พระเอกหนุ่ม “อีเจฮุน”พร้อมกลับมาแจกความสดใสในงานแฟนมีต

แฟนคลับไทยเตรียมฟิน “LEE JE HOON” พร้อมกลับมาแจกความสดใสในงาน“2024 LEE JE HOON FANMEETING ASIA TOUR “JEHOON’s Favorite” LOVE IN BANGKOK”

เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อม! สำหรับเหล่าแฟนคลับของพระเอกหนุ่ม “อีเจฮุน” (LEE JE HOON) หนุ่มหล่อที่แฟน ๆ ชาวไทยรู้จักกันดีกับบทบาทของคนขับแท็กซี่สุดหล่อสายโหดจากซีรีส์ “Taxi Driver”หลังจากที่เคยมาโปรยเสน่ห์จนสาว ๆ ชาวไทยใจสั่นกันมาแล้ว ครั้งนี้หนุ่ม “อีเจฮุน” ขอกลับมาใกล้ชิด สุดเอ็กซ์คลูซีฟกันอีกครั้งในงาน “2024 LEE JE HOON FANMEETING ASIA TOUR “JEHOON’s Favorite” LOVE IN BANGKOK” (ทูเธาเซิน ทเวนตี้โฟร์ อีเจฮุน แฟนมีตติ้ง เอเชียทัวร์ เจฮุน เฟเวอร์ แฟน มีตติ้ง เลิฟ อิน แบงค็อก) ให้เหล่าแฟนคลับได้บอกรักกันแบบใกล้ชิด ในวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ (MCC HALL, THE MALL BANGKAPI)

งานนี้ผู้จัดอย่าง บริษัท ฮาล์ฟ โทสท์ จำกัด นำทีมโดยผู้บริหาร คุณบุศนีวงศ์ พงษ์สนิท ได้ผนึกกำลังพันธมิตรด้านธุรกิจจากประเทศเกาหลีใต้ บริษัท สตาร์ แพลนเน็ต เอเชีย จำกัด และ บริษัท ยูจินเอนเตอร์เทนเม้น พร้อมเป็นด่านหน้าคว้าตัวหนุ่ม “อีเจฮุน” บินลัดฟ้ามาให้แฟนคลับได้ใจละลายกันถึงเมืองไทย

พระเอกหนุ่ม “อีเจฮุน” คือหนึ่งสุดยอดนักแสดงเกาหลีที่มากฝีมือในด้านการแสดง การันตีด้วยผลงานทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ ที่คว้ารางวัลด้านการแสดงมาแล้วมากมาย เจ้าตัวนั้นโด่งดังจากซีรีส์เรื่อง แท็กซี่ ไดร์เวอร์ (Taxi Driver) ที่สาว ๆ เทใจให้กับคนขับแท็กซี่สุดหล่อสายโหด รวมถึงบทบาทของ “คุณอา” จาก “มูฟ ทู เฮฟเวิน” (Move to Heaven) ซึ่งเรื่องนี้โกยทั้งเรตติ้งแบบถล่มทลายมาแล้วทั่วโลก

รวมถึงผลงานล่าสุดอย่าง “ชีฟ ดีเท็คทีฟ 1958” (Chief Detective 1958) ออกอากาศทาง Disney plus ซีรีส์รีเมค แนวสืบสวน ที่เจ้าตัวได้รับบทเป็นตำรวจนักสืบ เรื่องนี้ก็มาแรงจนคว้าเรตติงอันดับหนึ่งไปอีกด้วย และล่าสุดหนุ่ม “อีเจฮุน” ก็กำลังจะหวนคืนจอเงินอีกครั้งกับผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ “Moral Hazard” ประกบนักแสดงมากฝีมืออย่าง “ยูแฮจิน” เป็นครั้งแรก แฟน ๆ จะได้ชมกันประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้

แฟน ๆ ชาวไทย เตรียมล็อคนิ้วให้พร้อม เพราะทางผู้จัดจะเปิดขายบัตรวันแรกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นี้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.eventpop.me/s/leejehoonfanmeeting บัตร ราคา 6,500 (VVIP) / 5,500 (VIP) / 4,500 / 3,500 และ 2,500 บาท โดยทุกที่นั่งจะได้รับ Official Poster, Postcard, Goodbye session อัดแน่นความฟินพร้อมรับของที่ระลึกและ Benefit จุใจกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้แฟนคลับจะมีสิทธิ์ลุ้นได้ Hi-Touch สัมผัสมือนุ่ม ๆ ของหนุ่ม “อีเจฮุน” อีกด้วย พิเศษสุดแบบจัดเต็มขนาดนี้ ขอย้ำอีกทีว่าห้ามพลาด ด้วยประการทั้งปวง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
TikTok : Half Toast Official
X : Half Toast Official
IG : halftoastOfficial
FB : Half Toast Official

NCT DREAM ครองราชมังฯ พร้อมผู้ร่วมงานกว่า 65,000 คน

NCT DREAM ครองราชมังฯ พร้อมผู้ร่วมงานกว่า 65,000 คนทุบสถิติขึ้นแท่นศิลปิน SM กลุ่มแรกที่จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้มากที่สุด

NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) ครองราชมังคลากีฬาสถาน สร้างดินแดนแห่งความฝันในอุดมคติ พร้อมผู้ร่วมงานกว่า 65,000 คน กับคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ ‘2024 NCT DREAM WORLD TOUR in BANGKOK’ 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2567 และวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2567 พิสูจน์ความนิยมที่เติบโตแบบก้าวกระโดด อัปสเกลสถานที่จัดตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งแรก ณ ธันเดอร์โดม (ผู้ร่วมงาน 12,000 คน) จนถึงคอนเสิร์ตครั้งที่สอง ณ อิมแพ็ค อารีน่า (ผู้ร่วมงาน 35,000 คน) และคอนเสิร์ตครั้งที่สามนี้ ทำให้ NCT DREAM สร้างสถิติใหม่ที่ดีที่สุดได้สำเร็จ ทั้งการเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่าย SM Entertainment ที่สามารถจัดคอนเสิร์ต ณ สเตเดียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ราชมังคลากีฬาสถาน) และบัตรคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบการแสดง จำหน่ายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่งทันทีภายในวันเปิดจำหน่าย รวมถึงการเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่าย SM Entertainment (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ที่จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้มากที่สุดตลอดกาล

สำหรับ ‘DREAM( )SCAPE’ ชื่อของอัลบั้มล่าสุดและชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการประกาศมหากาพย์ที่ผสมผสานดนตรีและเรื่องราวที่รวมอยู่ในอัลบั้มเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ พร้อมสื่อว่า NCT DREAM ได้ตีความโลกคู่ขนานของความหวังและฝันร้ายออกมาในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านเซ็ตลิสต์อันหลากหลาย, วีซีอาร์ที่สอดคล้องกับเพลงแต่ละช่วง อีกทั้งผู้จัดและต้นสังกัดในประเทศไทยอย่าง บริษัท เอสเอ็ม ทรู จำกัด ได้ทุ่มทุนยกโปรดักชันสุดอลังการมาจัดเต็มความยิ่งใหญ่ เพื่อเติมเต็มอรรถรสและความรู้สึกร่วมไปกับการแสดงให้มากที่สุด เนรมิตเวทีที่เป็นสัญลักษณ์ของวง เช่น เวที LED ลูกบาศก์ขนาดยักษ์ กว้าง 12 ม. และสูง 10 ม. ซึ่งเป็นรูปทรงของแท่งไฟอย่างเป็นทางการของ NCT, ทางเดินเวทีที่ยื่นออกมาเป็นรูปเลข 7 เชื่อมระหว่างเวทีหลักกับเวทีรอง, จอเสริมด้านข้างขนาดใหญ่พิเศษ กว้าง 32 ม. และสูง 15 ม. เพิ่มการมองเห็นให้ผู้ชมอย่างทั่วถึงมากขึ้น, เครื่องพ่นไฟกว่า 40 ตัว, เครื่องยิงเลเซอร์กว่า 34 ตัว, รถเลื่อนอัตโนมัติ, โดรนบันทึกภาพ, กระดาษโปรยสั่งทำพิเศษรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังใช้ไพโรเทคนิคแต่งแต้มสเตเดียมแห่งความน่าทึ่งที่ไม่อาจลืมเลือนให้กับผู้ชม

ทั้งราชมังฯ ถูกปลุกให้ฮึกเหิมกับโชว์เลเซอร์สุดตระการตา และเมื่อยิงไพโรลูกมหึมาขึ้นเหนือฟ้าเป็นสัญญาณเริ่มต้นความฝันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NCT DREAM สมาชิกทั้งหมดปรากฏตัวท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม พร้อมเปิดกล่องความมหัศจรรย์ในเพลง ‘BOX’ ขนทัพแดนเซอร์และสเปเชียลเอฟเฟกต์สุดเร้าใจ คอนเสิร์ตทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในเพลงถัดไป ทั้ง ‘119’, ‘SOS’, ‘GO’, ‘Poison (모래성)’, ‘Drippin’’ ซึ่งพวกเขาได้เผยภาพลักษณ์ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวผ่านการแสดงอันทรงพลังและท่าเต้นกลุ่มอันแข็งแรงพร้อมเพรียง อีกทั้งยังมีช่วงเมดเลย์เพลงที่ให้อารมณ์แบบยุค 90 ที่เต็มไปด้วยความสดใส ‘Arcade’, ‘We Go Up’, ‘Bungee’ และเพลงที่บ่งบอกรสชาติของความรักอันซาบซ่านอย่าง ‘Tangerine Love (Favorite)’, ‘Yogurt Shake’, ‘Pretzel (♡)’, ‘Candy’ ตลอดจนเพลงบัลลาดช้า ๆ ‘북극성 (Never Goodbye)’, ‘숨 (Breathing)’ และเพลงที่นำมาเรียบเรียงใหม่เป็นเวอร์ชันแบนด์ขยับจังหวะให้คึกคัก ‘Dream Run’, ‘Better Than Gold (지금)’, ‘Fireflies’, ‘Hello Future’, ‘Broken Melodies’ ต่อยอดความน่าตื่นตาตื่นใจแบบไม่มีพักในลุคนักเต้นบีบอยกับแดนซ์เบรกสุดเท่ในเพลงฮิต ‘Skateboard’ เพิ่มดีกรีความดุเดือดให้กับการแสดงในเพลงฮิต ‘ISTJ’ และเพลงไตเติลจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด ‘Smoothie’ บดขยี้ความมัน ระเบิดความสนุกจนถึงขีดสุด ซึ่งนอกจากจะสะกดผู้ชมในทุกช่วงการแสดงแล้ว NCT DREAM ยังตั้งใจเตรียมคำพูดภาษาไทยมาสื่อสารเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชม โชว์เสน่ห์หลากสีสันอันน่าประทับใจ สมกับที่ได้รับการขนานนามว่า ‘Performance King’ หรือ ‘ราชาแห่งการแสดงบนเวที’

ช่วงอังกอร์ท้ายคอนเสิร์ต ‘NCT DREAM’ (เอ็นซีที ดรีม) ออกมาพบกับแฟน ๆ แบบใกล้ชิดมากขึ้นบนรถเลื่อนอัตโนมัติที่แล่นไปตามทางรอบสเตเดียมท่ามกลางเพลงจังหวะสบาย ๆ ‘파랑 (Blue Wave)’, ‘고래 (Dive Into You)’, ‘ANL’, ‘Like We Just Met’ โอบล้อมไปด้วยแสงสี Pearl Neon Champagne จากแท่งไฟ และแฟนโปรเจกต์อันมากความหมายจาก NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ทั้งการแปรอักษรจากกล่องไฟเป็นคำว่า “✨7+1=🌱”, “영원히 같이 뀨 하자 (ทำกยูด้วยกันตลอดไปเลยนะ)”, “❤7DREAM 4EVER” และรูปกลุ่มดาวหมีเล็ก​

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีป้ายข้อความซึ้ง ๆ อย่าง “เพราะมี 7DREAM อยู่ ตอนนี้ฉันจึงหายใจได้ เมื่อฉันล้มลงไป 7DREAM ช่วยฉันไว้เสมอ”, “เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันตอนนี้ ห้วงเวลานี้จึงมีค่ามากกว่าทอง”, “Forever shining NCT DREAM, Forever shining NCTzen”, “พวกเราจะเป็น NCTzen ให้ 7DREAM ตลอดไป เพราะฉะนั้น ช่วยเป็น 7DREAM ❤ ให้ NCTzen ตลอดไปด้วยนะ”, “เราได้เจอดวงดาวของเราแล้วนะ ! เป็น 7DREAM นั่นเอง” และ “7DREAM ยินดีกับทุกความสำเร็จ ! ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนัก” ตลอดระยะเวลาการแสดงกว่า 3 ชั่วโมง 25 บทเพลง ‘NCT DREAM’ และ ‘NCTzen’ ได้หลบมาพักจากเรื่องราวภายนอกเพื่อสร้างดินแดนแห่งความฝันในอุดมคติร่วมกัน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมจารึกค่ำคืนแห่งประวัติศาตร์ที่ยิ่งกว่าความฝันเป็นจริง

GENTLEWOMAN

สดใส มีชีวิตชีวา Havaianas ร่วมกับ GENTLEWOMAN เปิดตัวรองเท้า Flash Urban

Havaianas (ฮาวายานัส) ร่วมกับ GENTLEWOMAN (เจนเทิลวูแมน) เปิดตัวรองเท้าแตะรัดส้นรุ่นลิมิเต็ดจากการคอลลาบอเรชั่นที่ดึงตัวตนของทั้งสองแบรนด์ โดยรวมเอาความสดใสและความมีชีวิตชีวาของ GENTLEWOMAN เข้ากับจิตวิญญาณอันเป็นอิสระแบบบราซิลเลี่ยนของ Havaianas มาผสานกันได้อย่างลงตัว 

เปิดตัวด้วยรุ่นไอคอนิกอย่าง “Havaianas Flash Urban” รุ่นฮิตยอดนิยมตลอดกาลในคอลเล็คชั่น Havaianas x GENTLEWOMAN ที่มาพร้อมโลโก้ซิกเนเจอร์ของ Havaianas บนสายรัด, โลโก้พิมพ์อันโดดเด่นบนพื้นรองเท้า และพินโลโก้สุดพิเศษจาก GENTLEWOMAN โดยคอลเล็คชั่นนี้มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี  Pink และสี Beige ที่ไม่ว่าจะไปพักผ่อนบนชายหาด หรือจิบกาแฟในเมืองกับเพื่อนๆ  Havaianas x GENTLEWOMAN ที่ช่วยเสริมลุคของคุณผ่านดีไซน์เรียบง่ายเพื่อให้คุณแมทช์ลุคได้อย่างสนุกสนานและออกไปใช้ชีวิตได้หลากหลายสไตล์ในแบบของตัวเอง 

