‘คนที่เป็นอดีตจะพลาดหวัง ไฟเก่าดับสนิทแล้ว ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 1-7 มิถุนายน 2569

‘ฝนตกบ่อย ถ่านไฟเก่าเลยจุดไม่ติด’

ดวงรายสัปดาห์ 1-7 มิถุนายน 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   แม้จะขึ้นเดือนใหม่แล้ว แต่ความร้อนแรงของชาวอาทิตย์ก็ยังไม่แผ่วลงเลยนะคะ ทั้งศึกนอกและศึกในเข้ามารัวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ท่องเที่ยว สปา รวมถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็ก เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จากผลงานของคุณมีโอกาสตกเป็นเป้าสายตาจากคนรอบข้าง มีทั้งคนที่กำลังแอบเลื่อยขาเก้าอี้ และคนที่กำลังลับมีดเพื่อจะปักหลังคุณเวลาเผลอ ถึงอย่างไรจากความเก่งและไฟในการทำงานของคุณน่าจะสามารถรับมือกับผู้ไม่หวังดีอยู่ แต่กระนั้นก็ตามทำดีได้แต่อย่าเด่น จะนำภัยมาสู่ตัว

การเงิน  :  จริงๆ คุณรู้จักใช้เงินในการทำงานและรู้จักคุณค่าของเงินมากเลยทีเดียว ช่วงสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะมีโชคในเรื่องของการทำงานนอกบ้าน แต่ช่วงนี้อย่าเพิ่งเชื่อเซ้นส์ที่เกี่ยวกับคน มีโอกาสผิดพลาดสูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะนำพาพวกมิจฉาชีพ หรือพวกนักหลอกลวง ต้มตุ๋นมาทำงานด้วย  หรือไม่ก็มีเกณฑ์ขัดแย้งผลประโยชน์กัน

ความรัก  :  ในช่วงสัปดาห์นี้ชาวอาทิตย์มีโอกาสทะเลาะกันในประเด็นชู้สาว และก็มีโอกาสที่จะตัดสินกันไม่ได้เรื่องลูก ซึ่งคุณต้องการที่จะจัดการให้ถูกต้องตรงตามกฎหมายที่สุด คนโสด  จะเดทกับใครก็ดูให้ดีว่าเขามีเจ้าของแล้วหรือยังนะ ยิ่งสัปดาห์นี้ไม่ได้มาคนเดียว มีลูกติดมาด้วยอีกต่างหาก

 สุขภาพ  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวอาทิตย์ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังต้องระวังบาดแผลจากของมีคม เช่น มีดบาด  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ชาวจันทร์ขึ้นเดือนใหม่ด้วยความหวังใหม่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายศิลปะศิลปินที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกในการถ่ายทอดงาน เช่น งานในวงการบันเทิง นักแสดง นักเขียนบทละคร นักโฆษณา ดีไซเนอร์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงาน หรือเข้าหุ้นร่วมทุนกับเพื่อนผู้หญิง โดยจะเป็นการเดินทางไปติดต่อประสานงาน หรือเดินสายไปทำงานที่โน้นที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เลย ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นไปในทิศทางที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในอนาคต   

การเงิน  :   สัปดาห์นี้ชาวจันทร์รสนิยมวิไล กินหรูอยู่สบาย คิวส่วนใหญ่จะเป็นการออกงานอีเว้นท์ ชอปปิ้ง และท่องเที่ยว ส่วนผลตอบแทนจากการทำงานในรอบ 7 วันนี้ควรระมัดระวังการเจรจาและการทำสัญญาเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีเกณฑ์ที่คุณจะถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงถูกโกงอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์ชัดเจน รักจริง เกลียดจริง ซึ่งมีโอกาสที่คุณจะอยู่กับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือลูกสาวมากกว่าคู่ครอง หรือไม่เช่นนั้นก็มีคู่ครองเป็นหญิง แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะอยู่ในโหมดรักมากกว่าโหมดชัง   คนโสด  มีโอกาสที่คุณเริ่มจะปิ๊งปั๊งกับเพื่อนหญิงอย่างไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกหากคุณจะโลเลและลังเลมากว่าจะไปกันได้ยาวจริงหรือ   

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีโอกาสเครียดง่าย จึงต้องระวังความเครียดจะลงกระเพาะ และต้องระวังภูมิแพ้และหวัดเรื้อรังด้วย นอกจากนั้นยังต้องระวังการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่จะเกิดจากการเดินทาง

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับเดือนใหม่สัปดาห์ใหม่ของชาวอังคารนั้น คงต้องฮึดสุดแรงเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานครีเอทีฟ เช่น งานบันเทิง ศิลปะ ความรื่นรมย์ ความสวยงาม งานฝีมือเย็บปักถักร้อย ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้อารมณ์จินตนาการและความอ่อนไหวในตัวคุณจะขึ้นสูงมากจนควบคุมได้ยาก ถึงขนาดไม่สามารถไปต่อกับงานที่ทำอยู่ได้ ขณะเดียวกันในอนาคตหากคุณไปเริ่มต้นงานใหม่ ก็มีความเสี่ยงที่จะพบกับงานหนักและความรับผิดชอบสูงกว่าเดิมด้วย

การเงิน  :   ขอให้ชาวอังคารระวังการถูกหลอกลวงทางด้านการลงทุนทุกชนิด รวมถึงการกู้หนี้ยืมสิน การค้ำประกัน เพราะมีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะสูญหมดบัญชีเลยทีเดียว แล้วนับจากนั้นคุณมีโอกาสต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ความรัก  :  สำหรับคู่บุญคู่กรรม ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไรก็ยังอดทนอยู่ด้วยกัน สำหรับสัปดาห์นี้ไม่ทราบว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย เพราะมีโอกาสที่พวกคุณจะหมดสิ้นความสัมพันธ์ที่ยืดเยื้อกันมานาน คนโสด  มีโอกาสที่อดีตรักจะกลับมา หากกำลังลังเลใจ ก็อยากบอกว่าช่วงนี้หน้าฝน ถ่านเปียกหมดจุดไฟไม่ติด และคงดับอีกนาน เพราะนับจากนี้คุณจะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวเลย   

สุขภาพ  :   สำหรับสัปดาห์นี้ชาวอังคารต้องระวังระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ จะมีปัญหา หากเป็นอยู่แล้วยิ่งต้องระวัง ไม่ควรทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หากอาการกำเริบควรไปพบแพทย์ทันที

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ชาวพุธเฮได้เพียงสัปดาห์เดียว ขึ้นสัปดาห์ใหม่ก็เครียดแล้วค่ะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานครีเอทีฟ งานบันเทิง ศิลปะ ความรื่นรมย์ ความสวยงาม งานฝีมือเย็บปักถักร้อย ฯลฯ หากผลงานของคุณอยู่ในระดับท้อปฟอร์ม หรือเป็นตัวแม่ของวงการ แน่นอนว่า ผู้ใหญ่ก็ต้องคาดหวังคุณมากกว่าคนอื่น ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะรู้สึกกดดันอย่างหนัก หากพิถีพิถันกับผลงานอยู่แล้วก็จะยิ่งพิถีพิถันหนักขึ้น เพราะกลัวพลาด แต่กระนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะมีปัญหาต่างๆ ถาโถมเข้ามาทุกด้าน ซึ่งคุณควรรับมือด้วยความสงบ ใจเย็น ค่อยแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง อย่าใช้ความรุนแรงเด็ดขาด เพราะสถานการณ์จะแย่ลงอย่างคาดไม่ถึงเลย

การเงิน  :  ไม่ควรทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เช่น รับเงินใต้โต๊ะ ติดสินบน ส่วย เพราะคุณมีโอกาสถูกซ้อนแผน ตลบหลัง เสียทั้งเงินและชื่อเสียงหนักกว่าที่ได้มาเลยทีเดียว

ความรัก  :   สัปดาห์นี้คุณมีที่ปรึกษาที่ดีอยู่กับตัว เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านจริงๆ ทั้งงานนอกบ้านและในบ้าน เขาสามารถเคลียร์ให้คุณได้หมด คนโสด  คนรักเก่าจะขอโอกาสกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่นะคะ ซึ่งจิตใจคุณตอนนี้น่าจะยังโลเลและลังเล ไม่กล้าตัดสินใจใดๆ

สุขภาพ   :  เครียดและจริงจังกับชีวิตมาก เป็นสาเหตุสำคัญของการนำโรคภัยมาสู่คุณเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ อย่านิ่งนอนใจ เพราะสามารถโกโซบิ๊กได้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ชาวพฤหัสขึ้นเดือนใหม่มาพร้อมกับความเป็นสิริมงคลในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการติดต่อพบปะหรือประสานงานกับบุคคลมากหน้าหลายตา เช่น ฝ่ายขาย วิทยากร อาจารย์ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ รวมถึงนักกฎหมาย ทนายความ ผู้พิพากษา เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าพบผู้ใหญ่ที่มีอำนาจและบารมีสูงระดับประเทศ ซึ่งท่านจะมอบหมายให้คุณเป็นแกนนำหรือฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนงาน ณ ที่นี้คุณต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกนึกคิดของผู้ร่วมงานด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจต้องเหนื่อยมากกว่าที่ควรจะเป็น    

การเงิน  :  ภายใน 7 วันนี้หากคุณมีแผนจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับคนรัก มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะสนับสนุน ซึ่งคุณจะให้ความสำคัญกับคุณค่าของงานมากกว่ามูลค่าของผลตอบแทน เพราะฉะนั้นจึงควรให้คนรักจัดการเรื่องผลประโยชน์หรือบัญชีแทน  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสมีโอกาสถูกผู้ใหญ่คาดหวังความสำเร็จเหนือกว่ามาตรฐาน เพราะฉะนั้นคุณจึงทุ่มเวลาให้กับงานมากกว่าครอบครัว คนโสด  จะว่าเจ้าชู้ก็ได้นะคะ อาจเป็นเพราะสัปดาห์นี้คุณถูกผู้ใหญ่เข้มงวดกวดขันมาตรฐานของคนที่จะมาเป็นแฟนอยู่ จึงทำให้คุณต้องเลือกมากหน่อย

สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้ต้องระวังเรื่องการขับถ่าย อย่ากลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตหรือปัสสาวะจะติดเชื้อ นอกจากนั้นอย่าโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน เพราะมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานได้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับชาวศุกร์ก้าวสู่สัปดาห์ใหม่ และเดือนใหม่ด้วยข่าวดี ซึ่งก็ยังอยู่ในสายของที่ดินที่นาที่สวน ผลิตผลทางการเกษตร ออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอทอป ฯลฯ ในช่วง 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปติดต่อประสานงานกับบุคคลจากหลากหลายวงการ รวมถึงทำสัญญา ธุรกรรมต่างๆ ทางด้านกฎหมายด้วย หากสัปดาห์ที่แล้วคุณสามารถปิดดีลอย่างสวยงาม สัปดาห์นี้มีโอกาสดีงามกว่า ครบทั้งชื่อเสียงและเงินทองเลยทีเดียว  

การเงิน  :  ขยายโอกาสต่ออีก 1 สัปดาห์ สำหรับชาวศุกร์ที่กำลังลงทุนกับคู่รัก หรือคู่ครอง สัปดาห์นี้ผู้ใหญ่จะเมตตารักใคร่ให้ด้วยความสิเน่หา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลงทุนในที่ดินที่นาที่สวน  

ความรัก :   ก็ยังไม่พ้นจากการตั้งหลักปักฐาน การทำงาน ซึ่งสัปดาห์นี้แม้ในสายตาคู่ครองของคุณจะมองว่าคุณเป็นผู้หญิงเก่งทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน แต่ก็อดที่จะเห็นขัดแย้งกันไม่ได้ คนโสด ชาวศุกร์เสน่ห์มารัวๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงตั้งมาตรฐานคนที่จะมาเป็นแฟนว่า ต้องเข้ากันได้ทั้งความคิดและทัศนคติ ทำงานเก่ง ซึ่งสัปดาห์นี้ไม่โสดแล้วค่ะ มีโอกาสได้พบรักแท้ด้วย

 สุขภาพ  :  ปัสสาวะก็ยังคงต้องดูแลต่อไป ขณะเดียวกันเดทเยอะก็ต้องระวังความอ้วนที่จะตามมาด้วย ระดับไขมัน เบาหวาน และความดันกำลังตามมา

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับชาวเสาร์ก้าวสู่สัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่อย่าเพิ่งวางใจใดๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานขาย ฯลฯ หากชาวเสาร์ท่านใดที่กำลังว่างงานมีโอกาสได้งาน แต่ชาวเสาร์ที่ยังมีงานทำอยู่ก็ควรระวังตัวหน่อย เพราะมีโอกาสที่คุณจะเครียด ทำงานภายใต้ความกดดันจากความคาดหวังของผู้ใหญ่ ซึ่งท่านๆ เหล่านั้นสามารถให้คุณและโทษคุณได้โดยที่มิอาจเดาใจได้เลย  

การเงิน  :  มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อน อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกทางผิด โดยการเรียกรับสินบน หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ ส่วยต่างๆ เพราะจะทำให้คุณเสียเงินจนแทบล้มละลายเลยทีเดียว

ความรัก  :   สำหรับสมาคมคนเป็นม่าย มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักใหม่ที่ดี ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในสถานะคู่ครอง และเป็นเหมือนเพื่อนคอยสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง คนโสด  ชาวเสาร์ที่กำลังอกหักรักคุดอยู่ สัปดาห์นี้ได้เฮแล้ว มีโอกาสได้พบรักใหม่แบบกะทันหัน

สุขภาพ   :   ชาวเสาร์ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและฟัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตาจนมีอาการมึนงง พยายามสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากผิดปกติควรรีบไปหมอเลยนะคะ อย่าปล่อยไว้    

อัศจรรย์วันทอง

อัศจรรย์วันทอง“อิ้งค์-หมาก-กลัฟ-ปริมมี่-เฟย” ดาเมจแรงสะท้านยุค

ยลโฉมครั้งแรก 5 โปสเตอร์งามจับตา อัศจรรย์วันทอง “อิ้งค์-หมาก-กลัฟ-ปริมมี่-เฟย” ดาเมจแรงสะท้านยุคปักธงเข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

นับจากนี้เตรียมกระโจนสู่ห้วงมหากาพย์รักท็อกซิกไปกับ 5 โปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของภาพยนตร์ “อัศจรรย์วันทอง” (In The Name of Love) ผลงานการสร้างเรื่องแรกของค่าย “แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ที่ยกทัพนักแสดงชื่อดังมา ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ใหม่ของ “นางวันทอง” นำแสดงโดย อิ้งค์-วรันธร เปานิล, หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ
กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ร่วมด้วย ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ และ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล โดยวางกำหนดเข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ สำหรับโปสเตอร์ที่ปล่อยออกมานอกจากเผยความงดงามของตัวละครโดยมีเบื้องหลังเป็นภาพวาด จิตรกรรมฝาผนังของวัดป่าเลไลยก์วรวิหารที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของวันทอง ขุนแผน และขุนช้าง ทั้ง 5 ภาพ ยังเผยให้เห็น ถึงนิยามคำว่า “รักแท้” ของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

“อัศจรรย์วันทอง” ได้ จูเลี่ยน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเคยนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Snowpiercer และ The Admiral: Roaring Currents และล่าสุดรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ “อัศจรรย์วันทอง” ผ่านฝีมือและมุมมองของผู้กำกับ “ลอง ลีฟ เลิฟว์!” มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ โดยผู้กำกับ มุก-ปิยะกานต์ กล่าวถึงการคัดเลือกตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เราไปเห็นภาพเพ้นท์ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ผลงานของอาจารย์เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย พอเห็นแล้วก็รู้สึกนึกถึง อิ้งค์-วรันธร ขึ้นมา เลยติดต่อให้เขามาแคสท์ติ้ง ให้เขาแคสท์ซีนสำคัญคือซีนประหาร มันจะมีอะไรบางคำพูดบางอย่างที่สำคัญ ก็แปลกมากที่เขาพูดโมโนล็อก วรรคของเขาเท่าใจเรา และเราก็ตกใจมากที่เขาสามารถร้องไห้ในครั้งแรก เราให้เขาลองเล่นบทอย่างที่เขารู้สึก เรายังไม่ได้ให้บทสมบูรณ์ 100% เราเชื่อว่าบทก็เลือกคนเหมือนกัน”

“สำหรับบท “ขุนแผน” และ “ขุนช้าง” เราตั้งใจวางคาแร็คเตอร์ให้แตกต่างกันมาก ขุนแผนจะสตรองมีความเป็นผู้ชายสูง ส่วนขุนช้างจะอ่อนโยนเป็นเพื่อนสนิทของวันทองที่ถูกขัดเกลาแล้ว มีความเข้าใจเพศหญิง พอเอา 2 คนนี้มาอยู่ด้วยกันก็เห็น ความแตกต่างของคาแร็คเตอร์ชัดมาก ตอนที่ติดต่อหมากให้มาเล่นบท “ขุนแผน”  เราอยากได้ผู้ชายแบบไทยมาก ๆ ซึ่งตอนนี้ เหลือน้อย คือเราเคยเห็นบทสัมภาษณ์ของเขา เขาอ่านเพชรพระอุมา มีความสนใจวรรณคดีไทย ก็เลยลองติดต่อและ ส่งสคริปต์ให้ ซึ่งสุดท้ายเขาก็เซย์เยสค่ะ ส่วนบท “ขุนช้าง” แสดงโดยกลัฟ เขาตกคนเก่งมาก ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ พยายามทำมัน รีแอ็คชั่นของ เขาตอนแคสท์ทำเราใจสั่นได้เบอร์นี้เลย กลัฟน่าสนใจตรงที่อยากจะท้าทายอะไรบางอย่าง มาขอแคสท์บท “ขุนแผน” เอง มันยากที่จะหาคนที่อินร่วมกันในการทำพีเรียด เขาตั้งใจมาก เขาแคสท์นานที่สุดประมาณ 4 ชั่วโมงได้ค่ะ” มุก-ปิยะกานต์ กล่าว

ผู้กำกับ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบท “สายทอง” เราอยากทำตัวละครนี้ให้มีมิติอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป และมีความ sexual อะไรบางอย่างที่มีความแฟนซีของนักเขียนผู้ชายในยุคนั้นมาก ๆ เรามองหาผู้หญิงที่มี sex appeal สุด ๆ ซึ่งก็คือปริมมี่ ในส่วนของ “จันสอน” แสดงโดยเฟย มิติของจันสอนในเรื่องนี้เป็นตัวชูรสในทางคอมเมดี้ เราพัฒนาร่วมกับ เฟยเยอะเหมือนกัน จากบริบทโจรในยุคอยุธยา เราตีความว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนหัวก้าวหน้าหรือเปล่าสำหรับยุคนี้ เขาแค่เกิดผิดยุค เขาทำได้ดีในวิถีของเขาค่ะ”

พลิกชะตากรรมรักนางวันทอง ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ผ่านวิสัยทัศน์ผู้กำกับ ลอง ลีฟ เลิฟว์ และผู้อำนวยการสร้าง Snowpiercer “อัศจรรย์วันทอง” เข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ศิลปะแห่งธูปและวิถีแห่งกลิ่นหอมในแบบ Le Labo

เจตนารมณ์ของ DEBORAH ROYER​
“ธูปดอกนี้คือการแสดงความเคารพต่อภูมิปัญญาที่สั่งสมผ่านกาลเวลาในพิธีกรรมแห่งควัน และกลิ่น

ขณะเฝ้ามองสายควันบางเบาค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น เราเห็นภาพสะท้อนของตัวตน

— ไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และค่อย ๆ เผาไหม้เพื่อค้นหารูปทรงของตนเอง”​

Deborah Royer​

Global Brand President & Creative Director​

Le Labo Fragrances​

Brooklyn, New York​

โคโดะ (Kōdō, 香道)
หรือ “วิถีแห่งกลิ่นหอม” คือศิลปะแห่งการซึมซับกลิ่นหอมผ่านทุกสัมผัส ไม่ใช่เพียงการดม แต่คือการ “รับฟัง” กลิ่น ปล่อยให้กลิ่นสื่อสารกับหัวใจ และจิตวิญญาณโดยตรง ผ่านความนิ่งและการรับรู้อย่างตั้งใจ ศิลปะแห่งธูปนี้จึงเป็นสื่อกลางสู่สมาธิ และการเปลี่ยนผ่านภายในอย่างแผ่วเบา

