เสริมคางสวยสไตล์ “หมอหนึ่ง EMMA CLINIC”

“แนวคิดการเสริมคางของหมอและ EMMA CLINIC คือ เราจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการวิเคราะห์ใบหน้าของผู้รับบริการแต่ละคนว่าปัญหาจริง ๆ ของเขาคืออะไร คางมีลักษณะแบบไหน เช่น คางสั้น คางถอย เพราะคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าตัวเองคางสั้น แต่ความจริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่เป็นปัญหาจากคางที่ถอยเข้าไปต่างหาก ทำให้ดูเหมือนคางสั้น ต่อมา คือ การทำความเข้าใจถึงรูปทรงคางที่ผู้รับบริการต้องการหรือคาดหวัง ซึ่งหมอต้องวิเคราะห์ก่อนด้วยว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะบางเคสอาจมีข้อจำกัด เช่น เรื่องสรีระ ความมากน้อยและความยืดหยุ่นของเนื้อผิว ดังนั้น หมอจึงต้องวิเคราะห์ปัญหาอย่างถี่ถ้วนก่อน แล้วจึงให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม ที่สำคัญคือต้องมองถึงภาพรวมของใบหน้าในระยะยาว

“จากแนวคิดการเสริมคางของ EMMA CLINIC ดังกล่าว บวกกับจุดเด่นสำคัญอย่าง การใช้เทคนิค Chin Design Locked ซึ่งเป็นการเปิดแผลด้านในปาก จึงเห็นโครงสร้างและปัญหาของคางเดิม ทำให้สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้รับบริการได้อย่างตรงจุด พร้อมช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ”

ความเริ่ดของเทคนิค Chin Design Locked

“หัวใจสำคัญของการเสริมคางด้วยเทคนิค Chin Design Locked อยู่ที่การเปิดแผลด้านในปาก ทำให้เห็นโครงสร้างและเข้าใจปัญหาของคางเดิมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่การวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด อีกทั้งเทคนิค Chin Design Locked ยังช่วยให้สามารถวางซิลิโคนแนบไปกับพื้นผิวกระดูก ทำให้ลดโอกาสการเกิดปัญหาเบี้ยวหรือเอียง โดยที่ EMMA CLINIC เราเลือกใช้ซิลิโคนเกรดที่สามารถฝังอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต มีความคงตัวสูง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ต่อร่างกาย

“นอกจากนี้การเปิดแผลด้านในปากตามเทคนิค Chin Design Locked ยังมีข้อดีตรงที่ไม่เกิดแผลด้านนอก ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น อีกทั้งแผลด้านในปากยังมีขนาดเล็ก ทำให้แผลค่อนข้างหายไว จึงใช้เวลาพักฟื้นน้อย รวมถึงไม่จำเป็นต้องทานอาหารอ่อน ๆ เป็นเวลานาน จากตัวอย่างเคสของหมอส่วนใหญ่ประมาณ 1 – 2 วัน ก็สามารถทานอาหารได้ตามปกติ ส่วนเรื่องการดูแลรักษาแผลด้านในปากก็ค่อนข้างง่าย ไม่ต่างจากการดูแลแผลด้านนอกเลย เพียงแค่ต้องงดแปรงฟันประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลฉีกขาด แต่สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากและไหมขัดฟันในการทำความสะอาดช่องปากแทนได้ครับ 

“สำหรับผลลัพธ์ของการเสริมคางด้วยเทคนิค Chin Design Locked จะเริ่มเห็นผลในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยรูปทรงคางจะเข้าที่ประมาณ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเข้าที่ไว ส่วนรัดแกนเต็มที่ประมาณ 1 – 3 เดือน  

“ที่สำคัญ คือ การเสริมคางด้วยเทคนิค Chin Design Locked ถือว่าค่อนข้างครอบคลุมปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคาง ไม่ว่าจะเป็นคางสั้น คางถอย คางตัด หรือคางบุ๋ม ซึ่งจากประสบการณ์ของหมอพบว่าคนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาคางถอยเป็นหลัก ดังนั้น การเสริมคางด้วยเทคนิคนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้ดี”

EMMA CLINIC

Website : www.emmaclinicthailand.com

Facebook : www.facebook.com/Emmaclinicthailland

Instagram: www.instagram.com/emmaclinic_thailand

Youtube : www.youtube.com/c/EMMAClinic

Line OA : @emmaclinic หรือ https://lin.ee/yuvfxgR

โทร. 06-6115-3521 หรือ 06-6115-3522

ระเบิดความมันส์ ครั้งแรก! กับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “Bangkok Bank M Visa The LegeMdary Exclusive Concert”

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเดิมความปัง เอาใจลูกค้ามอบประสบการณ์คอนเสิร์ตสุด Exclusive ระดับตำนาน  “Bangkok Bank M Visa The LegeMdary Exclusive Concert” ครั้งแรกกับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบสุดยิ่งใหญ่  สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa  เท่านั้น

ประเดิมความสนุกสุดมันส์ไปกับ 2 วงน้องใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง I Hate Monday กับสไตล์เพลงป็อปแจ๊สที่โดดเด่น และน้ำเสียงอันไพเราะชวนฝัน และอีกหนึ่งศิลปินหนุ่มผู้หลงใหลในเสียงดนตรีอย่าง The White Hair Cut พร้อมอีก 2 วงร็อคสัญชาติไทยที่ทุกคนรอคอย อย่างวง Paradox และ Potato ที่มาระเบิดความมันส์ตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม ให้เหล่าแฟนคลับสมาชิกบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa ได้สนุกสุดมันส์ ณ  MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

เตรียมพบกับคอนเสิร์ตสุด Exclusive เพื่อลูกค้าสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต หรือเดบิต Bangkok Bank M Visa ได้ตลอดปี 2567 เพียงสมัครสมาชิกบัตรเครดิต หรือเดบิต Bangkok Bank M VISA ได้ที่บูธรับสมัครในห้างเครือเดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์,   เอ็มสเฟียร์, พารากอน , ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา และโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ได้แล้ววันนี้ ติดตามกิจกรรมและสิทธิพิเศษอื่นๆได้ที่ www.mcardmall.com, www.facebook.com/mcardforall และ www.bangkokbank.com/BangkokBankMVisa

ยูไนเต็ดฟูดส์ เปิดตัวสินค้าใหม่น้ำแร่ธรรมชาติ แบรนด์ “All Spring”

บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทในเครือผู้นำด้านขนมขบเคี้ยวที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 50 ปี อาทิ ขนมเวเฟอร์ตราเซียงไฮ, ข้าวโพดอบกรอบ ตราโตโร, เยลลี่ ตราโยโย, ช็อกโกแลต ตรายูไนเต็ด อัลมอนด์ และอื่นๆ อีกมากมาย นำโดย  อจลา สุทธิสัมพัทน์ รองประธานกรรมการ บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ น้ำแร่ ธรรมชาติ 100 %  “ออลสปริง (All Spring)”  ตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพสำหรับ ทุกเพศทุกวัย

ออลสปริง (All Spring) น้ำแร่ธรรมชาติ 100% เป็นน้ำบริสุทธิ์ ใส สะอาดจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการกรองจากชั้นหินธรรมชาติที่มีแร่ธาตุชนิดต่างๆ ที่ความลึก 400 เมตร จากแหล่งน้ำวังจุฬา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ได้แก่ ไบคาร์บอเนต ซิลิกา แมกเนเซียม แคลเซียม ซัลเฟต โปแตชเซี่ยม คลอไรด์ และ ออลสปริง (All Spring) ยังมีค่าความเป็นด่าง pH 8.0-8.5 ช่วยปรับสมดุลของความเป็นกรด-ด่างในร่างกายอีกด้วย นับว่าเป็นอีกแหล่งน้ำคุณภาพสูงที่หาได้ยากมากในประเทศไทย   ทางบริษัทฯ มีความประสงค์หลักที่อยากให้คนไทยทั่วประเทศได้เข้าถึงน้ำแร่ธรรมชาติที่มีรสชาติดี คุณภาพเทียบเท่าน้ำแร่ต่างประเทศ ในราคาที่จับต้องได้ เรามุ่งมั่นรังสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสังคมด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ น้ำแร่ ออลสปริง (All Spring) ยังได้ผ่านการทดสอบจาก Water Sommelier ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิเคราะห์และแยกรสชาติของน้ำผ่านการอบรมจากสถาบัน Doemens Academy (โดร์เมน อคาเดมี่) ในประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจได้ว่า น้ำแร่ออลสปริง (All Spring) เป็นน้ำแร่ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ มาพร้อมรสชาติอมหวาน มีมวลน้ำที่ละมุน กลมกล่อมลงตัว ทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น ดับกระหาย คลายร้อน เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารได้หลากหลายเมนูจะช่วยให้รสชาติของอาหารโดดเด่นยิ่งขึ้น   และเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารักษ์โลก ออลสปริง (All Spring) ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมฝารูปแบบใหม่ที่แรกของประเทศไทย ฝา (Tethered Cap) ในคอนเซ็ปต์ “เปิด…ปิด ง่าย ฝาไม่หลุด” สะดวกในการดื่ม ลดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยฝาจะติดกับขวดตลอดจนไปถึงกระบวนการรีไซเคิล เพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้

                มาเป็นครอบครัวสุขภาพดีกับ น้ำแร่ธรรมชาติ  ออลสปริง (All Spring) ได้แล้ววันนี้  กับ 2 ขนาด บรรจุ 600 ML ราคา 10 บาท และ ขนาด 1,500 ML  ราคา 20 บาท  พร้อมพบกับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย  ทาง

Line Official : @allspring

Facebook : All Spring 

หรือสนใจสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง 

Shopee : https://shopee.co.th/allspringdelivery

Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/allspring 

Tiktok : https://www.tiktok.com/@allspringdelivery

แพทริค คุณ “ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยมายากล”