“คอลเล็คชั่นล่าสุดนี้ ช่วยตอกย้ำทิศทางสนับสนุนกลยุทธ์คอลลาบอเรชั่นที่ Havaianas มุ่งมั่นจะนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ กับแบรนด์ต่างๆที่ร่วมกันสร้างสรรค์ และเติมเต็มจิตวิญญาณร่วมกัน ผ่านความเป็นไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้ส่งมอบให้ประเทศไทยได้ เผยถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง GENTLEWOMAN เพื่อนำตัวตนของทั้งสองแบรนด์เล่าผ่านลิมิเต็ดคอลเล็คชั่น ที่นำรองเท้าแตะรัดส้นรุ่นซิกเนเจอร์ Havaianas Flash Urban มาร่วมออกแบบในครั้งนี้”


พลอยไพลิน ศรีตุลา

ภารกิจพิชิตมงของ พลอยไพลิน ศรีตุลา นางฟ้าชุดขาวสู่เวทีจักรวาล

พลอยเกิดและเติบโตที่จันทบุรี ในครอบครัวทางแม่ที่มีเราเป็นหลานคนเดียวตอนสองขวบพ่อกับแม่ของพลอยได้แยกทางกัน พลอยเลยต้องร้ายไปอยู่กับคุณป้าที่รับราชการอยู่ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พอถึงวันที่พลอยจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเข้าเรียนอะไรระหว่าง วิศวะกับพยาบาล ตอนนั้นพลอยยังไม่รู้ว่าเลยด้วยซ้ำว่าพลอยอยากเป็นอะไรแต่คุณป้าอยากให้เข้าเรียนพยาบาลตามหนทางที่คุณป้าได้คร่ำหวอดอยู่แล้ว ด้วยความหวังดีที่พลอยได้รับจากคุณป้า พลอยจึงตัดสินใจเลือกเรียนพยาบาล ตามที่คุณป้าได้แนะแนวให้ แต่พอได้เรียนพยาบาล ได้ทำงานเป็นพยาบาล จึงได้รู้ว่าวิชานี้เป็นวิชาชีพที่เหนื่อยมากๆ แต่สิ่งที่เราได้รับคลับมาจากวิชาชีพนี้คือความสุขที่ล้นหลามมากๆ จากการเป็นผู้ให้ ได้ให้คนไข้ของเรามีชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขาหายจากโรคที่เขาเป็น ความสุขจากวิชาชีพของการเป็นผู้ให้มันเติมเต็มความสุขในใจและคุณค่าที่อยู่ในชีวิตของพลอย การเป็นพยาบาลทำให้พลอยมีกำลังใจการทำงานนี้ต่อไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดา

พลอยไพลิน ศรีตุลา

ความสุขของคุณคืออะไร

“คือการที่พลอยได้เป็นผู้ให้…ให้คนไข้มีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ให้เขาได้สามารถรู้สึกได้ว่า การเจอกับพลอยนั่นเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุดเหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืมคงเป็นรอยยิ้มของคนไข้ทุกๆ คนใน ทุกๆ เคสที่พลอยได้เจอในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พลอยได้ช่วยพูดคุยกับเขาแล้วทำให้พวกเขาได้กลับมามีรอยยิ้มที่เขารู้สึกดีขึ้น มีความสุข จริงๆ จากข้างใน เราไม่เคยเละไม่มีวันที่จะลืมสิ่งนั้นเลยเพราะมันมาเติมเต็มความสุขในใจเราเหมือนกัน”

พลอยไพลิน ศรีตุลา

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“พ่อกับแม่ของพลอยเลิกกับตอนพลอยอายุ 2 ขวบพลอยคิดมาเสมอว่าพ่อกับแม่ของพลอยไม่รักเราถึงให้เราไปอยู่กับป้า เราจึงรู้สึกว่าเราเป็นคนที่ขาดความรักตลอดเวลาแต่พอโตขึ้นมองย้อนกลับไปดูจริงๆ แล้วกลับพบว่าพ่อกับแม่ต้องเสียสละสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเราเพื่อสิ่งสั่งนั่นจะได้อยู่ในที่ที่ดีกว่าแล้วก็มีความสุขมากกว่าอยู่กับเขา พลอยเข้าใจความเจ็บปวดที่เขาต้องสูญเสียสิ่งที่รักและพอพลอยย้อนมองกลับไปทำให้รู้ว่าจริงๆ เขาอาจจะเป็นคนที่รักเรามากที่สุด ความรักดีๆ อยู่รอบตัวเราเสมอๆ พลอยไม่ได้ขาดความรักแต่กลับกลายเป็นว่าพลอยรายล้อมไปด้วยคนจำนอนมากที่พร้อมจะสนับสนุนพลอยคอยช่วยเหลือพลอย นั่นก็คือความรักแบบที่คนรอบข้างมอบให้พลอย มันเป็นความรักที่พลอยไม่เคยมองเห็นมาก่อนและนั่นมันคือบทเรียนที่มีค่าที่สุดในชีวิต”

Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“ในทรรศนะของพลอย ‘Beyond Universe” หมายถึงการก้าวข้ามขอบเขตที่สิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่ หรือคิดว่าจะไปถึงได้ ในโลกแห่งความเป็นจริง คนคนหนึ่งจะต้องเผชิญอุปสรรค หรือเรื่องที่ยากลำบากอยู่เสมอ หรือแม้แต่ข้อจำกัดในการที่จะคนที่หัวใจเรียกร้องเองก็ตาม Beyond Universe” เป็นทัศนคติที่จะช่วยให้ทุกคนกล้าที่จะคิด กล้าที่จะปลดล็อกความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ในตัวของทุกคน ให้ตัวเองได้กลายเป็น the best that you can be and be thewhoever you choose to be เพราะพลอยมองว่าหากเรามัวแต่ฟังเสียงคำพูดของคนอื่นที่คอยกดความสามารถในการเติบโตของเรา มันคงเป็นอะไรที่น่าเศร้ามาก เพราะคือชีวิตที่แก้จริงของเรา มีเพียงเราที่สามารถขีดเขียนเรื่องราวและตัวตนในชีวิตของตัวเองได้ เชื่อมั่นและศรัทธาในความสามารถเหนือจักรวาลของตัวเอง และเราจะพบกับตัวตนที่แท้จริงของเราได้”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมีความสำคัญกับพลอยอย่างมากมันเป็นการพัฒนาตัวเองไปอีกขึ้นหนึ่งของชีวิตทำให้เราไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าจุดที่เคยเป็น เพราะพลอยเชื่อเสมอว่ามนุษย์เราเมื่อคิดมาครั้งหนึ่ง ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ดังนั้นจงใช้ชีวิตให้สุด ให้เกิดคำว่าที่สุดขีดจำกัดความสามารถของตัวเองให้ได้ หากมนุษย์มีความคิดที่จะระลึกไว้เสมอว่าเราสามารถที่จะ ท้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง” ได้สิ่งนี่จะเปรียบเสมือนแรงวิเศษที่ขับเคลื่อนให้เราสามารถไปยังจุดที่ไกลเกินจะคิดหรือฝันได้ และนี่จังถือว่าเป็นคุณค่าที่แท้จริงในการเกิดมาเป็นมนุษย์ครึ่งหนึ่งของพลอย”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“คือปณิธานในการที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นไปอย่างไม่มีขีดจำกัด การที่พลอยอยากที่จะเป็นคนที่พัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นคนที่สามารถเป็น better versionได้ในทุกๆ วัน ตัวพลอยเอง ณ จุดนี้เดินทางมาพร้อมกับ version ที่เราภาคภูมิใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามพลอยเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าพลอยยังสามารถไปได้ไกลกว่าคนที่พลอยกำลังเป็นอยู่อย่างแน่นอนและรวมถึงคำสบประมาทอื่นๆ ที่พลอยได้รับนั่นเปรียบเสมือนชื่อเพลิงที่จะสามารถทำให้พลอยก้าวข้ามขอบเขตของตัวเองได้ดีและเร็วมากขึ้น”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร

“ประสบการณ์ สำหรับพลอยนั่นเปรียบเสมือนเครื่องย้ำเตือนความคุ้มค่าในการใช้ชีวิต และเป็นเครื่องนิยามย้ำเตือนว่าเราเป็นใคร ประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลที่พลอยกำลังจะได้รับจากการประกวดอันทรงเกียรติบนเวทีการประกวดเช่น Miss Universe Thailand 2024 ในครั้งนี้ แม้ตั้งแต่พลอยยังไม่ได้กันก้าวเท้าสู่การเก็บตัวพลอยได้ “ปลดล็อก” ตัวตนที่ซ่อนอยู่ในตัวของพลอยเอง ที่พลอยคงจะไม่ได้มีวันรู้หากไม่ลงมือทำ และแน่นอนว่าประสบการณ์มากประการที่พลอยกำลังจะได้รับในครั้งนี้ส่งต่อโอกาส ส่งต่อความสุข อนุญาตให้ตัวเองกล้าที่จะทำอะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างสมเกียรติผู้หญิงยุคใหม่ คนเมืองจันท์ยุคใหม่ ให้พลอยได้สามารถเป็นสื่อกลางเป็นสะพานในการส่งต่อโอกาสและความสุขที่พลอยได้มอบให้กับตัวเองส่งทอดให้กับคนอื่นรอบตัวที่มากกว่าคนไข้ที่พลอยจะต้องได้เจอในทุกๆ วัน ประสบการณ์การก้าวข้ามขอบเขตจักรวาลไม่ได้จำเป็นต้องอยู่กับนางงามเสมอไปแต่มันคือประสบการณ์ที่พลอยมองว่าทุกคนสมควรที่จะได้สัมผัสมัน”

ภาพและข้อมูลจาก MUT Chanthaburi

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ธาริตา สมิท

ธาริตา สมิท สาวงามที่มาพร้อมโครงการช่วยเด็กเล็กตามตะเข็บชายแดน

สวยทั้งกายและใจ ธาริตา สมิท มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2024 สาวงามที่มาพร้อมโครงการช่วยเด็กเล็กตามตะเข็บชายแดน

ทาร์ริ-ธาริตา เป็นคนชอบใช้ชีวิตอิสระ ไม่ชอบการอยู่ในกรอบ ชอบทำงานและชอบหาเงินด้วยตัวเอง ทาร์ริเลือกที่จะทำงานเร็วเพราะได้รับโอกาสก่อนวัยในรุ่นเดียวกันกับเพื่อน ได้รับผิดชอบตัวเอง นั่นคือความสุขของทาร์ริ ทาร์ริอยากให้ทุกๆ คนเข้าใจว่าคนเราสามารถมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ชีวิตในสิ่งที่ถูกต้องและทำในสิ่งที่เราอยากทำthis is your life … you need to choose the life that youwant and you can choose your own success. becausewhen you live the life you want you will love the life youlive.

ธาริตา สมิท

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“การที่ทาร์ริได้มีโอกาสศึกษาเรื่องการช่วยเหลือเด็ก ซึ่งในประเทศไทยมีองค์กรช่วยเหลือเด็กเยอะมาก และทาร์ริเองได้มีโอกาสมีส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางแนวตะเข็บชายแดน มีโอกาสอุปการะเด็ก 1 คน ผ่านโครงการฯ เด็กคนนั้นได้รับการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ทารัริเองยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเชิญชวนเพื่อนและผู้ใหญ่ใจดีมาอุปการะเด็กด้วยนอกจากนี้การ์ริได้มอบทุนช่วยเหลือสร้างบ้านเด็กไฟใหม้ด้วยค่ะ ทาร์ริเชื่อค่ะว่า”การได้เป็นผู้แบ่งปันเติมความสุขนั้น” ไม่ต้องรอโอกาสถึงวันที่มีเงินจำนวนมาก เราสามารถให้ได้ในทุกโอกาส เพราะคุณค่าของการให้ไม่ได้วัดที่ ‘มูลค่าสิ่งของ’ แต่วัดที่ น้ำใจ’ ของผู้ให้ “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ใจฟูได้เสมอค่ะ”

ธาริตา สมิท

ความสุขของคุณคืออะไร

“ความสุขของคนเราต่างกันค่ะแต่สำหรับทาร์ริแล้วคือการเห็นคุณค่าในตัวเอง และภูมิใจในการเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักบนพื้นฐานที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนทาร์ริยังเชื่อว่าการเห็นคุณค่าในตัวเองส่งผลให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีใจทำงานที่ทำ และหาเงินให้กับตัวเอง แบ่งปันช่วยเหลือตามกำลัง นำไปสู่การเลือกใช้ชีวิตที่เป็นไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของเรา “ใช้ชีวิตแบบเราและทำตามหัวใจตัวเองค่ะ”

ธาริตา สมิท

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“อาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนอื่น แต่มันเป็นความทรงจำที่ดีของทาร์ริในวัยเด็กของเด็กชั้นป.2 จำได้ว่ามีรุ่นพี่จิตอาสามาทำกิจกรรม เล่นเกม มีขนม และของรางวัลเล็กน้อยมาแจก และเชื่อไหมคะว่าหนูมีความสุขมากๆ ค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ก็มีแต่รอยยิ้มเสียงหัวเราะกันทั้งวัน ภาพจำจากเหตุการณ์นั้นทำให้ทาร์ริมีโครงการวันนี้คืออยากจัดกิจกรรมให้เด็กๆ บ้างเมื่อยามเรามีโอกาสและได้ทำกิจกรรมที่ชื่อว่า”สานฝันปันสุขครั้งที่1″ ปี2565 ค่ะ”