ธูปหอมชุดนี้ได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตในเกียวโต โดยเวิร์กช็อปครอบครัวรุ่นที่ 12 ที่ยังคงสืบทอดศาสตร์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทุกแท่งทำขึ้นด้วยมือโดยช่างฝีมือผู้ทุ่มเทต่อกระบวนการอย่างแท้จริง ภายในชุดประกอบด้วยกำยาน 35 แท่ง แต่ละแท่งสามารถเผาไหม้ได้นานสูงสุดประมาณ 25 นาที

ด้วยความตั้งใจอย่างถ่อมตน เราหวังว่าคุณจะได้สัมผัสมันอย่างเต็มที่ : หยุดพักสักครู่ กลับสู่ความเงียบสงบภายใน และสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ

ธูปหอม 3 กลิ่น

SANTAL 26 INCENSE – เป็นกลิ่นหอมอันมีระดับ แฝงความละมุน เจือกลิ่นควัน และกลิ่นผืนหนังอย่างลงตัว เติมเต็มและเผยให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณมาเถอะ จุดไฟให้หัวใจของเราลุกโชนกัน​

ENCENS 9 INCENSE – กำยานซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีค่ามากกว่าทองคำ เป็นกลิ่นหลักของเทียนหอม ENCENS 9 เจือด้วยกลิ่นแอมเบอร์หอมละมุนชวนอบอุ่น และเพิ่มความร้อนแรงด้วยกลิ่นเครื่องเทศอย่างกานพลู (Clove) ทั้งหมดมอบความรู้สึกผ่อนคลาย พาใจให้เข้าถึงความรู้สึกสงบ และได้ใคร่ครวญถึงการเริ่มต้นใหม่ ​

AMBROXYDE 17 INCENSE​ – ความมหัศจรรย์ของ AMBROXYDE 17 เนรมิตจากโมเลกุลสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสติดตรึงปลายจมูก ขับเน้นกลิ่นตามธรรมชาติของอำพันทะเล (Ambergris) เป็นกลิ่นที่ยากจะหาคำบรรยาย ชวนถวิลหาตราตรึงใจ เท่าไรก็ไม่เคยพอ (ที่สำคัญคือไม่ทดลองกับสัตว์) แม้เราจะได้ใช้ส่วนผสมนี้อย่างหนักมือใน ANOTHER 13 อันเป็นน้ำหอมไอคอนิกของเราแล้ว แต่เราตัดสินใจว่ากลิ่นที่พาใจล่องลอย ชวนเคลิ้ม ดังต้องมนต์สะกดนี้ควรจะมีอยู่ในน้ำหอมปรับอากาศในบ้านด้วยเช่นกัน อย่างกลิ่น แอมบรอกไซด์ กลิ่นที่เป็นดั่งญาติสนิทของกลิ่น ANOTHER 13 โดย AMBROXYDE 17 ให้โน้ตของกลิ่นแอมบรอกไซด์ มัสก์ ไม้หอม ปิดท้ายด้วยกลิ่นของดอกมะลิที่เคลือบจับอยู่บนผืนมอส กลิ่นหอมที่ใครได้ลองจะต้องประทับใจ​

ขนาด​ 35 แท่ง​ มาพร้อมที่วางธูปเซรามิก

แท่นปักธูปทำมือ Concrete Incense Holder

ที่ปักธูปคอนกรีตของเราซึ่งเป็นงานทำมือจากสหรัฐอเมริกา เป็นของที่ควรใช้คู่กับธูปที่เราผลิตขึ้น คุณสมบัติตามธรรมชาติของคอนกรีตอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และตัวงานอาจมีร่องรอยของกาลเวลาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความพิเศษเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ  จุดไฟที่ปลายธูปด้านหนึ่งเพื่อใช้ ค่อย ๆ ดับเปลวไฟ จากนั้นปักธูปลงในที่ปักธูป ควรจุดธูปในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ห่างจากหน้าต่างที่เปิดอยู่หรือจุดที่มีลมพัด โปรดหลีกเลี่ยงการจุดธูปทิ้งไว้โดยไม่มีคนอยู่บริเวณนั้น เก็บให้พ้นมือเด็ก สัตว์เลี้ยง และวัตถุไวไฟ

ขนาด: 7 x 1.75 x 0.5 นิ้ว / 17.9 x 4.4 x 1.3 ซม.​

วางจัดจำหน่ายแยก

พร้อมให้สัมผัสแล้ววันนี้ ที่ Le Labo สาขา Siam Paragon, EMSPHERE, Icon Siam และอารีย์


จารีกประวัติศาสตร์ วาเนสซา ปุลการิน คว้า MGI All Stars คนแรกของโลก

ค่ำคืนที่โลกต้องจดจำกับการเปิดฉากมหาสงครามแห่งความงามระดับจักรวาล ในศึก MGI ALL STARS 1st Edition ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 เมื่อเจ้าพ่อเอนเตอร์เทนเมนต์ “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประกาศเปิดสมรภูมิเดือด รวมตัวแม่ดีกรีท็อปโลก 56 ชีวิต กลับมาเชือดเฉือนเพื่อหาความเป็นหนึ่งเดียว และผู้ที่ฝ่าด่านสุดหิน ทลายกำแพงโหวตจากแฟนคลับทั่วโลก จนก้าวขึ้นไปสลักชื่อเป็น “ราชินีคนแรกในประวัติศาสตร์” ได้สำเร็จ ก็คือตัวเต็งสายแข็ง “วาเนสซา ปุลการิน” (Vanessa Pulgarin) จากประเทศโคลอมเบีย

คือผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพิชิตหัวใจคณะกรรมการและแฟนนางงามทั่วโลก คว้ามงกุฎ “The All Stars Crown” ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ขณะที่ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ เฟธ มาเรีย พอร์เตอร์ จากกาน่า และนางงามตัวเต็งจากเวียดนามอย่าง เฮือง ยาง เหงียน คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 ไปครอง

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เท่านั้น! เพราะผู้ชนะในครั้งนี้จะต้องกลับมาแบกศักดิ์ศรีเพื่อ “ป้องกันตำแหน่ง” ในการแข่งขันครั้งต่อไป ซึ่งหากเธอสามารถรักษาบัลลังก์แชมป์ได้ต่อเนื่องถึง 3 สมัยติดต่อกัน จะได้รับเงินรางวัลสะสมสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36 ล้านบาท! ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การประกวดนางงาม แต่คือการเขียนตำนานบทใหม่ของวงการความงามโลกที่จะถูกกล่าวขานไปอีกยาวนานว่า เธอคนนี้คือ “MGI ALL STARS” คนแรกของโลกอย่างแท้จริง

ญาญ่า-อุรัสยา

โมเมนต์อบอุ่นในงานแต่ง ญาญ่า-อุรัสยา กับเสน่ห์ของเสื้อถักลาย Nordic

นอกจากชุดเจ้าสาวที่แสนงดงามของ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียล อีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ ที่ปรากฏในงาน คือ เสื้อถักลาย Nordic ที่ญาญ่าและกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวเลือกสวมใส่ระหว่างช่วงเฉลิมฉลองในงาน แม้จะเป็นไอเท็มเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น

โมเมนต์อบอุ่นในงานแต่ง ญาญ่า-อุรัสยา กับเสน่ห์ของ เสื้อถักลาย Nordic

ซึ่งเสื้อถักลาย Nordic ที่เห็นสาวๆ สวมใส่นั้น แท้จริงแล้วมีประวัติยาวนานกว่าหลายร้อยปี และถือเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเท็มที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “วิถีชีวิต” กับ “การแต่งกาย” ได้ชัดเจนที่สุดของผู้คนในแถบยุโรปเหนือ

ต้นกำเนิดของเสื้อไหมพรมลักษณะนี้เริ่มขึ้นในแถบสแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะประเทศนอร์เวย์ ช่วงศตวรรษที่ 18-19 เมื่อสภาพอากาศหนาวจัดทำให้ผู้คนต้องพัฒนาเสื้อถักจากขนแกะเพื่อมอบความอบอุ่นระหว่างการใช้ชีวิตและทำงานกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ หรือผู้คนตามชนบท เสื้อเหล่านี้จึงถูกออกแบบให้ถักแน่น แข็งแรง และใช้งานได้จริง เรียกว่าเป็นแฟชั่นที่เกิดจาก “ความจำเป็น” ก่อนจะกลายมาเป็น “ความคลาสสิค” ในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้ เสื้อถักลาย Nordic แตกต่างจากเสื้อกันหนาวทั่วไป กลับไม่ใช่เพียงเรื่องของความอบอุ่น แต่เป็น “ลวดลาย” ที่ซ่อนเรื่องราวของท้องถิ่นและวัฒนธรรมเอาไว้ในทุกฝีเข็ม

Vardåsen Women’s Sweater (Dale of Norway)

ซึ่งหนึ่งในลายที่โด่งดังที่สุดคือ “Selburose” หรือลายดาวแปดแฉกจากเมือง Selbu ประเทศนอร์เวย์ ที่ต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงานถัก Nordic และแพร่หลายไปทั่วโลก ลวดลายเหล่านี้มักได้รับแรงบันดาลใจจากหิมะ ธรรมชาติ ภูเขา รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในแถบยุโรปเหนือ จนทำให้เสื้อถักแต่ละตัวไม่ต่างจากงานคราฟต์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่นั้น ๆ ได้อย่างมีเสน่ห์

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เสื้อถักลาย Nordic เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากล หลังนักกีฬาสกีทีมชาตินอร์เวย์สวมใส่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก จนภาพของ Nordic Knit ค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของ winter lifestyle ก่อนถูกนำเข้าสู่โลกแฟชั่นอย่างเต็มตัว และนับจากนั้นเสื้อถักลวดลายเหล่านี้ก็วนกลับมาอยู่ในเทรนด์แทบทุกยุค ตั้งแต่ลุควินเทจยุค 70s ไปจนถึงสไตล์แบบ Scandinavian Girl ที่ฮิตใน Pinterest

