“พราว รัมภาสิริ” กับรูทีนความงามที่ใส่ใจในทุกดีเทล เพื่อลุคที่ดูดี สวยมั่นใจ

เซเลบริตี้สาวหน้าคม พราว – รัมภาสิริ เทวกุล ณ อยุธยา ทายาทนักการทูตกงสุลใหญ่ประเทศเยอรมนี จบปริญญาตรีด้าน Interactive Media Design จาก Royal Academy of Art ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าบ่าวชาวดัตช์ไปเมื่อปีก่อน คุณพราวมีแพสชันในการสร้างสรรค์ศิลปะบนใบหน้าอันเป็นที่มาของงานบล็อกเกอร์สายบิวตี้ (@prouddevakula) ครั้งนี้เธอมีเคล็ดลับมาฝากคุณผู้อ่านด้วย

SENSITIVE SKIN
“ผิวพราวแห้งมาก บวกกับมีอาการเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) หรือโรคผื่นแพ้ต่อมไขมันตั้งแต่เด็ก ทำให้ผิวค่อนข้างเซ้นซิทีฟ แพ้ง่าย และมีอาการคันร่วมด้วย จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ อ่านฉลากก่อนซื้อทุกครั้งว่ามีสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองไหม หรือใช้แบรนด์เวชสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอลค่ะ”

DEEP HYDRATION
“สำหรับขั้นตอนการทำความสะอาด ช่วงที่ไม่ได้ต่อขนตา พราวเช็ดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งออยล์ของ Shu Uemura Ultime8∞ Sublime Beautyแต่ถ้าเป็นช่วงที่ต่อขนตาอยู่จะเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของออยล์ที่อาจทำให้ขนตาที่ต่อไว้หลุดง่าย เปลี่ยนเป็น Garnier Micellar Cleansing Water แล้วเช็ดด้วย Simplethings Simple Face Towel ผ้าทำความสะอาดผิวหน้า ทำจากเส้นใยไผ่ มีความนุ่ม อ่อนโยนต่อผิว ปิดท้ายด้วยโฟม CeraVe Hydrating Cleanser ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

ส่วนการบำรุงเริ่มจากสเปรย์น้ำแร่ Avene Thermal Spring Water ใช้สลับกับ La Roche-Posay Thermal Spring Water เพราะบางทีไม่รู้ว่าแพ้น้ำที่ใช้ล้างหน้าหรือเปล่า โดยเฉพาะช่วงเดินทาง เนื่องจากคุณภาพน้ำแต่ละประเทศต่างกัน จึงใช้น้ำแร่สเปรย์ผิวก่อนบำรุงเพื่อช่วยลดการระคายเคือง ตามด้วยเซรั่ม FYNE Skin Barrier + Prebiotic + Postbiotic Serum in Cream ช่วยเสริมเกราะให้ผิวแข็งแรงขึ้น จากนั้นลงมอยส์เจอไรเซอร์ Drunk Elephant Bora Barrier™ Repair Cream เนื้อเข้มข้น เติมความชุ่มชื้น ลดเลือนรอยดำและรอยแดง และที่ขาดไม่ได้ก่อนออกจากบ้านคือครีมกันแดด Beauty of Joseon Relief Sun: Rice + Probiotics SPF 50+ PA++++ เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ”

“พอถึงกลางคืน ใช้ผลิตภัณฑ์คล้ายกับกลางวัน มีเพิ่ม La Mer The Treatment Lotion หลังลงมอยส์เจอไรเซอร์ และถ้าช่วงไหนที่ผิวมีอาการแพ้หนักๆ จะใช้ La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ ตัวนี้เป็นลูกรักของพราวเลยค่ะ ช่วยปลอบประโลมผิวได้ดี ไม่เกิดอาการแดงหรือคัน ช่วงหน้าหนาวเพิ่มการ
มาส์กหน้าด้วย Mediheal Watermide Essential Mask ประมาณ 10 – 20 นาที แล้วนวดเบาๆ ให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นขึ้นอีกสเต็ปค่ะ”

Tips for dry skin: ตัวช่วยเยียวยาเรื่องผิวแห้งของพราวคือ Philips 3400 Series 2-in-1 Air Purifier and Humidifier เครื่องเพิ่มความชื้น และช่วยกรองฝุ่นละอองในอากาศ เปิดเครื่องทิ้งไว้ทั้งคืนมาแล้ว ผิวไม่แห้งกร้าน ไม่ลอกเป็นขุย และยังลดอาการแพ้ได้ดี

  • Day – ใช้สเปรย์น้ำแร่ La Roche-Posay Thermal Spring Water ฉีดทั่วใบหน้า แล้วรอให้ซึมลงสู่ผิว จากนั้นค่อยลงสกินแคร์ นอกจากจะช่วยลดการระคายเคืองแล้ว ยังช่วยให้เมคอัพติดทนตลอดทั้งวันด้วยค่ะ และมอยส์เจอไรเซอร์ที่พราวขาดไม่ได้ คือ Drunk Elephant Bora Barrier™ Repair Cream เป็นครีมที่ช่วยกู้ผิวได้ทันใจเวลามีอาการแพ้ ผิวแดงขึ้นตามใบหน้า ตัวนี้ช่วยลดรอยแดงได้ดีมากค่ะ
  • Night – อีกหนึ่งไอเท็มเด็ดจาก La Roche-Posay คือ Cicaplast Baume B5+ ใช้ได้ทั้งใบหน้าและตัว ถ้ามีอาการผิวลอกหรือเป็นขุย ให้ทาครีมในบริเวณนั้นเยอะ ๆ แล้วทิ้งไว้ทั้งคืน ผิวจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ และถ้าวันไหนต้องออกข้างนอกและอยากให้หน้าดูไบรท์ อิ่มฟู ก่อนนอนต้องมาส์กด้วย Mediheal Watermide Essential Mask สูตรนี้ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวกลับมานุ่มเด้ง ไม่เหนียวเหนอะหนะ

WESTERN LOOK
“พราวเริ่มฝึกแต่งหน้าตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ชอบดูบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างชาติ ฝึกเองมาเรื่อยๆ ผลลัพธ์ตอนนั้นค่อนข้างเละ (หัวเราะ) กรีดอายไลเนอร์แบบระบายเกือบทั้งเปลือกตา แล้วค่อยใช้คอตตอนบัดเช็ดออกให้เป็นทรง ลองผิดลองถูกอยู่นานเลยค่ะ กระทั่งได้ลุคที่เหมาะกับตัวเองตอนนี้ คือแนวสายฝอ เน้นความคมชัดของโครงหน้า ผสมกับความเป็นเอเชียหน่อยๆ ด้วยงานกลิตเตอร์ตา พราวคิดว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลปะอย่างหนึ่ง แต่ละวันอาจไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเราอยากแต่งแบบไหน

“อย่างที่บอกว่าพราวผิวแห้ง จึงไม่ค่อยลงรองพื้นหนักๆ เพราะเนื้อครีมชอบเกาะเป็นก้อนบริเวณที่ผิวเป็นขุย โดยเลี่ยงไปใช้ Charlotte Tilbury Hollywood Flawless Filter ที่เป็นทั้งไพรเมอร์ ไฮไลเตอร์ และรองพื้น เนื้อไม่หนา เน้นงานผิวแบบฉ่ำโกลว์ จากนั้นลงคอนซีลเลอร์ Hourglass Vanish™ Airbrush
Concealer ที่ใต้ตา ช่วยปกปิดได้ดี

“ส่วนคิ้วโชคดีที่มีขนคิ้วเยอะและเข้ากับโครงหน้าได้ดี จึงไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เน้นปัดให้เรียงเส้นสวยด้วย Anastasia Beverly Hills Brow Wiz สเต็ปต่อมาเป็นงานบลัชและคอนทัวร์ พราวชอบแบบครีม เพราะรู้สึกว่าให้งานผิวที่เป็นธรรมชาติ คอนทัวร์กรอบหน้าด้วย 2P Original Oh My Blush Dot เบอร์ 08 สี Sand Dollar ตามด้วยบลัช เบอร์ 01 สี Sherbet Pink โทนชมพูตุ่น ติดใจแบรนด์นี้เพราะเมคอัพค่อนข้างติดทน ทำให้หน้าดูไบรท์ขึ้น ฟินิชลุคออกมาสวยดีด้วยค่ะ

“สำหรับงานตาใช้ Makeup By Mario Master Mattes™ Eyeshadow Palette เป็นอายแชโดว์ที่มี 12 เฉดสี ทั้งเนื้อแมตต์และชิมเมอร์ เพิ่มประกายให้เปลือกตา เรียกว่าพาเล็ตต์เดียวเอาอยู่ค่ะ จากนั้นปัด
ขนตาด้วยมาสคาร่า Maybelline Sky High ใช้สลับกับ L’Oréal Paris Voluminous Panorama Waterproof Mascara ให้ขนตางอนเด้งยาวนาน กันน้ำได้ดี ปิดท้ายด้วยลิปสติกใจรัก Charlotte Tilbury
Hot Lip 2.0 สี Glowing Jen โทนชมพูกุหลาบค่อนไปทางน้ำตาลนิดๆ ชอบมาก ต้องพกติดตัวตลอด”

BODY & HAIR CARE
“พราวอาบน้ำอุ่นทั้งที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว แต่เวลาอยู่ต่างประเทศอาบน้ำเย็นไม่ไหวจริงๆ จึงต้องอาศัยการบำรุงมากหน่อย ใช้สบู่ L’Occitane Almond Shower Oil เนื้อออยล์เมื่อผสมกับน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนม มีกลิ่นหอมของอัลมอนด์ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ระหว่างที่อาบน้ำใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขัดตัวไปด้วย หลังอาบเสร็จ พอซับตัวหมาดๆ จะรีบทาโลชั่นของ CeraVe Daily Moisturizing Lotion เพื่อให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้

“สำหรับเส้นผม พราวเคยทำสีบ่อยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนผมแห้งเหมือนไม้กวาด จึงตัดสินใจตัดและไม่ทำสีนานเกือบ 3 ปี จนตอนนี้รู้สึกว่าผมแข็งแรงขึ้นเยอะ แต่วันไหนที่อากาศเย็นหรือเหงื่อออกมากๆ แล้วไม่ได้สระก็จะเป็นรังแคบ้าง ต้องใช้แชมพู Kerastase Bain Pureté Anti-Pelliculaire ที่มีความอ่อนโยน ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ สลับกับ Vichy Dercos Anti-Dandruff Shampoo ที่ช่วยลดปัญหารังแค จากนั้นหมักด้วย Masque Revitalisant Essentiel ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาทีค่อยล้าง
ออก จะได้ผมที่นุ่มมาก หลังสระชโลมด้วย Kerastase Elixir Ultime L’Huile Originale Refillable Hair Oil และ L’Oréal Paris Elseve Extraordinary Oil Serum ช่วยให้ผมนุ่มลื่น ไม่หนัก และดูเงางามขึ้นด้วยค่ะ”

PERFUME
“พราวชอบ Jo Malone London กลิ่น English Pear & Freesia Cologne ออกแนวฟรุตตี้ หอมสดชื่น
และอีกกลิ่นที่ชอบมากเหมือนกันคือ Peony & Blush Suede Cologne ให้ความโรแมนติก ไม่หวานเลี่ยนเกินไป กลิ่นละมุนกำลังดี ใช้ได้กับ Everyday Look เลยค่ะ”

HEALTHY BALANCE
“พราวไม่ค่อยออกกำลังกาย จึงใช้วิธีเดินเยอะๆ ซึ่งที่เนเธอร์แลนด์มีพื้นที่ให้เดินได้สะดวก เวลาไปไหนที่ไม่ไกลมาก แทนที่จะขับรถหรือขึ้นรถไฟ ก็เปลี่ยนเป็นการเดินแทน เพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี บวกกับพยายามบาลานซ์การกิน ถ้ามื้อไหนมีชีสหรืออาหารไขมันเยอะ มื้อต่อไปก็จะเน้นผักมากหน่อย เพื่อให้สารอาหารในแต่ละวันสมดุลกัน และที่สำคัญคือการดื่มน้ำ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่านอกจากจะช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ยังทำให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านด้วยค่ะ”

EMBRACE YOURSELF
“พราวคิดว่าความสวยอยู่ที่แต่ละคนจะมอง ถ้าแต่งหน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้แล้วเราแฮปปี้ แค่นั้นก็โอเคแล้วค่ะ ไม่ต้องฟังคนอื่นหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร อย่างพราวก็เคยรู้สึกเป็นกังวลเรื่องแขนใหญ่หรือปานที่หน้าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว พยายามพอใจในสิ่งที่เป็นค่ะ” (ยิ้ม)

“Life is too short to worry about what other people think of you… ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะมัวกังวลว่า คนอื่นจะมองเรายังไง ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะคะ”

เรื่อง : Prince 
ภาพ : วรสันต์ 
สไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ


หลีจื่อชี

เส้นทางที่ไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบของ หลีจื่อชี ยูทูบเบอร์พันล้าน

หลีจื่อชี ถือเป็นอินฟลูเอนเซอร์จีนที่โด่งดังมากๆ เธอมีผู้ติดตาม 21.6 ล้านคน โดยยอดเข้าชมคลิปวิดีโอในช่องของเธอมีจำนวนมากกว่า 20,000 ล้านวิวขณะที่ยังเคยถูกบันทึกในกินเนสส์เวิล์ดเรคคอร์ดส ว่าเป็นช่องYouTube ภาษาจีนที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลกแต่ปี 2021 เป็นที่น่าตกใจเมื่อเธอยุติการทำช่อง ท่ามกลางข่าวลือว่า เธอมีปัญหากับนายทุนรายใหญ่ และเหตุการณ์นี้จะทำให้เธออาจจะไม่มีที่ยืนในวงการอีกต่อไปทว่าวันนี้เด็กสาวชนบทกลับล้มช้างได้สำเร็จทำให้ หลังจากผ่านไป 1,217 วัน หรือ 3 ปี  เธอได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งยอดหญิงแห่งยูทูเบอร์ Liziqi สามารถพลิกเกมนี้ได้อย่างไร มาฟังเรื่องราวนี้ไปพร้อมๆ กัน

หลีจื่อชี

ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ถ้าพูดถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่โด่งดังแบบสุดขีดในประเทศจีน คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก หลีจื่อชีคนดังผู้บุกเบิกคอนเท้นต์ไลฟ์สไตล์ชนบท ด้วยการถ่ายทอดวิถีชีวิตอันแสนเรียบง่ายของเกษตรกร หลีจื่อชี  เริ่มทำคอนเท้นต์ครั้งแรกในปี 2017 เธอใช้เพียงโทรศัพท์มือถือ สำหรับการถ่ายฟุตเทจด้วยตัวเองเนื้อหาของคอนเท้นต์ถ่ายทอดชีวิตวิถีชนบท  การฟาร์มแบบเก่า เก็บผัก ทำอาหาร  เย็บเสื้อผ้า รวมถึงการประดิษฐ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100%นั่นทำให้คลิปวิดีโอของเธอความแตกต่างจากอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นๆ เพราะไม่สามารถหาชมได้ทั่วไป