มายากล สำหรับคุณคืออะไร? แต่สำหรับ “แพทริค คุณ” (Patrick Kun) หรือ “บุณยกร คุณวัฒนาการ” นักมายากลไทยระดับโลกคนนี้ เขาบอกว่า มายากล คือ ชีวิตของเขา”

  • 22 ปี คือ จำนวนปี บนเส้นทางมายากล
  • เริ่มฝึกเล่นมายากลเป็นงานอดิเรก ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ปี
  • หนึ่งในผู้ออกแบบโชว์ให้กับนักมายากลระดับโลก David Copperfield
  • เข้าร่วมการแข่งขันรายการ America’s Got Talent Season 16 (ปี 2021)
  • กำลังจะมีการแสดงมายากลแบบ Theatre Show อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ร่วมกับนักมายากลระดับโลก 5 คน ในงาน THE MAGICIANS – Live in Bangkok 2024 (วันที่ 15 – 16 มิถุนายน 2024)

22 ปีบนเส้นทางมายากล จากจุดเริ่มต้น..จนถึงวันนี้

“งานมายากลมีหลายรูปแบบมาก ซึ่งตลอด 22 ปี ที่ผ่านมาก็ได้ทำงานที่แตกต่างกันไป ย้อนกลับไปตอนอายุ 15 ปี ผมเริ่มเล่นมายากล เพราะความสนใจ เล่นเป็นงานอดิเรก แต่ไม่เคยคิดว่าจะทำเป็นอาชีพ ผมชอบเวลาที่ได้เล่น ได้ซ้อม เริ่มจากการที่เราเล่นมายากลพื้นฐาน แบบ close-up จากนั้นก็เริ่มดีไซน์มายากล คิดกลไพ่ กลเหรียญ ในแบบของตัวเอง

“เริ่มถ่ายคลิปลงในช่องทางออนไลน์ ทำให้เริ่มมีคนในวงการรู้จัก เพราะด้วยสไตล์ของเรามีความแตกต่าง ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า visual คือมายากลที่เห็นได้ชัด เป็นการใช้เทคนิคฝีมือ ที่ดูเหมือนการตัดต่อ ผมชอบสไตล์แบบนี้ ก็เลยฝึกเล่นมาเรื่อย ๆ

“แต่ก็ไม่คิดจะเล่นมายากลเป็นอาชีพจริงจัง และพอจบมหาวิทยาลัย (อายุ 22 ปี) ก็มีโอกาสได้ทำงานกับ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ (David Copperfield) ในฐานะที่ปรึกษา และดีไซน์โชว์ ทำไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีเพื่อนชวนว่าสนใจทำรายการโทรทัศน์ไหม ซึ่งก็เป็นการทำงานอีกแบบหนึ่งเลย

“จากที่ผมเริ่มต้นเล่นมายากลแบบ close-up ขยับมาเป็นที่ปรึกษา คิดโชว์ illusion เน้นเสียงสี ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา หลังจากนั้นก็มาทำมายากลในด้านโทรทัศน์ ซึ่งแต่ละงานมีความแตกต่างกันหมดเลย จึงตัดสินใจลองดู จึงได้ทำงานกับนักมายากลชื่อดังเชื้อสายญี่ปุ่น ชื่อว่า Cyril  (ซีริล ทาคายามะ) และเดินทางไปทำงานที่บราซิล อังกฤษ และอีกหลายประเทศ

“เป็นการออกแบบกลสำหรับถ่ายเพื่อออนแอร์ทางโทรทัศน์โดยเฉพาะ ซึ่งก็เป็นมายากลอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่ได้มีแค่เวที ต้องเราต้องดูสถานที่ องค์ประกอบรอบตัวด้วย เช่น เดินอยู่ริมทะเล จู่ๆ ก็หยิบโปสเตอร์ขึ้นมา แล้วมะพร้าวก็หลุดออกมาจากรูปในโปสเตอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งงานที่เราได้ลอง ได้ฝึกสกิลใหม่ๆ และก็ได้คอนเน็คชั่นเพิ่มขึ้น ได้โอกาสไปทำโชว์ใหญ่ ๆ หลายงาน”

ไอเดียในการคิดโชว์หรือกลใหม่ๆ มาจากอะไรคะ

“ผมพกไพ่ติดตัวเสมอ เป็นสิ่งที่มาก่อนมือถือ และผมเคยทำคลิปแซวด้วยนะว่า ไพ่มาก่อนภรรยา (หัวเราะ) เพราะผมพกไพ่ติดตัวตลอดจริงๆ เวลาเดินๆ อยู่ แล้วเกิดไอเดีย ก็จะลองซ้อม ลองทำดู ไพ่เป็นสิ่งที่ทำให้สมองผมคิดนู่นคิดนี่ตลอดเวลา สนุกที่ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดครับ

“และเวลาที่เราคิดกลใหม่ๆ ได้ ก็สามารถนำไปขายในตลาดมายากล เพื่อให้นักมายากลคนอื่นสามารถซื้อไอเดียเราไปเล่นได้ เหมือนชอปขายของทั่วไป ที่ใครๆ ก็มาซื้อได้ มีวิดีโออธิบายว่าเป็นกลอะไร แต่เขาจะโชว์ร้อยเปอร์เซ็นต์ กันคนลอกเลียนแบบ ซึ่งความลับของมายากลจะไม่ได้ถูกเปิดเผย จนกว่าคุณจะซื้อมันไป มีตั้งแต่ราคาหลักสิบ ไปจนถึงหลักแสน หลักล้าน”

เพราะอะไรจึงตัดสินใจจากคนเบื้องหลัง มาสู่เบื้องหน้า

“ชีวิตผมกว่า 10 ปี ใช้เวลากว่า 70% ไปกับการทำเบื้องหลัง คิดกลต่างๆ ขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นโชว์ดีๆ ได้ทำโชว์กับคนเก่งระดับโลก อย่าง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ และ Cyril แต่พอเราแสดงมายากลของเราเอง กลับรู้ว่าประสบการณ์ด้าน performer ของเรายังขาด

“เหมือนกับนักแต่งเพลงกับนักร้อง บางทีนักแต่งเพลงเขาก็ร้องดี แต่ประสบการณ์เวทีเขาไม่ได้มีเยอะเท่านักร้องที่เอนเตอร์เทนคนดูได้ และนักร้องบางคนก็เก่งด้านการแสดงบนเวที แต่อาจจะแต่งเพลงไม่เก่งเท่านักแต่งเพลง เพราะฉะนั้นแต่ละคนมันมีความเก่งไม่เหมือนกัน

“ซึ่งช่วงที่ผมทำงานเบื้องหลัง ผมก็โพสคลิปมายากลของตัวเองอยู่เรื่อยๆ เป็นงานอดิเรกสนุกๆ ตามความชอบของตัวเอง จึงทำให้มีคนเริ่มรู้จัก ได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ที่เมืองไทย อันนี้เป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งที่เราไม่เคยเจอ จากนั้นก็เริ่มมีงานติดต่อเข้ามา ก็เลยฝึกฝนไปเรื่อยๆ กระทั่งเส้นทางเราเริ่มขยับมาด้านการแสดงมากขึ้น ยิ่งพอจบจากรายการ America’s Got Talent แล้วกลับมาเมืองไทย ก็มีงานเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกลายเป็นงาน fulltime ในทุกวันนี้”

แพทริคเข้าร่วมการไปแข่งรายการ America’s Got Talent ถึง 2 ครั้ง ใช่ไหมคะ

“ใช่ครับ รอบแรกปี 2019 ตอนนั้นก็รู้สึกผิดหวังนิดหนึ่ง เพราะตอนแรกเราคิดว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตเรา ก็เป็นอีกหนึ่งความฝันที่ได้ไปรายการนี้ ซึ่งผมได้ 4 ผ่านแล้ว แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะได้ออนแอร์ ซึ่งสุดท้ายเทปของผมไม่ได้ออนแอร์ ก็เลยรู้สึกว่า อเมริกาอาจจะไม่ใช่เส้นทางของเรา ก็เลยกลับไทยดีกว่า

“และผมอยู่ลาสเวกัสมา 10 ปีแล้ว ก็อยากทำกลับไปทำงานที่ไทย เพราะตอนนั้นก็เริ่มมีคนที่ไทยติดต่อมาเพิ่มขึ้น อีกอย่างตอนนั้นภรรยาของผมอยู่เกาหลี ก็เหมือนเรา long distance มาหลายปี และก็อยากกลับมาอยู่ใก้ลคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ จึงตัดสินใจกลับเมืองไทย”

แต่ก็มีโอกาสได้เข้าแข่งขันอีกครั้งในปี 2021

“ใช่ครับ ทางรายการติดต่อผมมาอีกครั้ง ตอนนั้นก็ลังเลนะครับ เพราะกลัวจะผิดหวังอีก แต่ก็ตัดสินใจลองอีกครั้ง ซึ่งพอรายการออนแอร์ แล้วมีคนแชร์ว่าผมเป็นคนไทย จึงเกิดเป็นกระแสและทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นครับ”

ตอนไหนที่รู้สึกว่า นักมายากลคืออาชีพหลักของเรา

“พอกลับไทย ก็มีค่อย ๆ มีงานเข้ามาเรื่อย ๆ ครับ ผมเห็นช่องทางว่ามายากลเป็นงานที่จ้างไปโชว์ตามงานต่างๆ ได้นะ ไม่ใช่เหมือนนักมายากลสมัยก่อนที่ต้องโชว์อยู่บนเวทีอย่างเดียว บวกกับก็มีงานจากแบรนด์เนมต่างๆ เข้ามา เราก็ปรับให้มายากลของเราเข้ากับงานต่างๆ ก็ถือว่าได้งานอีกตลาดหนึ่งครับ จากนั้นก็เริ่มมีงานเข้ามามากขึ้นๆ จนกลายเป็นอาชีพหลักในตอนนี้ครับ”