นอกจากจะเป็นเสื้อพื้นบ้านของผู้คนในประเทศหนาวเย็น เสื้อถักเหล่านี้ยังถูกนำมาตีความใหม่บนรันเวย์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ตั้งแต่ความคลาสสิคแบบอเมริกันของ Polo Ralph Lauren ไปจนถึงความเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียนของ Acne Studios หรือเวอร์ชั่น ultra luxury จาก Loro Piana ที่ทำให้เสื้อถักพื้นเมืองกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญของยุค Quiet Luxury


ภาพ : Instagram: @urassayas

เปิดวาร์ป 6 ไฮไลท์เตอร์ลูกรักคนดัง สร้างผิว ‘เป็นแก้วเป็นแสง’ เล่นไฟสวยในอีเวนต์สำคัญ

บางครั้งออร่า ‘ความโกลว์’ แบบซูเปอร์สตาร์ที่ทำให้ลุคดูแพงและสะกดทุกสายตา อาจไม่ได้มาจากเมคอัพฟาดแน่นจัดเต็มทั้งหน้า แต่คือรายละเอียดเล็กๆ ที่มาได้ถูกที่ถูกทางอย่าง ‘ไฮไลท์เตอร์’ ไอเท็มสำคัญที่ช่วยดึงมิติผิวให้ดูเปล่งประกายขึ้นทันที โดยเฉพาะในงานอีเวนต์ที่ต้องเจอกับทั้งแสงแฟลชและสปอตไลต์ ยิ่งผิวเล่นแสงสวยเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นแบบคูณสิบ

ไม่ว่าจะเป็นลุคซอฟต์โกลว์แบบผิวสุขภาพดี ไปจนถึงออร่ากระแทกตาที่มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล ไฮไลท์เตอร์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่เหล่าคนดังและเมกอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกเลือกในโมเมนต์สำคัญ งานนี้เลยขอพาไปส่องกันว่า 6 คนดังกับลุคออกงานสุดจึ้ง แต่ละคนเลือกใช้ไฮไลท์เตอร์ตัวไหนในการสร้างผิวโกลว์ ‘เป็นแก้วเป็นแสง’ มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

#01

“นี่แหละนิยามของคำว่า ‘ออร่าคุณหนูดิออร์’ ผิวโกลว์นุ่มรับแสงสวยในสวนที่เมือง GRASSE เหมือนมีประกายออกมาจากใต้ผิวจริงๆ” 

LINGLING KWONG (@linglingkwong)
DIOR FOREVER NUDE BRONZE GLOW LIMITED EDITION

หลิงหลิง คอง ร่วมเป็นแขกคนสำคัญของ CHRISTIAN DIOR PARFUMS ณ CHÂTEAU DE LA COLLE NOIRE คฤหาสน์กลางเมือง GRASSE เบื้องหลังงานผิวนี้คือ พาเลตต์บรอนเซอร์และไฮไลท์เตอร์ตลับแสนสวยเนื้อโกลว์ละเอียดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูเปล่งประกายแบบซาติน ไม่ดูชิมเมอร์หนักเกินไป จึงให้ฟินิชผิวสวยหรูแบบ EFFORTLESS ตามสไตล์ของ DIOR

#02

“ลุคเมืองคานส์ของเบ็คกี้สวยโกลว์แบบดูเป็นผิวจริง ไม่ต้องอิงงานผิวสายเกาหลี แต่กลับยิ่งขับเสน่ห์หน้าลูกครึ่ง ดูแพง CLASSY และสะดุดตาในทุกเฟรม”

BECKY REBECCA (@beccca)

L’OREAL PARIS LUMI GLOTION

ตลอดช่วงเทศกาลหนังเมืองคานส์ เบ็คกี้เสริฟหนักทั้งภาพทั้งพรมแดง สตรีทสไตล์และช็อตเบื้องหลังออกมาให้แฟนๆ ได้หวีดกันต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไอเท็มคู่ใจคือไฮไลท์เตอร์เนื้อลิควิดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูสว่างเล่นแสงแบบพอดี ให้ฟินิชโกลว์สุขภาพดี

#03

“นอกจากตัวจริงน้องวอนยองจะไนซ์ น่ารักสดใส เสิร์ฟโมเมนต์ให้แบบไม่หยุดแล้ว ผิวก็ยังฉ่ำวาวเนียนละเอียดสมคำร่ำลือ จนคนที่เห็นด้วยตาเนื้อต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คนหรือ AI กันแน่”

JANG WONYOUNG (@for_everyoung10) 
AMUSE FLORA EYE PALETTE #01 FLORA PEACH

จาง วอนยอง มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ AMUSE ในฐานะ GLOBAL BRAND AMBASSADOR ที่ประเทศไทย พร้อมลุคผิวกระจกสุดซิกเนเจอร์ที่ถูกพูดถึงตลอดทั้งงาน โดยไอเท็มที่ช่วยเพิ่มความเล่นแสงละมุนคือ AMUSE FLORA EYE PALETTE 01FLORA EACH พาเลตต์โทนพีชพร้อมชิมเมอร์ละเอียดที่ช่วยให้เมกอัพดูโกลว์ใสและอ่อนเยาว์

#04

“ลุคที่ MILAN ของหนุ่มกลัฟคือคำตอบว่า ‘ผู้ชายก็ใช้ไฮไลท์เตอร์ได้’ แถมยังดูดีแบบไม่โป๊ะ ผิวโกลว์พอดีแบบผิวจริงที่เกิดมาแพงอยู่แล้ว”

GULF KANAWUT (@gulfkanawut)

GUCCI GLOW HIGHLIGHTER #03 WARM GOLD

กลัฟ – คณาวุฒิ เข้าร่วมชมโชว์ GUCCI FALL-WINTER 2026 ในช่วง MILAN FASHION WEEK ประเทศอิตาลี พร้อมลุคหล่อเนี้ยบที่ถูกพูดถึงทั้งเรื่องแฟชั่นและงานผิว โดยเบื้องหลังความโกลว์แบบธรรมชาติคือ GUCCI GLOW HIGHLIGHTER เฉด #03 WARM GOLD ไฮไลท์เตอร์เนื้อละเอียดเล่นแสงแบบพอดีโดยไม่ดูชิมเมอร์ชัดเกินไป จึงเป็นงานผิวโกลว์ที่ผู้ชายใช้แล้วดูดีมาก

#05

“สิ่งที่ทำให้ลุค MET GALA ของจีซูสวยติดตา คือการคุมโทนสีชมพูทั้งลุคได้สวยมาก ตั้งแต่แก้ม เปลือกตา ไปจนถึงไฮไลท์ที่ตกกระทบแสงแล้วให้ฟีลเหมือนผิวกำลังเรืองแสงสีชมพูอ่อนๆ”

JISOO (@sooyaaa__)

DIOR BACKSTAGE GLOW MAXIMIZER PALETTE #004 ROSE GOLD GLOW

สำหรับลุค MET GALA ที่ผ่านมา จีซูเลือกงานผิวและเมกอัพโทนชมพูละมุนที่ยังดูหรูตามสไตล์ DIOR โดยตัวช่วยสำคัญคือ DIOR BACKSTAGE GLOW MAXIMIZER PALETTE 004 ROSE GOLD GLOW พาเลตต์ไฮไลท์โทน ROSE GOLD  ที่ให้ประกายชมพูละเอียด ช่วยเชื่อมทั้งงานตา แก้ม และผิวให้ดูหวานฉ่ำกลมกลืน

#06

“BEAUTY LOOK แบบคลาสสิกที่ยังดูสดใหม่ ยิ่งมีผิวสะอาดและไฮไลท์บางๆ มาตัด ยิ่งทำให้ความสวยคมดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันที”

KIMBERLEY ANNE WOLTEMAS

HOURGLASS UNREAL LIQUID HIGHLIGHTER (@kimmy_kimberley)

‘คิมเบอร์ลี่’ ในงานเปิดตัว HOURGLASS UNREAL LIQUID HIGHLIGHTER มากับลุคสวยคมสไตล์ CLASSIC GLAM ที่ถูกเติมความทันสมัยด้วยงานผิวโกลว์ละเอียด ด้วยไฮไลท์เตอร์เนื้อลิควิดที่ช่วยเพิ่มมิติผิวให้ดูสวยสะอาดตา ใครหาว่าเมคอัพสไตล์ WESTERN ทำให้ดูสูงวัยหากเจองานผิวดีๆ เข้าไปก็กลายเป็นสายฝ.ที่ดูเด็กได้ ไม่ติดเลย!


เรื่อง PADCHA PRAEWNISTA

JAY B คัมแบ็กมินิอัลบั้มใหม่ “TR.EE” พร้อมกลับมาหาแฟนชาวไทยอีกครั้ง

สะเทือนอิมแพ็ค อารีน่า! JAY B ประกาศคัมแบ็กมินิอัลบั้มใหม่ “TR.EE พร้อมทวงบัลลังก์คอนเสิร์ตเดี่ยวสุดยิ่งใหญ่ 11-12 กรกฎาคมนี้

หลังจากปิดฉากซีรีส์คอนเสิร์ต TAPE ไปอย่างสวยงาม พร้อมทิ้งความทรงจำสุดพิเศษเอาไว้ในใจแฟน ๆ ชาวไทย ล่าสุด “JAY B” ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ กลับมาอีกครั้งพร้อมบทใหม่ของเส้นทางดนตรี ภายใต้บ้านหลังใหม่อย่าง “528 Hz” หลังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากอัลบั้มเต็มชุดแรก “Archive 1: [Road Runner]” ที่สามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ได้มากกว่า 34 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการเตรียมปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 3 “TR.EE” ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ยิ่งทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอที่จะได้สัมผัสเพลงใหม่แบบสด ๆ บนเวทีจริงอีกครั้ง และครั้งนี้ “JAY B”ก็พร้อมกลับมาสร้างความทรงจำครั้งใหม่กับคอนเสิร์ต “2026 JAY B tape: roots bangkok” ที่จะพาแฟน ๆ ชาวไทยดำดิ่งสู่โลกดนตรีและตัวตนของ “JAY B” ในมุมที่ลึกกว่าเดิม