ต่อมาคลิปของเธอเข้าตาเอเจนซี่โฆษณารายใหญ่ Hangzhou Weinian Technology Company Limited หรือ เวยเนี่ยเทคโดยผู้ก่อตั้ง  หลิวถงหมิง ได้มองเห็นถึงศักยภาพ จึงได้ชวนหลีจือชีเข้าสังกัดเป็นหนึ่งใน KOL ของค่ายเวยเนี่ยเทคเข้ามาดูแลด้านการตลาดให้เป็นไปในแบบ Multi-Channel ทั้งยังมีการปรับรูปแบบคอนเท้นต์ให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นมีการจัดตั้งทีมงาน โดยสมาชิกประกอบด้วย ผู้ช่วย 1 คน ตากล้อง 2 คน และตัวหลีจือชี รวมทั้งหมด 4 คน ซึ่งการได้ เวยเนี่ยเทค เข้ามาดูแลทำให้ช่องของหลีจือชียิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น และ 1 ปีหลังจากร่วมงานกัน แฟนคลับของเธอมากกว่าเดิม 100 เท่า

ต่อมา หลิวถงหมิง ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Hangzhou Weinian Brand Management Company Limited หรือ เวยเนี่ยนแบรนด์ ขยายธุรกิจในการทำสินค้าร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์และได้ตกลงกับ หลีจือชี  จดทะเบียนกิจการร่วมทุนภายใต้ชื่อ “ซื่อชวนจื่อชีคัลเจอร์คอมมูนิเคชัน”  (Sichuan Ziqi Culture and Media Company Limited) ซึ่ง เวยเนี่ยนถือหุ้น 51%  และ หลีจือชี ถือหุ้น 49%

ถ้ามองจากภายนอกก็ดูเป็นรูปแบบที่ต่างฝ่ายได้ประโยชน์แบบวิน-วิน แต่แท้จริงกลับไม่ใช่เลยเพราะนี่ต่างหากคือจุดแตกหัก จากการร่วมธุรกิจในครั้งนี้ให้ หลิวถงหมิง ผู้ก่อตั้งเวยเนี่ยนแบรนด์ มีอำนาจมากกว่าเก่า ด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหลายรายการภายใต้ชื่อ Liziqi โดยสินค้าขายดีอาทิ หลัวซือเฝิ่น หรือ  ก๋วยเตี๋ยวหอยขม บะหมี่ลาเมี่ยน ซุปก้อนหม่าล่า น้ำพริกจีน ขนมและอาหารพื้นบ้าน

ในปี 2020 มีการเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ Liziqi สร้างมูลค่าทั้งปี 2,000 ล้านหยวน หรือ มากกว่า 10,399 ล้านบาท ทว่าทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับ หลีจื่อชี เลย เพราะเงินไหลเข้า หลิวถงหมิง อย่างกับสายน้ำ ขณะที่บริษัท ซื่อชวนจื่อ ที่จดทะเบียนไว้ตั้งแต่แรกมีสถานะทางการเงินติดลบLiziqi ออกมาฟ้อง Weinian เกี่ยวกับสัญญาที่มีลักษณะเป็นสัญญาทาส ด้วยการถูกบีบให้ทำคลิปวิดีโอออกมาเป็นจำนวนมากโดยไม่ได้หยุดพักไม่เพียงเท่านั้น เวยเนี่ยนแบรนด์ นำชื่อของเธอไปผลิตสินค้าสร้างรายได้โดยไม่ปรึกษาเธอนั่นคือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

หลังจากที่ Liziqi เปิดหน้าสู้กับนายทุนใหญ่ เธอก็ไม่ผลิตคอนเท้นต์อีกเลย ไม่ใช่เพราะเธอเกรงกลัว แต่เพราะเธอไม่ต้องการให้ ผลงานที่เธอตราตรำทำมาสร้างประโยชน์ให้กับ Weinian อีกต่อไป

หลังจากสู้คดีกันมานานเป็นปีในที่สุดเดือนธันวาคมปี 2022 Liziqi และ Weinian ได้ไกล่เกลี่ยนกันสำเร็จที่ศาลชั้นกลางโดยมีการตกลงเกี่ยวกับการทำงานและสัดส่วนถือหุ้นเปลี่ยนไปเป็น โดย เวยเนี่ยนถือหุ้น 1%  และ หลีจือชี ถือหุ้น 99%

ด้านผู้คร่ำหวอดในวงการเปิดเผยว่าเป็นเรื่องไม่เกินคาดเดาที่เวยเนี่ยนแบรนด์ยอมทิ้งกำไรมหาศาล เพื่อยังคงสัมพันธ์กับ หลีจือชี เพราะแม้จะมีอินฟลูเอนเซอร์เกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่มีใครแทนที่Liziqiได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 Liziqi ประกาศการกลับมาหลังหายหน้าไป  1,217 วัน  พร้อมอัปคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแม้เธอจะหายไปนานแต่เธอก็ยังได้การตอบรับที่ดีจากแฟนคลับ

ศิลปินหญิง

ไม่ทำเพลงแล้วทำอะไร? ส่องธุรกิจพันล้าน ของ ศิลปินหญิง ระดับโลก

นอกจากเส้นทางดนตรี ถนนอีกสายหนึ่งของบรรดาศิลปินหญิง คือการสำรวจคือโลกแห่งความงามและเครื่องสำอางคนดังหลายคนกำลังขยายแบรนด์ของตนเองนอกเหนือจากการเป็นนักร้อง ซึ่งเทรนด์นี้น่าสนใจ  เพราะไม่เพียงแค่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หรือรายได้

แต่ยังบ่งบอกถึงสไตล์และวิสัยทัศน์ ขณะเดียวกันยังเป็นการผสมผสนานระหว่างศิลปะและความงามเอาไว้อย่างลงตัวโดยการที่ศิลปินเข้ามามีบทบาทในวงการเครื่องสำอางมากขึ้นนั้น ทำให้มีความหลากหลาย ทั้งยังเป็นการดีที่ผู้บริโภคมีตัววเลือกมากขึ้น และยังได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่อะไรคือเหตุผลที่เครื่องสำอางของศิลปินประสบความสำเร็จจนมีรายได้ทะลุพันล้าน เรามาลองวิเคราะห์ไปพร้อมๆ กันค่ะ

Lady Gaga

ศิลปินหญิง

การแต่งกายที่เรียกเสียงฮือฮาทุกครั้งที่ปรากฏตัว ชุดเนื้อสด เมคอัพแบบคนเป็นโรคผิวหนัง ทรงผมที่ฟูเหมือนสิงโต นี่คือสไตล์ของ  เลดี้กาก้า  ศิลปินระดับโลกที่สร้างสรรค์เอกลักษณ์การแต่งตัวล้ำๆ การแต่งหน้าที่จัดจ้าน จนผู้คนที่เห็นต้องอึ้งทึ่ง Haus Laboratories เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่ก่อตั้งโดย เลดี้ กาก้า เมื่อปี 2019โดยมีจุดแข็งเป็นแบรนด์เครื่องสำอางมังสวิรัติและไม่ทำร้ายสัตว์ ซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่หลายคนหันมาให้ความสนใจ Haus Lab เป็นมากกว่าแค่แบรนด์เครื่องสำอาง เพราะนอกจากการชูจุดเด่นในเรื่องเมคอัพสุดแซ่บแล้ว ยังส่งเสริมในเรื่องของศิลปะ ความกล้าแสดงออก และการรักตัวเอง 

โดยรายได้ส่วนหนึ่งยัง สนับสนุนมูลนิธิ Born This Way สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้าหลังจากเปิดตัวได้ 1 ปี Haus Lab สามารถทำยอดขายได้กว่า 141.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับแบรนด์เครื่องสำอางของเซเลบริตี้คนอื่นแต่ต่อมาในปี 2021 รายได้ของ Haus Lab ลดลงเหลือเพียง 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,500 ล้านบาทโดยสาเหตุของรายได้ที่ตกฮวบอาจจะมาจากการที่ Haus Lab ขายสินค้าผูกขาดกับแค่ 2 ช่องทาง นั่นคือ Amazon และเวปไซต์แบรนด์ แม้ปัจจุบันผู้คนจะซื้อสินค้าทางออนไลน์ แต่สำหรับเครื่องสำอางอาจไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถทดลอง สีและเนื้อสัมผัสที่แท้จริงได้ ในท้ายที่สุด Haus Lab ตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมยกเครื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดโดยยังคงความเป็น เครื่องสำอางมังสวิรัติและไม่ทำร้ายสัตว์ แต่ที่เพิ่มเติมในเรื่องของ Clean Beauty และกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Rihanna

ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องสำอาง ของศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคงหนีไม่พ้น แบรนด์ Fenty Beauty ของ Rihanna โดยนับตั้งแต่แบรนด์ถือกำเนิดในปี 2017 Rihanna  ก็ทุ่มเทให้กับการปั้นแบรนด์จนแทบจะไม่รับงานร้องเพลงอีกเลย ถึงขั้นมีแฟนคลับให้ฉายา แม่ค้าที่ร้องเพลงได้

สำหรับธุรกิจนี้  Rihanna  ได้ตัดสินใจร่วมมือกับ LVMH ถือหุ้นคนละ 50% เพื่อเริ่มต้นการผลิตออกสู่ตลาดเครื่องสำอางแบรนด์ Fenty Beauty เกิดขึ้นจากแนวคิด “Beauty for All” หรือ “ความงามสำหรับทุกคน”ซึ่งไม่ใช่การสร้างแรงกดดันแบบบิวตี้สแตนดาร์ด แต่เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สนองความต้องการของผู้หญิงที่แตกต่างกันของผู้หญิงแต่ละคนด้วยจุดเด่น ความหลากหลายของเฉดสี คุณภาพ ความทันสมัย ราคาเข้าถึงได้ และการทำการตลาดที่โดดเด่น ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่นิยมของทุกกลุ่มทุกวัย

โดยเฉพาะกลุ่มสาวผิวสี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีแบรนด์เครื่องสำอางใดสนใจให้ความสำคัญนัก แต่ Rihanna กลับมองเห็นว่า เครื่องสำอางหลายยี่ห้อบนโลกนี้ ไม่ได้ทำเพื่อให้เข้ากับโทนสีผิวของทุกคน เธอจึงอยากเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ การที่ Fenty Beauty ผลิตรองพื้นออกมาหลายเฉดสีนั้น ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเครื่องสำอาง

และหากถามว่า Fenty Beauty มีกี่เฉดสีนั้นอาจมีคำตอบที่ไม่ตายตัว เพราะแบรนด์ได้เพิ่มเฉดสีใหม่ๆ อยู่เสมอโดยเปิดการเปิดตัวครั้งแรกมี 40 เฉดสี และค่อยๆ เพิ่มสีใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ปัจจุบันคากว่ามีไม่ตำหว่า 50 เฉดสีนอกจากผลิตภัณฑ์แต่งหน้า Fenty Beauty  ยังได้เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอีกหลากหลาย โดยทั้งหมดมีพันธกิจคือความหลากหลายไม่แบ่งแยก อย่างไรก็ตาม Fenty Beauty เคยได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของปี 2017 ขณะที่ในปี 2023 Fenty Beauty  กลายเป็นแบรนด์ที่ร่ำรวยที่สุดในการจัดอันดับ 10 อันดับแรกของ Cosmetifyซึ่งรายได้ต่อปีอยู่ที่ 582 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 19,000 ล้านบาท  ปัจจุบันยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

Selena Gomez

ปิดท้ายธุรกิจเครื่องสำอางของ เซเลนา โกเมซ เจ้าของฉายา ควีนออฟโซเชียลมีเดีย แบรนด์ Rare Beauty เปิดตัวในปี 2020 ได้รับแรงบันดาลใจจากอัลบั้มและเพลง ของ เซเลนา โกเมซเนื้อหาของเพลงชี้ในเรื่อง ความงามสำหรับทุกคน  เช่นเดียวกับความตั้งใจแบรนด์ที่สนับสนุนให้ทุกคนทลายมาตรฐานความงามแบบเดิมๆ  เพราะแบรนด์เชื่อว่า ความสวยที่แท้จริง ต้องมาจากความเป็นเรา จึงอยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการยอมรับในตัวเองเซเลนา โกเมซ ในฐานะผู้ก่อตั้งและแบรนด์แอมบาสเดอร์มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างการรับรู้และความสนใจของแบรนด์

ในช่วงเริ่มต้นหลายคนมองว่าความสำเร็จของ Rare Beauty เกิดจากการเป็นศิลปินที่มีฐานแฟนคลับ ที่จะเป็นที่นิยมในช่วงแรกๆ และจางหายไป แต่สถานกาณ์นั้นไม่เกิดขึ้นกับ Rare Beauty  แบรนด์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับสินค้าขายดีของ Rare Beauty   คือ Liquid Blush ขายได้มากถึง 3.1 ล้านชิ้น มีราคาขายตกชิ้นละ 23 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 787 บาท หมายความว่าแค่ขายบลัชออนเพียงอย่างเดียว ก็สามารถทำเงินได้ถึง 70 ล้านเหรียญสหรัฐ  หรือประมาณ 2,395 ล้านบาท ต่อปี

มีรายงานว่าเมื่อปีที่ผ่านมา เซเลนา โกเมซ ขึ้นแท่นเศรษฐินี ด้วยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงถึง 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาทโดยหนึ่งในช่องทางรายได้เที่มหาศาลมาจากธุรกิจเครื่องสำอาง Rare Beauty มากถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11,740 ล้านบาท ทั้งนี้ Rare Beauty  ยังได้ก่อตั้ง Rare Impact Fund องค์กรที่ช่วยเหลือให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูล เพื่อเยียวยาสุขภาพจิตของตัวเองโดยจะบริจาค 1% จากยอดขายทั้งหมดให้กับ Rare Impact Fund รวมทั้งยังระดมทุนเพิ่มเติมร่วมกับมูลนิธิเพื่อนการกุศลต่างๆ เพื่อให้คนที่กำลังประสบปัญหาสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต

และนี่คือธุรกิจพันล้านของศิลปินหญิงเบอร์ต้นๆ ของโลก เป็นว่าใครเป็นแฟนของศิลปินท่านไหนหรือแบรนด์ไหนอยู่บ้าง คอมเม้นต์แลกเปลี่ยนความชอบกันนะคะ

“ซอฟต์พาวเวอร์”