บนเส้นทางอาชีพนักมายากล อะไรคือเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงคะ

“ผมว่าทุกคน ทุกอาชีพ ก็คงมีเป้าที่อยากไปให้ถึง อย่างนักร้อง เริ่มต้นก็อาจจะอยากไปร้องตามอีเวนต์ อยากแต่งเพลงของตัวเอง อยากมีอัลบั้ม แล้วก็อยากมีคอนเสิร์ต ค่อยๆ เพิ่มสเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมายากล เมื่อก่อนก็ไม่เคยมีการแสดงแบบเปิด พอช่วงหลังก็มีแสดงงานอีเวนต์ งานโชว์ต่างๆ

“และล่าสุดกับงาน THE MAGICIANS – Live in Bangkok 2024 ซึ่งเป็นการแสดงมายากลแบบ Theatre Show อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ในวันที่ 15 – 16 มิถุนายน 2024 ณ โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่เราอยากให้ทุกคนได้ดูครับ

“ส่วนสเต็ปต่อไป เชื่อว่าทุกคนก็คงอยากมีโชว์เดี่ยวแบบ one man show ที่เราสามารถดีไซน์โชว์ทั้งหมด ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในอนาคตครับ ซึ่งทุกปีผมจะพยายามจะเซ็ตโกลให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เราไม่อยู่จุดเดิม และก้าวต่อไปเรื่อย”

“ทุกวันนี้ผมพยายามศึกษามายากลทุกวัน ไม่มีวันไหนเลยที่ตื่นมาแล้วผมไม่ได้อ่านข่าวมายากล”

ในการเป็นนักมายากลมืออาชีพ ต้องฝึกซ้อมทุกวันไหมคะ

“สำหรับผม ถ้าซ้อมได้ก็ดี…ไม่เสียหาย ช่วยให้สมองเราคิดตลอดเวลา เหมือนกับถ้าเราไม่ได้ออกกำลังกายนาน ๆ พอกลับมาเล่นอีกที แรงเราก็ไม่เหมือนเดิม ร่างกายก็ไม่พร้อม

“ทุกวันนี้ผมพยายามศึกษามายากลทุกวัน ไม่มีวันไหนเลยที่ตื่นมาแล้วผมไม่ได้อ่านข่าวมายากล เพราะกลัวว่าเราตกหล่นไป 1 วัน ก็จะกลายเป็นตกหล่นไป 2 วัน เหมือนเราเล่นเวท ถ้าเราหยุดวันสองวัน อาจจะยังโอเค แต่ถ้าเป็นอาทิตย์ จะเริ่มรู้สึกว่าเราหลุดออกนอกเส้นทางแล้ว และยิ่งถ้าหยุด 1 เดือน หรือ 2 เดือน เราก็จะขี้เกียจ ไม่อยากออกกำลังกายแล้ว

“มายากลก็เช่นกัน ผมไม่อยากให้มีวันนั้น ฉะนั้นทุกวันนี้ผมจะอ่านข่าว เติมความรู้ และพยายามฝึกเล่นกลใหม่ๆ ทุกวัน หรือเวลาเจอเพื่อนๆ เราก็จะแชร์กัน ลองเล่นให้กันดู เพื่อแชร์ไอเดีย และเปลี่ยนเทคนิคใหม่ๆ กันครับ”

20 กว่าปีที่ผ่านมา เคยเบื่อมายากลบ้างไหมคะ

(ตอบทันที) “ไม่เลยครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกนะ คือผมนึกภาพตัวเองตอนไม่มีมายากลไม่ได้เลย จริงอยุ่ที่บางช่วง อาจจะมีท้อบ้าง หรือไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไร ซึ่งนั้นคือเรื่องชีวิตกับเงิน แต่ถ้าตัดเรื่องเงินออก ผมไม่มีวันเบื่อมายากลเลย”

คำว่า “นักมายากล” ในปัจจุบันเป็นอย่างไร

“ต้องบอกว่าจริง ๆ คนที่ดูมายากลมีจำนวนค่อนข้างน้อย ถ้านึกถึงมายากล ก็อาจจะนึกถึง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ หรือนักมายากลที่เคยเห็นตามงาน ซึ่งต้องบอกว่าภาพลักษณ์นักมายากลจริงๆ ในปัจจุบันก็ยังไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น

“อย่างตอนที่ผมเจอกับคุณแม่ของภรรยาครั้งแรก เขาก็ถามว่าผมทำอะไร พอผมบอกว่าเป็นนักมายากล เขาก็อึ้งสักพักหนึ่ง แล้วก็ถามต่อว่า…หาเงินได้ใช่ไหม ฉะนั้นในสายตาผู้ใหญ่ยังมองภาพไม่ออกว่านักมายากลจะเป็นอาชีพหลักได้ แต่ผมว่าในมุมมองของคนรุ่นใหม่อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะปัจจุบันก็มีสื่อโซเชียลที่ช่วยทำให้ภาพชัดและกว้างขึ้น

“ส่วนถ้าในมุมของผม นักมายากลเหมือนคนที่สามารถทำ CG ในชีวิตจริงได้ เป็นการคิดนอกกรอบ มีคำภาษาอังกฤษบอกไว้ว่า นักมายากลต้องใส่หมวกหลายใบ ต้องพูดได้ ต้องพรีเซนต์ได้ ต้องคิดได้ ต้องประดิษฐ์ได้ ต้องแสดงได้ ฉะนั้นการที่เป็นนักมายากลทำให้เรา เห็นทุกอย่างในอีกมุมมองหนึ่ง

“อย่างผมไปดิสนีย์แลนด์ล่าสุด ได้เห็นของเล่น เห็นความมหัศจรรย์ เขามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้น ซึ่งมายากลก็เหมือนกันครับ คือการเอาเทคนิค ทั้งวิทยาศาสตร์ ทั้งเทคโนโลยีมาผสมกัน ช่วยในการสร้างภาพลวงตา

“อย่างเห็นตุ๊กตาที่ขยับเหมือนจริงได้ เราก็รู้สึก magical แล้ว ผมไปดิสนีย์แลนด์ที่เซี่ยงไฮ้ นั่งอยู่บนรถ แล้มันวิ่งบนพื้นที่ไม่มีราง เราก็สงสัยนะว่าทำได้ยังไง ต้องใช้แม่เหล็กหรือ Projection Mapping หรืออะไร ที่มันน่าอัศจรรย์มาก ซึ่งเวลาผมเห็นอะไรพวกนี้ ในหัวก็จะคิดตามว่าถ้าเราจะแบบนี้ ต้องใช้เทคนิคอะไร ต้องทำยังไง

“มายากลทำให้เราคิดทุกอย่างแบบไม่มีกรอบ และทำให้เราเห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง ในอีกมุมมองหนึ่ง”

แล้วมายากลในมุมของแพทริคเป็นอย่างไรคะ

ถ้าคิดว่าเราเป็นเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ เลือกพลังพิเศษได้ หลายคนน่าจะอยากจะเป็นมนุษย์ล่องหน หรือสามารถเสกของได้ ซึ่งจริง ๆ นักมายากลก็ทำสิ่งเหล่านั้นได้นะ สามารถทำของลอยได้ สามารถอ่านใจคนได้ สามารถทำให้ของหายได้

“หรือเวลาเราดูภาพยนตร์ คนที่มีพลังพิเศษที่ทำให้ให้ชีวิตดีขึ้น เช่น ถ้าเงินหมด ก็เสกเงินขึ้นมา หรือน้ำมันหมด ก็เสกเติมน้ำมันได้ หรือเวลารถติด เราก็สามารถหายตัวไปยังอีกทีได้ นี่คือความมหัศจรรย์ เหมือนเราวาร์ปได้

“เพราะฉะนั้นมายากลยิ่งเหมือนจริง ยิ่งต้องกลมกลืนในชีวิตจริง แบบที่คนดูแยกไม่ออกว่ามันคือมายากล หรือชีวิตจริงที่มหัศจรรย์ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้คนดูจำเราได้นาน แต่ถ้าคุณหยิบหมวกขึ้นมา มีกระต่ายออกมา คนดูจะรู้ว่าเขากำลังดูมายากลอยู่ แต่ว่ามายากลจะจดจำที่สุดคือ มายากลที่คนดูแยกไม่ออกระหว่างโลกจริงกับโลกมายา มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ โดยที่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง และมันเกิดขึ้นตอนไหน”

ถ้ามายากลคือความลับ ฉะนั้นขอรู้ความลับ 1 อย่างที่คนไม่รู้เกี่ยวกับมายากลได้ไหมคะ

“มีประโยคที่ผมเคยบอกว่า จริง ๆ มายากลสามารถซื้อได้ ทุกความลับมันมีราคาที่เราต้องแลก แต่ที่นักมายากลเขาไม่เปิดเผยความลับหลาย ๆ อย่าง คือเขาไม่ได้จะปิดบังความลับเพื่อตัวเอง แต่เขาเก็บความลับเพื่อคนดู เพราะถ้าคุณรู้ความลับไปแล้ว คุณจะไม่สามารถมองมายากลได้เหมือนครั้งแรกที่คุณดูได้อีกเลย

“เพราะฉะนั้นนักมายากลเก็บรักษาความลับ เพื่อให้ผู้ชมมีประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการชมมายากลครับ”

Photo : Vorason Dvi-vardhana

ทรงฮิตตลอดกาล ซูมอินรองเท้า Mary Janes จาก Valentino

เมซง วาเลนติโน่ เผยสไตล์แฟชั่นเหนือการเวลา ผสมผสานความหรูหรา และเยาว์วัย
Valentino Garavani VLogo  Locker Mary Janes