จาก SEOUL สู่ BANGKOK “JAY B” เตรียมนำเรื่องราวและความรู้สึกทั้งหมด เดินทางต่อมายังประเทศไทย เพื่อร่วมสร้างอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความทรงจำกับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ โดยชื่อคอนเสิร์ต “tape: roots” เปรียบเสมือนการย้อนกลับไปสู่ “ราก” ของตัวตน ความรู้สึก และดนตรีของ “JAY B” ผ่านโชว์ที่เชื่อมโยงช่วงเวลาที่ผ่านมากับอารมณ์ในปัจจุบัน ราวกับเทปบันทึกเสียงที่กำลังเล่นเรื่องราวชีวิตของเขาอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงเวลาที่สดใส ความกังวล ความเจ็บปวด ไปจนถึงการเติบโตในฐานะศิลปินและมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งแฟน ๆ จะได้สัมผัสทุกอารมณ์เหล่านั้นผ่าน Stage Production และ Performance ที่ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดและจริงใจ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนของเขาออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด รับประกันได้เลยว่า ทั้งแสง สี เสียง Visual และบรรยากาศของโชว์ จะถูกจัดเต็มอย่างอลังการ สมกับการกลับมาของศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่อง Performance และงานดนตรีคุณภาพ ด้วยทีมผู้จัดที่รู้ใจแฟนคลับและศิลปินอย่าง “BEX” บริษัทอีเวนต์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ YJ PARTNERS และ PROUD2 ที่เคยร่วมสร้างโมเมนต์สุดประทับใจในคอนเสิร์ตครั้งก่อน จนกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของเหล่าอากาเซ่ชาวไทย

สำหรับ “2026 JAY B tape: roots bangkok” จะจัดขึ้น 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 และ วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 8,900 (SEATING PLATFORM) / 6,900 / 6,500 (STANDING) / 6,300 / 5,900 / 5,500 / 4,500 / 3,900 / 3,500 และ 2,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม อาทิ Sound Check, Friend Talk, Early Access to MD, Fast Lane, VIP Badge & Lanyard, Group Photo, 1:1 Photo, Signed Polaroid, Signed Poster รวมถึง Photocard Set และ Official Poster สำหรับผู้ซื้อบัตรทุกที่นั่ง โดยเปิดขายบัตรในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 นี้ เวลา 10:00 น. ทาง THAITICKETMAJOR

จาก “เทปม้วนสุดท้าย” ในวันนั้น…สู่ “รากของทุกความรู้สึก” ในวันนี้ คอนเสิร์ตในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาระหว่าง “JAY B” และแฟน ๆ ที่จะถูกบันทึกไว้เป็นความทรงจำครั้งใหม่ร่วมกันอีกครั้ง แฟน ๆ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ X: @BEX_Concert

iKON คัมแบ็กสเตจไทยในรอบ2ปี พร้อมระเบิดคอนเสิร์ตใหญ่แห่งปี

ไอคอนิกไทยเตรียมใจสั่น! iKON คอนเฟิร์มกลับมาพร้อมหน้า 4 คน ล็อคคิวเดือด “iKON FOUREVER WORLD TOUR” ณ ธันเดอร์โดม 4 ก.ค. นี้

สิ้นสุดการรอคอย! บอยแบนด์ K-Pop ระดับโลก iKON (ไอคอน) เตรียมกลับมาจุดเวทีเมืองไทยให้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง กับคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย “iKON FOUREVER WORLD TOUR IN THAILAND” หลังจากห่างหายไปเกือบ 2 ปี โดยครั้งนี้ iKON กลับมาในฐานะสมาชิก 4 คน พร้อมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษให้กับเหล่า iKONIC ชาวไทยอีกครั้ง

พร้อมระเบิดความมัน ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะเป็นการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาบนเวทีของ 4 หนุ่ม JAY (เจย์), SONG (ซง), BOBBY (บ๊อบบี้) และ CHAN (ชาน) หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากงานแฟนมิตติ้งเมื่อปี2024 เพื่อเฉลิมฉลองเส้นทางการ เติบโตของวงและเพื่อขอบคุณความผูกพันอันยาวนานที่พวกเขามีร่วมกับ “ไอคอนิกชาวไทย” เสมอมา

iKON คือวงบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายโดดเด่นด้วยแนวเพลงที่ เป็นเอกลักษณ์ การแสดงบนเวทีที่ทรงพลัง และมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นอยู่ทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัว iKON ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นทั้งในเอเชียและระดับสากล การันตีด้วยรางวัลมากมายจากหลายเวที รวมถึงผลงานเพลงฮิตที่ทะยานขึ้นอันดับ1บนชาร์ตเพลงต่างๆ ด้วยชื่อเสียงในเรื่องของการแสดงคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนอันสูงส่งและความผูกพันทางใจที่ลึกซึ้งกับแฟนๆ ทำให้ iKON ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินผู้ทรงอิทธิพลและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม K-Pop อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

สำหรับคอนเสิร์ตในประเทศไทยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของตารางทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกซึ่งครอบคลุมทั้ง ในเอเชียและอเมริกาใต้โดยคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์นี้ได้เปิดฉากความยิ่งใหญ่อย่างประสบความสำเร็จไปแล้วด้วย การแสดง 2 รอบการแสดง ณ ชางชุง อารีน่า (Jangchung Arena) กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 และ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆและเป็นตัวจุดชนวนความร้อนแรงส่งต่อมายังทัวร์ในต่างประเทศ
ไอคอนิกชาวไทยเตรียมตัวพบกับค่ำคืนสุดประทับใจที่ไม่มีวันลืมเต็มอิ่มไปกับโชว์ระดับโปรดักชันจัด เต็ม และเพลย์ลิสต์เพลงฮิตตลอดกาล อาทิ “LOVE SCENARIO”, “KILLING ME” และ “RHYTHM TA” ซึ่งจะถูกถ่ายทอดผ่านพลังการแสดงสดอันเลื่องชื่อและคาริสมาบนเวทีสุดทรงพลังในแบบฉบับของ iKON อย่างแน่นอน
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง instagram: @amplitudelivesea
ช่องทางจำหน่ายบัตร: Thai Ticket Major

เตนล์ ชิตพล แท็กทีมแขกรับเชิญตัวท็อปเขย่าเวที “TEN:CORE0110”

จาก 0 สู่ 10’ที่โลกยอมรับ เตนล์ ชิตพล ปักหมุดคอนเสิร์ตเดี่ยวแห่งปี แท็กทีมแขกรับเชิญระดับมาสเตอร์พีซสะเทือนเวที“TEN:CORE0110”

ด้วยประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมาของ “TEN LEE” นอกจากจะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลกแล้ว ทุกก้าวของการเติบโตเต็มไปด้วยความความทุ่มเททุกด้านเพื่อค้นหาตัวตนของการเป็นศิลปินที่แท้จริง ผ่านจุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ก่อนจะกลายมาเป็น “TEN” ในวันที่ทั่วโลกได้รู้จักชื่อของศิลปินอย่าง “TEN LEE”
ก้าวใหม่ครั้งสำคัญที่จะสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ผ่าน “TEN:CORE0110” ซึ่งไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปี ในการเป็นศิลปินเท่านั้น แต่คือการถ่ายทอดเส้นทางชีวิตจากการพิสูจน์ตัวเองผ่านความมุ่งมั่น ความพยายาม และทุกช่วงเวลาที่หล่อหลอมให้ “เตนล์” กลายเป็น “TEN” ในทุกวันนี้ และจะเป็นหนึ่งในโชว์ที่สำคัญและมีความหมายที่สุดในชีวิตของ “TEN LEE”

สำหรับคอนเสิร์ต “TEN:CORE0110” ทุกตัวอักษรและทุกตัวเลขล้วนมีความหมายที่ซ่อนอยู่ โดยคำว่า “CORE” คือ การเปิดเผยหัวใจและแก่นแท้ของ TEN ในทุกมิติ ทั้งด้านที่แฟน ๆ คุ้นเคย และอีกหลายด้านที่ไม่เคยถูกนำเสนอที่ไหนมาก่อน ส่วน “0110” เป็นแนวคิดที่เปรียบเสมือนเรื่องราวการเริ่มต้นจากความพยายามของเตนล์ที่สตาร์ทจาก “0” สู่การเริ่มต้นครั้งใหม่และการเติบโตจาก Step ที่ “1” จนก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวตน TEN มาถึง “10” ในวันนี้

ในคอนเสิร์ตครั้งนี้เตรียมมอบโชว์ที่จะประทับใจให้กับแฟน ๆ ผ่านโปรดักชันในสเกลใหญ่ รวมทั้งการใช้ดนตรีสด ระบบแสง – สี Visual Direction และ Performance ซึ่งได้วางแผนและรังสรรค์ขึ้นอย่างละเอียด เพื่อถ่ายทอดโลกของ TEN ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมแขกรับเชิญแถวหน้าของเมืองไทยที่จะมาร่วมแสดง อาทิ Jeff Satur, NONT TANONT, The Toys, NuNew, PiXXiE, URBOYTJ, Jaylerr, SIN SINGULAR และอีกหนึ่ง Surprise Guest ที่ยังคงถูกปิดเป็นความลับ ท่ามกลางกระแสการพูดถึงจากแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องในตลอดช่วงที่ผ่านมา ยิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากยิ่งขึ้น และความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือ การสร้างเซอร์ไพรส์ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ทั้งในรายละเอียดการแสดงและบรรยากาศภายในงาน ทำให้ทั้ง 3 รอบการแสดง มอบประสบการณ์ที่มี
ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความประทับใจในมิติที่แตกต่างกัน

“TEN:CORE0110” ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนจะได้เห็นศิลปินระดับโลกคนหนึ่งปลดจากกรอบเดิมและก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิต ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความหมายของแฟน ๆ ที่จะได้สัมผัสและจดจำโมเมนต์สุดพิเศษจากการเดินทางตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของ TEN LEE โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตแห่งปีที่คนรักดนตรี รวมถึงสาย Performance และงานโชว์ระดับคุณภาพ พลาดไม่ได้
เตรียมพบกับคอนเสิร์ต “TEN:CORE0110” ทั้ง 3 รอบการแสดง ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17–19 กรกฎาคม 2569 ณ BITEC Live, Bangna โดยเปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ผ่านช่องทาง Ticketmelon https://www.ticketmelon.com/tenthsound/tencore0110 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Tenth Sound | Facebook , TikTok : | TikTok , X Tenth Sound (@tenthsound) / X และ Instagram : TENTH SOUND (@tenth.sound) • Instagram photos and videos