เมื่อเทศกาลท้องถิ่นคืออนาคตของชาติ พลัง“ซอฟต์พาวเวอร์” ที่จับต้องได้

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ สาขาเฟสติวัล สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA จัดโครงการอวดเมือง 2568 The Pitching ภายในงาน SPLASH-Soft Power Forum 2025  พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ City Showcase 12 จังหวัด อวดอัตลักษณ์และเศรษฐกิจชุมชนของเมือง และค้นหา 2 จังหวัดนำร่องอวดเมืองสู่การยกระดับให้เป็นเมืองที่ “น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว” ในกิจกรรม ” Final City Pitching” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568 ฮอลล์ 1 ชั้น G ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 สำหรับโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยมี 51 จังหวัดเข้าร่วมโครงการ และมี 12 จังหวัดที่ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก ได้แก่ กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จันทบุรี, เชียงราย, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เพชรบุรี, แพร่, เลย, ศรีสะเกษ, สุโขทัย, อุบลราชธานี โดยการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ เทศกาล การตลาด และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนางานเทศกาล พร้อมยกระดับให้แต่ละเมืองเป็นเมืองน่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว โดยมีหลักเกณฑ์การประเมินให้คะแนนคือ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน,   ความชัดเจนของอุตสาหกรรมเป้าหมาย,  แผนการเงินและโมเดลธุรกิจ, ความพร้อมของการนำกิจกรรมไปปฏิบัติจริง, ศักยภาพเมืองน่าอยู่และดึงดูดประชากร

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการนี้ว่า โครงการอวดเมือง 2568 The Pitching เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดพัฒนาเมืองโดยใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือ สร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ และอวดเมืองต่อชาวโลกผ่านเทศกาล โดยนำวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อัตลักษณ์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในพื้นที่ และใช้เทศกาลเป็นเวทีเมือง เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาเมืองให้น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว

โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการ  ค้นหาจังหวัดต้นแบบ ในประเทศไทย ที่สามารถแสดงศักยภาพ ของการสร้างสรรค์เทศกาลที่ขับเคลื่อนโดยประชาชนและชุมชน อีกทั้ง สนับสนุนจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ให้สามารถพัฒนาเทศกาลท้องถิ่น ให้เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และนานาชาติ รวมถึง ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการสร้างเทศกาล ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ และสามารถดึงดูดการลงทุนได้อย่างยั่งยืน พร้อม กระตุ้นการย้ายกลับของคนท้องถิ่น และดึงดูดประชากรใหม่ มุ่งเน้นภาพลักษณ์ของเมืองที่น่าอยู่และมีโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง   รวมถึงสร้างความยั่งยืนในระยะยาวผ่านโมเดลธุรกิจของเทศกาลที่สามารถจัดต่อเนื่องได้ทุกปี โดยการผนึกกำลังของชุมชน  และทำให้ Ecosystems ของการจัดเทศกาลระดับท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น  ด้วยการนำทักษะใหม่มาใช้ในการจัดการ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ โครงการอวดเมือง 2568 The Pitching  ที่มุ่งหวังในการชักชวนคนรุ่นใหม่ ร่วมช่วยกันยกระดับเมืองให้ น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว มากยิ่งขึ้น

“เทศกาล” จึงไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมเฉลิมฉลองประจำปี หากแต่คือ “กลไกเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่สามารถขับเคลื่อนเมืองในมิติของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ได้อย่างมีระบบและยั่งยืน

 โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่จะอวดสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ยังท้าทายให้เมืองเล็กๆ หันกลับมามองตัวเองด้วยมุมมองใหม่ และถึงวันนี้เราก็ได้ 12 จังหวัด ที่ผ่านการอบรมเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องการจัดการเทศกาล สื่อสารแบรนด์เมือง ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมอวดเมืองของตนเองภายใน อวดเมืองพาวิลเลี่ยน กับไอเดียสุดเจ๋ง อวดของดีบ้านฉัน กับสุดยอดไอเดียใน Dream Box, ชมนิทรรศการ My City My Pride และช็อปปิ้งของที่ระลึก สะท้อนตัวตนของจังหวัดนั้นๆ ผ่านเทศกาล ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถร่วมเชียร์ 12 จังหวัดที่จะร่วมแสดงศักยภาพเมือง กับ City Pitching ยกระดับเมืองให้น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว มาร่วมลุ้นกับ 2 จังหวัด ที่จะคว้าชัย ตำแหน่งจังหวัดนำร่องเทศกาลอวดเมืองปี 2569 พัฒนาเทศกาล และเมืองแบบติดปีก

  สำหรับรอบ Final Pitching จะเปิดเวทีให้จังหวัดต่างๆ นำเสนอแนวคิดเทศกาลของตนเองต่อคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งการนำเสนอแนวคิดเป็นทั้งหมด 2 รอบ ได้แก่รอบ The Second City Pitch (คัดเลือก 3 จังหวัด), The Final City Pitch (คัดเลือกจังหวัดนำร่องเจ้าภาพคนอวดเมือง 2569) โดยผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาตามที่กำหนด จากคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา เพื่อให้ได้ผลของการประเมินอย่างรอบด้าน และครอบคลุมมิติสำคัญของการพัฒนาเทศกาลให้เป็น Soft Power ของประเทศ และให้มั่นใจได้ว่าจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อเป็นเจ้าภาพ “อวดเมือง” ในปี 2569 จะเป็นจังหวัดที่นำศักยภาพของงานเทศกาลไปพัฒนาอย่างรอบด้านและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง  สำหรับ 3 จังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รอบสอง จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปในงาน World Expo 2025 Osaka ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเสริมศักยภาพการจัดงานให้น่าสนใจอย่างยั่งยืน     

โดยได้รับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด ค่าที่พักและค่าอาหาร เป็นต้น และสำหรับ 2 จังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องสำหรับโครงการอวดเมือง จะได้รับการสนับสนุนจากทีเส็บ ในปีงบประมาณ 2569

งานนี้!!! มีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น ที่จะได้โชว์ศักยภาพการ “อวดเมืองต้นแบบ” พร้อมยกระดับให้เป็นเมืองที่ “น่าลงทุน น่าอยู่ น่าเที่ยว” มาร่วมลุ้นไปกับทั้ง 12 จังหวัดด้วยกัน  ในงาน SPLASH-Soft Power Forum 2025 ระหว่างวันที่ 8 – 11 กรกฎาคม 2568 ฮอลล์ 1 ชั้น G ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

#อวดของดีบ้านฉัน #MyCityMyPride #อวดเมือง2568 #อวดเมืองพาวิลเลี่ยน #TCEB #THACCA

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Facebook Fanpage : TCEB Domestic Mice

KAYAKI สุขุมวิท 49

ปิ้งปลาแต่พรีเมียมเหมือนย่างเนื้อที่ KAYAKI สุขุมวิท 49

ถ้าพูดถึงร้านปิ้งย่างญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงเนื้อวัว เนื้อหมู หรือปิ้งย่างบนเตาแบบดั้งเดิม แต่ที่ KAYAKI ร้านเปิดใหม่ล่าสุดกลางสุขุมวิท 49 ขอบอกเลยว่า “ไม่เหมือนใคร” เพราะที่นี่เสิร์ฟ YAKIZAKANA ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่โฟกัสเฉพาะ “เนื้อปลาและซีฟู้ดระดับพรีเมียม” เจ้าแรกในไทย

ปิ้งปลาแต่พรีเมียมเหมือนย่างเนื้อที่ KAYAKI สุขุมวิท 49

จุดเด่นของ KAYAKI คือการนำวัตถุดิบเกรดซาซิมิส่งตรงจากญี่ปุ่นมาย่างด้วยเทคนิคเฉพาะ เสิร์ฟแบบมีเดียมแรร์ให้ยังคงความหวานฉ่ำของเนื้อปลาไว้ด้านใน แต่ได้กลิ่นหอมสโมกเบา ๆ จากการย่างด้านนอก ทานพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้านที่ช่วยชูรสแต่ละชิ้นได้แบบคูณสิบ

ย่างปลา…แต่สนุกเหมือนย่างเนื้อ

ไอเดียของ KAYAKI คล้ายกับ Yakiniku (ร้านเนื้อย่าง) ที่คัดสรรเฉพาะ “ส่วนที่ดีที่สุด” ของวัตถุดิบ อย่างในฝั่งของเนื้อปลา มีตั้งแต่

  • Otoro (ไขมันแทรกขั้นสุด ละลายในปาก)
  • Chutoro (บาลานซ์ระหว่างไขมันกับเนื้อแน่น)
  • Akami (ปลาเนื้อแดงไม่ติดมัน สำหรับสายคลีน)

ในขณะที่ ปลาเนื้อขาว อย่าง Madai, Kinmedai, และ Hamachi ก็ถูกหั่นแบบเฉียงติดหนังอย่างประณีต เพื่อให้ได้รสชาติและเท็กซ์เจอร์ที่ดีที่สุดเวลาย่าง

จุดที่ต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไป คือทุกคำที่เสิร์ฟจะมีพนักงานช่วยย่างให้จนได้ระดับความสุกที่เหมาะสมที่สุดกับชนิดของปลา พร้อมเสิร์ฟแบบคำต่อคำ ทานคู่ข้าวร้อน ๆ และเครื่องเคียงที่ช่วยขับรสปลาแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นเกลือมะนาว วาซาบิ หรือซอสสูตรลับจาก KAYAKI เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งอร่อยและละเมียดละไม

มากกว่าปลา…ยังมีซีฟู้ดให้เลือกอีกเพียบ

ถ้าอยากเบรกจากเนื้อปลานุ่มละลายในปาก ก็สามารถเลือกเมนูซีฟู้ดคุณภาพพรีเมียมอย่าง

  • Hotate (หอยเชลล์สดหวาน)
  • Aka Ebi (กุ้งแดงญี่ปุ่น)
  • ปลาหมึกญี่ปุ่น ที่ย่างจนหอมกรุ่น

หรือจะสั่งเป็น เซ็ตเมนู ที่จัดมาให้ครบทั้งปลา ซีฟู้ด ข้าว ซุป สลัด และของหวาน ก็มีให้เลือกถึง 3 เซ็ตตามความจุท้องของแต่ละคน

  • SEIKAI Set (6 ชิ้น) – 890 บาท
  • KAIYO Set (7 ชิ้น) – 1,290 บาท
  • KAYAKI Set (8 ชิ้น) – 1,790 บาท
    (สามารถอัปเกรดเพิ่ม Toro Bomb ได้ในบางเซ็ตด้วยนะ!)

บรรยากาศญี่ปุ่นใจกลางเมือง

ตัวร้านตั้งอยู่ในโครงการ YARD 49 ซอยสุขุมวิท 49 ท่ามกลางสวนญี่ปุ่นเงียบสงบ ให้ฟีลเหมือนได้นั่งกินข้าวอยู่ในเกียวโต ตกแต่งสไตล์มินิมอลร่วมสมัย ดูอบอุ่น โปร่งสบายตา เหมาะกับทั้งการนั่งชิลมื้อเที่ยง หรือนัดเดตมื้อเย็น

พร้อมเปิดให้บริการวันแรกในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 โดยเปิด 2 รอบต่อวัน

  • รอบกลางวัน: 11.00 – 14.30 น.
  • รอบเย็น: 17.00 – 22.00 น.

โครงการ YARD 49 ซอยสุขุมวิท 49  Facebook: Kayaki / IG: @Kayaki.Thailand


 

กีกี้-ชนม์สุภา อินทรภูวศักดิ์

“กีกี้ ชนม์สุภา” สวยเป๊ะทุกองศา กับทริคความงามที่เผยเสน่ห์เฉพาะตัว

สาวสวยหน้าเฉี่ยว คุณกีกี้ – ชนม์สุภา อินทรภูวศักดิ์ ทายาทอาณาจักรหมื่นล้านของ Porsche Thailand พ่วงด้วยการเป็นนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์ KIKI COCOA นอกจากวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจที่น่าจับตาแล้ว เรื่องความสวยความงามเธอก็ชัดเจนรู้จริง ด้วยความช่างสังเกต ใส่ใจในรายละเอียด กระทั่งค้นหาสไตล์ความสวยเฉพาะตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ในทุกโมเมนต์

SKIN CARE ROUTINE
“สกินแคร์เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่หากอยากดูแลให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ต้องรู้จักสังเกตว่าผิวเรามีลักษณะอย่างไร ชอบอะไรเป็นพิเศษ เพื่อค้นพบรูทีนที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง อย่างผิวที่เป็นแบบผสม มีความมันบริเวณช่วงทีโซน รวมถึงแพ้ง่าย จึงไม่เหมาะกับการลงสกินแคร์หลายตัวซับซ้อน”

“ตอนเช้าเน้นใช้เซรั่มเนื้อบางเบาอย่าง Sulwhasoo The Ultimate S Serum โดยใช้ฟองน้ำช่วยในการเกลี่ย เพื่อให้ซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็วและซับความมันส่วนเกิน ตามด้วยกันแดดของ Jung Saem Mool Masterclass Glow Base ตัวนี้เป็นโทนอัพเบส ช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอ ผิวผ่อง และช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้นด้วย”

“ส่วนกลางคืนใช้เซรั่มตัวเดียวกับช่วงเช้า ตามด้วยครีมเนื้อเข้มข้น Sulwhasoo The Ultimate S Cream ให้ผลลัพธ์ผิวที่ดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น เหมาะกับการดูแลแบบจัดหนักค่ะ”

SPEND MORE TIME ON CLEANSING
“ถ้าพูดเรื่องปัญหาผิว ใครที่ผิวมันง่ายแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเผชิญกับปัญหาสิว ที่พบว่าสาเหตุอาจมาจากการทำความสะอาดไม่ดีพอ จึงปรับรูทีนใหม่”

“เริ่มด้วย Cleansing Wipes เช็ดจนผ้าเป็นสีขาว สเต็ปถัดไปค่อยลงคลีนซิ่งบาล์ม ตามด้วยโฟมล้างหน้าแบบอ่อน เทคนิคที่ส่วนตัวใช้มา 3-4 ปีแล้ว รู้สึกว่าสิวลดลงจนหาย ก่อนหลังล้างหน้าจะใช้น้ำเกลือล้างแผลมาเช็ดซ้ำอีกครั้ง แล้วค่อยปิดท้ายด้วยโทนเนอร์ชนิดแผ่น เป็นรูทีนที่ทำให้ปัญหาสิวดีขึ้นค่ะ”

TRIAL AND ERROR
“เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่อายุ 17-18 เพราะเป้าหมายคือต้องการสวยก่อนเข้ามหาวิทยาลัย (หัวเราะ) ได้เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกมาเยอะ อย่างเทรนด์สมัยก่อนที่เน้นทั้งเข้ม ทั้งหนา คิ้วเหมือนชินจัง พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าเป็นจุดพลาดในชีวิตเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้เพื่อหาสไตล์ที่เป็นตัวเราให้เจอ”

“ส่วนตัวเชื่อว่าการจะแต่งหน้าให้สวยมั่นใจ เราต้องรู้จุดเด่นและจุดด้อยของตัวเองให้ชัด อย่างที่ชอบจะเป็นจมูกที่สุด เพราะรู้สึกว่าเป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ส่วนจุดที่ไม่ค่อยมั่นใจคือหน้าผากที่ค่อนข้างกว้าง แม้ผู้ใหญ่จะปลอบว่า ‘หน้าผากกว้างรับทรัพย์’ ด้วยเมคอัพยุคใหม่ เทคนิคช่วยปกปิดหน้าผากไม่ให้ดูกว้างเกินไป จนปัญหาดูเป็นเรื่องเล็กไปเลย”

SMELL AMAZING ALL DAY LONG
“เชื่อว่าผู้หญิงกับความหอมเป็นของคู่กัน จึงชอบพกน้ำหอมไว้เติมระหว่างวันเสมอ ส่วนตัวชอบเปลี่ยนน้ำหอมบ่อย แต่มี 2 กลิ่นที่ใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ คือ Louis Vuitton Heures d’Absence Eau de Parfum
และ Maison Francis Kurkdjian A La Rose สิ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้คือกี้เพิ่งเริ่มฉีดน้ำหอมก่อนนอนไม่นานนี้เอง บางคนอาจมองว่าแปลก แต่สำหรับตัวเองรู้สึกสบายใจที่ได้หอมตลอดเวลาเลยค่ะ”

TAKE CARE OF YOUR WHOLE BODY
“สำหรับผิวกาย ใช้สครับ Jo Malone Restore Body Scrub สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เพราะผิวค่อนข้างบาง แต่จะไปร้านนวดเพื่อขัดผิวทั้งตัวเดือนละครั้ง เพราะเวลาไปออกงานหรือถ่ายงาน จะมีการลงผลิตภัณฑ์ที่ผิวเยอะ ซึ่งมักทำให้เกิดการอุดตัน ดังนั้นควรสครับเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วออกบ้างค่ะ ส่วนเรื่องการทาครีมบำรุงจะเน้นเฉพาะช่วงกลางคืน เพราะความที่ผิวมันง่าย หากทาตอนกลางวันอากาศร้อน ๆ จะรู้สึกไม่สบายตัว”

“ตอนกลางคืนจะทาแบบหนาหน่อย เพื่อให้ผิวดูเนียนนุ่มอิ่มน้ำตลอดเวลา โดยใช้ Jo Malone Enrich Body Balm แอบกระซิบอีกหนึ่งเทคนิคคือหลังจากอาบน้ำให้ทาบอดี้ออยล์ชนิดไหนก็ได้ เพื่อเป็นการกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นไว้ในผิว ส่วนตัวใช้จอห์นสันเบบี้ออยล์ แล้วค่อยต่อด้วยครีมบำรุง”

EAT HEALTHY, STAY HEALTHY
“เคยหนักสุด 83 กิโลกรัม พอเข้ามหาวิทยาลัยจึงลดจริงจัง เพราะอยากมีหุ่นสวยมั่นใจ ทั้งการควบคุมอาหาร ลดของหวานและของทอดที่เคยชอบมาก ตัดสิ่งที่ไม่ดีก็ใช้วิธีซื้อน้ำมันออกให้เยอะที่สุด เพราะแม้จะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันก็ยังมีน้ำมันส่วนเกินที่ติดมาจากอาหารหลงเหลืออยู่ ทุกวันนี้ก็พกกระบอกน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลา”

“ส่วนการออกกำลังกายก็เน้นเล่นคาร์ดิโอเป็นหลัก มีช่วงหนึ่งเล่นเวตหนักแล้วพบว่าไม่เข้ากับตัวเอง เพราะทำให้ตัวหนา ไม่สง่า จึงปรับมาเล่นคาร์ดิโอ วิ่งบนลู่วิ่งแทน”

“ถ้านับเวลามาถึงตอนนี้ 5-6 ปีแล้วที่ออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมในการกิน ลดอาหารประเภทหวาน ครีม มัน กลับรู้สึกว่ากินอาหารได้มากขึ้น ขณะที่รูปร่างก็เฟิร์มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องอด”

THE DEFINITION OF BEAUTY
“ความงามยุคนี้นิยามยาก เมื่อก่อนมีคำว่า ‘พิมพ์นิยม’ แต่สมัยนี้ไม่ใช่เลยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้คนเลือกความสวยในแบบของตัวเองได้ แค่ศึกษาสังเกตตัวเอง ทำความเข้าใจว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด”

“ที่สำคัญมากๆ คือ ‘รอยยิ้ม’ ผู้หญิงทุกคนสวยขึ้นได้ด้วยรอยยิ้ม ที่ทำให้โลกสดใส ฉะนั้นอย่าลืมดูแลตัวเองและรักตัวเองในทุกๆ วันนะคะ”

"กีกี้ ชนม์สุภา" สวยเป๊ะทุกองศา กับทริคความงามที่เผยเสน่ห์เฉพาะตัว

Enhance Your Everyday Look With These Makeup Tips!

  • JUNG SAEM MOOL – Artist Concealer Palette คอเรกเตอร์ช่วยให้ผิวสม่ำเสมอ แต่งหน้าสวยขึ้น พาเลตต์นี้ใช้โทนส้มที่ช่วยกระจายแสงเก็บตามจุดที่อยากให้ดูสว่าง ส่วนสีเข้มกว่าใช้กับรอยคล้ำใต้ตาหรือจุดด่างดำ ช่วยแก้ผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้งานผิวดูเนียนขึ้น
  • CHANEL – Sublimage Le Teint ใช้รองพื้นในปริมาณที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทั่วใบหน้า เน้นเฉพาะบริเวณกรอบหน้าแล้วค่อยๆ เกลี่ย ที่สำคัญคือการตบรองพื้นด้วยฟองน้ำแห้ง จะทำให้อากาศเข้าไปสู่ผิว รองพื้นซึมซาบได้เร็ว และช่วยซับความมันส่วนเกินไปด้วยในตัว
  • HOURGLASS – Vanish Airbrush Pressed Powder เซตเมกอัพด้วยแป้งที่ไม่ผสมรองพื้น เพื่อไม่ให้ผิวดูหนาเกินไป เน้นลงบริเวณหน้าผาก แก้ม และคาง ซึ่งเป็นจุดที่ดูดความมันได้ง่าย
  • BENEFIT COSMETICS – My Brow Wax (Shade 4.5) หากมีขนคิ้วอยู่แล้ว อาจใช้แค่มาสคาร่าคิ้ว หรือใช้ดินสอเขียนเฉพาะจุดที่ดูขาดหายไป วิธีนี้ช่วยให้ได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเขียนทั้งโครง
  • KIKI BEAUTE – Sweetie Glasting Gloss Tint Lip เทคนิคการทาปากให้ดูมีกระจับชัด: ใช้ดินสอเขียนขอบปากให้เกินขอบปากจริงเล็กน้อย จากนั้นใช้ไฮไลต์แต้มบริเวณปลายกระจับเบาๆ เป็นการเล่นมิติของแสงตามแบบลิปจากแบรนด์เกาหลี
  • DIOR – Addict Lip Maximizer Plumping Gloss เติมลิปกลอสเน้นบริเวณกลางปาก เพื่อเพิ่มมิติ ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มฟู เซ็กซี่ยิ่งขึ้น

เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA / Lutairat Ch.
ช่างภาพ: อิทธิศักดิ์
สไตลิสต์: ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ


เปิดบทใหม่อย่างสวยงาม! CELINE Printemps 2026 จาก Michael Rider

ผสานรวมดีเทลทั้งอดีตและปัจจุบัน เปิด CELINE Printemps 2026 คอลเล็คชั่นแรกของ Michael Rider

ถือเป็นอีกแบรนด์ที่น่าสนใจ สำหรับ CELINE กับการเริ่มต้นใหม่ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Michael Rider ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยทำงานในยุค Phoebe Philo ที่ใครๆ ก็ต่างเลื่องลือ ซึ่งครั้งนี้เขาจะรับหน้าที่ดูแลทั้งคอลเล็คชั่น Ready-to-Wear ฝั่งหญิงและชาย ไปจนถึงโอต์กูตูร์

สำหรับคอลเล็คชั่นแรก Spring 2026 ในชื่อ CELINE Printemps 2026 จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ 16 rue Vivienne ที่ปารีส ให้ความรู้สึกหวนนึกถึงวันแห่งการเริ่มต้น โดยคอลเล็คชั่นนี้เป็นการนำรายละเอียดจากสองดีไซเนอร์ในอดีตอย่าง Michael Rider และ Hedi Slimane มาผสานรวมกับเอกลักษณ์ของตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นไอเท็มดีไซน์เรียบง่าย ซิลลูเอทที่ไม่ซับซ้อน แต่แต่งเติมด้วยสีสันสดใส สะท้อนการควบรวมระหว่างอดีตและปัจจุบัน

นอกจากนี้ Michael Rider ยังกล่าวว่า “ฉันหลงใหลในแนวคิดของเสื้อผ้าที่มีชีวิต—เสื้อผ้าที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้สวมใส่ แม้จะสะท้อนช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถเล่าถึงเรื่องราวที่ยาวนาน ทั้งท่วงท่า โอกาส และการเปลี่ยนแปลง เสื้อผ้ายังสามารถเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เก็บเกี่ยวความทรงจำ มีประโยชน์ใช้สอย และยังเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ฉะนั้นเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็น ชีวิต


ข้อมูลและรูปภาพ: CELINE

สัมผัสการพักผ่อนเหนือระดับ บนเกาะอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ณ เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต

เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต รีสอร์ทหรูระดับห้าดาวบนเกาะส่วนตัวกลางทะเลอันดามัน ที่มองเห็นวิวหมู่เกาะพังงาอันงดงาม ขอเชิญนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย มาสัมผัสการพักผ่อนท่ามกลางหาดทรายขาว น้ำทะเลใสราวคริสตัล และธรรมชาติสีเขียวอันเงียบสงบ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมสำรวจธรรมชาติและกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจอีกมากมาย

การหลีกหนีความวุ่นวายถูกยกระดับด้วยความหรูหรา ความเป็นส่วนตัว และความสงบอย่างแท้จริง ณ เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ ภูเก็ต เริ่มต้นประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการต้อนรับแสนอบอุ่นที่ลอบบี้เลานจ์ ณ ท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า พร้อมชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มสดชื่น ก่อนเดินทางด้วยสปีดโบ๊ทส่วนตัวเพียง 5 นาที สู่เกาะนาคาใหญ่ รีสอร์ทประกอบด้วยห้องพักหรู 90 ห้อง รวมถึงห้องสวีทและวิลล่าส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำ ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ มอบความผ่อนคลายอย่างสูงสุดและเปิดโอกาสให้ทุกท่านสรรค์สร้างความทรงจำอันแสนประทับใจ

ยกระดับการเข้าพักของคุณด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันล้ำค่า แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกกิจกรรมได้ตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Naka Garden Tour เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพืชท้องถิ่น เรียนรู้ศิลปะและเทคนิคการทำอาหารไทยผ่านกิจกรรม Naka Cooking Demonstration กับเชฟผู้เชี่ยวชาญ หรือเลือกเรียนเป็นคลาสส่วนตัว รวมถึงการฝึกมวยไทย ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ สำหรับผู้รักธรรมชาติ สามารถพายคายัคสำรวจป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจีและสัตว์น้ำนานาชนิด หรือร่วมกิจกรรมดูนกภายในรีสอร์ท ซึ่งมีจำนวนมากถึง 57 สายพันธุ์อาศัยอยู่ในพื้นที่และรอบๆ รีสอร์ท

ในด้านสุขภาพและความผ่อนคลาย รีสอร์ทมีกิจกรรมมากมายเพื่อเสริมสร้างสมดุลทั้งกายและใจ อาทิ การทำสมาธิด้วยเสียง (Singing Bowls Meditation) และคลาสโยคะ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของธรรมชาติ ผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ผ่อนคลายอย่างแท้จริงได้ที่ สปา นาคา โอเอซิสแห่งความสงบที่พร้อมด้วยห้องทรีตเมนต์ส่วนตัว ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และห้องน้ำแข็ง เพื่อการฟื้นฟูร่างกายอย่างล้ำลึก

ห้องฟิตเนสเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักที่ต้องการออกกำลังกายระหว่างการพักผ่อน พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ทั้งสระหลักและ Sala Pool สระรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มอบความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศอันเงียบสงบ

ชายหาดที่ทอดยาวและน้ำทะเลสีฟ้าใสยังเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินเล่น พักผ่อน หรือเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำ ท่ามกลางทัศนียภาพงดงามของเกาะนาคาใหญ่

สำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก ๆ Kids Club ของรีสอร์ทคือพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และจินตนาการ ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์แสนสนุกในบรรยากาศอบอุ่นและปลอดภัย ภายในตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีของเล่นเสริมพัฒนาการ หนังสือสำหรับหลากหลายวัย พื้นที่เล่นในร่มพร้อมโครงปีนป่าย สระลูกบอล เกมจิ๊กซอว์ และกิจกรรมเล่นบทบาทสมมติ (role play) ที่ช่วยส่งเสริมจินตนาการและพัฒนาทักษะของเด็กอย่างสมวัย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ อาทิ การสำรวจปูเสฉวนริมชายหาด และกิจกรรมหัตถศิลป์แบบไทย เช่น การระบายสีพัด ทุกกิจกรรมจัดขึ้นอย่างใส่ใจ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และสนุกสนานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ในขณะที่เด็ก ๆ เพลิดเพลินกับกิจกรรม ผู้ปกครองสามารถใช้เวลานี้พักผ่อน หรือดื่มด่ำกับอาหารค่ำสุดพิเศษ เมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า คู่รักสามารถใช้เวลาในบรรยากาศโรแมนติก พร้อมอาหารค่ำรสเลิศที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบตามฤดูกาล ถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูไทยและนานาชาติที่สร้างความประทับใจในทุกมื้อ

ในช่วงเวลานี้ รีสอร์ทขอแนะนำแพ็กเกจ “Experience Dining” ที่จะยกระดับการพักผ่อนของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้น ด้วยที่พักสุดหรูพร้อมอาหารเช้าและอาหารค่ำสำหรับ 2 ท่าน มอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต

กรุณาโทร +66 (0) 76 371 400 ส่งอีเมล์ไปที่ [email protected] หรือติดตามข่าวสารผ่านช่องทางต่อไปนี้:

เว็บไซต์: www.marriott.com/en-us/hotels/pyxlc-the-naka-island-a-luxury-collection-resort-and-spa-phuket/overview

Facebook: www.facebook.com/thenakaisland

Instagram: www.instagram.com/nakaislandphuket

Line Official: lin.ee/6wOs1Rw


SACIT Craft Collection 2025 คราฟต์ไทยสู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เปิดเวทีรวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อรับการรับรองผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย ภายใต้โครงการ SACIT Craft Collection 2025 คัดสรรผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยทุกแขนงจากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม  ทายาทช่างศิลปะหัตกรรม ไปจนถึง New Young Craft ทั่วประเทศ ให้เป็นแม่แบบผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่นำเสนอความโดดเด่นของทักษะเชิงช่าง การผสมผสานความดั้งเดิมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และบอกเล่าเรื่องราวของความยั่งยืนที่สอดรับกับทิศทางและรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้แพร่หลาย ไปไกลในระดับโลก

SACIT ได้ดำเนินการยกย่องเชิดชูกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม สมาชิก สศท. และ New Young Craft ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์โดยกลุ่มคนดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมีความโดดเด่น สามารถสร้างภาพลักษณ์อันดี จนนำมาสู่การสร้างความเชื่อมั่นในระดับประเทศและผลักดันสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

สำหรับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่สร้างสรรค์ โดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม สมาชิก สศท. และ New Yong Craft เพื่อรับรองเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ภายใต้ SACIT Craft Collection ได้แบ่งประเภทการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตกรรมออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. Master Craft หรือหัตถศิลป์ระดับประเทศ (The Legacy of Master Craftsmanship) เน้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านความเป็นเลิศเชิงช่าง (Craftsmanship) และความดั้งเดิม (Authenticity)
  1. Trendy Craft หรือนวัตศิลป์เพื่อตอบสนองความต้องการของปัจจุบันและอนาคต (Bridging tradition and tomorrow) เน้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม (Innovation) และความสามารถทางการตลาด (Marketability)
  1. Conscious Craft หรือหัตถกรรมรักษ์โลก (Where sustainability meets creativity) เน้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และนวัตกรรม (Innovation)

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ผ่านการคัดเลือก และได้รับรองเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้ SACIT Craft Collection ประโยชน์ที่ผู้ผ่านการคัดสรรจะได้รับ

  1. การยอมรับและข้อเสนอแนะ เช่น ตราสัญลักษณ์ ประกาศนียบัตรรับรอง คำแนะนำ จนถึงการจัดแสดงผลงานในนิทรรศการพิเศษ
  2. โอกาสทางธุรกิจ เช่น การสนับสนุนด้านการตลาด จัดแสดงผลงานในระดับนานาชาติ ขยายช่องทางการขายทั้งออฟไลนและออนไลน์ การจับคู่ทางธุรกิจ
  3. ประชาสัมพันธ์ในเครือข่ายสื่อพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาส สร้างการเป็นที่รู้จักและยอมรับ 

เงื่อนไขการสมัคร:

* หากท่านยังมิได้เป็นสมาชิก สศท. โปรดสมัครสมาชิกก่อนส่งผลิตภัณฑ์เข้ารับการคัดสรรฯ

สมัครสมาชิก สศท. ได้ที่นี่ : https://member.sacit.or.th/register

  • ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมรับการพิจารณาในโครงการ SACIT Craft Collection 2025 ได้ที่: https://forms.gle/E1rSAukoSnvwM1ze8
  • กรุณากรอกข้อมูลลงใน “แบบฟอร์มใบสมัคร” ให้ถูกต้อง ครบถ้วน
  • ปิดรับสมัคร และส่งผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วันนี้ – ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2568
  • ประกาศผลการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ที่ผ่านการรับรองมาตฐานภายใต้ SACIT Craft Collection ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

‘หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะเธอ ใช่คุณหรือเปล่า?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 4-10 กรกฎาคม 2568

‘หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพราะเธอ’

ดวงรายสัปดาห์ 4-10 กรกฎาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ของชาวอาทิตย์มีความเป็นไปได้ว่าคุณจะได้อัพตำแหน่งใหม่ ขึ้นเป็นผู้บริหารโครงการ ผู้นำทีม หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน ฯลฯ ซึ่งคาดว่าจะได้ร่วมงานหรือดำเนินธุรกิจกับผู้หญิง อาจเป็นเพื่อนหญิง หรือญาติสนิทก็ได้ เกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความรู้สึกในการแสดงออก เช่น งานเขียน งานในวงการบันเทิง นักแสดง นักโฆษณา รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ขอบอก…งานนี้มีแววโกอินเตอร์ด้วย เพราะสัปดาห์นี้คุณมีดวงเดินทาง แต่ข้อสำคัญต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะไม่เช่นนั้นงานหรือธุรกิจมีโอกาสไปไม่ถึงฝัน สะดุดหยุดลงอย่างน่าเสียดาย  

การเงิน  :  มีโอกาสเดินทางไปเจรจาหรือตกลงธุรกิจยังต่างแดน คาดว่าจะมีทั้งรายรับและรายจ่ายเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะพยายามประหยัดแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่ต้องดูแลคนในทริปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง ก็ระวังด้วย เพราะคุณมีดวงเสียรู้เธออยู่

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวอาทิตย์อาจไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่บ้านอยู่กับครอบครัวมากนัก จะหมดกับการเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศกับผู้หญิง ซึ่งอาจเป็นเพื่อนสนิทหรือญาติสนิทก็ได้  คนโสด  หากสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานกับเพื่อนผู้หญิง ก็ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ ว่าหัวใจเต้นหรือเปล่า เพราะดวงความรักของคุณจะเกิดกับคนใกล้ตัว

สุขภาพ  :   หากใครเป็นโรคกระเพาะ หรือลำไส้อยู่แล้ว สัปดาห์นี้ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางและโหมงานหนักก็ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา เพราะมีโอกาสที่โรคเหล่านั้นจะกำเริบ นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นไข้หวัดด้วย  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้ของชาวจันทร์คงต้องพยายามมากขึ้นกว่าเดิมอีกสิบเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือทำงานที่บ้าน เช่น รับงานอิสระ มีดวงที่คุณจะมีปากเสียงกับลูกค้า หรือคู่ค้าอย่างรุนแรง จนถึงขั้นดำเนินงานด้วยกันต่อไม่ได้ ทางที่ดีควรใจเย็นๆ เพราะงานหรือธุรกิจที่คุณกำลังทำอยู่ก็คือดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พยายามอดทน เพื่อรักษางานนั้นไว้ให้นานที่สุด  

การเงิน  :   จริงๆ คุณมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ อาจได้รับจากพ่อบ้าน หรือสามี ก็เตรียมวางแผนไว้ให้ดี เพราะสัปดาห์นี้มีเหตุให้รายได้จากที่เคยได้นอกจากจะไม่ได้แล้ว ยังมีรายจ่ายที่ต้องจ่ายอีกจนต้องหยิบยืมเงินจากแหล่งเงินกู้มาสำรองจ่ายไปก่อน   

ความรัก  :   สำหรับแม่บ้านที่รักเดียวใจเดียว รักแท้และแน่นอน สัปดาห์นี้ก็อาจต้องเผื่อใจหน่อยว่า ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน คนที่นอนอยู่ด้วยกัน พรุ่งนี้เขาก็อาจไปนอนกับคนอื่นได้เช่นกัน  คนโสด ใครที่กำลังจะเตรียมไปเป็นแม่ศรีเรือน หรือกำลังอยู่ในห้วงความรักอย่างไม่ลืมหูลืมตา คงต้องเผื่อใจไว้บ้าง เพราะมีโอกาสที่คุณจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนรักไปต่อไม่ได้   

สุขภาพ  :   หากช่วงนี้ไม่สบาย หรือโรคประจำกำเริบแสดงอาการขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อย่าได้นิ่งเฉย ควรไปหาหมอตรวจรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนจะสายเกินไป

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    ก็ยังคงเหนื่อยต่อเนื่องนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานใหม่ นักธุรกิจหน้าใหม่ เพราะนอกจากคุณจะเหนื่อยกับการเร่งสร้างผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองแล้ว ยังต้องเหนื่อยกับการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในเรื่องของผลประโยชน์และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่งอีกด้วย ซึ่งคุณไม่ควรเต้นแร้งเต้นกาไปตามสถานการณ์รอบๆ ตัว ควรทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด เพราะหากผ่านจุดนี้ไปได้ หัวหน้าหรือเจ้านายก็พร้อมจะส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณทำงานต่อไป   

การเงิน  :  รายได้มาจากแรงกายแรงใจ หากได้เงินมาแบบไม่เหนื่อยก็ให้สังเกตว่า มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เพราะหากคุณยังปล่อยไปหรือทำไม่รู้ไม่เห็น จากผู้ใหญ่จะเมตตากลายเป็นเสียเครดิตกับผู้ใหญ่ไปเลย   

ความรัก  :  มีโอกาสที่บุคคลภายนอกจะทำให้คุณทะเลาะกันอย่างรุนแรง มีการใช้วาจาก้าวล่วงจากที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน  เป็นไปได้ว่าบุคคลต้นเรื่องจะเป็นผู้ใหญ่ด้วย คนโสด  ร้อนแรงด้วยการแย่งชิง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบุคคลที่ผู้ใหญ่หามาให้ด้วยสิ

สุขภาพ  :  พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สดสะอาด หมักดอง สุกๆ ดิบๆ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะท้องเสียจนอาจต้องขึ้นเตียงหมอ นอกจากนั้นยังต้องระวังได้แผลจากของมีคม ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ     

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับชาวพุธในรอบสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะหวานอมขมกลืน กับการทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ ไม่ถนัด แต่ก็ต้องทำเพราะผู้ใหญ่หรือเจ้านายมอบหมาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี คอนเสิร์ต สถานบันเทิงยามค่ำคืน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็ไม่ได้แย่ เพราะคุณจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูคุณ

การเงิน  :  รายได้จะมาจากงานเทาๆ เข้ามาไม่ขาดมือ แต่ก็มีเหตุให้คุณต้องจ่ายไปอย่างคล่องมือเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายจ่ายอันเกิดจากผู้สูงอายุในบ้าน

ความรัก  :  หากใครที่แต่งงานกับคนที่ผู้ใหญ่สรรหามาให้ หรือจำต้องอยู่กันเพราะผู้ใหญ่ ไม่ใช่ความรัก สัปดาห์นี้น่าจะมีเฮ เพราะมีโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างจะได้พบหนทางแห่งความสุขของตัวเองแล้ว   คนโสด  เช่นกัน หากใครที่ผู้ใหญ่จัดสรรคู่เดทมาลองคบหา เพื่อศึกษานิสัยใจคอ เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะเป็นเด็กดื้อ ออกนอกลู่นอกทางไปแสวงหาสิ่งที่ตัวเองมีความสุข   

สุขภาพ   :  สำหรับนักดื่ม นักเที่ยว อย่าโหมดื่มหนักติดต่อกัน เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเดินเซจนตกบันได สะดุด จนเกิดอาการบาดเจ็บที่ขา ข้อเท้าพลิก/แพลง จนไปถึงเป็นไวรัสตับอักเสบ ดีซ่าน เลือดน้อย

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  น่าเห็นใจชาวพฤหัสที่แม้จะได้รับโอกาสดีให้เริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งมีโอกาสก้าวหน้าในอนาคต แต่ก็เป็นไปได้ว่างานหรือธุรกิจนั้นๆ จะไม่ใช่สิ่งที่คุณรักชอบ หรือถนัด แต่ที่จำใจต้องทำก็เพื่อไม่ให้เสียคำพูดหรือผิดสัญญา อยากเตือนว่า อย่าหลงในอีโก้ตัวเองจนไม่รับฟังเพื่อนร่วมงานเลย เพราะมีโอกาสที่งานหรือธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นจะสะดุดหยุดลงกลางคันอย่างน่าเสียดาย  

การเงิน  :  มีเงินเข้ามาไม่ขาด ขณะเดียวกันรายจ่ายก็ตามมาอย่างไม่ขาดเช่นกัน แม้คุณจะสามารถจัดสรรและวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด แต่สำหรับสัปดาห์นี้มีความน่าจะเป็นที่จะมีญาติหรือเพื่อนสนิทมาขอหยิบยืมเงิน ซึ่งจะทำให้การเงินชะลอตัว

ความรัก  :  สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในสถานะ ม่าย หรืออกหักรักคุดมานาน สัปดาห์นี้มีโอกาสได้เริ่มต้นความรักครั้งใหม่ แต่ขอให้พิจารณาให้ดีหากไม่อยากผิดหวังซ้ำ เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะตกอยู่ในสถานะที่ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย คนโสด  คุณมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม แต่ระวังเสน่ห์จะนำภัยมาให้คุณ เพราะคนที่จะเข้ามานั้นมีเจ้าของอยู่แล้ว แล้วหากคุณยังคบกับเขา ความสัมพันธ์ก็จะยุ่งเหยิงอิรุงตุงนัง ตัดไม่ขาด

สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่ระบบหมุนเวียนเลือดจะมีปัญหา เลือดน้อย ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกต่อมทอลซินอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ ด้วย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   ขึ้นรอบสัปดาห์ใหม่แล้ว แต่ชาวศุกร์ใจก็ยังไม่เป็นสุขอยู่ เป็นไปได้ว่าไม่ว่าคุณจะเสนองานหรือเขียนโครงการธุรกิจก็ไม่ได้รับความสนใจจากเจ้านาย มิหนำซ้ำเพื่อนร่วมงานที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขก็ทนรอไม่ไหว ชิงลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ก็อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ เพราะคาดว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี นอกจากคุณจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดีมีคุณภาพแล้ว ยังได้เดินทางไปทำงานหรือขยายธุรกิจ ขยายสาขายังต่างประเทศหรือต่างจังหวัดด้วย   

การเงิน  :  มีโอกาสได้เงินและงานจากเจ้านายและทีมงานด้วย เป็นไปได้ว่าจะได้เดินทางไปเจรจาธุรกิจและผลประโยชน์ที่ต่างถิ่นต่างแดนด้วย แต่ก็อย่าหลงคารมที่อ่อนหวานที่มาชวนให้ลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนใกล้ชิด คนรัก เพราะคุณยังมีดวงเสียเงินอยู่นะ

ความรัก :   เป็นช่วงเวลาที่ชาวศุกร์จะอยู่ไกลจากคู่ครองและครอบครัว ไม่คุณเดินทางห่างบ้าน ก็บุคคลใกล้ชิดต้องเดินทางไกล เป็นไปได้ว่าคุณหรือบุตรหลานจะเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างแดน หรือไปรักษาตัวก็ได้  คนโสด  มีโอกาสได้พบคนถูกใจในระหว่างเดินทาง ก็อย่าเพิ่งตกลงปลงใจ ลองคบคุยกันไปก่อน เพราะจริงๆ แล้วเขายังไม่ใช่คนที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ  :   หากคุณเดินทางก็พยายามรับประทานอาหารให้ตรงเวลา เพราะคาดว่าจะมีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนั้นยังต้องระวังโรคทางช่องปากและระบบทางเดินหายใจ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ก็ยังเป็นสัปดาห์ที่ดีของชาวเสาร์อยู่นะคะ เป็นไปได้ว่าคุณจะได้ร่วมงานหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนผู้หญิง หรือญาติผู้หญิงที่สนิท ในสายงานที่เกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น นักโฆษณา นักประพันธ์ นักแสดง ศิลปิน จนถึงสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ด้วยความที่คุณทำงานเป๊ะปังเป็นที่พออกพอใจของเจ้านาย จึงมีโอกาสได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ใหญ่และคนใกล้ตัวให้ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ แต่ก็ต้องระวังงานช้าไม่ทันการณ์ด้วยนะ  

การเงิน  :  จริงๆ คุณพยายามประหยัดนะเนี่ย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็มีเหตุให้ต้องใช้จ่ายด้วยเรื่องของเพื่อน ญาติ รวมถึงลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง แม้ผู้ใหญ่จะช่วยเหลือก็ยังไม่พอ

ความรัก  :   สำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือใครที่เลิกรากับคู่ครอง สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่กับเพื่อนหญิง หรือญาติผู้หญิง แต่ก็นั่นล่ะ คุณก็ติดความเอาแต่ใจอยากทำอะไรก็ทำ ไม่แคร์โลกเลย คนโสด  ช่วงนี้เพื่อนสาวใกล้ตัวอาจทำตัวแปลกๆ มีโอกาสที่ความรักจะเกิดจากความใกล้ชิด รู้ตัวอีกทีก็หลงรักไปแล้ว

สุขภาพ   :   เป็นช่วงเวลาที่คุณเอ็นจอยกับการรับประทานกับเพื่อนๆ จนน้ำหนักขึ้น นอกจากนั้นยังต้องระวังมดลูกจะมีปัญหาจนเป็นเหตุให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo GO แคมเปญสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo GO แคมเปญพิเศษที่รวบรวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายแนวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกไปเปิดโลกกว้าง ค้นหาประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตตามความมุ่งมั่นของวอลโว่ในการนำเสนอความปลอดภัยเพื่อการขับขี่และความเชื่อในอิสระแห่งการใช้ชีวิต

มากกว่าแค่การเดินทาง กิจกรรม Volvo GO ถูกออกแบบขึ้นเพื่อฉลองชีวิต, การมีชีวิต และการใช้ชีวิต (Lives, Life and Living) ทั้งในมุมส่วนตัว หรือกับครอบครัว เพื่อน และชุมชน เพื่อทดลองทำสิ่งที่แตกต่างไปจากกิจวัตรเดิม หาความสมดุลและสร้างความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความหมายในประสบการณ์เหล่านั้น ตามแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า เมื่อคุณรู้สึกปลอดภัย คุณจะรู้สึกมีอิสระที่จะทำได้มากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

“สำหรับวอลโว่ คาร์ เราเชื่อว่าการเดินทางนั้นมีความหมายมากกว่าการขับไปตามเส้นทางบนแผนที่ หรือการวัดระยะทางบนเข็มไมล์ การเดินทางสำหรับวอลโว่คือการสร้างประสบการณ์ ซึ่งเป็นที่มาของแคมเปญ Volvo GO ที่ต้องการส่งเสริมให้คนได้ค้นหาและทดลองสิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเดินทาง หรือการดำเนินชีวิตในทุก ๆ วัน” คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กล่าว “ในปัจจุบัน การสร้างความมั่นคงให้ชีวิต มีอาชีพการงาน รวมถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่าง ๆ อาจต้องแลกมาด้วยการเลิกทำในสิ่งที่รักหรือไม่ได้พบเจอกับคนที่เป็นพลังใจให้เราอย่างแท้จริง แคมเปญ Volvo GO จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้ผู้คนกลับมาใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายและสร้างพลังในการใช้ชีวิตให้แก่พวกเขาอีกครั้ง เพราะสำหรับวอลโว่แล้ว ความมุ่งมั่นของเราไม่ใช่เพียงเพื่อการปกป้องผู้คนให้ปลอดภัย แต่ยังหมายถึงการช่วยให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ” คุณคริส กล่าวเสริม

เพื่อเปิดตัวกิจกรรม Volvo GO อย่างเป็นทางการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ (Cul de Sac Thonglor Rooftop Bar) และ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ (U Drink I Drive) ได้วางแผนจัดกิจกรรมตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ให้ผู้สนใจได้เข้าร่วม ไฮไลท์ของกิจกรรม Volvo GO ภายใต้ความร่วมมือกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ และยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ได้แก่

สัมผัสรถใหม่ พร้อมถ่ายภาพกับรถอาร์ทร่วมสมัย – Volvo EX30 Cross Country และ Volvo 940 GLT

วอลโว่ คาร์ ไทยแลนด์ ร่วมกับ ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ ชวนผู้สนใจร่วมชมหนึ่งในรถสไตล์ซีดานรุ่นคลาสสิกของวอลโว่ซึ่งเป็นรถในดวงใจของผู้คนมากมายมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 ด้วยดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างรุ่น Volvo 940 GLT  โดยครั้งนี้ถูกนำมาวาดลวดลายกราฟฟิตตี้รอบตัวรถให้เป็นงานศิลปะร่วมสมัย พร้อมพื้นที่ให้ผู้สนใจได้ถ่ายทอดถ้อยคำ และความหมายของการใช้ชีวิตอย่างอิสระลงบนตัวรถที่จัดแสดงอยู่บริเวณชั้นล่างของโรงแรม เดอะ ควอเทียร์ ในซอยสุขุมวิท 49 พร้อมร่วมสัมผัส รถไฟฟ้าเอสยูวี สไตล์ครอสคันทรี่รุ่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อนเป้าหมายในอนาคตสู่การเป็นบริษัทรถไฟฟ้าของวอลโว่ได้เป็นอย่างดีอย่างรุ่น Volvo EX30 Cross Country กันแบบใกล้ ๆ

นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถร่วมลุ้นรับเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่เป็นการรังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับวอลโว่ ง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพตัวเองร่วมกับรถวอลโว่ Volvo 940 GLT หรือ Volvo EX30 Cross Country ที่จัดแสดงในบริเวณงานพร้อมโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียด้วยการตั้งค่าแบบสาธารณะติดแฮชแท็ก #VolvoGO และแท็ก @volvocarth และ @culdesac.bkk เพื่อลุ้นรับสิทธิ*เครื่องดื่มเมนูพิเศษสะท้อนแรงบันดาลใจในการออกไปค้นหาโลกกว้างกับวอลโว่

เพื่อฉลองจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม และการออกแบบสไตล์สแกนดิเวียน   ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ ได้จัดทำเมนูเครื่องดื่มพิเศษที่สะท้อนแนวคิดและดีไซน์ของรถวอลโว่ รวมเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และคนเมือง พร้อมชื่อเมนูสุดชิค อย่าง No Keys Tonight, Safety is Sexy, Park & Spark และ Pitcrew Punch ให้ได้ทดลองทั้งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์   หรือที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วกรุงเทพฯ เพียงทดลองขับ* Volvo EX30 รุ่นใดก็ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

กิจกรรมพิเศษตลอดเดือนที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์

ใกล้ชิดกับแบรนด์วอลโว่มากยิ่งขึ้นกับกิจกรรมไลฟ์สไตล์สนุก ๆ ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเดือน อาทิ กิจกรรมดูหนังและเล่นเกม กิจกรรมเวิร์กชอปกับแบรนด์ หรืออิ่มอร่อยไปกับปาร์ตี้บาร์บีคิวที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่เป็นลูกค้าของวอลโว่ รวมถึงผู้สนใจเข้าร่วมกับครอบครัว เพื่อน รวมถึงพบปะกับเพื่อนใหม่ที่มีมุมมองการใช้ชีวิต ค่านิยม และเป้าหมาย สอดคล้องกับเจตนารมย์ของวอลโว่

คุณราชาบดินทร์ ศิรินรินทร, กรรมการผู้จัดการ, เครือโรงแรม Chaperone กล่าวว่า “การเติบโตของสังคมเมืองส่งผลให้ผู้คนเริ่มหันกลับมามองหาความสมดุลและการสร้างไลฟ์สไตล์ที่เติมเต็มชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ นำเสนอในสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนคอมมิวนิตี้ใจกลางเมืองที่ผู้มาเยือนจะได้ย้อนเวลาไปสู่การใช้ชีวิตในวันสบาย ๆ เหมือนอยู่กับเพื่อนในละแวกบ้าน เราดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO เพราะนอกเหนือจากกิจกรรมที่จะจัดขึ้นที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ แล้ว สิ่งที่สร้างคุณค่ามากไปกว่านั้นคือการได้นำเป้าหมายที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกัน ซึ่งได้แก่การสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต มาทำให้เกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างคุณค่าในเชิงบวกให้แก่ผู้คนในวงกว้าง”

เดินทางอย่างปลอดภัยในยามค่ำคืนกับบริการรถลีมูซีนร่วมกับ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์

เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและการขับขี่อย่างมีจิตสำนึก วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ       ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ให้บริการรถลีมูซีนสำหรับลูกค้าผู้โชคดีที่มาใช้บริการที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ เพื่อส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังพร้อมมอบโค้ดส่วนลด 300 บาท* ให้แก่ลูกค้าของร้านที่จองบริการกับ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ และมีต้นทางอยู่ที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงเป้าหมายร่วมของทั้งสองแบรนด์ในการมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบายในระดับพรีเมี่ยมแก่ผู้ใช้รถในทุกเส้นทาง

คุณอภินรา ศรีกาญจนา, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO      สำหรับ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ความปลอดภัย และการ
อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมขับรถให้สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยทั้งเจ้าของและรถ คือสิ่งที่เรามุ่งมั่น
นำเสนอ และด้วยบริการที่มีความพรีเมี่ยม คนขับที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อการบริการระดับห้าดาว ผู้ใช้บริการ
จึงมั่นใจได้ในคุณภาพของการบริการ และความปลอดภัยที่จะได้รับ อีกทั้งความร่วมมือกับวอลโว่ในครั้งนี้ยังตอกย้ำ
จุดยืนร่วมในการนำเสนอความปลอดภัยในการขับขี่บนประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการเดินทางของผู้ใช้รถใน
กรุงเทพมหานครฯ”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

Websitewww.volvocars.com/th

Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth

Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand

LINE https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere
ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-
544-0446

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD

หมายเหตุ

*ติดตามรายละเอียดเงื่อนไขของกิจกรรม Volvo GO ที่ https://www.facebook.com/volvocarsth


“Fleen Beauty” เมคอัพผสานสกินแคร์ เปิดตัว Skin Caring Corrector และ Hya Plumping Concealer เพื่อผิวโกลว์สวย

“Fleen Beauty” เมคอัพผสานสกินแคร์ เปิดตัว Skin Caring Corrector และ Hya Plumping Concealer เพื่อผิวโกลว์สวย

เพราะความสวยยอมกันไม่ได้ เทรนด์เมคอัพยุคนี้จึงต้องไม่ธรรมดา! Hybrid Beauty กำลังมาแรง เมคอัพที่ไม่ใช่แค่แต่ง แต่ต้องบำรุงไปพร้อมกัน Fleen Beauty ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ตีโจทย์นี้แตก ด้วยแนวคิด “Makeup that cares for your skin” จากประสบการณ์จริงของ “ออม–สุชาร์ มานะยิ่ง” ที่เชื่อว่าเครื่องสำอางควรอยู่กับผิวได้อย่างอ่อนโยนตลอดทั้งวัน

ล่าสุด Fleen Beauty จัดงาน “The Art of Flawless Skin” เปิดตัว 2 ตัวเด็ด Skin Caring Corrector คัลเลอร์คอร์เรกเตอร์ 3 เฉดที่ช่วยแก้สีผิว พร้อม Hya Plumping Concealer คอนซีลเลอร์เนื้อเนียนที่เติมเต็มริ้วรอยด้วย Hyaluronic Filling Sphere เสริมทัพด้วยไลน์บิวตี้ไอเท็มอื่นอย่าง Energize Tone Up Serum, Youth Up Aqua Cushion และ Soft Velvet Fluffy Cheek ที่สาว ๆ ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง

งานนี้ยังได้ ชา จีซู เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังจากเกาหลี มาร่วมอัปเดตเทรนด์งานผิว พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ตบเท้าร่วมงานกันอย่างแน่นแฟ้น


เปิดเรือสำราญใจกลางเซี่ยงไฮ้ “The Louis” จากหลุยส์ วิตตอง

ตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง เมื่อ Louis Vuitton เนรมิตรพื้นที่บนถนน wujiang ใจกลางเซี่ยงไฮ้ให้กลายเป็นอาคารดีไซน์เรือสำราญ แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การสร้างหีบเดินทางสำหรับการเดินเรือข้ามมหาสมุทรในศตวรรษที่ 19 ของเมซง อีกทั้งยังสะท้อนวัฒนธรรมท่าเรือของเซี่ยงไฮ้ในฐานะ “ประตูสู่ตะวันออก”

ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ “The Louis” คอนเซ็ปต์สเปซ ดีไซน์เรือสำราญ ใจกลางเซี่ยงไฮ้

โดยพื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วย 3 โซนหลัก ไม่ว่าจะเป็น บูติก ที่เต็มไปด้วยไอเท็มมากมาย Le Café Louis Vuitton เมนูคาวหวานซึ่งถ่ายทอดผ่านเชฟประจำคอมมูนิตี้ Leonardo Zambrino และ Zoe Zhou ไปจนถึงนิทรรศการ Visionary Journeys ที่ออกแบบร่วมกับ Shohei Shigematsu จาก OMA นำเสนอผลงานการจัดวาง trunskcape อันเป็นเอกลักษณ์ ใครมีแพลนไปเซี่ยงไฮ้เร็วๆ นี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด


Cr. Louis Vuitton

Alessi Rose

Alessi Rose ศิลปินดาวรุ่ง ผู้เปลี่ยนความเศร้าเป็นความสุข

Alessi Rose ศิลปินนักร้อง-นักแต่งเพลงดาวรุ่งสาววัย 22 ปีจากลอนดอนที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ปล่อยเพลงใหม่เอาใจวัยรุ่นที่เปลี่ยนความเศร้าจากการผิดหวังให้กลายเป็นเพลงจังหวะสนุกที่ทุกคนร้องตามกันดัง ๆ ได้ใน “That Could Be Me” โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่สองของเธอ ก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มอีพีใหม่ Voyeur ภายใต้สังกัด Capital Records ในวันที่ 25 ก.ค. นี้

Alessi Rose

หลังจากทำความรู้จักกับแฟน ๆ ผ่านเพลงแรกอย่าง “Same Mouth” กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในเพลงใหม่ “That Could Be Me” โปรดิวซ์โดน Josh Scarbrow ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Arlo Parks, Etta Marcus, Benjy Gibson ที่เคยร่วมงานกับ Uffie และ BTS และ Oli Fox ที่เคยร่วมงานกับ Good Neighbours และ Luna ในครั้งนี้ Alessi Rose พาทุกคนสัมผัสกับเรื่องราวอันยุ่งเหยิงในชีวิตรักของเธอ ที่สามารถดึงเอาความรู้สึกเจ็บปวดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจของเธอออกมาตีแผ่ขยายความพร้อมระเบิดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุด ด้วยดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกชวนโยกหัวแดนซ์ตลอดทั้งเพลง ทำให้เพลงนี้เปลี่ยนจากความเศร้าให้กลายเป็นความสนุกได้อย่างมีชั้นเชิง

“‘That Could Be Me’ เป็นเพลงที่พูดถึงความต้องการใครคนหนึ่งที่เขาดันไปรักคนอื่นอยู่ เป็นความรู้สึกแย่ ๆ ที่อยากได้เขามาครอบครอง แต่ก็รู้ว่าด้วยศีลธรรมอันดีแล้วเราไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้ เป็นความรู้สึกที่ต้องการเขามาก ๆ จนหงุดหงิดและฟุ้งซ่าน จนควบคุมอารมณ์โมโหของตัวเองไม่ไหว”

Alessi Rose เติบโตในเมือง Derby ประเทศอังกฤษ ในวัย 13 ปีเธอเริ่มถ่ายทอดความคิดของตัวเองผ่านการแต่งบทกลอนต่าง ๆ เธอได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากศิลปินที่เธอชื่นชอบอย่าง Lorde และ Kate Bush ก่อนที่จะเริ่มแต่งเพลงและโปรดิวซ์เพลงของตัวเองในระหว่างที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์เพื่อเก็บเงินเรียนต่อ และในที่สุดก็เริ่มปล่อยผลงานเพลงที่ตัวเองแต่งและโปรดิวซ์เองเป็นครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2023 และปล่อยอัลบั้มอีพีแรกในปี 2024 เธอถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในศิลปิน 15 ศิลปินดาวรุ่งจากสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ที่น่าจับตามองในปี 2025 โดย Billboard ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เธอได้รับคำชมจากสื่อชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น NME, Line of Best Fit และ The Face

อัลบั้มอีพี Voyeur ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังทั้ง Sam De Jong (Gracie Abrams, Lennon Stella), John Hill (Cage the Elephant, Carly Rae Jepsen) และ Sammy Witte (Halsey, SZA) มาช่วยสร้างสรรค์ทั้งหมด 8 เพลงให้ออกมาเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่สะท้อนตัวตนของศิลปินยุคใหม่ในแบบของเธอได้เป็นอย่างดี

Alessi Rose พูดถึงอัลบั้มนี้ว่า “ในอีพี Voyeur ของฉัน ความเป็น voyeur (ผู้แอบมอง) มีอยู่สองระดับ ผู้ฟังกลายเป็นผู้แอบมองความคิดและความรู้สึกที่ลึกที่สุดของฉันผ่านทางดนตรี ขณะเดียวกัน ฉันเองก็เป็นผู้แอบมองตัวเองและการตัดสินใจบางอย่างที่บางทีก็ทำลายตัวเอง ฉันอยากให้อีพีนี้รู้สึกเหมือนการเล่าเรื่องแบบไม่ผ่านฟิลเตอร์ใด ๆ เหมือนที่คุณเล่าให้เพื่อนสนิทที่สุดฟัง และฉันรู้สึกว่าเนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมาและเขียนแบบไหลตามความคิดก็สะท้อนสิ่งนั้นออกมาได้ดี ฉันไม่สนใจว่าจะถูกมองยังไง เพราะฉันเชื่อใจคนฟัง”

หลังจากจบการทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกา Alessi Rose ได้เป็นศิลปินเปิดให้กับ Dua Lipa ในทัวร์คอนเสิร์ตที่อังกฤษและยุโรป จากนั้นเธอจะร่วมทัวร์อเมริกาเหนือกับ Tate McRae ในเดือนสิงหาคมนี้ จับตาดูเธอเอาไว้ให้ดี แฟน ๆ จะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ในการแสดงบนเวทีและบทเพลงที่เธอถ่ายทอดอารมณ์ออกมาอย่างจริงใจ และเธอจะค่อย ๆ เข้าครองพื้นที่ในใจของทุกคนภายในเวลาไม่ช้านี้แน่นอน

SWISSE ประกาศแต่งตั้ง เจฟ ซาเตอร์ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย ชวนคนไทยเพิ่มการใส่ใจตัวเองทุกวัน

SWISSE แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยอดนิยมจากประเทศออสเตรเลียจากประเทศออสเตรเลีย ประกาศแต่งตั้ง “เจฟ ซาเตอร์” ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย ในงานเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “BRIGHT EVERY MOMENT WITH SWISSE” ณ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน

SWISSE ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 ที่ออสเตรเลีย ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผสานระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตมาตรฐานระดับสากล และดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปี และมีการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การทำงานหนัก และเวลาพักผ่อนที่จำกัด
เจฟ ซาเตอร์ คือหนึ่งในตัวแทนคนเหล่านั้น ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอคือ SWISSE Grape Seed มีสารสกัดจากเมล็ดองุ่นแห้ง 7,200 มิลลิกรัม และวิตามินซี 60 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่มีบทบาทในกระบวนการดูแลผิวพรรณ พร้อมทั้ง SWISSE Collagen + Grape Seed สูตรพรีเมียมที่ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวแลดูสุขภาพดีและมีสารต้านอนุมูลอิสระ.

บรรยากาศในงาน เจฟ ซาเตอร์ ขึ้นมาเปิดตัวด้วยเพลง “ใส่ใจตัวเองกับ Swisse”  พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลตัวเองในแบบฉบับของ “เจฟ ซาเตอร์” และร่วมทำกิจกรรมกับ แฟนคลับ 50 ผู้โชคดีที่ได้ร่วมเล่นเกมและถ่ายรูปในโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ก่อนปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ต

“เราดีใจมากที่มีโอกาสต้อนรับ คุณเจฟ ซาเตอร์ เข้าสู่ครอบครัว Swisse เพราะเขาคือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจสุขภาพ และยังเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ยังคงใส่ใจดูแลตัวเองอย่างชาญฉลาด แม้จะมีกำหนดการแน่นขนัดด้วยคอนเสิร์ต งานแสดง และกิจกรรมต่างๆ เขายังคงดูสดใสและมีพลังอยู่เสมอได้อย่างน่าประทับ” Poh Ling Cheang กล่าว

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ SWISSE คนแรกของประเทศไทย ตอนที่ทางแบรนด์ติดต่อมา ผมตัดสินใจไม่ยากเลย เพราะSwisse เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในออสเตรเลียและหลายประเทศด้วย ตอนนี้ถือเป็นไอเทมคู่ใจประจำตัวของผมไปเลย ซึ่งผมเชื่อว่าการใส่ใจดูแลตัวเองจากภายในเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีและมั่นใจในตัวเอง เราเป็นคนทำงานเยอะ บางวันก็ต้องสู้ชีวิตเยอะเหมือนกัน ถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง สุขภาพเราก็อาจจะแย่เร็วกว่าคนอื่นก็ได้” เจฟ ซาเตอร์ กล่าว


บทบาทใหม่ Lee Know ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ GUCCI

ไม่เพียงความสามารถทางด้านดนตรี แต่เซ้นส์แฟชั่นของ Lee Know สมาชิกบอยกรุ๊ป Stray Kids ก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร หลังจากเข้าร่วมแฟชั่นโชว์ Gucci Cruise 2025 ณ ลอนดอนที่ผ่านมา ล่าสุดแบรนด์ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นแบรด์แอมบาสเดอร์เรียบร้อย

ทั้งนี้ Lee Know ได้เผยความรู้สึกว่า “ผมเชื่อว่า Gucci เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันผ่านมรดกทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์“ สำหรับเส้นทางใหม่ของเขาจะเป็นอย่างไร มารอติดตามไปด้วยกัน


ข้อมูลและภาพ: Gucci

Casio

XG ขึ้นแท่น Global Ambassador คนล่าสุดของ G-SHOCK

Casio ประกาศแต่งตั้ง XG (เอ็กซ์จี) เกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติญี่ปุ่นที่มาแรงระดับโลก ขึ้นแท่น Global Brand Ambassador ของ G-SHOCK อย่างเป็นทางการ โดยการร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “No Destination” ซึ่งสื่อถึงพลังในการก้าวเดินอย่างไร้ขีดจำกัด และไม่ยอมจำกัดตัวเองด้วยกรอบเดิม ๆ

XG ขึ้นแท่น Global Ambassador คนล่าสุดของ G-SHOCK

XG

XG ประกอบด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ จูริน, ชิสะ, ฮินาตะ, ฮาร์วีย์, จูเรีย, มายา และโคโคนา เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปแนวฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีที่สร้างชื่อจากดนตรีและการแสดงอันทรงพลัง ภายใต้แนวเพลงใหม่ที่พวกเธอเรียกว่า “X-Pop” ซึ่งก้าวข้ามทั้ง J-Pop และ K-Pop เพื่อสร้างตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง ชื่อวง “XG” ย่อมาจาก Xtraordinary Girls สะท้อนวิสัยทัศน์ของกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ที่กล้าแตกต่างและพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก

พลัง ความมุ่งมั่น และตัวตนของ XG นั้นสอดคล้องกับจิตวิญญาณของ G-SHOCK อย่างชัดเจน — แบรนด์นาฬิกาที่เป็นที่รู้จักในเรื่องความแข็งแกร่ง ความทนทาน และดีไซน์ที่โดดเด่นมาตลอดหลายทศวรรษ

เพื่อเฉลิมฉลองการจับมือกันครั้งนี้ G-SHOCK ได้เปิดตัวเว็บไซต์พิเศษพร้อมวิดีโอโปรโมตที่มี XG เป็นศูนย์กลาง ถ่ายทอดผ่านงานกำกับศิลป์โดย YAR (ทีมสร้างสรรค์ที่นำโดยศิลปินชื่อดัง YOSHIROTTEN) ถ่ายทอดความกล้าหาญ ความไร้ขีดจำกัด และวิสัยทัศน์ของโลกใบใหม่ผ่านภาพและเสียงได้อย่างทรงพลัง โดยในคำแถลงของวง XG พวกเธอระบุว่า “XG กล่าวถึงการได้รับแต่งตั้งเป็นแอมบาสเดอร์ระดับโลกว่า “นาฬิกา G-SHOCK ย้ำเตือนให้เรานึกถึงการไม่เคยยอมแพ้ในการไล่ตามความฝันของเรา แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และทำให้เรากล้าที่จะก้าวต่อไปและท้าทายตัวเองอยู่เสมอ XG-SHOCK (เอ็กซ์จี-ช็อค) เราไปกันเลยเถอะ!”

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะ G-SHOCK ยังเตรียมปล่อยคอนเทนต์เพิ่มเติมร่วมกับ XG ออกมาอีกมากมายในเร็ว ๆ นี้


 Praew

"ฟิน - พีร์พิชชา นรสิงห์"

ลิสต์บิวตี้ของ “ฟิน – พีร์พิชชา” ผิวดี เมคอัพปัง เล็บเนี้ยบ เป๊ะทุกองศาความสวย

ฟิน – พีร์พิชชา นรสิงห์ (@finn_n) น้องสาวคนเล็กวัย 25 ปีของบ้านนรสิงห์ที่หลายคนจับตา ความสวยใสของเธอเติบโตท่ามกลางสองพี่สาวชื่อดังอย่าง “เฟย์” และ “ฟาง” แห่งวง Faye Fang Kaew (FFK) ที่ทั้งสวยและเก่งแบบไม่เป็นรองใคร แต่เสน่ห์ของฟินกลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยบุคลิกขี้เล่น สดใส และเป็นธรรมชาติ

เธอเริ่มสร้างพื้นที่ของตัวเองในโลกโซเชียลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านเสียงหวานๆ ใสๆ ในคลิปร้องเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นจากครอบครัวศิลปิน ถ่ายทอดอารมณ์ด้วยอินเนอร์ที่สัมผัสได้จริง นอกจากเสียงร้องแล้ว ฟินยังสนุกกับการครีเอตคอนเทนต์ในสไตล์ของตัวเอง ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และบิวตี้ ซึ่งเธอเล่าออกมาได้อย่างเป็นกันเอง สนุก มีเสน่ห์ และเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นการลองลุคใหม่ๆ รีวิวเมคอัพ หรือแชร์เคล็ดลับความงามในแบบของเธอ จนกลายเป็นครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่มีทั้งความสามารถและเสน่ห์แพรวพราว

TAKING CARE OF SENSITIVE SKIN
“ฟินมีผิวที่ค่อนข้างแพ้ง่าย ตอนเรียนจบกลับมาเมืองไทยแรก ๆ เจอปัญหาผิวขึ้นหนักมาก จึงไปปรึกษาคุณหมอ โดนซักถามว่าใช้สกินแคร์อะไรอยู่บ้าง ฟินเลยเล่าให้ฟังหมดเลยว่าใช้เป็น 10 ขั้นตอน คุณหมอจึงให้คำแนะนำว่าควรลดลงบ้าง เพราะวิเคราะห์สภาพผิวเราแล้วต้องไม่ใช้อะไรที่กระตุ้นการระคายเคือง ให้หาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวที่สุด เน้นกลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลักทั้งกลางวันและกลางคืน

“ตอนนี้เลยลดความซับซ้อนลงให้เหลือเท่าที่เหมาะสม ไอเท็มที่ใช้หลักๆ ก็มีน้ำตบ Pitera ของ SK-II (SK-II Facial Treatment Clear Lotion) ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและแอนตี้เอจจิ้ง ส่วนใหญ่ฟินใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูลไฮยาลูโรนิกเยอะ อย่าง Innisfree Hyaluronic ใช้ทั้งตัวเซรั่มและครีมสลับกับ Torriden Dive In Serum

“ในพาร์ตของการแก้ปัญหาจุดด่างดำ ตัวที่ชอบจะเป็น Eucerin Spotless Brightening Booster Serum ปิดท้ายด้วยครีมกันแดด ซึ่งชิ้นโปรดจะมีหลายตัวมาก ใช้สลับไปเรื่อยๆ ค่ะ ที่ชอบมากคือของ Her Hyness Royal Hya Water Sunscreen หลอดสีชมพู เพราะรู้สึกว่าบางเบาสบายผิวดี

“ส่วนตอนกลางคืนจะเพิ่มขั้นตอนนิดหน่อย เริ่มด้วยน้ำตบ เซรั่ม และครีมบำรุงในสเต็ปเดิม แล้วเพิ่มอายครีมของ Clarins Total Eye Revive เพราะมีปัญหาเรื่องใต้ตาคล้ำเนื่องจากอาการภูมิแพ้และนอนดึกด้วยค่ะ

“ที่อยากแนะนำสาวๆ ที่รักกัน หากมีเวลา การมาส์กหน้าทุกวันช่วยให้ผิวโกลว์ได้จริง ฟินใช้ชีตมาส์กทุกวัน เป็นมาส์กสูตรตัวฮิตของ Her Hyness แต่เปลี่ยนสูตรไปเรื่อยๆ ใช้แล้วผิวชุ่มชื้น ดูโกลว์ แต่งหน้าง่ายขึ้น เรื่องผิวดูโกลว์น่ะ นอกจากใช้โปรดักต์แล้ว เรื่องการดูแลจากภายในอย่างการดื่มน้ำก็สำคัญ ฟินพยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร โดยจะพกกระติกน้ำปริมาณ 2 ลิตรเอาไว้จิบตลอดทั้งวัน นึกขึ้นได้เมื่อไรก็จะดื่มน้ำค่ะ”

GENTLE CLEANSING STEPS
“เนื่องจากปัญหาผิวหน้าแหละ ทำให้ฟินต้องใส่ใจกับขั้นตอนทำความสะอาดผิวเป็นพิเศษ เวลาเช็ดเครื่องสำอางออกจะใช้สำลีแผ่นกับ Bifesta Micellar Cleansing Water เช็ดจนกว่าสำลีจะขาว ไม่ว่าจะเเต่งหน้าหนักแค่ไหน ก็จะเช็ดจนกว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกใดๆ ออกมา แล้วค่อยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า Cosrx Low pH Good Morning Gel Cleanser เป็นแบรนด์เกาหลีแนวเวชสำอางที่อ่อนโยนต่อผิวค่ะ”

START FROM A YOUNG AGE
“นอกจากสกินแคร์แล้ว เรื่องการเข้าบิวตี้คลินิกฟินก็เริ่มแล้ว ตอนนี้ฟินอายุ 25 สาวๆ ยุคนี้เริ่มเข้ากันตั้งแต่อายุ 20 แล้ว ถือเป็นการเมนเทนตั้งแต่เนิ่นๆ ฟินจะทำหัตถการยกกระชับเบาๆ อย่างล่าสุดคือ Morpheus8 ช่วยในเรื่องของยกกระชับ ลดริ้วรอย

“นอกจากนี้ก็จะมีการฉีดโบท็อกซ์กรามกับบริเวณกรอบหน้าให้ชัดขึ้น เพราะเวลาถ่ายงานเราอยากให้กรอบหน้าดูสวยชัดทุกองศา หากอยากทำงานง่ายขึ้นก็ต้องมีจูนไปบ้างเพื่อความเป๊ะ ซึ่งจะทำพร้อมกับการยกกระชับเลย”

MAKEUP JUNKIE
“เมคอัพเป็นเรื่องที่ฟินสนใจตั้งแต่อายุ 12 – 13 ปีแล้วค่ะ ด้วยความที่มีพี่สาวอายุต่างกันค่อนข้างเยอะ สาวๆ ก็จะมีช่วงเห่อเครื่องสำอาง ชอบซื้ออันนั้นอันนี้มาอวดกัน เราเป็นเด็กได้เห็นก็ตื่นตาตื่นใจ ชอบแอบเอามาแต่งหน้าเล่นบ้าง พอโตขึ้นมาหน่อย พี่สาวเลยยกเครื่องสำอางให้บ้าง

“สไตล์ฟินคือการแต่งหน้าเต็มตลอดค่ะ อะไรคือเบา (หัวเราะ) ส่วนตัวจริงๆ ไม่มีปัญหาเรื่องการแต่งหน้าเบาๆ ไม่เป็น แต่ฟินรู้สึกว่าตัวเองแต่งเบานะคะ แต่พอถามคนอื่น เขาก็บอกว่าเราดูเต็มอยู่ดี” (หัวเราะ)

SECRETS OF GLOWING BODY SKIN
“ฟินไม่ชอบทาบอดี้โลชั่นสูตรเข้มข้นเลยค่ะ เพราะทาแล้วเหมือนมีอะไรเคลือบตัว รู้สึกไม่สบายผิว เลยพยายามบำรุงในขั้นตอนอื่นให้ได้ที่สุด เน้นความสม่ำเสมอ โดยจะสครับผิวด้วย Glowy Collagen Scrub ด้วยตัวเอง อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เสร็จแล้วจะมาส์กทิ้งไว้สักพักก่อนล้างออก แล้วค่อยอาบน้ำปกติค่ะ”

“ขั้นตอนต่อไปก็คือทาครีม ต้องทาทุกวันเช้า–เย็น ครีมที่ใช้เป็น Mizumi ขวดสีฟ้า ส่วนที่ต้องพกติดตัวไว้ทาระหว่างวันตลอดคือแฮนด์ครีมของ L’Occitane เป็นหลอดเล็ก พกพาง่าย เพราะเราอยู่ในห้องแอร์นาน
เมื่อไหร่ที่รู้สึกผิวแห้งก็หยิบขึ้นมาทาได้สะดวกค่ะ”

PERFECT MANICURE @HOME
“ฟินทำเล็บบ่อยมาก แต่กระซิบบอกว่าไม่ได้ไปทำที่ร้านนะคะ ด้วยความที่งานของเราต้องถ่ายรูปถ่ายวิดีโออาทิตย์ละประมาณ 5–6 ครั้ง ถ้าไปทำเล็บเจลที่ร้าน คนก็จะได้เห็นเล็บแบบเดิมๆ อยู่นาน ฟินเลยสั่งทำเล็บแปะที่เราสามารถคัสตอมไมซ์ได้ แปะด้วยกาวซิลิโคนเองได้

“โดยจะวัดขนาดนิ้วและเลือกรูปทรงส่งไปให้ทางร้านทำให้ ได้ดีไซน์ที่พอดีกับเล็บ งานจะออกมาดูเนียนมาก เหมือนไปทำที่ร้านเลยต่อเดือนก็จะสั่งทำประมาณ 2–4 ลาย เปลี่ยนทุกอาทิตย์ ใครที่ตามจะเห็นว่าฟินเปลี่ยนเล็บบ่อยมาก เปลี่ยนตามเทศกาลด้วยด้วยความที่เราต้องถือผลิตภัณฑ์เยอะ การใส่ใจเรื่องเล็บและมือทำให้ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ได้สวยขึ้นด้วยค่ะ”

RELAXING EXERCISES
“เรื่องการออกกำลังกาย ฟินไม่ได้ออกกำลังกายจริงจังจนเคยชิน แต่จะพยายามหาวันที่แอ็กทีฟในแต่ละวันต่อสัปดาห์หากิจกรรมที่ชอบ อย่างการตีพิกเกิลบอลสัปดาห์ละครั้งหรือวันไหนที่อยากเดินก็จะพยายามเดินให้เยอะ ไม่ใช่การเดินลู่วิ่ง แต่เป็นการเดินแบบเดินเที่ยว ซึ่งทำให้รู้สึกรีแล็กซ์ค่ะ

“ส่วนเรื่องการกินก็พยายามกินแป้งให้น้อยถ้าไม่จำเป็นก็จะพยายามเลี่ยง เรียกว่าบาลานซ์ดีกว่า ถ้าวันไหนอยากออกไปกินอาหารกับเพื่อนแบบมื้อหนัก วันถัดมาก็จะกินของที่เฮลตี้ขึ้น เพิ่มผักผลไม้ กินแป้งให้น้อยลง เน้นความสมดุล ไม่หนักไม่เบาเกินไป ถือเป็นการควบคุมน้ำหนักแบบไม่กดดัน”

BEAUTY IS CONFIDENCE
“เรื่องความสวยเป็นเรื่องของวิจารณญาณและรสนิยมส่วนบุคคลมากๆ แล้วแต่สายตาใครมอง บางคนบอกคนนั้นสวยจัง ส่วนอีกคนมองว่าไม่สวย แต่สิ่งหนึ่งที่ฟินรู้สึกคือ ไม่ว่าใครจะมองว่าเราสวยหรือไม่ แค่เรามีความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวของตัวเองก็จะสร้างเสน่ห์ให้คุณโดดเด่นขึ้นมาได้

“ฟินแทบไม่เคยได้ยินใครต่อว่าอะไร แต่จะมีคนชมว่า ‘มั่นใจจัง’ ซึ่งฟินคิดว่าคำว่า ‘มั่นใจ’ เป็นคำชมมากกว่าคำด่า “ซึ่งความมั่นใจนั่นแหละจะเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้เราสวยแบบไม่ซ้ำใคร”

  • STEP 1: HER HYNESS ROYAL HYA WATER SUNSCREEN “ฟินให้ความสำคัญกับการทากันแดดมาก แต่มีเคล็ดลับสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า คือผลิตภัณฑ์ต้องซึมลงผิวก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนเริ่มขั้นตอนถัดไป ส่วนตัวเวลาทาครีมกันแดดจะใช้ฟองน้ำสะอาดช่วยตบให้ซึมลงผิวอย่างสมบูรณ์แบบก่อน แล้วค่อยเริ่มต้นขั้นตอนของเมกอัพ”
  • STEP 2: DASIQUE WATER VEIL PRIMER “ใครอยากให้เมกอัพติดทนต้องไม่ลืมลงไพรเมอร์ ตัวนี้จะเป็นเนื้อเซรั่ม มีความเป็นน้ำ ซึ่งใช้ง่าย ใช้ฟองน้ำตัวเดิมช่วยตบให้เข้าผิวได้เลยค่ะ”
  • STEP 3: WAKE MAKE SOFT BLURRING EYE PALETTE “ส่วนตัวเวลาแต่งหน้า ฟินจะแต่งบริเวณดวงตาก่อน แล้วค่อยลงพวกรองพื้น เพราะเวลาแต่งตาจะมีเศษผงฝุ่นจากอายแชโดว์กระจายตัวลงมาเลอะบริเวณหน้าแก้มได้ อยากให้ผิวเนี๊ยบจึงควรแต่งตาก่อนค่ะ ส่วนใหญ่สีที่ใช้จะเป็นโทนธรรมชาติมากๆ อย่างสนู้ด ส้ม น้ำตาล เน้นพาเล็ตต์ของแบรนด์เกาหลี เพราะโทนสีละมุน เหมาะกับ Everyday Look”
  • STEP 4: CANMAKE CREAMY TOUCH LINER “ต่อมาคืออายไลเนอร์ ซึ่งเป็นอะไรที่ติดมาก ไม่ว่าลุคไหนก็ต้องกรีด คิดว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราดูเต็มอยู่ตลอดเวลา ไอเท็มนี้ของ CANMAKE หัวจะเล็ก ทำให้กรีดไลเนอร์ง่าย มือใหม่ก็ทำได้ค่ะ”
  • STEP 5: CHIOTURE DOLLY EYES “เมื่อก่อนฟินแต่งดอลลี่อายไม่ได้เลยค่ะ แต่งออกมาแล้วดูแปลกทุกที จนเจอไอเท็มนี้ เป็นปากกาสำหรับเขียนดอลลี่อายโดยเฉพาะ ฝั่งหนึ่งเป็นเนื้อครีม อีกฝั่งเป็นแปรงสีน้ำตาลเทาๆ ธรรมชาติ ทำให้แต่งแล้วดูไม่แปลก”
  • STEP 6: JAVIN DE SEOUL CUSHION “มาต่อที่งานผิวค่ะ ถ้าวันไหนรู้สึกผิวดีหรือตั้งใจจะออกไปแบบแคชชวลๆ จะไม่ลงรองพื้นเลย แต่ถ้าไม่ขี้เกียจก็จะลงคุชชั่นของ JAVIN DE SEOUL”
  • STEP 7: HOURGLASS VANISH AIRBRUSH CONCEALER “ต่อมาคือคอนซีลเลอร์ ซึ่งฟินจะลงแค่จุดเดียวบริเวณใต้ตา ช่วงหัวตา และจะใช้กลบตามรอยสิว โดยเน้นให้บางที่สุด ใครที่ใช้คอนซีลเลอร์ที่ปกปิดดีอยู่แล้ว ให้ลงเบาๆ พอนะคะ ไม่อย่างนั้นจะหน้าหนาเกินไป”
  • STEP 8: RARE BEAUTY LIQUID BLUSH “อยากบอกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมหรือเนื้อลิควิดจะติดทนดีกว่าตัวที่เป็นเนื้อแป้งค่ะ อย่างบลัชออนที่เราไม่อยากต้องมาลงซ้ำระหว่างวัน เลือกแบบครีมเลยดีกว่า ติดทนนานค่ะ”
  • STEP 9: CHARLOTTE TILBURY AIRBRUSH FLAWLESS FINISH SETTING SPRAY “แต่งหน้าเสร็จแล้ว ถ้าอยากให้อยู่ทน ฟินจะฉีดสเปรย์เซ็ตเครื่องสำอางเพื่อล็อกงานผิวที่เป็นพวกเนื้อครีมให้เซ็ตตัว”
  • STEP 10: CHARLOTTE TILBURY AIRBRUSH BRIGHTENING FLAWLESS FINISH “ใช้แป้งโปร่งแสงลงบริเวณหน้าผากและหน้าแก้ม เพื่อควบคุมความมัน”
  • STEP 11: DASIQUE MOOD BLUR LIP PENCIL “สำหรับริมฝีปาก ส่วนมากจะใช้ลิปไลเนอร์ก่อน แนะนำแบรนด์ของเกาหลี เพราะส่วนใหญ่ออกแบบสีมาได้เหมาะกับผิวของคนไทย และส่วนมากสไตล์เกาหลีจะออกแบบหัวให้มีขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่ชอบขอบปากฟุ้งๆ เบลอๆ ค่ะ”
  • STEP 12: ROM&ND BARE JUICY LASTING TINT “อีกหนึ่งเทคนิคที่ฟินชอบคือการใช้ลิปทินต์ที่มีเนื้อกลอส เน้นแต้มตรงกลางริมฝีปาก แล้วเกลี่ยเพิ่มความฉ่ำลุคจะดูสดขึ้น ดูเด็กขึ้นมาทันที”

เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA และ Lutairat Ch.
ภาพ: อิทธิศักดิ์ 
สไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