“Beyond Universe”สำหรับคุณคืออะไร

“Beyond Universe สำหรับทาร์ริความกล้าที่จะก้าวข้ามขอบเขตขีดจำกัดโดยไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาเพื่อขึ้นเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและเตรียมตัวให้พร้อมสู่ทุกการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นสุดท้ายไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือร้ายไม่เป็นไร มันคือหนทางสู่การเติบโต”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“ทุกๆ ย่างก้าวของทาร์ริมันทำให้การ์ริเติบโตขึ้น ทาร์ริไม่ได้เกิดมาพร้อมคู่มือการใช้ชีวิตค่ะบางก้าวก็เคยผิดพลาด ไม่สำเร็จตามที่เราคาดหวังแต่ส่งหนึ่งและเป็นสิ่งเดียวที่ทาร์ริมีคือความเชื่อตัวเอง คือการเอาชนะตัวเองที่ไม่ได้แข่งกับใครและไม่ด้อยค่าตัวเองว่าแตกต่างจากคนอื่น เชื่อมั่นอย่างแก้จริงว่าเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าข้อจำกัดอะไรก็แล้วแต่ เราเป็นตัวเราได้ดีที่สุด”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“แรงบันดาลใจของการก้าวข้ามชอบเขตของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไป แต่สำหรับทาร์ริแล้วคือ “ครอบครัว” ใช่แล้วค่ะ อาจจะฟังดูง่ายๆ นะคะ ทาร์ริเองเติบโตมากับครอบครัวที่ล้วนแต่เป็นผู้หญิงทั้งบ้าน และนั่นจึงทำให้ทาร์รินั่นโดนปลูกฝังไว้ว่า “ยิ่งเราเคิดมาเป็นผู้หญิงจงอย่าหยุดนิ่งต้องทำงานดูแลตัวเองได้ ดูแลคนในครอบครัวได้ เข้มแข็งในทุกสภาวะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค” คำสอนเหล่านี้ทำให้ทาร์ริอยากเป็นผู้หญิงที่แกร่งได้ก้าวข้ามขอบเขตความเป็นผู้หญิงที่มีความกลัวและกล้าเลือกเส้นทางการใช้ชีวิต ขยันทำงานและไม่หยุดพัฒนาตัวเองก้าวผ่านอุปสรรคผลลัพธ์ที่จะได้คือทาร์ริจะเป็นผู้หญิงแบบ Independent women ที่สามารถสร้างความสุขได้ด้วยตัวเองและครอบครัวได้นั่นเอง”

ภาพและข้อมูลจาก MUT Surat Thani 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เช็คไอเท็มสีรุ้ง! ส่องคอลเล็คชั่น Love is Love ส่งท้าย Pride Month

ส่งท้าย Pride Month 2024 ส่องแคปซูลคอลเล็คชั่นสุดน่ารัก Love is Love จาก Floétique

“Love is Love” เพราะรักก็คือรัก

Floétique จับมือกับ Soho House Bangkok คลับเฮ้าส์สายครีเอทีฟจากอังกฤษ เพื่อร่วมฉลอง Pride Month
ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในปีนี้ คอลเล็คชั่นพิเศษ “Love is Love” ของ Floétique ได้แรงบันดาลใจจาก Soho House Bangkok ซึ่งเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้มุมมองร่วมเรื่องการเคารพในความหลากหลายของทุกคนโดยไม่เป็นแยกเป็นหัวใจสำคัญ Soho House Bangkok และ Floétique ร่วมยินดีกับชัยชนะแห่งความรักครั้งสำคัญ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาร่วมกันฉลองชัยชนะความรักครั้งใหญ่นี้ที่เป็นความหวังสู่การส่งเสริมสังคมที่เท่าเทียม เพราะความรัก และการได้รับความรักถือ ล้ำค่าต่อทุกชีวิต Floétique สนับสนุนกิจกรรม Pride Parade 2024 ของ Soho House Bangkok และจะร่วมส่งเสริมพลังแห่งการให้เพื่อแสดงความรักสู่สู่เด็กและเยาวชนไทยใน Pride Month


Floétique จะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่าย “Love is Love capsule” collection บริจาคให้กับมูลนิธิเด็กโสสะ
แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาเด็กที่ประสบความท้าทายทั่วประเทศไทย
มาแชร์ความรักและส่งเสริมพลังสังคมแห่งการให้ร่วมกันกับเรา


“Love is Love” Capsule Collection

“Love is Love” สะท้อนถึงความรักที่บริสุทธิ์ เพราะความรักทุกรูปแบบต่างมีคุณค่าในตัวเอง ความสดใสดของสีที่
สะท้อนสัญลักษณ์ของ “Pride” ถูกบอกเล่าผ่านสายรุ้งซึ่งมีเส้นสายเหมือนเส้นชัยของนักกีฬา สะท้อนชัยชนะของความ
รักสำหรับทุกคนที่ไม่แบ่งแยก


ภาพและข้อมูล: Floétique

ชาเนล

ชาเนล Ephemeral Boutique ช้อปปิ้งเพลินท่ามกลางวิวอันร่มรื่นของอุทยานเบญจสิริ

แพรวพาสำรวจ ชาเนล บูติคใหม่ในรูปแบบ Ephemeral Boutique ที่ชั้นเอ็มของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ (EmSphere) ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้ในย่านสุขุมวิท ใจกลางกรุงเทพฯ บูติคใหม่นี้มีพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร

โดยอยู่ห่างจากบูติคชาเนล เอ็มควอเทียร์ เดิมเพียงเล็กน้อย ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงใหม่ก่อนจะเปิดให้บริการอีกครั้งในปีหน้า สำหรับบูติคใหม่ที่เปิดให้บริการนี้ จะเน้นการนำเสนอคอลเล็คชั่นล่าสุดของเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า คอสตูมจิวเวลรี่ และแว่นตา รวมไปถึงผลงานนาฬิกาและไฟน์จิวเวลรี่

การตกแต่ง

ลายเส้นที่สวยงามสะดุดตาของบูติคแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์อันงามสง่าตามแบบฉบับของแบรนด์ ชาเนล มีการใช้ พาเลตสีขาว สีดา และสีเบจ ที่เป็นเอกลักษณ์ทั่วทั้งบูติค พื้นที่โล่งกว้างภายในให้บรรยากาศผ่อนคลายแบบสบายๆ และเน้นที่ช่องโค้งที่ตีกรอบด้วยสีดาเพื่อแบ่งส่วนพื้นที่ต่างๆ ในบูติคได้อย่างยืดหยุ่น หน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานที่ยื่นออกจากผนังช่วยให้มองเห็นวิวอันสวยงามร่มรื่นของอุทยานเบญจสิริ และยังเปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในด้วย พื้นคอนกรีตสีเบจของบูติคตัดกับผืนพรมทอด้วยเชือกที่มีลวดลายกราฟิกซึ่งสร้างสรรค์จากงานฝีมือท้องถิ่นอันประณีต

โซนแอคเซสเซอรี่ กระเป๋าถือ และรองเท้า

เมื่อเดินเข้ามาในบูติคจะพบกับพื้นที่จัดแสดงขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับผลงานอันน่าทึ่งของคอลเล็คชั่นเมติเยร์ ดาร์ท 2023/24

จากนั้นแขกผู้มาเยือนจะถูกดึงดูดด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหนังชิ้นเล็ก แว่นตา คอสตูมจิวเวลรี่ กระเป๋าถือ และรองเท้าที่จัดเรียงอย่างสวยงามน่าชม มีทั้งกระเป๋าถือไอคอนิค เช่น กระเป๋า 11.12 และ 2.55 รวมทั้งผลงานล่าสุดของชาเนลที่จัดวางบนชั้นวางไม้แบบสั่งทำพิเศษและคลุมบางส่วนไว้ด้วยผ้าทวีดที่เล่นล้อไปกับความโปร่งแสง

รองเท้าที่จัดแสดงประกอบด้วยหลากหลายสไตล์ เช่น รองเท้าบัลเลริน่า และรองเท้ารัดส้นสีทูโทน เคียงคู่กับรองเท้าจากคอลเล็คชั่น เมติเยร์ ดาร์ท 2023/24 รวมถึงรองเท้าแมรี่-เจนส์ สีดำจากโชว์ของคอลเล็คชั่นนี้

โซนนาฬิกาและไฟน์จิวเวลรี่

ในโซนพื้นที่ที่อยู่ติดกัน ผู้มาเยือนจะพบกับผลงานสร้างสรรค์สุดพิเศษของแผนกนาฬิกาและไฟน์จิวเวลรี่ ซึ่งได้แก่ คอลเล็คชั่น Coco Crush ไอคอนิก และคอลเล็คชั่น N°5 Fine Jewelry ตลอดจนนาฬิกา Première, J12 และ BOY·FRIEND ที่มีชื่อเสียง

โซนเสื้อผ้า

ด้านหลังบูติคเป็นพื้นที่กว้างขวางสำหรับเสื้อผ้า Ready-to-Wear รวมถึงเสื้อผ้าจากคอลเล็คชั่นเมติเยร์ดาร์ท 2023/24 ที่เพิ่งนำเสนอใน แมนเชสเตอร์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเสื้อแจ็คเก็ตชาเนล มินิสเกิร์ต กางเกงเบอร์ มิวดา และเสื้อคลุมยาวที่ทำจากผ้าทวีดสีสันสดใสที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนำเสนอสำหรับเมืองแห่งนี้ของอังกฤษ

โดยเฉพาะผลงานผ้าอัดพลีทและงานปักโดยสตูดิโองานฝีมือขั้นสูง ณ le19M ช่วยเพิ่มเสน่ห์ความงามประณีตให้กับคอลเล็คชั่นนี้ นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้ายีนส์ หนัง งานถักผ้าแคชเมียร์ ที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบ พร้อมกับสะท้อนวัฒนธรรมของเมืองแมนเชสเตอร์ ที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอล ดนตรี และความสวยงามของธรรมชาติ


“Finale Play Studio”

“เป้ย-เมย์” พร้อมเหล่าคนบันเทิง เปิดตัว “Finale Play Studio”

เตรียมเฮกันไปลงคอร์สและร่วมกิจกรรมทันที เมื่อโจ้-วิรัตน์ เฮงคงดีกก.ผจก. บริษัท โต๊ะกลมโทรทัศน์ฯ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ละครเวที และคอนเสิร์ต, บอส-ณัฐณี คงสิริกาญจน์ กก.ผจก. บริษัท ออโต้ เอสเซนส์ แบงคอคฯ และ เอื้อ-เอื้ออาทร วงศ์ศิริ กก.ผจก. บริษัทดรีมบอกซ์ แอคติ้ง สตูดิโอ จำกัด จับมือร่วมกันเปิดตัว “Finale Play Studio” สตูดิโอส่งเสริมการพัฒนาตนเอง โดยมี เป้ย-ปานวาด เหมมณี, เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร, หมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์, เต๋า สโรชา, โอ อนุชิต, นาเดีย โสณกุล, สุธี แสงเสรีชน, รัดเกล้า อามระดิษ, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ, ปิติภัทร สารสิน, เวลล์ ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์, จ๊ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย, โบ สาวิตรี สุทธิชานนท์ และแขกผู้มีเกียรติหลากหลายวงการ ร่วมงานแกรนด์โอเพนนิ่งกันเพียบที่ The Essence at kingsQuare พระราม 3

“Finale Play Studio”

“Finale Play Studio” เป็น Self-Development Studio สตูดิโอส่งเสริมการพัฒนาตนเอง ที่เน้นการเรียนรู้การพัฒนาตนเองทั้งในวัยเด็กวัยรุ่น และ วัยผู้ใหญ่ ผ่านการเวิร์คชอป และกิจกรรมที่ทำให้เข้าใจตนเองทั้งจากภายนอกและภายใน โดยการประยุกต์ใช้ศาสตร์จากการแสดง การพัฒนาบุคลิกภาพ กิจกรรมส่งเสริมทักษะทางด้านร่างกายที่สนุกสนาน และสร้างสรรค์ เราจะมีการแนะนำเด็กแต่ละคนบนเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเด็กอายุ 4-18 ปี นอกจากนี้เรายังเสนอชั้นเรียนการฝึกสติสุขภาพ และการเลี้ยงดูบุตรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ปกครองและผู้ใหญ่

โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น 3 ผู้บริหารได้เปิดใจถึงที่มาที่ไปของการเปิดสตูดิโอแห่งนี้ ทั้งแรงบันดาลใจที่มาจากคนใกล้ตัว จากครอบครัว จากรูปเพียง 1 ใบ จากประสบการณ์ตรงที่ได้ทำรายการเกี่ยวกับเด็ก ทำรายการที่ต้องเพิ่มทักษะให้เด็กที่ขาดความมั่นใจได้กล้าแสดงออกไม่ปิดกั้นตัวเอง มั่นใจที่จะก้าวไปทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ แถมแต่ละคอร์สได้รับการดูแลจาก Finale Academy เรียกว่ามากันแบบจัดเต็ม ซึ่งภายในงานครั้งนี้ก็มีโชว์ชุดวิหคเหิรลม จากน้อง ๆ Finale Academy และ โชว์ Ode to my Family จากคริสต้า ซึ่งน้องเคยเป็นคนไม่มั่นใจ แต่บทเพลงและการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ช่วยให้น้องได้ก้าวสู่เวทีประกวดร้องเพลงมากมาย อาทิ We Kid Thailand, The Voice All Stars, CHUANG ASIA ติดตาม “Finale Play Studio” ได้ทางhttps://www.facebook.com/profile.php?id=61555798795310&mibextid=LQQJ4d

ดรีม-อังคณา ศรีสุวรรณ

ดรีม-อังคณา ศรีสุวรรณ อดีตนักยิมนาสติกลีลาเยาวชนทีมชาติไทย

ดรีม-อังคณา ศรีสุวรรณ MUT ศรีสะเกษ อดีตนักยิมนาสติกลีลาเยาวชนทีมชาติไทย ที่วันนี้พร้อมที่จะเดินตามความฝันใหม่ความฝัน Miss Universe Thailand 2024

ดรีม เป็นเด็กคนหนึ่งที่ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่กับกีฬายิมนาสติกมาตลอด ไม่ได้มีโอกาสวิ่งเล่นกับเพื่อนหลังเลิกเรียน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทนโดนดัดตัวเจ็บๆ อยู่ทุกวัน แต่แล้วความไม่เข้าใจก็กลายเป็นความฝัน ฝันที่อยากประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักกีฬา และฝันนั้นก็กลายเป็นจริง วัยเด็กของดรีมที่ดรีมเคยรู้สึกเหมือนโดนพรากไป แต่ความจริงแล้วสิ่งนั้นหล่อหลอมให้ดรีมกลายมาเป็นดรีมทุกวันนี้ค่ะ เป็นผู้หญิงที่มีระเบียบวินัย มีความตั้งใจ สอนให้รู้จักยอมรับความจริง ความผิดหวัง การให้เกียรติผู้อื่น ในแบบที่นักกีฬาโดนสอนมาว่าต้อง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ในวันนี้ดรีมพร้อมที่จะเดินตามความฝันใหม่ความฝันของการเป็นนางงาม

ดรีม-อังคณา ศรีสุวรรณ

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“ตอนเด็กๆ ดรีม เป็นคนเอาแต่ใจมากโดยเฉพาะกับคุณแม่ ถ้ามีอะไรไม่ได้ดั่งใจจะหงุดหงิด แล้วก็โกรธมาก ทำให้หลายๆ ครั้งคุณแม่ต้องมารองรับอารมณ์และเหนื่อยกับนิสัยของดรีม พอมองย้อนกลับไปดูตัวเองตอน เด็ก ดรีมรู้สึกเสียใจ และรู้สึกผิดต่อคุณ แม่มาก เรื่องนี้ เป็นบทเรียนให้ดรีมได้ เรียนรู้ว่า คนที่จะเสียใจต่อตัวเราในอดีตมากที่สุดคือตัวเราเอง ปัจจุบันเราทำตัวอย่างไรคนที่รับผิดชอบต่อการกระทำของเราคือเราในอนาคต ดรีมจะนำบทเรียนนี้มาคอยย้ำเตือนให้เป็นคนที่ดีขึ้นและดรีมอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้จากบทเรียนชีวิตของดรีมค่ะ”

ความสุขของคุณคืออะไร

“คำถามนี้เป็นคำถามที่ดรีมถามตัวเองตลอด จนทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าความสุขจริงๆ ของตัวเองคืออะไร แต่ดรีมมีความตั้งใจอย่างหนึ่งว่า จะต้องหาความสุขเล็กๆ ให้กับตัวเองอย่างน้อย 1 อย่างทุกวัน  ถ้าต้องตอบออกมาสักอย่างหนึ่ง ความสุขของดรีมคงเป็นการได้รับประทานอาหารอร่อย อาจจะดูเป็นคำตอบที่เรียบง่ายไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แต่เป็นความสุขแท้จริงที่ดรีมมองเห็นจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัว”

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“ในวันคัดตัวนักกีฬายิมนาสติกลีลาเพื่อเป็นตัวแทนเยาวชนไปวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าความสุขจริงๆ ของตัวเองคือแข่งในนามทีมชาติไทย มีการคัดเลือกนักกีฬาจากทุกสโมสรในประเทศ ดรีมทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้ และเมื่อผลประกาศผลออกมาว่าได้รับคัดเลือกเป็นเยาวชนทีมชาติ ความรู้สึกของตัวคือเหมือนฝัน แต่พอหันไปเห็นคุณแม่ที่คอยสนับสนุนและผลักดันมาตลอดตั้งแต่วันแรก คุณแม่น้ำตาคลอมองมาที่ดรีมแล้วยิ้ม ดรีมรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก เพราะสิ่งนี่เป็นความฝันของดรีมและคุณแม่มาตลอด เหมือนเป็นการประสบความสำเร็จในเส้นทางการเป็นนักกีฬาของดรีม นอกจากภูมิใจที่ทำได้แล้วดรีมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันครั้งนี้”

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“ความกล้าหาญค่ะ กล้า…ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ ศักยภาพ ความกลัวหรือการก้าวข้ามความฝันและทำให้ฝันกลายเป็นจริง ดรีมเคยเป็นคนที่ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าความฝันของดรีมคืออะไรหรือดรีมอยากเป็นอะไรครีมกลัวความล้มเหลว กลัวว่าฝันของดรีมจะเป็นจริงไม่ได้ แต่ดรีมเคยอ่านบทความหนึ่งเขียนไว้ว่า คนที่มีความกล้าหาญ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความกลัว แต่คือคนที่ต่อให้กลัวก็จะทำตามความฝันนั่นอยู่ดี ดรีมอยากเป็นแรงบันดาลใจและสนับสนุนให้ทุกคนกล้าฝันค่ะ ฝันให้ใหญ่และไล่ล่าความฝันนั่นให้ได้ beyond your dream, beyond the UNIVERSE”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมีความสำคัญกับดรีมในเรื่องของการไม่หยุดพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ดรีมได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่าง เช่นการทำอาหาร ที่คนกลัวน้ำมันอย่างดรีมไม่กล้าทำมาตลอด ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตอย่างการต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียวทั้งที่ไม่เคยห่างบ้านนานๆ เลย ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในบางเรื่องหรือมีอุปสรรคเข้ามามากมาย ล้มบ้าง ผิดพลาดบ้างแต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ถ้าดรีมไม่กล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในวันนั่น วันนี้ดรีมคงไม่ได้มายืนอยู่บนเวทีนี้”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“แรงบันดาลใจของดรีม มาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่น ดรีมชอบดูการแข่งขันกีฬา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ดรีมอยากพัฒนาตัวเองจนประสบความสำเร็จในด้านนี้ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในเส้นทางกีฬาของดรีมค่ะ นอกจากสิ่งรอบตัวก็มีคนรอบข้างที่เป็นกำลังใจและเป็นแรงขับเคลื่อนให้ดรีมก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งก็คือคุณแม่ ตั้งแต่เด็กจนโตคุณแม่คอยรับ-ส่งและเฝ้ารอดรีมซ้อมยิม ไม่ว่าจะนานแค่ไหนคุณแม่ไม่เคยทิ้งเราไว้คนเดียวเลย คุณแม่คอยผลักดันและสนับสนุนให้ดรีมทำตามความฝันของตัวเองมาตลอด คอยอยู่เคียงข้างในวันที่ล้ม คอยสอนในวันที่ดรีมทำผิดพลาด คุณแม่เป็นพลังให้ดรีมอยากลุกขึ้นสู้ใหม่ทุกครั้งที่ท้อและคุณแม่ก็เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ดรีมอยากเป็นดรีมที่ดีขึ้นในทุกๆ วันค่ะ เริ่มอยากให้ทุกคนลองมองดูรอบๆ ตัวเองครีมเชื่อว่ามีคนที่พร้อมจะสนับสนุนและส่งพลังให้ทุกคนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองแน่นอนค่ะ”

Evoto

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร

“ดรีมเริ่มจากเป็นคนที่กล้าฝันและวันนี้ทำตามความฝันของตัวเองด้วยการมาประกวด Miss Universe Thailand 2024 ดรีมจะเก็บเคี่ยวช่วงเวลาที่มีค่าในการประกวดจะจดจำภาพความกรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้ได้มากที่สุดเพื่อคอยย้ำเตือนการก้าวข้ามขอบเขตของตัวเองและจะนำประสบการณ์ของตัวเองมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ดรีมทราบค่ะ ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนไม่กล้าฝันไม่กล้าทำสิ่งต่างๆ มีคนเคยบอกดรีมว่าความฝันมันแพง แพงในที่นี้หมายถึงความรู้สึกที่จะต้องทุ่มเทให้กับสิ่งนั้น ความรู้สึกที่จะต้องเสียไปถ้าทำไม่สำเร็จ แต่สำหรับดรีมความฝันไม่แพงเกินกว่าที่ใจเราจะสู้ได้ค่ะ ดรีมอยากสนับสนุนให้ทุกคนกล้าฝัน ฝันโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร โดยที่พร้อมจะสู้กับความผิดหวัง พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวให้ความฝันกลายเป็นความจริงและอยากให้ทุกคนภูมิใจในตัวเองเมื่อวันนั้นมาถึงค่ะ”

ภาพและข้อมูลจาก MUT Si Sa Ket 

สามารถอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ ย้ายสำนักงานสู่แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ (ELC) หรือที่รู้จักกันในนาม บริษัท ELCA ประเทศไทย จำกัด บริษัทความงามชั้นนำระดับโลกในเครือบริษัท เอสเต ลอเดอร์ ประกาศย้ายสำนักงานอย่างเป็นทางการมาที่โครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) โครงการมิกซ์ยูสที่ตั้งอยู่ในทำเลแลนด์มาร์คใจกลางกรุงเทพฯ และยังวางให้เป็น “เมืองกลางใจ” ของผู้คนอีกด้วย การย้ายสำนักงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ ที่ก่อตั้งมายาวนานในไทยกว่า 33 ปี และสื่อให้เห็นถึงความใส่ใจของบริษัทที่มีต่อบุคลากร การออกแบบพื้นที่ภายในสำนักงานที่สวยทันสมัย เปิดโล่งไม่มีการกั้นโต๊ะหรือแบ่งโซนที่เสริมความคล่องตัวและการประสานงานภายในทีมหรือระหว่างทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์

โครงการ วัน แบงค็อก เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสม ตั้งอยู่ในทำเลทองใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ใกล้ทางแยกต่างระดับพระราม 4 และถนนวิทยุ โครงการคอมมูนิตี้ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน เน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นเมืองต้นแบบสมาร์ท ซิตี้ ที่รองรับการใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Beauty Inspired, Values Driven ของ ELC โครงการนี้เอื้อประโยชน์ให้การปฏิบัติงานของพนักงานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างสมดุลชีวิตและการทำงานสูงสุด และส่งเสริมภาพลักษณ์ผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมความงามของบริษัทให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

“เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกไปจนครอบคลุมถึง 11 แบรนด์ในไทยในปัจจุบัน โดยแบรนด์ล่าสุดในช่วงปีที่ผ่านมาก็คือน้ำหอมนิชแบรนด์จากนิวยอร์กอย่าง Le Labo และเวชสำอางแบรนด์ดังจากเกาหลีอย่าง Dr.Jart+ การย้ายสำนักงานมาที่โครงการ วัน แบงค็อก แสดงให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งของเราในตลาดประเทศไทย” คุณทิพาภรณ์ อูนากูล กรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัท ELCA ประเทศไทย จำกัด กล่าว “ภายในสำนักงานที่ทันสมัยแห่งนี้ออกแบบโดยคำนึงถึงพนักงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและเอื้ออำนวยต่อการทำงานร่วมกัน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เราจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นบทบาทใหม่ที่นี่ และเราพร้อมก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเยี่ยมเหมือนเคย”

นอกจากนี้ วัน แบงค็อก เองเป็นโครงการเมืองอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นโดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เน้นเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum แห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานรับรองอาคาร WELL เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารด้วย นอกจากนี้ในโครงการยังมีพื้นที่เปิดโล่ง และพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50 ไร่ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด นับว่าเป็นจุดพักผ่อนใจกลางเมืองและเป็นทั้งพื้นที่สันทนาการด้วย การออกแบบเน้นการประหยัดพลังงาน มีระบบการจัดการขยะและน้ำเสีย รวมถึงการระบายอากาศ ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ส่งผลดีต่อสุขภาพ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

“การย้ายสำนักงานมาที่โครงการ วัน แบงค็อก จึงเป็นอะไรที่มากกว่าการเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงาน เพราะนี่คือการแสดงเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อสวัสดิภาพสังคมของพนักงานและผลกระทบที่มีต่อโลกด้วย” คุณทิพาภรณ์ กล่าว “เราพร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมและแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากสำนักงานใหม่แห่งนี้ และมั่นใจว่าที่นี่จะนำพาโอกาสใหม่ๆ อีกมากมายมาให้กับพวกเราทุกคน”

เฟิร์น-กาญจน์ชนก พุทธรักชาติ

เฟิร์น-กาญจน์ชนก พุทธรักชาติ ตัวแทนกลุ่มคนชาติพันธุ์มอญ จ.กาญจนบุรี

จาก 4 วัฒนธรรมแห่งสายน้ำจากจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน สังขละบุรีคือถิ่นกำเนิดที่หล่อหลอมความเป็นเฟินผ่านตัวตนที่เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจประนีประนอมภายใต้ขีดความจำกัดทางถิ่นฐาน เฟิร์น-กาญจน์ชนก พุทธรักชาติ ในฐานะตัวแกนกลุ่มชาติพันธุ์มอญ วันนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง อาจเป็นจุดเล็ก ๆ แต่เฟิร์นเชื่อว่าจุดเล็ก ๆ จุดนี้จะเป็นจุดที่แข็งแกร่งและทรงพลัง จากความรักความศรัทธาต่อชาติพันธุ์ของเฟิร์น

เฟิร์น-กาญจน์ชนก พุทธรักชาติ

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“ทุกการก้าวเดินของเข็มนาฬิกาสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในทุกช่วง อายุของคนจากทุก ๆ ช่วงอายุต่างให้บทเรียนที่แตกต่างกัน สำหรับเฟิร์นแล้วบทเรียนที่ดีที่สุดในชีวิตของเฟิร์นคือการที่เฟิร์นได้เข้าใจคำว่าสื่อกลาง อย่างถ่องแท้ สื่อกลางในการประสานวัฒนธรรม 4 วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น ไทย มอญ กะเหรี่ยง และพม่า ให้เข้าใจบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีวันหยุดนั่ง เป็นกำแพงที่เฟิร์นต้องทลายภายใต้ข้อจำกัดของความหลากหลาย แต่บทเรียนนี้ได้สอนให้เฟิร์นได้รับรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากที่ใด เกิดมาจากถิ่นไหน หากคุณเคารพในวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่แตกต่าง ความสุขง่าย ๆ ความอิ่มใจเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นได้อย่างงดงาม”

เฟิร์น-กาญจน์ชนก พุทธรักชาติ

ความสุขของคุณคืออะไร

“ความสุขของเฟิร์นง่ายที่จะใช้ชีวิตโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ง่ายที่จะได้รับการศึกษาให้เทียมเท่ากับพื้นที่ ที่เจริญแล้ว และง่ายที่จะพัฒนาถิ่นกำเนิด ปัจจุบันค่า GDP ที่บ่งชี้ถึงเศรษฐกิจในอำเภอสังขละบุรีมีค่าที่สูงขึ้น มันเลยเป็นความสุขง่าย ๆ ที่เฟิร์นอยากส่งต่อให้กับทุกคนได้รู้ว่าหากเราใช้ชีวิตด้วยความรัก การแบ่งปัน เคารพในผู้อื่น เพียงแค่นี้ความสุขก็สามารถคิดขึ้นกับคุณได้ไม่ว่ามรสุมใดจะผ่านเข้ามา ความง่าย ๆ ของเฟิร์นนี่แหละที่ทำให้เฟิร์นผ่านมาได้ ภายใต้เงาของความมืดเฟิร์นยังมีแสงสว่างจากความเมตตา โอบกอดที่อบอุ่นแห่งชาติพันธุ์มอญ ได้หล่อเลี้ยงเฟิร์น ความง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธาจึงเป็นความสุขที่งดงาม”

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

บทเรียน คำนี่ยังคงก้องอยู่ในหัวของเฟิร์นอยู่เสมอ  ทุกๆ เหตุการณ์ล้วนสร้างความทรงจำที่งดงามไว้ให้กับเฟิร์นอยู่เสมอ เหตุการณ์ที่เฟิร์นไม่มีวันลืมได้เกิดขึ้นในวันที่เฟิร์นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จุดกำเนิดของเฟิร์นสำหรับใครหลาย ๆ คนที่มองมาคือพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ ใช้เวลาเดินทางมาในตัวจังหวัดนานนับครึ่งค่อนวัน เป็นพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงในการใช้ชีวิต ในทุกๆ สัปดาห์เฟิร์นต้องนั่งรถประจำทางไปกลับเพื่อเรียนหนังสือ ในวันเสาร์-อาทิตย์ เฟิร์นต้องกลับบ้านเพื่อกลับไปช่วยเหลืองานที่บ้าน แม่ของเฟิร์นตกปลาขาย พ่อของเฟิร์นเป็นคนขับเรือ ทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งและงดงามมากสำหรับเฟิร์น ในวันที่เฟิร์นรับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นวันที่พ่อกันแม่ของเฟิร์นได้มามหาวิทยาลัยครั้งแรก เป็นวันที่เฟิร์นได้เห็นน้ำตาของผู้ชายขับเรือ ผู้หญิงตกปลาของเฟิร์น เป็นวันที่ยังเป็นสิ่งเตือนใจเสมอว่าความสำเร็จของเฟิร์นเกิดจากความพยายาม และวันนี้ความพยายามของเฟิร์นก่อขึ้นอีกครึ่งบนเวที Miss Universe Thailand 2024

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้จะขับซ้อนแต่การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำหนดเส้นทางของการกระทำและความคิด ความมากกว่าที่หลายคนมองหา คือมากกว่าแล้วสุขกว่า หรือมากกว่าแล้วสูงกว่า เป็นบริบทที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ว่ามันเกิดขึ้นจริงบนสังคมที่เต็มไปด้วยความไผ่ฝันที่อยากจะเป็น สำหรับเฟิร์น คำว่า Beyond Universe คือ การที่เราหันกลับไปมองจุดกำเนิดและหวงแหนที่อยากจะกลับไปพัฒนาให้ยั่งยืน มองเห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่จากมา เช่นเดียวกันหากวันใดที่ใครหลาย ๆ คนสำเร็จก็เลือกที่จะหลีกหนีไปสู่สิ่งที่ ดีกว่าซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าหากวันใดที่เฟิร์นประสบความสำเร็จในสิ่งที่ฝัน สิ่งแรกที่เฟิร์นจะทำคือการกลับไปเป็นจุดเล็ก ๆ ในการเปลี่ยนแปลงกลับไปให้สายน้ำ ภูเขา และชุมชนคนชาติพันธุ์โอบกอด พัฒนาจุดที่เฟิร์นจากมาด้วยความรักโอบอ้อม หาจุดกึ่งกลางในการพัฒนาในฐานะทูตวัฒนธรรม มันจึงเป็นสิ่งที่เฟิร์นพูดกับตัวเองเสมอว่า คำว่า Beyond Universe สำหรับเฟิร์นคือการกลับไปจุดเริ่มต้นของถิ่นกำเนิด กลับไปหาความรัก กลับไป หาหัวใจ และกลับไปหาความยั่งยืน”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“ทุกการก้าวข้าม และทุกความเปลี่ยนแปลงคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ขีดจำกัดคือคำที่เราได้ยินกันหนาหูจนคำ คำนี้ถูกเฟิร์นให้คิด เป็นชุดทางความคิดที่ยากที่ปฏิเสธได้ว่ามีหลายคนในสังคม ถูกคำ คำนี้จำกัดอยู่ สำหรับเฟิร์นแล้วการก้าวข้ามขีดความจำกัดมีความสำคัญกับเฟิร์นเป็นอย่างมากเพราะทุก ๆ การก้าวข้ามจะพาเฟิร์นไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่มากกว่า แต่ทุก ๆ การก้าวข้ามก็จะมีจุดกำเนิดและระหว่างทางมีบทเรียน สำหรับเฟิร์นระหว่างทางทำให้เฟิร์นได้รู้ว่า เฟิร์นต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนกว่าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมาได้ ได้รู้ว่าจุดกำเนิดของเฟิร์นมาจากที่ใดและเฟิร์นจะก้าวข้ามไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเพื่ออะไรมันจึงเป็นคำที่สำคัญในการพัฒนาตัวเองของเฟิร์นมาโดยตลอด และเฟิร์นอยากส่งต่อพลังแห่งกำลังใจนี้ไปให้ทุกๆ คนในสังคม กล้าที่จะพัฒนา กล้าที่จะก้าวข้าม และกล้าที่จะภูมิใจจากการกระทำของตน”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“ชาติพันธุ์ คำคือคำที่ดังอยู่ใจของเฟิร์นเสมอ ชาติพันธุ์ของเฟิร์น มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน กว่าที่จะถูกยอมรับ กว่าที่จะถูกเข้าใจจะต้องใช้เวลาพิสูจน์มาหลายกว่า 10 ปี การที่เฟิร์นมาอยู่จุดนี้ ขึ้นอยู่บนเวที Miss Universe Thaiand 2024 ด้วยความกล้านี้ เฟิร์นต้องการอยากที่จะเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงและบอกกับทุกคนในสังคมว่า สังคมของเฟิร์น ชาติพันธุ์ของเฟิร์มยังอยากถูกพัฒนา เด็กๆ ในชุมชนของเฟิร์นยังต้องพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับเขา 4 ชั่วโมงในการเดินทางมาตัวเมืองพวกเราต้องเสี่ยง ทั้งถนนหนทาง เสี่ยงว่าถ้าหากเกิดอะไรที่ฉุกเฉินก็ยากที่จะได้รับค่ารักษาที่รวดเร็วจะปลอดภัย เพราะในโรงพยาบาลในอำเภอเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ยังมีไม่ครบที่จะ ดูแลในทุก ๆ ความฉุกเฉินได้ นี่จึงเป็นแรงผลักดัน เป็นแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขีดความจำกัดของเฟิร์นก้าวข้ามสิ่งที่เฟิร์นกลัว มายืนอยู่จุดได้ เฟิร์นอาจจะไม่ใช่คนที่สวยที่สุด ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เฟิร์นเป็นอีกคนที่กล้ามากที่สุดเช่นเดียวกันที่จะมาทำเพื่อสังคมของเฟิร์น มาทำเพื่อบ้านของเฟิร์นและมาทำเพื่อชาติกำเนิดของเฟิร์น”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไรง

“เวที Miss Universe Thailand คือจุดเริ่มต้นในการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลของเฟิร์นในการประกวดนางงาม เป็นเวทีที่เฟิร์นเชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิต และการก้าวข้ามในครั้งนี้ จะส่งผลให้เฟิร์นเป็นคนที่แข็งแกร่งแด่อ่อนโยนในอนาคตได้เพราะที่นี่จะเติมเต็มตัวตนของเฟิร์นให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จากถิ่นกำเนิดของเฟิร์นถูกหล่อหลอมด้วยความรักความเข้าใจยกตัวอย่างบุคคลที่ชาติพันธุ์ของเฟิร์นเคารพสุดหัวใจคือ หลวงพ่ออุตตมะพร ผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาต่อ ชาวมอญกะเหรี่ยง พม่า ไทย ที่อยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีพรผู้ที่กรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คำสอนของหลวงพ่อจึงเป็นคำสอนที่เฟิร์นได้สำนึกอยู่เสมอ ย้อนกลับไปในวัยเด็กเฟิร์นเป็นเด็กมอญที่เข้าเรียนในเมือง เฟิร์นต้องต่อสู้กับ สายตา คำพูดที่มองว่าเราคือความแตกต่างที่จะยอมรับ แต่วันนี่วันที่เฟิร์นผ่านมาได้ เฟิร์นอยากบอกกับทุกคนว่าไม่ว่าคุณคือใครเกิดมาจากที่ไหนเราก็คือคนเหมือนกันควรให้เกียรติ การยอมรับและถ้าหากอนาคตเฟิร์นถึงฝันเฟิร์นจะต้องกลับมาบ้านของเฟิร์นสังขละบุรี และนี่คือประสบการณ์จากเวที Miss Universe Thailand ที่เฟิร์นจะนำไปใช้ในอนาคต ด้วยความรักความศรัทธา จากถิ่นจานที่เฟิร์นจากมาอย่างภาคภูมิ”

ภาพและข้อมูล MUT Kanchanaburi 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่นี่

ไหมไทย สุริยะยรรยง

นักล่ามง! ไหมไทย สุริยะยรรยง สาวหน้าหวานงามครบเครื่อง

ผู้เข้าประกวด MUT สมุทรสงคราม ไหมไทย สุริยะยรรยง วัยเพียง 19 ปี เธอลงสนามการประกวดนางงามตั้งแต่เด็ก แถมยังได้รางวัลระดับนานาชาติหลายรายการไม่ว่าจะเป็น Miss Thailand Teen International 2018,PreTeen Miss Universe 2018 ที่ประเทศตุรกี,Teen Miss United World 2018 ที่ประเทศกรีช โดยหลังจากที่สั่งสมประสบการณ์มาพอสมควรจึงตัดสินใจร่วมประกวด Miss Universe Thailand ในปีนี้ พร้อมความมั่นใจเกิน 100

ไหมไทย สุริยะยรรยง

ความสุขของคุณคืออะไร

“ความหมายของความสุขในชีวิต คือการมีช่วงเวลาที่รู้สึกพอใจและสบายใจกับผู้คนรอบตัว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการที่ได้อยู่ท่ามกลางคนที่เรารักและคนที่รักเรา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือแฟนคลับการมีพวกเขาเหล่านี้อยู่รอบข้างทำให้ตัวเราสามารถรับและส่งต่อพลังบวกได้ในเวลาเดียวกัน ความรักและการสนับสนุนจากพวกเขาไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมั่นใจแต่ยังช่วยให้มีกำลังใจในการเผชิญกับความท้าทายในชีวิต เพราะฉะนั้นจึงมีความคิดที่ว่า ถ้าตัวไหมอยากมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ไหมพอจะทำได้นั่นคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง โดยการมอบความรักที่จริงใจกับพวกเขา เพราะไหมเชื่อว่าพวกเขาก็จะให้ใจคลับมาเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการทำให้ทุกวันของไหมเป็นวันที่พิเศษและเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มค่ะ”

ไหมไทย สุริยะยรรยง

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“เหตุการณ์ไม่มีวันลืม คือ เหตุการณ์ที่มีความคิดที่อยากจะขับรถพุ่งชนกำแพงซึ่งเป็นความคิดที่ตัวของไหมเองไม่ได้อยากที่จะให้เกิดขึ้น แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติทางความคิดได้ ในตอนนั้นตัวของเราเองพยายามสลัดความคิดนั้นให้ออกไป ซึ่งเราโชคดีที่ตอนนั้นตัวเองยังสามารถควบคุมสติได้ เพราะไหมไม่แน่ใจเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากไหมไม่สามารถตั้งสติและควบคุมร่างกายของตัวเองไว้ได้”

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“ขอย้อนไปในระยะเวลาก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย ในช่วงเวลาเตรียมตัวสอบเข้านั้น ไหมจำได้ไม่เคยลืมว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากต่อจิตใจของไหมมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่ง เนื่องจากไหมตั้งความหวังไว้กับตัวเองสูงมาก ตัวไหมเองได้เตรียมตัวอย่างหนัก เพราะได้รับโอกาสให้เข้าไปสอบสัมภาษณ์กับทางคณะ แต่กว่าผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่ได้เป็นเหมือนที่หวังเอาไว้ เนื่องจากไหมได้รับข้อความว่าตัวเองนั้นไม่ได้รับเลือก แต่กลับอยู่ใน waiting list ซึ่งจะได้รับการติดต่อกลับ ถ้าหากตัวไหมได้รับเลือกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการรอคอยของไหมในครั้งนั้นก็สูญเปล่าเนื่องจากไหมไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ทำให้รู้สึกเควังคว้าง ทำตัวไม่ถูก และรู้สึกราวกับว่า หาทางไปต่อในชีวิตไม่เจอ เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิตในตอนนั้น”

“แต่อย่างไรก็ตามไหมตัดสินใจที่จะลองยื่นสมัครอีกครั้ง เพราะไหมไม่ต้องการที่จะอยู่ในจุดที่จมปลักอยู่กับความผิดหวัง ในครั้งที่สองนี้ไหมได้ทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ผิดพลาดคืออะไร และไหมก็ได้นำมาปรับปรุงและแก้ไข จนทำให้ไหมได้มาเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้นบทเรียนที่สำคัญที่สุดสำหรับไหมคือการไม่ย่อท้อและพร้อมที่จะปรับปรุงอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าบนโลกนี้มีที่ยืนให้กับคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นเสมอ และความพยายามก็จะนำไปสู่ความสำเร็จ”

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“ในความคิดของไหม “Beyond Universe” นั่นสื่อถึงความเป็นไปได้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด และการแสวงหาความรู้และความเข้าใจที่เกินกว่าขีดจำกัดที่เรามีอยู่ และนั่นหมายความว่าการกล้าที่จะฝันให้ใหญ่ขึ้นนอกจากนี้เรายังมองว่า “Beyond Universe” นั่นคือคำนิยามของการเป็นมากกว่านางงาม นั่นก็คือการเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคคลทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรหรืออายุเท่าไหร่ ซึ่งตัวของไหมเองคิดว่าคอนเซ็ปต์นี้สะท้อนให้เห็นถึงตัวพี่แอนโทเนีย ชั่งถึงแม้จะไม่ได้รับตำแหน่ง Miss Universe แต่พี่แอนก็ทำให้เห็นแล้วว่าตำแหน่งนั้นไม่ได้สำคัญเท่ากับคุณค่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าการได้รับมงกุฎ ไหมเองเชื่อว่าคำว่า universe นั่นเป็นตัวแทนของมงกุฎและชื่อเสียง แต่ beyondนั้นคือการเป็นมากกว่านางงาม ซึ่งเราก็อยากเป็นผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจและประโยชน์ให้กับทุกๆ คน”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“สำหรับตัวไหมแล้ว แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตนเอง นั่นก็คือ ความต้องการที่จะลบคำสบประมาทของคน และความมุ่งมั่นตั้งใจกี่ต้องการจะทำให้ทุกๆ คนรู้ว่าคุณค่าของผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่ส่วนสูง แต่บริบทของนางงามนั้นต้องมีความเพียบพร้อมในทุกๆ ด้านนอกจากนี้ด้วยความที่เรามีอายุเพียง 19 ปี จึงมักจะโดนขอกว่าเด็กไปกันการที่จะต้องมาแบกความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของเวทีนี้ ดังนั้นไหมจึงอยากที่จะเป็นตัวแกนของผู้หญิงที่มีส่วนสูงไม่เกิน 170 เซนติเมตรและอายุไม่ถึง 20 ปี ที่ก้าวข้าม beauty standard เรื่องความสูงว่าเราไม่จำเป็นต้องมีส่วนสูง 170 เซนติเมตรขึ้นไปถึงจะได้รับโอกาสขึ้นไปยืนบนเวทีอันทรงคุณค่านี้ อีกทั้งไหมอยากจะเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนได้เห็นว่าคุณค่าของผู้หญิงนั้นมีมากกว่าอายุและส่วนสูง หรือตัวเลขใดๆ ก็ตาม แต่กว่าทัศนคติและความมั่นใจสำหรับไหมนี่แหละค่ะคือสิ่งที่ไหมมองว่าสำคัญกว่าลักษณะกายนอก ซึ่งทำให้ไหมมีแรงบันดาลใจที่จะก้าวข้ามผ่านขอบเขตของตัวเอง”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“ไหมมองว่าการก้าวข้ามขีดจำกัดเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าถ้าไม่ได้ก้าวผ่านขีดจำกัดของตัวเอง ในเรื่องของส่วนสูง 167 เซนติเมตร ก็คงจะไม่มี MUT สมุทรสงครามในวันนี้ เพราะมีหลายๆ คนอาจจะมองว่าส่วนสูงนั้นคือจุดด้อยในการมาประกวดนางงาม และเป็นจุดด้อยที่จะทำให้ไหมไปไม่ถึงมงกุฎ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่มักจะหลอกตัวเองว่ไม่เหมาะลบใบการมาเข้าร่วมประกวดเวที”

Miss Universe Thailand อย่างไรก็ตามการก้าวข้ามขีดจำกัด

“เรื่องส่วนสูงของไหมในครั้งนี้ ทำให้ไหมมองข้ามเลข 167 และทำให้มีเป้าหมายใหม่มั่นก็คือ การเป็นตัวแทนของผู้หญิงในวัย 19 ปี ที่จะนำเสนอความทันสมัยและสดใสของเด็กยุคใหม่ให้ไปสู่ระดับจักรวาล”

ภาพและข้อมูลจาก MUT สมุทรสงคราม

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

Moshi Optic by Sunglass365 ร้านแว่นตาครบวงจรและวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร

ถามว่าทำไมต้องเป็นร้าน Moshi Optic by Sunglass365

  • มีนักทัศนมาตร Full-time เข้าตรวจทุกวัน
  • เครื่องวัดสายตาและอุปกรณ์ที่ทันสมัย นำเข้าจากยุโรป
  • มีความหลากหลายของประเภทสินค้า ตอบโจทย์กลุ่มคนทุกไลฟ์สไตล์
  • เชี่ยวชาญปัญหาสายตาที่ซับซ้อนมาก
  • เชี่ยวชาญในการทำเลนส์โปรเกรสซีฟและมีเลนส์ให้ทดลองก่อนใส่และตัดจริง 
  • มีเลนส์สายตาแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจำหน่ายทุกยี่ห้อ
  • มีแว่นกันแดดแฟชั่นหลากหลายแบรนด์ให้เลือกมากที่สุดในไทย

OPTOMETRIST : นักทัศนมาตร 

การวัดสายตาด้วยนักทัศนมาตร (Optometrist) ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับหนังสืออนุญาตประกอบโรคศิลปะจากกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับร้านของเราจะมีนักทัศนมาตรประจำ Full-time ทุกสาขาเข้าประจำทุกวัน เป็นผู้ดูแลเคสของลูกค้าคอยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการวัดสายตา รวมถึงการแนะนำกรอบแว่นและเลนส์สายตาเพื่อให้แก้ปัญหาสายตาของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ประเภทแว่นตาและสินค้าในร้านจะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 หมวดด้วยกัน

  • แบรนด์แฟชั่น เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย ในราคาที่จับต้องได้มากับดีไซน์ที่ให้เลือกมากมาย  เช่น RayBan, Bolon, Retro Super Futer, Le Specs, Emporio Armani etc.
  • แบรนด์กลุ่ม Functional เป็นแบรนด์ที่ถูกออกแบบอย่างปราณีตโดยใช้วัสดุที่ดีที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้งานสวมใส่สบายที่สุด ร้านไหนที่มีแว่นตา Functional เยอะส่วนใหญ่จะเชี่ยวชาญในการทำเลนส์สายตาเฉพาะทาง เลนส์เฉพาะบุคคล  เช่น MYKITA, ic! berlin, Silhouette, Lindberg, Dita Lancier
  • แบรนด์กีฬา เอาใจกลุ่ม Sport กับกีฬาที่หลากหลาย มีทั้งแบรนด์ Oakley, Maui Jim และ  Carrera x Ducati
  • แบรนด์ Luxury Hi-End เป็นแบรนด์ในราคา Luxury เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่สนใจตัวแบรนด์นั้นๆ โดยเรามีแบรนด์ Luxury มากถึง 20 แบรนด์ด้วยกัน เช่น MiuMiu, Prada, Dior, YSL, Celine, Oliver Peoples, Gucci, Versace, Tom Ford, Bottega Veneta etc. 

โดยล่าสุด Moshi Optic by Sunglass365 เพิ่งเปิดตัวที่สาขา Charn at the Avenue แจ้งวัฒนะ ไปอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 19 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา ซึ่งที่นี่เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด ห้องวัดสายตาที่สาขานี้ยังเป็น Zeiss Vision Lab อีกด้วย ซึ่งรวบรวมเครื่องมือของ Zeiss Germany มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาไว้ที่สาขาแจ้งวัฒนะ ทำให้สามารถออกแบบเลนส์เฉพาะบุคคล iScription เฉพาะบุคคลของ Zeiss ได้ 

จุดเด่นเลยคือ เครื่อง ZEISS VISUFIT 1000 เครื่องตรวจเซ็นเตอร์ตา 3D Visufit1000 เครื่องวัดพารามิเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด ใช้กล้อง 9 ตัวในการวัดค่าพารามิเตอร์ พร้อม Software ของ Zeiss Germany ในการคำนวณให้ค่าออกมา มีความแม่นยำถึง 0.01มม จึงได้แว่นที่เฉพาะบุคคลโดยเฉพาะ และยังสามารถสร้างอวตารของเราขึ้นมาได้ สำหรับลูกค้าที่ใช้แว่นกันแดดในการตัดเลนส์สายตา โดยไม่ต้องถอดเลนส์ออกเพื่อวัดจุดประกอบตาเลย ทำให้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

Moshi Optic เป็น Vision Care ที่เชี่ยวชาญทุกปัญหาสายตา ไม่ว่าจะมีปัญหาสายตาในเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ แว่นสายตาสำหรับกีฬาหรือแว่นเฉพาะทางอื่นๆ รวมค่าปัญหาสายตาที่ซับซ้อนอื่นๆ เราแก้ไขปัญหาสายตาด้วยเลนส์คุณภาพจากชั้นนำระดับโลกอาทิ แบรนด์ ZEISS และ Rodenstock จากเยอรมัน, Essilor จากฝรั่งเศส, HOYA และ NIKON จากญี่ปุ่น, Shamir จากอิสราเอล

ช่องทางติดต่อ
Moshi Optic by sunglass365 มีทั้งหมด 3 สาขาด้วยกัน

  • สาขารามคำแหง : 083-073-9808
  • สาขาพระราม 1 : 097-195-0624
  • สาขาแจ้งวัฒนะ : 095-325-5444

Facebook : Sunglass365
IG: moshi.optic
Line : @sunglass365

“Rattinan Medical Center” จัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 25 ปี

“Rattinan Medical Center” ศูนย์ศัลยกรรมตัดกระเพาะ – ดูแลผิวหนังแบบครบวงจร จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ “25 ปี รัตตินันท์ ทำถึง!” รับส่วนลดสุดพิเศษ ฉายภาพรวมอุตสาหกรรมความงามยังโตดี เป็นเทรนด์ธุรกิจมาแรง พร้อมเปิดกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2567 อัปฐานลูกค้าตลาดต่างประเทศเพิ่ม อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ตอบโจทย์ลูกค้ากำลังซื้อสูง พร้อมเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และรักษามาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ

นายแพทย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ในฐานะผู้นำศัลยกรรมความงามครบวงจร โดยเฉพาะหัตถการตัดกระเพาะ ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการศัลยกรรมความงามทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยปี 2567น่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 75,000 ล้านบาท ขยายตัวราว 5-7% โดยตัวเลขการเติบโตในภาพรวมอาจไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการทุกราย ขึ้นอยู่กับการตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งในเรื่องของค่าบริการ รสนิยม คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการ รวมถึงผลลัพธ์หรือความพึงพอใจในผลงานของแพทย์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคมีต่อการเลือกใช้บริการธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามที่แตกต่างกันออกไป 

นายแพทย์สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เติบโตกว่า 33% ซึ่งเติบโตมากกว่าตลาดหลายเท่าตัว มีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับกระบวนการขายและการตลาด หลังจากจับมือกับบมจ. มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)(MASTER) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

ขณะที่ตลาดศัลยกรรมเติบโตตามเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มีไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพและความงาม พร้อมทั้งเปิดกว้างมากขึ้นในการทำศัลยกรรม ควบคู่ไปกับคุณภาพความปลอดภัย ปัจจัยดังกล่าวส่งผลดีต่อธุรกิจศัลยกรรมความงาม และจากสถิติผู้ป่วยโรคอ้วนในประเทศไทยสูงเป็นลำดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซีย คิดเป็น 16 ล้านคน ที่เป็นโรคอ้วน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเป็นโอกาสให้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ สามารถเพิ่มฐานลูกค้าในอนาคต

ทั้งนี้หัตถการที่บริษัทโฟกัส คือ 4B – Bariatric, Breast, Body Contouring และ Buttocks ทั้งหมดล้วนเป็น Body Surgeries ที่เป็นความชำนาญการ กลุ่มที่ 1 Bariatric Surgery – การลดขนาดกระเพาะ มีทั้งเย็บบางส่วน หรือตัดบางส่วน ใส่บอลลูนเข้าไป หรือมีตัดลำไส้ด้วย ในกลุ่มที่ 2 คือการทำ Breast – หัตถการทรวงอก กลุ่มที่ 3  Body Contouring ไม่ใช่เพียงดูดไขมันอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะวิทยาการทางการแพทย์สามารถจัดการเติมไขมันในจุดต่างๆ ตามรูปร่างที่ต้องการเพิ่มหรือลด และกลุ่มที่ 4 Buttocks หรือการเสริมก้น

สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทครึ่งหลัง ปี 2567 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัย ตอกย้ำความเชื่อมั่น รักษาฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติตั้งแต่ระดับไฮเอนด์ ถึงระดับกลาง สอดรับกับนโยบายภาครัฐ รองรับตลาด Medical Tourism ที่กำลังเป็นกระแสนิยมทั่วโลก

โดยเน้นกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารให้เข้าถึงลูกค้า เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และ Engagement จนเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าคนไทยอยู่ที่ 50% และต่างชาติ 50% ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

ขณะเดียวกันบริษัทเน้นพัฒนาด้านบริการ Personalized ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรทางการแพทย์ ภายหลังจากที่บริษัทจับมือกับทาง บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) (MASTER) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

“ย้อนไปเมื่อปี 2566 รัตตินันท์จับมือกับโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ทำให้เกิดหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แชร์ทรัพยากร แชร์ซัพพลายเออร์ แชร์องค์ความรู้ มีการเทรนนิ่งที่ใช้ร่วมกันได้ ทำให้ประหยัดการทำ Human Resource และทำให้โครงสร้างของพนักงานเปลี่ยนไปในทางที่ดี และเน้นเรื่อง Patient Safety เป็นสำคัญ คือ ถ้าดูไม่ปลอดภัยก็จะเลี่ยงและพยายามหาสิ่งที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากกว่าความสำเร็จของธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเปลี่ยนแนวการเติบโตในแบบที่สร้างความยั่งยืน” นายแพทย์สุทธิพงษ์กล่าว   

ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาทำเลที่ตั้งสำหรับแผนการขยายกิจการ “รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” ให้เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต ตอกย้ำจุดเด่นด้านศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร และดูแลผิวหนัง บริหารโดยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา และมีแพทย์ผิวหนัง รวมถึงแพทย์ผู้ชำนาญการ ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย American Accreditation Commission International (AACI) สาขาศัลยกรรมตกแต่งแบบผู้ป่วยนอก (Ambulatory Plastic Surgery Center) เป็นแห่งแรกในเอเชีย-แปซิฟิก

ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ “รัตตินันท์ คลินิก” ในปี 2542 มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการเพื่อให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา สั่งสมความชำนาญการด้านศัลยกรรม ด้วยผลลัพธ์การรักษาที่โดดเด่นจนกลายเป็น “รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” ที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาคและระดับโลกในปัจจุบัน

โดยปี 2567 นับว่าธุรกิจเติบโต New High ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา และในวาระฉลองครบรอบ 25 ปี จึงถือโอกาสจัดแคมเปญมอบโปรแรง “25 ปี รัตตินันท์ ทำถึง!” รับส่วนลดสุดพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุน  บริษัทด้วยดีมาตลอด และเพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับลูกค้าทุกคน อาทิ Stem Cell ราคาพิเศษ ดูดไขมัน ราคาพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 15-30 มิถุนายน 2567

'คิมโซฮยอน' ร่วมด้วย 'เกรซ กาญจน์เกล้า' และ 'ฟิล์ม ธนภัทร' แบรนด์แอมบาสเดอร์ Belotero(R) Revive พร้อมใจเผยทริคผิวดีจากภายในสู่ภายนอก

‘คิมโซฮยอน’ ร่วมด้วย ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ และ ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ แบรนด์แอมบาสเดอร์ Belotero(R) Revive พร้อมใจเผยทริคผิวดีจากภายในสู่ภายนอก

เพราะเข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา Merz Aesthetics Thailand ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย Belotero® Revive จัดงาน “Revive Your Glow Event” ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมความงามกับคอนเซ็ปต์ “Step Zero” รูทีนการดูแลผิวมิติใหม่ เซ็ตซีโร่การเตรียมผิวให้ง่ายดายยิ่งขึ้น เพื่อผิวหน้าพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน งานนี้นางเอกสาวซุปตาร์เกาหลีใต้ Kim So Hyun (คิม โซ ฮยอน) แบรนด์แอมบาสเดอร์ Belotero® Revive ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บินลัดฟ้ามาเมืองไทย ร่วมเผยเคล็ดลับ Step Zero การดูแลผิวให้มีคุณภาพดี หวานละมุนดูเป็นธรรมชาติ พร้อมด้วย 2 แบรนด์แอมบาสเดอร์ “เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” และ “ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ”

คิม โซ ฮยอน นางเอกสาวชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ Belotero® Revive ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เผยถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ฉันรู้สึกขอบคุณกับทัศนียภาพที่สวยงาม อากาศที่อบอุ่น และผู้คนที่ใจดีค่ะ ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก สำหรับฉันความรักและการสนับสนุนจากแฟนๆ ชาวไทยเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้กับฉัน ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น และในฐานะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ Belotero® Revive ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับโอกาสนี้และอยากชวนทุกคนให้ลองมาสัมผัส Belotero Revive ดูด้วยตัวเอง สำหรับคนที่ต้องการจะมีสุขภาพผิวที่ดีตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น”

นอกจากนี้ นักแสดงสาว คิม โซ ฮยอน ได้ให้นิยามคำว่า Bare your Glow ว่า “การที่เรามีผิวอ่อนเยาว์ อย่างเป็นธรรมชาติ และดูเปล่งปลั่งอย่างมั่นใจ ดังนั้นฉันคิดว่าการดูแลตัวเอง คือการบำรุงทั้งจากภายในและภายนอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดคือการมีเวลาให้กับตัวเอง ซึ่งฉันให้ความสำคัญกับความชุ่มชื้นของผิว หลังจากที่ล้างหน้า ฉันจะพยายามรักษาความชุ่มชื่นของผิวเอาไว้ และฉันก็พยายามดื่มน้ำให้ได้เยอะๆ ในทุกวัน และแน่นอนว่าฉันทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านตลอดด้วยค่ะ ช่วงนี้จะชอบออกกำลังกายด้วยวิธีการคาร์ดิโอในตอนเช้าก่อนทานอาหารในช่วงเช้า ตอนที่ท้องยังว่างอยู่ค่ะ แล้วก็พยายามทำให้เหงื่อออกเยอะๆ และดื่มน้ำเยอะๆ ในแต่ละวัน และถ้ามีเวลาว่างก็จะแช่ตัวในน้ำอุ่น และสิ่งที่เป็นเบสิกมากๆ เวลาที่จะออกไปข้างนอก ก็คือต้องทาครีมกันก่อนออกจากบ้าน”

ด้าน 2 แบรนด์แอมบาสเดอร์ “เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” และ “ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ” ไม่พลาดร่วมแชร์ประสบการณ์ทริคดูแลผิวให้สุขภาพดี โดย “เกรซ – กาญจน์เกล้า” กล่าวว่า เกรซเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิว โดยเฉพาะสุขภาพผิวหน้า ส่วนตัวรู้สึกว่า Belotero® Revive ช่วยทำให้คุณภาพผิวดีขึ้น รู้สึกผิวแลดูชุ่มชื้น เมื่อผิวแข็งแรงจากภายในก็ช่วยให้ลดขั้นตอนการทาครีมบำรุงต่างๆ ลงได้ เป็นการเซ็ตซีโร่การเตรียมผิวในทุกๆ วัน ให้สะดวกขึ้น จากเดิมในตอนเช้าและก่อนนอนต้องทาครีมบำรุงหลายตัว เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ซึ่งจริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าจะ ซึมลงผิวหรือได้ผลอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และบางครั้งเลิกงานดึกกลับบ้านมาก็หมดแรง อยากจะนอนแต่ก็ต้องฝืนร่างกายมานั่งทาครีมให้ครบ เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมไปทำงาน ในตอนเช้า แต่ตอนนี้ทาครีมตัวเดียวก็พอแล้ว เพราะผิวเราสุขภาพดีจากภายใน

ส่วน “ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ” เผยว่า ด้วยไลฟ์สไตล์ผมชอบออกกำลังกายและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพรวมถึงเรื่องผิวด้วย ซึ่งช่วงไหนที่พักผ่อนน้อย หรือ ออกแดดบ่อยๆ ผิวจะแห้งกร้าน ไม่สดใส แต่พอได้ดูแลผิวจากภายในด้วย Belotero® Revive ผมรู้สึกว่าหน้าไม่โทรมเวลาเข้าฉาก เรามั่นใจขึ้น เรียกว่าเราดูแลผิวให้ดีขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้มากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตการทำงานผมมาก


ทริคกินชะลอวัย “กรดอะมิโน” จากรังนกแท้ ที่มี สารต้านอนุมูลอิสระ

หากจะพูดถึงเทรนด์ไลฟ์สไตล์มาแรงของยุคนี้ หนึ่งในนั้นต้องมีเทรนด์การกินเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก โดยนอกจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่กลุ่มคนรักสวยรักงามกำลังอินคือ “การกินอาหารชะลอวัย” เพื่อยื้อเวลาให้ความแก่ชรามาเยือนช้าลง ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญของการกินเพื่อชะลอวัยคือ “อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ” นั่นเอง

เชื่อว่าสาวกบิวตี้ส่วนใหญ่รู้จัก “สารต้านอนุมูลอิสระ” หรือ Antioxidant กันอยู่แล้ว เพราะถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการต้านความแก่ รวมถึงยังช่วยดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิวเลยทีเดียว โดยหน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระคือช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือ Free Radical ไม่ให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะหากร่างกายมีระดับอนุมูลอิสระมากเกินไป ก็จะทำให้เนื้อเยื่อและเซลล์เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุในการเกิดโรคหรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง

คำถามต่อมาที่หลายคนน่าจะสงสัยกันคือ “อนุมูลอิสระ” เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคือตามปกติแล้วร่างกายจะมีอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ หรือมลพิษต่างๆ รอบตัว เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การตากแดดมากเกินไป ควันรถ ควันบุหรี่ ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น 

มาถึงเรื่องสำคัญที่ แพรว อยากแนะนำสุดๆ ในการกินอาหารชะลอวัย นั่นคือการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง “รังนกแท้” โดยเฉพาะรังนกแท้สีเหลืองทองจากถ้ำธรรมชาติ ซึ่งมีกรดอะมิโน 18 ชนิด ที่นอกจากจะช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ตรงตามโจทย์แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มีส่วนสำคัญต่อผิวไปพร้อมๆ กันด้วย รวมถึงยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง เรียกว่าเป็นการดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอกที่แท้ทรู โดยนอกจากประโยชน์ในเรื่องสุขภาพผิวแล้ว รังนกแท้ที่มีกรดอะมิโน 18 ชนิด ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจทริคกินชะลอวัยที่ แพรว บอกต่อกันไป ก็สามารถหาซื้อรังนกแท้มาดูแลสุขภาพได้ง่ายๆ กับ “สก๊อต รังนกแท้ รอเยล โกลด์” (Scotch Royal Gold ) ซึ่งเป็นรังนกแท้สีเหลืองทองจากถ้ำธรรมชาติที่มีกรดอะมิโน 18 ชนิด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดูแลสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก พร้อมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย บำรุงระบบประสาทและสมอง อีกทั้งยังมาพร้อมกับรสชาติดีแบบน้ำตาล 0% อีกด้วย สายเฮลท์ตี้ตามไปสะสมสุขภาพดีระดับพรีเมียมกันได้เลยค่ะ

หมิว-ลลิตา หงสะมัต

ทำความรู้จัก หมิว-ลลิตา หงสะมัต นางงามร้อยเวที ดีกรีภรรยา กัน จอมพลัง

ในอดีตการแต่งงานทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องทิ้งความฝันของตัวเอง แต่ปัจจุบันโลกเปิดกว้างมากขึ้น อย่างการประกวดนางงามก็มีการผ่อนปรนกฎ ที่ผู้เข้าประกวดแม้จะเคยแต่งงาน เป็นแม่ แต่ยังสานฝันของตัวเองได้ สมกับบริบทของเวที เอ็มพาวเวอร์ วูแมน (Empower Woman) 

โดยในปีนี้การประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2024 มีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นที่น่าจับตาคือ หมิว-ลลิตา หงสะมัต วัย 27 ปี MUT พระนครศรีอยุธยา เธอเป็นนางงามที่เคยได้รับฉายาว่า “นางงามพันเวที” เพราะไม่ว่าจะไปประกวดที่ไหนก็มีตำแหน่งการันตีเสมอ โดยปัจจุบันเธอยังเป็นภรรยาผู้สนับสนุนสามีอย่างดีเยี่ยม กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง นักเคลื่อนไหวตัวแทนประชาชนอีกด้วย

หมิว-ลลิตา หงสะมัต

สิ่งมหัศจรรย์คือ “หญิงล้วน นางงาม เสาหลักของครอบครัว” หมิวเติบโตจากครอบครัว “หญิงล้วน” ทำให้เป็นคนรักสวยรักงามตั้งแต่เด็กๆ และชื่นชอบการประกวดนางงามเป็นอย่างมาก ซึ่งการเดินทางบนเส้นทาง “นางงาม” คือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ คือเส้นทางที่สร้างความภาคภูมิใจ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตเราและครอบครัว ทุกวันนี้เราก็ยังคงทำหน้าที่ดูแลคุณยาย คุณป้า และพี่สาว และเป็น “เสาหลักของครอบครัว” ซึ่งเป็นสิ่งที่หมิวบอกตัวเองเสมอว่า “พร้อม!” เพราะเราเติบโตและผ่านเรื่องราวต่างๆ มาได้จนมาถึงทุกวันนี้ มาจากครอบครัวหญิงจึงมองว่า “หญิงล้วน นางงาม เสาหลักของครอบครัว” นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ 3 อย่างที่เกิดขึ้นในตัวหมิว

หมิว-ลลิตา หงสะมัต

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“คือการช่วยเหลือสังคมเพียง 2 ปี ที่เราและสามีได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาต่างๆ จำนวนนับไม่ถ้วน แต่ทุกเคสอยู่ความทรงจำของเราหมด ทำให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้น ได้เห็นชีวิตของคนในหลากหลายรูปแบบ การที่เรายอมสละเวลาแรงกาย แรงใจ และสติปัญญาในการทำงานที่เป็นสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนสิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตมากยิ่งขึ้น ช่วยได้นิดเดียวดีกว่าไม่ช่วยอะไรเลย กว่า 2 ปี ของการลงพื้นที่ทำงานช่วยเหลือสังคมของหมิวและสามี เราเจอผู้คนที่เดือดร้อนจำนวนมาก ทุกเหตุการณ์ทุกเรื่องราว ยังคงอยู่ในความทรงจำ สิ่งสำคัญที่ครอบครัว “จอมพลัง” ตั้งเป้าไว้เสมอคือ “ช่วยได้นิดเดียว ดีกว่าไม่ช่วยเลย” เราไม่ใช่ยอดมนุษย์ แต่เราคือมนุษย์ธรรมดาที่ทำงานกันเป็นทีม เราพร้อมสละเวลา เราทุ่มเทแรงกายแรงใจ และใช้สติปัญญาในการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทน บางครั้งมีบางคนตำหนิบ้าง ไม่ชอบเราบ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะมาหยุดความตั้งใจของพวกเราได้ เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร และเราเข้าใจดีว่าบางครั้งไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด แต่ยังดีกว่าไม่ช่วยทำอะไรเลย”

ความสุขของคุณคืออะไร

“ครอบครัวที่เป็นพลังให้กันและกัน การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข และมีความสุขจากการได้ทำในสิ่งที่รัก ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูก สามี นี่คือพลังที่ทำให้หมิวมีความสุข”

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเลี่ยนของครอบครัวคือการไม่ได้รับความเป็นธรรม เกิดจากคนคลั่งยาเสพติดติด ข่มขู่ อาละวาด ทำลายบ้านเสียหาย แต่สุดท้ายเรากลับเอาผิดไม่ได้และถูกบังคับให้ยอมความ “ยาเสติด” คือความพังพินาศ ครอบครัวคนติดยาเสพติดเพียงคนเดียว เมื่อเกิดความคลุ้มคลั่ง อาละวาดทำลายข้าวของ และทำลายสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ครอบครัว” แต่เราในฐานะผู้ถูกกระทำกลับเอาผิดกับคนที่กระทำความผิดไม่ได้แต่กลับถูกข่มขู่ และบังคับให้ยอมความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตอกย้ำหมิวเสมอว่าจะต้องสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่ จะดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุดและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาด พร้อมดั่งปณิธานในใจเสมอว่าเมื่อมีโอกาสช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหมิวจะทำให้ดีที่สุดโดยเฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบจาก”ยาเสพติด”

“BEYOND UNIVERSE” สำหรับคุณคืออะไร?

“เป็นได้มากกว่าที่เคยเป็น เชื่อในศักยภาพของตัวเองและไม่หยุดพัฒนาตัวเองใน ทุกด้าน ตลอดเวลาที่ผ่านมาหมิวใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง และเต็มที่กับหน้าที่แม่ ภรรยา ลูก และผู้ช่วยเหลือสังคม สำหรับในการประกวด Miss Universe Thailand2024 เป็นโอกาสที่ดีเปลี่ยนจากความฝันสู่ความจริงและเชื่อเสมอว่า”

“เหนือกว่าชัยชนะคือชนะใจตัวเอง”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ ?การก้าวข้ามขีดจำกัดจะทำให้เราเติบโตขึ้น เริ่มจากความกล้าที่จะออกจากขีดจำกัด ออกจากSafe zone การท้าทายตัวเองก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นต่อยอดไปสู่การพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร?

“แรงบันดาลใจของหมิวคือครอบครัวค่ะ เช่นการประกวดครั้งนี้หมิวมีเป้าหมายชัดเจน ในแง่ของตัวเองคือเมื่อไม่มีขีดจำกัด ไม่มีขอบเขต เราเองก็ไม่หมดไฟ ฝึกฝน พัฒนาตัวเองในทุกด้าน นำศักยภาพที่มี มาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นและมั่นใจว่าสิ่งที่ทำจะไม่ฉาบฉวยสามีจะภูมิใจในตัวภรรยา และลูกสาวภูมิใจในตัวแม่ พลังของครอบครัวคือแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร ?

“ประสบการณ์ในครั้งนี้ที่หมิวจะนำไปใช้ในอนาคตคือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อตัวเองและเพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการที่เราเต็มที่ในทุกบทบาท ใช้ชีวิตคุ้มค่า เห็นคุณค่าในตัวเองและส่งต่อสิ่งดีๆให้ผู้อื่น ไม่ยากเกินเอื้อม ทุกคนสามารถทำได้ จะเป็นพลังสำคัญในสร้างสรรค์สิ่งที่ดีต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

ภาพและข้อมูล MUT Phra Nakhon Si Ayutthaya 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ศิลปิน K-POP

10 ผลงานรายการวาไรตี้ ซีรีส์ ของ ศิลปิน K-POP

รวบตึผลงาน เพลง คอนเสิร์ต รายการวาไรตี้ ภาพยนตร์ และซีรีส์ต่างๆ ของ 10 ศิลปิน K-POP แล้วคุณจะตกหลุมรักพวกเขามากขึ้น

ศิลปินเคป๊อปได้รับความนิยมและความรักจากแฟนๆทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ความสามารถที่โดดเด่น ทั้งการร้อง เต้น และการแสดงบนเวที รวมถึงเสน่ห์จากตัวตนของพวกเขา ทำให้มีแฟนๆพร้อมติดตามชมผลงานของพวกเขามากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง คอนเสิร์ต รายการวาไรตี้ ภาพยนตร์ และซีรีส์ต่างๆ Prime Video จึงอยากชวนแฟนๆเหล่าศิลปินเคป๊อป หยิบป้ายไฟให้พร้อมและเตรียมมอบความรักให้กับศิลปินที่คุณชื่นชอบ ไปกับผลงานเรื่องต่างๆที่สตรีมบน Prime Video…มาเช็คลิสต์ไปด้วยกัน และติดตามพวกเขาผ่านผลงานเหล่านี้ให้หายคิดถึง

เจโฮป – HOPE ON THE STREET

เจโฮป หนึ่งในสมาชิกของวง BTS เขาเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความสามารถและความรักในการเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะในการเต้นสตรีทแดนซ์  สารคดี HOPE ON THE STREET จะพาผู้ชมไปติดตามการเดินทางหวนคืนสู่รากเหง้าซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นนักเต้นสตรีทแดนซ์ของเขา ในสารคดีชิ้นนี้ เจโฮปพร้อมด้วย Boogaloo Kin อดีตครูสอนเต้นผู้เชี่ยวชาญการเต้นแนว popping ของเขา ได้ร่วมกันออกเดินทางไปยังท้องถนนของเมืองต่างๆ ตั้งแต่ โอซาก้า, โซล, ปารีส, นิวยอร์ก และควังจู เพื่อพบปะกับเหล่านักเต้นสตรีทแดนซ์จากทั่วโลกที่จะสร้างแรงบันดาลใจตลอดเส้นทาง และยังแสดงให้เห็นสไตล์และวัฒนธรรมสตรีทแดนซ์ที่หลากหลายมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ใครที่คิดถึงเจโฮปมาติดตามการเดินทางของเขาไปด้วยกัน นอกจากความสุขที่คุณจะได้รับกลับมา ผู้ชมยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของสตรีทแดนซ์จากทั่วโลกอีกด้วย

K-POP

เจนนี่ – Apartment404

ศิลปินสาวมากความสามารถอย่าง เจนนี่ แห่งวง BLACKPINK ถึงเธอจะไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับรายการวาไรตี้ แต่นี่คือรายการวาไรตี้ล่าสุดของเธอหลังจากห่างหายรายการประเภทนี้ไปนาน เพราะฉะนั้นแฟนๆจะได้ติดตามความน่ารักและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ใน Apartment404 (อะพาร์ตเมนต์404) รายการเรียลลิตี้ที่จะพาคุณไปไขความลับของอะพาร์ตเมนต์ทั่วเกาหลีในยุคต่างๆ  ในรายการนี้เจนนี่จะได้โชว์ทักษะนักสืบ เพื่อแข่งขันกับผู้ร่วมรายการท่านอื่น ในการไขปริศนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในเกาหลี ในแต่ละตอนจะมีเรื่องราวและเหตุการณ์แตกต่างกันไปให้นักแสดงผู้ร่วมรายการได้ไขปริศนา นี่จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสไหวพริบและเสน่ห์หลากหลายแง่มุมของเจนนี่ มาร่วมติดตามชมและลุ้นกันว่าเจนนี่จะเป็นผู้ชนะในรายการได้หรือไม่

K-POP  เจนนี่

วี – Jinny’s Kitchen

ในรายการ Jinny’s Kitchen เราจะได้เห็น วี อีกหนึ่งสมาชิกจาก BTS ในแง่มุมใหม่ๆ จากศิลปินเคป๊อปผู้โด่งดังระดับโลก สู่พนักงานในร้านอาหารเกาหลี ซึ่งเป็นร้านอาหารเกาหลีแนวสตรีทฟู้ดที่เปิดให้บริการ ณ เมืองบาคาลาร์ (Bacalar) ประเทศเม็กซิโก ในรายการวีได้ร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักแสดงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อีซอจิน, จองยูมี, พัคซอจุน และ ชเวอูชิก เราจะได้เห็นวีเรียนรู้การทำอาหารจากพัคซอจุน รับหน้าที่พนักงานเสิร์ฟคอยให้บริการลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น ความตั้งใจทุ่มเทในการทำงาน และเป้าหมายด้านยอดขายที่ต้องพิชิตในแต่ละวัน ผู้ชมและแฟนๆจะได้เห็นเสน่ห์ในแง่มุมที่แตกต่างเหล่านี้ของวี ที่จะทำให้พวกเราตกหลุมเราเขามากขึ้น รวมถึงยังได้สัมผัสบรรยากาศทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองบาคาลาร์ ร่วมติดตามให้กำลังใจวีและทีมนักแสดงในภารกิจเปิดร้านอาหาร ที่จะมอบความสุข รอยยิ้ม ความอิ่มใจ (ที่อาจจะทำให้ท้องของคุณหิวโดยไม่รู้ตัว)

K-POP  วี

อีกีกวัง – Marry My Husband 

ก่อนหน้าที่ อีกีกวัง จะร่วมแสดงในซีรีส์สุดฮิตอย่าง Marry My Husband (สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ) เขาเปิดตัวในวงการในฐานะศิลปินเดี่ยว และหลังจากนั้นได้เปิดตัวในฐานะสมาชิกแห่งวง Beast ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Highlight เขาเริ่มต้นอาชีพนักแสดงด้วยผลงานซิทคอมเรื่อง High Kick Through the Roof ในปี 2552 และมีผลงานการแสดงตามมาอีกหลายเรื่อง แต่ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างและกลายเป็นกระแสพูดถึงคือซีรีส์ Marry My Husband นั่นเอง ด้วยบทบาทพระรองผู้น่ารักและแสนอบอุ่น อย่าง แบคอึนโฮ เชฟผู้โด่งดังที่หลงรัก คังจีวอน (รับบทโดย พัคมินยอง) มาติดตามชมความอ่อนหวานและรอยยิ้มเกินต้านทานของเขาไปด้วยกันใน Marry My Husband (สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ)

K-POP  กีกวัง

ชเวซีวอน – Death’s Game และ Love is for Suckers

ชเวซีวอน ศิลปินผู้โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสมาชิกแห่งวงระดับตำนานอย่าง Super Junior เขาประสบความสำเร็จทั้งผลงานด้านการแสดงและการร้องเพลง สำหรับแฟนๆและผู้ชมที่อยากรับชมผลงานการแสดงของเขา ใน Prime Video มีถึงสองเรื่องให้ได้ติดตามด้วยกัน เรื่องแรกได้แก่ซีรีส์ Death’s Game ที่รวบรวมนักแสดงระดับแม่เหล็กไว้มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ ชเวชีวอน นั่นเอง Death’s Game เป็นซีรีส์แฟนตาซีดราม่าที่จะทำให้คุณประทับใจไปกับบทสรุปของเรื่องราวอันเปี่ยมความหมายและปลอบประโลมที่มอบให้กับผู้ชม ส่วนอีกเรื่องได้แก่ Love is for Suckers ซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้ ที่เรื่องนี้เขาได้ประกบกับนักแสดงสาวสุดฮอตอย่าง อีดาฮี

K-POP  ซีวอน

นานะ – My Man is Cupid

นานะ เปิดตัวในวงการในฐานะสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป After School ในปี 2552 เธอเริ่มต้นเส้นทางด้านการแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Fashion King และสร้างความประทับจากผลงานการแสดงมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Good Wife, Into the Ring และ Mask Girl ในซีรีส์ My Man is Cupid นานะ รับบทเป็น โอแบครยอน สัตวแพทย์สาวแสนสวยที่โชคร้ายในเรื่องความรัก จนกระทั่งเธอได้มาพบกับคิวปิดสุดหล่ออย่าง ชอนซังฮยอก (รับบทโดย จางดงยุน) โชคชะตาของเธอจึงเริ่มเปลี่ยนไป แฟนๆจะได้สัมผัสความน่ารักและเสน่ห์อันมากล้นจากการแสดงแนวโรแมนติกคอเมดี้ของนานะ ที่จะทำให้ผู้ชมพร้อมมอบดวงใจให้เธอไปเลย โดยที่ไม่ต้องมีคิวปิดมายิงศรปักใจใดๆ

K-POP  นานะ

อ๊กแทคยอน – HeartBeat

อีกหนึ่งศิลปินเคป๊อปที่มีความสามารถด้านการแสดงที่โดดเด่นได้แก่ อ๊กแทคยอน แห่งวง 2PM เขาเริ่มต้นอาชีพด้านการแสดงจากซีรีส์เรื่อง Cinderella’s Sister และตามมาด้วย Dream High ก่อนจะมีผลงานอื่นๆตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น Let’s Fight, Save Me และ Vincenzo เป็นต้น โดยในแต่ละเรื่อง อ๊กแทคยอน มีโอกาสได้รับบทบาทที่หลากหลาย รวมถึงในซีรีส์แนวแฟนตาซีโรแมนติกคอเมดี้อย่างเรื่อง HeartBeat (จังหวะหัวใจ) ที่สามารถรับชมได้ที่ Prime Video เขาได้รับบทเป็น แวมไพร์อูฮยอล ผู้มีความปรารถนาแรงกล้าเพียงอย่างเดียว คือการได้เป็นมนุษย์และได้สัมผัสความรักที่ทำให้หัวใจเต้นแรง แฟนๆและผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงที่น่าทึ่งและพรสวรรค์ด้านคอเมดี้ของอ๊กแทคยอน รวมถึงสนุกสนานไปกับเรื่องราวในซีรีส์

K-POP  แท็คยอน

ชาอึนอู – Island

ไอดอลเคป๊อปผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นลูกรักของพระเจ้าและผู้ที่ไม่เคยมียุคมืดอย่าง ชาอึนอู แห่งวง ASTRO ก็มีผลงานการแสดงให้ได้ติดตามชมใน Prime Video ด้วยเช่นกัน จากซีรีส์ Island โดยชาอึนอูเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการแสดงภาพยนตร์ My Brilliant Life ก่อนที่จะเดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง ASTRO หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานการแสดงออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอีก เช่น  My ID is Gangnam Beauty และ True Beauty เป็นต้น ในซีรีส์ Island ชาอึนอูได้แสดงให้เห็นด้านที่แตกต่างกับบทบาทที่แปลกออกไปจากเดิม ได้แก่ โยฮัน บาทหลวงปราบผีชื่อดัง ที่เป็นบาทหลวงปราบผีที่อายุน้อยที่สุด รวมถึงน่าจะเป็นหนึ่งในบาทหลวงที่หล่อที่สุดที่เราเคยเห็นมาอย่างแน่นอน!

K-POP  ชาอึนอู

ซูจี – Anna

ซูจี หรือ แบซูจี เปิดตัวในวงการบันเทิงจากการเดบิวต์เป็นศิลปินวงเกิร์ลกรุ๊ป Miss A ในปี 2553 หลังจากนั้นในปีต่อมาเธอก็ได้มีผลงานด้านการแสดงจากซีรีส์ Dream High ที่แสดงร่วมกับอ๊กแทคยอน และมีผลงานตามมาอีกหลายเรื่องทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น Architecture 101, Gu Family Book, Uncontrollably Fond, While You Were Sleeping, Vagabond และ Start-Up สำหรับใน Prime Video แฟนๆสามารถติดตามผลงานของเธอได้จากซีรีส์ Anna โดยในเรื่องนี้เธอได้รับคำชื่นชมมากมายจากการแสดงที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยเธอรับบท ยูมี หญิงสาวผู้ทะเยอทะยาน และคำโกหกของเธอที่ได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล 

BTS – BTS: Yet to Come

สองสมาชิกจาก BTS อย่าง เจโฮป และ วี มีผลงานวาไรตี้ให้ได้ติดตามกันใน Prime video ไปแล้ว ถ้าใครคิดถึงหนุ่มๆคนอื่นและคิดถึงบรรยากาศที่พวกเขาอยู่รวมตัวกันครบทั้ง 7 คน สามารถติดตามบันทึการแสดงสดของพวกเขาได้ในคอนเสิร์ต BTS: Yet to Come คอนเสิร์ตครั้งนี้ผู้ชมจะได้สนุกและประทับใจไปกับเพลงฮิตของพวกเขา พร้อมด้วยโมเมนต์การพูดคุยบนเวทีที่จับใจของหนุ่มๆ บังทัน รวมถึงโปรดักชั่นทั้งแสง สี เสียง แบบจัดเต็ม ที่บันทึกให้สมาชิก Prime Video ได้รับชมแบบเจาะลึกเต็มตาและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศการแสดงแบบจุใจ

ศิลปิน K-POP