ผนึกกำลังภาครัฐ-สังคม ภารกิจสู้ภัย ไข้เลือดออก ปี 2569 ทั่วประเทศ

เปิดฉากภารกิจร่วมใจสู้ภัย ไข้เลือดออก ปี 2569 ด้วยการผสานพลังจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและชุมชนลุยจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งมอบความคุ้มครองที่ทั่วถึงแก่คนไทยทั่วประเทศ

เดินหน้ายกระดับมาตรการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเข้มข้นทั่วประเทศในปี 2569 ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดที่ยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี พร้อมผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความตระหนักรู้และป้องกันภัยจากยุงลายอย่างเป็นรูปธรรม

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก ซอฟเฟล ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Soffell Garden Run 2026” ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กรุงเทพมหานคร เมื่อมกราคม 2569 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักวิ่งสายสุขภาพและประชาชนทั่วไปกว่า 1,000 คน โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิหมอชาวบ้าน เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรคสู่สังคมในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ซอฟเฟลยังเร่งขยายการรณรงค์เชิงรุก ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ อาทิ โครงการ School Tour กว่า 20 โรงเรียนทั่วประเทศ กิจกรรมการประกวดแนวความคิดสร้างสรรค์ระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ผสานการเรียนรู้เข้ากับกิจกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนกิจกรรม Engagement รูปแบบใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างจริงจังในระดับชุมชน และซอฟเฟลยังได้มีการลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกัน พร้อมส่งมองผลิตภัณฑ์แก่ชุมชนในภาคต่างๆทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “ซอฟเฟลปกป้องชุมชน” อีกด้วย

ในด้านความร่วมมือกับภาครัฐ ล่าสุด เดือนเมษายน 2569 คุณเมนาท มีสมมนต์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ประจำประเทศไทย กลุ่มบริษัท เอเนซีส กรุ๊ป ผู้ผลิตซอฟเฟล ได้มอบผลิตภัณฑ์โลชั่นทากันยุงจำนวน 100,000 ชิ้น ให้แก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายผ่านสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ คุณชนิดา เกิดอยู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ คุณพิลาสินี มยังพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท ซี.พี. คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด ยังได้มอบผลิตภัณฑ์อีก 100,000 ชิ้น ให้แก่กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี คุณจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว เสริมความปลอดภัยในสถานประกอบการ โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างมั่นใจและยั่งยืน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนบทบาทของซอฟเฟลในฐานะแบรนด์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำตลาด แต่ยังเป็น “พลังสำคัญของสังคม” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจ และพฤติกรรมการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน

ซอฟเฟลยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจระยะยาว เพื่อผลักดันให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากภัยยุงลาย และร่วมกันลดความเสี่ยงจากโรคไข้เลือดออกในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จากวิศวกรสู่เจ้าของฉายา ผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

จาก “ความแข็งแกร่งส่วนตัว” สู่ “ความแข็งแกร่งของเมือง” อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เจ้าของฉายาผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี คว้าคะแนนเสียงท่วมท้น นั่งเก้าอี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ล้านเสียงสมัยที่สอง

เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น ถุงแกงในมือ และเท้าเปล่าที่ก้าวเดินเข้าวัดภาพนี้ไม่ได้มาจากฉากในภาพยนตร์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของมีมระดับตำนานที่กลายเป็นไวรัลและเปลี่ยนวิศวกรโยธาคนหนึ่งกลายเป็น “บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” 

ประวัติ

อาจารย์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2509 เป็นบุตรชายของ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ นางจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาที่เป็นบุคคลคุณภาพของสังคม ทั้ง รศ.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ และ คู่แฝดอย่าง รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

อาจารย์ชัชชาติ จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ให้ไปศึกษาต่อปริญญาโท วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาเอก วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังสำเร็จการศึกษาจึงได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางการเมือง

เริ่มต้นจากสายวิชาการในฐานะอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ด้วยความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านวิศวกรรมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เขาถูกดึงตัวเข้ามาช่วยงานบริหารประเทศในฐานะ “คนนอก” ที่ไม่ใช่เปิดตัวมาจากนักการเมืองอาชีพ โดยเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษากระทรวงคมนาคม 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ความรู้ความสามารถที่ตรงสายส่งผลให้เขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และขยับขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปีเดียวกัน ซึ่งช่วงนี้ที่ได้แสดงศักยภาพในการลงพื้นที่และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง 

ในเดือนพฤษภาคม 2562 อาจารย์ชัชชาติสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ด้วยการชนะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างถล่มทลาย ด้วยคะแนนเสียงสูงถึง 1,386,215 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติคะแนนนิยมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ล่าสุดวันที่ 28 มิถุนายน 2569 อาจารย์ชัชชาติ เบอร์ 9 คว้าอันดับหนึ่ง เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้นแบบม้วนเดียวจบ ทุบสถิตติเก่า 1.44 ล้านเสียง (อย่างไม่เป็นทางการ) ชนะคู่แข่งแบบชนิดไม่เห็นฝุ่น

ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาอาจารย์ชัชชาติได้แถลงภายหลังทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการโดยกล่าวว่า “ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่โหวตให้เราและไม่โหวตให้เรา ผมดูก็ไม่รู้สึกว่าเหมือนกับมีชัยชนะอะไรนะ เพราะผู้ว่าฯ คนต่อไปงานหนักมาก เป็นจังหวะสำคัญของ กทม.”

ที่มาของตำนาน “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี “

ในปี พ.ศ. 2556 มีผู้พบเห็นอาจารย์ชัชชาติเดินเท้าเปล่า ถือถุงอาหารตักบาตร ในสภาพสวมเสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้นสีดำที่จังหวัดสุรินทร์ ภาพนั้นถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตและกลายเป็น “มีม” ระเบิดระเบ้อในชั่วข้ามคืน ชาวเน็ตนำภาพเขาไปตัดต่อล้อเลียนในฐานะผู้มีพลังพิเศษ ทรงพลังยิ่งกว่าซูเปอร์ฮีโร่คนไหนๆ จนได้รับฉายาว่า “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

อย่างไรก็ตามแทนที่จะปฏิเสธหรือโกรธเคือง ชัชชาติกลับโอบรับมีมนี้ด้วยอารมณ์ขัน เขาใช้ความ “แข็งแกร่ง” นี้เป็นตัวแทนของความพร้อมในการทำงานหนักเพื่อประชาชน

นโยบายที่อยากให้ชีวิตคน กทม. ดีขึ้นเรื่อยๆ 

อย่างไรก็ตามตลอด 4 ปีของการบริหารเมือง นโยบายของอาจารย์ชัชชาติไม่ได้เน้นการสร้างเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่ใช้วิธีคิดแบบวิศวกรเข้าไปซ่อมแซมและยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงผ่าน “เส้นเลือดฝอย” อย่างเป็นระบบ ทั้งการปรับปรุงทางเท้า เพิ่มพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน และแก้ปัญหาน้ำท่วมเชิงรุก ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทลายระบบราชการเพื่อคืนความสะดวกและโปร่งใสให้ประชาชน ซึ่งการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดวาระนี้ ได้เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองที่ปลอดภัย มีชีวิตชีวา และน่าอยู่สำหรับทุกคนขึ้นเรื่อย ๆ อย่างยั่งยืน 

ภาพจาก https://www.facebook.com/chadchartofficial/photos?locale=th_TH

My Royal Nemesis กับการตีความ “ฮันบก” ใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย

เมื่อฮันบกไม่ได้มีไว้แค่เดินอยู่ในวังอีกต่อไป My Royal Nemesis เลยหยิบชุดดั้งเดิมของเกาหลีมาตีความใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย ที่ทั้งเก๋ สนุก และเต็มไปด้วยกลิ่นอาย K-Fashion ได้เหมือนกัน ผ่านการตีความใหม่ที่ทำให้ฮันบกดูโมเดิร์นขึ้น

My Royal Nemesis กับการตีความ “ฮันบก” ใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย

อีกสิ่งที่ทำให้แฟชั่นใน My Royal Nemesis ดูน่ามองแบบเปลี่ยนเรื่องไม่ได้ คือการสไตลิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนแฟชั่น มากกว่าการสวมชุดฮันบกแบบปกติ หลายลุคมีการมิกซ์แอนด์แมทช์ ทั้งการเลเยอร์ผ้า การเล่นซิลูเอต และการจับคู่ไอเท็มร่วมสมัยกับกลิ่นอายฮันบก

อย่างลุคเสื้อคาร์ดิแกนถักคู่กับกระโปรงสีพาสเทลของชินซอรีระหว่างทำงานโฮมช้อปปิ้ง ก็เป็นหนึ่งในลุคที่ถูกพูดถึงมาก ภาพรวมอาจจะดูเหมือน everyday look ของสาวเกาหลีทั่วไป แต่ดีไซน์ของกระโปรง การเลเยอร์เสื้อผ้า รวมถึงโทนสีที่เลือกใช้ กลับยังมีกลิ่นอายของชุดฮันบกซ่อนอยู่ชัดเจน ทำให้ลุคดูร่วมสมัย แต่ยังคงเสน่ห์แบบหญิงสาวยุคโชซอนไว้อย่างพอดี

อีกลุคที่โดดเด่นมากคือเซ็ตสีแดงสดที่จับคู่กับบู๊ตหนังและถุงเท้าโทนเดียวกัน ซึ่งหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในลุคที่น่าจดจำที่สุดของเรื่อง เพราะแม้ภาพรวมจะดูโมเดิร์นและมีความแฟชั่นแบบสาวเกาหลียุคปัจจุบัน แต่โครงชุด เส้นสายของเสื้อผ้า รวมถึงการเลือกใช้สี กลับยังมีกลิ่นอายของฮันบกแบบดั้งเดิมซ่อนอยู่แบบแนบเนียน

