ลิน 

ลิน เปิดตัว มาร์กี้ – ราศี ในฐานะ Friend of LYN พร้อมคอลเล็คชั่น Fall 2024 

เมื่อไม่นานมานี้ LYN (ลิน) แบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ได้จัดงาน “Fall 2024 Collection Preview” เปิดรับฤดูกาลแฟชั่นล่าสุดด้วยไอเท็มกระเป๋า รองเท้าและแอคเซสซอรี่สุดหรู พร้อมเผยโฉม Friend of LYN คนล่าสุด มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ ที่จะมาถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยรสนิยม และสะท้อนหัวใจหลักของแบรนด์ Sophisticated, Trendy และ Elegant ได้อย่างลงตัว ด้วยไลน์สินค้าที่หรูหรามีระดับที่เหมาะกับสาวลิน

LYN เปิดตัว มาร์กี้ – ราศี ในฐานะ Friend of LYN พร้อมคอลเล็คชั่น Fall 2024 

โดยได้เนรมิตร้าน LYN ดีไซน์ล่าสุดที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง สำหรับการพูดคุยของของสองสาว มาร์กี้ – ราศรี Friend of LYN คนล่าสุด และ เดียร์น่า ฟลีโป Friend of LYN ของซีซั่นซัมเมอร์ 2024 เกี่ยวกับประสบการณ์ในฐานะ Friend of LYN ทำหน้าที่ส่งต่อพลังความมั่นใจให้กับสาวๆ ทุกคน ผ่านเทคนิคการแมตซ์กระเป๋าและรองเท้าที่สวยงาม หรูหรา และลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์

ทั้งนี้ มาร์กี้ – ราศรี ได้นำเสนอนิยามความแกลมผสมความเซ็กซี่มั่นใจตามแบบฉบับผู้หญิงของ LYN ผ่านแคมเปญ Margie Presents LYN Fall 2024 Collection ที่ดึงเสน่ห์ของเทรนด์แฟชั่นในฤดูใบไม้ร่วงที่สะท้อนออกมาผ่านกระเป๋าสุดเก๋ดีไซน์ พร้อมนำมาตีความและถ่ายทอดร่วมกับคาแรคเตอร์ที่มีความเฉพาะตัวของมาร์กี้ กลายเป็นส่วนผสมที่น่าค้นหาและมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างที่ยังไม่มีใครเคยได้สัมผัส ด้วยความแกลมที่ถือเป็นหัวใจของคอลเลกชั่นนี้ กระเป๋าทั้งสามรุ่นเลือกสะท้อนเสน่ห์ของผู้หญิงยุคใหม่ในแบบที่แตกต่างตามวาระโอกาสและรสนิยมเฉพาะตัว

เริ่มจากกระเป๋ารุ่น “Finery” ที่มาร์กี้ยกให้เป็น Must Have ของซีซั่นที่เป็นการจับคู่ความแกลมเข้ากับความเซ็กซี่ ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ครึ่งวงกลมอันเย้ายวนและอิสระ โดยมีสายสะพายไหล่ทรงโค้งแบบเข็มขัดประดับฮาร์ดแวร์ขึ้นเงามาบรรจบให้สมบูรณ์แบบ พร้อมตัวเลือกของสีและรายละเอียดที่แตกต่าง ตอบโจทย์การเป็น Everyday Bag ไปจนถึง Party Bag ด้วยฟังก์ชันซิปบนและความจุที่ลงตัวกะทัดรัดสำหรับตัวเลือกที่มีความหรูหราและสะท้อนรสนิยมสาวๆ

ต่อมาเป็นกระเป๋ารุ่น “Anderson” ที่มาในซิลลูเอ็ตแบบคางหมู รูปทรงอมตะเหนือกาลเวลา นอกจากเค้าโครงที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูและแข็งแกร่ง ตัวกระเป๋ายังโดดเด่นด้วยดีไซน์พับหน้าที่สอดรับกับสายคาดประดับฮาร์ดแวร์ขึ้นเงา และหูหิ้วบนที่มาพร้อมแท็กหนังตกแต่ง ซึ่งนอกจากมาร์กี้จะสามารถหิ้วกระเป๋าใบนี้เพื่อคอมพลีตลุคที่ดูทางการและยังสามารถเลือกสะพายเป็นกระเป๋าครอสบอดี้เพื่อเสริมความเท่และสง่างามให้กับลุคแคชชวลได้อีกด้วย

ในส่วนของกระเป๋าใบสุดท้าย “Rexha” เป็นการผสมผสานของรายละเอียดสุดคลาสสิกที่เป็นที่รักของสาวๆ ทุกยุคทุกสมัยอย่างตัวหนังบุลายควิลท์ ภายใต้รูปทรงกระเป๋าซิลลูเอ็ตโค้งมน พร้อมโลโก้แบรนด์สไตล์วินเทจชุบทองที่มาบรรจบกับตัวฮาร์ดแวร์โซ่อันหรูหราอย่างลงตัว ให้ลุคเฟมินีนแกลมในมิติที่ทั้งหวานและเท่น่าหลงใหล ตัวกระเป๋ามาในสีเดียวกันทั่วทั้งใบ ซึ่งนอกจากสีดำที่เป็น Must Have แล้ว ยังมีเฉดสีที่คัดมาเพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้กับฤดูใบไม้ร่วงทั้งสีเขียวอ่อน สีฟ้าสดและสีเบจโทนอุ่น ซึ่งสำหรับมาร์กี้แล้ว Rexha คือแอคเซสเซอรี่ที่เข้ามาเพิ่มความเย้ายวนให้กับเดรสลุคในโอกาสพิเศษได้อย่างดี


อนันต์ อัมบานี

ซูมอิน นาฬิกา Audemars Piguet รุ่นลิมิเต็ด 3.7 ล้าน ของขวัญเพื่อนเจ้าบ่าว อนันต์ อัมบานี

สุดในทุกๆ ด้านจริงๆ สำหรับงานวิวาห์พันล้านของ “อนันต์ อัมบานี” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม งานนี้มีคนดังมาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม

ซูมอิน นาฬิกา Audemars Piguet รุ่นลิมิเต็ด 3.7 ล้าน ของขวัญเพื่อนเจ้าบ่าว อนันต์ อัมบานี

หนึ่งในความพิเศษของงานนี้ นอกจากงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างอลังการ มีศิลปินระดับโลกอย่าง ริฮานนา, จัสติน บีเบอร์ และ เคธี เพอร์รี่ มาเล่นคอนเสิร์ตฉลองก่อนงานแต่งงาน งานนี้เจ้าบ่าวยังมอบนาฬิกาแบรนด์หรู Audemars Piguet รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มูลค่า 20 ล้านรูปี หรือประมาณ 3.7 ล้านบาทให้กับบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวจำนวน 10 คน รวมมูลค่ากว่า 37 ล้านบาท

ทั้งนี้มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า นาฬิกาเรือนนี้ไม่มีวางจำหน่าย เพราะเป็นนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีเพียง 25 เรือนในโลกที่ อนันต์ อัมบานี สั่งทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ขณะที่อินสตาแกรม Insane Luxury อธิบายว่า “นาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นนาฬิการุ่น Royal Oak Perpetual Calendar ที่ทำจากทองคำ 18 กะรัต ชื่อว่า Luminary Edition หน้าปัดพิงค์โกลด์และหน้าปัดย่อยสีดำ…”

ตัวเรือนทำมาจาก พิงค์โกลด์ 18K ขนาด 41 มม. ที่มีความหนา 9.5 มม. และเม็ดมะยมแบบขันสกรู หน้าปัดสีเดียวกันนี้มีลวดลาย Grande Tapisserie เครื่องหมายบอกชั่วโมงทำมาจากพิงค์โกลด์ และเข็มแบบ Royal Oak กระจกทำมาจากแซฟไฟร์ เคลือบสารเรืองแสงที่เครื่องหมายบอกชั่วโมงและเข็มนาฬิกา ไม่เพียงเท่านี้ นาฬิกาเรือนนี้ยังกันน้ำได้ลึก 20 เมตรอีกด้วย


ที่มา : hindustantimes.com

คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ LA MER จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “LA MER BLUE HEART” มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

คิง เพาเวอร์ ร่วมมือกับแบรนด์แห่งการปรนนิบัติผิวระดับโลก “LA MER” จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญสมาชิกคิง เพาเวอร์ CROWN และ VEGA ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ภายใต้แคมเปญ “LA MER BLUE HEART” กิจกรรมเพื่อรักษาระบบนิเวศและรณรงค์การดูแลท้องทะเล พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ “LA MER BLUE HEART CREME” รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีจำหน่ายเฉพาะคิง เพาเวอร์ เท่านั้น!

