เหล่าคนดังร่วมแชร์ประสบการณ์ทำ กายภาพบำบัด หลังใช้ร่างกายหักโหมจากการออกกำลังกายและชีวิตประจำวัน

เหล่าคนดังร่วมแชร์ประสบการณ์ทำ กายภาพบำบัด หลังใช้ร่างกายหักโหมจากการออกกำลังกายและชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันการทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูและรักษาร่างกาย เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬา คนที่ชอบออกกำลังกาย และกลุ่มคนวัยทำงานมากขึ้น ล่าสุด Bangkok Physiotherapy Center คลินิกกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูแบบครบวงจร เปิดสาขาใหม่แห่งที่ 2 ณ ศุภาลัย ไอคอน สาทร หลังประสบความสำเร็จจาก สาขาสุขุมวิท 39 โดยมีเหล่าคนดัง อาทิ หญิง – รฐา โพธิ์งาม, ตุลย์ – ตุลยเทพ เอื้อวิทยา, ซาบีน่า – อจิรภา ไมซิงเกอร์ และ บอล – ภราดร ศรีชาพันธุ์ มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมแชร์ประสบการณ์ทำกายภาพ

เริ่มกันที่คู่รักนักออกกำลังกายตังยงอย่าง หญิง – รฐา โพธิ์งาม และ ตุลย์ – ตุลยเทพ เอื้อวิทยา กล่าวถึงปัญหาหลังออกกำลังกายว่า “หญิงออกกำลังกาย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยเน้นวิ่ง พิลาทิส โยคะ และบอดี้เวทในบางวัน แต่ด้วยงานที่ต้องใช้ร่างกายค่อนข้างเยอะ เช่น การเต้น อาจจะมีปัญหาของการใช้ร่างกายที่ผิดรูปแบบ เช่น ท่าเต้นจะเป็นลักษณะของการหมุนตัว กระโดด และกระแทก บวกกับการวิ่งมาราธอนทำให้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับการปวดหลังส่วนล่างและเข่า และอีกปัญหาคือเรื่องออฟฟิศซินโดรม เพราะหญิงเป็นคนที่เล่นโทรศัพท์เยอะ จึงเป็นปัญหาสองจุดที่ไม่ค่อยหาย ซึ่งการมาคลินิกกายภาพก็คือช่วยให้รู้เรื่องการทรงตัวเมื่อเราออกกำลังกายหนัก เราต้องรู้เรื่องการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งบางทีตัวเราอาจจะรู้ไม่ถูกจุด เช่น คิดว่ายืดเส้นแค่นี้พอแล้ว แต่ในความเป็นจริงมันไม่พอ เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และเครื่องมือที่พร้อมช่วยให้เราฟื้นฟูได้เร็วขึ้น เพื่อให้เราได้ทำกิจกรรมที่เราชอบได้อย่างต่อเนื่อง

ซาบีน่า – อจิรภา ไมซิงเกอร์ กล่าวถึงวิธีการดูแลตัวเองว่า ช่วงนี้จะมีสติในการกินและการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่า ซาบีน่าคนเดิมค่ะ เราจะ Be aware ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งมันเป็นข้อดีของร่างกายและจิตใจเราด้วย ซาบีน่าคิดว่าการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการมี Awareness เกี่ยวกับตัวเรา กิจวัตรประจำวันของซาบีน่าคือ ออกกำลังกายเป็นประจำ 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ถ้าช่วงที่ไม่ได้ยุ่งก็จะพยายามออกให้ได้ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ เวลาชีวิตประจำวันของเรายุ่งหรือไปโฟกัสกับโปรเจคที่ทำอยู่ เราต้องมี Time Management ที่ดี สำหรับเคล็ดลับในการดูแลตัวเองสำหรับการออกกำลังกายคือ เริ่มต้นก็ต้อง warm up หลังออกกำลังกายก็ต้อง cool down เป็นสิ่งที่ซาบีน่าบอกเพื่อนนักกล้ามหลายคนว่ามันจำเป็นมากในการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง และอีกหนึ่งสิ่งคือการกายภาพบำบัด ซึ่งซาบีน่าคิดว่ามันช่วยมากสำหรับคนที่ไม่รู้ลิมิตของร่างกายตนเอง เพราะมันช่วยได้มากจริงๆ”

และ บอล -ภราดร ศรีชาพันธุ์ ขอส่งต่อถึงประสบการณ์การเป็นนักกีฬาว่า “ด้วยประสบการณ์ของการเป็นนักกีฬา ทำให้เรารู้จักดูแลสุขภาพตัวเองเบื้องต้น หลังจากที่เล่นกีฬาระดับการแข่งขันแล้ว รู้สึกว่าการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ และแน่นอนว่าการที่เราออกกำลังกายหรือเล่นเวท จะมาพร้อมกับการบาดเจ็บเสมอ การยืดกล้ามเนื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาและคนที่ออกกำลังกาย เราควรจะทำทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้การป้องกันก็เป็นสิ่งสำคัญ คือป้องกันและเสริมสิ่งที่ไม่แข็งแรงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายให้มีความแข็งแรงมากขึ้น”

ปิดท้ายที่ นายแพทย์ภานุ กรเณศ ประธานกรรมการ บางกอก ฟิสิโอเทอราปี เซ็นเตอร์ กล่าวว่า “ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานั้นแวดวงกีฬาในประเทศไทยมีพัฒนาการขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังคมมีการกระตุ้นและส่งเสริมให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้จำนวนประชากรที่ให้ความสนใจในการออกกำลังกายและเล่นกีฬามีจำนวนมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาก็สูงขึ้นตามลำดับ การที่จะดูแลรักษาคนไข้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬานั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง ทางนักกายภาพจึงจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานการเคลื่อนไหวในกีฬานั้นๆ อย่างลึกซึ้ง เพื่อที่จะสามารถออกแบบแผนการป้องกันการบาดเจ็บหรือแผนการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเหมาะสม” 


เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ดูแลได้ทั้งกายและใจสำหรับสาวยุคใหม่

หลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น และพร้อมปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เราจึงเห็นเทรนด์การดูแลสุขภาพใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารแบบ สมดุลหรือ Balanced Diet เมนูสุขภาพ Plant -based หรือเลือกเมนูอาหารจากวัตถุดิบไม่แปรรูป เทรนด์ออกกำลังกายให้เลือกตามความชอบและเป้าหมายของแต่ละคน ทั้ง HIIT เวทเทรนนิ่ง และล่าสุดที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ อย่างพิลาทิส การดูแลสุขภาพจึงไม่เคยตกเทรนด์ เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพกายแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังใจ ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ท้าทายขีดจำกัด และทำตามเป้าให้สำเร็จให้ได้ นี่จึงอาจเป็นความสนุกให้ได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ แถมยังส่งผลดีต่อจิตใจให้ผ่อนคลาย สร้างพลังบวกในแต่ละวัน

เห็นหลายๆคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันอย่างนี้แล้ว แพรว จึงอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Preventive Care หรือ เวชศาสตร์ป้องกันโรค ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทรนด์มาแรงของสายเฮลท์ตี้ยุคนี้ ถือเป็นศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน จากเดิมที่เราจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาก็ต่อเมื่อเกิดโรค กลายเป็นการใส่ใจดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บก่อนจะสายเกินแก้ รวมถึงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย และชะลอวัย

Friends cooking in the kitchen

หัวใจสำคัญของ Preventive Care คือการป้องกันและลดความเสี่ยงของการกระจายโรคโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเองจากการรักษามาเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสาเหตุเป็นโรคนั้นแทน ศาสตร์นี้ทำตามได้ง่าย หลายคนอาจจะเลือกทำเป็นประจำอยู่แล้ว เริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุล นอนหลับให้เพียงพอ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเป็นเหตุของโรคร้ายได้ เช่นการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การสูบบุหรี่เป็นประจำ และที่สำคัญคือจะต้องเข้าเช็คอัพสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อพูดถึงศาสตร์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน Ice Bath หรือการแช่น้ำแข็ง ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะการทำ Ice Bath เป็นศาสตร์แห่งความเย็นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายมิติ หลักการคือการหลอกให้ร่างกายรู้สึกว่าอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเหมือนเป็นการบังคับให้ร่างกายต้องกระตุ้นภูมิต้านทานเพื่อเอาตัวรอดโดยเตรียมอ่างน้ำเย็นที่มีน้ำแข็งที่อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาแล้วค่อยๆ ลงแช่ตัวจากเท้า จนถึงระดับหน้าอก ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ระหว่างแช่ เราจะได้ควบคุมการหายใจ ช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับความเย็น หลังจากนั้น ให้เช็ดตัวให้แห้งพร้อมสวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น เพื่อให้อุณหภูมิร่างกายกลับมาปกติ