ความน่าสนใจคือ My Royal Nemesis ไม่ได้พยายามทำให้ฮันบกดูแฟชั่นจ๋าจนเกินไป แต่เลือกค่อยๆ สอดแทรกองค์ประกอบดั้งเดิมของชุดเกาหลีเข้าไปในเสื้อผ้าร่วมสมัยแทน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทรงคล้าย Jeogori การผูกโบแบบ Goreum หรือซิลูเอตกระโปรงที่ได้แรงบันดาลใจจาก Chima ก่อนนำมามิกซ์กับไอเท็มยุคใหม่อย่างแจ็กเก็ตครอป รองเท้าหนัง หรือกระเป๋าทรงเหลี่ยมคม ทำให้ภาพรวมของแต่ละลุคดูโมเดิร์นแบบไม่พยายาม และให้ความรู้สึกเหมือนแฟชั่น K-Drama ยุคใหม่ มากกว่าชุดคอสตูมจากซีรีส์ย้อนยุคทั่วไป


Hendrick’s Gin เปิดประตูสู่ “Anotherland” ผ่านประสบการณ์ Immersive Theatre

Hendrick’s Gin สร้างค่ำคืนสุดเหนือความคาดหมายผ่านงานเปิดตัว “Discover the Tale of Anotherland” อีเวนต์ Immersive Theatre Experience ที่พาแขกผู้เข้าร่วมก้าวเข้าสู่โลกแห่งความ curious, craft และ contradiction พร้อมค้นพบอีกด้านของตัวตนผ่านประสบการณ์ multi-sensory journey ในคอนเซ็ปต์ “Discover the Another within” งานครั้งนี้สะท้อนภาพของ Hendrick’s ที่เชื่อในความงดงามของความแตกต่างและความไม่ธรรมดา ผ่านการเล่าเรื่องในโลกสมมติอย่าง “Anotherland” ดินแดนที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่คือ “state of mind” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สำรวจตัวตนอีกด้านที่ซ่อนอยู่ภายใน

ภายในงาน แขกผู้เข้าร่วมได้สัมผัส immersive theatrical journey ผ่าน 4 acts สำคัญ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก botanical identity และ philosophy ของ Hendrick’s Gin เริ่มต้นตั้งแต่ “Mystical Fountain of Rose & Cucumber” จุดกำเนิดของความสมดุลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hendrick’s ต่อด้วย “Mystical All-Seeing Eye” ที่ชวนตั้งคำถามกับตัวตนและสิ่งที่เห็นภายนอก ก่อนก้าวผ่าน “Hallowed Stairway to Nowhere” สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกใหม่ และจบลงที่ “The Anotherland – Stills Sprouting Orange Blossoms & Cacao” พื้นที่แห่งการยอมรับทุกด้านของตัวเอง ทั้งความแข็งแกร่ง ความอ่อนโยน และความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือประสบการณ์ personalized cocktail journey ที่แขกแต่ละคนจะได้รับการ์ด Black & White Archetype เพื่อสะท้อนตัวตนทั้งด้านที่คุ้นเคยและด้านที่ยังไม่เคยเปิดเผย

นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วย immersive installations, symbolic rituals และ sensory-driven storytelling ที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้ง mysterious, theatrical และ emotionally engaging สะท้อนโลกของ Hendrick’s ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“Discover the Tale of Anotherland” ไม่ได้เป็นเพียงงานเปิดตัวครั้งใหม่ของ Hendrick’s เท่านั้น แต่ยังเป็นคำเชิญให้ทุกคนเปิดรับความแตกต่าง ความซับซ้อน และค้นพบอีกด้านของตัวเองที่อาจไม่เคยถูกสำรวจมาก่อน

เพราะบางครั้ง… ความไม่ธรรมดา อาจเป็นตัวตนที่แท้จริงที่สุดของเรา

ORIENT STAR เปิดบูติคแห่งแรกของโลก พร้อมเผย Land of Smile รุ่นพิเศษ

ORIENT STAR ฉลองครบรอบ 75 ปีครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิด “The World’s First Concept Boutique” คอนเซปต์บูติคแห่งแรกของโลก ณ เกษรวิลเลจ

ORIENT STAR เปิดบูติคแห่งแรกของโลก พร้อมเผย Land of Smile รุ่นพิเศษ

ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดนาฬิกาพรีเมียมที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค พร้อมถ่ายทอดจักรวาลแห่งเรือนเวลาผ่านคอนเซปต์ “Time & Space” ที่ผสานงานช่างฝีมือญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย ทั้งสวนหินเซน งานไม้ Yakisugi หินบลูไดมอนด์ และลวดลายไม้ Kumiko ที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากวงโคจรของดวงดาวอย่างงดงาม

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว ORIENT STAR Modern Skeleton “Land of Smile” Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก “รอยยิ้มสยาม” ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 275 เรือนทั่วโลก และวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นแห่งแรก โดยโดดเด่นด้วยหน้าปัดสเกเลตันแต่งแต้มสีแดง ขาว น้ำเงิน สื่อถึงธงชาติไทย พร้อมรายละเอียดลวดลายดอกพุดตานและวิถีชีวิตริมสายน้ำไทยบนฝาหลัง

ภายในงานยังมีการเผยโฉมนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก M Collection เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ได้แก่ M34 F8 Skeleton Hand Winding, M45 F7 Small Second, M42 F6 Diver Date 200m และ M34 F8 Date ซึ่งแต่ละเรือนได้รับแรงบันดาลใจจากดวงดาว จักรวาล และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือระดับสูงของ ORIENT STAR อย่างประณีต

งานเปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมนักแสดงหนุ่ม มีน–พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ที่มาร่วมดื่มด่ำสุนทรียภาพแห่งกาลเวลาและห้วงจักรวาล ณ ORIENT STAR Boutique ชั้น 2 เกษรวิลเลจ


The Cut : Design Identity Challenge

GIT เปิดตัว “The Cut : Design Identity Challenge” เรียลลิตี้เฟ้นหานักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ผลักดันอัญมณีไทยสู่เวทีโลก

ผลักดันอัญมณีไทยสู่เวทีโลก! GIT เปิดตัว “The Cut : Design Identity Challenge” เรียลลิตี้เฟ้นหานักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ปั้น Soft Power ไทย พร้อมต่อยอดธุรกิจจริง

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT เปิดตัวโครงการ “The Cut” Design • Identity • Challenge ศึกประชันอัตลักษณ์ เจียระไนฝันสู่เวทีโลก รายการเรียลลิตี้เชิงสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ที่มุ่งค้นหาและพัฒนานักออกแบบและนักสร้างสรรค์อัญมณีและเครื่องประดับรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “หนึ่งคน คือพรสวรรค์ หนึ่งทีม คือประวัติศาสตร์”

The Cut : Design Identity Challenge

โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ “The Gems and Jewelry Journeys in Thailand : เส้นทางแห่งเครื่องประดับไทยสู่สากลเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์” ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

นายสุเมธ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการค้นหาผู้ชนะจากการแข่งขัน แต่ต้องการสร้าง “นักสร้างสรรค์” รุ่นใหม่ ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งในมิติของความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ งานช่างฝีมือ และศักยภาพทางธุรกิจ

“เราเชื่อว่าอัตลักษณ์อัญมณีและเครื่องประดับไทยมีความโดดเด่น และสามารถพัฒนาเป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน THE CUT จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่ารายการแข่งขัน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ”

The Cut : Design Identity Challenge

GIT เปิดตัว “The Cut : Design Identity Challenge” เรียลลิตี้เฟ้นหานักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ผลักดันอัญมณีไทยสู่เวทีโลก

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเผชิญโจทย์การออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ AI-assisted Design และ 3D Printing รวมถึงการเรียนรู้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของโครงการ คือกิจกรรม Business Matching ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอผลงานและแผนธุรกิจต่อผู้บริหาร นักลงทุน และภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อผลักดันผลงานสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

The Cut : Design Identity Challenge

ขณะเดียวกัน การแข่งขันรอบ Grand Finale จะจัดขึ้นภายในงาน Bangkok Jewelry Week 2026 บนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในเขตบางรัก สัมพันธวงศ์ และพระนคร ซึ่งถือเป็นย่านแห่งการค้า งานช่างฝีมือ และวัฒนธรรมเครื่องประดับไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าแข่งขันได้จัดแสดงและจำหน่ายผลงานต่อผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

สำหรับผู้ชนะการแข่งขัน จะได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2,500,000 บาท พร้อมโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ และต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับในระดับนานาชาติ

The Cut : Design Identity Challenge

ทั้งนี้ โครงการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ นักออกแบบ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ทั้งในรูปแบบเดี่ยวและแบบทีม ตั้งแต่วันนี้ – 7 มิถุนายน 2569

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/YRQMu3kQqmNwZtPQ7 และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/thecutreallity/


Beyond The Vines เปิดตัว Crunch Carryall สีพิเศษในไทย ร่วมกับ ใบปอ ธิติยา

Beyond The Vines เปิดตัวสีพิเศษเฉพาะประเทศไทยครั้งแรกสำหรับ Crunch Carryall ในสี Dark Plum เพื่อตอบรับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องของกระเป๋ารุ่นไอคอนิกนี้ในประเทศไทย Crunch Carryall ได้รับการพัฒนาและตีความใหม่ผ่านหลากหลายเฉดสีตลอดปีที่ผ่านมา จนกลายมาเป็นคอลเลกชันสุดพิเศษครั้งนี้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Crunch Carryall 0.5 และ Crunch Carryall 01

Beyond The Vines เปิดตัว Crunch Carryall สีพิเศษในไทย ร่วมกับ ใบปอ ธิติยา

สำหรับคอลเล็คชั่นพิเศษนี้ สตูดิโอเลือกใช้สี Dark Plum ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโทนสีเข้มคลาสสิค พร้อมเติมความอบอุ่นและมิติของสีให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย สี Dark Plum ให้ความรู้สึกหนักแน่นแต่ไม่ทึบจนเกินไป สามารถแมตช์เข้ากับไอเท็มต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่าย หรือเก็บเป็นไอเท็มสะสมจากคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟ Dark Plum ยังเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ในแบบฉบับของ Beyond The Vines อีกด้วย