คิง เพาเวอร์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทาง พร้อมพาสมาชิกร่วมสัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์
คลูซีฟสำหรับสมาชิก CROWN และ VEGA เดินทางสู่เมืองภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวอันสวยงามทางตอนใต้ของไทย นับเป็นเมืองที่ช่วยบูสต์เอนเนอร์จี้ทั้งกายและใจ ท่ามกลางการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวที่ COMO POINT YAMU PHUKET


ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของกิจกรรม แคมเปญ “LA MER BLUE HEART” ตามแนวคิด ‘TAKE THE OCEAN TO HEART’ พาสมาชิกคิง เพาเวอร์ ร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำค่ากับ LA MER BLUE HEART EVENT เพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ทั้งในแง่ของการฟื้นบำรุงผิว และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน พร้อมพบกับกิจกรรมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเฉพาะบุคคล และสัมผัสเทคนิคการนวดปรนนิบัติผิวโดยผู้เชี่ยวชาญจาก LA MER เมื่อผิวหน้าได้รับการดูแลและปลอบประโลม พร้อมออกไปสัมผัสสายลมและแสงแดดอ่อนๆ ยามเย็น ณ จุดชมพระอาทิตย์ ลาลับเส้นขอบฟ้า ณ ห้องอาหาร LA SIRENA บริเวณสระน้ำวิวอ่าวพังงา ท่ามกลางบรรยากาศปาร์ตี้บาร์บีคิวอาหารทะเลแบบเป็นกันเอง

ทักทายภูเก็ตในเช้าวันที่สองกับกิจกรรม “เก็บขยะริมชายหาดเพื่ออนุรักษ์ท้องทะเล แหลมมายู” บริเวณชายหาดด้านหน้าโรงแรม COMO POINT YAMU PHUKET เพื่อให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบริเวณริมชายหาด รวมทั้งรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและระบบนิเวศ จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมผ่อนคลาย และชมวิวเมืองภูเก็ตแบบพาโนรามาที่ร้าน THREE MONKEYS RESTAURANT ร้านอาหารที่รายล้อมด้วยต้นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี อิ่มเอมกับธรรมชาติกันจนใจฟูแล้ว ถึงเวลาเอาใจสายช้อปฯ กันที่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต โดยทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับการเลือกช้อปผลิตภัณฑ์เอ็กซ์คลูซีฟที่เคาน์เตอร์ LA MER ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปลดล็อคให้ผิวดูเปล่งประกาย แลดูมีออร่า โดยเฉพาะรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่บรรจุอยู่ในกระปุกดีไซน์สุดคิวท์ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน เริ่มต้นเป็นสาวลาแมร์ด้วยตัวนี้ไม่มีผิดหวัง และปิดท้ายวันที่สวยงามด้วยกันที่ VANILLA SKY BAR & GASTRO PUB สัมผัสเสน่ห์ทะเลสีดำ (ทะเลยามค่ำคืน) พร้อมจิบเครื่องดื่ม และร่วมรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก

วันสบายๆ ส่งท้ายทริปกับการรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่ ‘ร้านวันจันทร์’ ร้านอาหารต้นตำรับพื้นเมืองภาคใต้
การันตีมิชลินไกด์ จากนั้นเข้าสู่โปรแกรมส่งท้ายทริป คิง เพาเวอร์ X LA MER BLUE HEART กับกิจกรรมเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ด้วยการกราบสักการะเจ้าแม่กวนอิม ณ ศาลเจ้าปุดจ้อ หรืออ๊ามปุดจ้อ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุ 100 ปี สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพของคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองภูเก็ต เป็นการเติมเต็มทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อส่งต่อความสุขและความประทับใจมอบให้กับลูกค้า คิง เพาเวอร์


HARNN Heritage Spa

กรุงเทพฯ เมืองที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “City of Angles” ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เอกลักษณ์เฉพาะตัว ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่เกิดจากการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับวัฒนธรรมต่างชาติอันหลากหลาย เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน และชีวิตชีวาแห่งนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิด หาญ เฮอริเทจ สปา กรุงเทพขึ้น โดยมีการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการบำบัดและการดูแลสุขภาพจากหลากหลายวัฒนธรรม เกิดเป็นสปาแบบร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อการผ่อนคลายประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างแท้จริง

HARNN Heritage Spa Krungthep ประกอบด้วยห้องทรีทเม้นท์ทั้งหมด 10 ห้อง แบ่งเป็นห้องเดี่ยว 8 ห้อง และห้องคู่ 2 ห้อง พร้อมบริการนวดเท้าอีก 6 ที่ โดดเด่นด้วยการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายของโลกตะวันออกในทุกรายละเอียด ผ่านการตีความแบบร่วมสมัย ผนวกกับเทคนิคการตกแต่งหลากหลายอย่างปราณีต โดยนำแรงบันดาลใจหลักมาจากความงดงามของวังเพ็ชรบูรณ์ ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ในปัจจุบันซึ่งเป็นเรือนไม้ไทยโบราณ นำมาถ่ายทอดกับวัสดุหลากหลายที่ให้อารมณ์ร่วมสมัยทั้งเหล็ก และกระจกสีเขียวศิลาดลของอาคารเล็กในวังเพ็ชรบูรณ์ เติมความมีชีวิตชีวา และให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย ทางเดินประดับด้วยจิตรกรรมลายดอกพุดตาน ลายไทยแบบดั้งเดิมที่มักปรากฏอยู่ในผลงานงานศิลปกรรม และจิตรกรรมฝีมือเหล่าช่างสิบหมู่ กระดิ่งที่แขวนประดับชายคาเรือนไทย นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยวัสดุร่วมสมัยอย่างคริสตัลประดับไฟ

HARNN Heritage Spa มีทรีตเมนต์เอาใจคนเมืองที่ต้องเผชิญสารพัดปัจจัยและส่งผลให้ร่างกายกับจิตใจสูญเสียสมดุล ในเดือนกรกฎาคม 222567 ได้มีทรีทเม้นท์ ‘Bangkok Retreat’ ที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อด้วยเทคนิคกดจุด Muscle De-Stress Massage และลูกประคบบริเวณคอ บ่า ไหล่ และน่องขา เป็นเมนูประจำฤดูกาลที่มีให้บริการเพียง 3 เดือนเท่านั้น

ความพิเศษคือเราได้คัดเอาออยล์กลิ่นยอดนิยมอย่าง Lemongrass & Lavender มาผสมผสานกับ Black Pepper Massage Balm เพื่อให้คุณรีแล็กซ์ขั้นสุด รู้สึกโล่งสบาย พร้อมใช้ชีวิตแอคทีฟในวันถัดไป

  • ‘Bangkok Retreat’ 90 นาที ราคา 2,890 บาท

สำรองบริการสปาและสอบถามเพิ่มเติมกับเรา ได้ที่

HARNN Heritage Spa, เซ็นทรัล ทาวเวอร์ ชั้น 12M ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-2525725

ช่องทางออนไลน์ :

#HARNNHeritageSpa

#HARNNWellnessAndHospitality

#HARNN

#TANACHIRA

MR-G B2100

G-SHOCK เผยโฉม MR-G B2100 พบกับ “คิกุมิ”บนหน้าปัดดีไซน์ซีรีส์ 2100 

CASIO G-SHOCK เผยโฉม MR-G B2100 ที่สุดของความแข็งแกร่งผสานศาสตร์งานศิลป์ “คิกุมิ” (Kigumi) ครั้งแรกของบนหน้าปัดดีไซน์ซีรีส์ 2100 สนนราคา 175,000 บาท

G-SHOCK MR-G B2100 นาฬิการุ่นใหมล่าสุดของตระกูล MR-G มาพร้อมกรอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมและดีไซน์ที่มีสไตล์ โดดเด่นด้วยหน้าปัดลายตาข่ายสามมิติ ซึ่งบริเวณหน้าปัดของรุ่นนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามในการใช้งานของศิลปะการต่อไม้แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า คิกุมิ (Kigumi) ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อสร้างและงานไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งใช้สำหรับงานต่อไม้โดยไม่ต้องใช้ตะปูหรือโลหะยึด

ขอบตัวเรือนด้านบนผลิตจากโคบาเรียน (COBARION) ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีความแข็งประมาณ 4 เท่าของไทเทเนียมบริสุทธิ์ และมีความแวววาวเทียบได้กับแพลตตินัม ข้อต่อสายผลิตจาก DAT55G ซึ่งเป็นโลหะผสมไทเทเนียมที่มีความแข็งประมาณ 3 เท่าของไทเทเนียมบริสุทธิ์ มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปทรงได้หลากหลาย ด้วยการใช้โลหะผสมที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และมีความแวววาวเมือเปรียบเทียบกับตัวแพลตตินัม ผสานกับเทคโนโลยีการเคลือบ DLC หรือ diamond-like carbon (DLC) ที่ทำให้มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนที่ดีมากขึ้น

ชิ้นส่วนภายนอกได้รับการขัดเงาทีละชิ้นโดยช่างฝีมือชั้นยอด จากนั้นจะได้รับการประกอบเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถันเฉกเช่นเดียวกับงานไม้ คิกุมิ ซึ่งพัฒนาขึ้นในญี่ปุ่น CASIO จึงประสบความสำเร็จในการออกแบบตัวเรือนภายนอกที่ได้รับการรับประกันทั้งความแข็งแกร่งและความสวยงาม ขณะที่ตัวเรือน ฝาหลัง และปุ่มกดต่างๆ ได้รับการผลิตจากโลหะผสมไทเทเนียม Ti64 แบบพิเศษ 

ตัวโครงสร้างของตัวเรือนประกอบจากชิ้นส่วนมากถึง 27 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นจะได้รับการขัดแต่งอย่างสวยงามก่อนที่จะประกอบลงบนตัวเรือน แสดงให้เห็นถึงความปราณีตของงานฝีมือเชิงศิลปะ 

พื้นผิวหน้าปัดได้รับการออกแบบให้เป็นลอนคลื่นพร้อมช่องเปิดเล็ก ๆ ที่ซับซ้อน เพื่อสร้างลวดลายเรขาคณิตที่สื่อถึงโลกทัศน์ของงานโครงตาข่ายคุมิโกะ (Kumiko) ได้อย่างสวยงาม ลวดลายนี้ไม่เพียงแต่เป็นดีไซน์ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ช่องเล็ก ๆ ที่ประณีตเหล่านี้ยังช่วยให้แสงผ่านเข้าไปเพียงพอเพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ด้วยฟังก์ชัน Tough Solar

นาฬิการุ่นใหม่นี้เป็นเรือนแรกของซีรีส์ 2100 ในตระกูล MR-G ซึ่งซีรีส์ 2100 ได้เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปี 2562 ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างดิจิทัลและแอนะล็อก ซึ่งนำเสนอสไตล์โมเดิร์นแฝงกลิ่นอายของ G-SHOCK รุ่นแรกสุดอย่าง DW-5000C อีกทั้งยังมาพร้อมกรอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมอันโดดเด่นและดีไซน์เพรียวบาง ซีรีส์ 2100 จึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก

นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่ทันสมัยและครบครัน เช่น ระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อการปรับตั้งเวลาอัตโนมัติ  ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึงการกันน้ำลึกถึง 200 เมตร และการทนต่อแรงกระแทกที่เป็นเอกลักษณ์ของ G-SHOCK ทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่น่าประทับใจและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทานและสไตล์ที่โดดเด่น จึงนับเป็นการผสมผสานระหว่างความงามอันประณีตของโลหะกับความแข็งแกร่งทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-SHOCK จนกลายเป็นดีไซน์ที่คู่ควรกับชื่อของ MR-G อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ G-SHOCK ยังมอบความพิเศษขั้นสุดในการเปิดตัวเพื่อให้ทุกท่านได้มีโอกาสชมและสัมผัสเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ของ G-SHOCK ตระกูล MR-G ด้วยการนำนาฬิการุ่น MR-G ทั้งหมด ที่ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศญี่ปุ่น มาไว้ในงานนี้ ซึ่งจะถือเป็นการจัดแสดงนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกอีกด้วย


Sahred Toy

เที่ยวแบบใหม่สุดล้ำในงาน American Tourister Curio Unbox The Journey ผ่านกระเป๋าเดินทาง Curio ใบยักษ์ รูปแบบ Immersive Art 4 ภาคทั่วไทย โดย ศิลปิน Sahred Toy

American Tourister ชวนทุกคนออกไปสัมผัสการเที่ยวรูปแบบใหม่เที่ยวชม 4 ภาคของประเทศไทยผ่านกระเป๋าเดินทาง รุ่น Curio ใบยักษ์ ในรูปแบบ Immersive Art สุดอลังการ โดยศิลปิน Sahred Toy ที่มาใน Concept : “Curio Unbox The Journey” ที่จะทำให้ทุกคนสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

ภายในงาน American Tourister Curio Unbox The Journey จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ อัดแน่นไปด้วยห้องจัดแสดงถึง 5 ห้อง 5 ธีม ได้แก่

  • ห้อง Walking into the forest : เป็นห้องที่สื่อสารถึงความสวยงามของป่าภาคเหนือ และน้องแม้ว พาทุกคนท่องเที่ยวในโลกแห่งนี้
  • ห้อง Sparking Twinkle : ห้องสื่อสารถึงกรุงเทพมหานคร เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี และการเคลื่อนไหว แต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และความสวยงาม นำเสนอผ่านวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และสะพานพระราม 8 ที่มีแสงดาว ตกกระทบแม่น้ำ ส่องประกายทั่วทั้งห้อง
  • ห้อง Whisper from the sea : ห้องที่สื่อสารถึงความสวยงาม สงบ และลึกลับของทะเลภาคใต้บ้านเราที่มีเรือกอและ เป็นผู้พาทุกคนดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล
  • ห้อง Moving in Rhythm : ห้องที่นำเสนอสีสัน ความสนุกของภาคอีสาน รวบรวมจุดเด่นประเพณีของภาค สะท้อนออกมาในงานศิลปะลูกบอลไฟยักษ์ ที่เป็นตัวแทนของลูกไฟแห่งภาคอีสาน
  • ห้อง Unbox The Journey ห้องที่นำเสนองานศิลปะที่รวมทุกสีสัน ความสนุกของการเดินทางทั่วประเทศไทย มาจัดแสดงผ่านกระเป๋าเดินทาง American Tourister รุ่น Curio Book Open

และอีกหนึ่งไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่ที่เราภูมิใจนำเสนอและทำต่อเนื่องจากปี 2023 ได้ทำ Street Art ทั้ง 4 ภาค โดยผลงานของทางศิลปิน Sahred Toy พร้อมกับผลตอบลัพธ์ที่ดีและเหล่าแฟนคลับชื่นชอบตัวศิลปะและ character ต่างๆ จนเป็นกระแส Check in จุด Street Art ทั้ง 4 ภาค ดังนั้นปี 2024 American Tourister กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อเอาใจแฟนคลับสาย Art โดยมาใน Campaign “American Tourister x SahredToy Curio Unbox The Journey”

ยกประเทศไทยทั้ง 4 ภาค มาจัดแสดงในรูปแบบ Immersive Art ตอกย้ำภาพของผู้นำกระเป๋าเดินทางที่เข้าใจประสบการณ์การท่องเที่ยวในแบบคนรุ่นใหม่ ซึ่งแคมเปญนี้ได้มี insight ที่น่าสนใจและเจาะลึกถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มGen-Z ที่มีความชอบและ lifestyle ในรูปแบบ Hybrid experience นำความโดดเด่นของแบรนด์ที่เข้าใจเรื่องพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับความชื่นชอบที่หลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีแกนในการสร้างภาพจำของแบรนด์ที่คงไว้ด้วย identity ที่ครบถ้วนYoung/ Fun/ Colorful ที่ทุก Touchpoint คือ ความสนุก และสีสันของการเดินทางสำหรับคนรุ่นใหม่ออกแบบเรื่องราวสุดสนุกในการเดินทางให้ทุกคนได้มาสัมผัสในแบบ immersive art และยังได้รวมประสบการณ์ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยต่อยอดจากแคมเปญก่อน Curio Bring Back Bigger Story ที่รวบรวมเรื่องราว และวัฒนธรรมของประเทศไทยท้องถิ่นในแต่ภูมิภาคมาสร้างเป็นงาน Exhibition พร้อมออกแบบ Sticker Limited Wonder Tour Collection มาให้ทุกคนได้สุ่มกันในรูปแบบกล่องสุ่มลาย Sticker จากศิลปิน SahredToy จับ insight ของ Target คนรุ่นใหม่ได้อย่างครบถ้วน และกลมกล่อม พร้อมกันนั้นยังมี ตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างสาวๆวง 4EVE ที่มาถ่ายทอดความสนุก ของการเดินทางแต่ละภาคในรูปแบบของแต่ละคนผ่านสีสันของกระเป๋าเดินทาง American Tourister รุ่น Curio Book Open นอกจากนั้นชวนกลุ่มคนรุ่นใหม่ Y2Z Trainee ร่วมสร้างความสนุกไปด้วยกัน

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้สามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2567 ที่ RIVER CITY ชั้น 1 โซน


ส่งตรงความ Cute แบบเกินต้าน! PiXXiE แฟชั่นเซ็ตสุดน่ารัก

พร้อมเสิร์ฟ #PraewXPiXXiE ความน่ารักแบบเกินต้านของ PiXXiE “มาเบล, พิมมา และอิงโกะ”

นับจากเปิดตัวเพลง เด็ด PiXXiE ก็กลายเป็นวงทีป๊อปเบอร์ต้นของประเทศ ที่มีแฟนเพลงฮิตมากมาย พร้อมด้วยแฟนคลับหนาแน่นทั้งในและนอกประเทศ และวันที่ 31 ส.ค. นี้ พวกเธอจะมีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในชื่อว่า PiXXiE Tales Concert : Welcome to PiXXiE Land ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

ซึ่งนอกจากเพลงที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เส้นทางชีวิตของทั้ง 3 คน ก็เติบโต และก้าวต่อไปอย่างมีคุณภาพเช่นกัน

อ่านบทสัมภาษณ์เรื่องราว การเติบโต ของทั้ง 3 คน ได้ในคอลัมน์ The Focus นิตยสารแพรว ก.ค. 67

  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • สไตล์เอดิเตอร์ : A.Y.Styled
  • แต่งหน้า : t_tormakeup
  • ทำผม : Sarun Uparamana
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : จันทร์จิรา วังอาจ
  • เรื่อง : Fai

ปังไม่แพ้ใคร! Jim Thompson ชวนนักกีฬาถ่ายแฟชั่นเซ็ตรับโอลิมปิก 2024

นอกจากแบรนด์ต่างประเทศที่ชวนนักกีฬามาถ่ายแฟชั่นเซ็ตกันให้ควั่ก ประเทศไทยก็ไม่แพ้กัน ล่าสุด Jim Thompson ชวน 4 นักกีฬาทีมชาติไทยมาร่วมถ่ายแคมเปญต้อนรับโอลิมปิก 2024

อีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ทั้งโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ‘จิม ทอมป์สัน’ จึงมาร่วมสร้างบรรยากาศสนุก ๆ ระหว่างนับถอยหลังสู่ปารีสด้วยเซอร์ไพรส์พิเศษ เอาใจแฟนกีฬาชาวไทยกับแคมเปญแฟชั่นสุดครีเอต ชวน 4 สุดยอดนักกีฬาไทยมาทดลองเป็นแฟชั่นไอคอน 1 วันกับการถ่ายแฟชั่นเซตที่สะท้อนเสน่ห์ของกีฬาระดับโลกพร้อมเบลนด์เข้ากับความเป็นแฟชั่น

เริ่มต้นด้วย ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักกีฬาแบดมินตันหญิงดีกรีแชมป์โลกประเภทคู่ผสม สำหรับแฟชั่นเซตนี้เธอขอโชว์ลีลาการหวดลูกขนไก่พร้อมอวดความพลิ้วไหวของผ้าไหมจิม ทอมป์สันได้อย่างน่ามอง แถมยังส่งอีกหนึ่งลุคเท่ในวันพักผ่อนที่เธอเลือกแมตช์เสื้อทีเชิ้ตขาวเรียบเท่กับเชิ้ตลายพรินต์สีฟ้าอ่อนดูสบายตา สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกที่จะถึงนี้ ปอป้อเผยว่า “ตอนนี้ร่างกายและจิตใจถือว่าพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ตื่นเต้นมากกับโอกาสที่จะไปคว้าเหรียญมาฝากคนไทยในปีนี้ ขอบคุณจิม ทอมป์สันที่ชวนมาถ่ายแฟชั่นสนุกๆ ช่วยโปรโมตให้คนไทยมาร่วมเชียร์นักกีฬาทุกประเภทที่จะตั้งใจทำให้ดีที่สุดที่ปารีสค่ะ”

ต่อด้วย ฝน-เบญญาภา จันทวรรณ นักกีฬาไคท์บอร์ดสาวไทยคนเก่งเจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์สมัยล่าสุด ที่ขอแวะจากการซ้อมมาอวดลุคบีชเกิร์ลสบาย ๆ กับจิม ทอมป์สัน พร้อมโชว์ลีลาการเซิร์ฟคลื่นอย่างคล่องแคล่วและอวดความงามของผ้าไหมไทย ฝน-เบญญาภา กล่าวถึงการร่วมงานกับจิม ทอมป์สันว่า “ดีใจมากที่ได้มาถ่ายแคมเปญวันนี้ ปกติเป็นแฟนของจิม ทอมป์สันอยู่แล้ว เสื้อผ้าใส่สบาย ลายพรินต์ก็สวยมากค่ะ” เธอยังเสริมว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสู้ศึกครั้งใหญ่ที่ปารีส “ขอกำลังใจให้ทีมนักกีฬาไทยทุกคนด้วยนะคะ”

อีกหนึ่งไอคอนหญิงแกร่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนมากมายอย่างแวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์หลายสมัย ก็มาร่วมถ่ายแฟชั่นแคมเปญสุดพิเศษเช่นกัน วันนี้เธอมาในลุคสวยหวานคลาสสิกพร้อมอวดความเป็นอัศวินสาวมือหนึ่งได้อย่างมีสไตล์ แวว-สายสุนีย์ เผยว่า “ในฐานะนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญพิเศษของจิม ทอมป์สันครั้งนี้ สำหรับปารีสเกมส์ แววตั้งใจคว้าเหรียญทองมาฝากคนไทย” เธอยังแอบย้ำว่า “การแข่งขันพาราลิมปิกที่ปารีสจะเริ่มสิ้นเดือนสิงหาคมนี้นะคะ อยากขอกำลังใจจากทุกคนเพราะทุกแรงใจที่คนไทยส่งมาเราได้รับเสมอ”

ปิดท้ายด้วยโอ๊ต-ภาสพงศ์ อ่ำสำอาง นักกีฬากรีฑาทีมชาติไทยประเภทค้ำถ่อ เจ้าของสถิติการค้ำถ่อประเทศไทย ที่ขอมาโพสท่วงท่าการกระโดดท้าแรงดึงดูดโลกกับแฟชั่นเซตครั้งนี้ด้วย พร้อมอวดอีกหนึ่งลุคในวันสบาย ๆ หลังซ้อมกับไอเทมของจิม ทอมป์สัน โดยหนุ่มโอ๊ตเผยว่า “ดีใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมถ่ายแฟชั่นกับแบรนด์ดังระดับตำนานเพื่อร่วมเชียร์เพื่อน ๆ นักกีฬาตัวแทนประเทศไปแข่งโอลิมปิกและพาราลิมปิก ผมมั่นใจว่าทุกคนตั้งใจเต็มร้อยเพื่อนำเหรียญแห่งความภาคภูมิใจมาฝากพี่น้องชาวไทยครับ


ข้อมูลและภาพ: Jim Thompson

"น้องกวิณท์"

แฝดพี่-แฝดน้องเทียบภาพ “แด๊ดดี้กรณ์” วัยเด็กกับ “น้องกวิณท์” เหมือนกันเป๊ะ!

แฝดพี่-แฝดน้องเทียบภาพ “แด๊ดดี้กรณ์” หรือ “กรณ์ ณรงค์เดช” วัยเด็กกับ “น้องกวิณท์” ลูกชายสุดที่รักถอดแบบเหมือนกันเป๊ะ!

เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เมื่อใน IG gavinnarongdej ได้ลงรูปหนึ่งพร้อมกับแคปชันว่า “คือกวิณท์ หรือพ่อกรณ์ครับ ใครทายถูกบ้างไหม” ซึ่งมองแว๊บแรกก็คือ “น้องกวิณท์” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ศรีริต้า” กับ “กรณ์ ณรงค์เดช” แต่ย้อนกลับไปมองอีกทีไม่ใช่จ้า เป็น “แด๊ดดี้กรณ์” นั่นเอง บอกเลยพอเอารูปเอาพ่อ-ลูก มาเทียบกันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นแฝดพี่-แฝดน้อง

งานนี้มีแฟน ๆ และเพื่อนในวงการบันเทิง เข้าไปคอมเมนต์แซวกัน ทั้ง “นัท มีเรีย” บอกว่า “แฝดน้องกรณ์ค๊าบบ 😍 น่ารักมากค่า” ส่วน FC ก็มีคนทายว่ากันไม่น้อย

“ดูความเก่าของรูป คาดว่าเป็นคุณพ่อกรณ์ แต่ๆๆ ทำไมถึงเหมือนน้อง กวิณท์มาก แต่จริง ๆ แล้ว ใบหน้าน้องกวินท์ แปลกมาก คือจะมองให้เหมือนคุณพ่อก็ได้ คุณแม่ก็ยิ่งได้ บางทีก็เหมือนคุณปู่เลย แล้วก็เหมือนพี่ภัทรมาก ๆ, โหหหห เหมือนกันมากกกกก, สำเนาถูกต้อง, พ่อกรณ์ = น้องกวิณท์, เหมือนคุณกรณ์มากและมีความคล้ายคุณปู่ด้วยค่ะ” บอกเลยว่าคำตอบส่วนใหญ่ทายถูกว่าเป็น “แด๊ดดี้กรณ์” จ้า

"กรณ์ ณรงค์เดช"
“กรณ์ ณรงค์เดช”

"น้องกวิณท์"
เปิดประสบการณ์พักผ่อนระดับเวิลด์คลาส Hokkaido Luxury Concierge เดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบไฮเอนด์

เปิดประสบการณ์พักผ่อนระดับเวิลด์คลาส Hokkaido Luxury Concierge เดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบไฮเอนด์

บริษัท แอชแอลซี คอนซัลแทนท์ จำกัด (HLC Consultant co.,ltd.) นำโดยสองผู้บริหาร นายฮิโรกิ ทานาเบะ และ นายฮาจิเมะ โทสะ จัดงาน Sip & Celebrate: Hokkaido Luxury Concierge Premiere ฉลองการเปิดตัว Hokkaido Luxury Concierge” แพ็คเกจบริการด้านการขนส่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่นอย่าง นิเซโกะ, เกาะฮอกไกโด รวมถึงซัปโปโร เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีพพร้อมมอบความเป็นส่วนตัวด้วยการบริการระดับพรีเมียมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อความสมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น บริการการเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว, รถยนต์โรลส์-รอยซ์, กระเช้าลอยฟ้าส่วนตัว รวมถึงผู้ช่วยส่วนตัวที่จะคอยดูแลและให้บริการในทุกขั้นตอน โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ชื่อดังและแขกคนสำคัญ อาทิ คุณกฤษณ์ ณรงค์เดช, คุณกรณ์ ณรงค์เดช, คุณศรีริต้า เจนเซ่น เป็นต้น ร่วมด้วยเหล่าพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด มหาชน, H Capital Global และ Niseko Unique Living Development ที่มาร่วมฉลองการเปิดตัวบริการสุดพิเศษครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

นายฮิโรกิ ทานาเบะ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “Hokkaido Luxury Concierge คือบริการที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวการบริการที่เหนือระดับแก่นักท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเสน่ห์ของฮอกไกโดในแบบฉบับที่เหนือระดับ โดยเรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดพิเศษให้กับลูกค้าชาวไทยระดับไฮเอนด์ ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงที่พัก และกิจกรรมต่างๆ ทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยวให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นผู้ช่วยที่จะทำให้การพักผ่อนของคุณเหนือระดับมากกว่าที่เคย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของของเราที่ต้องการทำให้ฮอกไกโดเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ พร้อมด้วยบริการระดับพรีเมี่ยมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยมุ่งเน้นไปยังลูกค้าระดับไฮเอนด์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างประเทศไทยและเวียดนามเป็นกลุ่มเป้าหมายแรก อีกทั้งยังต้องการสนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว Hokkaido ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงทีมงานที่มีประสบการณ์ของเราที่พร้อมรับฟังความต้องการของลูกค้า พร้อมปรับปรุงคุณภาพด้านการบริการเพื่อสมาชิกของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและความไว้วางใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของเรา ทั้งนี้เราพร้อมที่จะทำให้ Hokkaido Luxury Concierge กลายเป็นจุดหมายของบริการทางการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่เหนือระดับ และเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้านึกถึงทุกครั้งที่จะเดินทางไปยังฮอกไกโด”

ด้าน นายฮาจิเมะ โทสะ ได้กล่าวเสริมว่า “เราเล็งเห็นถึงศักยภาพและไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบลักชูรี่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราพร้อมนำเสนอบริการที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เราคัดสรรยานยนต์ที่เหนือระดับและหลากหลายเพื่อดูแลสมาชิกของเราได้อย่างสะดวกสบาย ภายในมีที่นั่งกว้างขวางและอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกคุณภาพสูง เพื่อช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายตลอดการเดินทางคัดสรรพนักงานขับรถมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ขับขี่ปลอดภัย รวมถึงการบริการอื่น ๆ ที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้า เราพร้อมดูแลคุณและคนที่คุณรักในทุกฤดูกาล พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งบริการโดดเด่นนั่นก็คือ บริการพ่อบ้าน หรือ ผู้ช่วยส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น การจัดทริปส่วนตัว จองที่พักสุดหรู หรือแม้แต่กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพที่จะสร้างความประทับใจให้กับการเดินทางของลูกค้า”

เปิดประสบการณ์พักผ่อนระดับเวิลด์คลาส Hokkaido Luxury Concierge เดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบไฮเอนด์

นอกจากนี้ Hokkaido Luxury Concierge ยังได้มอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครดิตเงินคืน 5-10% สำหรับบริการโรงแรมสุดหรูและร้านอาหาร พร้อมโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรม “Yearly Winter Event” ที่ลูกค้าสามารถร่วมลุ้นรับรางวัลพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Richard Mille และ Hermès รวมถึงสิทธิพิเศษ และ โปรโมชั่น อื่น ๆ อีกมากมาย


เจ้าหญิงแห่งเวลส์

พระพักตร์แจ่มใส เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พร้อมพระธิดาเสด็จทอดพระเนตรวิมเบิลดัน

อีกครั้งที่ แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือ เจ้าหญิงเคท ทรงปรากฏพระวรกายพร้อมพระธิดา เจ้าหญิงชาร์ลอตส์ และพระขนิษฐา พิปปา มิดเดิลตัน เสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน 2024

พระพักตร์แจ่มใส เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พร้อมพระธิดาเสด็จทอดพระเนตรวิมเบิลดัน

(Photo by Karwai Tang/WireImage)

เจ้าหญิงเคท ปรากฏพระวรกายในฉลองพระองค์เดรสสีม่วงจากแบรนด์ Safiyaa โดยเดรสตัวนี้เป็นชุดสั่งตัดพิเศษรุ่น Cecelia มูลค่า 1,295 ปอนด์ (60,473 บาท) ทรงคอมพลีทลุคด้วยเครื่องประดับด้วยต่างหูทองคำ และกระเป๋าถือจากแบรนด์ LKBennett มูลค่า 225 ปอนด์ (10,506 บาท) ขณะที่เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงน่ารัก สดใส ในฉลองพระองค์เดรสลายจุดสีน้ำเงิน

(Photo by Rob Newell – CameraSport via Getty Images)

การนี้ เจ้าหญิงเคทในนฐานะ ผู้อุปถัมภ์ All-England Lawn Tennis and Croquet Club ยังได้ทรงมอบถ้วยรางวัลให้กับผู้ชนะอย่าง คาร์ลอส อัลการาซ จากสเปน หลังจากที่เอาชนะ โนวัค ยอโควิช จากเซอร์เบีย ไปได้ การเสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันของเจ้าหญิงเคทในวันนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่พระองค์ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ทรงเข้าร่วมงาน Trooping the Colour เมื่อเดือนที่แล้ว


ที่มา : daily express

สไตล์ไหนที่เป็นคุณ? ทำความรู้จัก 3 การแต่งตัว ตั้งแต่ ‘รวยกระซิบ’ ถึง ‘รวยตะโกน’

ชวนทุกคนมาค้นหา 3 สไตล์การแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็น New Money, Quiet Luxury และ Whisper Luxury ทั้งหมดนี้ต่างกันอย่างไร?

ที่ผ่านมาสไตล์การแต่งตัวที่เราได้ยินกันบ่อยที่สุดคงเป็น Quiet Luxury เพราะฮิตมาตั้งแต่ปี 2022 ต่อเนื่องมาถึง 2023 ก่อนเริ่มจางลงในปัจจุบัน ซึ่งสไตล์ดังกล่าวได้รับการแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ‘รวยไม่ตะโกน’ เพราะเป็นแฟชั่นที่ ‘ไม่มีโลโก้’ อล่างฉ่างหรือลวดลายโมโนแกรมที่ชวนสะดุดสายตา แต่จะเป็นไอเท็มที่มีความเรียบง่าย ไร้กาลเวลาสามารถนำกลับมาใส่ซ้ำได้เรื่อยๆ รวมถึงยังมีคุณภาพและราคาที่สูงด้วยเช่นกัน

ต่อมาขอแนะนำเป็นสไตล์ขั้วตรงข้ามอย่าง New Money หรือคงเป็น ‘เศรษฐีใหม่’ / ‘รวยตะโกน’ เพราะสไตล์นี้ผู้สวมใส่จะเน้นเสื้อผ้าที่มีโลโก้สะดุดตา หรือถ้าเอาให้ชัวร์คือลวดลายโมโนแกรมตลอดทั้งไอเท็มนั่นเอง

สุดท้ายมาถึงสไตล์ใหม่อย่าง Whisper Luxury แปลตรงตัวคือ ความหรูหราแบบกระซิบ ได้ยินแค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว ซึ่งการแต่งตัวดังกล่าวจะเน้นไอเท็มที่มีโลโก้แบบเล็ก ไม่เอะอะจนเกินไป แต่ย้ำว่าต้องมี หรือถ้าเป็นไอเท็มที่ไม่มีโลโก้บอกตรงๆ ก็ต้องเป็นชิ้นไอคอนิก มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจน ให้คนได้รู้ว่ากำลังถือหรือสวมใส่อะไรอยู่ในปราดเดียว ซึ่งสไตล์นี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คน Gen Z และ Alpha อีกด้วย

เป็นยังไงคะ หลังจากรู้จักทั้ง 3 สไตล์แล้ว การแต่งตัวของคุณเป็นแบบไหนกัน หรือชอบสไตล์ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า?


ภาพ: Instagram @davikah, @jessica.syj และ @for_everyoung10

4 นักกีฬาตัวท็อปจากอเมริกา เผยไอเท็มโปรดเสริมความมั่นใจ ช่วยล็อคเมคอัพเป๊ะไม่เปลี่ยน

4 นักกีฬาตัวท็อปจากอเมริกา เผยไอเท็มโปรดเสริมความมั่นใจ ช่วยล็อคเมคอัพเป๊ะไม่เปลี่ยน

คนรักสวยรักงามจะรู้กันดีว่าหากต้องการให้เมคอัพติดทนไปนานๆ ตลอดวัน เซ็ตติ้งสเปรย์ ถือเป็นไอเท็มเลิฟเวอร์ของเหล่าช่างแต่งหน้าที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและล็อคเมคอัพให้ติดทนในคราวเดียวกัน สามารถใช้หลายวิธีทั้งฉีดผสมกับเมคอัพในขณะที่แต่งหน้า เช่น รองพื้น คอนซีลเลอร์ อายแชโดว์ เพื่อให้เมคอัพติดผิวมากขึ้น หรือจะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าเพื่อล็อคเมคอัพลุคให้ติดทน เป๊ะไม่เปลี่ยน

ซึ่งข้อดีนี้ถือว่าตอบโจทย์กับสาวๆ นักกีฬาที่เหงื่อมักออกง่าย และไม่มีเวลาทัชอัพระหว่าง ขณะเดียวกันก็อยากให้เมคอัพติดทนนานเสริมความมั่นใจ ล่าสุดMilani Cosmeticsได้ออกแคมเปญ “Face Set. Mind Set.” ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของมิลานิกับนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของพลังและความอดทน เฉกเช่น “Make It Last Setting Spray” ในความร่วมมือนี้ นักกีฬาตัวท็อปของอเมริกา 4 คน ได้แก่ จอร์แดน ไชลส์(Jordan Chiles) นักยิมนาสติกศิลป์ผู้คว้าเหรียญเงินจากทีมสหรัฐอเมริกา, ซาบรีนา อิโอเนสคู (Sabrina Lonescu) นักกีฬาอาชีพ WNBA,ชิอาคา โอกโบกู(Chiaka Ogbogu) ผู้คว้าเหรียญทองวอลเลย์บอลจากทีมสหรัฐอเมริกา และแมตตี้ โรเจอร์ส(Mattie Rogers) แชมป์ยกน้ำหนัก ได้ใช้บิวตี้ไอเท็มอย่าง “Make It Last Setting Spray” สเปรย์เซ็ตติ้งจากอเมริกา เนื้อละอองบางเบานี้ ช่วยกันน้ำ กันเหงื่อ และใช้งานได้หลากหลาย ผลิตจากกลีเซอรีนที่อุดมด้วยความชื้นและไนอาซินาไมด์ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ 2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเตรียมผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและเซ็ตเมคอัพให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ซึ่งเหล่านักกีฬาเลือกใช้ เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พร้อมสำหรับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนในชีวิตประจำวันหรือการแข่งขันระดับสูงสุดในงานระดับโลก ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่า Make It Last Setting Spray ช่วยให้เมคอัพติดทนนานถึง 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทำงานหรือออกไปเที่ยวกลางคืน ฝึกซ้อมอย่างหนัก เล่นในสภาพอากาศร้อนถึง 90 องศา ออกกำลังกายอย่างหนัก

แคมเปญ “Face Set. Mind Set” สื่อถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเตรียมตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจสำหรับวันใหม่ และแนวคิดที่ว่าเมื่อเราเตรียมใบหน้าเรียบร้อยแล้ว จิตใจก็จะตามมาเอง แชมเปี้ยนผู้สร้างแรงบันดาลใจเหล่านี้ล้วนเป็นทั้งตัวแทนของความมุ่งมั่น ความอดทน และความมั่นใจ

เพื่อให้แคมเปญนี้มีชีวิตชีวา ทาง Milani Cosmetics ได้ถามนักกีฬาว่าพวกเขาต้องการทำอะไรเป็นอย่างสุดท้าย

โดย จอร์แดน ไชลส์ กล่าวว่า “เพื่อแข่งขันนี้ ฉันต้องมีความมั่นใจว่าฉันดูไร้ที่ติและเครื่องสำอางของฉันจะคงอยู่ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันมากเพียงใด ‘Make It Last’ ช่วยให้ลุคของฉันคงอยู่ ดังนั้นฉันไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการแต่งหน้าอีกต่อไป และสามารถโฟกัสกับกิจวัตร การแสดง และการแข่งขันได้ 100 เปอร์เซ็นต์”

ฝั่ง ซาบรีนา อิโอเนสคู ก็บอกว่า “เมื่อต้องเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวันฝึกซ้อม วันแข่งขัน หรือวันพักผ่อน ตัวเองก็ต้องการดูดีที่สุด และต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน ‘Make It Last’ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ แม้จะอยู่ในสภาพอากาศร้อนในยิมหรือในสนามก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้กันน้ำและกันเหงื่อนี้ ยังติดทนนานไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

ส่วนทาง ชิอาคา โอกโบกู ก็บอกว่า “สเปรย์เซ็ต Make It Last Setting Spray เซ็ตเครื่องสำอาง ช่วยให้มั่นใจไร้กังวล และสามารถแข่งขันได้โดยไม่มีสิ่งรบกวน เราทุกคนในสนามต้องมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อชัยชนะ ดังนั้น การรู้ว่าเราจะดูดีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ควรทำได้อย่างเต็มที่ นั่นคือการเอาชนะเกม”

ฟาก แมตตี้ โรเจอร์ส ก็เล่าว่า “การแข่งขันระดับโลกเป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นมาก และความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากในการประสบความสำเร็จเมื่อทุกคนจับจ้องมาที่คุณ แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำแนวคิดที่ว่าการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเตรียมร่างกายให้พร้อมในตอนเช้า จะช่วยให้คุณมีสมาธิและมุ่งมั่นเพื่อชัยชนะ”

PHOTO IG: milanicosmetics

Source: https://wwd.com/business-news/business-features/milanis-setting-spray-top-usa-athletes-1236455210/?mvt=i&mvn=94966073a7c44d69bb59d38cd6286107&mvp=NA-PENSSOCICARD-11240179&mvl=%20%5BHomepage%20River%203rd%20Position%5D


วางขายไม่ทันซื้อ! 11 แฟชั่นไอเท็ม ‘Rockstar’ จาก ลิซ่า ลลิษา เกลี้ยงสต็อคในไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากยอดวิว MV ‘Rockstar’ ของ ลิซ่า ลลิษา จะทะลุ 100 ล้านเป็นที่เรียบร้อย แฟชั่นไอเท็มประจำซิงเกิ้ลใหม่ที่เธอนำไปเปิด Pop-Up Store ในห้าง The Hyundai Seoul ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเว็บไซต์ขึ้น Sold Out เป็นที่เรียบร้อย

เกิดกระแสอีกครั้ง เมื่อ ‘ลิซ่า ลลิษา’ เปิดตัว Rockstar Pop-Up Store ที่ The Hyundai Seoul ห้างหมุดหมายสำคัญที่ไม่ว่าคนเกาหลีหรือนักท่องเที่ยวต้องแวะไป ซึ่งวันแรกที่เปิดป๊อปอัพลิซ่าได้มาเยือนด้วยตัวเอง พร้อมกับมวลมหาแฟนคลับที่มารอเจอและต่อแถวซื้อไอเท็มกันล้นห้าง แน่นอนว่าคอลเล็คชั่นดังกล่าวได้ทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับซิงเกิ้ล ‘Rockstar’ เท่านั้น โดยคอสตูมที่ลิซ่าสวมใส่มาวันนั้นก็เป็น 2 ในสินค้าที่วางขาย ได้แก่ ROCKSTAR LYRICCROP TEE (1,309 บาท) และ ROCKSTAR LEATHER BELT (7,447 บาท) ซึ่งทั้งคู่ Sold out เป็นที่เรียบร้อย

เห็นแบบนี้ไม่ใช่แค่ 2 ชิ้นที่ลิซ่าใส่แล้วหมดสต็อคแต่ทั้ง 9 ชิ้นที่เหลือไม่ว่าจะ ฮู้ดดี้ เสื้อยืด เสื้อกล้าม หมวก หรือแม้กระทั่งชิ้นพิเศษอย่าง ROCKSTAR LEATHER JACKET ที่ราคาสูงถึง 22,341 บาทก็ขายหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเช่นกัน เป็นปารกฏการณ์ที่ยืนยันได้ว่า ลิซ่าของเราฮ็อตทุกอณูจริงๆ แต่ของหมดแบบนี้ คงต้องอ้อนวอน CEO ประจำ LLOUD ให้ช่วยรีสต็อคด่วนค่ะ!


ภาพ: lalisaofficial.com, Instagram @lalalisa_m และ @wearelloud

Water Fasting

นุ่น-สินิทธา กับประสบการณ์ Water Fasting ปรับสมดุลรักษาโรคด้วยน้ำเปล่า

นุ่น-สินิทธา บุญยศักดิ์ เผยประสบการณ์การรักษาโรคเนื้องอกด้วยน้ำเปล่า วิธี Water Fasting กับชีวิตที่เปลี่ยนไปหันมาใส่ใจสุขภาพจนกลายมาเป็น ️Health Coach 

พี่นุ่นได้เลือกวิธีการ Water Fasting เพื่อที่จะรักษาเนื้องอก จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กลายมาเป็น ️Health Coach มาสายนี้ได้ยังไง ?

นุ่น สินิทธา : เกิดจากที่ไม่ป่วยไม่รู้สึก ไม่ป่วยไม่สำนึก เบสิคของคำพูด คือ You Are What You Eat แต่จริงๆ แล้ว You Are What You Lifestyle มันมากกว่า มันคือวิถีชีวิตทั้งชีวิตที่เราทำมา แล้ววันหนึ่งมันส่งผลต่อสุขภาพและร่างกาย แต่วิธีการแก้ เราแก้ไม่ตรงจุดสักที เพราะเราไม่ได้แก้เรื่องกิน ไม่แข็งแรงเราไปออกกำลังกาย ไม่แข็งแรงควรจะกินอาหารที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้เรามากขึ้น แต่เราไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วควรจะกินอาหารประเภทไหนที่ร่างกายเราต้องการ แล้วควรจะกินเมื่อไหร่ ควรจะหยุดกินเมื่อไหร่

Water Fasting

ก่อนที่จะมาตรวจเจอเนื้องอกไลฟ์สไตล์เป็นแบบไหน ?

นุ่น สินิทธา : ครั้งแรกที่ตรวจพบเนื้องอก จะบอกว่าที่ทำมาตลอดชีวิตออกกองถ่าย เปิดตู้เย็นตอนเช้าอะไรก็แล้วแต่เป็นประจำ 20 กว่าปี คือมาตรวจพบตอนอายุ 30 ปี คือพวก Processed food ต้องมีในตู้เย็น อะไรที่มองไม่เห็นว่าสิ่งนี้เป็นเนื้อสัตว์แล้วชอบมาก หิวปุ๊บสิ่งนี้คือต้องคว้าเข้าปาก แล้วก็พวก MSG คือต้องมีต้องใส่ไม่งั้นไม่อร่อยไม่นัว แล้วเราก็เข้าใจว่าผลไม้คือวิตามินกินแล้วทำให้ผอมก็มีส่วนนี้ประจำ

ก่อนที่จะมีตรวจเจอมีอาการอะไรก่อนไหม ?

นุ่น สินิทธา : ไม่มีเลย ไม่เป็นอะไรเลย ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีอาการอะไรเลย พอครั้งแรกที่เราตรวจเจอก็วิตกกังวล คุณหมอก็เสนอให้เราผ่าตัดส่องกล้อง เราก็คิดว่ามันจะจบ

Water Fasting

ตอนนั้นเจอตรงไหน ?

นุ่น สินิทธา : ยอดมดลูกด้านนอกของช่องท้อง คือไม่ได้อยู่ด้านในมดลูก เป็น 1 ก้อน แล้วก็นัดอีก 3 เดือนผ่า เดี๋ยวเราจะผ่าตัดต้องบำรุงหน่อยก็กินทุกอย่างที่กินได้กินหมด วันที่นัดตรวจปรากฎว่าเนื้องอกโตขึ้นอีก 1.5 เซน พอเอาออกเสร็จ ต่อไปนี้ฉันจะแข็งแรงแล้วก็ไปออกกำลังกาย หันมาออกกำลังกายเริ่มกินอาหารคลีน ทำไป 2 ปี แล้วก็ตรวจเจอเนื้องอกอีก 2 เม็ด ค่อนข้างใหญ่ 2-3 เซน คุณหมอก็แจ้งว่าให้ตัดสินใจว่าจะผ่าตัดหรือเก็บไว้ก่อน เพราะอยากจะรอให้ยุบหรือฝ่อลงก็ต้องรอช่วง Menopause หมดประจำเดือนทุกอย่างไม่กระตุ้นมันจะฝ่อไปเอง เราก็เก็บไว้ก่อนเพราะผ่าไปแล้วรอบหนึ่ง จนมีคนแนะนำเรื่องอาหารคีโต เราก็ทำตามก็เกิดซีสต์ถุงน้ำในรังไข่และภาวะเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง เพราะอาหารที่เรานำเข้าร่างไปกระตุ้น แล้วก็ไม่มีประจำเดือน ก็ไปฉีดยาเร่งให้ไข่ตก ไม่รู้จะทำยังไงไปปรึกษาเพื่อน ก็เลยมาใช้ระบบ Water Fasting ในการรักษาตัวซึ่งตอนนั้นใหม่มาก Do Or Die ถ้าไม่ทำก็ตายเพราะว่าตอนนั้น 4 เดือนแล้วที่ประจำเดือนไม่มา หน้าดำแล้ว พอทำไปได้ 3 วันประจำเดือนมาเลย พอหมดประจำเดือนโทรหาคุณหมอเลยว่าขอตรวจ ปรากฎว่าซีสต์ยุบแต่ที่โผล่มาคือไข่ตกอยู่ 3 ใบ ไข่สุกพร้อมกัน 3 ใบ 

ตอนนั้นทำไมถึงตัดสินใจลองทำ เพราะมันใหม่มาก ?

นุ่น สินิทธา : รู้สึกว่ามันเป็นวิธีที่ไม่ต้องเสียสตางค์ แล้วก็ Do Or Die อย่างที่บอก ถ้าคุณไม่ทำแล้วคุณจะเลือกอะไร ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนช่วยก่อน ไม่ดีก็เลิกทำสิจบแค่นั้นเอง

Water Fasting คืออะไร ?

นุ่น สินิทธา : คือการอดอาหารเพื่อให้เซลล์ในร่างกายที่เรียกว่าไลโซโซมรีไซเคิลเซลล์ กระบวนการของตัวนี้ได้การยอมรับมาแล้วจากรางวัล Nobel Prize แต่ถ้าเราจะอดทั้งน้ำและอาหารจะเสี่ยงอันตราย เพราะฉะนั้นเราจึงเติมน้ำเข้าไปในร่างกายตลอดเวลา คนเราไม่ทานข้าวไม่เป็นไร แต่ขาดน้ำไม่ได้ ถ้าเราขาดน้ำจากเกิดภาวะเลือดข้นหนืด เส้นเลือดในสมองตีบได้ต้องระวัง ถ้าจะให้สำเร็จสำหรับนุ่นในการรักษาเนื้องอกต้องใช้เวลา 3 วัน แล้วก็ทำ 1 เดือน ทำต่อเนื่อง 6 เดือน ความยากอาหารมันน้อยลงมากขนาดที่ว่าเหมือนเราไม่คิดอยากกินอะไร  จริงๆ แล้วกระบวนการของ Water Fasting คุณต้องทำให้จบ 3 วัน และไม่แนะนำให้ทำเกินกว่า 5 วัน เพราะการทำมีข้อจำกัด แล้วก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

Water Fasting

อธิบายให้เข้าใจหน่อย การดื่มแต่น้ำเปล่า 3 วันจะทำให้เนื้องอกยุบได้ยังไง ?

นุ่น สินิทธา : จะพูดว่าระบบของเราเหมือนถังขยะแล้วกัน ระบบร่างกายเราคือถัง 1 ใบ กินก็คือใส่เข้ามาโน้นนี่นั่น ร่างกายเราผลิตเซลล์ขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นพลังงานต่างๆ แต่เมื่อถึงวัย 30-40 การผลิตต่างๆจะถดถอยลง แต่จะมีเซลล์ที่ตายกองอยู่ในร่างกายเราเยอะแยะมากมาย เป็นซีสต์บ้าง เป็นติ่งเนื้อบ้าง บกพร่องเพราะเซลล์มันแก่ พอเริ่มเสื่อมสภาพ พอคนเรากินมากเกินไปก็ทำให้ร่างกายเจ็บป่วย เซลล์ที่มันได้พลังงานบ้างไม่ได้พลังงานบ้าง เราเป็นถัง 1 ใบ ที่ไม่เคยเทของเก่าออกเลย เราใส่เข้ามาตลอด เมื่อไม่เกิดการรีไซเคิลก็เกิดความเสื่อมของร่างกาย ความเสื่อมถอยของเซลล์ ตัวไลโซโซมมันจะออกก็ต่อเมื่อคุณหยุดกิน และหยุดกินนานพอ ถ้าเราเอากลับมาใช้อย่างถูกวิธีและถูกต้อง มันจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลร่างกายเราในอนาคต

สามารถติดตาม  “On the way with Chom”  ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot  วันจันทร์ (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.

ข้อมูลจาก @LIFEDOT

สามารถติดตามอ่านบทความอ่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สวยแพงแดงไว้ก่อน! GUCCI BEAUTY Rosso Ancora Matte Lipstick ลิปสติกชิ้นแรกโดย 'ซาบาโต เดอ ซาร์โน'

แดงสวยแพง GUCCI BEAUTY Rosso Ancora Matte Lipstick ลิปสติกชิ้นแรก โดย ‘ซาบาโต เดอ ซาร์โน’

Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ออก Rouge à Lèvres Mat สี Rosso Ancora (รอสโซ แองคอร่า) ลิปสติกชิ้นแรก โดย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ‘ซาบาโต เดอ ซาร์โน’ (Sabato De Sarno)

แดงสวยแพง GUCCI BEAUTY Rosso Ancora Matte Lipstick ลิปสติกชิ้นแรก โดย ‘ซาบาโต เดอ ซาร์โน’

Rouge à Lèvres Mat จาก Gucci Beauty ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว โดยสี Rosso Ancora คือสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์และถือเป็นตำนานในประวัติศาสตร์ของ Gucci ได้รับแรงบันดาลใจจากผนังลิฟต์ของโรงแรมThe Savoy ในลอนดอน ซึ่งผู้ก่อตั้ง Guccio Gucci(กุชชิโอ กุชชี่) เคยทำงานเป็นคนยกกระเป๋าในปลายศตวรรษที่18 และได้รับแรงบันดาลใจเกิดสินค้าเครื่องหนังและแบรนด์กระเป๋าเดินทางในเวลาต่อมา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อมรดกที่ยังคงเป็นนิรันดร์นี้ ‘ซาบาโต เดอ ซาร์โน’ (Sabato De Sarno) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ จึงได้ผสมผสานเรื่องราวของกุชชี่ด้วยความหลงใหล เสน่ห์อันเป็นขบถ และความมั่นใจเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวในลิปสติกแท่งนี้

Rouge à Lèvres Mat มาในสีแดงเข้ม 509 ‘Rosso Ancora’ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความโดดเด่น มอบความนุ่มนวล แมตต์ฟินิชติดทนนาน ลิปสติกเฉดสีเข้มข้นนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยน้ำมันสกัด เม็ดสีเข้มข้น และแว็กซ์เจลเพื่อให้สัมผัสนุ่มเนียน เพียงปาดเพียงครั้งเดียว มอบความชัดเจนของเฉดสีได้อย่างแท้จริง สูตรครีมเข้มข้นให้ความรู้สึกบางเบา และให้ความชุ่มชื้นบนริมฝีปาก

แพ็คเก็จมาในสีสัญลักษณ์เดียวกัน ปลอกลิปสติกเนื้อแมตต์สีทองได้รับการปรับโฉมใหม่ โดยมีลวดลายเส้นตรงตกแต่งที่เผยให้เห็นเฉดสีแดงที่เปล่งประกาย Gucci Rosso Ancora ยังเพิ่มเสน่ห์ไปยังบรรจุภัณฑ์ด้านนอกที่ห่อหุ้มลิปสติกอีกด้วย

Photo: Courtesy of Brands


ซิงเกิลใหม่ ‘Heaven’เพลงแดนซ์ป๊อปสุดสดใสตามสไตล์ TAEYEON

TAEYEON วง Girls’ Generation มอบสวรรค์ให้ผู้ฟังพร้อมโชว์เสน่ห์ที่คาดเดาไม่ได้ ในซิงเกิลล่าสุด ‘Heaven’ ที่ปล่อยออกมาให้รับฟังได้แล้ววันนี้ ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงออนไลน์ทั่วโลก เช่น Melon, FLO, Genie, iTunes, Apple Music, Spotify, QQ Music, KuGou Music, Kuwo Music ฯลฯ ผลงานเพลงใหม่ในรอบ 7 เดือน หลังจากมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ‘To. X’เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566

สำหรับซิงเกิลใหม่แนวแดนซ์ป๊อปสุดสดใสอย่าง ‘Heaven’ เป็นเพลงที่ผสมผสานการร้องเพลงอันสละสลวยของ TAEYEON และเสียงกีตาร์ที่เป็นจังหวะ เข้ากับเสียงสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนฝันราวกับว่า ‘สวรรค์’ กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณ เนื้อเพลงเปรียบเทียบ ‘Heaven’ กับช่วงเวลาอันแสนสดชื่นที่ความกระหายและความปรารถนาอันยาวนานได้รับการเติมเต็ม

ในมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ พูดถึงการกินอาหารอร่อยกับคนที่คุณรักว่าเปรียบเสมือน ‘สวรรค์’ โดยจะได้รับชม TAEYEON ที่ตั้งใจเตรียมอาหารอย่างเต็มที่เพื่อพาคุณไปสวรรค์ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ การแสดงที่ถ่ายทอดความหมายของเรื่องราวและเนื้อเพลง ซึ่งประกอบด้วยท่าเต้นต่าง ๆ ที่มีความเป็นอิสระแยกออกจากท่าเต้นกลุ่ม เช่น การวิ่งไปข้างหน้าหรือการยกแขนขึ้น และเต้นตามจังหวะ ฯลฯ ถ่ายทอดความรู้สึกสดชื่นและเพลิดเพลินราวกับได้ขึ้นสวรรค์

ก่อนหน้านี้ TAEYEON ตอกย้ำถึงการเป็น ‘TAEYEON ที่ทุกคนสามารถเชื่อใจและรับฟังผลงานเพลงได้’ ผ่านทุกผลงานเพลงที่ปล่อยช่วงฤดูร้อนซึ่งนำเสนอสีสันของเสียงร้องที่มีความสดชื่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เช่น ‘Starlight’, ’Why’, ‘Weekend’ ฯลฯ ไม่เพียงแต่เป็นที่รักของแฟนเพลงทั่วโลกในด้านเสียงร้องที่ไม่มีใครเทียบได้และทักษะที่โดดเด่น จากการทำกิจกรรมโปรโมตทั้งในฐานะวง Girls’ Generation และกิจกรรมเดี่ยวเท่านั้น เธอยังแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่หลากหลายในสาขาอื่น ๆ เช่น วาไรตี้, พิธีกร, ร้องเพลงประกอบละคร ฯลฯ

การกลับมาของ NCT 127 ที่ทุกคนรอคอย อัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ‘WALK’

การกลับมาของ ‘ฮีโร่แห่งเค-ป๊อป’ ที่ทุกคนรอคอย NCT 127 พร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ‘WALK’ ที่ปล่อยออกมาให้รับฟังได้แล้ววันนี้ ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงออนไลน์ทั่วโลก เช่น iTunes, Apple Music, Spotify, Melon, Genie, FLO, QQ Music ฯลฯ ในอัลบั้มนี้จะมองย้อนกลับไปตามรอยเท้าของ NCT 127 ผู้บุกเบิกแนวเพลง Neoด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, การสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ สำหรับวงการเค-ป๊อป และเส้นทางใหม่ที่จะก้าวต่อไปในอนาคต ซึ่งมีทั้งหมด 11 เพลง นับเป็นอีกอัลบั้มที่เต็มไปด้วย ‘เพลงที่สมกับเป็น NCT 127 มากที่สุด’

โดยเฉพาะเพลงไตเติล ‘삐그덕 (Walk)’ เป็นเพลงแนวโอลด์สคูล ฮิปฮอปที่ NCT 127 ได้ลองท้าทายเป็นครั้งแรก และมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดบทใหม่ของวงการเค-ป๊อปด้วยเส้นทางของพวกเขา

เพลงนี้จะปลุกความรู้สึกของช่วงต้นยุค 2000 ด้วยการรวมกลองสไตล์ Boom Bap, การริฟฟ์กีตาร์แบบย้อนยุค และเสียงสังเคราะห์ไว้ด้วยกัน เสน่ห์อยู่ตรงการร้องเพลงแบบสบาย ๆ ของสมาชิกที่ทำให้บรรยากาศของเพลงมีความเท่ เนื้อเพลงบรรยายถึงการเดินที่มีเสียง ‘삐그덕’ (คำอ่าน ‘ปีคือด็อก’ หรือเสียงเอี๊ยดอ๊าด) ซึ่งเป็นสไตล์การเดินตามแบบฉบับของ NCT 127 พร้อมสื่อถึงความมั่นใจว่า ‘พวกเขาจะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เดินตามรอยใคร’ ในมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ที่เดินมองแต่ข้างหน้าเพื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง พวกเขาจะก้าวเดินไปตามถนนอย่างมีอิสระตามที่ใจต้องการ โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบที่มีความตลกขบขันกับวิดีโอที่มีอารมณ์แนววินเทจเท่ ๆ

สำหรับการแสดงของเพลงไตเติล ‘삐그덕 (Walk)’ โชว์คาริสม่าและการร่วมงานที่สมบูรณ์แบบของ One Team รวมถึงจังหวะที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคนผ่านท่าเต้นกลุ่มสไตล์ Mop ชวนให้สัมผัสถึงแก่นแท้ของโอลด์สคูล ฮิปฮอป ยิ่งไปกว่านั้น NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ได้เพิ่มสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มเพื่อถ่ายทอดความเท่และชิลล์ ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำเทรนด์ฮิปฮอปใหม่ด้วยสไตล์อันหลากหลายที่ปลุกเร้าความโรแมนติกของช่วงต้นยุค 2000

นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังมีเพลงที่สัมผัสได้ถึงตัวตนของ NCT 127 อีกมากมาย ได้แก่ เพลงฮิปฮอป ‘Intro: Wall to Wall’ มองย้อนกลับไปยังเส้นทางที่เดินมาและการเผชิญกับเส้นทางที่จะก้าวไปในอนาคตโดยไม่กลัว, เพลงที่ให้ความรู้สึกมีสีสัน ผสมผสานฮิปฮอป โซล และฟังก์ในแต่ละท่อน ‘No Clue’ พูดถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยไม่จมอยู่กับความคิด, ‘오렌지색 물감 (Orange Seoul)’ เนื้อเพลงเปรียบเทียบ ‘สีส้ม’ กับความสวยงามของท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกในกรุงโซล ซึ่งเป็นรากฐานและเมืองสัญลักษณ์ของ NCT 127, เพลงเออร์เบิน ป๊อป ‘Pricey’ แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาถึงความรักต่ออีกฝ่าย, เพลงป๊อปจังหวะปานกลาง ‘Time Capsule’ นึกถึงความทรงจำกับคนสำคัญ, เพลงที่มอบความรู้สึกพิเศษแก่ผู้ฟัง ‘영화처럼 (Can’t Help Myself)’ นำเสนอความรักที่โรแมนติกเรียบง่าย, เพลงแนวฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีที่มีกลิ่นอายของโอลด์สคูล ‘Rain Drop’ สื่อความรู้สึกภายในใจอย่างมีความหมายแฝง, เพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ แทร็ป และฮิปฮอป ‘Gas’ ที่มีบรรยากาศหนักหน่วงกระตุ้นให้เหยียบคันเร่งความเร็วสูง, ‘서서히 (Suddenly)’ กับความรู้สึกของการถูกดึงดูดเข้าหาใครบางคนอย่างช้า ๆ และเพลงป๊อป ‘사랑한다는 말의 뜻을 알아가자 (Meaning of Love)’ แสดงถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบในชีวิตประจำวัน สื่อความรู้สึกอบอุ่นและความรักต่ออีกฝ่าย