Ice Bath จึงเป็นอีกทางเลือกที่ทั้งสนุก ท้าทายของใครหลายๆ คน แถมยังมีประโยชน์ในการเสริมสร้างสุขภาพแบบองค์รวมได้ เช่น ช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหรือมีอาการบาดเจ็บ ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้นซึ่งนอกจากการช่วยฟื้นฟูร่างกายแล้ว การทำ Ice Bath ยังช่วยฮีลใจได้อีกด้วย เพราะการแช่น้ำเย็นจัดจะทำให้เกิดการหลั่งสารโดพามีน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข เพิ่มขึ้น 250% เรียกว่าดีต่อกายและใจเลยทีเดียวสำหรับผู้สูงวัยและผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

Couple doing yoga together indoors

อย่างที่ทราบกันดีกว่า แม้เราจะทุ่มเทดูแลสุขภาพตัวเองมาดีแค่ไหน โรคร้ายก็อาจมาเยือนโดยไม่คาดคิด จากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม หรือสิ่งแวดล้อมแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการรักษาโรคร้ายต่างๆ ก้าวหน้าขึ้น ทำให้มีโอกาสรักษาหายเพิ่มมากขึ้นแต่โอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้งหลังจากรักษาหายขาดแล้วก็ยังคงมีเช่นเดิมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอาจไม่เพียงพอ ครอบคลุมต่อสิ่งที่ไม่คาดฝันในอนาคตได้

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรก หรืออีกครั้งก็ตามแพรว ขอแนะนำให้รู้จักกับ “CI Re-Claim Re-Care” ประกันโรคร้าย หายห่วง เคลมขั้นกว่า แคร์ขั้นสุด ซึ่งเป็นความอุ่นใจจาก FWD ประกันชีวิต ผู้นำในตลาดประกันโรคร้ายแรง ที่มุ่งผลักดันให้คนไทยมีความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่ครอบคลุม โดดเด่นด้วยหลักการทำงานแบบ Customer-led ที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก จึงพัฒนาและนำเสนอซีรีส์ความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่หลากหลาย เพื่อช่วยคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล พร้อมเป็นแรงใจให้ทุกคนที่เผชิญโรคร้ายแรงได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ “ได้อีก” ครั้ง

CI Re-Claim Re-Care

เพราะ “CI Re-Claim Re-Care” เป็นประกันโรคร้ายแรงที่มาพร้อมกับ 6 ความอุ่นใจ “ขั้นสุด” ดังนี้

  1. ครอบคลุมมากที่สุด 110 โรค โดยคุ้มครองโรคร้ายแรงครบทุกระยะ ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 50 โรค และระดับรุนแรง 60 โรค
  2. คุ้มครองสูงสุด ด้วยผลประโยชน์รวมสูงถึง 1,100% ของทุนประกันภัย CI Re-Claim Re-Care เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงระดับต้นถึงระดับปานกลาง รับรวมสูงสุด 200% ของทุนประกันภัย และระดับรุนแรงรวมสูงสุด 900% ของทุนประกันภัย
  3. อุ่นใจที่สุด แม้เกิดโรคร้ายหลายครั้ง เพราะเคลม “ได้อีก” รวมสูงสุด 14 ครั้ง ระดับต้นถึงระดับปานกลางสูงสุด 5 ครั้ง (ครั้งละ 40%) และระดับรุนแรงสูงสุด 9 ครั้ง (ครั้งละ 100%) พร้อมจัดเต็มสูงสุด
  4. ดีต่อใจที่สุด เคลมซ้ำโรคเดิมได้อีกครั้ง หมดกังวลกับ 5 โรคร้ายแรงที่พบบ่อยในคนไทย ได้แก่ โรคมะเร็งระยะลุกลามกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตันแผลไหม้ฉกรรจ์ และการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือปลูกถ่ายไขกระดูก
  5. คุ้มค่าขั้นสุด หยุดชำระเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติม CI Re-Claim Re-Care เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงระดับรุนแรงเป็นครั้งแรก
  6. ต่อเนื่องไม่สะดุด ใช้ชีวิตคุ้มสุด กับความคุ้มครองยาวสูงสุดจนถึงอายุ 99 ปี รับประกันภัย ตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน ถึง 70 ปี

นอกจากความอุ่นใจ “ขั้นสุด” จาก “CI Re-Claim Re-Care” ที่ แพรว ได้แชร์ไปแล้วนั้น FWD ประกันชีวิต ยังเติมเต็มความอุ่นใจให้กับทุกคนยิ่งขึ้นไปอีกด้วยแพ็คเกจความคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรง “CI Re-Claim Re-Care Plus” ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เรียกว่ากรมธรรม์เดียวครบทั้งการดูแลโรคร้าย แบบเคลมขั้นกว่า แคร์ขั้นสุด และพลัสด้วยคุ้มครองชีวิตตลอดชีพ แม้เกิดโรคร้ายซ้ำก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมั่นใจได้อีกครั้ง พร้อมยกเว้นเบี้ยประกันภัยทั้งแพ็กเกจกรมธรรม์ เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงระดับรุนแรงเป็นครั้งแรก ช่วยเติมเต็มความอุ่นใจแบบครบจบจริงๆ

CI Re-Claim Re-Care

ความพิเศษจาก FWD ประกันชีวิต ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเขายังทำหน้าที่เป็น Health Companion ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดเพิ่มเติมจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากกรมธรรม์ ด้วยบริการพิเศษที่ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนไปจนถึงหลังการเคลมแบบครบวงจรนั่นคือ “FWD Care recovery plan” บริการพิเศษหลังการเคลมที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “ดูแลจากใจ ใส่ใจทุกช่วงเวลา” กับ 8 บริการช่วยเหลือพิเศษและบริการพิเศษ “FWD MyWell : The ultimate health solutions ที่สุดแห่งการดูแลสุขภาพ” ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพกายและใจเชิงป้องกัน เช่น การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม การตรวจวัดอายุและความเสื่อมสภาพของเซลล์ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค คลาสออกกำลังกาย เป็นต้น เรียกว่าทั้งคอยซัพพอร์ต เป็นกำลังใจ และให้การดูแลอย่างจริงใจ

ทั้งหมดนี้คือความอุ่นใจที่จัดเต็มเอาไว้ใน “CI Re-Claim Re-Care” ประกันโรคร้ายแรง หายห่วง เคลมขั้นกว่า แคร์ขั้นสุด และแพ็กเกจความคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรง “CI Re-Claim Re-Care Plus” จาก FWD ประกันชีวิต  ซึ่งจะทำให้คุณพร้อมรับมือกับโรคร้ายแรงแบบไร้กังวล สามารถออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้อีกครั้ง และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจที่สุด


คู่นี้ผิวเลิฟ! GUERLAIN ออก 2 เมคอัพไอเท็มใหม่จากคอลเล็คชัน PARURE GOLD SKIN

คู่นี้ผิวเลิฟ! GUERLAIN ออก 2 เมคอัพไอเท็มใหม่จากคอลเล็คชัน PARURE GOLD SKIN

คู่นี้ผิวเลิฟ! Guerlain (เกอร์แลง) หนึ่งในแบรนด์ระดับสูงของเครือ LVMH เปิดตัวคู่ผลิตภัณฑ์เมคอัพสุดหรูจากคอลเล็คชัน PARURE GOLD (ปาเลอร์ โกลว์) ที่ผสานความงดงามของทองคำเข้ากับวิทยาการล้ำสมัย สร้างสรรค์ผลงานที่จุดประกายความงามให้กับผู้หญิงทั่วโลก โดย ‘ทองคำ’ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและมั่งคั่งเป็นที่ปรารถนาของผู้คนทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ ทองคำยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาคอลเล็คชันผลิตภัณฑ์ Parure Gold ซึ่งมีทั้งสีและประกายแสงอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะช่วยขจัดความหมองคล้ำ ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอย่างแท้จริง

ล่าสุดในปี 2024 นี้ได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความงามของผิวอย่างสมบูรณ์แบบในกิจวัตรประจำวันมากยิ่งขึ้น ได้แก่ PARURE GOLD SKIN DOUBLE VEIL ไพรเมอร์สูตรพิเศษช่วยเตรียมความพร้อมให้ผิว เสริมเนื้อรองพื้นให้ติดทนนานยิ่งขึ้น พร้อมปกป้องและฟื้นบำรุงผิว ด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ผสานอณูแห่งมุก (Mother-of-Pearl) และละอองทองคำ 24 กะรัต ถนอมผิวมากถึง 96% ช่วยลดริ้วรอยและข้อบกพร่องด้านโทนสีผิว รูขุมขนแลดูกระชับ ปกป้องจากมลภาวะและรังสียูวีด้วย ค่า SPF 50+ และ รังสียูวีเอ PA+++ PARURE GOLD SKIN DIAMOND MICRO-POWDER แป้งฝุ่นเนื้อละเอียดผสานอณูทองคำบริสุทธิ์ 24 กะรัตและและผงประกายเพชรบริสุทธิ์ ให้ผิวหน้าแลดูสว่างสดใส เรียบเนียน ทั้งยังช่วยเซ็ตเมคอัพ เบลอรูขุมขน และยกระดับความกระจ่างใสด้วยผลลัพธ์ที่บางเบาเป็นพิเศษ

ลองเมคอัพใหม่จากคอลเล็คชัน PARURE GOLD SKIN เพื่อผิวสวยเปล่งประกายหรูหราในทุกมิติอย่างแท้จริงได้ที่ เคาน์เตอร์ GUERLAIN ทุกสาขา (ยกเว้น สาขาเซ็นทรัลพระรามสาม) สอบถามเพิ่มเติมและสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ Line Official Account: @guerlainth


Sabai arom คว้ารางวัลผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักสุขภาพแห่งปี ในงานชีวจิต Awards 2024

“Sabai arom (สบายอารมณ์)” แบรนด์ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Thai Home Spa และ Aromatherapy คว้ารางวัลจากงานชีวจิต Awards 2024 ซึ่งเป็นงานที่เชิดชูเกียรติ บุคลากร และคัดเลือกผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ โดย Sabai arom ได้รับรางวัลสาขา Guru’s Pick ประเภท Natural หมวด Consumer Products ในผลิตภัณฑ์ประเภท Aroma Mist และ Hand Cream โดยมีคุณมีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาด บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ “Sabai arom (สบายอารมณ์)” เป็นผู้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ณ ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา

สำหรับรางวัลชีวจิต Awards 2024 สาขา Guru’s Pick คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติในหลากหลายสาขา ประกอบด้วยคณะกรรมการ 6 ท่าน ได้แก่ คุณผกา เส็งพานิช กูรูด้านสุขภาพ และอาหารชีวจิต , คุณวาสนา พลายเล็ก บก.แบรนด์ชีวจิต , ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ นักวิจัยและนักโภชนบำบัด , ร.อ.นายแพทย์สรชา ลีลายุทธการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย , คุณวนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ และคุณนุ่น สินิทธา บุญยศักดิ์ ดาราและนักแสดง ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Sabai arom ประเภท Aroma Mist ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ Sabai arom Sleep Well Pillow Mist ตัวช่วยแก้ปัญหาหลับยาก , Sabai arom Stress Away Aroma Mist ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ปรับสมดุลอารมณ์ , Sabai arom Calm Down Car Mist ช่วยในการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เพียงแค่ฉีดผลิตภัณฑ์ภายในห้องหรือบริเวณที่ต้องการ ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภท Hand Cream ที่ได้รับรางวัลจะมีทั้งหมด 6 กลิ่น ได้แก่ Malila Jasmine Ritual , Homegrown Lemongrass , Mahachanok Mango Orchard , Chiang Rai Osmanthus Tea , Rose De Siam และ Siamese Blossoms โดยทุกตัวจะมีกลิ่นหอมจากดอกไม้ไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้ทามือเพื่อความชุ่มชื่น ให้มือหอมละมุน เนียนนุ่ม ชุ่มชื้นยาวนาน การได้รับรางวัล  Awards 2024 นับเป็นรางวัลที่ทรงคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า Sabai arom เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Thai Home Spa และ Aromatherapy ที่มีคุณภาพจากธรรมชาติตามคอนเซปส์ “Pamper your Mood, Soothe Your day” 

สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆของสบายอารมณ์ได้ทาง Facebook : Sabai arom https://www.facebook.com/SabaiAromNaturals , ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee : Sabaiarom_officialstore Lazada: Sabai-arom และ Website : https://sabaiarom.com/ 


สวยคลาสสิก! ซูมอินลุค Ariana Grande ในงานแสดงภาพยนตร์ Wicked 

Ariana Grande ปรากฏตัวในงานแสดงภาพยนตร์ Wicked ด้วยลุค Aterlier Versace สวยคลาสสิกและปนไปด้วยความเฟมินีน

ปกติแล้วเมื่อถึง Versace เราคงชินกับความเซ็กซี่ เท่ และหรูหรา แต่ใครจะไปคิดว่า Ariana Grande ในชุดเซ็ทผ้าเครปสองชิ้นมาจาก Aterlier Versace ว่ากันว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากลุคแรกของ Glinda จากการแสดงละครเวทีต้นฉบับขณะร่วมงานแสดงภาพยนตร์ Wicked ณ DGA Theatre ในนครนิวยอร์ค

“โดยเซ็ทนี้ประกอบไปด้วยเสื้อกั๊กแบบไม่สมมาตรที่มาพร้อมปกแหลมและกระดุม Medusa สีเงิน และกระโปรงยาวคลุมเข่า เสริมความสมบูรณ์แบบให้ลุคนี้ด้วยถุงมือและกระเป๋าถือ Medusa ’95”


นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินในตำนาน ปรับโฉมใหม่ รับเทรนด์รักษ์โลก พร้อมการดูแลผิวที่ทุกคนวางใจ

เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ นีเวีย ครีม เป็นเหมือนเครื่องหมายของความไว้วางใจในการฟื้นฟูและปกป้องผิวพรรณ  ในขณะเดียวกัน รูปลักษณ์ของครีมตลับน้ำเงินในตำนานนี้ยังได้รับการปรับพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้มีความร่วมสมัย จึงทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่เหนือกาลเวลาไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย วันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่นีเวียมีความเคลื่อนไหวให้ทันกับกระแสโลก ด้วยการแนะนำบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ตัวตลับนอกจากจะผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 80% แล้วยังมีการปรับโลโก้แบรนด์ให้ทันสมัยและมีสีสันสดใสมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้คือคุณภาพของ นีเวีย ครีม ซึ่งเป็นที่นิยมมาช้านานด้วยสูตรเนื้อครีมเฉพาะตัวและกลิ่นที่คุ้นเคย

สุภสิตา ไกรศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้แนะนำ นีเวีย ครีม ตลับใหม่ที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 80% ก้าวย่างครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในเรื่องความยั่งยืนและการลดฟุตพรินต์ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้งานนี้ นอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญแล้วยังส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของเราที่จะดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทยที่ชื่นชอบและไว้วางใจใน นีเวีย ครีม จะยังคงได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพต่อไป ซึ่งเป็นนิยามของ นีเวีย ครีม จากรุ่นสู่รุ่น สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ผู้บริโภคกระตือรือร้น ใส่ใจ และรักษ์โลก ได้จุดประกายให้เราได้พยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคุณภาพสูงพร้อมกับความใส่ใจด้านความยั่งยืน ที่แสดงให้เห็นว่า นีเวีย ไม่เพียงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิว แต่เรายังปกป้องโลกใบนี้เพื่อคนรุ่นต่อไปอีกด้วย”

สุภสิตา ไกรศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน

นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินในตำนาน ปรับโฉมใหม่เพราะใส่ใจมากกว่าการดูแลแค่ผิวพรรณ

ในย่างก้าวของการพัฒนา นีเวีย ครีม ตลับน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับการปรับเปลี่ยน ซึ่งยังเป็นครั้งแรกที่บรรจุภัณฑ์ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 80% อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของนีเวีย ที่จะทำตามพันธกิจด้านความยั่งยืนโดยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในบรรจุภัณฑ์ การเปลี่ยนผ่านไปหาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อทรัพยากรยิ่งขึ้นนี้เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ลง 8,000 ตันภายในปี 2568[1]  นั่นคือ นีเวีย ครีม ได้เคลื่อนตัวสู่การนำแนวทางหมุนเวียนที่ช่วยลดปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติลงได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของนีเวียที่มีต่อการดูแลผิว ด้วยการขยายการดูแลไปยังโลกใบนี้

การดูแลและการปกป้องที่ปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัย

เมื่อมองดูถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นองค์กรที่มีความคิดทันสมัย นั้นคือการที่บรรจุภัณฑ์นีเวีย ครีม ทุกแบบได้รับการปรับโฉมใหม่ โดยตัวอักษรโลโก้มีความเพรียวบางลง และโทนสีฟ้าที่สว่างขึ้น เพื่อให้ดูทันสมัยและสดใสกว่าที่เคย ในฐานะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้รับความไว้วางใจมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังเป็นที่ยอมรับในด้านประสิทธิภาพ ด้วยสูตรที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของนีเวีย ครีม ยังคงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการดูแลและปกป้องผิวได้เป็นอย่างดี ที่ได้รวมเอาปรัชญาในการส่งมอบการดูแลด้วยสูตรที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยกย่องมายาวนานที่รับรองประสิทธิภาพด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวด้วยไฮโดรไลปิดตามธรรมชาติ ผู้ใช้ทั่วโลกต่างยืนยันความน่าเชื่อถือของสูตรที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยคงความสุขภาพดีและความงามของผิวอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะเผชิญกับสภาวะที่ท้าทาย


[1] แนวทาง Cut-Off Approach ที่เป็นไปตามนโยบาย GHG Protocol, Cradle to gate

งามสง่า เจาะดีเทลชุดไทย ‘ดุสิตาปัทมาราค’ ของ โอปอล สุชาตา

ทุกรายละเอียดมีความหมาย ‘โอปอล สุชาตา’ ในชุดไทย ‘ดุสิตาปัทมาราค’ ที่งานเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เม็กซิโก

ชุดไทย ‘ดุสิตปัทมาราค’ ของเธอ ออกแบบโดย ‘ภูษาผ้าลายอย่าง’ ซึ่งถือเป็นชุดไทยดุสิต หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ สำหรับชุดนี้โดดเด่น ด้วยความงดงามของตัวเสื้อแบบสากล และนุ่งหน้านางตัดเย็บอย่างปราณีต มักในโอกาสสำคัญในงานสมาคมระดับสากล โดย อ.ธนิต พุ่มไสว ได้ออกแบบลวดลายการปักประดับ ขึ้นใหม่ทั้งเสื้อและผ้านุ่ง อย่างเรียบโก้ สง่างาม

แสงระยิบระยับของงานปักบนตัวเสื้อ เกิดจากการปักประดับด้วยโลหะชุบทอง เงิน และอัญมณี ที่ออกแบบลวดลายขึ้นใหม่ทั้งหมด ทั้งดอกไม้ประจำชาติไทย “ดอกราชพฤษษ์” ดอกไม้ประจำชาติแม็กซิโก “ดอก Dahila หรือรักเร่” มาผูกลายขึ้นเป็นลายไทยบริเวณช่วหน้าอกที่ผสานความเป็นตะวันตกเข้าไป และนำตัวอักษร T (Thailnd) พร้อมกับ M (Mexico ) มาผูกลายขึ้นบริเวณรอบคอเสื้อ เกิดเป็นความอ่อนช้อยร้อยพันเกี่ยวกัน ดั่งความสัมพันธ์ของไทยและเม็กซิโก

ลวดลายบนผืนผ้าที่นำมาตัดเย็บเป็นผ้านุ่ง นั้น คือผ้าลายเทียมยกทอง “ลายเพชรสุวรรณ” ออกแบบขึ้นใหม่ด้วยกระบวนลายไทย ให้ความหมายว่า ความทรงพลังของเพชรและทองดั่งความงามผู้สวมใส่ แล้วพิมพ์ลายลงบนไหมแท้ยกดอก เกิดเป็นผ้านุ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียว ปักประดับด้วยคริสตัลและวัสดุปักประดับสีเงิน ทอง ตามลวดลายของผ้าบริเวณเชิงผ้านุ่ง และหน้านาง ให้ความระยิบระยับยามต้องแสงไฟ

สุดท้ายชุดนี้ให้โครงสร้างสีสำคัญ เป็นสีแดงทับทิม ที่เรียกว่า “ปัทมราค” ซึ่งสีแดง เป็นหนึ่งในสีของธงชาติไทย และเม็กซิโก ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว แสดงถึงความกล้าหาญอย่างสง่างามของผู้หญิง


ภาพและข้อมูล: @suchaaata และ ภูษาผ้าลายอย่าง

เปิดตัว 40 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ฝีมือดีจากทั่วประเทศร่วมชิงชัยการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ระดับประเทศ  

ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ การประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ประจำปี 2567 “New Gen Young Designer 2024” รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ เวทีในการเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่จากทั่วประเทศ ให้ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นจากผืนผ้าไทยอันทรงคุณค่า ให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสนุกสำหรับ ทุกเพศ ทุกวัย ในทุกโอกาสของชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ กระทรวงมหาดไทย โดย กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาขับเคลื่อนในการพัฒนายกระดับคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2567 ณ สุราลัยฮอล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกล่าวเปิดงานแสดงแบบ “ชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก” และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบตัดเย็บ นายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ THEATRE คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่น และสไตลิสต์ คณะกรรมการการตัดสินการประกวดฯ ระดับประเทศ ได้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ดร.ศรินดา จามรมาน นักวิชาการอิสระด้านการจัดการความรู้และการศึกษา นายภูภวิศ  กฤตพลนารา  นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ISSUE ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดี ฝ่ายวิชาการและรักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และนายธนาวุฒิ ธนสารวิมล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TANDT ร่วมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ตลอดจนดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากทั่วประเทศ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ระดับประเทศ (รอบ Final) เพื่อตัดสินผลงานการออกแบบตัดเย็บชุดผ้าไทยของผู้เข้าประกวด จำนวน 40 ราย/ทีม ให้เหลือผู้ชนะ จำนวน 9 ราย/ทีม โดยพิจารณาจาก 1) แนวคิดและแรงบันดาลใจในการออกแบบสอดคล้องกับแนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” 2) รูปแบบและความสวยงามของชุดที่ตัดเย็บ 3) ความประณีต และคุณภาพของชุด และ 4) การนำเสนอผลงานของชุดที่ออกแบบตัดเย็บ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแฟชั่นโชว์ การแสดงแบบ “ชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก” สุดยิ่งใหญ่ จากผลงานการออกแบบของ 40 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่เข้าประกวดผ่านการสวมใส่ โดยนายแบบ นางแบบมืออาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 40 คน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระองค์ท่านได้ทรงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สินค้าที่ออกแบบโดยคนไทย หรือ ‘ผ้าไทย’ ได้ถูกประทับตราไว้ว่า “เราไม่เป็นที่สองรองใคร” ซึ่งทุกครั้งที่ตนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท จะไม่ทรงรับสั่งเรื่องอื่นใดนอกจากเรื่อง “ผ้าไทย” เพราะพระองค์ท่านทรงฝากความหวังไว้กับพวกเราทุกคนในการที่จะจรรโลงรักษา สืบทอด ต่อยอด ให้ผ้าไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทยเป็นที่แพร่หลายไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่พระองค์ท่านทรงฝากความหวังไว้ว่า “จะต้องทำผ้าไทยของเราเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก” กระทรวงมหาดไทยจึงได้น้อมนำพระดำริและพระดำรัส มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ “คำว่า “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตนได้รับพระราชทานคำอรรถาธิบายจากพระองค์ท่านว่า ไม่ใช่ชุดผ้าไทยแบบคอตั้งแขนยาวใส่แล้วร้อน แต่ผ้าไทย คือ ผ้าที่ทำจากผ้าคนไทย วัตถุดิบไทย ดีไซเนอร์ไทย จะใส่เป็นเสื้อเชิ้ตก็ได้ ชุดซาฟารีก็ได้ เสื้อแจ็กเกตก็ได้ กระโปรงแบบญี่ปุ่นก็ได้ ออกเป็นเสื้อใส่ตามสบายก็ได้ แต่ขอให้เป็นผ้าไทย จนทำให้ตนเข้าใจแล้วว่า ผ้าไทยนั้นมีเอกลักษณ์ คือ วัสดุที่ผลิตขึ้นมาเป็นของไทย ดังนั้น พวกเราทุกคนถือว่าเป็นข้าทูลละอองพระบาทของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และเรามีเจ้านายที่ทรงทุ่มเทในเรื่องของผ้าไทยให้กับพวกเรา จึงเป็นความภาคภูมิใจและเป็นวาสนาอย่างยิ่งที่เราได้มีโอกาสรับสนองพระดำริพระองค์ท่าน ดังที่นายแบบและนางแบบทั้งหลายที่ได้สวมใส่ผ้าไทยจากการออกแบบโดยคนไทยมาเดินแบบในที่นี้ ทำให้เราได้เห็นความสวยงามของผ้าไทย รูปแบบการออกแบบตัดเย็บของดีไซเนอร์ไทยมีความสวยงามจริง ๆ ตนอมยิ้มอยู่ในใจและภาคภูมิใจอยู่ในใจว่า เราใส่ผ้าแบรนด์หรูต่างประเทศมาเยอะแล้ว วันนี้เราเห็นคนต่างชาติที่เป็นนางแบบนายแบบมาใส่เสื้อผ้าไทยของเรา ดีไซน์ของเรา ดูแล้วไม่เห็นว่า ผ้าไทยสวยกว่าด้วยซ้ำ เข้ากับประเทศเมืองร้อนอย่างเรา ออกแบบดีไซน์มาอย่างมีสีสันตระการตา จึงอยากให้พวกเราทุกคนโดยเฉพาะลูก ๆ หลาน ๆ ได้มีความภาคภูมิใจ ไม่มีชุดไหนไม่สวยเลย สวยทุกชุด ดังนั้นเราต้องภูมิใจที่เราได้แสดงเอกลักษณ์ของประเทศไทยให้ต่างชาติได้ชื่นชม”

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแสดงความชื่นชมบรรดานักออกแบบ ช่างตัดเย็บ ที่ตัดเสื้อผ้าให้มีความงดงามอย่างยิ่ง ตลอดถึงอาจารย์ที่ปรึกษา คณะกรรมการ แม้กระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยทั้งในปัจจุบันและในอดีต ที่ได้ทุ่มเทเสียสละและทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่าเราจะสามารถทำให้ผ้าไทยของเราเป็นที่ยอมรับในทั่วโลกในระยะเวลาอีกไม่นานนี้ และตนขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการใช้ผ้าไทยของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ด้วยการใส่ผ้าไทย ใช้ผ้าไทย ให้ชาวบ้านของพวกเรามีรายได้ ให้เอกลักษณ์ของประเทศเราได้รับการยอมรับ ให้สินค้าของประเทศไทยของเราโดยเฉพาะ “ผ้าไทย” ได้ส่งออกสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเราจะยกระดับให้เพิ่มมากขึ้นด้วยความร่วมไม้ร่วมมือ น้อมนำพระปณิธานสู่การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ ทำให้มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ใส่ใจ ใส่ฝีมือ ใส่สิ่งที่ดีที่สุดในเซลล์ของเรา ในเลือดของเรา เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีงาม เกิดเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง พี่น้องประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการผ้าไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยทุกคนได้สวมใส่ผ้าไทยหลากหลายรูปแบบที่มีความทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย ทุกโอกาส โดยการสวมใส่ผ้าไทยได้ในทุกโอกาสนั้น รูปแบบของการออกแบบตัดเย็บที่สวยงาม และทันสมัย มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างความมั่นใจแก่ผู้สวมใส่ “การจัดประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ระดับประเทศ ที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคการออกแบบตัดเย็บ และการผลิตชิ้นงานชุดผ้าไทยที่ร่วมสมัย เกิดการรังสรรค์การออกแบบตัดเย็บผืนผ้าไทยให้เป็นที่ต้องการของตลาด สอดคล้องกับแฟชั่นสมัยนิยม ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณท่านผู้เชี่ยวขาญด้านผ้าไทยและการออกแบบตัดเย็บ ตลอดจนผู้ทรง
คุณวุฒิทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดในวันนี้ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้มี
กิจกรรมที่ดีเช่นนี้เกิดขึ้น ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวด ทั้ง 40 ราย และคาดหวังว่าทุกท่านจะมีความมุ่ง
มั่นตั้งใจในการเป็นนักออกแบบตัดเย็บผ้าไทยหรือดีไซเนอร์ผ้าไทยที่มีชื่อเสียง สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้
เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ เกิดความเข้มแข็งของวงจรเศรษฐกิจต่อไป

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดการประกวดนัก
ออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ตามโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567 (New Gen Young
Designer 2024) เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย นักเรียน นิสิต
นักศึกษา ที่ศึกษาหลักสูตรแฟชั่นดีไซน์ และประชาชนที่สนใจและมีใจรักด้านการออกแบบตัดเย็บผ้าไทยทั่วทุกภาค
ของประเทศได้มีพื้นที่ในการแสดงผลงาน โดยได้คัดเลือกตัวแทนผู้เข้าประกวดจากทั่วประเทศจำนวน 285 ราย ให้
เหลือจำนวน 40 ราย เพื่อเข้าประกวดในระดับประเทศในวันนี้ และคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทุกท่านมี
ความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นนักออกแบบ ตัดเย็บผ้าไทยหรือดีไซเนอร์ผ้าไทยที่มีชื่อเสียงในอนาคต เพื่อสามารถยก
ระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างายได้ เกิดความเข้มแข็งของ
วงจรเศรษฐกิจต่อไป”

สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ (New Gen Young Designer 2024) โดยผู้ที่ชนะ
การประกวดฯ ตำแหน่งต่าง ๆ ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ นายรุจ กล้ำศรี ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมจักร
เย็บผ้า และ iPad จำนวน 1 เครื่อง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นายนูรดีน แวกะจิ จากกลุ่มทำผ้าค่ายสิรินธร ได้รับเงิน
รางวัล 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวธนัชพร วรธงไชย ได้รับเงินรางวัล 75,000 บาท และ
รางวัลชมเชย จำนวน 6 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท ได้แก่ นายนภัต ตันสุวรรณ, นางสาวมยุรี แซ่ท้าว, นายภา
วิต ประวัติ, นางสาวชนาธินาถ ไชยภู, นายรัฐพล ทองดี และ นายอนาวิล ทองน้อย


PLAY WIN GLOW ร่วมสนุกและเผยผิวโกลว์ไปด้วยกัน ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองนี้กับ SK-II ARCADE!

SK-II เผยประสบการณ์ PITERA™ รูปแบบใหม่ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยการยกระดับความกระจ่างใสผ่าน SK-II Arcade โลกแห่งความสนุกที่เปี่ยมด้วยความมหัศจรรย์จากส่วนผสม PITERA™ พร้อมมอบผิวกระจ่างใสดุจคริสตัลเป็นของขวัญสุดพิเศษส่งท้ายปีนี้

ช่วงเทศกาลเป็นเวลาที่เราทุกคนจะได้ปลดปล่อย เฉลิมฉลอง และให้รางวัลสุดพิเศษกับตัวเองหลังจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี SK-II เปิดตัว SK-II Holiday Limited Giftbox1 ชุดของขวัญสุดพิเศษรุ่น Limited Edition ใหม่ล่าสุด1 ที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามหรูหรา มอบความรู้สึกสุดตื่นเต้นในการเปิดของขวัญเพื่อผิวกระจ่างใสดุจคริสตัล เมื่อเปิดกล่อง SK-II Holiday Limited Giftbox1 จะพบกับกระเป๋าถือสีแดงสุดพิเศษ รวมถึงผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ SK-II ภายในกล่อง ซึ่งก็คือFacial Treatment Essence และผลิตภัณฑ์ขนาดพกพาที่ประกอบไปด้วย Facial Treatment Gentle Cleanser, Facial Treatment Clear Lotion และ SKINPOWER Advanced Cream หรือจะเลือกเป็นชุดของขวัญ SKINPOWER Advanced Cream และผลิตภัณฑ์ขนาดพกพา ที่ประกอบไปด้วย Facial Treatment Clear Lotion และ Facial Treatment Essence

หัวใจสำคัญของ SK-II คือ PITERA™ ซึ่งเป็นส่วนผสมธรรมชาติที่ได้มาจากกระบวนการหมักบ่มยีสต์ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ SK-II โดย PITERA™ ได้รับการต้อนรับราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผิว เพราะ PITERA™ มีส่วนประกอบที่คล้ายกับสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่พบในผิวหนังชั้นนอกสุด (Natural Moisturizing Factors) ทำให้ PITERA™ ซึมลึกเข้าสู่ผิว[2] ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมส่งมอบสารอาหารไมโครนิวเทรียนท์มากกว่า 50 ชนิด  ทั้งนี้ PITERA™ จึงเป็นส่วนผสมสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ช่วยดูแลปัญหาผิวจากต้นตอ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสู่ผิวกระจ่างใสดุจคริสตัล  

สัมผัสประสบการณ์เทศกาลสุดพิเศษไม่เหมือนใครกับชุดของขวัญบำรุงผิวสุดหรูจาก SK-II ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจาก PITERA™ ผ่าน SK-II Arcade เพื่อเฉลิมฉลองความงามจากภายใน พร้อมดื่มด่ำความสุขในฤดูกาลนี้


[1] ตัวกล่องในชุดของขวัญไม่มีจำหน่ายแยก จะได้รับเมื่อซื้อ Facial Treatment Essence ขนาด 230 ml และ SKINPOWER Advanced Cream ขนาด 80 g เท่านั้น โดยชุดของขวัญมีจำนวนจำกัด

[2] ภายในผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum Corneum)

“ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน” เผยเบื้องหลังความสำเร็จกว่า 2 ทศวรรษ “รมย์รวินท์คลินิก”

ความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ของ ‘รมย์รวินท์คลินิก’ สะท้อนผ่านชื่อเสียงในหมู่คนรักความสวยความงาม และยังมีรางวัลการันตีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Praew Iconic Beauty 2024 ที่พิกัดทำสวยแห่งนี้ยังคงติดโผอยู่ในกลุ่มบิวตี้คลินิกเบอร์ต้นของเมืองไทย อะไรคือกุญแจไขความสำเร็จ Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว พาไปพูดคุยกับ “คุณจอย – ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน” แม่ทัพหญิงเก่งของที่นี่กันค่ะ

เดินหน้าตอบโจทย์เทรนด์งานผิว

“กระแสการดูแลความงามปัจจุบัน งานผิวยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เน้นการดูแลพื้นฐานสุขภาพผิวให้ดี แลดูเป็นธรรมชาติ เพื่อจะไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ โชว์ผิวได้ คาดว่าเทรนด์นี้จะยังคงได้รับความนิยมไปจนถึงปี 2025

“รมย์รวินท์คลินิกมีการนำเข้าเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความงามดังกล่าวอย่างครบครัน ไม่เพียงหัตถการงานผิวที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างสารกระตุ้นคอลลาเจน ยังรวมถึงโปรแกรมยกกระชับต่างๆ ที่มีการพัฒนาให้ช่วยได้ทั้งเรื่องงานผิวและงานยกกระชับด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้นวัตกรรมความงามในตลาดจะมีให้เลือกมากมาย แต่เราก็ต้องเฟ้นหาอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน และพยายามรวบรวมของดีเอาไว้อย่างเต็มที่ เพราะเข้าใจดีว่าปัญหาของแต่ละคนต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างกันออกไป”

2024 อีกสถิติแห่งความสำเร็จ

“ตลอดปี 2024 รมย์รวินท์คลินิกได้นำเสนอนวัตกรรมความงามใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัย หรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยพัฒนาในระดับสากล รวมถึงการเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และมาร์เช่ ทองหล่อ เพื่อขยายการให้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันเราได้กระจายไปทั้งหมด 28 สาขาทั่วประเทศไทย ที่สำคัญคือมีการจัดอบรมแพทย์และบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้ารับบริการ”

ยืนหนึ่งในการรักษาคุณภาพ

“การได้รับรางวัลจากเวที Praew Iconic Beauty อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเครื่องการันตีความมุ่งมั่นและความพยายามของรมย์ร์วินท์คลินิกตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ต้องการมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้เข้ารับบริการ ทั้งผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นทางกายภาพ และความรู้สึกประทับใจ นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราพัฒนาตัวเองต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับเหล่าคนรักความสวย

“ในการรักษาคุณภาพตลอดระยะเวลายาวนาน รมย์ร์วินท์คลินิกให้ความสำคัญกับการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการติดตามและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีความงามใหม่ๆ และงานวิจัยต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยดูแลความงาม พร้อมส่งมอบผลลัพธ์ที่ดี สุดท้ายคืองานบริการที่เรามุ่งมั่นสร้างความประทับใจสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้เดินตามคอนเซ็ปต์ For The Better You พร้อมตอบโจทย์ความสวยให้กับทุกคน”


Skin Syrup ปรับโฉมใหม่ด้วยแนวคิดปรับสมดุลจากภายในสู่ภายนอก ชูเอกลักษณ์เด่นสารสกัดธรรมชาติ

Skin Syrup ผลิตภัณฑ์ดูแลผมและผิวหนังจากสมุนไพรที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผมงอกใหม่และปรับสมดุลให้หนังศรีษะและเส้นผม แต่ยังช่วยปรับสมดุลกายและใจของผู้ใช้ ให้มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตและส่งต่อความสุขให้คนรอบข้าง

การปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ว่าเป็นการปรับรูปลักษณ์ใหม่ของผลิตภัณฑ์ด้วยการใช้สีสันที่หลากหลาย เพื่อบ่งบอกสรรพคุณที่แตกต่างกันไปของแต่ละผลิตภัณฑ์ จำแนกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น มีผลิตภัณฑ์เด่น 2 ตัว ได้แก่แชมพูและคอนดิชันเนอร์ แต่หลากสูตร ได้แก่ Restorative สูตรที่เน้นปรับสมดุลหนังศรีษะและเส้นผม เน้นการดูแลขั้นพื้นฐาน Abracadabra สูตรสำหรับการลดผมร่วง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการงอกใหม่ของผมที่เคยหลุดร่วง โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือส่วนผสมอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย Flake Free สูตรขจัดรังแค นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย อย่าง Revive Shower Gel และผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า อย่าง Radiance Facial Serum แพ็คเกจผลิตจากวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอกซื้อผลิตภัณฑ์โฉมใหม่ได้ที่ Sephora, Siam Takashiyama, One nimman


ถูกจริตคนชอบงานผิวกับ บิวตี้ไอเท็มชิ้นล่าสุด Burberry Beyond Wear Perfecting Concealer

ถูกจริตคนชอบงานผิวกับ บิวตี้ไอเท็มชิ้นล่าสุด Burberry Beyond Wear Perfecting Concealer

ถูกจริตคนชอบงานผิวแน่นอนกับ Burberry Beauty บิวตี้ไอเท็มชิ้นล่าสุด “Burberry Beyond Wear Perfecting Concealer” คอนซีลเลอร์เนื้อบางเบาแต่ให้การปกปิดเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากเนื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ Burberry Trench Coat ทำให้เทคโนโลยี Trench Protect ในคอลซีลเลอร์แท่งนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันที่ช่วยปกป้องผิวจากสภาพอากาศ ติดทนนาน 12 ชั่วโมง พร้อมบำรุงและให้ความชุ่มชื้นไปในตัว นอกจากนี้แล้ว ยังช่วยสร้างงานผิวแมตต์สวยด้วยเนื้อสัมผัสที่สามารถบิลด์ได้ พร้อมเฉดสีให้เลือกมากกว่า 14 เฉดสี ที่ทำหน้าที่เหมือนฟิลเตอร์ในการเบลอและปกปิดรอยต่างๆ ทั้งรอยแดง รอยดำ และรอยคล้ำรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมอบเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่หนักหน้า และระบายอากาศได้อย่างทั่วถึง

โดย Burberry Beyond Wear Perfecting Concealer จะมาช่วยเติมเต็มคอลเล็คชั่นยอดนิยม “Beyond Wear” ให้ครบลูปสร้างผิวสวย ซึ่งดีไซน์ตัวแท่งทรงเรียวยาว ประดับตกแต่งด้วยฝาสีทองจากผ้ากาบาร์ดีน และลาย Monogram ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ถูกออกแบบโดย Thomas Burberry (โทมัส เบอร์เบอรี่)


ผิวแข็งแรงครบสูตร ด้วย Target Pro Body by Watsons เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังชาวญี่ปุ่น

ผิวแข็งแรงครบสูตร ด้วย Target Pro Body by Watsons เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังชาวญี่ปุ่น

ผิวแข็งแรงครบสูตร ด้วย Target Pro Body by Watsons เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังชาวญี่ปุ่น

ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่อยู่ในสกินแคร์กันมากขึ้น นอกจากการดูแลผิวหน้า การบำรุงผิวกายก็สำคัญไม่แพ้กัน ประกอบกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง ฝุ่น และมลภาวะอันเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวอ่อนแอ ทั้งปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน หมองคล้ำ หรือขาดความชุ่มชื้น ยังคงเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ เมื่อเกิดเป็นปัญหาผิวสะสม อาการของผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองก็จะตามมา

วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านสุขภาพและความงาม เข้าใจถึงปัญหาสุขภาพผิว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Target Pro Body Foaming Cleanser และ Moisturising Lotion ด้วยมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น มุ่งเน้นการดูแลเรื่องความชุ่มชื้น พื้นฐานสำคัญของปราการผิวที่แข็งแรง มาพร้อมเซราไมด์ที่จำเป็นกับผิวตามธรรมชาติ และเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง S7ABELIX™ Hydro-Soothe365 และ Quadra-Hya ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติที่เสียสมดุลให้กลับมาแข็งแรง พร้อมช่วยซ่อมแซมปราการให้ผิวดูสุขภาพดีในระยะยาว

ซึ่ง Target Pro Body ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูและทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันปัญหาผิวต่างๆ แต่ยังช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส พร้อมมอบความชุ่มชื้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย โฟมมิ่งคลีนเซอร์ (Foaming Cleanser) และ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น (Moisturizing Lotion) ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ตอบโจทย์การดูแลผิวตั้งแต่หัวจรดเท้า ให้ผิวมีสุขภาพดี ดูเปล่งปลั่งในทุกมุมมอง


บรรยากาศความปังอย่างต่อเนื่อง PERFECT 10 ‘THE JOURNEY OF BEAUTY ในงาน PRAEW ICONIC BEAUTY 2024

เก็บตกบรรยากาศตอกย้ำความปังของงาน PRAEW ICONIC BEAUTY 2024 งานประกาศรางวัลผลิตภัณฑ์และบริการความงาม โดย นิตยสารแพรว ที่ได้ทำหน้าที่ไกด์ชี้เป้าให้คนรักสวยได้รู้จักกับบิวตี้ไอเท็มและบริการเด่นด้านความงาม ครบรอบ 10 ปี “PERFECT 10 ‘THE JOURNEY OF BEAUTY” จนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกูรูบิวตี้ที่เป็นตัวตึงแห่งยุคสมัย เพื่อมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เป็นการให้แสงแก่ผลิตภัณฑ์และบริการด้านความงามที่มีความตั้งใจจริง มีคุณภาพยอดเยี่ยมจนเป็นที่ 1 แห่งปี ซึ่งภาพความประทับใจในปีนี้เราได้รวบรวมมาให้ชมแล้ว

#PraewIconicBeauty #PraewIconicBeauty2024 #Perfect10 #PraewMag #นิตยสารแพรว


ระดมทุนช่วยเหลือมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ

โรงแรม วี กรุงเทพ จัดดินเนอร์การกุศล ระดมทุนช่วยเหลือมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี โฮเทล คอลเลคชั่น ประสบความสำเร็จในการจัดงาน Pink October ด้วยการจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำการกุศล Michelin Star Charity Dinner ณ ห้องอาหาร Signature Bangkok เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีสื่อมวลชน คนดัง และบุคคลสำคัญในแวดวงสังคมของกรุงเทพฯ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม

ค่ำคืนแห่งการกุศลนี้เต็มไปด้วยศิลปะการทำอาหารชั้นเลิศ แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มลองเมนูอาหารระดับมิชลินสตาร์ 4 คอร์ส โดยเชฟ Thierry Drapeau พร้อมด้วยไวน์ชั้นเลิศที่เข้ากันอย่างลงตัว บรรยากาศอันน่าหลงใหลยิ่งเพิ่มความพิเศษด้วยเสียงเพลงแซกโซโฟนอันไพเราะจาก Koh Mr. Saxman นักดนตรีแจ๊สชื่อดังของเมืองไทย

งานนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อการรักษาโรคมะเร็งเต้านม (QSCBCF) โดยมีตัวแทนจาก QSCBCF กล่าวสุนทรพจน์อันน่าประทับใจ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานของมูลนิธิฯ ในการบุกเบิกการรักษาโรคมะเร็งเต้านม และการให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีการประมูลของรักของหวง เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมอีกด้วย

กิจกรรมนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นระดับโลกของ MGallery Collection ในการต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม โดยตลอดเดือนตุลาคม โรงแรมในเครือ MGallery ทั่วโลก ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อระดมทุนและให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญ

VIE Hotel Bangkok – MGallery Collection recently hosted a successful Pink October Michelin Star Charity Dinner at its acclaimed Signature Bangkok restaurant. The event, held on October 10th, 2024, saw a strong turnout from media personalities, celebrities, and prominent figures in Bangkok society, all united in the fight against breast cancer.

The evening was a dazzling display of culinary artistry and philanthropy, with guests treated to a four-course Michelin-starred menu by Chef Thierry Drapeau, accompanied by exquisite wine pairings. The enchanting ambiance was further elevated by the soulful saxophone melodies of Koh Mr. Saxman, one of Thailand’s leading jazz musicians.

The event served as a platform to raise awareness about breast cancer and generate vital funds for the Queen Sirikit Centre for Breast Cancer Foundation (QSCBCF) and its crucial work in pioneering breast cancer treatment and providing state-of-the-art care to patients in Thailand. A silent auction featuring exclusive stays at MGallery hotels further bolstered the fundraising efforts.

This initiative aligns with MGallery Collection’s global commitment to combating breast cancer. Throughout October, MGallery hotels worldwide organize events to raise funds and educate communities about this critical health issue.


ละคร หนึ่งในร้อย

เช็คอิน 4 สถานที่ทำคอนเทนต์ ซีนโรแมนติก ตามรอย ละคร หนึ่งในร้อย

บอกเลยว่าทำถึงเวอร์! กับละครวินเทจงานละมุน “หนึ่งในร้อย” ผลิตโดย “ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ทางช่อง 3 กด 33 ที่ตอนนี้มาแรงแซงทางโค้งพากันฟินจิกหมอนกันถ้วนหน้า แถมยังกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทุกอีพี งานนี้เลยเกิดเป็นกระแสฟีเวอร์ปลุกชีพชุดวินเทจกับแฟชั่นย้อนยุคของสาว ๆ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รวมไปถึงการพากันรีวิวเช็คอินโลเคชั่นถ่ายทำละคร สวมวิญญาณเป็นพระเอกนางเอก ต่อ ธนภพ กับ ญาญ่า อุรัสยา บุกทำคอนเทนต์กันฉ่ำ ๆ เรียกได้ว่าทุกคนเป็น”คุณพระ” กับ “อนงค์” กันทั่วพระนคร วันนีัเรามาแจกพิกัด 4 โลเคชั่นถ่ายทำปัง ๆ ให้ทุกคนมาฟินกันต่อนอกจอ

1.บ้านอนงค์ : WAWA HOUSE CAFÉ

คุ้นตากันอย่างดี กับโลเคชั่นบ้านเวอร์วังสถาปัตยกรรมโคโลเนียลหลังใหญ่สีเหลือง ผ่านการถ่ายทำละครพีเรียดมาแล้วมากมาย แต่ละครเรื่องนี้เลือกมุมกล้องพิเศษมีมุมมองใหม่ๆ พรีเซนต์ให้บ้านประจำตระกูล “สุนทรพงศ์” ของนางเอกสาวมั่น “อนงค์” และพี่ชายทั้ง 4 ปักหมุดหาโลเคชั่นตามรอยได้ที่ WAWA HOUSE CAFÉ พิกัดคาเฟ่ในคฤหาสน์โบราณ ซอยวัดพระเงิน ย่านจังหวัดนนทบุรี ร้านเปิดจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 9.00-17.00 น. ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ เปิด 10.00-20.00 ถ้าใครพร้อมอย่าลืมหยิบชุดวินเทจน่ารัก ๆ และพร๊อพแน่นๆ ไปตามรอยกันโล้ด

ละคร หนึ่งในร้อย

2.ถนนพระนคร : ตึกข้างกระทรวงกลาโหม

อีกหนึ่งความละมุนของละคร “หนึ่งในร้อย” โลเคชั่นยอดฮิตที่แฟนละครเลิฟที่สุด คงเป็นริมถนนพระนครในอดีตข้างกระทรวงกลาโหม โลเคชั่นถนนและตึกเก่าในอดีตที่เต็มไปด้วยฉากหวาน ๆ และความอบอุ่นของ “คุณพระ” ที่มีให้กับ “อนงค์” จนกลายเป็นความทรงจำดี ๆ  ที่ไม่มีวันลืม และแน่นอนกับโลเคชั่นวินเทจวินใจที่ต้องปักหมุดกันเลย กับพิกัดข้างกระทรวงกลาโหม สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ ด้วยรถสาธารณะ หรือ MRT มาลงที่สถานี สนามไชย เดินตามทางมาเรื่อย ๆ สังเกตหาตัวอาคารสีเหลืองของกระทรวงกลาโหม หรือมองหาชื่อถนนกัลยาณไมตรี แนะนำออกประตูมิวเซียมสยาม แล้วเดินมาทางสนามหลวง แค่นี้คุณก็มีคุณพระเป็นของตัวเอง

3.จุดบอกรัก : สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

โลเคชั่นสำคัญที่มัมหมีและแฟนละครหวีดหนักมาก คงหนีไม่พ้นสวนสวย ๆ ฟิลลิ่งโรแมนติกที่จำลองเป็นสวนข้างบ้านของ “อนงค์” จุดกึ่งกลางที่ “คุณพระ” ที่ทั้งคู่ใช้มาเป็นแหล่งปรับทุกข์ และบอกความในใจซึ่งกัน จนติ่งทางบ้านเขินตัวบิดทั้งพระนคร พิกัดแท้จริงตั้งอยู่ที่ “สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” ถนนกำแพงเพชร 2 จตุจักร มองหาสวนหินในสวนสาธารณะ ตอนนี้กลายเป็นโลเคชั่นยอดนิยมในทันที มีคู่รักพากันไปตามรอยและถ่ายพรีเวดดิ้งกันมากมาย สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ การเดินทางสะดวกสบาย สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ลงที่สถานีกำแพงเพชร เปิดให้บริการเวลา 05:30 – 19:00 น. รีบตามไปเช็คอินด่วน

4.DECO PLAZA ห้างอนงค์: ชุมชนเลื่อนฤทธิ์

สายช้อปปิ้งตัวแม่แห่งพระนครห้ามพลาด หยิบชุดเก๋ ๆ แล้วไปสะบัดกระโปรงกันต่อที่ห้างสุดเก๋ของพระนคร DECO PLAZA ห้างประจำตระกูลของนางเอกที่สวยและรวยมาก มีขายทุกอย่าง น้ำหอม โคมไฟ รองเท้า เข็มกลัด ยันชุดชั้นใน เนรมิตเซ็ทฉากยกกองไปจำลองเป็นห้างแห่งใหม่ที่แลนด์มาร์ค “ชุมชนเลื่อนฤทธิ์” ตึกวินเทจสีเขียวละมุนละไมไทยแลนด์ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกวัดตึกถนนเยาวราช สามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือ MRT มาลงสถานีวัดมังกร หรือสถานีสามยอด ทางออก 1 เดินมาอีกสักนิดก็ถึงบริเวณแห่งนี้ ขอกระซิบบอกนิดนีง แลนด์มาร์คนี้กำลังพัฒนาเริ่มมีคาเฟ่เก๋ ๆ มาเปิดหลังแฟนละครแห่ตามรอยเช็คอินกันหนาแน่น ใครไม่อยากพลาดเป็นคนเก๋คนคูลแห่งพระนคร ก็รีบจิกส้นสูงสวมถุงมือลูกไม้แล้วไปเช็คอินกันได้เลย

ไอเท็มซื้อตามได้! เปลี่ยนสไตล์เป็น ‘อนงค์ หนึ่งในร้อย’ ด้วยแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

อนงค์ หนึ่งในร้อย ฟีเวอร์! คนแต่งตัวตามไปถ่ายรูปตามกันให้ควั่ก เราจึงอยากชวนทุกคนไปสำรวจคอสตูมจากไทยดีไซเนอร์ที่นางเอกเปิ๊ดสะก๊าดเลือกสวมใส่

ถือเป็นละครที่สร้างปรากฏการณ์ให้ประเทศไทยอีกครั้ง สำหรับ ‘หนึ่งในร้อย’ ที่ได้รับการพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งเรื่องบท การแสดง โลเคชั่น รวมถึงคอสตูมของ ‘อนงค์’ ที่ผู้คนเริ่มออกมาแต่งตัวตาม และไปถ่ายรูปกันริมกำแพงกระทรวงกลาโหม โพสต์ลงโซเชียลส่วนตัวพร้อมใส่เพลง The Trouble is.. ปัญหาของฉัน

โดยคอสตูมที่คนเลือกแต่งตามมีทั้งซิลลูเอทกระโปรงบาน กระเป๋าดินสอ และที่ขาดไม่ได้คือไอเท็มเสริมอย่าง ถุงมือ เครื่องหัว สร้อยคอ กระเป๋าถือสักใบ และรองเท้ารัดส้น ที่เชื่อว่าหลายคนคงเอาแฟชั่นยุคนี้มาปรับให้กลายเป็นลุค 50s ตามช่วงเวลาของละคร ซึ่งในละครจริงสไตลิสต์ก็ใช้วิธีดังกล่าเช่นกันที่นำเสื้อผ้าในยุคนี้มา Mix & Match ให้ได้ลุคที่ลงตัวที่สุด เราจึงขอเปิดโพยแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ที่สไตลิสต์เลือกใช้ เผื่อทุกคนอยากไปช้อปปิ้ง เปลี่ยนสไตล์เป็นสาวเปิ๊ดสะก๊าดเหมือนอนงค์

Anong by Thai Designer

COCO WANG
Peace By Silsupa

Verasalon Maison
CHER’Z BRAND

TuTTi
Valentier

VEASALON STUDIO
@ohmmoro


ภาพ: @verasalon

2 หนุ่ม 'เก่ง - น้ำปิง' แชร์เคล็ดลับดูแลผิวฉ่ำชุ่มชื้น และโกลว์สวยออร่าจับ

2 หนุ่ม ‘เก่ง – น้ำปิง’ แชร์เคล็ดลับดูแลผิวฉ่ำชุ่มชื้น และโกลว์สวยออร่าจับ

เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง – นภัสกร ปิงเมือง สองหนุ่มนักแสดงนำจากซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ ร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลผิวให้ฉ่ำชุ่มชื้น และโกลว์สวยแลดูกระจ่างใส พร้อมกิจกรรมเซอร์ไพรส์ใน Pop-Up Event สุดพิเศษ #MoistureMatchup ของ TATCHA แบรนด์สกินแคร์ลักซ์ชัวรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามตามแบบฉบับชาวอาทิตย์อุทัยต้อนรับหน้าหนาว ที่ชวนให้ทุกคนมาสัมผัสกับความชุ่มชื้นจาก 2 ไอเท็มหลักประจำฤดูกาลอย่าง The Dewy Skin Cream และ The Water Cream ผลิตภัณฑ์สุด Exclusive มีจำหน่ายเฉพาะที่ Sephora ประเทศไทยเท่านั้น

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ค้นหามอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรที่เหมาะกับผิวของตัวเองผ่าน Moisturizer Quiz สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ TATCHA ที่ร้าน Sephora สาขาสยามเซ็นเตอร์ จะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของชาเขียวสูตรพรีเมียมจากร้าน Matcha & more มีเฉพาะที่งานนี้เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ TATCHA ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ที่ Sephora ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ระหว่างวันที่ 25 ต.ค. 67 – 14 พ.ย. 67 จะได้รับ TATCHA The Essence Skincare Boosting Treatment ขนาด 25 ml ฟรี! ทุกคำสั่งซื้อ

ใครอยู่ทีมไหน? #TeamDewy น้ำปิง และ #TeamWater เก่ง ลงสนามชิงชัยมอยส์เจอไรเซอร์ลูกรัก
เก่ง และ น้ำปิง ได้เผยถึงความตื่นเต้นที่ได้มาร่วมงานอีเว้นท์ TATCHA ในครั้งนี้ว่า “รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ เพราะนอกจากบรรยากาศความสนุกจากกิจกรรมในงาน ทุกคนยังได้ร่วมค้นหาสกินแคร์ที่ตอบโจทย์กับการบำรุงผิวในช่วงหน้าหนาวอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับมอยส์เจอไรเซอร์ทั้ง 2 สูตร ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นสำหรับผิวที่แตกต่างกัน แต่ได้ผลลัพธ์ผิวเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ในแบบของ TATCHA”

น้ำปิง เล่าเสริมว่า “ผมอยู่ #TeamDewy เพราะผมชอบผิวชุ่มฉ่ำ ดูสุขภาพดี จาก The Dewy Skin Cream โดยเฉพาะช่วงที่เดินทางบ่อย มักทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น”  ด้านเก่ง เล่าเพิ่มเติมว่า “ผมอยู่ #TeamWater ซึ่งชอบสกินแคร์ที่สามารถปลุกความสดชื่น เบาสบายผิว ที่ช่วยให้ผิวของผมเนียนนุ่ม น่าสัมผัส และยังทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นด้วย”

เตรียมผิวพร้อมรับลมหนาวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ 2 สูตรไอคอนิกจาก TATCHA ไม่ว่าจะเป็น The Dewy Skin Cream หรือ The Water Cream ก็สามารถมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 3 เท่า และช่วยเสริมการทำงานของเกราะป้องกันผิว ขณะเดียวกันมอยส์เจอร์ไรเซอร์ทั้ง 2 สูตร สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวที่แตกต่างกันและได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง เนื้อครีมของ The Dewy Skin Cream มีความเข้มข้น ช่วยเติมผิวให้เต็มและได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากความแห้งกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบความเปล่งปลั่ง ฉ่ำน้ำ ให้กับผิว ส่วน The Water Cream เนื้อครีมบางเบาและให้ความรู้สึกสดชื่น เมื่อเนื้อครีมสัมผัสกับผิวจะแตกตัว ช่วยขจัดความมันส่วนเกินที่อุดตันรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียน และเพิ่มออร่า