แคมเปญนี้ถ่ายทอดผ่าน ใบปอ — ธิติยา จิระพรศิลป์ นักแสดงรุ่นใหม่ที่ Beyond The Vines ร่วมงานด้วยในฐานะตัวแทนของแคมเปญไทยเป็นครั้งแรก นำเสนอความน่ารัก และตัวตนของใบปอในระหว่างวันทำงาน

“ช่วงนี้ยุ่งมาก ของที่พกก็เยอะตามค่ะ ทั้งสคริปต์ สมุดโน้ต กระเป๋าสตางค์ แล้วก็ลิปสติกทุกเฉดที่อาจต้องใช้ระหว่างวัน กระเป๋าที่ใส่ได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องคิดเลยสำคัญมากสำหรับใบปอ ซึ่ง Crunch Carryall มันตอบโจทย์ตรงนั้นเลย เราชอบที่ Beyond The Vines เลือกสี Dark Plum เพราะแมชต์กับทุกลุคได้จริงๆ ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชันนี้ค่ะ” ใบปอ ธิติยา พูดถึงการถ่ายแคมเปญนี้

Crunch Carryall ผลิตจากไนลอนคุณภาพสูงที่ทนทานและกันน้ำ ออกแบบมาให้รองรับทุกช่วงเวลาของวัน พร้อมหูหิ้วสั้น สายสะพายยาวปรับได้ ซิปรูดเปิด-ปิด และฉลากยางโลโก้แบรนด์ที่ด้านหน้า เป็นกระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกวัน


The Consul Club เอ็กซ์คลูซีฟโซเชียลคลับแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ห้ามพลาด! ต้องจดไว้ในลิสต์ด่วนๆ The Consul Club เอ็กซ์คลูซีฟโซเชียลคลับแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว

ทั้งอาหารจีน Fine Dining รสเลิศ , เครื่องดื่ม Signature Cocktail จาก Bar Won บาร์ชื่อดังระดับโลกที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars ท่ามกลางวิวพาโนรามาใจกลางเมือง บนเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้น 30 และ 30M ของอาคาร JLK Tower ถนนสุขุมวิท อีกยังเป็นที่ตั้งของ The Yang’s Club 94 แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ที่กำกับศิลป์โดยทีม Wang Design ภายใต้การดูแลของ Jackson Wang

The Consul Club คือ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ “กงสุล” จึงถือกำเนิด สถานที่ทางการทูตเพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ติดต่อธุรกิจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

The Consul Club ถูกเนรมิตขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่พบปะของนักครีเอทีฟ ยูนิคอร์นรุ่นใหม่ นักชิม ผู้นำเทรนด์ ที่ออกแบบพื้นที่ให้สามารถเปลี่ยนจากบรรยากาศไฟน์ไดนิ่ง สู่ประสบการณ์โซเชียลคลับยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพลังและสีสันได้อย่างกลมกลืน โดยแยกออกเป็น 3 โซนหลัก

Rong Supper Club – Contemporary Chinese Dining with Supper Club Energy

ห้องอาหาร (ไฟน์ไดนิ่ง) และ Social Space หัวใจสำคัญของ The Consul Club ชื่อ “Rong (融)” มาจากอักษรจีน หมายถึง การผสาน ความกลมกลืน และการหลอมรวม สะท้อนปรัชญาของร้านผ่านเมนูและประสบการณ์ นำเสนออาหารจีนร่วมสมัยที่ผสานรสชาติเข้มข้นแบบเสฉวน รังสรรค์อาหารโดย Chef Benson Feng เข้ากับความประณีตของธรรมเนียมอาหารกวางตุ้งอย่างมีชั้นเชิง

เมนูแนะนำที่ห้ามพลาด Sichuan chicken in chili oil (ไก่ในน้ำมันพริกสไตล์เสฉวน), Premium Honey Glazed Charsiu (หมูแดงอบน้ำผึ้ง), Mapo Tofu with Wagyu Beef (เต้าหู้หม่าโผวเนื้อวากิว) และเมนูจานกลางอย่างBoston Lobster Braised with Glutinous Rice Cakes (กุ้งบอสตันและข้าวเหนียวตัด)

พร้อมด้วย เมนูติ่มซำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “เสี่ยวหลงเปาปูม้าเห็ดทรัฟเฟิล” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Rong Supper Club ในฐานะจุดหมายของนักชิม ที่ออกแบบให้เป็น Modern Supper Club ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารแบบดั้งเดิม แต่ยามค่ำคืนคุณจะได้พบกับ Live Performance สุดตระการตา

Bar Won – A Cocktail Bar Built on Cultural Exchange

Bar Won Signature Cocktail Destination ใหม่ล่าสุดที่ห้ามพลาด! สร้างสรรค์โดยทีมเดียวกับ Alice Cheongdam จากกรุงโซล หนึ่งในบาร์ชื่อดังระดับโลกที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars เน้น Storytelling ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านค็อกเทล สะท้อนมุมมองความเป็นไทยและสากลอย่างลงตัว

โดยเมนูค็อกเทลจะครีเอท และหมุนเวียนตามเรื่องราว ทั้งจากการเดินทาง ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปะทางการทูต สำหรับช่วงเปิดตัว Signature Cocktail แนะนำ Rome & Dome– Aperitif ที่มีส่วนผสมของ Italian amaro กับผลไม้เมืองร้อนของไทยอย่างส้ม , Train to Isan ค็อกเทลที่สะท้อนมนต์เสน่ห์ของภาคอีสานผ่านรัมท้องถิ่นและวัตถุดิบในเอเชีย และ Born Voyage เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกของรัชกาลที่ 5 ผสานรสชาติสไตล์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ากับ Presentation สุดประณีต

The Yang’s Club 94  – A World First Club Concept by Team Wang Design

จุดเด่นอย่างหนึ่งคือ The Yang’s Club 94 โซเชียลคลับแห่งแรกของโลกที่สร้างสรรค์โดย TEAM WANG DESIGN ภายใต้เครือ TEAM HOLDING ที่ก่อตั้งโดย แจ็คสัน หวัง และ เฮนรี่ เชิง เป็นบริษัทที่มีความหลากหลาย มุ่งมั่นที่จะแสดงออกถึงวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยในเวทีระดับโลก

The Yang’s Club 94 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ส่วนตัวด้านดนตรี ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ของแจ็คสัน นำเสนอประสบการณ์ยามค่ำคืนที่โดดเด่นด้วย Immersive design & experience ผสานแสงสีเสียงทันสมัย และเซเลบริตี้ ดีเจชื่อดังที่หมุนเวียนกันมาสร้างประสบการณ์แสนพิเศษ ซึ่งเปิดให้บริการแก่เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

  • The Consul Club เปิดให้บริการทุกวัน ในเวลา (18.00 – 24.00)
  • สำรองที่นั่ง (โทร 098 010 9936 หรือ [email protected]) โดยผู้ที่สนใจสมัครสมาชิก The Consul Club สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ [email protected]
Power Ballad 07

Power Ballad 07 คว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก

อีกไม่นานแฟนหนังชาวไทยจะได้พบกับ “Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก John Carney ผู้กำกับเจ้าของผลงาน Once, Begin Again และ Sing Street  โดย ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ล่าสุดภาพยนตร์ได้รับเสียงตอบรับจากเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก การันตีด้วยรางวัล Best Feature จาก Annapolis Film Festival 2026 และ Boulder International Film Festival 2026 รวมถึงรางวัล Special Jury Prize สาขา Music in Film จาก Desertscape International Film Festival 2026 โดยกำหนดเข้าฉายในเมืองไทย วันที่ 11 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

นอกจากนั้น “Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ยังได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ และกวาดคะแนนความประทับใจจากนักวิจารณ์ 87% บน Rotten Tomatoes พร้อมตรา Must-See จาก Metacritic อีกหนึ่งหนังดนตรีที่ทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ทั่วโลกต่างพูดถึง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นเสน่ห์ของภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีเพียงความไพเราะของบทเพลงเท่านั้น เพราะยังมาพร้อมความเข้มข้นและแรงปะทะทางอารมณ์ที่ชวนให้ติดตามยิ่งขึ้น เมื่อเพลงฮิตเพลงหนึ่ง อาจไม่ได้เป็นของคนที่ ทุกคนคิด เบื้องหลังชื่อเสียง ความสำเร็จ และเพลงติดหู บางครั้งอาจมี “อีกคน” ซ่อนอยู่  ซึ่งค่อยๆ เผยตัวออกมาผ่านทุกท่วงทำนอง

และกว่า 10 ปี หลังจาก Sing Street ผู้กำกับ John Carney กลับมาสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมหนังดนตรีที่พูดถึงเสียงเพลง ความสำเร็จ และสิ่งที่อาจต้องแลกมา ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ “Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ยังเป็นการมาพบกันของ Paul Rudd และ Nick Jonas สองนักแสดงที่มากฝีมือและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ร่วมด้วย Peter McDonald ที่วางมือตราตำรวจจาก THE BATMAN มาเขียนบทและร่วมแสดงเป็น Sandy ให้แฟนๆ ได้ติดตามอีกหนึ่งบทบาท

สำหรับ Paul Rudd นักแสดงที่ผู้ชมคุ้นเคยจากผลงานสุดไอคอนิกหลากหลายแนว ทั้งหนังคอเมดี้ หนังดราม่า และแฟรนไชส์ระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Romeo + Juliet, Anchorman: The Legend of Ron Burgundy, The 40-Year-Old Virgin, The Perks of Being a Wallflower ฯลฯ ขณะที่เส้นทางการแสดงของ Nick Jonas  อีกหนึ่งศิลปินที่ค่อยๆ พิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางนักแสดงผ่านหลากหลายบทบาทตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง Chaos Walking, The Good Half, A Very Jonas Christmas Movie, Midway ฯลฯ การมาร่วมงานกันของทั้งคู่ในครั้งนี้จึงยิ่งเพิ่มสีสันและมิติที่น่าจับตาให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

เตรียมพบกับเรื่องราวของบทเพลง ความสัมพันธ์ และคำถามที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จใน Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” 11 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture, Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure, YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture