My Royal Nemesis กับการตีความ “ฮันบก” ใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย
เมื่อฮันบกไม่ได้มีไว้แค่เดินอยู่ในวังอีกต่อไป My Royal Nemesis เลยหยิบชุดดั้งเดิมของเกาหลีมาตีความใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย ที่ทั้งเก๋ สนุก และเต็มไปด้วยกลิ่นอาย K-Fashion ได้เหมือนกัน ผ่านการตีความใหม่ที่ทำให้ฮันบกดูโมเดิร์นขึ้น
My Royal Nemesis กับการตีความ “ฮันบก” ใหม่ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย

อีกสิ่งที่ทำให้แฟชั่นใน My Royal Nemesis ดูน่ามองแบบเปลี่ยนเรื่องไม่ได้ คือการสไตลิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนแฟชั่น มากกว่าการสวมชุดฮันบกแบบปกติ หลายลุคมีการมิกซ์แอนด์แมทช์ ทั้งการเลเยอร์ผ้า การเล่นซิลูเอต และการจับคู่ไอเท็มร่วมสมัยกับกลิ่นอายฮันบก

อย่างลุคเสื้อคาร์ดิแกนถักคู่กับกระโปรงสีพาสเทลของชินซอรีระหว่างทำงานโฮมช้อปปิ้ง ก็เป็นหนึ่งในลุคที่ถูกพูดถึงมาก ภาพรวมอาจจะดูเหมือน everyday look ของสาวเกาหลีทั่วไป แต่ดีไซน์ของกระโปรง การเลเยอร์เสื้อผ้า รวมถึงโทนสีที่เลือกใช้ กลับยังมีกลิ่นอายของชุดฮันบกซ่อนอยู่ชัดเจน ทำให้ลุคดูร่วมสมัย แต่ยังคงเสน่ห์แบบหญิงสาวยุคโชซอนไว้อย่างพอดี


อีกลุคที่โดดเด่นมากคือเซ็ตสีแดงสดที่จับคู่กับบู๊ตหนังและถุงเท้าโทนเดียวกัน ซึ่งหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในลุคที่น่าจดจำที่สุดของเรื่อง เพราะแม้ภาพรวมจะดูโมเดิร์นและมีความแฟชั่นแบบสาวเกาหลียุคปัจจุบัน แต่โครงชุด เส้นสายของเสื้อผ้า รวมถึงการเลือกใช้สี กลับยังมีกลิ่นอายของฮันบกแบบดั้งเดิมซ่อนอยู่แบบแนบเนียน


ความน่าสนใจคือ My Royal Nemesis ไม่ได้พยายามทำให้ฮันบกดูแฟชั่นจ๋าจนเกินไป แต่เลือกค่อยๆ สอดแทรกองค์ประกอบดั้งเดิมของชุดเกาหลีเข้าไปในเสื้อผ้าร่วมสมัยแทน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทรงคล้าย Jeogori การผูกโบแบบ Goreum หรือซิลูเอตกระโปรงที่ได้แรงบันดาลใจจาก Chima ก่อนนำมามิกซ์กับไอเท็มยุคใหม่อย่างแจ็กเก็ตครอป รองเท้าหนัง หรือกระเป๋าทรงเหลี่ยมคม ทำให้ภาพรวมของแต่ละลุคดูโมเดิร์นแบบไม่พยายาม และให้ความรู้สึกเหมือนแฟชั่น K-Drama ยุคใหม่ มากกว่าชุดคอสตูมจากซีรีส์ย้อนยุคทั่วไป