หนึ่งในเอกลักษณ์สุดคลาสสิคของเมซง กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่าง รองเท้า VLogo Locker Mary Janes ที่ซึ่งสามารถสวมใส่ได้ง่ายเข้ากับชีวิตประจำวัน ถูกรังสรรค์ให้ดูมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้นด้วยโลโก้เมทัลลิค VLogo The Bold Edition ซึ่งเป็นการนำเสนอโลโก้ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ประจำฤดูกาล มาในรูปแบบการใช้งานแบบกลไกหมุนล็อคและมีแถบสายรัดเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้รองเท้ายังเพิ่มความสามารถในการใช้งานในรูปแบบใหม่ด้วยการพับด้านหลังเพื่อเผยซิลูเอตนุ่มนวลและมีความมีชีวิตชีวาในรูปแบบรองเท้าสลิปออนได้เช่นกัน

รองเท้าที่สวมใส่ได้ทุกวันอย่าง VLogo  Locker Mary Janes ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุคุณภาพและวิธีการอย่างพิถีพิถัน อาทิ หนังสัตว์ ผ้าเวลเว็ตพร้อมเส้นใยลูเร็กซ์ หนังกระจก รวมไปถึงผ้าซาติน ซึ่งในแต่ละรูปแบบนั้นถูกนำเสนอในอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับรุ่นที่มีจำนวนจำกัดนั้นถูกรังสรรค์ด้วยคริสตัลซึ่งถือเป็นทางเลือกที่สวยงามและเหมาะสมสำหรับการใช้งานสำหรับโอกาสพิเศษ


ภาพและข้อมูล: Valentino

Piaget Polo Date นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น ฉลองครบรอบ 150 ปีของเมซง

Piaget Polo Date – 150th anniversary edition เรือนเวลาดูโอคู่พิเศษที่ถูกพูดถึงไม่น้อยช่วงงาน Watches and Wonders 2024 ที่ผ่านมา ทั้งยังปรากฏบนข้อมือของ ‘อาโป-ณัฐวิญญ์‘ ในภาพแคมเปญประกาศแต่งตั้งเป็น Global Ambassador ของเพียเจต์อีกด้วย

โดยทั้ง 2 เรือนผลิตขึ้นพิเศษในโอกาสสำคัญอย่างการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของเมซง มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตที่คงความเรียบหรูตามแบบฉบับ ทั้งยังผสานโมทีฟอันเป็นเอกลักษณ์ของ Piaget Polo อย่าง “gadroon” ลงบนพื้นหน้าปัด และความแคชชวลชิคของ Piaget Polo Date ไว้อย่างยอดเยี่ยม มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. และ 36 มม. ลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตโมเดลละ 300 เรือนเท่านั้น ที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกของ Piaget Polo Date เวอร์ชั่น 36 มม. ที่นำเสนอในดีไซน์สายรัดข้อมือแบบยางอีกด้วย หลังปล่อยเวอร์ชั่นสายหนังจระเข้ สเตนเลสสตีล และทองคำ ออกมาก่อนหน้านี้

เพื่อเข้าถึงตัวตนของนาฬิกา Piaget Polo มากขึ้น เราจะพาย้อนกลับไปปี 1979 – ช่วงเวลาสำคัญที่เกิดเหตุการณ์พลิกผันมากมาย แต่เรากลับได้เห็นการมาถึงของนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาสร้างสรรค์คงหนีไม่พ้น steel ขณะที่ มร.อีฟ เพียเจต์ เลือกเดินเกมที่ต่างออกไป ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาอเนกประสงค์
ที่เรียบหรู เหนือกาลเวลา ทั้งยังหลอมรวมค่านิยมหลักของเมซงไว้อย่างครบครัน เรียกได้ว่าเป็นเดิมพันครั้งใหม่ที่คุ้มค่าและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับรสนิยมของสังคมชั้นสูงที่รายล้อม มร.อีฟ เพียเจต์ ณ ขณะนั้น

  • โดยก่อนหน้านั้นในปี 1957 เพียเจต์เปิดประเดิมความท้าทาย ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานด้วยโลหะล้ำค่า
    อย่าง ทองคำ ซึ่งสอดคล้องกับข้อความที่ปรากฎบนแคมเปญโฆษณายุคก่อนที่ว่า “Piaget time… measured only in gold”
  • หรือหากเป็นช่วงก่อนปี 1979 ไม่ว่าจะเป็นตามงานสังคม หรืองานรื่นเริงต่างๆ มักได้ยินชื่อของเมซงเพียเจต์ถูกเอ่ยในวงสนทนาอยู่บ่อยครั้ง เนื่องด้วยยุคสมัยนั้น ไม่มีชื่อเรียกที่เฉพาะเจาะจงของเรือนเวลาที่เหล่าชนชั้นสูงหยิบมาประดับข้อมือ ยามพบปะพูดคุยจึงเอ่ยเพียงชื่อเมซง เพื่อสะท้อนถึงรสนิยมและความชื่นชอบ เช่นเดียวกับเสื้อผ้าโอต์กูตูร์ที่พวกเขาสวมใส่ แต่หลังจากปี 1979 เป็นต้นมา เมื่อนาฬิกาสปอร์ตเรือนแรก อย่าง Piaget Polo ปรากฎตัวขึ้น สิ่งนี้เองได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ก่อกำเนิดไลฟ์สไตล์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้พบเห็น เป็นอีกการพลิกโฉมครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่ยังคงยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลาจนถึงทุกวันนี้

Piaget Polo Date – 150th anniversary edition นี้ เป็นอีกเรือนเวลาคู่โปรดที่นำเสนอโดย มร.อีฟ เพียเจต์ ออกแบบให้สามารถแมชต์ลุคได้อย่างอิสระแบบไร้ข้อจำกัดเรื่องเพศ โดยปรับแต่งดีเทลบางจุดเพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของเมซง อาทิ ขั้วเข็มวินาทีฉลุเป็นสัญลักษณ์ตัวเลข ‘150’, ฝาหลังสลักข้อความ ‘150TH ANNIVERSARY’ และ ‘LIMITED EDITION 300 PIECES’ 

  • ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มม. จับคู่สายรัดข้อมือยางโทนสีน้ำตาล ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ 1110P ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของเมซงเอง สำรองพลังงานได้นานถึง 50 ชั่วโมง
  • ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 36 มม. ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 91 เม็ด จับคู่สายรัดข้อมือยางสีเดียวกับหน้าปัด ภายในเสริมความเป็นเลิศด้วยการใส่ระบบกลไกไขลานอัตโนมัติ 500P1 เอาไว้ สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง

“คีย์ SHINee” กับเอเชียทัวร์ครั้งแรกในไทย “2024 KEYLAND ON : AND ON ASIA TOUR in BANGKOK” 14 ก.ค. 67 นี้ ห้ามพลาด!

“คีย์ SHINee” หนึ่งในสมาชิกวงระดับตำนานของวงการ K-POP “SHINee” เตรียมจัดเอเชียทัวร์เดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยในเดือนกรกฎาคมนี้! “คีย์” เป็นศิลปินภายใต้สังกัด “SM ENTERTAINMENT” ที่ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวเป็นอย่างมาก การันตีด้วยอัลบั้มงานเพลงคุณภาพ และคอนเสิร์ต“2024 KEYLAND ON : AND ON” ครั้งแรกที่กรุงโซลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก “คีย์” สร้างสรรค์โชว์ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวและเอกลักษณ์การแสดงที่ไม่เหมือนใคร มาพร้อม Setlist สุดปังที่ผ่านการเรียบเรียงมาเป็นอย่างดี และ Performance กับดนตรีสดสุดอลังการ

ซึ่ง “คีย์” ก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ต้องรอนานอีกต่อไป ประกาศเอเชียทัวร์กับงาน “2024 KEYLAND ON : AND ON ASIA TOUR in BANGKOK” โดยทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นในหลากหลายประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ “คีย์” เลือกมาเปิดทัวร์อีกด้วย! TH-SHINee WORLD (ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) เตรียมฟินกันได้เลย เพราะงานนี้สร้างสรรค์โดย “BEX” ร่วมกับ YJ PARTNERS และPROUD2 ทีมคุณภาพที่เคยสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ มาแล้วในหลายคอนเสิร์ต และในครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะ “คีย์” และทีมผู้จัด ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ใหญ่ไว้ให้แฟน ๆ ชาวไทยเพียบ

โดยงาน “2024 KEYLAND ON : AND ON ASIA TOUR in BANGKOK” จะถูกจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567เวลา 19:00 น. ณ MCC HALL, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน บัตร VIP ราคา 6,300 /5,900 / 4,900 / 3,900 และ2,900 บาท โดยเปิดจำหน่าย 2 รอบ รอบ MEMBERSHIP PRESALE ในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567เวลา 10:00 – 20:00น. ทาง www.bexconcert.com และรอบ GENERAL SALE (บุคคลทั่วไป) ในวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567 เวลา 10:00 น. ทาง www.bexconcert.comโดยสามารถสมัครสมาชิกได้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เวลา 12:00 น. ถึง วันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 11:59:59 น. (เวลาประเทศไทย) ทาง https://fanevent.weverse.io/links?e=304 สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ X: @BEX_Concert

เช็กลิสต์เรื่องต้องรู้! “มะเร็งเต้านม” ภัยใกล้ตัวผู้หญิงที่ห้ามมองข้าม

เทรนด์ไลฟ์สไตล์มาแรงของผู้หญิงยุคนี้ นอกจากเรื่องบิวตี้ที่ต้องปังแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญก็ต้องยกให้กับเรื่องสุขภาพ เรียกว่าเข้าตำรา “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” นั่นเอง โดยหากจะพูดถึงโรคภัยใกล้ตัวผู้หญิงก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ “มะเร็งเต้านม” ซึ่งถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุดในผู้หญิง 

ดังนั้น Praew Survey ครั้งนี้ จึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับมะเร็งเต้านมแบบรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การรู้จักกับปัจจัยเสี่ยง การสังเกตอาการ วิธีตรวจมะเร็งเต้านม ไปจนถึงหากเป็นแล้วต้องทำอย่างไร แพรว รวบตึงเช็กลิสต์ต้องรู้! มาให้ตรงนี้แล้วค่ะ

เรื่องต้องรู้อันดับแรกที่ แพรว ขอแนะนำคือปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม หรือพูดง่ายๆ คือใครบ้างที่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งมีเช็กลิสต์ดังนี้เลยค่ะ 

  • ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  • คนที่มีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมมาแล้วข้างหนึ่ง 
  • คนที่มีประวัติการเป็นมะเร็งรังไข่ เพราะการเป็นมะเร็งรังไข่เกี่ยวข้องกับการได้รับฮอร์โมนเช่นเดียวกับการเป็นมะเร็งเต้านม 
  • คนที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ 
  • การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน เช่น คนที่มีประจำเดือนครั้งแรกไวกว่าปกติ (ก่อนอายุ 12 ปี) คนที่หมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ (หลังอายุ 55 ปี) ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินยาฮอร์โมนทดแทน คนที่กินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ทั้งนี้เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนทำหน้าที่ในการกระตุ้นเซลล์เต้านมให้มีการเจริญเติบโตนั่นเอง 
  • ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ น้ำหนักเกินเกณฑ์ ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

มะเร็งเต้านม อาจฟังดูน่ากลัว แต่หากเรารู้จักสังเกตอาการ และได้รับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที ภัยใกล้ตัวนี้ก็ไม่ได้น่ากังวลใจอย่างที่คิด ดังนั้นการสังเกตอาการของมะเร็งเต้านมให้เป็น จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน หากอยากรู้ว่ามะเร็งเต้านมอาการเป็นยังไงบ้าง สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองดังนี้เลยค่ะ 

  • คลำเจอก้อนหนาๆ ในเต้านมหรือใต้รักแร้
  • หัวนมบุ๋ม มีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกมา
  • รูขุมขนของผิวหนังบริเวณเต้านมใหญ่ขึ้นเหมือนผิวเปลือกส้ม
  • มีผื่นคันบริเวณหัวนมและลานหัวนม
  • มีอาการปวดเต้านมมากกว่าปกติ

นอกจากการหมั่นสังเกตอาการของมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราคลายกังวลได้คือการตรวจมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด ซึ่งเราสามารถตรวจมะเร็งเต้านมได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • คลำเต้านมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และตัวเอง ซึ่งสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยการคลำเต้านมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง และแนะนำให้ตรวจหลังหมดประจำเดือน 2 – 3 วัน เพราะเป็นช่วงที่จะคัดเต้านมน้อย สำหรับวัยหมดประจำเดือนสามารถตรวจช่วงใดก็ได้ ส่วนคนที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกแล้ว ขอแนะนำให้ตรวจช่วงที่เต้านมไม่คัดตึง 
  • ตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรมวิธีแมมโมแกรมระบบดิจิตอล (Mammogram) และอัลตราซาวด์ เป็นวิธีตรวจมะเร็งเต้านมที่ขอแนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ซึ่งควรเข้ารับการตรวจทุกๆ 1 – 2 ปี โดยการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมเป็นการตรวจที่ใช้เอกซเรย์พลังงานต่ำถ่ายภาพของเต้านม เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งเมื่อมีอาการและยังไม่มีอาการ ทั้งนี้จากการวิจัยพบว่าการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปี ทำให้สามารถตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกได้ ซึ่งทำให้มีโอกาสสูงในการรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องตัดเต้านมทิ้งทั้งเต้า
  • ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI) ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง เป็นอีกหนึ่งวิธีตรวจมะเร็งเต้านมที่จะใช้ในกรณีที่ผลของแมมโมแกรมตรวจพบความผิดปกติ ซึ่งต้องการตรวจหาเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น

มาถึงเรื่องสุดท้ายที่ แพรว อยากแชร์ความรู้ให้กับทุกคน คือการรักษามะเร็งเต้านม ที่เราสามารถต่อสู้กับมันได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันมีหลากหลายทางเลือกในการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด การรักษาโดยใช้ฮอร์โมน หรือการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) 

นอกจากนี้ แพรว ยังอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งมีทีมแพทย์ในสาขาต่างๆ ที่ชำนาญการเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ หรืออายุรแพทย์ ที่จะร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยพิจารณาจากปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีรักษา เช่น ขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็ง ระยะโรคและการกระจายของมะเร็ง อายุและสุขภาพของผู้ป่วย ตัวรับฮอร์โมนของมะเร็ง ภาวะก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน ปัจจัยที่บ่งบอกความรุนแรงของเนื้องอก เป็นต้น

ที่สำคัญคือช่วยดูแลได้ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจมะเร็งเต้านม โดยศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทำงานภายใต้ 3 หัวใจหลัก ได้แก่ 

  • Fast Diagnosis (วินิจฉัยเร็ว) สามารถทราบผลได้ภายใน 72 ชั่วโมง โดยแพทย์จะทำการวินิจฉัยตั้งแต่ ซักประวัติ ตรวจคัดกรอง และส่งเจาะชิ้นเนื้อ
  • Fast Treatment (รักษาเร็ว) เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายมากยิ่งขึ้น
  • Excellent Outcome (ผลลัพธ์การรักษาและความปลอดภัย) ที่สามารถมั่นใจได้ในผลการรักษาจากทีมแพทย์และผู้ชำนาญการที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

ทั้งหมดนี้คือความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่ แพรว อยากแชร์ให้ผู้หญิงทุกคนหันกลับมาใส่ใจภัยใกล้ตัวนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอย่างที่เน้นย้ำไปว่ายิ่งรู้ไวเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นค่ะ 

ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร 02 011 3680  หรือ คลิก www.bumrungrad.com/th/centers/breast-center-bangkok-thailand

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลแหล่งที่มาจากเว็บไซต์บำรุงราษฎร์

ชวนคนที่คุณรักร่วมออกเดินทางไปกับแคมเปญ “วิลล่า โวยาจส์” ในเวียดนามกับแมริออท บอนวอย

แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางและแหล่งรวบรวมสิทธิประโยชน์ที่ได้รับรางวัลจากแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ขอเชิญชวนคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อน ร่วมเดินทางไปกับแคมเปญ “วิลล่า โวยาจส์” (Villa Voyages) ในเวียดนาม พร้อมข้อเสนอพิเศษอันน่าดึงดูดใจ ซึ่งรวมถึงที่พักวิลล่าสุดหรูในรีสอร์ทติดชายหาดหลายแห่งทั่วประเทศ แพ็คเกจสุดคุ้มค่าพร้อมสิทธิประโยชน์เสริมมากมาย และคะแนนโบนัสอีกหลายพันคะแนน!

โปรโมชั่น “วิลล่า โวยาจส์” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 ตุลาคม 2567 โปรโมชั่นนี้มอบโอกาสให้คุณได้สร้างช่วงเวลาอันวิเศษร่วมกับคนที่คุณรักภายในวิลล่าที่กว้างขวางและมีสไตล์ พร้อมพื้นที่นั่งเล่นสุดหรู ระเบียงกลางแจ้ง สระว่ายน้ำส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและอีกมากมาย เมื่อเข้าพักในรีสอร์ททั้ง 6 แห่งในจุดหมายปลายทางที่น่ารื่นรมย์ที่สุดของเวียดนาม เช่น ดานัง ฮอยอัน ญาจาง เกาะฟูก๊วก โดยแขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถรังสรรค์การพักผ่อนอันแสนวิเศษได้ตามต้องการ

“วิลล่า โวยาจส์” จะยกระดับทุกวันหยุดพักผ่อนด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย รวมถึงช่วงเวลาสำหรับเด็กๆ ที่จะได้ลิ้มลองไอศกรีมฟรีทุกวัน เครดิตมูลค่า 3,000,000 ดองสำหรับใช้ในวิลล่าต่อการเข้าพักแต่ละครั้ง และของกำนัลต้อนรับสุดพิเศษสำหรับคู่รักหรือเด็ก นอกจากนี้ สมาชิกแมริออท บอนวอย ยังจะได้รับคะแนนโบนัสอีก 5,000 คะแนนต่อการเข้าพักอีกด้วย

แต่ละรีสอร์ทจะมอบประสบการณ์พิเศษภายในวิลล่าให้แก่สมาชิกสมาชิกแมริออท บอนวอย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์ของความรัก ครอบครัว และมิตรภาพ ตัวอย่างเช่นที่ เรเนซองส์ ฮอยอัน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Renaissance Hoi An Resort & Spa) ผู้เข้าพักจะได้พักอย่างมีสไตล์ในวิลล่าที่มี 3-5 ห้องนอน มองเห็นวิวอันตระการตาของหาดกว๊าได (Cua Dai Beach) ในขณะที่ เชอราตัน ฟูก๊วก ลองบีช รีสอร์ท (Sheraton Phu Quoc Long Beach Resort) นำเสนอวิลล่าหลากหลายตัวเลือก พร้อมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกที่แสนสงบและงดงาม และ ญาจาง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, เกาะฮอนเทร (Nha Trang Marriott Resort & Spa, Hon Tre Island) นำเสนอวิลล่าที่มีมากถึง 4 ห้องนอน สวนส่วนตัว และสระว่ายน้ำส่วนตัว โดยในรีสอร์ทเหล่านี้ ผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินกับอาหารค่ำหรือมุมบาร์บีคิวส่วนตัว

ที่ ดานัง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Danang Marriott Resort & Spa) ซึ่งมีวิลล่าสระว่ายน้ำสุดอลังการจำนวน 3 และ 4 ห้องนอน คู่รักจะได้เพลิดเพลินกับบริการน้ำชายามบ่ายแบบส่วนตัว และสำหรับ ดานัง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, นอนเนื้อก บีช วิลล่าส์ (Danang Marriott Resort & Spa, Non Nuoc Beach Villas) ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่มีบริการเฉพาะที่พักแบบวิลล่าเท่านั้น แขกที่มากันเป็นครอบครัวจะได้มีโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กันภายในครอบครับท่ามกลางวิวชายฝั่งอันงดงาม พร้อมบริการอาหารเช้าลอยน้ำ ปิกนิกอันแสนโรแมนติก หรือน้ำชายามบ่ายสุดหรู สุดท้ายที่ เจดับบลิว แมริออท ฟูก๊วก เอเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa) ผลงานชิ้นเอกของ บิล เบนสเลย์ (Bill Bensley) ที่ซึ่งวิลล่าแต่ละหลังได้รับแรงบันดาลใจจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเก่าที่เคยตั้งอยู่บนพื้นที่แห่งนี้ นอกจากนี้ คู่รักยังจะได้ผ่อนคลายกับคลาสโยคะภายในวิลล่าที่จัดการเรียนการสอนโดยครูผู้เชี่ยวชาญของรีสอร์ท

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนแสนสนุกกับครอบครัวและเพื่อนฝูง หรือการพักผ่อนอันแสนโรแมนติกกับคนที่คุณรัก วิลล่า วอยเอจส์ จากแมริออท บอนวอย ในเวียดนาม มอบตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการพักผ่อนริมชายหาดได้เสมอ

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของแมริออท บอนวอย สามารถสมัครได้ฟรีที่นี่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการร่วมเดินทางกับแคมเปญ “วิลล่า โวยาจส์” ในเวียดนามไปกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล โปรดเข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.marriott.com/offers/embark-on-villa-voyages-in-vietnam-off-117213

*มีวันปิดให้บริการ และเงื่อนไขและข้อกำหนดเพิ่มเติมอื่นๆ

ล้วงเคล็ดลับดูแลผิวจากพระเอกนางเอกดาวรุ่ง 'ไมกี้-ปณิธาน' และ 'ญดา-นริลญา' 

ล้วงเคล็ดลับดูแลผิวจากพระเอกนางเอกดาวรุ่ง ‘ไมกี้-ปณิธาน’ และ ‘ญดา-นริลญา’ 

ล้วงเคล็ดลับดูแลผิวจาก 2 พระเอก-นางเอกดาวรุ่งมาแรง “ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว” และ “ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร” จากละครชุดดวงใจเทวพรหม เรื่องขวัญฤทัย ล่าสุดได้เจอสองหนุ่มสาวในงาน “EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2023” เลยแอบขอเคล็ดลับการดูแลผิวเนียนแลดูสุขภาพดีของทั้งคู่ซะเลย

สำหรับเคล็ดลับดูแลผิวของหนุ่ม ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว เผยว่า “เน้นดูแลจากภายในสู่ภายนอก ผมจะเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากผมเป็นคนผิวแห้งมาก การดื่มน้ำก็ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ รวมถึงมาส์กหน้าก่อนนอน ส่วนไอเท็มบิวตี้ที่มีติดตัวตลอดคือ ลิปบาล์ม ครีมกันแดด และที่ขาดไม่ได้คือน้ำหอม ผมเป็นคนชอบน้ำหอมมากๆ ครับ ส่วนวิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผมจะเลือกช้อปจากออฟฟีเซียลช็อป หรือร้านบิวตี้สโตร์ที่มีความน่าเชื่อ”

ทางด้านนางเอกสาว ญดา-นริลญา ก็เผยเคล็ดลับว่า “การดูแลผิวจะเลือกสกินแคร์ที่เติมน้ำให้ผิว เพราะเป็นคนผิวแห้งขาดน้ำ และครีมกันแดดเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ต้องทาทุกวัน โดยจะเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือเช่นกัน”


Burberry ฉลองแคมเปญกระเป๋า Rocking Horse ผ่าน”ไบร์ท จอน จีฮยอน และ ถัง เหว่ย 

Burberry (เบอร์เบอรี่) เฉลิมฉลองแคมเปญใหม่ด้วยกระเป๋า Rocking Horse โดยในครั้งนี้กระเป๋า Rocking Horse ได้ถูกนำเสนอผ่านแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ ร่วมด้วย ไบร์ท จอน จีฮยอน และ ถัง เหว่ย พร้อมด้วยนักแสดงหญิง มิซึคาว่า อาซามิ นางแบบ ลิลลี่ โดนัลด์สัน และ โนรา แอตทาล จากแคมเปญล่าสุด

เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของเบอร์เบอรี่กับโลกแห่งการขี่ม้า กระเป๋า Rocking Horse มีสายสะพายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบังเหียนและรูปทรงโค้งมน ชวนให้คิดถึงของเล่นคลาสสิกในวัยเด็ก

โดยโฉมใหม่ของเบอร์เบอรี่ได้นำเสนอผ่านการหมุนตัวแกนรูปวงกลมสำหรับล็อคกระเป๋าและผสานกันเป็นรูปตัว ‘b’ พิมพ์เล็ก ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ใหม่ล่าสุดประจำแบรนด์

สัญลักษณ์ Equestrian Knight Design (EKD) ปรากฎเป็นลายนูนที่ด้านหลังของกระเป๋า และลวดลาย Burberry Check ยังได้ถูกนำมาตกแต่งด้านในกระเป๋าบางแบบอีกด้วย


Once upon a time ‘เบลล่า ฮาดิด’ ครีเอท 6 ลุควินเทจบนพรมแดงคานส์

เบลล่า ฮาดิด’ หวนคืนพรมแดงคานส์ ฟื้นคืนชีพลุควินเทจสร้างแฟชั่นโมเมนต์ Once upon a time

หวนคืนพรมแดงเทศกาลระดับโลก Cannes Film Festival ทั้งที Bella Hadid จึงไม่พลาดจัดเต็มคอสตูมมาให้เราได้ชมกัน ซึ่งหากใครติดตามอีเวนต์ครั้งนี้ของเธอ จะทราบว่าเกือบทุกลุคที่เธอเลือกมาจากคอลเล็คชั่นวินเทจจากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น GIANNI VERSACE, GUCCI, DSQUARED2, CHANEL และ Michael and Hushi โดยครั้งได้สไตลิสต์อย่าง Molly Dickson มาครีเอทลุคสุดไอคอนิกให้เกิดเป็นแฟชั่นโมเมนต์ ’Once upon a time‘

แม้ไม่ใช่ลุคแรกของ ‘เบลล่า ฮาดิด’ บนพรมแดง Cannes Film Festival 2024 แต่เดรสสีเงินจาก DSQUARED2 คอลเล็คชั่น Fall/Winter 2006 ชุดนี้ก็ทำให้สะดุดตาจนใครหลายคนตองพูดถึงอยู่ไม่น้อย เพราะความเซ็กซี่ที่สะท้อนอยู่บนซิลลูเอทและดีไซน์เว้าลึกทั้งหน้าและหลัง อีกทั้งยังหรูหราด้วยสายเดี่ยวประดับคริสตัล

ลุคต่อมายังคงซิกเจอร์ความเซ็กซี่เอาไว้ไม่มีเปลี่ยนด้วยเดรสสีเบจจาก Gucci คอลเล็คชั่น Spring 2005 ที่โดดเด่นการสานผ้าและการจับเดรป ทำให้กลายเป็นชุดที่ขับสรีระของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่ายิ่งอยู่บนเรือนร่างของเบลล่าแล้ว ความสวยแทบตะโกนออกมาเลยทีเดียว

ลุคที่สามเปลี่ยนมาชิลๆ กันบ้าง แต่ยังจัดเต็มและยังอยู่กับชุดวินเทจเหมือนเดิม โดยลุคนี้เธอสวมใส่มินิเดรสสีทองที่มาพร้อมลายพริ้นต์ดอกไม้จาก GIANNI VERSACE อีกทั้งยังมีรองเท้า CHANEL ปี 90’s มาช่วยคอมคลีทลุคอีกด้วย

สดใสริมทะเลสุดๆ กับลุคสีแดงนี้ เบลล่าเลือกใส่เดรสจาก Michael and Hushi ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2001 โดดเด่นด้วยโทนสีที่เหมาะกับซัมเมอร์ และระบายพริ้วไหวเล่นลม ไม่ใช่แค่เดรสที่วินเทจแต่รองเท้าส้นสูง GUCCI คู่นี้ก็มาจากคอลเล็คชั่นปีใกล้ๆ กัน

กลับมากรี๊ดให้ลุคพรมแดงอีกครั้งกับเดรสสีดำจาก Versace คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2001 ที่มาในกระโปรงทรงเมอร์เมด ปักเลื่อมวิบวับสะดุดตา และเผยความเย้ายวนผ่านเสื้อซีทรูคอวี

ลุคสุดท้ายยังอยู่กับ GIANNI VERSACE จากคอลเล็คชั่นที่เก่าแก่ที่สุด นั่นคือ Fall/Winter 1998 หากใครสังเกตว่านอกจากเดรสวินเทจที่สะกดสายตาทั้ง 6 ชุดนี้แล้ว ทุกลุคยังมีเครื่องดับจาก Chopard มาเพิ่มความสง่าให้กับแขกคนสำคัญอย่างเบลล่าอีกด้วย


ภาพ: Getty, Instagram @bellahadid

โทมัส ก้อง

ฟินกับ “โทมัส & ก้อง” @ งาน Praew Meet & Read “Lovely Sunday with Thomas & Kong”

อบอวลด้วยความรัก อิ่มเอมกับความสุข ฟินกับ “โทมัส & ก้อง” @ งาน Praew Meet & Read “Lovely Sunday with Thomas & Kong”

โทมัส ก้อง

โด่งดังตั้งแต่เป็นนวนิยาย จนกลายเป็นซีรีส์ และแม้ยังไม่ได้ออกอากาศ แต่กระแสกลับแรงเกินคาดสำหรับ “กี่หมื่นฟ้า” (Your Sky) ผลงานล่าสุดที่กำลังจ่อคิวออกอากาศของ 2 หนุ่ม “โทมัส – ธีรทัศน์ จึงมณีรัตน์” และ ”ก้อง – ก้องภพ จิโรจน์มนตรี” โดยก่อนจะไปฟินกันในซีรีส์ นิตยสารแพรว ภายใต้ Amarin Media & Event (AME) ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ได้คว้าตัว 2 นักแสดงมาแรงจากค่ายดูมันดิ จัดอีเว้นต์สุดอบอุ่นที่อบอวลด้วยความรักกับงาน Praew Meet & Read “Lovely Sunday with Thomas & Kong” ที่เปลี่ยนวันอาทิตย์ของทุกคนให้สดใสและฟินสุดๆ

โทมัส ก้อง

สำหรับงานในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. 2567 ณ AUA Language Center ราชดำริ ภายในงานจัดเต็มความสนุก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และชวนทุกคนทำความรู้จักกับทั้งคู่ในมุมต่างๆ ให้มากขึ้นผ่านเอ็กซ์คลูซีฟทอล์คสุดพิเศษ พร้อมแชร์มุมมองการอ่านผ่านหนังสือเล่มโปรด ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง และอบอุ่นสุดๆ

โทมัส ก้อง

โทมัส เล่าว่า “ส่วนตัวชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยามาตั้งแต่เด็ก เพราะมีความน่าสนใจ ได้เข้าใจมนุษย์ในมุมต่างๆ มากขึ้น และทำให้ผมเลือกเรียนด้านจิตวิทยาด้วยครับ ไม่เพียงเท่านั้นการอ่านยังช่วยให้เรามีสมาธิ และทำให้เราจินตนาการได้ดีขึ้น ยิ่งเวลาที่ได้อ่านหนังสือที่ชอบ ผมรู้สึกว่าเวลาตอนนั้นผ่านไปไวมากๆ ครับ”

โทมัส ก้อง

ส่วน ก้อง เล่าว่า “ผมอ่านหนังสือเรียนเยอะมากๆ ครับ ทั้งก่อนเข้ามหาวิทยาลัยและตอนนี้ แต่ถ้ามีเวลาว่างก็จะอ่านการ์ตูนบ้าง ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่าน สามก๊ก ฉบับการ์ตูนแล้วชอบมากๆ ทั้งสนุก เข้าใจง่าย และได้ข้อคิดดีๆ เยอะมาก”

โทมัส ก้อง

ไม่เพียงเท่านั้น โทมัสและก้อง ได้ร่วมเล่นเกมส์กับแฟนๆ และจัดเต็มด้วยโมเมนต์สุดพิเศษ ทั้งถ่ายภาพกับ “โทมัส & ก้อง” ลุ้นรับหนังสือเล่มโปรด การ์ดข้อความ และรูปโพลารอยด์พร้อมลายเซ็น

โทมัส ก้อง

นอกจากนี้แฟนๆ ทุกคนยังได้รับของที่ระลึกดีๆ อย่าง Sabai Arom Sleep Well Pillow Mist ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

โทมัส ก้อง

สำหรับกิจกรรม “Praew Meet & Read” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ชวนคนดังร่วมพูดคุย แชร์มุมมองผ่านหนังสือเล่มโปรด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นกระแสรักการอ่านในสังคม เพราะแพรวเชื่อในพลังแห่งการอ่านและการส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ

โทมัส ก้อง

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ได้ทาง www.praew.com / Facebook : นิตยสารแพรว /  Instagram : @praewmag / X : @praewdaily / TikTok : @praewmagazine

โทมัส ก้อง
โทมัส ก้อง
โทมัส ก้อง
โทมัส ก้อง
โทมัส ก้อง
โทมัส ก้อง

‘คนเจ้าชู้จะกลายเป็นคนคลั่งรัก ตามช่วงชิงมาเป็นของตัวเอง ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ดวงรายสัปดาห์ 27 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2567

‘คนเจ้าชู้จะกลายเป็นคนคลั่งรัก ตามช่วงชิงมาเป็นของตัวเอง’

ดวงรายสัปดาห์ 27 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  ช่วงสัปดาห์เดือนชนเดือนแบบนี้ขอเตือนว่า ควรเตรียมยาแก้ปวดศีรษะไว้ใกล้ๆ ตัวหน่อย เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีแต่คำว่า ‘คาดหวัง กดดัน’ ลอยอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่น ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ตำรวจ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย หากทำคดีที่เกี่ยวกับกิจการทางสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ หรือเป็นจิตอาสาด้วยแล้ว ยิ่งต้องเพิ่มโดสยาให้มากขึ้น เพราะคุณมีโอกาสถูกเจ้านายคาดหวังที่จะเห็นผลงานที่ดี จนคุณเครียดและเกร็งไปหมดขณะเดียวกันหากธุรกิจหรืองานของคุณกำลังอยู่ในช่วงคดีความ สัปดาห์นี้คงต้องขอพึ่งอำนาจบารมีจากบุคคลตัวพ่อ เพื่อให้คดีความ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี  

การเงิน  :   เป็นไปได้ที่คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับทั้งเงินสีขาว ที่มาจากการทำบุญทำกุศล กับ เงินสีเทาที่ได้มาจากการเสี่ยงโชค การทำธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเข้ามาพิสูจน์วัดใจคุณ แม้จะมีมูลค่าสูงเพียงใด ก็ขอให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต เพราะหากคุณเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง มีโอกาสที่จะล้มละลายได้เลย

ความรัก  :   สัปดาห์นี้จริงๆ แล้วคู่ครองคุณก็เป็นแฟมิลี่แมนที่น่ารัก ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ราบรื่นดี หากจะมีปัญหาก็อยู่ที่คุณนี่ล่ะ! ที่โหยหาและเรียกร้องความรักความอบอุ่น และเวลามากกว่าเดิม  คนโสด สัปดาห์นี้เป็นไปได้ที่คุณจะยังอยู่กับการให้เวลาในการคบหาดูใจ ทั้งที่ในใจโหยหาอ้อมกอดอยู่ตลอดๆ แต่สำหรับใครที่อายุอานามล่วงเข้า 35-40 ปีแล้ว คิดว่าคงสมควรแก่เวลาแล้วล่ะ

สุขภาพ  :  จะเป็นสัปดาห์ที่คุณจะเอ็นจอยอีตติ้งจนน้ำหนักขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรระวังโรคต่างๆ ที่จะตามมา เช่น ไขมัน เบาหวาน ความดัน คลอเรสเตอรอล ซึ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็นโรคร้ายได้เลย นอกจากนั้นอย่ากลั้นปัสสาวะ มีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงสามารถเข้าสู่กระแสเลือด

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะยังอยู่ในสถานการณ์อึดอัด คับข้องใจ วนไป เผลอๆ จะมีข่าวเซอร์ไพร์สเข้ามาแบบไม่คาดฝันอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากกำลังคิดจะเริ่มต้นทำงานหรือธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งตามดวง เป็นไปได้ว่าคุณจะได้ทำงานหรือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับเพื่อนสนิทหรือญาติผู้หญิง ในงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้อารมณ์และความรู้สึกในการแสดงออก เช่น บันเทิง นักร้อง ศิลปิน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ หรือเกี่ยวข้องกับน้ำ ก็อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรที่สูงกว่าความเป็นไปได้ เพราะช่วงนี้ดวงคุณยังไม่เปิด มีโอกาสที่จะขลุกขลัก ติดขัดตลอดๆ มีความเสี่ยงที่เอกสารทางราชการจะผิดพลาด สามารถเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีบุคคลนั้นควรเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันจริงๆ พอที่จะร่วมเป็นร่วมตาย และให้คำปรึกษาได้

การเงิน  :  หากถามว่ายังฝืดไหม ตอบเลยว่า ฝืดมาก แต่สัปดาห์ชนเดือนแบบนี้ เป็นไปได้ว่าจะได้เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง บำนาญ ช่วยต่อชีวิตได้นิดหนึ่ง หากตราบใดที่คุณยังสปอร์ต เลี้ยงลูกน้อง เลี้ยงญาติมิตรเพื่อนสนิท โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายจ่ายกับลูกหลานผู้หญิงแบบนี้ ก็ยังมีโอกาสที่จะฝืดต่อไป  

ความรัก  :  รักง่ายหน่ายเร็วนะคะคุณ  สัปดาห์นี้น่ะ แล้วแบบทุ่มเทสุดๆ จนเป็นไปได้ที่จะถึงขั้นเบื่อคนที่บ้านแล้วย้ายมาอยู่กับเพื่อนหญิงหรือญาติผู้หญิงแทน  คนโสด  ตกหลุมรักคนง่ายแท้หนอสัปดาห์นี้ ง่ายขนาดที่ว่าเพื่อนผู้หญิงที่รู้จักกันมานาน คุณก็เริ่มที่จะมีใจให้

สุขภาพ  :   ต้องระวังขา เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ เข่น ขาพลิก ขาแพลง ตกหลุม จนเส้นเอ็นบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังรวมถึงโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รวมถึงดวงตาก็ประมาทไม่ได้ ตระกูลต้อกำลังมาเยือนแล้ว  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สำหรับพนักงานใหม่ นักธุรกิจมือใหม่ และใครที่กำลังเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลปะ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย สัปดาห์เดือนชนเดือนแบบนี้เป็นไปได้ที่ คุณจะได้รับแบบทดสอบนานาประการ ซึ่งเต็มไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส สำหรับดวงของคุณควรทำธุรกิจของตัวเองมากกว่าลูกจ้าง เพราะด้วยความไฟแรงจะเป็นชนวนจุดไฟปะทะ ทั้งกับเพื่อนร่วมงาน จนถึงนายจ้างให้บาดหมางได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามหากคุณอดทนจนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :  สัปดาห์นี้ควรทำใจแข็ง ใครมาขอยืมเงิน หรือให้โอนเงินทำธุรกิจใดๆ   ควรตัดบทเลย อย่าไปฟัง เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะถูกหลอกลวงได้ง่าย ทั้งมิจฉาชีพ และคนรู้จัก นอกจากเงินหมดบัญชีแล้ว ยังมีโอกาสเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย   

ความรัก  :  ทุกวันนี้คุณอยู่ด้วยกันด้วยความระแวงแคลงใจกันหรือเปล่า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะไขว้เขวมากขึ้น  เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากผู้ไม่หวังดีกระซิบว่า คู่คุณแอบมีกิ๊ก ซึ่งคราวนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่คุณจะไม่ทนแล้ว คนโสด  แฟนเก่ามีโอกาสติดต่อกลับมานะคะ แล้วเป็นไปได้ว่าเขาจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะคืนดีกับคุณให้ได้ แต่ก็ไม่ง่าย เพราะคุณก็จะซักเขาจนเบื่อไปเลยทีเดียว

สุขภาพ  :  ควรระวังเรื่องท้องไส้ อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ของหมักดองที่ไม่สะอาดถูกสุขลักษณะ รสจัด  ไม่เช่นนั้น มีความเสี่ยงที่จะถ่ายท้องจนหมดเรี่ยวแรง หน้ามืด วูบได้เลย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   เหนื่อยไหมคะชาวพุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังคิดจะเปิดธุรกิจใหม่ หรือกำลังตัดสินใจลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านหรือรับงานอยู่กับบ้าน แม้จะเป็นการเริ่มต้นที่เหนื่อย แต่ก็นับว่ามาถูกทางแล้ว เพราะดวงคุณในสัปดาห์นี้ บอกได้คำเดียวว่า แรงส์ หากยังฝืนทำงานอยู่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะปะทะกับผู้คนรอบข้าง จนถึงเจ้านาย เพราะฉะนั้นจึงควรรีบตัดสินใจเลือกก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เลือก

การเงิน  :  จริงๆ คุณมีโชคนะ เป็นไปได้ว่าจะมาจากการเสี่ยงโชค หรือจากงานเทาเงินเทา แต่ก็ต้องระวัง อย่าหลงหรือโลภ เพราะสัปดาห์นี้มีโอกาสที่การเงินจะผันผวน ขึ้นเร็ว-ลงเร็ว จนถึงขั้นหายไปเลย  

ความรัก  :   วิญญาณแม่บ้าน แม่ศรีเรือนรักเดียวใจเดียวเข้าสิงคุณนะคะ แม้ที่ผ่านมาคุณจะเจ้าชู้เพียงใด แต่มาสัปดาห์นี้คุณยอมวางเขี้ยวเล็บมาเป็นแมวหง่าวอยู่กับบ้าน แต่ก็พยายามอย่าเป็นเจ้าหนูจำมัยมากนัก เพราะเดี๋ยวคนข้างๆ จะเบื่อ  คนโสด  เจ้าชู้ไหมคะคุณ เพราะสัปดาห์นี้คนเจ้าชู้จะกลายเป็นคลั่งรัก พยายามแย่งชิงคนที่หมายปองมาเป็นของตัวเองให้ได้ ทางที่ดีไม่ควรคิดอะไรล้ำหน้ามาก เพราะเดี๋ยวเขาจะตามไม่ทัน

สุขภาพ  :  สำหรับนักดื่ม นักเที่ยว นักท่องราตรี คงต้องเพลาๆ การดื่มบ้างแล้ว เพราะมีความเสี่ยงที่ท้องไส้ ระบบขับถ่ายจะมีปัญหา นอกจากนั้นดื่มแล้วห้ามขับขี่

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  มีเกณฑ์เดินทางนะคะ สำหรับชาวพฤหัส ดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจบู๊ๆ เสี่ยงตาย ที่ต้องใช้แรงกายแรงใจ เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เช่น ตำรวจ ทหาร ทนายความ นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง เป็นไปได้ว่าจะเดินทางไปอบรม เทรนนิ่ง หรือขยายธุรกิจหรือเครือข่ายยังต่างจังหวัด จนถึงต่างประเทศ แต่คาดว่าคงไปแบบไม่มีความสุขเท่าไหร่หรอก เป็นไปได้ว่าจะพกความคาดหวังของเจ้านายและตัวเองไปเต็มกระเป๋าเลย

การเงิน  :  ขยันทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวเลยล่ะ สัปดาห์นี้ มีโอกาสที่คุณจะเดินทางไปเจรจาผลประโยชน์ หรือธุรกิจยังต่างถิ่นต่างแดน ก็ระวัง อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินเทางานเทา เพราะมีโอกาสที่คุณจะพลาดท่าเสียทีหมดเนื้อหมดตัว

ความรัก  :   หากใครกำลังรอคนจากแดนไกลเดินทางมาหา สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะไม่เป็นแม่สายบัวแต่งตัวรอเก้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็พยายามคุมอารมณ์ตัวเองไว้หน่อย เพราะมีโอกาสปรี๊ดแตกได้ง่ายๆ หากมีใครมายุ่งวุ่นวายกับคุณมากๆ คนโสด สำหรับนักรักผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าชู้หว่านเสน่ห์ สงสัยสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้ปิ๊งกับคนที่มาจากแดนไกลแล้วล่ะ ยิ่งหากอายุประมาณ 35-40 ปี มีดวงได้เจอตัวจริง

สุขภาพ   :   สำหรับนักดื่ม นักเที่ยว นักท่องราตรี คงต้องเพลาๆ การดื่มบ้างแล้ว เพราะมีความเสี่ยงที่ท้องไส้ ระบบขับถ่ายจะมีปัญหา แล้วไม่ใช่ธรรมดานะ มีโอกาสโก โซ บิ๊กได้เลย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   ช่วงสัปดาห์เดือนชนเดือนแบบนี้ มีโอกาสที่เจ้านายจะรักและเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ มอบหมายงานหรือธุรกิจสำคัญให้ไปดำเนินการแทน ซึ่งคุณก็คาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก แต่เพราะดวงช่วงนี้ยังไม่เปิด ทำอะไรก็มีแต่จะขลุกขลัก ไม่ราบรื่น เอกสารทางราชการมีโอกาสผิดพลาด สามารถเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ชาวศุกร์ต้องระวังที่สุดคือ เพื่อนสนิทจะเป็นอื่น จากที่ไว้ใจได้ก็จะคิดคดทรยศ ทางที่ดีหากจะเลือกใครมาทำงานควรดูให้ดี

การเงิน  :  หากกำลังหมุนเงินตัวเป็นเกลียว หัวเป็นนอต พยายามใช้ให้ชนเดือนอยู่ สัปดาห์นี้ผู้ใหญ่จะเมตตาให้เงินพิเศษ ซึ่งคุณเองก็อย่าเพิ่งทำใจใหญ่ เลี้ยงลูกน้อง ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะเดี๋ยวการเงินจะกลับคืนสู่จุดเดิม

 ความรัก :   สำหรับคนเจ้าชู้ สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะวางความเจ้าชู้ไว้นอกบ้าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่คนรักที่ดี ก็ขอให้วางได้นานๆ ยิ่งหากวางได้ตลอดไปเลยยิ่งดี จะได้มีความสุขที่ยั่งยืน   คนโสด  เจ้าชู้ไหมคะ ในช่วงสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้ทำงานกับเด็กรุ่นน้องที่มีจิตใจงาม มีหน้าที่การงานที่มั่นคง จึงเป็นไปได้สูงที่จะปิ๊งๆๆ  

สุขภาพ  :   จริงๆ คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะที่ต้องห่วงใยเป็นพิเศษคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รวมถึงดวงตา ตระกูลต้อกำลังมาเยือน

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่า อำนาจ วาสนา และบุญบารมีที่ทำมาจะเป็นบุญช่วยหนุนนำคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในสายงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ นักบวช นักปราชญ์ แพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันด้วยแล้ว คาดว่าจะมีข่าวเซอร์ไพร์สเข้ามาจนคุณนั่งไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ก็ตาม ทางที่ดีควรใช้สมอง สติปัญญา รวมถึงเซ้นส์ ในการคิดทบทวนมากกว่าจะใช้อารมณ์ หรือทิฐิแก้ปัญหา เพราะจะเป็นหนทางปิดบังพลังแห่งปัญญาจนทำให้เกิดความเสียหายมากมายในภายหลัง

การเงิน  :  มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำจุน แต่ก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกหลวง หรือถูกโกงได้ง่าย จนกระทั่งต้องหมุนเงินหรือโยกย้ายทรัพย์สินเงินทองตลอดเวลา

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะอึดอัดกับการที่ต้องอยู่ในกรอบของผู้ใหญ่ และกรอบความถูกต้อง ซึ่งเป็นไปได้ว่าไม่ได้ช่วยให้ชีวิตครอบครัวของคุณดีขึ้น ตรงกันข้ามมีแต่จะทำให้คุณเสียใจ และไม่มีความสุข สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดนะตอนนี้คือทำใจค่ะ คนโสด ใครที่กำลังอกหักอยู่สัปดาห์นี้มีเฮ ผู้ใหญ่กำลังวางแผนนัดเดทให้คุณอยู่นะคะ ว่าแต่คุณจะชอบหรือเปล่า เพราะอยู่เป็นโสดก็มีความสุขดี

สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้คุณคือผู้แพ้ เพราะมีโอกาสแพ้หมด ทั้งอาหารและอากาศ เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงที่จะรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ของหมักดอง รสจัด ที่ไม่สดสะอาด นอกจากอาหารจะเป็นพิษ ท้องเสียแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะมีพยาธิด้วย